ประกวดราคาจ้างก่อสร้างศูนย์การแพทย์เพื่อตอบโต้โรคอุบัติใหม่แห่งชาติบำราศนราดูร ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี จำนวน 1 หลัง (ครั้งที่ 2)
โครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์เพื่อตอบโต้โรคอุบัติใหม่แห่งชาติบำราศนราดูร (NCEID) เป็นโครงการยุทธศาสตร์สำคัญของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อรองรับสถานการณ์การระบาดของโรคติดต่ออันตรายและโรคอุบัติใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วยในภาวะกึ่งวิกฤตและวิกฤต ให้สอดคล้องกับวาระความมั่นคงด้านสุขภาพโลก (Global Health Security Agenda)
ขอบเขตงานครอบคลุมการก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์ขนาดใหญ่พิเศษ 1 หลัง ณ สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี ซึ่งต้องเป็นอาคารที่มีมาตรฐานสูง รองรับการใช้งานทางการแพทย์เฉพาะทาง โดยเน้นงานระบบที่ซับซ้อน ได้แก่ งานก๊าซทางการแพทย์ งานห้องผ่าตัด และงานห้องควบคุมแรงดันลบ (Negative Pressure Room) หรือห้อง Clean room เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ผู้รับจ้างต้องมีความเชี่ยวชาญในการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลหรือศูนย์การแพทย์ขนาดใหญ่พิเศษที่มีความครบถ้วนทั้งงานโครงสร้าง สถาปัตยกรรม และงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร เพื่อให้มั่นใจว่าอาคารจะสามารถตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
English summary
The Department of Disease Control, Ministry of Public Health, is inviting bids via e-bidding for the construction of the National Center for Emerging and Infectious Diseases (NCEID) at Bamrasnaradura Infectious Diseases Institute, Nonthaburi. The project aims to enhance national capabilities in responding to emerging infectious diseases and public health emergencies. The scope includes the construction of a large-scale medical facility featuring specialized medical systems, including medical gas systems, operating theaters, and negative pressure/clean rooms. Bidders must demonstrate extensive experience in constructing large-scale hospital or medical center projects with complex engineering requirements.
ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อยกระดับคุณภาพการตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วยโรคติดต่ออันตรายและโรคอุบัติใหม่ให้เข้าถึงบริการอย่างปลอดภัย
- เพื่อลดอัตราป่วยและอัตราตายของประชาชน
- เพื่อเพิ่มศักยภาพในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ทั้งในภาวะก่อนและขณะเกิดการระบาด
- เพื่อพัฒนาสถาบันบำราศนราดูรสู่ความเป็นเลิศและเป็นหน่วยงานชั้นนำด้านความมั่นคงทางสุขภาพระดับสากล
- เพื่อสร้างองค์ความรู้และเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการผู้ป่วยโรคติดต่ออุบัติใหม่ให้แก่หน่วยงานอื่น
ขอบเขตของงาน
- ก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์เพื่อตอบโต้โรคอุบัติใหม่แห่งชาติบำราศนราดูร จำนวน 1 หลัง
- งานโครงสร้างอาคารขนาดใหญ่พิเศษ
- งานสถาปัตยกรรม
- งานระบบประกอบอาคาร (MEP)
- งานระบบก๊าซทางการแพทย์ (Medical Gas System)
- งานห้องผ่าตัด (Operating Theater)
- งานห้องควบคุมแรงดันลบ (Negative Pressure Room) หรือห้อง Clean room
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- อาคารศูนย์การแพทย์ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จตามแบบและมาตรฐานวิชาชีพ
- งานระบบประกอบอาคารที่ใช้งานได้สมบูรณ์ (ระบบไฟฟ้า, ประปา, ปรับอากาศ, ก๊าซทางการแพทย์)
- ห้องผ่าตัดและห้องควบคุมแรงดันลบที่ผ่านการทดสอบมาตรฐาน
- เอกสารส่งมอบงานและคู่มือการใช้งานระบบต่างๆ
ระยะเวลาดำเนินการ
- ไม่ได้ระบุระยะเวลาก่อสร้างที่ชัดเจนในเอกสาร (โปรดตรวจสอบในแบบรูปรายการละเอียดแนบท้าย TOR)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง และไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- Standards Compliance: ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ออกตามความใน พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
- Experience: ต้องมีผลงานก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล หรือศูนย์การแพทย์ หรืออาคารบริการทางการแพทย์ ที่เป็นอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ
- Previous Project Cost: ผลงานต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 1,000,000,000 บาท (หนึ่งพันล้านบาทถ้วน) ในสัญญาเดียว และต้องเป็นผลงานที่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี
- Technical Capabilities: ต้องมีความเชี่ยวชาญงานโครงสร้าง, งานสถาปัตยกรรม, งานระบบประกอบอาคาร, งานก๊าซทางการแพทย์, และงานห้องผ่าตัด/ห้องควบคุมแรงดันลบ
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยใช้เกณฑ์ราคา (Price-based)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- อาคารต้องเป็นอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษตามกฎหมายควบคุมอาคาร
- ต้องมีระบบก๊าซทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน
- ต้องมีห้องผ่าตัดและห้องควบคุมแรงดันลบ (Negative Pressure) หรือห้อง Clean room ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงินและค่าปรับเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้ตั้งอยู่ที่ใด? A: ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี
- Q: ผลงานที่ใช้ยื่นต้องมีมูลค่าเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาทในสัญญาเดียว
- Q: ต้องมีผลงานประเภทใด? A: อาคารโรงพยาบาลหรือศูนย์การแพทย์ที่เป็นอาคารสูงและขนาดใหญ่พิเศษ
- Q: งานระบบที่สำคัญในโครงการนี้คืออะไร? A: งานก๊าซทางการแพทย์, ห้องผ่าตัด, และห้องควบคุมแรงดันลบ
- Q: หากเป็นกิจการร่วมค้าต้องใช้ผลงานของใคร? A: หากกำหนดให้มีผู้เข้าร่วมค้าหลัก ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียว
- Q: ต้องมีทุนจดทะเบียนเท่าใดหากไม่มีงบการเงิน? A: ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
- Q: โครงการนี้เป็นของหน่วยงานใด? A: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
- Q: ผลงานที่ยื่นต้องมีอายุไม่เกินกี่ปี? A: ไม่เกิน 10 ปี นับจากวันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย
- Q: สามารถยื่นวงเงินสินเชื่อแทนมูลค่าสุทธิได้หรือไม่? A: ได้ โดยต้องมีวงเงินไม่ต่ำกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ
- Q: อาคารต้องเป็นไปตามกฎหมายใด? A: พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์เพื่อตอบโต้โรคอุบัติใหม่แห่งชาติบําราศนราดูร
ตําบลตลาดขวัญ
อําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ๑ หลัง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ครั้งที่ ๒ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
๑. ความเป็นมา
ด้วยความมั่นคงทางสุขภาพ คือหนึ่งในรากฐานสําคัญของทุกประเทศ ทว่าในช่วงระยะเวลา ๒ ทศวรรษ ที่ผ่านมา นานาประเทศทั่วโลกล้วนเผชิญปัญหาการระบาดของโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่ออุบัติใหม่ อุบัติซ้ํา และนับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จนถึงปัจจุบัน ได้มีการระบาดของโรคโควิด ๑๙ ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบโดยตรงกับสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน แต่ยังส่งผลกระทบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ทั้งเชิงจุลภาคและมหภาค ตลอดจนส่งผลกระทบด้านสังคม การเมือง และความมั่นคง ของนานาประเทศรวมถึงประเทศไทย ทั้งนี้ จากสถานการณ์การระบาดของโรคที่ผ่านมา พบว่าโรงพยาบาล มีเตียงไม่เพียงพอกับการรองรับผู้ป่วยที่มีจํานวนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะกึ่งวิกฤต และผู้ป่วยวิกฤต กรมควบคุมโรคในฐานะส่วนราชการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีหน้าที่ในการนําวิชาการ และเทคโนโลยีต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคทั้งในระดับประเทศ และระดับภูมิภาคอาเซียน และมีภารกิจหลักคือการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคและภัยที่คุกคามสุขภาพ ซึ่งกรมควบคุมโรค โดยสถาบันบําราศนราดูร ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีพันธกิจที่สําคัญในการตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคติดต่ออันตราย โรคระบาด โรคติดต่ออุบัติใหม่อุบัติซ้ํา โรคติดต่อสําคัญ รวมถึงภัยจากอาวุธชีวภาพ มีความพร้อมและความเหมาะสมทั้งในด้านพื้นที่และบุคลากรที่มากด้วยทักษะความเชี่ยวชาญ
