จ้างก่อสร้างยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานต่อเติมห้องเก็บเครื่องมือ Hotline และเครื่องมือสายส่ง ที่อาคาร บสส.ชุมพร (ท.002)

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 69039472601
฿711,550 ปีงบ 2569 ประกาศ 16 เม.ย. 2569 สุราษฎร์ธานี
รายละเอียดการจ้าง

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างงานต่อเติมห้องเก็บเครื่องมือ Hotline และเครื่องมือสายส่ง ที่อาคาร บสส.ชุมพร (ท.002) จำนวน 1 หลัง ณ สถานีไฟฟ้าแรงสูงชุมพร ตำบลบ้านนา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร วงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 711,550.00 บาท

เนื่องจากปัจจุบันหน่วยบำรุงรักษาสายส่งยังไม่มีห้องจัดเก็บเครื่องมือดังกล่าวโดยเฉพาะ ทำให้ต้องจัดเก็บรวมกับวัสดุและอุปกรณ์ทั่วไป ซึ่งไม่เป็นระเบียบและอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องมือได้ โครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อก่อสร้างห้องเก็บเครื่องมือเพิ่มเติม เพื่อให้การจัดเก็บเป็นระบบระเบียบ ปลอดภัย และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขอบเขตของงานประกอบด้วย งานจ้างเหมาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดำเนินการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการก่อสร้างต่อเติมอาคารตามแบบรูปและรายการละเอียด โดยผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุและเหล็กที่ผลิตภายในประเทศตามสัดส่วนที่กำหนด กำหนดเวลาแล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน และมีการรับประกันความชำรุดบกพร่องไม่น้อยกว่า 2 ปี

English summary

The Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) wishes to procure construction services for the extension of the Hotline and Transmission Line Tool Storage Room at the BSS Chumphon Building (T.002), located at the Chumphon High Voltage Substation, Ban Na Sub-district, Mueang Chumphon District, Chumphon Province. The total budget is 711,550.00 Baht (including VAT).

The project aims to provide a dedicated, organized, and safe storage space for specialized tools to prevent damage and support operational efficiency. The scope of work includes all labor, materials, transportation, and machinery required for the construction. The contractor must utilize at least 60% domestic materials and 90% domestic steel. The project duration is 120 days from the Notice to Proceed, with a 2-year defect liability period.

สถานที่ดำเนินการ

สถานีไฟฟ้าแรงสูงชุมพร ตำบล บ้านนา อำเภอ เมืองชุมพร จังหวัด ชุมพร (พิกัด : ละติจูด N 10.502583 ลองติจูด E 99.117583)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้การปฏิบัติงานบำรุงรักษาสายส่งเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
  • เพื่อให้การจัดเก็บเครื่องมือ Hotline และเครื่องมือสายส่งเป็นระบบระเบียบ ปลอดภัย และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
  • เพื่อรองรับการจัดเก็บเครื่องมือให้เหมาะสม และสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขอบเขตของงาน

  • งานก่อสร้างต่อเติมห้องเก็บเครื่องมือ Hotline และเครื่องมือสายส่ง ที่อาคาร บสส.ชุมพร (ท.002) จำนวน 1 หลัง
  • งานจ้างเหมาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดำเนินการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามแบบรูปและรายการละเอียด
  • การใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
  • การใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา
  • การดำเนินงานภายใต้ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 (กลุ่มงานความเสี่ยงต่ำ - กลุ่มที่ 1)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ห้องเก็บเครื่องมือ Hotline และเครื่องมือสายส่งที่ก่อสร้างต่อเติมแล้วเสร็จสมบูรณ์ 1 หลัง ณ อาคาร บสส.ชุมพร (ท.002)
  • แผนการทำงานและแผนความปลอดภัย (ส่งมอบภายใน 15 วันนับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน)
  • ตารางราคางานเพื่อการเบิกจ่ายเงิน (ส่งมอบภายใน 15 วันนับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน)
  • รายชื่อและหลักฐานของตัวแทนควบคุมงานและช่างก่อสร้าง (ส่งมอบภายใน 7 วันนับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน)
  • แผนการใช้พัสดุและเหล็กที่ผลิตภายในประเทศ (ส่งมอบภายใน 60 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา)
  • รายงานผลการใช้พัสดุและเหล็กที่ผลิตภายในประเทศ (ส่งมอบก่อนการส่งมอบงานงวดสุดท้าย)
  • ใบส่งมอบงานพร้อมรูปภาพขั้นตอนการทำงานและบันทึกการควบคุมงานประจำวัน

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาเริ่มต้นทำงาน: ผู้รับจ้างต้องเริ่มทำงานภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
  • ระยะเวลาแล้วเสร็จ: ต้องทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 120 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลตามกฎหมายที่จดทะเบียนในประเทศไทย และเป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาดังกล่าว
  • Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วยการจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง และระเบียบ กฟผ. ที่ 129 ว่าด้วยข้อกำหนดสำหรับการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
  • Experience: ต้องมีผลงานจ้างก่อสร้างอาคาร หรือประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาครั้งนี้ ซึ่งต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวที่ทำงานแล้วเสร็จและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือ
  • Previous Project Cost: มีราคางานในสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 350,000 บาท (สามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • Technical Capabilities: ต้องสามารถคำนวณหาปริมาณงานและรับผิดชอบในความถูกต้องของปริมาณงานที่เสนอได้เอง โดยต้องเข้าตรวจสอบสถานที่ก่อสร้างจริงก่อนเสนอราคา
  • Personnel:
    • ต้องมีวิศวกรที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาโยธา ระดับภาคีวิศวกรขึ้นไปที่ยังไม่หมดอายุ เพื่อทำหน้าที่ควบคุมงาน
    • ต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช., ปวส., หรือ ปวท. หรือเทียบเท่า ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง และต้องมีช่างอย่างน้อย 1 คนในสาขา “ช่างก่อสร้าง”
    • ต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน (จป.หัวหน้างาน) พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน

เกณฑ์การพิจารณา

  • กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา (Price Criterion) โดยจะคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอรายละเอียดถูกต้องตรงตามข้อกำหนดของ กฟผ. และเสนอราคารวมต่ำสุด

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • งานก่อสร้างต่อเติมโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานสถาปัตยกรรมสำหรับห้องเก็บเครื่องมือ
  • การใช้วัสดุและครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และเหล็กในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าพัสดุในสัญญา
  • การปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria) สำหรับกลุ่มงานความเสี่ยงต่ำ (Low Risk Contracts) เช่น การทำ Safety Talk ก่อนเริ่มงาน, การสวมใส่ PPE ที่ได้มาตรฐาน และการปฏิบัติตามระบบการควบคุมการเข้า-ออกพื้นที่ของสถานีไฟฟ้าแรงสูง
  • การขออนุมัติใช้วัสดุก่อนนำมาใช้งานอย่างน้อย 7 วัน โดยต้องส่งตัวอย่างหรือแคตตาล็อกประกอบการพิจารณา

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงินค่าจ้าง: แบ่งออกเป็น 2 งวด ดังนี้
    • งวดที่ 1 (ร้อยละ 50): จ่ายเมื่อปฏิบัติงานได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 50 ของปริมาณงานทั้งหมด ภายใน 60 วันนับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน
    • งวดสุดท้าย (ร้อยละ 50): จ่ายเมื่อปฏิบัติงานทั้งหมดแล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญา รวมถึงทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างให้เรียบร้อย ภายใน 120 วันนับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน
  • การหักเงินประกันผลงาน: หักร้อยละ 10 ของเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละงวด (สามารถใช้หนังสือค้ำประกันธนาคารมาค้ำประกันแทนได้)
  • หลักประกันสัญญา: กำหนดในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าตามสัญญา
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ กฟผ. ได้รับมอบงานงวดสุดท้าย
  • ค่าปรับ:
    • กรณีงานล่าช้า: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานทั้งหมดตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
    • กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับในอัตราร้อยละ 10 ของวงเงินของงานที่จ้างช่วง
  • เงื่อนไขค่า K: เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ (มีค่า K) โดยใช้สูตรหมวดที่ 1 งานอาคาร: $K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So$

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q1: โครงการนี้ก่อสร้างที่ไหน?
    A1: สถานีไฟฟ้าแรงสูงชุมพร ตำบลบ้านนา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร (อาคาร บสส.ชุมพร ท.002)
  • Q2: ทำไมต้องต่อเติมห้องเก็บเครื่องมือ Hotline โดยเฉพาะ?
    A2: เพื่อแยกจัดเก็บเครื่องมือ Hotline และเครื่องมือสายส่งให้เป็นระเบียบ ปลอดภัย และป้องกันความเสียหายจากการเก็บรวมกับวัสดุทั่วไป
  • Q3: สัดส่วนการใช้วัสดุและเหล็กในประเทศกำหนดไว้อย่างไร?
    A3: ต้องใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด และใช้เหล็กในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมด
  • Q4: โครงการนี้เป็นสัญญาประเภทใดและมีเงื่อนไขปรับราคาหรือไม่?
    A4: เป็นสัญญาจ้างเหมาแบบปรับราคาได้ (มีค่า K) โดยใช้สูตรคำนวณสำหรับหมวดงานอาคาร
  • Q5: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรเฉพาะทางใดบ้างในการควบคุมงาน?
    A5: ต้องมีวิศวกรโยธา (ระดับภาคีขึ้นไป) ควบคุมงาน, ช่างก่อสร้างที่มีวุฒิหรือผ่านการทดสอบฝีมือช่างอย่างน้อย 1 คน, และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน
  • Q6: การจ่ายเงินค่าจ้างแบ่งเป็นกี่งวดและเงื่อนไขอย่างไร?
    A6: แบ่งเป็น 2 งวด งวดแรกจ่าย 50% เมื่อผลงานเกิน 50% (ภายใน 60 วัน) และงวดสุดท้ายจ่าย 50% เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ (ภายใน 120 วัน)
  • Q7: ระยะเวลาการรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานก่อสร้างนี้นานเท่าใด?
    A7: รับประกันความชำรุดบกพร่องไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ กฟผ. ตรวจรับมอบงานงวดสุดท้าย
  • Q8: ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสำหรับโครงการนี้จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงใด?
    A8: จัดอยู่ในกลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low Risk Contracts - กลุ่มที่ 1) ตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396
  • Q9: หากผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า จะต้องเสียค่าปรับอย่างไร?
    A9: เสียค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานทั้งหมดตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
  • Q10: ผู้รับจ้างต้องส่งแผนงานและแผนความปลอดภัยภายในกี่วันหลังได้รับหนังสือแจ้งเริ่มงาน?
    A10: ต้องส่งแผนงานก่อสร้างและแผนความปลอดภัยให้ กฟผ. อนุมัติภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

การไฟฟาฝา ยผลิตแหงประเทศไทย
งานตอเติมหองเก็บเครื่องมือ Hotline และเครื่องมือสายสง ที่อาคาร บสส.ชุมพร (ท.002)
สถานที่กอสราง การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย ฝายปฏิบัติการภาคใต สถานีไฟฟาแรงสูงชุมพร ต. บานนา อ. เมอืงชุมพร จ. ชมุ พร

(นายพสุธร ชชู วย)
สารบัญ
รายละเอียด
เรื่อง หนา 1 ขอบเขตของงาน (TOR) ก - 1 2 เอกสารประกอบแนบท้ายสัญญา
หมวดที่ 1 ข้อกำหนดดา้นความปลอดภัย ข - 1 หมวดที่ 2 ข้อกำหนดการปฏิบัติหลังลงนามในสัญญาจ้าง ค - 1 3 ภาคผนวก
แบบฟอร์ม ง - 1

(นายพสุธร ชชู วย)
ขอบเขตของงาน (TOR)
งานตอเติมหองเก็บเครื่องมือ Hotline และเครื่องมือสายสง ที่อาคาร บสส.ชุมพร (ท.002)
ด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้าง งานต่อเติมห้องเก็บ เครื่องมือ Hotline และเครื่องมือสายส่ง ที่อาคาร บสส.ชุมพร (ท.002) จำนวน 1 หลัง จำนวน 1 รายการ วงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 711,550.00 บาท โดยมีรายละเอียดสาระสำคัญของขอบเขตของงาน (TOR) และคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ดังต่อไปนี้.-

