ประกวดราคาจ้างก่อสร้างก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สาย หมู่ที่ 5 บ้านไผ่ถ้ำ ตำบลมะต้อง เชื่อมต่อ ตำบลวงฆ้อง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก (กองช่าง) (622 008)
โครงการก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายหมู่ที่ 5 บ้านไผ่ ตำบลมะต้อง เชื่อมต่อ ตำบลวงฆ้อง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาดความกว้าง 6.00 เมตร ความยาว 1,080.00 เมตร ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง การขนส่งสินค้า และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นให้ดีขึ้น โครงการนี้ครอบคลุมงานต่างๆ ตามมาตรฐานกรมทางหลวงและมาตรฐานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก รวมถึงการเตรียมพื้นที่ การปรับระดับชั้นทาง การลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต การติดตั้งป้ายจราจรและอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยต่างๆ
English summary
The project involves the construction of an asphalt concrete road, 6.00 meters wide and 1,080.00 meters long, in the Phrom Phiram District, Phitsanulok Province. The primary objective is to improve transportation infrastructure, enhancing convenience, safety, and promoting economic and social development in the area. The project scope includes site preparation, road base construction, asphalt concrete paving, and the installation of traffic signs and safety equipment, adhering to Department of Highways and Phitsanulok Provincial Administrative Organization standards.
สายหมู่ที่ 5 บ้านไผ่ ตำบลมะต้อง เชื่อมต่อ ตำบลวงฆ้อง
ผู้เสนอราคาและผู้ชนะ
ผู้ชนะการประมูล (1)
ผู้เสนอราคาทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลผู้เสนอราคา
โครงการนี้ไม่มีรายชื่อผู้เสนอราคา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในพื้นที่ให้มีความสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น
- ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น
- เพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้าและบริการ
ขอบเขตของงาน
- งานถางป่า ขุดตอ (Clearing and Grubbing) ตาม มท. 218-2552
- งานตกแต่งเกลี่ยคันทางเดิม (Reshaping and Levelling) ตาม มท. 219-2562
- งานชั้นรองพื้นทาง (Subbase) ตาม มท. 222-2562
- งานชั้นพื้นทาง (Base) ตาม มท. 223-2552
- งานแทร็คโค้ท (Tack Coat) ตาม มท. 227-2562
- งานแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete) ตาม มท. 228-2562
- การติดตั้งป้ายจราจรและอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยต่างๆ
- การตีเส้นจราจร
- การติดตั้งหลักนำโค้ง (Guide Post)
- การติดตั้งโคมไฟกระพริบ (Flashing Light)
- งานวางท่อระบายน้ำ ค.ส.ล.
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 1,080.00 เมตร
- ป้ายจราจรและอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
- เส้นจราจร
- หลักนำโค้ง
- โคมไฟกระพริบ
- ท่อระบายน้ำ ค.ส.ล.
ระยะเวลาดำเนินการ
ไม่ระบุในเอกสาร
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- คุณสมบัติทั่วไป: (ไม่ระบุในเอกสารที่ให้มา แต่โดยทั่วไปจะรวมถึง การเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย, ไม่เป็นผู้ถูกระงับสิทธิ, ไม่เป็นผู้ทิ้งงาน)
- ประสบการณ์: ไม่ระบุในเอกสารที่ให้มา
- คุณสมบัติทางเทคนิค:
- โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) ต้องมีระยะขนส่งไม่เกิน 110 กิโลเมตร และมีกำลังการผลิตไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง
- โรงงานผสมต้องมีห้องปฏิบัติการทดสอบขนาดไม่น้อยกว่า 40 ตารางเมตร พร้อมอุปกรณ์ทดสอบที่ได้มาตรฐาน
- เครื่องจักรและเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้างต้องอยู่ในสภาพใช้งานได้ดี และผ่านการตรวจสอบจากผู้ควบคุมงาน
- เครื่องจักรบดทับ: รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ (ไม่น้อยกว่า 1 คัน), รถบดสั่นสะเทือน 2 ล้อ (ไม่น้อยกว่า 1 คัน) หรือรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ (ไม่น้อยกว่า 2 คัน) หากไม่มีรถบดสั่นสะเทือน, รถบดล้อยาง (ไม่น้อยกว่า 3 คัน)
- เครื่องปู (Paver or Finisher) ต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง
- เครื่องพ่นแอสฟัลต์ (Asphalt Distributor) ต้องมีระบบหมุนเวียนและอุปกรณ์ที่จำเป็น
- เครื่องจักรและเครื่องมือทำความสะอาดพื้นที่: รถบรรทุกน้ำ, เครื่องกวาดฝุ่น, เครื่องเป่าลม
- เครื่องมือประกอบ: เครื่องมือบดทับขนาดเล็ก, เครื่องมือตัดรอยต่อ, เครื่องมือเจาะตัวอย่าง, ไม้บรรทัดวัดความเรียบ
- บุคลากร:
- ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งวิศวกรควบคุมงาน (สาขาวิศวกรรมโยธา) หรือสถาปนิก (กรณีงานสถาปัตยกรรม) ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- ช่างโยธา หรือช่างก่อสร้าง ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) อย่างน้อย 1 คน
เกณฑ์การพิจารณา
ไม่ระบุในเอกสารที่ให้มา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ผิวจราจร: แอสฟัลท์ติกคอนกรีต ความหนาตามแบบ (โดยทั่วไปจะมีการระบุความหนาของชั้นผิวทาง, ชั้น binder course, ชั้น base course, ชั้น subbase)
- ขนาดถนน: กว้าง 6.00 เมตร ยาว 1,080.00 เมตร
- มาตรฐานวัสดุ: เป็นไปตามมาตรฐานกรมทางหลวง และมาตรฐานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก (เช่น มท. 218-2552, มท. 219-2562, มท. 222-2562, มท. 223-2552, มท. 227-2562, มท. 228-2562)
- การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต: เป็นไปตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula) ที่ผ่านการตรวจสอบและอนุมัติ
- การบดอัด: วัสดุทุกประเภทต้องมีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มท. 501.4
- ป้ายจราจร: เป็นไปตามแบบมาตรฐานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
- ท่อระบายน้ำ: เป็นไปตาม มอก. 128-2550 และแบบมาตรฐาน
เงื่อนไขสัญญา
- การชำระเงิน: ไม่ระบุในเอกสารที่ให้มา
- ค่าปรับ: ไม่ระบุในเอกสารที่ให้มา
- การรับประกัน: ไม่ระบุในเอกสารที่ให้มา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q1: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
A1: เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในพื้นที่อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ให้มีความสะดวก ปลอดภัย และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม - Q2: ถนนที่จะก่อสร้างมีความกว้างและความยาวเท่าใด?
A2: กว้าง 6.00 เมตร และยาว 1,080.00 เมตร - Q3: มาตรฐานที่ใช้ในการก่อสร้างถนนเป็นไปตามหน่วยงานใดบ้าง?
A3: เป็นไปตามมาตรฐานกรมทางหลวง และมาตรฐานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก - Q4: ผู้รับจ้างต้องมีคุณสมบัติอย่างไรเกี่ยวกับโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต?
A4: โรงงานต้องมีระยะขนส่งไม่เกิน 110 กม. จากโครงการ และมีกำลังการผลิตไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง พร้อมห้องปฏิบัติการทดสอบ - Q5: เครื่องจักรที่ใช้ในการบดอัดต้องมีประเภทใดบ้าง?
A5: ต้องมีรถบดล้อเหล็ก (อย่างน้อย 1-2 คัน), รถบดสั่นสะเทือน (อย่างน้อย 1 คัน) หรือรถบดล้อยาง (อย่างน้อย 3 คัน) - Q6: ผู้รับจ้างต้องมีวิศวกรควบคุมงานหรือไม่?
A6: ต้องมีวิศวกรควบคุมงาน (สาขาวิศวกรรมโยธา) หรือสถาปนิก (กรณีงานสถาปัตยกรรม) ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ - Q7: ต้องมีการติดตั้งป้ายจราจรประเภทใดบ้าง?
A7: ต้องติดตั้งป้ายบังคับ ป้ายเตือน และป้ายแนะนำ ตามแบบมาตรฐานของ อบจ.พิษณุโลก รวมถึงป้ายบอกทางและหลักนำโค้ง - Q8: การบดอัดวัสดุต้องมีความแน่นไม่น้อยกว่าเท่าใด?
A8: ต้องมีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มท. 501.4 - Q9: หากต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ควรดูที่ส่วนใดของเอกสาร?
A9: ควรดูที่ส่วน Technical Specifications และเอกสารแนบท้ายที่เกี่ยวกับมาตรฐานวัสดุต่างๆ - Q10: โครงการนี้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศหรือไม่?
A10: มีข้อกำหนดตามกฎกระทรวงฯ โดยต้องใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุ และเหล็กไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
องคการณ์
บอย งบประมาณ : :: :: :: ปี 2554 หน้า 28
ร
3.
U
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กระทรวงมหาดไทย
โครงการก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
สายหมู่ที่ 5 บ้านไผ่ ตําบลมะต้อง เชื่อมต่อ ตําบลวงฆ้อง อําเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก
โดยทําการก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 1,080.00 เมตร
เ
}
39
neasine Two o s598 7718-20 a 304
น
แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ โครงการก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
สายหมู่ที่ 5 บ้านไผ่ ตําบลมะต้อง เชื่อมต่อ ตําบลวงฆ้อง อําเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก โดยทําการก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 1,080.00 เมตร
จุดสิ้นสุดโครงการ กม. 1+080
17.121240° ละติจูด 100.188725° ลองติจูด
โบ
Heart
slee
Our
เกาะ
CUเจปา
แผนที่จังหวัดพิษณุโลก
องค์การบ
บริหารส่วน
จังหวัดที่
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กองบาง
Google Earth
โครงการ
โครงการก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยาง แบบเอสฟัลท์ติกคอนกรีต
สถานที่
สายหมู่ที่ 5 บ้านไม่ถึง ตําบลมะต้อง เชื่อมต่อ ค่าบลวงฆ้อง อําาเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก
จุดกึ่งกลางโครงการ
17.116696 ละติจูด 100.190470° ลองติจูด
จุดเริ่มต้นโครงการ กม. 0+000
17.113689° ละติจูด 100.194117” ลองติจูด
39
วัน จนปี
สารวจ
นายสรวิชญ์ บุบผาชาติ
สารวง
นายคงศักดิ์ นเขียน
นายช่างโยธา อาวุโส นายช่างสํารวจชํานาญงาน
ครว
นายชูชัย หล่อนิมิต
ผู้อําานวยการกองช่าง
เห็นชอบ
นางสาวศรีสุรางค์ งูทอง
เขียนแบบ
วิศวกรออกแบบ
ตรวจ
นายจีระศักดิ์ ปานมณี
นายวุฒิวงค์ อนันตาภรณ์
นายเกรียงไกร บุญช่วย
ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
เห็นชอบ
นายภัทร ใจเอม
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
บนเลขที่
วิศวกรโยธา านาญการ
a
อนุมัติ
นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒ
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก แบบแผ่นที่
หัวหน้าฝ่าย ารวจและออกแบบ
น
จุดสิ้นสุดโครงการ
กม.1+080
ป้าย ท่อและอุปกรณ์ จราจร
- ป้า อน
- ปา ปังคับ
- ป้ายแนะนําา
- ป้ายข้อความ
รวม
17 4
ชุด
รวม ………….. ค
รวม
ชุด
รวม
2 ส - หลักนาโค้ง
50
รวม
หลัก - ไฟกระหรีบ
รวม
2
ชุด - GUARD RAIL
รวม
เมตร - เส้นจราจร
รวม
wiki.. AT, UL - ทง ค ด
รวม
เตร
ทางเชื่อม
80
ดร.ม
รวม ม ไม่น้อยกว่า
НІМЕ
ตาแหน่งบ้าง ท่อ,ทางเชื่อม เส้นจราจร
อาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของพื้นที
ก่อสร้างฯ ทั้งนี้จํานวนหรือปริมาณ รวมแล้วต้อง
ไม่น้ออกว่า ตามที าหนดไว้ใน BOQ
โครงการ
ยุดการณ์
บริหารง
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กองช่าง
โครงการก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยาง แบบแอสฟัลท์กลอนกรีต
สถานที่
หารหมู่ที่ 5 บ้านไผ่ า น ะต้อง เขียน ค่ายลวงฆ้อง
พิษณุโลก
เมกา พรม FTR
แผนที่สังเขป
โครงการก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
สายหมู่ที่ 5 บ้านไผ่ถ้า ตําบลมะต้อง เชื่อมต่อ ตําบลวงฆ้อง อําเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก โดยทําการก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 1,080.00 เมตร
1+080
หมายเหตุ
ท่อ คสล
ขนาด Ø 0.40 ม
ท่อ คสล
ขนาด Ø 0.40 ม.
1+000
ทอ คสล
ขนาด Ø 0.40 ม.
ท่อ คสล
ขนาด 0 0.60 ม.
