ประกวดราคาจ้างก่อสร้างก่อสร้างคลองผันน้ำคลองน้ำแดง (ระยะที่ 4) ตำบลละหาร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง
โครงการก่อสร้างคลองผันน้ำคลองน้ำแดง (ระยะที่ 4) ตำบลละหาร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง เป็นโครงการสำคัญภายใต้การกำกับดูแลของโครงการชลประทานระยอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ โดยการก่อสร้างคลองผันน้ำเชื่อมต่อจากระยะที่ดำเนินการไปแล้ว เพื่อให้สามารถผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์มาเติมยังอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่และอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลได้อย่างเต็มศักยภาพ รองรับความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และการเกษตร รวมถึงป้องกันปัญหาการกัดเซาะตลิ่งและการทับถมของตะกอนดินที่ขัดขวางทางน้ำ
ขอบเขตงานครอบคลุมการก่อสร้างคลองผันน้ำระยะทางประมาณ 2.03 กิโลเมตร ภายใต้วงเงินงบประมาณ 50,000,000 บาท โดยผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งให้เริ่มงาน โครงการนี้เน้นการใช้วัสดุภายในประเทศ (Local Content) โดยเฉพาะเหล็กไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณที่ใช้ทั้งหมด และต้องมีการจัดทำแผนการทำงานเพื่อควบคุมความก้าวหน้าของโครงการให้เป็นไปตามเงื่อนไขการประเมินผลงานที่เข้มงวด เพื่อป้องกันความล่าช้าและการบอกเลิกสัญญา
English summary
The construction project for the Khlong Nam Daeng diversion canal (Phase 4) in Pluak Daeng, Rayong, aims to enhance water diversion efficiency from Prasae Reservoir to Khlong Yai and Nong Pla Lai Reservoirs. Covering a remaining distance of approximately 2.03 km, the project addresses soil erosion and water scarcity issues. With a budget of 50 million THB and a 240-day completion period, bidders must be registered in Irrigation Construction (Class 4 or higher). The project mandates the use of domestic materials, specifically at least 90% of steel requirements, and strict adherence to progress milestones.
ตำบลละหาร อำเภอปลวกแดง
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อเตรียมความพร้อมในการสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ มายังอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ ให้ใช้น้ำต้นทุนได้อย่างเต็มศักยภาพ (ประมาณ 80 ล้าน ลบ.ม.)
- เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำกรณีเกิดวิกฤตภัยแล้ง
- เพื่อเพิ่มศักยภาพในการส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ และอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล
ขอบเขตของงาน
- ก่อสร้างคลองผันน้ำคลองน้ำแดง (ระยะที่ 4) เชื่อมต่อจากส่วนที่ก่อสร้างแล้วเสร็จจนถึงปลายคลอง
- ระยะทางดำเนินการประมาณ 2.03 กิโลเมตร
- งานป้องกันการกัดเซาะตลิ่งและงานขุดลอกตะกอนดิน
- การบริหารจัดการวัสดุก่อสร้างตามมาตรฐานที่กำหนด (เน้นวัสดุภายในประเทศ)
- การจัดทำแผนการทำงานและรายงานความก้าวหน้าตามงวดงาน
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- คลองผันน้ำที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ตามแบบรูปรายการละเอียด
- แผนการทำงาน (ภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา)
- แผนการใช้พัสดุภายในประเทศและแผนการใช้เหล็ก (ภายใน 60 วันหลังลงนามสัญญา)
- รายงานผลการดำเนินงานรายงวดตามเนื้องานที่ทำเสร็จจริง
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ 240 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งให้เริ่มทำงาน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคล ไม่เป็นผู้ทิ้งงาน ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน
- Standards Compliance: ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด และเหล็กไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ใช้
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขางานก่อสร้างชลประทาน ไม่น้อยกว่าชั้น 4
- Personnel: ต้องมีช่างก่อสร้าง/ช่างโยธา และช่างสำรวจ อย่างน้อยสาขาละ 1 คน โดยต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างหรือมีวุฒิบัตร ปวช./ปวส./ปวท. ขึ้นไป
เกณฑ์การพิจารณา
พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา (Lowest Price)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- งานก่อสร้างสาขางานชลประทาน
