ประกวดราคาจ้างโครงการจัดทำและผลิตสื่อมัลติมีเดียภาษาอังกฤษเพื่อสนับสนุนความเสมอภาคทางการศึกษา
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดประมูลโครงการจัดทำและผลิตสื่อมัลติมีเดียภาษาอังกฤษเพื่อสนับสนุนการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา วัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับการสื่อสารภาษาอังกฤษขององค์กร สร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ในเวทีสากล ตลอดจนพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ให้เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือด้านความเสมอภาคทางการศึกษา
ขอบเขตงานครอบคลุมงานเชิงกลยุทธ์และปฏิบัติการ ได้แก่ การจัดทำแผนกลยุทธ์ด้านเนื้อหาและการสื่อสาร การวิเคราะห์และสังเคราะห์แนวโน้มความเสมอภาคทางการศึกษาระดับโลก (Global Trends Scanning) การออกแบบระบบสืบค้นคำสำคัญ (SEO) เพื่อเพิ่มการเข้าถึง การผลิตเนื้อหาสื่อภาษาอังกฤษหลากหลายรูปแบบไม่น้อยกว่า 50 ชิ้น และสื่อภาพเคลื่อนไหว (Motion Infographic/Video) อย่างน้อย 5 ชิ้น พร้อมเสียงบรรยายและคำบรรยาย นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องบริหารจัดการช่องทางออนไลน์ภาษาอังกฤษของ กสศ. อย่างครบวงจร สนับสนุนการประชาสัมพันธ์กิจกรรมระดับนานาชาติ ติดตามและต่อยอดเนื้อหาจากช่องทางภาษาไทย และเพิ่มระดับการมีส่วนร่วม (engagement) บนแพลตฟอร์มต่างๆ
โครงการมีระยะเวลาดำเนินการรวม 300 วัน แบ่งส่งมอบเป็น 2 งวด โดยใช้งบประมาณปี 2569 จำนวน 3,000,000 บาท การคัดเลือกผู้เสนอราคาใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพ โดยให้น้ำหนักเกณฑ์คุณภาพสูงถึง 80%
English summary
The Equitable Education Fund (EEF) is inviting bids for a project to develop and produce English multimedia content to support educational equity. The main objectives are to enhance the organization’s English communication capabilities, build international awareness and reputation, and develop its online platforms into credible reference sources on educational equity.
The scope of work encompasses both strategic and operational tasks, including: developing a content and communication strategy; analyzing and synthesizing global trends in educational equity (Global Trends Scanning); designing a keyword search and linking system (SEO) to improve accessibility; producing diverse English media content (at least 50 pieces) and motion graphics/videos (at least 5 pieces) with narration and subtitles. Furthermore, the contractor must manage EEF’s English online channels comprehensively, support international event publicity, monitor and extend content from Thai channels, and increase engagement on various platforms.
The project has a total duration of 300 days, with deliverables divided into 2 phases. The budget is 3,000,000 THB from the fiscal year 2026. Bid evaluation will be based on price and technical criteria, with technical criteria weighted at 80%.
สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือสถานที่อื่นใดตามที่ กสศ. กำหนด หรือผ่านทางอีเมล [email protected]
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อพัฒนาและยกระดับการสื่อสารภาษาอังกฤษของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ให้มีความเป็นระบบ ทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลก
- เพื่อเผยแพร่บทบาท ภารกิจ ผลการดำเนินงาน และองค์ความรู้ของ กสศ. สู่กลุ่มเป้าหมายในระดับนานาชาติ
- เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการใช้สื่อออนไลน์ภาษาอังกฤษของ กสศ. ให้เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่มีความน่าเชื่อถือด้านความเสมอภาคทางการศึกษา
ขอบเขตของงาน
- จัดทำแผนกลยุทธ์ด้านสาระเนื้อหาและด้านการสื่อสาร (Content & Communication Strategy) สำหรับช่องทางภาษาอังกฤษของ กสศ.
- วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลผ่านกระบวนการ Scanning Global Trends ด้านความเสมอภาคทางการศึกษา
- ออกแบบและจัดทำระบบสืบค้นข้อมูลและเชื่อมโยงคำสำคัญ (keywords) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงผ่านเครื่องมือค้นหา (SEO)
- สนับสนุนการเชื่อมโยงและต่อยอดเนื้อหางานของ กสศ. จากแหล่งข้อมูลต้นทาง เช่น หนังสือที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ มาพัฒนาเป็นเนื้อหาออนไลน์ (ไม่น้อยกว่า 3 เล่ม)
- ติดตามและต่อยอดการขับเคลื่อนประเด็นจากสื่อภาษาไทยของ กสศ. และเครือข่าย เพื่อนำมาขยายการเข้าถึงในช่องทางภาษาอังกฤษ (ไม่น้อยกว่า 70 ครั้ง)
- จัดทำและพัฒนาโครงสร้างเมนู (Menu Bar) สำหรับโครงการหรือประเด็นสำคัญของ กสศ. ในช่องทางภาษาอังกฤษเพิ่มเติม (อย่างน้อย 4 ประเด็น)
- ออกแบบ ผลิต และเรียบเรียงเนื้อหาเพื่อใช้เป็นแนวทางการสื่อสารด้านความเสมอภาคทางการศึกษาในภาษาอังกฤษผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ (จำนวนไม่น้อยกว่า 50 ชิ้นงาน)
- ผลิตสื่อในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว เช่น วิดีโอ หรือ Infographic Motion พร้อมเสียงบรรยายภาษาอังกฤษและคำบรรยาย (อย่างน้อย 5 ชิ้น)
- เข้าร่วมกิจกรรมตามภารกิจของผู้บริหาร กสศ. ในการประชุมสัมมนาระดับนานาชาติ พร้อมสังเคราะห์ข้อมูลและจัดทำเนื้อหาข่าวภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมภาพถ่ายประกอบ (จำนวนไม่น้อยกว่า 10 ชิ้น)
- บริหารจัดการสื่อออนไลน์ในช่องทางภาษาอังกฤษของ กสศ. อย่างครบวงจร รวมถึงดูแลการตอบข้อความและการจัดการความคิดเห็น
- ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอข้อมูลหรือขออนุญาตนำเนื้อหามาใช้
- เพิ่มระดับการมีส่วนร่วม (engagement) และจำนวนผู้ติดตามในช่องทางออนไลน์ภาษาอังกฤษ
- ตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา พิสูจน์อักษร และตรวจสอบรูปภาพ/อาร์ตเวิร์ก
- ติดต่อสื่อสารและรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานต่อนักวิชาการและผู้แทน กสศ. อย่างสม่ำเสมอ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดำเนินงานโครงการจัดทำและผลิตสื่อมัลติมีเดียภาษาอังกฤษเพื่อสนับสนุนความเสมอภาคทางการศึกษา และรายงานผลการดำเนินงานโครงการฯ ที่แล้วเสร็จการศึกษา (ส่งเป็นเอกสาร 1 เล่ม) - ภายใน 90 วัน
- รายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการจัดทำและผลิตสื่อมัลติมีเดียภาษาอังกฤษเพื่อสนับสนุนความเสมอภาคทางการศึกษา (ส่งเป็น flash drive 1 ชิ้น และเอกสาร 1 เล่ม) - ภายใน 300 วัน
- แผนกลยุทธ์ด้านสาระเนื้อหาและการสื่อสาร (Content & Communication Strategy)
- ผลการวิเคราะห์และสังเคราะห์ Global Trends ด้านความเสมอภาคทางการศึกษา
- ระบบสืบค้นข้อมูลและเชื่อมโยงคำสำคัญ (SEO)
- เนื้อหาสื่อภาษาอังกฤษหลากหลายรูปแบบ (ไม่น้อยกว่า 50 ชิ้น)
- สื่อภาพเคลื่อนไหว/วิดีโอ (ไม่น้อยกว่า 5 ชิ้น)
- เนื้อหาข่าวและภาพถ่ายประกอบกิจกรรมระหว่างประเทศ (ไม่น้อยกว่า 10 ชิ้น)
- โครงสร้างเมนู (Menu Bar) สำหรับประเด็นสำคัญเพิ่มเติม (อย่างน้อย 4 ประเด็น)
- การบริหารจัดการและรายงานผลการมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มออนไลน์
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการทั้งโครงการ 300 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา แบ่งการส่งมอบเป็น 2 งวด:
- งวดที่ 1: ส่งมอบแผนการดำเนินงานและรายงานผลการศึกษา ภายใน 90 วัน
- งวดที่ 2: ส่งมอบรายงานสรุปผลการดำเนินงานทั้งโครงการ ภายใน 300 วัน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีอาชีพขายพัสดุหรือรับจ้างงานที่มีลักษณะสอดคล้องกับขอบเขตงานนี้
- Standards Compliance: -
