จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างงานจ้างบริการข้อมูลสภาพภูมิอากาศและแจ้งเตือนภัยพิบัติ

การรถไฟแห่งประเทศไทย 69039212815
฿3,778,464 ปีงบ 2569 ประกาศ 23 มี.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีความประสงค์จ้างบริการข้อมูลสภาพภูมิอากาศและแจ้งเตือนภัยพิบัติสำหรับศูนย์ทางถาวร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอากาศที่ติดตั้งไว้ 12 สถานี ในการติดตาม เฝ้าระวัง เตือนภัย และเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อสร้างความปลอดภัยต่อการเดินรถ

ขอบเขตงานครอบคลุมการบริการแบบครบวงจร ได้แก่ 1) การดูแลรักษาและซ่อมแซมอุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอากาศ 12 สถานีทันทีที่เกิดความชำรุด 2) การวิเคราะห์ฐานข้อมูลสภาพภูมิอากาศเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อทางรถไฟ สถานี และผู้โดยสาร พร้อมให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติการ 3) การพัฒนาและให้บริการระบบรายงานผลผ่าน Web Application และ Mobile Application ที่มีฟังก์ชันแสดงผลข้อมูลในรูปแบบตาราง แผนที่ และกราฟ พร้อมระบบแจ้งเตือนภัยอัตโนมัติ และ Dashboard สรุปข้อมูลการตัดสินใจ 4) การติดตามเฝ้าระวังสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง และพยากรณ์ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน 5) การจัดทำรายงานสรุปข้อมูลสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติประจำเดือน จำนวน 8 เล่ม ตลอดระยะเวลาสัญญา 8 เดือน

English summary

The State Railway of Thailand’s (SRT) Permanent Way Center, Civil Engineering Division, is seeking a contractor for climate data and disaster warning services over an 8-month period, with a budget of 2,462,000 THB. The project aims to enhance railway operational safety by utilizing data from 12 installed weather monitoring stations.

The scope of work includes comprehensive services: 1) Immediate maintenance and repair of weather monitoring equipment at 12 stations. 2) Analysis of climate data to assess risks to railway tracks, stations, and passengers, along with providing operational recommendations. 3) Development and provision of a reporting system via Web and Mobile Applications featuring data display in tables, maps, and graphs, an automatic alert system, and a decision-making dashboard. 4) Continuous 24/7 real-time weather monitoring and forecasting for at least 7 days in advance. 5) Monthly compilation of climate data and disaster reports, totaling 8 volumes over the 8-month contract duration.

สถานที่ดำเนินการ

สถานีรถไฟ 12 แห่ง ได้แก่ สถานีขุนตาน, สถานีแม่ตานน้อย, สถานีห้วยไร่, สถานีปางต้นผึ้ง, สถานีผาเสด็จ, สถานีปางป๋วย, สถานีผาคัน, สถานีบ้านปิน, สถานีแก่งหลวง, สถานีเด่นชัย, สถานีชุมทางศรีราชา, สถานีชุมทางเขาชุมทอง

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง เตือนภัย และเก็บรวบรวมข้อมูลสภาพภูมิอากาศและแจ้งเตือนภัยพิบัติ จากอุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอากาศ 12 สถานี
  • เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อการเดินรถของของการรถไฟแห่งประเทศไทย

