ประกวดราคาซื้อเรือยนต์ตรวจการณ์ไฟเบอร์กลาส ขนาดความยาวไม่น้อยกว่า 48 ฟุต ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดไม่น้อยกว่า 300 แรงม้า จำนวน 3 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ประจำเรือ และเทรลเลอร์บรรทุกเรือ จำนวน 4 ลำ
โครงการจัดซื้อเรือยนต์ตรวจการณ์ไฟเบอร์กลาสขนาดไม่น้อยกว่า ๔๘ ฟุต จำนวน ๔ ลำ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานลาดตระเวนปกป้องทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และการดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ห่างไกลจากชายฝั่ง (หมู่เกาะสุรินทร์, สิมิลัน, หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และตะรุเตา) ซึ่งเรือเดิมไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงมรสุม
คุณลักษณะสำคัญของเรือคือเป็นเรือท้องตัววี (V-Hull) ทำจากไฟเบอร์กลาส (G.R.P.) ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน ๔ จังหวะ ขนาดไม่น้อยกว่า ๓๐๐ แรงม้า จำนวน ๓ เครื่องต่อลำ สามารถทำความเร็วได้ไม่น้อยกว่า ๔๐ นอต ตัวเรือต้องออกแบบตามมาตรฐานสากล เช่น USCG, ABYC, SOLAS ๗๔/๔๖ หรือ ISO ๙๐๐๑:๒๐๑๕ โดยต้องมีสถาปนิกออกแบบเรือที่มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๕ ปีเป็นผู้รับรอง ภายในเรือประกอบด้วยห้องควบคุมเรือพร้อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ช่วยเดินเรือ ห้องสุขา ที่นั่งผู้โดยสารพร้อมเบาะกันเชื้อรา และพื้นที่เก็บสัมภาระ รวมถึงเทรลเลอร์สำหรับบรรทุกเรือ ๑ คันต่อลำ โครงการนี้เน้นความแข็งแรงทนทานของโครงสร้างเรือและการติดตั้งเครื่องยนต์ที่ได้มาตรฐานจากผู้ผลิต เพื่อรองรับการใช้งานในทะเลเปิดและพื้นที่เกาะแก่งได้อย่างปลอดภัย
English summary
The Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation is procuring four fiberglass patrol boats, each at least 48 feet in length, equipped with three 300 HP outboard engines. These vessels are intended for maritime patrol, resource protection, and search and rescue operations in national parks including Surin Islands, Similan Islands, Hat Noppharat Thara-Mu Ko Phi Phi, and Tarutao. The boats must achieve a speed of at least 40 knots and be constructed according to international standards (USCG, ABYC, SOLAS 74/46, or ISO 9001:2015). The scope includes onboard navigation equipment, safety gear, and a boat trailer for each vessel.
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และอุทยานแห่งชาติตะรุเตา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดซื้อเรือยนต์ตรวจการณ์ไฟเบอร์กลาส ขนาดไม่น้อยกว่า ๔๘ ฟุต สำหรับปฏิบัติงานดูแลรักษาและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ
- เพื่อดูแลช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย
- เพื่อเพิ่มศักยภาพในการคุ้มครองรักษาทรัพยากรการท่องเที่ยวทางทะเล
ขอบเขตของงาน