- Experience: ไม่กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะ (ตามข้อ 3.11) แต่ในการประเมินเกณฑ์คุณภาพ (ข้อ 15.2) จะให้คะแนนกับประสบการณ์และผลงานที่เคยดำเนินงานด้านการผลิตสื่อ การสื่อสารสาธารณะ หรือการขับเคลื่อนประเด็นเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับความเสมอภาคทางการศึกษา โดยเฉพาะผลงานที่ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ/ของรัฐ หรือองค์กรด้านการศึกษา
- Previous Project Cost: ไม่กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะ แต่ในการประเมินเกณฑ์คุณภาพจะพิจารณาจากหนังสือรับรองผลงานที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000,000 บาท
- Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการผลิตสื่อมัลติมีเดียภาษาอังกฤษ การทำ SEO การบริหารจัดการแพลตฟอร์มออนไลน์ การวิเคราะห์แนวโน้ม และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กำหนด
- Personnel: ต้องมีบุคลากรด้านการพิสูจน์อักษรที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดสัญญา ในการเสนอราคาต้องแสดงบทบาทหน้าที่ โครงสร้าง และความเชี่ยวชาญของทีมงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การให้คะแนน
- Financial Requirements:
- นิติบุคคลที่จัดตั้งเกิน 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิ - หนี้สินสุทธิ) เป็นบวก จากงบการเงินตรวจรับรองปีสุดท้ายก่อนยื่นข้อเสนอ
- นิติบุคคลที่ยังไม่มีงบการเงิน/บุคคลธรรมดา: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วหรือเงินฝากธนาคารไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (3,000,000 บาท) หรือมีวงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ
เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (แบบ 2 ซอง) โดยกำหนดน้ำหนักคะแนนดังนี้:
- เกณฑ์ราคา: น้ำหนัก 20%
- เกณฑ์คุณภาพ: น้ำหนัก 80% แบ่งเป็นเกณฑ์ย่อยดังนี้
- แผนการดำเนินโครงการ (30 คะแนน): ชัดเจนตามวัตถุประสงค์และมีร่างรายละเอียดการจัดทำสื่อ
- บทบาทหน้าที่ โครงสร้าง และความเชี่ยวชาญของบุคลากรหรือทีมงาน (20 คะแนน)
- ประสบการณ์และผลงานที่เคยดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง (40 คะแนน): โดยพิจารณาจากจำนวนชิ้นงานที่เกี่ยวข้องกับลักษณะงาน (มากกว่า 7 ชิ้น = 40 คะแนน, 6-7 ชิ้น = 20 คะแนน, 5 ชิ้น = 10 คะแนน, น้อยกว่า 5 ชิ้น = 0 คะแนน) และต้องมีหนังสือรับรองผลงานที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000,000 บาท
- ข้อเสนอเพิ่มเติมจากขอบเขตงาน (10 คะแนน)
ผู้เสนอราคาต้องได้คะแนนเกณฑ์คุณภาพไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ขึ้นไป จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์
ข้อกำหนดทางเทคนิค
โครงการมุ่งผลิตสื่อมัลติมีเดียภาษาอังกฤษที่มีคุณภาพและมีความน่าเชื่อถือในระดับนานาชาติ เนื้อหาต้องผ่านการตรวจสอบแหล่งที่มาและความถูกต้อง มีแหล่งอ้างอิงตรวจสอบได้ ห้ามคัดลอกหรือละเมิดลิขสิทธิ์ สื่อภาพเคลื่อนไหวต้องมีสัดส่วนภาพและความยาวที่เหมาะสมกับแต่ละช่องทางการเผยแพร่ และต้องมีคำบรรยาย (subtitle) ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยตามความเหมาะสม การบริหารจัดการแพลตฟอร์มออนไลน์ต้องครอบคลุมการตอบข้อความ การจัดการแชท และความคิดเห็น การผลิตเนื้อหาทุกชิ้นต้องได้รับการเห็นชอบจาก กสศ. ก่อนเผยแพร่
เงื่อนไขสัญญา
- งวดการจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 2 งวด
- งวดที่ 1 (ร้อยละ 30): จ่ายหลังจากตรวจรับแผนการดำเนินงานและรายงานผลการศึกษา (ส่งภายใน 90 วัน)
- งวดที่ 2 (ร้อยละ 70): จ่ายหลังจากตรวจรับรายงานสรุปผลการดำเนินงานทั้งโครงการ (ส่งภายใน 300 วัน)
- ค่าปรับ: ในกรณีส่งมอบงานทั้งหมดล่าช้า จะต้องชำระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 ของราคางานจ้าง (ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท)
- การบอกเลิกสัญญา: กสศ. มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาหากผู้รับจ้างไม่ส่งมอบงานตามกำหนดเวลา ปฏิบัติงานไม่ชำนาญ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญา
- กรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์: ผลงานทุกชิ้นและสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นจากโครงการเป็นกรรมสิทธิ์ของ กสศ. ทั้งสิ้น
- การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล: ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) ที่แนบท้าย โดยต้องประมวลผลข้อมูลเท่าที่จำเป็นและรักษาความลับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: โครงการนี้ต้องการสื่อภาษาอังกฤษในรูปแบบใดบ้าง?
A: สื่อครอบคลุมหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ บทความเชิงนโยบาย ข่าว อินโฟกราฟิก ภาพประกอบ อัลบั้มภาพ องค์ความรู้ และสื่อภาพเคลื่อนไหว (วิดีโอ/Infographic Motion) พร้อมเสียงบรรยายและคำบรรยาย -
Q: ผู้รับจ้างต้องมีส่วนร่วมในกิจกรรมระหว่างประเทศของ กสศ. อย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องเข้าร่วมกิจกรรมประชุมสัมมนาระดับนานาชาติของผู้บริหาร กสศ. (ทั้งในและต่างประเทศ) เพื่อสังเคราะห์ข้อมูลและจัดทำเนื้อหาข่าวพร้อมภาพประกอบ และต้องสามารถเผยแพร่เนื้อหาได้ภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากได้รับแจ้งภารกิจ -
Q: การ “บริหารจัดการสื่อออนไลน์อย่างครบวงจร” หมายรวมถึงอะไรบ้าง?
A: หมายรวมถึงการดูแลความเรียบร้อยของช่องทาง การตอบข้อความและการจัดการแชท การตอบความคิดเห็น (comment) ตลอดระยะเวลาสัญญา รวมถึงการทำงานเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม (engagement) และจำนวนผู้ติดตาม -
Q: โครงการมีข้อกำหนดด้าน SEO อะไรบ้าง?
A: ผู้รับจ้างต้องออกแบบและจัดทำระบบสืบค้นข้อมูลและเชื่อมโยงคำสำคัญ (keywords) จากสื่อที่ผลิต เพื่อให้ชิ้นงานของ กสศ. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านเครื่องมือค้นหา โดยเชื่อมโยงกับประเด็นสำคัญ เช่น เด็กนอกระบบการศึกษา (OOSCY), SDG4, การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น (Flexible Learning) เป็นต้น -
Q: เนื้อหาที่ผลิตต้องผ่านกระบวนการอนุมัติอย่างไร?
A: เนื้อหาทุกชิ้นที่ใช้ในการสื่อสารต้องผ่านการตรวจสอบแหล่งที่มาและความถูกต้อง ผู้รับจ้างต้องนำเสนอแนวคิด แผนการดำเนินงาน เนื้อหา และรูปแบบการสื่อสารให้ กสศ. พิจารณาและให้ความเห็นชอบก่อนการเผยแพร่ทุกครั้ง -
Q: โครงการต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประเภทใดบ้าง?
A: ตามเอกสารแนบท้าย กิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลครอบคลุมการจัดทำสื่อเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ โดยอาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลอัตลักษณ์ ข้อมูลการทำงาน ข้อมูลที่อยู่ติดต่อ ข้อมูลทางการศึกษาของบุคลากร กสศ. และกลุ่มเป้าหมาย -
Q: มีการกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณสำหรับการมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดียหรือไม่?
A: เอกสาร TOR ระบุให้ผู้รับจ้างทำงานร่วมกับนักวิชาการ กสศ. เพื่อกำหนดทิศทางและตัวชี้วัดที่เหมาะสมสำหรับการเพิ่มการมีส่วนร่วมและจำนวนผู้ติดตาม โดยไม่ระบุตัวเลขเป้าหมายตายตัวใน TOR นี้ -
Q: ผู้รับจ้างต้องต่อยอดเนื้อหาจากสื่อภาษาไทยของ กสศ. อย่างไร?
A: โดยการติดตามและต่อยอดการขับเคลื่อนประเด็นจากแพลตฟอร์มภาษาไทยของ กสศ. และเครือข่าย (เช่น Facebook ABE, Facebook Phayao Live and Learn) เพื่อนำมาขยายการเข้าถึงในช่องทางภาษาอังกฤษ ให้ได้ไม่น้อยกว่า 70 ครั้ง ตลอดโครงการ -
Q: สื่อภาพเคลื่อนไหว (Motion) มีข้อกำหนดด้านเทคนิคอย่างไร?
A: สื่อภาพเคลื่อนไหวต้องมีเสียงบรรยายภาษาอังกฤษและคำบรรยาย (subtitle) ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยตามความเหมาะสม รูปแบบและความยาวจะถูกออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละช่องทางการเผยแพร่ ผ่านการหารือร่วมกับนักวิชาการ กสศ. -
Q: หากงบประมาณสำหรับปี 2569 ไม่ได้รับการจัดสรร จะเกิดอะไรขึ้น?
