ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงผิวจราจรถนนสายบนไร่ หมู่ที่ ๗ - หินสามก้อน หมู่ที่ ๓ ตำบลท้ายเหมือง เชื่อมต่อบ้านท่าแตง หมู่ที่ ๖ ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา ดำเนินโครงการปรับปรุงผิวจราจรถนนสายบ้านบนไร่ หมู่ที่ 7 - หินสามก้อน หมู่ที่ 3 ตำบลท้ายเหมือง เชื่อมต่อบ้านท่าแตง หมู่ที่ 6 ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา โครงการนี้มีขอบเขตงานหลักคือการเสริมผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีต ขนาดกว้าง 5.00 เมตร ยาว 628.00 เมตร หนา 0.05 เมตร คิดเป็นพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,140 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังรวมถึงงานตีเส้นจราจรด้วยวัสดุ THERMOPLASTIC PAINT งานติดตั้ง RUMBLE STRIPS และงานติดตั้งเครื่องหมายจราจรและป้ายเตือนต่างๆ เช่น ป้ายเตือน ต-1, ต-2, ต-9, ต-10, ต-69, ต-64, ต-67, ต-52, ต-75 รวมถึงการติดตั้งชุดสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและสีเหลืองที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านคุณภาพวัสดุ โดยต้องใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุ และเหล็กที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ใช้ทั้งหมดตามสัญญา โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานทางกายภาพของถนน เพิ่มความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ และอำนวยความสะดวกในการคมนาคมขนส่งในพื้นที่
English summary
The Phang Nga Provincial Administrative Organization is undertaking a project to improve the road surface on the Ban Bon Rai - Hin Sam Kuan - Tha Taeng route in Mue 7, Mue 3, Tha Maieng Subdistrict, connecting to Mue 6, Na Toei Subdistrict, Tha Maieng District, Phang Nga Province. The project scope includes the asphaltic concrete pavement overlay, approximately 5.00 meters wide, 628.00 meters long, and 0.05 meters thick (minimum 3,140 sq.m.). It also involves road marking with THERMOPLASTIC PAINT, installation of RUMBLE STRIPS, and various traffic warning signs and signals, including flashing lights powered by solar energy. The contractor must adhere to material quality requirements, using at least 60% domestically produced materials and 90% domestically produced steel by quantity. The project aims to enhance the road’s physical standards, improve safety, reduce accidents, and facilitate transportation in the area.
อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ปรับปรุงผิวจราจรให้ได้มาตรฐาน
- เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง
- อำนวยความสะดวกในการคมนาคมขนส่ง
- ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
ขอบเขตของงาน
- งานเสริมผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาดกว้าง 5.00 เมตร ยาว 628.00 เมตร หนา 0.05 เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,140 ตารางเมตร
- งานตีเส้นจราจร THERMOPLASTIC PAINT (YELLOW & WHITE) พื้นที่ 219.80 ตร.ม.
- งาน RUMBLE STRIPS พื้นที่ 27.60 ตร.ม.
- งานติดตั้งเครื่องหมายจราจรและป้ายเตือนต่างๆ (ต-1, ต-2, ต-9, ต-10, ต-69, ต-64, ต-67, ต-52, ต-75)
- งานติดตั้งชุดสัญญาณไฟกระพริบสีแดง (พลังงานแสงอาทิตย์) พร้อมป้าย บ.1 จำนวน 1 ชุด
- งานติดตั้งชุดสัญญาณไฟกระพริบสีเหลือง (พลังงานแสงอาทิตย์) จำนวน 2 ชุด
- งานดินถมคันทาง (ตามมาตรฐาน มท. 201-2545)
- งานชั้นรองพื้นทาง (ตามมาตรฐาน มทช.202-2545)
- งานชั้นพื้นทาง (ตามมาตรฐาน มทช.203-2545)
- งาน Prime Coat (ตามมาตรฐาน มทช.225-2545)
- งาน Tack Coat (ตามมาตรฐาน มทช.227-2545)
- งานแอสฟัลต์คอนกรีต (ตามมาตรฐาน มทช.)
- งานตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว (Surface Texture, ความหนา, ความแน่น)
- งานซ่อมหลุมที่เจาะตัวอย่าง
- การอำนวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง
- งานขุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH)
- งานปะซ่อมผิวทางเดิม (SKIN PATCH)
- งานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่ปรับปรุงแล้ว
- เส้นจราจรที่ตีใหม่
- RUMBLE STRIPS ที่ติดตั้งแล้ว
- เครื่องหมายจราจรและป้ายเตือนที่ติดตั้งแล้ว
- ชุดสัญญาณไฟกระพริบ (สีแดงและสีเหลือง) ที่ติดตั้งแล้ว
- รายงานผลการทดสอบวัสดุและคุณภาพงานก่อสร้าง
- แผนการปฏิบัติงาน
ระยะเวลาดำเนินการ
- ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องประสานงานจัดส่งวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- (ระยะเวลาโครงการโดยรวมไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสารที่ให้มา)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีอาชีพรับจ้างทำงานก่อสร้าง
- มีผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของราคากลางของงานที่ประกวดราคา
- (ข้อกำหนดพื้นฐานอื่นๆ เช่น การจดทะเบียน, การเสียภาษี, การไม่มีหนี้สินตามคำพ.ร.บ. ไม่ได้ระบุในส่วนที่ให้มา)
- Standards Compliance:
- ต้องใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
- ต้องใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา
- การก่อสร้างต้องเป็นไปตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท (มท. 201-2545, มทช.202-2545, มทช.203-2545, มทช.225-2545, มทช.227-2545)
- Experience:
- มีผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของราคากลางของงานที่ประกวดราคา
- Previous Project Cost:
- ผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของราคากลางของงานที่ประกวดราคา
- Technical Capabilities:
- มีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับงานก่อสร้างแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น รถบดล้อเหล็ก, รถบดล้อยาง, รถเกรด, รถบดอัดสั่นสะเทือน, เครื่องเป่าลม
- มีความสามารถในการทดสอบวัสดุและคุณภาพงานก่อสร้างตามมาตรฐานที่กำหนด
- Personnel:
- (ไม่ได้ระบุคุณสมบัติเฉพาะของบุคลากร เช่น วุฒิการศึกษา, ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ในเอกสารที่ให้มา)
เกณฑ์การพิจารณา
- (ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินในเอกสารที่ให้มา)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- งานเสริมผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต: ความหนา 0.05 เมตร, ความกว้าง 5.00 เมตร, ความยาว 628.00 เมตร
- วัสดุ: ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มท. 201-2545 (คันทาง), มทช.202-2545 (รองพื้นทาง), มทช.203-2545 (พื้นทาง), ยางแอสฟัลต์ MC-70 หรือ CSS-1 (Prime Coat), ยางแอสฟัลต์ CRS-2 (Tack Coat)
- การบดอัด: ชั้นคันทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 95% Standard Proctor Density, ชั้นรองพื้นทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 95% Modified Proctor Density, งานแอสฟัลต์คอนกรีตต้องได้ความแน่นตามที่ต้องการ (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density)
- การทดสอบ: Control Test ทุกๆ 1,000 เมตร (Sieve Analysis, Compaction), ทดสอบความแน่นในสนามทุกๆ 450 ตร.ม., ทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างานทุกๆ 9,000 ตร.ม., ตรวจสอบความหนาทุกๆ 250 เมตร, ตรวจสอบความแน่นทุกๆ 250 เมตร
- การควบคุมการจราจร: ต้องจัดและควบคุมการจราจรให้ปลอดภัยและไม่ทำให้ผิวทางเสียหาย
เงื่อนไขสัญญา
- การใช้พัสดุ: ต้องใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุ และเหล็กที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ใช้ทั้งหมด
- การส่งมอบงาน: (ไม่ได้ระบุเงื่อนไขการส่งมอบงานและงวดการจ่ายเงินในเอกสารที่ให้มา)
- ค่าปรับ: (ไม่ได้ระบุเงื่อนไขค่าปรับในเอกสารที่ให้มา)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
A: เพื่อปรับปรุงผิวจราจรบนถนนสายบ้านบนไร่ - หินสามก้อน - ท่าแตง ให้ได้มาตรฐาน เพิ่มความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกในการคมนาคม - Q: ขอบเขตงานหลักของโครงการนี้คืออะไรบ้าง?
A: การเสริมผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต, การตีเส้นจราจร, การติดตั้งป้ายเตือนและสัญญาณไฟจราจร - Q: มีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับการใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศหรือไม่?
