เช่ายกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาเช่าโครงการเช่าวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันระเบิด

องค์การสุรา 69039403341
฿2,714,400 ปีงบ 2569 ประกาศ 6 พ.ค. 2569 ฉะเชิงเทรา
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาเครื่องวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิด จำนวน 26 ชุด พร้อมอุปกรณ์ประกอบ และบริการดูแลบำรุงรักษา เป็นระยะเวลา 3 ปี ให้กับหน่วยงานต่างๆ ขององค์การสุรา กรมสรรพสามิต ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเอทานอลที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอัคคีภัยและการระเบิด การจัดหาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของบุคลากร ป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สิน และเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน โดยวิทยุสื่อสารที่เช่าจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ป้องกันการจุดติดประกายไฟและระเบิด สามารถทำงานร่วมกับระบบ Digital Trunked Radio System (DTRS) หรือเทคโนโลยีที่เทียบเท่าหรือดีกว่า บนคลื่นความถี่ที่ กสทช. อนุญาต และต้องครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติงานทั้งหมด รวมถึงสามารถตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด รวมถึงมีประสบการณ์และผลงานที่เกี่ยวข้อง

English summary

The Liquor Distillery Organization, Excise Department, is procuring the rental of 26 Explosion Proof Radio Communication Sets, along with accessories and maintenance services, for a 3-year contract period. This is intended for use within the factory premises, which are high-risk areas for fire and explosion. The radios must comply with safety standards, be compatible with the DTRS or equivalent systems on frequencies licensed by the NBTC, and ensure comprehensive coverage and efficient communication for emergency response. Bidders must meet specified qualifications, including relevant experience and past performance.

สถานที่ดำเนินการ

พื้นที่โรงงานองค์การสุรา กรมสรรพสามิต

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้แต่ละหน่วยงานมีวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิดที่มีความปลอดภัยและเพียงพอต่อการติดต่อสื่อสารและการปฏิบัติงานภายในพื้นที่โรงงาน
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารและการประสานงานระหว่างหน่วยงานให้มีความเสถียร ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติงาน รวมถึงการตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
  • เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและร่างกายของพนักงานทุกคนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่
  • เพื่อป้องกันความเสียหายต่ออาคาร เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่าง ๆ ของโรงงาน ซึ่งอาจเกิดจากอัคคีภัยหรือการระเบิด

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาเครื่องวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิด (Explosion Proof หรือ Intrinsically Safe) จำนวน 26 ชุด
  • จัดหาอุปกรณ์ประกอบที่ครบถ้วนตามมาตรฐานของผู้ผลิต
  • ให้บริการดูแลบำรุงรักษา ตรวจสอบ และปรับแต่งเครื่องวิทยุสื่อสารตลอดระยะเวลาการเช่า 3 ปี
  • จัดเตรียมวิทยุสื่อสารสำรองหรืออะไหล่สำหรับซ่อมบำรุงไม่น้อยกว่า 10% ของจำนวนเครื่องที่เช่า
  • จัดฝึกอบรมการใช้งานวิทยุสื่อสารทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติให้แก่เจ้าหน้าที่ขององค์การสุราฯ ไม่น้อยกว่า 30 คน
  • ดำเนินการส่งมอบ ติดตั้ง หรือรับคืนอุปกรณ์ หากมีการเพิ่มหรือลดจำนวนวิทยุสื่อสารตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง
  • จัดให้มีบริการโครงข่ายสัญญาณสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมพื้นที่ที่กำหนด
  • ดำเนินการทดสอบสัญญาณในพื้นที่จริงก่อนส่งมอบ และแก้ไขจุดอับสัญญาณให้ครอบคลุม 100% ของพื้นที่ปฏิบัติงาน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • เครื่องวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิด จำนวน 26 ชุด พร้อมอุปกรณ์ประกอบครบชุด
  • เอกสารรับรองจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง
  • เอกสารรับรองการอบรมหรือหนังสือแต่งตั้งผู้เสนอราคาที่ผ่านการอบรมจากผู้ผลิต/ผู้แทนจำหน่าย
  • วิทยุสื่อสารสำรองหรืออะไหล่สำหรับซ่อมบำรุง (ไม่น้อยกว่า 10% ของจำนวนที่เช่า)
  • รายงานผลการฝึกอบรมการใช้งานวิทยุสื่อสาร
  • สัญญาบริการดูแลบำรุงรักษา ตรวจสอบ และปรับแต่งเครื่องวิทยุสื่อสารตลอดระยะเวลาสัญญา

