จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างระบบครุภัณฑ์สำหรับการผลิตไบโอชาร์ ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ต้นแบบเตาผลิตไบโอชาร์แบบต่อเนื่อง

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 69039460345
฿2,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 1 พ.ค. 2569 ปทุมธานี
รายละเอียดการจ้าง

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ต้องการจ้างจัดทำระบบต้นแบบเตาผลิตไบโอชาร์แบบต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนโครงการวิจัยเกี่ยวกับการผลิตไบโอชาร์จากวัสดุชีวมวลเหลือทิ้งทางการเกษตร เช่น ซังข้าวโพด ผักตบชวา เป็นต้น โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไบโอชาร์ที่สามารถควบคุมกระบวนการผลิต การปล่อยมลพิษ และการจัดการของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ สนับสนุนการกำหนดมาตรฐานคุณภาพไบโอชาร์ของประเทศไทย และส่งเสริมการกักเก็บคาร์บอนอย่างถาวร รวมถึงการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการออกแบบ ผลิต ประกอบ และทดสอบต้นแบบเตาผลิตไบโอชาร์แบบต่อเนื่อง 1 ชุด พร้อมอุปกรณ์ครบชุด โดยต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์และคุณสมบัติทางเทคนิคที่กำหนดไว้ในเอกสาร TOR รวมถึงการติดตั้ง การทดสอบประสิทธิภาพ การควบคุมมลพิษ และการฝึกอบรมการใช้งาน

English summary

The National Metal and Materials Technology Center (MTEC) is seeking to procure a continuous biochar production pilot plant system. This project aims to support research and development in biochar production from agricultural biomass waste, focusing on process control, emission management, and waste handling. The goal is to generate reliable scientific data to support the establishment of Thai biochar quality standards, promote permanent carbon sequestration, and enhance soil fertility. The contractor will be responsible for the design, manufacturing, assembly, and testing of one complete pilot plant system with all necessary equipment, adhering to the objectives and technical specifications outlined in the TOR. This includes installation, performance testing, emission control, and user training.

สถานที่ดำเนินการ

ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อสร้างกระบวนการมาตรฐานในการผลิตไบโอชาร์แบบต่อเนื่องจากวัสดุชีวมวลหลากหลายชนิด
  • สนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการกักเก็บคาร์บอนระยะยาว
  • สร้างแหล่งข้อมูลตัวแปรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้านประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพของไบโอชาร์ และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เพื่อประกอบการจัดทำมาตรฐานคุณภาพไบโอชาร์ของประเทศ
  • ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเพื่อใช้พัฒนามาตรฐานไบโอชาร์ของประเทศไทยในอนาคต

ขอบเขตของงาน

  • ออกแบบ ผลิต ประกอบ และทดสอบต้นแบบเตาผลิตไบโอชาร์แบบต่อเนื่อง จำนวน 1 ชุด พร้อมอุปกรณ์ครบชุด
  • เตาต้องสามารถผลิตไบโอชาร์จากชีวมวลหลากหลายชนิด เช่น ซังข้าวโพด จอกหูหนู ผักตบชวา โคนทางใบปาล์มน้ำมัน และเศษกิ่งไม้
  • กำลังการผลิตไบโอชาร์สูงสุดไม่น้อยกว่า 400 กิโลกรัมต่อวัน
  • สามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงในการเผาไหม้ได้อย่างน้อย 2 ประเภท (ต้องมีชีวมวล (ฟืน) เป็นเชื้อเพลิงหลักอย่างน้อย 1 ประเภท)
  • ควบคุมค่ามลพิษทางอากาศ (ฝุ่นละออง, CO, SO₂, NOₓ) ให้ไม่เกินค่ามาตรฐานที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด
  • ติดตั้งอุปกรณ์วัดอุณหภูมิอย่างน้อย 4 จุด (Combustion Zone, Pyrolysis Zone, Gas Outlet Zone, Biochar Outlet Zone) ด้วยเทอร์โมคัปเปิลชนิด K หรือเทียบเท่า (0-1000°C)
  • ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดปริมาณก๊าซและมลพิษ (PM2.5, CO, CO₂, SO₂, NOₓ, CH₄)
  • เชื่อมต่ออุปกรณ์วัดอุณหภูมิและตรวจวัดก๊าซ/มลพิษกับระบบบันทึกข้อมูลอัตโนมัติ (Data Logger หรือ Controller System) พร้อมจอแสดงผล
  • ระบบเตาต้องทำความร้อนสูงสุดในโซนไพโรไลซิสได้ไม่ต่ำกว่า 600°C
  • มีการหุ้มฉนวนกันความร้อนในโซนไพโรไลซิส
  • มีระบบลดอุณหภูมิไบโอชาร์ก่อนออกจากเตาให้ต่ำกว่า 100°C
  • มีจุดเปิด/ปิดสำหรับวัดและเก็บ Emission Gas
  • มีระบบควบคุมอุณหภูมิในกระบวนการผลิต
  • สามารถควบคุมการทำงานของเตาด้วยระบบไฟฟ้าหรือไมโครคอนโทรลเลอร์
  • วัสดุที่ใช้ประกอบเตาในส่วนที่ได้รับความร้อนต้องทนอุณหภูมิได้ไม่น้อยกว่า 600°C
  • มีระบบจัดการก๊าซหรือควัน (เช่น Wet Scrubber System, Condensation System) เพื่อควบคุมมลพิษ
  • มีระบบนำพลังงานความร้อนเหลือใช้ (Waste Heat Recovery System) ไปใช้ประโยชน์ (เช่น Biomass Drying System)
  • มีระบบแก้ไขปัญหา Tar (เช่น ระบบกำจัด Tar ด้วยความร้อน)
  • จัดทำคู่มือการใช้งานและบำรุงรักษา (สิ่งพิมพ์และอิเล็กทรอนิกส์)
  • จัดทำ Drawing แบบแปลนของเตาและอุปกรณ์ต่างๆ
  • จัดส่งช่างเทคนิค/ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประกอบ ติดตั้ง และทดสอบ ณ สถานที่ที่กำหนด
  • พื้นที่ติดตั้งไม่เกิน 3 x 8 x 4 เมตร (กว้าง x ยาว x สูง) และรองรับน้ำหนักได้ 500 กก./ตร.ม.
  • ดำเนินการติดตั้ง ทดสอบ และอบรม ให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน
  • ทดสอบผลิตไบโอชาร์ไม่น้อยกว่า 17 กก./ชม. ต่อเนื่อง 3 ชั่วโมง
  • ทดสอบค่ามลพิษทางอากาศให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
  • อบรมการใช้งานและบำรุงรักษาแก่บุคลากรของศูนย์ฯ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ต้นแบบเตาผลิตไบโอชาร์แบบต่อเนื่อง จำนวน 1 ชุด พร้อมอุปกรณ์ครบชุด
  • คู่มือการใช้งาน (สิ่งพิมพ์และอิเล็กทรอนิกส์) จำนวนอย่างละ 1 ชุด
  • คู่มือการบำรุงรักษา (สิ่งพิมพ์และอิเล็กทรอนิกส์) จำนวนอย่างละ 1 ชุด
  • Drawing แบบแปลนของเตาผลิตไบโอชาร์ฯ
  • รายงานการติดตั้งพัสดุและอุปกรณ์ประกอบทั้งหมด
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพการผลิตไบโอชาร์
  • ผลการทดสอบค่ามลพิษทางอากาศ
  • เอกสารรับรองมาตรฐานอุปกรณ์ (ถ้ามี)