A: กสศ. ขอสงวนสิทธิในการยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างนี้ หาก กสศ. ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อโครงการนี้ โดยจะลงนามในสัญญาก็ต่อเมื่อได้รับจัดสรรงบประมาณแล้ว
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
เอกสารแนบประกวดราคา
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการจัดทำและผลิตสื่อมัลติมีเดียภาษาอังกฤษเพื่อสนับสนุนความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
๑. ความเป็นมา
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 มีภารกิจหลักในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและ สร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนไทยทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มที่ขาดโอกาสหรือ อยู่ในสถานการณ์เปราะบาง ผ่านการสนับสนุนเชิงนโยบาย การพัฒนาระบบข้อมูล การทำงานเชิงพื้นที่ และการสร้าง ความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคนและประเทศอย่างยั่งยืน
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของการเข้าถึง คุณภาพ และโอกาสในการเรียนรู้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนจากครัวเรือนยากจน เด็กนอกระบบการศึกษา เด็กในพื้นที่ห่างไกล หรือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตทางเศรษฐกิจ สังคม และภัยพิบัติ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าความเหลื่อมล้ำมิได้เป็นเพียงปัญหาเชิงโครงสร้างด้านรายได้เท่านั้น หากแต่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการศึกษา กลไกเชิงนโยบาย และการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสื่อสาร ทำความเข้าใจ และขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบในระดับสาธารณะ กสศ. ดำเนินงาน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาส โดยดำเนินงานครอบคลุม
ตั้งแต่การสนับสนุนเชิงงบประมาณ การพัฒนาองค์ความรู้ การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ไปจนถึงการสร้างความร่วมมือ กับภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำให้เกิดผลอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องควบคู่ไปกับการสื่อสารสาธารณะที่มีคุณภาพ เพื่อถ่ายทอดสถานการณ์ ข้อค้นพบเชิงข้อมูล บทเรียน จากการดำเนินงาน และตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง ให้สังคมเกิดความตระหนัก รับรู้ และเข้าใจต่อประเด็น ความเสมอภาคทางการศึกษาในมิติต่าง ๆ อย่างรอบด้าน
ด้วยเหตุนี้ กสศ. จึงเห็นความจำเป็นในการจัดทำโครงการจัดทำและผลิตสื่อมัลติมีเดียภาษาอังกฤษ เพื่อสนับสนุนความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกในการรวบรวม สังเคราะห์ และถ่ายทอดเนื้อหา ทางวิชาการ เชิงนโยบาย และเชิงปฏิบัติการสู่สาธารณชน ผ่านสื่อและช่องทางที่หลากหลาย ทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อพัฒนาและยกระดับการสื่อสารภาษาอังกฤษของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ให้มีความเป็นระบบ ทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลก อันจะนำไปสู่ การสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และภาพลักษณ์ของ กสศ. ในฐานะองค์กรหลักด้านการขับเคลื่อนความเสมอภาค ทางการศึกษาในระดับประเทศและระดับนานาชาติ
๒.๒ เพื่อเผยแพร่บทบาท ภารกิจ ผลการดำเนินงาน และองค์ความรู้ของกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา สู่กลุ่มเป้าหมายในระดับนานาชาติ ผ่านการสื่อสารที่เชื่อมโยงประเด็นนโยบาย สถานการณ์ และแนวโน้มด้านความเสมอภาคทางการศึกษาในระดับโลก อันจะนำไปสู่การต่อยอดความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสนับสนุนเชิงนโยบายในเวทีสากล
๒.๓ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการใช้สื่อออนไลน์ภาษาอังกฤษของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ให้เป็น แหล่งข้อมูลอ้างอิงที่มีความน่าเชื่อถือด้านความเสมอภาคทางการศึกษา ผ่านการผลิตและบริหารจัดการ เนื้อหาที่มีคุณภาพ ถูกต้องตามหลักวิชาการ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
-
๒ -
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราวเนื่องจาก เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ มีสถานะเป็น
🗹 บุคคลธรรมดา 🗹 นิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุหรือผู้มีอาชีพรับจ้างงาน ที่มีลักษณะเช่นเดียวกัน กับขอบเขตของงานโครงการนี้
๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอ ให้แก่ กองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา ณ วันยื่นข้อเสนอหรือวันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็น การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการยื่นข้อเสนอหรือการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มี คำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลง ระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่า ตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า ๓.๑๑ □ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงาน 🗹 ไม่กำหนดเป็นคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
□ การจำหน่ายพัสดุ ประเภทเดียวกันกับขอบเขตของงานโครงการนี้ซึ่งได้ส่งมอบพัสดุและมีผลการ ตรวจรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน…..ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอโดยมีมูลค่างานในวงเงิน ไม่น้อยกว่า …………………. บาท (……………………..) ต่อ ๑ สัญญา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เชื่อถือ -
๓ -
□ รับจ้างงาน ประเภทเดียวกันกับขอบเขตของงานโครงการนี้ซึ่งได้ส่งมอบพัสดุและมีผลการตรวจรับ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน…..ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอโดยมีมูลค่างานในวงเงิน ไม่น้อยกว่า …………………. บาท (……………………..) ต่อ ๑ สัญญา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เชื่อถือ
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๓.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ของ ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก
๓.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน
(๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ตํ่ากว่า ๑ ล้านบาท
(๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า ๓ ล้านบาท
(๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๖๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า ๘ ล้านบาท
(๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๖๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า ๒๐ ล้านบาท
(๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า ๖๐ ล้านบาท
(๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ตํ่ากว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ตํ่ากว่า ๒๐๐ ล้านบาท ๓.๑๒.๓ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ
ของโครงการนี้หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง โดยหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากซึ่งธนาคารออกให้แก่ผู้ยื่น ข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอต้องมีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรอง บัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญาหรือใบสั่งจ้าง โดยหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากซึ่ง ธนาคารออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันลงนามในสัญญาหรือใบสั่งจ้างต้องมีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน
๓.๑๒.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ ๓.๑๒.๑ ข้อ ๓.๑๒.๒ และข้อ ๓.๑๒.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ -
๔ -
กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางของประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารกลางของประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงิน สินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อจากธนาคารไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการนี้หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ สำหรับธนาคารภายในประเทศหนังสือรับรอง วงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด
๓.๑๒.๕ กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ตามข้อ ๓.๑๒.๒ ข้อ ๓.๑๒.๓ และข้อ ๓.๑๒.๔ มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยกำหนดในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) หรือมีหนังสือเชิญชวน จนถึงวันเสนอราคา
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นตามข้อ ๓. ก่อน กสศ. จึงจะนำข้อเสนอโครงการ มาพิจารณาคัดเลือกต่อไป
๔. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะดำเนินการจัดซื้อ หรือขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกต้องดำเนินการ/ให้บริการ ดังนี้ ๔.๑.๑ ดำเนินการจัดทำและผลิตสื่อมัลติมีเดียภาษาอังกฤษเพื่อสนับสนุนความเสมอภาคทางการศึกษา โดยต้องดำเนินการ/ให้บริการ ดังต่อไปนี้
(๑) ดำเนินการจัดทำแผนกลยุทธ์ด้านสาระเนื้อหาและด้านการสื่อสาร (Content &
Communication Strategy) สำหรับช่องทางภาษาอังกฤษของ กสศ. บนแพลตฟอร์ม
ออนไลน์ต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดบทบาท ภารกิจ และผลการดำเนินงานของ กสศ.
ในการขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษา ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อ
สร้างการรับรู้ ภาพลักษณ์องค์กร และการยอมรับในฐานะศูนย์กลาง (Hub) หรือแหล่ง
ผลิตองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านความเสมอภาคทางการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบท
ปัจจุบันและแนวโน้มอนาคตของสังคมโลกต่อภาคีเครือข่ายและเวทีระดับนานาชาติ
(๒) ดำเนินการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลผ่านกระบวนการ Scanning Global Trends
ด้านความเสมอภาคทางการศึกษา ครอบคลุมประเด็นการลงทุนด้านการศึกษา
การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อการชี้เป้า การออกแบบกลไกเชิงระบบ และ
การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย โดยเชื่อมโยงแนวโน้มระดับโลกสู่บริบทประเทศไทย
(national implications) และต่อยอดการนำเสนอผลงาน กสศ. บนเวทีระดับนานาชาติ
ให้เกิดโอกาสด้านการระดมทรัพยากรงบประมาณ ความร่วมมือ หรือการผลักดัน
เชิงนโยบาย (turning international stages into budget/policy opportunities)
รวมถึงการเชื่อมโยงงาน กสศ. เข้ากับสถานการณ์โลก เช่น งานระดับพื้นที่
งาน Thailand Zero Dropout (TZD) และการสร้างภาพจำเชิงกลยุทธ์ให้ กสศ.
เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนบนฐานปัญญาความรู้ปรับตัวได้อย่างเท่าทันสถานการณ์และ