ขอบเขตของงาน

  • การซ่อมบำรุงอุปกรณ์: ดูแลรักษาและจัดการซ่อมแซมอุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอากาศที่ชำรุดโดยทันที นับตั้งแต่วันที่รับทราบความผิดปกติ อุปกรณ์ตั้งอยู่ที่สถานีขุนตาน, แม่ตานน้อย, ห้วยไร่, ปางต้นผึ้ง, ผาเสด็จ, ปางป๋วย, ผาคัน, บ้านปิน, แก่งหลวง, เด่นชัย, ชุมทางศรีราชา และชุมทางเขาชุมทอง รวม 12 สถานี
  • การวิเคราะห์ข้อมูลและให้คำแนะนำ: นำฐานข้อมูลสภาพภูมิอากาศมาวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงต่อทางรถไฟ สถานีรถไฟ และผู้โดยสาร ให้คำแนะนำหรือแนวทางการสั่งการในการปฏิบัติงานของผู้เกี่ยวข้อง เช่น การแจ้งเตือน การเฝ้าระวัง (ตรวจทาง) การลดความเร็วขบวนรถ
  • การพัฒนาและให้บริการระบบซอฟต์แวร์: รายงานผลข้อมูลผ่าน Web Application และ Mobile Application (รองรับ Android, iOS) พร้อมจัดอบรมการใช้งานให้ผู้ใช้งานอย่างน้อย 1 ครั้ง ระบบต้องมีฟังก์ชันการทำงานดังนี้:
    • แสดงข้อมูลในรูปแบบ ตาราง (Spreadsheet): ค่าปริมาณน้ำฝนรายสถานี รายชั่วโมง/รายวัน แสดงสีตามเกณฑ์ (เขียว/เหลือง/แดง) ส่งออกข้อมูลเป็น Excel/CSV ได้
    • แสดงข้อมูลในรูปแบบ แผนที่ (MAP): แสดงตำแหน่งจุดติดตั้งอุปกรณ์และข้อมูลปริมาณน้ำฝนแบบเรียลไทม์ด้วยสัญลักษณ์สี ดูแผนที่พยากรณ์อากาศ (ลม, ฝน, อุณหภูมิ, พายุ) ได้
    • แสดงข้อมูลในรูปแบบ กราฟ (Graph): แสดงการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำฝนย้อนหลัง 24 ชม. หรือ 7 วัน
    • ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Alert and Reporting System): แจ้งเตือนเมื่อค่าฝนเกินเกณฑ์ แจ้งเตือนตำแหน่งฟ้าผ่าเรียลไทม์ (ฟ้าผ่าลงพื้น/ระหว่างเมฆ) ตั้งค่าการแจ้งเตือนผ่าน Email, SMS, แอปฯ ได้ จัดทำรายงานอัตโนมัติรายวัน/สัปดาห์/เดือน
    • Dashboard สรุปข้อมูลการตัดสินใจ: แสดงผลการตัดสินใจจากการวิเคราะห์ข้อมูล
  • การติดตามและพยากรณ์สภาพอากาศ: ติดตามเฝ้าระวังสภาพภูมิอากาศแบบต่อเนื่องตลอดเวลา (Real Time) และพยากรณ์ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน (ปริมาณน้ำฝน, ความเร็วลม) โดยกำหนดเกณฑ์ร่วมกันกับผู้ว่าจ้าง หากสถานะรุนแรงต้องแจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องผ่าน E-mail, Line Official, Mobile Calling ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน
  • การจัดทำรายงาน: จัดทำรายงานข้อมูลสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติประจำเดือน จำนวน 8 เล่ม (เดือนละ 1 เล่ม) ส่งมอบให้วิศวกรกำกับการกองแผนงานบำรุงทาง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบซอฟต์แวร์รายงานผล (Web Application และ Mobile Application) ที่มีฟังก์ชันครบถ้วนตามข้อกำหนด
  • การจัดอบรมการใช้งานระบบ อย่างน้อย 1 ครั้ง
  • รายงานข้อมูลสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติประจำเดือน จำนวน 8 เล่ม (ตลอด 8 เดือน)
  • บริการแจ้งเตือนภัย ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail, SMS, Line, โทรศัพท์) เมื่อเกิดเหตุ
  • บริการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ตรวจวัด 12 สถานี ทันทีที่ชำรุด
  • บริการวิเคราะห์ข้อมูลและให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติการ แก่ผู้เกี่ยวข้องของ รฟท.

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินงานรวม 8 เดือน โดยการส่งมอบงานและชำระเงินแบ่งเป็น 8 งวด งวดละ 1 เดือน ตามการส่งมอบรายงานประจำเดือนแต่ละงวด

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: -
  • Standards Compliance: -
  • Experience: -
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: ผู้รับจ้างต้องมีความสามารถในการพัฒนาและให้บริการ Web Application และ Mobile Application (รองรับ Android, iOS) สำหรับแสดงผลและแจ้งเตือนข้อมูลสภาพอากาศ
  • Personnel: ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายชื่อพร้อมรูปถ่ายบัตรประชาชนของผู้ดำเนินงานให้ผู้ว่าจ้างทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์สั่งให้เปลี่ยนตัวพนักงานได้หากเห็นว่าไม่เหมาะสม

เกณฑ์การพิจารณา

ระบุไว้ใน TOR นี้เฉพาะวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง (e-bidding) แต่ไม่ได้ระบุเกณฑ์การพิจารณาราคาหรือคุณภาพโดยละเอียด

ข้อกำหนดทางเทคนิค

ระบบซอฟต์แวร์ต้องมีคุณสมบัติหลัก ได้แก่ 1) การแสดงผลข้อมูลใน 3 รูปแบบ: ตาราง (แสดงค่าฝนรายสถานีพร้อมสีเตือน), แผนที่ (แสดงจุดติดตั้งและข้อมูลเรียลไทม์), และกราฟ (แสดงแนวโน้มย้อนหลัง) 2) ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อเกินเกณฑ์ที่กำหนด รองรับการแจ้งเตือนฟ้าผ่าเรียลไทม์ และส่งการแจ้งเตือนผ่านช่องทางต่างๆ 3) มี Dashboard สำหรับสรุปข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจ 4) ข้อมูลต้องครอบคลุมพื้นที่เส้นทางรถไฟที่กำหนดรอบๆ สถานีตรวจวัดทั้ง 12 แห่ง 5) ต้องสามารถพยากรณ์สภาพอากาศล่วงหน้าได้ไม่น้อยกว่า 7 วัน