ระยะเวลาดำเนินการ

150 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากสำนักงานฯ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐชั่วคราว
    • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
    • เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพในการขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน
    • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
  • Standards Compliance:
    • (ไม่ได้ระบุมาตรฐาน ISO หรือมาตรฐานสากลเฉพาะเจาะจงสำหรับผู้เสนอราคา แต่กำหนดมาตรฐานมลพิษทางอากาศตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม)
  • Experience:
    • มีประสบการณ์หรือผลงานการสร้างเตาผลิตไบโอชาร์แบบต่อเนื่อง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 300,000.00 บาท (สามแสนบาท) เป็นสัญญาฉบับเดียว ซึ่งเป็นผลงานที่แล้วเสร็จไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันยื่นเอกสารข้อเสนอ จำนวน 1 สัญญา
    • ผลงานต้องเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สวทช. เชื่อถือ
  • Previous Project Cost:
    • ไม่น้อยกว่า 300,000.00 บาท (สามแสนบาท) สำหรับผลงานการสร้างเตาผลิตไบโอชาร์แบบต่อเนื่อง
  • Technical Capabilities:
    • (ไม่ได้ระบุโดยตรง แต่คาดหวังจากขอบเขตงานและคุณสมบัติทางเทคนิคของเตา)
  • Personnel:
    • (ไม่ได้ระบุคุณสมบัติเฉพาะของบุคลากร แต่ต้องมีช่างเทคนิคหรือผู้เชี่ยวชาญในการประกอบ ติดตั้ง และทดสอบ)
  • Financial Capability:
    • มีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ (สำหรับนิติบุคคลที่จัดตั้งเกิน 1 ปี)
    • กรณียังไม่รายงานงบการเงิน หรือเป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
    • กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ
    • สามารถขอวงเงินสินเชื่อได้ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

เกณฑ์การพิจารณา

เกณฑ์ราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เตาผลิตไบโอชาร์แบบต่อเนื่อง กำลังการผลิตไม่น้อยกว่า 400 กก./วัน
  • รองรับชีวมวลหลากหลายชนิด (ซังข้าวโพด, จอกหูหนู, ผักตบชวา, โคนทางใบปาล์มน้ำมัน, เศษกิ่งไม้)
  • ใช้เชื้อเพลิงได้ 2 ประเภท (อย่างน้อย 1 ประเภทคือชีวมวล/ฟืน)
  • ควบคุมมลพิษทางอากาศ (PM2.5, CO, SO₂, NOₓ) ตามมาตรฐานกรมโรงงานอุตสาหกรรม
  • วัดอุณหภูมิ 4 จุด (0-1000°C) ด้วยเทอร์โมคัปเปิล Type K
  • ตรวจวัดก๊าซและมลพิษ (PM2.5, CO, CO₂, SO₂, NOₓ, CH₄)
  • ระบบบันทึกข้อมูลอัตโนมัติ (Data Logger/Controller) พร้อมจอแสดงผล
  • อุณหภูมิโซนไพโรไลซิสไม่ต่ำกว่า 600°C
  • มีฉนวนกันความร้อน
  • ระบบลดอุณหภูมิไบโอชาร์ก่อนออกจากเตา (<100°C)
  • ระบบจัดการก๊าซ/ควัน (Wet Scrubber, Condensation)
  • ระบบนำความร้อนเหลือใช้ (Waste Heat Recovery)
  • ระบบแก้ไขปัญหา Tar
  • วัสดุทนความร้อนไม่น้อยกว่า 600°C
  • ขนาดพื้นที่ติดตั้งไม่เกิน 3x8x4 เมตร, รับน้ำหนัก 500 กก./ตร.ม.

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: ภายใน 30 วัน เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานครบถ้วน ถูกต้อง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานเรียบร้อยแล้ว
  • การรับประกัน: 2 ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน สำหรับความชำรุดบกพร่องที่เกิดจากความผิดพลาดของผู้รับจ้าง
  • การสนับสนุนทางเทคนิค: ผู้รับจ้างต้องให้การสนับสนุนทางเทคนิคและคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการเผาไม่น้อยกว่า 4 ครั้ง ภายในระยะเวลาการรับประกัน
  • ค่าปรับ: อัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างทั้งสัญญาต่อวัน ในกรณีส่งมอบงานล่าช้า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: เตาผลิตไบโอชาร์แบบต่อเนื่องนี้สามารถใช้กับชีวมวลประเภทใดได้บ้าง?

  • คำตอบ: สามารถใช้กับชีวมวลหลากหลายชนิด เช่น ซังข้าวโพด จอกหูหนู ผักตบชวา โคนทางใบปาล์มน้ำมัน และเศษกิ่งไม้ ที่มีขนาดไม่เกิน 30x30x30 มม. และมีความชื้นไม่เกิน 15%

  • คำถาม: กำลังการผลิตขั้นต่ำของเตาผลิตไบโอชาร์ที่ต้องการคือเท่าใด?

  • คำตอบ: กำลังการผลิตไบโอชาร์สูงสุดไม่น้อยกว่า 400 กิโลกรัมต่อวัน

  • คำถาม: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับเชื้อเพลิงที่ใช้ในการเผาไหม้ของเตาหรือไม่?

  • คำตอบ: ต้องสามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงได้ 2 ประเภทขึ้นไป โดยต้องมีอย่างน้อย 1 ประเภทเป็นชีวมวล (ฟืน)

  • คำถาม: เตาผลิตไบโอชาร์ต้องมีระบบควบคุมมลพิษทางอากาศหรือไม่?

  • คำตอบ: ใช่ ต้องมีการออกแบบและผลิตให้มีค่ามลพิษทางอากาศไม่เกินค่ามาตรฐานที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด เช่น ฝุ่นละออง, CO, SO₂, NOₓ

  • คำถาม: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับอุปกรณ์วัดอุณหภูมิและก๊าซ/มลพิษอย่างไรบ้าง?

  • คำตอบ: ต้องติดตั้งอุปกรณ์วัดอุณหภูมิอย่างน้อย 4 จุด และอุปกรณ์ตรวจวัดก๊าซ/มลพิษ (PM2.5, CO, CO₂, SO₂, NOₓ, CH₄) ซึ่งต้องเชื่อมต่อกับระบบบันทึกข้อมูลอัตโนมัติ (Data Logger)

  • คำถาม: อุณหภูมิสูงสุดที่โซนไพโรไลซิสของเตาต้องทำได้เท่าใด?