ระยะเวลาดำเนินการ

สัญญาเช่า 3 ปี

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
    • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
    • เป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพในงานเช่าที่จัดจ้างครั้งนี้
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
    • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
  • Standards Compliance:
    • วิทยุสื่อสารต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ป้องกันการจุดติดประกายไฟและระเบิด (Explosion Proof หรือ Intrinsically Safe)
    • ระบบวิทยุสื่อสารต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ETSI TETRA หรือเทคโนโลยีที่เทียบเท่าหรือดีกว่า
    • ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องโทรคมนาคม (Type Approval) อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
    • ตัวเครื่องมีคุณสมบัติในการป้องกันฝุ่นและน้ำ ตามมาตรฐานไม่ต่ำกว่า IP65
  • Experience:
    • มีผลงานด้านการให้เช่าวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิดหรืองานลักษณะเดียวกันกับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่องค์การสุราฯ เชื่อถือ อย่างน้อย 1 สัญญา โดยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,300,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งได้ส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว (ผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น)
  • Previous Project Cost:
    • มูลค่าผลงานไม่ต่ำกว่า 1,300,000 บาท (หนึ่งล้านสามแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • Technical Capabilities:
    • สามารถทำงานในระบบวิทยุสื่อสารดิจิทัลแบบ Trunked Radio System (DTRS) ตามมาตรฐาน ETSI TETRA หรือเทคโนโลยีที่เทียบเท่าหรือดีกว่า
    • สามารถใช้งานได้ในย่านความถี่ 806 - 870 MHZ หรือย่านความถี่ที่ กสทช. อนุญาต
    • รองรับโหมดการทำงาน Trunked Mode Operation (TMO) และ Direct Mode Operation (DMC) รวมถึงการสื่อสารแบบ Simplex และ Duplex
    • สามารถตั้งค่ากลุ่มสนทนา (Talk Group) ได้ไม่น้อยกว่า 1,000 กลุ่ม
    • มีลำโพงกำลังขับไม่น้อยกว่า 1.0 วัตต์ และมีระบบลดหรือกรองเสียงรบกวน (Noise Cancellation)
    • มีคุณสมบัติในการป้องกันฝุ่นและน้ำ ตามมาตรฐานไม่ต่ำกว่า IP65
    • สามารถใช้งานได้ในช่วงอุณหภูมิ ไม่น้อยกว่า -25 ถึง +55 องศาเซลเซียส
    • มีศักยภาพในการบำรุงรักษา ตรวจสอบ และปรับแต่งเครื่องวิทยุสื่อสาร
    • มีวิทยุสื่อสารสำรองหรืออะไหล่สำหรับซ่อมบำรุงไม่น้อยกว่า 10% ของจำนวนเครื่องที่เสนอให้เช่า
  • Personnel:
    • ผู้เสนอราคาต้องผ่านการอบรมจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ และต้องแสดงเอกสารรับรองการอบรมหรือหนังสือแต่งตั้ง
  • Exclude the basic requirements(valid business license, has a legal entity…):
    • มูลค่าสุทธิของกิจการ (สำหรับนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศที่จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี) ต้องแสดงค่าเป็นบวกในงบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • กรณีเป็นนิติบุคคลที่ยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน หรือนิติบุคคลต่างประเทศที่ยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
    • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ สามารถขอวงเงินสินเชื่อได้ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ โดยเป็นสินเชื่อจากธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต หรือธนาคาร/บริษัทเงินทุนต่างประเทศที่ได้รับอนุญาต (วงเงินสินเชื่อต้องออกให้ไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ)

