ประกวดราคาจ้างเหมาบริการซักอบรีด จำนวน 1 งาน ระยะเวลา 12 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2570)
สถาบันบำราศนราดูรมีความจำเป็นต้องจ้างเหมาบริการซักอบรีดเครื่องผ้า เพื่อให้บริการผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล โครงการนี้ครอบคลุมการให้บริการซักอบรีดเครื่องผ้าทั้งหมดของสถาบันฯ เป็นระยะเวลา 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 เมษายน 2570 ปริมาณงานที่คาดการณ์คือ 375,000 กิโลกรัม ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย มีโรงงานซักรีดเป็นของตนเอง พร้อมใบอนุญาตประกอบกิจการที่ถูกต้อง มีประสบการณ์ในการให้บริการหน่วยงานราชการหรือโรงพยาบาล มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน มีเครื่องกำเนิดไอน้ำ และมีห้องซักผ้าติดเชื้อแยกต่างหาก ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด เช่น การแยกผ้าก่อนซัก การจัดการผ้าที่ซักไม่ออกหรือชำรุด การควบคุมคุณภาพการซัก การรีดและพับผ้า การบรรจุหีบห่อ และการส่งมอบผ้าสะอาดในวันถัดไป รวมถึงการขนส่งผ้าที่ปลอดภัยและถูกสุขอนามัย การประเมินผลการเสนอราคาจะพิจารณาจากราคาเป็นเกณฑ์หลัก โดยมีวงเงินงบประมาณ 6,000,000 บาท
English summary
This project aims to procure laundry and drying services for Bamrasnaradura Infectious Diseases Institute for a period of 12 months, with an estimated volume of 375,000 kilograms. The contractor must own a laundry facility, possess relevant experience, have a wastewater treatment system, and strictly adhere to quality, cleanliness, and infection control standards. The evaluation will be primarily based on price.
สถาบันบำราศนราดูร
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้บริการซักอบรีด เครื่องผ้า ของทางสถาบันบำราศนราดูร ที่มีคุณภาพมาตรฐาน เหมาะสม
- โดยเฉพาะผ้าติดเชื้อต้องผ่านขั้นตอนการดำเนินงานการซักผ้าจะต้องสะอาด ปราศจากกลิ่นและเชื้อโรค
- เพียงพอสำหรับการใช้งาน
- อุปกรณ์การซักต้องมีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐานงานด้านการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล เช่น มีระบบบำบัดน้ำเสีย
- เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย และสถาบันบำราศนราดูร
ขอบเขตของงาน
- จ้างเหมาบริการซักอบรีดเครื่องผ้าของสถาบันบำราศนราดูร ปริมาณ 375,000 กิโลกรัม
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีโรงงานซักรีดเป็นของตนเอง พร้อมใบอนุญาตประกอบกิจการ (ร.ง.๔)
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์ในการรับจ้างซัก อบ รีด ให้กับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือโรงพยาบาลรัฐและเอกชน อย่างน้อย 1 แห่ง เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี พร้อมหนังสือรับรองผลงาน
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐานตามที่ราชการกำหนด และมีเอกสารแสดงผลการวิเคราะห์น้ำ
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีเครื่องกำเนิดไอน้ำ พร้อมเอกสารรับรองความปลอดภัยและผู้ควบคุมระบบ
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีห้องซักผ้าติดเชื้อแยกจากบริเวณซักผ้าทั่วไป พร้อมแผนผังพื้นที่
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีระบบตรวจสุขภาพพนักงานรายปี
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีระบบกรองฝุ่นและเครื่องดูดฝุ่นในโรงงาน
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
- ผู้รับจ้างต้องแยกผ้าก่อนซักตามประเภท (ผ้าติดเชื้อ, ผ้าสี, ผ้าขาว)
- ผู้รับจ้างต้องจัดการกับสิ่งสกปรกติดผ้าก่อนนำไปซัก
- ผู้รับจ้างต้องแยกผ้าที่ซักแล้วตามประเภท และแยกผ้าดีออกจากผ้าที่ซักไม่ออกหรือต้องซ่อมแซม
- ผู้ว่าจ้างสามารถตรวจสอบขั้นตอนการซัก สารเคมี และระบบน้ำเสียได้
- ผู้รับจ้างต้องส่งสำเนารายงานผลการรับรองระบบบำบัดน้ำเสียและผลการตรวจค่าต่างๆ ให้ผู้ว่าจ้างทุกเดือน
- สถานที่รับผ้าสกปรกและผ้าสะอาดต้องแยกออกจากกัน
- กระบวนการซักผ้าต้องใช้อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 71 องศาเซลเซียส เป็นเวลาอย่างน้อย 25 นาที (สำหรับผ้าที่ไม่ใช้น้ำยา)