- จัดสร้างเรือยนต์ตรวจการณ์ไฟเบอร์กลาส ขนาดไม่น้อยกว่า ๔๘ ฟุต จำนวน ๔ ลำ
- ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน ๔ จังหวะ ขนาดไม่น้อยกว่า ๓๐๐ แรงม้า จำนวน ๓ เครื่องต่อลำ
- ติดตั้งระบบบังคับเลี้ยว Electro Hydraulic Power Steering และระบบควบคุมไฟฟ้า (Electronic Control)
- ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ช่วยเดินเรือ
- จัดหาเทรลเลอร์สำหรับบรรทุกเรือ จำนวน ๔ คัน
- ออกแบบและผลิตเรือตามมาตรฐานสากล (USCG, ABYC, SOLAS ๗๔/๔๖ หรือ ISO ๙๐๐๑:๒๐๑๕)
- ทดสอบสมรรถนะเรือและความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า ๔๐ นอต
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เรือยนต์ตรวจการณ์ไฟเบอร์กลาส ขนาด ๔๘ ฟุต จำนวน ๔ ลำ
- เครื่องยนต์ติดท้าย ขนาด ๓๐๐ แรงม้า (๓ เครื่องต่อลำ)
- เทรลเลอร์บรรทุกเรือ จำนวน ๔ คัน
- อุปกรณ์ประจำเรือ (วิทยุสื่อสาร, อุปกรณ์กู้ภัย, ระบบอิเล็กทรอนิกส์เดินเรือ)
- เอกสารรับรองมาตรฐานการออกแบบและแบบเรือที่ลงนามโดยสถาปนิกออกแบบเรือ (Naval Architect)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ไม่ได้ระบุระยะเวลาสิ้นสุดโครงการใน TOR (ผู้เสนอราคาต้องตรวจสอบในเอกสารแนบเพิ่มเติม)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Standards Compliance: โรงงานผู้ผลิตต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO ๙๐๐๑:๒๐๑๕ สำหรับขอบข่ายการออกแบบ พัฒนา สร้าง และซ่อมแซมเรือไฟเบอร์กลาส
- Experience: ต้องมีสถาปนิกออกแบบเรือ (Naval Architect) ที่มีประสบการณ์ออกแบบเรือมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี เป็นผู้ลงชื่อรับรองแบบเรือ
- Technical Capabilities: ผู้ติดตั้งเครื่องยนต์ต้องได้รับการฝึกอบรมจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์ยี่ห้อที่เสนอ
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (โดยทั่วไปพิจารณาจากราคาและคุณสมบัติทางเทคนิคที่ผ่านเกณฑ์)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ความยาวไม่น้อยกว่า ๔๘ ฟุต, ความกว้างไม่น้อยกว่า ๑๑.๕ ฟุต
- ความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า ๔๐ นอต
- เครื่องยนต์เบนซิน ๔ จังหวะ ๓๐๐ แรงม้า จำนวน ๓ เครื่อง
- โครงสร้างเรือแบบ Single Skin (G.R.P.)
- ถังน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า ๘๐๐ ลิตร, ถังน้ำจืดไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ลิตร
เงื่อนไขสัญญา
- การติดตั้งเครื่องยนต์ต้องเป็นไปตามมาตรฐานของผู้ผลิต
- การผลิตต้องใช้วิธี Hand lay-up หรือ Vacuum infusion
- ต้องมีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในห้องพ่น Gel Coat
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: เรือต้องมีความเร็วสูงสุดเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า ๔๐ นอต
- Q: เครื่องยนต์ที่ใช้เป็นประเภทใด? A: เครื่องยนต์เบนซิน ๔ จังหวะ ขนาดไม่น้อยกว่า ๓๐๐ แรงม้า