ท่อ คสล
ขนาด Ø 0.60 ม
008+0
ท่อ คสล
ขนาด Ø 0.40 ม.
0+600
ท่อ คสล
บาด Ø 0.40 ม.
0+400
ท่อ คสล
ขนาด Ø 0.40 ม.
0+200
ทอ คสล
ขนาด Ø 0.40 ม.
ท่อ คสล
ขนาด Ø 0.40 ม.-
ทอ คสล
ขนาด 6 0.40 ม.
-ทอ คสล
ขนาด Ø 0.40 ม.
+000
จุดเริ่มต้นโครงการ
กม. 0+000
จํานวนและตําแหน่งงาน ท่อ, ทางเชื่อม อาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของ
พื้นที่ก่อสร้าง ฯ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของช่างผู้ควบคุมงานทั้งนี้ปริมาณรวมแล้วต้องไม่น้อยกว่า ที่กําหนดไว้ใน Boo
3/19
ส้ารวจ
นายสรวิชญ์ บุบผาชาติ
ส้ารวจ
นายคงศักดิ์ ดันเขียน
เขียนแบบ
วิศวกรออกแบบ
นายจีระศักดิ์ ปานมณี
นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์
นายช่างโยธาอาวุโส
นายช่างสํารวจชํานาญงาน
ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
วิศวกรโยธาชํานาญการ
AT39
นพชูชัย หล่อนิมิต
ผู้อ้านวยการกองช่าง
วันเทียนปิ
เห็นชอบ
นางสาวศรีสุรางค์ ทอง
เห็นชอบ
นายภัทร ใจเอม
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แบบเลขที่
อนุมัติ
นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แนบแผ่นหี
ตรวจ
นายเกรียงไกร บุญช่วย
หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
- ขอบข่าย
มาตรฐานงานถางป่า ขุดตอ
(Clearing and Grubbing) โดยอ้างอิงจาก มาก 218 - 2552
งานถางป่า ขุดตอ หมายถึง การกําจัดต้นไม้ ตอไม้ พุ่มไม้ เศษไม้ ขยะ วัชพืช และสิ่งอื่นๆ ที่ไม่ต้องการ ภายในเขตทาง - คุณสมบัติ
2.1 การถางป่าให้ทําภายในบริเวณตลอดเขตทาง และการชุดต่อให้ทําภายในบริเวณที่จะทําการก่อสร้างกันทางคู่ข้างทาง บ่อยืม แหล่งวัสดุ และการขุดเพื่อการก่อสร้างงานโครงสร้าง 2.2 บริเวณที่จะก่อสร้างคันทางให้ขุดต่อรากไม้ออกต่ํากว่าระดับดินเดิมตามธรรมชาติไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร ในกรณีที่คันทางสูงกว่าระดับดินเดิมมากกว่า 60 เซนติเมตร ให้ตัดต้นไม้และตอ
จนชิดใกล้ระดับดินเดิมให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ ส่วนการขุดเพื่อก่อสร้างงานโครงสร้างอื่นๆ ให้ขุดต่อรากไม้ออกต่ํากว่าระดับต่ําสุดของแบบโครงสร้างไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร
2.3 บริเวณบ่อยืมและแหล่งวัสดุ ให้เอาตอไม้ รากไม้ และวัสดุอื่นๆ ที่ไม่ต้องการปะปนอยู่ออกจนเห็นว่าไม่มีสิ่งดังกล่าวปนกับวัสดุที่จะนํามาใช้ในการก่อสร้าง
2.4 ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่นอกคันทาง หรืออยู่นอกเชิงลาดดินตัดให้คงไว้ ในกรณีจําเป็นที่จะต้องตัดให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน สําหรับต้นไม้ที่คงไว้ กิ่งที่ยื่นเข้าไปในผิวจราจรและสูง
จากระดับผิวจราจรไม่เกิน 6.00 เมตร ให้ตัดกิ่งออกให้เรียบร้อยและให้เหลือโคนถึงติดลําต้นยาวไม่เกิน 20 เซนติเมตร
2.5 วัสดุจากการถางป่า ชุดตอ ให้นําไปทิ้งตามบริเวณที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
2.6 ตลอดระยะเวลาที่ถางป่า ขุดตอ ให้ทําด้วยความระมัดระวังในการตัดต้นไม้ไม่ให้เกิดอันตรายและท่าความเสียหายแก่ต้นไม้ที่คงไว้
2.7 หลังจากการถางป่า ขุดตอ ให้ปาดเกลี่ย ปรับแต่ง และเก็บเศษวัสดุไปทิ้งนอกเขตทางให้เรียบร้อย
เขียนแบบ
สถาบ่งก
จังหวัดพิษ
menu forfattarry Tan
กองข่าง
แบบแสดง
มาตรฐานงานดงป่า (Clearing and Grubbing) โดยล้าน รวก ม ก 28 - 2552
N
4 นายสระ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายร่างเขียนแบบ
ค.
cand
( นายพีรพงษ์ รับฟัง
สถาปนิก การ
วิศวกร
2 รกร
WWRON
ww
( นายวงศ์ อนันตาภรณ์ ) วิศวกรโยธา านาญการ
นายสราวุธ แสง วิศวกรโยธารานาญการพิเศษ
ง 4
ตรง
เห็นชอบ
- นายเกรียงไกร บุญช่วย)
หัวหน้าฝ่าย ารวนละ แบบ
( นายชัย หล่อนิมิตดี )
นวยการกองช่าง
CA
1741
( นางสาว รางค์ ทอง)
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
( นายภัทร ในอม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
อนุมัติ
4
ร
[ นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
AMN
บร
U AL 0
“..
- ขอบข่าย
มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยกันทางเดิม (Reshaping and Levelling)
โดยอ้างอิงจาก มาก 219 - 2562
การตกแต่งเกลี่ยคันทางเดิม หมายถึง การเกลี่ยปรับระดับของพื้นถนนและไหล่ทางเดิม ให้ได้ระดับ รวมทั้งเอาวัชพืช และสิ่งสกปรกออกให้หมด
วัสดุ
วัสดุที่ใช้ในการตกแต่งเกลี่ยคันทางเดิม ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติ ตาม มท. 204 : มาตรฐานวัสดุคัดเลือก (Selected Material) ซึ่งได้ผ่านการทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
วิธีการก่อสร้าง
3.1 ให้ใช้รถเกรด หรือเครื่องมืออื่น ปรับ เกลี่ย แต่งผิวหน้าของคนทางเดิม ตลอดความกว้างของคันทางรวมทั้งไหล่ทางทั้งสองข้างด้วย
3.2 ให้เก็บวัชพืช และสิ่งสกปรกบนคันทางเดิมออกให้หมด
3.3 บริเวณใดที่สูงให้ปาดออกให้ได้ระดับและบริเวณใดเป็นหลุมบ่อ หรือแอ่ง ให้ทําการชุดแต่ง แล้วใช้วัสดุคัดเลือกลงบนคันทางเกลี่ยเป็นชั้นๆ ให้สม่ําเสมอตลอดพื้นที่ พรมน้ําแล้วทําการบดอัดแน่น โดยให้มีความแน่น
แห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test) 3.4 การตกแต่งเกลี่ยคันทางเดิม เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผิวของคันทางเดิมต้องเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับ สะอาด
จา พา พิษณุโลก
กองชง KËSORE MORT
แบบแสดง
เรฐานงานแต่งมฝันกันทางดิน (Reshaping and Levelling) โดยอ้าง งจาก มา 29
เขียนแบบ
2562
( นาย ระ ปานมณี) วนายช่างเขียนแบบ
สตาปาก
กร
Adama
TTA
STAA
นาย หงษ์ บ ก ง
สเปกปรับ
( น ท วง อนันดากรณ์ )
วิศวกร โยราชานาญการ
( นายสิทธ สง วิศวกรโยธวานวญการ ร
EARTHA
( นายกรียงไกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่าย วงละออกแบบ
เห็นชอบ
(นายชย พ ช มิ } ชั่วน่วยการกองช่า
(
อ
{ นางสาวรสสุรา รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
ON
( นายภัทร ใจเอม) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
5
39
C
นายมน งัย ธนา ) นายกรง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
VEJLEDNI
ww
autu
ST O
1.
2.
3.
ขอบข่าย
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง (Subbase) โดยอ้างอิงจาก มาก 222 - 2562
งานชั้นรองพื้นทาง หมายถึง การก่อสร้างชั้นรองพื้นทางโดยลมและบดอัดวัสดุรองพื้นทางให้ได้รูปร่างและ ระดับตามแบบก่อสร้าง
วัสดุ
วัสดุที่จะนํามาใช้ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบและรับรองให้ใช้ได้ ตาม มาก 202 : มาตรฐานวัสดุ รองพื้นทาง (Subbase)
วิธีการก่อสร้าง
3.1 ในกรณีที่ค้นทางเป็นถนนเดิมที่มีผิวจราจรเป็นผิวรองพื้นทางหรือคันทาง
3.1.1 ถนนเดิมซึ่งมีผิวจราจรเป็นผิวรองพื้นทางหรือคันทางที่ไม่ได้แนวและระดับต้องถม แต่งให้ได้แนวและระดับตามรูปแบบที่กําหนด
3.1.2 ถนนเดิมซึ่งมีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือคันทาง ถ้าบริเวณใดมีดินชั้นล่างอ่อน (Soft Spot ต้องขุดออกแล้วนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ตรงตามมาตรฐานวัสดุคัดเลือกมาสมบดอัดเป็นชิ้นๆ ให้มีความแน่นแห้งไม่ น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.1.3 การเสริมบริเวณใดที่ทําให้ชั้นรองพื้นทางที่เสริมใหม่มีความหนาน้อยกว่า 10 เซนติเมตร ต้องขุดคุ้ยวัสดุชั้นรองพื้นทางเดิมช่วงนั้นออกไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร แล้วผสมคลุกเคล้ากับวัสดุชั้นรองพื้นทางใหม่ให้ เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงจะทําการปิดให้แน่นและได้ระดับตามแบบ
3.2 วัสดุที่หลุดร่อนไม่คงทนหรือที่มีคุณภาพเลวบนถนนเดิม ซึ่งมีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือบน คันทางใหม่ ต้องกวาดออกให้หมด
3.3 หลุมบ่อต่างๆ บนถนนเดิมซึ่งมีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือบนคันทางใหม่ จะต้องกลบและบดอัดให้แน่นด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานวัสดุคัดเลือก
3.4 เมื่อได้ตบแต่งถนนเดิมที่มีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือคันทางใหม่เรียบร้อยแล้ว ให้นําวัสดุรองพื้นทางที่มีคุณสมบัติตามที่กําหนดคลุกเคล้าผสมน้ํา โดยใช้ปริมาณน้ําที่ Optimum Moisture Content + 3% เกลี่ยบด อัดเป็นชั้นๆ โดยที่แต่ละชิ้นหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความแน่นแห้ง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มา (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทาง ในสนาม (Field Density Test)
3.5 บริเวณใดหรือช่วงใดที่วัสดุรองพื้นทางเกลี่ยบดอัดมีมวลหยาบและมวลละเอียดแยกตัวจากกัน (Segregation) ให้แก้ไขโดยขุดคุ้ยออก (Scarify) แล้วทําการผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันหรือรื้อออกใส่วัสดุรองพื้นทางที่มีส่วน ผสมสม่ําเสมอแทน
3.6 ในกรณีที่ใช้วัสดุมากกว่า 1 ชนิด มาผสมเป็นวัสดุรองพื้นทางบนที่ก่อสร้าง วัสดุแต่ละชนิดนั้นจะต้องได้รับการคลุกเคล้าให้มีลักษณะสม่ําเสมอ และต้องได้รับการตรวจสอบตรงตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทางเสียก่อน จึง จะทําการเกลี่ยบดอัดได้
3.7 เมื่อทําการก่อสร้างชั้นรองพื้นทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีผิวหน้าเรียบแน่นสม่ําเสมอ มีระดับถูกต้องตามแบบก่อสร้าง ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerance)
4.
ระดับหลังชิ้นรองพื้นทางที่ปคอัดแน่นแล้วทุกจุด ยอมให้สูงหรือต่ํากว่าระดับตามแบบก่อสร้างได้ไม่เกิน 1.5 เซนติเมตร หากช่วงใดตอนใดที่มีระดับผิดไปจากนี้ให้ตัดส่วนที่เกินออก หรือขุดคุ้ยออกหนาไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร แล้วท่าการบดอัดใหม่ให้แน่นและได้ระดับสม่ําเสมอตามแบบ
รส
จังหวัดพิษ
ชนิกา คณุโลก
กองด่าง BEKO PRAWA KANS
แบบ สง
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง (Subbose) โดยข้าง จาก มาก 222
2:562
เขียนแบบ
ณ
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
สถาปนิก
นายหิรพงษ์ ชาหิง )
สถาปนิกปฏิบัติก
Alana
PF
on
AM
( นาป่า วงศ์ อนันตาภรณ์ )
วิศวกรโยธา านาญก
นายสราวุธ แสงท
วิศวกร โนรา นาการ
(นายเกรียงไกร บุญช่วย)
หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
( นายชัย หล่อนิมิตดี )
อ่าน การกองช่าง
เห็นชอบ
( นางศร สุรวงศ์ ทรง)
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
( นายภัทร ไชยม)
ปลัด การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
(นายมนตรัย ฒน์ธนาฒย์)
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณโด
39
atitu
น เชน 1
Viu
1.