- เครื่องผ้าที่ซักสะอาดแล้วต้องรีดให้เรียบร้อย (ยกเว้นผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว) และพับตามที่สถาบันฯ กำหนด
- ผู้รับจ้างต้องส่งผ้าสะอาดให้สถาบันฯ ในวันถัดไป โดยคัดแยกและบรรจุหีบห่อตามประเภทที่กำหนด
- กรณีซักผ้าไม่สะอาดหรือผ้าชำรุด จะปรับลดน้ำหนักและไม่นำมาคำนวณราคา
- กรณีส่งผ้าล่าช้ากว่ากำหนด จะถูกปรับตามสัญญา
- กรณีส่งผ้าไม่ครบตามจำนวน ผู้รับจ้างต้องจัดหาผ้าใหม่มาทดแทน
- ผู้รับจ้างต้องจัดหารถรับ-ส่งผ้าที่ปิดทึบมิดชิด ป้องกันฝุ่นละออง และเชื้อโรค
- รถที่ใช้ต้องติดสัญลักษณ์ของผู้รับจ้าง ทำความสะอาดหลังใช้งาน และรถเข็นต้องแยกผ้าเปื้อน/ผ้าสะอาด
- ผู้รับจ้างต้องระบุขั้นตอน กรรมวิธี ผลิตภัณฑ์ และยี่ห้อน้ำยาที่ใช้ในการซัก พร้อมอัตราส่วนผสม และแจ้งการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า 15 วัน
- ผู้รับจ้างต้องมีระบบจัดการขยะติดเชื้อ หรือจ้างบริษัทกำจัดขยะติดเชื้อที่ได้มาตรฐาน
- คณะกรรมการฯ สามารถตรวจสอบโรงงานและระบบน้ำเสียได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
- เจ้าหน้าที่และตัวแทนผู้รับจ้างร่วมกันนับจำนวนผ้าเปื้อนที่ส่งซัก โดยมีหลักฐานการรับ-ส่ง
- น้ำหนักผ้าสะอาดที่ชั่งทุกวันเป็นหลักฐานการตรวจรับและเรียกเก็บเงิน
- ผู้รับจ้างต้องจัดหาแบบฟอร์มบันทึกข้อมูลผ้าทุกชนิดที่ส่งซัก เอกสารแก้ไขผ้า และเอกสารส่งผ้าใหม่ซัก
- ผู้รับจ้างต้องมีมาตรฐานป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และจัดหาอุปกรณ์ป้องกันให้เจ้าหน้าที่
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- บริการซักอบรีดเครื่องผ้าของสถาบันบำราศนราดูร ครบถ้วนตามปริมาณและคุณภาพที่กำหนด
- รายงานผลการรับรองระบบบำบัดน้ำเสียและผลการตรวจค่าต่างๆ (BOD, ค่าตะกอนลอย, ค่าสารละลาย) ทุกเดือน
- เอกสารแสดงอัตราส่วนการใช้สารเคมีในการซัก
- แบบฟอร์มบันทึกข้อมูลผ้าทุกชนิดที่ส่งซัก เอกสารแก้ไขผ้า เอกสารส่งผ้าใหม่ซัก
- รูปภาพการสวมอุปกรณ์ป้องกันของเจ้าหน้าที่
- เอกสารยืนยันการได้รับอนุญาตประกอบกิจการซัก อบ รีด (ร.ง.๔)
- หนังสือรับรองผลงานด้านคุณภาพการซักผ้า
- เอกสารระบบบำบัดน้ำเสียและผลการวิเคราะห์น้ำ
- เอกสารรับรองความปลอดภัยเครื่องกำเนิดไอน้ำ และเอกสารผู้ควบคุมระบบ
- แผนผังพื้นที่บริเวณซักผ้า
- เอกสารการตรวจสุขภาพพนักงานรายปี
- เอกสารระบบกรองฝุ่นและเครื่องดูดฝุ่น
- ใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- ภาพและรายละเอียดรถรับ-ส่งผ้า
- เอกสารขั้นตอน กรรมวิธีในการซัก และผลิตภัณฑ์ที่ใช้
- เอกสารการจัดการขยะติดเชื้อ หรือสัญญาจ้างบริษัทกำจัดขยะติดเชื้อ
ระยะเวลาดำเนินการ
12 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2570)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- มีความสามารถตามกฎหมาย
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด
- เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
- ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
- Standards Compliance:
- ระบบบำบัดน้ำเสียต้องได้มาตรฐานตามที่ราชการกำหนดตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ ๑๒ (๒๕๕๒)
- เคมีที่ใช้ในการซักต้องมีคุณภาพมาตรฐานเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนด
- Experience:
- มีประสบการณ์ในการรับจ้างซัก อบ รีด เสื้อผ้าให้กับหน่วยงานของราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน ซึ่งผลงานนี้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหนังสือรับรองผลงานด้านคุณภาพการซักผ้าของโรงพยาบาลรัฐและเอกชน อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 1 แห่ง และระยะเวลาดำเนินการไม่ต่ำกว่า 2 ปี
- Previous Project Cost:
-
- (ไม่ระบุ)
-
- Technical Capabilities:
- ต้องมีโรงงานเป็นของตนเอง และสามารถเสนอหลักฐานที่สามารถยืนยันชัดเจนว่าสถานที่ที่ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรม (ร.ง.๔) ให้ประกอบกิจการซัก อบ รีด เสื้อผ้า และผ้าต่างๆ
- ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้รับมาตรฐานตามที่ราชการกำหนด
- ต้องมีเครื่องกำเนิดไอน้ำ เพื่อใช้ในขั้นตอนการซักผ้า การอบผ้า