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: ชำระเป็นงวดรายเดือน จำนวน 8 งวด งวดละเท่าๆ กัน หลังจากส่งมอบรายงานประจำเดือนและตรวจรับงานเรียบร้อยแล้วแต่ละงวด
  • ค่าปรับกรณีล่าช้า: หากทำงานไม่แล้วเสร็จตามเวลา จะปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างตามสัญญา
  • การรับประกันงาน: ผู้รับจ้างต้องรับประกันผลงานเป็นเวลา 1 ปี นับจากวันที่รับมอบงาน หากชำรุดบกพร่องต้องซ่อมแซมแก้ไขให้เรียบร้อยภายใน 15 วัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
  • การบอกเลิกสัญญา: ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้ในหลายกรณี เช่น ผู้รับจ้างไม่รับมอบงาน, ไม่สามารถทำงานให้เสร็จทันเวลา, หยุดงานติดต่อกันเกิน 10 วันโดยไม่มีเหตุอันสมควร, หรือการทำงานอาจก่อให้เกิดอันตราย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. อุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอากาศที่ต้องดูแลอยู่ในพื้นที่ใดบ้าง?
    อุปกรณ์ตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟ 12 แห่ง ได้แก่ สถานีขุนตาน, แม่ตานน้อย, ห้วยไร่, ปางต้นผึ้ง, ผาเสด็จ, ปางป๋วย, ผาคัน, บ้านปิน, แก่งหลวง, เด่นชัย, ชุมทางศรีราชา และชุมทางเขาชุมทอง

  2. ระบบแจ้งเตือนต้องรองรับการแจ้งภัยประเภทใดบ้าง?
    ระบบต้องแจ้งเตือนเมื่อปริมาณน้ำฝนเกินเกณฑ์ที่กำหนด และต้องสามารถแจ้งเตือนตำแหน่งฟ้าผ่าแบบเรียลไทม์ได้ทั้งฟ้าผ่าลงพื้นและฟ้าผ่าระหว่างเมฆ

  3. ต้องแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนเกิดภัยกี่วัน?
    ในกรณีที่สภาพอากาศรุนแรงจนส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินรถ ผู้รับจ้างต้องสามารถพยากรณ์และแจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องล่วงหน้าได้ไม่น้อยกว่า 3 วัน

  4. ระบบซอฟต์แวร์ต้องแสดงข้อมูลย้อนหลังได้นานแค่ไหน?
    ระบบต้องสามารถแสดงกราฟการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำฝนย้อนหลังได้ 24 ชั่วโมง และ 7 วัน

  5. ต้องมีการฝึกอบรมให้กับผู้ใช้หรือไม่?
    ต้องจัดอบรมการใช้งาน Web Application หรือ Mobile Application ให้กับผู้ใช้งานของ การรถไฟฯ อย่างน้อย 1 ครั้ง

  6. ข้อมูลบนแผนที่ (MAP) ต้องแสดงอะไรบ้าง?
    แสดงตำแหน่งจุดติดตั้งอุปกรณ์ทั้ง 12 จุดพร้อมข้อมูลปริมาณน้ำฝนแบบเรียลไทม์ และต้องแสดงแผนที่ข้อมูลสภาพอากาศจากการพยากรณ์ เช่น ทิศทางและความเร็วลม, ฝนตก, อุณหภูมิและความชื้น

  7. เกณฑ์การเฝ้าระวัง (สีเขียว/เหลือง/แดง) กำหนดโดยใคร?
    เกณฑ์การติดตามและเฝ้าระวังจะกำหนดร่วมกันระหว่างผู้ว่าจ้าง (การรถไฟฯ) กับผู้รับจ้าง

  8. ในกรณีอุปกรณ์ชำรุด มีระยะเวลาในการซ่อมแซมกำหนดไว้หรือไม่?
    ต้องดำเนินการซ่อมแซมโดยทันที นับตั้งแต่วันที่รับทราบถึงความผิดปกติของอุปกรณ์

  9. การเข้าถึงข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์เพิ่มเติมเป็นอย่างไร?
    ระบบต้องรองรับการส่งออกข้อมูลในรูปแบบไฟล์ Excel หรือ CSV เพื่อให้ผู้ว่าจ้างสามารถนำไปวิเคราะห์เพิ่มเติมได้

  10. บริการนี้มุ่งเน้นความปลอดภัยในด้านใดของการเดินรถไฟเป็นหลัก?
    มุ่งเน้นการประเมินความเสี่ยงและให้คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและภัยพิบัติ เช่น การสั่งการให้ตรวจเส้นทาง (ตรวจทาง) การลดความเร็วขบวนรถ เป็นต้น

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms Of Reference : TOR)
งานจ้างบริการข้อมูลสภาพภูมิอากาศและแจ้งเตือนภัยพิบัติ ศูนย์ทางถาวร ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

