ประกวดราคาซื้อเสาเข็ม King Pile ค.อ.ร. รูปตัวไอ ขนาด 0.40x0.40 ม. ยาว 20 ม. เหล็กเสริมพิเศษ(Dowel Bar) 4-20 ยาว 5 ม. มอก.396-2549 รับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยได้ไม่น้อยกว่า 35 ตัน ต้น และสามารถรับโมเมนต์ดัดได้ไม่น้อยกว่า 11 ตัน-เมตร ต้น พร้อมตอก และอื่นๆ จำนวน 4 รายการ สำหรับงานประตูระบายน้ำคลองนาขวาง โครงการชลประทานสมุทรสาคร ตำบลกาหลง อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการตอกเสาเข็มสำหรับงานก่อสร้าง โดยเน้นความถูกต้องตามหลักวิศวกรรมและความปลอดภัยของโครงสร้าง ขอบเขตงานประกอบด้วยการจัดหาเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรง (Precast Prestressed Concrete Pile) และเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete Pile) ที่ได้มาตรฐาน มอก.396-2549 การเตรียมพื้นที่และเครื่องจักร (ปั้นจั่น) ที่มีสภาพสมบูรณ์ การตอกเสาเข็มให้ได้ระดับและตำแหน่งตามแบบก่อสร้าง รวมถึงการควบคุมผลกระทบต่ออาคารข้างเคียง
ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดทำระเบียนการตอกเสาเข็ม (Driving Log) อย่างละเอียดในทุกขั้นตอน เพื่อให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาความสามารถในการรับน้ำหนัก นอกจากนี้ โครงการยังกำหนดให้มีการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็ม (Pile Load Test) เพื่อยืนยันกำลังรับน้ำหนักจริงในสนาม ทั้งวิธี Static Load Test (การทดสอบด้วยน้ำหนักบรรทุก) และ Dynamic Load Test (การทดสอบด้วยคลื่นความเค้น) โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมด รวมถึงการจัดทำรายงานผลการทดสอบโดยวิศวกรควบคุมงานตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 หากพบความผิดพลาดหรือเสาเข็มเสียหาย ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขหรือตอกเสาเข็มเสริมตามที่คณะกรรมการฯ กำหนดโดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
English summary
This project involves the installation of precast prestressed concrete piles and cast-in-place reinforced concrete piles. The scope includes material procurement compliant with TIS 396-2549, pile driving using certified machinery, and rigorous documentation of driving logs. The contractor is responsible for conducting Pile Load Tests, including both Static and Dynamic Load Tests, to verify bearing capacity. All works must adhere to engineering standards and be supervised by the inspection committee. The contractor bears all costs related to testing, potential remedial works, and ensuring compliance with safety and structural requirements.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้ได้ฐานรากที่มีความมั่นคงแข็งแรงตามมาตรฐานวิศวกรรม
- เพื่อดำเนินการตอกเสาเข็มให้ได้ตำแหน่งและระดับตามแบบก่อสร้าง
- เพื่อตรวจสอบและยืนยันกำลังรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มในสนามจริง
- เพื่อป้องกันความเสียหายต่ออาคารข้างเคียงระหว่างการปฏิบัติงาน
ขอบเขตของงาน
- จัดหาและขนส่งเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงและเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก
- เตรียมพื้นที่และติดตั้งปั้นจั่นตอกเสาเข็มตามมาตรฐานความปลอดภัย
- ดำเนินการตอกเสาเข็มตามตำแหน่งที่กำหนดและจัดทำระเบียนการตอก (Driving Log)
- ดำเนินการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุก (Pile Load Test) ทั้งวิธี Static และ Dynamic
- จัดทำรายงานผลการทดสอบและแบบแสดงตำแหน่งเสาเข็มที่ตอกจริง
- ดำเนินการแก้ไขกรณีเสาเข็มชำรุดหรือไม่ได้ระดับตามคำสั่งคณะกรรมการฯ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เสาเข็มที่ตอกเสร็จสมบูรณ์ตามระดับและตำแหน่งในแบบ
- ระเบียนการตอกเสาเข็ม (Driving Log) ทุกต้น
- แบบแสดงตำแหน่งเสาเข็มที่ตอกจริง (As-built Drawing)
- รายงานผลการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุก (Pile Load Test Report)
- เอกสารรับรองผลการทดสอบจากวิศวกรควบคุมงาน
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาการบ่มคอนกรีตก่อนตอก: 7 วัน (สำหรับปูนซีเมนต์ประเภท 3) หรือ 28 วัน (สำหรับปูนซีเมนต์ประเภท 1 หรือ 5)
- ระยะเวลาส่งแบบแสดงตำแหน่งเสาเข็ม: ภายใน 5 วันหลังตอกเสร็จ
- ระยะเวลาส่งผลการทดสอบ Pile Load Test: ภายใน 7 วันหลังทดสอบเสร็จ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีความพร้อมด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์ตอกเสาเข็ม
- Standards Compliance: วัสดุต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 396-2549
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องมือตอกเสาเข็มที่มีกำลังขับตามที่กำหนด (เช่น 468 - 3,042 กก./เมตร ขึ้นอยู่กับขนาดเสาเข็ม) และเครื่องมือทดสอบ Pile Load Test ที่ผ่านการ Calibrate
- Personnel: ต้องมีวิศวกรควบคุมงานตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาจากความถูกต้องของขั้นตอนการทำงานตามที่เสนอและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการฯ
- พิจารณาจากความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกที่ผ่านเกณฑ์การทดสอบ
- พิจารณาจากความครบถ้วนของเอกสารระเบียนการตอกเสาเข็ม
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรง (Precast Prestressed Concrete Pile) ตาม มอก. 396-2549
- เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete Pile) ตาม มอก. 396-2549
- ค่า Slump Test ของคอนกรีตหล่อในที่: 10.50 - 15.50 ซม.
- การตอกเสาเข็มต้องได้แนวดิ่ง (เบนได้ไม่เกิน 5 มม. ต่อความยาว 30 ซม.)
- การทดสอบ Pile Load Test ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ASTM D4945-96 (สำหรับ Dynamic)
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: จ่ายตามปริมาณงานจริง (หน่วย: เมตร) รวมค่าวัสดุ ค่าแรง และค่าทดสอบแล้ว
- บทลงโทษ: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการแก้ไขงานที่ไม่ได้มาตรฐานหรือเสาเข็มที่ชำรุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: หากเสาเข็มหักระหว่างตอกต้องทำอย่างไร? ตอบ: ห้ามนำมาใช้เด็ดขาด และผู้รับจ้างต้องเสนอแผนแก้ไขให้คณะกรรมการฯ พิจารณาโดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
- ถาม: การทดสอบ Pile Load Test ต้องทำเมื่อใด? ตอบ: หลังตอกเสาเข็มแล้ว 7-15 วัน (ขึ้นอยู่กับชนิดดิน)
- ถาม: หากเสาเข็มลอยตัวในดินเหนียวต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องตอกลงไปจนถึงระดับเดิมโดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้าง
- ถาม: เครื่องมือทดสอบน้ำหนักต้องมีอายุใบรับรองเท่าใด? ตอบ: ไม่เกิน 3 เดือน
- ถาม: เสาเข็มต่อได้กี่ท่อน? ตอบ: ไม่เกิน 2 ท่อน โดยต้องเชื่อมด้วยไฟฟ้าและมีข้อต่อตามมาตรฐานที่กำหนด
- ถาม: การตอกเสาเข็มกลุ่มต้องเริ่มจากจุดใด? ตอบ: ต้องตอกจากภายในมาสู่ภายนอก
- ถาม: หากเสาเข็มตอกไม่ถึงระดับที่กำหนดต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องแจ้งคณะกรรมการฯ ทันทีเพื่อวินิจฉัย
- ถาม: วัสดุรองหัวเสาเข็มในหมวกเหล็กต้องหนาเท่าใด? ตอบ: ไม่เกิน 3 เซนติเมตร
- ถาม: การวิเคราะห์ข้อมูล Dynamic Load Test ใช้โปรแกรมอะไร? ตอบ: ใช้โปรแกรม CAPWAP
- ถาม: ใครเป็นผู้กำหนดจำนวนเสาเข็มที่จะทดสอบ? ตอบ: วิศวกรผู้ออกแบบเป็นผู้พิจารณาเลือกวิธีและจำนวน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (SPECIFICATIONS)
๑.