- ต้องมีห้องซักผ้าติดเชื้อ แยกออกจากบริเวณซักผ้าสกปรกทั่วไปอย่างชัดเจน
- ต้องมีระบบกรองฝุ่นและเครื่องดูดฝุ่นในโรงงาน
- ต้องจัดหารถรับ - ส่ง ผ้าเปื้อนและผ้าสะอาดที่เป็นตู้ปิดทึบมิดชิด สามารถป้องกันฝุ่นละอองต่างๆ ได้
- ต้องมีระบบการจัดการขยะติดเชื้อที่ได้รับมาตรฐาน หรือจ้างบริษัทกำจัดขยะติดเชื้อที่ได้รับมาตรฐาน
- Personnel:
- ต้องมีระบบการตรวจสุขภาพพนักงานโรงงานรายปี
- ต้องมีผู้ควบคุมระบบการใช้เครื่องกำเนิดไอน้ำที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ควบคุมจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
- ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันให้กับเจ้าหน้าที่สวมใส่ขณะปฏิบัติงาน เช่น ผ้าปิดจมูก ผ้ากันเปื้อน ถุงมือ
- Financial Requirements:
- มูลค่าสุทธิของกิจการ:
- กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
- กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน หรือกรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท
- วงเงินสินเชื่อ/เงินฝาก:
- กรณีวงเงินจัดซื้อจัดจ้างเกิน 500,000 บาทขึ้นไป และผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่าประมาณการโครงการ
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนเพียงพอ สามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่าประมาณการโครงการ จากธนาคารภายในประเทศหรือต่างประเทศ หรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต
- มูลค่าสุทธิของกิจการ:
เกณฑ์การพิจารณา
พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา และจะพิจารณาจากราคารวม
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- โรงงานซักผ้า: ต้องมีโรงงานเป็นของตนเอง ได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรม (ร.ง.๔)
- ระบบบำบัดน้ำเสีย: ได้มาตรฐานตามที่ราชการกำหนด และมีเอกสารแสดงผลการวิเคราะห์น้ำ
- เครื่องกำเนิดไอน้ำ: ต้องมี พร้อมเอกสารรับรองความปลอดภัยและผู้ควบคุมระบบ
- ห้องซักผ้าติดเชื้อ: ต้องแยกจากบริเวณซักผ้าทั่วไป มีทางเข้าออกผ้าเปื้อนและผ้าสะอาดแยกกัน
- การซัก: แยกผ้าก่อนซักตามประเภท (ผ้าติดเชื้อ, ผ้าสี, ผ้าขาว) ล้างสิ่งสกปรกก่อนซัก หากไม่ใช้น้ำยา ต้องใช้อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 71 องศาเซลเซียส และเวลาอย่างน้อย 25 นาที
- การจัดการผ้า: แยกผ้าที่ซักแล้วตามประเภท, แยกผ้าดีออกจากผ้าที่ซักไม่ออกหรือต้องซ่อมแซม
- การรีดและพับ: เครื่องผ้าที่ซักสะอาดแล้วต้องรีดให้เรียบร้อย (ยกเว้นผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว) และพับตามที่สถาบันฯ กำหนด
- การบรรจุหีบห่อ: บรรจุในถุงพลาสติกให้เรียบร้อย มิดชิด แต่ละประเภทบรรจุแพ็คละ 10 ชิ้น (ยกเว้นผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว บรรจุแพ็คละ 1 ชิ้น, ถุงผ้าเปื้อน บรรจุแพ็คละ 5 ชิ้น)
- การขนส่ง: ใช้รถตู้ปิดทึบมิดชิด ป้องกันฝุ่นละอองและเชื้อโรค รถเข็นแยกผ้าเปื้อน/ผ้าสะอาด
- สารเคมี: ใช้ผลิตภัณฑ์และยี่ห้อน้ำยาที่มีคุณภาพมาตรฐานตาม มอก. หรือ อย.
- การจัดการขยะติดเชื้อ: ต้องมีระบบมาตรฐาน หรือจ้างบริษัทกำจัดขยะติดเชื้อที่ได้มาตรฐาน
- การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ: จัดหาอุปกรณ์ป้องกันให้เจ้าหน้าที่สวมใส่ (ผ้าปิดจมูก, ผ้ากันเปื้อน, ถุงมือ)
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: ชำระเป็นงวดๆ งวดละ 1 เดือน ตามจำนวนที่ส่งซักจริง คำนวณตามน้ำหนักผ้าแห้งที่ซักสะอาดเรียบร้อยแล้ว ตามราคาต่อกิโลกรัม
- ค่าปรับ: อัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างต่อวัน นับถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญา จนถึงวันที่ส่งมอบงานถูกต้องครบถ้วน
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: 3 เดือน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน หากมีความชำรุดเสียหายอันเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องแก้ไขโดยไม่ชักช้า หากไม่ดำเนินการ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิแก้ไขเองหรือจ้างผู้อื่นทำ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ปริมาณผ้าที่คาดว่าจะต้องซักอบรีดทั้งหมดมีเท่าใด?