- Q: เรือต้องมีระบบพวงมาลัยแบบใด? A: ระบบ Electro Hydraulic Power Steering
- Q: วัสดุที่ใช้สร้างตัวเรือคืออะไร? A: ไฟเบอร์กลาส (Glass Fiber Reinforced Plastic - G.R.P.)
- Q: ต้องมีสถาปนิกออกแบบเรือรับรองหรือไม่? A: ต้องมีสถาปนิกที่มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๕ ปีลงชื่อรับรอง
- Q: โรงงานผลิตต้องมีมาตรฐานใด? A: ISO ๙๐๐๑:๒๐๑๕
- Q: เรือต้องมีถังน้ำมันขนาดเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า ๘๐๐ ลิตร
- Q: มีการกำหนดจำนวนเทรลเลอร์หรือไม่? A: จำนวน ๔ คัน (๑ คันต่อลำ)
- Q: พื้นเรือต้องมีคุณสมบัติอย่างไร? A: เป็นไฟเบอร์กลาสมีลายกันลื่นในตัว
- Q: การติดตั้งเครื่องยนต์ต้องเป็นไปตามมาตรฐานใด? A: มาตรฐานของบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์ยี่ห้อที่เสนอ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะ
เรือยนต์ตรวจการณ์ไฟเบอร์กลาส ขนาดความยาวไม่น้อยกว่า ๔๘ ฟุต ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดไม่น้อยกว่า ๓๐๐ แรงม้า จํานวน ๓ เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ประจําเรือ และเทรลเลอร์สําหรับบรรทุกเรือ จํานวน ๔ ลํา
๑. หลักและเหตุผล
อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา -
อุทยานแห่งชาติทางทะเล เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรทางบก หรือทรัพยากรทางทะเล และมีทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่ามีความโดดเด่นสวยงามเป็นที่สนใจแก่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะพีพี และอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้ง ชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจํานวนมาก ทําให้อุทยานแห่งชาติดังกล่าว มีภารกิจทั้งด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ จัดการการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดความยั่งยืน รวมถึงภารกิจดูแลความปลอดภัยช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุ ต่าง ๆ ทางทะเล และภารกิจในการลาดตระเวนเพื่อปกป้องคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ทางทะเลมิให้มีการบุกรุก ทําลาย ทรัพยากรทางทะเล ซึ่งอาจมีการลักลอบเข้ามากระทําผิดกฎหมายในเขตอุทยาน แห่งชาติ ซึ่งทรัพยากรทางทะเลเหล่านั้นล้วนเป็นต้นทุนทรัพยากรทางการท่องเที่ยวทางทะเลทั้งสิ้น แต่ด้วยอุทยาน แห่งชาติดังกล่าว มีพื้นที่เกาะและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่อยู่ห่างจากพื้นที่ชายฝั่งเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า ๔๐ กิโลเมตร และเป็นพื้นที่ทะเลเปิดในฝั่งทะเลอันดามัน ทําให้ช่วงที่มีคลื่นลมมรสุม เรือที่มีใช้ปฏิบัติงานอยู่ใน ปัจจุบันไม่สามารถปฏิบัติภารกิจการลาดตระเวนเพื่อปกป้องคุ้มครองทรัพยากรทางทะเล และช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ที่ประสบเหตุต่าง ๆ ทางทะเล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ตระหนักถึงความจําเป็นในการปกป้องทรัพยากรการท่องเที่ยว
