ประกวดราคาซื้อเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ขนาดต่างๆ และอื่นๆ รวม 6 รายการ สำหรับงานอ่างเก็บน้ำบ้านกุ่มเนิ้งใต้พร้อมระบบส่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลแม่มอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง
โครงการนี้เป็นการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างประเภทเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตและลวดผูกเหล็ก รวม 5 รายการ เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านกุ่มเนิ้งใต้พร้อมระบบส่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลแม่มอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตรและอุปโภคบริโภคของราษฎรในพื้นที่ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดส่งพัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ได้แก่ มอก. 20-2559 (เหล็กเส้นกลม), มอก. 24-2559 (เหล็กข้ออ้อย) และ มอก. 138-2562 (ลวดผูกเหล็ก)
วงเงินงบประมาณของโครงการอยู่ที่ 717,260.71 บาท โดยแบ่งการส่งมอบออกเป็น 3 งวด ภายในระยะเวลา 90 วันนับจากวันลงนามในสัญญา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงมีสถานะทางการเงินที่มั่นคงตามเกณฑ์ที่กรมชลประทานกำหนด ทั้งนี้ ผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของพัสดุและปฏิบัติตามแผนการทำงานที่ตกลงไว้ การพิจารณาคัดเลือกจะใช้เกณฑ์ราคาเป็นหลัก
English summary
This project involves the procurement of 5 types of steel reinforcement bars and binding wire for the construction of the Ban Kum Noeng Tai Reservoir and water distribution system in Mae Mok, Thoen, Lampang. The objective is to address water shortages for local agriculture and daily consumption. The total budget is 717,260.71 THB. The delivery is divided into three phases within 90 days from the contract signing date. All materials must comply with Thai Industrial Standards (TIS), specifically TIS 20-2559, TIS 24-2559, and TIS 138-2562. Bidders must meet financial and legal requirements as specified by the Royal Irrigation Department.
ตำบลแม่มอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อใช้เป็นวัสดุก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านกุ่มเนิ้งใต้พร้อมระบบส่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
- เพื่อส่งน้ำให้แก่พื้นที่การเกษตรของราษฎรที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ
- เพื่อสนับสนุนการอุปโภคบริโภคของราษฎรในพื้นที่ตำบลแม่มอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง
ขอบเขตของงาน
จัดซื้อเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตและลวดผูกเหล็ก รวม 5 รายการ ได้แก่:
- เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ SR.24 (มอก. 20-2559) ขนาด 6 มม.
- เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ SR.24 (มอก. 20-2559) ขนาด 9 มม.
- เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย SD.40 (มอก. 24-2559) ขนาด 12 มม.
- เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย SD.40 (มอก. 24-2559) ขนาด 16 มม.
- ลวดผูกเหล็ก (มอก. 138-2562) ขนาด 1.25 มม. (เบอร์ 18)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- พัสดุเหล็กเส้นและลวดผูกเหล็กตามรายการและจำนวนที่ระบุในสัญญา
- เอกสารรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ (มอก.)
- แผนการทำงาน (กรณีสัญญาเกิน 500,000 บาท หรือตามเงื่อนไขที่กำหนด)
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาส่งมอบรวม 90 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้ส่งมอบ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
- Standards Compliance: พัสดุต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 20-2559, มอก. 24-2559 และ มอก. 138-2562
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องมีระบบการคัดแยกและตรวจสอบคุณภาพเหล็กตามมาตรฐานที่กำหนด
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
พิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา (Price Criteria)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ: ต้องเป็นไปตาม มอก. 20-2559
- เหล็กเส้นข้ออ้อย: ต้องเป็นไปตาม มอก. 24-2559
- ลวดผูกเหล็ก: ต้องเป็นไปตาม มอก. 138-2562
- ต้องมีการประทับตราเครื่องหมาย มอก. และรายละเอียดผู้ผลิตบนตัวเหล็กอย่างชัดเจน
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: จ่ายตามงวดงานที่ส่งมอบครบถ้วนและผ่านการตรวจรับแล้ว (3 งวด)
- อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.20 ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
- การรับประกัน: ผู้ขายต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของพัสดุ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: โครงการนี้ต้องใช้เหล็กมาตรฐานใด? ตอบ: ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 20-2559 (เหล็กเส้นกลม), มอก. 24-2559 (เหล็กข้ออ้อย) และ มอก. 138-2562 (ลวดผูกเหล็ก)
- ถาม: การส่งมอบแบ่งเป็นกี่งวด? ตอบ: แบ่งเป็น 3 งวด ภายใน 90 วัน
- ถาม: หากส่งมอบล่าช้าจะถูกปรับอย่างไร? ตอบ: ปรับในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
- ถาม: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีทุนจดทะเบียนเท่าใด? ตอบ: กรณีเป็นนิติบุคคลที่ยังไม่มีงบการเงิน ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
- ถาม: สามารถใช้สินเชื่อธนาคารแทนมูลค่าสุทธิของกิจการได้หรือไม่? ตอบ: ได้ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นข้อเสนอ
- ถาม: การทดสอบวัสดุต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องเป็นไปตามคำสั่งกรมชลประทานที่ 6/2561 เรื่องการทดลองและตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุ
- ถาม: เหล็กเส้นต้องมีเครื่องหมายอะไรบนตัวเหล็ก? ตอบ: ต้องมีชื่อผู้ผลิต/เครื่องหมายการค้า, ชื่อขนาด, ชั้นคุณภาพ และสัญลักษณ์กรรมวิธีการผลิตประทับเป็นตัวนูนถาวร
- ถาม: หากเป็นกิจการร่วมค้าต้องมีผู้ร่วมค้าหลักหรือไม่? ตอบ: ต้องกำหนดผู้ร่วมค้าหลักและสัดส่วนหน้าที่ความรับผิดชอบให้ชัดเจน
- ถาม: ช่องทางการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมคืออะไร? ตอบ: สอบถามผ่านอีเมล [email protected]
- ถาม: การพิจารณาผู้ชนะใช้เกณฑ์ใด? ตอบ: ใช้เกณฑ์ราคา (Price Criteria)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ค
รายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR)
ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
๑.๑
ชื่อโครงการ
:
ซื้อเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ขนาดต่างๆ และอื่นๆ รวม 5 รายการ สําหรับงานอ่างเก็บน้ําบ้านกุ่มเนิ้งใต้ พร้อมระบบส่งน้ํา อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ตําบลแม่มอก อําเภอเถิน จังหวัดลําปาง
๑.๒ ความเป็นมา
อ่างเก็บน้ําบ้านกุ่มเนิ้งใต้พร้อมระบบส่งน้ํา อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ตําบลแม่มอก อําเภอเถิน จังหวัด ลําปางจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร ของราษฎรบ้านกุ่มเนิ้ง ประสบปัญหาขาดแคลนน้ําทําการเกษตร
วัตถุประสงค์
๑.๓
เพื่อใช้เป็นวัสดุก่อสร้างอ่างเก็บน้ําบ้านกุ่มเนิ้งใต้พร้อมระบบส่งน้ํา อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ตําบล
แม่มอก อําเภอเถิน จังหวัดลําปางเพื่อส่งน้ําให้แก่พื้นที่การเกษตรของราษฎรที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ํา เพื่อการเกษตรและในการอุปโภคบริโภค
๑.๔ วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร ๗๑๗,๒๖๐.๗๑ บาท (เจ็ดแสนหนึ่งหมื่นเจ็ดพันสองร้อยหกสิบบาทเจ็ด สิบเอ็ดสตางค์)
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ
ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่
กรมชลประทาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ใน การเสนอราคาครั้งนี้
๒.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
ที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
ข้อตกลงระหว่างผู้ร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ
หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้ร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้ร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วม
ค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น
ผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม
กิจการร่วมค้า
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้อง มีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มี การตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวกติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมี ทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
ณ
(๓) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ โดยพิจารณาจากบัญชีเงิน ฝากธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากเป็นบวกในมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นข้อเสนอใน ครั้งนั้น และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าว
อีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการและทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพื่อมาสนับสนุนให้มูลค่าสุทธิ ของกิจการ (Net Worth) ไม่ติดลบ หรือให้มีสภาพคล่องที่ดีจนเพียงพอต่อการยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณที่ยื่น ข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ ค้าประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงิน สินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
(๕) กรณีตาม (๑) - (๔) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
(๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
๓. ขอบเขตของงานที่จะดําเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
๓.๑) เงื่อนไขเฉพาะ
๓.๒ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
๓.๓ ข้อกําหนดอื่น
ๆ
(๑) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน
(๒) แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน
๓.๔ แบบใบแจ้งรายละเอียดพัสดุ
๔. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ระยะเวลาส่งมอบ ๙๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้ส่งมอบ
๕. งวดการส่งมอบและการจ่ายเงิน
กรมจะจ่ายค่าสิ่งของซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้วให้แก่ผู้ ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ขาย เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนตามสัญญาซื้อขาย หรือข้อตกลง เป็นหนังสือ และกรม ได้ตรวจรับมอบสิ่งของไว้เรียบร้อยแล้ว ตามรายละเอียด ดังนี้
๑
งวดที่ ๑ เมื่อผู้ขายได้ดําเนินการส่งมอบพัสดุ ภายใน ๓๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา หรือ วันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้ส่งมอบ ตามรายการดังนี้
๑ ตามรายการดังนี้
๒ ตามรายการดังนี้
๑. เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ SR.๒๔ (มอก.) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 มม. จํานวน ๕๕๕ กิโลกรัม
ยาว ๑๐ เมตร หนักเส้นละ ๒.๒๒ กก. จํานวน ๒๕๐ เส้น มอก. ๒๐-๒๕๕๙
๒. เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ SR.๒๔ (มอก.) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 มม. จํานวน ๑,๒๔๗.๕๐ กิโลกรัม
ยาว ๑๐ เมตร หนักเส้นละ ๔.๙๙ กก. จํานวน ๒๕๐ เส้น มอก.๒๐-๒๕๕๙
จํานวน ๘,๘๘๐ กิโลกรัม
จํานวน ๒,๓๖๗ กิโลกรัม
จํานวน ๕๐๐ กิโลกรัม
๓. เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย SD.๔๐ Dia. ๑๒ มม. ยาว ๑๐ ม.
หนักเส้นละ ๔.๘๘ กก. จํานวน ๒,๔๐๐ เส้น มอก.๒๔-๒๕๕๙ ๔. เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย SD.๔๐ Dia. ๑๖ มม. ยาว ๑๐ ม.
หนักเส้นละ ๑๕.๗๘ กก. จํานวน ๑๕๐ เส้น มอก.๒๔-๒๕๕๙ ๕. ลวดผูกเหล็ก ศก. ๑.๒๕ มม. (เบอร์ ๑๘) มอก.๑๓๘-๒๕๖๒ งวดที่ ๒ เมื่อผู้ขายได้ดําเนินการส่งมอบพัสดุ ภายใน ๓๐ วันนับถัดจากวันครบกําหนดส่งมอบงวดที่
๑. เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ SR.๒๔ (มอก.) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 มม. จํานวน ๕๕๕ กิโลกรัม
ยาว ๑๐ เมตร หนักเส้นละ ๒.๒๒ กก. จํานวน ๒๕๐ เส้น มอก. ๒๐-๒๕๕๙
๒. เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ SR.๒๔ (มอก.) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 มม. จํานวน ๑,๒๔๗,๕๐ กิโลกรัม
ยาว ๑๐ เมตร หนักเส้นละ ๔.๙๙ กก. จํานวน ๒๕๐ เส้น มอก. ๒๐-๒๕๕๙
๓.
เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย SD.๔๐ Dia. ๑๒ มม. ยาว ๑๐ ม. หนักเส้นละ ๘.๔๘ กก. จํานวน 9,000 เส้น มอก.๒๔-๒๕๕๙
๔. เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย SD.๔๐ Dia. ๑๖ มม. ยาว ๑๐ ม.
หนักเส้นละ ๑๕.๗๘ กก. จํานวน ๑๕๐ เส้น มอก.๒๔-๒๕๕๙
จํานวน ๘,๘๘๐ กิโลกรัม
จํานวน ๒,๓๖๗ กิโลกรัม
๕. เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย SD.๔๐ (มอก.) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๒๐ มม. จํานวน ๑,๒๓๓ กิโลกรัม
ยาว ๑๐ เมตร หนักเส้นละ ๒๔.๖๖ กก. จํานวน ๕๐ เส้น มอก. ๒๔-๒๕๕๙
5. ลวดผูกเหล็ก ศก. ๑.๒๕ มม. (เบอร์ ๑๘) มอก.๑๓๘-๒๕๖๒
จํานวน ๕๐๐ กิโลกรัม
งวดที่ ๓ เมื่อผู้ขายได้ดําเนินการส่งมอบพัสดุ ภายใน ๓๐ วันนับถัดจากวันครบกําหนดส่งมอบงวดที่
๑.
เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ SR.๒๔ (มอก.) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 มม. จํานวน ๒๔๙.๕๐ กิโลกรัม ยาว ๑๐ เมตร หนักเส้นละ ๔.๙๙ กก. จํานวน ๕๐ เส้น มอก.๒๐-๒๕๕๙
๒. เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย SD.๔๐ Dia. ๑๒ มม. ยาว ๑๐ ม.
หนักเส้นละ ๘.๘๘ กก. จํานวน ๔๐๐ เส้น มอก.๒๔-๒๕๕๙ ๓. เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย SD.๔๐ Dia. ๑๖ มม. ยาว ๑๐ ม.
หนักเส้นละ ๑๕.๗๘ กก. จํานวน ๖๐ เส้น มอก.๒๔-๒๕๕๙
จํานวน ๓,๕๕๒ กิโลกรัม
จํานวน ๙๔๖.๘๐ กิโลกรัม
5. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
- C -
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
๗. อัตราค่าปรับ
(ก) กรมจะพิจารณาจากราคารวม
ค่าปรับตามแบบสัญญาซื้อขายแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลงซื้อขายเป็น
หนังสือ ให้คิดในอัตราร้อยละ ๐.๒๐ ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
- การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
ผู้ขายจะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของสิ่งของที่ซื้อขายที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า……..ปี
-เดือน นับถัดจากวันที่ กรม ได้รับมอบสิ่งของ โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชํารุดบกพร่อง
๔. การจัดทําแผนการทํางาน
คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทําแผนการ ทํางานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ กรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วันหรือกรณี สัญญากําหนดส่งงานงวดเดียว หรือกรณีสัญญาที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทํางานดังกล่าวให้ถือ เป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๑๐.หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน
การโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทําของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน จะกระทําได้เฉพาะ กรณีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมกําหนด ตามคําสั่งกรมชลประทานที่บังคับใช้ในขณะนั้น (ปัจจุบันคําสั่งกรมที่ ๙๘/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒) ดังนี้
(๑)ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือ ผู้ให้เช่า โอนให้แก่ธนาคารภายในประเทศ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
๑๑.
(๒) ผู้รับโอนตามข้อ (๑) ดังกล่าวข้างต้น โอนกลับคืนให้แก่ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน
การใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน ให้เป็นไปตามแนวทางและวิธีปฏิบัติที่กรมกําหนด (บันทึกกอง การเงินและบัญชี ที่ กงบ.๑๔๓๐/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘)
๑๒. ช่องทางติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน
ผู้สนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน โปรดสอบถามหรือแสดงความคิดเห็นมายังกรมชลประทาน ผ่านทางอีเมล์ [email protected] หรือช่องทางตามที่
กรมบัญชีกลางกําหนด
๑๓. การเผยแพร่ร่างรายละเอียดขอบเขตของงาน
๕
เผยแพร่ร่างรายละเอียดขอบเขตของงาน
ไม่เผยแพร่ร่างรายละเอียดขอบเขตของงาน
A
(ลงชื่อ)
(ลงชื่อ) ….
(นายเกียรติกวิน เพิ่มทวีสิน)
bow
(นายนพดล กันทะธง)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
(ลงชื่อ)
ม
กรรมการ
(นายธีรวัฒน์ คงเอียง)
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรม ฉบับที่ 4802 (พ.ศ.2559 ) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ.2511
เรื่อง แก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม (แก้ไขครั้งที่ 1)
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้น
กลม มาตรฐานเลขที่ มอก. 20-2543
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2558 รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมออกประกาศแก้ไขเพิ่มเติมมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม มาตรฐานเลขที่ มอก. 20-2543 ท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 2838 (พ.ศ.2544) ลงวันที่ 24 เมษายน พ.ศ.2544 ดังต่อไปนี้ - ให้แก้หมายเลขมาตรฐานเลขที่ “มอก. 20-2543” เป็น “มอก. 20-2559”
- ให้ยกเลิกข้อ 1.2
- ให้ยกเลิกความในข้อ 5. และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
- วัสดุ การทํา และส่วนประกอบทางเคมี
5.1 เหล็กเส้นกลมต้องทําขึ้นจากเหล็กแท่งเล็ก (billet) หรือเหล็กแท่งใหญ่ (bloom) เท่านั้น
ด้วยกรรมวิธีการรีดร้อน โดยต้องไม่มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นมาก่อน
5.2 การทําเหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ที่ใช้ทําเหล็กเส้นกลม ต้องมีขั้นตอนกรรมวิธี
การทําและการควบคุมเป็นส่วนประกอบหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) มีระบบการคัดแยก ตรวจสอบประเมินคุณภาพเศษเหล็ก (scrap)
โดยมีการ
ตรวจสอบควบคุมปริมาณของธาตุฟอสฟอรัสและกํามะถันที่เจือปนอย่างเข้มงวด
(2) มีการตรวจสอบคุณภาพส่วนประกอบทางเคมีของน้ําเหล็กในทุกขั้นตอนของ
กระบวนการทําเหล็กกล้า (steel making) โดยใช้เครื่องมือตรวจสอบที่มีมาตรฐาน (3) มีกระบวนการทําให้น้ําเหล็กบริสุทธิ์ (refining process) อย่างเหมาะสม เช่น มีเตาปรุง (ladle furnace) หรือการลดฟอสฟอรัส และการลดกํามะถัน รวมทั้ง ปรับแต่งค่าส่วนประกอบทางเคมี ขจัดสารฝังใน (inclusion) ได้อย่างเหมาะสม
/(4) การหล่อเหล็ก…..