- A: ปริมาณงานที่คาดการณ์คือ 375,000 กิโลกรัม ตลอดระยะเวลาสัญญา 12 เดือน
- Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีโรงงานซักรีดเป็นของตนเองหรือไม่?
- A: ใช่ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีโรงงานเป็นของตนเอง และต้องสามารถแสดงหลักฐานการอนุญาตประกอบกิจการจากกระทรวงอุตสาหกรรม (ร.ง.๔)
- Q: ต้องมีประสบการณ์ในการให้บริการหน่วยงานประเภทใดบ้าง?
- A: ต้องมีประสบการณ์ในการรับจ้างซัก อบ รีด ให้กับหน่วยงานของราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน อย่างน้อย 1 แห่ง เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี พร้อมหนังสือรับรองผลงาน
- Q: มีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับผ้าติดเชื้ออย่างไรบ้าง?
- A: ต้องมีห้องซักผ้าติดเชื้อแยกออกจากบริเวณซักผ้าสกปรกทั่วไปอย่างชัดเจน และไม่ใช้เครื่องซัก/อบปะปนกับผ้าทั่วไป รวมถึงมีทางเข้าออกของผ้าเปื้อนและผ้าสะอาดแยกกัน
- Q: คุณภาพการซักจะถูกประเมินอย่างไร?
- A: สำหรับกระบวนการซักผ้าที่ไม่ใช้น้ำยา จะประเมินคุณภาพโดยใช้แบบประเมิน ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 90% หากไม่ผ่านเกณฑ์ 3 ครั้งโดยไม่ได้รับการแก้ไข จะมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้
- Q: การขนส่งผ้าต้องมีลักษณะอย่างไร?
- A: ต้องจัดหารถรับ-ส่งผ้าที่เป็นตู้ปิดทึบมิดชิด สามารถป้องกันฝุ่นละอองต่างๆ ได้ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ รถต้องติดสัญลักษณ์ของผู้รับจ้างและทำความสะอาดหลังใช้งาน
- Q: มีการกำหนดอัตราค่าปรับกรณีส่งมอบงานล่าช้าหรือไม่?
- A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องชำระค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง นับถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญา
- Q: หากผ้าที่ส่งมอบมีความชำรุดเสียหาย จะต้องดำเนินการอย่างไร?
- A: หากมีความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้นภายใน 3 เดือน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน อันเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องรีบทำการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า
- Q: การจ่ายเงินค่าจ้างมีรูปแบบอย่างไร?
- A: ผู้ว่าจ้างจะชำระค่าจ้างเป็นงวดๆ งวดละ 1 เดือน ตามจำนวนที่ส่งซักจริง คำนวณตามน้ำหนักผ้าแห้งที่ซักสะอาดเรียบร้อยแล้ว ตามราคาต่อกิโลกรัม
- Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับสารเคมีที่ใช้ในการซักหรือไม่?
- A: เคมีที่ใช้ในการซักต้องมีคุณภาพมาตรฐานเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือต้องมีคุณภาพมาตรฐานตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนด ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารแสดงอัตราส่วนเป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างเหมาบริการซักอบรีด จำนวน 1 งาน ระยะเวลา ๑๒ เดือน
(ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2570)
……………………………………………………………………………………
- ความเป็นมา
ด้วยสถาบันบำราศนราดูร เป็นสถานพยาบาลที่ให้บริการการรักษาผู้ป่วยทั่วไป และผู้ป่วยโรคติดเชื้อ รวมทั้งโรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ำ มีความจำเป็นต้องจ้างเหมาบริการซักอบรีด เพื่อให้บริการผู้ป่วยอย่างมี ประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานสากล ประจำปีงบประมาณ 2569 - วัตถุประสงค์
เพื่อให้บริการซักอบรีด เครื่องผ้า ของทางสถาบันบำราศนราดูร ที่มีคุณภาพมาตรฐาน เหมาะสม โดยเฉพาะผ้าติดเชื้อต้องผ่านขั้นตอนการดำเนินงานการซักผ้าจะต้องสะอาด ปราศจากกลิ่นและเชื้อโรค เพียงพอสำหรับการใช้งาน อุปกรณ์การซักต้องมีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐานงานด้านการป้องกันการติดเชื้อใน โรงพยาบาล เช่น มีระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย และสถาบันบำราศนราดูร - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สถาบันบำราศนราดูร ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอ…
-2-
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้า ที่ยื่นข้อเสนอ
ส ำห รับ ข้ อ ต ก ล งระ ห ว่ างผู้ เข้ าร่ว ม ค้ าที่ ไม่ ได้ ก ำห น ด ให้ ผู้ เข้ าร่ว ม ค้ าราย ใด เป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน เอกสารเชิญชวน