  1. ความเปนมา
    เนื่องจากหน่วยบำรุงรักษาสายส่งมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่สำหรับจัดเก็บเคร่อืงมือ Hotline และ เครื่องมือสายส่ง แต่ปัจจุบันอาคาร บสส.ชุมพร (ท.002) ยังไม่มีห้องจัดเก็บเครื่องมือดังกล่าวโดยเฉพาะ ทำให้ ต้องจัดเก็บรวมกับวัสดุและอุปกรณ์ทั่วไป ซึ่งไม่เป็นระเบียบและอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเคร่อืงมือได้จึง มีความจำเป็นต้องดำเนินการก่อสร้างงานต่อเติมห้องเก็บเครื่องมือ Hotline และเครื่องมือสายส่งเพิ่มเติมที่ อาคาร บสส.ชุมพร (ท.002)
  2. วัตถุประสงค
    2.1 เพื่อให้การปฏิบัติงานเปน็ ไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
    2.2 เพื่อให้การจัดเก็บเป็นระบบระเบียบ ปลอดภัย และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
    2.3 เพื่อรองรับการจัดเก็บเครื่องมือให้เหมาะสม และสนับสนุนการปฏบิัติงานของเจ้าหน้าที่ให้มี ประสิทธิภาพย่งิขึ้น
  3. ขอบเขตของงาน
    งานต่อเติมห้องเก็บเครื่องมือ Hotline และเครื่องมือสายส่ง ที่อาคาร บสส.ชุมพร (ท.002) จำนวน 1 หลัง ประกอบด้วย งานจ้างเหมาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดำเนินการ และอื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้อง รายละเอียดตามแบบรูปและรายการละเอียด เงื่อนไขข้อกำหนด และข้อปฏิบัติต่าง ๆ โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องรับผดิชอบในการก่อสร้าง ให้ครบถ้วนตามที่ปรากฏในแบบและรายละเอียดต่าง ๆ ของสัญญา ทุกประการ
    ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และต้องใช้เหล็กที่ ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปรมิาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา
    สถานที่ก่อสร้างบรเิวณ สถานีไฟฟ้าแรงสูงชุมพร ตำบล บ้านนา อำเภอ เมืองชุมพร จังหวัด ชุมพร
    ก - 1 (นายพสุธร ชูชวย)
    พิกัด : ละติจูด N 10.502583 ลองติจูด E 99.117583
    งานก่อสร้างนี้เป็นสัญญาแบบ สัญญาแบบปรับราคาได้ (มีค่า K)
  4. คุณสมบัติของผูย่ืนขอเสนอ
    4.1 เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) “ข้อ 2 คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ”
    4.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเปน็ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลตามกฎหมายจดทะเบียนในประเทศไทย ผู้มี อาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    4.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานจา้งก่อสร้างอาคาร หรือประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคางานจ้าง ก่อสร้างครั้งนี้ ซึ่งผลงานดังกล่าวของผู้รับจ้าง ต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้าง ได้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญา โดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือ โดยมีราคางานสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 350,000 บาท (สามแสนห้าหม่นื บาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
    4.4 อื่นๆ (ถ้าม)ี
  5. เอกสารประกอบการยื่นขอเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารอย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาในวันที่กำหนดยื่น ข้อเสนอ ผ่านทางระบบจดัซื้อจัดจ้างภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์
    5.1 เป็นไปตามข้อ 3 หลกัฐานการยื่นข้อเสนอ เอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    5.2 หลักฐานยืนยันคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอตามที่กำหนดในข้อ 4
    5.2.1 หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ตามข้อ 4.2
    5.2.2 หนังสือรับรองผลงาน และในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการทำงานให้ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็น เอกชน ให้แนบสำเนาสัญญาด้วย ตามข้อ 4.3
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะไม่รับพิจารณา ข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายน้นั
  6. หลักเกณฑการเสนอราคา
    6.1 เป็นไปตามข้อ 4. การเสนอราคาของเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

ก - 2 (นายพสุธร ชูชวย)
6.2 ให้ผู้ยื่นข้อเสนอกรอกรายละเอียดการเสนอราคาในใบเสนอราคาตามที่แนบในเอกสารประกวด ราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ครบถ้วน โดยไมต่ ้องยื่นใบแจ้งปริมาณ งานและราคาและใบบัญชีรายการก่อสร้าง ในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) 6.3 ก่อนเสนอราคา ผ้ยู ื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญา แบบรูป และรายการละเอียด ฯลฯ ให้ถี่ถ้วน และเข้าใจทั้งหมดเสียก่อนท่ีจะตกลงย่นืข้อเสนอตามเงื่อนไขที่ กฟผ. กำหนด
6.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องคำนวณหาปริมาณงาน และจะต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดของปริมาณงาน ที่เสนอ หากมีข้อสงสัยในปริมาณงาน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องไปตรวจสอบเอง ณ สถานที่ก่อสรา้ง ผ้ยู ื่นข้อเสนอจะ นำมาเป็นข้ออ้างในการขอเบิกค่าใช้จ่ายจาก กฟผ. อีกไม่ได้ เว้นในกรณีที่มีการแก้ไขงานหรือเปลี่ยนแปลง รายละเอียดในแบบ ซ่งึ กฟผ. สงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาจ่ายให้หรือหักคืนจากผู้รับจ้าง
6.5 สำหรับผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ก่อนลงนามในสัญญา กฟผ. จะจัดทำแบบแสดงรายการ ปริมาณ งาน และราคา โดยปรับราคาทุกรายการตามอัตราร้อยละที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอราคา โดยเทียบกับราคากลาง ในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ และนำรายละเอียดในการปรับลดราคาในแบบแสดงรายการ ปริมาณงาน และราคา ไปเป็นเอกสารแนบท้ายของสัญญา ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ ที่ กค (กวจ) 0405.3/ว 232 ลงวันที่ 8 เมษายน 2568
6.6 ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วนั ต้งัแต่วันเสนอราคา โดยภายใน กำหนดยืนราคา ผู้ย่นืข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้
7. หลักประกันการเสนอราคา

  • ไมมี
  1. หลักเกณฑการพิจารณา
    8.1 เป็นไปตามหัวข้อหลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาของเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วย วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    8.2 กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา โดยรับราคาผู้ยื่นขอ้ เสนอรายที่เสนอรายละเอียด ถูกต้องตามข้อกำหนด กฟผ. และมี ราคารวมต่ําสุด
    8.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาให้ครบถ้วนตามขอบเขตของงาน
    8.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจดำเนินงาน ตามขอบเขตของงาน (TOR) ได้ กฟผ. จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่น ข้อเสนอสามารถดำเนินการตามขอบเขตของงาน (TOR) ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กฟผ. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้อง
    ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จาก กฟผ.

ก - 3 (นายพสุธร ชูชวย)
9. กําหนดเวลาแลวเสร็จ
ภายในกำหนด 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน ผู้รับจ้างจะต้องเสนอ แผนการทำงานให้เป็นที่พอใจแก่ กฟผ. โดยแสดงถึงขั้นตอนของการทำงานและกำหนดเวลาที่ต้องใช้ในการ ทำงานหลักต่าง ๆ ให้แลว้เสร็จ
9.1 กรณีสัญญาอายุเกิน 60 วัน ผู้รับจ้างจะต้องทำตารางการจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิต ภายในประเทศ, ตารางการจัดทำแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ มานำเสนอให้ กฟผ. ตามตัวอย่าง เอกสารแนบท้ายสัญญา (ถ้ามี) ดังนี้
9.1.1 จัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา ตามตาราง การจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
9.1.2 จัดทำแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา ตามตาราง การจัดทำแผนการใช้เหล็กที่ผลติภายในประเทศ
9.1.3 หากผู้รับจ้างไม่สามารถจัดหาพัสดุที่ผลิตในประเทศหรือการใช้เหล็กที่ผลิต ภายในประเทศตามที่ได้เคยแจ้งไว้ในแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศหรือแผนการ ใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศดังกล่าว ให้ผู้รับจ้างแก้ไขตารางการจัดทำแผนการใช้พัสดุ
ที่ผลิตในประเทศหรือแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศส่งให้ กฟผ. พิจารณาก่อน การส่งมอบงาน
ผู้รับจ้างต้องเริ่มทำงานท่ีรบัจ้างภายในกำหนด 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รบั หนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน และจะต้องทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 120 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
10. การรับประกันความชํารุดบกพรอง
ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายของงานจา้งที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่ น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ กฟผ. ได้รบั มอบงานงวดสุดท้ายของงานทัง้หมดตามสัญญา หากมีเหตุชำรุด บกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รบัจ้างอันเกิด จากการใช้วัสดุที่ไมถ่ ูกต้องหรือทำไว้ไม่เรียบร้อย หรือทำไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา ผู้รับจ้างจะต้อง รีบทำการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดย กฟผ. ไม่ต้องออกเงินใดๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างไม่กระทำ การดังกล่าวภายในกำหนด 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. หรือไม่ทำการแก้ไขให้ถูกต้อง

ก - 4 (นายพสุธร ชูชวย)
เรียบร้อยภายในเวลาที่ กฟผ. กำหนด กฟผ. มีสิทธิที่จะทำการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้น โดยผู้รับจ้างต้อง เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองท้ังส้ิน
11. หลักประกันสัญญา
กำหนดเป็นจำนวนเต็มในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าตามสัญญา
12. การเปลี่ยนแปลงงาน
กฟผ. มีสิทธ์ทิี่จะทำการแก้ไขเพิ่มเติมหรือลดงานจากแบบ และรายการเดิมได้ทุกอย่าง โดยไม่ต้องเลิก สัญญานี้ ราคาที่เปลี่ยนแปลงของการเพิ่มหรือลดงานจะคิดราคาต่อหน่วยในสัญญา (ถ้ามี) ในกรณีที่ไม่มีราคา ต่อหน่วย จะคิดและตกลงราคากันใหม่เพื่อความเหมาะสม
13. คาจางและการจายเงิน
กฟผ. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว โดยถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ และกำหนดการจ่ายเงินเป็น จำนวน 2 งวด ดังนี้
งวดที่ 1 เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตามแบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 50 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงาน ก่อสร้างทั้งหมดตามสญั ญา ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
งวดสุดทาย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญา รวมทั้งทำสถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อย ให้แล้วเสร็จ ภายใน 120 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
การจ่ายเงินให้แก้ผู้รับจ้างแต่ละงวด กรณีมีเศษสตางค์ กฟผ. อาจจะหักเศษสตางค์ออก และนำไปรวม จ่ายในงวดสุดท้าย
14. การจายเงินลวงหนา

  • ไมมี
  1. คาปรับ
    15.1 ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแห่งสัญญานี้ไปจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง เว้นแต่การ จ้างช่วงงานแต่บางส่วนที่ได้รับอนญุ าตเปน็ หนังสือจาก กฟผ. กรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่บางส่วนโดยฝ่าฝืน ผู้รับจ้างต้องชำระค่าปรับให้แก่ กฟผ. เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 10 ของวงเงินของงานที่จ้างช่วงตาม
    สัญญา ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิกฟผ. ในการบอกเลิกสญั ญา

ก - 5 (นายพสุธร ชูชวย)
15.2 หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา และ กฟผ. ยังมิได้ บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ กฟผ. เป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานท้ังหมดตามสัญญา แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท และจะต้องชำระคา่ ใช้จ่ายในการ ควบคุมงาน (ถ้ามี) ในเม่ือ กฟผ. ตอ้งจ้างผู้ควบคุมงานอีกต่อหนึ่งเป็นจำนวนเงินวันละ - บาท นับถัดจากวันที่ ครบกำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลาทำงานให้จนถึงวันที่ทำงานแล้ว เสร็จจริง นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ กฟผ. เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทำงานล่าช้าเฉพาะ ส่วนที่เกินกว่าจำนวนค่าปรับและคา่ ใช้จ่ายดงักล่าวได้อีกด้วย
16. การบังคับคาปรบั คาเสยีหาย และคาใชจาย
ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่งด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุให้เกิดค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแก่ กฟผ. ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่ กฟผ. โดยสิ้นเชิงภายในกำหนด 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวนั ที่ได้รับแจ้งเป็นหนงัสอืจาก กฟผ. หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ให้ ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าว กฟผ. มีสิทธิที่จะหักเอาจากจำนวนเงินค่าจ้างที่ต้องชำระ หรือจาก
เงินประกันผลงานของผู้รับจ้าง หรือบังคบัจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ทันที หากค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่บังคับจากเงินค่าจ้างที่ต้องชำระ เงินประกันผลงาน หรือ หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาแล้วยังไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างยินยอมชำระส่วนที่เหลือที่ยังขาดอยู่จนครบถ้วน ตามจำนวนค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายนั้น ภายในกำหนด 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็น หนังสือจาก กฟผ.
หากมีเงินค่าจ้างตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จา่ ยแล้วยังเหลืออยู่อีกเท่าใด กฟผ. จะคืนให้แก่ผู้รับจ้างทั้งหมด
17. การหักเงินประกันผลงาน (ถามี)
ในการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างแต่ละงวด กฟผ. จะหักเงินจำนวนร้อยละ 10 ของเงินที่ต้อง จ่ายในงวดนั้นเพื่อเป็นประกันผลงาน
ในกรณีที่เงนิ ประกนัผลงานถูกหักไวท้ ั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 6 เดือน (สำหรับสัญญาที่เป็นราคาต่อหน่วย) หรือ ในกรณีที่เงินประกันผลงานถูกหักไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของค่าจ้างทั้งหมด (สำหรับสัญญาที่เป็นราคา เหมารวม) ผู้รับจ้างมีสิทธิที่จะขอเงินประกันผลงานคืน โดยผู้รับจ้างจะต้องนำหนังสือค้ำประกันของธนาคาร หรือหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งออกโดยธนาคารภายในประเทศ มามอบให้ กฟผ. เพื่อเป็นหลักประกัน แทน
กฟผ. จะคืนเงนิ ประกนัผลงาน และ/หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารดังกล่าวโดยไม่มีดอกเบี้ยให้แก่
ผู้รับจ้างพร้อมกับการจา่ ยเงินคา่ จ้างงวดสุดท้าย