-1-
(4) การหล่อเหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ต้องเป็นการหล่อแบบต่อเนื่อง (continuous casting) ที่มีอัตราการหล่ออย่างน้อย 10 000 kg/hr และมีการ ควบคุมอัตราการเย็นตัว (cooling rate) ที่เหมาะสม มีขนาดของเตาหลอม ไม่ต่ํากว่า 5 000 kg ต่อ 1 เตา และมีความถี่ในการทดสอบส่วนประกอบทางเคมีที่เหมาะสม 5.3 โรงงานที่ทําเหล็กแท่งเล็ก เหล็กแท่งใหญ่ และเหล็กเส้นกลม ต้องมีมาตรฐานการจัดการ
ระบบสิ่งแวดล้อมที่ดี
5.4 เหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ที่ใช้ทําเหล็กเส้นกลม อย่างน้อยต้องมีการตรวจสอบใน
รายการขนาด ลักษณะทั่วไป และส่วนประกอบทางเคมีที่เหมาะสม
5.5 เหล็กเส้นกลมต้องเป็นเหล็กกล้าไม่เจือ (รายละเอียดเกณฑ์กําหนดของเหล็กกล้าเจือ ให้
เป็นไป ตามภาคผนวก ก.) โดยส่วนประกอบทางเคมี ให้เป็นไปตามตารางที่ 4 การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ 9.3
ตารางที่ 4 ส่วนประกอบทางเคมี
(ข้อ 5.5)
ปริมาณโดยมวล (สูงสุด)
ส่วนประกอบทางเคมี
%
เมื่อวิเคราะห์จากเบ้า
เมื่อวิเคราะห์จากผลิตภัณฑ์
คาร์บอน
0.25
0.28
0.050
0.060
0.050
0.060
กํามะถัน
ฟอสฟอรัส - ให้ยกเลิกความในข้อ 7.1.1 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“7.1.1 ที่เหล็กเส้นกลมทุกเส้น อย่างน้อยต้องมีเลข อักษรหรือเครื่องหมาย แจ้งรายละเอียดต่อไปนี้ ประทับเป็นตัวนูนถาวรบนเนื้อเหล็กให้เห็นได้ง่าย ชัดเจน เรียงกันไปตามลําดับดังนี้
(1) ชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทํา หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน และชื่อผู้ได้รับอนุญาต (2) ชื่อขนาด
(3) ชั้นคุณภาพ
(4) สัญลักษณ์กรรมวิธีการทําเหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ที่เป็นวัตถุดิบในการทํา
เหล็กเส้นกลม ดังนี้
(กรรมวิธีแบบโอเพนฮาร์ท ใช้ OH
กรรมวิธีแบบเบสิกออกซิเจน ใช้ BO
กรรมวิธีแบบอิเล็กทริกอาร์กเฟอร์เนซ ใช้ EF
กรรมวิธีแบบอินดักชั่นเฟอร์เนซ ใช้ IF
สําหรับกรรมวิธีอื่น ๆ ให้ระบุตามที่ตกลงในเอกสารของผู้ทําโดยมีลายลักษณ์อักษรที่ ชัดเจนเป็นกรณีไป)
ทั้งนี้หากชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทํา เป็นชื่อเดียวกับชื่อผู้ได้รับอนุญาต ให้แสดงเพียงชื่อเดียว” - ให้ยกเลิก…..
-2- - ให้ยกเลิกความในข้อ 7.1.2 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“7.1.2 ระยะห่างระหว่างชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทําหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนกับชื่อผู้ได้รับ ใบอนุญาต ชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตกับชื่อขนาด ชื่อขนาดกับชั้นคุณภาพ และชั้นคุณภาพกับ สัญลักษณ์กรรมวิธีการทํา ต้องไม่น้อยกว่า 50 mm - ให้ยกเลิกความในข้อ 7.2 (6) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
}}
“(6) ชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทําหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน สัญลักษณ์กรรมวิธีการทํา และชื่อ
ผู้ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้หากชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทํา เป็นชื่อเดียวกับชื่อผู้ได้รับอนุญาต ให้แสดงเพียงชื่อเดียว” - ให้เพิ่มภาคผนวก ก. ดังต่อไปนี้
“ภาคผนวก ก.
—
รายละเอียดเกณฑ์กําหนดของเหล็กกล้าเจือ
(ข้อ 5.5)
เหล็กกล้าเจือ (alloy steel) คือ เหล็กกล้าที่มีธาตุเจือตั้งแต่หนึ่งธาตุขึ้นไปตามอัตราส่วนโดยมวล
ดังต่อไปนี้
อะลูมิเนียม (Al)
โมลิบดีนัม (Mo)
โบรอน (B)
นิกเกิล (Ni)
โครเมียม (Cr)
ไนโอเบียม (Nb)
ะ
ע
ตั้งแต่ร้อยละ 0.3
ขึ้นไป
ตั้งแต่ร้อยละ 0.08
ขึ้นไป
ตั้งแต่ร้อยละ 0.000 8
ขึ้นไป
ตั้งแต่ร้อยละ 0.3
ขึ้นไป
ະ
ตั้งแต่ร้อยละ 0.3
ขึ้นไป
ตั้งแต่ร้อยละ 0.06
ขึ้นไป
โคบอลต์ (Co)
ตั้งแต่ร้อยละ 0.3
ขึ้นไป
ซิลิคอน (Si)
ทองแดง (Cu)
ตั้งแต่ร้อยละ 0.6
ขึ้นไป
ตั้งแต่ร้อยละ 0.4
ขึ้นไป
ไทเทเนียม (Ti)
ตั้งแต่ร้อยละ 0.05
ขึนไป
ตะกั่ว (Pb)
ตั้งแต่ร้อยละ 0.4
ขึ้นไป
ทังสเตน (วุลแฟรม) (W)
ตั้งแต่ร้อยละ 0.3
ขึ้นไป
แมงกานีส (Mn)
ตั้งแต่ร้อยละ 1.65
ขึ้นไป
วาเนเดียม (V)
ตั้งแต่ร้อยละ 0.1
ขืนไป
เซอร์โคเนียม (Zr)
ตั้งแต่ร้อยละ 0.05
ขึ้นไป
(ธาตุอื่น ๆ แต่ละธาตุตั้งแต่ร้อยละ 0.1 ขึ้นไป (ยกเว้นกํามะถัน ฟอสฟอรัส คาร์บอน และไนโตรเจน))”
-3-
ทั้งนี้ ให้มีผล…
ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกําหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 20-2559 ใช้บังคับเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559
อรรชกา สีบุญเรือง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม 133 ตอนพิเศษ 119 ง วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2559
-4-
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
THAI INDUSTRIAL STANDARD
มอก. 20 – 2543
เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม
:
STEEL BARS FOR REINFORCED CONCRETE: ROUND BARS
สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
กระทรวงอุตสาหกรรม
ICS 77.140.60
ISBN 974-608-471-2
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม
มอก. 20 – 2543
สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
กระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 2023300
6
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 118 ตอนที่ 684 วันที่ 23 สิงหาคม พุทธศักราช 2544
ประธานกรรมการ
รศ.สุธรรม สุริยะมงคล
ศ.ปณิธาน ลักคณะประสิทธิ์
กรรมการ
นายเมธี หงษ์น้อย
นายจิโรจน์ สุภาพพงศ์
นายเจริญ เฉยพ่วง
นายชัยวัฒน์ ญาณภิรัต
นางประพิศ ประคุณหังสิต นายประพนธ์ วงศ์วิเชียร
นายวิรัช จันทรา
นายวิศิษฐ์ วงศ์มาศา
นายเอนก ศิริพานิชกร
นายโชติชัย เชาว์นิธิ
นายไพฑูรย์ จิรานันตรัตน์ นายสมนึก ชัยวรานุรักษ์ นายนันทวัฒชัย วงษ์ชนะชัย
นายอําพล โตอร่ามรัตน์
นายสันติ กิตติโฆษน์
กรรมการและเลขานุการ
นายอลงกรณ์ รัตนชัยดุษฎี
9
คณะกรรมการวิชาการคณะที่ 9 มาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต
ผู้แทนคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้แทนกรมโยธาธิการ
ผู้แทนกรมทางหลวง
ผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์บริการ
ผู้แทนกรุงเทพมหานคร
ผู้แทนสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
ผู้แทนการเคหะแห่งชาติ
ผู้แทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้แทนสมาคมอุตสาหกรรมเหล็กไทย
ผู้แทนบริษัท เหล็กสยาม จํากัด ผู้แทนบริษัท ไทยสตีลบาร์ส จํากัด ผู้แทนบริษัท โรงงานเหล็กกรุงเทพฯ จํากัด
ผู้แทนบริษัท เอ็น.ที.เอส.สตีลกรุ๊ป จํากัด (มหาชน)
ผู้แทนสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
(2)
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม นี้ ได้ประกาศใช้ตามมาตรฐานเลขที่ มอก.20-2527 ในราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษ เล่ม 101 ตอนที่ 173 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2527 ต่อมาได้พิจารณาเห็นเป็นการสมควรที่จะแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางวิชาการและอุตสาหกรรม
ในปัจจุบันจึงได้แก้ไขปรับปรุงโดยยกเลิกมาตรฐานเดิมและกําหนดมาตรฐานนี้ขึ้นใหม่
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้เป็นเล่มหนึ่งในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชุดเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ซึ่งมี
3 เล่ม คือ
มอก.20-2543
มอก.24-2536
มอก.211-2527
เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กรีดซ้ํา
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้กําหนดขึ้นโดยใช้ข้อมูลจากผู้ทําภายในประเทศและเอกสารต่อไปนี้เป็นแนวทาง
BS 4449:1997
JIS G 3112-1987
ASTM A 615/A615M-96a มอก. 244 เล่ม 4-2525
Carbon steel bars for the reinforcement of concrete
Steel Bars for Concrete Reinforcement
Deformed and Plain Billet-Steel Bars for Concrete Reinforcement การทดสอบเหล็กและเหล็กกล้า เล่ม 4 การทดสอบเหล็กกล้าโดย การดึง (ทั่วไป)
คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้พิจารณามาตรฐานนี้แล้ว เห็นสมควรเสนอรัฐมนตรีประกาศตาม
มาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511
(3)
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 2838 ( พ.ศ. 2544 ) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ. 2511
เรื่อง ยกเลิกและกําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม
มาตรฐานเลขที่ มอก.20-2527
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกประกาศยกเลิกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 847 (พ.ศ.2527) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เรื่อง ยกเลิกและกําหนดมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 และออก ประกาศกําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม มาตรฐานเลขที่ มอก. 20-2543 ขึ้นใหม่ ดังมีรายการละเอียดต่อท้ายประกาศนี้
ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกําหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต
: เหล็กเส้นกลม ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก. 20-2543 ใช้บังคับเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2544
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
(5)
มอก. 20-2543
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม
- ขอบข่าย
1.1 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้กําหนดชั้นคุณภาพ ขนาด มวลและเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนวัสดุ คุณลักษณะ ที่ต้องการ เครื่องหมายและฉลาก การชักตัวอย่างและเกณฑ์ตัดสิน และการทดสอบเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม ซึ่งต่อไปในมาตรฐานนี้จะเรียกว่า “เหล็กเส้นกลม”
1.2 เหล็กเส้นกลมต้องทําขึ้นจากเหล็กแท่งเล็ก (billet) เหล็กแท่งใหญ่ (bloom) หรือเหล็กแท่งหล่อ (ingot) โดยตรงด้วยกรรมวิธีการรีดร้อน โดยต้องไม่มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นมาก่อน และเหล็กแท่งดังกล่าว ต้องทํามาจากกรรมวิธีแบบโอเพนฮาร์ท (open hearth) เบสิกออกซิเจน (basic oxygen) หรืออิเล็กทริกอาร์ก เฟอร์เนซ (electric arc furnace)
1.3 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ครอบคลุมถึงเหล็กเส้นที่มีลักษณะหน้าตัดกลม ซึ่งมีความยาวตั้งแต่ 3.40 เมตรขึ้นไป อันอาจนําไปใช้เสริมคอนกรีตสําหรับงานก่อสร้างทั่วไปได้ แต่ไม่รวมถึงเหล็กเส้นที่มีลักษณะหน้าตัด กลม ซึ่งได้มีประกาศกําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแล้ว - บทนิยาม
ความหมายของคําที่ใช้ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ มีดังต่อไปนี้
2.1 เส้น (bar) หมายถึง เหล็กเส้นกลมหนึ่งเส้นที่มีภาคตัดขวางเป็นรูปกลม 2.2 มัด (bundle) หมายถึง เหล็กเส้นกลมจํานวนตั้งแต่สองเส้นขึ้นไปที่มัดรวมกัน
2.3 ขด (Coil) หมายถึง เหล็กเส้นกลมที่ม้วนเป็นขด
2.4 ขนาดระบุ (nominal size) หมายถึง เส้นผ่านศูนย์กลางระบุและพื้นที่ภาคตัดขวางระบุที่กําหนดไว้ในตาราง
ที่ 1
2.5 มวลระบุ (nominal mass) หมายถึง มวลต่อความยาว 1 เมตร ของเหล็กเส้นกลมที่มีขนาดเท่ากับขนาดระบุดัง
กําหนดไว้ในตารางที่ 1
2.6 มวลต่อเมตร หมายถึง มวลจริงต่อความยาว 1 เมตร ของเหล็กเส้นกลม - ชั้นคุณภาพ
3.1 เหล็กเส้นกลมที่กําหนดในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ มีชั้นคุณภาพเดียว ใช้สัญลักษณ์ SR 24
-1-
มอก. 20-2543 - ขนาด มวล และเกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