มีความทันสมัย (up-to-date) ต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก -
๕ -
(๓) ดำเนินการออกแบบและจัดทำระบบสืบค้นข้อมูลและเชื่อมโยงคำสำคัญ (keywords) จากการผลิตสื่อภาษาอังกฤษ เพื่อให้ชิ้นงานของ กสศ. สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านเครื่องมือค้นหา (search engine optimization) ภายใต้การขับเคลื่อนงานที่สำคัญและเกี่ยวข้อง เช่น -
เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา (Out of School Children and Youth (OOSCY)
-
การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ (SDG4) - การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ (Whole School System)
-
หลักประกันโอกาสทางการศึกษา (Education Security System) - การจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น (Flexible Learning)
-
การพัฒนาทักษะใหม่ (Skills Development)
-
การพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital)
-
พันธมิตรความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public and Private Partnerships : PPP)
-
ภาวะโลกผันผวน Volatility ไม่แน่นอน Uncertainty ซับซ้อน Complexity และ คลุมเคลือ Ambiguity หรือเรียกว่า VUCA World
หรือคำอื่นๆที่สอดคล้องกับภารกิจของ กสศ. เพื่อให้ชิ้นงานของโครงการฯ ถูกค้นพบและ อ้างอิงในฐานะแหล่งข้อมูลหลักด้านความเสมอภาคทางการศึกษาในระดับสากล อย่างต่อเนื่อง
(๔) สนับสนุนการเชื่อมโยงและต่อยอดเนื้อหางานของ กสศ. จากแหล่งข้อมูลต้นทาง (source) เพื่อขยายการประชาสัมพันธ์และการผลักดันประเด็นเชิงนโยบาย เช่น การนำเนื้อหาจาก หนังสือหรือสิ่งพิมพ์ของ กสศ. ที่มีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ มาพัฒนาและขยายผลเป็น เนื้อหาการสื่อสารเชิงประเด็นในช่องทางออนไลน์ จำนวนไม่น้อยกว่า 3 เล่ม
(๕) ดำเนินการติดตาม (monitor) และต่อยอดการขับเคลื่อนประเด็นจากสื่อภาษาไทย ของ กสศ. และเครือข่ายภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาขยายการเข้าถึงในช่องทาง ภาษาอังกฤษ โดยเชื่อมโยงเนื้อหาจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น -
Facebook ABE
-
Facebook Phayao Live and Learn
-
Facebook Int’s Forum
-
Facebook Equity Hub หรือเครือข่าย EEA เป็นต้น
เพื่อเพิ่มการเข้าถึง การรับรู้ และการแชร์ชิ้นงานที่เกี่ยวข้อง จำนวนไม่น้อยกว่า 70 ครั้ง ตลอดระยะเวลาโครงการ
(๖) จัดทำและพัฒนาโครงสร้างเมนู (Menu Bar) สำหรับโครงการหรือประเด็นสำคัญ ของ กสศ. ในช่องทางภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เพื่อให้การนำเสนอข้อมูลมีความเป็นระบบ และเข้าถึงง่าย โดยครอบคลุมอย่างน้อย ๔ ประเด็น เช่น -
สมาพันธ์สมาคมการวิจัยด้านการศึกษาแห่งประเทศไทย (Thailand Education Research Association: THERA) และ สมาคมการวิจัยด้านการศึกษาโลก (World Education Research Association: WERA)
-
ทักษะพื้นฐานของชีวิต (Foundational Skills)
-
๖ -
-
เมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City)
-
การขับเคลื่อนเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ (The SDG4 M0vement)
และประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษา (๗) ดำเนินการออกแบบ ผลิต และเรียบเรียงเนื้อหาเพื่อใช้เป็นแนวทางการสื่อสาร ด้านความเสมอภาคทางการศึกษาในภาษาอังกฤษผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ จำนวน ไม่น้อยกว่า 50 ชิ้นงาน โดยเนื้อหาจะครอบคลุมหลากหลายรูปแบบ อาทิ บทความเชิง นโยบาย ข่าว อินโฟกราฟิก ภาพประกอบ อัลบั้มภาพ องค์ความรู้ หรือสื่อรูปแบบอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับการสื่อสารในระดับนานาชาติ
(๘) ผลิตสื่อในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว เช่น วิดีโอ หรือ Infographic Motion พร้อมเสียง บรรยายภาษาอังกฤษ และคำบรรยาย (subtitle) ภาษาอังกฤษและภาษาไทย ตามความเหมาะสม จำนวนอย่างน้อย 5 ชิ้น โดยออกแบบให้มีสัดส่วนภาพ (ratio) และ ความยาวที่เหมาะสมกับแต่ละช่องทางการเผยแพร่ ทั้งนี้รูปแบบและความยาวของสื่อ จะเป็นไปตามการหารือร่วมกับนักวิชาการ กสศ. เพื่อให้สอดคล้องกับสาระ และวัตถุประสงค์ของการสื่อสาร
(๙) เข้าร่วมกิจกรรมตามภารกิจของผู้บริหารและผู้แทนผู้บริหาร กสศ. ในการประชุม สัมมนา หรือกิจกรรมระดับนานาชาติ ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งสังเคราะห์ข้อมูล และจัดทำเนื้อหาข่าวภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงภาพถ่ายประกอบ จำนวนไม่ น้อยกว่า 10 ชิ้น โดยต้องสามารถจัดส่งต้นฉบับเนื้อหา ผ่านการตรวจทานความถูกต้อง โดย กสศ. แล้ว และเผยแพร่เนื้อหาได้ภายใน ๔๘ ชั่วโมง หลังจากได้รับแจ้งภารกิจ
(๑๐)ดำเนินการบริหารจัดการสื่อออนไลน์ในช่องทางภาษาอังกฤษของ กสศ. อย่างครบวงจร เพื่อประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างการรับรู้ด้านความเสมอภาคทางการศึกษาในกลุ่มภาคี ผู้เชี่ยวชาญ และผู้สนใจในวงกว้างระดับนานาชาติ รวมถึงดูแลความเรียบร้อย ของช่องทางออนไลน์ การตอบข้อความ การจัดการแชท และการตอบความคิดเห็น (comment) ตลอดระยะเวลาการดำเนินสัญญา
(๑๑) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอก เพื่อขอข้อมูล หรือ ขออนุญาตนำเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความเสมอภาคทางการศึกษามาใช้ ในการเผยแพร่ในภาษาอังกฤษ โดยคำนึงถึงความถูกต้อง ความเหมาะสม และลิขสิทธิ์ ของข้อมูล
(๑๒)ดำเนินการเพิ่มระดับการมีส่วนร่วม (engagement) และจำนวนผู้ติดตามหรือ การกดถูกใจ (like/follow) ในช่องทางออนไลน์ภาษาอังกฤษ เช่น Facebook, Instagram และ X ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการสื่อสารขององค์กร โดยทำงานร่วมกับ นักวิชาการ กสศ. เพื่อกำหนดทิศทางและตัวชี้วัดที่เหมาะสม
(๑๓)รับผิดชอบการตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา การพิสูจน์อักษรข้อความ และ การตรวจสอบรูปภาพหรืออาร์ตเวิร์กให้เป็นไปตามหลักภาษา ความเหมาะสม และ กฎระเบียบของ กสศ. ควบคู่กับการทำงานร่วมกับนักวิชาการผู้มีอำนาจให้ความเห็นชอบ โดยผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบุคลากรด้านการพิสูจน์อักษรที่สามารถปฏิบัติงาน ได้อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาสัญญา -
๗ -
(๑๔)ติดต่อสื่อสารและรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานต่อ นักวิชาการ และผู้แทน กสศ. อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามแผนที่กำหนด และสามารถ
ปรับปรุงการทำงานได้อย่างทันท่วงที
(๑๕) เนื้อหาที่ใช้ในการสื่อสารทุกชิ้นต้องผ่านการตรวจสอบแหล่งที่มาและความถูกต้อง ของข้อมูล มีแหล่งอ้างอิงที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในระดับ
นานาชาติ ห้ามคัดลอกหรือกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ผู้รับจ้าง
ต้องนำเสนอแนวคิด แผนการดำเนินงาน เนื้อหา และรูปแบบการสื่อสารให้ กสศ.
พิจารณาและให้ความเห็นชอบก่อนการเผยแพร่ทุกครั้ง
๕. ระยะเวลาการดำเนินการ (รวมทั้งโครงการ)
🗹 ภายใน 300 วัน (ตั้งแต่วันที่ …….. ถึงวันที่……….)
□ ภายในวันที่ ……….. ถึงวันที่ …………
๖. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุหรือผลงาน
🗹 ภายใน 300 วัน
□ ภายในวันที่…………เดือน……….……….ปี…………..
๗. งวดงาน งวดเงิน และเงื่อนไขการจ่ายเงิน
๗.๑ งวดงาน งวดเงิน
□ ส่งมอบครั้งเดียว
🗹 แบ่งการส่งมอบ ออกเป็นงวด จำนวน 2 งวด และแบ่งการชำระเงินออกเป็นงวด จำนวน 2 งวด ดังนี้
งวดที่
พัสดุ/ผลงานที่ต้องส่งมอบ
จำนวน
ระยะเวลาการ
ส่งมอบผลงาน
งวดเงิน
ร้อยละ
๑.
แผนการดำเนินงานโครงการจัดทำและผลิตสื่อ มัลติมีเดียภาษาอังกฤษเพื่อสนับสนุนความเสมอภาค ทางการศึกษา และรายงานผลการดำเนินงาน โครงการฯ ที่แล้วเสร็จการศึกษา ประกอบด้วย รายละเอียดข้อเสนอด้านเทคนิค ข้อที่ ๔
โดยส่งเป็น เอกสารจำนวน 1 เล่ม
๑ งาน
ภายใน 90 วัน นับถัดจากวัน
ลงนามในสัญา
ร้อยละ ๓๐ ของ วงเงินจัดซื้อ
จัดจ้าง
๒.
รายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการจัดทำและ ผลิตสื่อมัลติมีเดียภาษาอังกฤษเพื่อสนับสนุน ความเสมอภาคทางการศึกษา ประกอบด้วย รายละเอียดข้อเสนอด้านเทคนิค ข้อที่ ๔
โดยส่งเป็น flash drive จำนวน ๑ ชิ้น และ เอกสาร จำนวน 1 เล่ม
๑ งาน
ภายใน 300 วัน นับถัดจากวัน
ลงนามในสัญญา
ร้อยละ ๗0 ของ วงเงินจัดซื้อ
จัดจ้าง
รวมทั้งสิ้น
๑๐๐ -
๘ -
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก (ซึ่งต่อไปรวมเรียกว่า “ผู้ขาย /ผู้รับจ้าง”) จะต้องส่งมอบใบแจ้งหนี้มาพร้อมกับใบส่งของหรือหนังสือส่งมอบงานภายในวันเดียวกัน หรือภายใน ๕ วันทำการ นับแต่วันที่ส่งมอบพัสดุหรือผลงาน ทั้งนี้ การนำส่งใบแจ้งหนี้ล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่า ผู้ขาย/ผู้รับจ้างยังมิได้มีการส่งมอบพัสดุหรือผลงานภายในกำหนดระยะเวลาตามสัญญาหรือหรือใบสั่งจ้าง
๗.๒ เงื่อนไขการจ่ายเงิน
เมื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานซื้อหรืองานจ้างได้ตรวจรับพัสดุ/ผลงานไว้โดยชอบแล้ว กสศ. จะดำเนินการ เบิกจ่ายเงินงวดค่าพัสดุ/ค่าผลงาน เป็นเงินจำนวนตามสัดส่วนของพัสดุ/ผลงานที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ ได้ ตรวจรับไว้ให้แก่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง โดยวิธีการโอนเงินค่าพัสดุ/ค่าผลงาน ที่ได้หักค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าปรับ ค่าเสียหาย ภาษี ณ ที่จ่าย และภาษีอากรอื่นทั้งปวง รวมถึงค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นใด (ถ้ามี) แล้ว เข้า
บัญชีเงินฝากธนาคารชื่อบัญชีของผู้ขาย/ผู้รับจ้างเท่านั้น
๘. วงเงินงบประมาณในการจัดหา
ใช้เงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖9 จำนวนเงิน 3,0๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท
๙. อัตราค่าปรับ
กรณีผู้ขาย/ผู้รับจ้างมิได้ส่งมอบพัสดุหรือผลงานภายในกำหนดระยะเวลาตามสัญญาหรือใบสั่งจ้าง ถือว่าผู้ขาย/ ผู้รับจ้างกระทำผิดสัญญาและจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ กสศ. ดังนี้
□ กรณีผลสำเร็จของงานเป็นรายงวด ต้องชำระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๒ ของราคาพัสดุที่ยัง ไม่ได้รับมอบ หรือของราคางานจ้างนั้น
🗹 กรณีผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกัน ต้องชำระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑ ของราคางานจ้าง นั้นแต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๐๐ บาท
๑๐. การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง (ถ้ามี)
๑๐.๑ ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของพัสดุ/ผลงานที่ส่งมอบ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า - เดือน นับถัดจากวันที่ กสศ. ได้ตรวจรับพัสดุ
๑๐.๒ กรณี กสศ. แจ้งให้ผู้ขาย/ผู้รับจ้างดำเนินการแก้ไขพัสดุ/ผลงานให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนด ในสัญญา/ใบสั่งจ้าง ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็น ลายลักษณ์อักษรจาก กสศ.