2.
3.
ขอบข่าย
มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง
(Bose)
โดยอ้างอิงจาก มท 223 - 2552
มาก
งานในพื้นทาง หมายถึง การก่อสร้างชั้นพื้นทางโดยการถมและบดอัดวัสดุพื้นทางให้ได้รูปร่างและระดับ ตามแบบก่อสร้าง
วัสดุ
วัสดุที่จะนํามาใช้ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตาม มาก 203 : มาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base)
วิธีการก่อสร้าง
3.1 ต้องตรวจสอบระดับและความเรียบร้อยต่างๆ ของชั้นรองพื้นทางหรือคันทางให้ถูกต้องก่อน
3.2 ถ้าแบบกําหนดความหนาขึ้นพื้นทางมากกว่า 20 เซนติเมตร ให้แบ่งทําเป็น 2 ชั้น หนาชั้นละเท่าๆกัน โดยประมาณ
3.3 นําวัสดุพื้นทางลงบนชั้นรองพื้นทางแล้วพ่นน้ําผสมคลุกเคล้าโดยให้มีความชื้นสม่ําเสมอและใกล้เคียงกับ Optimum Moisture Content + 2 % โดยประมาณ จึงเกลี่ยแล้วบดอัดทันทีด้วยรถบดล้อยางหรือ เครื่องจักรกล
บดอัดที่เหมาะสม
ให้มีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.4 ในระหว่างการบดอัดให้มีการเกลี่ยแต่งช่วยเพื่อให้ผิวหน้าเรียบ ปราศจากหลุมบ่อและวัสดุหลวมและเพื่อให้ผิวหน้าราบเรียบแน่นสม่ําเสมอ ให้บดอัดตบแต่งชิ้นสุดท้ายด้วยรถบดล้อเหล็ก
3.5 บริเวณใดหรือช่วงใด พบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยบดอัด จะต้องขุดคุ้ยออก (Searity) และผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากมีความชื้นลดลงให้พ่นน้ําเพิ่มเติม หากวัสดุพื้นทางที่ขุดคุ้ยทํา การผสมคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด จะต้องขนวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
3.6 ในระหว่างก่อสร้าง หากมีน้ําขังหรือเกิดมีฝนตกหรือมีน้ําในพื้นทางมากกว่าปริมาณที่กําหนด เพื่อการบดอัดจนเป็นเหตุให้ชั้นรองพื้นทางเสียหาย ต้องรื้อพื้นทางออกและทําการตบแต่งบดอัดชั้นรองพื้นทางใหม่ให้ถูกต้อง 3.7 เมื่อทําการก่อสร้างพื้นทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีหน้าเรียบสม่ําเสมอ มีระดับถูกต้องตามแบบก่อสร้าง
4. ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerance)
เมื่อวัดสอบด้วยไม้บรรทัดข้างตรงยาว 3.00 เมตร กับผิวหน้าของพื้นทางในทิศทางขนานกับแนว ศูนย์กลาง ระดับต่างกันต้องไม่เกิน 1.25 เซนติเมตร หากเกินกว่าที่กําหนดนี้ต้องปรับระดับโดยวิธีเสริม พื้นทางที่ต่า และปาดพื้นทางที่สูงออกบดอัดให้แน่นแล้วเกลี่ยแต่งจนได้ระดับที่กําหนด
โทรส
จังหวัดที่
ก า ว โด
กองลาง นาค
แบบแสดง
นางนงาน นนทาง
ยce) โดยช้าง ลาก มาก 25
2582
เขียนแบบ
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี
ผู้ร้ายนายร่างในแบบ
สถาปนิก
27
( นายพีรพงษ์ นาง
สาป ป การ
( นายกุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์ ) วิศกร โยราร่าน่า การ
นายสราวุธ แสง วิศวกรโน า านาญการพิเศษ
PAC
FEAT
لم
( นายเกรียงไกร บุญช่วย )
หัวหน้ฆ่าย กาละออกแบบ
เห็น ม
( พ ย น มิค)
ผู้อ่าน การกองร่าง
C.
( นางสาว รา ง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
ex
( นายภัทร ใจเอม) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
( นายมนต์โย วิวัฒน์ธนาฒ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
दुপ
L
บ
ป a S
SIDE SLOPE
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง ถนนลาดยาง แบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ฝ่ายสํารวจและออกแบบ กองช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
·EQ.
ผิวจราจร… b.oo
处
· EQ.-
ระดับก่อสร้าง
2.5 %
2.5%
4
SIDE SLOPE
กรณีไม่มีไหลทาง
อะ กะ ห า ก ใน
กองชาง ฝ่ายงาน ก
แบบแสดง
มาตราฐาน
งานเลส กา นก ด
(ASPHALT CONCRETE)
(กรณีไม่มีโห ทาง )
เขียนแบบ
( นายระศักดิ์ ปานมณี )
ผู้ช่วยนายช่าง ยนแบบ
4.
amm ปก
ชั้นทางที่ดําเนินการ 02 93 94
(2.
มาตรฐานชิ้นงานทาง
มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยคันทางเดิม ตาม มาก 219
( นาย พงษ์ ฟัง
สถาปนิกปฏิการ การ
ผิวจราจร ลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา
พื้นทาง CRUSHED ROCK หน 0.00 44.
K
- THEN SOL AGGREGATE, ทน o.og
1
มาตรฐานงานถมคันทาง ตาม มาณ 220 2562
(3.
4 cm.
S cat
4.
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง ตาม มาก 222 - มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง ตาม มทส. 223 2562
2562
ชั้นต้นทางเดิม ดิน ลูกรัง ] หินคลุก อื่นๆ
ปตัดแสดงโครงสร้างถนน และ คุณสมบัติวัสดุ
…………..
ข้อกําหนดการออกแบบผิวทางและส่งตัวอย่างเพื่อตรวจสอบคุณภาพ
- ผลการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตตามวิธีของมาร์แซล (Marshall Mix Design Method)
—
2562
วร - ผลทดสอบหาค่าความแน่น (Density) ของส่วนผสมฯ เมื่อทดลองตามวิธีมาร์แชล และคํานวณ Void Analysis
- ผลทดสอบหาหาค่า Marshall Stability และ Marshalt flow ของก้อนตัวอย่าง
- ผลทดสอบหาขนาดคละของวัสดุ Hot Bin
- ผลทดสอบหาหาปริมาณแอสฟัลต์ และขนาดคละของวัสดุมวลรวมในส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเมื่อทดลองโดยวิธี Centrifuge โดยที่ค่าต่าง ๆ ที่ทดลองได้ จะต้องเป็นไปตามข้อกําหนดของแบบสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula)
รา
( นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์ ) วิศวกร โย า านาญการ
นายสราวุธ แสง วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
( นายเกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่ายสาวละออกแบบ
เห็นชอบ
( นายช
ย ท ส มิ
ฟุ้ นวยการกองร่าง
HAIRA ON JP COLOR
{ นางสาวศรีสุรางค์ทอง รองปลัดลง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เห็นชอบ
รายการและรายละเอียดประกอบแบบ
ต้องได้ความกว้างและความยาวและความลึกหรือความสูงที่ได้แนวและระยะโดยตลอดตามโครงการ กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความกว้าง ที่ต้องเจอต้นไม้ใหญ่ ตอไม้ เสาไฟฟ้า ที่ดินชาวบ้าน
รางระบายน้ํา เสารั้วชาวบ้าน ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของท้องถิ่น เสาป้าย ฯลฯ หรือเหตุอื่นใดที่เป็นเหตุให้ ความกว้าง ณ จุดบริเวณ นั้น ความกว้างไม่ได้ตลอด ตามข้อความที่ปรากฏในสัญญาจ้างและรายการ ให้ผู้รับจ้างทํางานจ้างชดเชยโดยทํางาน ทางด้านความกว้างในระยะทางอื่นๆ ที่ทําได้ให้กว้างออกไป หรือความยาว เมื่อทํางานจ้างเสร็จแล้ว ปริมาณงานโดยรวมแล้วต้องไม่น้อยกว่าในสัญญาจ้าง โดยให้ผู้ควบคุมงานรายงานและจัดทํา Ae Bust Drawing แบบก่อสร้างจริง) รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้าง ของผู้รบจาง 2.กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความยาว ให้ผู้ควบคุมงานใช้ดุลยพินิจ ว่าสมควรต่อความยาวหรือชดเชยด้าน
ความกว้างทางด้านใด โดยที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ และปฏิบัติเช่นเดียวกันกับกรณีความกว้าง
3.กรณีที่ต้องเว้นคันทางหรือมีการเพิ่มเติมงานวางท่อหรือเหตุอื่นใดที่บังเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและการสาธารณะ และเป็นผลดี
ต่อทางราชการ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานดําเนินการประกอบ การจัดทํารายงานและจัดทํา AS BUILT Drawing แบบก่อสร้างจริง) รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้างของผู้รับจ้าง 4.งานก่อสร้างลาดยางของผู้รับจ้างต้องราบเรียบดูเรียบร้อยโดย ให้ยึดถือการทํางานที่ดีในสามัญสํานึกของความเป็นช่างและของผู้รับจ้าง และไม่ได้หมายความว่าต้องราบเรียบเหมือนในแบบแปลน ทั้งนี้ต้องยึดงานระดับและภูมิประเทศของท้องถิ่นนั้นเป็นเกณฑ์ด้วย ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ ให้ยึดถือว่าเป็นงานเหมารวมโดยไม่ต้องไปแก้ไขสัญญาจ้างหลัก เพื่อให้การบริหารจัดการทางพัสดุ
ของภาครัฐเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ
(หมายเหตุ เฉพาะกรณีที่ไม่เกิดปัญหาที่ถือว่าเป็นค่างานเงินเพิ่มหรือค่างานเงินลด อันเป็นผลให้ราคาตกลงจ้างตามสัญญาเปลี่ยนแปลง)
อนุมัติ
10 Bet ji pa stand on p
{ นาย ทง ในลม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Au or t
ส่วน
www
1.
ขอบข่าย
มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat) โดยอ้างอิงจาก มทส 227 - 2562
แทคโคท หมายถึง การราดยางแอสฟัลต์ ชนิดเหลว (Liquid Asphalt) บนไพรมโคทเดิมบนผิวทางเดิม และบนพื้นทางเดิมชนิดแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ตามชนิดเกรด อุณหภูมิ ปริมาณ เครื่องจักร และเครื่องมือที่กําหนดให้เพื่อทําหน้าที่ อืดเหนี่ยวชั้นผิวทางหรือชั้นพื้นทางชนิดแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่กําลังจะก่อสร้างใหม่
2.
วัสดุ
วัสดุที่ใช้เทคโคทต้องเป็นวัสดุยางแอสฟัลต์ชนิดเหลวที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานของวัสดุยางแอสฟัลต์ ต่อไปนี้
2.1 วัสดุยางตัทแบค แอสฟัลต์ชนิดปมเร็ว (Rapid Curing Cut-Back Asphalt) ซึ่งได้แก่ RC-20, RC-250
2.2 วัสดุยางแคตอิออนิก แอสฟัลต์อิมัลชัน (Cationic Asphalt Emulsion) ซึ่งได้แก่ RS-2K วัสดุในข้อ 2.1 และ 2.2 ดังกล่าว ต้องได้ผ่านการทดสอบคุณสมบัติและรับรองให้ใช้ได้แล้ว 2.3 อุณหภูมิของวัสดุยางแอสฟัลต์ดังกล่าวที่ใช้ราดทําแทคโคท ให้เป็นไปตามที่กําหนด ดังนี้
ชนิดของยาง
กองชง
shad waszentim
แบบแสดง
มารานงานแทคใคร
(Tack Coat)
หาก มาก 227
2562
เขียนแบบ
( นายพีระศักดิ์ ปานมณี ) ช่วยนายร่างเขียนแบบ
2.4 ข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับวัสดุยาง Cationic Asphalt Emulsion
AC
RC - 70 RC 250
50
100 60 110
RS
2K
อุณหภูมิที่ใช้ราค
OF
120 180
.