4.1 ชื่อขนาด ขนาดระบุ และมวลระบุของเหล็กเส้นกลม ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
ตารางที่ 1 ชื่อขนาด ขนาดระบุ และมวลระบุของเหล็กเส้นกลม
(ข้อ 2.4 ข้อ 2.5 และข้อ 4.1)
ชื่อขนาด
ขนาดระบุ
มวลระบุ
เส้นผ่านศูนย์กลางระบุ พื้นที่ภาคตัดขวางระบุ กิโลกรัมต่อเมตร
มิลลิเมตร
ตารางมิลลิเมตร
RB 6
6
CO
28.3
0.222
RB 8
8
50.3
0.395
RB 9
9
63.6
0.499
RB 10
10
78.5
0.616
RB 12
12
113.1
0.888
RB 15
15
176.7
1.387
RB 19
19
283.5
2.226
RB 22
22
380.1
2.984
RB 25
25
490.9
3.853
RB 28
28
615.8
4.834
RB 34
34
907.9
7.127
หมายเหตุ 1. พื้นที่ภาคตัดขวางระบุ
เป็นตารางมิลลิเมตร - มวลระบุ
เป็นกิโลกรัมต่อเมตร
4.2 มวลต่อเมตรของเหล็กเส้นกลม
= 3.141 6 ( เส้นผ่านศูนย์กลางระบุ เป็นมิลลิเมตร)
=
4
2
0.007 85 (พื้นที่ภาคตัดขวางระบุ เป็นตารางมิลลิเมตร)
4.2.1 มวลต่อเมตรของเหล็กเส้นกลมแต่ละเส้นจะคลาดเคลื่อนจากค่ามวลระบุได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กําหนดใน
ตารางที่ 2 สดมภ์ที่ 3
4.2.2 มวลต่อเมตรเฉลี่ย จะคลาดเคลื่อนจากค่ามวลระบุได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กําหนดในตารางที่ 2 สดมภ์ที่ 4
การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ 9.1
-2-
ตารางที่ 2 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของมวลต่อเมตร
(ข้อ 4.2)
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อน ร้อยละ
ชื่อขนาด
มวลระบุ กิโลกรัมต่อเมตร
ต่อเส้น
RB 6
0.222
+10.0
เฉลย
+5.0
RB 8
0.395
RB 9
0.499
RB 10
0.616
RB 12
0.888
RB 15
1.387
± 6.0
- 3.5
RB 19
2.226
RB 22
2.984
RB 25
3.853
RB 28
4.834
RB 34
7.127
มอก. 20-2543
4.3 ความยาวของเหล็กเส้นกลมในแต่ละมัดต้องมีขนาดความยาวเดียวกัน โดยจะคลาดเคลื่อนจากค่าที่ผู้ทําระบุไว้ที่
ฉลากได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กําหนดในตารางที่ 3
การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ 9.2
ตารางที่ 3 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนสําหรับความยาว
(ข้อ 4.3)
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
ความยาว
ไม่เกิน 10 เมตร + 55 มิลลิเมตร
เกิน 10 เมตร
0 - 55 มิลลิเมตร และ + 5 มิลลิเมตร ทุก ๆ ความยาว 1 เมตร
ของส่วนที่ยาวเกิน 10 เมตร แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 120 มิลลิเมตร
0
-3-
มอก. 20-2543
- วัสดุ
5.1 เหล็กเส้นกลมต้องทําจากเหล็กกล้าที่มีส่วนประกอบทางเคมีเป็นไปตามตารางที่ 4 เมื่อวิเคราะห์จากผลิตภัณฑ์
การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ 9.3
ตารางที่ 4 ส่วนประกอบทางเคมีเมื่อวิเคราะห์จากผลิตภัณฑ์
ธาตุ
คาร์บอน
กํามะถัน
ฟอสฟอรัส
(ข้อ 5.1)
ปริมาณโดยนํ้าหนัก (สูงสุด)
ร้อยละ
0.280
0.058
0.058
6.1 ลักษณะทั่วไป
6.2 - คุณลักษณะที่ต้องการ
6.1.1 เหล็กเส้นกลม ต้องมีผิวเรียบเกลี้ยง (ยกเว้นบริเวณที่ทําเครื่องหมาย) และต้องไม่ปริ ไม่แตกร้าว ไม่มีสนิม
ขุมหรือตําหนิอื่นซึ่งมีผลเสียต่อการใช้งาน
6.1.2 เหล็กเส้นกลมต้องมีพื้นที่ภาคตัดขวางกลมสม่ําเสมอโดยตลอดและต้องไม่มีปีกหรือเป็นคลื่น
การทดสอบให้ทําโดยการตรวจพินิจ
สมบัติทางกล
6.2.1 สมบัติในการดึง
6.2.1.1 ความต้านแรงดึง ต้องไม่น้อยกว่า 385 เมกะพาสคัล
6.2.1.2 ความต้านแรงดึงที่จุดคราก ต้องไม่น้อยกว่า 235 เมกะพาสคัล
6.2.1.3 ความยืด ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 21
การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ 9.4
6.2.2 การดัดโค้ง
เมื่อทดสอบตามข้อ 9.5 ต้องไม่แตกหรือปริตรงส่วนโค้งด้านนอกของชิ้นทดสอบ
7.1 เครื่องหมายที่เหล็กเส้นกลม - เครื่องหมายและฉลาก
7.1.1 ที่เหล็กเส้นกลม อย่างน้อยต้องมีเลข อักษรหรือเครื่องหมาย แจ้งรายละเอียดต่อไปนี้ ประทับเป็นตัวนูนถาวร
บนเนื้อเหล็กให้เห็นได้ง่าย ชัดเจน
-4-
มอก. 20-2543
(1) ชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทําหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน (2) ชื่อขนาด
ทั้งนี้ชื่อขนาดต้องอยู่ถัดจากชื่อผู้ล่าหรือโรงงานที่ท่าหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน
7.1.2 ระยะห่างระหว่างชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทําหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน กับชื่อขนาดต้องไม่น้อยกว่า
50 มิลลิเมตร
การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ 9.6
7.2 ที่มัดหรือที่ขุดของเหล็กเส้นกลมทุกมัดหรือทุกขดต้องมีป้ายที่ไม่ฉีกขาดและไม่หลุดง่ายผูกติดอยู่ และที่ป้ายนั้น
อย่างน้อยต้องมีเลข อักษร หรือเครื่องหมายแจ้งรายละเอียดดังต่อไปนี้ ให้เห็นได้ง่าย ชัดเจน
(1) คําว่า “เหล็กเส้นกลม
(2) ชั้นคุณภาพ
(3) ชื่อขนาด
(4) ความยาวเป็นเมตร (กรณีเป็นมัด) หรือมวล เป็นกิโลกรัม (กรณีเป็นขด)
(5) หมายเลขของการหลอมแต่ละครั้ง หรือเครื่องหมายอื่นใดที่เทียบเท่า
(6) ชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทํา หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน
(7) ประเทศที่ทํา
7.3 ในกรณีที่ใช้ภาษาต่างประเทศ ต้องมีความหมายตรงกับภาษาไทยที่กําหนดไว้ข้างต้น - การชักตัวอย่าง และเกณฑ์ตัดสิน
8.1 รุ่น ในที่นี้ หมายถึง เหล็กเส้นกลมชื่อขนาดเดียวกันที่ทําหรือส่งมอบหรือซื้อขายในระยะเวลาเดียวกัน 8.2 การชักตัวอย่างและการยอมรับ ให้เป็นไปตามแผนการชักตัวอย่างที่กําหนดต่อไปนี้ หรืออาจใช้แผนการชัก
ตัวอย่างอื่นที่เทียบเท่ากันทางวิชาการกับแผนที่กําหนดไว้
8.2.1 การชักตัวอย่างและการยอมรับสําหรับการทดสอบความยาว (เฉพาะกรณีเป็นมัด)
8.2.1.1 ชักตัวอย่างโดยวิธีสุ่มจากรุ่นเดียวกันตามจํานวนที่กําหนดในตารางที่ 5 และให้ชักตัวอย่างเหล็กเส้น
กลมจากตัวอย่างแต่ละมัดที่สุ่มได้มามัดละ 1 เส้น เพื่อทดสอบความยาว
8.2.1.2 จํานวนตัวอย่างที่ไม่เป็นไปตามข้อ 4.3 ต้องไม่เกินเลขจํานวนที่ยอมรับที่กําหนดในตารางที่ 5 จึงจะถือ
ว่าเหล็กเส้นกลมรุ่นนั้นเป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด
8.2.2 การชักตัวอย่างและการยอมรับสําหรับการทดสอบลักษณะทั่วไป
8.2.2.1 ตัดปลายใดปลายหนึ่งของตัวอย่างที่ตรวจสอบตามข้อ 8.2.1 แล้ว มาเส้นละ 1 ท่อน ให้มีความยาว ท่อนละ 1.50 เมตร หรือตัดปลายใดปลายหนึ่งของเหล็กเส้นกลมที่เป็นขด ซึ่งสุ่มจากรุ่นเดียวกันตาม จํานวนที่กําหนดในตารางที่ 5 มาขดละ 1 ท่อน ให้มีความยาวท่อนละ 1.50 เมตร เพื่อทดสอบลักษณะ
ทั่วไป
8.2.2.2 จํานวนตัวอย่างที่ไม่เป็นไปตามข้อ 6.1 ต้องไม่เกินเลขจํานวนที่ยอมรับที่กําหนดในตารางที่ 5 จึงจะ
ถือว่าเหล็กเส้นกลมรุ่นนั้นเป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด
-5-
มอก. 20-2543
8.2.3 การชักตัวอย่างและการยอมรับสําหรับการทดสอบมวลต่อเมตร
8.2.3.1 นําตัวอย่างที่ตรวจสอบตามข้อ 8.2.2 แล้ว มาเพื่อทดสอบมวลต่อเมตร
8.2.3.2 จํานวนตัวอย่างที่ไม่เป็นไปตามข้อ 4.2.1 ต้องไม่เกินเลขจํานวนที่ยอมรับที่กําหนดในตารางที่ 5 และต้องเป็นไปตามข้อ 4.2.2 จึงจะถือว่าเหล็กเส้นกลมรุ่นนั้นเป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด
ตารางที่ 5 แผนการชักตัวอย่างสําหรับการทดสอบความยาว ลักษณะทั่วไป และมวลต่อเมตร (ข้อ 8.2.1 ข้อ 8.2.2 และข้อ 8.2.3)
ขนาดรุ่น ตัน
ไม่เกิน 150
มากกว่า 150 แต่ไม่เกิน 500
มากกว่า 500
ขนาดตัวอย่าง
มัด /ฃด
เลขจํานวนที่ยอมรับ
5
0
20
1
32
2
8.2.4 การชักตัวอย่างและการยอมรับสําหรับการทดสอบระยะห่างระหว่างชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทําหรือเครื่อง
หมายการค้าที่จดทะเบียน กับชื่อขนาด
8.2.4.1 ชักตัวอย่างที่ตรวจสอบตามข้อ 8.2.3 แล้ว จํานวน 5 ชิ้น เพื่อทดสอบระยะห่างระหว่างชื่อผู้ทําหรือ
โรงงานที่ทําหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน กับชื่อขนาด
8.2.4.2 ชิ้นทดสอบทุกชิ้นต้องเป็นไปตามข้อ 7.1.2 จึงจะถือว่าเหล็กเส้นกลมรุ่นนั้นเป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด 8.2.5 การชักตัวอย่างและการยอมรับสําหรับการทดสอบส่วนประกอบทางเคมีของวัสดุ และสมบัติทางกล
8.2.5.1 ซักตัวอย่างที่ตรวจสอบตามข้อ 8.2.3 แล้ว จํานวน 3 ชิ้น หากมวลของเหล็กเส้นกลมในรุ่นมากกว่า 500 ตัน ให้ชักตัวอย่างเพิ่มอีก 3 ชิ้น แต่ละชิ้นตัดเป็นชิ้นทดสอบ จํานวน 2 ชิ้น เพื่อทดสอบส่วน ประกอบทางเคมีของวัสดุ 1 ชิ้น และทดสอบสมบัติในการดึง 1 ชิ้น
8.2.5.2 ซักตัวอย่าง จากตัวอย่างที่เหลือจากการตัดตามข้อ 8.2.5.1 จํานวน 1 ชิ้น หากมวลของเหล็กเส้นกลม ในรุ่นมากกว่า 500 ตัน ให้ชักตัวอย่างเพิ่มอีก 1 ชิ้น แต่ละชิ้นตัดเป็นชิ้นทดสอบ จํานวน 1 ชิ้น เพื่อ ทดสอบการดัดโค้ง
8.2.5.3 ชิ้นทดสอบทุกชิ้นต้องเป็นไปตามข้อ 5.1 ข้อ 6.2.1 และข้อ 6.2.2 จึงจะถือว่าเหล็กเส้นกลมรุ่นนั้นเป็น ไปตามเกณฑ์ที่กําหนด ยกเว้นถ้าผลการทดสอบเป็นไปตามข้อต่อไปนี้ให้ทําการทดสอบใหม่หรือ ทดสอบช้ํา แล้วแต่กรณี
(1) หากผลการทดสอบสมบัติในการดึง ไม่เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในข้อ 6.2.1 เนื่องจากสมบัติของ ชิ้นทดสอบเปลี่ยนไปเพราะ การกลึงไม่ถูกต้อง ตําแหน่งที่ชิ้นทดสอบขาดอยู่นอกจุดพิกัด ตําแหน่งที่ชิ้นทดสอบขาดอยู่ระหว่างจุดพิกัดแต่อยู่ห่างจากจุดพิกัดที่อยู่ใกล้น้อยกว่าหนึ่งใน
สามของความยาวพิกัดเดิมก่อนทําการทดสอบ หรือเครื่องทดสอบผิดปกติ ให้ทดสอบใหม่โดย
ใช้ชิ้นทดสอบใหม่เท่าจํานวนชิ้นทดสอบที่ไม่เป็นไปตามที่กําหนดจากเหล็กเส้นกลมตัวอย่างเดียวกัน สําหรับความยืด หากเป็นไปตามข้อ 6.2.1.3 ให้ถือว่าเป็นไปตามข้อกําหนดสําหรับความยืด โดยไม่คํานึงถึงตําแหน่งที่ชิ้นทดสอบขาด
-6-
มอก. 20-2543
(2) หากผลการทดสอบสมบัติในการดึง ต่ํากว่าที่กําหนดในข้อ 6.2.1 ด้วยสาเหตุอื่นนอกจากที่ได้ กล่าวไว้ในข้อ (1) โดยมีความต้านแรงดึงต่ํากว่าที่กําหนดเกิน 14 เมกะพาสคัล หรือมีความต้าน แรงดึงที่จุดครากต่ํากว่าที่กําหนดเกิน 7 เมกะพาสคัล ให้ถือว่าสมบัติในการดึงไม่เป็นไป ตามเกณฑ์ที่กําหนด โดยไม่ต้องทดสอบซ้ํา
(3) หากผลการทดสอบสมบัติในการดึง ต่ํากว่าที่กําหนดในข้อ 6.2.1 ด้วยสาเหตุอื่นนอกจากที่ได้ กล่าวไว้ในข้อ (1) โดยมีความต้านแรงดึงต่ํากว่าที่กําหนดไม่เกิน 14 เมกะพาสคัล หรือมีความ ต้านแรงดึงที่จุดครากต่ํากว่าที่กําหนดไม่เกิน 7 เมกะพาสคัล ให้ทดสอบซ้ําโดยใช้ชิ้นทดสอบใหม่ จํานวน 2 เท่าของชิ้นทดสอบที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนดจากเหล็กเส้นกลมรุ่นเดียวกัน ผลการทดสอบต้องเป็นไปตามข้อ 6.2.1 ทุกชิ้น จึงจะถือว่าเหล็กเส้นกลมรุ่นนั้นเป็นไปตาม
เกณฑ์ที่กําหนด
(4) หากผลการทดสอบการดัดโค้งไม่เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในข้อ 6.2.2 ให้ทดสอบซ้ําโดยใช้ชิ้น ทดสอบใหม่จํานวน 2 เท่าของชิ้นทดสอบที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนดจากเหล็กเส้นกลมรุ่น เดียวกัน ผลการทดสอบต้องเป็นไปตามข้อ 6.2.2 ทุกชิ้น จึงจะถือว่าเหล็กเส้นกลมรุ่นนั้นเป็น ไปตามเกณฑ์ที่กําหนด
หมายเหตุ ในการทดสอบสมบัติในการดึง หากปรากฏการณ์การครากไม่ชัดเจนหรือไม่มี ให้ใช้ ความเค้นพิสูจน์ที่ความยึดร้อยละ 0.2 แทนค่าความต้านแรงดึงที่จุดคราก
8.3 เกณฑ์ตัดสิน
เหล็กเส้นกลมทุกมัดหรือทุกขดในรุ่นต้องเป็นไปตามข้อ 7.1.1 ข้อ 7.2 และตัวอย่างเหล็กเส้นกลมต้องเป็นไป ตามข้อ 8.2.1.2 ข้อ 8.2.2.2 ข้อ 8.2.3.2 ข้อ 8.2.4.2 และข้อ 8.2.5.3 ทุกข้อ จึงจะถือว่าเหล็กเส้นกลมรุ่นนั้น เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้
พ - การทดสอบ
9.1 มวลต่อเมตร
9.1.1 เครื่องมือ
9.1.1.1 เครื่องชั่งที่ชั่งได้ละเอียดถึง 1 กรัม
9.1.1.2 เครื่องวัดความยาวที่วัดได้ละเอียดถึง 1 มิลลิเมตร
9.1.2 วิธีทดสอบ
วัดและชั่งชิ้นตัวอย่างแต่ละชิ้นให้ละเอียดถึง 1 มิลลิเมตร และ 1 กรัม ตามลําดับ แล้วหามวลต่อเมตรของ ชิ้นตัวอย่างแต่ละชิ้น และหาค่าเฉลี่ย