- ต้องเป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียด เงื่อนไขทั่วไปและเฉพาะของงานก่อสร้าง
- การใช้วัสดุต้องเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (Local Content) ตามสัดส่วนที่กำหนด
เงื่อนไขสัญญา
- จ่ายเงินเป็นรายเดือนตามเนื้องานที่ทำเสร็จจริง
- หักเงินประกันผลงานร้อยละ 10 ของเงินที่จ่ายในแต่ละงวด
- อัตราค่าปรับกรณีผิดสัญญา: ร้อยละ 0.10 ต่อวัน
- รับประกันความชำรุดบกพร่องไม่น้อยกว่า 2 ปี
- สามารถขอรับเงินล่วงหน้าได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้าง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: โครงการนี้เน้นการก่อสร้างส่วนใดเป็นหลัก? ตอบ: เน้นการก่อสร้างคลองผันน้ำระยะที่ 4 ระยะทาง 2.03 กม. เพื่อเชื่อมต่อระบบส่งน้ำ
- ถาม: ผู้รับจ้างต้องมีคุณสมบัติการขึ้นทะเบียนอย่างไร? ตอบ: ต้องขึ้นทะเบียนสาขางานก่อสร้างชลประทาน ชั้น 4 ขึ้นไป
- ถาม: มีข้อกำหนดเรื่องการใช้วัสดุอย่างไร? ตอบ: ต้องใช้พัสดุผลิตในประเทศไม่น้อยกว่า 60% และเหล็กไม่น้อยกว่า 90%
- ถาม: ระยะเวลาการรับประกันผลงานนานเท่าใด? ตอบ: ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับจากวันที่ตรวจรับงาน
- ถาม: หากงานล่าช้ากว่าแผนงาน จะถูกบอกเลิกสัญญาเมื่อใด? ตอบ: เมื่อผลงานสะสมไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดในแต่ละช่วงเวลา (เช่น ไม่ถึง 85% เมื่อครบกำหนดสัญญา)
- ถาม: สามารถเบิกเงินล่วงหน้าได้หรือไม่? ตอบ: ได้ไม่เกิน 15% โดยต้องวางหลักประกันตามที่กำหนด
- ถาม: การจ่ายเงินค่าจ้างจ่ายอย่างไร? ตอบ: จ่ายเป็นรายเดือนตามเนื้องานที่ทำเสร็จจริงและผ่านการตรวจรับ
- ถาม: ต้องใช้ช่างสาขาใดบ้าง? ตอบ: ช่างก่อสร้าง/โยธา และช่างสำรวจ อย่างน้อยสาขาละ 1 คน
- ถาม: การปรับราคาค่างานก่อสร้าง (ค่า K) ใช้หลักเกณฑ์ใด? ตอบ: ใช้สูตรการปรับราคาตามมติคณะรัฐมนตรีปี 2532
- ถาม: กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตมีบทลงโทษอย่างไร? ตอบ: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR) (กรณีงานจ้างก่อสร้าง)
๑. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
๑.๑ ชื่อโครงการ ประกวดราคาจ้างก่อสร้างคลองผันน้ำคลองน้ำแดง (ระยะที่ 4) ตำบลละหาร อำเภอ ปลวกแดง จังหวัดระยอง
๑.๒ ความเป็นมา
คลองน้ำแดง เป็นคลองธรรมชาติไหลผ่านพื้นที่ ตำบลหนองไร่ และ ตำบลละหาร ตำบลปลวกแดง จังหวัดระยอง และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำคลลองใหญ่ มีความยาวทั้งสิ้น 9.0 กิโลเมตร และคลองสายนี้ใช้เป็นเส้นทาง ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์มาเติมยังอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ และเชื่อมโยงไปยังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล เพื่อเพิ่ม
ปริมาณน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำทั้ง 2 แห่ง ดังกล่าว ให้มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน สภาพคลองน้ำแดง ส่วนใหญ่มีลักษณะคดเคี้ยว เมื่อถึงฤดูน้ำหลากและช่วงที่อ่างเก็บน้ำประแสร์ ผันน้ำมาลงผ่านคลองน้ำแดง จะเกิดการกัดเซาะตลิ่งคลองพังทลาย เกิดตะกอนดินทับถมเป็นจำนวนมาก ทำให้ น้ำไหลระบายได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยโครงการชลประทานระยองได้รับงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารป้องกัน การกัดเซาะตลิ่งคลองน้ำแดง เมื่อปี พ.ศ.2557 และ ปีพ.ศ.2565 รวมระยะทางที่ก่อสร้างแล้วประมาณ 6. 97 กิโลเมตร ยังคงเหลือระยะทางอีกประมาณ 2.03 กิโลเมตร ซึ่งมีความจำเป็นต้องดำเนินการก่อสร้างคลองผันน้ำ โดยเชื่อมต่อจากเดิมที่มีอยู่ไปจนถึงปลายคลอง เพื่อให้สามารถผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ลงสู่อ่างเก็บน้ำ คลองใหญ่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เป็นการเพิ่มศักยภาพในการส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลไปจังหวัดชลบุรี เพื่อผลิตน้ำในการอุปโภค – บริโภค และการเกษตรบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่
๑.๓ วัตถุประสงค์
๑. เพื่อเตรียมความพร้อมในการสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ มายังอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ ให้ใช้ น้ำต้นทุนได้อย่างเต็มศักยภาพจากปริมาณน้ำที่สูญเสีย ประมาณ 80 ล้าน ลบ.ม. โดยจัดสรรได้อย่างเสมอภาพ และ พอเพียง