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๓.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สิน สุทธิที่ปรากฎในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปี สุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนองบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดง ฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณี นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจ การค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่น งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือน มกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน มกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้ สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปีได้
๓.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่า ของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท
๓.๑๒.๓ สำหรับ…
-3-
๓.๑๒.๓ สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐ ,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง หรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง ในวันลงนามในสัญญา
๓.๑๒.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคาร ภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ เงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตาม รายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของ วงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือสำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจาก สำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศหรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคาร ต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวม ของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือสำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจ
จากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๓.๑๒.๕ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศหรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๓.๑๒.๒ ข้อ ๓.๑๒.๓ และข้อ ๓.๑๒.๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไป ตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่ เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง ต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนด โดยจะต้องยื่น เอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่น ข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสาร ประกวดราคา
๓.๑๒.๖ กรณีตาม…
-4-
๓.๑๒.๖ กรณีตามข้อ ๓.๑2.๑ – ๓.๑2.๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น - ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
จ้างเหมาบริการซักอบรีด (ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2570) จำนวน 375,000 กิโลกรัม
๔.๑ ข้อกำหนดโรงงานซักผ้า
4.1.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีโรงงานเป็นของตนเอง และสามารถเสนอหลักฐานที่สามารถยืนยันชัดเจนว่า สถานที่ที่ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรม (ร.ง.๔) ให้ประกอบกิจการซัก อบ รีด เสื้อผ้า และผ้าต่างๆ โดยสามารถดำเนินการได้โดยมิต้องให้ผู้อื่นรับช่วง (แนบหลักฐานการได้รับอนุญาตพร้อม การเสนอราคา)
๔.๑.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์ในการรับจ้างซัก อบ รีด เสื้อผ้าให้กับหน่วยงานของราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน ซึ่งผลงานนี้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหนังสือรับรองผลงานด้าน คุณภาพการซักผ้าของโรงพยาบาลรัฐและเอกชน อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๑ แห่ง และระยะเวลาดำเนินการ ไม่ต่ำกว่า ๒ ปี และให้ผู้ยื่นข้อเสนอนำเอกสารมายื่นด้วย (แนบหนังสือรับรองผลงานมาพร้อมการเสนอราคา)
๔.1.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้รับมาตรฐานตามที่ราชการกำหนด ตามประกาศ กระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ ๑๒ (๒๕๕๒) โดยจะต้องนำเสนอเอกสารอย่างละเอียด และระบบบำบัดน้ำเสีย จะต้องได้รับการออกแบบรับรองจากผู้ควบคุมระบบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และจำเป็นต้องมีเอกสารแสดงผลการวิเคราะห์น้ำเพื่อตรวจสอบค่าการบำบัดให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของปี ๒๕๖๔ ถึงปัจจุบัน โดยแสดงค่าการบำบัดทุกๆ ๑ ปี (แนบเอกสารมาพร้อมการเสนอราคา)