๑๑. สถานที่ส่งมอบพัสดุ
ณ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือสถานที่อื่นใดตามที่ กสศ. กำหนด หรือผ่านทางอีเมล ของ กสศ. ([email protected]) ภายในเวลา ๑๗.๓๐ น. ของทุกวันทำการ (โดยนับเวลาที่ กสศ.ได้รับอีเมล ทั้งนี้หากส่งมอบหลังเวลาดังกล่าวให้ถือว่าเป็นการส่งมอบงานในวันทำการถัดไป)
๑๒. เงินประกันผลงาน (ถ้ามี)
□ มีการหักเงินที่จะจ่ายค่าพัสดุ/ค่าจ้างแต่ละงวดในอัตราร้อยละ ๕ ของงวดนั้น และ กสศ. จะคืนเงินประกัน ผลงานดังกล่าวให้โดยไม่มีดอกเบี้ยพร้อมกับการจ่ายเงินค่าพัสดุ/ค่าจ้างในงวดสุดท้าย
🗹 ไม่มี -
๙ -
๑๓. วิธีที่จะจัดซื้อจัดจ้าง
🗹 วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป
□ วิธีคัดเลือก
□ วิธีเฉพาะเจาะจง
๑๔. รูปแบบการเสนอราคา
□ แบบทั่วไป คือ การเสนอเอกสารคุณสมบัติและเทคนิคพร้อมกับใบเสนอราคา (พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ โดยใช้เกณฑ์ราคา)
🗹 แบบ ๒ ซอง คือ การแยกเอกสารทางเทคนิคกับใบเสนอราคาออกจากกัน (พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้ เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น)
๑๕. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
□ เกณฑ์ราคา
🗹 เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (กรอกสัดส่วนน้ำหนัก ข้อ ๑๕.๑ และกรอกเกณฑ์คุณภาพ ข้อ ๑๕.๒) ๑๕.๑ การกำหนดสัดส่วนของน้ำหนักในการให้คะแนนระหว่างเกณฑ์ราคาและเกณฑ์อื่นเพื่อใช้ในการประเมิน การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ -
เกณฑ์ราคา
กำหนดน้ำหนักร้อยละ ๒๐- เกณฑ์อื่น (เกณฑ์คุณภาพ)
กำหนดน้ำหนักร้อยละ ๘๐
- เกณฑ์อื่น (เกณฑ์คุณภาพ)
๑๕.๒ การกำหนดเกณฑ์การพิจารณาย่อยในการให้คะแนนของแต่ละเกณฑ์คุณภาพ ตามข้อ ๑๕.๑
เกณฑ์คุณภาพและเกณฑ์ย่อย
คะแนน
(๑)
แผนการดำเนินโครงการ
-
มีแผนการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ชัดเจน พร้อมร่าง รายละเอียดการจัดทำและผลิตสื่อมัลติมีเดียภาษาอังกฤษเพื่อสนับสนุน ความเสมอภาคทางการศึกษา (30 คะแนน)
-
มีแผนการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายบางส่วน พร้อมร่าง รายละเอียดการจัดทำและผลิตสื่อมัลติมีเดียภาษาอังกฤษเพื่อสนับสนุน ความเสมอภาคทางการศึกษา แต่ยังไม่ชัดเจน (15 คะแนน)
-
ไม่มีแผนการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย และไม่มี รายละเอียดการจัดทำและผลิตสื่อมัลติมีเดียภาษาอังกฤษเพื่อสนับสนุน ความเสมอภาคทางการศึกษา (๐ คะแนน)
๓๐
(๒)
บทบาทหน้าที่ โครงสร้าง และความเชี่ยวชาญของบุคลากรหรือทีมงาน - มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของบุคลากรหรือทีมงาน พร้อมประสบการณ์ ในการปฏิบัติงานได้อย่างชัดเจน และแสดงโครงสร้างการทำงานของ โครงการได้อย่างชัดเจน ครบถ้วน (20 คะแนน) -
มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของบุคลากรหรือทีมงาน พร้อมประสบการณ์ ในการปฏิบัติงานได้อย่างชัดเจน แต่ไม่มีการแสดงโครงสร้างการทำงาน ของโครงการ (๑๕ คะแนน)
2๐ -
๑๐ -
- ไม่มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของบุคลากรหรือทีมงาน ประสบการณ์ใน การปฏิบัติงาน แต่มีการแสดงโครงสร้างการทำงานของโครงการได้อย่าง ชัดเจน ครบถ้วน (๑๕ คะแนน)
-
มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของบุคลากรหรือทีมงาน พร้อมประสบการณ์ ในการปฏิบัติงาน และมีการแสดงโครงสร้างการทำงานของโครงการ แต่ยังไม่ชัดเจน (๑๐ คะแนน)
-
มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของบุคลากรหรือทีมงาน พร้อมประสบการณ์ ในการปฏิบัติงานแต่ยังไม่ชัดเจน และไม่มีการแสดงโครงสร้างการทำงาน ของโครงการ (๕ คะแนน)
-
ไม่มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของบุคลากรหรือทีมงาน ประสบการณ์ใน การปฏิบัติงาน แต่มีการแสดงโครงสร้างการทำงานของโครงการแต่ยังไม่ ชัดเจน (๕ คะแนน)
-
ไม่มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของบุคลากรหรือทีมงาน ประสบการณ์ ในการปฏิบัติงาน และไม่มีการแสดงโครงสร้างการทำงานของโครงการ (๐ คะแนน)
(๓)
แสดงประสบการณ์และผลงานที่เคยดำเนินงานด้านการผลิตสื่อ การสื่อสาร สาธารณะ หรือการขับเคลื่อนประเด็นเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับความเสมอภาค ทางการศึกษา โดยเฉพาะผลงานที่ได้ดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรที่มีภารกิจด้านการศึกษา จากหนังสือรับรองผลงาน ที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000,000.๐๐ บาท (๔๐ คะแนน) -
มีผลงานการทำงานที่เกี่ยวข้องกับลักษณะงานมากกว่า 7 ชิ้นขึ้นไป (4๐ คะแนน)
-
มีผลงานการทำงานที่เกี่ยวข้องกับลักษณะงาน 6 - 7 ชิ้น (๒๐ คะแนน) - มีผลงานการทำงานที่เกี่ยวข้องกับลักษณะงาน 5 ชิ้น (๑๐ คะแนน) - มีผลงานการทำงานที่เกี่ยวข้องกับลักษณะงานน้อยกว่า 5 ชิ้น หรือมีผลงาน ยังไม่ตรงกับลักษณะงานของโครงการ (๐ คะแนน)
4๐
(๔)
ข้อเสนอเพิ่มเติมจากขอบเขตงาน (1๐ คะแนน) -
เสนอแนวทางเพิ่มเติมที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ (1๐ คะแนน)
-
เสนอแนวทางเพิ่มเติมที่มีความสอดคล้องกับโครงการแต่ยังขาดรายละเอียด บางส่วนหรือยังไม่ชัดเจนในวิธีการดำเนินการ (5 คะแนน)
-
เสนอแนวทางที่ยังไม่ตอบโจทย์เป้าหมายของโครงการหรือไม่ได้มีการเสนอ แนวทางเพิ่มเติมใด ๆ (๐ คะแนน)
10
คะแนนรวม
๑๐๐
ทั้งนี้ ผู้เสนอราคาที่ได้คะแนนเกณฑ์คุณภาพ ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป จะถือว่าเป็นผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณา คัดเลือกข้อเสนอ
- ๑๑ -
หมายเหตุ :
(๑) คณะกรรมการฯ ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกซื้อในจำนวน หรือประเภท หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการจัดซื้อ จัดจ้างโดยไม่พิจารณาคัดเลือกก็ได้ ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของ กสศ. และเป้าหมายของงานเป็นสำคัญ
และให้ถือว่าการตัดสินของคณะกรรมการฯ เป็นที่สุด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ มิได้ (๒) กรณีมีผู้ผ่านเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นได้คะแนนรวมเท่ากันหลายราย กสศ. ขอสงวนสิทธิ ในการคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้คะแนนเกณฑ์คุณภาพสูงสุดเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ที่ได้รับคัดเลือก
๑๖. กำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน
๑๗. กำหนดวันทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจาก กสศ.
๑๘. สถานที่จัดส่งเอกสาร/ติดต่อสอบถามข้อมูล
สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
ผู้ประสานงาน: นางสาวพรวลัย ศุภธนกิจ
โทรศัพท์: ๐๖๓ ๑๙๘ ๗๔๙๓
อีเมล: [email protected]
๑๙. การบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ
๑๙.๑ ถ้าผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ไม่ทำงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่ส่งมอบพัสดุ/ไม่ส่งมอบ งานให้เป็นไปตามกำหนดในสัญญาหรือใบสั่งจ้าง กสศ. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือใบสั่งจ้าง และไม่จ่ายเงินค่า พัสดุ/ค่าจ้างทั้งหมดของงวดงานที่ล่าช้าได้
๑๙.๒ กสศ. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือใบสั่งจ้างได้ ในกรณีที่เห็นว่าพัสดุ/พัสดุ ตามสัญญาหรือใบสั่งจ้าง ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานอีกต่อไป หรือในกรณีการดำเนินงานหรือรับมอบพัสดุ/ผลงานตามสัญญาหรือใบสั่ง จ้างต่อไป จะไม่เป็นประโยชน์แก่ กสศ. ทั้งนี้ กสศ. จะพิจารณาตรวจรับพัสดุ/ผลงาน และเบิกจ่ายเงินค่าพัสดุ/ค่าจ้าง ตามความเป็นจริงโดยคำนวณตามจำนวนพัสดุ/ปริมาณงาน ที่ได้ดำเนินการหรือตรวจรับไว้โดยชอบแล้ว
๑๙.๓ กสศ. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือใบสั่งจ้าง ถ้าเห็นว่าผู้ขาย/ผู้รับจ้างมิได้ปฏิบัติงานด้วยความชำนาญ หรือมิได้ปฏิบัติตามข้อสัญญาหรือใบสั่งจ้างข้อหนึ่งข้อใด และเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญาหรือใบสั่งจ้าง ในกรณี เช่นนี้ กสศ. จะบอกกล่าวให้ผู้ขาย/ผู้รับจ้างทราบ เมื่อผู้ขาย/ผู้รับจ้างได้รับหนังสือบอกกล่าวนั้นแล้ว ผู้ขาย/ผู้รับ จ้างต้องหยุดปฏิบัติงานทันที
๑๙.๔ กสศ. อาจมีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้ขาย/ผู้รับจ้างทราบล่วงหน้าเมื่อใดก็ได้ว่า กสศ. มีเจตนาที่จะ ระงับการทำงานทั้งหมด หรือแต่บางส่วน หรือจะบอกเลิกสัญญาหรือใบสั่งจ้าง ในกรณีการบอกเลิกสัญญาหรือ ใบสั่งจ้างดังกล่าวจะมีผลในเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน นับจากวันที่ผู้ขาย/ผู้รับจ้างได้รับหนังสือบอกกล่าวนั้น เมื่อ ครบกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องหยุดปฏิบัติงานทันที
๑๙.๕ หากผู้ขาย/ผู้รับจ้าง และพนักงาน ลูกจ้าง ตัวแทน หรือบุคคลอื่นใดที่ได้รับมอบหมายของผู้ขาย/ ผู้รับจ้าง (ซึ่งต่อไปรวมเรียกว่า “ลูกจ้าง”) กระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำผิดสัญญาหรือใบสั่งจ้าง โดยมิ ชอบ โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำให้ กสศ. ได้รับความเสียหาย ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ตกลงยินยอมให้ กสศ. ใช้ สิทธิบอกเลิกสัญญาหรือใบสั่งจ้าง และมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ขาย/ผู้รับจ้าง โดยให้ กสศ. มีสิทธินำ ค่าเสียหายมาหักออกจากค่าพัสดุ/ค่าจ้างได้ และหากยังไม่เพียงพอกับความเสียหายที่เกิดขึ้น กสศ. มีสิทธิ เรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ขาย/ผู้รับจ้าง จนกว่าจะได้รับครบจำนวน - ๑๒ -
๒๐. ข้อมูลส่วนบุคคล
๒๐.๑ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ตกลงจะศึกษาและรับทราบนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ กสศ. นโยบาย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับคู่สัญญา รวมถึงนโยบายและประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลของ กสศ. ทั้งที่มีผลใช้บังคับอยู่ในขณะนี้ รวมถึงที่จะมีผลใช้บังคับต่อไปภายหน้า โดยผู้ขาย/ผู้รับจ้างตกลง ปฏิบัติตามนโยบายและประกาศดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ผู้ขาย/ผู้รับจ้างตกลงจะติดตามนโยบายและประกาศ ดังกล่าวของ กสศ. ที่เว็บไซต์ของ กสศ. (www.eef.or.th)
๒๐.๒ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และเงื่อนไขในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
๒๐.๒.๑ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
□ การดำเนินงานของโครงการนี้ไม่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
🗹 การดำเนินงานของโครงการนี้ผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคล (ซึ่งต่อไปนี้รวมเรียกว่า “ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”) โดยมีรายละเอียดตามรายการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลเอกสารแนบท้ายขอบเขตงานนี้
ทั้งนี้ กรณีมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลผู้ขาย/ผู้รับจ้างต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเท่าที่ จำเป็นเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการตามรายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่กำหนดไว้ ในข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงตกลงจะดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
๒๐.๒.๒ กรณีการดำเนินงานตามโครงการนี้ไม่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแต่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือกรณีที่โครงการนี้มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแต่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือหรือเกินไปจากที่กำหนดไว้ในรายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ กำหนดในข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ให้ถือว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง เป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลอย่างเป็นอิสระแยกจาก กสศ. ทั้งนี้
