ประกวดราคาซื้อโครงการจัดหาเครื่องรับ - ส่งวิทยุสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สส.สทส. จำนวน 1 โครงการ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สส.สทส.) ดำเนินโครงการจัดหาเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร ระบบ DMR ย่าน VHF (136-174 MHz) กำลังส่ง 5 วัตต์ จำนวน 1 โครงการ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ
ขอบเขตงานประกอบด้วยการจัดหาเครื่องวิทยุสื่อสารพร้อมอุปกรณ์ประกอบ ได้แก่ ไมโครโฟนติดบ่า และชุดชาร์จแบบ Multi-charger รวมถึงการจัดทำระบบบริหารงานซ่อม (Web Ticket) การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ และการจัดทำสื่อการสอนการใช้งาน โดยผู้ชนะการประมูลจะต้องส่งมอบพัสดุทั้งหมดภายใน 510 วัน แบ่งเป็น 3 งวดงาน
การพิจารณาคัดเลือกจะใช้เกณฑ์ “ราคาประกอบเกณฑ์อื่น” (Price Performance) โดยแบ่งน้ำหนักเป็น: ราคา 20%, ด้านเทคนิคและประสิทธิภาพ 50%, ข้อเสนออื่น ๆ 20% และการบริการหลังการขาย 10% ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ผลิต มีใบอนุญาตค้าเครื่องวิทยุคมนาคมจาก กสทช. และมีผลงานในสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 187 ล้านบาท นอกจากนี้ยังต้องมีศูนย์ซ่อมบำรุงในประเทศไทยอย่างน้อย 2 แห่ง และหน่วยบริการรับ-ส่งเครื่องครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรองรับการรับประกันความชำรุดบกพร่องไม่น้อยกว่า 2 ปี
English summary
The Royal Thai Police (RTP) is inviting e-bidding for the procurement of DMR VHF (136-174 MHz) portable radio transceivers (5W) for the Communications Division. The project includes the supply of radios, remote speaker microphones, multi-chargers, the implementation of a web-based repair management system, and training. The selection process uses a “Price Performance” criteria (20% price, 50% technical/performance, 20% other proposals, 10% after-sales service). Bidders must have a proven track record in telecommunications projects worth at least 187 million THB in a single contract, hold a valid NBTC radio trading license, and maintain service centers across all 77 provinces of Thailand.
กองตำรวจสื่อสาร ถนนรามอินทรา เขตบางเขน กรุงเทพฯ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดหาเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับใช้ในภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสื่อสารของกองตำรวจสื่อสารทั่วประเทศ
- เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการพัสดุและการซ่อมบำรุงผ่านระบบดิจิทัล (Web Ticket)
- เพื่อยกระดับการฝึกอบรมและทักษะการใช้งานวิทยุสื่อสารของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ขอบเขตของงาน
- จัดหาเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสารชนิดมือถือ ระบบ DMR ย่าน VHF 136-174 MHz กำลังส่ง 5 วัตต์
- จัดหาอุปกรณ์ประกอบ ได้แก่ ไมโครโฟนติดบ่า และชุดชาร์จ (Multi-charger)
- จัดทำระบบบริหารงานซ่อม (Web Ticket)
- จัดทำวิดีโอสื่อการสอนการใช้งาน
- จัดการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจกองตำรวจสื่อสาร
- จัดตั้งและบริหารจัดการหน่วยบริการรับ-ส่งเครื่องครอบคลุม 77 จังหวัด
- จัดตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงในประเทศไทยอย่างน้อย 2 แห่ง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสารพร้อมอุปกรณ์ประกอบ (รวม 50,000 ชุด)
- เครื่องโปรแกรมความถี่และเครื่องมือตรวจซ่อมพื้นฐาน 40 ชุด
- ระบบบริหารงานซ่อม (Web Ticket)
- วิดีโอสื่อการสอนการใช้งาน
- คู่มือการตรวจซ่อม (Service Manual) ภาษาไทยและอังกฤษ 50 ชุด
- ข้อมูลพัสดุ (Inventory List) ในรูปแบบ Excel พร้อมระบบ Barcode/QR Code
ระยะเวลาดำเนินการ
510 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคา
- Standards Compliance: ต้องมีใบรับรอง ISO 9001 และ ISO 27001 ของโรงงานผู้ผลิต, มาตรฐาน MIL-STD 810G, IP68, และใบรับรองจาก กสทช.
- Experience: ต้องมีผลงานด้านสื่อสารโทรคมนาคมหรือวิทยุคมนาคมในสัญญาเดียวไม่น้อยกว่า 187,000,000 บาท (ย้อนหลังไม่เกิน 7 ปี)
- Previous Project Cost: 187,000,000 บาท
- Technical Capabilities: ต้องมีศูนย์ซ่อมบำรุงในไทยอย่างน้อย 2 แห่ง และหน่วยบริการรับ-ส่งเครื่องครอบคลุม 77 จังหวัด
- Personnel: ช่างซ่อมประจำศูนย์ต้องผ่านการอบรมจากเจ้าของผลิตภัณฑ์
เกณฑ์การพิจารณา
ใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price Performance) รวม 100 คะแนน:
- ราคา: 20%
- การตรวจสอบและทดสอบประสิทธิภาพ: 50%
- ข้อเสนออื่น ๆ: 20%
- การบริการหลังการขาย: 10%
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบ: DMR ย่าน VHF 136-174 MHz
- กำลังส่ง: 5 วัตต์
- มาตรฐานความทนทาน: MIL-STD 810G หรือดีกว่า
- มาตรฐานกันน้ำ/ฝุ่น: IP68 (สำหรับเครื่อง), IP67 (สำหรับไมโครโฟน)
- แบตเตอรี่: ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัย IEC 62133-2 หรือ มอก. 62133
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงินแบ่งเป็น 3 งวด (20%, 40%, 40%)
- ค่าปรับ: 0.20% ต่อวันของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ
- การรับประกัน: ไม่น้อยกว่า 2 ปี
- หลักประกันสัญญา: 5% ของราคาค่าสิ่งของ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้ใช้เกณฑ์การตัดสินแบบใด? A: ใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price Performance) โดยเน้นคะแนนด้านเทคนิคถึง 50%
- Q: ต้องมีศูนย์บริการครอบคลุมกี่จังหวัด? A: ต้องมีหน่วยบริการรับ-ส่งเครื่องครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ
- Q: ผลงานที่นำมายื่นต้องมีมูลค่าเท่าใด? A: ต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวไม่น้อยกว่า 187 ล้านบาท
- Q: เครื่องวิทยุสื่อสารต้องเป็นสินค้า OEM หรือไม่? A: ไม่อนุญาตให้เป็นสินค้า OEM ต้องเป็นผลิตภัณฑ์จากเจ้าของแบรนด์โดยตรง
- Q: การรับประกันความชำรุดบกพร่องมีระยะเวลานานเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า 2 ปีนับจากวันที่ตรวจรับมอบ
- Q: หากเครื่องชำรุดระหว่างประกัน ต้องดำเนินการอย่างไร? A: ต้องมีเครื่องสำรองให้ใช้งานภายใน 3 วันทำการ และซ่อมให้เสร็จภายใน 1 เดือน
- Q: ต้องส่งตัวอย่างพัสดุหรือไม่? A: ต้องส่งตัวอย่างเครื่องวิทยุ 20 ชุด และอุปกรณ์ประกอบเพื่อทดสอบในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569
- Q: ระบบบริหารงานซ่อม (Web Ticket) มีไว้เพื่ออะไร? A: เพื่อเป็นช่องทางในการแจ้งซ่อมและติดตามสถานะการซ่อมบำรุงเครื่องวิทยุและอุปกรณ์
- Q: การส่งมอบพัสดุแบ่งเป็นกี่งวด? A: แบ่งเป็น 3 งวดงาน ภายในระยะเวลา 510 วัน
- Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีใบอนุญาตใดจาก กสทช.? A: ต้องมีใบอนุญาตให้ค้าเครื่องวิทยุคมนาคม
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
๑.