215 235
ไม่ต้องให้ความร้อนใช้อุณหภูมิปกติ
2.4.1 ในกรณีที่ผสมยางแอสฟัลต์กับน้ําเข้าด้วยกันตามอัตราที่กําหนดให้เรียบร้อยแล้วให้นําไปใช้งานให้หมด ถ้าเหลือแล้วยางแอสฟัลต์เกิดแตกตัว จะนํามาใช้อีกไม่ได้ 2.4.2 ข้อควรปฏิบัติอื่น นอกเหนือจากข้อ 2.4.1 ให้ปฏิบัติตามข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับยาง Cationic Asphalt Emulsion ในเรื่องไพรมโคท (Prime Coat) ทุกประการ 2.4.3 ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ราด ให้ใช้ตามที่กําหนด ดังนี้
2.4.3.1 กรณีที่พื้นผิวเดิมเป็นไพรมโคท ใช้ RC-70 ในอัตรา 0.1-0.3 ลิตรต่อตารางเมตร หรือใช้ CRS-1 ผสมน้ําเท่าตัวในอัตรา 0.2-0.6 ลิตรต่อตารางเมตร 2.4.3.2 กรณีที่พื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบเซอร์เฟซทรีตเมนต์ หรือเป็นผิวจราจรแบบเพเนตรชั่นแมคคาดัม ใช้ RC-250 ในอัตรา 0.1 - 0.3 ลิตรต่อตารางเมตร
2.4.3.3 ในกรณีที่พื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หรือเป็นพื้นทางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตใช้ RC-70 ในอัตรา 0.1-0.3 ลิตรต่อตารางเมตร ใช้ RS-2K ผสมน้ํา เท่าตัวในอัตรา 0.2-0.6 ลิตรต่อตารางเมตร วิธีการก่อสร้าง แบ่งเป็น 2 ตอน
3.1 การเตรียมพื้นผิวเดิม
3.1.1 ถ้าพื้นผิวเดิมเป็นไพรมโคทที่ทําทิ้งไว้นาน เมื่อจะทําผิวจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ผิวจะไม่ยึดติดกับไพรมโคทเดิม ทําให้การอุด ปะหลุมบนผิวไพรมโคท (ถ้ามี) ด้วย Hot Mix หรือ Pre-milk แล้วบดอัดแน่นให้เรียบร้อย
แล้วใช้เครื่องกวาดฝุ่น กวาดฝุ่นออกจนหมด และไม่ทําให้ผิวไพรมโคทเดิมเสียหาย เสร็จแล้วใช้เครื่องเป่าผมทําการเป่าฝุ่นออกให้หมด 3.1.2 ถ้าพื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบเซอร์เฟซทรีตเมนต์หรือผิวจราจรแบบเพเนตรชั้นแมคคาดัม ให้ใช้เครื่องกวาดฝุ่น กวาดฝุ่นและหินที่หลุดลอยออกจนหมด แล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด 3.1.3 ถ้าพื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตหรือเป็นพื้นทางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตให้ใช้เครื่องกวาดฝุ่นหรือเครื่องเป่าลมกวาดหรือเป่าฝุ่นออกให้หมด
3.2 การราดยางแอสฟัลต์
3.2.1 ใช้เครื่องราดยางแอสฟัลต์ ซึ่งเตรียมพร้อมที่จะทํางาน ดําเนินการราดยางแอสฟัลต์ตามชนิดเกรด อุณหภูมิ และอัตราที่กําหนดไว้ให้แล้วข้างต้น ถ้าพื้นที่ซึ่งจะทําแทคโคทมีปริมาณน้อย
ให้ใช้เครื่องพ่นด้วยมือราดยางแอสฟัลต์ได้ แต่ถ้าไม่มีเครื่องพ่นด้วยมือ ให้ใช้ภาชนะใส่ยาง แอสฟัลต์สลัดราดบางๆให้ทั่วพื้นที่ แล้วใช้รถบดล้อยางบดทับไปมา เพื่อที่จะให้ยางแอสฟัลต์กระจายบนพื้นที่โดยสม่ําเสมอ
3.2.2 เมื่อราดยางแอสฟัลต์ทําแพคโคทแล้ว ให้ทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง เพื่อที่จะให้ VolatileMatter ใน Rapid Curing Cut-Back Asphalt ระเหยออกไป และน้ําใน Cationic Asphalt Emulsion ระเหยออกไปเช่นกัน จึงจะทํา
3.2.3 ให้ปิดการจราจร ห้ามยวดยานผ่านหลังจากท่าเทคโคทแล้วจนกว่าจะทําการก่อสร้างผิวทางหรือพื้นทางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเสร็จ
ผิวขั้นต่อไปได้
สถาปนิก
Kant
لله كريم
(นายโรง ดับฟัง
สถาปนิกปรก การ
( นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์ )
วิศวกร โนรา
านาญการ
ARABAI
WREVI
นาน สราวุธ แสง วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
ครา
A
เห็นชอบ
( นายเกรียงไกร บุญช่วย) วหน้าฝ่าย ารวจและออกแบบ
$
(นาย น ห อ มิส ผู้อ่านวยการกองร่าง
(สุรางค์ ชง ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
( นายภัทร ใจม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
ॐ
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนา) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
NIICEN
น บ 0
เ
1.
ขอบข่าย
มาตรฐานงานไพรมโคท
{Prime Coat)
โดยอ้างอิงจาก มหถ 225 - 2552
งาน Prime Coat หมายถึง การราดยางแอสฟัลต์ลงบนพื้นทางที่ได้ตบแต่งและเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้วัสดุ ผิวหน้าฟันทางเกาะยึดได้ดี และช่วยป้องกันน้ําให้ไหลซึมเข้าไปในพื้นทางได้ด้วย
2.
วัสดุ
—
2.1 แอสฟัลต์เหลวที่จะนํามาใช้ ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตามมาตรฐานแอสฟัลต์แต่ละประเภทและเกรด
ดังนี้
P
2.1.1 Cut Back
RC 70 - 250 MC 30
250
—
SC 70
CSS - 1
CSS - 1 H
2.1.2 Asphalt Emulsions
ชนิดแอสฟัลด์
ตารางอุณหภูมิของแอสฟัลต์ที่ใช้ราด
EC
ช่วงอุณหภูมิที่ใช้ลาค
AC 60-70
145-175
AC 80-100
140-175
RC 3000
120-160
RC 800
100-120
40-65
CRS-1 CRS-2
50-85
ØF
295-345
285-345
250-310
210-250
100-150
125-185
2.1.3 ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ประมาณ 0.8 - 1.4 ลิตรต่อตารางเมตร จํานวนยางที่ราดจะมีปริมาณเท่าไรขึ้น
อยู่กับลักษณะผิวของพื้นทางให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
2.1.4 สูตรการคํานวณปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ทํา Prime Coat
ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ทา Prime Coat = P/ R (1
เมื่อ P
—
ความลึกที่จะให้ยางแอสฟัลต์ซึมลงไปเป็นมิลลิเมตร
R = ค่าของ Residual Asphalt
(3) ลิตรต่อตารางเมตร
ความแน่นแห้งสูงสุด (Maximumn Dry Density) เป็นกรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตรของวัสดุพื้นทาง
Modified Proctor
6 = ค่าความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทาง
H
ค่า ๆ ขึ้นอยู่กับความพรุน (Porosity) ของวัสดุพื้นทาง ชนิดและเกรดของยางแอสฟัลต์ที่ใช้ราด สําหรับค่า F แนะ นําให้ใช้เท่ากับ 4.5 มิลลิเมตร แทนค่าในสูตรข้างบน คํานวณอัตรายาง แอสฟัลต์ที่จะใช้ราด และทดลองราดยาง แอสฟัลต์ตามปริมาณที่คํานวณได้ ถ้าเห็นว่ามีปริมาณ ยางเอสฟัลต์มากหรือน้อยไปยังไม่พอเหมาะให้เปลี่ยนค่า P ใหม่ หรือเปลี่ยนชนิดและเกรด ของยางแอสฟัลต์ตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้ค่าอัตรายางแอสฟัลต์เมื่อใช้ราดแล้วมี ปริมาณที่ พอเหมาะต่อไป ค่า R ให้ใช้ตามตาราง ดังนี้
ชนิดและเกรดของยางแอสฟัลต์
NC
30
HC 70
SC 70
SS- K
CSS – 1 CSS
—
1H
100
R
0.62
0.73
0.80
0.75
0.75
0.75
ค 6 ให้คํานวณจากสูตร
G = P1 + P2
เมื่อ P1 =
P2
+ B
หรือเท่ากับ
C =
8 + 8
คือส่วนของวัสดุพื้นทางที่ค้างอยู่บนตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร) เป็นร้อยละ คือส่วนของวัสดุพื้นทางที่ผ่านตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร) เป็นร้อยละ
4.
3.
GT
G1 = ความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทางชนิดหยาบซึ่งค้างอยู่ตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร)
G2
H
ความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทางชนิดละเอียดซึ่งผ่านตะแกรงมาตรฐาน
เบอร์: 4 (4.75 มิลลิเมตร)
2.2 ทรายละเอียด ถ้ามีความจําเป็นที่จะทับหน้า Prime Coat ทรายที่ใช้จะต้องมีส่วนละเอียดผ่านตะแกรงเบอร์ 4
ซึ่งไม่มีหญ้าหรือวัสดุอื่นเจือปน และจะต้องได้รับการยินยอมอนุญาตให้สาดทรายได้จาก ผู้ควบคุมงานเสียก่อน
วิธีการก่อสร้าง
3.1 การทํา Prime Coat ด้วยยาง Cut Back
3.1.1 พื้นทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใดโดยการกวาด
และเป่าเศษวัสดุออกด้วยเครื่องจักร หรือวิธีอื่นที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
3.1.2 ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห้งและมีฝุ่นเกาะให้พรมน้ําบาง ๆ เล็กน้อยก่อนราดยาง
3.1.3 เครื่องพ่นยาและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตรา จํานวนยางทีรวดบนพื้นทางได้สม่ําเสมอ
3.1.4 การราดยางควรราดให้เต็มความกว้างของถนน หากจําเป็นต้องราดยางทีละครึ่งของความกว้างหรือ
ทีละช่องทางวิ่งก็สามารถทําได้
3.1.5 บริเวณรอยต่อการราดยางต่อเนื่องแต่ละครั้งต้องมีอัตรายางสม่ําเสมอ โดยเฉพาะรอยต่อตามขวางที่ราศ
โดยวิธีการใช้ท่อพ่นยาง (Spray ber) ที่ติดกับรถวิ่งราดให้ใช้กระดาษแข็งหรือวัสดุที่ไม่ดูดซึมกว้างไม่ น้อยกว่า 40 เซนติเมตร ปิดผิวยางที่ราดไปแล้ว
3.1.5 หลังจากราดยางแล้วให้ทิ้งบ่ม (Curing) ยางไว้ 24-48 ชั่วโมง โดยไม่ให้ยวดยานวิ่งผ่านเข้าไปใน
บริเวณที่ราดไว้เป็นอันขาด หลังจากพ้นกําหนดเวลานี้แล้วจะอนุญาตให้ยวดยานวิ่งผ่านได้ หากมียาง ส่วนเกินเหลือปรากฏอยู่ให้ใช้ทรายละเอียดสาหรับบางส่วนที่เกินให้แห้งได้ในกรณีที่จําเป็นจริงๆ เช่น
ทางเข้าบ้านหรือทางแยกที่มียวดยานผ่าน
การท่า Prime Coat โดยทั่วไปควรทําในสภาวะอากาศแจ่มใสปราศจากฝน พื้นทางแห่งหรือ วัสดุพื้นทางมีความชื้น (Moisture Content) ไม่เกินร้อยละ 5 ให้ใช้ยาง Cut Back และชนิดยาง
Cut Back ที่จะใช้นั้นแล้วแต่ลักษณะของสภาพพื้นทางความหนาแน่นของปริมาณจราจรของ เส้นทาง นั้นๆ ส่วนพื้นทางที่มีความชื้นสูงเปียก (ไม่แฉะ) สภาวะอากาศไม่ดีหรือมีลักษณะ ความจําเป็นเร่ง ด่วนอนุญาตให้ใช้ยาง Asphalt Emulsions ได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานเสียก่อน 3.2 การหา Prime Coot ควยยาง Asphalt Emulsions
3.2.1 พื้นทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นหรือพื้นที่หลุดหรือวัสดุอื่นใดและผู้ควบคุม
งานตรวจสอบเห็นชอบแล้ว
3.2.2 ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห้งต้องพรมน้ําให้เปียกชื้นเสียก่อน
3.2.3 เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตรา จํานวนยางที่ราดบนพื้นผิวทางได้สม่ําเสมอ
3.2.4 เมื่อราดยางแล้วต้องทิ้งไว้จนกว่า Asphalt จะแยกตัวออกเสียก่อนจึงจะทําชั้นผิวทางได้ การแยกตัว ของ Emulsified Asphalt คือส่วนผสมของน้ําที่อยู่ใน Emulsion ระเหยออกไปจะ สังเกตได้จากการ เปลี่ยนสีของ Emulsion ซึ่งปกติมีสีน้ําตาลเข้มเปลี่ยนเป็นสีดํา การแยกตัวนี้ จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับชนิด ของ Emulsion Asphalt ในอุณหภูมิธรรมดาจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
3.2.5 เมื่อ Asphalt แยกตัวแล้ว ถ้ายังไม่สามารถทําผิดทางได้ทันทีและมีความจําเป็นต้องเปิดให้ยวดยานวิ่ง
บนชั้น Prime Coat ให้ใช้ทรายละเอียดสาดปิดหน้าได้
3.2.6 ห้ามราดยาง Asphalt Emulsion ในขณะที่มีฝนตกเป็นอันขาด หรือเมื่อราดยางเสร็จใหม่ๆ แล้วพบว่า ก่อนที่ Emulsion แตกตัวมีฝนตกจนซะบางส่วนของ Emulsion บนผิวหน้าออกไปจะต้องทําการ ราด Emulsion เพิ่มเติมในส่วนนั้นๆ ใหม่
ข้อควรระวัง
4.1 ยาง Cut Back เป็นยางชนิดติดไฟได้ง่ายมาก ดังนั้นในขณะต้มยางหรือขณะทําการราดยางจะต้องระมัดระวัง
มิให้มีเปลวไฟจากภายนอกมาถูกยางได้
477ส่วน
การิน จัดพิษณุโ
กองชาง าา ALL
แบบแสดง
มาตรฐานงานไพรมโคท (Prima Coot) โดยอ้างอิงจาก มาก 225
เขียนแบบ
. 2562
4 นาย ระ ก ปานมณี )
ชาย ยางเขียนแบบ
สถาปนิก
Arant
วิศวกร
ดา
เห็นชอบ
( นายพีรพงษ์ ดักฟัง
สถาปนิก :
( นาควงศ์ อนันตาภรณ์)
หวกรโยธา
านาญการ
นายสราวุธ แสง วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
لم
( นาย ยงไกร บุญชาย ) หัวหน้าฝ่าย รวงและออกแบบ
( นายชัย ท ย ต )
.