(๑) กรณีเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่นใด ใช้สิทธิฟ้องร้อง หรือใช้สิทธิเรียกร้อง หรือใช้สิทธิอื่นใด เนื่องจากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ผู้ขาย/ผู้รับจ้างตกลงรับผิดชอบในบรรดาความเสียหาย ทั้งปวงแต่เพียงผู้เดียว
(๒) กรณีเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่นใด ใช้สิทธิฟ้องร้อง หรือใช้สิทธิเรียกร้อง หรือใช้สิทธิอื่นใด ให้ กสศ. ชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ผู้ขาย/ผู้รับจ้างตกลงจะชดใช้ ค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่เกิดขึ้นแทน กสศ. ทั้งนี้ การที่ผู้ขาย/ผู้รับจ้างชดใช้เงินและค่าเสียหายดังกล่าวไม่เป็น การตัดสิทธิของ กสศ. ในการดำเนินการตามกฎหมาย
๒๑. การรักษาข้อมูลไว้เป็นความลับ
๒๑.๑ ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง และลูกจ้าง ต้องเก็บรักษาข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงานตาม สัญญาหรือใบสั่งจ้าง ทั้งในระหว่างระยะเวลาในสัญญาหรือใบสั่งจ้าง และหลังสิ้นสุดสัญญาหรือใบสั่งจ้าง ไว้เป็นความลับ ไม่มอบหรือเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กสศ. และ/หรือเอาไปเพื่อประโยชน์อื่นใดแก่ตนเอง โดยหากมี การนำไปใช้ หรือเปิดเผย หรือเผยแพร่ ข้อมูลดังกล่าวอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ กสศ. ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง จะต้อง รับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว และ กสศ. มีสิทธิดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ขาย/ผู้รับจ้าง - ๑๓ -
๒๑.๒ ข้อมูลที่เป็นความลับทั้งที่อยู่ในรูปของเอกสาร โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่บันทึกลงในสื่อต่าง ๆ หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นรูปธรรมที่ กสศ. เปิดเผยแก่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ต้องทำ เครื่องหมาย “ลับ” ไว้กับสิ่งนั้นอย่างชัดเจน ส่วนการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับด้วยวาจาหรือด้วยวิธีการอื่นใดที่ไม่ เป็นรูปธรรม ซึ่ง กสศ. ได้แจ้งให้ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ทราบ ณ เวลาเปิดเผยนั้นว่าเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ ผู้ขาย/ ผู้รับจ้างจะต้องสรุปสาระสำคัญของข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งทำเครื่องหมาย “ลับ” หรือเครื่องหมายที่มีความหมายทำนองเดียวกันนี้ไว้กับข้อความสรุปนั้นอย่างชัดเจน พร้อมทั้งส่งมอบข้อความสรุป ดังกล่าว ให้แก่ กสศ. ภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ กสศ. เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับนั้น
๒๑.๓ ผู้ขาย/ผู้รับจ้างตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับที่ กสศ. ได้เปิดเผยแก่ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง รวมถึงจะ จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมตามมาตรฐานของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เป็นความลับนั้นเพื่อป้องกัน มิให้บุคคลภายนอกเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับได้
๒๒. กรรมสิทธิ์ในผลงาน และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
๒๒.๑ ผลงาน ซึ่งหมายความรวมถึงข้อมูล รายงาน เอกสาร ผลการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และที่เรียกชื่ออื่นใด ทั้งหมดที่ผู้รับจ้างและ/หรือลูกจ้าง เป็นผู้ดำเนินการหรือได้รับจากการดำเนินงานภายใต้สัญญาหรือใบสั่งจ้าง ให้ผลงาน ดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของ กสศ.
๒๒.๒ สิทธิเหนือทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ (ไม่ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ) ในผลงานตามของ ๒๒.๑ ที่ผู้รับจ้างและ/หรือลูกจ้างของผู้รับจ้างได้สร้างสรรค์ ประพันธ์ สร้างขึ้น หรือจัดทำขึ้นจาก การดำเนินงานภายใต้สัญญาหรือใบสั่งจ้างให้เป็นของ กสศ.
๒๒.๓ หากผู้รับจ้างประสงค์จะนำสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของ กสศ. ไปใช้จะต้องได้รับความยินยอมเป็น หนังสือจาก กสศ. ก่อน
๒๓. เงื่อนไขอื่น ๆ
ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือคู่สัญญาจะต้องได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์ที่ คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติ ของผู้ยื่นเสนอราคาในครั้งถัดไป โดยพิจารณาจากเกณฑ์ดังต่อไปนี้
๒๓.๑ ความถูกต้องครบถ้วน ผลงานต้องเป็นไปตามรายละเอียดคุณลักษณะ (TOR) ทุกประการ ๒๓.๒ ความตรงต่อเวลา การส่งมอบงานในแต่ละงวดงานต้องไม่เกินระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา ๒๓.๓ คุณภาพของงาน ความเรียบร้อย การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ ๒๓.๔ การปฏิบัติตามกฎหมาย/ระเบียบ เช่น การปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย หรือกฎหมายแรงงานโดย รูปแบบการให้คะแนนเป็นไปตามเกณฑ์กรมบัญชีกลางและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะประเมินผลเมื่อสิ้นสุดสัญญา
๒๔. เงื่อนไขอื่น ๆ
กรณีวงเงินงบประมาณตามข้อ ๘. เป็นเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณถัดไป กสศ. จะลงนาม ในสัญญาหรือใบสั่งจ้างกับผู้ขาย/ผู้รับจ้างก็ต่อเมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณนั้นมีผลใช้ บังคับและ กสศ. ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีจากสำนักงบประมาณแล้ว
ทั้งนี้ กสศ. ขอสงวนสิทธิในการยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ กรณีที่ กสศ. ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างโครงการนี้
สัญญา/ใบสั่งจ้างเลขที่……………..
ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement)
ข้อตกลงนี้ทำขึ้น ณ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ตั้งอยู่เลขที่ 388 อาคาร เอส.พี. ชั้น 13 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ……………………… ระหว่าง
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดย ………………………………………………………. ตำแหน่ง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ซึ่งต่อไปในข้อตกลงนี้เรียกว่า “ผู้ว่าจ้าง” ฝ่ายหนึ่ง กับ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. โดย ……………………………………………………… ตำแหน่ง………………………………………….. ……………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สำนักงานตั้งอยู่ เลขที่ ……….. หมู่บ้าน/อาคาร ……………………. หมู่ที่ …. ซอย ……………………….ถนน …………………… ตำบล/แขวง …………………………….. อำเภอ/เขต …………………………… จังหวัด ………………………. รหัสไปรษณีย์……………… โทรศัพท์ ……………………. Email: ………………………………. ซึ่งต่อไปในข้อตกลงนี้เรียกว่า “ผู้รับจ้าง” อีกฝ่ายหนึ่ง
โดยที่ผู้รับจ้างได้ทำสัญญา/ใบสั่งจ้างโครงการจัดทำและผลิตสื่อมัลติมีเดียภาษาอังกฤษเพื่อสนับสนุน ความเสมอภาคทางการศึกษา กับ กสศ. (ซึ่งต่อไปในข้อตกลงนี้เรียกว่า “สัญญาหลัก”) ซึ่งในการดำเนินงานตามสัญญา หลักดังกล่าว ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือ ในนามของผู้ว่าจ้าง ดังนั้น เพื่อควบคุมการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลและเพื่อป้องกันมิให้มีการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมถึงเพื่อเป็นการก่อตั้งสิทธิ หน้าที่ และความรับผิด ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ว่าจ้างในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และ รับจ้างในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล จึงตกลงทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) นี้ขึ้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ข้อ 1 คำจำกัดความ
ในข้อตกลงนี้
“ข้อมูลส่วนบุคคล” “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” และ “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” ให้มีความหมายตามคำนิยามในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
“กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า กฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อกำหนด ทางกฎหมายอื่นใดทั้งปวง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรอง แนวทางปฏิบัติที่เป็นทางการและการตีความที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ตามที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือแทนที่)
- 2 -
“ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า การดำเนินการหรือชุดการดำเนินการใดที่กระทำขึ้นต่อ ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะโดยวิธีการอัตโนมัติ หรือไม่อัตโนมัติ เช่น การเก็บรวบรวม การบันทึก การจัดการ การจัดเก็บ การปรับเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลง การทำซ้ำ การสำเนา การเรียกคืน การปรึกษา การใช้ การเปิดเผยด้วยการโอน การส่งต่อ การเผยแพร่ การทำให้เข้าถึงได้ หรือการทำให้มีอยู่โดยวิธีการอื่นใด การโอนไปยังต่างประเทศ การปรับแนว หรือการรวม การขัดขวาง การลบ หรือการทำลายซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล
“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในทำนองเดียวกับที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนดตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดาที่สามารถระบุตัวตนได้จากข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และให้หมายรวมถึงผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้อนุบาล ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ หรือผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถ รวมตลอดทั้งผู้ที่ถือว่าเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
“ลูกจ้าง” หมายความว่า บุคลากร เจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ตัวแทน คณะทำงาน หรือบุคคลอื่นใด ที่ได้ปฏิบัติงานให้แก่ผู้รับจ้างตามสัญญาหลัก หรือได้รับมอบหมายจากผู้รับจ้างให้ดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวเนื่องกับ สัญญาหลัก
“การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า การละเมิดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ทำให้ เกิดการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ไม่ว่า จะเกิดจากเจตนา ความจงใจ ความประมาทเลินเล่อ การกระทำโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ การกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ข้อผิดพลาดบกพร่องหรืออุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใด
ข้อ 2 วัตถุประสงค์และขอบเขตในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
วัตถุประสงค์และขอบเขตในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในการดำเนินงานตามสัญญาหลัก ให้เป็นไป ตามรายการข้อมูลส่วนบุคคลและวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเอกสารแนบท้ายข้อตกลงนี้และ ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้
ข้อ 3 หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามสัญญาหลัก ผู้รับจ้างมีหน้าที่ และความรับผิดชอบ ดังนี้ 3.1 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
3.1.1 ในการดำเนินงานตามสัญญาหลักผู้รับจ้างต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสัญญาหลักเท่านั้น และเป็นไปตามรายการข้อมูลส่วนบุคคลและวัตถุประสงค์ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 2 - 3 -