บัญชีเอกสารส่วนที่
ด
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
O (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
- สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล……. - บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ขนาดไฟล์…..
ไฟล์ข้อมูล…….
ขนาดไฟล์……..
O (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด - สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล..
ขนาดไฟล์…….. - สําเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
ไฟล์ข้อมูล…..
ขนาดไฟล์….. - บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล…….
ขนาดไฟล์…….
บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
ขนาดไฟล์…..
ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
O มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ไฟล์ข้อมูล……
๒. ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่เป็นนิติบุคคล
๓.
O (ก) บุคคลธรรมดา - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้นั้น
ไฟล์ข้อมูล……
O) (ข) คณะบุคคล - สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน
ไฟล์ข้อมูล……. - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน
ไฟล์ข้อมูล……
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า - สําเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า
ไฟล์ข้อมูล…….
O (ก) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นบุคคลธรรมดา - บุคคลสัญชาติไทย
สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
ไฟล์ข้อมูล….. - บุคคลที่มิใช่สัญชาติไทย
สําเนาหนังสือเดินทาง
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์….
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์……..
ขนาดไฟล์…
…….uuralw……….
ขนาดไฟล์……. - ๒ -
O (ข) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นนิติบุคคล - ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…….
- บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล…….
บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล……
สํานาหนังสือบริคณห์สนธิ
ไฟล์ข้อมูล……..
บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล……
- บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
0 มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ไฟล์ข้อมูล…….
ขนาดไฟล์
ขนาดไฟล์…………….
ขนาดไฟล์.
ขนาดไฟล์…………..
ขนาดไฟล์……………
ขนาดไฟล์………
๔. แบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินจัดซื้อ
จัดจ้างตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์……
๕. แบบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (สําหรับส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/องค์การมหาชน/หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน) กรณีโครงการ จัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
ไฟล์ข้อมูล…
๖.
0 5. อื่น ๆ (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล………
ไฟล์ข้อมูล……
0
ไฟล์ข้อมูล
ขนาดไฟล์……
….. ขนาดไฟล์……….
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์……………..
ข้าพเจ้าขอรับรองว่า เอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้ายื่นพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ….
ผู้ยื่นข้อเสนอ
(……………….บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
0 ๑. แค็ตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
0
0
0
0
ไฟล์ข้อมูล..
ขนาดไฟล์……..
๒. สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล…
ขนาดไฟล์……
๓. สําเนาหนังสือรับรองสินค้า Made In Thailand ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล
ขนาดไฟล์
๔. สรุปรายละเอียดประกอบการอธิบายเอกสารตามที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้จัดส่งภายหลังวันเสนอ
ราคา เพื่อใช้ในประกอบการพิจารณา (ถ้ามี) ดังนี้
๔.๑
ไฟล์ข้อมูล……
๔.๒
ไฟล์ข้อมูล…..
O
๕. อื่นๆ (ถ้ามี)
๕.๑
ไฟล์ข้อมูล…….
…………..
ไฟล์ข้อมูล…………
๕.๓…..
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์….
ขนาดไฟล์….
ขนาดไฟล์……………..
ขนาดไฟล์………
ขนาดไฟล์……
ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้าได้ยื่นมาพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ…….
ผู้ยื่นข้อเสนอ
(………
)บทนิยาม
“ผลงาน” หมายความว่า ผลงานที่ใช้เทคนิคในการดําเนินการอย่างเดียวกันกับงานที่ และต้องคํานึงถึงมูลค่าของราคาค่างานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดําเนินการมาแล้ว
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งการจะเห็นถึงขีดความสามารถนี้ได้ก็ย่อมจะต้องเป็นการบริหารงานภายใต้การจ้างครั้งเดียวมิใช่การจ้าง
ในหลาย ๆ ครั้งมารวมกัน โดยผลงานที่นํามายื่นจึงต้องเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในสัญญาเดียวเท่านั้น
และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาที่ได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างดังกล่าว หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะต้องเป็น ผู้ออกหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างให้กับผู้ยื่นข้อเสนอใบแจ้งการชําระเงินผ่านธนาคารกรุงไทย
ชื่อหน่วยงาน
กองพลาธิการ
Company Code
741540
Biller ID
099400273562374
ชื่อ-นามสกุล(ผู้ชําระเงิน)
Ref. 1 :69039294783
Rcf. 2:1
เงินสด (Cash)
เงินโอน (Transfer)
บาท (Baht)
1
ผู้ฝากเงิน
ประกวดราคาซื้อโครงการจัดหาเครื่องรับ - ส่งวิทยุสื่อสาร
สี่สิบหกล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน
ใบแจ้งการชําระเงินผ่านธนาคารกรุงไทย
เยอร
ชื่อหน่วยงาน
กองพลาธิการ
Company Code
741540
กรุงไทย
Biller ID
099400273562374
ชื่อ-นามสกุล (ผู้ชําระเงิน)
Ref. 1 :69039294783
Ref. 2 :1
เงินสด (Cash)
เงินโอน (Transfer)
บาท (Baht)
ประกวดราคาซื้อโครงการจัดหาเครื่องรับ - ส่งวิทยุสื่อสาร
สี่สิบหกล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน
ฝากเงิน
เบอร์
หมายเหตุ สามารถชําระเงินได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ATM ระบบ อินเทอร์เน็ต Krungthai NEXT และช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของทุกธนาคาร
|099400273562374 69039294783 1 4675000000
ส่วนของผู้ชําระเงิน
วันที่ 18/03/2026
46,750,000.00
เจ้าหน้าที่ธนาคาร (เราประทับ
ส่วนของธ
นยองธนาคาร
วันที่ …..