  • คำตอบ: ต้องไม่ต่ำกว่า 600°C เพื่อให้กระบวนการสลายตัวทางความร้อนของชีวมวลสมบูรณ์

  • คำถาม: มีระบบจัดการกับปัญหา Tar ที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตหรือไม่?

  • คำตอบ: ใช่ ต้องมีระบบที่ใช้แก้ไขปัญหา Tar ที่เกิดจากกระบวนการผลิต เพื่อป้องกันการอุดตันและรักษาประสิทธิภาพการทำงานของเตา

  • คำถาม: ระยะเวลาในการติดตั้ง ทดสอบ และอบรมระบบเตาผลิตไบโอชาร์คือเท่าใด?

  • คำตอบ: ต้องแล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากสำนักงานฯ

  • คำถาม: มีการรับประกันคุณภาพของระบบเตาผลิตไบโอชาร์หรือไม่?

  • คำตอบ: มีการรับประกัน 2 ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน สำหรับความชำรุดบกพร่องที่เกิดจากความผิดพลาดของผู้รับจ้าง

  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องให้การสนับสนุนทางเทคนิคหลังการส่งมอบงานหรือไม่?

  • คำตอบ: ใช่ ผู้รับจ้างต้องให้การสนับสนุนทางเทคนิคและคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการเผาไม่น้อยกว่า 4 ครั้ง ภายในระยะเวลาการรับประกัน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference :TOR)
จางทำระบบครุภัณฑสำหรับการผลิตไบโอชาร ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ตนแบบเตาผลิตไบโอชารแบบตอเนื่อง (ครั้งที่ ๒)