9.1.3 การรายงานผล
รายงานค่ามวลต่อเมตรของชิ้นตัวอย่างแต่ละชิ้น และค่าเฉลี่ย ให้ละเอียดถึงทศนิยม 4 ตําแหน่ง
9.2 ความยาว
ใช้สายวัดโลหะที่วัดได้ละเอียดถึง 1 มิลลิเมตร และยาวพอที่จะวัดความยาวของเหล็กเส้นกลมหนึ่งเส้นได้โดย ตลอดในครั้งเดียว วัดความยาวของตัวอย่าง
-7-
มอก. 20-2543
9.3 ส่วนประกอบทางเคมี
ให้ใช้วิธีวิเคราะห์ทางเคมีโดยทั่วไปหรือวิธีอื่นใดที่ให้ผลเทียบเท่า แล้วรายงานผลชิ้นทดสอบแต่ละชิ้น
9.4 สมบัติในการดึง
9.4.1 เครื่องมือ
เครื่องทดสอบแรงดึง ที่สามารถจ่ายแรงได้อย่างสม่ําเสมอและต่อเนื่องโดยตลอดในอัตราความเร็วที่กําหนด 9.4.2 การเตรียมชิ้นทดสอบ
9.4.2.1 ชิ้นทดสอบต้องเป็นไปตามสภาพเดิมของเหล็กเส้นกลมโดยไม่ผ่านกรรมวิธีทางความร้อน (heat treatment) แต่อย่างใด ถ้าจําเป็นต้องดัดชิ้นทดสอบที่บิดโค้งงอให้ตรง ให้ดัดเย็นตามปกติ แต่ถ้ามีการ บิดโค้งจนมากเกินไปให้คัดทิ้ง
9.4.2.2 เหล็กเส้นกลมชื่อขนาดตั้งแต่ RB 15 ลงมา ให้ทดสอบโดยไม่ต้องกลึงชิ้นทดสอบให้เล็กลง เหล็กเส้นกลมชื่อขนาดตั้งแต่ RB 19 ขึ้นไป อาจกลึงลดขนาดลงให้พอเหมาะที่จะใช้กับเครื่องทดสอบ แรงดึงก็ได้ แต่เส้นผ่านศูนย์กลางต้องไม่น้อยกว่า 1.5 มิลลิเมตร ในกรณีที่กลึงลดขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลาง ความยาวของส่วนที่กลึงต้องไม่น้อยกว่า 5.5 เท่าของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของส่วนที่กลึง 9.4.2.3 จับยึดชิ้นทดสอบที่มีความยาวพิกัดและระยะห่างระหว่างหัวจับกับจุดพิกัด ตามรูปที่ 1
G
S2
เมื่อ
เมอ
G คือ ความยาวพิกัด เท่ากับ 5 D
S1 และ S2
คือ ระยะห่างระหว่างหัวจับกับจุดพิกัด ไม่น้อยกว่า 0.25 D
D คือ เส้นผ่านศูนย์กลางระบุในกรณีที่ไม่กลึงชิ้นทดสอบ หรือเส้นผ่านศูนย์กลางของ
ส่วนที่กลึงในกรณีที่กลึงชิ้นทดสอบ แล้วแต่กรณี
หมายเหตุ การทําเครื่องหมายความยาวพิกัด ให้มีเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ + 1
รูปที่ 1 การจับยึดชิ้นทดสอบ
(ข้อ 9.4.2.3)
1
-8-
มอก. 20-2543
9.4.3 วิธีทดสอบ
9.4.4
ให้ปฏิบัติตามมอก. 244 เล่ม 4
วิธีคํานวณ
9.4.4.1 ความต้านแรงดึง
(1) ในกรณีที่ไม่กลึงชิ้นทดสอบ
ความต้านแรงดึง
เป็นเมกะพาสคัล
(2) ในกรณีที่กลึงชิ้นทดสอบ
ความต้านแรงดึง
แรงดึงสูงสุดเป็นนิวตัน พื้นที่ภาคตัดขวางระบุ เป็นตารางมิลลิเมตร
= k x
เป็นเมกะพาสคัล
เมื่อ k
=
แรงดึงสูงสุดเป็นนิวตัน
พื้นที่ภาคตัดขวางที่คํานวณได้ เป็นตารางมิลลิเมตร
มวลต่อเมตรจริงของชิ้นทดสอบ เป็นกิโลกรัมต่อเมตร
มวลระบุของชิ้นทดสอบ เป็นกิโลกรัมต่อเมตร
พื้นที่ภาคตัดขวางที่คํานวณได้
เป็นตารางมิลลิเมตร
9.4.4.2 ความต้านแรงดึงที่จุดคราก
(1) ในกรณีที่ไม่กลึงชิ้นทดสอบ
ความต้านแรงดึงที่จุดคราก
เป็นเมกะพาสคัล
3.141 6 (เส้นผ่านศูนย์กลางของส่วนที่กลึง เป็นมิลลิเมตร)
4
แรงดึงที่จุดคราก เป็นนิวตัน พื้นที่ภาคตัดขวางระบุ เป็นตารางมิลลิเมตร
แรงดึงที่จุดคราก เป็นนิวตัน
(2) ในกรณีที่กลึงชิ้นทดสอบ
ความต้านแรงดึงที่จุดคราก
= k x
เป็นเมกะพาสคัล
พื้นที่ภาคตัดขวางที่คํานวณได้ เป็นตารางมิลลิเมตร
ในกรณีที่ไม่กลึงชิ้นทดสอบและกลึงชิ้นทดสอบ
9.4.4.3 ความยืด
ความยืด
เป็นร้อยละ
ความยาวระหว่างจุดพิกัดที่เพิ่มขึ้น เป็นมิลลิเมตร
ความยาวพิกัดเดิมเป็นมิลลิเมตร
x 100
9.4.5
การรายงานผล
9.4.5.1 ในรายงานผลการทดสอบ อย่างน้อยต้องแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้
(1) ชนิด หมายเลขลําดับ และความละเอียดของเครื่องทดสอบ
(2) อุณหภูมิขณะทดสอบ
(3) ความยาวและมวลของชิ้นทดสอบแต่ละชิ้นก่อนกลึง
(4) ชื่อขนาด ขนาดระบุ และชื่อผู้ทํา หรือโรงงานที่ทํา หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน (5) ในกรณีที่ต้องกลึงชิ้นทดสอบ ให้รายงานพื้นที่ภาคตัดขวางที่คํานวณได้ และค่า k (6) ความยาวพิกัด และระยะห่างระหว่างหัวจับกับจุดพิกัดทั้ง 2 ข้าง
-9-
มอก. 20-2543
(7) ความเร็วในการดึงชิ้นทดสอบ
(8) แรงดึงที่จุดครากและแรงดึงสูงสุด
(9) ความยาวระหว่างจุดพิกัดเมื่อนําชิ้นทดสอบที่ขาดแล้วมาต่อกันตามรอยที่ขาด
9.4.5.2 ค่าความต้านแรงดึง ความต้านแรงดึงที่จุดคราก และความยืดของชิ้นทดสอบแต่ละชิ้น ให้รายงาน
9.5 การดัดโค้ง
ละเอียดถึงทศนิยม 1 ตําแหน่ง
9.5.1 เครื่องมือ
9.5.1.1 เครื่องทดสอบการดัดโค้ง ที่สามารถจ่ายแรงได้อย่างสม่ําเสมอและต่อเนื่องกันโดยตลอดจนเสร็จ
การทดสอบ
9.5.1.2 หัวกดรูปตัว U ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของหัวกดเท่ากับ 3 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางระบุของ ชิ้นทดสอบ และบ่าทั้งสองข้างของฐานรองรับต้องสามารถทําให้ชิ้นทดสอบโค้งเป็นรูปตัว U ได้โดย อิสระ โดยหัวกดและฐานรองรับควรทําเป็นร่องโค้งให้พอดีที่จะทําให้ชิ้นทดสอบโค้งงอสัมผัสกับหัวกด
โดยรอบและปลายทั้งสองข้างโค้งกลับมาขนานกันเมื่อกดชิ้นทดสอบ
9.5.2 การเตรียมชิ้นทดสอบ
9.5.2.1 ชิ้นทดสอบต้องเป็นไปตามสภาพเดิมของเหล็กเส้นกลมโดยไม่ผ่านกรรมวิธีทางความร้อนแต่
อย่างใด
9.5.2.2 ชิ้นทดสอบต้องมีความยาวเพียงพอที่เมื่อกดด้วยเครื่องทดสอบแล้ว ปลายทั้งสองข้างของรูปตัว U
ต้องโผล่พ้นบ่าของฐานที่รองรับ
9.5.3 วิธีทดสอบ
กดชิ้นทดสอบด้วยหัวกดที่กึ่งกลางชิ้นทดสอบ โดยใช้ความเร็วสม่ําเสมอและต่อเนื่องกันตลอดเวลาที่ทดสอบ จนได้มุมดัดโค้ง 180 องศา แล้วตรวจพินิจ
9.5.4 การรายงานผล
ให้รายงานว่าชิ้นทดสอบแต่ละชิ้นแตกหรือปริตรงส่วนโค้งด้านนอกหรือไม่
9.6 ระยะห่างระหว่างชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทําหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน กับชื่อขนาด
9.6.1 เครื่องมือ
เครื่องวัดที่วัดได้ละเอียดถึง 0.1 มิลลิเมตร
9.6.2 วิธีทดสอบ
วัดความกว้างของช่องว่างระหว่าง ชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทําหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน กับชื่อขนาด
9.6.3 การรายงานผล
รายงานค่าความกว้างของช่องว่างที่วัดได้ของชิ้นตัวอย่างทั้ง 5 ชิ้น ให้ละเอียดถึงทศนิยม 1 ตําแหน่ง เป็นค่า ระยะห่างระหว่างชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทําหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน กับชื่อขนาด
-10-
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 4803 ( พ.ศ.2559 ) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ.2511
เรื่อง แก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย (แก้ไขครั้งที่ 1)
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้อ
อ้อย มาตรฐานเลขที่ มอก. 24-2548
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2558 รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมออกประกาศแก้ไขเพิ่มเติมมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย มาตรฐานเลขที่ มอก. 24-2548 ท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 3334 (พ.ศ.2548) ลงวันที่ 26 เมษายน พ.ศ.2548 ดังต่อไปนี้ - ให้แก้หมายเลขมาตรฐานเลขที่ “มอก. 24-2548” เป็น “มอก. 24-2559”
- ให้ยกเลิกข้อ 1.2
- ให้ยกเลิกความในข้อ 5. และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
*5. วัสดุ การทํา และส่วนประกอบทางเคมี
5.1 เหล็กข้ออ้อยต้องทําขึ้นจากเหล็กแท่งเล็ก (billet) หรือเหล็กแท่งใหญ่ (bloom) เท่านั้น
ด้วยกรรมวิธีการรีดร้อน โดยต้องไม่มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นมาก่อน
5.2 การทําเหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ที่ใช้ทําเหล็กข้ออ้อย ต้องมีขั้นตอนกรรมวิธีการ
ทําและการควบคุมเป็นส่วนประกอบหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) มีระบบการคัดแยก ตรวจสอบประเมินคุณภาพเศษเหล็ก (scrap)
โดยมีการ
ตรวจสอบควบคุมปริมาณของธาตุฟอสฟอรัสและกํามะถันที่เจือปนอย่างเข้มงวด
(2) มีการตรวจสอบคุณภาพส่วนประกอบทางเคมีของน้ําเหล็กในทุกขั้นตอนของ
กระบวนการทําเหล็กกล้า (steel making) โดยใช้เครื่องมือตรวจสอบที่มีมาตรฐาน (3) มีกระบวนการทําให้น้ําเหล็กบริสุทธิ์ (refining process) อย่างเหมาะสม เช่น มีเตา ปรุง (ladle furnace) หรือการลดฟอสฟอรัส และการลดกํามะถัน รวมทั้งปรับแต่ง ค่าส่วนประกอบทางเคมี ขจัดสารฝังใน (inclusion) ได้อย่างเหมาะสม
-1-
(4) การหล่อเหล็ก…
(4) การหล่อเหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ต้องเป็นการหล่อแบบต่อเนื่อง (continuous casting) ที่มีอัตราการหล่ออย่างน้อย 10 000 kg/hr และมีการ ควบคุมอัตราการเย็นตัว (cooling Rate) ที่เหมาะสม มีขนาดของเตาหลอม ไม่ต่ํากว่า 5 000 kg ต่อ 1 เตา และมีความถี่ในการทดสอบส่วนประกอบทางเคมีที่
เหมาะสม
5.3 โรงงานที่ทําเหล็กแท่งเล็ก เหล็กแท่งใหญ่ และเหล็กข้ออ้อย ต้องมีมาตรฐานการจัดการ
ระบบสิ่งแวดล้อมที่ดี
5.4 เหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ที่ใช้ทําเหล็กข้ออ้อย อย่างน้อยต้องมีการตรวจสอบใน
รายการขนาด ลักษณะทั่วไป และส่วนประกอบทางเคมีที่เหมาะสม
5.5 เหล็กข้ออ้อยต้องเป็นเหล็กกล้าไม่เจือ (รายละเอียดเกณฑ์กําหนดของเหล็กกล้าเจือ ให้ เป็นไปตามภาคผนวก ก.) โดยเมื่อวิเคราะห์จากเบ้า ให้เป็นไปตามตารางที่ 5 และเมื่อ วิเคราะห์จากผลิตภัณฑ์ยอมให้มีค่าสูงกว่าค่าสูงสุดของตารางที่ 5 ตามเกณฑ์ที่กําหนดใน
ตารางที่ 6 การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ 9.4
ตารางที่ 5 ส่วนประกอบทางเคมีเมื่อวิเคราะห์จากเบ้า
(ข้อ 3.1 และข้อ 5.5)
ส่วนประกอบทางเคมี ปริมาณโดยมวล (สูงสุด)
ชั้นคุณภาพ
%
คาร์บอน
แมงกานีส ฟอสฟอรัส กํามะถัน
คาร์บอน+แมงกานีส/6
SD 30
0.27
0.050
0.050
0.50
SD 40
1.80
0.050
0.050
0.55
SD 50
1.80
0.050
0.050
0.60
ตารางที่ 6 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของส่วนประกอบทางเคมีเมื่อวิเคราะห์จากผลิตภัณฑ์
ส่วนประกอบทางเคมี
(ข้อ 5.5)
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
ปริมาณโดยมวล
%
คาร์บอน
- 0.03
แมงกานีส - 0.05
กํามะถัน - 0.010
ฟอสฟอรัส - 0.010
- ให้ยกเลิกความในข้อ 7.1 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“7.1 เครื่องหมายที่เหล็กข้ออ้อย
ที่เหล็กข้ออ้อยทุกเส้น อย่างน้อยต้องมีเลข อักษรหรือเครื่องหมาย แจ้งรายละเอียดต่อไปนี้ ประทับเป็นตัวนูนถาวรบนเนื้อเหล็กให้เห็นได้ง่าย ชัดเจน เรียงกันไปตามลําดับดังนี้
-2-
/(1) ชื่อผู้ทํา….
(1) ชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทํา หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน และชื่อผู้ได้รับอนุญาต (2) ชื่อขนาด
(3) ชั้นคุณภาพ
(4) สัญลักษณ์ “T” (เฉพาะเหล็กข้ออ้อยที่ผ่านกรรมวิธีทางความร้อน (heat treatment)
ในระหว่างการผลิต)
(5) สัญลักษณ์กรรมวิธีการทําเหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ที่เป็นวัตถุดิบในการทําเหล็ก
ข้ออ้อย ดังนี้
(กรรมวิธีแบบโอเพนฮาร์ท ใช้ OH
กรรมวิธีแบบเบสิกออกซิเจน ใช้ BO กรรมวิธีแบบอิเล็กทริกอาร์กเฟอร์เนซ ใช้ EF กรรมวิธีแบบอินดักชั่นเฟอร์เนซ ใช้ IF
สําหรับกรรมวิธีอื่น ๆ ให้ระบุตามที่ตกลงในเอกสารของผู้ทําโดยมีลายลักษณ์อักษรที่ ชัดเจนเป็นกรณีไป)
ทั้งนี้หากชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทํา เป็นชื่อเดียวกับชื่อผู้ได้รับอนุญาต ให้แสดงเพียงชื่อเดียว” 5. ให้ยกเลิกความในข้อ 7.2 (7) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(7) ชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทํา หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน และชื่อผู้ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้หากชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทํา เป็นชื่อเดียวกับชื่อผู้ได้รับอนุญาต ให้แสดงเพียงชื่อเดียว” - ให้เพิ่มภาคผนวก ก. ดังต่อไปนี้
“ภาคผนวก ก.