3.1.2 ก่อนการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับจ้างต้องแจ้ง และ/หรือบอกกล่าวให้เจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลได้รับทราบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลอื่นใดที่จำเป็น ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ กรณีการจัดประชุม สัมมนา หรือกิจกรรมอื่นใด ผู้รับจ้างต้องแจ้ง และ/หรือ บอกกล่าวเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ให้ผู้เข้าร่วมประชุม ผู้เข้าร่วมสัมมนา หรือผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทราบโดยชัดแจ้ง และสอดคล้องตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
3.1.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทำบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Record of Processing: RoPA/ROP) ทั้งหมดที่ผู้รับจ้างได้ดำเนินการภายใต้สัญญาหลัก ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด และเก็บรักษาไว้เพื่อรองรับการตรวจสอบหรือ เพื่อดำเนินการอื่นใดตามกฎหมาย
3.1.4 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล มีความถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
3.2 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากข้อ 2
3.2.1 กรณีการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามสัญญาหลัก ผู้รับจ้างมีความจำเป็น ต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดนอกเหนือจากรายการข้อมูลส่วนบุคคลและวัตถุประสงค์ในการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 2 ผู้รับจ้างต้องแจ้งเหตุผลและความจำเป็นของประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ให้ผู้ว่าจ้างได้พิจารณาล่วงหน้าก่อนดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และเมื่อผู้ว่าจ้างให้ความเห็นชอบ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมดังกล่าวแล้ว ให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันจัดทำวัตถุประสงค์และรายการข้อมูล ส่วนบุคคลเพิ่มเติมเป็นหนังสือ และให้ใช้หนังสือวัตถุประสงค์และรายการข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมดังกล่าว เป็นเอกสารแนบท้ายข้อตกลงนี้ และถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้
3.2.2 กรณีผู้รับจ้างได้ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดนอกเหนือหรือเกินไป จากรายการข้อมูลส่วนบุคคลและวัตถุประสงค์ตามข้อ 2 หรือนอกเหนือหรือเกินไปจากที่ระบุไว้ในวัตถุประสงค์และ รายการข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมตามข้อ 3.2.1 ให้ถือว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือหรือเกินไปดังกล่าว ผู้รับจ้างได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นอิสระแยกจากผู้ว่าจ้าง
3.3การเก็บรักษาและลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
3.3.1 ผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นและสอดคล้องกับระยะเวลาตามสัญญาหลัก และผู้รับจ้างต้องทำการลบ หรือทำลายข้อมูล ส่วนบุคคลที่ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อตกลงนี้ในทันทีเมื่อผู้รับจ้างได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เสร็จสิ้น หรือเมื่อสัญญาหลักสิ้นสุดลง หรือเมื่อข้อตกลงนี้สิ้นสุดลง เว้นแต่จะเป็นไปตามข้อ 3.3.2 หรือมีกฎหมาย บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
3.3.2 กรณีที่สัญญาหลักมีวัตถุประสงค์เป็นการจัดทำ หรือพัฒนา หรือดูแล ระบบสารสนเทศ เทคโนโลยีหรือข้อมูลอื่นใด ผู้รับจ้างจะทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ เมื่อมีการส่งมอบระบบสารสนเทศ เทคโนโลยีหรือข้อมูลให้ผู้ว่าจ้างครบถ้วนแล้ว และผู้ว่าจ้างได้แจ้งเป็นหนังสือให้ ผู้รับจ้างทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว - 4 -
3.3.3 ในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 3.3.1 และข้อ 3.3.2 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลด้วยกระบวนการหรือวิธีการตามนโยบายการเก็บรักษาและการลบหรือทำลายข้อมูล ส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง และสอดคล้องตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
3.3.4 กรณีที่ผู้รับจ้างละเลยหรือเพิกเฉยหรือไม่ทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ที่ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงนี้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ถือว่าผู้รับจ้างกระทำผิด ข้อตกลงนี้และกระทำผิดสัญญาหลัก
3.3.5 กรณีผู้รับจ้างได้ดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายหลังพ้นกำหนดเวลา ตามข้อ 3.3.1 และข้อ 3.3.2 ให้ถือว่าผู้รับจ้างได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลที่เป็นอิสระแยกจากผู้ว่าจ้าง
3.4 มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล
3.4.1 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีและใช้มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ที่เหมาะสม เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล รักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล และป้องกันการละเมิดข้อมูล ส่วนบุคคล จากอุบัติเหตุ การทำลาย การสูญหาย การเปลี่ยนแปลงหรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือจากความเสี่ยงอื่นใดต่อข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งในเชิงเทคนิคและ เชิงบริหารจัดการ ซึ่งอย่างน้อยต้องสอดคล้องกับมาตรฐานที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ กฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยหรือการรักษาความลับกำหนด
3.4.2 ผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อตกลงนี้ และตามสัญญาหลักไว้เป็นความลับ
3.4.3 ผู้รับจ้างต้องจำกัดบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคล เฉพาะลูกจ้างเท่านั้น รวมถึงต้องควบคุม ดูแล ลูกจ้างให้เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ ไม่ทำซ้ำ ไม่คัดลอก ไม่ทำสำเนา หรือไม่บันทึกภาพข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าทั้งหมดหรือ แค่บางส่วนเป็นอันขาด เว้นแต่มีความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาหลัก หรือเพื่อการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลตามข้อ 2 โดยอาศัยหลักความจำเป็นในการรู้ข้อมูล (need-to-know basis) หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ ใช้บังคับ
3.5การปฏิบัติตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
3.5.1 กรณีที่ผู้ว่าจ้างถูกร้องขอให้ปฏิบัติตามคำขอจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือการตรวจสอบ หรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจให้เปิดเผย นำส่ง หรือจัดส่งข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับจ้างต้องให้การสนับสนุนผู้ว่าจ้างและดำเนินการตามที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้างในการปฏิบัติตามคำร้องขอหรือคำสั่ง ดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
3.5.2 กรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยื่นคำร้องขอใช้สิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลต่อผู้รับจ้างโดยตรง ผู้รับจ้างต้องไม่ดำเนินการตามคำขอดังกล่าวโดยพลการ แต่ต้องแจ้งและส่งคำขอดังกล่าวให้แก่ผู้ว่าจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านทางอีเมล [email protected] โดยทันที - 5 -
เท่าที่จะสามารถกระทำได้และผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงการจัดการตามคำขอหรือ ข้อร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นด้วย
3.5.3 ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือ อำนวยความสะดวก สนับสนุน และช่วยเหลือผู้ว่าจ้าง ให้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
ข้อ 4การจ้างช่วง
4.1 ผู้รับจ้างต้องไม่จ้างช่วงบุคคลอื่นใด ให้ดำเนินการเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตามข้อตกลงนี้เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง
4.2 การจ้างบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นใดให้ดำเนินการเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีข้อตกลงที่กำหนดให้ผู้รับจ้างช่วงมีหน้าที่ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเช่นเดียวกับหน้าที่ของผู้รับจ้างตามข้อตกลงนี้ นอกจากนี้ผู้รับจ้างช่วงต้องรับประกันว่า จะใช้มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด และมาตรการ ดังกล่าวต้องให้ความคุ้มครองในระดับเดียวกับมาตรการที่ระบุตามข้อตกลงนี้
4.3 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในบรรดาความเสียหายทั้งปวงจากการกระทำ การงดเว้น การละเมิด หรือ ปฏิบัติผิดข้อตกลงนี้ของผู้รับจ้างช่วง เสมือนเป็นการกระทำของผู้รับจ้างเอง
ข้อ 5การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
5.1 การดำเนินการกรณีมีเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลจริง ผู้รับจ้างมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้
5.1.1 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดทำข้อมูลเกี่ยวเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยอย่างน้อย ต้องระบุสาระสำคัญดังต่อไปนี้ เท่าที่จะสามารถกระทำได้
(1) ข้อมูลโดยสังเขปเท่าที่จะสามารถระบุได้เกี่ยวกับลักษณะและประเภทของการละเมิดข้อมูล ส่วนบุคคล โดยอาจบรรยายถึงลักษณะและจำนวนเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือลักษณะและจำนวนรายการ (records) ของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการละเมิด
(2) ชื่อ สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของบุคคลที่ผู้รับจ้างมอบหมายให้ทำหน้าที่ประสานงาน และให้ข้อมูลเพิ่มเติม
(3) ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
(4) ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือจะใช้เพื่อป้องกัน ระงับ หรือ แก้ไขเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือเยียวยาความเสียหาย โดยอาจใช้มาตรการทางบุคลากร กระบวนการ หรือ เทคโนโลยี หรือมาตรการอื่นใดที่จำเป็นและเหมาะสม - 6 -
5.1.2 ผู้รับจ้างต้องแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลเกี่ยวเหตุการละเมิดข้อมูล ส่วนบุคคลตามข้อ 5.1.1 เป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้ว่าจ้างภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับตั้งแต่ทราบเหตุว่า มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลจริง ผ่านทางอีเมล [email protected]
5.1.3 ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือและสนับสนุน ข้อมูล ข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐาน รวมถึง การดำเนินการอื่นใดตามที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้าง เพื่อให้ผู้ว่าจ้างสามารถแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ทันภายในเวลาตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลกำหนด และเพื่อตรวจสอบ ป้องกัน ระงับ หรือแก้ไขเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