และประสบการณ์ด้านการตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าว และจากการดําเนินงาน เพื่อตอบโต้และควบคุมโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่สําคัญ เช่น โรคซาร์ส โรคเมอร์ส โรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา โรคโควิด ๑๙ ไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ และโรคฝีดาษวานร พบว่า สถาบันบําราศนราดูรมีโอกาส ที่จะต้องรับผู้ป่วย Emerging Infectious Diseases (EID) หลายโรคหลายกรณีในช่วงเวลาเดียวกัน ทําให้มีความเสี่ยงที่ศักยภาพที่มีอยู่ของหน่วยงานอาจไม่เพียงพอต่อสถานการณ์การระบาดของโรคต่าง ๆ ประกอบกับอาคารของสถาบันบําราศนราดูร ได้แก่ หอผู้ป่วยพิเศษตึก ๓ หอผู้ป่วยวิกฤตห้องผ่าตัดตึก และหอผู้ป่วยทั่วไปตึก ๕ ได้เปิดใช้งานมามากกว่า ๓๐ ปี ซึ่งลักษณะทางกายภาพของอาคารดังกล่าว ไม่เอื้ออํานวยต่อการให้บริการทางการแพทย์ในปัจจุบัน
๔
ดังนั้น กรมควบคุมโรค โดยสถาบันบําราศนราดูร จึงมีความประสงค์ที่จะยกระดับและเสริมสร้าง ศักยภาพในการตอบโต้โรคติดต่ออันตราย โรคระบาด โรคติดต่ออุบัติใหม่อุบัติซ้ํา และโรคติดต่อสําคัญ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต สอดรับกับวาระความมั่นคงด้านสุขภาพโลก (Global Health Security Agenda) เพื่อพัฒนาสมรรถนะของประเทศด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม และตอบโต้โรคติดต่ออันตราย โรคระบาด โรคติดต่ออุบัติใหม่อุบัติซ้ํา และโรคติดต่อสําคัญ การเป็นศูนย์การแพทย์ที่มีศักยภาพสูงในการรับมือ และตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคและภัยที่คุกคามสุขภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาได้ อย่างทันการณ์และมีความปลอดภัยสูง ทั้งในภาวะก่อนการระบาดและขณะเกิดการระบาด ซึ่งเป็นการปกป้อง ประชาชนจากโรคและภัยที่คุกคามสุขภาพที่จะส่งผลให้ประชาชนมีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพิ่มคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ การดูแลผู้ป่วย ตั้งแต่ผู้ป่วยนอก การตรวจวินิจฉัยโรค การตรวจเฉพาะทาง และการบริการผู้ป่วยใน ตามมาตรฐานสากลและตามมาตรฐานวิชาชีพด้วยจรรยาบรรณทางการแพทย์
จึงมีความจําเป็นที่จะต้องก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์เพื่อตอบโต้โรคอุบัติใหม่แห่งชาติบําราศนราดูร
(National Center for Emerging and Infectious Diseases: NCEID)
๒. วัตถุ…
- ๒ -
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากโรคติดต่อที่สําคัญ โดยการยกระดับและเพิ่มคุณภาพ การตรวจวินิจฉัยและการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคติดต่ออันตราย โรคระบาด โรคติดต่ออุบัติใหม่อุบัติซ้ํา โรคติดต่อสําคัญและโรคดื้อยารักษายากให้สามารถเข้าถึงบริการอย่างปลอดภัย เพื่อลดอัตราป่วยและอัตราตาย
๒.๒ เพื่อให้ประชาชนที่ป่วยสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายใต้ระบบบริการ ตามมาตรฐานสากล สามารถให้บริการดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อสําคัญได้เพิ่มมากขึ้น ในกรณีเกิดการระบาดของโรค
กว้างขวาง หรือผิดปกติกว่าที่เคยเป็นมา ๒.๓ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคและภัยที่คุกคามสุขภาพ ทั้งในภาวะก่อนการระบาด และขณะเกิดการระบาด การประสานเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานสําคัญในการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดการระบาดของโรคที่รวดเร็ว รุนแรง
รวมถึงการวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการทางสาธารณสุขด้านการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ
(Public Health Lab)
๒.๔ เพื่อพัฒนาและยกระดับสถาบันบําราศนราดูรสู่ความเป็นเลิศและเป็นหน่วยงานชั้นนําด้านความมั่นคง ทางสุขภาพของประเทศ ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยและการดูแลรักษาโรคติดต่ออันตราย โรคระบาด โรคติดต่ออุบัติใหม่อุบัติซ้ํา โรคติดต่อสําคัญ และโรคดื้อยารักษายากทัดเทียมนานาชาติ
๒.๕ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับสถาบันบําราศนราดูรในการตอบโต้และชะลอสถานการณ์การระบาดของโรค สร้างองค์ความรู้เพื่อเป็นต้นแบบให้แก่หน่วยงานหรือโรงพยาบาลอื่น ๆ ในด้านการตรวจวินิจฉัยและการดูแล รักษาผู้ป่วยโรคติดต่ออันตราย โรคระบาด โรคติดต่ออุบัติใหม่อุบัติซ้ํา โรคติดต่อสําคัญและโรคดื้อยารักษายาก
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงาน เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร
พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานก่อสร้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมควบคุมโรค ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ
ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐…
