จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าในงาน Marche du Film (Cannes Film Festival 2026)

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 69039232587
฿3,500,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 31 มี.ค. 2569 นนทบุรี
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นความร่วมมือของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ในการจัดจ้างผู้รับเหมาบริการเพื่อบริหารจัดการกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้า (Business Matching) อย่างเต็มรูปแบบ ภายในคูหา Thailand Pavilion ณ งาน Marché du Film ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ (Cannes Film Festival 2026) ณ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 12 - 20 พฤษภาคม 2569

ขอบเขตงานครอบคลุมการดำเนินการครบวงจร เริ่มจากการวางแผนกลยุทธ์และเตรียมงาน การออกแบบและผลิตสื่อประชาสัมพันธ์หลากหลายรูปแบบทั้งสิ่งพิมพ์และดิจิทัล การประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อดึงดูดผู้ประกอบการต่างชาติกลุ่มเป้าหมายไม่น้อยกว่า 1,000 ราย การจัดทำนัดหมายล่วงหน้า และการบริหารจัดการการเจรจาในงานให้เกิดประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าจัดการเจรจาไม่น้อยกว่า 250 คู่ ระหว่างผู้ประกอบการไทยไม่น้อยกว่า 10 ราย กับผู้ซื้อ/นักลงทุนจากต่างประเทศ

ผู้รับจ้างต้องจัดทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น ผู้จัดการโครงการ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่ประจำคูหา และล่าม รวมถึงต้องจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานอย่างละเอียดทั้งในรูปแบบเอกสารและมัลติมีเดียหลังเสร็จสิ้นโครงการ โดยมีกำหนดส่งมอบงานทั้งหมดภายในเดือนมิถุนายน 2569

English summary

This project is an initiative by the Department of International Trade Promotion (DITP) to hire a service contractor for the comprehensive management of Business Matching activities at the Thailand Pavilion during the Marché du Film, part of the Cannes Film Festival 2026 in Cannes, France, from May 12-20, 2026.

The scope of work encompasses full-service management, including strategic planning and preparation, design and production of various promotional materials (print and digital), proactive publicity to attract at least 1,000 target international business participants, pre-scheduled appointment arrangements, and on-site management of the negotiations. The goal is to facilitate no fewer than 250 business matching sessions between at least 10 Thai companies in the film, television, series, animation, and related services industries and international buyers/investors.

The contractor must assemble a specialized team, including a project manager, PR officers, booth attendants, and interpreters. Furthermore, the contractor is required to deliver a detailed post-event report in both document and multimedia formats. All deliverables must be completed by June 2026.

สถานที่ดำเนินการ

เมืองคานส์ (Cannes) สาธารณรัฐฝรั่งเศส

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อเพิ่มช่องทางการค้าสู่ตลาดต่างประเทศให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แอนิเมชัน และธุรกิจบันเทิงที่เกี่ยวข้อง
  • เพื่อแสดงศักยภาพและส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แอนิเมชั่น และธุรกิจบันเทิงที่เกี่ยวข้องให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดต่างประเทศ
  • เพื่อขยายช่องทางการดำเนินธุรกิจและสร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการในธุรกิจบันเทิง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบริการเกี่ยวเนื่อง ผ่านกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching)
  • เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบริการเกี่ยวเนื่อง

ขอบเขตของงาน

การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 7 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

