จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพิมพ์หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ศาลฎีกา 69039410628
฿3,500,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 22 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจัดจ้างพิมพ์หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมและเผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาที่มีประเด็นกฎหมายสำคัญให้แก่ข้าราชการฝ่ายตุลาการและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการศึกษาและประยุกต์ใช้กฎหมายอย่างถูกต้องตามยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม

ขอบเขตงานครอบคลุมการจัดพิมพ์หนังสือจำนวนรวม ๗๖,๐๕๐ เล่ม แบ่งเป็นเล่มคำพิพากษา (เล่ม ๑-๑๒) จำนวน ๑๒ ครั้ง ครั้งละ ๕,๘๕๐ เล่ม และเล่มสารบาญ จำนวน ๑ ครั้ง ๕,๘๕๐ เล่ม โดยกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของสิ่งพิมพ์อย่างละเอียด เช่น กระดาษถนอมสายตา (Green Read) ๗๕ แกรม, ปกกระดาษการ์ดอาร์ต ๒๖๐ แกรม เคลือบยูวี, การพิมพ์ระบบออฟเซต และการเข้าเล่มไสสันกาว ผู้รับจ้างต้องดำเนินการออกแบบปกให้ทันสมัยและสื่อถึงภาพลักษณ์ศาลฎีกา รวมถึงรับผิดชอบการบรรจุห่อด้วยกระดาษคราฟท์เพื่อป้องกันความเสียหายระหว่างการจัดส่ง

การคัดเลือกผู้ชนะจะใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price Performance) โดยให้น้ำหนักราคา ๗๐% และคุณภาพ ๓๐% (รวมถึงการนำเสนอผลงานและตัวอย่างงาน) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานในลักษณะเดียวกันย้อนหลังไม่เกิน ๓ ปี มูลค่าไม่น้อยกว่า ๑,๗๕๐,๐๐๐ บาท และต้องผ่านเกณฑ์คะแนนรวมไม่น้อยกว่า ๗๐ คะแนน เพื่อเป็นผู้ชนะการประมูล

English summary

The Supreme Court of Thailand is seeking bids for the printing of the “Supreme Court Judgments 2026” (B.E. 2569). The project involves printing a total of 76,050 copies, including 12 volumes of judgments and one index volume. Key requirements include high-quality offset printing on Green Read paper, perfect binding, and professional cover design. The contractor is responsible for packaging and delivering the final digital files. The project budget is 3,500,000 THB. Selection is based on a price-performance criteria (70% price, 30% quality). Bidders must have relevant experience with a contract value of at least 1,750,000 THB within the last 3 years.

สถานที่ดำเนินการ

ศาลฎีกา

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อรวบรวมและเผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาที่มีข้อกฎหมายสำคัญและน่าสนใจ
  • เพื่อจัดพิมพ์และเรียบเรียงเป็นรูปเล่มให้แก่ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม หน่วยงานราชการในกระบวนการยุติธรรม และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  • เพื่อส่งเสริมความรู้ความเชี่ยวชาญทางกฎหมายให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๙ - ๒๕๗๒

ขอบเขตของงาน

  • ออกแบบปกหน้า ปกหลัง และสันปก ให้มีความทันสมัยและสื่อถึงภาพลักษณ์ศาลฎีกา
  • จัดพิมพ์หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา (เล่ม ๑-๑๒) จำนวน ๑๒ ครั้ง ครั้งละ ๕,๘๕๐ เล่ม
  • จัดพิมพ์หนังสือสารบาญคำพิพากษาศาลฎีกา จำนวน ๑ ครั้ง ๕,๘๕๐ เล่ม
  • ดำเนินการบรรจุห่อด้วยกระดาษคราฟท์ (หรือวัสดุใกล้เคียง) พร้อมปิดป้ายชื่อที่อยู่และติดแถบพัสดุ
  • จัดส่งหนังสือที่พิมพ์เสร็จพร้อมแท่นรองสินค้า (พาเลท) มายังที่ทำการศาลฎีกา
  • ส่งมอบไฟล์ข้อมูลต้นฉบับหนังสือที่จัดพิมพ์ให้แก่ศาลฎีกา

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา (เล่ม ๑-๑๒) รวม ๗๐,๒๐๐ เล่ม
  • หนังสือสารบาญคำพิพากษาศาลฎีกา รวม ๕,๘๕๐ เล่ม
  • ไฟล์ข้อมูลต้นฉบับหนังสือที่จัดพิมพ์
  • หนังสือสำรองนอกเหนือจากสัญญา (เล่มละ ๕๐ เล่มต่อการจัดส่ง)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ต้องจัดพิมพ์ให้เสร็จภายใน ๑๕ วัน (เล่ม ๑-๑๒) หรือ ๓๐ วัน (เล่มสารบาญ) นับถัดจากวันที่ได้รับปรู๊ฟสั่งพิมพ์ครั้งสุดท้ายจากศาลฎีกา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
  • Standards Compliance: -
  • Experience: มีผลงานในลักษณะเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑,๗๕๐,๐๐๐ บาท (สัญญาเดียว) ย้อนหลังไม่เกิน ๓ ปี
  • Previous Project Cost: ๑,๗๕๐,๐๐๐ บาท
  • Technical Capabilities: มีความพร้อมด้านเครื่องมือการพิมพ์ (ออฟเซต) และระบบการเข้าเล่มไสสันกาว
  • Personnel: มีความพร้อมด้านบุคลากรในการออกแบบและจัดพิมพ์

เกณฑ์การพิจารณา

  • เกณฑ์ราคา: ๗๐% (คำนวณตามสูตรที่กำหนด)
  • เกณฑ์คุณภาพ: ๓๐% (พิจารณาจากตัวอย่างการออกแบบ, ความคิดสร้างสรรค์, รูปแบบการเข้าเล่ม, คุณสมบัติการจัดพิมพ์, ความพร้อมบุคลากร และผลงานในอดีต)
  • ผู้ผ่านเกณฑ์ต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า ๗๐ คะแนน

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ขนาด: ๑๘.๕ ซม. X ๒๖ ซม.
  • ปก: กระดาษการ์ดอาร์ต ๒๖๐ แกรม เคลือบยูวี พิมพ์ ๔ สี
  • เนื้อใน: กระดาษถนอมสายตา (Green Read) ๗๕ แกรม พิมพ์ ๔ สี
  • การเข้าเล่ม: ไสสันกาว
  • ระบบพิมพ์: ดิจิทัล/ออฟเซต