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้างงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างก่อสร้าง
โดยต้องเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชน ซึ่งเป็นผลงาน
๓๓
ในราชอาณาจักร โดยเป็นงานก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลหรืออาคารศูนย์การแพทย์หรืออาคารบริการ ทางการแพทย์ ที่มีลักษณะเป็นอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ตามความหมายในกฎกระทรวงฉบับที่ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งมีความครบถ้วน ทั้งงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานระบบประกอบอาคาร งานก๊าซทางการแพทย์ และงานห้องผ่าตัด หรือห้องควบคุมแรงดันภายในห้องเป็นลบหรือห้อง Clean room ซึ่งต้องเป็นผลงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอดําเนินการ ทั้งหมด ในวงเงินไม่น้อยกว่า 9,000,000,000.00 บาท (หนึ่งพันล้านบาทถ้วน) โดยต้องเป็นผลงาน ซึ่งเป็นสัญญาเดียวเท่านั้นและเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาซึ่งได้มีการส่งมอบงาน และตรวจรับเรียบร้อยภายในระยะเวลาไม่เกิน ๑๐ ปี นับจากวันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้ายจนถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ โดยยื่นเอกสารแสดงผลงานเพื่อประกอบการพิจารณา ดังนี้
(๑) สําเนาสัญญาจ้างก่อสร้าง
(๒) สําเนาใบแสดงปริมาณงานและราคา (BOQ) (๓) หนังสือรับรองผลงานก่อสร้าง
(๔) สําเนาเอกสารการตรวจรับพัสดุงวดสุดท้าย
๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) งานก่อสร้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลางตามสาขางานก่อสร้างที่คณะกรรมการราคากลาง และขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการกําหนด
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วมค้าหลัก จะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขา
…………………………………………………
ไม่น้อยกว่าชั้น…….
ประเภท…..-.
ไว้กับกรมบัญชีกลาง ในส่วนของผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ใช่ผู้เข้าร่วมค้าหลักจะเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียน
สาขางานก่อสร้างไว้กับกรมบัญชีกลางหรือไม่ก็ได้
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๔) การ…
(๔) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า - ๔ -
(๔.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๔.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๔.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนองบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไป ก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้ ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่า ของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐๐ ล้านบาท
(๓) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๓.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ผู้ยื่นข้อเสนอ สามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ
ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๓.๒)…
- & -
(๓.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ผู้ยื่นข้อเสนอ สามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์
ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ
ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๔) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ตามข้อ ๒ และข้อ ๓ (๓.๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี
ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร
พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมกําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้ มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน
ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๕) กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๔ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ
ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๕.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว
และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้น ไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๕.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(๕.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๕.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ
ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง
๔. แบบ…….