ข้อกําหนดทั่วไปของวัสดุ
๑.๑. งานเสาเข็มตอก
เสาเข็มตอก หมายถึง เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กหล่อบริเวณสถานที่ก่อสร้างหรือเสาเข็ม
คอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงที่หล่อสําเร็จจากโรงงานแล้วตอกลงในตําแหน่งที่ต้องการ ด้วยเครื่องจักร
๑.๑.๑ เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จ (Precast Prestressed Concrete Pile)
เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จ (Precast Prestressed Concrete Pile) เป็น เสาเข็มที่ผลิตจากโรงงาน เมื่อบ่มคอนกรีตได้อายุแล้ว จึงขนย้ายไปยังสถานที่ก่อสร้าง ผลิตโดยใช้เทคนิคในการ ดึงลวดรับแรงดึงก่อนเทคอนกรีตลงในแบบหล่อ ในขณะที่แรงดึงในลวดยังค้างอยู่เมื่อคอนกรีตแข็งตัวดีแล้วจึง ตัดลวดรับแรงดึงที่ปลายเสาเข็มออก ปัจจุบันมีหลายลักษณะที่ขายอยู่ในท้องตลาด เช่น รูปสี่เหลี่ยม รูปตัวไอ รูปตัววาย รูปหกเหลี่ยม และรูปกลม เป็นต้น
ข้อกําหนดทั่วไปของวัสดุ (Material Specifications)
๙/
ก. เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จจะต้องมีคุณภาพตามมาตรฐาน มอก.๓๙๖ - ๒๕๔๙ ข. เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จที่นํามาใช้ต้องมีเนื้อที่หน้าตัดที่กดบนดินและ
รับน้ําหนักบรรทุกปลอดภัยได้ไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบหรือรายการประกอบแบบ
ค. ลักษณะการหล่อเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จแต่ละต้นจะต้องหล่อให้ ติดต่อกันตลอดในครั้งเดียวห้ามมีรอยต่อ คอนกรีตมีแนวตรงสวยงาม ไม่มีรูโพรง ไม่คดงอ รูปร่างภายนอก ของเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จต้องเหมือนกันตลอดความยาว สําหรับส่วนปลายเสาเข็ม
ในระยะซึ่งยาวไม่เกิน ๑.๕ เท่าของความกว้างของเสาเข็มยอมให้สอบปลายได้
ง. เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จต้องตรงแต่ถ้ามีการคดงอ อนุโลมให้มีระยะคดงอ ได้ไม่เกินความยาวของส่วนที่คดงอของเสาเข็มหารด้วย ๓๖๐ โดยใช้วิธีลากเชือกระหว่างปลายทั้ง ๒ ข้าง ของส่วนที่คดงอแล้ววัดตั้งฉากระหว่างเชือกกับผิวของเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จส่วนที่คดงอ จ. หากเป็นเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จกลวงหรือเว้าข้าง รูกลวงหรือส่วนเว้าข้าง
ต้องไม่ทําให้หน้าตัดเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จเสียศูนย์
2. เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จต้องแข็งแรงทนทานต่อการตอกของตุ้มตอกเสาเข็ม และการกระทบกระแทกระหว่างการขนส่งได้ ซึ่งมีความหนาของส่วนที่บางที่สุดไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร
ช. เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จจะนํามาตอกใช้งานได้ต่อเมื่ออายุของคอนกรีต
ของเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จนั้น
มีอายุ ๒๘ วัน สําหรับเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กหรือคอนกรีตอัดแรงที่หล่อด้วยปูนซีเมนต์
ปอร์ตแลนด์ประเภท ๑ หรือ ประเภท ๕
มีอายุ ๗ วัน สําหรับเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กหรือคอนกรีตอัดแรงที่หล่อด้วยปูนซีเมนต์ ปอร์ตแลนด์ประเภท ๓
ในกรณีที่ใช้สารเคมีผสมเพิ่มเพื่อเร่งกําลังของคอนกรีต ต้องได้รับความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนเพื่อกําหนดอายุของเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จที่จะนํามา
ตอกใช้งาน
ซ. เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จอนุญาตให้ต่อได้ แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน ๒ ท่อน โดยวิธีเชื่อมด้วยไฟฟ้าและทั้งสองท่อนเมื่อต่อกันแล้วต้องเป็นเส้นตรงเดียวกัน โดยที่ข้อต่อของเสาเข็มคอนกรีต เสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จทั้งสองท่อนต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
ต้องเป็นเหล็กเหนียว
ข้อต่อต้องมีลักษณะเป็นหมวกครอบปลายหัวเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จ
ในส่วนที่จะต่อกันนั้นหรือมีลักษณะคล้ายคลึงกัน และสามารถกันมิให้คอนกรีตที่รองรับข้อต่อนั้นแตกในขณะ
รับแรงกระแทกจากการตอกเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จ ข้อต่อนี้ให้หล่อยึดติดกับตัวเสาเข็ม
คอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จ และต้องมีเนื้อที่หน้าตัดไม่น้อยกว่าเนื้อที่หน้าตัดของเสาเข็มที่จุดนั้น
แต่จะโตเกินขนาดภายนอกของเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จมิได้
ต้องมีเหล็กยึดข้อต่อดังกล่าวให้ติดแน่นกับท่อคอนกรีตเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรง
หล่อสําเร็จ จนสามารถรับแรงดัด (Bending Moment) ได้ดีไม่น้อยกว่าส่วนอื่นของเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก
อัดแรงหล่อสําเร็จ
5 มิลลิเมตร
ความหนาของแผ่นเหล็กข้อต่อของแต่ละแผ่น เฉพาะส่วนที่วางประกบกันต้องไม่น้อยกว่า
พื้นที่ผิวของข้อต่อส่วนที่ประกบกันต้องเรียบทั้งสองด้านเพื่อให้ประกบกันแนบสนิท
เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จในส่วนที่ต่อกัน ต้องได้รับการป้องกันการแตก
ด้วยการเสริมเหล็กปลอกเป็นพิเศษ
ณ. กรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จมีคุณสมบัติด้อยลง
ไปกว่าที่กําหนดในรายการมาตรฐานนี้ผู้ขายต้องจัดการแก้ไข กรณีที่แก้ไขไม่ได้เป็นหน้าที่ของผู้ขายต้องเปลี่ยน
เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จให้มีคุณสมบัติถูกต้องตามข้อกําหนดในมาตรฐานนี้ค่าใช้จ่ายที่