เงื่อนไขสัญญา

  • แบ่งจ่ายเงินเป็น ๑๓ งวด (งวดที่ ๑-๑๒ จ่ายงวดละ ๗%, งวดที่ ๑๓ จ่าย ๑๖%)
  • อัตราค่าปรับ: ๐.๒๐% ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
  • รับประกันความชำรุดบกพร่อง: ๖ เดือน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานย้อนหลังกี่ปี? A: ไม่เกิน ๓ ปี นับแต่วันตรวจรับงานงวดสุดท้าย
  • Q: การส่งมอบงานต้องส่งที่ใด? A: ส่งมอบที่ทำการศาลฎีกา
  • Q: หากส่งงานล่าช้าจะถูกปรับเท่าใด? A: ๐.๒๐% ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
  • Q: เกณฑ์การตัดสินผู้ชนะใช้คะแนนรวมเท่าใด? A: ต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า ๗๐ คะแนน
  • Q: ต้องส่งตัวอย่างผลงานการเข้าเล่มกี่เล่ม? A: อย่างน้อย ๒ เล่ม (ความหนาไม่น้อยกว่า ๑๙๐ หน้า และ ๗๐๐ หน้า อย่างละ ๑ เล่ม)
  • Q: ไฟล์ต้นฉบับต้องส่งเมื่อใด? A: ส่งในวันที่ส่งมอบหนังสือแต่ละงวด
  • Q: ราคาที่เสนอต้องยืนราคากี่วัน? A: ไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน
  • Q: การบรรจุห่อหนังสือต้องใช้วัสดุใด? A: กระดาษคราฟท์หรือวัสดุที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน
  • Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการกี่นาที? A: ไม่เกิน ๓๐ นาที
  • Q: มีการรับประกันความชำรุดบกพร่องนานเท่าใด? A: ๖ เดือน นับจากวันที่ส่งมอบงาน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
การจัดจ้างพิมพ์หนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา ประจําปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๙
๑. ความเป็นมา
คําพิพากษาศาลฎีกาเป็นการอธิบายหลักกฎหมายที่สําคัญเพื่อเป็นแนวทางในการทําความเข้าใจ
กฎหมายได้อย่างถูกต้อง ถ่องแท้ และเพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๙ - ๒๕๗๒ ยุทธศาสตร์ R (Ready for the future) พร้อมมุ่งสู่อนาคต เพื่อเป็นการส่งเสริม ความรู้ความเชี่ยวชาญแก่ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ศาลฎีกาเล็งเห็น
ความสําคัญต่อการจัดทําหนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา เพื่อนํามารวบรวมจัดพิมพ์เป็นเล่มออกเผยแพร่
แก่ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและหน่วยงานราชการในกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนบุคคล
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยหนังสือคําพิพากษาศาลฎีกานั้น เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นในการรวบรวมคําพิพากษา ศาลฎีกาที่สําคัญมีการวินิจฉัยประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจในรอบปี ซึ่งมีบทบาทสําคัญในการแสดงถึง ทิศทางของการวินิจฉัยข้อกฎหมาย และเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้า ตลอดจนการนําไปประยุกต์ใช้ ในทางปฏิบัติมาประกอบในเล่มเดียวกัน โดยได้มีการจัดลําดับหมวดหมู่และสรุปสาระสําคัญ ของคําพิพากษาไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้เพื่อเพิ่มคุณค่าทางวิชาการ หนังสือเล่มนี้ยังได้รวบรวมหมายเหตุ จากผู้พิพากษาและนักวิชาการที่ให้ข้อสังเกตประกอบการวินิจฉัยคําพิพากษาศาลฎีกา เพื่อขยายขอบเขต ความรู้จากการปรับใช้ข้อกฎหมายสู่หลักกฎหมายที่สามารถนําไปประยุกต์กับข้อเท็จจริงอื่น ๆ
ได้อย่างถูกต้องสมตามเจตนารมณ์แห่งกฎหมายอย่างแท้จริง อันจะทําให้คําพิพากษาศาลฎีกา
เป็นรากฐานแห่งความยุติธรรมตามหลักกฎหมายและเป็นเข็มทิศชี้นําทิศทางของสังคมไทย
ให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อรวบรวมและเผยแพร่คําพิพากษาศาลฎีกาที่มีข้อกฎหมายสําคัญและน่าสนใจ โดยจัดพิมพ์และเรียบเรียงเป็นรูปเล่มให้แก่ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและหน่วยงานราชการ
ในกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ
ของกรมบัญชีกลาง
/๓.๕ ผู้ยื่น….
Q
๓.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน และได้แจ้งเวียนชื่อให้ เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคล ที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการ ของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอ ให้แก่ศาลฎีกา ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) หรือไม่เป็นผู้กระทําการ อันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาจ้างครั้งนี้
๓.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้น ศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย หรือแสดงบัญชีรายรับ รายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสําคัญ
๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานเกี่ยวกับการดําเนินงานในลักษณะเดียวกันกับงานที่ประกวด ราคาครั้งนี้ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑,๗๕๐,๐๐๐ บาท และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ ส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่ศาลฎีกาเชื่อถือ จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ สัญญา ซึ่งเป็นผลงานที่ได้ดําเนินการแล้วเสร็จ ย้อนหลังเป็นระยะเวลาไม่เกิน ๓ ปี นับแต่วันตรวจรับงานงวดสุดท้าย ถึงวันที่ยื่นเอกสารพร้อมรับรอง สําเนาถูกต้อง โดยจะต้องแนบเอกสารประกอบให้คณะกรรมการพิจารณา ในกรณีผลงานที่เป็นคู่สัญญา โดยตรงกับส่วนราชการ ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองผลงานซึ่งออกโดยส่วนราชการนั้น และหากเป็น ผลงานของบริษัทเอกชน ให้ยื่นสําเนาสัญญาจ้าง ทั้งนี้ ศาลฎีกาสงวนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใด เป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน

/(๓) การยื่น…
· 60 -
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจสําหรับ
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
ข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อ
ในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในาม กิจการร่วมค้า
๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓) ดําเนินการซื้อและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารจ้างทําของจึงจะมีสิทธิในการเข้ายื่นข้อเสนอในนามกิจการ ร่วมค้าได้
๓.๑๔. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัย ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค(กวจ) ที่ ๐๔๐๕.๒/ว๑๒๔ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปี สุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ

งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงิน ย้อนไปก่อน วันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคล ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้ นิติบุคคลยืนงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนา ธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงิน
ย้อนไปอีก ๑ ปี ได้

(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุน จดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
(๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่น ข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับ
การคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
/(๔) กรณี…
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ
ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่
ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่ สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน

๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อ ที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ธนาคาร
ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธ
ต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัท
ที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อ ที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ (๒) ข้อ (๓) และข้อ (๔) ๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศ และเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา

ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ
ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติมกําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสาร ดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอ
ให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๖) กรณีตาม ข้อ (๑) - ข้อ (๕) ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ
ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
/๓.๑๕ ผู้ยืน…