ทางทะเล และคํานึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทางทะเล รวมถึงความ
ปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล จึงได้จัดทําโครงการจัดซื้อเรือยนต์ตรวจการณ์ ไฟเบอร์กลาส ขนาดความยาวไม่น้อยกว่า ๔๘ ฟุต ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดไม่น้อยกว่า ๓๐๐ แรงม้า จํานวน ๓ เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ประจําเรือ และเทรลเลอร์บรรทุกเรือ จํานวน ๔ ลํา เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการในด้านต่าง ๆ ของ เจ้าหน้าที่ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา - หมู่เกาะพีพี และอุทยานแห่งชาติตะรุเตา
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อจัดซื้อเรือยนต์ตรวจการณ์ไฟเบอร์กลาส ขนาดความยาวไม่น้อยกว่า ๔๘ ฟุต สําหรับใช้ในการ ปฏิบัติงานด้านการดูแลรักษา ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงดูแลช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุต่าง ๆ ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา - หมู่เกาะพีพี และ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
๒.๒ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวใน อุทยานแห่งชาติทางทะเล
๒.๓ เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการคุ้มครองรักษาทรัพยากรการท่องเที่ยวทางทะเลในพื้นที่อุทยาน
แห่งชาติทางทะเล
-10-
๒
๓.
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
๓.๑
คุณลักษณะทั่วไป
เรือตรวจการณ์สมรรถนะสูงและคล่องตัวในการเข้าเทียบท่า ขนาดความยาวไม่น้อยกว่า ๔๘ ฟุต ติดตั้ง เครื่องยนต์ ชนิดติดท้าย (Outboard Motor) เครื่องยนต์ชนิด ๔ จังหวะ แบบไม่น้อยกว่า 4 สูบ จํานวน ๓ เครื่อง ขนาดแรงม้าไม่น้อยกว่า ๓๐๐ แรงม้า (HP) ต่อเครื่อง พร้อมด้วยอุปกรณ์ชุดบังคับเลี้ยวระบบไฮดรอลิก ระบบเกียร์ ใช้บังคับด้วย Remote Control พร้อมเครื่องมือสื่อสาร เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ช่วยในการเดินเรือ อุปกรณ์ประจําเรือ และเทรลเลอร์สําหรับบรรทุกเรือ
๓.๒ คุณลักษณะทางเทคนิค
๓.๒.๑ ลักษณะโดยทั่วไป
๓.๒.๑.๑ มีความเร็วสูง สามารถทําความเร็วได้ไม่น้อยกว่า ๔๐ น๊อต
๓.๒.๑.๒ ท้องเรือเป็นแบบท้องเดี่ยว (Mono Hull) หัววี ตัวเรือสร้างด้วยไฟเบอร์กลาส Glass
Fiber Reinforced Plastic (G.R.P.) เสริมกําลังแบบ Single Skin
๓.๒.๑.๓ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ชนิดติดท้าย (Outboard Motor) เครื่องยนต์ชนิด ๔ จังหวะ แบบไม่น้อยกว่า 4 สูบ ขนาดแรงม้าไม่น้อยกว่า ๓๐๐ HP ต่อเครื่อง จํานวน ๓ เครื่องยนต์
๓.๒.๑.๔ การทรงตัวของเรือที่มีสมรรถนะสูงในการวิ่งทางตรง ไม่ลื่นแฉลบเมื่อบังคับเลี้ยว ๓.๒.๑.๕ มีเครื่องมือสื่อสาร เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ช่วยในการเดินเรือ และอุปกรณ์กู้ภัย ๓.๒.๑.๖ มีเทรลเลอร์สําหรับบรรทุกเรือ จํานวน ๑ คัน
๓.๒.๑.๗ การติดตั้งเครื่องยนต์จะต้องติดตั้งให้เป็นไปตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์