เพิ่มขึ้นเป็นของผู้ขายทั้งสิ้น
ญ. ในกรณีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตลอดจนการพิจารณาคุณสมบัติของเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก อัดแรงหล่อสําเร็จให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกรรมการตรวจรับของผู้ซื้อและหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
ฎ. เมื่อทําการตอกเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ขายต้องส่ง
แบบแสดงตําแหน่งของเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จ ทุกต้นที่ตอกจริงเทียบกับตําแหน่งเสาเข็ม คอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จที่แสดงในแบบก่อสร้างให้กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ภายใน ๕ วัน ๑.๑.๒ เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete Pile)
เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete Pile) เป็นเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กที่ หล่อบริเวณสถานที่ก่อสร้างและมีความยาวอยู่ระหว่าง 4.00 - 00.00 เมตร เนื่องจากไม่สามารถขนส่ง เสาเข็มคอนกรีตอัดแรงเข้าไปในสถานที่ก่อสร้างได้ หรือมีจุดประสงค์อื่นๆ เช่น ทําเสาเข็มสมอเพื่อยึดลวดสลิง ในการทํากําแพงป้องกันตลิ่ง รูปร่างของเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก ขึ้นอยู่กับการออกแบบเหล็กเสริมตามยาว
ซึ่งต้องมีความสามารถเพียงพอในการรับโมเมนต์ดัด
๑.๑.๒.๑ ข้อกําหนดทั่วไปของวัสดุ (Material Specifications)
ก. เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete Pile) จะต้องมีคุณภาพตามมาตรฐาน
มอก.๓๙๖ - ๒๕๔๙
ข. เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กต้องตรงไม่คดงอ และต้องมีเหล็กแกนความยาวอย่างน้อย ๔ เส้น ค. เหล็กปลอก ช่วงบริเวณปลายและโคนเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กยาว ๑.๕ เท่าของความกว้าง ของเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กจะต้องใส่เหล็กปลอกให้ถี่ขึ้น เพื่อป้องกันการเสียหายเนื่องจากแรงกระแทก ในขณะตอก ปริมาตรเหล็กปลอกจะใช้ไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เปอร์เซ็นเมื่อเทียบกับปริมาตรคอนกรีต
ง. การหล่อคอนกรีตต้องหล่อให้ติดต่อกันตลอดในครั้งเดียว ห้ามมีรอยต่อและต้องไม่มีโพรง จ. เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กจะนํามาตอกใช้งานได้ต่อเมื่ออายุของคอนกรีตของเสาเข็มนั้นมี อายุ ๒๘ วัน สําหรับเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กหรือคอนกรีตอัดแรงที่หล่อด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท ๑ หรือประเภท ๕ มีอายุ ๗ วัน สําหรับเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กหรือคอนกรีตอัดแรงที่หล่อด้วยปูนซีเมนต์ ปอร์ตแลนด์ประเภท ๓ ในกรณีที่ต้องการนําเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กมาใช้ก่อนกําหนดเวลา กําลังคอนกรีต ของเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กต้องมีค่าไม่น้อยกว่าค่ากําลังของคอนกรีตที่อายุ ๒๘ วัน ทั้งนี้ต้องส่งผลการ ทดสอบกําลังของคอนกรีตให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบก่อน
ในกรณีที่ใช้สารเคมีผสมเพิ่มเพื่อเร่งกําลังของคอนกรีต ต้องได้รับความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อน เพื่อกําหนดอายุของเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กที่จะนํามาตอกใช้งาน
2. ในกรณีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตลอดจนการพิจารณาคุณสมบัติของเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก
ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
ช. เมื่อทําการตอกเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ขายต้องส่งแบบแสดงตําแหน่ง ของเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กทุกต้นที่ตอกจริงเทียบกับตําแหน่งเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กที่แสดงแบบ
ก่อสร้างให้กับผู้ซื้อภายใน ๕ วัน
ซ. วัสดุต่างๆ ที่ใช้ในการหล่อเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก วัสดุมวลรวมของคอนกรีต เหล็กเสริม คอนกรีต สารผสมเพิ่ม ตลอดจนวิธีการผลิตคอนกรีตต้องได้มาตรฐาน ค่าแรงอัดประลัยของคอนกรีตต้อง เป็นไปตามที่รายการกําหนด
ณ. คอนกรีตที่นํามาใช้จะต้องเป็นคอนกรีตที่สามารถลื่นไหลได้ดีมีค่าทดสอบการยุบตัว (Slump Test) อยู่ในช่วง ๑๐.๕๐ - ๑๕.๕๐ เซนติเมตร
๑.๑.๓ การตอกเสาเข็ม
การตอกเสาเข็ม จะต้องวางผังและปักหมุดแสดงตําแหน่งที่จะตอกเสาเข็มให้เสร็จเรียบร้อย
จึงจะทําการตอกได้และผู้ขายจะต้องนําเสนอขั้นตอนและวิธีดําเนินงานให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบ
ก่อนเริ่มปฏิบัติงานและจะต้องระมัดระวังมิให้เกิดผลกระทบต่ออาคารใกล้เคียงทุกกรณี
๑.๑.๓.๑ การตอกเสาเข็มทั่วไป
ปั้นจั่นที่นํามาใช้ในการตอกเสาเข็มต้องมีความมั่นคงแข็งแรงและมีความกว้างของฐานปั้นจั่น
พอที่จะมีการทรงตัวได้ดีเมื่อยกเสาเข็มขึ้นตั้ง ชิ้นส่วนที่ประกอบกันขึ้นเป็นตัวปั้นจั่นต้องไม่คดงอหรือแตกร้าว ตะเกียบคู่หน้าของปั้นจั่นต้องเป็นเส้นตรงและไม่หลวมคลอน
ข. เครื่องยนต์ที่ใช้บนปั้นจั่นต้องมีสภาพสมบูรณ์สามารถให้กําลังได้โดยสม่ําเสมอ ห้ามล้อ และที่ห้าม การคลายตัวของลวดต้องอยู่ในสภาพที่ใช้การได้โดยปลอดภัย ลวดต้องมีคุณภาพตามมาตรฐาน มอก.๕๑๔ - ๒๕๓๑ และมีขนาดพอเหมาะกับขนาดของน้ําหนักเสาเข็มและตุ้มที่ยก และไม่สึกหรอจนส่อให้เห็นว่าจะเกิดอันตราย
ได้โดยง่าย