๓.๑๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่การจ่ายเงินแต่ละครั้ง ซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาท คู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้
๔. รายละเอียดคุณลักษณะของงาน
ดําเนินการว่าจ้างจัดพิมพ์หนังสือ “คําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙” ผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องดําเนินการในด้านต่าง ๆ ดังนี้
๔.๑ รายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะของสิ่งพิมพ์
๔.๑.๑ ชื่อสิ่งพิมพ์ : คําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๑๙
๔.๑.๒ จํานวนพิมพ์และจํานวนหน้า : พิมพ์จํานวนรวมทั้งสิ้น ๗๖,๐๕๐ เล่ม รายละเอียดดังนี้
๔.๑.๒.๑ คําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ เล่มที่ ๑ - ๑๒
จํานวนพิมพ์ ๑๒ ครั้ง ครั้งละ ๕,๘๕๐ เล่ม รูปเล่มหนังสือเป็นขนาด
4 หน้ายก ความหนาประมาณ ๓๕ ยก (จํานวนยกอาจเพิ่มขึ้นหรือ ลดลงได้)
๔.๑.๒.๒ หนังสือสารบาญคําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙
จํานวนพิมพ์ ๑ ครั้ง ครั้งละ ๕,๘๕๐ เล่ม รูปเล่มหนังสือเป็นขนาด ๘ หน้ายก ความหนาประมาณ ๑๒๐ ยก (จํานวนยกอาจเพิ่มขึ้นหรือ ลดลงได้)
๔.๑.๓ ขนาด : ความกว้าง ๑๘.๕ ซม. X ความยาว ๒๖ ซม.
๔.๑.๔ กระดาษและระบบพิมพ์ :
ปก : กระดาษการ์ดอาร์ต หนา ๒๖๐ แกรม เคลือบยูวี พิมพ์ 4 สี
เนื้อใน : กระดาษถนอมสายตา (Green Read) ขนาด ๗๕ แกรม พิมพ์ 4 สี
๔.๑.๕ การเข้าเล่ม : เข้าเล่มโดยวิธีไสสันกาว
๔.๑.๖ การพิมพ์ : เรียงพิมพ์ด้วยระบบดิจิทัล ระบบการพิมพ์ออฟเซต
๔.๑.๗ การบรรจุ : บรรจุห่อหนังสือคําพิพากษาศาลฎีกาด้วยกระดาษคราฟท์ (Kraft Paper) หรือกระดาษประเภทอื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ซึ่งสามารถป้องกันความเสียหายจากการจัดส่ง โดยบรรจุหนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา เล่มที่ ๑ - ๑๒ หนึ่งห่อไม่เกิน ๑๐ เล่ม และหนังสือสารบาญ คําพิพากษาศาลฎีกา หนึ่งห่อไม่เกิน ๔ เล่ม พร้อมปิดป้ายชื่อที่อยู่สําหรับจัดส่งทางไปรษณีย์ พร้อมติดแถบพัสดุไปรษณีย์ ใบนําส่งไปรษณีย์ และต้องส่งมอบแท่นรองสินค้า (พาเลท) ให้เพียงพอ ต่อการจัดส่งหนังสือในแต่ละครั้ง เพื่อใช้เป็นฐานรองรับการจัดวางหนังสือที่ได้จัดส่งให้ศาลฎีกา
๔.๒ ด้านการออกแบบ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องดําเนินการออกแบบ ปกหน้าและปกหลัง รวมถึงสั้นข้างของปก โดยนําเสนอแนวคิดหลักของการออกแบบ ไม่จํากัดเทคนิค แต่ต้องออกแบบให้สอดคล้อง กับวัตถุประสงค์และบริบทของเนื้อหา มีความทันสมัย มีความสร้างสรรค์ สื่อถึงภาพลักษณ์องค์กรที่ดี มีความน่าเชื่อถือ เป็นที่พึ่ง หนักแน่นมั่นคง มีหลักการและเหตุผล เน้นการจัดวางองค์ประกอบศิลป์
/ที่มีความ….