  1. การเตรียมงาน: วิเคราะห์อุตสาหกรรม วางกลยุทธ์ จัดทำแผนงาน (Work Plan) และ Timeline ที่ชัดเจน นำเสนอความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ไม่น้อยกว่า 1 ข้อเสนอ และประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง
  2. การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์:
    • ออกแบบและจัดทำ Artwork สำหรับประชาสัมพันธ์กิจกรรม (โปสเตอร์, ป้ายโฆษณา, Banner เว็บไซต์)
    • ออกแบบและจัดทำ Directory สิ่งพิมพ์ (500 ฉบับ) และ E-Directory แสดงข้อมูลผู้ประกอบการไทยไม่น้อยกว่า 10 บริษัท และภาพรวมอุตสาหกรรม
    • จัดทำ VDO Presentation นำเสนอผลงานเด่นของผู้ประกอบการไทยไม่น้อยกว่า 10 ผลงาน
    • จัดทำ Company Profile ผู้ประกอบการไทยไม่น้อยกว่า 10 บริษัท (ภาษาอังกฤษ)
    • จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์สำหรับมอบให้ผู้ประกอบการต่างชาติ จำนวน 500 ชิ้น
      สื่อทั้งหมดต้องได้รับอนุมัติจากกรมก่อนใช้งาน
  3. การประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม:
    • จัดทำแผนและรูปแบบการประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนผู้ประกอบการต่างชาติกลุ่มเป้าหมาย
    • จัดทีมงานออกแบบและประชาสัมพันธ์ที่มีประสบการณ์เฉพาะด้าน
    • จัดหาช่างถ่ายภาพ/วิดีโอ มืออาชีพ
    • อัพเดทข้อมูลและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของกรม
    • ดำเนินการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยและผู้ซื้อต่างประเทศ
    • จัดทำข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release) ก่อนงานและหลังงาน ไม่น้อยกว่าข่าวละ 2 ครั้ง (ภาษาไทยและอังกฤษ)
    • ลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ในสื่อสิ่งพิมพ์และออนไลน์ที่มีชื่อเสียงในวันแรกของงาน
    • จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบ Banner หรือดิจิทัล จำนวน 1 ครั้ง
  4. การจัดทำนัดหมายล่วงหน้า:
    • จัดทำรายชื่อผู้ประกอบการต่างชาติกลุ่มเป้าหมายไม่น้อยกว่า 1,000 รายชื่อ จากไม่น้อยกว่า 3 ประเภทธุรกิจ (เช่น ภาพยนตร์, การถ่ายทำ, post-production)
    • ประสานงานเชิญชวนและลงทะเบียนนัดหมายล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์
    • จัดประชุมเตรียมความพร้อมออนไลน์ให้ผู้ประกอบการไทย
    • ประสานและจัดตารางการจับคู่เจรจาที่เหมาะสม
    • จัดทำและส่งมอบตารางการจับคู่เจรจา (ทั้งภาพรวมและรายบุคคล) ทางอีเมล และแจ้งยืนยันทางโทรศัพท์ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน
  5. การบริหารจัดการกิจกรรมเจรจาการค้าในงาน:
    • ดำเนินการลงทะเบียนและอำนวยความสะดวกในคูหา
    • จัดการและบริหารการเจรจา (Business Matching) ไม่น้อยกว่า 250 คู่
    • จัดผู้จัดการโครงการ (Project Manager) อย่างน้อย 1 คน ที่มีประสบการณ์จัดงานเจรจาในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 3 โครงการ
    • จัดทีมเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์กิจกรรม ไม่น้อยกว่า 2 ราย (ต้องมีอย่างน้อย 1 รายที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมไม่น้อยกว่า 3 โครงการ)
    • จัดทีมเจ้าหน้าที่ประจำคูหา ไม่น้อยกว่า 2 ราย (ต้องมีอย่างน้อย 1 รายที่มีความรู้และประสบการณ์ทำงานในโครงการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 3 โครงการ)
    • จัดเจ้าหน้าที่ล่ามภาษาอังกฤษที่มีประสบการณ์ อย่างน้อย 1 ราย
    • จัดประชุมรายงานความคืบหน้าให้กรมฯ ทราบเป็นระยะ
  6. การประเมินพร้อมรายงานสรุปผล:
    • จัดทำแบบประเมินและรายงานสรุปย่อประจำวัน เกี่ยวกับมูลค่าและจำนวนการเจรจา ส่งให้กรมหลังจบงานทุกวัน
    • จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินกิจกรรมโดยละเอียด (ไฟล์ดิจิทัลและรูปเล่ม 3 เล่ม) ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ประกอบด้วยข้อมูลต่างๆ เช่น สรุปรายชื่อผู้ประกอบการต่างชาติ จำนวนและมูลค่าการเจรจา (ทันที, ภายใน 1 ปี, ภายใน 2-5 ปี) ประเภทสินค้าที่ได้รับความสนใจ ผลการเจรจาที่โดดเด่น ความพึงพอใจ ปัญหา/อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
    • จัดทำสรุปผลการจัดกิจกรรมในรูปแบบ Infographic
    • จัดทำวิดีโอสรุปภาพรวมงาน 3 รูปแบบ (1-2 นาที, 3-5 นาที, และแนวตั้ง 30-60 วินาที)
  7. การส่งมอบสรุปผลการดำเนินงานฯ: จัดส่งเอกสารและหลักฐานทั้งหมดเป็นรูปเล่ม 3 ชุด และไฟล์ดิจิทัลใน USB Flash drive 3 ชุด

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงาน (Work Plan) และ Timeline
  • สื่อประชาสัมพันธ์ที่ออกแบบแล้ว (Artwork สำหรับโปสเตอร์, ป้าย, Banner เว็บไซต์)
  • Directory สิ่งพิมพ์ (ภาษาอังกฤษ, 500 ฉบับ) และ E-Directory ออนไลน์
  • VDO Presentation ผลงานผู้ประกอบการไทย (ไม่น้อยกว่า 10 ผลงาน)
  • Company Profile ผู้ประกอบการไทย (ภาษาอังกฤษ, ไม่น้อยกว่า 10 บริษัท)
  • สื่อประชาสัมพันธ์สำหรับแจกผู้ประกอบการต่างชาติ (500 ชิ้น)
  • แผนและรายงานการประชาสัมพันธ์ (Press Release, โฆษณาในสื่อ)
  • รายชื่อผู้ประกอบการต่างชาติกลุ่มเป้าหมาย (ไม่น้อยกว่า 1,000 รายชื่อ)
  • ตารางการจับคู่เจรจา (ภาพรวมและรายบุคคล)
  • รายงานสรุปย่อประจำวันระหว่างงาน
  • รายงานสรุปผลการดำเนินกิจกรรมฉบับสมบูรณ์ (รูปเล่มและไฟล์ดิจิทัล) ภายใน 30 มิ.ย. 2568
  • Infographic สรุปผลการจัดกิจกรรม
  • วิดีโอสรุปภาพรวมงาน 3 ชุด (1-2 นาที, 3-5 นาที, แนวตั้ง 30-60 วินาที)
  • เอกสารและหลักฐานทั้งหมดในรูปเล่ม 3 ชุด และไฟล์ดิจิทัลใน USB 3 ชุด

ระยะเวลาดำเนินการ

วันที่ดำเนินกิจกรรมหลัก: 12 - 20 พฤษภาคม 2569 (ณ เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส)
กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ: ภายในเดือนมิถุนายน 2569
กำหนดส่งมอบรายงานสรุปผลโดยละเอียด: ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2568
*หมายเหตุ: วันที่ในรายงานสรุป (2568) น่าจะเป็นข้อผิดพลาดในการพิมพ์ และควรเป็นปี 2569 ตามบริบทโครงการ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาดังกล่าว
  • Standards Compliance: -
  • Experience: ต้องมีผลงานการดำเนินงานประเภทเดียวกันกับงานที่จะจ้าง และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนขนาดใหญ่/บริษัทเอกชนระดับสากล จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ผลงาน
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: ความสามารถในการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งสิ่งพิมพ์และดิจิทัล การจัดการฐานข้อมูลผู้ประกอบการ การประสานงานและจัดการนัดหมายข้ามประเทศ การจัดการทีมงานในต่างประเทศ
  • Personnel: ต้องสามารถจัดทีมงานที่มีคุณสมบัติเฉพาะดังนี้:
    • Project Manager: อย่างน้อย 1 คน มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการจัดงานเจรจาการค้าในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และบริการเกี่ยวเนื่อง ไม่น้อยกว่า 3 โครงการ
    • เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์กิจกรรม: อย่างน้อย 2 ราย ต้องมีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษดี โดยอย่างน้อย 1 ราย ต้องมีประสบการณ์และประวัติการทำงานในการประชาสัมพันธ์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และบริการเกี่ยวเนื่อง ไม่น้อยกว่า 3 โครงการ
    • เจ้าหน้าที่ประจำคูหา: อย่างน้อย 2 ราย ต้องสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี โดยอย่างน้อย 1 ราย ต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมฯ และมีประสบการณ์ทำงานในโครงการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ฯ ในต่างประเทศ ไม่น้อยกว่า 3 โครงการ
    • ล่าม: อย่างน้อย 1 ราย มีประสบการณ์และแปลภาษาอังกฤษในการเจรจาธุรกิจได้เป็นอย่างดี
    • ทีมออกแบบและประชาสัมพันธ์/ช่างถ่ายภาพ-วิดีโอ: ต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม และนำเสนอประวัติ (portfolio) เพื่อให้กรรมการพิจารณา