๔.๑.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีเครื่องกำเนิดไอน้ำ เพื่อใช้ในขั้นตอนการซักผ้า การอบผ้า แสดงเครื่องกำเนิด ไอน้ำและเอกสารรับรองความปลอดภัยในการใช้เครื่องกำเนิดไอน้ำ ซึ่งต้องผ่านการรับรองจากกระทรวง อุตสาหกรรม และต้องมีผู้ควบคุมระบบการใช้เครื่องกำเนิดไอน้ำที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ควบคุมจากกรมโรงงาน อุตสาหกรรม ในชื่อของผู้ยื่นข้อเสนอ (แนบเอกสารมาพร้อมการเสนอราคา)
๔.๑.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีห้องซักผ้าติดเชื้อ แยกออกจากบริเวณซักผ้าสกปรกทั่วไปอย่างชัดเจน รวมทั้งไม่ใช้เครื่องซักและเครื่องอบผ้าบริเวณซักผ้าติดเชื้อปนกับบริเวณซักผ้าทั่วไป เพื่อป้องกันการกระจาย เชื้อและมีทางเข้าออกของผ้าเปื้อนและผ้าสะอาดแยกกันอย่างชัดเจน โดยแนบแผนผังพื้นที่บริเวณซักผ้ามา แสดงด้วย (แนบแผนผังพื้นที่บริเวณซักผ้ามาพร้อมการเสนอราคา)
๔.๑.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอ…
-5-
๔.๑.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีระบบการตรวจสุขภาพพนักงานโรงงานรายปี โดยจะต้องแสดงเอกสารการ ตรวจสุขภาพรายปีของปีปัจจุบัน (แนบเอกสารการตรวจสุขภาพพร้อมการเสนอราคา) ๔.๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีระบบกรองฝุ่นและเครื่องดูดฝุ่นในโรงงาน โดยแสดงเอกสารระบบเครื่อง กรองฝุ่นประกอบด้วย (แนบเอกสารมาพร้อมการเสนอราคา)
๔.๑.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากองค์การ ปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจะต้องมีเอกสารแสดงประกอบการพิจารณาในชื่อของผู้ประกอบการ (แนบเอกสารมา พร้อมการเสนอราคา)
๔.๒ ข้อกำหนดการปฏิบัติงาน
4.๒.๑ ผู้รับจ้างต้องแยกผ้าก่อนซัก เช่น ผ้าติดเชื้อให้แยกซัก ไม่รวมกับผ้าเปื้อนเหงื่อไคล แยกผ้าสีขาว ผ้าสี ผ้าห่ม ไม่ให้ซักรวมกันเพื่อป้องกันสีตกเปรอะเปื้อน
๔.๒.๒ ในกรณีมีสิ่งสกปรกติดผ้า ผู้รับจ้างต้องล้างออกก่อนนำไปซัก
๔.๒.๓ ผู้รับจ้างต้องแยกผ้าที่ซักแล้วตามประเภทผ้า ชนิดของผ้า โดยแยกผ้าดีออกจากผ้าเปื้อนที่ไม่ สามารถทำความสะอาดได้ และผ้าที่ต้องซ่อมให้ชัดเจน ผ้าเปื้อนที่ไม่สามารถซักออกได้ให้แยกนำส่งผู้ว่าจ้างเพื่อ บันทึกต่อไป โดยแยกใส่ถุงพลาสติกปิดป้ายชื่อว่า ผ้าแก้ไข และผ้าที่ต้องซ่อมแซมพร้อมระบุวันเดือน ปีที่ได้รับ ผ้าให้ชัดเจน
๔.๒.๔ ในระหว่างการรับจ้าง ผู้ว่าจ้างสามารถเข้าไปตรวจสอบเกี่ยวกับขั้นตอนกรรมวิธีการซัก สารเคมี ที่ใช้ในการซัก ระบบน้ำเสีย โดยผู้รับจ้างต้องอำนวยความสะดวกให้ผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบหมายจากทาง ผู้ว่าจ้างตลอดเวลา
๔.๒.๕ ผู้รับจ้างจะต้องส่งสำเนารายงานผลการรับรองระบบบำบัดน้ำเสียจากผู้ควบคุมมลพิษที่ได้รับ อนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมและรายงานผลการตรวจค่า BOD หรือค่าตะกอนลอยหรือค่าสารละลายที่ ได้ทั้งหมด หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้กับผู้ว่าจ้างทุกเดือนตลอดระยะเวลาสัญญา
๔.๒.๖ สถานที่รับผ้าสกปรก บริเวณเขตปนเปื้อนของงานซักฟอก ส่วนผ้าสะอาดบริเวณเขตสะอาดของ หน่วยงานซักฟอก ผู้รับจ้างจะต้องรับผ้าเปื้อนที่ส่งซักทุกวัน ตามเวลาที่สถาบันบำราศนราดูรกำหนด ๔.๒.๗ กระบวนการซักผ้าที่ไม่ใช้น้ำยา อุณหภูมิที่ใช้ต้องไม่ต่ำกว่า 71 องศาเซลเซียส ใช้เวลาการซัก อย่างน้อย ๒๕ นาที ผู้ว่าจ้างจะประเมินคุณภาพการซักเครื่องผ้าโดยใช้แบบประเมินต้องมากกว่าหรือเท่ากับ ๙๐% ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ตามที่ผู้ว่าจ้าง กำหนด โดยการแจ้งผลการประเมินไม่ผ่านเป็นลายลักษณ์อักษร จำนวน ๓ ครั้ง หากไม่ได้รับการแก้ไขปรับปรุง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ในการบอกเลิกสัญญาได้ ๔.๒.๘ เครื่องผ้าที่ซักสะอาดแล้วต้องรีดให้เรียบร้อย ต้องทำบนโต๊ะสะอาด ไม่มีฝุ่นละอองผู้รับจ้างต้อง ทำการพับผ้าของห้องผ่าตัด ตามที่ทางสถาบันบำราศนราดูร กำหนด เครื่องผ้าที่ไม่ต้องรีด คือ ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว ถุงเช็ดตัว ผ้าขี้ริ้ว โดยบรรจุแพ็คให้เรียบร้อย
๔.๒.๙ ผู้รับจ้างจะต้องส่งผ้าสะอาด ให้ทางสถาบันฯ ทั้งหมดในวันถัดไป โดยคัดแยกเครื่องผ้าตาม ประเภท หรือชนิดของผ้าตามที่สถาบันฯ กำหนด เช่น ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าขวางเตียง เสื้อ กางเกง เป็นต้น เมื่อจะส่งมอบต้องบรรจุในถุงพลาสติกให้เรียบร้อย มิดชิด แต่ละประเภท บรรจุแพ็คละ ๑๐ ชิ้น ยกเว้น ผ้าห่ม และผ้าเช็ดตัว (ขนหนู) บรรจุแพ็คละ ๑ ชิ้น ถุงผ้าเปื้อน บรรจุแพ็คละ ๕ ชิ้น
๔.๒.๑๐ ในกรณีที่ซักผ้าไม่สะอาดหรือผ้าชำรุดปนอยู่ในผ้าสะอาด จะต้องปรับลดน้ำหนักของผ้า ดังกล่าวออกและจะไม่นำมาคำนวณน้ำหนักเพื่อคิดราคา