เกณฑ์การพิจารณา

(ไม่ได้ระบุใน TOR ฉบับนี้)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เครื่องวิทยุคมนาคมชนิดมือถือ (Handheld Radio)
  • ระบบวิทยุสื่อสารแบบดิจิทัล (Digital Trunked Radio System : DTRS) ตามมาตรฐาน ETSI TETRA หรือเทคโนโลยีที่เทียบเท่าหรือดีกว่า
  • ย่านความถี่ 806 - 870 MHZ หรือย่านความถี่ที่ กสทช. อนุญาต
  • รองรับโหมด TMO และ DMO, Simplex และ Duplex
  • ตั้งค่ากลุ่มสนทนา (Talk Group) ได้ไม่น้อยกว่า 1,000 กลุ่ม
  • ลำโพงกำลังขับไม่น้อยกว่า 1.0 วัตต์ พร้อมระบบลดหรือกรองเสียงรบกวน (Noise Cancellation)
  • ป้องกันฝุ่นและน้ำ ตามมาตรฐานไม่ต่ำกว่า IP65
  • ใช้งานได้ในช่วงอุณหภูมิ ไม่น้อยกว่า -25 ถึง +55 องศาเซลเซียส
  • มีอุปกรณ์ประกอบครบถ้วนตามมาตรฐานของผู้ผลิต
  • สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม (ยกเว้นอุปกรณ์เสริมที่ไม่ได้ระบุ)

เงื่อนไขสัญญา

  • สัญญาเช่า 3 ปี
  • การชำระเงิน: (ไม่ได้ระบุใน TOR ฉบับนี้)
  • การปรับ: (ไม่ได้ระบุใน TOR ฉบับนี้)
  • การรับประกัน: รับประกันการใช้งานและการซ่อมบำรุง ไม่น้อยกว่า 3 ปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: วิทยุสื่อสารที่เช่าต้องมีคุณสมบัติป้องกันการระเบิดในระดับใด?
    A: ต้องเป็นชนิดป้องกันการระเบิด (Explosion Proof หรือ Intrinsically Safe) ตามมาตรฐานความปลอดภัยที่สามารถป้องกันการจุดติดประกายไฟและการระเบิดได้
  • Q: ระบบสื่อสารที่วิทยุต้องรองรับคือระบบใด?
    A: ต้องรองรับระบบวิทยุสื่อสารแบบดิจิทัล (Digital Trunked Radio System : DTRS) ตามมาตรฐาน ETSI TETRA หรือเทคโนโลยีที่เทียบเท่าหรือดีกว่า
  • Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับย่านความถี่ที่วิทยุต้องใช้งานหรือไม่?
    A: ต้องสามารถใช้งานได้ในย่านความถี่ 806 - 870 MHZ หรือย่านความถี่ที่ กสทช. อนุญาต
  • Q: ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานประเภทใดบ้าง?
    A: ต้องมีผลงานด้านการให้เช่าวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิดหรืองานลักษณะเดียวกันกับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่เชื่อถือ อย่างน้อย 1 สัญญา มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,300,000 บาท
  • Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับสภาพของวิทยุสื่อสารที่เสนอให้เช่าหรือไม่?
    A: ต้องเป็นของใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน อยู่ในสายการผลิตปัจจุบัน และมีสภาพพร้อมใช้งานทันที
  • Q: ผู้เสนอราคาต้องมีวิทยุสำรองหรืออะไหล่หรือไม่?
    A: ต้องมีวิทยุสื่อสารสำรองหรืออะไหล่สำหรับซ่อมบำรุงไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนเครื่องที่เสนอให้เช่า
  • Q: มีการฝึกอบรมการใช้งานวิทยุหรือไม่?
    A: ผู้เสนอราคาต้องจัดการฝึกอบรมการใช้งานวิทยุสื่อสารพร้อมอุปกรณ์ประกอบ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ให้แก่เจ้าหน้าที่ขององค์การสุราฯ ไม่น้อยกว่า 30 คน
  • Q: หากต้องการเพิ่มหรือลดจำนวนวิทยุสื่อสาร จะต้องดำเนินการอย่างไร?
    A: ผู้เสนอราคาต้องสามารถดำเนินการส่งมอบ ติดตั้ง หรือรับคืนอุปกรณ์ได้ภายในระยะเวลาที่เหมาะสมตามที่องค์การสุราฯ กำหนด โดยวิทยุที่เพิ่มต้องเป็นรุ่นเดิมหรือรุ่นคุณสมบัติไม่ต่ำกว่าเดิม
  • Q: มีข้อกำหนดเรื่องการรับรองมาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องวิทยุหรือไม่?
    A: ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องโทรคมนาคม (Type Approval) อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • Q: ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติทางการเงินอย่างไร?
    A: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก หรือมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท หรือสามารถแสดงวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
งานจัดเช่าวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันระเบิด จํานวน 26 ชุด (สัญญาเช่า 3 ปี)