เกณฑ์การพิจารณา

ใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Score and Cost) โดยมีน้ำหนักการให้คะแนนดังนี้:

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: น้ำหนัก 30% คำนวณคะแนนจากสูตร: 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
  • ข้อเสนอด้านเทคนิค: น้ำหนัก 70% คณะกรรมการจะพิจารณาให้คะแนนจากเอกสารข้อเสนอทางเทคนิคที่ยื่นผ่านระบบ e-GP ประกอบกับการนำเสนองานด้วยวาจา (Presentation) ในวันที่กรมกำหนด โดยการให้คะแนนคิดตาม “เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน” ที่ระบุในเอกสาร
    หมายเหตุ: ผู้เสนอราคาที่ไม่มานำเสนองานตามวันเวลาที่กำหนด จะไม่ได้รับการพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิค

ข้อกำหนดทางเทคนิค

โครงการนี้เป็นงานบริการจัดการกิจกรรม (Event Management Service) โดยมีข้อกำหนดทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการและผลลัพธ์ ได้แก่:

  • การจัดการฐานข้อมูลและนัดหมาย: ระบบจัดทำรายชื่อเป้าหมายไม่น้อยกว่า 1,000 ราย, ระบบจับคู่และจัดตารางนัดหมายล่วงหน้า, ระบบลงทะเบียนออนไลน์
  • การผลิตสื่อ: ออกแบบกราฟิกตามคีย์วิชวลหลัก (Master Key Visual) ของกรม, การผลิตสิ่งพิมพ์ (Directory 500 ฉบับ), การผลิตวีดีโอ Presentation และสรุปงาน, การออกแบบ Infographic
  • การประชาสัมพันธ์ดิจิทัล: การจัดการเนื้อหา (Content) สำหรับช่องทางโซเชียลมีเดียของกรมทั้งภาษาไทยและอังกฤษ, การวางโฆษณาดิจิทัล
  • การจัดการงานอีเวนต์ในต่างประเทศ: การอำนวยความสะดวก การลงทะเบียนผู้เข้าร่วม การจัดการพื้นที่คูหา (Thailand Pavilion) การจัดหาล่ามและบุคลากรสนับสนุน
  • การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล: แบบสอบถามประเมินผล, การสัมภาษณ์, การคำนวณและรายงานมูลค่าการเจรจา (ทันที, 1 ปี, 2-5 ปี)

เงื่อนไขสัญญา

  • ราคากลาง: 3,606,666.66 บาท (สามล้านหกแสนหกพันหกร้อยหกสิบหกบาทหกสิบหกสตางค์)
  • การจ่ายเงิน: กรมจะจ่ายค่าจ้างเมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา และกรมได้ตรวจรับมอบงานเรียบร้อยแล้ว
  • หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องวางหลักประกันสัญญา ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ชนะการประกวดราคา
  • ค่าปรับ: กรณีปฏิบัติผิดสัญญา (นอกเหนือจากการจ้างช่วงโดยไม่รับอนุญาต) ค่าปรับอยู่ที่ ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง ต่อวัน
  • การรับประกันงาน: รับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 เดือน นับจากวันที่กรมได้รับมอบงาน
  • กำหนดยืนราคา: ราคาที่เสนอต้องยืนราคาไม่น้อยกว่า 120 วัน นับจากวันเสนอราคา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. ถาม: จำเป็นต้องมีประสบการณ์ทำงานกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศโดยตรงหรือไม่?
    ตอบ: ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์กับ DITP โดยตรง แต่ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทเอกชนระดับสากล ไม่น้อยกว่า 2 ผลงาน

  2. ถาม: การนำเสนองานด้วยวาจา (Presentation) เป็นข้อบังคับหรือไม่?
    ตอบ: ใช่ เป็นข้อบังคับและมีผลต่อการพิจารณาคะแนนด้านเทคนิค (70%) ผู้เสนอราคาที่ไม่มานำเสนองานตามวันและเวลาที่กรมกำหนด จะไม่ได้รับการพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิค

  3. ถาม: Master Key Visual Design สำหรับงานนี้จัดทำโดยใคร?
    ตอบ: ต้นแบบหลัก (Master Key Visual Design) กำหนดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผู้เสนอราคาต้องนำต้นแบบนี้ไปออกแบบและผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ต่อไป

  4. ถาม: กรมมีหน้าที่จัดหาอะไรให้บ้างในงานที่เมืองคานส์?
    ตอบ: จาก TOR ระบุว่ากิจกรรมจะจัดภายใต้ “คูหา Thailand Pavilion” ซึ่งแสดงว่ากรมเป็นผู้จัดเตรียมพื้นที่คูหา ส่วนผู้รับจ้างมีหน้าที่บริหารจัดการกิจกรรมและทีมงานภายในคูหานั้น