ยี่ห้อที่เสนอ โดยผู้ติดตั้งจะต้องได้รับการฝึกอบรมจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์ยี่ห้อที่เสน
๓.๒.๒ ลักษณะและขนาดที่สําคัญของตัวเรือ
๓.๒.๒.๑ ความยาวตลอดลํา
ไม่น้อยกว่า
๔๘ ฟุต
๓.๒.๒.๒ ความกว้างที่กลางลํา
ไม่น้อยกว่า
๑๑.๕ ฟุต
๓.๒.๒.๓ ความลึก
ไม่น้อยกว่า
๕
ฟุต
๓.๒.๒.๔ ท้องเรือกินน้ําลึก (Draft)
ไม่เกินกว่า
๒.๕
๓.๒.๒.๕ ความเร็วสูงสุด
ไม่น้อยกว่า
๔๐
ฟุต
வ
นอต
๓.๒.๒.๖ เครื่องยนต์เบนซินติดท้ายเรือ (Outboard Motor) เครื่องยนต์ 4 จังหวะ แบบไม่น้อยกว่า
4 สูบ ขนาดแรงม้าไม่น้อยกว่า ๓๐๐ แรงม้า (HP) ต่อเครื่อง จํานวน ๓ เครื่องยนต์ ต่อลํา
๘
๓.๒.๒.๗ ความจุถังน้ํามันเชื้อเพลิง ๓.๒.๒.๘ ความจุถังน้ําจืด
ไม่น้อยกว่า
ไม่น้อยกว่า
๘๐๐
ลิตร
๒๐๐ ลิตร
- m
๓.๓ การแบ่งส่วนตัวเรือ
ลักษณะเป็นเรือท้องรูปตัววี (V-Hull) หัวเรือแหลมท้ายตัด ออกแบบสําหรับใช้ในการตรวจการณ์ สามารถใช้เป็นเรือสําหรับตรวจการณ์ทางน้ําได้เป็นอย่างดี โครงสร้างตัวเรือมีความแข็งแรง เป็นเรือที่มีประสิทธิภาพ และความเร็วสูง มีการทรงตัวที่ดีทั้งทางยาวและทางขวาง ในการวิ่งทางตรงไม่ลื่นแฉลบเมื่อบังคับเลี้ยว ตัวเรือทําด้วย ไฟเบอร์กลาส เสริมความแข็งแรง ส่วนท้ายเรือออกแบบให้มีความแข็งแรงสามารถติดตั้งเครื่องยนต์ ติดท้าย ขนาด แรงม้าไม่น้อยกว่า ๓๐๐ แรงม้า (HP) จํานวน ๓ เครื่อง การบังคับเรือใช้ระบบพวงมาลัย Electro Hydraulic Power Steering และ Remote Control ระบบควบคุมด้วยไฟฟ้า (Electronic Control) สามารถทําความเร็วได้ไม่น้อยกว่า ๔๐ น๊อต และปฏิบัติการต่อเนื่องกันด้วยความเร็วเรือปฏิบัติการได้ไม่น้อยกว่า ๒ ชั่วโมง ลักษณะการออกแบบการ จัดการภายในตัวเรือให้คํานึงถึงความสะดวก การทรงตัวของเรือและความปลอดภัยในการใช้งานเป็นหลัก โดยต้อง แบ่งการจัดตัวเรือเป็นส่วน ๆ ดังนี้
๓.๓.๑ บริเวณส่วนหัวเรือสุด จัดให้มีพุกสําหรับผูกเรือทําด้วยแสตนเลส ถัดจากพุกผูกเรือให้จัดทําเป็น ห้องดาดฟ้าหัวเรือ มีฝาปิด-เปิดด้านบนและผนึกน้ํา ล็อคจากด้านนอกได้ มีช่องเพียงพอสําหรับเก็บเชือกและสมอเรือ
ออกแบบให้มีโครงสร้างแข็งแรงสามารถรับน้ําหนักผู้โดยสารเหยียบขึ้นลงเรือได้เป็นอย่างดี พื้นตลอดตามแนวทาง
เดินทั้งลํา เป็นไฟเบอร์กันมีลายกันลื่นในตัว
๓.๓.๒ ส่วนต่อมาอยู่ถัดจากห้องเก็บของหัวเรือ เป็นหัวเรือเปิดจัดให้มีที่นั่งแบบตัว U โครงสร้างที่นั่งใน ตัวโมล์ โครงสร้างเบาะเป็นพลาสวูดเบาะเรือบุด้วยฟองน้ําหุ้มด้วยหนังเทียมอย่างดี บริเวณหัวเรือจัดให้มีราวจับทํา ด้วยสแตนเลส ทั้งกราบซ้ายและกราบขวา ขนาดและตําแหน่งเหมาะสมต่อการใช้งาน
๓.๓.๓