  1. หลักการและเหตุผล
    ศูนยเทคโนโลยีโลหะและวัสดุแหงชาติ (MTEC) ไดรับการจัดสรรงบประมาณภายใตระบบครุภัณฑ สำหรับการผลิตไบโอชารตำบลคลองหน่งึ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อสนับสนุนแนวทางการใชทรัพยากรอยางคุมคา และตอบโจทยนโยบายดานสิ่งแวดลอมและเศรษฐกิจ หมุนเวียนระดับประเทศ โดยมีเปาหมายเพื่อพัฒนาครุภัณฑตนแบบที่ใชในการวิจัย การทดสอบ และการ ประเมินประสิทธิภาพของกระบวนการไพโรไลซิสจากชีวมวลหลากหลายชนิด ) โดยเฉพาะเมื่อนำวัสดุชีวมวล เหลือทิ้งจากภาคเกษตร ไดแก ซังขาวโพด จอกหูหนู ผักตบชวา และโคนทางใบปาลมน้ำมัน และเศษกิ่งไมที่มี ลักษณะเปนชิ้นที่ผานการบดใหมีขนาดไมเกิน 30x30x30 มิลลิเมตร โดยที่ชีวมวลตองมีความชื้นไมเกิน 15%
    ภายใตโครงการวิจัย “การรวบรวมขอมูลปฐมภูมิในการผลิตไบโอชารในประเทศ เพื่อใชประกอบ การจัดทำมาตรฐานคุณภาพของไบโอชารและการกักเก็บคารบอนอยางถาวรของไบโอชารระดับอาเซียน” ซึ่ง ไบโอชารมีความสำคัญตอการเก็บกักคารบอน เพราะทำหนาที่เปนกลไกการตรึงคารบอนแบบถาวร โดยนำวัสดุ ชีวมวลที่ดูดซับ CO2 จากบรรยากาศ มาผานกระบวนการความรอนสูงที่เรียกวาไพโรไลซิส ซึ่งเปลี่ยนคารบอนที่
    ปกติจะสลายตัวและปลอยกลับเปนกาซเรือนกระจก ใหกลายเปนโครงสรางคารบอนที่มีความเสถียรสูง และ ทนทานตอการยอยสลาย หากนำไบโอชารนี้ไปใสในดิน คารบอนจะถูกกักเก็บไวในรูปของแข็งไดเปนระยะ เวลานาน ทำใหไบโอชารเปนเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการดึงคารบอนออกจากชั้นบรรยากาศ (Carbon Removal) และยังชวยเพิ่มความอุดมสมบูรณของดิน ซึ่งสงเสริมใหพืชดูดซับคารบอนไดมากขึ้น ทางโครงการฯ ไดมีการวิเคราะหแลววาเทคโนโลยีที่สามารถผลิตไบโอชารไดอยางตอเนื่อง พรอมควบคุมกระบวนการเผาไหม อุณหภูมิการปลดปลอยมลพิษ และการจัดการของเสียในระบบเดียวกัน จะเปนรากฐานสำคญั ในการสรางขอมูล วิทยาศาสตรที่นาเชื่อถือ ใชสนับสนุนการกำหนดมาตรฐานระดับสากลของประเทศไทยในอนาคต
    เพื่อยกระดับขีดความสามารถดานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑชีวภาพ ลดการปลอยกาซเรือนกระจก และ เปนแนวทางถายทอดเทคโนโลยีสูการใชงานในระดับภาคสนาม โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวของกับของเสียชีวมวล อันจะชวยใหเกิดระบบการผลิตที่ยั่งยืนและสงเสริมการใชประโยชนวัสดุเหลือทิ้ง อยางเปนรูปธรรม จึงตองจัดสรางทำครุภัณฑตนแบบเตาผลิตไบโอชารแบบตอเนื่อง เพื่อสนับสนุนการดำเนิน งานวิจัยดังกลาว ซึ่งมีพื้นที่สำหรับการติดตั้งเตาผลิตไบโอชารแบบตอเนื่อง ไมเกิน 3 x 8 x 4 เมตร (กวาง x ยาว x สูง) และรองรับน้ำหนักไดที่ 500 กิโลกรัมตอตารางเมตร
  2. วัตถุประสงค
    2.1 เพื่อสรางกระบวนการมาตรฐานในการผลิตไบโอชารแบบตอเนื่องจากวัสดุชีวมวลหลากหลายชนิด เชน ซังขาวโพด จอกหูหนู ผักตบชวา โคนทางใบปาลมน้ำมัน และเศษกิ่งไม รวมทั้งความ หลากหลายของตัวแปรกระบวนการผลิตเชน อุณหภูมิ เวลา ความเร็วในการลำเลียงวัตถุดิบ เปนตน
    1 / 11
    2.2 สนับสนุนเปาหมายการลดการปลอยกาซเรือนกระจกและการกักเก็บคารบอนระยะยาวใหอยูใน เกณฑมาตรฐานในระดับประเทศ
    2.3 สรางแหลงขอมูลตัวแปรตางๆ ที่เกี่ยวของดานประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพของไบโอชาร และ ผลกระทบทางสิ่งแวดลอม ใชประกอบการจัดทำมาตรฐานคุณภาพไบโอชารของประเทศ เชน มาตรฐานของโครงการลดกาซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program : T-Ver) เปนตน
    2.4 สงเสริมการถายทอดเทคโนโลยีสูภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเพื่อใชพัฒนามาตรฐานไบโอชารของ ประเทศไทยในอนาคต
  3. คุณสมบัติผูเสนอราคา
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
    3.2 ไมเปนบุคคลลมละลาย
    3.3 ไมอยูระหวางเลิกกิจการ
    3.4 ไมเปนบุคคลซึ่งอยูระหวางถูกระงับการยื่นขอเสนอหรือทำสัญญากับหนวยงานของรัฐไวชั่วคราว เนื่องจากเปนผูที่ไมผานเกณฑการประเมินผลการปฏิบัติงานของผูประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพรในระบบเครือขายสารสนเทศของ กรมบัญชีกลาง
    3.5 ไมเปนบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไวในบัญชีรายชื่อผูทิ้งงานและไดแจงเวียนชื่อใหเปนผูทิ้งงานของ หนวยงานของรัฐในระบบเครือขายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผูทิ้งงานเปน หุนสวน ผูจัดการ กรรมการผูจัดการ ผูบริหาร ผูมีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นดวย 3.6 มีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจางและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เปนบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผูมีอาชีพในการขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนกิสดังกลาว 3.8 ไมเปนผูมีผลประโยชนรวมกันกับผูยื่นขอเสนอรายอื่นที่เขายื่นขอเสนอใหแกศูนยเทคโนโลยีโลหะ และวัสดุแหงชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.) หรือไมเปนผูกระทำการ อันเปนการขัดขวางการแขงขันอยาง เปนธรรมในการจัดซื้อจัดจางครั้งนี้
    3.9 ไมเปนผูไดรับเอกสิทธิ์หรือความคุมกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไมยอมขึ้นศาลไทยเวนแตรัฐบาลของ ผูยื่นขอเสนอไดมีคำสั่งใหสละเอกสิทธิ์และความคุมกันเชนวานั้น
    3.10 ผูยื่นขอเสนอที่ยื่นขอเสนอในรปู แบบของ “กิจการรวมคา” ตองมีคุณสมบัติดังนี้ (1) การกำหนดสัดสวนในการเขารวมคาของคูสัญญา
    กรณีที่ขอตกลงฯ กำหนดใหผูเขารวมคารายใดรายหนึ่งเปนผูเขารวมคาหลัก ขอตกลงฯ จะตองมี การกำหนดสัดสวนหนาที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลคาตามสัญญาของผูเขารวม คาหลักมากกวาผูเขารวมคารายอื่นทุกราย
    2 / 11