  5. ถาม: ต้องจัดหาตัวแทนหรือพาร์ตเนอร์ในประเทศฝรั่งเศสด้วยหรือไม่?
    ตอบ: TOR ไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ขอบเขตรวมถึงการประสานงานเชิญชวนผู้ประกอบการต่างชาติในตลาดสาธารณรัฐฝรั่งเศสและนานาชาติ ซึ่งอาจจำเป็นต้องมีความสามารถหรือเครือข่ายในการดำเนินการดังกล่าว

  6. ถาม: การคำนวณ “มูลค่าการเจรจาภายใน 1 ปี และ 2-5 ปี” ทำได้อย่างไร?
    ตอบ: TOR ระบุให้จัดทำแบบประเมินผลการเจรจาเพื่อสำรวจและจัดทำข้อมูลสถิติดังกล่าว ซึ่งหมายความว่าผู้รับจ้างต้องมีกระบวนการติดตามและประเมินผลจากผู้ประกอบการไทยหลังจบงาน เพื่อประเมินมูลค่าการค้าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

  7. ถาม: สามารถเสนอเทคโนโลยีหรือแพลตฟอร์มใหม่ๆ ในการจับคู่ธุรกิจได้หรือไม่?
    ตอบ: ได้ ในการเตรียมงาน (ข้อ 4.1) กำหนดให้ผู้เสนองานต้องนำเสนอความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่า 1 ข้อเสนอ ซึ่งครอบคลุมถึงรูปแบบการจัดงาน

  8. ถาม: ภารกิจของทีมงานในคูหาระหว่างวันทำงานเป็นอย่างไร?
    ตอบ: ประกอบด้วยการต้อนรับและให้ข้อมูล (เจ้าหน้าที่ประจำคูหา) การดูแลและอำนวยความสะดวกการเจรจา (เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์กิจกรรม) การช่วยเหลือด้านภาษา (ล่าม) และการบันทึกภาพ/สัมภาษณ์ (ช่างภาพ/วิดีโอ)

  9. ถาม: สื่อประชาสัมพันธ์ทุกชนิดต้องส่งขออนุมัติจากกรมก่อนใช้งานเสมอหรือไม่?
    ตอบ: ใช่ TOR ระบุชัดเจนว่า “สื่อประชาสัมพันธ์ที่จะใช้เผยแพร่จะต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติจากกรมก่อนนำไปใช้งาน” และ “รายชื่อสื่อประชาสัมพันธ์ต้องได้รับการอนุญาตจากกรมก่อน”

  10. ถาม: กรณีเกิดปัญหา เช่น ผู้ประกอบการต่างชาติไม่มาตามนัดหมาย ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดการอย่างไร?
    ตอบ: TOR มอบหมายให้ทีมงาน (โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์กิจกรรม) ทำหน้าที่ “แก้ปัญหาต่างๆ” ภายในคูหา รวมถึงการประสานงานนัดหมายใหม่หรือหาคู่เจรจาทดแทน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายจำนวนการเจรจา

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
กิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าในงาน Marché du Film (Cannes Film Festival 2026)
ณ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส
ระหว่างวันที่ เมษายน - พฤษภาคม ๒๕๖๙
๑. ชื่อโครงการ
กิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าในงาน Marché du Film (Cannes Film Festival 2026)
๒. หลักการและเหตุผล
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีภารกิจในการส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการของไทยสู่ตลาดโลก ให้สินค้าและธุรกิจบริการของไทยสามารถแข่งขันกับสินค้าและบริการของประเทศ
โดยการทํากิจกรรมการตลาดต่างๆ
อื่นๆ รวมถึงการดําเนินการให้ผู้ส่งออกไทยและผู้นําเข้าจากต่างประเทศได้พบปะเจรจาการค้าทั้งผ่านช่องทาง On-site ในรูปแบบต่างๆ เช่น งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ (International Trade Fair) และการจับคู่เจรจาการค้า (Business Matching) เป็นต้น และ Online รูปแบบต่างๆ เช่น Website หรือ Social Media ต่างๆ นอกจากนั้น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมสินค้าและบริการของไทย เช่น การพัฒนาสินค้า และบริการให้เป็นที่ต้องการของตลาดเป้าหมายและตลาดโลก รวมถึงจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการให้มี ความพร้อมในการดําเนินกระบวนการส่งออก และให้มีความรู้เรื่องการตลาด สินค้า/บริการ แนวโน้มตลาด แนวโน้ม สินค้าและบริการ รวมถึงกฎระเบียบการส่งออก/นําเข้าเพื่อเพิ่มมูลค่าและปริมาณการส่งออกของประเทศไทย
งานแสดงสินค้า Cannes Film Festival เป็นงานเทศกาลภาพยนตร์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุด มีนักธุรกิจใน วงการภาพยนตร์เข้าชมมากที่สุดในโลก ภายในงานมีกิจกรรมทางธุรกิจมากมาย อาทิ การเจรจาการค้า การสัมมนา ศักยภาพและแนวโน้มธุรกิจ การเจรจาเพื่อการร่วมทุนสร้าง (Co-Production) และการนําเสนอผลงาน (Screening) โดยผู้เข้าร่วมชมงานส่วนใหญ่มาจากภูมิภาคยุโรป และรองลงมาคือสหรัฐอเมริกา ซึ่งตรงกับเป้าหมายของไทย
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการส่งเสริมการส่งออก ขยายตลาด สินค้าและบริการของไทย ได้นําผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Cannes Film Festival อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็น การสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง และเพิ่ม ช่องทางการค้าสู่ตลาดต่างประเทศ โดยกรมมีแผนในการเข้าร่วมงาน Marché du Film - Cannes Film Festival 2026 ณ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ ๑๒ - ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ซึ่งการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ กําหนดให้มีการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้า (Business Matching) ในคูหา Thailand Pavilion เพื่อให้การเข้า ร่วมงานเกิดประสิทธิภาพและประสบความสําเร็จมากขึ้น โดยจะมีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนพร้อมทั้งจัดการ นัดหมายล่วงหน้าระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ รวมไปถึงการให้ข้อมูลทางการค้าในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และบริการที่เกี่ยวเนื่อง และอํานวยความสะดวกให้กับผู้เข้าร่วมงานภายในคูหา Thailand Pavilion ในการเข้า
ร่วมงานดังกล่าว
วัตถุประสงค์
๓.๑ เพื่อเพิ่มช่องทางการค้าสู่ตลาดต่างประเทศให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แอนิเมชัน และธุรกิจบันเทิงที่เกี่ยวข้อง
๓.๒ เพื่อแสดงศักยภาพและส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แอนิเมชั่น และธุรกิจบันเทิงที่เกี่ยวข้องให้เป็นที่ รู้จักและยอมรับในตลาดต่างประเทศ
๓.๓ เพื่อขยายช่องทางการดําเนินธุรกิจและสร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการในธุรกิจบันเทิง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบริการเกี่ยวเนื่อง ผ่านกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching)
๑).
.ประธานกรรมการ b)………..
.กรรมการ
m)….
VÁN