ค. พื้นที่รองรับปั้นจั่นต้องทําให้แข็งแรงพอที่จะรับน้ําหนักปั้นจั่น และอุปกรณ์ต่างๆ ได้ โดยขณะ ตอกปั้นจั่นต้องไม่โยกคลอนหรือทรุดตัวลงจนทําให้เสียศูนย์ในแนวดิ่งของตะเกียบบังคับเสาเข็มหรือเกิดแรง
เบียดเสาเข็ม
ง. ถ้าใช้หมวกเหล็กครอบหัวเสาเข็มในการตอกเสาเข็ม หมวกต้องมีขนาดพอเหมาะกับหัวเสาเข็ม คือโม่โตกว่าหัวเสาเข็มเกิน ๑ เซนติเมตร และภายในหมวกให้ใช้ไม้เนื้ออ่อนรองหัวเสาเข็มได้หนาไม่เกิน ๓ เซนติเมตร และเมื่อไม้รองในหมวกแตกยุ่ยจนทําให้ประสิทธิภาพของการตอกลดลงต้องเปลี่ยนไม้รองใหม่ หมวกเหล็กจะต้องมีที่บังคับกับตะเกียบด้วย หรืออาจจะใช้วิธีการป้องกันหัวเสาเข็มวิธีอื่นก็ได้ โดยจะต้องได้รับ ความเห็นชอบจากผู้ซื้อก่อนจึงจะดําเนินการต่อไปได้
จ. ตุ้มที่ใช้ตอกเสาเข็มต้องมีคุณสมบัติ
៨
- ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเสาเข็มเท่ากับ 4 นิ้ว (๒๐ เซนติเมตร) หรือเล็กกว่าจะต้องมีกําลัง ขับที่ลูกตุ้มไม่น้อยกว่า ๔๖๘ กิโลกรัม/เมตร
- ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเสาเข็มระหว่าง ๘ - ๑๘ นิ้ว (๒๐ - ๔๕ เซนติเมตร) กําลังขับที่ ลูกตุ้มจะต้องไม่น้อยกว่า ๒,๐๗๔ กิโลกรัม/เมตร
- ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเสาเข็มใหญ่กว่า ๑๔ นิ้ว (๔๕ เซนติเมตร) กําลังขับที่ลูกตุ้มจะต้อง ไม่น้อยกว่า ๓,๐๔๒ กิโลกรัม - เมตร น้ําหนักของตุ้มอยู่ระหว่าง ๑.๗๐ ถึง ๒.๕๐ เท่าของน้ําหนักของเสาเข็ม
- ก่อนตอกเสาเข็มต้องปักหมุดแสดงตําแหน่งของเสาเข็มที่จะตอกแต่ละต้นให้ชัดเจน และต้อง ได้รับการตรวจสอบแนวและระดับให้ถูกต้องจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อน การตอกต้องมีเครื่องบังคับ เสาเข็มที่แข็งแรงพอ เพื่อว่าเมื่อยกเสาเข็มขึ้นตั้งในที่บังคับเสาเข็ม ปลายเสาเข็มต้องอยู่ตรงศูนย์เสาเข็มที่ทํา
เครื่องหมายไว้โดยเครื่องบังคับเสาเข็มต้องไม่เคลื่อนที่หรือหักพังไปจนกว่าปลายเสาเข็มจะจมลงไปในดินแล้ว ไม่น้อยกว่า 5.00 เมตร หรือจนกระทั่งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นสมควร และอนุญาตให้ส่วนที่เหลือไม่ จําเป็นต้องใช้อุปกรณ์บังคับแล้ว
ช. เสาเข็มแต่ละต้น จะต้องตอกลงไปโดยต่อเนื่องจนกว่าหัวเสาเข็มจะได้ระดับตามที่กําหนดไม่ อนุญาตให้ใช้หัวฉีดน้ํา หรือวิธีการอื่นใดนอกจากการตอกโดยปกติ
ซ. การตอกเสาเข็มต้องพยายามจัดให้แรงกระทบของตุ้มที่มีต่อหัวเสาเข็มถ่ายกําลังไปตามแนว เส้นแกนของเสาเข็ม การกระแทกของตุ้มตอกบนหัวเสาเข็มจะต้องลงเต็มหน้าและได้ฉากกับแกนของเสาเข็ม
หากอุปกรณ์ในการตอกเสาเข็มหลวมคลอนก่อให้เกิดแรงกระทบเสาเข็มเบนออกนอกแนวเส้นแกนจนเสาเข็ม
สะบัดคลอนไปในทางราบแล้วต้องหยุดการตอกเสาเข็มทันที จนกว่าจะมีการแก้ไขสาเหตุที่ทําให้เสาเข็มสะบัด เสียก่อนหากแก้ไขไม่ได้ต้องเปลี่ยนปั้นจั่นทั้งชุด
ฌ. เมื่อเสาเข็มจมเสมอระดับดินแล้วแต่ยังไม่ได้ระดับ ให้ใช้เสาส่งหัวเสาเข็มได้ โดยที่เสาส่งต้อง ยาวไม่เกินกว่าระยะที่หัวเสาเข็มจมดินบวกด้วย ๖๐ เซนติเมตร ในการใช้เสาส่งปลายเสาส่งส่วนที่วางอยู่บนหัว เสาเข็มต้องมีที่บังคับไม่ให้เคลื่อนหลุดออกนอกแนวหัวเสาเข็ม ในขณะตอกให้ใช้วัสดุรองหัวเสาเข็มด้วยไม้ เนื้ออ่อนหนาไม่เกิน ๓ เซนติเมตร ที่บังคับเสาส่งต้องมั่นคงไม่โยกคลอนในขณะตอก และในกรณีใช้หมวก ครอบหัวเสาส่งต้องไม่มีวัสดุรองทั้งภายในและภายนอกหมวกครอบ สําหรับคุณสมบัติของเสาส่งอยู่ในดุลยพินิจ ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุทั้งนี้เสาส่งไม่ควรยาวเกินกว่า ๓.๐๐ เมตร
ญ. การตอกเสาเข็มต้องตอกด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งต้องจัดหาวิธีป้องกันมิให้เกิดอันตราย ใดๆ ต่อบุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของอาคารข้างเคียง ความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นอันมีสาเหตุเนื่องมาจากการ ตอกเสาเข็ม ผู้ขายต้องเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวนั้นแต่ผู้เดียว
ฎ. ขณะตอกเสาเข็มถ้าปรากฏว่าเสาเข็มหักหรือเกิดรอยแตกร้าวด้วยเหตุประการใดๆ ให้ผู้ขาย รายงานพร้อมเสนอแผนการดําเนินงานแก้ไขให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
ฎ. เสาเข็มคอนกรีตที่หัก ห้ามนํามาใช้โดยเด็ดขาด
ฐ. การจัดตําแหน่งของเสาเข็มที่จะตอก ต้องให้อยู่ในตําแหน่งที่กําหนด เมื่อตอกจนได้ระดับแล้ว แกนของเสาเข็มเบนออกจากแนวดิ่งได้ไม่เกิน 5 มิลลิเมตร ต่อความยาวเสาเข็ม ๓๐ เซนติเมตร ในกรณีที่เป็น การตอกเสาเข็มเอียงแกนของเสาเข็มจะเบนออกจากแนวเอียงที่กําหนดให้ไม่เกิน ๑๒.๕ มิลลิเมตรต่อความยาว ของเสาเข็ม ๓๐ เซนติเมตร อย่างไรก็ตามไม่ว่าในกรณีใดๆ จุดศูนย์กลางของหัวเสาเข็มจะเบี่ยงเบนออกจากจุด ที่กําหนดไว้ในแบบ ได้ไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร ถ้าเป็นชนิดเข็มกลุ่มให้ตอกจากภายในมาสู่ภายนอก ๓. ต้องหยุดการตอกเสาเข็มทันที เมื่อมีปรากฏการณ์ในขณะตอกเสาเข็ม ดังต่อไปนี้
- เสาเข็มมีอาการสั่นและสะบัดใกล้ระดับผิวดิน
- ลูกตุ้มตอกเด้งขึ้นโดยเสาเข็มไม่ทรุดจมเลย
- หัวเสาเข็มแตกทั้งที่ทําการตอกตามปกติ
ฒ. ผู้ขายต้องทํารายงานผลการตอกเสาเข็มแต่ละต้นพร้อมทั้งแบบแปลนแสดงตําแหน่งเสาเข็ม ต้นที่ทําการตอกโดยให้ทําการบันทึกรายงานการตอกเสาเข็ม (ระเบียน) ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อ พิจารณาว่าเสาเข็มต้นนั้นๆ จะสามารถรับน้ําหนักบรรทุกได้ตามที่กําหนดหรือไม่ และบันทึกรายงานการตอก เสาเข็ม (ระเบียน) จะต้องประกอบด้วยข้อมูลต่อไปนี้ - เสาเข็มสําหรับอาคารใด
- วันที่หล่อ วันที่ตอก
หมายเลขของเสาเข็ม ชนิด และขนาด - ตําแหน่ง ลําดับการตอก ในแต่ละกลุ่ม