  • b-
    ที่มีความยืดหยุ่น มีการใช้พื้นที่ว่างเพื่อความสบายตา เลือกใช้ชุดตัวอักษรที่อ่านง่ายและทันสมัย รวมถึงใช้ภาพประกอบที่ช่วยในการเล่าเรื่องเพื่อสื่อถึงศาลฎีกา หรือคําพิพากษาศาลฎีกา เพื่อให้ สอดคล้องกับภาพลักษณ์และแนวคิดขององค์กร เพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณาคัดเลือก
    องค์ประกอบสําคัญที่ต้องอยู่ในการออกแบบปก ดังนี้
    ๑. ปกหน้า :
    เล่มที่ ๑๒ ด้านหน้า ต้องมีตราสัญลักษณ์ของศาลฎีกา พิมพ์สี ๔ สี และคําว่า “คําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ เล่มที่…” ด้านใน พิมพ์คําว่า “ห้ามจําหน่าย
    เล่มสารบาญ ด้านหน้า ต้องมีตราสัญลักษณ์ สี ๔ สี และคําว่า “สารบาญคําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙” ด้านใน พิมพ์คําว่า “ห้ามจําหน่าย”
    ๒. สันปกด้านข้าง :
    เล่มที่ ๑ - ๑๒ ต้องมีตราสัญลักษณ์ของศาลฎีกา ในแนวนอนพิมพ์คําว่า “คําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙” ไว้ส่วนบนต่อจากตราสัญลักษณ์ ของศาลฎีกา และหมายเลขของเล่มในแนวตั้ง
    เล่มสารบาญ ต้องมีตราสัญลักษณ์ของศาลฎีกา ต้องมีตราสัญลักษณ์ สี ๔ สี และคําว่า “สารบาญคําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙”
    ๓. ปกหลัง : เล่มที่ ๑ ๑๒ และเล่มสารบาญ ด้านหน้า พิมพ์เลข ISSN และบาร์โคต
    ปกหลัง ด้านในส่วนล่างพิมพ์คําว่า “สงวนลิขสิทธิ์”
    ๔.๒.๑ องค์ประกอบใดที่ผู้ยื่นข้อเสนอจัดทําขึ้นเพื่อใช้กับการดําเนินงานในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น ฟอนต์ ภาพถ่าย ภาพกราฟฟิก ภาพอื่น ๆ รวมถึงตราสัญลักษณ์ หรือสื่ออื่นใดที่ปรากฏภายในหน้าปกนี้ จะต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น หรือฝ่าฝืนกฎหมายใด ๆ ในกรณีที่จําเป็นต้องใช้ภาพประกอบหรือ สัญลักษณ์ที่มีลิขสิทธิ์ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องดําาเนินการให้ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากมี
    การเรียกค่าเสียหายจากการละเมิดหรือฟ้องร้องเกิดขึ้น ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
    ๔.๒.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนําส่งรูปแบบปกที่ได้ออกแบบ ให้ศาลฎีกาพิจารณา ตรวจสอบ และให้ความเห็นก่อนดําเนินการจัดพิมพ์ในทุกครั้ง หากศาลฎีกาพบเห็นข้อบกพร่องหรือมีส่วนที่ต้อง
    แก้ไขเพื่อความเหมาะสม ศาลฎีกามีสิทธิแจ้งให้ผู้ยื่นข้อเสนอแก้ไขให้ถูกต้องโดยปราศจากข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งนี้ ศาลฎีกาขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยน รูปแบบหน้าปก หรือเนื้อหาทั้งหมดตามความเหมาะสม เพื่อประโยชน์สูงสุดของทางราชการ
    ๔.๒.๓ บรรดาสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นจากการทํางานตามสัญญานี้ ไม่ว่าจัดเก็บ
    ในรูปแบบใดให้ตกเป็นของศาลฎีกาแต่เพียงผู้เดียว ผู้ยื่นข้อเสนอจะนําไปใช้ประโยชน์อื่นใด
    ที่ไม่เกี่ยวกับการงานที่จ้างมิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาลฎีกา
    /๔.๒.๔ ผู้ยื่น…
  • M -
    ๔.๒.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องถือว่างานตามสัญญานี้ และบรรดาข้อความ เอกสาร ข้อมูล ตลอดจน รายละเอียดทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับงานตามสัญญานี้เป็นความลับ ผู้ยื่นข้อเสนอรวมถึงบุคลากร หรือผู้ร่วมปฏิบัติงานของผู้ยื่นข้อเสนอจะเปิดเผยแก่บุคคลอื่น ทําสําเนา หรือทําการอื่นใดทํานอง เดียวกันโดยมิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาลฎีกามิได้ ผู้รับจ้างต้องใช้ความระมัดระวังในการเก็บ และดูแลรักษาดังเช่นวิญญูชนพึงจะกระทํา เพื่อไม่ให้ข้อมูลกล่าวถูกเปิดเผยหรือเผยแพร่ไปยังบุคคลอื่น และจะต้องไม่ใช้ข้อความ เอกสาร ข้อมูล ตลอดจนรายละเอียดดังกล่าวเพื่อการอื่นใดนอกเหนือไปจาก การปฏิบัติตามสัญญานี้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม หากผู้ยื่นข้อเสนอรวมถึงบุคลากรหรือผู้ร่วมปฏิบัติงาน ของผู้ยื่นข้อเสนอเปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว หรือหากข้อมูลความลับดังกล่าวถูกเปิดเผย
    หรือเผยแพร่ออกไปโดยบุคคลอื่น ผู้รับจ้างตกลงรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ศาลฎีกาโดยสิ้นเชิง
    ๔.๓. การบรรจุและจัดส่ง
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดําเนินการ ดังนี้ ๔.๓.๑ หนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ (เล่มที่
    ๒-๑๒)
    ๔.๓.๑.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องส่งตัวอย่างรูปเล่มเสมือนจริง (ปกหน้า ปกหลัง สันปกด้านข้าง และเนื้อหาด้านใน) ให้ศาลฎีกาตรวจสอบความถูกต้องของตัวอย่างงานทั้งหมด (ปรู๊ฟ)
    ก่อนการจัดพิมพ์ทุกครั้งต้องได้รับอนุมัติให้พิมพ์เป็นลายลักษณ์อักษรจากศาลฎีกา
    ๔.๓.๑.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องดําเนินการส่งใบเสนอราคาภายใน ๕ วันทําการ
    นับแต่วันที่ได้รับปรู๊ฟครั้งแรก
    ๔.๓.๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องดําเนินการจัดพิมพ์หนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ (เล่มที่ ๑ - ๑๒) รวม ๑๒ ครั้ง ครั้งละ ๕,๘๕๐ เล่ม ให้เสร็จเป็นรูปเล่มภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับปรู๊ฟสั่งพิมพ์ครั้งสุดท้ายจากศาลฎีกา
    ๔.๓.๑.๔. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องดําเนินการบรรจุโดยการห่อหนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา ด้วยกระดาษคราฟท์ (Kraft Paper) หรือกระดาษประเภทอื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ซึ่งสามารถ ป้องกันความเสียหายจากการจัดส่ง โดยบรรจุหนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา เล่มที่ ๑ - ๑๒ หนึ่งห่อไม่เกิน ๑๐ เล่ม ปิดป้ายชื่อที่อยู่สําหรับจัดส่งทางไปรษณีย์พร้อมติดแถบพัสดุไปรษณีย์ ใบนําส่งไปรษณีย์ และจัดส่งหนังสือที่พิมพ์เสร็จมายังที่ทําการศาลฎีกาเพื่อส่งให้ศาลต่างจังหวัดทั่วประเทศ หน่วยงาน และบุคคลภายนอก จํานวนครั้งละประมาณ ๓,๕๖๕ เล่ม และดําเนินการบรรจุห่อหรือบรรจุซอง จัดส่งหนังสือที่พิมพ์เสร็จมายังที่ทําการศาลฎีกา จํานวนครั้งละประมาณ ๒,๒๘๕ เล่ม และต้องส่งมอบ แท่นรองสินค้า (พาเลท) เพื่อใช้เป็นฐานรองรับการจัดวางหนังสือ พร้อมยื่นใบแจ้งหนี้ภายในเวลา ๕ วันทําการ นับแต่วันที่ศาลฎีกามีหนังสือแจ้งผู้ยื่นข้อเสนอ
    ทั้งนี้ จํานวนการจัดส่งดังกล่าว สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามที่ศาลฎีกาเห็นสมควร ๔.๓.๑.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดําเนินการจัดส่งไฟล์ข้อมูลต้นฉบับหนังสือ คําพิพากษาศาลฎีกาในเล่มนั้น ๆ ที่ดําเนินการจัดพิมพ์ให้แก่ศาลฎีกาในวันที่ส่งมอบหนังสือคําพิพากษา ศาลฎีกา โดยศาลฎีกาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
    /๔.๓.๒ หนังสือ…
    ๔.๓.๒ หนังสือสารบาญคําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙
    ๔.๓.๒.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องส่งตัวอย่างรูปเล่มเสมือนจริง (ปกหน้า ปกหลัง
    สันปกด้านข้าง และเนื้อหาด้านใน) ให้ศาลฎีกาตรวจสอบความถูกต้องของตัวอย่างงานทั้งหมด (ปรู๊ฟ)
    ก่อนการจัดพิมพ์ทุกครั้งต้องได้รับอนุมัติให้พิมพ์เป็นลายลักษณ์อักษรจากศาลฎีกา
    ๔.๓.๒.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องดําเนินการส่งใบเสนอราคาภายใน ๕ วันทําการ
    นับแต่วันได้รับบรู๊ฟครั้งแรก
    ๔.๓.๒.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องดําเนินการจัดพิมพ์หนังสือสารบาญคําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ จํานวน ๕,๘๕๐ เล่ม ให้เสร็จเป็นรูปเล่มภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับปรู๊ฟ สั่งพิมพ์ครั้งสุดท้ายจากศาลฏีกา
    ๔.๓.๒.๔. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องดําเนินการบรรจุห่อหนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา ด้วยกระดาษคราฟท์ (Kraft Paper) หรือกระดาษประเภทอื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ซึ่งสามารถ ป้องกันความเสียหายจากการจัดส่ง โดยบรรจุหนังสือสารบาญคําพิพากษาศาลฎีกา หนึ่งห่อไม่เกิน ๔ เล่ม เพื่อลดความเสียหายจากการจัดส่ง ปิดป้ายชื่อที่อยู่สําหรับจัดส่งทางไปรษณีย์พร้อมติดแถบพัสดุ ไปรษณีย์ ใบนําส่งไปรษณีย์ และจัดส่งหนังสือที่พิมพ์เสร็จมายังที่ทําการศาลฎีกาเพื่อส่งให้ ศาลต่างจังหวัดทั่วประเทศ หน่วยงาน และบุคคลภายนอก จํานวนครั้งละประมาณ ๓,๕๖๕ เล่ม และดําเนินการบรรจุห่อหรือบรรจุซอง จัดส่งหนังสือที่พิมพ์เสร็จมายังที่ทําการศาลฎีกา จํานวนครั้งละ ประมาณ ๒,๒๘๕ เล่ม และต้องส่งมอบแท่นรองสินค้า (พาเลท) เพื่อใช้เป็นฐานรองรับการจัดวางหนังสือ พร้อมเสนอใบแจ้งหนี้ ภายในเวลา ๕ วันทําการ นับแต่วันที่ศาลฎีกามีหนังสือแจ้งผู้ยื่นข้อเสนอ
    ทั้งนี้ จํานวนการจัดส่งดังกล่าว สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามที่ศาลฎีกาเห็นสมควร
    ๔.๓.๒.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดําเนินการจัดส่งไฟล์ข้อมูลต้นฉบับหนังสือ
    คําพิพากษาศาลฎีกาในเล่มสารบาญที่ดําเนินการจัดพิมพ์ให้แก่ศาลฎีกาในวันที่ส่งมอบหนังสือ
    คําพิพากษาศาลฎีกา โดยศาลฎีกาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
    หมายเหตุ ๑. ราคาค่าบรรจุจัดส่งนั้นผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ การบรรจุห่อ ค่าพิมพ์/เขียนซองไปรษณีย์ระบุผู้รับ ค่าของ ค่ากระดาษห่อ ค่ากระดาษกาว ค่าเชือก ตามรายชื่อเท่านั้น โดยคิดคํานวณรวมอยู่ในค่าจ้างจัดพิมพ์หนังสือแล้ว ส่วนค่าจัดส่งศาลฎีกา เป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย
    ๒. การแจ้งปรู๊ฟสั่งพิมพ์หรือแจ้งรายละเอียดอื่น ๆ เป็นหนังสือของศาลฎีกา ให้หมายความรวมถึงการส่งเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย โดยถือเอาวันที่ส่งเป็นสําคัญ
    ๓. จํานวน ๑ ยก ให้หมายถึง ความหนา 4 หน้า
    ๕. กําหนดเวลาการส่งมอบพัสดุ
    ๕.๑ หนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. ๒๕๖๙ (เล่มที่ ๑ - ๑๒)
    ๕.๑.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดําเนินการจัดทําหนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. ๒๕๖๙ จํานวนครั้งละ ๕,๘๕๐ เล่ม ให้เสร็จเป็นรูปเล่มภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับปรู๊ฟสั่งพิมพ์ ครั้งสุดท้ายจากศาลฎีกา
    หล
    /๕.๑.๒ ผู้ยิน…
  • Q -
    ๕.๑.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องดําเนินการบรรจุโดยการห่อหนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา ด้วยกระดาษคราฟท์ (Kraft Paper) หรือกระดาษประเภทอื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ซึ่งสามารถ ป้องกันความเสียหายจากการจัดส่ง โดยบรรจุหนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา เล่มที่
    ไม่เกิน
    ๑๒ หนึ่งห่อ
    เล่ม ปิดป้ายชื่อที่อยู่สําหรับจัดส่งทางไปรษณีย์พร้อมติดแถบพัสดุไปรษณีย์ ใบนําส่งไปรษณีย์ และจัดส่งหนังสือที่พิมพ์เสร็จมายังที่ทําการศาลฎีกาเพื่อส่งให้ศาลต่างจังหวัดทั่วประเทศ หน่วยงาน และบุคคลภายนอก จํานวนครั้งละประมาณ ๓,๕๖๕ เล่ม และดําเนินการบรรจุห่อหรือบรรจุซอง จัดส่งหนังสือที่พิมพ์เสร็จมายังที่ทําการศาลฎีกา จํานวนครั้งละประมาณ ๒,๒๘๕ เล่ม และต้องส่งมอบ แท่นรองสินค้า (พาเลท) เพื่อใช้เป็นฐานรองรับการจัดวางหนังสือ พร้อมยื่นใบแจ้งหนี้ภายในเวลา ๕ วันทําการ นับแต่วันที่ศาลฎีกามีหนังสือแจ้งผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๕.๑.๓
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดําเนินการจัดส่งไฟล์ข้อมูลต้นฉบับหนังสือคําพิพากษา ศาลฎีกาในเล่มนั้น ๆ ที่ดําเนินการจัดพิมพ์ให้แก่ศาลฎีกาในวันที่ส่งมอบหนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา
    ๕.๒ หนังสือสารบาญคําพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. ๒๕๖๙
    ๕.๒.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดําเนินการจัดทําหนังสือสารบาญคําพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. ๒๕๖๙ จํานวน ๕,๘๕๐ เล่ม ให้เสร็จเป็นรูปเล่มภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับปรู๊ฟสั่งพิมพ์ ครั้งสุดท้ายจากศาลฎีกา
    ๕.๒.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องดําเนินการบรรจุโดยการห่อหนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา ด้วยกระดาษคราฟท์ (Kraft Paper) หรือกระดาษประเภทอื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ซึ่งสามารถ ป้องกันความเสียหายจากการจัดส่ง โดยบรรจุสารบาญคําพิพากษาศาลฎีกา หนึ่งห่อไม่เกิน ๔ เล่ม ปิดป้ายชื่อที่อยู่สําหรับจัดส่งทางไปรษณีย์พร้อมติดแถบพัสดุไปรษณีย์ ใบนําส่งไปรษณีย์ และจัดส่ง หนังสือที่พิมพ์เสร็จมายังที่ทําการศาลฎีกาเพื่อส่งให้ศาลต่างจังหวัดทั่วประเทศ หน่วยงาน และบุคคลภายนอก จํานวนครั้งละประมาณ ๓,๕๖๕ เล่ม และดําเนินการบรรจุห่อหรือบรรจุของ จัดส่งหนังสือที่พิมพ์เสร็จมายังที่ทําการศาลฎีกา จํานวนครั้งละประมาณ ๒,๒๘๕ เล่ม และต้องส่งมอบ แท่นรองสินค้า (พาเลท) เพื่อใช้เป็นฐานรองรับการจัดวางหนังสือ พร้อมยื่นใบแจ้งหนี้ภายในเวลา ๕ วันทําการ นับแต่วันที่ศาลฎีกามีหนังสือแจ้งผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๕.๒.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดําเนินการจัดส่งไฟล์ข้อมูลต้นฉบับหนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา ในเล่มนั้น ๆ ที่ดําเนินการจัดพิมพ์ให้แก่ศาลฎีกาในวันที่ส่งมอบหนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา
  1. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    ๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ศาลฎีกาจะพิจารณา
    ตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
    ๖.๒ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอตามข้อ ๓. และมีเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ครบถ้วนตามที่กําหนดไว้ หากคุณสมบัติไม่เป็นไปตามที่กําหนด คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น