46,750,000.00
เจ้าหน้าที่ธนาคาร (เราประทับแบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่ประสงค์จะเข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐ
ในการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินเกินสามร้อยล้านบาทขึ้นไป (เอกสารแนบท้ายประกาศ)
แบบตรวจสอบข้อมูลฉบับนี้จัดทําขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะเข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐ ในโครงการที่มีวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างตามประกาศคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต เรื่อง วงเงิน ในการจัดซื้อจัดจ้างและมาตรฐานขั้นต่ําของนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ผู้ประกอบการต้องจัดให้มี ตามมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอ
โครงการ (ระบุชื่อโครงการที่เข้ายื่นข้อเสนอ
หน่วยงาน (ระบุชื่อหน่วยงานของรัฐที่ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้าง)
ชื่อบริษัท (ระบุชื่อผู้ประกอบการที่เข้ายื่นข้อเสนอ)
โปรดทําเครื่องหมาย / ลงใน หน้าข้อใดข้อหนึ่งที่ผู้ประกอบการมีการดําเนินการ
๑. มีใบรับรอง…………………………… ระยะเวลา (ระบุช่วงเวลาที่ใบรับรองมีผลใช้บังคับ)
พร้อมแนบหลักฐานใบรับรอง
๒. ไม่มีใบรับรอง แต่มีมาตรฐานขั้นต่ําของนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ระยะเวลา (ระบุช่วงเวลาที่มาตรฐานขั้นต่ําของนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริต
ในการจัดซื้อจัดจ้างมีผลใช้บังคับหรือตลอดชีพ (แล้วแต่กรณี))
โดยมีรายละเอียดและหลักฐานอ้างอิง ดังนี้ (โปรดทําเครื่องหมาย / ลงในช่อง มี/ไม่มี)
รายการ
รายการ
มี ไม่มี
หลักฐานอ้างอิง
ผู้ประกอบการมีการกําหนดนโยบายป้องกันการทุจริตที่ระบุอย่างชัดเจน
เป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งมีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน
๒. ผู้ประกอบการมีการกําหนดแนวทางหรือวิธีการหรือมาตรการป้องกัน การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่ระบุอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งมีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน ดังนี้
๓.
๒.๑ จรรยาบรรณธุรกิจ
๒.๒ หน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบในการดําเนินการป้องกันการทุจริตที่ชัดเจน ๒.๓ บทลงโทษหรือข้อบังคับสําหรับผู้กระทําการทุจริต
๒.๔ ช่องทางหรือระบบการแจ้งเบาะแสของข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริต ๒.๕ แผนฝึกอบรมเกี่ยวกับการป้องกันการทุจริต
มีการสื่อสารและประชาสัมพันธ์นโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริต ในการจัดซื้อจัดจ้างตามข้อ ๑ และ ๒
๔. มีการอบรมให้ผู้บริหาร หรือพนักงานเกี่ยวกับการป้องกันการทุจริต ๕. มีการทบทวนนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตอย่างน้อยทุก ๓ ปี
ข้าพเจ้าขอรับรองว่าการดําเนินงานพร้อมหลักฐานดังกล่าวข้างต้นถูกต้อง
*หมายเหตุ ๑.
ลงชื่อ
(…….. วันที่….
ผู้มีอํานาจกระทําการแทนบริษัท ) และประทับตราบริษัท (ถ้ามี)
ใบรับรองหรือมาตรฐานขั้นต่ําฯ ต้องมีระยะเวลาการรับรองหรือมีผลใช้บังคับครอบคลุมตั้งแต่วันที่
ผู้ประกอบการเข้ายื่นข้อเสนอในการจัดซื้อจัดจ้างต่อหน่วยงานของรัฐจนถึงวันที่ได้รับเงินค่าจ้างงวดสุดท้ายตามสัญญาซื้อหรือจ้าง
๒. กรณีไม่มีใบรับรอง ผู้ประกอบการต้องดําเนินการตามรายการที่กําหนดในตารางให้ครบถ้วนทุกข้อ
จึงจะผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติของการเป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอในการจัดซื้อจัดจ้างในครั้งนั้น(สำเนา)
เอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่ ๒๒/๒๕๖๙
การซื้อโครงการจัดหาเครื่องรับ - ส่งวิทยุสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สส.สทส. จำนวน ๑ โครงการ ตามประกาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความประสงค์จะประกวดราคาซื้อ โครงการจัดหาเครื่องรับ - ส่งวิทยุสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สส.สทส. จำนวน ๑ โครงการ ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
โครงการจัดหาเครื่องรับ – ส่งวิทยุ สื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สส. สทส.