  1. วัตถุประสงค์
    ตามที่ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ติดตั้งอุปกรณ์เครื่องตรวจวัด สภาพภูมิอากาศอยู่ที่ (1) สถานีขุนตาน (2) สถานีแม่ตานน้อย (3) สถานีห้วยไร่ (4) สถานีปางต้นผึ้ง (5) สถานีผาเสด็จ (6) สถานีปางป๋วย (7) สถานีผาคัน (8) สถานีบ้านปิน (9) สถานีแก่งหลวง (10) สถานีเด่นชัย (11) สถานีชุมทางศรีราชา (12) สถานีชุมทางเขาชุมทอง จํานวน 12 เครื่อง เพื่อใช้ติดตาม เฝ้าระวัง เตือนภัย และเก็บรวบรวมข้อมูลสภาพภูมิอากาศและแจ้งเตือนภัยพิบัติ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อการเดินรถ
    การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงมีความประสงค์จะดําเนินงานจ้างบริการข้อมูลสภาพภูมิอากาศ และแจ้งเตือนภัยพิบัติ ศูนย์ทางถาวร ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย ระยะเวลา 8 เดือน เป็นเงิน 2,462,000.00 บาท (เงินสองล้านสี่แสนหกหมื่นสองพันบาทถ้วน)
  2. ขอบข่ายของการดําเนินการ
    ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการ ดังนี้
    2.1 ผู้รับจ้างจะต้องดูแลรักษา จัดการซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชํารุดโดยทันที นับตั้งแต่ วันที่รับทราบถึงความผิดปกติของอุปกรณ์เครื่องตรวจวัดสภาพภูมิอากาศที่ติดตั้งอยู่ที่ (1) สถานีขุนตาน (2) สถานีแม่ตานน้อย (3) สถานีห้วยไร่ (4) สถานีปางต้นผึ้ง (5) สถานีผาเสด็จ 6) สถานีปางป่วย (7) สถานีผาคัน (8) สถานีบ้านปืน (9) สถานีแก่งหลวง (10) สถานีเด่นชัย (11) สถานีชุมทางศรีราชา (12) สถานีชุมทางเขาชุมทอง
    2.2 ผู้รับจ้างจะต้องนําฐานข้อมูลสภาพภูมิอากาศนํามาวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง ต่อทางรถไฟ สถานีรถไฟ ผู้โดยสาร รวมทั้งให้คําแนะนําหรือแนวทางการสั่งการในการปฏิบัติงาน ของผู้เกี่ยวข้องของการรถไฟแห่งประเทศไทย เช่น การแจ้งเตือน การเฝ้าระวัง (จัดให้มีการตรวจทาง) การลดความเร็วขบวนรถ เป็นต้น
    2.3 ผู้รับจ้างต้องรายงานผลข้อมูลสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติผ่าน เว็ปแอพพลิเคชั่น (Web Application) หรือโมบายแอพพลิเคชั่น (Mobile Application) เช่น ระบบปฏิบัติการ Android, iOS เป็นต้น พร้อมกับจัดอบรมฯ การใช้งานให้กับผู้ใช้งานอย่างน้อย 1 ครั้ง
    สีเหลือง และสีแดง
    2.4 แสดงข้อมูลปริมาณน้ําฝนและภัยพิบัติโดยมีเนื้อหาการแสดงผลหลักดังนี้
  • ตาราง (Spreadsheet)
    แสดงค่าปริมาณน้ําฝนแบบรายสถานี รายชั่วโมง หรือรายวัน
    แสดงค่าเกินกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ในการเฝ้าระวัง ตารางจะเปลี่ยนสี เช่น ตัวบ่งชี้สีเขียว
    สามารถรองรับการส่งออกข้อมูลในรูปแบบ Excel หรือ CSV เพื่อใช้ในการวิเคราะห์
    เพิ่มเติมได้
    แผนที่ (MAP)
    แสดงตําแหน่งจุดติดตั้งอุปกรณ์และข้อมูลปริมาณน้ําฝนแบบเรียลไทม์ ในแต่ละภูมิภาค
    ของประเทศไทย โดยเป็นรูปสัญลักษณ์
    สามารถดูแผนที่ที่แสดงข้อมูลสภาพอากาศที่ได้จากการคาดการณ์ เช่น ทิศทางและ
    ความเร็วลม, ฝนตก, อุณหภูมิและความชื้น, พายุได้
    ในหนึ่งชั่วโมง)
    7 วัน ย้อนหลังได้