- ความลึกที่ตอก ระดับหัวเสาเข็ม และระดับปลายเสาเข็มโดยประมาณ (ทันทีที่ตอกเสร็จ และภายหลังการตอกเสร็จทั้งกลุ่ม
- จํานวนครั้งที่ตอกสําหรับ ๑๐ เซนติเมตร สามชุดสุดท้ายหรือระยะจมของเสาเข็มเมื่อตอก ๑๐ ครั้ง สามชุดสุดท้าย
- ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องมือตอก (ชนิด น้ําหนักของตุ้มที่ใช้ตอก ระยะยกของตุ้ม หรือพลังงานที่ ตอกของตุ้ม ความถี่ของการตอกหรือยกตุ้ม)
ชนิดและสภาพของวัสดุที่ใช้รองหัวเสาเข็ม - ความยาวที่ต้องต่อ หรือตัดออก
ระยะเยื้องศูนย์ของเสาเข็ม
รายละเอียดของอุปสรรคในการทํางาน และข้อมูลอื่นๆ (ถ้ามี) กรณีเมื่อตอกเสาเข็มไปจนสุดความยาวของเสาเข็มตามที่ระบุไว้ในแบบรายละเอียดแต่เสาเข็มนั้นไม่สามารถรับ
น้ําหนักบรรทุกโดยปลอดภัยตามที่ได้กําหนดแล้ว ผู้ขายต้องเสนอแนวทางแก้ไขให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
พิจารณาตรวจสอบและให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการต่อไปโดยค่าใช้จ่ายในการนี้เป็นของผู้ขายทั้งสิ้น
ด. ถ้าปรากฏว่าเสาเข็มตอกจมลงไม่ถึงระดับที่ระบุไว้ในแบบ หรือรายการรายละเอียดจะ เนื่องจากชั้นดินแข็งหรือเหตุอื่นใดก็ตาม ผู้ขายต้องรีบแจ้งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบทันที ข้อวินิจฉัย ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุถือเป็นเด็ดขาด ผู้ขายต้องปฏิบัติตามโดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ
ต. ในกรณีที่ต้องการตอกเสาเข็มด้วยเครื่องตอกชนิดดีเซลแฮมเมอร์ (Diesel
Hammer) ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเสียก่อน
๑.๑.๔ ความผิดพลาดในการตอกเสาเข็ม
Powered
ความผิดพลาดในการตอกเสาเข็มของผู้ขายเกิดขึ้นจากการตอกเสาเข็มต้นใดต้นหนึ่งไม่
ต่อเนื่องกัน หรือผู้ซื้อเห็นว่าการตอกเสาเข็มต้นใดไม่ถูกต้อง หรือเกิดความเสียหายใช้การไม่ได้ และผู้ซื้อสั่งให้มี การตอกเสาเข็มเสริม ผู้ขายจะต้องเสนอแผนการตอกเสาเข็มเสริมเพื่อทดแทนต้นที่ชํารุดใช้การไม่ได้ให้
สามารถรับน้ําหนักบรรทุก (Load) แทนต้นที่ชํารุดได้ เพื่อให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบและอนุมัติ ก่อนการตอกเสาเข็ม และจะต้องตัดเสาเข็มที่ใช้ไม่ได้ให้อยู่ในระดับต่ํากว่าท้องฐานรากของอาคารนั้นๆ ไม่น้อย กว่า ๐.๓๐ เมตร โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นของผู้ขายเองทั้งสิ้น
การตอกเสาเข็มบริเวณดินเหนียว หรือดินตะกอน (Silt) คือดินจําพวกที่น้ําในดินระบายออกได้ ช้า เมื่อเสาเข็มแทนที่ดินทําให้แรงดันของน้ําในดิน (Pore Water Pressure) เพิ่มขึ้น ทําให้มีกําลังดันเสาเข็ม ให้ลอยขึ้นมา ถ้าภายหลังการตอกเสาเข็มเมื่อตรวจสอบระดับแล้วพบว่าเสาเข็มมีการลอยตัวให้ทําการตอก ลงจนถึงระดับเดิม ถ้าเสาเข็มตอกลึกเกินระดับที่กําหนดไว้ในแบบผู้ขายจะต้องเสนอวิธีแก้ไขให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขเป็นของผู้ขายเองทั้งสิ้น ในกรณีนี้การต่อ เหล็กเสริมให้ใช้วิธีเชื่อมเพียงวิธีเดียวเท่านั้น คอนกรีตที่จะใช้หล่อเสาเข็มส่วนที่ต่อขึ้นมาให้ใช้ปูนซีเมนต์ชนิดให้ กําลังสูงโดยเร็ว (High Early Strength Cement) ซึ่งเป็นปูนซีเมนต์ประเภทที่ ๑.๒ การทดสอบการรับน้ําหนักบรรทุกของเสาเข็ม (Pile Load Test)
การทดสอบการรับน้ําหนักบรรทุกของเสาเข็ม (Pile Load Test) ผู้ขายจะต้องทําการทดสอบ เสาเข็มเพื่อหากําลังรับน้ําหนักบรรทุกจริงในสนามของเสาเข็ม โดย ผู้ขายต้องทําการทดสอบเสาเข็มทดสอบ ตามข้อกําหนดในรายการนี้ทุกประการ ยกเว้นแต่ได้รับคําสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้เปลี่ยนแปลงวิธีการ ทดสอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ก่อนทําการทดสอบผู้ขายต้องทํารายงานให้คณะกรรมการตรวจรับ พัสดุทราบถึงเครื่องมือ อุปกรณ์ และวิธีการทดสอบเพื่อพิจารณาตรวจอนุมัติก่อนทุกครั้ง และค่าใช้จ่ายในการ ทดสอบเสาเข็มในแต่ละครั้งนั้นเป็นของผู้ขายเองทั้งสิ้น
๑.๒.๑ ข้อกําหนดการรับน้ําหนักของเสาเข็มต้นที่จะทดสอบ ๑.๒.๑.๑ คุณภาพของเสาเข็มที่จะทดสอบ
เสาเข็มทดสอบจะต้องมีคุณภาพและคุณสมบัติครบถ้วนตามแบบรายการและข้อกําหนดของ
เสาเข็มทุกประการ เสาเข็มทดสอบต้องมีแนวตรงและควรติดตั้งแผ่นเหล็ก (Bearing Plate) เป็นที่นั่งของแม่ แรงทดสอบและมีลักษณะ ดังนี้
ก. ลักษณะ ขนาดและความยาวของเสาเข็มต้องเหมือนกับเสาเข็มที่ใช้ตอกจริงทุกประการ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ตอกต้องเหมือนกับที่ใช้จริงด้วย
ข. ตําแหน่งของเสาเข็มต้นที่จะทดสอบต้องอยู่นอกฝั่ง การตอกควรอยู่ใกล้กับตําแหน่งของ
ซึ่งทราบคุณสมบัติของดินแล้วว่าชั้นดินตรงจุดนั้นจะแย่ที่สุดหรือต้องเป็นตําแหน่งที่คาดว่า
หลุมเจาะสํารวจดิน ชั้นดินตรงจุดนั้นจะแย่ที่สุด
ค. ถ้าจะทําการทดสอบเสาเข็มต้นที่ตอกไปแล้วในยังต้องทดสอบต้นที่อยู่ในบริเวณที่คาดว่ามี ชั้นดินแย่ที่สุด หรือ เสาเข็มหนีศูนย์มากที่สุด หรือมีค่า Blow Count ต่ํา หรือน่าสงสัย
ง. เสาเข็มต้นทดสอบที่ตอกใน Clay หรือ Silt ต้องรออย่างน้อย ๗ วัน จึงจะเริ่มการทดสอบ
น้ําหนัก แต่ถ้าตอกในทรายให้รออย่างน้อย ๓ วัน
จ. บันทึกการตอกเสาเข็มพร้อมทั้งค่าทรุดตัว และคืนตัวสําหรับการตอก ๑๐ ครั้งสุดท้าย กราฟแสดงการทรุดตัวและคืนตัวของเสาเข็มถ้าใช้เสาเข็มเสมอก็ให้บันทึกค่าการทรุดตัวสําหรับการตอก ๑๐
ครั้งสุดท้ายของการตอกเสาเข็มสมอทั้งหมดด้วย
๑.๒.๒ การทดสอบการรับน้ําหนักของเสาเข็มด้วยวิธีสถิตศาสตร์ (Static Load Test) ๑.๒.๒.๑ อุปกรณ์และเครื่องมือในการทดสอบการรับน้ําหนัก
ก. กระเช้าหรือหีบบรรทุกน้ําหนัก (Weighted Platform or Box) ต้องมีขีดความสามารถ บรรทุกน้ําหนักได้ไม่น้อยกว่า ๓ เท่า ของน้ําหนักบรรทุกปลอดภัยของเสาเข็มทดสอบ