    /๖.๓ ผู้ยืน…
    ๖.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาที่เหมารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งหมด โดยไม่สามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นได้อีก ราคาที่ยื่นข้อเสนอต้องกําหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน นับแต่วันเสนอราคา โดยภายในกําหนดยืนราคาจะถอนการเสนอราคามิได้
    ๖.๔ ศาลฎีกาทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ําสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจํานวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา

    ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสําคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของศาลฎีกาเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใด ๆ มิได้ รวมทั้งศาลฎีกาจะพิจารณายกเลิก ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับ การคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทําการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอ เอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
    การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอราคาต่ําสุด เสนอราคาต่ําจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจ ดําเนินงานตามขอบเขตของงานได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือศาลฎีกา จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้น ชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทําให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดําเนินงานตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคําชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ ศาลฎีกามีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใด ๆ จากศาลฎีกาได้
    ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทําสัญญา คณะกรรมการพิจารณาผล ฯ หรือศาลฎีกา มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ ศาลฎีกามีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทําสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง
    ๖.๖ ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ จะใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ รวมทั้งพิจารณาคัดเลือกจากราคา โดยพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้ คะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก โดยจัดเรียงลําดับไม่เกิน ๓ ราย ศาลฎีกา จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ําหนักที่กําหนด ดังนี้
    ๖.๖.๑ เกณฑ์ราคา คือราคาที่ยื่นข้อเสนอ กําหนดน้ําหนักร้อยละ ๗๐ โดยมีวิธีการ ให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้ยื่นข้อเสนอ - ราคาต่ําสุด) ราคาต่ําสุด) x 900)
    X
    ๖.๖.๒ เกณฑ์คุณภาพ ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ ต่อทางราชการกําหนดน้ําหนักร้อยละ ๓๐ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนคุณภาพตามสัดส่วน ๑๐๐ คะแนน ซึ่งจะพิจารณาข้อเสนอด้านคุณภาพ โดยให้ผู้เสนอราคาจัดทําเอกสารนําเสนอรวมทั้งนําเสนอต่อ คณะกรรมการฯ ทั้งนี้ กําหนดเวลาให้นําเสนอได้รายละไม่เกิน ๓๐ นาที หัวข้อนําเสนอ และกําหนดการ ให้คะแนนด้านคุณภาพ ปรากฏตามเอกสารแนบท้ายนี้ (ผนวก ก และ ข)
    ๖.๗ ผู้ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพจะต้องได้คะแนนในข้อ ๖.๖.๒ รวมกันไม่น้อยกว่า ๕๐ คะแนน คณะกรรมการฯ จึงจะพิจารณาเกณฑ์ด้านราคาต่อไป โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้คะแนนรวม ทั้งสิ้น ๗๐ คะแนนขึ้นไป จึงถือว่าผ่านเกณฑ์การพิจารณา ซึ่งการตัดสินของคณะกรรมการฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด
    /๖.๘ ผู้ยน…
    9G -
    ๖.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอราคาต้องเข้านําเสนอและตอบข้อซักถามต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ

    เพื่อประกอบการพิจารณาให้คะแนนตามหลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ณ ศาลฎีกา กําหนดเวลา ให้นําเสนอได้รายละไม่เกิน ๓๐ นาที โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องพร้อมเข้านําเสนอ หรือชี้แจงต่อ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ โดยละเอียดได้ทันที ทั้งนี้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะทําการตรวจสอบ คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอเบื้องต้นก่อน หากผู้ยื่นข้อเสนอผ่านเกณฑ์คุณสมบัติเบื้องต้นคณะกรรมการฯ จะแจ้งกําหนดการเข้านําเสนอให้ทราบล่วงหน้า โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องนําเอกสารประกอบการนําเสนอ จํานวน ๓ ชุด พร้อมตัวอย่างผลงานประกอบด้วย อนึ่ง ในระหว่างที่ผู้เสนอราคาเข้ามานําเสนอและตอบ ข้อซักถามต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ นั้น จะมีการบันทึกภาพและเสียงตลอดการนําเสนอผลงาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทํารายงานของคณะกรรมการพิจารณาผลฯ
    ๗. วงเงินงบประมาณ
    เงินงบประมาณ งานอํานวยการ กิจกรรมจัดหาวัสดุหนังสือ ตํารากฎหมายและเอกสารอื่น ค่าใช้จ่ายด้านบริหารจัดการ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จํานวน ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท (สามล้าน ห้าแสนบาทถ้วน)
  2. งวดงานและการจ่ายเงิน
    ศาลฎีกาจะชําระเงินค่าจ้างพิมพ์หนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ ซึ่งได้รวม ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว โดยถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ และกําหนดการเบิกจ่ายเงินออกเป็น ๑๓ งวด ดังนี้
    งวดที่ ๑ คิดเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๗ ของค่าจ้างพิมพ์ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอส่งมอบหนังสือ คําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๐๙ เล่มที่ ๑ ถูกต้องครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ ๒ คิดเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๗ ของค่าจ้างพิมพ์ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอส่งมอบหนังสือ คําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ เล่มที่ ๒ ถูกต้องครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ ๓ คิดเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๗ ของค่าจ้างพิมพ์ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอส่งมอบหนังสือ คําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ เล่มที่ ๓ ถูกต้องครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ ๔ คิดเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๗ ของค่าจ้างพิมพ์ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอส่งมอบหนังสือ คําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ เล่มที่ ๔ ถูกต้องครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ ๕ คิดเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๗ ของค่าจ้างพิมพ์ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอส่งมอบหนังสือ คําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ เล่มที่ ๕ ถูกต้องครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ ๖…
  • ๑๒ -
    งวดที่ 5 คิดเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๗ ของค่าจ้างพิมพ์ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอส่งมอบหนังสือ คําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ เล่มที่ ๖ ถูกต้องครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานเรียบร้อย