ส่วนเก๋งควบคุมเรือ อยู่ถัดจากที่นั่งหัวเรือ ให้ติดตั้งกระจกโค้งมนรอบส่วนหน้าของเก๋งควบคุมเรือ จากด้านซ้ายจนถึงด้านขวาของเรือ กรอบกระจกเป็นไฟเบอร์กลาส ให้ลู่ลมตามหลักพลศาสตร์ มีความสูงเหนือแนว ระดับศีรษะผู้ถือท้ายเรือ ป้อมบังคับควบคุมเรือและเครื่องยนต์ด้านกราบขวา ประกอบด้วยชุดพวงมาลัยแบบ ELECTRO HYDRAULIC POWER STEERING คันบังคับ Remote Control ระบบควบคุมด้วยไฟฟ้า (Electronic Control) เครื่องยนต์ เกียร์ แผงควบคุมซึ่งติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และจอแสดงผลการทํางานของเครื่องยนต์ ซึ่งจะต้องเป็นยี่ห้อเดียวกับเครื่องยนต์ที่เสนอ ซึ่งมีแสงสว่างเพียงพอที่จะมองเห็นในขณะทํางานในเวลากลางคืน โดย กระจกกันลมบานกลางสามารถเปิด-ปิดได้ เพื่อให้สามารถเดินผ่านไปมาระหว่างส่วนหัวเรือและท้ายเรือได้อย่าง
สะดวก โดยขณะปิดกระจกตอนกลางมีที่ล็อคอย่างมั่นคงและปลอดภัย ป้อมควบคุมด้านกราบซ้ายจัดให้เป็นที่ติดตั้ง วิทยุสื่อสาร และอุปกรณ์เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ช่วยในการเดินเรือและมีสวิตซ์ ปิด-เปิด และด้านหน้าป้อมควบคุม ด้านกราบซ้ายล่างจัดทําเป็นห้องสุขา และมีระบบระบายอากาศ พร้อมทั้งให้มีแสงสว่างเพียงพอ จัดให้มีโถส้วมแบบ Marine มีประตูปิด-เปิด ล็อคได้
๓.๓.๔ ถัดจากป้อมควบคุมเรือ ด้านหลัง จัดให้มีเก้าอี้นั่งพร้อมพนักพิงสําหรับผู้ถือท้ายและผู้ควบคุม กราบละ ๑ ชุด โครงสร้างเบาะเป็นพลาสวูดบุด้วยฟองน้ําหุ้มด้วยหนังเทียมอย่างดี ถัดจากที่นั่งตามกล่าว ทั้งกราบซ้าย- ขวาจัดให้มีที่นั่งแบบหันหน้าไปทางหัวเรือ กราบละ ๒ ชุด โดยแต่ละชุดให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ฝั่งละ ๒ คน และ ถัดจากที่นั่งดังกล่าวจัดให้มีที่นั่งแบบพับเก็บได้ขนานกับตัวเรือฝั่งกราบขวาและฝั่งกราบซ้าย โดยที่เบาะที่นั่งทั้งหมด (รวมที่นั่งโดยสารส่วนหน้าด้วย) โครงสร้างทําจากพลาสวูดบุด้วยฟองน้ําชนิดป้องกันเชื้อราได้ และหุ้มหนังเทียมโดยใช้ วัสดุอย่างดี ใต้ที่นั่งทําเป็นช่องเก็บสัมภาระและอุปกรณ์ ยกเว้นที่นั่งแบบพับเก็บได้ ส่วนใต้พื้นให้ติดตั้งถังเก็บน้ํามัน เชื้อเพลิงขนาดไม่น้อยกว่า ๔๐๐ ลิตร ทําด้วยสแตนเลส และถังน้ําจืดขนาดไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ลิตร ทําด้วยสแตนเลส
โดยมีช่องเติมน้ํามันเชื้อเพลิงและน้ําจืดพร้อมฝาปิด-เปิด อยู่บนกราบเรือ พร้อมท่อระบายอากาศ อยู่ด้านนอกพื้นเรือ
2 - C -
พื้นบริเวณนี้บางส่วนสามารถเปิดออก เพื่อทําความสะอาดถังน้ํามันและน้ําจืดได้ การออกแบบหรือการติดตั้งตาม
ความเหมาะสม ด้านท้ายเก๋งเป็นแบบเปิด ถัดจากท้ายเก๋งบริเวณกราบซ้ายและกราบขวาจัดให้มีประตูเปิดและปิด ขนาดกว้างไม่น้อยกว่า ๑.๘๐ เมตร และให้มีความสูงระหว่างพื้นช่องประตูและหลังคาไม่น้อยกว่า ๑.๘๐ เมตร เพื่อสะดวกในการขึ้นลงเรือ ลําเลียงสัมภาระ และถัดจากประตูดังกล่าวจัดให้มีที่นั่งผู้โดยสารขนานกับท้ายเรือ
โครงสร้างที่นั่งในตัวโมล์ บริเวณด้านข้างที่นั่งท้ายเรือทั้งกราบซ้าย-ขวาจัดให้มีที่วางถังดําน้ํากราบละไม่น้อยกว่า 5 ถัง บริเวณท้ายเรือทั้งกราบซ้ายและขวา จัดให้มีบันไดทําด้วยแสตนเลสแบบพับได้ โดยที่เมื่อกางออกใช้งานแล้วบันได ขั้นแรกจะต้องอยู่ใต้ผิวน้ําสําหรับเป็นที่ขึ้นเรือของเจ้าหน้าที่ ในส่วนท้องเรือบริเวณท้ายเรือ จัดเป็นที่วางแบตเตอรี่ ปั๊มน้ําท้องเรือติดตั้งอยู่ท้ายเรือ บริเวณตรงกลางของพื้นท้ายเรือจัดให้มีช่องเปิด-ปิด พื้นทางเดินในเรือตลอดทั้งลํา เป็นไฟเบอร์กลาสมีลายกันลื่นในตัว