  1. หลักการและเหตุผล
    ด้วยองค์การสุรา กรมสรรพสามิต จัดเป็นโรงงานชนิดที่ 16 โรงงานต้ม กลั่น หรือผสมสุรา และ ชนิดที่ 17 โรงงานผลิต เอทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งมิใช่เอทิลแอลกอฮอล์ ที่ผลิตจากกากซัลไฟด์ในการทําเยื่อกระดาษ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดอัคคีภัยและการระเบิด โดยกระบวนการผลิตเอทานอล ซึ่งเป็นสารไวไฟ สูง (Highly Flammable) มีโอกาสเกิดการระเหยและกระจายอยู่ในบรรยากาศตลอดเวลา การสื่อสาร ของเจ้าหน้าที่ภายในพื้นที่ดังกล่าว จึงจําเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ป้องกันการจุดติดประกายไฟ และการระเบิด (Explosion Proof) เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรและความต่อเนื่องของการผลิต วิทยุสื่อสาร แบบเดิมที่ใช้อยู่ในพื้นที่ขององค์การสุราฯ ในปัจจุบัน ยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งหากมีการเปลี่ยนมาใช้วิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิดเฉพาะบางพื้นที่ จะก่อให้เกิดข้อจํากัดในการใช้งาน ร่วมกับวิทยุสื่อสารชนิดเดิม เนื่องจากการสื่อสารจําเป็นต้องดําเนินการผ่านระบบ DTRS (Digital Trunked Radio System) หรือเทคโนโลยีที่เทียบเท่าหรือดีกว่า บนคลื่นความถี่ที่อยู่ภายใต้การอนุญาตของสํานักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในระบบเดียวกัน
    ดังนั้น เพื่อให้การสื่อสารในพื้นที่องค์การสุราฯ มีความปลอดภัย เชื่อถือได้ และเป็นไปตาม ข้อกําหนดทางกฎหมาย จึงมีความจําเป็นต้องดําเนินโครงการเช่าวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิด สําหรับ การใช้งานในพื้นที่
  2. วัตถุประสงค์
    เพื่อให้แต่ละหน่วยงาน ได้แก่ ผู้อํานวยการ ฝ่ายผลิต กองวิศวกรรม ส่วนคลังสินค้า ส่วนไอน้ําและประปา ส่วนไฟฟ้าและบํารุงรักษา ส่วนขนส่ง ส่วนประกันคุณภาพ ส่วนวิเคราะห์และควบคุม คุณภาพ ส่วนการผลิตและวิจัยพัฒนา ส่วนบรรจุ ส่วนยานพาหนะและอาคารสถานที่ เจ้าหน้าที่รักษา ความปลอดภัย และส่วนความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม มีวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิดที่มีความปลอดภัย และเพียงพอต่อการติดต่อสื่อสารและการปฏิบัติงานภายในพื้นที่โรงงาน
    2.2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารและการประสานงานระหว่างหน่วยงานให้มีความเสถียร ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติงาน รวมถึงการตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
    พื้นที่
    2.3 เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและร่างกายของพนักงานทุกคนที่ปฏิบัติงานใน

    2.4 เพื่อป้องกันความเสียหายต่ออาคาร เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่าง ๆ ของโรงงาน ซึ่งอาจเกิด จากอัคคีภัยหรือการระเบิด
  3. เป้าหมายโครงการ
    จัดหาวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิดพร้อมอุปกรณ์ประกอบ และบริการดูแลบํารุงรักษา ตลอดระยะเวลาการเช่า สําหรับใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างการปฏิบัติงานของพนักงาน ให้มีจํานวนเพียงพอ เหมาะสม และปลอดภัยต่อการใช้งานในพื้นที่ภายในโรงงาน
    Tappings"
    Pas
    1
  4. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ มีรายละเอียดดังนี้
    4.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 4.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    4.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    4.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง 4.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    4.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    4.7 เป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพในงานเช่าที่จัดจ้างครั้งนี้
    4.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ องค์การสุรา กรมสรรพสามิต ณ วันประกาศประกวดราคา หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคา/ในการยื่นข้อเสนอครั้งนี้
    4.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    4.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    การกําาหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
  5. กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ
    ร่วมค้านั้น ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอสําหรับ ข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติ
    ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน

การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น
ผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจสําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคา ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือ มอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคา กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
4.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
4.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
1.
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ
ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่
2
Easter!
ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่ หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยืนงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็น ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้

  1. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มี การรายงานแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ “ไม่ต่ากว่า 1 ล้านบาท”
  2. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ผู้อื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
    รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา

กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ
มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ
บริษัทเงินทุนทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน (2) กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น
ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงิน สินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้อื่นข้อเสนอ นับถึงวันยืนยืนข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
5.
กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทยข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคาร
3
แห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ
ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าว ในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น
ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
6.
กรณีตามข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน
ก่อสร้างแล้วและงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติ
เบื้องต้นต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่ง
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง
พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
4.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการให้เช่าวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิดหรืองานลักษณะ เดียวกัน กับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่องค์การสุรา กรมสรรพสามิต เชื่อถือ อย่างน้อย 1 สัญญา โดยมีมูลค่าไม่ต่ํากว่า 1,300,000 บาท (หนึ่งล้านสามแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งได้ส่งมอบงานและตรวจรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผลงานดังกล่าวของผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผลงานในสัญญา
เดียวเท่านั้น โดยต้องเสนอสําเนาเอกสารสัญญาพร้อมเอกสารแนบท้ายสัญญาหรือหนังสือรับรองผลงานจาก หน่วยงานเจ้าของงาน และองค์การสุรา กรมสรรพสามิต ขอสงวนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง 5. ข้อกําหนดทั่วไป
5.1 ผู้เสนอราคาต้องจัดหาวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิด (Explosion Proof หรือ Intrinsically Safe) พร้อมอุปกรณ์ประกอบที่เป็นของใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน อยู่ในสายการผลิต ปัจจุบัน และมีสภาพพร้อมใช้งานทันที พร้อมรับประกันการใช้งานและการซ่อมบํารุง ไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยต้องมี
เอกสารรับรองจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจําหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง
5.2 วิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิดที่เสนอจะต้องมีอุปกรณ์ประกอบครบถ้วนตามมาตรฐาน ของผู้ผลิต และสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม เว้นแต่อุปกรณ์เสริมที่ไม่ได้ระบุไว้ใน