..กรรมการ
-๒-
๓.๔ เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์และ บริการเกี่ยวเนื่อง
๔. ประเภทสินค้า
อุตสาหกรรมภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ ซีรีส์ แอนิเมชั่น และบริการเกี่ยวเนื่อง
๕. กลุ่มเป้าหมาย
ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ ซีรีส์ แอนิเมชั่น และบริการเกี่ยวเนื่อง จํานวน
ไม่น้อยกว่า ๑๐ ราย
5. สถานที่จัดงานและวันจัดงาน
ณ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ ๑๒ - ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙
๗. รูปแบบการดําเนินงาน
บริหารกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าระหว่างผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ ซีรีส์
แอนิเมชั่น และบริการเกี่ยวเนื่องที่เข้าร่วมงาน Marché du Film ภายใต้คูหา Thailand Pavillion พร้อมทั้ง ประชาสัมพันธ์การเข้าร่วมงานของผู้ประกอบการไทย
๘. ขอบเขตการดําเนินการ
ผู้เสนองานจะต้องรับผิดชอบในการดําเนินกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าในงาน Marché du Film (Cannes
Film Festival 2026) โดยมีขั้นตอนการดําเนินงาน ดังนี้
๑. การเตรียมงาน
๒. การจัดทําสื่อประชาสัมพันธ์
๓. การประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม
๔. การจัดทํานัดหมายล่วงหน้า
๕. การบริหารจัดการกิจกรรมเจรจาการค้า
5. การประเมินพร้อมรายงานสรุปผล ๗. การส่งมอบสรุปผลการดําเนินงานฯ ๔.๑ การเตรียมงาน
ผู้เสนองานจะต้องนําเสนอแผนการดําเนินงานให้สอดคล้องและบรรลุวัตถุประสงค์ของกิจกรรม
ซึ่งประกอบด้วย การวิเคราะห์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ ซีรีส์ แอนิเมชั่น และบริการเกี่ยวเนื่องเพื่อใช้ ในการวางกลยุทธ์การจัดกิจกรรมเพื่อเจาะตลาดกลุ่มผู้ซื้อในงาน จัดทําแผนการดําเนินงาน (Work Plan) ที่มีการชี้แจง รายละเอียดกรอบระยะเวลาการดําเนินงานของกิจกรรม (Timeline) อย่างชัดเจนและครบถ้วน และนําเสนอความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมดังกล่าว อันนําไปสู่การแสดงศักยภาพของสินค้าหรือบริการใน อุตสาหกรรมฯ ให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ ไม่ต่ํากว่า ๑ ข้อเสนอ ครอบคลุมถึงรูปแบบการจัด งาน ทั้งนี้จะต้องดําเนินการประสานหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดําเนินงานบรรลุตามเป้าหมาย
ของโครงการ
๔.๒ การจัดทําสื่อประชาสัมพันธ์
ผู้เสนองานจะต้องนําต้นแบบหลัก (Master Key Visual Design) ที่กรมกําหนดไปใช้ในการออกแบบ และผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ของโครงการให้มีความสวยงาม โดดเด่น สะท้อนถึงวัตถุประสงค์กิจกรรม ทั้งนี้ สื่อประชาสัมพันธ์ที่จะใช้เผยแพร่จะต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติจากกรมก่อนนําไปใช้งาน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ๔.๒.๑ ออกแบบและจัดทํา Artwork สําหรับประชาสัมพันธ์และกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้า อาทิ โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์กิจกรรม, Artwork สําหรับป้ายโฆษณาภายในงาน, Artwork สําหรับ Banner เว็บไซด์
двом
๑)..
ประธานกรรมการ b)……… 2/
…กรรมการ 6.)….. Vs:ów
ประจ
.กรรมการ
-60-
กิจกรรม โดยให้มีความโดดเด่น สวยงามและเหมาะสมกับรูปแบบการดําเนินงานในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของ อุตสาหกรรมบันเทิงไทย และรูปแบบคูหาของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
๔.๒.๒ ออกแบบและจัดทํา Directory รูปแบบสิ่งพิมพ์โดยมีข้อมูลการติดต่อและผลงานเด่นของ ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมโครงการจํานวนไม่น้อยกว่า ๑๐ บริษัท และภาพรวมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ รายการ โทรทัศน์ ซีรีส์ แอนิเมชั่น และบริการเกี่ยวเนื่องของไทยเป็นภาษาอังกฤษ จํานวน ๕๐๐ ฉบับ เพื่อใช้เป็นข้อมูลและ ประชาสัมพันธ์การเจรจาการค้า รวมทั้งจัดทําเป็น E-Directory เพื่อเผยแพร่ผ่านระบบออนไลน์ด้วย
๔.๒.๓ จัดทํา VDO Presentation นําเสนอผลงานเด่นของผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมโครงการ จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๐ ผลงาน เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์การเจรจาการค้า
๔.๒.๔ จัดทํา Company Profile ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมโครงการ จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๐
บริษัท เพื่อใช้เป็นข้อมูลและประชาสัมพันธ์การเจรจาการค้าเป็นภาษาอังกฤษ