A: ใช่ ต้องใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุ และเหล็กที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ใช้ทั้งหมด - Q: มาตรฐานงานทางที่ต้องปฏิบัติตามสำหรับงานชั้นต่างๆ คืออะไร?
A: งานคันทางใช้มาตรฐาน มท. 201-2545, งานรองพื้นทางใช้ มทช.202-2545, งานพื้นทางใช้ มทช.203-2545 - Q: ต้องมีการทดสอบคุณภาพงานก่อสร้างอย่างไรบ้าง?
A: มีการทดสอบหลายอย่าง เช่น Control Test, ทดสอบความแน่นในสนาม, ทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต, ตรวจสอบความหนาและความแน่นของผิวทางที่ก่อสร้างแล้ว - Q: ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานเมื่อใด?
A: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา - Q: งานประเภทใดบ้างที่ถือเป็นงานแก้ไขผิวทางเดิม?
A: งานขุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH), งานปะซ่อมผิวทางเดิม (SKIN PATCH), และงานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING) - Q: การติดตั้งสัญญาณไฟจราจรมีลักษณะอย่างไร?
A: เป็นชุดสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและสีเหลือง ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมป้ายที่เกี่ยวข้อง - Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับอุณหภูมิของแอสฟัลต์คอนกรีตขณะก่อสร้างหรือไม่?
A: ใช่ อุณหภูมิเมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างต้องไม่น้อยกว่า 132 °C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วต้องไม่น้อยกว่า 121 °C - Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบการควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้างอย่างไร?
A: ต้องจัดและควบคุมการจราจรให้ปลอดภัย ไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่จนกว่าจะเย็นตัวพอ และติดตั้งป้ายเตือนพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรที่จำเป็น
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา
โครงการ
ปรับปรุงผิวจราจรถนนสายบ้านบนไร่ หมู่ที่ 7 - หินสามก้อน หมู่ที่ 3
ตําบลท้ายเหมือง เชื่อมต่อบ้านท่าแตง หมู่ที่ 6 ตําบลนาเตย
ข
อําาเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
สถานทีก่อสร้าง
อําาเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
แสง
3025
จุดเริ่มต้นโครงการ STA 0000 IN 83758498 E 9827/48288
จุดสิ้นสุดโครงการ STA. 0628 N. 8.37/42657 E. 98.27/04453
3025
ถ.เพชรเกษม
โครงการ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพัง
ปรับปรุงผิวจราจรถนนสายบ้านบนไร่
หมู่ที่ 7 - หินสามก้อน หมู่ที่ 3 ตําบล
لله
ท้ายเหมือง เชื่อมต่อบ้านท่าแดง หมู่ที่ 6
ตาบลนาเตย อําาเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
สํารวจ
เขียน
วิศวกรโยธา
ตรวจ
หัวหน้าฝ่าย
ตรวจ
ผู้อํานวยการ
กองชาง
ตรวจ
เห็นชอบ
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา
เห็นชอบ
วัดประชาธิการาม
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา
зале
(นายบํารุง ปิยนามวาณิช)
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา
มาตราส่วน
NO : SCALE
อนุมัติ
หน้า
จํานวนแผ่น
. ลงซอ
ม ม
..ผู้ว่าจ้าง
n
ลงชื่อ.
บ
..ผู้รับจ้าง
ลงซอ.
.พยาน
ลงชื่อ.
.พยาน
7
รายละเอียดขอบเขตงาน ปรับปรุงผิวจราจรถนนสายบ้านบนไร่ หมู่ที่ 7 - หนสามก้อน หมู่ที่ 3 ตําบลท้ายเหมือง เชื่อมต่อบ้านท่าแตง หมู่ที่ 6 ตําบลนาเตย อําเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
ป
- งานเสริมผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาดกว้าง 5.00 เมตร ยาว 628.00 เมตร หนา 0.05 เมตรหรือมีพื้นที่ ไม่น้อยกว่า 3,140 ตารางเมตร ตามรายละเอียดและแบบแปลนที่กําหนด
- งานตีเส้นจราจร THERMOPLASTIC PAINT ระดับ 1(YELLOW & WHITE) 219.80 ตร.ม
- งาน RUMBLE STRIPS 27.60 ตร.ม.