๓.๓.๕ หลังคาเก่งเป็นไฟเบอร์กลาสสําหรับกันแดดกันฝน ด้านหน้ามีกระจกบังลมพร้อมกรอบ
๒
ไฟเบอร์กลาส ด้านข้างทั้งสองกราบของเก๋ง บริเวณผู้ถือท้ายและผู้ควบคุมเรือจัดเป็นกระจกแบบบานเลื่อน ๑ บาน และ ถัดจากกระจกดังกล่าวเป็นกระจกแบบบานเลื่อน จํานวน ๒ ชุด หลังคาเก๋งตอนหน้าจัดให้มีช่องลมเพื่อระบายความร้อนใน ห้องโดยสาร และสามารถกันน้ําเข้าเรือ กราบละ ๑ ชุด ความสูงของหลังคาเก๋งให้สัมพันธ์กับความสูงของกระจกบังลม หน้าเก๋ง บริเวณดาดฟ้าเหนือเก๋งส่วนหน้าจะติดตั้งสปอร์ตไลท์ แบบหมุนได้รอบตัว ๓๖๐ องศา และก้มเงยได้ไม่น้อยกว่า ๑๓๐ องศา ความสว่างไม่น้อยกว่า ๒๒๐,๐๐๐ แรงเทียน ควบคุมด้วย Remote Control จากที่ถือท้าย และด้านบน หลังคาไฟเบอร์กลาสมีโรบาร์สําหรับติดตั้งอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร และอุปกรณ์เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ช่วยในการ เดินเรือ บริเวณด้านท้ายของเก๋งจะต้องมีหลังคาคลุมถึงที่นั่งท้ายเรือ
๓.๓.๖ บริเวณด้านนอกของเก๋ง จะต้องมีขอบพื้นที่ทางเดินได้โดยรอบลําเรือ เพื่อความสะดวกในการดูแล รักษาความสะอาดของตัวเรือ และจัดให้มีราวจับที่มั่นคงและแข็งแรงสําหรับยึดเกาะสําหรับเดินทําความสะอาด
รอบตัวเรือ
๓.๓.๗ ด้านท้ายเรือ (Transom) ต้องได้รับการเสริมความแข็งแรง เพื่อติดตั้งเครื่องยนต์ติดท้าย ขนาดไม่น้อยกว่า ๓๐๐ แรงม้า (HP) ต่อเครื่อง จํานวน ๓ เครื่อง และติดตั้งหลอดไฟ LED (Transom Light) จํานวน ไม่น้อยกว่า ๑ หลอด พร้อมสวิทซ์ปิดเปิดบริเวณป้อมควบคุม เพื่อใช้ส่องสว่างในตอนกลางคืนให้กับบริเวณท้ายเรือ และเครื่องยนต์เรือ
๓.๓.๘ บริเวณพื้นภายในตัวเรือมีช่องระบายน้ําจากพื้นเรือออกนอกตัวเรือ จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ช่อง ๓.๔ รายละเอียดในการออกแบบเรือและการต่อตัวเรือ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องออกแบบและดําเนินการสร้างเรือให้สามารถปฏิบัติงานในเขตน้ําตื้น แม่น้ํา ในทะเล และเกาะแก่งได้เป็นอย่างดี แข็งแรงทนทาน และเพื่อป้องกันข้อบกพร่องของเรือที่กรมฯ จะต่อสร้างจะต้อง ออกแบบและสร้างเรือภายใต้มาตรฐานที่เชื่อถือได้ คือมาตรฐาน USCG หรือ ABYC หรือ SOLAS ๗๔/๔๖ หรือ มาตรฐาน ISO ๙๐๐๑:๒๐๑๕ และจะต้องมีสถาปนิกออกแบบเรือ (Naval Architect) ที่มีประสบการณ์ออกแบบเรือ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี เป็นผู้ลงชื่อรับรองในแบบเรือ ที่จะยื่นทั้งหมด โดยจะต้องแนบหนังสือรับรองมาตรฐาน และ แบบเรือทั้งหมดมาเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ
s - & -
๓.๕ ข้อกําหนดการสร้างเรือหรือการผลิตเรือ
เพื่อให้เรือมีคุณภาพดี แข็งแรงทนทานและป้องกันข้อบกพร่องที่เกิดจากการสร้างเรือ เรือต้องสร้าง หรือผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO ๙๐๐๑:๒๐๑๕ สําหรับขอบข่ายการออกแบบ และการพัฒนาการสร้างและการซ่อมแซมเรือไฟเบอร์กลาส รวมทั้งการติดตั้งเครื่องยนต์ตามมาตรฐานผู้ผลิต ตลอดจนเครื่องมือที่ใช้ โดยขั้นตอนการต่อเรือและติดตั้งเครื่องยนต์ได้ตามมาตรฐาน ดังนี้