นวย ก ง N
(นา สุรางค์ ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
( นาย ทร ไม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ธนุมัติ
כ!
( นายมนต์ชัย วัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
1
inves
5.
4.2 ยาง Emulsified Asphalt เป็น Asphalt ที่แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ กระจายอยู่ในสารละลายซึ่งประกอบด้วยน้ํา อิมัลซิไฟอิงเอเจนต์ (Emulsifying Agent) และอื่นๆ ผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน มีลักษณะง่ายต่อการแยกตัวจึง ต้องระมัดระวัง ดังนี้
4.2.1 การขนส่งต้องกระทําด้วยความระมัดระวังมิให้ถังบรรจุ Emulsion ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง
เพราะอาจจะทําให้เกิดการแยกตัวขึ้น
4.2.2 Emulsion ชนิดบรรจุถัง ถ้าเก็บไว้นานๆ จะต้องกลึงดังไปมาทุกท่านหลายๆครั้งเป็นประจําอย่างน้อย อาทิตย์ละครั้ง เพื่อให้ Emulsion มีลักษณะเหลวเป็นเนื้อเดียวกันทั่วทั้งดัง
4.2.3 เมื่อเปิดถังบรรจุ Emulsion ออกใช้ควรใช้ให้หมดถึงหรือต้องปิดฝาให้แน่น มิฉะนั้นน้ําในส่วผสม Emulsion
จะระเหยทําให้ Asphalt เกิดการแยกตัวและหมดคุณภาพ
4.2.4 ทุกครั้งที่บรรจุ Emulsion ซึ่งในรถราดยางหรือเครื่องพ่นยางควรใช้ให้หมดแล้วใช้น้ําล้างให้สะอาด โดย เฉพาะที่หัวฉีด เพราะถ้าไม่ล้างออกทันที “Asphalt จะแยกตัวเกาะติดแน่น ทําให้มีปัญหาในการใช้งาน ของวันต่อไปและยังป้องกันการกัดกร่อนของกรดใน Emulsion
4.2.5 Emulsion ต้องเหลวเป็นเนื้อเดียวกันและมีสีน้ําตาลเข้ม ถ้าหากมีลักษณะเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นให้ใช้ไม้
พายกวนผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจึงจะนําไปใช้ได้ แต่หากกวนผสมแล้ว Emulsion ไม่เข้าเป็นเนื้อเดียว กันแสดงว่า Emulsion นั้นเสื่อมคุณภาพ ห้ามนําไปใช้เป็นอันขาด
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแคทอิออนิกแอสฟัลต์อิมัลชั่นสําหรับถนน หรือ Emulsified Asphalt Prime (EAP.) มีคุณสมบัติเป็นไปตาม มทบ.214. วัสดุแอสฟัลต์อิมัลชันไหม Emulsified Asphalt Prime (AP) และให้ใช้แอสฟัลต์ กับพื้นทางแต่ละชนิดตาม มาช 225-2552
ปริมาณอัตราการลาดแอสฟัลต์ที่แนะนํา
พื้นทางหินคลุก
ชนิดของพื้นทาง
พื้นทางหินคลุกผสมซีเมนต์ หรือพื้นทางดินซีเมนต์
พื้นทางที่ได้จากการหมุนเวียนวัสดุชั้นงทางเดิมมาใช้ ใหม่ปรับปรุงคุณภาพด้วยวัสดุผสมเพิ่ม
- ปูนซีเมนต์ หรือปูนขาว หรือ เถ้าลอย
อัตราการลาด สิตร/ตร.ม.
0.8-1.4
0.6-1.0
0.6-1.0
หมายเหตุ : ในกรณีพื้นทางที่ได้จากการหมุนเวียนวัสดุชั้นทางเดิมมาใช้ใหม่ปรับปรุงคุณภาพด้วยแอสฟัลต์อิมัลชัน
หรือโฟมแอสฟัลต์ ให้พิจารณาอัตราการลาดจากสภาพจริง และต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ชนิดของแอสฟัลต์ EAP. อุณหภูมิ 20-70 องศาเซลเซียส
27ส่วน
พักแปลส่วนจังหวัดน
กองข่าง
แบบแสดง
มาหรฐานงานไพรมโค
(Prime Coat)
โดยอ้าง งจาก มาก 225
เขียนแบบ
สด. ก
วิศวกร
Arrant
KAA
سلام
L
2562
( นายจีระ ปานมณี ช่วยนายช่างเขียนแบบ
www
( นายพีรพงษ์ กับปริง )
สถาปนิกปฏิบัต
( นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์
ศวกรโยธา านาญการ
3 นายศราวุธ แสง) วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
( นายเกรียงไกร บุญชาย )
หัวหน้าฝ่าย สวนละออกแบบ
पु
เห็นรอย
(น
( นา ชัย หล่อนิมิตติ
ผ านวยการกองช่าง
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
( นวยการ ในลม )
M
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
( นายมน โย นิรนาม ) นายกองค์การบริหาร านจังหวัดพิษณุโลก
qu
บ
วุ้น Se D
- ขอบข่าย
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
แอสฟัลต์คอนกรีตหมายถึงวัสดุที่ได้จาก การผสมร้อนระหว่างมวลรวม (Aggregate) กับแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Cement) ที่โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) โดยการควบคุมอัตรา ส่วนผสมและอุณหภูมิตามที่กําหนด มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง งานบูรณะและบํารุงทาง โดยการปูหรือ เกลี่ยแต่งและบดทับบนชั้นทางใดๆ ที่ได้เตรียมไว้ และผ่านการตรวจสอบแล้ว ให้ถูกต้องตามแนว ระดับ ความ ลาด ขนาด ตลอดจนรูปตัดตามที่ได้แสดงไว้ในแบบ - วัสดุ
งานแอสฟัลต์คอนกรีต ประกอบด้วยวัสดุมวลรวมที่ได้จากการผสมวัสดุมวลหยาบ (Coarse Aggregate) กับวัสดุมวลละเอียด (Five Aggregate) และแอสฟัลต์ซีเมนต์ หรืออาจเพิ่มวัสดุผสมแทรก (Mineral Filler) ได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้มีขนาดคละตามตารางที่ 1
2.1 แอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้ใช้ AC 40-50 หรือ AC 60-70 ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.851 - มาตรฐานแอสฟัลต์ซีเมนต์สําหรับงานทาง กรณีที่แบบระบุให้ใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์อื่นๆ หรือแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ ปรับปรุงคุณสมบัติด้วยสารใดๆ นอกเหนือจากนี้ จะต้องมีคุณภาพเท่าหรือดีกว่า ทั้งนี้ต้องผ่านการทดสอบ คุณภาพและพิจารณาความเหมาะสม รวมทั้งต้องได้รับอนุญาตให้ใช้ได้จาก อบจ.พิษณุโลก เป็นกรณีไป
สําหรับปริมาณการใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์โดยประมาณ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
2.2 มวลรวม ให้เป็นไปตาม บทช. 209 : มาตรฐานวัสดุมวลรวมสําหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีต - การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
3.1 ก่อนเริ่มงานไม่น้อยกว่า 30 วัน ผู้รับจ้างต้องเสนอเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ของตนเองต่อผู้ควบคุมงาน แล้วผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุพร้อมเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีต ส่งให้ อบจ.พิษณุโลก เพื่อทําการตรวจสอบ ผู้รับจ้างอาจร้องขอให้ อบจ.พิษณุโลก เป็น ผู้ออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ก็ได้ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการออกแบบทั้งหมด
3.2 ขนาดคละและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
3.3 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 60-70 ให้เป็นไปตามตารางที่ 2 3.4 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ 40-50 ให้เป็นไปตามตารางที่ 3 3.5 อบจ.พิษณุโลก จะเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารการออกแบบ หรือทําการออกแบบส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต พร้อมทั้งพิจารณากําหนดสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula) ซึ่งมีเกณฑ์ ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerant Limit) ของวัสดุต่างๆ ตามตารางที่ 4 เพื่อใช้ควบคุมงานนั้นๆ กรณีที่
อบจ.พิษณุโลก เห็นควรให้กําหนดขอบเขตของสูตรส่วนผสมเฉพาะงานแตกต่างไปจากตารางที่ 4 ก็สามารถ ดําเนินการได้ตามความเหมาะสม
3.6 การผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม ถ้ามวลรวมขนาดหนึ่งขนาดใด หรือปริมาณแอสฟัลต์ ซีเมนต์ หรือคุณสมบัติอื่นใดคลาดเคลื่อนเกินกว่าขอบเขตที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ให้ถือว่า ส่วนผสมของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมไว้ในแต่ละครั้งนั้น มีคุณภาพไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ผู้รับจ้างจะต้องทํา
การปรับปรุงแก้ไข ค่าใช้จ่ายในการนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
3.7 ผู้รับจ้างอาจขอเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานใหม่ได้ ถ้าวัสดุที่ใช้ผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเกิดการ เปลี่ยนแปลง โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก อบจ.พิษณุโลก ก่อน
3.8 อบจ.พิษณุโลก สามารถตรวจสอบ แก้ไข เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือกําหนดสูตรส่วนผสม เฉพาะงานใหม่ได้ตามความเหมาะสม ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงา
ขนาดที่ใช้เรียก
สําหรับชั้นทาง
ความหนา
ตารางที่ 1 ขนาดคละของมวลรวมและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
ปริมาณผ่านตะแกรง ร้อยละโดยมวล
เขียนแบบ
สถาปนิก
การต่า
จังหวัดพิจ
ส่วนจังหวัด โ กองชาง ยา แชน
แบบแสดง
มาตรฐานงาน ยศ คอนกรีต (Asphalt Concrete)
N
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี) ผู้ช่วยนายช่าง ยบแบบ
( นาย ร ง ป ง 3 สถาปนิก บัวร
( นาย างค์ ธนันกรณ์ ) วิวกร โย า านาญการ
( นายศราวุธ แสง) วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
มิลลิเมตร
9.5
12.5
19.0
25.0
(นิ้ว)
(3/8)
(1/2)
(3/4)
(1)
Asana
Wearing Wearing
Binder
Base
Course
Course
Course
Course
มิลลิเมตร
25-35
40-70
40-80
70-100
ne
ขนาดตะแกรง
มิลลิเมตร !
(นิ้ว)
37.5
(1 1/2)
100
25.0
(1)
100
90-100
( นายกรียงไกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่ายสาวและออกแบบ
19.0
(3/4)
100
90-100
12.5
(1/2)
100
80-100
56-80
9.5
(3/8)
90-100
56-80
4.75
(เบอร์ 4)
55-85
44-74
35-65
29-59
เห็นชอบ
2.36
(เบอร์ 8)
32-67
28-58
23-49
19-45
1.18
(เบอร์ 16)
0.600
(เบอร์ 30)
0.300
(เบอร์ 50)
7-23
5-21
5-19
5-17
0.150
(เบอร์ 100)
0.075
(เบอร์ 200)
2-10
2-10
2-8
1-7
อนุมัติ
ปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์
4.0-8.0
3.0-7.0
3.0-6.5
3.0-6.0
(ร้อยละโดยน้ําหนักของมวลรวม)
(นาย ย น อ มิส ผู้ปวยการกองร่าง
al
(นางสายสุดา ทอง ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
en
( นายกร ในลม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
12
24
Ala
Oks
(นายมนต์ชัย ธนย์)
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
น เลน 31
vutad
4
หมายเหตุ อบจ.พิษณุโลก อาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงขนาดคละของมวลรวม และปริมาณแอสฟัสต์ซีเมนต์ ที่ใช้ แตกต่างจากตาราง: 1 ก็ได้ ทั้งนี้แอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้ต้องมีคุณสมบัติและความแข็งแรง ถูกต้องตามตารางที่ 2 หรือตารางที่ 3 แล้วแต่แอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
ตารางที่ 2 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 60-70
คารางที่ 3 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 40-50
ินทาง
รายการ
Wearing
Course
Wearing
Course
Binder
Course
Base
Course
Shoulder
นทาง
Aggregate Size
Blows
9.5 mm.