๕๐๐ ชิน
๔.๓
๔.๒.๕ จัดทําสื่อประชาสัมพันธ์สําหรับมอบให้แก่ผู้ประกอบการต่างชาติที่เข้าร่วมเจรจาการค้า จํานวน
การประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม
ผู้เสนองานจะต้องดําเนินการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจในงาน ดังนี้ ๘.๓.๑ จัดทําแผนประชาสัมพันธ์ และนําเสนอรูปแบบการประชาสัมพันธ์ เพื่อมุ่งเน้นการสร้าง การรับรู้และเชิญชวนผู้ประกอบการต่างชาติกลุ่มเป้าหมาย อาทิ นักลงทุน ผู้สร้าง ผู้กํากับ ผู้ซื้อ ในอุตสาหกรรม ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ ซีรีส์ แอนิเมชั่น และบริการเกี่ยวเนื่อง ให้เยี่ยมชมคูหาประเทศไทย และเข้าร่วมการจับคู่
เจรจาการค้า
๔.๓.๒ จัดทีมออกแบบและประชาสัมพันธ์ ประกอบด้วยนักออกแบบ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่ดูแล Social Media เพื่อทําหน้าที่ด้านการประชาสัมพันธ์โครงการอย่างครบวงจร โดยเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในการดําเนินการด้านต่างๆ และมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม โดย
นําเสนอประวัติ portfolio และประสบการณ์ทํางานเพื่อให้กรรมการพิจารณา
๔.๓.๓ จัดหาช่างถ่ายภาพ/วีดีโอมืออาชีพ พร้อมอุปกรณ์ เพื่อถ่ายรูปบรรยากาศงาน กิจกรรม ต่างๆ ภายในงาน การให้สัมภาษณ์ของผู้ประกอบการไทย สําหรับเก็บเป็น Record ของงานและนําไปใช้ในการ ประชาสัมพันธ์ โดยนําเสนอประวัติ portfolio และประสบการณ์ทํางานเพื่อให้กรรมการพิจารณา
๘.๓.๔ ปรับปรุงและ Update ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ช่องทางของกรม โดยจัดทําข้อมูล ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมโครงการและประชาสัมพันธ์โครงการเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
๘.๓.๕ ดําเนินการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมโครงการและผู้ซื้อต่างประเทศที่เข้าร่วม
กิจกรรมเพื่อใช้ประกอบการสรุปผลการดําเนินโครงการและประชาสัมพันธ์กิจกรรมกรม
๘.๓.๖ จัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อการสัมภาษณ์ตามข้อ ๔.๓.๕ อาทิ กล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหวและ
อุปกรณ์สําหรับอัดเสียง
๔.๓.๗ จัดทําข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรม (Press Release) ก่อนงาน และหลังงานเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษเพื่อให้กรมนําไปเผยแพร่ผ่านสื่อของกรม ในช่วงก่อนงานจํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ข่าว และหลังงาน จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ข่าว
๘.๓.๘ ลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ในวันแรกของการจัดงานเป็นภาษาอังกฤษ ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ที่มี ชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง และ สื่อออนไลน์ของสื่อสิ่งพิมพ์ดังกล่าว จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง
๔.๓.๙ จัดทําสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ Banner หรือสื่อดิจิทัลเพื่อดําเนินการผ่านช่องทางที่ เหมาะสมในการสร้างการรับรู้ในวงกว้างและดึงดูดผู้เข้าร่วมงาน จํานวน ๑ ครั้ง
ทั้งนี้ รายชื่อสื่อประชาสัมพันธ์ต้องได้รับการอนุญาตจากกรมก่อน
явон
๑).
//
ประธานกรรมการ
b)………
.กรรมการ
๓).. 915-200 .กรรมการ
-Q-
๔.๔ การจัดทํานัดหมายล่วงหน้า
๘.๔.๑ จัดทํารายชื่อผู้ประกอบการต่างชาติกลุ่มเป้าหมายจํานวนไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ รายชื่อ อาทิ นักลงทุน ผู้สร้าง ผู้กํากับ ผู้ซื้อนานาชาติ ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบริการเกี่ยวเนื่องเข้าร่วมการเจรจา การค้า จํานวนไม่น้อยกว่า ๓ ประเภทธุรกิจ อาทิ ภาพยนตร์ การถ่ายทํา post-production เป็นต้น
๔.๔.๒ ประสานงานเพื่อเชิญชวนผู้ประกอบการต่างชาติ (ข้อ ๔.๔.๑) ในตลาดสาธารณรัฐ ฝรั่งเศสและนานาชาติเข้าร่วมจับคู่เจรจาการค้า พร้อมเชิญชวนลงทะเบียนนัดหมายล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์
๘.๔.๓ การจัดประชุมเตรียมความพร้อมสําหรับผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมโครงการผ่านระบบ
ออนไลน์ เพื่อทําความเข้าใจถึงแนวทางการดําเนินการ และเทคนิคการนําเสนอผลงาน
๔.๔.๔ การประสานผู้ประกอบการต่างชาติที่เข้าร่วมกิจกรรมในการเลือกคู่เจรจาการค้าที่ตรงกับ ความต้องการและสินค้า/บริการของผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมลงตารางการจับคู่เจรจาการค้าให้มีความ
เหมาะสม
๘.๔.๕ การจัดทําตารางการจับคู่เจรจาการค้าในรูปแบบตารางหลักในภาพรวมและตารางย่อย เฉพาะรายของผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการต่างชาติ (นําเสนอตัวอย่างตารางนัดหมาย) พร้อมทั้งส่งมอบ ตารางย่อยเฉพาะรายให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้ทราบข้อมูลล่วงหน้าผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)
และแจ้งยืนยันการนัดหมายผ่านทางโทรศัพท์แก่ผู้ประกอบการไทยตามเวลานัดหมายก่อนการจัดงานล่วงหน้า
อย่างน้อย ๓ วัน
๘.๕ การบริหารจัดการกิจกรรมเจรจาการค้า
ผู้เสนองานจะต้องดําเนินการดังนี้
๔.๕.๑ ดําเนินการลงทะเบียนและอํานวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการที่มาร่วมงานในคูหา
๔.๕.๒ จัดทํานัดหมายและบริหารการเจรจาการค้า (Business Matching) ระหว่าง ผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการต่างชาติ จํานวนไม่น้อยกว่า ๒๕๐ คู่
1
๔.๕.๓ จัดผู้จัดการโครงการ (Project Manager) อย่างน้อย ๑ คน เพื่อดูแลภาพรวมของ กิจกรรม ตั้งแต่การวางแผน การประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ในภาพรวม และดําเนินการตามแผนทั้งหมด รวมถึง ควบคุมและติดตามความคืบหน้า โดยผู้จัดการโครงการจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและ ประสบการณ์ในการจัดงานเจรจาการค้าในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และบริการเกี่ยวเนื่องจํานวน
ไม่น้อยกว่า ๓ โครงการ โดยนําเสนอประวัติและประสบการณ์ทํางานอย่างละเอียดที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้ กรรมการพิจารณา
๔.๕.๔ จัดทีมเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมเจรจาการค้า ที่มีทักษะในการประสานงาน การสื่อสารและมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับดี จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ราย โดยทํา หน้าที่จัดทํารายชื่อและเชิญชวนผู้ประกอบการ ประสานงานการนัดหมายล่วงหน้า ดูแลการจับคู่ในงาน อํานวยความ สะดวก แก้ปัญหาต่างๆ โดยต้องมีบุคลากรอย่างน้อย ๑ ราย เป็นผู้ที่มีประสบการณ์และประวัติการทํางานที่ผ่านมา ในการประชาสัมพันธ์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และบริการเกี่ยวเนื่องจํานวนไม่น้อยกว่า ๓ โครงการ
โดยนําเสนอประวัติและประสบการณ์ทํางานอย่างละเอียดที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้กรรมการพิจารณา
๔.๕.๕ จัดทีมเจ้าหน้าที่ประจําคูหา ที่มีความรู้ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ราย ทําหน้าที่ต้อนรับและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมและผู้ประกอบการไทย จัดการลงทะเบียน ผู้เข้าชมคูหาที่สนใจเจรจาการค้า และสามารถตอบคําถามและให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และบริการเกี่ยวเนื่องของไทย โดยต้องมีบุคลากรอย่างน้อย ๑ ราย เป็นผู้มีความรู้ ความ เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมฯ และมีประสบการณ์ทํางานในการดําเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และบริการเกี่ยวเนื่องในต่างประเทศ จํานวนไม่น้อยกว่า ๓ โครงการ
)………..
ประธานกรรมการ
b)…..