แสดงค่าโดยสัญลักษณ์ที่มีสีต่างกัน ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ (เช่น : x mm
ข้อมูลต้องมีการอัปเดตโดยอัตโนมัติระหว่างการใช้งาน
กราฟ (Graph)
แสดงการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ําฝนของแต่ละจุดล่าสุด เมื่อ 24 ชั่วโมงที่แล้ว หรือ
แสดงค่าเกณฑ์เฝ้าระวังสภาพภูมิอากาศและแจ้งเตือนภัยพิบัติในระดับเขียว เหลือง แดง
มีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อค่าฝนเกินเกณฑ์ที่กําหนด ระบบแจ้งเตือนและรายงาน (Alert and Reporting System) มีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อพบปริมาณน้ําฝนหรือสภาพอากาศที่เข้าข่ายเสี่ยงภัย
สามารถแจ้งเตือนตําแหน่งฟ้าผ่าเรียลไทม์ และสามารถแจ้งเตือนฟ้าผ่าแบบ ฟ้าผ่าลงพื้น
หรือ ฟ้าผ่าระหว่างเมฆ เพื่อเตือนผู้ปฏิบัติงานได้
สามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนตามเงื่อนไขที่กําหนด และแจ้งเตือนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
เช่น Email, SMS หรือแอปพลิเคชันได้
สามารถจัดทํารายงานแบบอัตโนมัติรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน พร้อมทั้งจัดเก็บ
ย้อนหลังเพื่อการตรวจสอบและประเมินผลได้
หน้าจอที่สรุปข้อมูลการตัดสินใจ (Dashboard)
ผลการตัดสินใจจากการวิเคราะห์ในข้อ 2.2
โดยที่การแสดงผลรายงานข้อมูลของอุปกรณ์เครื่องตรวจวัดสภาพภูมิอากาศในแต่ละจุด
จะต้องครอบคลุมพื้นที่บริเวณ ดังนี้
ทาชมภู
(1) ที่สถานีขุนตาน และสถานีแม่ตานน้อย ข้อมูลต้องครอบคลุมระหว่างสถานีปางม่วง -
(2) ที่สถานีเด่นชัย สถานีแก่งหลวง สถานีบ้านปิน สถานีผาคัน และสถานีปางป่วย ข้อมูลต้องครอบคลุมระหว่างสถานีแม่พวก – แม่จาง
แหลมฉบัง
– บ้านทุ่งหล่อ
Time)
(3) ที่สถานีห้วยไร่ และสถานีปางต้นผึ้ง ข้อมูลต้องครอบคลุมระหว่างสถานีบ้านด่าน - แม่พวก (4) ที่สถานีผาเสด็จ ข้อมูลต้องครอบคลุมระหว่างสถานีแก่งคอย - หมวกเหล็ก
(5) ที่สถานีชุมทางศรีราชา ข้อมูลต้องครอบคลุมระหว่างสถานีเขาพระบาท – บางละมุง -
(6) ที่สถานีชุมทางเขาชุมทอง ข้อมูลต้องครอบคลุมระหว่างสถานีร่อนพิบูลย์ – ควนหนองคว้า