จำนวน ๑ โครงการ
พัสดุที่จะซื้อนี้ต้องเป็นของแท้ ของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เป็นของเก่าเก็บ อยู่ในสภาพที่จะใช้งานได้ ทันที และมีคุณลักษณะเฉพาะตรงตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้ โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนด ดังต่อไปนี้
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์
๑.๓ แบบสัญญาซื้อขาย
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ เเบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่ มีวงเงินจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
๑.๙ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับชำระเงินหลักประกันการเสนอราคา ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดราย หนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อ เสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อ เสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒๐๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ
บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่า สุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อ จัดจ้าง
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือ ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย
๒.๑๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีใบอนุญาตให้ค้าเครื่องวิทยุคมนาคม หรืออุปกรณ์ใดๆ ของ เครื่องวิทยุคมนาคม ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
๒.๑๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านสื่อสารโทรคมนาคมหรือวิทยุคมนาคมโดยผลงาน ดังกล่าวต้องอยู่ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑๘๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดล้านบาทถ้วน) ภายใต้สัญญา ฉบับเดียว และเป็นผลงานที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ
บริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ โดยต้องมีสำเนาสัญญาซื้อขาย และหนังสือรับรองผลงานโครงการ ที่ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์แล้ว ไม่เกิน ๗ ปี นับถึงวันที่ยื่นเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ มาแสดงพร้อมกับการยื่นซองข้อเสนอ ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของผลงานดังกล่าว ๒.๑๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีหน่วยบริการในการรับส่งเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร ครบทุก จังหวัด ทั่วประเทศ ๗๗ จังหวัด มีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยบริการในการรับ-ส่งเครื่อง โดยจะต้องเป็นศูนย์จัด จำหน่ายหรือให้บริการเกี่ยวกับอุปกรณ์ด้านไอที หรือคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์สื่อสาร หรืออุปกรณ์เครือข่าย หรืออุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม พร้อมทั้งมีบริการหลังการขาย ๒.๑๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีศูนย์ซ่อมบำรุงในประเทศไทยสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นข้อ เสนอ อย่างน้อย ๒ แห่ง รายละเอียดตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก จ
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ
จดทะเบียน นิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒๐๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง
ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อ จัดจ้างพร้อมทั้งแนบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว และแบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่ จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
(๖) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์
(๗) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(๘) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable
Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน ให้แนบ หนังสือ
มอบอำนาจซึ่งติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ทั้งนี้ หากผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น (๒) แคตตาล็อกหรือรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ตามข้อ ๔.๔ แค็ตตาล็อก ที่มีรูปแบบตามมาตรฐานของเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือรายละเอียดของผลิตภัณฑ์จาก Official Website ของเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่เสนอขาย แนบมาเพื่อประกอบการพิจารณา โดยทำเครื่องหมายบ่งบอกให้ ชัดเจนว่ารายละเอียดของผลิตภัณฑ์ตามแค็ตตาล็อก หรือรายละเอียดจาก Website ที่เสนอ ตรงกับ คุณลักษณะเฉพาะที่ทางราชการกำหนดในข้อใด ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก, ร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก-๑, ร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก-๒ และร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ข
(๓) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๔) สำเนาหนังสือรับรองการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือ ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๔.๑๔
กรณีหนังสือรับรองเป็นภาษาต่างประเทศ จะต้องผ่านการแปลเป็นภาษา ไทย รายละเอียดดังนี้
(๔.๑) แปลจากต้นฉบับภาษาต่างประเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้ขึ้นทะเบียน เป็นผู้เชี่ยวชาญของศาลยุติธรรม หรือ
(๔.๒) แปลจากต้นฉบับภาษาต่างประเทศ ซึ่งภาคเอกชนจัดทำขึ้น และจะ ต้องได้รับการรับรองจากสถานทูต หรือสถานกงสุลของประเทศนั้นๆ ภายในประเทศไทย (๕) สำเนาเอกสารใบอนุญาตให้ค้าเครื่องวิทยุคมนาคม หรืออุปกรณ์ใดๆ ของ เครื่อง
วิทยุคมนาคมที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๔.๑๕
(๖) สำเนาสัญญาซื้อขายและหนังสือรับรองผลงาน ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๔.๑๖
(๗) เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ เครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร ชนิดมือถือ ระบบ DMR ย่าน VHF ๑๓๖ - ๑๗๔ MHz กำลังส่ง ๕ วัตต์ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก
(๗.๑) ใบรับรองผลการทดสอบมาตรฐานความทนทานต่อสภาพแวดล้อม ทางการทหาร (Military Standard Test Report / Certification) MIL – STD ๘๑๐ G หรือดีกว่า ตามร่าง ขอบเขตของงานฯ ผนวก ก ข้อ ๑.๒ พร้อมหนังสือรับรองห้องปฏิบัติการ (Laboratory Certification) ที่ได้รับ มาตรฐาน
จากหน่วยงานหรือองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล เช่น ILAC, A๒LA เป็นต้น (๗.๒) ใบรับรองผลการทดสอบมาตรฐานดัชนีการป้องกันสิ่งแปลกปลอม (Ingress Protection Rating Test Report : IP) ระดับ IP๖๘ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก ข้อ ๑.๓ พร้อมหนังสือรับรองห้องปฏิบัติการ (Laboratory Certification) ที่ได้รับมาตรฐาน จากหน่วยงานหรือองค์กร ที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล เช่น ILAC, A๒LA เป็นต้น
(๗.๓) ใบรับรองการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานของเครื่องโทรคมนาคม และอุปกรณ์ ของสำนักงาน กสทช. ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก ข้อ ๑.๔
(๗.๔) ใบรับรองระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐานสากล (International Organization for Standardization Certificate) ISO ๙๐๐๑ และ ISO ๒๗๐๐๑ ของโรงงานผู้ผลิต ตามร่าง ขอบเขตของงานฯ ผนวก ก ข้อ ๑.๕