ก - 6 (นายพสุธร ชูชวย)
18. มาตรฐานฝมือชาง
17.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมี วิศวกร ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ วิศวกรรมควบคุม สาขา โยธา ระดับ ภาคีวิศวกร ขึ้นไปที่ยงัไม่หมดอายุ เพื่อทำหน้าที่ควบคุมงานจ้างในครงนี้ ั้
17.2 ผู้รับจ้างตกลงเป็นเงื่อนไขสำคัญว่า ผู้รับจ้างจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่าง จาก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรอืผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. หรือ ปวท. หรอืเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษา ที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับราชการได้ ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง แต่จะต้องมีช่างจำนวน อย่างน้อย 1 คน ในแต่ละสาขาช่างดังต่อไปนี้
17.2.1 ช่างก่อสร้าง
19. แผนการทํางาน
คูสัญญาตองจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ….15…วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทำ แผนการทำงานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เวนแต่เปนกรณีการเชา หรือกรณี สัญญาอายุไมเกิน 90 วัน หรือกรณีการซื้อซึ่งสัญญากำหนดสงงานงวดเดียว หรือกรณีการซื้อ การเชา การจ้าง และการจ้างก่อสร้าง ซึ่งสัญญาหรือบันทึกขอตกลงเปนหนังสือมีวงเงินไมเกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ แผนการ ทำงานดังกลาวใหถือเปนเอกสารสวนหนึ่งของสัญญา
20. การติดตามและเรงรัดการทํางาน (อางอิงตาม หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปญหาการจัดซื้อจัดจาง และการบริหารพัสดุภาครัฐ ดวนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๑๒๔ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖) เมื่อลงนามในสัญญาแล้ว คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะดำเนินการบริหารสัญญา ให้เป็นไปตามนัย มาตรา 100 วรรคหน่งึแห่งพระราชบัญญตัิการจัดซื้อจัดจ้างฯ ดังนี้
20.1 การเร่งรัดให้เขา้ปฏิบัติงานตามสัญญา
20.1.1 เม่อืลงนามในสัญญาแล้ว หากคู่สัญญาไม่เข้าดำเนินการตามสัญญา กฟผ. จะมีหนังสือ แจ้งเร่งรัดให้คู่สัญญาเข้าดำเนินการตามสัญญา โดย กฟผ. จะกำหนดระยะเวลาในการที่คู่สัญญาต้องเร่งเข้ามา ดำเนินการตามสัญญา ซึ่งหากคู่สัญญาไม่เข้าดำเนินการ ตามสัญญาภายในระยะเวลาที่ กฟผ. กำหนดไว้ กฟผ. จะใช้ดุลพินิจในการพิจารณาบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
20.1.2 กรณีที่คู่สัญญาเข้าดำเนินการตามสัญญา แต่การดำเนินการตามสัญญา มีความล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผนงานหรือระยะเวลาท่ีกำหนดไว้ กฟผ. จะมีหนังสือแจ้งเร่งรดั ให้ค่สู ัญญาดำเนินการให้เป็นไป ตามแผนการทำงานหรือระยะเวลาดังกล่าว หากคู่สัญญายังมีความล่าช้า กฟผ. จะใช้ดุลพินิจในการพิจารณา บอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ โดยการพิจารณาจะ ดำเนินการตามข้อ 18.2 ต่อไป
20.2 แนวทางการประเมินผลการทำงานและการบอกเลิกสัญญา

ก - 7 (นายพสุธร ชูชวย)
กฟผ. จะประเมินผลการดำเนินงานตามแผนการทำงาน โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์และ เงื่อนไขดังนี้
20.2.1 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามี ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 25 ของวงเงินค่าพัสดุหรือคา่ จ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา 20.2.2 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้วปรากฏกรณี ดังต่อไปนี้
(1) คู่สัญญามีผลงานประจำเดือนที่ตั้งไว้ไม่ถึงร้อยละ 50 ของแผนงานประจําเดือน
และ
(2) ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 50 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็น ความผิดของคู่สัญญา
20.2.3 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 3 ใน 4 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามีผลงาน ไม่ถึงร้อยละ 65 ของวงเงนิค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา 20.2.4 เมื่อครบกำหนดส่งมอบตามสัญญา ผลงานสะสมน้อยกว่าร้อยละ 85 ของวงเงินค่า พัสดุหรือค่าจ้าง
20.2.5 เมื่อครบกำหนดส่งมอบตามสัญญา หากสัญญาหรือข้อตกลงมีจำนวนค่าปรับจะเกิน ร้อยละ 10 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง กฟผ. จะดำเนินการตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหา การ จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 83 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่อง การซ้อมความเข้าใจการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัด จ้างและการบริหารพัสดภุ าครัฐ พ.ศ. 2560 ขอ้ 183
หากปรากฏว่า เข้าเงื่อนไขกรณีหนึ่งกรณีใดตามข้อ 18.2.1 - ข้อ 18.2.5 กฟผ. จะใช้ดุลพินิจ ในการพิจารณาบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ 20.2.6 กรณีที่ระหว่างระยะเวลตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานครั้งสุดท้าย ได้ เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงจากหรือแก่งานก่อสร้าง ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของ ประชาชน อันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานหรือละเว้นการปฏิบัติงานใด ๆ ของผู้รับจ้าง กฟผ. จะใช้ดุลพินิจใน การพิจารณาบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ 20.3 การดำเนินการภายหลังบอกเลิกสัญญา
กรณีที่ กฟผ. ได้ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาบอกเลิกสัญญาแล้ว กฟผ. จะดำเนินการตาม หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริการพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 108 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 เรื่อง แนวทางปฏิบัติการดำเนินการภายหลังหน่วยงานของรัฐบอก เลิกสัญญาซื้อหรือจา้งตามพระราชบัญญตัิการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) หรือ (4) ต่อไป

ก - 8 (นายพสุธร ชูชวย)
20.4 สิทธิเมื่อบอกเลิกสัญญา กฟผ. ของสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการเรียกสิทธิการบอกเลิกสัญญา ดังนี้
20.4.1. ริบหลักประกันสัญญา
20.4.2. คิดค่าปรับ (ในกรณีที่บอกเลิกสัญญาภายหลังครบกำหนดออายุดสัญญา ต้องคิดค่าปรับ ตั้งแต่วันถัดจากวันครบอายุสัญญา ถึงวันบอกเลิกสัญญา และถ้าบอกก่อนเลิกสัญญาใน อายุสัญญาจะไม่มีค่าปรับ)
20.4.3. ค่าวัสดุ/ค่างานที่สูงขึ้น (กรณีดำเนินการจัดซื้อหรือจัดจ้างจากผู้รับจ้างรายใหม่ หรือ ว่าจ้างดำเนินการทำงานเอง ถ้ามีราคาสูงขึ้นจะต้องเรียกร้องค่าเสียหายผู้รับจ้างในส่วน ที่เพิ่มขึ้น)
20.4.4. ค่าเสียหายอื่นๆ ที่พิสูจน์ได้ เนื่องจากการบอกเลิกสัญญา
21. ขอกําหนดเพิ่มเติม
21.1 ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน
21.2 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง (บัญชี 1 และ 3)

ก - 9 (นายพสุธร ชูชวย)
หมวดที่ 1 ขอกําหนดดานความปลอดภัย

ข - 1 (นายพสุธร ชูชวย)
บัญชี1 ประเมินงานที่วาจาง
หนวยงานผูวาจาง : อปต. กสต-ส. หสต1-ส. ผูประเมิน : นายเขมศักดิ์ภิญโญ วันที่ 20 ม.ค 69 งานที่วาจาง : งานต่อเติมห้องเก็บเครื่องมือ Hotline และเครื่องมือสายส่ง ที่อาคาร
ระยะเวลาที่วาจาง : 120 วัน
บสส.ชุมพร (ท.002)
การสง มอบพื้นท่ี  ส่งมอบพื้นที่  ไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ๑. ขอบขา ยของงานดานความปลอดภัย
๑.๑ สถานที่ปฏบิัติงาน
 โรงไฟฟ้า
 สถานีไฟฟ้าแรงสูง
 เหมือง
 สํานักงานใหญ่
 เขื่อน
 สำนักงานและโรงงาน
 โครงการก่อสร้าง
 อื่นๆ …………………….
๑.๒ ประเภทของลักษณะงาน
 งานธรุ การ
 งานรักษาความปลอดภัย
งานผลิตและบํารุงรักษาเหมือง
 งานบริการด้านช่าง
 งานบริการทั่วไป
งานกระบวนการผลิตไฟฟ้า
 งานบริการระบบสื่อสาร
 งานประชาสัมพันธ์
งานบํารุงรักษาโรงไฟฟ้า
 งานบํารุงรักษาอาคาร
 งานบริการด้านคอมพิวเตอร์
งานบํารุงรักษาระบบส่ง
 งานบํารุงรักษาบริเวณ
 งานบริการทําความสะอาด
งานบํารุงรักษาโยธา
 งานบริการด้านพัสดุ
 งานบริการยานพาหนะ
งานก่อสร้าง/ติดตั้ง/รื้อถอน
ประเภทต่าง ๆ
 งานอนามัยและสุขาภิบาล อื่นๆ ………………………..
๑.๓ ลักษณะกิจกรรมที่ปฏิบัติ
 งานเกี่ยวกับที่อับอากาศ
 งานเครื่องมือ เครื่องจักรในโรงงาน
 งานท่กี่อให้เกิดความร้อน/ประกายไฟ
 งานยกและเคลื่อนย้าย
 งานสารเคมีอันตราย
 งานตรวจสอบ/ซอ่ มบํารุงระบบอัคคีภัย
 งานรังสี
 งานขุดเจาะ
 งานวตัถุระเบิด
 งานประดาน้ำ
 งานบนที่สูง
 งานติดตั้งนั่งร้าน
 อื่นๆ งานก่อสร้างโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก
 งานที่เกี่ยวกับไฟฟ้า
 งานเครื่องจักรที่เคลื่อนที่ได้
๑.๔ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ

ข - 2 (นายพสุธร ชูชวย)
 ปั้นจั่นอยู่กับที่/เคล่อืนที่
 เครื่องมือไฟฟ้าชนิดถือ/ชนิดติดอยู่กับที่
 รถขุด/รถตัก/รถแทรกเตอร/์รถเกลี่ย/รถบด/
 เครื่องเช่ือม/เครื่องกลึง/เครื่องตัด/เครื่องปั๊ม/
รถบรรทุกเทท้าย
เครื่องเจาะ
 อุปกรณ์ยก (รอก/โซ่/สลิง)
 รถบรรทุกสิบล้อ/รถบรรทุกน้ำมัน/รถบรรทุกน้ำ
 อื่นๆ งานสี
 รถฟอรค์ ลิฟต์/รถกระเช้า
 รถลากจูง/รถเทรลเลอร์
๑.๕ สภาพแวดลอมในการทํางาน
ดานกายภาพ ดานเคมี ดานชีวภาพ ดานการยศาสตร  สารพิษ
 ไวรัส
 พ้นืลื่น/ลาดเอียง/ สูงชัน/ขรุขระ
การทํางานเป็นกะ
 สารกัมมันตรังสี
 แบคทีเรีย
การทํางานผิดท่าทาง
การทํางานซำ้ๆเป็น
 สารกัดกร่อน
 เชื้อรา
 ความสั่นสะเทือน
เวลานาน
 สารไวไฟ
 พาหะนาํ โรค
 ความร้อน
อื่นๆ ………………..
 โฟม
 อื่นๆ ………………..
 แสงสว่าง
 ฝุ่น
 เสียง
 อื่นๆ ………………..
 ไอระเหย/ละออง
 อื่นๆ ………………..
๒. ประเมินงานที่วาจางเพื่อจําแนกกลุมงานของผูรับจาง
เกณฑป ระเมินคะแนนคะแนน
หัวขอประเมิน ระดับ ความหมาย ที่ประเมิน (๑) ความสญู เสีย
มาก เกิดอุบัติเหตุ ทําให้เสียชีวิต สญู เสยีอวัยวะ
๕๐
ที่เกิดขึ้น
ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลทําให้เป็นอัมพาต หรือ ทรัพย์สินเสียหาย ตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป
ปานกลาง เกิดอุบัติเหตุทําให้บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยหยุดงาน ๑
๒๐
ตั้งแต่ ๑ วนัขึ้นไป หรือ ทรัพย์สินเสียหาย ตั้งแต่
๑๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาท
น้อย เกิดอุบัติเหตุ ทําให้ ปฐมพยาบาล หรือไม่หยุดงาน