    (2) กรณีที่ขอตกลงฯ กำหนดใหผูเขารวมคารายใดรายหนึ่งเปนผูเขารวมคาหลัก กิจการรวมคานั้น ตองใชผลงานของผูเขารวมคาหลักรายเดียวเปนผลงานของกิจการรว มคาที่ยื่นขอเสนอ สำหรับขอตกลงฯ ที่ไมไดกำหนดใหผูเขารวมคารายใดเปนผูเขารวมคาหลัก ผูเขารวมคาทุกราย จะตองมีคุณสมบัติครบถวนตามเง่อืนไขที่กำหนดไวในเอกสารเชิญชวน
    (3) การยื่นขอเสนอของกิจการรวมคา
    (3.1.) กรณีที่ขอตกลงฯ กำหนดใหมีการมอบหมายผูเขารวมคารายใดรายหนึ่งเปนผูยื่น ขอเสนอ ในนามกิจการรวมคา การยื่นขอเสนอดังกลาวไมตองมีหนังสือมอบอำนาจสำหรับขอตกลงฯ ที่ ไมไดกำหนดใหผูเขารวมคารายใดเปนผูยื่นขอเสนอ ผูเขารวมคาทุกรายจะตองลงลายมือชื่อในหนังสือมอบ อำนาจใหผูเขารวมคารายใดรายหนึ่งเปนผูยื่นขอเสนอในนามกิจการรวมคา
    (3.2.) การยื่นขอเสนอดวยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส(e - bidding) ใหผูเขารว มคาที่ ไดรบั มอบหมายหรือมอบอำนาจตามขอ (3.1) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสกรณีที่มี การจำหนายเอกสารซื้อหรือจาง
    3.11 ผูยื่นขอเสนอตองลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจางภาครัฐดวยอิเล็กทรอนิกส (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
    3.12 ผูยื่นขอเสนอตองมีมูลคาสุทธิของกิจการ ดังนี้
    (1) กรณีผูยื่นขอเสนอเปนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือตางประเทศซึ่งไดจดทะเบียน เกินกวา 1 ป ตองมีมูลคาสุทธิของกิจการ จากผลตางระหวางสินทรัพยสุทธิหักดวยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏใน งบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแลว ซึ่งจะตองแสดงคาเปนบวก 1 ปสุดทายกอนวันยื่นขอเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปสุดทายกอนวันยื่นขอเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินยอนไปกอนวันที่ หนวยงานของรัฐกำหนดใหเปนวันยื่นขอเสนอ 1 ปปฏิทิน เวนแตกรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ไทย หากวันยื่นขอเสนอเปนชวงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการคากำหนดใหนิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการคา ซึ่งจะอยูในชวงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกป โดยนิติ
    บุคคลที่เปนผูยื่นขอเสนอนั้นยังอยูในชวงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการคา คือ ชวงเดือนมกราคม - เดอืนพฤษภาคม กรณนีี้ใหสามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินยอนไปอีก 1 ปได (2) กรณีผูยื่นขอเสนอเปนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไมมีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการคา หรือกรณีผูยื่นขอเสนอเปนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ตางประเทศซึ่งยังไมมีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ใหพิจารณาการกำหนดมูลคา ของทุนจดทะเบียน โดยผูยื่นขอเสนอจะตองมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลคาหุนแลว ณ วันที่ยื่นขอเสนอ ไมต่ำกวา 1 ลาน บาท
    (3) สำหรับการจัดซื้อจัดจางครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผูยื่นขอเสนอเปน บุคคลธรรมดา ใหพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไมเกิน 90 วันกอนวันยื่นขอเสนอ โดยตองมี เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเปนมูลคา 1 ใน 4 ของมูลคางบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ขอเสนอในแตละครั้ง และหากเปนผูชนะการจัดซื้อจัดจางหรือเปนผูไดรับการคัดเลือกจะตองแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงนิฝากที่มีมูลคาดังกลาวอีกคร้งัหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    3 / 11
    (4) กรณีที่ผูยื่นขอเสนอไมมีมูลคาสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแตไมเพียงพอที่จะเขา ยื่นขอเสนอ สามารถดำเนินการไดดังนี้
    (4.1.) กรณีผูยื่นขอเสนอเปนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ ถือสัญชาติไทย ผูยื่นขอเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยตองมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลคา งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นขอเสนอในแตละครั้ง จะเปนสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพยที่ไดรับอนุญาตใหประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแหงประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ ธนาคารแหงประเทศไทยแจงเวียนใหทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงาน ใหญรับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีไดรับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ) ซึ่งออกใหแกผูยื่น ขอเสนอ นับถึงวันยื่นขอเสนอไมเกิน 90 วัน
    (4.2.) กรณีผูยื่นขอเสนอเปนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายตางประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิไดถือสัญชาติไทย ผูยื่นขอเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยตองมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลคางบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นขอเสนอในแตละครั้ง จะเปนสินเชื่อที่ธนาคาร ภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพยที่ไดรับอนุญาตใหประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแหงประเทศไทย ตามรายชื่อ บริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แหงประเทศไทยแจงเวียนใหทราบ หรือเปนสินเชื่อที่ธนาคารตางประเทศหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพยที่ไดรับอนุญาตใหประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชยและประกอบธุรกิจค้ำ ประกันตามประกาศของธนาคารกลางตางประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางตางประเทศนั้น แจงเวียนใหทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงนิรวมของวงเงินสินเชื่อท่สีำนักงานใหญรับรอง หรือที่สำนักงาน สาขารับรอง (กรณีไดรับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ) ซึ่งออกใหแกผูยื่นขอเสนอ นับถึงวันยื่นขอเสนอ ไมเกิน 90 วัน