2.5 ผู้รับจ้างต้องติดตาม เฝ้าระวัง แจ้งเตือนสภาพภูมิอากาศแบบต่อเนื่องตลอดเวลา (Real และต้องพยากรณ์สภาพภูมิอากาศล่วงหน้าได้ไม่น้อยกว่า 7 วัน เช่น ปริมาณน้ําฝน ความเร็วลม และ อื่นๆ เป็นต้น โดยกําหนดเกณฑ์การติดตามและเฝ้าระวังของสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติที่เห็นชอบร่วมกัน ระหว่าง ผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง แสดงผลตามข้อ 2.4 และหากสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติอยู่ขั้นระดับรุนแรง ที่จะส่งผลต่อความปลอดภัยต่อการเดินรถ ผู้รับจ้างต้องแจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
ฝ่ายการช่างโยธา
หน้า 2 / 6
(E-mail), Line Official, Mobile Calling เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้เกี่ยวข้องใช้ในการจัดการเดินรถให้ปลอดภัย และ ต้องพยากรณ์แจ้งเตือนได้ไม่น้อยกว่า 3 วัน
2.6 ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายงานข้อมูลสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติตามข้อ 2.1 – 2.5 ประจําเดือน ทุกๆเดือน เป็นจํานวน 8 เล่ม ให้วิศวกรกํากับการกองแผนงานบํารุงทาง เป็นระยะเวลา 8 เดือน
อนึ่งหาก แบบ และหรือ รายการละเอียดหมายอักษร “ก” ขัดแย้งกัน ก็ให้ถือรายการละเอียด หมายอักษร “ก” เป็นสําคัญและถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์มากที่สุด ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามคําแนะนํา ของผู้ว่าจ้าง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทําการแทนอีกด้วย
3. หน้าที่ความรับผิดชอบ
3.1 ผู้รับจ้างจะต้องดูแลรักษา จัดการซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชํารุดโดยทันที นับตั้งแต่ วันที่รับทราบถึงความผิดปกติของอุปกรณ์เครื่องตรวจวัดสภาพภูมิอากาศที่ติดตั้งอยู่ที่ 1) สถานีขุนตาน
(2) สถานีแม่ตานน้อย (3) สถานีห้วยไร่ (4) สถานีปางต้นผึ้ง (5) สถานีผาเสด็จ 6) สถานีปางป่วย (7) สถานีผาคัน (8) สถานีบ้านปืน (9) สถานีแก่งหลวง (10) สถานีเด่นชัย (11) สถานีชุมทางศรีราชา (12) สถานีชุมทางเขาชุมทอง
3.2 ทําการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนปริมาณน้ําฝน และความรุนแรงของลม หรืออื่นๆ ภายใต้ เงื่อนไขของระดับการเฝ้าระวังต่างๆ ที่เห็นชอบร่วมกัน เพื่อที่จะดําเนินการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง รวมทั้งหามาตรการอื่นๆ ให้นําไปสู่ความมีประสิทธิภาพ และความปลอดภัยต่อการเดินรถที่สูงขึ้น
3.3 แสดงข้อมูลปริมาณน้ําฝน บนแผนที่ (MAP) หรือในกราฟ (Graph) รวมทั้งรายงานข้อมูล มาตรวัดปริมาณน้ําฝนที่ถูกต้องและแม่นยํา แสดงในรูปแบบการรับข้อมูลผ่าน E-mail และการใช้งาน
ผ่านระบบ Internet
รายการละเอียดตอนใดที่มิได้ปรากฏในแบบแผนผัง และรายการละเอียด ผู้รับจ้างจะลงมือ กระทําไปโดยพลการไม่ได้จนกว่าจะได้หารือ หรือได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน หากได้กระทําไปโดย พลการและไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของผู้ว่าจ้างนั้นแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ใหม่ตาม ความประสงค์ของผู้ว่าจ้าง โดยจะเรียกร้องค่าเสียหาย หรือเรียกร้องค่าจ้างเพิ่มขึ้นมิได้ทั้งสิ้น และในระหว่าง การดําเนินงาน ผู้ว่าจ้าง มีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบแผนผัง และรายการละเอียดเพิ่มเติม ตามที่เห็นสมควร เพื่อให้เป็นไปตามหลักวิชาการที่ดี ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามโดยไม่คิดราคาเพิ่มขึ้นและ
จะละเลยเพิกเฉยเสียมิได้
4. เงื่อนไขอื่นๆ
4.1 ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายชื่อพร้อมภาพถ่ายบัตรประจําตัวประชาชนของผู้ดําเนินงานให้แก่ ผู้ว่าจ้างทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 (เจ็ด) วัน ก่อนวันเริ่มปฏิบัติงาน และหากผู้รับจ้างประสงค์จะเปลี่ยน ตัวบุคคลดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง
4.2 ต้องให้มีการเปลี่ยนตัวพนักงานของผู้รับจ้างในกรณีที่ผู้ว่าจ้างพิจารณาเห็นว่าพนักงาน ผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่บกพร่องไม่เหมาะสม หรือมีความประพฤติไม่เรียบร้อยหรือไม่มีความสามารถในทันทีที่ ผู้ว่าจ้างมีคําสั่งให้เปลี่ยนโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น ผู้รับจ้างต้องจัดผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาแทน และหาก ผู้ว่าจ้างตรวจพบว่าพนักงานของผู้รับจ้างที่จัดมาแทนยังคงบกพร่องต่อหน้าที่ หรือมีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม ต่อการปฏิบัติหน้าที่อีก ให้ถือว่าผู้รับจ้างผิดสัญญา ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้ทันที และผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์จ้าง ผู้อื่นทํางานจ้างนี้ ต่อจากผู้รับจ้างได้
4.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่งด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุให้เกิด ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแก่ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่
ฝ่ายการช่างโยธา
หน้า 3 / 6