๓.๕.๑ ตัวเรือสร้างด้วยกรรมวิธีการหล่อจากแม่แบบชิ้นเดียวกัน แบบ (Single Skin) จากตัว Mold ที่ได้มาตรฐาน ฝาเรือ ๑ ชิ้น และท้องเรือ ๑ ชิ้น ผิวภายนอกสุดใช้เครื่องพ่นแรงดัน พ่น Gel Coat ลงบนผิวแม่แบบ ทิ้งไว้อย่างน้อย ๑ ชั่วโมง จากนั้นใช้กรรมวิธีหล่อด้วยวิธี Hand lay-up หรือ vacuum infusion ด้วยการวางแผ่น ใยแก้วเป็นชั้น ๆ สลับด้วยการทาโพลีเอสเตอร์เรซิ่น (Polyester Resin) บนแผ่นใยแก้ว ซึ่งเป็นตัวยึดเหนี่ยวและเป็น วัสดุที่ทําให้เกิดความแข็งแรง และไล่ฟองอากาศและวางแผ่นใยแก้วและ/หรือใยสาน
๓.๕.๒ ห้องที่ใช้พ่น Gel Coat มีลักษณะสามารถควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นและฝุ่นละอองได้ดีตั้งแต่ เริ่มพ่น Gel Coat จนพ่นแล้วเสร็จ และจัดให้มีการควบคุมความชื้นและฝุ่นละออง ตั้งแต่เริ่มพอกชั้นเรือจนพอกแล้ว
เสร็จ
๓.๕.๓ เครื่องมือที่ใช้ผสม Resin กับเคมีภัณฑ์อื่น ๆ เป็นชนิดที่ทํางานด้วยไฟฟ้า (ห้ามผสมด้วยวิธี ชั่ง ตวง วัด) เพื่อให้สามารถปรับแต่งอัตราส่วนผสมได้คงที่แน่นอนทุก ๆ ชั้น ทําให้การพอกขั้นไฟเบอร์กลาสแต่ละชั้น มีค่าเท่ากันโดยตลอด
๓.๕.๔ การพ่น Gel Coat ใช้อุปกรณ์พ่นที่ทํางานด้วยไฟฟ้าที่ควบคุมกําลังดัน ซึ่งจะทําให้ผิวภายนอก ซึ่งเป็นส่วนของ Gel Coat ฉาบผิวตลอดลําได้ทั่วถึง และผนึกแน่นเหนียวไม่เปราะและโดยเฉพาะจะได้ความหนาของ Gel Coat ที่ใกล้เคียงกัน (ห้ามใช้แปรงทาด้วยมือ)
เบี้ยวของตัวเรือ
๓.๕.๕ การถอดตัวเรือออกจากแบบต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากลเนื่องจากตัวเรือเป็นเรือขนาด
ใหญ่จะต้องใช้รอกไฟฟ้าหรือระบบไฮดรอลิคยกตัวเรือออกจากแบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเสียรูปทรงหรือการบิด
๓.๖ ขั้นตอนการต่อเรือ ดําเนินการ ดังนี้
หล่อด้วยกรรมวิธี Hand lay up หรือวิธี Vacuum infusion พื้นผิวภายนอกสุดด้วยเครื่องใช้แรงดัน พ่น Gel coat ลงบนผิวแบบ จากนั้นใช้กรรมวิธี Hand lay up หรือวิธี Vacuum infusion เป็นชั้น ๆ ด้วย Chopped Strand Mat และ Woven Roving หรือวัสดุใยแก้วที่มีคุณสมบัติสูงกว่า โดยใช้ Resin เป็นตัวยึดเหนี่ยว โดยให้ คํานึงถึงความแข็งแรงเป็นหลัก ดังต่อไปนี้
๓.๖.๑ โครงสร้างตัวเรือ ได้แก่ เก๋ง ทางขวางและทางยาว กระดูกงู ฝากั้นและส่วนอื่น ๆ สร้างด้วย วัสดุ เช่น เดียวกับตัวเรือทําด้วย Fiber Glass Reinforce Plastic ความหนาส่วนต่าง ๆ ของเปลือกเรือฐานแท่น รองรับอุปกรณ์ต่าง ๆ จะต้องมีความแข็งแรงเพียงพอต่อการใช้งาน โดยจะต้องใช้วิธีการผลิตแบบ Hand lay-up หรือวิธี Vacuum infusion โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงแบบการวางชั้นไฟเบอร์กลาส (Laminate Schedule) ประกอบด้วย ใยแก้ว ใยสาน และวัสดุเสริมความแข็งแรง (Mat line)
๓.๖.๒ ส่วนที่เป็นเปลือกเรือ (Top Side) พ่น Gel coat และหล่อด้วยใยแก้วและใยสาน จํานวน ไม่น้อยกว่า 5 ชั้น แบบ Single Skin จากตัว Mould เสริมความแข็งแรงด้วยวัสดุ Mat line จํานวน ๑ ชั้น โดยใช้วัสดุที่ มาตรฐาน ตามที่กําหนด