12.5 mm.
19.0 mm.
25.0 mm. i 25.0 บถ.
75
75
75
75
75
- โต กองยาง ฟา : แบบ
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
รายการ
Wearing Wearing
Course Course
Binder
Course
Base
Course
Stability Min.
N
: 9786
9786
9786
9786
9786
Shoulder
เขียนแบบ
lb.
i 2,200
2,200
2,200
2,200
2,200
Aggregate Size
9.5 mm. : 12.5 กก.
19.0 mm. : 25.0 mm. 25.0 mm.
Blows
75
75
75
75
75
Flow 0.25 mm.(0.01 in)
Percent Air Voids
9-17
9-17
9-17
9-17
9-17
1 นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
3-5
3-5
3-6
3-6
3-5
สถาปนิก
كلام
Stability Min.
N
8,006
8,006
8,006
7,117
7,117
Percent Voids in Mineral Aggregate(VMA)
15
14
13
12
12
lb.
1,800
1,800
1,800
1,600
1,600
Min.
(นายพีรพงษ์ บ ฟัง ) สถาปนิกปฏิบัติการ
Flow 0.25 mm, 0.01 in)
8-16
8-16
8-16
8-16
8-16
Stability / Flow Min.
N/0.25 mm.
750
750
750
750
750
สวกร
Percent Air Voids
3-5
3-5
3-6
3-6
3-5
lb/0.01 in.
170
170
170
170
170
( นายวงศ์ นันทาภรณ์ )
Percent Voids In Mineral Aggregate(VMA)
15
14
วิศวกร โยธา าน การ
13
12
12
Percent Strength Index Min.
75
75
75
75
75
Ant
Min.
หมายเหตุ
Stability / Flow Mint.
N/0.25 mm.
712
712
712
645
645
tb./0.01 in.
160
160
160
145
145
Percent Strength Index Min.
75
75
75
75
75
(1) การทดสอบเพื่อออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตาม บทช.(ท)607 :
มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธีมาร์แชลล์
(2) การออกแบบไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามข้อกําหนดในตารางที่ 2 หรือตารางที่ 3 ให้ใช้มวล รวมขนาด 12.5 มิลลิเมตร ยกเว้นกรณีที่แบบกําหนดให้ชั้น Binder Course เป็นไหล่ทางด้วยให้ใช้ข้อกําหนดใน การออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้น Binder Course เป็นข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของไหล่
ทาง
(3) การทดสอบหาค่า Percent Strength index ให้ดําเนินการตาม มทร. (1)611 : มาตรฐานการ ทดสอบหาค่าดัชนีความแข็งแรงของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
ตารางที่ 4 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้สําหรับสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
ร
เห็นชอบ
( นายเรียงไกร บุญชาย )
หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
B
4 นาย ย น ย มิส
ชานาย เวรกองช่าง
นมชาวศรีสุรางค์ ทอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
{ นายสรวล SAH วิศวกรโยธา านาญการ ศษ
تم
ผ่านตะแกรงขนาด
2.36 มม.(เบอร์ 8) และขนาดใหญ่กว่า
1.18 มม. (เบอร์ 16) 0.600 มม. (เบอร์ 30) และ 0,300 มม.(เบอร์ 50)
0.150 มม.(เบอร์ 100)
0.075 มม.(เบอร์ 200)
ปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์
เห็นชอบ
ร้อยละ
- 5
- 4
+4
+3
เ นาย พล ในยม
ป ตองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
±2
±0.3
13
ок
(.นายมนต์ชัย วัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
kheartt
Su
B14
- เครื่องจักรและเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้าง
เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิดที่จะนํามาใช้งาน จะต้องมีสภาพใช้งานได้ดี โดยจะต้องผ่านการ ตรวจสอบและสอบเทียบ และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ ในระหว่างการก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษา
เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ
4.1 โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) ระยะขนส่งจากโรงงานผสม ถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง ต้องมีระยะทางไม่เกิน 110 กิโลเมตร และต้องมีกําลังการผลิต (Rated Capacity) ไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถควบคุมอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้ ตามที่กําหนด โดยจะเป็นโรงงานผสมแบบชุด (Batch Type) หรือแบบผสมต่อเนื่อง (Continuous Type) ก็ ได้ แต่ต้องสามารถผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเพื่อป้อนเครื่องปู (Paver) ให้สามารถปูได้อย่างต่อเนื่อง และ เป็นส่วนผสมที่มีคุณภาพสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน มีอุณหภูมิถูกต้องตามข้อกําหนด
โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ต้องมีห้องปฏิบัติการทดสอบขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 40 ตาราง เมตร หรือตามแบบที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด อยู่ในบริเวณที่สามารถมองเห็นการทํางานของโรงงานผสม จากห้องนั้นได้ พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์อํานวยความสะดวกที่จําเป็นตามที่กําหนด มีเครื่องมือทดสอบที่ได้ มาตรฐานและสภาพใช้งานได้ดี เพื่อใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น ชุด เครื่องมือทดสอบ Marshall, ชุดเครื่องมือทดสอบหาปริมาณยางแอสฟัลต์ซีเมนต์ในส่วนผสม, ชุดเครื่องมือ ทดสอบหาขนาดคละของมวลรวม เป็นต้น และต้องอนุญาตให้ผู้ควบคุมงานใช้เครื่องทดสอบเพื่อตรวจสอบ คุณภาพแอสฟัลต์คอนกรีตระหว่างการก่อสร้างได้
โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ อย่างน้อยดังต่อไปนี้
4.1.1 อุปกรณ์สําหรับการเตรียมแอสไลด์ซีเมนต์ (Equipment for Preparation of Asphalt Cement) โรงงานผสมต้องมีถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Storage Tank) ซึ่งมีอุปกรณ์ให้ความร้อนประเภทท่อ เวียนไอน้ําร้อนหรือน้ํามันร้อน (Steam or Oil Coil) หรือประเภทใช้ไฟฟ้า (Electricity) หรือประเภทอื่นใดที่ ไม่มีเปลวไฟสัมผัสกับถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์โดยตรง อุปกรณ์ทุกประเภทต้องสามารถทํางานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ มีเครื่องควบคุมให้อุณหภูมิของแอสฟัสต์ซีเมนต์ได้ตรงตามข้อกําหนด และต้องมีระบบทําให้ แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียน (Circulating System) ที่เหมาะสม ที่ทําให้แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียนได้อย่าง ต่อเนื่องตลอดเวลาขณะทํางาน พร้อมกันนี้ต้องมีอุปกรณ์ให้หรือรักษาความร้อนที่ระบบท่อไหลเวียน โดยอาจ เป็นประเภทใช้ไอน้ํา (Stearn Jacket) หรือน้ํามันร้อน (Hot Oil Jacket) หรือประเภทฉนวนรักษาความร้อน (hsulation) เพื่อรักษาอุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ในท่อส่งแอสฟัลต์ มาตรวัดแอสฟัลต์ ท่อพ่นแอสฟัลต์ ถัง บรรจุแอสฟัลต์ และอื่นๆ ให้มีอุณหภูมิตามที่กําหนด ปลายท่อไหลเวียนแอสฟัลต์ต้องอยู่ที่ใต้ระดับแอสฟัลต์ใน ถังเก็บแอสฟัลต์ขณะปั้มแอสฟัลต์ทํางาน
4.1.2 ยังหินเย็น (Cold Bin) และเครื่องป้อนหินเย็น (Aggregate Feeder) โรงงานผสมต้องมียัง หินเย็นไม่น้อยกว่า 4 กุ้ง สําหรับแยกใส่วัสดุหินหรือวัสดุอื่นๆ แต่ละขนาด ช่องเปิดปากยังจะต้องเป็นแบบปรับ ได้ ยังหินเย็นต้องประกอบด้วยเครื่องป้อนหินเย็นแบบที่เหมาะสมสามารถป้อนหินเย็นได้อย่างสม่ําเสมอไปยัง หม้อเผา (Dryer) ได้ถูกต้องตามอัตราส่วนที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องป้อนหินเย็นสําหรับกุ้งมวล ละเอียด เช่น หินฝุ่น หรือทราย จะต้องเป็นแบบสายพานยางต่อเนื่อง หรือสายพานอื่นใดที่ให้ผลเทียบเท่า
4.1.3 หม้อเผา (Dryer) โรงงานผสมต้องมีหม้อเผาอยู่ในสภาพดี มีประสิทธิภาพในการทํางานดี พอที่จะทําให้มวลรวมแห้งและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด โดยต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิที่เหมาะสม เช่น เครื่องวัด อุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่าไฟฟ้า (Electric Pyrometer) ที่อ่านอุณหภูมิได้ละเอียดถึง 2.5 องศา เซลเซียส ติดตั้งอยู่ที่ปากทางที่มวลรวมเคลื่อนตัวออก และจะต้องมีเครื่องบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่วัดได้
โดยอัตโนมัติ
4.1.4 ชุดตะแกรงร่อน (Screening Unit) โรงงานผสมต้องมีชุดตะแกรงร่อนมวลรวมที่ผ่านมา จากหม้อเผา เพื่อแยกมวลรวมเป็นขนาดต่างๆ ตามที่ต้องการ โดยในชุดตะแกรงร่อนนี้ต้องประกอบด้วย ตะแกรงคัด (Scalping Screen) สําหรับคัดมวลรวมก้อนโตเกินขนาดที่กําหนด (Oversize) ออกทิ้งตะแกรง ทุกขนาดต้องอยู่ในสภาพดี เหล็กตะแกรงไม่ขาดหรือสึกหรอมากเกินไป อันจะให้มวลรวมที่ร่อนออกมาผิดขนาด ไปจากที่ต้องการ
4.1.5 ยังหินร้อน (Hot Bin) โรงงานผสมต้องมีกุ้งหินร้อนอย่างน้อย 4 ยัง ทั้งนี้ไม่รวมยังวัสดุผสม แทรก สําหรับเก็บมวลรวมร้อนที่ผ่านตะแกรงแยกขนาดแล้ว ยังหินร้อนนี้ต้องมีผนังแข็งแรงไม่มีรอยรั่ว มีความ สูงพอที่จะป้องกันไม่ให้มวลรวมไหลข้ามยังไปปะปนกันได้ และต้องมีความจุมากพอที่จะป้อนมวลรวมร้อน ให้กับห้องผสม (Pugmill Mixer) ได้อย่างสม่ําเสมอเมื่อโรงงานผสมทําการผสมเต็มกําลังผลิต ในแต่ละยังต้องมี ท่อสําหรับให้มวลรวมไหลออกไปข้างนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ไปผสมกับมวลรวมที่อยู่ในยังอื่นๆ ในกรณีที่มีมวล รวมในยุ้งนั้นๆ มากเกินไป
4.1.6 ยังเก็บวัสดุผสมแทรก (Mineral Filler Storage Bin) โรงงานผสมต้องมียังเก็บวัสดุผสม แทรกต่างหาก พร้อมกับมีเครื่องชั่ง หรือเครื่องป้อนวัสดุผสมแทรกซึ่งสามารถควบคุมปริมาณวัสดุเข้าสู่ห้อง ผสมอย่างถูกต้อง และสามารถปรับเทียบ (Calibrate) ได้
4.1.7 เครื่องเก็บฝุ่น (Dust Collector) โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่น สําหรับเก็บวัสดุส่วน ละเอียดหรือฝุ่น ที่มีประสิทธิภาพดีและเหมาะสมที่สามารถเก็บฝุ่นกลับไปใช้ได้อย่างสม่ําเสมอหรือนําไปทิ้งได้ ทั้งหมด หรือบางส่วน และเครื่องเก็บฝุ่นดังกล่าวต้องสามารถควบคุมฝุ่นไม่ให้มีฝุ่นเหลือออกสู่อากาศภายนอก มากจนทําให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่นทั้งชุดหลัก (Primary) และชุดรอง (Secondary) ชุดหลักให้เป็น แบบแห้ง (Dry Type) และชุดรองเป็นแบบเปียก (Wet Type) หรือแบบอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน
4.1.8 เครื่องวัดอุณหภูมิ (Thermometic Equipment) โรงงานผสมต้องมีเทอร์โมมิเตอร์แบบ แท่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Armoured Thermometer) หรือแบบอื่นใดซึ่งวัดอุณหภูมิได้ระหว่าง 90-200 องศาเซลเซียส ติดตั้งไว้ที่ท่อส่งแอสฟัลต์ ที่ตําแหน่งที่เหมาะสมใกล้ทางออกของแอสฟัลต์ที่ห้อง ผสม นอกจากนี้ จะต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิ เช่น เทอร์โมมิเตอร์แบบใช้ปรอท ชนิดมี หน้าปัทม์ (Dial Scale Mercury Activated Thermometer) เครื่องวัดอุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่า ไฟฟ้า (Electric Pyrometer) หรือแบบอื่นๆ ที่เหมาะสม ที่ อบจ.พิษณุโลก อนุญาตให้ใช้ได้ ติดตั้งที่ปลาย ทางออกของมวลรวม เพื่อใช้วัดอุณหภูมิของมวลรวมร้อนที่ออกจากหม้อเผา เครื่องวัดอุณหภูมิชนิดใดๆ ที่ใช้ ต้องมีความสามารถแสดงอุณหภูมิได้อย่างถูกต้อง เมื่อมีอัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเร็วกว่า 5 องศาเซลเซียส