5.1.4 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตามมาตรการที่จำเป็นและเหมาะสมเพื่อระงับ ตอบสนอง แก้ไข หรือ ฟื้นฟูสภาพ จากเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว รวมทั้งป้องกันและลดผลกระทบจากการเกิดเหตุการละเมิด ข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะเดียวกันในอนาคต ซึ่งรวมถึงการทบทวนมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเพื่อให้มี ประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงระดับความเสี่ยงตามปัจจัยทางเทคโนโลยี บริบท สภาพแวดล้อม มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับสำหรับหน่วยงานหรือกิจการในประเภทหรือลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ลักษณะและวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพยากรที่ต้องใช้ และความเป็นไปได้ ในการดำเนินการประกอบกัน
5.1.5ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือ อำนวยความสะดวก ให้การสนับสนุน และช่วยเหลือบุคลากรของ ผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมาย ในการแสวงหาข้อเท็จจริง ติดตาม ตรวจสอบ และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวเนื่อง กับเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
5.1.6 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการปรับปรุงกระบวนการทำงาน ระบบเทคโนโลยี ระบบสารสนเทศ มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล และการดำเนินการอื่นใด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันมิให้เกิดเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นอีก
5.2 กรณีผู้รับจ้างพบเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
5.2.1 เมื่อผู้รับจ้างได้รับแจ้งข้อมูลในเบื้องต้นจากผู้ใด ไม่ว่าโดยทางวาจาเป็นหนังสือ หรือวิธีการอื่น ทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้รับจ้างทราบเอง ว่ามีหรือน่าจะมีเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ที่ผู้รับจ้างทำ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อตกลงนี้และสัญญาหลัก ผู้รับจ้างต้องดำเนินการประเมินความน่าเชื่อถือของ ข้อมูลดังกล่าว และตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลในเบื้องต้น และตรวจสอบมาตรการ รักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำหนด โดยไม่ชักช้าเท่าที่จะสามารถกระทำได้
5.2.2 กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลจริง ให้ผู้รับจ้างดำเนินการตามข้อ 5.1 - 7 -
5.3 กรณีผู้ว่าจ้างพบเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
5.3.1 กรณีผู้ว่าจ้างได้รับแจ้งข้อมูลในเบื้องต้นจากผู้ใด ไม่ว่าโดยทางวาจาเป็นหนังสือ หรือวิธีการ อื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้ว่าจ้างทราบเอง ว่ามีหรือน่าจะมีเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้รับจ้างทำ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อตกลงนี้และสัญญาหลักผู้ว่าจ้างอาจแจ้งให้ผู้รับจ้างดำเนินการประเมิน ความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าวและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลในเบื้องต้น และ ตรวจสอบมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
5.3.2 เมื่อผู้รับจ้างได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้างตามข้อ 5.3.1 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการประเมิน ความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลในเบื้องต้นและ ตรวจสอบมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ให้แล้วเสร็จและแจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้ว่าจ้างภายในระยะเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
5.3.3 กรณีผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อ 5.3.2 มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการละเมิดข้อมูล ส่วนบุคคลจริง ผู้รับจ้างดำเนินการตามข้อ 5.1
5.4 การใช้สิทธิตามกฎหมาย
5.4.1 กรณีเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเกิดจากการกระทำการ หรือละเว้นกระทำการ หรือประมาท เลินเล่อของลูกจ้าง หรือผู้รับจ้างช่วง ผู้รับจ้างต้องดำเนินการกับบุคคลดังกล่าวให้เป็นไปตามกฎหมาย 5.4.2 การที่ผู้รับจ้างได้ดำเนินการตามข้อ 5.1 ข้อ 5.2ข้อ 5.3. และข้อ 5.4.1 ไม่เป็นการตัดสิทธิของ ผู้รับจ้างในการดำเนินการเกี่ยวกับเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามกฎหมาย
ข้อ 6กรณีผิดสัญญาและการชดใช้ความเสียหาย
6.1 กรณีที่ผู้รับจ้าง ลูกจ้าง ได้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อตกลงนี้ หรือเกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลทำให้เกิด ความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าการดำเนินการนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ หรือไม่ก็ตาม ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจนสิ้นเชิง เว้นแต่ผู้รับจ้างจะพิสูจน์ได้ว่า
6.1.1 ความเสียหายนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากความผิดของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเอง 6.1.2 เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย 6.2 กรณีผู้รับจ้าง ลูกจ้าง ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงนี้ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล หรือกระทำการ หรือละเว้นกระทำการ หรือประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้ผู้ว่าจ้างได้รับความเสียหาย ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ค่าปรับ และค่าเสียหายทั้งปวงให้แก่ผู้ว่าจ้าง
6.3กรณีที่ผู้ว่าจ้างได้ชดใช้ค่าเสียหาย ค่าปรับ ค่าใช้จ่าย หรือค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวให้แก่เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่นไปตามความจำเป็นและสมควรเพื่อป้องกันความเสียหายที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือระงับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วแทนผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างตกลงชดใช้คืนทั้งหมดให้แก่ผู้ว่าจ้างทันที - 8 -
6.4 กรณีที่ผู้ว่าจ้างถูกเรียกร้องหรือถูกฟ้องร้องหรือต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อให้มีการว่าต่างหรือแก้ต่างให้แก่ผู้ว่าจ้างรวมทั้ง ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายทั้งปวงอันเกิดจากการดังกล่าวแทนผู้ว่าจ้างตามที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้าง
6.5 การที่ผู้รับจ้างได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าว ไม่เป็นการตัดสิทธิของ ผู้ว่าจ้างในการดำเนินการตามกฎหมาย
ข้อ 7การมีผลใช้บังคับและหน้าที่ภายหลังสิ้นสุดของข้อตกลง
7.1 ข้อตกลงนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ทำข้อตกลงนี้ถึงวันที่สัญญาหลักสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ 7.2 ผู้รับจ้างต้องหยุดทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในทันทีที่สัญญาหลักและข้อตกลงนี้สิ้นสุดลง หรือครบกำหนด ทั้งนี้ การสิ้นสุดของข้อตกลงนี้ ไม่กระทบต่อหน้าที่ของผู้รับจ้างในการเก็บรักษาและลบหรือทำลาย ข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 3.3 มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตาม ข้อ 3.4 ความรับผิดชอบในบรรดาความเสียหายของผู้รับจ้างช่วงตามข้อ 4.3 และหน้าที่ของผู้รับจ้างกรณีผิดสัญญาและ การชดใช้ความเสียหายตามข้อ 6
ข้อ 8การแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลง
8.1 ข้อตกลงนี้อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ด้วยการตกลงเป็นหนังสือ และทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกัน และให้หนังสือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้
8.2 กรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีการแก้ไขเพิ่มเติมและมีผลกระทบต่อเงื่อนไข ในข้อตกลงนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงและยินยอมปฏิบัติตามกฎหมายที่เปลี่ยนแปลง โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมข้อความ ในข้อตกลงนี้แต่อย่างใด และให้ข้อความใด ๆ ในข้อตกลงที่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายดังกล่าวเป็นอันสิ้นผล และถือว่า ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามกฎหมายทันที
ข้อ 9 การทำสัญญาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
9.1 กรณีการทำสัญญาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ผู้รับจ้างต้องดำเนินการ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวด้วยตนเอง และเก็บรักษารหัสผ่านไว้เป็นความลับ หากผู้รับจ้างยินยอม หรือประมาทเลินเล่อให้บุคคลอื่นดำเนินการทำข้อตกลงนี้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นการทำข้อตกลงนี้ ด้วยตนเองของผู้รับจ้าง
9.2 ผู้รับจ้างตกลงยอมรับและรับรองว่าการดำเนินการใด ๆ ที่ได้กระทำผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยใช้รหัสมี ความครบถ้วนและถูกต้อง มีผลผูกพันผู้รับจ้างทุกประการ และถือว่าผู้รับจ้างได้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ไว้เป็น หลักฐาน โดยถูกต้องเรียบร้อยแล้ว และผู้รับจ้างตกลงให้ผู้ว่าจ้างใช้ข้อตกลงนี้ ซึ่งจัดเก็บไว้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือในรูปแบบอื่นใด เป็นหลักฐานในการดำเนินทางกฎหมายทุกประการ
9.3 ในกรณีที่ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ และ/หรือความในข้อตกลงขัดแย้งกัน ผู้รับจ้างตกลงยินยอมปฏิบัติตามคำ วินิจฉัยของผู้จัดการ กสศ. และคำวินิจฉัยของผู้จัดการ กสศ. ให้ถือเป็นที่สุด - 9 -
ข้อ 10 เอกสารอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหลัก
ข้อตกลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหลัก โดยให้เงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญาหลักยังคงมีผลใช้บังคับ ต่อไปทุกประการ เว้นแต่ข้อตกลงนี้จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ในกรณีที่เงื่อนไขและ/หรือข้อความในข้อตกลงนี้ขัดหรือ แย้งกับสัญญาหลัก ให้ใช้บังคับตามสัญญาหลัก
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความในข้อตกลงนี้โดยตลอดแล้วเห็นว่าถูกต้องตรงตาม ความประสงค์ จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน
ลงชื่อ……..….…………….…………………………… ผู้ว่าจ้าง ลงชื่อ ………..……..…….…………………………..ผู้รับจ้าง (……………………………………) (……………………………………….)
สัญญา/ใบสั่งจ้างเลขที่……………..
เอกสารแนบท้าย
ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement)
วัตถุประสงค์และขอบเขตในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในการดำเนินงานโครงการจัดทำและผลิตสื่อ มัลติมีเดียภาษาอังกฤษเพื่อสนับสนุนความเสมอภาคทางการศึกษา ตามสัญญาหลัก ผู้รับจ้างต้องประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสัญญาหลัก และเป็นไปตามรายการข้อมูลส่วนบุคคลและ วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้
กิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
รายการข้อมูลส่วนบุคคล
วัตถุประสงค์ในการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล
การจัดทำสื่อ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เกี่ยวการดำเนินงานของ กสศ. (PCM04)
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล: ผู้จัดการ ข้อมูลอัตลักษณ์ และข้อมูลการทำงาน เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล: บุคลากรของ กสศ. ข้อมูลอัตลักษณ์ และข้อมูลการทำงาน เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล: กลุ่มเป้าหมาย ข้อมูลอัตลักษณ์ ข้อมูลที่อยู่และที่ติดต่อ ข้อมูลทางการศึกษา และข้อมูลการทำงาน- เพื่อติดต่อประสานงาน
- เพื่อจัดทำสื่อ สำหรับการ ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ เกี่ยวการ ดำเนินงานของ กสศ.
- เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เกี่ยว การดำเนินงานของ กสศ.