(๒) ความถี่ในการ
หรือ ทรัพย์สินเสียหาย ไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท
สูง เคยเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้อย่างน้อยทุกเดือน ๕
เกิดเหตุการณ์
ปานกลาง เคยเกิดอุบัติเหตุอย่างน้อย ๑ ครั้งใน ๑ ปี ๒ ๑ ต่ำ เคยเกิดอุบัติเหตุอย่างน้อย ๑ ครั้งใน ๕ ปี ๑

(๓) ความซับซ้อน
ของงานที่ปฏิบัติ
มาก

 งานที่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานท่ชีัดเจน มีกลุ่มงานหลายหน่วยงานในช่วงเวลาเดียวกัน และต้องมีการ ฝึกอบรมเพิ่มเติมต้องมีใบอนุญาต หรือ 
๕

๒

ข - 3 (นายพสุธร ชูชวย)
ใบประกาศนียบตัร รวมท้ังมีการใช้ทักษะการ
วิเคราะห์ และประมวลผล
ปานกลาง งานที่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานท่ชีัดเจนและต้องมี

การฝึกอบรมเพิ่มเติม และอาจจําเป็นต้องมี
ใบอนุญาตหรือใบประกาศนียบัตร
น้อย งานทั่วไปที่มีการปฏิบตังิานที่ไม่ยุ่งยาก มีกลุ่มงาน

เดียว และไม่ต้องมีการฝึกอบรมเพ่ิมเติม ไม่ต้องมี
ใบอนุญาตหรือใบประกาศนียบัตรใดๆ เว้นแต่จัด
ให้มีการปฐมนิเทศ
(๔) ลักษณะพื้นที่ พ้นื ที่อันตราย ปฏิบัติงานในพื้นที่ท่มีีความเสี่ยงสูง บรเิวณท่ีมี

โอกาสเกิดอุบัติเหตุของการระเบิด ไฟไหม้ สารเคมี อันตรายรั่วไหล ไฟฟ้าดูด ตกจากที่สูง พื้นที่อับ
อากาศ แรงดันสูง เป็นต้น
พื้นที่ควบคุม ปฏิบัติงานในพื้นที่ท่มีีเครื่องจักรกําลังทํางาน ที่ซึ่งมี


การล้อมรั้ว หรือติดตั้งการ์ดป้องกัน หรือในอาคาร
พ้นื ที่ทั่วไป ปฏิบัติงานในพื้นที่ท่วัไป นอกเหนือจากพื้นที่
อันตรายและพื้นที่ควบคุม
(๕) ระยะเวลาการ

ระยะยาว ปฏิบัติงานตอ่ เนื่อง ตั้งแต่ ๑ ปีขึ้นไป ๓
ทํางาน
ระยะสั้น ปฏิบัติงานตอ่ เนื่อง ไม่ถึง ๑ ปี ๒ ๑ เป็นคร้ังคราว ปฏิบัติงานเป็นช่วง ๆ บางครั้ง และไม่ประจํา ๑
คะแนนรวม
หมายเหตุ: คะแนนรวม = คะแนนความสูญเสียท่ีเกิดขึ้น x คะแนนความถี่ในการเกิดเหตุการณ์x ๔ คะแนนความซับซ้อนของงานที่ปฏิบัติ x คะแนนลักษณะพื้นที่ x คะแนนระยะเวลาการทํางาน
กลุมงานของผูรับจาง
 กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ํา (คะแนนรวมน้อยกว่า ๔๐ คะแนน)
 กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง (คะแนนรวมตั้งแต่ ๔๐-๙๙ คะแนน)
 กลุ่มที่ ๓ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (คะแนนรวมมากกว่าหรือเท่ากับ ๑๐๐ คะแนน)

ข - 4 (นายพสุธร ชูชวย)
ข้อ ๗ เงื่อนไขด้านความปลอดภัย   
 
บัญชี๒ หัวขอกิจกรรมดานความปลอดภัยที่ตองดําเนินการตามกลมุ งานของผูรับจาง
หมวด ขอ หัวขอกิจกรรม กลุมงานของผูรบัจาง กลุมที่ ๑
กลุมที่ ๒
กลุมที่ ๓
กลุมงานที่มี
กลุมงานที่มีความ
กลุมงานที่มี
ความเสี่ยงต่ํา
เสี่ยงปานกลาง
ความเสี่ยงสูง
(Low Risk
(Medium Risk
(High Risk
Contracts)
Contracts)
Contracts)
ข้อ ๑๖ การปฐมนิเทศด้านความปลอดภัย   
ข้อ ๕ การประเมินงานที่ว่าจ้าง 
หมวด ๑ การเลือก
ผู้รับจ้าง
ข้อ ๖ กิจกรรมดา้นความปลอดภัย ข้อ ๘ ผู้ควบคุมงาน 
หมวด ๒ การ
จดัการผู้รับ
ข้อ ๙ การประชุมเปิดงาน จา้งก่อนการเริ่มงาน
ข้อ ๑๐ แผนงานความปลอดภัย ข้อ ๑๑ การชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง 
ข้อ ๑๒ การตรวจสุขภาพลูกจ้างของ ผู้รับจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับ
ปัจจยัเสี่ยง
ข้อ ๑๓ การค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยสว่ นบุคคล
 
ข้อ ๑๔ เครื่องดับเพลิงแบบเคล่อืนย้ายได้ 
ข้อ ๑๕ ข้อมลูการดำเนินงานด้านความปลอดภัย
ของผู้รับจ้างก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา
จ้าง
ข้อ ๑๗ ระบบการควบคุมการเข้า-ออก หมวด ๓ การ
จดัการผู้รับจ้างขณะ
ข้อ ๑๘ กฎความปลอดภัยทั่วไป

ทำงาน
กฎเฉพาะงาน เครื่องหมายและปา้ย สัญลักษณ์ความปลอดภัย
ข้อ ๑๙ ระบบการแจ้งการกระทำหรือสภาพการณ์ที่
ต่ำกว่ามาตรฐาน

ข้อ ๒๐
 การสนทนาความปลอดภัย 




ข - 5 (นายพสุธร ชูชวย)
 
ข้อ ๒๓ การขออนุญาตเข้าทำงาน  
ข้อ ๒๕ มาตรการควบคุม กำกับดูแล   
หมวด ขอ หัวขอกิจกรรม กลุมงานของผูรบัจาง กลุมที่ ๑
กลุมที่ ๒
กลุมที่ ๓
ข้อ ๓๐ การตรวจรับงาน   
กลุมงานที่มี
กลุมงานที่มีความ
กลุมงานที่มี
ความเสี่ยงต่ํา
เสี่ยงปานกลาง
ความเสี่ยงสูง
(Low Risk
(Medium Risk
(High Risk
Contracts)
Contracts)
Contracts)
หมวด ๓ การ
ข้อ ๒๑ การตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นท่ี
จดัการผู้รับจ้างขณะ
อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
ทำงาน (ต่อ)
ข้อ ๒๒ การจัดและดูแลให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์
คุ้มครองความปลอดภัยสว่ นบุคคล
  
ข้อ ๒๔ การสังเกตการทำงานหรือวิธีการอื่นใด ข้อ ๒๖ ดำเนินการเมื่อเกิดอุบัติการณ์ 
ข้อ ๒๗ การเตรียมความพร้อมและการตอบโต้เหตุ ฉุกเฉิน

ข้อ ๒๘ รายงานด้านความปลอดภัย ข้อ ๒๙ การประชุมติดตามงานร่วมกับผู้รับจ้าง หมวด ๔ การส่ง
มอบงาน การตรวจ
รับงาน
หมวด ๕ การ
ข้อ ๓๑ การประเมินผลการดำเนินงานด้านความ

ประเมินผลการ ดำเนินงานและ
ปลอดภัยของผู้รับจ้าง
ข้อ ๓๒ ผลคะแนนสมรรถนะด้านความปลอดภัย
รายงาน
ของผู้รับจ้าง

ข้อ
 ๓๓ รายงานอุบัติการณข์ องผู้รับจ้างในภาพรวม

กฟผ. ประจำปี
อปภ. ดำเนินการ

หมายเหตุ
๑. หมายถึง กิจกรรมด้านความปลอดภัยที่ต้องดำเนินงาน
๒. ท้ังนี้หน่วยงานสามารถพิจารณากิจกรรมด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมเพื่อเป็นมาตรการควบคุมความเสี่ยง ตามความเหมาะสม

ข - 6 (นายพสุธร ชูชวย)
บัญชี ๓ เงื่อนไขดานความปลอดภัย (Safety Criteria)
หนวยงานผูวาจาง : อปต. / กสต-ส.
งานที่วา จาง : งานตอเติมหองเก็บเครื่องมือ Hotline และเคร่อืงมือสายสง ที่อาคาร บสส.
ระยะเวลาที่วาจาง : 120 วัน
ชมุ พร (ท.002)
การสงมอบพื้นท่ี  ส่งมอบพื้นที่  ไม่ได้ส่งมอบพื้นที่
กลุมงานของผูรับจาง  กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low Risk Contracts)
 กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk Contracts)
 กล่มุ ท่ี๓ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
๑. รายละเอียดกิจกรรมดานความปลอดภัย ที่ตองดําเนินงานตามกลุมงานของผูรับจาง
 ๓.๑ จัดทำแผนงานความปลอดภัย ใหผ้ ู้ว่าจ้างตรวจสอบและเห็นชอบก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา อย่างน้อย ดังน้ ี (๑) การตรวจสอบพื้นท่ีอปุ กรณ์เครื่องจักร และเครื่องมือ
(๒) การฝึกอบรมให้ความร้ดู ้านความปลอดภัยในการทำงาน
(๓) การรณรงค์สง่ เสริมความปลอดภัยในการทำงาน
(๔) การเตรยีมความพรอ้ ม และการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(๕) รายงานการค้นหาและวิเคราะห์อุบตัิเหตุที่เกิดขึ้น
 ๓.๒ การชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงกิจกรรมและการดำเนินงานของผู้รับจ้าง ซึ่งมผีลกระทบต่อหน่วยงาน ลกูจ้างของผู้รับจ้าง และผู้มีส่วนได้เสียในสถานท่ีทำงาน ให้ดำเนินการ ดังนี้
 (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis) หรือวิธีการ อื่นใด และจัดสง่ เอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม
 (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้พิจารณาทางเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
(ก) ให้ผู้ว่าจ้างจดัทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด
(ข) ให้ผู้รับจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอ่ืนใด และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความ ครบถ้วน และเหมาะสม
 ๓.๓ จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างของผู้รับจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง โดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งที่ได้รับใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพเวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือที่ผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ มีเงื่อนไข ดังนี้
 (๑) กรณีสัญญาจ้างตั้งแต่ ๑๘๐ วัน ขึ้นไป จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้าง เขา้ทำงาน และตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหน่งึคร้ังตามปีปฏิทิน
 (๒) กรณีสัญญาจ้างไม่ถึง ๑๘๐ วัน จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้า ทำงานและตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน หรือให้แสดงใบรับรองแพทย์ของลูกจ้างที่มีระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ วัน
 (๓) กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ลกูจ้างต้องมีสุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานในที่อับอากาศได้โดยให้ระบุความเห็นของแพทย์ที่บ่ง บอกสภาวะสุขภาพของลูกจ้างที่มีผลกระทบ หรือเป็นอุปสรรคต่อการทำงานหรือลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายของลูกจ้าง พร้อมทั้งลง ลายมือชื่อแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์) วา่ สามารถเข้าทำงานในที่อับ อากาศไดค้ รั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน ทั้งนี้ผลการตรวจสุขภาพ จะต้องนำมาแสดงต่อผ้คู วบคุมงาน หรือผู้บริหารสัญญา ก่อนมกีารเรมดำเนินงานการเข้าทำงานในที่อับอากาศ ิ่
 ๓.๔ การค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ให้ดำเนินการ ดังนี้