ต่อนาที
14
เขียนแบบ
สถาปนิก
สว
Aons
27บริหารร
สวน
จังหวัดที่
1 เช วนโลก กองชาง cr: ครบบ
แบบแสดง
มาตรฐานงานแลส คนกรี
(Asphalt Concrete)
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายร่างเรียบแบบ
PRRRRRRR
( นาย ร ง บ ง ) สถาปนิกปรกทาง
( นายวงศ์ อนันตาภรณ์ )
วิศวกรโคราชานาญการ
PANNNMAN-HOT-RAPROM-HP-PE
นายสราวุธ แสง รวกรโยธา านาญการ ศษ
AIAA
(นายเกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
เห็นชอบ
| CRAPER
( นาย ชัย หล่อ 94 านวยการกองร่าง
cl
(นางสรสุรางค์ สอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
อนุมัติ
ON
( นายภัทร ไชยม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
21
Oks
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ราชเ
นอน
4.1.9 ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Control Unit) โรงงานผสมต้องมี ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ซึ่งอาจใช้วิธีชั่งน้ําหนักหรือวิธีวัดปริมาตรก็ได้ แต่ต้องสามารถ ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้ให้อยู่ในช่วงที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน กรณีใช้วิธีชั่งน้ําหนัก เครื่องชั่งที่ใช้ต้องมีความละเอียดไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 ของน้ําหนักแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้ผสม กรณีที่ใช้ วิธีวัดปริมาตร มาตรที่ใช้วัดอัตราการไหลของแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่ปล่อยเข้าสู่ห้องผสมจะต้องเที่ยงตรง โดยยอม ให้คลาดเคลื่อนจากปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้เมื่อเทียบเป็นน้ําหนักไม่เกินร้อยละ 2
4.1.10 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบชุด
(1) ถังชั่งมวลรวม (Weigh Box or Hopper) โรงงานผสมแบบชุดต้องมีอุปกรณ์สําหรับ ซึ่งมวลรวมที่ปล่อยออกมาแต่ละยุ่งได้อย่างละเอียดถูกต้อง ถังชั่งน้ําหนักต้องแขวนอยู่กับเครื่องชั่ง และต้องมี ขนาดใหญ่พอที่จะบรรจุมวลรวมได้เต็มชุด (Batch) โดยมวลรวมไม่ล้นถัง ถังชั่งน้ําหนักจะต้องวางบนฟัลครัม (Fulcrum) ซึ่งวางอยู่บนขอบใบมีด (Knife Edge) อย่างแน่นหนาอีกทีหนึ่ง ซึ่งเมื่อขณะทํางานฟิลครัมและขอบ ใบมีดต้องไม่เคลื่อนตัวออกจากแนวเดิม ประตูยังหินร้อนและถังชั่งน้ําหนักต้องแข็งแรงและไม่รั่ว
(2) ห้องผสม (Pugirill Mixer) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบชุดนี้จะต้องเป็นชนิดมี เพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และสามารถผลิตแอสฟัลต์ได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ประตูปล่อย ส่วนผสมเมื่อปิดจะต้องปิดสนิทโดยไม่มีวัสดุรั่วไหล ต้องมีเครื่องตั้งเวลาและควบคุมเวลาการผสมเป็นแบบ
อัตโนมัติ ซึ่งจะควบคุมไม่ให้ประตูห้องผสมเปิดจนกว่าจะได้เวลาตามที่กําหนดไว้ ภายในห้องผสมประกอบด้วย ใบพาย (Paddle Tip) จํานวนเพียงพอจัดเรียงตัวกันอย่างเหมาะสมที่จะผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตใต้
อย่างถูกต้องสม่ําเสมอระยะห่างระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสม จะต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวล
รวมก้อนโตสุด
(3) เครื่องชั่ง (Platt Scale) เครื่องชั่งต้องมีความละเอียด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของ มวลรวมสูงสุดที่ต้องการชั่ง หน้าปัทม์เครื่องชั่งต้องมีขนาดใหญ่พอ ซึ่งสามารถอ่านน้ําหนักได้ในระยะห่างอย่าง น้อย 7 เมตร และต้องอยู่ในตําแหน่งที่พนักงานควบคุมเครื่องมองเห็นได้ชัดเจน หน้าปัทม์เครื่องชั่งมวลรวม จะต้องมีเข็มชี้น้ําหนักแต่ละยัง มีตุ้มน้ําหนักมาตรฐานหนักหุ้มละ 5 กิโลกรัม จํานวนไม่น้อยกว่า 2 ตุ้ม, ตุ้ม น้ําหนัก 10 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 1 ตุ้ม และหนักคุ้มละ 25 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 40 ตุ้ม หรือมีจํานวนเพียง พอที่จะใช้ในการสอบเทียบเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่ง
อัตโนมัติ
(4) การควบคุมปริมาณมวลรวม และแอสฟัลต์ที่ใช้ผสมในแต่ละชุด จะต้องเป็นแบบ
4.1.11 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง
(1) ชุดอุปกรณ์ควบคุมมวลรวม (Gradation) Control Unit) โรงงานผสมแบบนี้ต้อง มีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณมวลรวมที่ไหลออกมาจากยุ่งหินร้อนแต่ละยุ่งได้อย่างถูกต้องแน่นอน ประกอบด้วย
เครื่องป้อนหิน (Feeder) อยู่ภายใต้ยังหินร้อน สําหรับการป้อนวัสดุผสมแทรกจะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณ ต่างหาก ติดตั้งในตําแหน่งที่ทําให้ควบคุมการป้อนวัสดุผสมแทรกลงในห้องผสมเพื่อผสมกับมวลรวมในจังหวะ ของการผสมแห้ง (Dry Mixing) ก่อนที่จะไปผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่จ่ายเข้ามาภายหลังในจังหวะของการ ผสมเปียก (Wet Mixing)
(2) จังหวะสัมพันธ์ของการควบคุมการป้อนมวลรวม และแอสฟัลต์ ซีเมนต์ (Synchronizations of Aggregate and Asphalt Cerment Feed) โรงงานผสมแบบนี้ต้องมีอุปกรณ์ควบคุม การป้อนมวลรวมแต่ละขนาดและแอสฟัลต์ซีเมนต์เข้าสู่ห้องผสม เป็นแบบขับเคลื่อนที่สัมพันธ์กัน เพื่อให้ได้
อัตราส่วนผสมที่คงที่ตลอดเวลา
(3) ชุดห้องผสม (Pugmill Mixer Unit) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบต่อเนื่องนี้ต้อง เป็นแบบทํางานต่อเนื่อง (Continuous Mixer) เป็นชนิดมีเพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และ สามารถผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ใบพายจะต้องเป็นชนิดปรับมุมให้ไปในทางเดียวกัน เพื่อให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวได้เร็ว หรือให้กลับทางกัน เพื่อถ่วงเวลาให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวช้าลงได้ และห้องผสม จะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมระดับของส่วนผสมด้วย ระยะห่างระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสมจะต้องน้อย กว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวลรวมก้อนโตสุด ที่ห้องผสมจะต้องมีแผ่นแสดงปริมาตรของห้องผสม เมื่อมีส่วนผสม บรรจุในห้องผสมที่ความสูงต่างๆ ติดตั้งไว้อย่างถาวร นอกจากนั้นจะต้องมีตารางแสดงอัตราการป้อนวัสดุมวล
รวมต่อนาที เมื่อโรงงานผสมทํางานในอัตราเร็วปกติ
การคํานวณเวลาในการผสม ให้กําหนดโดยใช้น้ําหนักตามสูตรดังนี้ คือ
เวลาในการผสม (วินาที)
= A/B
เมื่อ
เอ A = ปริมาณของส่วนผสมทั้งหมดในห้องผสม (Puerrill Dead Capacity) มีหน่วยเป็นกิโลกรัม ส่วนผสมที่ออกจากห้องผสม (Pungrill Output) มีหน่วยเป็นกิโลกรัมต่อวินาที
=
(4) ยังพักส่วนผสม (Discharge Hopper) โรงงานผสมแบบนี้ต้องประกอบด้วยกุ้ง สําหรับพักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออกมาจากห้องผสม ยังพักส่วนผสมนี้มีประตูเปิดที่ด้านล่างของกุ้งและ จะปล่อยส่วนผสมได้เมื่อส่วนผสมเต็มกุ้งแล้ว
(5) สัญญาณแจ้งปริมาณมวลรวมในยังหินร้อนโรงงานผสมต้องมีสัญญาณซึ่งจะแจ้งให้ ทราบว่าปริมาณมวลรวมใบยังหินร้อน ยังมีปริมาณเพียงพอที่จะดําเนินการต่อไปได้หรือไม่ ถ้าปริมาณมวลรวม ยังใดขาดหรือน้อยไป สัญญาณดังกล่าวจะทําให้ผู้ควบคุมทราบทันที ผู้รับจ้างต้องหยุดการดําเนินการและทํา การแก้ไข จนกว่าผู้ควบคุมจะเห็นสมควร จึงจะอนุญาตให้ดําเนินการต่อไปได้
4.2 รถบรรทุก (Haul Truck)
รถบรรทุกที่นํามาใช้จะต้องมีจํานวนพอเพียงกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และความสามารถใน
การปูของเครื่องปู ทั้งนี้เพื่อให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุดในแต่ละ วันที่ปฏิบัติงาน จํานวนรถบรรทุกที่ใช้ ให้คํานวณให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม ความจุของ รถบรรทุก เวลาในการบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงรถบรรทุก ระยะทางและระยะเวลาในการขนส่ง เวลาในการรอและการเทส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงในเครื่องปู ความสามารถในการปูของเครื่องปู และอื่นๆ
กระบะรถบรรทุกจะต้องไม่รั่ว พื้นกระบะจะต้องเป็นแผ่นโลหะเรียน ภายในกระบะจะต้องสะอาด ปราศจากวัสดุที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ตกค้างอยู่ ก่อนใช้ขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องพ่นหรือ
15
โยนแบบ
สาป ก
กร
คิวกร
AMA
เห็นชอบ
การ จ า หวัดพิษณุโลก
กองบ้าง restere
แบบแสดง
มาตรฐานงานเลส สตีลนกรีต
(Aphalt Concret
( นายพีระศักดิ์ ปานมณี )
ช่วยนายช่างเขียนแบบ
J Деб
( นายพีรพงษ์ ทีม พิง ) สถาปนิกปฏิบัตการ
( นาฬิกาวงศ์ อนันตาภรณ์ )
วิศวกร โนช านาญการ
( นายสราวุธ LAAM) วิสวกรโยธา านาญการ ศษ
( นายเกรียงไกร บุญชาย)
หัวหน้ าย จงละออกแบบ
(นายชัย ห ย มิ
น านวยการกอง ง
นายสระ ด สอง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
อนุมัติ
er
นายภัทร ในลม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
( นายมนต์ชัย, วัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การ สิหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
39
ป
SU V
14
14
9
10
เคลือบภายในกระบะด้วยน้ําสบู่ น้ําปูนขาว หรือสารเคมีเคลือบชนิดใดๆ ที่มีน้ําหนักผสมไม่เกินร้อยละ 5 โดย ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ห้ามใช้น้ํามันเบนซิน น้ํามันก๊าด น้ํามันดีเซล หรือน้ํามันประเภท เดียวกัน การพ่นหรือเคลือบภายในกระบะให้ทําเพียงบางๆ เท่านั้น และก่อนบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ลงกระบะ ให้ยกกระบะเทวัสดุหรือสารเคลือบที่อาจมีมากเกินความจําเป็นออกให้หมด ในการขนส่งจะต้องมี ผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกัน น้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ด้วย
4.3 เครื่องปู (Paver or Finisher)
เครื่องปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองโดยจะเป็นชนิดล้อ
เหล็กตีนตะขาบ หรือชนิดล้อยางที่มีคุณภาพเทียบเท่า มีกําลังมากพอและสามารถควบคุมความเร็วในการ เคลื่อนที่ได้อย่างสม่ําเสมอ ทั้งในขณะที่เคลื่อนไปพร้อมกับรถบรรทุกส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตและในขณะ เคลื่อนตัวไปตามลําพัง เครื่องปูจะต้องสามารถปรับความเร็วการได้หลายอัตรา และปูส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตได้ความลาดถูกต้องตามแบบ
4.3.1 ส่วนขับเคลื่อน (Tractor Unit) ประกอบด้วยเครื่องยนต์ต้นกําลังมีอุปกรณ์ควบคุมความเร็ว รอบเครื่องยนต์ (Governor) ให้คงที่ระหว่างทํางาน กระบะบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Hopper) จะต้อง เป็นแบบข้างกระยะหุบได้ สายพานป้อนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Stat Conveyor) เกลียวเกลี่ยจ่าย ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Auger หรือ Screw Conveyor) แยกเป็น 2 ข้าง ซ้ายและขวา ซึ่งสามารถแยก ทํางานเป็นอิสระแก่กันได้ ประตูควบคุมการไหล (Flow Gate) ของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตสามารถปรับ ระดับความสูงของช่องประตูได้