รายละเอียดเกณฑ์กําหนดของเหล็กกล้าเจือ
(ข้อ 5.5)
เหล็กกล้าเจือ (alloy steel) คือ เหล็กกล้าที่มีธาตุเจือตั้งแต่หนึ่งธาตุขึ้นไปตามอัตราส่วนโดยมวล
ดังต่อไปนี้
- อะลูมิเนียม (Al)
ตั้งแต่ร้อยละ 0.3
ขึ้นไป - โมลิบดีนัม (Mo)
ตั้งแต่ร้อยละ 0.08
ขึ้นไป - โบรอน (B)
- นิกเกิล (Ni)
- โครเมียม (Cr)
ตั้งแต่ร้อยละ 0.000 8
ขึ้นไป
עו
ตั้งแต่ร้อยละ 0.3
ขึ้นไป
ตั้งแต่ร้อยละ 0.3
ขึ้นไป - ไนโอเบียม (Nb)
ตั้งแต่ร้อยละ 0.06
ขึ้นไป - โคบอลต์ (Co)
ตั้งแต่ร้อยละ 0.3
ขึ้นไป - ซิลิคอน (Si)
- ทองแดง (Cu)
- ไทเทเนียม (Ti)
ตั้งแต่ร้อยละ 0.6
ขึ้นไป
ตั้งแต่ร้อยละ 0.4
ขึ้นไป
ตั้งแต่ร้อยละ 0.05
ขึ้นไป - ตะกั่ว (Pb)
ตั้งแต่ร้อยละ 0.4
ขึ้นไป - ทังสเตน (วุลแฟรม) (W)
ตั้งแต่ร้อยละ 0.3
ขึ้นไป
/- แมงกานีส…
-3- - แมงกานีส (Mn)
- วาเนเดียม (V)
- เซอร์โคเนียม (Zr)
เน
ตั้งแต่ร้อยละ 1.65
ขึ้นไป
ตั้งแต่ร้อยละ 0.1 ขึ้นไป ตั้งแต่ร้อยละ 0.05
ขึ้นไป
(ธาตุอื่น ๆ แต่ละธาตุตั้งแต่ร้อยละ 0.1 ขึ้นไป (ยกเว้นกํามะถัน ฟอสฟอรัส คาร์บอน และไนโตรเจน))” ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกําหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 24-2559 ใช้บังคับเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559
อรรชกา สีบุญเรือง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม 133 ตอนพิเศษ 119 ง วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2559
-4-
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
THAI INDUSTRIAL STANDARD
มอก. 24 – 2548
เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย
STEEL BARS FOR REINFORCED CONCRETE: DEFORMED BARS
สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
กระทรวงอุตสาหกรรม
ICS 77.140.15
ISBN 974-9902-76-9
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย
มอก. 24 – 2548
สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 0 2202 3300
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม 122 ตอนที่
วันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2548
ประธานกรรมการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์เอนก ศิริพานิชกร
กรรมการ
คณะกรรมการวิชาการคณะที่ 9 9
มาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีรพงศ์ เสนจันทร์ฒิไชย
นายชวกิจ หิรัญญาภิรมย์
นางสาววนิดา ชุลิกาวิทย์
ผู้แทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ผู้แทนคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง
ผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์บริการ
ผู้แทนกรมทางหลวง
นายพิชิต จํานงพิพัฒน์กุล
นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ นายบุญตวง สารศักดิ์
นายวิชัย เรืองรุ่ง
ผู้แทนกรุงเทพมหานคร
นายวิรัช จันทรา
นายกมล ภูมินันท์
นายสุรศักดิ์ กิตติวิบูลย์
นายโชติชัย เชาว์นิธิ
นายนัคพัฒน์ ยิ้มเศรษฐี
นายทวีศักดิ์ เสรีรักษ์
นายธีรยุทธ เลิศศิริรังสรรค์
นายสมนึก ชัยวรานุรักษ์ นายนันทวัฒชัย วงษ์ชนะชัย
นายอําพล โตอร่ามรัตน์
นายวิสูตร อนุพันธุเมธา
นายไพบูลย์ พันธุ์โภคา
กรรมการและเลขานุการ
นายอลงกรณ์ รัตนชัยดุษฎี
ผู้แทนสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
ผู้แทนการเคหะแห่งชาติ
ผู้แทนสมาคมอุตสาหกรรมเหล็กไทย
ผู้แทนบริษัท เหล็กสยาม จํากัด
ผู้แทนบริษัท ไทยสตีลบาร์ส จํากัด ผู้แทนบริษัท โรงงานเหล็กกรุงเทพฯ จํากัด
ผู้แทนบริษัท เอ็น.ที.เอส.สตีลกรุ๊ป จํากัด (มหาชน)
ผู้แทนสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
(2)
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย นี้ ได้ประกาศใช้ครั้งแรกเป็นมาตรฐาน เลขที่ มอก.24-2516 ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 90 ตอนที่ 18 วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2516 และได้มี การแก้ไขปรับปรุงเป็นมาตรฐานเลขที่ มอก.24-2524 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษ เล่ม 98 ตอนที่ 54 วันที่ 8 เมษายน พุทธศักราช 2524 และได้แก้ไขปรับปรุงอีกครั้งโดยการยกเลิกและกําหนดใหม่เป็นมาตรฐานเลขที่ มอก.24-2527 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษ เล่ม 101 ตอนที่ 173 วันที่ 23 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2527 และได้มีการยกเลิกและกําหนดใหม่เป็นมาตรฐานเลขที่ มอก.24-2536 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับ พิเศษ เล่ม 110 ตอนที่ 226 วันที่ 29 ธันวาคม พุทธศักราช 2536 ต่อมาได้พิจารณาเห็นเป็นการสมควรที่จะแก้ไข ปรับปรุงโดยการเพิ่มขนาดของเหล็กข้ออ้อยเพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางวิชาการและอุตสาหกรรมในปัจจุบัน
จึงได้แก้ไขปรับปรุงยกเลิกมาตรฐานเดิมและกําหนดมาตรฐานนี้ขึ้นใหม่ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้เป็นเล่มหนึ่งในชุดมาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ซึ่งมี 2 เล่ม คือ
มอก.20-2543
มอก.24-2548
เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม
เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้กําหนดขึ้นโดยใช้ข้อมูลจากผู้ทําภายในประเทศและเอกสารต่อไปนี้เป็นแนวทาง
BS 4449 : 1997
Carbon steel bars for the reinforcement of concrete
JIS G 3112-1987
Steel bars for concrete reinforcement
ASTM A615/A615M-03a Deformed and Plain Billet-Steel Bars for Concrete Reinforcement
Steel for the reinforcement of concrete-Part 2: Ribbed bars
ISO 6935-2 : 1991
คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้พิจารณามาตรฐานนี้แล้ว เห็นสมควรเสนอรัฐมนตรีประกาศตาม
มาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511
(3)
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 3334 ( พ.ศ. 2548 ) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ. 2511
เรื่อง ยกเลิกและกําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย
มาตรฐานเลขที่ มอก. 24-2536
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกประกาศยกเลิกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 1947 (พ.ศ.2536) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เรื่อง ยกเลิกและกําหนดมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย ลงวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2536 และออกประกาศ กําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย มาตรฐานเลขที่ มอก. 24-2548 ขึ้นใหม่ ดังมีรายการละเอียดต่อท้ายประกาศนี้
ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกําหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต
: เหล็กข้ออ้อย ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก. 24-2548 ใช้บังคับเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2548
วัฒนา เมืองสุข
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
(5)
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย
มอก. 24-2548
- ขอบข่าย
1.1 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ครอบคลุมถึงเหล็กข้ออ้อยที่มีความยาวตั้งแต่ 3.40 เมตรขึ้นไป อันอาจ นําไปใช้เสริมคอนกรีตสําหรับงานก่อสร้างทั่วไปได้ ซึ่งต่อไปในมาตรฐานนี้จะเรียกว่า “เหล็กข้ออ้อย”
1.2 เหล็กข้ออ้อย ต้องทําขึ้นจากเหล็กแท่งเล็ก (billet) เหล็กแท่งใหญ่ (bloom) หรือเหล็กแท่งหล่อ (ingot) โดยตรง ด้วยกรรมวิธีการรีดร้อน โดยต้องไม่มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นมาก่อนและเหล็กแท่ง ดังกล่าวต้องทํามาจากกรรมวิธีโอเพนฮาร์ท (open hearth process) เบสิกออกซิเจน (basic oxygen process) หรืออิเล็กทริกอาร์กเฟอร์เนซ (electric arc furnace process) - บทนิยาม
ความหมายของคําที่ใช้ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ มีดังต่อไปนี้
2.1 เหล็กข้ออ้อย หมายถึง เหล็กเส้นกลมที่มีบั้ง (transverse rib) และอาจมีครีบ (longitudinal rib) หรือช่องว่าง
(gap) ที่ผิว เพื่อเสริมกําลังยึดระหว่างเหล็กเส้นกับเนื้อคอนกรีต
2.2
เส้น หมายถึง เหล็กข้ออ้อยหนึ่งเส้นที่มีลักษณะเหยียดตรงหรือพับงอ
2.3 มัด หมายถึง เหล็กข้ออ้อยจํานวนตั้งแต่สองเส้นขึ้นไปที่มัดรวมกัน
2.4
ขด (Coil) หมายถึง เหล็กข้ออ้อยหนึ่งเส้นที่ม้วนเป็นขด
2.5 ขนาดระบุ (nominal size) หมายถึง เส้นผ่านศูนย์กลางระบุและพื้นที่ภาคตัดขวางระบุที่กําหนดไว้ในตารางที่ 1 2.6 เส้นผ่านศูนย์กลางระบุ หมายถึง เส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมที่มีพื้นที่เท่ากับพื้นที่ภาคตัดขวางระบุของ
เหล็กข้ออ้อย
2.7 มวลระบุ (nominal mass) หมายถึง มวลต่อความยาว 1 เมตร ของเหล็กข้ออ้อยที่มีขนาดเท่ากับขนาดระบุ
ดังกําหนดไว้ในตารางที่ 1
2.8 มวลต่อเมตร หมายถึง มวลจริงต่อความยาว 1 เมตร ของเหล็กข้ออ้อย
2.9
ทั้ง หมายถึง สันนูนบนเหล็กข้ออ้อยที่ทํามุมกับแนวแกนของเหล็กข้ออ้อย (ดูรูปที่ 1) 2.10 ครีบ หมายถึง สันนูนบนเหล็กข้ออ้อยตามความยาวของเหล็กข้ออ้อย (ดูรูปที่ 1) 2.11 ช่องว่าง หมายถึง ช่องระหว่างปลายสุดของบั้งที่อยู่ตรงข้ามกัน (ดูรูปที่ 1)
-1-
มอก. 24-2548 - ชั้นคุณภาพ
3.1 เหล็กข้ออ้อยแบ่งตามส่วนประกอบทางเคมีและสมบัติทางกลออกเป็น 3 ชั้นคุณภาพ ตามตารางที่ 5 และ
ตารางที่ 7 ได้แก่
(1) ชั้นคุณภาพ SD 30
(2) ชั้นคุณภาพ SD 40
ะ
(3) ชันคุณภาพ SD 50 - ขนาด มวล และเกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
4.1 ชื่อขนาด ขนาดระบุ และมวลระบุของเหล็กข้ออ้อย ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
ตารางที่ 1 ชื่อขนาด ขนาดระบุ และมวลระบุของเหล็กข้ออ้อย
(ข้อ 2.5 ข้อ 2.7 และข้อ 4.1)
ชื่อขนาด
ขนาดระบุ
เส้นผ่านศูนย์กลางระบุ (4) พื้นที่ภาคตัดขวางระบุ (SN)
มวลระบุ (WN)
kg/m
2
mm
mm
DB 6
6
28.3
0.222
DB 8
8
50.3
0.395
DB 10
10
78.5
0.616
DB 12
12
113.1
0.888
DB 16
16
201.1
1.578
DB 20
20
314.2
2.466
DB 22
22
380.1
2.984
DB 25
25
490.9
3.853
DB 28
28
615.8
4.834
DB 32
32
804.2
6.313
DB 36
36
1 017.9
7.990
DB 40
40
1 256.6
9.865
2
3.141 6 dx
หมายเหตุ 1. Sy - WN
=
4 0.007 85 SN
-2-
มอก. 24-2548
4.2 มวลต่อเมตรของเหล็กข้ออ้อย
4.2.1
มวลต่อเมตรของเหล็กข้ออ้อยแต่ละเส้นหรือขดจะคลาดเคลื่อนจากค่ามวลระบุได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กําหนด
ในตารางที่ 2 สดมภ์ที่ 3
4.2.2 มวลต่อเมตรเฉลี่ยของเหล็กข้ออ้อย 1 ชุดตัวอย่างจะคลาดเคลื่อนจากค่ามวลระบุได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กําหนด
ในตารางที่ 2 สดมภ์ที่ 4
การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ 9.1
ตารางที่ 2 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของมวลต่อเมตร
(ข้อ 4.2)
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
ชื่อขนาด
มวลระบุ
%
kg/m
ต่อเส้น
เฉลย
DB 6
0.222
+8
±7
DB 8
0.395
DB 10
0.616
DB 12
0.888
+6
- 5
DB 16
1.578
DB 20
2.466
DB 22
2.984
+5
+4
DB 25
3.853
DB 28
4.834
DB 32
6.313
DB 36
7.990
± 4
+3.5
DB 40
9.865
4.3 ช่วงระหว่างทั้ง ส่วนสูงของบั้ง และความกว้างของครีบหรือช่องว่าง ให้เป็นไปตามตารางที่ 3
การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ 9.2
-3-
มอก. 24-2548
ตารางที่ 3 ช่วงระหว่างทั้ง ส่วนสูงของบั้ง และความกว้างของครีบหรือช่องว่าง
(ข้อ 4.3)
หน่วยเป็นมิลลิเมตร
ผลรวมของความกว้างของ
ชื่อขนาด ช่วงระหว่างบัง
ส่วนสูงของบั้ง
ครีบหรือช่องว่าง
สูงสุด
ต่ําสุด
สูงสุด
สูงสุด
DB 6
4.2
0.2
0.5
4.7
DB 8
5.6
0.3
0.6
6.3
DB 10
7.0
0.4
0.8
7.9
DB 12
8.4
0.5
1.0
9.4
DB 16
11.2
0.7
1.4
12.6
DB 20
14.0
1.0
2.0
15.7
DB 22
15.4
1.1
2.2
17.3
DB 25
17.5
1.3
2.6
19.7
DB 28
19.6
1.4
2.8
22.0
DB 32
22.4
1.6
3.2
25.2
DB 36
25.2
1.8
3.6
28.3
DB 40
28.0
2.0
4.0
31.4
4.4 ความยาวของเหล็กข้ออ้อยในแต่ละมัดต้องมีขนาดความยาวเดียวกัน โดยจะคลาดเคลื่อนจากค่าที่ผู้ทํา
ระบุไว้ที่ฉลากได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กําหนดในตารางที่ 4
การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ 9.3
ตารางที่ 4 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนสําหรับความยาว (เฉพาะกรณีเป็นมัด)
ความยาว
ไม่เกิน 10 เมตร
เกิน 10 เมตร
(ข้อ 4.4)
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อน - 55 มิลลิเมตร
0 - 55 มิลลิเมตร และ + 5 มิลลิเมตร ทุก ๆ ความยาว 1 เมตร
ของส่วนที่ยาวเกิน 10 เมตร แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 120 มิลลิเมตร
0
4
มอก. 24-2548
- ส่วนประกอบทางเคมี
5.1 ส่วนประกอบทางเคมีของเหล็กข้ออ้อยเมื่อวิเคราะห์จากเบ้า ให้เป็นไปตามตารางที่ 5 เมื่อวิเคราะห์จาก
ผลิตภัณฑ์ยอมให้มีค่าสูงกว่าค่าสูงสุดของตารางที่ 5 ตามเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนในตารางที่ 6
การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ 9.4
ตารางที่ 5 ส่วนประกอบทางเคมีเมื่อวิเคราะห์จากเบ้า
(ข้อ 3.1 และข้อ 5.1)
ส่วนประกอบทางเคมี
หน่วยเป็นร้อยละ
|
ชั้นคุณภาพ คาร์บอน แมงกานีส ฟอสฟอรัส กํามะถัน คาร์บอน + (แมงกานีส/6)
สูงสุด
สูงสุด
สูงสุด
สูงสุด
สูงสุด
SD 30 | 0.27
0.05
0.05
0.50
SD 40
1.80
0.05
0.05
0.55
SD 50
1.80
0.05
0.05
0.60
ตารางที่ 6 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของส่วนประกอบทางเคมีเมื่อวิเคราะห์จากผลิตภัณฑ์
(ข้อ 5.1)
หน่วยเป็นร้อยละ เกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
ส่วนประกอบ
คาร์บอน
- 0.03
แมงกานีส - 0.05
ฟอสฟอรัส - 0.01
กํามะถัน - 0.01
6.1 ลักษณะทั่วไป
- คุณลักษณะที่ต้องการ
6.1.1 เหล็กข้ออ้อย ต้องมีผิวเรียบเกลี้ยง (ยกเว้นบริเวณที่เป็นทั้ง ครีบ และเครื่องหมายที่เป็นตัวนูน) และ
ต้องไม่ปริ ไม่แตกร้าว ไม่มีสนิมขุมหรือตําหนิอื่นซึ่งมีผลเสียต่อการใช้งาน