.กรรมการ ๓)… ประจ
….กรรมการ
-&-
๔.๕.๖ จัดเจ้าหน้าที่ล่ามที่มีประสบการณ์และแปลภาษาอังกฤษในการเจรจาธุรกิจได้เป็นอย่างดี เพื่อทําหน้าที่อํานวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการไทยจํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ราย
๔.๕.๗ จะต้องจัดให้มีการประชุมเพื่อรายงานความคืบหน้าการดําเนินงานตามโครงการให้กรมฯ ทราบเป็นระยะนับตั้งแต่วันเริ่มปฏิบัติงานตามที่ระบุในสัญญา
๘.๖ การประเมินพร้อมรายงานสรุปผล
๔.๖.๑ จัดทําแบบประเมินผลการเจรจาการค้า จัดทํารายงานสรุปแบบย่อในรูปแบบเอกสารเพื่อ รายงานมูลค่าการเจรจาการค้า สรุปปัญหาและอุปสรรคของกิจกรรมหลังจบงานในแต่ละวัน ประกอบด้วยข้อมูลต่างๆ เช่น จํานวนคู่เจรจาการค้า มูลค่าการเจรจาการค้าทันที มูลค่าการเจรจาการค้าภายใน ๑ ปี มูลค่าการเจรจาการค้า ภายใน ๒ - ๕ ปี มูลค่าการเจรจาการค้ารวมและประเภทธุรกิจที่ได้รับความสนใจ เป็นต้น โดยสํารวจและจัดทํา ข้อมูลสถิติพร้อมคําอธิบาย แนวทางแก้ไขและข้อเสนอแนะ และส่งรายงานให้กรมหลังจบงานทุกวัน
๘.๖.๒ จัดทํารายงานสรุปผลการดําเนินกิจกรรมโดยละเอียดในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล และรายงาน รูปเล่มจํานวน ๓ เล่ม จัดส่งให้กรมทราบภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ ประกอบด้วยหัวข้อที่เป็นประโยชน์ อาทิ
(๑) ข้อมูลทั่วไปและกิจกรรมภายในงาน Marché du Film (Cannes Film Festival 2026) (๒) จัดทําตารางสรุปรายชื่อผู้ประกอบการต่างชาติที่เข้าร่วมเจรจาการค้า ประกอบด้วย ชื่อ-สกุล ตําแหน่ง ชื่อบริษัท ประเภทธุรกิจ ประเทศ ช่องทางการติดต่อ ข้อมูลอื่นๆ (หากมี) ในรูปแบบ (๓) จํานวนครั้งของการเจรจาการค้า และมูลค่าการเจรจาการค้าที่เกิดขึ้นทันที
Excel File
มูลค่าการเจรจาการค้าภายใน ๑ ปี มูลค่าการเจรจาการค้าภายใน ๒ - ๕ ปี
ต่างชาติ
(๔) ประเภทของสินค้า/บริการ ที่ได้รับความสนใจจากการเจรจากับผู้ประกอบการ
(๕) ผลการเจรจาการค้าที่โดดเด่น
(๖) ความพึงพอใจของผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมโครงการ
(๗) ปัญหา/อุปสรรค
(๔) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของโครงการ
(๙) รูปภาพประกอบ
(๑๐) หัวข้ออื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดโครงการครั้งถัดไป (หากมี)
๔.๖.๓ จัดทําสรุปผลการจัดกิจกรรมในรูปแบบของ Infographic เพื่อสรุปรายงานผลการจัดกิจกรรม ในเบื้องต้นโดยมีรายละเอียด เช่น จํานวนคู่เจรจาธุรกิจที่เข้าร่วมกิจกรรม มูลค่าสั่งซื้อทันที มูลค่าสั่งซื้อภายใน ๑ ปี จํานวน ผู้ผลิต ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกไทย และจํานวนผู้นําเข้า ผู้ซื้อในต่างประเทศของแต่ละประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรม สินค้าที่ ได้รับความสนใจจากผู้นําเข้า ผู้ซื้อในต่างประเทศ เป็นต้น โดยจะต้องออกแบบให้มีความสวยงาม เนื้อหากระชับ ชัดเจน เข้าใจง่าย และส่งผลให้กรมทราบหลังเสร็จสิ้นการจัดงาน
๘.๖.๔ จัดทําวิดีโอสรุปภาพรวมงาน โดยพากย์เสียงและคําบรรยายภาษาไทยมีรายละเอียดดังนี้