ข - 7 (นายพสุธร ชูชวย)
 (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ เหมาะสมกับลักษณะความเส่ียง และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม  (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ เหมาะสมกับลักษณะความเส่ียง
 ๓.๕ การจัดเตรียมความพร้อมของเคร่ืองดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ให้ดำเนินการ ดังนี้
 (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะ งาน
 (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างจัดเตรียมเคร่ืองดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับ ลักษณะงาน
 ๓.๖ จัดสง่ ข้อมูลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง ดังนี้
(๑) โครงสร้างการบริหารจดัการ หน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
(๒) หลักสตู ร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกำหนด
(๓) การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
(๔) การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรบัรองเคร่ืองมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
(๕) ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถติิอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี)
(๖) ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)
 ๓.๗ ระบบการควบคุมการเขา้-ออก (Access Control) ใหด้ ำเนินการ ดังนี้
 (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างสง่ มอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการควบคุมการเข้า-ออก ของผู้รับจ้าง ดังนี้
(ก) การควบคุมบุคคลเข้า-ออก (Personnel Access Control) กำหนดให้ลูกจ้างของผู้รับจ้างหรือผู้เกี่ยวข้อง ต้องแสดงหรือ แขวนบัตรเพื่อใช้แสดงตนผ่านเข้า-ออก
(ข) การควบคุมการนำสิ่งของเข้า-ออก (Gate Pass) จดัให้มีการควบคุมการนำเคร่ืองมือ เครื่องจกัร อุปกรณ รวมทั้งวัสดุและ ์ สารเคมีอันตราย ที่ทางเข้า การอยู่ในพื้นที่ และการออกนอกพื้นที่ ของผู้รับจ้างหรือผู้เกี่ยวข้อง
(ค) การควบคุมยานพาหนะเข้า-ออก (Vehicle Access Control) จัดให้มกีารควบคุมยานพาหนะท่ใีช้สำหรับส่งคนไปยังสถานที่ ทำงาน ขนส่งเครื่องมืออุปกรณ์ในการทำงาน ตรวจงานโดยผู้รับผิดชอบของงานหรือโครงการที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงาน เพื่อควบคุม การจราจรและความปลอดภัยของยานพาหนะเข้า-ออก โดยปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยเฉพาะพื้นที่ หรือระเบียบปฏิบัติ ของหน่วยงาน กฟผ. ที่เกี่ยวข้อง
 (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างดำเนินการตามระบบการควบคุมการ เข้า-ออก ของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรอื เจ้าของพื้นท่ี
 ๓.๘ กฎความปลอดภัยทั่วไป กฎเฉพาะงาน เครื่องหมายและป้ายสัญลักษณค์ วามปลอดภัย ให้ดำเนินการ ดังนี้  (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีกฎความปลอดภัย เครื่องหมายและ ป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย เพื่อ สื่อสารให้เกิดความเข้าใจและนำไปปฏิบัติ
 (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบตัิตามกฎความปลอดภัย เครื่องหมายและป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย ของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจา้ของพื้นที่
 ๓.๙ ระบบการแจ้งการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ให้ดำเนินการ ดังน้ี
 (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ใหผ้ ู้รับจ้างจัดให้มีระบบการแจ้งการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของผู้รับจ้าง ดังนี้
(ก) เมื่อลูกจ้างของผู้รับจ้างพบเห็นการกระทำหรือสภาพการณท์ ี่ต่ำกว่ามาตรฐาน ต้องแจ้งผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง เพื่อกำหนด มาตรการแก้ไขและการป้องกัน
(ข) ผู้ควบคมุ งานของผู้รับจ้างต้องรายงานการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน พร้อมมาตรการแก้ไขและการป้องกัน ต่อผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง

ข - 8 (นายพสุธร ชูชวย)
 (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ใหผ้ ู้รับจ้างปฏิบัติตามระบบการแจ้งการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของ หน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นท่ี
 ๓.๑๐ ดำเนินการสนทนาความปลอดภัย (Safety Talk) เฉพาะงานที่เสี่ยงอันตราย โดยมีหัวข้ออย่างน้อย ดงันี้ (๑) งานที่ต้องปฏิบัติ
(๒) อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงาน ระดับความเสี่ยงของงาน อุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้น รวมทั้งข้อควรระวังพิเศษ (๓) มาตรการควบคุมป้องกัน เช่น กฎเฉพาะงาน การอนุญาตเข้าทำงาน การล็อคและการแขวนป้ายเพื่อความปลอดภัย อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบคุ คล
(๔) การเตรียมความพร้อมสภาพร่างกายก่อนเริ่มทำงาน
 ๓.๑๑ จัดให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ตามแผนที่กำหนด รวมทั้งจัดทำรายงานผล การตรวจสอบให้ผู้ควบคุมงานของหน่วยงานผู้ว่าจ้าง
 ๓.๑๒ จัดและดูแลให้ลูกจ้างของผู้รับจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐาน โดยลูกจ้างของผู้รับจ้างมีหน้าที่ สวมใส่และดูแลรักษาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้สามารถใช้งานได้ตามสภาพและลักษณะของงานตลอดระยะเวลา ทำงาน
 ๓.๑๓ การขออนุญาตเข้าทำงาน (Work Permit) สำหรับงานตามที่กฎหมายกำหนด และงานหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ให้ดำเนินการ ดังนี้
 (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างสง่ มอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการขออนุญาตเข้าทำงาน และให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างกำกับดูแล ตรวจสอบความครบถ้วน เหมาะสม สำหรับงาน ดังนี้
(ก) งานในที่อับอากาศ
(ข) งานในที่ที่มีประกายไฟหรอืมีความเส่ยีงจากการระเบิด
(ค) งานขุดเจาะ
(ง) งานในที่ที่มีรังสี
(จ) งานแหล่งพลังงาน
(ฉ) งานที่สูง
(ช) งานเหนือผิวน้ำ
(ซ) งานลฟิตข์ นาดใหญ่หรืออุปกรณ์ยกย้ายขนาดใหญ่
(ฌ) งานสารที่เป็นอันตราย
(ญ) งานประดาน้ำ
(ฎ) งานอื่น ๆ ตามความจำเป็น
 (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างขออนุญาตเข้าพื้นที่ โดยปฏิบัติตามระบบการขออนุญาตเข้าทำงานของ หน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่
 ๓.๑๔ ควบคุมการปฏิบัติด้วยการสังเกตการทำงาน (Task Observation) หรือวิธีการอื่นใด โดยหัวหน้างานหรือเจ้าหน้าท่ีความปลอดภัย ในการทำงานของผู้รับจ้าง ทั้งนี้หน่วยงานผู้ว่าจ้างอาจดำเนินการตามความเหมาะสม โดยพิจารณาตามลักษณะงาน ดังนี้ (๑) งานที่มีวิธีการปฏิบัติด้านความปลอดภัย (Work Instruction)
(๒) งานที่มีกฎความปลอดภัยเฉพาะงานหรือเฉพาะพื้นที่
(๓) งานที่เคยมปีระวัติการเกิดอุบตัิเหตุระดับความรุนแรงมาก
(๔) งานที่มีระดับความรุนแรงมาก จากการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง
(๕) งานใหม่หรืองานที่ไม่ไดท้ ำเป็นประจำ
(๖) งานที่ต้องมรีะบบการขออนุญาตเข้าทำงาน
 ๓.๑๕ ดำเนินการเม่อืเกิดอุบัติการณ์ ดังนี้
(๑) แจ้งต่อหนว่ ยงานผู้ว่าจ้าง โดยทันที ด้วยวาจา โทรศัพท์ โทรสารหรือวิธีอื่นใดที่มีรายละเอียดพอสมควร
(๒) หา้มเคลื่อนย้าย เปลี่ยนแปลงพยานวัตถุและพยานแวดล้อม ก่อนที่หน่วยงานผู้วา่ จ้างเข้าทำการตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุ
ข - 9 (นายพสุธร ชูชวย)
(๓) กรณีเสียชีวิตหรือเกิดอุบัติภัยร้ายแรง ให้แจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยทันทีที่ทราบ โดยโทรศัพท์โทรสาร หรอืวิธีอื่นใด และแจ้งเป็นหนังสือ (สปร.๕) ภายหลังจากเข้าร่วมการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ โดยระบุสาเหตุอันตรายที่เกิดขึ้น ความเสียหาย การแก้ไข และวิธีการป้องกันการเกิดซ้ำ ทั้งนี้ ภายใน ๗ วันนับแต่วันเกิดเหตุ
(๔) เมื่อเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก (Class A) ต้องแจ้งให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าร่วมในการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ทุกครั้ง สำหรับระดบัความรุนแรงปานกลาง หรอืระดับความรุนแรงน้อย ให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างพิจารณาการมีส่วนร่วมตามความเหมาะสม (๕) จัดให้มีการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ที่เกิดกับลูกจ้างของผู้รับจ้างโดยระบุรายละเอียดของเหตุการณ์ สาเหตุขณะนั้น สาเหตุ พื้นฐาน กำหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน
(๖) จัดสง่ รายงานผลการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง เพื่อพจารณาประสิทธิภาพและประสิทธิผล ิ (๗) ในกรณีที่ลูกจ้างของผู้รับจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ให้ผู้รับจ้างแจ้งการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยต่อสำนักงานประกันสังคม และส่งสำเนาหนังสือแจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน ๗ วัน พร้อมทั้งส่งสำเนาให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้าง
 ๓.๑๖ ดำเนินการเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
 (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ใหผ้ ู้รับจ้างดำเนินการ ดังนี้
(ก) วิเคราะห์และประเมินความจำเป็นในการรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ข) จัดทำแผนรองรับและตอบโต้เหตฉุ ุกเฉิน
(ค) ฝกึซ้อมแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ง) ประเมินผลการฝึกซ้อมและประเมินผลภายหลังการเกิดเหตุจริงทุกครั้ง
(จ) รายงานผลการฝึกซ้อม
 (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉินของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือ หน่วยงานเจ้าของพื้นที่
 ๓.๑๗ จัดส่งรายงานด้านความปลอดภัย เพื่อใช้ในการประเมินผลและติดตามการปฏิบัติด้านความปลอดภัยทุกเดือน ดังนี้ (๑) จำนวนลูกจ้างและจำนวนชั่วโมงการทำงาน
(๒) จำนวนการเกิดอุบัติการณ์
(๓) รายงานผลการดำเนินงานตามแผนงานความปลอดภัย
(๔) สรุปผลการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
(๕) รายงานการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย (ถ้ามี)
๒. ชี้บงกฎหมาย ระเบียบดานความปลอดภัยที่เก่ยีวของ
๒.๑ กฎหมายความปลอดภัย
 พระราชบญั ญัติความปลอดภัย อาชวีอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔
 กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๔๙  กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓
 กฎกระทรวง กำหนดหลกัเกณฑ์และวิธีการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง และส่งผลการตรวจแก่พนักงานตรวจ แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๗  กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่ อับอากาศ พ.ศ. ๒๕๖๒
 กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงาน ประดาน้ำ พ.ศ. ๒๕๔๘
 กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับรังสีชนิด ก่อไอออน พ.ศ. ๒๕๔๗
 กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงาน ก่อสร้าง พ.ศ. ๒๕๕๑

ข - 10 (นายพสุธร ชูชวย)
 กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบรหิารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชวีอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. ๒๕๕๒
 กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับ การป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕
 กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับ สารเคมีอันตราย พ.ศ. ๒๕๕๖
 กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย. และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับ ไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๕๘
 กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับ ความรอ้ น แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙
 กฎกระทรวง ว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. ๒๕๔๘
 อื่น ๆ (ระบุ) ……………………………………………………………
๒.๒ ระเบียบดานความปลอดภัยของหนวยงาน/กฟผ.
 ระเบียบ กฟผ. ท่ี๑๒๙ ว่าด้วย ข้อกำหนดสำหรับการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง  ระเบียบ กฟผ. ท่ี๑๐๐ ว่าด้วยมาตรฐานเคร่อืงหมายความปลอดภัย
 ระเบียบ กฟผ. ท่ี๖๖ วา่ ด้วยข้อกำหนดการแขวนป้ายเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๔๘
 อื่น ๆ (ระบุ) ……………………………………………………………
๓. โครงสรางการบริหารจัดการ บุคลากร และหนาที่ ความรับผิดชอบดานความปลอดภัย
 คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดลอ้ มในการทำงาน
 หน่วยงานความปลอดภัย
 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
 หัวหน้างาน
 ลูกจ้างของผู้รบัจ้าง
 อื่น ๆ (ระบุ) ……………………………………..
๔. คุณสมบัติดานความปลอดภัยเบื้องตนของผูรับจาง
๔.๑ หลักสูตร เอกสารแสดงการผานการฝกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกําหนด
(๑) การบริหารจัดการ
 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสงู พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบยีน
 คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดลอ้ มในการทำงานของสถานประกอบกิจการ
 ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับลกูจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าทำงานใหม่
 หัวหน้าหน่วยงานความปลอดภัย
(๒) การทํางานในที่อับอากาศ
 ผู้อนญุ าต  ผ้คู วบคุมงาน  ผ้ชู ่วยเหลือ  ผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ  ใบรับรองผลการตรวจสขุ ภาพพิเศษตามกฎหมายกำหนด
(๓) การทํางานเกี่ยวกับรังสี