ข. เสาเข็มสมอ (Anchored Reaction Member) เป็นเสาเข็มเดี่ยวหรือเสาเข็มหมู่ สามารถ รับน้ําหนักบรรทุกได้ไม่น้อยกว่า ๓ เท่าของน้ําหนักบรรทุกปลอดภัยของเสาเข็มทดสอบ ระยะระหว่างศูนย์ เสาเข็มทดสอบและเสาเข็มสมอต้องไม่น้อยกว่า ๕ เท่า ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเสาเข็มทดสอบ
ค. คานขวาง (Reaction Beam) ต้องแข็งแรงพอที่จะรับแรงดัด (Bending Moment) ที่จะ เกิดจากการทดสอบเสาเข็มทดสอบได้
ง. ชุดเพิ่มน้ําหนัก (Hydraulic Jack With Pressure Gauge) ต้องมีหน้าปัดบอกความดัน (Pressure Gauge) และแผนภาพแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความดันและน้ําหนักบรรทุกจากหน่วยงานที่ เชื่อถือได้ มี Ball Bearing สําหรับให้ก้านแม่แรงยันกับกระเช้าหรือหีบ หรือคานรับน้ําหนักบรรทุก มีใบรับรอง แสดงผลทดสอบการเพิ่มหรือการลดน้ําหนัก (Calibrated and Tested Report) มาแสดงก่อนใช้เครื่องมือชุด นี้ในการปฏิบัติงานใบรับรองต้องมีอายุไม่เกิน ๓ เดือน และจากสถาบันที่ผู้ซื้อเห็นชอบ ต้องสามารถควบคุม การเพิ่มน้ําหนักเมื่อทําการ ทดสอบได้โดยยอมให้ผิดพลาดได้ไม่เกินร้อยละ ๕ ของน้ําหนักที่กระทําต่อเสาเข็ม
จ. แม่แรง (Hydraulic Jack) ที่ใช้ในการทดสอบเสาเข็มทดสอบต้องมีสมรรถภาพ สามารถ รับน้ําหนักบรรทุกได้ไม่น้อยกว่า ๓ เท่า ของน้ําหนักบรรทุกปลอดภัยของเสาเข็มทดสอบ เมื่อใช้แม่แรงน้ํามัน (Hydraulic Jack) มากกว่าหนึ่งตัวต้องเพิ่มน้ําหนักจากปั๊มไฮดรอลิค (Hydraulic Pump) ตัวเดียวกัน และใช้ ท่อจ่ายร่วม (Common Manifold) และมาตรวัดความดันอันเดียวให้ใช้ระบบอัตโนมัติ (Automatic Regulator) ในการควบคุมน้ําหนักให้คงที่เมื่อมีการทรุดตัวเกิดขึ้น
- การเพิ่มน้ําหนัก โดยใช้แม่แรงน้ํามันตัวเดียวหรือหลายตัวกันโครงสร้างที่ติดตายไว้กับ
เสาเข็มสมอ จํานวนเสาเข็มสมอต้องมากพอที่จะไม่ถอนเมื่อรับแรงดึงตลอดการทดสอบและต้องมีระยะช่อง ห่าง (Clear Distance) จากเสาเข็มทดสอบไม่น้อยกว่า ๕ เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางที่ใหญ่ที่สุดของเสาเข็ม สมอแต่ต้องไม่น้อยกว่า ๒.๐๐ เมตร การยึดระหว่างโครงสร้างกับเสาเข็มสมอต้องแข็งแรงไม่มีการเคลื่อนที่ใดๆ
เกินขึ้นและต้องติดตั้งแม่แรงให้ได้กึ่งกลางที่สุดเพื่อถ่ายน้ําหนักไปยังเสาสมอได้เท่ากันทุกจุด
การเพิ่มน้ําหนักของแม่แรงต้องกระทําได้อย่างสม่ําเสมอ
๑.๒.๒.๒. การติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องมือในการวัดการทรุดตัวของเสาเข็มทดสอบ
ก. ติดตั้งมาตรวัดการทรุดตัวอย่างน้อย ๒ ตัว ไว้บนคานรับมาตรวัดโดยอยู่คนละด้านของหัว เสาเข็มทดสอบหรือแท่นหัวเสาเข็ม (Pile Cap) มาตรวัดเหล่านี้ต้องให้ห่างจากจุดศูนย์กลางของหัวเสาเข็ม ทดสอบเท่ากันทั้งสองด้านและอยู่ตรงกันข้ามในแนวเดียวกันด้วย ต้องปรับให้ขาของมาตรวัดทุกตัวขนานกับ
ทิศทางของน้ําหนักที่กระทําต่อหัวเสาเข็ม
ข. ซึ่งเชือกเอ็นให้ตึง (โดยถ่วงด้วยน้ําหนัก) ไว้ข้างหัวเสาเข็มทดสอบด้านละเส้นอยู่ในแนวที่ตั้ง ฉากกับแนวดิ่งและให้ผ่านไม้บรรทัดเหล็ก (Scale) ที่แนบไว้บนกระจกเงาซึ่งติดแน่นไว้กับหัวเสาเข็มทดสอบ
ค. ติดตั้งเครื่องมือหรืออุปกรณ์เพื่อวัดการเคลื่อนที่ของเสาเข็มสมอทุกจุดตลอดเวลาที่ทํา ทาการ ทดสอบ ถ้าเสาเข็มสมอขยับตัวให้เลิกการทดสอบพร้อมทั้งบันทึกการคืนตัวคงที่ไว้ด้วย แล้วทําให้การทดสอบ ใหม่ตามคําแนะนําของผู้ซื้อ
๑.๒.๒.๓ การวัดการทรุดตัวของเสาเข็ม
ก.เครื่องมือและอุปกรณ์การตรวจสอบการทรุดตัวของเสาเข็มทดสอบ ต้องเป็นมาตรวัด(Dial
Gauge) ที่มีระบบและความละเอียดในการวัดค่า (Divsion) เหมือนกันหมดเพื่อป้องกันป้องกันความผิดพลาด และเพื่อความสะดวกในการอ่านค่า มาตรวัดต้องมีความละเอียดถึง 0.90 มิลลิเมตร
ข. คานตรวจสอบการทรุดตัวของเสาเข็มทดสอบ (Settlement Reference Beam) ต้องเป็น คานเหล็กติดตั้งกับเสาเข็มที่มีขนาดเดียวกับเสาเข็มทดสอบอย่างมั่นคง ในกรณีที่ไม่สามารถติดตั้งกับเสาเข็มที่
มีขนาดเดียวกับเสาเข็มทดสอบได้ให้ใช้เสาเข็มที่มีขนาดเล็กกว่าตอกต่อกันให้ได้ความยาวใกล้เคียงกับเสาเข็ม
ทดสอบแทนได้ โดยมีระยะช่องห่างจากเสาเข็มทดสอบไม่น้อยกว่า ๒,๐๐ เมตร และต้องมีความแข็งแรงเพียง พอที่จะไม่เกิดการโก่งตัว และขยับไปทางด้านข้างได้ ปลายด้านหนึ่งของคานเหล็กต้องขยับตัวได้เมื่อมีการยึด หดตัว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
ค. ต้องมีการป้องกันการกระทบกระแทกเครื่องมือทั้งหมดที่ติดตั้งไว้ รวมทั้งมีการป้องกัน
แสงแดด และฝนที่มากระทบต่ออุปกรณ์และเครื่องมือที่ติดตั้งไว้
ง. จุดที่รับขามาตรวัดการทรุดตัวทุกจุดต้องมีผิวหน้าเรียบ อาทิ แผ่นกระจก
จ. หัวเสาเข็มทดสอบหรือคอนกรีตที่หล่อหุ้มเสาเข็มทดสอบต้องมีผิวหน้าเรียบได้ฉากกับแนวดิ่ง ๑.๒.๒.๔ ขั้นตอนการทดสอบ
ในการทดสอบความสามารถในการรับน้ําหนักเสาเข็ม หลังจากได้ตอกไปแล้ว ๗ ถึง ๑๕ วัน การ ทดสอบการรับน้ําหนักของเสาเข็มทําเป็น ๒ ครั้ง โดยมีขั้นตอนดังนี้ คือ
ครั้งที่ ๑
ก. น้ําหนักที่กระทําลงบนหน้าตัดของเสาเข็มทดสอบต้องตั้งฉากและอยู่ในแนวดิ่ง
ข. ให้บรรทุกน้ําหนักทดสอบเท่ากับที่ออกแบบไว้ โดยเพิ่มน้ําหนักเป็นขั้นดังนี้ ๒๕%, ๕๐%
๗๕% และ ๑๐๐%
ค. ในแต่ละขั้นของน้ําหนักที่เพิ่มให้ใช้อัตราการจมตัวเพิ่มประมาณ ๑ มิลลิเมตรต่อนาที บันทึก ค่าจมตัวของเสาเข็มที่ ๑, ๒, ๔, ๑๕, ๓๐, ๑๐, ๙๐, ๑๒๐, ๑๘๐, ๒๔๐ นาที และทุกๆ ๒ ชั่วโมง
ง. การเพิ่มน้ําหนักแต่ละขั้น กระทําได้ต่อเมื่ออัตราการจมตัวลดลงถึง 0.๓๐ มิลลิเมตรต่อชั่วโมง แต่ต้องมีเวลาของการบรรทุกน้ําหนักในขั้นนั้นๆ ไม่น้อยกว่า 50 นาที
จ.