6.1.2 เหล็กข้ออ้อยต้องมีทั้งเป็นระยะ ๆ เท่าๆ กันโดยสม่ําเสมอตลอดเส้น บั้งและครีบที่อยู่ตรงข้ามกันต้องมี
ขนาดและรูปร่างเหมือนกัน
การทดสอบให้ทําโดยการตรวจพินิจ
-5-
มอก. 24-2548
6.2 มุมระหว่างทั้งกับแกนของเหล็กข้ออ้อย
มุมแหลมต้องไม่น้อยกว่า 45 องศา
ในกรณีที่ทั้งทํามุมกับแกนของเหล็กข้ออ้อยตั้งแต่ 45 ถึง 70 องศา ทั้งจะต้องวางกลับทางกันบนแต่ละข้างของ เหล็กข้ออ้อย หรือทั้งทั้งหมดของข้างหนึ่งต้องกลับทางกับทั้งทั้งหมดของอีกข้างหนึ่ง แต่ถ้าทั้งทํามุมแหลมกับ แกนของเหล็กข้ออ้อยเกิน 70 องศา ก็ไม่จําเป็นต้องกลับทางกัน ดังตัวอย่างในรูปที่ 1
การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ 9.2
T-0
– 0
TA
บึ้ง
คารมกว้างของ ริบ หรือย่อง พ
ควบ
ความกาางของคน หรือสองว่าง
ภาคตัด ข-ซ
6.3
กาค ต ก -ก
สมบัติทางกล
6.3.1 สมบัติการดึง
รูปที่ 1 ตัวอย่างบั้งและครีบหรือช่องว่างของเหล็กข้ออ้อย (ข้อ 2.9 ข้อ 2.10 ข้อ 2.11 ข้อ 6.2 และข้อ 9.2.2.3)
ความต้านแรงดึง ความต้านแรงดึงที่จุดคราก และความยืด ต้องไม่น้อยกว่าค่าที่กําหนดในตารางที่ 7 การทดสอบให้ปฏิบัติตามข้อ 9.5
ตารางที่ 7 ความต้านแรงดึง ความต้านแรงดึงที่จุดครากและความยืดของเหล็กข้ออ้อย
(ข้อ 3.1 และข้อ 6.3.1)
ความต้านแรงดึงที่จุดคราก ความยืด
ชั้นคุณภาพ ความต้านแรงดึง
MPa
MPa
%
SD 30
480
295
17
SD 40
560
390
15
SD 50
620
490
13
-6
มอก. 24-2548
6.3.2 การดัดโค้ง
เมื่อทดสอบตามข้อ 9.6 ต้องไม่แตกหรือปริตรงส่วนโค้งด้านนอกของชิ้นทดสอบ
7.1 เครื่องหมายที่เหล็กข้ออ้อย
หมายแ - เครื่องหมายและฉลาก
ที่เหล็กข้ออ้อย อย่างน้อยต้องมีเลข อักษรหรือเครื่องหมาย แจ้งรายละเอียดต่อไปนี้ ประทับเป็นตัวนูนถาวร บนเนื้อเหล็กให้เห็นได้ง่าย ชัดเจน เรียงกันไปตามลําดับดังนี้
(1) ชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทําหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน
(2) ชื่อขนาด
(3) ชั้นคุณภาพ
(4) สัญลักษณ์ “ T ” (เฉพาะเหล็กข้ออ้อยที่ผ่านกรรมวิธีทางความร้อน (heat treatment) ในระหว่าง
การผลิต)
7.2 ที่มัดหรือที่ขุดของเหล็กข้ออ้อยทุกมัดหรือทุกขดต้องมีป้ายที่ไม่ฉีกขาดและไม่หลุดง่ายผูกติดอยู่ และ ที่ป้ายนั้นอย่างน้อยต้องมีเลข อักษร หรือเครื่องหมายแจ้งรายละเอียดดังต่อไปนี้ ให้เห็นได้ง่าย ชัดเจน
(1) คําว่า “เหล็กข้ออ้อย
(2) ชื่อขนาด
(3) ชั้นคุณภาพ
(4) สัญลักษณ์ “T” (เฉพาะเหล็กข้ออ้อยที่ผ่านกรรมวิธีทางความร้อนในระหว่างการผลิต) (5) ความยาวแต่ละเส้น เป็นเมตร (กรณีเป็นมัด) หรือมวล เป็นกิโลกรัม (กรณีเป็นขด) (6) หมายเลขของการหลอมแต่ละครั้ง หรือเครื่องหมายอื่นใดที่เทียบเท่า
(7) ชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทํา หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน
(8) ประเทศที่ทํา
7.3 ในกรณีที่ใช้ภาษาต่างประเทศ ต้องมีความหมายตรงกับภาษาไทยที่กําหนดไว้ข้างต้น - การชักตัวอย่าง และเกณฑ์ตัดสิน
8.1 รุ่น (lot) ในที่นี้ หมายถึง เหล็กข้ออ้อยชื่อขนาดและชั้นคุณภาพเดียวกันที่ทําหรือส่งมอบหรือซื้อขายในระยะ
เวลาเดียวกัน
8.2 การชักตัวอย่างและการยอมรับ ให้เป็นไปตามแผนการชักตัวอย่างที่กําหนดต่อไปนี้ หรืออาจใช้แผนการ
ชักตัวอย่างอื่นที่เทียบเท่ากันทางวิชาการกับแผนที่กําหนดไว้
8.2.1 การชักตัวอย่างและการยอมรับสําหรับการทดสอบความยาว (เฉพาะกรณีเป็นมัด)
8.2.1.1 ให้ชักตัวอย่างโดยวิธีสุ่มจากรุ่นเดียวกันตามจํานวนที่กําหนดในตารางที่ 8 และให้ชักตัวอย่าง
เหล็กข้ออ้อยจากตัวอย่างแต่ละมัดที่สุ่มได้มามัดละ 1 เส้น เพื่อทดสอบความยาว
8.2.1.2 จํานวนตัวอย่างที่ไม่เป็นไปตามข้อ 4.4 ต้องไม่เกินเลขจํานวนที่ยอมรับที่กําหนดในตารางที่ 8
จึงจะถือว่าเหล็กข้ออ้อยรุ่นนั้นเป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด
-7-
มอก. 24-2548
8.2.2 การชักตัวอย่างและการยอมรับสําหรับการทดสอบลักษณะทั่วไป ช่วงระหว่างบั้ง ส่วนสูงของบั้ง ความกว้าง
ของครีบหรือช่องว่าง และมุมระหว่างทั้งกับแกนของเหล็กข้ออ้อย
8.2.2.1 ตัดปลายใดปลายหนึ่งของตัวอย่างที่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ 8.2.1 แล้ว มาเส้นละ 1 ท่อน ให้มีความยาวท่อนละ 1.50 เมตร หรือตัดปลายใดปลายหนึ่งของเหล็กข้ออ้อยที่เป็นขด ซึ่งสุ่ม จากรุ่นเดียวกันตามจํานวนที่กําหนดในตารางที่ 8 มาขดละ 1 ท่อน ให้มีความยาวท่อนละ 1.50 เมตร เพื่อทดสอบลักษณะทั่วไป ช่วงระหว่างบั้ง ส่วนสูงของบั้ง ความกว้างของครีบหรือช่องว่าง และ มุมระหว่างทั้งกับแกนของเหล็กข้ออ้อย
8.2.2.2 จํานวนตัวอย่างที่ไม่เป็นไปตามข้อ 4.3 ข้อ 6.1 และข้อ 6.2 ต้องไม่เกินเลขจํานวนที่ยอมรับ
ที่กําหนดในตารางที่ 8 จึงจะถือว่าเหล็กข้ออ้อยรุ่นนั้นเป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด
8.2.3 การชักตัวอย่างและการยอมรับสําหรับการทดสอบมวลต่อเมตร
8.2.3.1 นําตัวอย่างที่ตรวจสอบตามข้อ 8.2.2 แล้ว มาเพื่อทดสอบมวลต่อเมตร
8.2.3.2 จํานวนตัวอย่างที่ไม่เป็นไปตามข้อ 4.2.1 ต้องไม่เกินเลขจํานวนที่ยอมรับที่กําหนดในตารางที่ 8 และต้องเป็นไปตามข้อ 4.2.2 จึงจะถือว่าเหล็กข้ออ้อยรุ่นนั้นเป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด ตารางที่ 8 แผนการชักตัวอย่างสําหรับการทดสอบความยาว ลักษณะทั่วไป ช่วงระหว่างนั่ง ส่วนสูงของบั้ง ความกว้างของครีบหรือช่องว่าง มุมระหว่างบังกับแกนของเหล็กข้ออ้อย และมวลต่อเมตร (ข้อ 8.2.1 ข้อ 8.2.2 และข้อ 8.2.3)
ขนาดรุ่น
0
ตน
ขนาดตัวอย่าง
เลขจํานวนที่ยอมรับ
o
มด/ขด
5
0
มากกว่า 150 แต่ไม่เกิน 500
20
1
มากกว่า 500
32
2
ไม่เกิน 150
8.2.4 การชักตัวอย่างและการยอมรับสําหรับการทดสอบส่วนประกอบทางเคมีของวัสดุ และสมบัติทางกล
8.2.4.1 ซักตัวอย่างที่ตรวจสอบตามข้อ 8.2.3 แล้ว จํานวน 3 ชิ้น หากมวลของเหล็กข้ออ้อยในรุ่นมากกว่า 500 ตัน ให้ชักตัวอย่างเพิ่มอีก 3 ชิ้น แต่ละชิ้นตัดเป็นชิ้นทดสอบ จํานวน 2 ชิ้น เพื่อทดสอบ ส่วนประกอบทางเคมีของวัสดุ 1 ชิ้น และทดสอบสมบัติการดึง 1 ชิ้น
8.2.4.2 ชักตัวอย่างจากตัวอย่างที่เหลือจากการตัดตามข้อ 8.2.4.1 จํานวน 1 ชิ้น หากมวลของเหล็ก ข้ออ้อยในรุ่นมากกว่า 500 ตัน ให้ชักตัวอย่างเพิ่มอีก 1 ชิ้น แต่ละชิ้นตัดเป็นชิ้นทดสอบ จํานวน
ชิ้น เพื่อทดสอบการดัดโค้ง
-8-
มอก. 24-2548
8.2.4.3 ชิ้นทดสอบทุกชิ้นต้องเป็นไปตามข้อ 5.1 ข้อ 6.3.1 และข้อ 6.3.2 จึงจะถือว่าเหล็กข้ออ้อยรุ่นนั้น ยกเว้นถ้าผลการทดสอบเป็นไปตามข้อต่อไปนี้ให้ทําการทดสอบใหม่
เป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด หรือทดสอบซ้ําแล้วแต่กรณี
(1) หากผลการทดสอบสมบัติการดึง ไม่เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในข้อ 6.3.1 เนื่องจากสมบัติ ของชิ้นทดสอบเปลี่ยนไปเพราะ การกลึงไม่ถูกต้อง ตําแหน่งที่ชิ้นทดสอบขาดอยู่นอกจุดพิกัด ตําแหน่งที่ชิ้นทดสอบขาดอยู่ระหว่างจุดพิกัดแต่อยู่ห่างจากจุดพิกัดที่อยู่ใกล้น้อยกว่าหนึ่งในสาม ของความยาวพิกัดเดิมก่อนทดสอบ หรือเครื่องทดสอบผิดปกติ ให้ทดสอบใหม่ โดยใช้ ชิ้นทดสอบใหม่เท่าจํานวนชิ้นทดสอบที่ไม่เป็นไปตามที่กําหนดจากเหล็กข้ออ้อยตัวอย่าง เดียวกัน สําหรับความยืด หากเป็นไปตามข้อ 6.3.1 ให้ถือว่าเป็นไปตามข้อกําหนดสําหรับ ความยืดโดยไม่คํานึงถึงตําแหน่งที่ชิ้นทดสอบขาด
(2) หากผลการทดสอบสมบัติการดึง ต่ํากว่าที่กําหนดในข้อ 6.3.1 ด้วยสาเหตุอื่นนอกจากที่ได้ กล่าวไว้ในข้อ (1) โดยมีความต้านแรงดึงต่ํากว่าที่กําหนดเกิน 14 เมกะพาสคัล หรือมี ความต้านแรงดึงที่จุดครากต่ํากว่าที่กําหนดเกิน 7 เมกะพาสคัล ให้ถือว่าสมบัติการดึง
ไม่เป็นไปตามเกณฑ์กําหนด โดยไม่ต้องทดสอบช้ํา
(3) หากผลการทดสอบสมบัติการดึง ต่ํากว่าที่กําหนดในข้อ 6.3.1 ด้วยสาเหตุอื่นนอกจากที่ได้ กล่าวไว้ในข้อ (1) โดยมีความต้านแรงดึงต่ํากว่าที่กําหนดไม่เกิน 14 เมกะพาสคัล หรือมี ความต้านแรงดึงที่จุดครากต่ํากว่าที่กําหนดไม่เกิน 7 เมกะพาสคัล ให้ทดสอบช้ําโดยใช้ชิ้น ทดสอบใหม่จํานวน 2 เท่าของชิ้นทดสอบที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด จากเหล็กข้ออ้อย รุ่นเดียวกัน ผลการทดสอบซ้ําต้องเป็นไปตามข้อ 6.3.1 ทุกชิ้น จึงจะถือว่าเหล็กข้ออ้อย รุ่นนั้นเป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด
(4) หากผลการทดสอบการตัดโค้งไม่เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในข้อ 6.3.2 ให้ทดสอบช้ําโดย ใช้ชิ้นทดสอบใหม่จํานวน 2 เท่าของชิ้นทดสอบที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด จากเหล็ก ข้ออ้อยรุ่นเดียวกัน ผลการทดสอบต้องเป็นไปตามข้อ 6.3.2 ทุกชิ้น จึงจะถือว่าเหล็กข้ออ้อย รุ่นนั้นเป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด
หมายเหตุ
8.3 เกณฑ์ตัดสิน
ในการทดสอบสมบัติการดึง หากปรากฏการณ์การครากไม่ชัดเจนหรือไม่มี ให้ใช้ ความเค้นพิสูจน์ที่ความยึดร้อยละ 0.2 แทนค่าความต้านแรงดึงที่จุดคราก
เหล็กข้ออ้อยทุกมัดหรือทุกขดในรุ่นต้องเป็นไปตามข้อ 7. และตัวอย่างเหล็กข้ออ้อยต้องเป็นไปตาม ข้อ 8.2.1.2 ข้อ 8.2.2.2 ข้อ 8.2.3.2 และข้อ 8.2.4.3 ทุกข้อ จึงจะถือว่าเหล็กข้ออ้อยรุ่นนั้นเป็นไปตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้
-9-
มอก. 24-2548 - การทดสอบ
9.1 มวลต่อเมตร
9.1.1
เครื่องมือ
9.1.1.1 เครื่องชั่งที่ชั่งละเอียด 1 กรัม
9.1.1.2 เครื่องวัดความยาวที่วัดละเอียด 1 มิลลิเมตร
9.1.2 วิธีทดสอบ
9.1.3
วัดและชั่งชิ้นตัวอย่างแต่ละชิ้นให้ละเอียดถึง 1 มิลลิเมตร และ 1 กรัม ตามลําดับ แล้วหามวลต่อเมตร ของชิ้นตัวอย่างแต่ละชิ้น และหาค่าเฉลี่ยของชิ้นทดสอบทั้ง 5 ชิ้น
การรายงานผล
รายงานค่ามวลต่อเมตรของชิ้นตัวอย่างแต่ละชิ้น และค่าเฉลี่ย ให้ละเอียดถึงทศนิยม 4 ตําแหน่ง
9.2 ช่วงระหว่างบั้ง ส่วนสูงของบั้ง ความกว้างของครีบหรือช่องว่าง และมุมระหว่างบั้งกับแกนของเหล็กข้ออ้อย
9.2.1 เครื่องมือ
9.3
9.2.1.1 เวอร์เนียร์แคลลิเปอร์ส หรือไมโครมิเตอร์ที่วัดละเอียด 0.02 มิลลิเมตร
9.2.2 วิธีทดสอบ
9.2.2.1 ช่วงระหว่างทั้ง
วัดช่วงระหว่างสันของทั้ง 10 ช่วงที่ต่อเนื่องกันตามแนวแกนของเหล็กข้ออ้อยแล้วหาค่าเฉลี่ย ช่วงระหว่างบั้ง
9.2.2.2 ส่วนสูงของบั้ง
วัดความสูงของบั้งไม่น้อยกว่า 2 บั้ง แต่ละบั้งให้วัดที่จุด 3 จุด คือ จุดกึ่งกลางและจุดแบ่งสี่อีก 2 จุด แล้วหาค่าเฉลี่ยส่วนสูงของทั้ง
9.2.2.3 ความกว้างของครีบหรือช่องว่าง
ใช้เวอร์เนียร์แคลลิเปอร์สวัดความกว้างของช่องว่างดังในรูปที่ 1 ทั้ง 2 ข้าง นํามารวมกัน โดยวัด
10 ตําแหน่งใน 10 ช่วงระหว่างทั้งที่ต่อเนื่องกันแล้วหาค่าเฉลี่ย
ในกรณีที่เหล็กข้ออ้อยมีครีบให้วัดความกว้างของครีบที่โคนทั้ง 2 ข้างนํามารวมกันโดยวัด
10 ตําแหน่งที่ต่อเนื่องกันแล้วหาค่าเฉลี่ย
9.2.2.4 มุมระหว่างทั้งกับแกนของเหล็กข้ออ้อย
ความยาว
กลิ้งตัวอย่างบนดินน้ํามันที่ทําเป็นแผ่นเรียบแล้ววัดมุมระหว่างทั้งกับแกนของเหล็กข้ออ้อย
ใช้สายวัดโลหะที่วัดละเอียด 1 มิลลิเมตร และยาวพอที่จะวัดความยาวของเหล็กข้ออ้อยหนึ่งเส้นได้โดยตลอด ในครั้งเดียว วัดความยาวของตัวอย่าง
9.4 ส่วนประกอบทางเคมี
ให้ใช้วิธีวิเคราะห์ทางเคมีโดยทั่วไปหรือวิธีอื่นใดที่ให้ผลเทียบเท่า แล้วรายงานผลชิ้นทดสอบแต่ละชิ้น
-10-
มอก. 24-2548
9.5 สมบัติการดึง
9.5.1 เครื่องมือ
เครื่องทดสอบแรงดึง ที่สามารถจ่ายแรงได้อย่างสม่ําเสมอและต่อเนื่องโดยตลอดในอัตราความเร็วที่
กําหนด
9.5.2 การเตรียมชิ้นทดสอบ
9.5.2.1 ชิ้นทดสอบต้องเป็นไปตามสภาพเดิมของเหล็กข้ออ้อย ถ้าจําเป็นต้องดัดชิ้นทดสอบที่บิดโค้งงอ
ให้ตรง ให้ดัดเย็นตามปกติ แต่ถ้ามีการบิดโค้งจนมากเกินไปให้คัดทิ้ง
9.5.2.2 เหล็กข้ออ้อยชื่อขนาดตั้งแต่ DB 28 ลงมา ให้ทดสอบโดยไม่ต้องกลึงชิ้นทดสอบให้เล็กลง เหล็กข้ออ้อยชื่อขนาดตั้งแต่ DB 32 ขึ้นไป อาจกลึงลดขนาดลงให้พอเหมาะที่จะใช้กับเครื่องทดสอบ แรงดึงก็ได้ แต่เส้นผ่านศูนย์กลางต้องไม่น้อยกว่า 28 มิลลิเมตร ในกรณีที่กลึงลดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ความยาวของส่วนที่กลึงต้องไม่น้อยกว่า 5.5 เท่าของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของส่วนที่กลึง สําหรับเหล็กข้ออ้อยที่ผลิตโดยผ่านกรรมวิธีทางความร้อน ต้องทดสอบโดยไม่มีการกลึงลดขนาดลงมา
9.5.2.3 จับยึดชิ้นทดสอบที่มีความยาวพิกัดและความยาวระหว่างหัวจับ ตามรูปที่ 2
Lo
1,
เมื่อ L คือ ความยาวพิกัดเดิม เท่ากับ 5 dy (กรณีที่ไม่กลึงชิ้นทดสอบ) หรือ 5 d (กรณีที่กลึง
ชิ้นทดสอบ)
โดย dy คือ เส้นผ่านศูนย์กลางระบุของชิ้นทดสอบ
dm คือ เส้นผ่านศูนย์กลางของส่วนที่กลึงของชิ้นทดสอบ
11 และ 12 คือ ระยะห่างระหว่างหัวจับกับจุดพิกัด ไม่น้อยกว่า 0.25 dy หรือ 0.25 d
แล้วแต่กรณี
หมายเหตุ 1. กรณีที่ชิ้นทดสอบมีความยาวเพียงพอ อาจทําเครื่องหมายความยาวพิกัดไว้หลายชุด คร่อมกันไว้เป็นช่วงจนถึงระยะหัวจับก็ได้ ทั้งนี้ให้มีเครื่องหมายความยาวพิกัด ชุดหนึ่งอยู่ประมาณกึ่งกลางของระยะห่างระหว่างหัวจับ - การทําเครื่องหมายความยาวพิกัด ให้มีเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน + ร้อยละ 1
รูปที่ 2 การจับยึดชิ้นทดสอบ
(ข้อ 9.5.2.3)
-11-
มอก. 24-2548
9.5.3 วิธีทดสอบ
ให้ปฏิบัติตาม มอก. 244 เล่ม 4
9.5.4 วิธีคํานวณ
9.5.4.1 ความต้านแรงดึง
(1) ในกรณีที่ไม่กลึงชิ้นทด
Rm
Fm
SN
เมื่อ R คือ ความต้านแรงดึง เป็นเมกะพาสคัล
m
Fm คือ แรงดึงสูงสุด เป็นนิวตัน
SN คือ พื้นที่ภาคตัดขวางระบุ เป็นตารางมิลลิเมตร
(2) ในกรณีที่กลึงชิ้นทดสอบ
Rm
=
k x F m
S
เมื่อ R คือ ความต้านแรงดึง เป็นเมกะพาสคัล
m
I’m
คือ แรงดึงสูงสุด เป็นนิวตัน
k คือ อัตราส่วนของมวลจริงต่อมวลระบุของชิ้นทดสอบ
S
โดย k
W
WN
เมื่อ W คือ มวลจริงของชิ้นทดสอบ เป็นกิโลกรัมต่อเมตร WN คือ มวลระบุของชิ้นทดสอบ เป็นกิโลกรัมต่อเมตร
คือ พื้นที่ภาคตัดขวางที่คํานวณได้ เป็นตารางมิลลิเมตร
โดย S
=
3.141 6 dm
4
2
เมื่อ dm คือ เส้นผ่านศูนย์กลางของส่วนที่กลึง เป็นมิลลิเมตร
9.5.4.2 ความต้านแรงดึงที่จุดคราก
(1) ในกรณีที่ไม่กลึงชิ้นทดสอบ
Re
=
F
SN
เมื่อ R. คือ ความต้านแรงดึงที่จุดคราก เป็นเมกะพาสคัล
Fe
คือ แรงดึงที่จุดคราก เป็นนิวตัน
SN คือ พื้นที่ภาคตัดขวางระบุ เป็นตารางมิลลิเมตร
-12-
(2) ในกรณีที่กลึงชิ้นทดสอบ
R
=
k x F..