ข - 11 (นายพสุธร ชูชวย)
 การป้องกันอันตรายทางรังสีของผู้รับผดิชอบดำเนินการทางดา้นเทคนิคในเรื่องรังสี
 อันตรายและวิธีการป้องกันอันตรายจากรังสีก่อนเข้ารบั หน้าที่สำหรับลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี (๔) การทํางานเกี่ยวกับงานกอสราง
 อบรมการใชเ้ครื่องจักร รหัสสัญญาณต่าง ๆ
 อบรมการช่วยเหลอืและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
 อบรมผู้บังคับเครื่องตอกเสาเข็ม
 อบรมความปลอดภัยในการใช้เครื่องจักรที่อาจเกิดอันตราย
 ผู้บังคับป้ันจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุหรือผ้คู วบคุมการใช้ปั้นจ่ัน
 อบรมการใชล้ ิฟต์ขนส่งวัสดุชั่วคราวและลิฟต์โดยสารช่ัวคราวในงานก่อสร้าง
 อบรมวิธีทำงานในอุโมงค์และวิธีป้องกันอันตรายแก่ลูกจ้างก่อนเข้าทำงานในอุโมงค์
 อบรมและฝึกซ้อมกรณีเกิดภัยธรรมชาติ
 อบรมขั้นตอนและวิธีการร้ือถอนทำลายสิ่งก่อสร้าง
 การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลสำหรับงานกอ่ สร้าง
(๕) การทํางานเกี่ยวกับเคร่ืองจักร ปนจั่น และหมอน้ํา
 การทำงานเกี่ยวกับเครื่องปั๊มโลหะ เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เครื่องเชื่อมก๊าซ รถยก หรอืเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้โดยสภาพ  อบรมผู้ขับรถยก
 ผู้บังคับป้ันจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุหรือผ้คู วบคุมการใช้ปั้นจ่ัน
 ผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำ หรอืหม้อตม้ ท่ใีช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน
(๖) การทํางานเกี่ยวกับไฟฟา
 ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกบั ไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบตัิงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
(๗) การทํางานเกี่ยวกับสารเคมอีันตราย
 ความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมี
 วิธีการแก้ไขปญั หาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขณะขนถ่าย เคลื่อนย้าย หรือขนสง่ สารเคมีอันตราย
 การควบคุมและระงับเหตุอันตรายกรณเีกิดเหตฉุ ุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
 ความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้ปฏิบัติงานในสถานที่เก็บรักษาสารเคมีและวัตถุอันตราย
(๘) การปองกันและระงับอัคคีภัย
 การดับเพลิงขั้นตน้
(๙) อื่น ๆ
 (ระบ)ุ …………………………………………………
๔.๒ การตรวจสุขภาพตามปจจัยเสี่ยง
 ตรวจสมรรถภาพปอด
 ตรวจสมรรถภาพการได้ยิน
 ตรวจสมรรถภาพการมองเห็น
 ตรวจด้านพิษวิทยา
 อื่น ๆ (ระบุ) …………………………………………………
๔.๓ การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทยีบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจกัร อุปกรณ
 รายการเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ……………………………..
๔.๔ ประวัติขอมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถามี)
 ขอ้ มูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลทำให้เป็นอัมพาต
 ขอ้ มูลสถิตอิุบัติเหตุ (IFR, ISR, DII)
๔.๕ ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายดานความปลอดภัย (ถามี)

ข - 12 (นายพสุธร ชูชวย)
 ใบรับรองระบบการจัดการความปลอดภัย
 รางวัลด้านความปลอดภัย
 อื่น ๆ ……………………………………………………………

ข - 13 (นายพสุธร ชูชวย)
บัญชี ๔ ขอมูลการดําเนินงานดานความปลอดภัยของผูรับจางที่ตองจัดสงกอนเริ่มปฏิบตังิานตามสัญญาจาง หนวยงานผูวาจาง : อปต. / กสต-ส.
งานที่วาจาง :งานตอเติมหองเก็บเคร่อืงมือ Hotline และเคร่อืงมือสาย
บริษทั ผูรับจาง :
สง ที่อาคาร บสส.ชุมพร (ท.002)
๑. โครงสรางการบริหารจัดการ บุคลากร และหนาที่ ความรับผิดชอบดานความปลอดภัย
บุคลากร รายช่ือ หนาที่
หลักฐาน/ใบรับรอง
ความรับผิดชอบ
 คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ
สภาพแวดล้อมในการทำงาน ……. คน
 หน่วยงานความปลอดภัย……. คน
 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับบริหาร……. คน
 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน……. คน
 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชพี ……. คน
 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับเทคนิคขั้นสูง…….คน
 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับเทคนิค……. คน
 ผู้บริหาร/ผู้จัดการ……. คน
 หัวหน้างาน……. คน
 ลูกจ้าง……. คน
 อื่น ๆ (ระบุ) ………………
๒. หลักสูตร เอกสารแสดงการผานการฝกอบรม และใบอนุญาต ตามท่ีกฎหมายกําหนด
๒.๑ หลักสูตรอบรมพื้นฐาน รายช่ือ หลักฐาน/ใบรับรอง (๑) ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ
ทำงานสำหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าทำงานใหม่
(๒) การดับเพลิงขั้นต้น
๒.๒ หลักสูตรอบรมเฉพาะตามความเส่ยีง รายช่ือ หลักฐาน/ใบรับรอง  การทำงานในที่อับอากาศ
 การทำงานเก่ียวกับรังสี
 การทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
 การทำงานเก่ียวกับเครื่องจักร ปั้นจ่ัน และหม้อน้ำ
การทำงานเก่ียวกับไฟฟ้า

ข - 14 (นายพสุธร ชูชวย)
 การทำงานเก่ียวกับสารเคมีอันตราย  อื่น ๆ (ระบุ) ……………………… ๓. การตรวจสุขภาพตามปจจัยเสี่ยง
ลักษณะงาน แหลง อันตราย
การตรวจสุขภาพตามปจจัยเสี่ยงของงาน ผลการตรวจสุขภาพ/
ตรวจสมรรถภาพ ใบรับรองแพทย
ตรวจสมรรถภาพ
ตรวจ
ตรวจดาน
ปอด
การไดยิน
สมรรถภาพ
พิษวิทยา
การมองเห็น
๔. การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเคร่ืองมือ เครื่องจักร อุปกรณ
รายการเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ หลักฐาน/ใบรับรอง วันหมดอายุ
๕. ประวัติขอมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถาม)ี
 ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวติ สูญเสียอวัยวะ
……………………………………………………………………………………………
ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลทำให้เป็นอัมพาต
…………………………………………………………………………………
 ข้อมูลสถิติอบุ ัติเหตุ (IFR, ISR, DII) ……………………………………………………………………………………… ๖. ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายดานความปลอดภัย (ถามี)
 ใบรับรองระบบการจัดการความปลอดภัย ………………………………………………………………………………………  รางวัลด้านความปลอดภัย ………………………………………………………………………………………
อื่น ๆ
………………………………………………………………………………………

ข - 15 (นายพสุธร ชูชวย)
บัญชี ๕ แบบประเมินผลการดําเนินงานดานความปลอดภัยของผูรับจาง
หนว ยงานผูวาจาง : อปต. / กสต-ส.
งานท่ีวาจาง : งานตอเติมหองเก็บเครื่องมือ Hotline และเครื่องมือสายสง ที่อาคาร บสส.ชมุ พร (ท.002)
ผูประเมิน : ………………………. วันที่ประเมิน : ……………….
บริษัทผูรับจาง : …………………… สัญญาเลขที่ : ………………..

กลุมงานของผูรับจาง  กล่มุ ท่ี๑ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low Risk Contracts)
 กล่มุ ท่ี๒ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk Contracts)
 กล่มุ ท่ี๓ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
หัวขอประเมิน น้ําหนัก เกณฑพิจารณาคะแนนเต็ม
คะแนนที่ได
นํา้หนกั
น้ําหนัก
๑. หลักฐาน/ใบรับรอง
๑๐ ๔ คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
(ก่อนระยะเวลาที่กำหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๓ คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด (ตามระยะเวลาที่กำหนด และถูกต้อง ครบถ้วน)
๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์แต่ไมเ่กิดผลกระทบ (ตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ (หลังระยะเวลาที่กำหนด และไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) N/A = ไม่เกี่ยวข้อง

๒. หลักฐาน/ใบรับรองการฝึกอบรมใบอนุญาต และผลการตรวจ
สุขภาพตามที่กฎหมายกำหนด
๑๐

 ๔ คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 

(ก่อนระยะเวลาที่กำหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๓ คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด (ตามระยะเวลาที่กำหนด และถูกต้อง ครบถ้วน)
๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์แต่ไมเ่กิดผลกระทบ(ตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ
(หลังระยะเวลาที่กำหนด และไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) N/A = ไม่เกี่ยวข้อง

ข - 16 (นายพสุธร ชูชวย)
๓. การปฏิบัติตาม
๒๕ ๔ คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
แผนงานความปลอดภัย
(ทำได้เร็วกว่าแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย)
๓ คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
(เป็นไปตามแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย)
๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์แต่ไมเ่กิดผลกระทบ
(ช้ากว่าแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย)
๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ
(ช้ากว่าแผน กิจกรรมไม่ครบถ้วน ไม่บรรลุเป้าหมาย)
หัวขอประเมิน น้ําหนัก เกณฑพิจารณาคะแนนเต็ม
คะแนนที่ได
นํา้หนกั
น้ําหนัก
๔. สวมใส่อุปกรณ์
๑๕ ๔ คะแนน = สวมใส่ครบถ้วนตลอดเวลาทำงาน และเหมาะสมกับ
อุปกรณ์คุ้มครองความ
ลักษณะงานต่อรอบการประเมิน
ปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ระหว่าง ปฏิบัติงาน
๕.การปฏิบัติตาม
๓ คะแนน = มีการแจง้ พบเห็นไม่สวมใส่PPE หรือไม่เหมาะสมกับ ลักษณะงาน ไม่เกิน ๓ คร้ังต่อรอบการประเมิน ๒ คะแนน = มีการแจง้ หรือพบเห็นไม่สวมใส่PPE หรือไม่เหมาะสม กับลักษณะงาน มากกว่า ๓ ครั้งแต่ไม่เกิน ๕ ครั้งต่อรอบการ ประเมิน
๑ คะแนน = มีการแจง้ หรือพบเห็นไม่สวมใส่PPE หรือไม่เหมาะสม กับลักษณะงาน มากกว่า ๕ ครั้งขึ้นไปต่อรอบการประเมิน N/A = ไม่เกี่ยวข้อง
๒๐ ๔ คะแนน = ปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมาย/ระเบียบ กฎความ
ข้อกำหนดกฎหมาย/ ระเบียบ กฎความ
ปลอดภัยของหนว่ ยงานโดยไม่มีการฝ่าฝืนต่อรอบการประเมิน ๓ คะแนน = ละเมิด/ฝ่าฝืนระเบียบ กฎความปลอดภัยของ
ปลอดภัยของหนว่ ยงาน
หน่วยงาน ไม่เกิน ๓ ครั้งต่อรอบการประเมิน
๒ คะแนน = ละเมิด/ฝ่าฝืนระเบียบ กฎความปลอดภัยของ
หน่วยงาน มากกว่า ๓ ครั้งขึ้นไปต่อรอบการประเมิน
๑ คะแนน = ฝ่าฝืนข้อกำหนดกฎหมายต่อรอบการประเมิน
๖.ขณะปฏิบัติงานมี
อุบัติเหตุเกิดข้ึน
๒๐

 ๔ คะแนน = ไม่มีอุบตัิเหตเุกิดขึ้น 

๓ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดบัความรุนแรงน้อย (Class C) (ปฐมพยาบาล หรอืไม่หยุดงาน)
(ทรัพยส์ ินเสียหายไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท)
๒ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงปานกลาง(Class B) (บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยหยุดงาน ต้ังแต่ ๑ วันขึ้นไป) (ทรัพยส์ ินเสียหายตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาท )
๑ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดบัความรุนแรงมาก (Class A) (เสียชีวิต, สูญเสียอวัยวะ, ทุพพลภาพถาวร, บาดเจ็บมีผลทำให้เป็นอัมพาต)