ผู้ว่าจ้างโดยสิ้นเชิงภายในกําหนด 30 (สามสิบ) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะหักเอาจากจํานวนเงิน ค่าจ้างที่ต้องชําระ หรือบังคับจากหลักประกันสัญญาได้ทันที หากค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่บังคับ จากเงินค่าจ้างที่ต้องชําระ หรือหลักประกันสัญญาแล้วยังไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างยินยอมชําระส่วนที่เหลือที่ยังขาด อยู่จนครบถ้วนตามจํานวนค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายนั้น ภายในกําหนด 30 (สามสิบ) วัน นับถัดจาก วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง หากมีเงินค่าจ้างตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแล้วยังเหลืออยู่อีกเท่าใด ผู้ว่าจ้างจะคืนให้แก่ผู้รับจ้างทั้งหมด
5. ยานพาหนะ
บรรดาเครื่องมือเครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดทั้งยานพาหนะที่ใช้ดําเนินการงานนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหา ลําเลียงเข้าสู่สถานที่ของอุปกรณ์เครื่องตรวจวัดสภาพภูมิอากาศที่ติดตั้งอยู่เองทั้งสิ้น
ถ้าหากผู้รับจ้างต้องการใช้ยานพาหนะของการรถไฟฯ เช่น รถบํารุงทางหนัก รถแกงคาร์ รถยนต์ราง รถผลักเบา สําหรับใช้ลําเลียงวัสดุเครื่องมือเครื่องใช้หรือแรงงาน ให้แจ้งผู้ว่าจ้างทราบล่วงหน้า เป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 7 วัน ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาจัดให้เป็นรายเที่ยวตามความจําเป็น โดยทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ
6. ผู้ควบคุมงาน
6.1 หัวหน้าผู้ควบคุมงาน และผู้ควบคุมงาน หมายถึง พนักงานการรถไฟฯ ที่ผู้ว่าจ้างแต่งตั้ง ให้รับผิดชอบควบคุมงานของผู้รับจ้างให้เป็นไปตามแบบ รูป รายการละเอียดข้อกําหนดในสัญญาฯ ตลอดจน วิธีปฏิบัติในทางเทคนิคที่ดีที่หน้างาน ซึ่งจะแจ้งชื่อ ตําแหน่ง ให้ผู้รับจ้างทราบในวันรับมอบสถานที่ ทั้งนี้การที่มี ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างแล้ว ไม่ได้หมายถึงการลดภาระความรับผิดชอบของผู้รับจ้างลงแต่อย่างใด
6.2 ผู้รับจ้างต้องมีผู้ควบคุมงานเป็นผู้ควบคุมรับผิดชอบ เพื่อให้การควบคุมงานเป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ และผู้รับจ้างต้องแจ้งรายชื่อผู้ควบคุมงานเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้ว่าจ้างทราบก่อนดําเนินงาน
6.3 ถ้าผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง เห็นว่าการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างจะไม่ปลอดภัยต่อ การเดินรถ หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายขึ้นได้ ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างมีอํานาจสั่งให้ผู้รับจ้างแก้ไข หรือสั่งหยุด การทํางานไว้ก่อนได้ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม และให้ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างรายงานคณะกรรมการตรวจ การจ้างทราบทันที
7. การส่งมอบงานและตรวจรับงาน
ผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายค่าจ้าง ให้กับผู้รับจ้างเป็นรายเดือน เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเรียบร้อย ครบถ้วนถูกต้อง ตามข้อ 2.6 โดยจะจ่ายให้ผู้รับจ้างเมื่อได้ปฏิบัติงานครบถ้วนในแต่ละเดือน และผู้ว่าจ้างหรือ ผู้แทนของผู้ว่าจ้าง และผู้แทนของผู้รับจ้างได้ตรวจสอบการปฏิบัติงานดังกล่าวร่วมกันเรียบร้อยแล้ว โดยผู้รับจ้างจะส่งใบแจ้งหนี้ให้ผู้ว่าจ้างนับแต่วันที่ให้ปฏิบัติงานครบทุกๆ 1 (หนึ่ง) เดือน
8. การแบ่งงวดงานและจ่ายเงินค่าจ้าง
8.1 ผู้ว่าจ้างตกลงจ่าย และผู้รับจ้างตกลงรับเงินค่าจ้างเป็นจํานวนเงินตามสัญญาการจ้างฯ ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว จะจ่ายเงินค่าจ้างเมื่อผู้รับจ้าง ดําเนินการได้ผลงานเสร็จเรียบร้อยและส่งมอบงานแบ่งเป็น 8 งวด งวดละ 1 เดือน โดยมีค่าจ้างงวดละเท่าๆ
กันดังนี้
งวดที่ 1
เมื่อผู้รับจ้างจัดทํารายงานข้อมูลสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ เดือนที่ 1
ฝ่ายการช่างโยธา
หน้า 4/6
งวดที่ 2 เมื่อผู้รับจ้างจัดทํารายงานข้อมูลสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ เดือนที่ 2 งวดที่ 3 เมื่อผู้รับจ้างจัดทํารายงานข้อมูลสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ เดือนที่ 3 เมื่อผู้รับจ้างจัดทํารายงานข้อมูลสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ เดือนที่ 4 เมื่อผู้รับจ้างจัดทํารายงานข้อมูลสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ เดือนที่ 5 เมื่อผู้รับจ้างจัดทํารายงานข้อมูลสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ เดือนที่ 6
งวดที่ 4
งวดที่ 5
งวดที่ 6
งวดที่ 7 เมื่อผู้รับจ้างจัดทํารายงานข้อมูลสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ เดือนที่ 7
งวดสุดท้าย เมื่อผู้รับจ้างรายงานสภาพภูมิอากาศเดือนที่ 8 แล้วเสร็จทั้งหมดครบถ้วนตามสัญญา 8.2 ห้ามมิให้ผู้รับจ้างมอบอํานาจให้รับเงินหรือโอนสิทธิการรับเงินให้กับผู้อื่น เว้นแต่จะได้รับ อนุญาตจากการรถไฟฯ โดยถือปฏิบัติตามระเบียบการฉบับที่ 2.6 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2545 หรือออกใช้ ล่าสุด