(๗.๕) ใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตาม ระเบียบสหภาพยุโรป (CE Declaration of Conformity) หรือคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร แห่งสหรัฐอเมริกา (FCC Certification) ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก ข้อ ๑.๒๐ (๗.๖) หนังสือยืนยันจากบริษัทผู้ผลิตว่าเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสารที่ยื่นข้อเสนอ ไม่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากการจ้างผลิต (สินค้า OEM : Original Equipment Manufacturer) ตามร่าง ขอบเขตของงานฯ ผนวก ก ข้อ ๑.๒๑ พร้อมด้วยใบรับรองระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐานสากล (International Organization for Standardization Certificate) ISO ๙๐๐๑ และ ISO ๒๗๐๐๑ ของ โรงงานผู้ผลิต ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๖.๖(๔) โดยชื่อที่ปรากฏในใบรับรองต้องเป็นชื่อบริษัทเจ้าของ ตราสินค้า (Brand) หรือบริษัทในเครือที่สามารถพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางกฎหมายได้ (๗.๗) ใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของเซลล์และแบตเตอรี่ทุติยภูมิ (Safety Test Certificate for Secondary Cells and Batteries) IEC ๖๒๑๓๓-๒ หรือ ใบอนุญาตแสดง เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.๖๒๑๓๓ ของแบตเตอรี่ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก ข้อ ๓.๒
(๘) เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ไมโครโฟนติดบ่า (Remote Speaker Microphone) ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก-๑
(๘.๑) ใบรับรองผลการทดสอบมาตรฐานดัชนีการป้องกันสิ่งแปลกปลอม (Ingress Protection Rating Test Report : IP) ระดับ IP๖๗ หรือดีกว่า ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก-๑
ข้อ ๓ พร้อมหนังสือรับรองห้องปฏิบัติการ (Laboratory Certification) ที่ได้รับมาตรฐาน จากหน่วยงานหรือ องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล เช่น ILAC, A๒LA เป็นต้น
(๙) เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ชุดชาร์จเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร (Multi charger) ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก-๒
(๙.๑) ใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตาม
ระเบียบสหภาพยุโรป (CE Declaration of Conformity) หรือ คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร แห่งสหรัฐอเมริกา (FCC Certification) ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก-๒ ข้อ ๗ (๑๐) เอกสารต่างๆ เกี่ยวกับ เกณฑ์การพิจารณาการบริการหลังการขายของเครื่อง รับ-ส่งวิทยุสื่อสาร ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ง-๓
(๑๐.๑) เอกสารรับรองระยะเวลาการรับประกันความชำรุดบกพรองของพัสดุ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ง-๓ ข้อ ๑
(๑๐.๒) เอกสารรับรองศูนยซอมบำรุงในประเทศไทย ที่ไดรับใบอนุญาตใหคาซึ่ง เครื่องวิทยุคมนาคม จากสำนักงาน กสทช. และมีเจาหนาที่ชางซอมประจำศูนยที่ผานการอบรมจากเจา ของผลิตภัณฑ พรอมภาพถายประกอบ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ง-๓ ข้อ ๒ (๑๐.๓) เอกสารหนวยบริการในการ รับ-สง เครื่องฯ ครบทั้ง ๗๗ จังหวัด ที่ยื่น ในระบบ พรอมภาพถายประกอบ ของผูยื่นขอเสนอ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ง-๓ ข้อ ๓ (๑๑) เอกสารต่างๆ เกี่ยวกับ ศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร ตามผนวก จ (๑๑.๑) หนังสือแต่งตั้งที่เป็นศูนย์ซ่อมบำรุงที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ผลิต (Authorized Service Center) ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก จ ข้อ ๑.๑
(๑๑.๒) ใบอนุญาตให้ค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม จากสำนักงาน กสทช. โดยมี ใบอนุญาตให้ ค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม หรืออุปกรณ์ใดๆ ของเครื่องวิทยุคมนาคม ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก จ ข้อ ๑.๒
(๑๑.๓) หนังสือรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์ หรือหนังสือรับรองนิติบุคคล ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก จ ข้อ ๑.๓
(๑๑.๔) ใบรับรอง (Training Certificate) เจ้าหน้าที่ช่างซ่อมประจำศูนย์ที่ ผ่านการอบรมจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก จ ข้อ ๑.๔
(๑๑.๕) แผนที่ตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร และภาพถ่ายสถาน ที่จริง พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก จ ข้อ ๑.๕
(๑๑.๖) เอกสารสัญญาว่าจ้างระหว่างศูนย์ซ่อมและบริษัทผู้ยื่นข้อเสนอที่มีต่อ กัน (กรณีศูนย์ซ่อมฯ ไม่ใช่บริษัทเดียวกันกับผู้ยื่นข้อเสนอ) ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก จ ข้อ ๑.๗ (๑๑.๗) ใบสอบเทียบ (Calibration Certificate) ที่ยังไม่หมดอายุของเครื่อง วิเคราะห์สัญญาณวิทยุ (Radio Communication Analyzer) ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก จ ข้อ ๒.๑ (๑๑.๘) เอกสารรับรองจากผู้ยื่นข้อเสนอแสดงรูปเครื่องมือเฉพาะทางตาม ข้อกำหนดของผู้ผลิตและอุปกรณ์ประจำศูนย์ ณ วันที่ยื่นเสนอราคา ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก จ ข้อ ๒.๖
(๑๒) เอกสารรับรองยืนยันจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย รับรองว่า เครื่องรับ-ส่งวิทยุที่เสนอ เป็นรุ่นที่ยังอยู่ในสายการผลิตในปัจจุบันและรับรองว่ามีอะไหล่ไว้บริการภายในระยะ เวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี
(๑๓) ตารางแสดงการเปรียบเทียบคุณลักษณะ และเงื่อนไข รวมทั้งบรรยายงาน ตามรายละเอียดที่ทางราชการกำหนด (Specification Checklist) เปรียบเทียบคุณสมบัติ และขีดความ สามารถของระบบที่ผู้ยื่นข้อเสนอโดยต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจนว่าทำได้ หรือไม่ อย่างไร และรายละเอียด ครุภัณฑ์ ที่เสนอราคาจะต้องระบุยี่ห้อ แหล่งกำเนิดหรือประเทศผู้ผลิตให้ชัดเจน
(๑๔) ต้องแจกแจงรายละเอียดราคาของพัสดุตามที่ยื่นข้อเสนอ (ตามร่างขอบเขตของ งานฯ ผนวก ฉ) ให้ครบถ้วนถูกต้องตรงกันกับราคารวมทั้งสิ้นที่เสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่ยื่นหรือให้ราย ละเอียดไม่ครบถ้วนในเอกสารการแจกแจงราคา (ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ฉ) คณะกรรมการพิจารณา ผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะไม่พิจารณาการเสนอราคาของผู้ยื่นข้อเสนอในครั้งนี้ (๑๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอมีการยื่นข้อเสนออุปกรณ์พร้อมระบบที่เป็นข้อเสนออื่น ๆ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ง-๒ ต้องยื่นเอกสารแสดงอุปกรณ์พร้อมระบบ โดยปรากฏรายละเอียดให้ ชัดเจน พร้อมแนบแค็ตตาล็อก (ถ้ามี) เพื่อประกอบการพิจารณา
(๑๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความ ให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบ ใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาท และเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียว โดยเสนอราคารวม และราคาต่อหน่วย ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวม ที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว จนกระทั่งส่งมอบพัสดุให้ ณ อาคารคลังพลาธิการ กองตำรวจสื่อสาร เมื่อคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุตรวจนับจำนวนเรียบร้อยแล้ว ผู้ขายจะต้องรับผิดชอบดำเนินการจัดส่งและรับประกันพัสดุโดยจัดส่งไปยัง หน่วยงานตามแผนแจกจ่ายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้ และจะถอน การเสนอราคามิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาส่งมอบพัสดุไม่เกิน ๕๑๐ วัน นับถัดจาก วันลงนามในสัญญาซื้อ โดยแบ่งการส่งมอบเป็น ๓ งวดงาน ดังนี้