ข - 17 (นายพสุธร ชูชวย)
(ทรัพยส์ ินเสียหายตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป)
รวม ๑๐๐
คะแนนสมรรถนะ
ด้านความปลอดภัย
∑(คะแนนที่ได้௫น้ำหนัก)
∑(คะแนนเต็ม ௫น้ำหนัก)๑๐๐

= __________ %

หมายเหตุ : ๑. กรณผีลคะแนนสมรรถนะด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างมีค่าคะแนนตั้งแต่ร้อยละ ๗๕ ขึ้นไป ให้เก็บผลการ ประเมินของ แต่ละงานไว้ที่หนว่ ยงานผู้ว่าจ้าง
๒. กรณีผลคะแนนสมรรถนะด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างมีค่าคะแนนไม่ถึงร้อยละ ๗๕ ให้หน่วยงานส่งผลการประเมินให้ ฝ่ายจัดซื้อ จัดจ้างและบรหิารพัสดใุ นสำนักงานใหญ่ หรือหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างในส่วนภูมภิาคและเก็บสำเนาผลการประเมินไว้ ที่หน่วยงานผู้ว่าจ้าง

ข - 18 (นายพสุธร ชูชวย)
หมวดที่ 2 ขอกําหนดการปฏิบัติหลังลงนามในสัญญาจาง
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างก่อสร้างงานของ กฟผ. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และ ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ หลังจากผู้รับจ้างลงนามในสัญญาแล้ว และ นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงานกับ กฟผ. แล้ว ก่อนเริ่มงานให้ติดต่อกับแผนกวิศวกรรมสายส่งกองบำรุงสายส่ง ฝ่าย ปฏิบัติการภาคใต้(โทร. 075-635000 ตอ่ 5366) เพื่อปฏิบัติดังนี้

  1. กฟผ. แจ้งให้ผู้รับจ้าง First Meting ก่อนเริ่มดำเนนิการก่อสร้าง
  2. ผู้รับจ้างขออนุญาตก่อสร้างโรงงานชั่วคราว บริเวณพื้นที่ก่อสร้าง
  3. ผู้รับจ้างขออนุญาตใช้กระแสไฟฟ้าของ กฟผ.
  4. ผู้รับจ้างขออนุญาตใช้น้ำประปาของ กฟผ.
  5. ผู้รับจ้างต้องส่งแผนงานก่อสร้าง และแผนความปลอดภัย ให้ กฟผ. อนุมัติ ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงานกับ กฟผ. หากไม่ปฏิบัติ กฟผ. สงวนสิทธิ์สั่งให้ผู้รับจ้างหยุดงาน โดยผู้รับจ้าง จะใช้เป็นข้ออ้างในการต่อสัญญาไม่ได้ และหากผลงานไม่เป็นตามแผนงานที่ได้ทำไว้ ผู้รับจ้างต้องเสนอขอ ปรับปรุงแผนงานเพื่อขอให้ กฟผ. อนุมัติใหม่
  6. ผู้รับจ้างต้องส่งตารางราคางานเพื่อการเบิกจ่าย ให้ กฟผ. อนุมัติ ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับ หนังสือแจ้งให้เริ่มงานกับ กฟผ. หากไม่ปฏิบัติ กฟผ. สงวนสิทธิ์สั่งให้ผู้รับจ้างหยุดงาน โดยผู้รับจ้างจะใช้ เป็นข้ออ้างในการต่อสัญญาไม่ได้ (กรณีจ่ายเงินงวดเดียว ผู้รับจ้างไม่ต้องส่งตารางราคางานเพื่อการ เบิกจ่าย)
  7. ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งตัวแทนควบคุมงานแทนผู้รับจ้าง พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และ ตัวแทนควบคุมงานจะต้องอยู่ประจำ ณ สถานที่ทำงานตลอดเวลา ถ้าไม่อยู่ กฟผ. อาจจะสั่งให้ผู้รับจ้าง หยุดงาน ตามที่เห็นสมควร โดยผู้รับจ้างจะใช้เป็นข้ออ้างในการขยายระยะเวลาสัญญาไม่ได้ ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจง้ให้เริ่มงานกับ กฟผ.
  8. ผู้รับจ้างต้องส่งรายชื่อช่าง ที่จะเข้าดำเนินการงานก่อสร้าง พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนทุก คน ก่อนภายใน 7 วัน นับถัดจากวนั ที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงานกับ กฟผ.
  9. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัตติาม บัญชี3 เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria)
  10. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัตติาม ประกาศฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ ที่ 2/2566 เรื่อง กฎความปลอดภัยทั่วไป 11. ผู้รับจ้างต้องขออนุมัติใช้วัสดุ ที่จะนำมาใช้ในงานจ้างนี้ให้กฟผ. อนุมัตกิ่อนนำมาใช้งานอย่างน้อย 7 วัน โดยระบุรายละเอียดคุณสมบัติของวัสดุให้ชัดเจนรวมทั้งส่งตัวอย่างและ/หรือ แคตตาล๊อคเพื่อประกอบการ พิจารณาด้วย
  11. ผู้รับจ้างดำเนินการงานจ้างนี้ในวนัจันทร์- วันศุกร์เวลา 08.00 – 16.00 น. และกฟผ. อนุญาตให้ผู้รับจ้าง ดำเนินการงานจ้างนี้ นอกเวลาทำการในวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 08.00 – 16.00 น. ได้ แต่จะต้องทำหนังสือแจ้งผู้ว่าจ้างก่อนเข้าดำเนินการ
  12. เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงาน ผู้รับจา้งตอ้งส่งใบส่งมอบงาน พร้อมด้วยรูปภาพขั้นตอนการทำงาน

ค - 1 (นายพสุธร ชูชวย)
แบบฟอรม
ป้ายแสดงรายละเอียดงานก่อสร้าง

ง - 1 (นายพสุธร ชูชวย)
ตารางแผนงานก่อสร้าง

ง - 2 (นายพสุธร ชูชวย)
ตารางแผนงานความปลอดภัยงานก่อสร้าง

ง - 3 (นายพสุธร ชูชวย)
ตารางแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ

Download ตารางแผนการใช้พัสดทุ ี่ผลติภายในประเทศ

ง - 4 (นายพสุธร ชูชวย)
ตารางแผนการใช้เหล็กท่ีผลิตภายในประเทศ

ง - 5 (นายพสุธร ชูชวย)
ตารางรายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ

ง - 6 (นายพสุธร ชูชวย)
ราคางานเพ่ือการเบิกจ่ายเงนิ

ง - 7 (นายพสุธร ชูชวย)
ตารางใบส่งมอบงาน

ง - 8 (นายพสุธร ชูชวย)
บันทึกการควบคุมงานประจำวัน

ง - 9 (นายพสุธร ชูชวย)
ขอใช้ไฟฟ้า/น้ำประปา

ง - 10 (นายพสุธร ชูชวย)
ขอยกเลิกใช้ไฟฟา้/น้ำประปา

ง - 11 (นายพสุธร ชูชวย)
เงื่อนไข หลักเกณฑประเภทงานกอสราง สตูรและวิธีการคํานวณที่ใชกับสัญญาแบบปรับราคาได
ก. เงื่อนไขและหลกัเกณฑ

  1. สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุง และซ่อมแซมซึ่ง เบิกจ่ายค่างานในลักษณะหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุนและหมวดรายจ่ายอื่นที่ เบิกจ่ายในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ท่อียู่ในเงื่อนไขและ หลักเกณฑ์ตามท่ไีด้กำหนดนี้
  2. สัญญาแบบปรับราคาได้น้ีให้ใช้ทั้งในกรณีเพิ่มหรอลดค่างานจากค่างานเดิมตามสัญญา เมื่อดัชนี ื ราคาซึ่งจัดทำขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากเดิม ขณะเมื่อวันเปิดซอง ประกวดราคา สำหรับกรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิดซอง ราคาแทน
  3. การนำสัญญาแบบปรับราคาได้ไปใช้นั้น ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งและประกาศให้ผู้รับจ้าง ทราบ เช่น ใน ประกาศประกวดราคาฯ และต้องระบุในสัญญาจ้างด้วยว่างานจ้างเหมานั้น ๆ จะใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมทั้งกำหนดประเภทของงานก่อสร้าง สตู รและวิธีการคำนวณที่ให้มีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานไว้ให้ชัดเจน
    ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจ้างคราวเดียวกัน จะต้องแยกประเภทงานก่อสร้างแต่ ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานก่อสร้างนั้นๆ และให้สอดคล้องกับสตู รที่กําหนดไว้ 4. การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้นี้ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้อง เรียกร้องภายในกำหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกำหนดนี้ไปแล้ว ผู้รับ จ้างไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างจากผู้ว่าจ้างได้อีกต่อไป และในกรณีที่ผู้ว่าจ้างจะต้องเรียกเงิน คืนจากผู้รับจ้าง ให้ผูว้่าจ้างที่เป็นคู่สัญญารีบเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้างโดยเร็ว หรือให้หักค่างานของงวดต่อไป หรือให้หักเงินจากหลักประกันสัญญาแล้วแตก่ รณี
  4. การพิจารณาคำนวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้างตาม เงื่อนไขของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจาก สำนักงบประมาณและให้ถือ การพิจารณาวินิจฉัยของสำนักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
    ข. ปรับประเภทกอสรางและสูตรที่ใชกับสัญญาแบบปรับราคาได
    ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่างานจ้างเหมาก่อสร้างให้คำนวณตามสูตรดงัน้ี
    P = (Po) x (K)
    กำหนดให้ P = ราคาค่างานต่อหน่วย หรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะต้องจ่ายให้ผู้รับจ้าง Po = ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผู้รับจ้างประมูลได้ หรือราคาค่างานเป็นงวด ซึ่ง
    ระบุไวใ้นสัญญาแล้วแต่กรณี
    K = ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อต้องเพิ่มค่างาน หรือบวกเพิ่ม 4% เมื่อต้องเรียกค่างานคืน
    ESCALATION FACTOR K หาได้จากสูตร ซึ่งแบ่งตามประเภทและลักษณะงาน ดังนี้ ( สูตรที่ใช้)  หมวดที่ 1 งานอาคาร

ง - 12 (นายพสุธร ชูชวย)
งานอาคาร หมายถึง ตัวอาคาร เช่น ที่ทำการ โรงเรียน โรงพยาบาล หอพัก ที่พักอาศัย หอประชุม อัฒจันทร์ ยิมเนเซียม สระว่ายน้ำ โรงอาหาร คลังพัสดุ โรงงาน รั้ว เป็นต้น และให้ความหมาย รวมถึง
1.1 ไฟฟ้าของอาคารบรรจบถึงสายเมนจำหน่าย แต่ไม่รวมถึงหม้อแปลงและระบบ ไฟฟ้าภายในบริเวณ
1.2 ประปาของอาคารบรรจบถึงท่อเมนจำหน่าย แต่ไม่รวมถงึระบบประปาภายในบริเวณ 1.3 ระบบท่อหรือระบบสายต่างๆ ที่ติดหรือฝังในส่วนของอาคาร เช่น ท่อปรับอากาศ ท่อ ก๊าซ สายไฟฟ้าสำหรับเครื่องปรับอากาศ สายล่อฟ้า ฯลฯ
1.4 ทางระบายน้ำของอาคารจนถึงทางระบายน้ำภายนอก
1.5 ส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับอาคาร เฉพาะส่วนที่ติดกับอาคารโดยต้องสร้างหรือ ประกอบพร้อมกับการก่อสร้างอาคาร แต่ไม่รวมถึงเครื่องจักรหรือเครื่องมือกลที่นำมาประกอบหรือติดตั้ง เช่น ลิฟท์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสูบน้ำ เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ
1.6 ทางเท้ารอบอาคาร ดนิถม ดินตัก ห่างจากอาคารโดยรอบไม่เกิน 3 เมตร
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
 หมวดที่ 2 งานดิน
2.1 งานดิน หมายถึง การขุดดิน การตักดิน การบดอัดดิน การขุดเปิดหน้าดิน การเกลี่ยบด อัดดิน การขุด-ถมบดอัดแน่นเขื่อน คลอง คันคลอง คันกั้นน้า คันทาง ซึ่งต้องใช้เครื่องจักรเครื่องมือกล ปฏิบัติงาน
สำหรับการถมดินให้หมายความถึงการถมดินหรือทรายหรือวัสดุอื่น ที่มีการควบคุม คุณสมบัติของวัสดุนั้น และมีข้อกาหนดวิธีการถม รวมทั้งมีการบดอัดแน่นโดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกล เพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้เช่นเดียวกับงานก่อสร้างถนนหรือเขื่อน ชลประทาน ทั้งนี้ให้รวมถึงงานประเภท EMBANKMENT , EXCAVATION , SUBBASE , SELECTED MATERIAL , UNTREATED BASE และ SHOULDER
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.40 Et/Eo + 0.20 Ft/Fo
2.2 งานหนิเรียง หมายถึง งานหินขนาดใหญ่นามาเรียงกันเป็นชัน้ ให้เป็นระเบียบจนได้ความ หนาที่ต้องการ โดยในช่องว่างระหว่างหินใหญ่จะแซมด้วยหินย่อย หรือกรวดขนาดต่างๆ และทราย ให้เต็ม ช่องว่าง มีการควบคุมคุณสมบัติของวัสดุและมีข้อกาหนดวิธีปฏิบัติโดยใช้เครื่องจักร เคร่ืองมือกล หรือแรงคน และให้ หมายความรวมถึงงานหินทิ้ง งานหินเรียง ยาแนว หรืองานหินใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อการ
ป้องกันการกัดเซาะพังทลายของลาดตล่ิงและท้องลำน้ำ
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.20 It/Io + 0.20 Mt/Mo + 0.20 Ft/Fo