8.3 หากผู้รับจ้างทํางานไม่แล้วเสร็จภายในเวลาที่กําหนด ผู้ว่าจ้างจะปรับเป็นรายวัน เป็นจํานวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานค่าจ้างตามสัญญา
9. การรับประกันผลงาน
ผู้รับจ้างต้องรับประกันผลงานในส่วนที่ผู้รับจ้างดําเนินการและวัสดุที่ผู้รับจ้างจัดหามา
ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันผลงาน เป็นเวลาปี นับจากวันที่รับรองหรือรับมอบงานนั้นไว้ หากเกิด ความชํารุดหรือบกพร่อง ผู้รับจ้างต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีคงเดิม โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น ภายใน 15 (สิบห้า) วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งความชํารุดบกพร่องเป็นลายลักษณ์อักษร
10. การบอกเลิกสัญญา และการต่ออายุสัญญา
ผู้ว่าจ้างสามารถบอกเลิกสัญญาได้นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในข้อสัญญาการจ้างในกรณีดังนี้
10.1 ถ้าผู้รับจ้างไม่ไปติดต่อผู้ว่าจ้างเพื่อทําสัญญาภายใน 10 วัน หรือไม่ไปรับมอบสถานที่ เพื่อดําเนินงานภายใน 15 วัน นับจากวันที่ผู้รับจ้างได้รับหนังสือแจ้งจากการรถไฟฯ โดยไม่แจ้งเหตุผลให้ ผู้ว่าจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
10.2 เมื่อมีเหตุอันเชื่อได้ว่า ผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ที่กําหนด และในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา หรือข้อตกลงได้ หากปล่อยให้ผู้รับจ้างดําเนินงาน ต่อไปอาจไม่ปลอดภัยต่อการเดินรถหรืออาจก่อให้เกิดเหตุอันตรายขึ้นได้
10.3 ถ้าผู้รับจ้างทํางานล่าช้าจากแผนงานเกินกว่า 25% และผู้ว่าจ้างพิจารณาเห็นว่า ถ้าหากปล่อยไว้อาจเกิดผลเสียหายต่อผู้ว่าจ้างได้
10.4 เมื่อผู้รับจ้างหยุดงานเกินกว่า 10 วัน ติดต่อกัน (นับวันหยุดต่างๆ ด้วย) โดยไม่มีเหตุผล
อันสมควร หรือมิได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากผู้ว่าจ้าง
10.5 การบอกเลิกสัญญาจ้างในกรณีอื่น ๆ ตามที่กําหนดในพระราชบัญญัติ หรือในสัญญา หรือตามระเบียบที่รัฐมนตรีได้กําหนด
10.6 การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญาหรือการขยายเวลาทําการตามสัญญาหรือข้อตกลง
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอํานาจที่จะพิจารณาได้ตามจํานวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้
10.6.1 เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ 10.6.2 เหตุสุดวิสัย
10.6.3 เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย 10.6.4 เหตุอื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
หลักเกณฑ์และวิธีการของดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญาหรือการขยายเวลาทําการ
ตามสัญญา หรือข้อตกลงให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนด สําหรับเหตุจากกรณีข้อ 10.6.1 ถึงข้อ
ฝ่ายการช่างโยธา
หน้า 5/6
10.6.3 กําหนดให้ผู้รับจ้างต้องแจ้งเหตุดังกล่าว ให้ผู้ว่าจ้างทราบภายใน 15 วัน นับแต่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง หรือตามที่กําหนดในกฎกระทรวง หากมิได้แจ้งภายในเวลากําหนด คู่สัญญาจะยกมากล่าวอ้างเพื่อของดหรือ ลดค่าปรับ หรือขยายเวลาในภายหลังมิได้ เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงาน ของรัฐ ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือหน่วยงานของรัฐทราบดีอยู่แล้วแต่ต้น
“เหตุสุดวิสัย” หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยที่คาดการณ์ไม่ได้ อยู่นอกเหนือการควบคุม
ของทั้งสองฝ่าย และไม่สามารถให้เป็นความรับผิดชอบเต็มที่ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้
11. การบอกกล่าว
หนังสือรับรอง หนังสือบอกกล่าว หรือคําสั่งที่เป็นหนังสือทั้งหมดภายใต้สัญญานี้ ให้ถือว่าส่ง โดยถูกต้องแล้วหากได้มีการส่งโดยถือไปส่งให้ หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังที่อยู่ตามสัญญาการจ้างฯ
หรือที่อยู่อื่นใดตามที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้แจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบในภายหลัง หรือในกรณีส่งทางจดหมาย ทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) หรือโทรสาร ให้ถือว่าส่งโดยถูกต้องแล้วหากมีการยืนยันภายหลังโดยทางไปรษณีย์ ลงทะเบียน
12. ความสะอาด
เมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องทําความสะอาดบริเวณพื้นที่ ที่ได้ใช้เป็น ที่ปฏิบัติงาน ที่เก็บกองวัสดุต่างๆ หรือใช้เป็นที่พักชั่วคราว ให้อยู่ในสภาพเดิมทันที ทั้งนี้จะต้องดําเนินการ ให้แล้วเสร็จ ก่อนการส่งมอบผลงานงวดสุดท้ายและถือเป็นส่วนหนึ่งของงานตามสัญญาการจ้างฯ ที่เสร็จสมบูรณ์อีกด้วย
ฝ่ายการช่างโยธา
(ลงนาม)
ประธานกรรมการ
( นายสรยุทธ มาลัย )
วิศวกรอํานวยการศูนย์ทางถาวร
(ลงนาม)
(ลงนาม)
AM
กรรมการ
( นายฉัตรเทพ อินทมาส) วิศวกรกํากับการกองแผนงานบํารุงทาง
के
( นายพิษณุ พงษ์ไทย )
กรรมการ
วิศวกรกํากับการกองทางถาวร
(ลงนาม)
NAMOS
กรรมการ
( นายพิษณุ พลกายนุวัตร ) วิศวกรกํากับการกองวิเคราะห์วิจัย
(ลงนาม)
For day
….. กรรมการและเลขานุการ
( นายรัชชานนท์ หาญสุวรรณ ) หัวหน้าแผนกแผนงานบํารุงทาง
หน้า 6/6