งวดที่ ๑ ต้องส่งมอบภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา จ่ายเงิน จำนวน
ร้อยละ ๒๐ ของวงเงินตามสัญญา โดยมีรายการดังต่อไปนี้
(๑) เครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร ที่ได้จัดทำเลเซอร์สลักสัญลักษณ์ โปรแกรม ความถี่ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก และติด Bar Code หรือ QR Code ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๗.๒ จำนวน ๑๐,๐๐๐ ชุด
(๒) ไมโครโฟนติดบ่า (Remote Speaker Microphone) ตามร่าง ขอบเขตของงานฯ ผนวก ก-๑ จำนวน ๑,๕๐๐ ชุด
(๓) ชุดชาร์จเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร (Multi-charger) ตามผนวก ก-๒ จำนวน ๑๐๐ ชุด
(๔) ข้อมูลพัสดุของเครื่องและอุปกรณ์ทั้งหมด (Inventory list) ตาม รายการใน (๑) (๒) และ (๓) ในรูปแบบไฟล์ข้อมูล excel และโปรแกรมและอุปกรณ์ในการอ่านข้อมูล ตามร่าง ขอบเขต
ของงานฯ ข้อ ๑๗.๒
(๕) รายงานผลการจัดทำระบบบริหารงานซ่อม (web ticket) เพื่อเป็น ช่องทางในการดูแลและซ่อมบำรุงเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสารและอุปกรณ์อื่นๆ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๗.๔ ที่เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๒ ต้องส่งมอบภายใน ๒๗๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา จ่ายเงินจำนวน ร้อยละ ๔๐ ของวงเงินตามสัญญา โดยมีรายการดังต่อไปนี้
(๑) เครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสารที่ได้จัดทำเลเซอร์สลักสัญลักษณ์ โปรแกรม ความถี่
ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก และติด Bar Code หรือ QR Code ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๗.๒ จำนวน ๒๐,๐๐๐ ชุด
(๒) เครื่องโปรแกรมความถี่และเครื่องมือตรวจซ่อมพื้นฐาน จำนวน ๔๐ ชุด
ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ข
(๓) วิดีโอสื่อการสอนการใช้งานเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร ตามร่างขอบเขต ของงานฯ ข้อ ๑๗.๓
(๔) ข้อมูลพัสดุของเครื่องและอุปกรณ์ทั้งหมด (Inventory list) ตาม รายการใน (๑) และ (๒) ในรูปแบบไฟล์ข้อมูล excel ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๗.๒ งวดที่ ๓ (งวดสุดท้าย) ต้องส่งมอบภายใน ๕๑๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
จ่ายเงินจำนวนร้อยละ ๔๐ ของวงเงินตามสัญญา โดยมีรายการดังต่อไปนี้
(๑) เครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสารที่ได้จัดทำเลเซอร์สลักสัญลักษณ์ โปรแกรม ความถี่ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก และติด Bar Code หรือ QR Code ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๗.๒ จำนวน ๒๐,๐๐๐ ชุด
(๒) การฝึกอบรมข้าราชการของกองตำรวจสื่อสาร ตามร่างขอบเขตของ งานฯ
ข้อ ๑๔ และ ร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ค
(๓) พัสดุในขอเสนออื่นๆ รายละเอียดตาม ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ง-๒
(๔) ข้อมูลพัสดุของเครื่องและอุปกรณ์ทั้งหมด (Inventory list) ตาม รายการใน (๑) และ (๓) ในรูปแบบไฟล์ข้อมูล excel ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๗.๒ ๔.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งแคตตาล็อก หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของ โครงการจัดหาเครื่องรับ – ส่งวิทยุสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สส.สทส. จำนวน ๑ โครงการ ไปพร้อม การเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประกอบการพิจารณา หลักฐานดังกล่าว นี้ สำนักงานจะยึดไว้เป็นเอกสารของทางราชการ
สำหรับแค็ตตาล็อกที่แนบให้พิจารณา หากเป็นสำเนา และคณะกรรมการ พิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ มีความประสงค์จะขอดูต้นฉบับแคตตาล็อก ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้อง นำต้นฉบับมาให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ตรวจสอบภายใน ๓ วัน นับถัดจาก วันเสนอราคา
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งตัวอย่างของพัสดุที่เสนอ ประกอบด้วย (๑) เครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร ที่ได้รับเคื่องหมายการได้รับการตรวจสอบและ รับรองมาตรฐานเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ (NBTC-ID) จำนวน ๒๐ ชุด
(๒) อุปกรณ์ประกอบเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสารตามข้อ (๑) ได้แก่ สายอากาศ แบตเตอรี่ พร้อมที่หนีบเข็มขัด ไมโครโฟนติดบ่า และอุปกรณ์แท่นชาร์จไฟ อย่างละ ๒๐ ชุด (๓) ชุดชาร์จเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร (Multi-Charger) จำนวน ๑ ชุด ให้กับคณะกรรมการพิจารณาผลฯ เพื่อใช้ในการทดสอบเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ ในวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ น. ถึง ๑๖.๓๐ น. ณ อาคารคลังพลาธิการ กองตำรวจสื่อสาร ถนน รามอินทรา เขตบางเขน กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ รายละเอียดในการทดสอบการใช้งานและการคืนตัวอย่างพัสดุ สำนักงาน จะดำเนินการ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๕
๔.๖ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญา รายละเอียดคุณลักษณะ เฉพาะของพัสดุฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อ เสนอตามเงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. และเวลาในการ เสนอราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อ เสนอ และการเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคารูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่ สำนักงาน ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๙ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการ พิจารณาข้อเสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะกรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และ สำนักงาน จะ พิจารณาลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่ สำนักงาน จะพิจารณาเห็นว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิ ใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ ต่อการพิจารณาของ สำนักงาน ๔.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๑๑ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการซื้อซึ่งสัญญากำหนดส่งงานงวดเดียว หรือ กรณีการซื้อซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดัง กล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๔๖,๗๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สี่สิบหกล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้สำนัก งานตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ น. ถึง ๑๖.๓๐ น. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ สำนัก งาน ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่ง หลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคา เท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ สำนักงานจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกัน ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่สำนักงานได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคา เรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิ์ในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงาน จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงานจะพิจารณาโดยให้คะแนนตาม ปัจจัยหลักและน้ำหนัก ที่กำหนดใน ร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ง ดังนี้
๖.๒.๑ โครงการจัดหาเครื่องรับ – ส่งวิทยุสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สส. สทส.