    งวดที่ ๒ คิดเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๗ ของค่าจ้างพิมพ์ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอส่งมอบหนังสือ คําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๐๙ เล่มที่ ๗ ถูกต้องครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 4 คิดเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๗ ของค่าจ้างพิมพ์ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอส่งมอบหนังสือ คําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ เล่มที่ ๘ ถูกต้องครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ ๙ คิดเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๗ ของค่าจ้างพิมพ์ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอส่งมอบหนังสือ คําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ เล่มที่ ๙ ถูกต้องครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    ได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ ๑๐ คิดเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๗ ของค่าจ้างพิมพ์ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอส่งมอบ หนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ เล่มที่ ๑๐ ถูกต้องครบถ้วน และคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ คิดเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๗ ของค่าจ้างพิมพ์ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอส่งมอบ หนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ เล่มที่ ๑๑
    ๑๑ ถูกต้องครบถ้วน และคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ ๑๒ คิดเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๗ ของค่าจ้างพิมพ์ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอส่งมอบ หนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ เล่มที่ ๑๒ ถูกต้องครบถ้วน และคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ ๑๓ (งวดสุดท้าย) คิดเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๖ ของค่าจ้างพิมพ์ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอ ส่งมอบหนังสือสารบาญคําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ เล่มสารบาญ ถูกต้องครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
    ๙. อัตราการปรับ
    หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับคัดเลือกไม่สามารถส่งมอบงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กําหนดไว้
    ในสัญญาและศาลฎีกายังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างในอัตรา ร้อยละ ๐.๒๐ ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน โดยนับถัดจากวันที่ครบกําหนดจัดส่งหนังสือ คําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๐๙ และหนังสือสารบาญคําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ ตามข้อ ๔ จนถึงวันที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้นําหนังสือคําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ และหนังสือสารบาญ คําพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช ๒๕๖๙ ของงวดนั้น ๆ มาส่งมอบให้ศาลฎีกา โดยผู้ว่าจ้างจะดําเนินการ แจ้งการเรียกค่าปรับตามสัญญาจากคู่สัญญาภายใน ๗ วันทําการ นับถัดจากวันครบกําหนดส่งมอบ และเมื่อคู่สัญญาได้ส่งมอบงาน ผู้ว่าจ้างจะบอกสงวนสิทธิ์การเรียกค่าปรับในขณะที่รับมอบงาน
    /เพื่อดําเนินการ…
    เพื่อดําเนินการหักค่าปรับเอาจากจํานวนเงินค่าจ้างที่ต้องชําระ หรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติ
    ตามสัญญาได้ทันที นอกจากนี้ผู้ยื่นข้อเสนอยินยอมให้ศาลฎีกาเรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการ
    ที่ผู้ยื่นข้อเสนอทํางานล่าช้าเฉพาะส่วนที่เกินกว่าจํานวนค่าปรับดังกล่าวได้อีกด้วย
    ๑๐. กําหนดระยะเวลาและการรับประกันความชํารุดบกพร่อง
    ๑๐.๐
    ให้ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับคัดเลือกมอบหนังสือสํารองนอกเหนือจากสัญญาเป็นจํานวน
    ครั้งละ ๕๐ เล่ม บรรจุห่อหรือบรรจุซอง และจัดส่งหนังสือที่พิมพ์เสร็จมายังที่ทําการศาลฎีกา โดยศาลฎีกาไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อชดเชยหนังสือที่อาจเกิดการชํารุดจากการจัดพิมพ์
    ๑๐.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับคัดเลือกจะต้องรับประกันความชํารุดของพัสดุที่จัดส่ง โดยรับประกัน ความชํารุดบกพร่องเป็นระยะเวลา 6 เดือน นับถัดจากวันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบพัสดุในแต่ละงวดงาน ตามขอบเขตของงานฯ ข้อ ๘ ในกรณีไม่ถูกต้องหรือตรวจพบความชํารุดบกพร่องตามรายละเอียด คุณลักษณะของงาน จะต้องดําเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากศาลฎีกา
    ลงชื่อ….
    Our sha
    (นางสาววันดี กิจคงชีพ)
    นักประชาสัมพันธ์ชํานาญการ
    ประธานกรรมการร่างขอบเขตของงาน
    ลงชื่อ…
    (นางสาวยุพาภรณ์ ไหลหลั่ง) นิติกรปฏิบัติการ กรรมการร่างขอบเขตของงานฯ
    ลงชื่อ……
    (นางสาวกานต์มณี สุขมะดัน) นิติกรปฏิบัติการ
    กรรมการและเลขานุการร่างขอบเขตของงานฯ
    ผนวก ก
    หัวข้อการนําเสนอและกําหนดการให้คะแนนด้านคุณภาพ
    ดังนี้
    กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนคุณภาพตามสัดส่วน ๑๐๐ คะแนน ดัง
    เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนนด้านคุณภาพ
    ๑. จํานวนตัวอย่างการออกแบบ ปกหน้า ปกหลัง กําหนดให้ น้ําหนักร้อยละ ๑๐
    ๒. ความคิดสร้างสรรค์และความสวยงามในการออกแบบ กําหนดให้น้ําหนักร้อยละ ๒๕
    ๓. แสดงรูปแบบการจัดทําและการเข้าเล่มหนังสือ กําหนดให้ น้ําหนักร้อยละ ๒๕
    ๔. คุณสมบัติการจัดพิมพ์ กําหนดให้น้ําหนักร้อยละ ๒๐
    ๕. ความพร้อมด้านบุคลากร กําหนดให้น้ําหนักร้อยละ ๑๐
  1. ผลงานเกี่ยวกับการดําเนินงานในลักษณะเดียวกันกับงานที่ ประกวดราคาครั้งนี้ กําหนดให้น้ําหนัก ร้อยละ ๑๐
    เกณฑ์คะแนน
    ๒๕
    ๒๕๔
    ២០
    GO
    รวม
    Goo คะแนน
    ผนวก ข
    รายละเอียดวิธีการประเมินและการให้คะแนน
    ๑. จํานวนตัวอย่างการออกแบบ ปกหน้า ปกหลัง กําหนดให้น้ําหนักร้อยละ ๑.
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องออกแบบปกหน้าและปกหลัง รวมถึงสันข้างของปก ตามรายละเอียดคุณลักษณะ ของงาน ข้อ ๔.๒ เพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณาคัดเลือก
    วิธีการ
    รายละเอียดการให้คะแนน
    คะแนน วิธีการประเมิน
    ให้คะแนน
    ๑. ออกแบบปกหน้าและปกหลัง รวมถึงสันข้างของ
    เอกสารที่ผู้ยืน
    ปกมา มาให้คัดเลือกไม่น้อยกว่า ๓ แบบ
    ข้อเสนอยื่นมา
    คณะกรรมการ จะพิจารณาจากการ
    ๒. ออกแบบปกหน้าและปกหลัง รวมถึงสันข้างของ
    ปกมา มาให้คัดเลือกไม่น้อยกว่า ๒ แบบ
    ๓. ออกแบบปกหน้าและปกหลัง รวมถึงสันข้างของ ๖๐
    ปกมา มาให้คัดเลือกไม่น้อยกว่า ๑ แบบ
    หมายเหตุ : หากไม่มีตัวอย่างหรือเอกสารใดมานําเสนอจะได้คะแนน 0 ในหัวข้อนี้
    นําาเสนอ และการให้ คะแนนคิดจากผู้ที่ นําเสนอได้ดีที่สุด
    เรียงลําดับลงมา
    หรือการนําเสนอ
    ๒. ความคิดสร้างสรรค์และความสวยงามในการออกแบบ กําหนดให้น้ําหนักร้อยละ ๒๕
    โดยให้ผู้ยื่นข้อเสนอนําเสนอและการอธิบายแนวคิด (Concept) ของการออกแบบที่จะสื่อถึง ศาลฎีกา หรือคําพิพากษาศาลฎีกา เพื่อให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์และแนวคิดขององค์กร สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์และขอบเขตของงานได้อย่างชัดเจน มีการใช้คู่สี ฟอนต์ และองค์ประกอบศิลป์ ที่นํามา ประกอบปกหนังสือ ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขตของงานได้อย่างเหมาะสม มีความสวยงาม ตามหลักทฤษฎีของการจัดทําสื่อสิ่งพิมพ์
    รายละเอียดการให้คะแนน
    คะแนน วิธีการประเมิน
    วิธีการ
    ให้คะแนน
    คณะกรรมการ
    ตัวอย่างผลงาน
    จะพิจารณาจากการ
    หรือเอกสาร
    นําเสนอ และการให้
    ๑. การนําเสนอและการอธิบายแนวคิด ของการ 000 การนําาเสนอและ ออกแบบที่จะสื่อถึงศาลฎีกา หรือคําพิพากษา ศาลฎีกา ได้อย่างดีเยี่ยม สอดคล้องกับภาพลักษณ์ และแนวคิดขององค์กร สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และขอบเขตของงานได้อย่างชัดเจน มีการใช้คู่สี
    ฟอนต์ และองค์ประกอบศิลป์ที่นํามาประกอบ ปกหนังสือ มีเอกลักษณ์ สวยงาม มีความเหมาะสม สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขตของงานได้ อย่างดีเยี่ยม มีความสวยงามตามหลักทฤษฎีของ การจัดทําสื่อสิ่งพิมพ์
    ๒. การนําเสนอและการอธิบายแนวคิด (Concept) ของการออกแบบที่จะสื่อถึงศาลฎีกา หรือคําพิพากษาศาลฎีกา สอดคล้องกับภาพลักษณ์
    และแนวคิดขององค์กรเพียงบางส่วน หรือสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขต
    ของงานเพียงบางส่วน การใช้คู่สี ฟอนต์
    และองค์ประกอบศิลป์ที่นํามาประกอบปกหนังสือ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขตของงาน
    มีความสวยงาม
    ๓. การนําเสนอและการอธิบายแนวคิด (Concept) ของการออกแบบที่จะสื่อถึงศาลฎีกา หรือ คําพิพากษาศาลฎีกา แต่ไม่สอดคล้องกับ ภาพลักษณ์และแนวคิดขององค์กร หรือไม่ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขตของงาน การใช้คู่สี ฟอนต์ และองค์ประกอบศิลป์ ที่นํามาประกอบปกหนังสือ ขาดเอกลักษณ์
    หรือไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขต
    ของงาน
    do
    bo
    ประกอบที่ผู้อื่น คะแนนคิดจากผู้ที่ ข้อเสนอยื่นมา นําเสนอได้ดีที่สุด
    หมายเหตุ : หากไม่มีตัวอย่างหรือเอกสารใดมานําเสนอจะได้คะแนน 6 ในหัวข้อนี้
    เรียงลําดับลงมา
    ๓. แสดงรูปแบบการจัดทําและการเข้าเล่มหนังสือ กําหนดให้น้ําหนักร้อยละ ๒๕
    โดยให้ผู้ยื่นข้อเสนอนําตัวอย่างผลงานที่เคยจัดทํา(ของหน่วยงานใดก็ได้) โดยวิธีเคลือบยูวี เข้าเล่มโดยวิธี ไสสันกาว ระบบการพิมพ์ออฟเซต จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๙๐ หน้า จํานวน ๑ เล่ม และจํานวน ไม่น้อยกว่า ๗๐๐ หน้า จํานวน ๑ เล่ม
    รายละเอียดการให้คะแนน
    ๑. มีตัวอย่างผลงานที่เคยจัดทํา โดยวิธีเคลือบ ยูวี เข้าเล่มโดยวิธีไสสันกาว ระบบการพิมพ์ ออฟเซต ครบถ้วน (จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๙๐ หน้า ๑ เล่ม และจํานวนไม่น้อยกว่า ๗๐๐ หน้า ๑ เล่ม) ตัวอย่างที่นํามาเรียบร้อยสวยงาม สีและภาพ
    หน้าปกมีความคมชัด ตัวอักษรคมชัดขอบกระดาษ เรียบเนียน ความหนาและเนื้อกระดาษสม่ําเสมอ
    การเคลือบต้องเรียบเนียน การเข้าเล่มมีความ แข็งแรงทนทาน
    ๒. มีตัวอย่างผลงานที่เคยจัดทํา โดยวิธีเคลือบ ยูวี เข้าเล่มโดยวิธีไสสันกาว ระบบการพิมพ์ ออฟเซต (ไม่น้อยกว่า ๑๙๐ หน้า จํานวน ๑ เล่ม และจํานวนไม่น้อยกว่า ๗๐๐ หน้า จํานวน ๑ เล่ม) การเข้าเล่มมีความแข็งแรงทนทาน แต่รายละเอียดในส่วนของความคมชัด ของภาพหน้าปก หรือตัวอักษร หรือคุณภาพของ การตัดกระดาษ หรือความหนาและเนื้อกระดาษ หรือการเคลือบ ความเรียบร้อยในการเข้าเล่ม มีข้อบกพร่องบางส่วน
    ๓. มีตัวอย่างผลงานที่เคยจัดทําครบถ้วน (จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๙๐ หน้า ๑ เล่ม และจํานวน ไม่น้อยกว่า ๗๐๐ หน้า ๑ เล่ม) แข็งแรงทนทาน แต่ รายละเอียดไม่ครบถ้วน ( เช่น ไม่เคลือบเคลือบยูวี หรือไม่ใช่การเข้าเล่มโดยวิธีไสสันกาว หรือไม่ใช่ ระบบการพิมพ์ออฟเซท เป็นต้น) หรือมีตัวอย่างที่ นํามาเสนอมีเพียงแค่เล่มใดเล่มหนึ่ง
    ๔. มีตัวอย่างผลงานที่เคยจัดทํา แต่รายละเอียด ไม่ครบถ้วน ( เช่น ไม่เคลือบเคลือบยูวี หรือไม่ใช่ การเข้าเล่มโดยวิธีไสสันกาว หรือไม่ใช่ระบบการ พิมพ์ออฟเซท เป็นต้น) และ ตัวอย่าง ที่นํามาเสนอมีเพียงแค่เล่มใดเล่มหนึ่ง
    คะแนน วิธีการประเมิน
    go