  • วิดีโอสรุปภาพรวมงาน ระยะเวลาประมาณ ๑ - ๒ นาที จํานวน ๑ ชุด
  • วิดีโอสรุปภาพรวมงาน ระยะเวลา ๓ - ๕ นาที จํานวน ๑ ชุด
  • วิดีโอแนวตั้งความยาวประมาณ ๓๐ - ๖๐ วินาที จํานวน ๑ ชุด
    ๘.๗ การส่งมอบสรุปผลการดําเนินงานฯ
    ผู้เสนองานจะต้องจัดส่งเอกสารและหลักฐานทั้งหมดที่ดําเนินการจัดทําเป็นรูปเล่ม จํานวน ๓ ชุด และ
    รูปแบบไฟล์ดิจิทัลบรรจุใส่ USB Flash drive จํานวน ๓ ชุด
    22017
    ………..
    ประธานกรรมการ b)……….
    c
    .กรรมการ ๓)… ประจัก
    m)……
    ..กรรมการร่าง
    ประกาศกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
    เรื่อง ประกวดราคาจ้างกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าในงาน Marche du Film (Cannes Film Festival ๒๐๒๖)
    ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างกิจกรรมจับคู่เจรจา การค้าในงาน Marche du Film (Cannes Film Festival ๒๐๒๖) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๓,๖๐๖,๖๖๖.๖๖ บาท (สามล้าน หกแสนหกพันหกร้อยหกสิบหกบาทหกสิบหกสตางค์) จำนวน ๑ รายการ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
    ทั้งนี้ ผู้เสนอราคาจะต้องนำเสนอข้อเสนอทางด้านเทคนิคและขั้นตอนการดำเนินโครงการ ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (TOR) ในวันที่………………………………. เวลา………………….. น. เป็นต้นไป รายละ ๓๐ นาที และตอบข้อซักถามจากคณะกรรมการฯ รายละไม่เกิน ๑๕ นาที ณ ห้องประชุมสำนักพัฒนา และส่งเสริมธุรกิจบริการ ชั้น ๖ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อาคารริมถนน เลขที่ ๕๖๓ ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี กรมจะไม่พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้เสนอราคาที่ไม่มา นำเสนองานตามวันและเวลาที่กรมกำหนด
    ๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.ditp.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
    ประกาศ ณ วันที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    รุ่งวรา อังศธรรมรัตน์
    (นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์) นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๙
    (นายพรวิช ศิลาอ่อน)
    รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน
    อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
    โดย นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์ นักวิชาการ พาณิชย์ชำนาญการร่าง
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่
    การจ้างกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าในงาน Marche du Film (Cannes Film Festival ๒๐๒๖) ตามประกาศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
    ลงวันที่ มีนาคม ๒๕๖๙
    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะประกวดราคา จ้างกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าในงาน Marche du Film (Cannes Film Festival ๒๐๒๖) ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
    จ้างกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าในงาน
    Marche du Film (Cannes Film
    Festival ๒๐๒๖)
    โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    จำนวน ๑ โครงการ
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่
    สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
    ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานการดำเนินงานประเภทเดียวกันกับงานที่จะจ้าง และ เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ ท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานเอกชนขนาดใหญ่ หรือบริษัทเอกชนระดับสากล จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ ผล งาน
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น
    ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
    (๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
    (๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) เอกสารข้อเสนอด้านเทคนิค
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
    ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน
    ๒๕๖๙
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
    เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
    ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th
    ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    ๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
    ๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม
    จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
    ๕.๒.๑ จ้างกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าในงาน Marche du Film (Cannes Film Festival ๒๐๒๖)
    (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาให้คะแนนจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่นผ่าน ระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับการนำเสนองานในวันที่ผู้ยื่นข้อเสนอมานำเสนอข้อ เสนอทางเทคนิค โดยการให้คะแนนคิดตาม “เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน”
    โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
    ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๕.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    ๖.๑ เงินสด
    ๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
    ๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
    ๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฎิบัติงานถูกต้องและ ครบถ้วนตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลง และกรมได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว ๘. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
    ๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    ๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ เดือน นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
    ๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
    ๑๐.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม
    ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
    ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    ๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๑๐.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
    (๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง
    ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
    มีนาคม ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    รุ่งวรา อังศธรรมรัตน์
    (นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์)
    นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๙
    โดย นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์ นักวิชาการ
    พาณิชย์ชำนาญการ