    (5) กรณีผูยื่นขอเสนอเปนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายตางประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได ถือสัญชาติไทยตามขอ 2 ขอ 3 และขอ 4 (4.2) มูลคาจะตองเปนไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตาม ประกาศที่ธนาคารแหงประเทศไทยกำหนด ในชวงระหวางวันที่เผยแพรประกาศและเอกสารประกวด ราคาในระบบจัดซื้อจัดจางภาครัฐดวยอิเล็กทรอนิกส (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผูยื่นขอเสนอจะตองยื่นเอกสารที่แสดงใหเห็นถึงขอมูลเกี่ยวกับมูลคาสุทธิของ กิจการแลวแตกรณี ประกอบกับเอกสารดังกลาวจะตองผานการรับรองตามระเบียบกระทรวงการ ตางประเทศวาดวยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แกไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะตองยื่นเอกสาร ดังกลาวในวันยื่นขอเสนอ หากผูยื่นขอเสนอมิไดมีการยื่นเอกสารดังกลาวมาพรอมกับการยื่นขอเสนอให ถือวาผูยื่นขอเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไมครบถวนตามเงื่อนไขที่กำหนดไวในเอกสารประกวดราคา
    (6) กรณีตาม ขอ 1 – ขอ 5 ไมใชบังคับกรณีดงัตอไปนี้
    (6.1.) กรณีที่ผูยื่นขอเสนอเปนหนวยงานของรัฐภายในประเทศ
    (6.2.) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยูระหวางการฟนฟูกิจการตาม
    4 / 11
    (6.3.) งานจางกอสรางที่กรมบัญชีกลางไดขึ้นทะเบียนผูประกอบการงานกอสรางแลว และงานจางกอสรางที่หนวยงานของรัฐที่ไดมีการจัดทำบัญชีผูประกอบการงานกอสรางที่มีคุณสมบัติ เบื้องตนไวแลวกอนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจางฯ มีผลใชบังคับ
    (6.4.) การจัดซื้อจัดจางตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แหงพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจางฯ
    (6.5.) การซื้ออสังหาริมทรพัยและการเชาอสังหาริมทรัพย
    (6.6.) กรณีงานจางบริการหรืองานจางเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เชน จางพนักงาน ขับรถ ครูชาวตางชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกขอมูล เปนตน
    3.13 ผูยื่นขอเสนอตองมีประสบการณหรือผลงานการสรางเตาผลิตไบโอชารแบบตอเนื่อง ในวงเงินไม นอยกวา 300,000.00 บาท (สามแสนบาท) เปนสัญญาฉบับเดียวซึ่งเปนผลงานที่แลวเสรจ็ไมเกิน 5 ป นับถึงวันยื่นเอกสารขอเสนอ จำนวน 1 สัญญา โดยมีหนังสือรับรองผลงานซึ่งรับรองสำเนา ถูกตอง และตองเปนผลงานที่เปนคูสัญญาโดยตรงกับหนวยงานของรัฐ หรือหนวยงานเอกชนที่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.) เชื่อถือ โดยใหสงเอกสารรับรอง ผลงานดังกลาวพรอมกับการยื่นขอเสนอราคา
  4. ขอบเขตการดำเนินงาน
    ผูเสนอราคาตองดำเนินการออกแบบ ผลิต ประกอบ และทดสอบตนแบบเตาผลิตไบโอชารแบบตอเนื่อง จำนวน 1 ชุด พรอมอุปกรณครบชุด เพื่อใหเปนไปตามวัตถุประสงคของผูวาจาง และใหสามารถใชงานไดจริง ตามคุณสมบัติทางเทคนิคที่กำหนดไว โดยมีรายละเอียดดังนี้
    4.1 คุณลกัษณะทั่วไป
    4.1.1 เปนเตาผลิตไบโอชารแบบตอเนื่อง สามารถผลิตไบโอชารจากวัสดุชีวมวลตั้งตนได หลากหลายชนิด เชน ซังขาวโพด จอกหูหนู ผักตบชวา โคนทางใบปาลมน้ำมัน และเศษ กิ่งไม เปนอยางนอย
    4.1.2 กำลังการผลิตไบโอชารสูงสุดไมนอยกวา 400 กิโลกรัมตอวัน โดยสามารถเติมชีวมวลได ตลอดกระบวนการผลิต
    4.1.3 สามารถเลือกใชเชื้อเพลิงในการเผาไหมไดอยางนอย 2 ประเภท เชน ชีวมวล (ฟน) ,แกส LPG ,Bio-Diesel หรือไฟฟา ทั้งนี้ตองมีอยางนอย 1 ประเภทจะตองเปน ชีวมวล (ฟน) เปนเชื้อเพลิงหลักในการเผาไหม
    4.1.4 เตาผลิตไบโอชารฯ ที่เสนอราคาตองไดรับการออกแบบและผลิตใหมีคามลพิษทางอากาศ ไมเกินคามาตรฐานตามที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดใน “ประกาศกระทรวง อุตสาหกรรม เรื่อง คามลพิษทางอากาศจากเตาเผา” หรือมาตรฐานที่เทียบเทา ทั้งนี้ คา มลพิษที่ตองควบคุมไดแก ฝุนละออง (Particulate Matter), กาซคารบอนมอนอกไซด (CO), กาซซัลเฟอรไดออกไซด (SO₂) และไนโตรเจนออกไซด (NOₓ)
    5 / 11
    4.1.5 เตาผลิตไบโอชารฯ ตองมีอุปกรณสำหรับปรับระดับความเอียงตามพื้นที่ที่วาง เพื่อใหเตา อยูในแนวระนาบได
    4.2 คุณลกัษณะดานเทคนิค
    4.2.1 ติดตั้งอุปกรณวัดอุณหภูมิอยางนอย 4 จุด ไดแก โซนจุดเชื้อเพลิง (Combustion Zone), โซนไพโรไลซิส (Pyrolysis Zone), โซนของแกสที่ออกจากเตา (Gas Outlet Zone) และในบริเวณไดผลผลิตเปนถานไบโอชารกอนออกจากเตา โดยอุปกรณวัดอุณหภูมิตอง เปน เทอรโมคัปเปลชนิด K หรอืชนิดเทียบเทา ที่สามารถวัดอุณหภูมิไดในชวง 0–1000°C มีความละเอียดในการอานคาไมนอยกวา ±1°C โดยเปนการติดตั้งภายในเตาแตละโซน
    4.2.2 ติดตั้งอุปกรณตรวจวัดปริมาณกาซและมลพิษที่ปลอยออกจากเตาผลิตไบโอชารฯ ไดแก PM2.5, CO, CO2, SO2, NOX และ CH4 โดยที่อุปกรณตรวจวัดตองประกอบและติดตั้ง เปนสวนหนึ่งของเตา และสามารถวัดคาความเขมขนของแตละชนิดไดในหนวยมาตรฐาน (เชน mg/m³ หรือ ppm หรือมีวิธีการแปลงหนวยวัดใหเปน ppm ได) (แสดงเอกสาร คุณลักษณะของอุปกรณตรวจวัดกาซในวันยื่นเอกสาร)
    4.2.3 อุปกรณวัดอุณหภูมิ ในขอ 4.2.1 และ อุปกรณตรวจวัดปริมาณกาซและมลพิษ ในขอ 4.2.2 ตองเชื่อมตอกับระบบบันทึกขอมูลอัตโนมัติ (Data Logger หรือ Controller System) เพื่อใหสามารถแสดงและบันทึกคาการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบ Real-time และสามารถ Export ขอมูลออกมาในรูปแบบ Ascii File เชน .csv หรอื .txt ได