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้
๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) x ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อย ละ ๘๐.๐๐ ประกอบด้วย
(๒.๑) การตรวจสอบและทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องรับ-ส่ง วิทยุสื่อสาร กำหนดน้ำหนักร้อยละ ๕๐ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ง-๑ ซึ่งหากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดไม่ ผ่านเกณฑ์การทดสอบตามที่ระบุไว้ ทางราชการจะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอร กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๕๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้
คะแนนที่ได้ = ((คะแนนรวมที่ได้แต่ละข้อx๑๐๐)/คะแนน เต็ม)) x ๕๐/๑๐๐
(๒.๒) การให้คะแนนส่วนที่เป็นข้อเสนออื่น ๆ กำหนดน้ำหนัก ร้อยละ ๒๐ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ง-๒ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้ คะแนน ดังนี้
คะแนนที่ได้=((คะแนนรวมที่ได้แต่ละข้อx๑๐๐)/คะแนน เต็ม))x๒๐/๑๐๐
(๒.๓) การบริการหลังการขาย กำหนดน้ำหนักร้อยละ ๑๐ ตาม ผนวก ง-๓ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้
คะแนนที่ได้=((คะแนนรวมที่ได้แต่ละข้อx๑๐๐)/คะแนน เต็ม))x๑๐/๑๐๐
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใด เสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะขายไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่ สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความ แตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย
คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ๖.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงานมีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าว ไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกซื้อในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดซื้อเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของ สำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้ จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงาน จะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษ ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคลอื่นมาเสนอราคาแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจ ดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ยื่น ข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงานอาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือกมีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๗. การทำสัญญาซื้อขาย
๗.๑ ในกรณีที่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ สามารถส่งมอบสิ่งของได้ ครบถ้วนภายใน ๕ วันทำการ นับแต่วันที่ทำข้อตกลงซื้อ สำนักงานจะพิจารณาจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือแทน การทำสัญญาตามแบบสัญญาดังระบุ ในข้อ ๑.๓ ก็ได้
๗.๒ ในกรณีที่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถส่งมอบสิ่งของได้ ครบถ้วน ภายใน ๕ วันทำการ หรือ สำนักงานเห็นว่าไม่สมควรจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือ ตามข้อ ๗.๑ ผู้ชนะ การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาซื้อขายตามแบบสัญญาดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลง เป็นหนังสือ กับสำนักงานภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวน เงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าสิ่งของที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้สำนักงานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(๑) เงินสด
(๒) เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็ค หรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้นไม่เกิน ๓ วันทำการ กรณีแคชเชียร์เช็ค ให้ขีดคร่อมและมีคำว่า AC PAYEE ONLY โดยระบุ ชื่อ
ผู้รับเงิน “กระทรวงการคลัง”
(๓) หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรม บัญชีกลางกำหนด
กรณีหนังสือค้ำประกันของธนาคารให้ระบุในหนังสือค้ำประกันฉบับนี้ ให้ไว้ต่อ “กองพลาธิการ สำนักงานส่งกำลังบำรุง”
(๔) หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่ง ประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตาม ตัวอย่างหนังสือ ค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) (๕) พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้ขาย) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาซื้อขายแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของพัสดุที่ซื้อซึ่งสำนักงาน ได้รับมอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน จะจ่ายค่าสิ่งของซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้ จ่ายทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ขาย โดยแบ่งออกเป็น ๓ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าสิ่งของ เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบ
(๑) เครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร ที่ได้จัดทำเลเซอร์สลักสัญลักษณ์ โปรแกรม ความถี่ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก และติด Bar Code หรือ QR Code ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๗.๒ จำนวน ๑๐,๐๐๐ ชุด
(๒) ไมโครโฟนติดบ่า (Remote Speaker Microphone) ตามร่างขอบเขต ของงานฯ ผนวก ก-๑ จำนวน ๑,๕๐๐ ชุด
(๓) ชุดชาร์จเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร (Multi-charger) ตามผนวก ก-๒ จำนวน ๑๐๐ ชุด
(๔) ข้อมูลพัสดุของเครื่องและอุปกรณ์ทั้งหมด (Inventory list) ตามรายการ ใน (๑) (๒) และ (๓) ในรูปแบบไฟล์ข้อมูล excel และโปรแกรมและอุปกรณ์ในการอ่านข้อมูล ตามร่างขอบเขต ของงานฯ ข้อ ๑๗.๒
(๕) รายงานผลการจัดทำระบบบริหารงานซ่อม (web ticket) เพื่อเป็นช่อง ทางในการดูแลและซ่อมบำรุงเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสารและอุปกรณ์อื่นๆ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๗.๔ ที่เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน และ สำนักงาน ได้ตรวจรับมอบสิ่งของไว้เรียบร้อยแล้ว งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าสิ่งของ เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบ (๑) เครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสารที่ได้จัดทำเลเซอร์สลักสัญลักษณ์ โปรแกรม ความถี่ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก และติด Bar Code หรือ QR Code ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๗.๒ จำนวน ๒๐,๐๐๐ ชุด
(๒) เครื่องโปรแกรมความถี่และเครื่องมือตรวจซ่อมพื้นฐาน จำนวน ๔๐ ชุด ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ข
(๓) วิดีโอสื่อการสอนการใช้งานเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร ตามร่างขอบเขต ของงานฯ ข้อ ๑๗.๓
(๔) ข้อมูลพัสดุของเครื่องและอุปกรณ์ทั้งหมด (Inventory list) ตามรายการ ใน (๑) และ (๒) ในรูปแบบไฟล์ข้อมูล excel ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๗.๒
ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๗๐ วัน และ สำนักงาน ได้ตรวจรับมอบสิ่งของไว้เรียบร้อยแล้ว งวดที่ ๓ (งวดสุดท้าย) เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าสิ่งของ เมื่อผู้ขายได้ส่ง มอบ