๒. เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำกรณีเกิดวิกฤตภัยแล้ง
๓. เพื่อเพิ่มศักยภาพให้อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ และอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล
๑.๔ วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร 50,000,000.00 บาท (ห้าสิบล้านบาทถ้วน) ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- 2 -
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ จังหวัด ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการเสนอราคาครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
2.10 เป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขางานก่อสร้างชลประทาน ไม่น้อยกว่าชั้น 4 ประเภทคุณลักษณะเฉพาะอื่นๆ ไว้กับกรมบัญชีกลาง
2.11 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่าง ผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) งานก่อสร้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลางตามสาขางานก่อสร้างที่คณะกรรมการราคากลาง และขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการกำหนด
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าหลักจะต้อง เป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลางสาขางานก่อสร้างชลประทานไม่น้อยกว่าชั้น 4 ประเภท คุณลักษณะเฉพาะอื่นๆ ไว้กับกรมบัญชีกลาง ในส่วนของผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ใช่ผู้เข้าร่วมค้าหลักจะเป็นผู้ประกอบการที่ ขึ้นทะเบียนในสาขางานก่อสร้างไว้กับกรมบัญชีกลางหรือไม่ก็ได้
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายแบบข้อตกลงคุณธรรมผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วม ค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการ ร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าได้รับ มอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่าย เอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๓. ขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
3.1 แบบรูปแสดงรายการละเอียด
3.2 เงื่อนไขทั่วไปของงานก่อสร้าง
3.3 เงื่อนไขเฉพาะของงานก่อสร้าง
3.4 รายละเอียดด้านวิศวกรรม
3.5 ข้อกำหนดอื่น
(1) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน
(2) แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน - 3 -
๔. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ระยะเวลาส่งมอบ 240 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งให้เริ่มทำงาน
๕. งวดงานและการจ่ายเงิน
จังหวัด จะจ่ายค่าจ้างต่อหน่วยของงานแต่ละรายการที่ได้ทำสำเร็จจริงตามราคาต่อหน่วยที่กำหนด ไว้ในใบแจ้งปริมาณงานและราคา นอกจากในกรณีต่อไปนี้
(1) เมื่อปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ 125 (หนึ่งร้อยยี่สิบห้า) แต่ไม่เกิน ร้อยละ 150 (หนึ่งร้อยห้าสิบ) ของปริมาณงานที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ ในอัตราร้อยละ 90 (เก้าสิบ) ของราคาต่อหน่วยตามสัญญา
(2) เมื่อปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ 150 (หนึ่งร้อยห้าสิบ) ของปริมาณงาน ที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ในอัตราร้อยละ 83 (แปดสิบสาม) ของราคาต่อหน่วย ตามสัญญา
(3) เมื่อปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงน้อยกว่าร้อยละ 75 (เจ็ดสิบห้า) ของปริมาณงานที่กำหนดไว้ ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ตามราคาต่อหน่วยในสัญญา และจะจ่ายเพิ่มชดเชยเป็น ค่า overhead และ mobilization สำหรับงานรายการนั้นในอัตราร้อยละ 17 (สิบเจ็ด) ของผลต่างระหว่างปริมาณ งานทั้งหมดของงานรายการนั้นตามสัญญาโดยประมาณ กับปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงคูณด้วยราคาต่อหน่วยตามสัญญา ทั้งนี้ การจ่ายเงินเพิ่มชดเชยเป็นค่า Overhead และ Mobilization ดังกล่าว ผู้ว่าจ้างจะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างในงวดสุดท้าย ของการจ่ายเงินค่างานตามสัญญา
(4) จังหวัด จะจ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นตาม (1) และ (2) ดังกล่าวข้างต้น ในงวดสุดท้ายของการจ่ายเงิน หรือก่อนงวดสุดท้ายของการจ่ายเงิน ตามที่จังหวัดจะพิจารณาตามที่เห็นสมควร เว้นแต่กรณีที่จังหวัดพิจารณาเห็น ว่าปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงดังกล่าว มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานอื่นที่เหลือ อีกทั้งงานที่เหลืออยู่ก็มิได้มีผลกระทบต่อ การจ่ายเงินค่างานที่แล้วเสร็จจริงในงวดดังกล่าว ทั้งนี้จังหวัดอาจจ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นให้แก่ผู้รับจ้างพร้อมกับการ จ่ายเงินค่างานงวดนั้นๆ และการพิจารณาว่างานใดอยู่ในหลักเกณฑ์ดังกล่าวหรือไม่เป็นดุลพินิจโดยเด็ดขาดของ จังหวัด