๔.๒.๑๑ ในการส่ง…
-6-
๔.๒.๑๑ ในการส่งเสื้อผ้าที่ซักสะอาดเรียบร้อยแล้ว ไม่ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้ และสถาบัน บำราศนราดูร ได้แจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้สถาบันฯ ปรับตามสัญญา ๔.๒.๑๒ กรณีที่ส่งเครื่องผ้าให้สถาบันฯ ไม่ครบตามจำนวนผ้าที่ส่งซักไว้ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาผ้าใหม่ มาทดแทนให้ครบตามจำนวนที่ขาด
๔.๓ การปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง
๔.๓.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดหารถรับ - ส่ง ผ้าเปื้อนและผ้าสะอาดที่เป็นตู้ปิดทึบมิดชิด สามารถป้องกันฝุ่น ละอองต่างๆ ได้ เพื่อเป็นการป้องกันและแพร่กระจายเชื้อในระหว่างขนส่ง (โดยจะต้องแสดงภาพและ รายละเอียดของรถรับ - ส่ง ผ้าประกอบการพิจารณา) แนบภาพแสดงรายละเอียดมาพร้อมการเสนอราคา
๔.๓.๒ รถที่ใช้การรับ – ส่งผ้าต้องติดสัญลักษณ์ของผู้รับจ้างอย่างชัดเจน และทำความสะอาดตู้คอน เทนเนอร์ด้านในและด้านนอกหลังจากที่ใช้รับ - ส่งผ้าทุกครั้ง
๔.๓.๓ รถเข็นที่ใช้เข็นผ้าให้แยกระหว่างรถเข็นผ้าเปื้อนและผ้าสะอาด
๔.๓.๔ ผู้รับจ้างจะต้องระบุขั้นตอน กรรมวิธีในการซักและใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทและยี่ห้อของน้ำยาที่ใช้ ทุกประเภท ซึ่งเคมีที่ใช้ในการซักต้องมีคุณภาพมาตรฐานเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือต้องมีคุณภาพมาตรฐานตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดไว้ โดยผู้รับจ้างต้อง จัดทำเอกสารแสดงอัตราส่วนเป็นลายลักษณ์อักษรให้กับผู้ว่าจ้าง
หากมีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอน กรรมวิธีในการซัก ผลิตภัณฑ์ประเภทและยี่ห้อของน้ำยาที่ใช้ ทุกประเภท รวมทั้งอัตราส่วนผสมของสารเคมีที่นำใช้ทุกประเภทและผู้รับจ้างจะต้องแสดงรายละเอียดที่ เปลี่ยนแปลงให้ผุ้ว่าจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนอย่างน้อย 15 วัน จึงจะสามารดำเนินการตามขั้นตอน ได้ (แนบขั้นตอนการปฏิบัติงานหรือกรรมวิธีมาพร้อมการเสนอราคา)
๔.๓.๕ ผู้รับจ้างจะต้องส่งเสื้อผ้าที่ซักสะอาดเรียบร้อยแล้ว กลับคืนในวันถัดจากวันที่รับเสื้อผ้าเปื้อน เว้นแต่สถาบันฯ มีความจำเป็นเร่งด่วนจะให้ส่งก่อนกำหนดก็ได้
๔.๓.๖ ผู้รับจ้างต้องมีระบบการจัดการขยะติดเชื้อที่ได้รับมาตรฐาน หรือจ้างบริษัทกำจัดขยะติดเชื้อที่ ได้รับมาตรฐาน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค (แนบเอกสารประกอบการพิจารณามาพร้อมการเสนอราคา) ๔.๓.๗ ผู้รับจ้างที่ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการฯ ให้เป็นผู้รับจ้างจะต้องให้คณะกรรมการฯ หรือผู้เกี่ยวข้องตามที่สถาบันฯ มอบหมายให้เข้าไปตรวจสอบโรงงานและระบบน้ำเสีย โดยให้มีการตรวจสอบ น้ำทิ้งตามมาตรฐานของกรมอุตสาหกรรม ขั้นตอนกรรมวิธีการซักสารเคมีภายในโรงงาน ได้ตลอดเวลา โดยมิ ต้องแจ้งล่วงหน้า และผู้เสนอราคาต้องอำนวยความสะดวกให้คณะกรรมการ
๔.๔ การตรวจนับผ้าเปื้อน
๔.๔.๑ เจ้าหน้าที่งานซักฟอกหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย และตัวแทนของผู้รับจ้างร่วมกันนับจำนวนผ้า เปื้อนที่ส่งซัก และเจ้าหน้าที่งานซักฟอกหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้บันทึกจำนวน หน่วยนับเป็นชิ้น ผืน หรือกิโลกรัม โดยลงนามเป็นลายลักษณ์อักษร และมอบสำเนาคู่ฉบับให้กับผู้รับจ้าง ๑ ฉบับ โดยถือเป็น หลักฐานการรับ - ส่ง เสื้อผ้าร่วมกัน
๔.๔.๒ น้ำหนักผ้าสะอาดที่ชั่งทุกๆ วัน ให้ผู้รับจ้างรวบรวมเป็นหลักฐานเพื่อใช้เป็นการตรวจรับและ เรียกเก็บเงินผู้ว่าจ้างต่อไป
๔.๔.๓ ผู้รับจ้างต้องจัดหาแบบฟอร์มที่มีข้อมูลผ้าทุกชนิดที่ส่งซัก รวมทั้งเอกสารแก้ไขผ้า เอกสารส่งผ้า ใหม่ซัก โดยใช้แบบฟอร์มที่มีสำเนาในตัว
๔.๕ มาตรฐาน…
-7-
๔.๕ มาตรฐานป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
ผู้รับจ้างต้องมีมาตรฐานในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อและจัดหาอุปกรณ์ป้องกันให้กับเจ้าหน้าที่ สวมใส่ขณะปฏิบัติงานเกี่ยวกับกระบวนการรับ – ส่งผ้า และซักผ้าจนครบกระบวนการ เช่น ผ้าปิดจมูก ผ้ากันเปื้อน ถุงมือ โดยแสดงรูปภาพการสวมอุปกรณ์ป้องกันประกอบด้วย (แสดงรูปภาพการสวมอุปกรณ์ ป้องกันประกอบการพิจารณามาพร้อมการเสนอราคา)
๔.๖ เงื่อนไขเฉพาะ