(๑) เครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสารที่ได้จัดทำเลเซอร์สลักสัญลักษณ์ โปรแกรม ความถี่ ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ก และติด Bar Code หรือ QR Code ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๗.๒ จำนวน ๒๐,๐๐๐ ชุด
(๒) การฝึกอบรมข้าราชการของกองตำรวจสื่อสาร ตามร่างขอบเขตของงาน ฯ
ข้อ ๑๔ และ ร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ค
(๓) พัสดุในขอเสนออื่นๆ รายละเอียดตาม ตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ง-๒
(๔) ข้อมูลพัสดุของเครื่องและอุปกรณ์ทั้งหมด (Inventory list) ตาม รายการใน (๑) และ (๓) ในรูปแบบไฟล์ข้อมูล excel ตามร่างขอบเขตของงานฯ ข้อ ๑๗.๒ ให้แล้วเสร็จภายใน ๕๑๐ วัน และ สำนักงาน ได้ตรวจรับมอบสิ่งของไว้เรียบร้อยแล้ว ๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาซื้อขายแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อ ตกลง ซื้อขายเป็นหนังสือ ให้คิดในอัตราร้อยละ ๐.๒๐ ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบในแต่ละงวด นับถัดจาก วันครบกำหนดส่งมอบตามสัญญา จนถึงวันที่ผู้ขายได้นำพัสดุมาส่งมอบให้กับผู้ซื้อจนถูกต้องครบถ้วน ๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ทำสัญญาซื้อขายตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงซื้อเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของสิ่งของที่ซื้อขายที่ เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่วันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับมอบแล้วแจ้งเป็นหนังสือ ให้แก่ผู้ขายได้รับทราบการรับประกันดังกล่าว
ในกรณีการชำรุดบกพร่องอันเกิดจากการใช้งานปกติ ระหว่างระยะเวลาการรับประกัน หากจำเป็นต้องนำเครื่องกลับไปซ่อมแซม โดยผู้ขายจะต้องนำเครื่องดังกล่าวมาเปลี่ยนให้ใช้งานชั่วคราวภายใน ๓ วันทำการ และนำเครื่องดังกล่าวที่ชำรุดไปซ่อมแซมให้ใช้งานได้ดังเดิมภายใน ๑ เดือน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง
ผ่านช่องทาง Web Ticket ที่ผู้ขายจัดทำขึ้นเพื่อให้บริการ โดยผู้ขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการ ดำเนินการทั้งหมด
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่นๆ
๑๑.๑ ผู้ขายต้องจัดให้มีการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจในสังกัดกองตำรวจสื่อสาร ราย ละเอียดตามร่างขอบเขตของงานฯ ผนวก ค โดยผู้ขายจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้นตลอดระยะ เวลาการฝึกอบรม ยกเว้น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของข้าราชการตำรวจที่เข้ารับการฝึกอบรม ๑๑.๒ ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอ หรือค่าใช้จ่ายอื่นในการ ดำเนินการทั้งปวง ตามระเบียบ ประกาศ กฎกระทรวง กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น การขออนุญาต ใช้ ทำ นำ เข้า ขยายข่าย
ตั้งสถานีเครื่องวิทยุคมนาคมตามประกาศ กสทช. การดำเนินการด้านพิธีการศุลกากร ตามระเบียบ กฎหมาย ของกรมศุลกากร เป็นต้น
๑๑.๓ ผู้ขายต้องมีการส่งมอบรายการพัสดุของเครื่องและอุปกรณ์ทั้งหมด (Inventory list) ในรูปแบบไฟล์ข้อมูล excel พร้อมทั้งจัดทำ Bar Code หรือ QR Code ที่ตัวเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร, เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค และชุดชาร์จเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร (Multi-charger) โดยมีโปรแกรมและอุปกรณ์ ในการอ่านข้อมูลเพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการพัสดุ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด ๑๑.๔ ผู้ขายต้องจัดทำวิดีโอสื่อการสอนการใช้งานเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสาร เพื่อให้
สำนักตำรวจแห่งชาตินำไปเผยแพร่ฝึกสอนแก่เจ้าหน้าที่ผู้ใช้งานได้
๑๑.๕ ผู้ขายจะต้องจัดทำระบบบริหารงานซ่อม (web ticket) เพื่อเป็นช่องทางในการ ดูแลและซ่อมบำรุงเครื่องรับ-ส่งวิทยุสื่อสารและอุปกรณ์อื่นๆ
๑๑.๖ ส่งมอบหนังสือคู่มือการตรวจซ่อม (Service Manual) ของเครื่องรับ-ส่งวิทยุ สื่อสาร ที่ยื่นข้อเสนอเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวน ๕๐ ชุด
๑๑.๗ เอกสารต่างๆที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นให้กับทางราชการ หากมีการปลอมแปลงเอกสาร ทั้งฉบับหรือส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ แก้ไข ประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมใน เอกสาร โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายให้ทางราชการ ให้หลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ถือว่าผู้นั้น กระทำความผิดฐานปลอมเอกสาร มีความรับผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
๑๑.๘ เงินค่าพัสดุสำหรับการซื้อครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘- ๒๕๗๐
การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ ต่อเมื่อสำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าพัสดุจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ แล้วเท่านั้น
๑๑.๙ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นผู้ขาย และได้ตกลงซื้อสิ่งของ ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้ขายจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศและ ของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ขายจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการ ส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศต่อกรม เจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้ขายสั่ง หรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่น เดียวกับเรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของ นั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้ขายจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วย การส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงซื้อ เป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนด ดังระบุไว้ในข้อ ๗. สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจาก ผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวม ทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงาน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาค รัฐ
๑๑.๑๑ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญา
หรือข้อตกลงซื้อเป็นหนังสือ ให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี) ๑๑.๑๒ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัด หรือแย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ ยื่นข้อเสนอไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๑๓ สำนักงานอาจประกาศยกเลิกการจัดซื้อในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
(๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดซื้อหรือที่ได้รับจัดสรรแต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดซื้อครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดซื้อหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดซื้อครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการซื้อ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ขายต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับ การคัดเลือกให้เป็นผู้ขายเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
กฤตชัย ทองอยู่
(พลตำรวจตรีกฤตชัย ทองอยู่)
ผู้บังคับการกองพลาธิการ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙ โดย พลตำรวจตรีกฤตชัย ทองอยู่ ผู้บังคับการ กองพลาธิการ