ง - 13 (นายพสุธร ชูชวย)
2.3 งานเจาะระเบิดหิน หมายถึง งานเจาะระเบิดหินทั่ว ๆ ไป ระยะทางขนย้ายไป-กลับ ประมาณ ไม่เกิน 2 กโิลเมตร ยกเว้นงานเจาะระเบิดอุโมงค์ซึ่งต้องใช้เทคนิคชนสูง ั้
ใช้สูตร K = 0.45 + 0.15 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
 หมวดที่ 3 งานทาง
3.1 งานผิวทาง PRIME COAT , TACK COAT , SEAL COAT
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.40 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
3.2 งานผิวทาง SURFACE TREATMENT SLURRY SEAL
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.30 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo 3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE , PENETRATION MACADAM ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.40 At/Ao + 0.10 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo 3.4 งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริม ซึ่ง ประกอบด้วย ตะแกรงเหล็กเส้นหรือตะแกรงลวดเหล็กกล้าเชื่อมติด (MELDED STEEL WIRE FARRIC) เหล็ก เดือย (DOWEL BAR) เหล็กยึด (DEFORMED TIE BAR) และรอยต่อต่าง ๆ (JOINT) ทั้งนี้ให้หมายความรวม ถึงแผ่นพื้นคอนกรีตเสรมิเหล็กบริเวณคอสะพาน (R.C.BRIDGE APPROACH) ด้วย ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.35 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.15 St/So 3.5 งานท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพัก หมายถึง ท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก สำหรับงาน ระบายนำ้ (PRECAST REINFORCED CONCRETE DRAINAGE PIPE) งานรางระบายน้ำคอนกรีต เสริมเหล็กและบริเวณลาดคอสะพานรวมทั้งงานบ่อพักคอนกรีตเสริมเหล็กและงานคอนกรีตเสริมเหล็กอื่น ที่มี รูปแบบและลักษณะงานคล้ายคลึงกัน เชน่ งานบ่อพัก (MANHOLE) ท่อร้อยสายโทรศัพท์ ท่อร้อยสายไฟฟ้า เป็นต้น
ใช้สูตร K = 0.35 + 0.20 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.15 Mt/Mo + 0.15 St/So 3.6 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเขื่อนกันตลิ่ง หมายถึง สะพานคอนกรีตเสริม เหล็ก โครงสร้างฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (R.C.BEARING UNIT) ท่อเหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็ก (R.C.BOX CULVERT) หอถังน้ำโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เขื่อนกันตลิ่งคอนกรีตเสริมเหล็ก ท่าเทียบเรือ คอนกรีตเสริมเหล็กและสิ่งก่อสร้างอื่นท่ีมีลักษณะคล้ายคลึงกัน
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.25 St/So
3.7 งานโครงสร้างเหล็ก หมายถึง สะพานเหล็กสำหรับคนเดิมข้ามถนนโครงเหล็กสำหรับ ติดตั้งป้าย จราจรชนิดแขวนสูง เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาวิทยุ เสาโทรทัศน์หรืองานโครงเหล็กอื่นที่มีลักษณะ คล้ายคลึงกัน แต่ไม่รวมถงึงานตดิตั้งเสาโครงเหล็กสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.10 It/Io + 0.05 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.40 St/So

ง - 14 (นายพสุธร ชูชวย)
 หมวดที่ 4 งานชลประทาน
4.1 งานอาคารชลประทานไม่รวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดต่างๆ ที่ก่อสร้างในแนวคลองส่งน้ำหรือคลองระบายน้ำ เพื่อควบคุมระดับและหรือปริมาณน้ำ ได้แก่ ท่อระบายน้ำ น้ำตก รางเท สะพานน้ำ ท่อลอด ไขฟอน และอาคารชลประทานชนิดอื่นๆ ที่ไม่มีบานระบายเหล็ก แต่ไม่ รวมถึงอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝาย ทางระบายน้ำล้น หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.20 It/lo + 0.10 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.20 St/So 4.2 งานอาคารชลประทานรวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชนิด ต่างๆที่ ก่อสร้างในแนวคลองส่งนำ้หรือคลองระบายน้ำ อาคารอัดน้ำ ท่อลอดและอาคารชลประทานชนิดต่างๆ ที่มีบาน ระบายน้ำ แต่ไม่รวมถึงอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝาย ทางระบายน้ำล้น หรืออาคารชลประทาน ประกอบของเขื่อน เป็นตน้
ใช้สูตร K = 0.35 + 0.20 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.25 St/So 4.3 งานบานระบาย TRASHRACK และ STEEL LINER หมายถึง บานระบายเหล็กเครื่อง กว้านและโครงยก รวมทั้ง BULK HEAD GATE งานและท่อเหล็ก
ใช้สูตร K = 0.35 + 0.20 It/Io + 0.45 Gt/Go
4.4 งานเหล็กเสริมคอนกรีต และ ANCHOR BAR หมายถึง เหล็กเส้นที่ใช้เสริมในงาน คอนกรีตและเหล็ก ANCHOR BAR ของฝาย ทางระบายน้ำล้น หรอือาคารชลประทานประกอบของเขื่อน ซึ่งมี สัญญาแยกจ่ายเฉพาะงานเหล็กดังกลา่ วเท่านั้น
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.60 St/So
4.5 งานคอนกรีตไม่รวมเหล็กและคอนกรีตตาดคลอง หมายถึง งานคอนกรีตเสริมเหล็กที่หัก ส่วนของเหล็กออกมาแยกคำนวณต่างหากของงานฝาย ทางระบายน้ำล้นหรืออาคารชลประทานประกอบของ เขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจา่ ยเฉพาะงานคอนกรีตดังกล่าวเท่านั้น
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.15 It/Io + 0.25 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo
4.6 งานเจาะ หมายถึง การเจาะพร้อมทั้งฝังท่อกรุขนาดรไูม่น้อยกว่า 48 มิลลิเมตรในชั้นดิน หินผุหรือหินที่แตกหัก เพื่ออดัฉีดนำ้ปูน และให้รวมถึงงานซ่อมแซมฐานรากอาคารชลประทานถนนและอาคาร ต่างๆ โดยการอัดฉีดนำ้ปูน
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.20 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo 4.7 งานอัดฉีดน้ำปูน ค่าอัดฉีดน้ำปูนจะเพิ่มหรือลด ให้เฉพาะราคาซีเมนต์ที่เปลี่ยนแปลงตาม ดัชนีราคาของซีเมนต์ ที่กระทรวงพาณิชย์จัดทำขึ้น ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด กับเดือนที่เปิดซองประกวด ราคา
 หมวดที่ 5 งานระบบสาธารณูปโภค
5.1 งานวางท่อ AC และ PVC

ง - 15 (นายพสุธร ชูชวย)
5.1.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
ใช้สูตร K = 0.50 + 0.25 It/Io + 0.25 Mt/Mo
5.1.2 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ AC หรืออุปกรณ์
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 ACt/ACo 5.1.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ PVC และหรืออุปกรณ์
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 PVCt/PVCo 5.2 งานวางท่อเหล็กเหนียวและท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE 5.2.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.15 Ft/Fo
5.2.2 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อเหล็กเหนียวและหรืออุปกรณ์ให้รวมถึงงาน TRANSMISSION CONDUIT
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.10 Et/Eo + 0.30 GIPt/GIPo 5.2.3 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จดั หาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE และหรืออุปกรณ์
ใช้สูตร K = 0.50 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.30 PEt/PEo
5.3 งานปรับปรุงอุโมงค์ส่งน้ำและงาน SECONDARY LINING
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Et/Eo + 0.35 GIPt/GIPo
5.4 งานวางท่อ PVC หุ้มด้วยคอนกรีต
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10It/Io + 0.20Ct/Co + 0.05Mt/Mo + 0.05St/So + 0.30PVCt/PVCo 5.5 งานวางท่อ PVC กลบทราย
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.05 It/Io + 0.05 Mt/Mo + 0.65 PVCt/PVCo 5.6 งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.25 It/Io + 0.50 GIPt/GIPo
ดัชนีราคาท่ใีชคํานวณตามสูตรท่ใีชกบัสัญญาปรับราคาไดจัดทําขึ้นโดยกระทรวงพาณชิย K = ESCALATION FACTOR
It = ดัชนีราคาผู้บรโิภคท่ัวไปของประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Io = ดัชนีราคาผู้บรโิภคท่ัวไปของประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา Ct = ดัชนีราคาซีเมนต์ในเดือนที่สง่ งานแต่ละงวด
Co = ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
Mt = ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่ส่งงานแตล่ ะงวด

ง - 16 (นายพสุธร ชูชวย)
Mo = ดัชนีราคาวัสดุก่อสรา้ง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา St = ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
So = ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปดิซองประกวดราคา
Gt = ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบท่ผีลติในประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Go = ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบท่ผีลติในประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา At = ดัชนีราคาแอสฟัลท์ในเดือนที่สง่ งานแต่ละงวด
Ao = ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
Et = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Eo = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา Ft = ดัชนีราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Fo = ดัชนีราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ACt = ดัชนีราคาทอ่ ซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ACo = ดัชนีราคาทอ่ ซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
PVCt = ดัชนีราคาทอ่ PVC ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
PVCo = ดัชนีราคาทอ่ PVC ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
GIPt = ดัชนีราคาทอ่ เหล็กอาบสังกะสีในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
GIPo = ดัชนีราคาทอ่ เหล็กอาบสังกะสีในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
PEt = ดัชนีราคาทอ่ Hydensity Polyethylene ในเดือนที่ส่งงานแตล่ ะงวด PEo = ดัชนีราคาทอ่ Hydensity Polyethylene ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา Wt = ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Wo = ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ค. วิธีการคํานวณที่ใชกับสัญญาแบบปรับราคาได

  1. การคำนวณค่า K จากสูตรตามลักษณะงานนั้นๆ ให้ใช้ตัวเลขดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างของ กระทรวงพาณิชย์โดยใช้ฐานของปี2530 เป็นเกณฑ์ในการคำนวณ
  2. การคำนวณค่า K สำหรับกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยู่ในสัญญาเดียวกัน จะต้องแยกค่างานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานนั้น และให้สอดคล้องกับสูตรที่ได้ กำหนดไว้
  3. การคำนวณหาค่า K กำหนดให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปัดเศษ และกำหนดให้ทำเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ) ให้เป็นผลสำเร็จก่อน แล้วจึงนำผลลัพธ์ไปคูณกับตัวเลขคงที่หน้า เลขสัมพันธ์นั้น
  4. ให้พิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานจากราคาที่ผู้รับจ้างทำสัญญาตกลงกับผู้ว่าจ้าง เมื่อ
    ค่า K ตามสูตรสำหรับงานก่อสร้างนั้นๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K

ง - 17 (นายพสุธร ชูชวย)
ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 4% ขึ้นไป โดยนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณปรับเพิ่มหรือลดค่างาน แล้วแต่กรณี(โดยไม่คิด 4% แรกให)้
5. ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยเวลาในสัญญา โดยเป็น ความผิดของผู้รับจ้างค่า K ตามสูตรต่างๆ ที่จะนำมาใช้ในการคำนวณค่างานให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตาม อายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า 6. การจ่ายเงินแต่ละงวดให้จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทำได้แต่ละงวดตามสัญญาไปก่อน ส่วน ค่างานเพิ่มหรือค่างานลดลงซึ่งจะคำนวณได้ต่อเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งนำมาคำนวณค่า K ของ เดือนที่ส่งมอบงานงวดนั้นๆ เป็นท่แีน่นอนแล้ว เมื่อคำนวณเงินเพิ่มได้ให้ขอทำความตกลงเรื่องการเงินกบัสำนัก งบประมาณ

ง - 18 (นายพสุธร ชูชวย)