๔.๖.๑ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ สามารถเข้าไปตรวจสอบสถานที่ปฏิบัติงานจริงของผู้รับจ้างหาก คุณสมบัติในระหว่างสัญญาไม่เป็นไปตามข้อ ๔.3.๗ คณะกรรมการ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสัญญาจ้าง ๔.๖.๒ ผู้รับจ้างที่ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการฯ ให้เป็นผู้รับจ้างหากกระทำการใดหรือละเว้นการ กระทำการใดที่ไม่ตรงตามข้อกำหนด และก่อให้เกิดความเสียหายแก่สถาบันฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะแจ้งเตือนเป็นลาย ลักษณ์อักษร ถ้าผู้รับจ้างยังละเลยและสถาบันฯ ได้แจ้งเตือนแล้ว ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๓ ทางสถาบันฯ สามารถยกเลิก สัญญาจ้างทันที - กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
5.1 ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานจ้างภายในวันที่ 30 เมษายน ๒๕๗๐ เป็นระยะเวลา 12 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2570) ตามสัญญานี้ให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่ กำหนดให้แก่ผู้ว่าจ้าง ณ สถาบันบำราศนราดูร
5.2 ผู้รับจ้างต้องส่งผ้าสะอาดและรับผ้าเปื้อน เวลา ๐๘.3๐ – ๑๑.๐๐ น. ทุกวัน ณ หน่วยงานซักฟอก สถาบันบำราศนราดูร - หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา และจะพิจารณาจากราคารวม - วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
ในวงเงินทั้งสิ้น 6,000,000.00 บาท (หกล้านบาทถ้วน) จ่ายจากเงินบำรุงของสถาบัน บำราศนราดูร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ค่าจ้างเหมาบริการ ลำดับที่ 91 - งวดงานและการจ่ายเงิน
ผู้ว่าจ้างจะชำระเงินค่าจ้างเหมาบริการซักอบรีด ตามจำนวนที่ส่งซักจริง ตามสัญญาจ้างบริการ และหลักฐานการรับมอบโดยคำนวณตามน้ำหนักผ้าแห้งที่ซักสะอาดเรียบร้อยแล้ว ตามราคาต่อกิโลกรัมดังระบุ ไว้ในสัญญาจ้างฯ (จำนวนผ้าที่สูญหาย ชำรุด อันเกิดจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของผู้รับจ้างในแต่ละ วันจะไม่นำมาคำนวณน้ำหนักด้วย) และผู้ว่าจ้างจะชำระค่าจ้างเป็นงวดๆ งวดละ ๑ เดือน - อัตราค่าปรับ
ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้ผู้ว่าจ้างเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างนับถัดจาก วันครบกำหนดตามสัญญา จนถึงวันที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานให้แก่ผู้ว่าจ้างจนถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา - การกำหนด…
-8- - การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง
เมื่องานแล้วเสร็จบริบูรณ์ และผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานจากผู้รับจ้างหรือจากผู้รับจ้างรายใหม่ ในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญาตามข้อ 6 หากมีเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้นจากการจ้างนี้ ภายในกำหนด 3 (สาม) เดือน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงานดังกล่าวซึ่งความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายนั้น เกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้างอันเกิดจากการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้องหรือทำไว้ไม่เรียบร้อย หรือทำไม่ถูกต้อง ตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา ผู้รับจ้างจะต้องรีบทำการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดยผู้ว่าจ้างไม่ต้อง ออกเงินใด ๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างไม่กระทำการดังกล่าวภายในกำหนด 5 (ห้า) วัน นับถัดจากวันที่ ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างหรือไม่ทำการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทำการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้น โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
ในกรณีเร่งด่วนจำเป็นต้องรีบแก้ไขเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหายโดยเร็ว และไม่อาจรอให้ผู้รับจ้าง แก้ไขในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่งได้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเข้าจัดการแก้ไขเหตุชำรุดบกพร่อง หรือเสียหายนั้นเอง หรือจ้างผู้อื่นให้ซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องหรือเสียหาย โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบ ชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมด
การที่ผู้ว่าจ้างทำการนั้นเอง หรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้นแทนผู้รับจ้าง ไม่ทำให้ผู้รับจ้างหลุดพ้น จากความรับผิดตามสัญญา หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายตามที่ผู้ว่าจ้างเรียกร้องผู้ว่าจ้าง มีสิทธิบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้