ขอบเขตงาน
5.3 ผู้เสนอราคาต้องมีศักยภาพในการบํารุงรักษา ตรวจสอบ และปรับแต่งเครื่องวิทยุสื่อสารชนิด ป้องกันการระเบิด โดยต้องผ่านการอบรมจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจําหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ และ
ต้องแสดงเอกสารรับรองการอบรมหรือหนังสือแต่งตั้งพร้อมเอกสารเสนอราคา
4
Pas
5.4 ผู้เสนอราคาต้องมีวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิด พร้อมอุปกรณ์ประกอบสํารองหรือ อะไหล่สําหรับการซ่อมบํารุงไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 ของจํานวนเครื่องที่เสนอให้เช่า เพื่อรองรับกรณีเครื่อง ขัดข้อง โดยผู้ว่าจ้างสามารถตรวจสอบรายการอุปกรณ์ดังกล่าวได้ตลอดระยะเวลาของสัญญาเช่า
5.5 ผู้เสนอราคาต้องจัดการฝึกอบรมการใช้งานวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิดพร้อมอุปกรณ์ ประกอบ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ให้แก่เจ้าหน้าที่ขององค์การสุรา กรมสรรพสามิต ไม่น้อยกว่า 30 คน โดยผู้เสนอราคาจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
5.6 ในกรณีที่องค์การสุรา กรมสรรพสามิต ต้องการเพิ่มหรือลดจํานวนวิทยุสื่อสารชนิดป้องกัน การระเบิดพร้อมอุปกรณ์ประกอบ ผู้เสนอราคาต้องสามารถดําเนินการส่งมอบ ติดตั้ง หรือรับคืนอุปกรณ์ได้ ภายในระยะเวลาที่เหมาะสมตามที่องค์การสุรา กรมสรรพสามิตกําหนด ในกรณีที่เป็นการขอเพิ่มจํานวนผู้เสนอ ราคาต้องนําวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิดพร้อมอุปกรณ์ประกอบรุ่นเดิม หรือรุ่นที่มีคุณสมบัติไม่ต่ํากว่าเดิม มาส่งมอบให้กับองค์การสุรา กรมสรรพสามิต โดยวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิดพร้อมอุปกรณ์ประกอบ
ที่ส่งมอบให้จะต้องมีอุปกรณ์ครบชุดและต้องมีสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานและจะต้องคิดอัตราค่าเช่าตามกําหนด เงื่อนไขของระยะเวลาการเช่าตามสัญญาเช่า ที่ได้ลงนามและมีผลบังคับใช้
6. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
6.1 เช่าวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิดพร้อมอุปกรณ์ประกอบ จํานวน 26 ชุด
6.2 เป็นเครื่องวิทยุคมนาคมชนิดมือถือ (Handheld Radio) ที่สามารถใช้งานในระบบวิทยุสื่อสาร แบบดิจิทัล (Digital Trunked Radio System : DTRS) ตามมาตรฐาน ETSI TETRA หรือเทคโนโลยีที่เทียบเท่า หรือดีกว่า ซึ่งได้รับอนุญาตให้ใช้งานในประเทศไทย พร้อมทั้งจัดให้มีบริการโครงข่ายสัญญาณสื่อสารที่มี ประสิทธิภาพ สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมพื้นที่ที่ผู้เช่ากําหนด ตลอดระยะเวลาการ เช่าตามสัญญา โดยต้องมาทําการทดสอบสัญญาณในพื้นที่จริงก่อนการส่งมอบ ในกรณีที่ผลการทดสอบสัญญาณ ในพื้นที่จริงพบจุดอับสัญญาณ ผู้ให้เช่าต้องดําเนินการให้สื่อสารได้ครอบคลุม 100% ของพื้นที่ปฏิบัติงาน
6.3 คุณสมบัติพื้นฐานของเครื่องวิทยุสื่อสารชนิดป้องกันการระเบิด
6.3.1 ต้องสามารถรองรับการทํางานในระบบวิทยุสื่อสารดิจิทัลแบบ Trunked Radio System (DTRS) ตามมาตรฐาน ETSI TETRA หรือเทคโนโลยีที่เทียบเท่าหรือดีกว่า
6.3.2 ต้องสามารถใช้งานได้ในย่านความถี่ 806 - 870 MHZ หรือย่านความถี่ที่ กสทช. อนุญาตให้ใช้งาน และต้องได้รับการรับรองมาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องโทรคมนาคม (Type Approval) อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
6.3.3 ต้องรองรับโหมดการทํางาน Trunked Mode Operation (TMO) และ Direct Mode Operation (DMC) รวมถึงสามารถใช้งานการสื่อสารแบบ Simplex และ Duplex
6.3.4 ต้องสามารถตั้งค่ากลุ่มสนทนา (Talk Group) ได้ ไม่น้อยกว่า 1,000 กลุ่ม
สําหรับการใช้งานในโหมด TMO และ DMO หรือมีความสามารถดีกว่า
6.3.5 ลําโพงกําลังขับไม่น้อยกว่า ไม่น้อยกว่า 1.0 วัตต์ และมีระบบลดหรือกรองเสียง รบกวน (Noise Cancellation หรือเทคโนโลยีเทียบเท่า) เพื่อให้การสื่อสารมีความชัดเจน
ดีกว่า
Про Доро
6.3.6 ตัวเครื่องมีคุณสมบัติในการป้องกันฝุ่นและน้ํา ตามมาตรฐานไม่ต่ํากว่า IP65 6.3.7 สามารถใช้งานได้ในช่วงอุณหภูมิ ไม่น้อยกว่า 25 ถึง +55 องศาเซลเซียส หรือ
5