S
C
มอก. 24-2548
เมื่อ R คือ ความต้านแรงดึงที่จุดคราก เป็นเมกะพาสคัล
หมายเหตุ
9.5.4.3 ความยืด
C
F. คือ แรงดึงที่จุดคราก เป็นนิวตัน
k
S
คือ อัตราส่วนของมวลจริงต่อมวลระบุของชิ้นทดสอบ
(ดูข้อ 9.5.4.1(2))
คือ พื้นที่ภาคตัดขวางที่คํานวณได้ เป็นตารางมิลลิเมตร
(ดูข้อ 9.5.4.1(2)) - กําหนดให้ 1 กิโลกรัมแรง เท่ากับ 9.807 นิวตัน
- พื้นที่ภาคตัดขวางระบุและมวลระบุให้เป็นไปตามตารางที่ 1
ในกรณีที่ไม่กลึงชิ้นทดสอบและกลึงชิ้นทดสอบ
A =
L -L,
Lo
x 100
เมื่อ A คือ ความยืด เป็นร้อยละ
L คือ ความยาวพิกัดเดิม เป็นมิลลิเมตร
L คือ ความยาวพิกัดสุดท้าย เป็นมิลลิเมตร
9.5.5 การรายงานผล
9.5.5.1 ในรายงานผลการทดสอบอย่างน้อยต้องแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้
(1) ชนิด หมายเลขลําดับ และความละเอียดของเครื่องทดสอบ
(2) อุณหภูมิขณะทดสอบ
(3) ความยาวและมวลของชิ้นทดสอบแต่ละชิ้นก่อนกลึง
(4) ชื่อขนาด ขนาดระบุ ชั้นคุณภาพ และชื่อผู้ทําหรือโรงงานที่ทําหรือเครื่องหมายการค้าที่
จดทะเบียน
(5) ในกรณีที่ต้องกลึงชิ้นทดสอบ ให้รายงานพื้นที่ภาคตัดขวางที่คํานวณได้ และค่า k
(6) ความยาวพิกัด และความยาวระหว่างหัวจับกับจุดพิกัดทั้ง 2 ข้าง
(7) ความเร็วในการดึงชิ้นทดสอบ
(8) แรงดึงที่จุดครากและแรงดึงสูงสุด
(9) ความยาวระหว่างจุดพิกัดเมื่อนําชิ้นทดสอบที่ขาดแล้วมาต่อกันตามรอยที่ขาด
9.5.5.2 ค่าความต้านแรงดึง ความต้านแรงดึงที่จุดคราก และความยืดของชิ้นทดสอบแต่ละชิ้น ให้รายงาน
ละเอียดถึงทศนิยม 1 ตําแหน่ง
-13-
มอก. 24-2548
9.6 การดัดโค้ง
9.6.1 เครื่องมือ
9.6.1.1 เครื่องทดสอบการดัดโค้ง ที่สามารถจ่ายแรงได้อย่างสม่ําเสมอและต่อเนื่องกันโดยตลอดจน
เสร็จการทดสอบ
9.6.1.2 หัวกดรูปตัว U ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของหัวกดดังตารางที่ 9 และบ่าทั้งสองข้างของฐานรองรับ ต้องสามารถทําให้ชิ้นทดสอบโค้งเป็นรูปตัว U ได้โดยอิสระ โดยหัวกดและฐานรองรับ ควรทําเป็น ร่องโค้งให้พอดีที่จะทําให้ชิ้นทดสอบโค้งงอสัมผัสกับหัวกดโดยรอบและปลายทั้งสองข้างโค้งกลับมา
ขนานกันเมื่อกดชิ้นทดสอบ
ตารางที่ 9 มุมดัดโค้งและเส้นผ่านศูนย์กลางของหัวกดสําหรับการทดสอบการดัดโค้ง (ข้อ 9.6.1.2 และข้อ 9.6.3)
สัญลักษณ์ เส้นผ่านศูนย์กลางระบุ มุมดัดโค้ง เส้นผ่านศูนย์กลางของหัวกดชิ้นทดสอบ
mm
SD 30
ไม่เกิน 16
180
เกิน 16
SD 40
ทุกขนาด
SD 50
ไม่เกิน 25
เกิน 25
9.6.2 การเตรียมชิ้นทดสอบ
0
3 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางระบุ
4 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางระบุ
180 | 5 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางระบุ
90°
5 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางระบุ
6 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางระบุ
9.6.2.1 ชิ้นทดสอบต้องเป็นไปตามสภาพเดิมของเหล็กข้ออ้อยโดยไม่ผ่านกรรมวิธีทางความร้อนแต่อย่างใด 9.6.2.2 ชิ้นทดสอบต้องมีความยาวเพียงพอที่เมื่อกดด้วยเครื่องทดสอบแล้ว ปลายทั้งสองข้างของรูปตัว U
ต้องโผล่พ้นบ่าของฐานที่รองรับ
9.6.3 วิธีทดสอบ
กดชิ้นทดสอบด้วยหัวกดที่กึ่งกลางชิ้นทดสอบโดยใช้ความเร็วสม่ําเสมอและต่อเนื่องกันตลอดเวลา ที่ทดสอบจนได้มุมดัดโค้ง ตามตารางที่ 9 แล้วตรวจพินิจ
9.6.4 การรายงานผล
ให้รายงานว่าชิ้นทดสอบแต่ละชิ้นแตกหรือปริตรงส่วนโค้งด้านนอกหรือไม่
-14-
สมอ
สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
หลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต สําหรับผลิตภัณฑ์ลวดผูกเหล็ก
มาตรฐานเลขที่ มอก. 138-2562
C
R0138-2562(00)
ประกาศสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต สําหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมลวดผูกเหล็ก มาตรฐานเลขที่ มอก. 138-2562
โดยที่เป็นการสมควรกําหนดหลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อเป็นแนวทางในการดําเนินการ
อนุญาตสําหรับผลิตภัณฑ์แต่ละมาตรฐานให้สอดคล้องกับประกาศสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เรื่อง
หลักเกณฑ์และวิธีการการตรวจสอบเพื่อการอนุญาตและติดตามผล
สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จึงยกเลิกประกาศสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์
อุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาตสําหรับผลิตภัณฑ์ลวดผูกเหล็ก มาตรฐาน เลขที่ มอก. 138-2535 ฉบับลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ และกําหนดหลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อ การอนุญาตสําหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมลวดผูกเหล็ก มาตรฐานเลขที่ มอก. 138-2562 ดังรายละเอียดท้าย
ประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
#L
(นายธนะ อัลภาชน์)
รองเลขาธิการสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
R0138-2562(00) - ขอบข่าย
เอกสารฉบับนี้กําหนด
หลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต
สําหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมลวดผูกเหล็ก มาตรฐานเลขที่ มอก. 138-2562
บับนี้กําหนด เอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาในการยื่นคําขอรับใบอนุญาต นิยามโรงงานที่ทําผลิตภัณฑ์ สําหรับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รูปแบบการอนุญาต การตรวจระบบการควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์ การอนุญาตนําเข้าเฉพาะครั้ง การออกใบอนุญาต การตรวจติดตามผล และเงื่อนไขที่ผู้รับใบอนุญาต ต้องปฏิบัติ - การยื่นคําขอ
ในการยื่นคําขอรับใบอนุญาต ให้ผู้ยื่นคําขอยื่นเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาดังนี้
2.1 เอกสารตามที่กําหนดในหลักเกณฑ์และวิธีการการตรวจสอบเพื่อการอนุญาตและติดตามผล
2.2 ภาพตัวอย่างการแสดงเครื่องหมายมาตรฐานพร้อมระบุตําแหน่งที่จะแสดงบนผลิตภัณฑ์หลังจากที่ได้
ใบอนุญาตแล้ว - โรงงานที่ทําผลิตภัณฑ์สําหรับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) นี้หมายถึง โรงงานที่อย่างน้อยต้อง
มีกรรมวิธีการนําเหล็กลวดคาร์บอนต่ํามาลดขนาดโดยการดึงเย็นแล้วผ่านกรรมวิธีอบอ่อนเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
ลวดผูกเหล็ก - รูปแบบการอนุญาต มี 1 แบบ
อนุญาตทั่วไป
ดังนี้ - การตรวจระบบการควบคุมคุณภาพ
ระบบควบคุมคุณภาพของโรงงานที่ทําผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต และติดตามผล และสําหรับมาตรฐานนี้สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ยอมรับดังต่อไปนี้ (1) รายงานผลการประเมินระบบควบคุมคุณภาพของโรงงานที่ทําผลิตภัณฑ์ ซึ่งดําเนินการโดยสํานักงาน
หรือหน่วยตรวจ หรือ
!
(2) ใบรับรองผลิตภัณฑ์ (Certificate of Conformity) ที่ออกโดยหน่วยรับรองผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการแต่งตั้ง
เป็นผู้ตรวจสอบการทําผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือหน่วยงานภายใต้ข้อตกลงยอมรับร่วม
รายละเอียดเป็นไปตามที่กําหนดไว้ในหลักเกณฑ์และวิธีการการตรวจสอบเพื่อการอนุญาตและติดตามผล
Love
C
1/2
RO138-2562(00) - การตรวจสอบผลิตภัณฑ์
กรณียื่นคําขอโดยใช้ใบรับรองผลิตภัณฑ์ตามข้อ 5 (2) ไม่ต้องตรวจสอบผลิตภัณฑ์ 6.1 การจําแนกผลิตภัณฑ์เป็นดังนี้
6.2 การเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจสอบตามข้อกําหนดของมาตรฐาน
เก็บตัวอย่าง 1 ชุดตัวอย่าง ประกอบด้วย ลวดผูกเหล็ก จํานวน 3 ขด
6.3 ผู้ยื่นคําขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้โรงงานที่ทําผลิตภัณฑ์มีการควบคุมผลิตภัณฑ์ตามข้อกําหนดของมาตรฐาน
ดงน
6.3.1 ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานทุกรายการ โดยที่แต่ละรายการ อาจกระทําโดยผู้ขอรับใบอนุญาต
หรือผู้อื่นที่ได้รับมอบหมาย
6.3.2 มีเครื่องมือทดสอบ และต้องทดสอบเป็นประจําที่โรงงาน ในรายการต่อไปนี้
(1) เส้นผ่านศูนย์กลางระบุ
(2) ความต้านแรงดึง
(3) ความทนแรงบิด - การอนุญาตนําเข้าเฉพาะครั้ง (ถ้ามี)
- การออกใบอนุญาต
ตัวอย่างการออกใบอนุญาต
เส้นผ่านศูนย์กลางระบุ 1.25 มิลลิเมตร - การตรวจติดตามผล
สมอ. จะดําเนินการตรวจติดตามผลภายหลังการอนุญาตตามที่กําหนดในหลักเกณฑ์และวิธีการการตรวจสอบ
เพื่อการอนุญาตและติดตามผลต่อไป - เงื่อนไขที่ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ
ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เลขาธิการสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกําหนด
2/2
R0138-2562(00)
i
สําเนาคู่ฉบับ
คําสั่งกรมชลประทาน ที่ ๖ / ๒๕๖๑
เรื่อง การทดลองและตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุเพื่อควบคุมงานก่อสร้าง
เพื่อให้การกําหนดการทดสอบวัสดุในห้องปฏิบัติการ (Laboratory) ทุกรายการให้ได้วัสดุที่มี คุณสมบัติตามคุณลักษณะเฉพาะ (Specifications) ที่กําหนดไว้ ของกรมชลประทาน ให้การทดลองและ ตรวจสอบ งานดิน คอนกรีต และวัสดุวิศวกรรมต่าง ๆ ที่จะนํามาใช้ในการก่อสร้าง เป็นไปด้วยความคล่องตัว รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของกรมชลประทาน ปัจจุบัน ประกอบกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ หมวด 5 ข้อ ๑๗๕ (๒) กําหนดให้ต้องมีการตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักฐานที่ตกลงกันไว้ จึงให้ยกเลิกคําสั่ง กรมชลประทานที่ ๒๔/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เรื่อง การทดลองและตรวจสอบวัสดุเพื่อควบคุม งานก่อสร้าง โดยให้หน่วยงานที่มีงานก่อสร้าง ดําเนินการดังนี้
๑. ดําเนินการทดลองและตรวจสอบ งานดิน คอนกรีต และวัสดุวิศวกรรมต่างๆ เพื่อควบคุม คุณสมบัติของวัสดุ และหรือควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง ได้ทุกรายการทดสอบ โดยให้มีผู้รับรองผลการทดสอบ
ดังนี้
ผู้อํานวยการสํานักพัฒนาแหล่งน้ําขนาดใหญ่ หรือผู้อํานวยการสํานักงานก่อสร้าง ชลประทานขนาดใหญ่ที่ ๑ - ๑๓ หรือหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม ๑ - ๑๓
๑.๒ ผู้อํานวยการกองพัฒนาแหล่งน้ําขนาดกลาง หรือผู้อํานวยการสํานักงานก่อสร้าง
ชลประทานขนาดกลางที่
๑๖
๑.๓ ผู้อํานวยการสํานักงานชลประทานที่ ๑ - ๑๗ หรือผู้อํานวยการส่วนวิศวกรรม สํานักงานชลประทานที่ ๑ - ๑๗
๒. ในกรณีสํานักพัฒนาแหล่งน้ําขนาดใหญ่ กองพัฒนาแหล่งน้ําขนาดกลาง สํานักงานชลประทานที่ ๑ - ๑๗ ไม่สามารถดําเนินการเองได้ตามข้อ ๑ รวมทั้งสํานักงานจัดรูปที่ดินกลาง และ หน่วยงานอื่นที่มีงานก่อสร้าง เนื่องจากขาดเครื่องมือหรือเจ้าหน้าที่ ให้ส่งตัวอย่างวัสดุไปทดลองและตรวจสอบที่ สํานักวิจัยและพัฒนา หรือหน่วยงานภายนอก และมีวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ควบคุมประเภทสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมโยธา ขึ้นไปเป็นผู้ทําการทดสอบ และลงนามรับรองผล การทดสอบ โดยต้องลงนามรับรองในสําเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม แนบประกอบด้วย
๓.