จังหวัด จะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเป็นรายเดือนตามเนื้องานที่ทำเสร็จจริง เมื่อจังหวัดหรือ เจ้าหน้าที่ของจังหวัดได้ทำการตรวจสอบผลงานที่ทำเสร็จแล้ว และปรากฏว่าเป็นที่พอใจตรงตามข้อกำหนดแห่ง สัญญาทุกประการจังหวัดจะออกหนังสือรับรองการรับมอบงานนั้นให้ไว้แก่ผู้รับจ้าง
การจ่ายเงินงวดสุดท้ายจะจ่ายให้เมื่องานทั้งหมดตามสัญญาได้แล้วเสร็จทุกประการ
๖. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ จังหวัดจะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา ๗. อัตราค่าปรับ
7.1 กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากจังหวัด จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น 7.2 กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างก่อสร้าง นอกเหนือจากข้อ 7.1 จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวัน เป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้าง
๘. การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีนับถัด จากวันที่จังหวัดได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับ แจ้งความชำรุดบกพร่อง - 4 -
- การจ่ายเงินล่วงหน้า
ผู้ยื่นข้อเสนอมีสิทธิเสนอขอรับเงินล่วงหน้า ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้างทั้งหมด แต่ทั้งนี้จะต้องส่งมอบหลักประกันเงินล่วงหน้า เป็นพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือหนังสือค้ำประกัน หรือหนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตา มแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด ให้แก่จังหวัด ก่อนรับเงินล่วงหน้านั้น
ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ผู้รับจ้างครั้งเดียวเต็มจำนวนตามสัญญาข้อ 5 เมื่อผู้รับจ้างร้องขอ และต้องร้องขอครั้งเดียวเต็มจำนวนเท่านั้น โดยผู้รับจ้างต้องร้องขอเป็นหนังสือก่อนการส่งมอบงานงวดแรก กรณีผู้รับจ้างได้วางหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าไว้หลายฉบับ ซึ่งแต่ละฉบับมีมูลค่าเท่ากับจำนวน เงินค่าจ้างล่วงหน้าที่ผู้ว่าจ้างจะต้องหักไว้ในแต่ละงวด หากผู้ว่าจ้างได้หักเงินค่าจ้างล่วงหน้าในงวดใดแล้ว ผู้รับจ้างมีสิทธิ ขอคืนหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าในงวดนั้นได้ - การหักเงินประกันผลงาน
ในการจ่ายเงินแต่ละงวด จังหวัด จะหักเงินจำนวนร้อยละ 10 ของเงินที่ต้องจ่ายในงวดนั้น เพื่อเป็นประกันผลงาน ในกรณีที่เงินประกันผลงานจะต้องถูกหักไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ของค่าจ้างทั้งหมด ผู้รับจ้าง มีสิทธิที่จะขอเงินประกันผลงานคืน โดยผู้รับจ้างจะต้องนำหนังสือค้ำประกันของธนาคาร หรือหนังสือค้ำประกัน อิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศ มาวางไว้ต่อจังหวัด เพื่อเป็นหลักประกันแทน
จังหวัด จะคืนเงินประกันผลงาน และ/หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้างพร้อมกับการ จ่ายเงินค่าจ้างงวดสุดท้าย - การปรับราคาค่างานก่อสร้าง
การปรับราคาค่างานก่อสร้างตามหลักสูตรการปรับราคา จะนำมาใช้ในกรณีที่ค่างานก่อสร้างลดลง หรือเพิ่มขึ้น โดยวิธีการตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ สูตรและวิธีคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ตาม มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0203/ว 109 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2532 และหนังสือสำนัก งบประมาณ ที่ นร 0731.1/ว 104 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2561 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับ วันเปิดซองที่ใช้ในการคำนวณเงินเพิ่มหรือลดค่างานตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
สูตรการปรับราคา (สูตรค่า K) จะต้องคงที่ที่ระดับที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือภายในระยะเวลาที่จังหวัด ได้ขยายออกไป โดยจะใช้สูตรของทางราชการที่ได้ระบุไว้ในเอกสารการจ้างก่อสร้าง - มาตรฐานฝีมือช่าง