    bo
    ๔๐
    วิธีการ ให้คะแนน
    เอกสารที่ผู้ยืน ข้อเสนอยื่นมา
    คณะกรรมการ
    จะพิจารณาจากการ
    หรือการนําเสนอ
    นําเสนอ และการให้
    คะแนนคิดจากผู้ที่ น่าเสนอได้ดีที่สุด เรียงลําดับลงมา
    ๔. คุณสมบัติการจัดพิมพ์ กําหนดให้น้ําหนักร้อยละ ๒๐
    โดยการนําเสนอ คุณภาพกระดาษที่จะใช้ในการพิมพ์พร้อมตัวอย่างกระดาษ ชนิดของหมึกพิมพ์
    พร้อมตัวอย่างกระดาษและงานพิมพ์จากหมึกชนิดดังกล่าว และนําเสนอทรัพยากรและชนิดของ
    เครื่องมือในการจัดพิมพ์
    รายละเอียดการให้คะแนน
    ๑. นําเสนอคุณภาพกระดาษที่จะใช้ในการพิมพ์ พร้อมตัวอย่างกระดาษ ชนิดของหมึกพิมพ์ พร้อม
    ตัวอย่างกระดาษและงานพิมพ์จากหมึกชนิด ดังกล่าว และนําเสนอทรัพยากรและชนิดของ

    เครื่องมือในการจัดพิมพ์ ได้อย่างครบถ้วน คุณภาพดี เหมาะสมกับการใช้งาน ๒. นําเสนอคุณภาพกระดาษที่จะใช้ในการพิมพ์ พร้อมตัวอย่างกระดาษ ชนิดของหมึกพิมพ์ พร้อม
    ตัวอย่างกระดาษและงานพิมพ์จากหมึกชนิด ดังกล่าว และนําเสนอทรัพยากรและชนิดของ เครื่องมือในการจัดพิมพ์ ได้ค่อนข้างดี แต่อาจขาด เนื้อหาในบางส่วน
    ๓. นําเสนอคุณภาพกระดาษที่จะใช้ในการพิมพ์
    พร้อมตัวอย่างกระดาษ ชนิดของหมึกพิมพ์ พร้อม
    ตัวอย่างกระดาษและงานพิมพ์จากหมึกชนิด ดังกล่าว และนําเสนอทรัพยากรและชนิดของ
    เครื่องมือในการจัดพิมพ์ ไม่ครบถ้วนในหลาย
    ประเด็น
    คะแนน วิธีการประเมิน
    bo
    วิธีการ
    ให้คะแนน
    เอกสารที่ผู้ยืน คณะกรรมการ
    ข้อเสนอยื่นมา
    จะพิจารณาจากการ
    หรือการนําาเสนอ
    นําเสนอ และการให้
    หมายเหตุ : หากไม่มีตัวอย่างหรือเอกสารใดมานําเสนอจะได้คะแนน 9 ในหัวข้อนี้
    คะแนนคิดจากผู้ที่ นําเสนอได้ดีที่สุด เรียงลําดับลงมา
    ๕. ความพร้อมด้านบุคลากร กําหนดให้น้ําหนักร้อยละ ๑๐
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความเชี่ยวชาญของบุคลากร
    รายละเอียดการให้คะแนน
    แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของบุคลากรได้
    อย่างครบถ้วน
    คะแนน วิธีการประเมิน
    วธการ ให้คะแนน
    เอกสารที่ผู้ยืน
    คณะกรรมการ
    ข้อเสนอยื่นมา
    ๒. แสดงให้เห็นความพร้อมของบุคลากรได้ ∞ច หรือการนําเสนอ
    ค่อนข้างดี แต่ไม่ครบถ้วน
    ๓. แสดงให้เห็นความพร้อมของบุคลากร
    ไม่ครบถ้วนหลายประเด็น
    ๖๐
    หมายเหตุ : หากไม่มีตัวอย่างหรือเอกสารใดมานําเสนอจะได้คะแนน 0 ในหัวข้อนี้
    จะพิจารณาจากการ
    นําเสนอ และการให้ คะแนนคิดจากผู้ที่ นําเสนอได้ดีที่สุด เรียงลําดับลงมา
  2. ผลงานเกี่ยวกับการดําเนินงานในลักษณะเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาครั้งนี้ กําหนดให้น้ําหนัก
    ร้อยละ ๑๐
    A
    นําเสนอผลงานที่ผ่านมาของผู้ยื่นข้อเสนอ ที่เกี่ยวกับการออกแบบและจัดทําหนังสือ วารสาร นิตยสาร หรือสิ่งพิมพ์ ในลักษณะเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาครั้งนี้ ในหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานเอกชน ที่ศาลฎีกาเชื่อถือ โดยมีการอธิบายรายละเอียดของผลงาน ย้อนหลังไม่เกิน ๓ ปี
    รายละเอียดการให้คะแนน
    ๑. แสดงสําเนาหนังสือรับรองผลงาน หรือ สําเนา สัญญาจ้าง ไม่น้อยกว่า ๕ ผลงาน
    ๒. แสดงสําเนาหนังสือรับรองผลงาน หรือ สําเนา
    สัญญาจ้าง ไม่น้อยกว่า ๔ ผลงาน
    ๓. แสดงสําเนาหนังสือรับรองผลงาน หรือ สําเนา
    สัญญาจ้าง ไม่น้อยกว่า ๓ ผลงาน
    คะแนน วิธีการประเมิน
    วธการ
    ให้คะแนน
    000
    เอกสารที่ผู้ยืน ข้อเสนอยื่นมา
    คณะกรรมการ
    จะพิจารณาจากการ
    หรือการน่าเสนอ
    นําเสนอ และการให้
    คะแนนคิดจากผู้ที่ นําเสนอได้ดีที่สุด เรียงลําดับลงมา
    ๔. แสดงสําเนาหนังสือรับรองผลงาน หรือ สําเนา
    ๖๕
    สัญญาจ้าง ไม่น้อยกว่า ๒ ผลงาน
    ๕. แสดงสําเนาหนังสือรับรองผลงาน หรือ สําเนา
    Go
    สัญญาจ้าง ๑ ผลงาน
    หมายเหตุ : หากไม่มีตัวอย่างหรือเอกสารใดมานําเสนอจะได้คะแนน 6 ในหัวข้อนี้
    O