    4.2.4 มีหนาจอเพื่อแสดงคาของอุณหภูมิและแสดงคาปรมิาณของกาซและมลพิษ 4.2.5 ระบบเตาผลิตไบโอชารฯ ตองสามารถทำความรอนสูงสุดในบริเวณโซนไพโรไลซิสไดไมต่ำ กวา 600°C เพื่อใหกระบวนการสลายตัวทางความรอนของชวีมวลเปนไปอยางสมบูรณ 4.2.6 มีการหุมฉนวนกันความรอนในโซนของไพโรไลซิส เพื่อปองกันการรั่วไหลของความรอน 4.2.7 มีระบบลดอุณหภูมิของไบโอชารที่ผานกระบวนการไพโรไลซิสแลว ใหต่ำกวา 100°C กอน เปดเตา เพื่อปองกันการเกิดการจุดติดไฟ (Self-ignition) ของไบโอชารและเพื่อให สามารถเก็บไบโอชารออกจากเตาไดอยางปลอดภัยหลังสิ้นสุดกระบวนการผลิต
    4.2.8 มีจุดเปด/ปด เพื่อใหสามารถวัดและเก็บ Emission Gas ที่ปลอยออกจากเตาใน กระบวนการผลิตไบโอชารได
    4.2.9 มีระบบควบคุมอุณหภูมิในกระบวนการผลิตไบโอชาร
    4.2.10 สามารถควบคุมการทำงานของเตาผลิตไบโอชารฯดวยระบบไฟฟา หรือควบคุมดวย อุปกรณไมโครคอนโทรลเลอร เชนการควบคุมความเร็วของ Feeder ในสวนของการ ลำเลียงชีวมวลเขากระบวนการเผาถาน หรือ Adjust ความเร็วใหมีความแกวงไมเกิน +/- 1% เปนตน
    4.2.11 วัสดุที่ใชประกอบเตาในสวนที่ไดรับความรอนจากกระบวนการเผา ตองสามารถทน อุณหภูมิไดไมนอยกวา 600 °C (แสดงเอกสารประกอบในวันที่ยื่นเสนอราคา)
    6 / 11
    4.2.12 มีระบบจัดการกาซหรือควัน ที่เกิดขึ้นระหวางกระบวนการผลิตไบโอชาร เพื่อควบคุมการ ปลดปลอยมลพิษใหอยูในระดับที่ไมกอใหเกิดผลกระทบตอสิ่งแวดลอม เชน ระบบกำจัด ควันแบบเปยก (Wet Scrubber System) เพื่อดักจับเขมาและละอองสารระเหย หรือ ระบบควบแนน (Condensation System) เพื่อแยกน้ำมันชีวภาพหรือของเหลวที่เกิด จากกระบวนการไพโรไลซิส หรือเทคโนโลยีเทียบเทาที่ใหประสิทธิภาพในการลดควันและ กลิ่นในระดับเดียวกันหรือดีกวาเปนตน
    4.2.13 มีระบบนำพลังงานความรอนที่เหลือจากกระบวนการเผาชีวมวล (Waste Heat Recovery System) ไปใชประโยชน เชน ใชเปนพลังงานความรอนสำหรับ อบวัตถุดิบชีว มวลเพื่อลดความชื้น (Biomass Drying System)
    4.2.14 มีระบบที่ใชแกปญหาที่เกิดจากน้ำมันดิน หรือ Tar ที่เกิดจากกระบวนการผลิตไบโอชาร ซึ่งเมื่อเย็นตัวจะเกาะติดกับสวนตางๆของเตา ทำใหการทำงานของเตาผิดปกติเชน เกาะติดที่สวนปอนชีวมวล จะทำใหสวนนี้ไมสามารถปอนชีวมวลได เกิดการอุดตันของ วัตถุดิบขาเขา เชนระบบกำจัด Tar ดวยความรอน หรือเทคโนโลยีเทียบเทาที่สามารถลด การเกิดการอุดตันและรักษาประสิทธิภาพการทำงานของเตาไดอยางตอเนื่องเปนตน
    4.3 ขอกำหนดอื่นๆ
    4.3.1 มีคูมือการใชงาน คูมือการบำรุงรักษาในรูปแบบเอกสารสิ่งพิมพและสื่ออิเล็กทรอนิกส จำนวนอยางละ 1 ชุด
    4.3.2 ผูรับจางตองจัดทำ Drawing แบบแปลนของเตาผลิตไบโอชารฯ เพื่อแสดงโครงสรางและ ตำแหนงของการติดตั้งอุปกรณตางๆ ของพัสดุ ตามพื้นที่ติดตั้งที่มีขนาดไมเกิน 3 x 8 x 4 เมตร (กวาง x ยาว x สูง) และรองรับน้ำหนักไดที่ 500 กิโลกรัมตอตารางเมตร โดยแสดง เอกสารในวันยื่นเสนอราคา
    4.3.3 ผูเสนอราคาตองจัดสงชางเทคนิคหรือผูมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบเตาผลิตไบโอชารฯ มาดำเนินการรวมในการประกอบ ติดตั้ง และทดสอบการทำงานของเตา ณ สถานที่ที่ หนวยงานกำหนด เพื่อใหมั่นใจวาเครื่องสามารถทำงานไดตามคุณสมบัติทางเทคนิคที่ กำหนดไวใน TOR
    4.3.4 เตาผลิตไบโอชารแบบตอเนื่อง สามารถติดตั้งในพื้นที่ที่มีขนาดไมเกิน 3 x 8 x 4 เมตร (กวาง x ยาว x สูง) และรองรับน้ำหนักไดที่ 500 กิโลกรัมตอตารางเมตร
  5. ระยะเวลาดำเนินงาน การสงมอบรวมติดตั้ง ทดสอบ และอบรม
    ผูรับจางตองดำเนินการ สงมอบ ติดตั้ง ทดสอบและอบรม ใหแลวเสร็จภายใน 150 วันนับถัดจากวันที่ ไดรบัแจงจากสำนักงานฯ โดยผูรับจางตองดำเนินการดังนี้
    5.1 การติดตั้ง
    5.1.1 ผูรับจางตองเขาสำรวจสถานที่และตองเตรียมการทั้งหมดที่เกี่ยวของกอนทำการติดตั้ง จน สามารถใชงานตนแบบเตาผลิตไบโอชารฯ พรอมอุปกรณประกอบทั้งหมดไดอยางถูกตอง
    7 / 11
    สมบูรณ และถูกตองตามหลักวิศวกรรม โดยพื้นที่ติดตั้งมีขนาดไมเกิน 3 x 8 x 4 เมตร (กวาง x ยาว x สูง) และรองรับน้ำหนักไดที่ 500 กิโลกรัมตอตารางเมตร
    5.1.2 ผูรับจางตองติดตั้งระบบไฟฟาจากเตาผลิตไบโอชารฯ เขากับระบบไฟอาคารของผูจาง โดยผูรับจางตองเปนผูดำเนินการเอง
    5.1.3 การดำเนินการติดตั้งเตาผลิตไบโอชารฯ ทั้งระบบ ผูรับจางตองเปนผูดำเนินการและ รับผิดชอบคาใชจายที่เกิดขึ้นเองทั้งหมด
    5.1.4 จัดทำรายงานการติดตั้งพัสดุและอุปกรณประกอบทั้งหมด พรอมสงมอบใหหนวยงานใน วันสงมอบงาน
    5.2 การตรวจรับพัสดุ
    ผูรับจางตองทำการทดสอบพัสดุ ดังนี้
    5.2.1 ผูรับจางตองแสดงใหเห็นวาเตาผลติไบโอชารแบบตอเนื่อง สามารถติดตั้งในพื้นที่ขนาด ไมเกิน 3 x 8 x 4 เมตร (กวาง x ยาว x สูง) และรองรับน้ำหนักไดที่ 500 กิโลกรัมตอ ตารางเมตร ไดอยางปลอดภัย
    5.2.2 ผูรับจางตองทำการทดสอบผลิตไบโอชารใหไดปริมาณไมนอยกวา 17 กิโลกรัมตอ ชั่วโมง ตอเนื่องเปนเวลาอยางนอย 3 ชั่วโมง
    5.2.3 ทดสอบคามลพิษทางอากาศ (ตั้งแตเริ่มจุดเตา จนจบกระบวนการผลิตไบโอชาร) ให เปนไปตามที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดใน “ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง คามลพิษทางอากาศจากเตาเผา” หรือมาตรฐานที่เทียบเทา โดยตองทดสอบคา มลพิษทางอากาศ อยางนอยดังน้ี
    (1) คา PM 2.5 โดยมีคาเฉลี่ยไมเกิน 320 mg/m3
    (2) คา SO2 โดยมีคาเฉลี่ยไมเกิน 60 ppm
    (3) คา NOx โดยมีคาเฉลี่ยไมเกิน 200 ppm
    (4) คา CO โดยมีคาเฉล่ยีไมเกิน 690 ppm
    5.3 การอบรม
    ผูรับจางตองอบรมการใชงานและบำรุงรักษาพัสดุ ใหแกบุคคลากรของศูนยฯ ณ สถานที่ติดตั้ง โดยผูรับจางตองรับผิดชอบคาใชจายในการจัดทำเอกสารการอบรม คาวิทยากร และอื่นๆ โดยไมคิด คาใชจายเพิ่มแตอยางใด
  6. วงเงินในการจัดหา