เมื่อจังหวัดได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นผู้รับจ้างและได้ตกลงจ้างก่อสร้างนี้แล้ว ผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องตกลงว่าในการปฏิบัติงานก่อสร้างดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างหรือ ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างจาก สถาบันของทางราชการ หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. และ ปวท. หรือ เทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับราชการได้ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง แต่จะต้องมีจำนวนช่างอย่างน้อย 1 คน ในแต่ละสาขาช่าง ดังต่อไปนี้
12.1 ช่างก่อสร้าง หรือ ช่างโยธา
12.2 ช่างสำรวจ - การส่งเสริมการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้าง เป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และดำเนินการตาม เงื่อนไขดังต่อไปนี้
(1) ให้ใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ในงานก่อสร้าง ทั้งหมดตามสัญญา
- 5 -
(2) หากการใช้เหล็กตามข้อ (1) ยังไม่ครบร้อยละของมูลค่าที่กำหนดให้ใช้พัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ (ร้อยละ 60) ให้ผู้รับจ้างใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศประเภทอื่นให้ครบตามร้อยละของมูลค่าที่กำหนดได้ ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ และแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ เสนอผู้ว่าจ้างภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ตามแบบเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลาดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน 60 วัน
- หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน
การโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน จะกระทำได้เฉพาะ กรณีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมกำหนด ตามคำสั่งกรมชลประทานที่บังคับใช้ในขณะนั้น (ปัจจุบันคำสั่งกรม ที่ 98/2562 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2562) ดังนี้
(1) ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือ ผู้ให้เช่า โอนให้แก่ธนาคารภายในประเทศ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย
(2) ผู้รับโอนตามข้อ (1) ดังกล่าวข้างต้น โอนกลับคืนให้แก่ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า - แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน
การใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน ให้เป็นไปตามแนวทางและวิธีปฏิบัติที่กรมกำหนด (บันทึกกองการเงินและบัญชีที่ กงบ.1430/2558 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2558) - การจัดทำแผนการทำงาน การประเมินผลการดำเนินงานตามแผนงาน และการบอกเลิกสัญญา 16.1 คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทำแผนการทำงานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่เป็นกรณีสัญญา ที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา 16.2 การประเมินผลการดำเนินงานตามแผนงาน และการบอกเลิกสัญญา ผู้ว่าจ้างจะพิจารณา จากหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้
16.2.1 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามีผลงาน สะสมไม่ถึงร้อยละ 25 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา 16.2.2 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว ปรากฏกรณี ดังต่อไปนี้
(1) คู่สัญญามีผลงานประจำเดือนที่ตั้งไว้ไม่ถึงร้อยละ 50 ของแผนงานประจำเดือน และ (2) ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 50 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้า เป็นความผิดของคู่สัญญา
16.2.3 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 3 ใน 4 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามีผลงาน ไม่ถึงร้อยละ 65 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา
16.2.4 เมื่อครบกำหนดส่งมอบตามสัญญา ผลงานสะสมน้อยกว่าร้อยละ 85 ของวงเงินค่าพัสดุ หรือค่าจ้าง
16.2.5 เมื่อครบกำหนดส่งมอบตามสัญญา หากสัญญาหรือข้อตกลงมีจำนวนค่าปรับจะเกิน ร้อยละ 10 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง จังหวัดจะดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัด จ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 183
หากปรากฏว่า เข้าเงื่อนไขกรณีหนึ่งกรณีใดตามข้อ 16.2.1 - 16.2.5 จังหวัดสามารถ ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560