- งานติดตั้งเครื่องหมายจราจรบ่ายเตือน
4.1 ป้ายเตือน ต-1 จํานวน 1 ชุด 4.2 ป้ายเตือน ต-2 จํานวน 1 ชุด 4.3 ป้ายเตือน ต-9 จํานวน 1 ชุด 4.4 ป้ายเตือน ต-10 จํานวน 1 ชุด 4.5 ป้ายเตือน ต-69 จํานวน 1 ชุด
4.6 ป้ายเตือน ต-64,ต-67 จํานวน 1 ชุด 4.7 ป้ายเตือน ต-52 จํานวน 2 ชุด
4.8 ป้ายเตือน ต-75 จํานวน 1 ชุด - งานติดชุดสัญญาณไฟกระพริบแดง (พลังงานแสงอาทิตย์) + ป้าย บ.1 จํานวน 1 ชุด 6.งานติดชุดสัญญาณไฟกระพริบเหลือง (พลังงานแสงอาทิตย์) จํานวน 2 ชุด คู่สัญญาต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครภัณฑ์ที่ใช้ในงานก่อสร่างเป็นพัสดุที่ผลิตในประเทศ โดยต้องใช้ไม
น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุ
ที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญาและต้องใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญาตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการ จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกรมบัญชกลางด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว78 ลงวันที่ 31
มกราคม 2565
โครงการ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพังง
ปรับปรุงผิวจราจรถนนสายบ้านบนไร่
หมู่ที่ 7 - หินสามก้อน หมู่ที่ 3 ตําบล ท้ายเหมือง เชื่อมต่อบ้านท่าแตง
หมู่ที่ 6 ตําาบลนาเตย อําเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
สํารวจ
เขียน
วิศวกรโยธา
หัวหน้าฝาย
90
ผู้อํานวยการ
กองชาง
try
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา
(นายบํารุง ปิยนามวาณิช )
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา
มาตราส่วน
NO : SCALE
ลงชื่อ.
ลงชื่อ.
ลงชื่อ.
ตรวจ
ตรวจ-
ตรวจ
ตรวจ
เห็นชอบ
เห็นชอบ
อนุมัติ
หน้า จํานวนแผ่น
…..)
PI ม
ผู้ว่าจ้าง
ผู้รับจ้าง
.พยาน
ลงชื่อ.
.พยาน
บ
9
ขอกําหนดงานเสริมผิวและซอมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทําการตรวจสอบ
และอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน - ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ
หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท - งานดินถมคันทาง
3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินคันทาง (มท. 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
3.2 วัสดุที่จะทําการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ําตามจํานวนที่กําหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ
มีความชื้นสม่ําเสมอก่อนทําการบดอัดแน่น
3.3 การถมคันทางให้ถมเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชิ้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95% Standard Proctor Density - งานชั้นรองพื้นทาง
4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช.202-2545) ซึ่งได้ผ่าน
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือคันทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนําวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่
บดอัดเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95% Modified Proctor Density - งานชั้นพื้นทาง
5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช.203-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarify) ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทําการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด
ให้นําวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตําแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง Sieve Analysis และ Compaction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตําแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ ทั้งหมดเหมือน General Test ได้
5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น - งาน Prime Coat มทช.225-2545
6.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
6.2 ผิวหน้าพื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก - งาน Tock Coat มทช227-2545
7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
1.2 ก่อนที่จะทําการ Tack Coat จะต้องทําการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทําผิวชั้นต่อไป - งานแอสฟัลต์คอนกรีต
8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทําการ Prime Coat ตาม มทช.225-2545 หรือ Tack Coat ตาม มทช.227-2545 ก่อน
8.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน
8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปูรวมไปพร้อมกันกับ การปูชิ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะปูจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร
8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด
ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทํา Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต
8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132 °C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 8.6 ทําการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1 ตัวอย่าง ทดสอบตาม มทช (ท) 607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม
และปริมาณแอสฟัลต์ซิเมนต์ที่ใช้
8.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกําหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอทั้งทางด้านตามขวามและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนํามาใช้
8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้ปิดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ําหนักประมาณ
8-10 ตัน จํานวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ําหนักประมาณ 10-12 ต้น ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย ร้องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง
9 การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว
9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น
(Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดําเนินการแก้ไขให้
ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จํานวน 1 ก้อนตัวอย่าง
หรือจํานวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ
นํามาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
V
9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทําการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทําการเจาะก้อนตัวอย่าง เป็นตัวแทนของ นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจํานวน
2
1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนํามาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98
ของค่า Marshall Density
9.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก้อนตัวอย่าง จะต้องทําความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทําการ Tack Coat ก่อนที่จะปะซ่อม ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121 C ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกําหนด - การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทํา ให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
กรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที ทถ–7–601
แผ่นที่ 100
ผิวทาง
คันทางเดิม
หินคลุกชั้นพื้นทาง
ลูกรังกรณีที่ชั้นเสียหายลึกเกินชั้นพื้นทาง ขุดรื้อคันทางเดิมถึงชั้นที่เสียหายแล้วบดทับ
DEEP PATCH
คันทางเดิม
ขุดรื้อผิวทางเดิมที่ชํารุด
PRIME COAT
COLD MIX หรือ HOT MIX
SKIN PATCH
ผิวทาง
COLD MIX หรือ HOT MIX
TACK COAT
LEVELLING
ข้อกําหนดงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม - งานขุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH)
เป็นการซ่อมเพื่อแก้ไขโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SOFT) หมายถึง งานขุดชั้นคันทางในบริเวณที่คันทางเดิมชํารุดเสียหาย (SOFT SPOT) และไม่สามารถรับน้ําหนักบรรทุกได้ ต้องทําการขุดรื้อลึกถึงชั้นที่เสียหาย แล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพมาแทนที่ แล้วทําการปิดทับให้ได้ รูปร่างและความแน่นตามที่กําหนด
บ
วิธีการกอสราง - ขุดรื้อผิวทางและชั้นทางที่ชํารุดออกจนถึงชั้นโครงสร้างทางที่เสียหาย ตลอดความกว้างของชั้นทางหรือตามพื้นที่ที่เสียหายตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ทําการบดทับคันทางเดิมให้แน่นตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบทของวัสดุคันทางนั้นๆ
- ลงวัสดุตามชั้นคันทางเดิมหรือดีกว่า แล้วใช้เครื่องจักรกลที่เหมาะสม ตีแผ่ เกลี่ยวัสดุ คลุกเคล้า ผสมน้ําโดยที่ประมาณว่าให้ปริมาณน้ําที่ OPTIMUM MOISTURE CONTENT ± 3% 4.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุจนได้ที่ แล้วทําการปิดทับด้วยเครื่องมือปิดทับที่เหมาะสม บดทับจนสม่ําเสมอจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด การก่อสร้างชั้นคันทางต้องก่อสร้างเป็นชั้นๆ
โดยให้มีความหนาหลังบดทับชั้นละไม่เกิน 200 มิลลิเมตร และทดสอบความแน่นของการปิดทับ
5.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุให้ได้แนว ระดับ ความลาด ขนาดและรูปตัดตามแบบสายทางจนไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุหลุดหลวมไม่แน่นอยู่บนผิว - ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
2.งานปะซ่อมผิวทางเดิม (SKIN PATCH)
เป็นงานซ่อมเพื่อแก้ไขผิวทางเดิมที่ชํารุดเสียหายเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการ
ปะซ่อม (SKIN PATCH) ได้แก่ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวแบบหนังจรเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยแตกร้าวกว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวจากการกดไถ (SLIPPAGE CRACKS) เป็นต้น
วิธีการก่อสร้าง - ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิตตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ขุดรื้อผิวทางเดิมที่เสียหาย ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
- ทํา PRIME COAT
- ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
- บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER) หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
- ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
- งานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING)
เป็นงานซ่อมเพื่อปรับระดับผิวทางเดิมให้ราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่นก่อนที่จะทําการฉาบผิวทางสเลอรีซีลหรือเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต
เป็นการปรับระดับผิวทางเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทางหรือชั้นผิวทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการปรับระดับ (LEVELLING) ได้แก่ ผิวทางที่ทรุดตัว
ตามแนวขุดฝังท่อ (UTILITY CUT DEPRESSION) ผิวทางที่ยุบลงไปตามแนวร่องล้อ (RUT) ผิวทางที่ยุบเป็นแอ่งมีระดับต่ํากว่าบริเวณอื่น (DEPRESSION) เป็นต้น
วิธีการก่อสร้าง
บ - ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
- ทํา TACK COAT
- ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER)
หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
6. ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
กรมทางหลวงชนบท
งานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
(ข้อกําาหนดการก่อสร้าง)
ہے
แบบเลขที ทถ−7-602
แผ่นที่ 101