    ภายในวงเงิน 2,000,000.00 บาท (สองลานบาทถวน) ซึ่งรวมภาษีมูลคาเพิ่ม คาภาษีอากรอื่น ๆ และ คาใชจายทั้งปวงไวเรียบรอยแลว
    8 / 11
  7. การจายเงิน
    สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.) จะจายเงินคาจางตามสัญญา/ใบสั่งจาง ภายใน 30 วัน เมื่อผูรับจางไดสงมอบงานครบถวนถูกตอง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุไดตรวจรับมอบงาน จางไวเรียบรอยแลว
  8. หลักเกณฑการพิจารณาคัดเลือก
    สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีแหงชาติ(สวทช.) จะพิจารณาดวยเกณฑราคา
  9. กรรมสิทธิ์และความคุมครองเกี่ยวกับสิทธิ์
    ผูรับจางจะตองเก็บรักษาขอมูล ผลงาน ผลการศึกษา เอกสาร ตลอดจนขอมูลตางๆ ที่ไดจากการ ดำเนินงานตามสัญญานี้ ไมวาจะจัดเก็บขอมูลในรูปแบบใดใหตกเปนกรรมสิทธิ์ของ สวทช. แตเพียงผูเดียว ผูรับ จางอาจเก็บสำเนาเอกสารดังกลาวไวกับตนเองได แตตองไมนำเนื้อหาหรือขอความในรูปแบบนั้นไปใชในกิจการ อื่นที่ไมเกี่ยวของกับงาน โดยไมไดรับความยินยอมลวงหนาจากผูวาจางกอน
    ในกรณีที่บุคคลภายนอกกลาวอางสิทธิ์หรือเรียกรองใดๆ วามีการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวกับงานจางโดยผู วาจางไมไดเปลี่ยนแปลงแกไขไปจากเดิม ผูรับจางจะตองดำเนินการทั้งปวงเพื่อใหการกลาวอางหรือการเรียกรอง ดังกลาวระงับสิ้นไปโดยเร็ว เพื่อใหผูวาจางสามารถใชงานจางตอไปได หากผูรับจางมิอาจกระทำไดและผูวาจาง ตองรับผิดชอบใชคา เสียหายตอ บุคคลภายนอก ผูรับจางจะตองเปนผูชำระคาเสียหาย คาปรับ และคาใชจายอื่นๆ แทนผูวาจาง
  10. เงื่อนไขอ่นื ๆ
    10.1 เมื่อผูรับจางสงมอบงาน และผูวาจางไดรับมอบงานจากผูรับจาง หากมีเหตุชำรุดบกพรองหรือ เสียหายเกิดขึ้นจากการจางนี้ ภายในกำหนด 2 ป นับถัดจากวันที่ไดรับมอบงานดังกลาว ซึ่งความชำรุดบกพรอง หรือเสียหายนั้นเกิดจากความบกพรองของผูรับจางอันเกิดจากการใชวัสดุที่ไมถูกตอง หรือทำไวไมเรียบรอย หรือ ทำไมถูกตองตามมาตรฐานแหงหลักวิชา ผูรับจางจะตองรีบทำการแกไขใหเปนที่เรียบรอยโดยไมชักชา โดยผูวา จางไมต องออกเงินใดๆ ในการนี้ท้งัสิ้น หากผูรับจางไมกระทำการดังกลาวภายในกำหนด 30 วัน นับถัดจากวันที่ ไดรบัแจงเปนหนังสือจากผูวาจางหรือไมทำการแกไขใหถูกตองเรียบรอยภายในเวลาที่ผูวาจางกำหนด ใหผูวาจาง มีสิทธิที่จะทำการนั้นเอง หรือจางผูอื่นใหทำงานนั้น โดยผูรับจางตองเปนผูออกคาใชจายเองทั้งสิ้น
    ในกรณีเรงดวนจำเปนตองรีบแกไขเหตุชำรุดบกพรองหรือเสียหายโดยเร็ว และไมอาจรอใหผูรับจางแกไข ในระยะเวลาที่กาหนดไวไดผูวาจางมีสิทธิเขาจัดการแกไขเหตุชำรุดบกพรองหรือเสียหายนั้นเอง หรือจางผูอื่นให ซอมแซมความชำรุดบกพรองหรือเสียหาย โดยผูรับจางตองรับผิดชอบชาระคาใชจายทั้งหมด
    10.2 ผูรับจางตองใหการสนับสนุนทางเทคนิคและใหคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการเผา ไมนอย กวา 4 ครั้ง ภายหลังจากการสงมอบพัสดุแลว โดยตองเขามารวมใหคำปรึกษาและแนะนำการปฏิบัติงาน ณ
    9 / 11
    สถานที่ติดตั้ง ไมนอยกวา 4 ครั้ง ภายในระยะเวลาการรับประกันนับถัดจากวันที่ผูวาจางไดรับมอบพัสดุทั้งหมด ไวโดยถูกตองครบถวนตามสัญญา โดยไมคิดคาใชจายเพิ่มเติม
    10.3 หากผูรับจางไมสามารถสงมอบงานจางใหแลวเสร็จภายในเวลาที่กำหนด และสำนักงานพัฒนา วิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.) ยังมิไดบอกเลิกสัญญา ผูรับจางตองยินยอมใหปรับเปนรายวันใน อัตรารอยละ 0.10 ของราคาคาจางทั้งสัญญา นับแตวันครบกำหนดสงมอบตามสัญญาจนถึงวันที่สงมอบครบถวน ถูกตอง
  11. เอกสารที่ตองยื่นในวันเสนอราคา
    ผูเสนอราคาตองยื่นเอกสารการประกอบการเสนอราคาใหครบถวนในวันเสนอราคา ดงันี้ 11.1 หนังสือรับรองผลงาน (ขอกำหนด 3.13)
    11.2 เอกสารขอมูลจำเพาะ (Specification Sheet) ของอุปกรณวัดอุณหภูมิ อุปกรณตรวจวัดปริมาณ กาซและมลพิษ และระบบบันทึกขอมลู (ขอกำหนด 4.2.1 ,4.2.2 และ 4.2.3)
    11.3 แบบแปลนที่แสดงตำแหนงของอุปกรณตางๆของเตาและอุปกรณตรวจวัดอุณหภูมิและกาซตางๆ รวมทั้งจุดเปด/ปด เพื่อใหสามารถวัดและเก็บ Emission Gas ที่ปลอยออกจากเตาในกระบวนการ ผลิตไบโอชาร (ขอกำหนด 4.2.1 ,4.2.2 และ 4.2.8)
    11.4 แบบของระบบกำจัดมลพิษ (เชน ระบบกรองฝุน, Scrubber, Cyclone, Bag Filter หรือเทคโนโลยี ที่เทียบเทา) เพื่อยืนยันการควบคุมมลพิษตามมาตรฐานดังกลาว (ขอกำหนด 4.2.12)
    11.5 เอกสารแสดงขอมูลจำเพาะของอุปกรณที่ใชประกอบเตาไดแก ฉนวนหุมและวัสดุที่ใชประกอบเตา (ขอกำหนด 4.2.6 และ 4.2.11)
    11.6 แบบแปลนของตนแบบเตาเผาชีวมวลสำหรับการผลิตไบโอชารแบบตอเนื่อง โดยตองแสดง โครงสราง ขนาด และตำแหนงของการติดตั้งอุปกรณตางๆ ตามพื้นที่ที่หนวยงานกำหนดไว (ขอกำหนด 4.3.2)
    11.7 รายชื่อชางเทคนิคหรือผูเชี่ยวชาญที่จะเขามาดำเนินการประกอบ ติดตั้ง และใหคำแนะนำการใช งานตนแบบเตา (ขอกำหนด 4.3.3)
  12. สถานที่จัดสง/จัดเก็บพัสดุ ผูรับผิดชอบ และเบอรโทร
    โรงผลิตไบโอชารภายใตการดูแลของหนวยวิจัยสิ่งแวดลอม ศูนยเทคโนโลหะและวัสดุแหงชาติ อุทยาน วิทยาศาสตรประเทศไทย ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120 โดยพื้นที่ติดตั้งมีขนาดไมเกิน 3 x 8 x 4 เมตร (กวาง x ยาว x สูง) และรองรับน้ำหนักไดที่ 500 กิโลกรัม ตอตารางเมตร
    ติดตอ นายณัฐกร กีรติไพบูลยเบอรโทร 02 564 6500 ตอ 4122
    10 / 11
  13. มาตรฐานขั้นต่ำของผลิตภัณฑ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องจักร
    13.1 เครื่องมือหรืออุปกรณที่นำมาประกอบเปนเครื่องมือตองไดรับการรับรองมาตรฐาน มอก. หรือ มาตรฐานความปลอดภัยอยางอื่น
    13.2 ตองมีเอกสารคูมือการใชงาน และคูมือการบำรุงรักษา
    13.3 อุปกรณที่มีโครงสรางเปนโลหะตองมรีะบบสายดิน
    จัดทำโดย คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน
    นายณัฐกร กีรติไพบูลย
    นางสาวสายสมร คุณหอม
    นายเกริกชัย อินทรปอ
    11 / 11