ที่น้ําหนัก ๑๐๐% ต้องรักษาน้ําหนักทดสอบไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมง - ให้ลดน้ําหนักทดสอบทุกๆ ชั่วโมง และเป็นขั้นๆ ดังนี้ ๗๕%, ๕๐%, ๒๕% และ 0%
ฉ. ที่
ช. บันทึกค่าคืนตัว (Rebound) ของเสาเข็มในข้อ 2. ที่ ๑, ๒, ๔, ๔, ๑๕, ๓๐, ๔๕ และ ๖๐
นาที แต่ที่น้ําหนัก 0% ให้บันทึกต่อไปทุกๆ ชั่วโมง จนกระทั่งค่าของการคืนตัวคงที่
ะ
ครงท ๒
ให้เพิ่มน้ําหนักทดสอบให้เป็นจํานวน ๒ - ๓ เท่าของน้ําหนักบรรทุกความปลอดภัยที่ออกแบบไว้ (ขึ้นอยู่กับการกําหนดใช้อัตราส่วนความปลอดภัย) โดยให้เพิ่มน้ําหนักเป็นขั้นๆ ๒๕%, ๕๐%, ๒๕%, ๑๐๐%,
๑๒๕%, ๑๕๐%, ๑๗๕% และ ๒๐๐%
๒ ชั่วโมง
บันทึกค่าจมตัวของเสาเข็มที่ ๑, ๒, ๔, ๘, ๑๕, ๓๐, 50, ๙๐, ๑๒๐, ๑๘๐, ๒๔๐ นาที และทุกๆ
การเพิ่มน้ําหนักแต่ละขั้น กระทําได้ต่อเมื่ออัตราการจมตัวลดลงถึง 0.๓๐ มิลลิเมตรต่อชั่วโมง แต่ ต้องมีเวลาของการบรรทุกน้ําหนักในขั้นนั้นๆ ไม่น้อยกว่า 50 นาที
ที่น้ําหนัก ๒ เท่าของน้ําหนักบรรทุกปลอดภัย (ขึ้นอยู่กับการกําหนดใช้อัตราส่วนความ
ปลอดภัย) ต้องรักษาน้ําหนักทดสอบไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมง
ลดน้ําหนักทดสอบทุกๆ ชั่วโมง และเป็นขั้นๆ ดังนี้ ๑๕๐%, ๑๐๐%, ๕๐%, และ 0% บันทึกค่าคืนตัว (Rebound) ของเสาเข็มในข้อ ๑. ที่ ๑, ๒, ๔, ๔, ๑๕, ๓๐, ๔๕ และ ๖๐ นาที
แต่ที่น้ําหนัก 0% ให้บันทึกต่อไปทุกๆ ชั่วโมง จนกระทั่งค่าของการคืนตัวคงที่
๑.๒.๒.๕ ผลการทดสอบที่แสดงออกมาในรูปของกราฟ
หลังการทดสอบ ให้นําผลการทดสอบมาแสดงให้เข้าใจได้ง่าย โดยแสดงในรูปของกราฟ
กราฟความสัมพันธ์ของการทรุดตัว - เวลา
- กราฟความสัมพันธ์ของน้ําหนัก - เว
เวลา - กราฟความสัมพันธ์ของน้ําหนัก - การทรุดตัว
- กราฟความสัมพันธ์ของการคืนตัว - เวลา
- กราฟความสัมพันธ์ของน้ําหนัก - การคืนตัว
๑.๒.๓ การทดสอบการรับน้ําหนักของเสาเข็มด้วยวิธีพลศาสตร์ (Dynamic Load Test)
การทดสอบการรับน้ําหนักของเสาเข็มด้วยวิธีพลศาสตร์ (Dynamic Load Test) เป็นที่ยอมรับ ทั่วไปและมีมาตรฐานรองรับ ได้แก่ ASTM D๔๙๔๕ ๙๖ นอกจากนั้น การทดสอบดังกล่าวมีข้อดีหลาย
ประการ ดังเช่น
วันเดียว
ก. สามารถทําการทดสอบได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ เสาเข็มหลายต้นสามารถทําการทดสอบได้ใน
ข. ต้องการพื้นที่รอบๆ เสาเข็มไม่มากนักในการเตรียมการทดสอบ
ค. ผลการทดสอบให้ข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับเสาเข็มในเรื่องของกําลังรับน้ําหนักและความ สมบูรณ์ของเสาเข็ม
ง. เป็นการทดสอบที่ประหยัดค่าใช้จ่าย
๑.๒.๓.๑ การเตรียมการก่อนการทดสอบ
ในการทดสอบแบบพลศาสตร์กับเสาเข็มตอก หัวเสาเข็มจะต้องมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะรับ แรงกระแทกได้ ถ้าหัวเสาเข็มมีความบกพร่องเล็กน้อยอยู่ก่อนแล้ว การทดสอบโดยปล่อยตุ้มน้ําหนักกระแทก หัวเสาเข็ม อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายกับหัวเสาเข็มได้ จึงต้องมีการตรวจสอสบสภาพหัวเสาเข็มก่อน บาง กรณีสําหรับเสาเข็มตอกขนาดใหญ่ อาจจะใช้ตุ้มน้ําหนักขนาดใหญ่ การป้องกันมิให้เสาเข็มเกิดความเสียหาย ในระหว่างการทดสอบ อาจทําได้โดยจัดเตรียม Pile Cap ที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสามารถที่จะต้านทาน ความเค้นสูงได้ ผิวบนของหัวเข็มหรือ Pile Cap ควรจะเรียบและได้ระดับอยู่ในแนวราบเพื่อให้หน่วยแรงที่เกิด จากการกระแทกของตุ้มน้ําหนักกระจายอย่างสม่ําเสมอ
๑.๒.๓.๒ วิธีการทดสอบ
ก. การติดตั้ง Strain Transducer และ Accelerometer
Strain Transducer และ Accelerometer อย่างละ ๒ ชุด จะถูกติดตั้งตําแหน่งบริเวณหัว เสาเข็มบนด้านตรงข้ามซึ่งกันและกัน ตําแหน่งที่ติดตั้งจะต่ํากว่าหัวเสาเข็มประมาณ ๑.๕ เท่าของเส้นผ่าน ศูนย์กลางของเสาเข็ม บางครั้งขั้นตอนการติดตั้งอาจจะมีความจําเป็นต้องขุดดินบริเวณรอบเสาเข็ม ซึ่งจุด
ดังกล่าวจะต้องสะอาดและปราศจากน้ําท่วมขัง
ข. ตุ้มน้ําหนักและระยะยก
ตุ้มน้ําหนักควรมีน้ําหนักอย่างน้อย ๑% ของน้ําหนักออกแบบบรรทุกประลัยของเสาเข็มหรือ มากกว่านั้น ตุ้มน้ําหนักที่นิยมใช้ในการทดสอบ จะมีขนาด ๔, ๔ และ ๒๐ ตัน ตามความเหมาะสมของขนาด เสาเข็มและกําลังรับน้ําหนัก
ระยะยกเพื่อปล่อยตุ้ม จะถูกกําหนดตามประสบการณ์ของวิศวกรผู้ชํานาญการในงานทดสอบ หรืออาจจะคํานวณได้โดยใช้โปรแกรม WEAP (Wave Equation Analysis Program) ตัวแปรที่เกี่ยวข้องที่จะ
ใช้ในการพิจารณาจะประกอบไปด้วย
- หน่วยแรงเค้นสูงสุดที่ยอมให้เกิดขึ้นในเสาเข็ม
นํ้าหนักตุ้ม
ประสิทธิภาพของระบบปล่อยตุ้มน้ําหนัก - น้ําหนักออกแบบของเสาเข็ม
ก่อนการทดสอบควรจะมีการทดสอบปล่อยตุ้มกระแทกหัวเข็มด้วยระยะยกสั้นๆ เพื่อ
ตรวจสอบสัญญาณและให้ไม้รองหัวเสาเข็ม (Wooden Cushion) เข้าที่แผ่นไม้ดังกล่าวติดตั้งไว้บนหัวเสาเข็ม เพื่อช่วยให้หน่วยแรงเค้นที่เกิดจากการกระแทกตุ้มน้ําหนักกระจายสม่ําเสมอลงบนหัวเสาเข็ม และป้องกัน
ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับหัวเสาเข็ม
ค. การบันทึกสัญญาณ
หลังการทดลองปล่อยตุ้มด้วยระยะยกสั้นๆ พร้อมตรวจสอบสัญญาณเสร็จก็เริ่มทําการ ทดสอบได้ โดยปล่อยตุ้มด้วยระยะยกที่เหมาะสมให้เสาเข็มเกิดการทรุดตัวถาวรประมาณ ๓ มิลลิเมตร ค่าการ ทรุดตัวถาวรที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งในการปล่อยตุ้มกระแทกสามารถวัดได้โดยใช้กล้อง Theodolite
๑.๒.๓.๓ การวิเคราะห์ข้อมูล
ก. การวิเคราะห์ด้วยผลการทดสอบ อาศัยหลักการเคลื่อนที่ของคลื่นในทันทีหลังการทดสอบ Pile Driving Analysis (PDA) จะคํานวณค่ากําลังรับน้ําหนักบรรทุกของเสาเข็มด้วย Case - Method
ข. การวิเคราะห์ด้วยโปรแกรม CAPWAP (Case Pile Wave Analysis Program) เป็นขั้นตอน ในการหาค่ากําลังรับน้ําหนักบรรทุกของเสาเข็ม จากผลการทดสอบแบบพลศาสตร์ที่ถูกต้องและแม่นยํากว่าวิธี อื่น จากสัญญาณของแรงและความเร็ว สามารถคํานวณคลื่นความเค้นหรือแรงที่วิ่งลงวิ่งขึ้นได้
วิเคราะห์ก็จะทราบถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการรับน้ําหนักบรรทุกของเสาเข็ม ดังเช่น
แรงเสียดทานผิว - แรงต้านทานที่ปลายเข็ม
- ความสัมพันธ์ระหว่างน้ําหนักบรรทุกและการทรุดตัว
หน่วยแรงเค้นที่เกิดขึ้นระหว่างการตอกเสาเข็ม
เมื่อสิ้นสุดการ
ในการวิเคราะห์ด้วย CAPWAP (Case Pile Wave Analysis Program) สามารถที่จะวิเคราะห์ ถึงการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่หน้าตัดหรือความไม่ต่อเนื่องได้ เช่น ในเสาเข็มตอกที่บางครั้งเสาเข็มมีความ บกพร่อง เนื่องจากการตอกเสาเข็มด้วยระยะยกที่สูงเกินไป
๑.๒.๓.๔ ผลการทดสอบ (Dynamic Load Test)
การรายงาน
จากการทดสอบจะให้ข้อมูลและผลการทดสอบของเสาเข็ม ดังนี้
ข้อมูลเสาเข็ม - ข้อมูลการทดสอบ
กําลังรับน้ําหนักบรรทุกของเสาเข็ม - การกระจายหน่วยแรงเสียดทานผิว
แรงต้านทานที่ปลอดภัย
ความสมบูรณ์ของเสาเข็ม
ความสัมพันธ์ระหว่างน้ําหนักบรรทุกและการทรุดตัว
บทสรุป
ผลการทดสอบต้องส่งให้ผู้ซื้อภายใน ๗ วัน หลังจากทดสอบน้ําหนักแล้วเสร็จโดยวิศวกรผู้ควบคุม
งานตามพระราชบัญญัติวิศวกร ๒๕๔๒ ของผู้ขาย ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้
บันทึกการตอกเสาเข็มทดสอบและเสาเข็มสมอ - ใบรับรองแสดงผลการทดสอบการเพิ่มหรือลดน้ําหนักของชุดเพิ่มน้ําหนัก แบบแปลนรายละเอียดการติดตั้งเครื่องมือและอุปกรณ์การทดสอบที่ใช้
บันทึกแสดงค่าการทรุดตัวและการคืนตัว - กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างน้ําหนักและค่าการทรุดตัว
- กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างน้ําหนักและระยะเวลาการทดสอบ
- กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างการทรุดตัวและระยะเวลาการทดสอบ - กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างการคืนตัวและระยะเวลาการทดสอบ
- กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างน้ําหนักและการคืนตัว
อนึ่งสําหรับวิธีการทดสอบการรับน้ําหนักและจํานวนเสาเข็มที่จะต้องใช้ในการทดสอบ วิศวกร ผู้ออกแบบจะเป็นผู้กําหนดและพิจารณาเลือกวิธีการทดสอบและกําหนดจํานวนเสาเข็มที่จะใช้ในการทดสอบ
๑.๓ ระเบียนการตอกเสาเข็ม
๑. ในระหว่างการตอกเสาเข็ม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้ขายจะต้องเก็บระเบียนการตอก การจัดตําแหน่งเสาเข็มทุกต้นไว้คนละฉบับ และผู้ขายจะต้องส่งระเบียบผลงานประจําวันให้กับกรรมการตรวจ รับ ภายใน ๒๔ ชั่วโมง
๒. ระเบียนจะต้องประกอบด้วยข้อมูลต่อไปนี้
(๑) วันที่ตอก
(๒) ชนิดของเสาเข็ม
(๓) จํานวนเสาเข็ม
(๔) ความลึกที่ตอก
(๕) ลําดับการตอกของสะพานแต่ละแห่ง
(๖) จํานวนครั้งที่ตอกสําหรับ ๑๐ เซนติเมตร สามชุดสุดท้ายหรือระยะที่จมของเสาเข็ม เมื่อ
ตอก ๑๐ ครั้ง สามชุดสุดท้าย
m.
(๒) ชนิดและน้ําหนักของตุ้มที่ใช้ตอก
(๘) ชนิดและภาพของวัสดุที่ใช้รองหัวเสาเข็ม (๙) ระยะตกของตุ้มหรือพลังงานที่ตอกของตุ้ม (๑๐) ความยาวที่ต้องต่อหรือตัดออก (๑๑) ความยาวจริง
(๑๒) ความยาวที่โผล่ในฐานราก (ถ้ามี) (๑๓) รายละเอียดของการติดขัดในการตอก (๑๔) รายละเอียดในการตอกใหม่
เมื่อเสร็จการตอก ผู้ขายจะต้องส่งแบบระเบียนความลึกสุดท้ายของเข็มทุกต้นเทียบกับระดับ
ที่ใช้อ้างอิงต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
๑.๔ การวัดปริมาณงานและการจ่ายเงิน
งานเสาเข็ม
งานเสาเข็ม จะวัดปริมาณงานให้ตามปริมาณที่ทําได้จริง และภายในขอบเขตที่กําหนดไว้ใน แบบ หรือภายในขอบเขตที่คณะกรรมการตรวจรับเห็นชอบให้ดําเนินการ โดยราคาดังกล่าวได้รวมถึง ค่าวัสดุ ค่าแรงงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว
การจ่ายเงินจะจ่ายให้ตามอัตราต่อหน่วย “เมตร” ซึ่งได้รวมค่าใช้จ่ายในการจัดหาวัสดุ
อุปกรณ์ ค่าแรง ค่าทดสอบ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์