การนําส่งตัวอย่างวัสดุเพื่อการทดสอบตามข้อ ๒ มอบหมายให้ผู้อํานวยการสํานัก/กอง/ศูนย์ หรือผู้ที่อยู่ต่ํากว่าระดับสํานัก/กอง/ศูนย์ ๑ ระดับ เป็นผู้ลงนามในหนังสือนําส่งตัวอย่างวัสดุเพื่อทดสอบ
คุณสมบัติ
๔. ในกรณีที่มี…
- ๒ -
๔. ในกรณีที่มีการนําส่งวัสดุก่อสร้างให้กับหน่วยงานภายนอก ดําเนินการทดลอง และตรวจสอบคุณสมบัติ และหรือคุณภาพแล้ว ให้หน่วยงานที่มีงานก่อสร้างทําบันทึกแจ้งข้อมูลของ
หน่วยงานภายนอกที่ดําเนินการทดลองและตรวจสอบ ให้สํานักวิจัยและพัฒนาทราบ
๕. สําหรับวัสดุที่มีการจัดซื้อในปริมาณที่ต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในตารางแนบท้ายคําสั่งนี้
ให้ดําเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.๒๕๖๐
ข้อ ๑๗๕ (๒) โดยผู้ชํานาญการต้องเป็นผู้ที่มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมระดับภาคีวิศวกรขึ้นไป และ มีตําแหน่งทางการบริหารไม่ต่ํากว่าระดับสํานัก/กอง/ศูนย์ ๒ ระดับ หรือเจ้าหน้าที่จากส่วนทดสอบ และวิเคราะห์วัสดุ สํานักวิจัยและพัฒนา ลงนามรับรองไว้เป็นหลักฐาน หรือดําเนินการตามข้อที่ ๒
- ให้สํานักวิจัยและพัฒนา เป็นผู้กําหนดมาตรฐานการทดลองและตรวจสอบวัสดุต่างๆ ให้คําปรึกษา คําแนะนําทางวิชาการ และถ่ายทอดความรู้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการทดลอง และตรวจสอบเป็นครั้งคราวตามที่เห็นสมควร หรือมีการร้องขอ รวมทั้งติดตามประเมินผลการทดลอง และตรวจสอบงานดิน คอนกรีต และวัสดุวิศวกรรมต่างๆ ของกรมชลประทานให้เป็นไปตามมาตรฐาน
คําสั่งใดที่ขัดหรือแย้งกับคําสั่งฉบับนี้หรือมีข้อความตรงกับคําสั่งฉบับนี้ให้ใช้คําสั่งนี้แทน
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
622
(นายทองเปลว กองจันทร์) อธิบดีกรมชลประทาน
Kamar.
(นายปริญญา กมลสินธุ์) ผช.วศ. รักษาราชการแทน ผส.วท.
Ar
ช
/ร่าง
/พิมพ์
/ตรวจ
(นางอนงค์ ทรงจัดต่
ฝบท.ว
นิยาม
หน่วยงานที่มีงานก่อสร้าง หมายถึง สํานัก/กอง/ศูนย์ ในสังกัดของกรมชลประทาน ที่ได้รับ งบประมาณเพื่อดําเนินการก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซม รวมไปถึงจัดซื้อวัสดุก่อสร้างต่างๆ
การทดลองและตรวจสอบเพื่อควบคุมคุณสมบัติของวัสดุ หมายถึง การดําเนินการ
ในห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานต่างๆ เพื่อให้ทราบถึงคุณลักษณะเฉพาะของวัสดุนั้นๆ
การทดลองและตรวจสอบเพื่อควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง หมายถึง การดําเนินการ
ในสถานที่ก่อสร้างหรือในห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานต่าง ๆ เพื่อให้ทราบถึงคุณภาพงานก่อสร้างเทียบกับ
ข้อกําหนดในแบบก่อสร้างที่ได้กําหนดไว้
สํานักวิจัยและพัฒนา หมายถึง หน่วยงานของกรมชลประทาน มีหน้าที่ ทดลอง ตรวจสอบ และ วิเคราะห์คุณสมบัติของวัสดุ รวมไปถึงการกํากับ ดูแล สอบเทียบเครื่องมือและอุปกรณ์ การทดสอบ ควบคุมมาตรฐานของเครื่องมือ วิธีการ และบุคลากรสําหรับงานทดลองและตรวจสอบของห้องปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนงานก่อสร้างและงานวิจัยและพัฒนาของกรมชลประทาน
หน่วยงานภายนอก หมายถึง หน่วยงานราชการของรัฐ ที่เปิดให้บริการงานทดลองและ ตรวจสอบวัสดุต่าง ๆ มหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษา ที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) รับรองหลักสูตร และเปิดให้บริการงานทดลองและตรวจสอบวัสดุต่าง ๆ หรือหน่วยงานเอกชน ที่เปิดให้บริการงานทดลองและตรวจสอบวัสดุ และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC ๑๗๐๒๕ ในการทดลอง และตรวจสอบวัสดุนั้น ๆ
ลําดับ
วัสดุ
ปูนซีเมนต์
G
୩
E
ทราย
หินย่อย หรือกรวด
ตารางแสดงปริมาณวัสดุขั้นต่ําที่ต้องทําการทดสอบในห้องปฏิบัติการ
แนบท้ายคําสั่งกรมชลประทานที่ ๒๕ /๒๕๖๑ ลงวันที่
รายละเอียดการทดสอบ
ความถ่วงจําเพาะ (Specific Gravity)
- ความละเอียด โดยเครื่องมือของเบลน (Fineness by Blaine
Air Permeability Test) - ระยะเวลาก่อตัวโดยเครื่องมือไวแคตและกิลโมร์ (Time of
Setting by Vicat Test and Gillmore Test) - กําลังอัดของมอร์ต้า (Compressive Strength)
ขนาดคละ (Gradation) - ความถ่วงจําเพาะ (Specific Gravity)
การดูดซึม (Absorption)
ตะกอนที่ผ่านตะแกรงเบอร์ ๒๐๐ (Silt Test)
ก้อนดินหรือวัสดุเปราะ (Clay Lump)
กาก ไหม พ.ศ.๒๕๖๑ ปริมาณขั้นต่ํา ความถี่ของการ
ที่กําหนดให้ทดสอบ
ทดสอบต่อตัวอย่าง
๑๗๐ ตัน
๒๐๐ ตัน
ปริมาณวัสดุที่ใช้ เพื่อการทดสอบต่อ ๑ ตัวอย่าง
๑ ถุง (๕๐ กิโลกรัม)
๑๐๐ ลบ.ม.
๒,๐๐๐ ลบ.ม.
๒๕ กิโลกรัม
ปริมาณสารอินทรีย์ (Organic Impurities) - ขนาดคละ (Gradation)
- ความถ่วงจําเพาะ (Specific Gravity)
- การดูดซึม (Absorption)
- การขัดสีโดยเครื่องลอสแอนเจลีส (Abrasion by Los Angeles
Machine)
ความคงทนโดยแช่น้ํายาโซเดียมซัลเฟต (Soundness by
Sodium Sulphate)
๑๐๐ ลบ.ม.
๒,๐๐๐ ลบ.ม.
๕๐ กิโลกรัม
2
ล่าดับ
๔. หินใหญ่
วัสดุ
รายละเอียดการทดสอบ - ความถ่วงจําเพาะ (Specific Gravity)
การดูดซึม (Absorption)
การขัดสีโดยเครื่องลอสแอนเจลีส (Abrasion by Los Angeles
Machine)
ความคงทนโดยแช่น้ํายาโซเดียมซัลเฟต (Soundness by
Sodium Sulphate)
การหาปริมาณน้ํา (Water Content)
สารเคมีผสมเพิ่ม
คอนกรีต
ระยะเวลาการก่อตัว (Time of Setting)
กําลังอัด (Compressive Strength)
สิ่งที่เหลือจากการอบ (Residue Materials)
ปริมาณที่เหมาะสมในการใช้ (Properly Quantity of Dosage)
ปริมาณขันต้า ความถี่ของการ ที่กําหนดให้ทดสอบ ทดสอบต่อตัวอย่าง
๑๐๐ ลบ.ม.
๒,๐๐๐ ลบ.ม.
ปริมาณวัสดุที่ใช้ เพื่อการทดสอบต่อ ๑ ตัวอย่าง
ע
๔ ก้อน
๒๐๐ ลิตร
ชนิดน้ํา ๑/๒ แกลลอน
ชนิดผง ๑ กิโลกรัม
ว
๖
คอนกรีต
กําลังอัด (Compressive Strength)
๓๐ ลบ.ม.
๕๐ ลบ.ม. - ทรงกระบอก (Cylinder)
- ทรงลูกบาศก์ (Cube)
กําลังดัด (Flexural Strength)
๗
เหล็กเส้นเสริม - มวลต่อเมตร (Mass)
คอนกรีต (แต่ละ
ขนาด)
ขนาดเส้นผ่าน
ศูนย์กลางระบุไม่เกิน
๑๖ มม.
-ขนาดเส้นผ่าน
ศูนย์กลางระบุ
มากกว่า ๑๖ มม.
แรงดึงและส่วนยึด (Tension and Elongation) การดัดโค้งเย็น (Cold Bend Test)
๑๐ ตัน
ระหว่าง ๓๐ - ๖๐
ตัน - น้อยกว่า ๓๐ ตัน
๔ ตัน - มากกว่า ๖๐ ตัน
๖ แทง
(ทดสอบกําลังอัดที่อายุ ๗ วัน และ ๒๘ วัน)
m ท่อน
โดยสุ่มตัดเหล็กยาวท่อนละ ๑ เมตร จากเหล็ก ๓ เส้น
๕ ท่อน
โดยสุ่มตัดเหล็กยาวท่อนละ ๑ เมตร จากเหล็ก ๕ เส้น
๗ ท่อน
โดยสุ่มตัดเหล็กยาวท่อนละ เมตร จากเหล็ก ๗ เส้น
ด
ล่าดับ
วัสดุ
รายละเอียดการทดสอบ
๘ เหล็กรูปพรรณและ
เหล็กแผ่น
๔ ลวดเหล็กแรงดึงสูง
๑๐ กล่องลวดเหล็ก
เคลือบสังกะสี หรือ
เคลือบสังกะสีและ
หุ้ม พีวีซี (Gabion
หรือ Mattress)
๑๑ ยางกันน้ํา - แรงดึงและส่วนยึด (Tension and Elongation)
การดัดโค้งเย็น (Cold Bend Test)
การวัดขนาด (Nominal Size)
แรงดึง (Tensile Strength) - การหาจุดยึดด้วยกราฟ (Proof Strength)
การวัดขนาด (Nominal Size)
แรงดึง (Tensile Strength)
น้ําหนักของสังกะสีที่เคลือบ (Zinc coating weight) - คุณสมบัติการหุ้มของ พีวีซี (Properties of polyvinyl
chloride cover)
-การวัดขนาด (Nominal Size)
ความแข็งโดยซอร์ดูโรมิเตอร์ (Shore Durometer Hardness)
แรงดึงและส่วนยึด (Tension and Elongation)
การตายตัว (Compression Test)
๑๒ แผ่นใยใส่รอยต่อ
คอนกรีต
๑๓ น้ํายาบ่มคอนกรีต
การบ่มเร่ง (Aging Test) - การดูดซึมน้ํา (Water Absorption)
- ความหนาแน่น (Density)
- การดูดซึมน้ํา (Water Absorption)
แรงกดและการสูญเสียน้ําหนัก (Compression and Loss of
Bitumen) - ปริมาณน้ําที่สูญหายไป (Loss in Weight of Water)
อัตราการพ่นที่เหมาะสม (Rate of Spraying)
d - ระยะเวลาที่แห้งตัว (Time of Setting)
ปริมาณขันตา
ความถี่ของการ
ที่กําหนดให้ทดสอบ ทดสอบต่อตัวอย่าง
๒ ตัน
๔ ตัน
๑๐๐ กล่อง
๒๐๐ กลอง
ปริมาณวัสดุที่ใช้
เพื่อการทดสอบต่อ ๑ ตัวอย่าง
ชุดละ ๓ ท่อน โดยแต่งตัวอย่างทดสอบตาม มาตรฐานที่อ้างอิง
๓ ท่อน
โดยสุ่มตัดลวดเหล็กยาวท่อนละ
เมตร จากลวดเหล็ก ๓ เส้น กล่องพร้อมลวดพันกล่อง ๑ ชุด
๑๐๐ เมตร
๒๐๐ เมตร
๑๐๐ ตร.ม.
๕๐๐ ตร.ม.
๑ ท่อน
ความยาว ๓๐ เซนติเมตร
๑ แผน
ขนาด ๓๐X๓๐ ซม
๒๐๐ ลิตร
๑,๐๐๐ ลิตร
๑ ลิตร
ล่าดับ
วัสดุ
๑๔. แผ่นใยสังเคราะห์
(Geotextile)
๑๕ ท่อคอนกรีตเสริม
เหล็กสําหรับงาน
ระบายนํา
๑๖ ดินลูกรัง หินคลุก
และวัสดุคัดเลือก
รายละเอียดการทดสอบ
หน่วยน้ําหนัก (Unit Weight) อัตราการซึมผ่านของน้ํา (Rate of Flow) แรงฉีกขาด (Trapezoidal Tear Strength) แรงดึงยึดจับ (Grab Tensile Strength)
แรงกดทะลุ (C.B.R. Puncture Resistance) แรงดึงเต็มแผ่น (Tensile Strength) - ขนาดระบุ (Nominal Size)
- แรงกดที่ทําให้ท่อแยกและแรงกดสูงสุด (Three-Edge Bearing) ปริมาณเหล็กเสริมตามขวางและตามยาว (Reinforcement)
- Sieve Analysis
- Atterberg’s Limit
- การบดอัดในห้องทดลอง Compaction
- C.B.R.
- Los Angeles Abrasion
ปริมาณขั้นต่ํา
ที่กําหนดให้ทดสอบ
ความถี่ของการ
ทดสอบต่อตัวอย่าง
๔๐๐ ตร.ม.
๒,๐๐๐ ตร.ม.
๕๐ ท่อน
ปริมาณวัสดุที่ใช้ เพื่อการทดสอบต่อ ๑ ตัวอย่าง
๑ ผืน
ขนาด ๒x๒ เมตร
๑ ท่อน
ด
รายละเอียดที่
ตามรายละเอียดที่
๘๐ กิโลกรัม
กําหนดในสัญญา
กําหนดในสัญญา
หรือในดุลยพินิจ
และขึ้นอยู่กับสภาพ
ของผู้ควบคุมงาน
ของวัสดุขณะทําการ
ก่อสร้างและ ดุลย
พินิจของผู้ควบคุม
งาน
2
ลําาดับ
วัสดุ
รายละเอียดการทดสอบ
ปริมาณขั้นต่ําา
ความถี่ของการ
ปริมาณวัสดุที่ใช้
ที่กําหนดให้ทดสอบ ทดสอบต่อตัวอย่าง
เพื่อการทดสอบต่อ ๑ ตัวอย่าง
ปริมาณบันตาที
๒๐ กิโลกรัม
๑๗ ดินกระจายตัว
Pinhole Test
Double hydrometer Test - Dilution turbidity ration
Chemical Test
Crumb Test
กําหนดให้ทดสอบ
ไม่มี (ต้องทําการ
ทดสอบก่อน
นําไปใช้ก่อสร้าง)
หรือตาม
หมายเหตุ
รายละเอียดที
กําหนดในสัญญา
๑ หากปริมาณวัสดุมากกว่าปริมาณขั้นต่ําที่กําหนดนี้ ต้องนําวัสดุส่งไปทดสอบคุณสมบัติที่ห้องปฏิบัติการ
๒ หากปริมาณวัสดุน้อยกว่าปริมาณขั้นต่ําที่กําหนดนี้ ต้องให้ผู้ชํานาญการที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามรับรอง และหากผู้ชํานาญการ
สงสัยหรือไม่มั่นใจที่จะลงนามรับรองคุณสมบัติของวัสดุจากการตรวจพินิจให้นําส่งไปทดสอบที่ห้องปฏิบัติการ
๓ สําหรับงานจ้างเหมาที่มีข้อกําหนดในการทดสอบคุณสมบัติวัสดุไว้แล้วให้ยึดรายละเอียดข้อกําหนดในสัญญาเป็นหลัก
๔ วัสดุก่อสร้างที่นอกเหนือจากรายละเอียดแนบท้ายนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของเจ้าของงาน/โครงการ
๕ หากมีการเปลี่ยนแหล่งของวัสดุ ให้ทําการทดสอบคุณสมบัติใหม่ทุกครั้ง
22