4.3.2 ส่วนเตารีด (Automatic Screed Unit) ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุมความหนา (Thickness Control) อุปกรณ์ควบคุมความลาดเอียงที่ผิว (Crown Control) อุปกรณ์ให้ความร้อนแผ่นเตารีด (Screed Heater) แผ่นเตารีด (Screed Plate) และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ที่จําเป็น ระบบการควบคุมความ ลวดชัน (Grade Control) และระดับแอสฟัลต์คอนกรีตควรเป็นแบบอัตโนมัติ โดยอาจเป็นแบบ (1) Erected Grade Line (2) Mobile String Line (3) Ski (4) Floating Beain หรือ (5) Joint-matching Shoes สําหรับ แบบที่ (2) แบบที่ (3) และแบบที่ (4) ต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 9 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องมีความยาวไม่น้อย กว่า 2.4 เมตร และสามารถขยายได้ยาวไม่น้อยกว่า 3.5 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องตรงแนวและได้ระดับ ไม่บิดงอ หรือสึกหรอมากเกินสมควร ไม่สึกเป็นหลุม มีระบบการอัดแอสฟัลต์คอนกรีตขั้นต้นเป็นแบบสั่นสะเทือน (Vibratory Screed) หรือแบบคานกระแทก (Tarper Bar) หรือเป็นทั้ง 2 แบบ ประกอบกัน ซึ่งสามารถปรับ ความถี่ของการสั่นสะเทือนหรือการกระแทกได้ตามต้องการ สําหรับแบบคานกระแทกจะต้องมีระยะห่าง ระหว่างแผ่นเตารีดกับคานกระแทก 0.25-0.50 มิลลิเมตร ผิวของคานกระแทกด้านล่างที่ใช้อัดแอสฟัลต์ คอนกรีตต้องอยู่ในสภาพดี และไม่สึกหรอมากกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดความหนาของใหม่
4.4 รถเกลี่ยปรับระดับ (Motor Grader)
รถเกลี่ยปรับระดับนี้ถ้าจําเป็นต้องนํามาใช้งาน จะต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มีล้อยาง ผิวเรียบ มีใบมีดยาวไม่น้อยกว่า 3.6 เมตร และมีความยาวของช่วงเพลา (Wheat Base) ไม่น้อยกว่า 4.8 เมตร การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.5 เครื่องจักรบดทับ
เครื่องจักรบดทับทุกชนิดจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ต้องมีน้ําหนักและคุณสมบัติอื่นๆ ถูกต้องตามที่ได้ระบุไว้ในรายละเอียดที่กําหนดสําหรับเครื่องจักรบดทับแต่ละชนิด น้ําหนักในการบดทับของ เครื่องจักรบดทับแต่ละชนิดจะต้องเหมาะสมกับชนิดและลักษณะของส่วนผสมความหนาของชั้นที่ ขั้นตอน
การบดทับและอื่นๆ เครื่องจักรบดทับต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ดําเนินไปได้โดยปกติไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบ และ คุณสมบัติอื่นๆ ตามกําหนด การกําหนดน้ําหนักเครื่องจักรบดทับ น้ําหนักในการบดทับของเครื่องจักรแต่ละคัน ตลอดจนการเพิ่มจํานวนเครื่องจักรบดทับจากจํานวนขั้นต่ําที่กําหนดไว้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน เครื่องจักรบดทับจะต้องประกอบด้วยเครื่องจักรชนิดต่างๆ ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้ได้จากผู้ ควบคุมงานก่อน โดยมีจํานวนอย่างน้อยดังต่อไปนี้
ก. รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คัน และรถบดสั่นสะเทือนชนิด 2 ล้อ จํานวน ไม่น้อยกว่า 1 คัน หรือรถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ ไม่น้อยกว่า 2 คัน ในกรณีที่ไม่มีบทสั่นสะเทือน
น. รถบดล้อยาง ไม่น้อยกว่า 3 คัน รายละเอียดของเครื่องจักรชนิดต่างๆ เป็นดังนี้
4.5.1 รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ (Steel-Tired Tandem Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 8 ต้น และสามารถเพิ่มน้ําหนักได้จนมีน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน จะต้องมีน้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบดไม่ น้อยกว่า 37.9 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถขับเคลื่อนเดินหน้าและถอยหลังได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุด และการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อเหล็กทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรงตาม แนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบไม่เป็นร่อง (Groove) อีกเป็นหลุมหรือเป็นรอยบุ๋ม (Pit) สลักยึดล้อ (king Pin) และลูกปืนล้อ (Wheel Bearing) ต้องไม่สึกหรอมากเกินไปจนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา (Sprinkler System) มีอุปกรณ์ตราดผิวล้อเหล็ก (Scraper) และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ํา สําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้การได้ดี และถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อ
າລະນາກັບ
4.5.2 รถบดล้อยาง (Pneumatic-Tired Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 คัน และ สามารถเพิ่มน้ําหนักได้ มีล้อยางไม่น้อยกว่า 7 ล้อ ล้อรถบดต้องเป็นชนิดผิวหน้าเรียบ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ของล้อ (Rira Diameter) ไม่น้อยกว่า 500 มิลลิเมตร มีผิวหน้าล้อยางกว้างไม่น้อยกว่า 225 มิลลิเมตร มีขนาด
และจํานวนชั้นผ้าใบเท่ากันทุกล้อ ส่วนล้อและเพลาเคลื่อนตัวขึ้นลงได้อิสระอย่างน้อย 1 แถว มีแรงอัดที่ผิวหน้า สัมผัสของล้อรถบดขณะบดอัดไม่มากกว่า 620 กิโลปาสกาล (90 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และต้องมีถังน้ํา มีระบบ ฉีดน้ํา มีอุปกรณ์ตราดผิวล้อยาง และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ําสําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้ได้ ดีและถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะปิดทับ รถบดล้อยางขณะใช้ งานจะต้องมีความดันลมยางเท่ากันทุกล้อ โดยอนุญาตให้มีความดันลมยาง แต่ละล้อแตกต่างกันได้ไม่เกิน 35 กิโลปาสกาล (5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
4.5.3 รถบดสั่นสะเทือน (Vibratory Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 4 ตัน สําหรับบด ทับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตหนาไม่เกินชั้นละ 35 มิลลิเมตร และต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 6 ตัน สําหรับบดทับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตหนาตั้งแต่ชั้นละ 40 มิลลิเมตรขึ้นไป โดยอาจเป็นแบบสั่นสะเทือนล้อ เดียวหรือสองล้อก็ได้ ต้องมีความถี่การสั่นสะเทือน (frequency) ไม่น้อยกว่า 33 เฮิรตซ์ (2,000 รอบต่อ 16
เขียนแบบ
สถาปนิก
Pront
an
REA
เห็นรอบ
กระ
กรส่วน์
จังหวัดชิ
กอง พ JYVÄRTANSGROHE
แบบแสดง
มาตรฐานงานแสด คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
(นายจีระศักดิ์ ปานมณี )
VI
ผู้ร่วยนาย
างยมแบบ
( นายพีรพงษ์ ป
สถาปนิกปฏิการ
AOHANN
( นายก วง
อนันตาภรณ์
วิศวกร โนรา านาญการ
( นายศราวุธ แสง) วิศวะ โยสารวญการ ศษ
نه
( นายเกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
( นายชัย ห นิ ) ผู้อ่านวยการกองร่าง
( นางสาวศรีสุราล ทอง) รอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
لنا
( นายภัทร ใจนอน) ปลิตร การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
( นายมนชัย วัฒน์ธนาฒย์ ) นายกอง การป หารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
SURIDÁN
บ
H VAN O
14
นาที) และมีระยะเต้น (Amplitude) ระหว่าง 0.20-0.80 มิลลิเมตร มีน้ําหนักต่อความกว้างของรถบดไม่น้อย กว่า 22 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถบดทับโดยการเดินหน้าและถอยหลัง ได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุดและการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรง แนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียน ไม่ลึกเป็นหลุมหรือเป็นรอยบุ๋ม สลักล้อและลูกปืนล้อต้องไม่สึกหรอมาก เกินไป จนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา มีอุปกรณ์คราดผิวล้อ และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและ เกลี่ยกระจายน้ําเลี้ยงล้อรถบด เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะบดทับ มีระบบการ สั่นสะเทือนที่อยู่ในสภาพดี
4.6 เครื่องพ่นแอสฟัลต์ (Asphalt Distributor)
ต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองมีถังบรรจุแอสฟัลต์ติดตั้งบนรถบรรทุกหรือรถพ่วง และ
ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่จําเป็นในการใช้งาน ดังนี้
4.6.1 ไม้วัด (Dipstick) หรือเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ในถัง
4.6.2 หัวเผาให้ความร้อนแอสฟัลต์ (Burner)
4.6.3 เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิแอสฟัลต์ (Thermometer)
4.6.4 ปั้มแอสฟัสต์ (Asphalt Pump)
4.6.5 เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย (Power Unit)
4.6.6 ท่อพ่นแอสฟัลต์ (Spray Bar) พร้อมหัวฉีด (Nozzle)
4.6.7 ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือ (Hard Spray
4.6.8 อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัสต์ (Bitumeter)
4.6.9 ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ (Asphalt Tank)
เครื่องพ่นแอสฟัลต์ต้องมีระบบหมุนเวียน (Circulating System) มีปั๊มแอสฟัลต์ที่สามารถใช้ได้ดี ตั้งแต่กับแอสฟัลต์เหลวจนถึงแอสฟัลต์ซีเมนต์ และต้องทํางานได้ดังนี้
(1) คูตแอสฟัลต์เข้าถึงได้
(2) หมุนเวียนแอสฟัลต์ในท่อพ่นแอสฟัลต์ และในถังบรรจุแอสฟัลต์ได้
(3) พ่นแอสฟัลต์ผ่านทางท่อพ่นแอสฟัลต์ หรือผ่านท่อพ่นแอสฟัสต์แบบมือถือได้
(4) ดูดแอสฟัลต์จากถังบรรจุหรือท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือเข้าสู่ถังได้
(5) ปั๊มแอสฟัลต์จากถังบรรจุประจํารถพ่นแอสฟัสต์ไปยังถังเก็บแอสฟัลต์ภายนอกได้ (6) เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย ต้องมีมาตรบอกความดัน หรืออื่นๆ
ความดัน หรืออื่นๆ
เครื่องปั้มแอสฟัลต์ ต้องติดเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ที่ผ่านปั๊ม โดยวัดเป็นรอบหรือวัดเป็น
ท่อพ่นแอสฟัลต์ อาจประกอบด้วยท่อหลายท่อนต่อกัน มีหัวฉีดติดตั้งโดยมีระยะห่างระหว่าง หัวฉีดเท่าๆ กัน หัวฉีดปรับทํามุมกับท่อพ่นแอสฟัสต์ได้ และต้องมีอุปกรณ์ปิดเปิดได้ ท่อพ่นแอสฟัลต์ต้องเป็น แบบที่แอสฟัลต์หมุนเวียนผ่านได้ เมื่อใช้งานต้องมีความดันสม่ําเสมอตลอดความยาวของท่อและสามารถปรับ ความสูงและความกว้างในการพ่นแอสฟัลต์ได้
ท่อพ่นแอสฟัสต์แบบมือถือที่เคลื่อนที่ได้อิสระ ต้องเป็นแบบใช้หัวฉีด ใช้พ่นแอสฟัลต์บนพื้นที่
ที่รถพ่นแอสฟัลต์เข้าไปไม่ได้
อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ ประกอบด้วยล้อวัดความเร็ว (ล้อที่ห้า) ต่อสายเชื่อมไปยัง มาตรวัดความเร็วในเก๋งรถ มาตรวัดความเร็วนี้ต้องวัดความเร็วเป็นเมตรต่อนาที หรือฟุตต่อนาที พร้อม ทั้งนี้มีตัวเลขบอกระยะทางรวมที่รถวิ่ง
ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ เป็นชนิดมีฉนวนหุ้มป้องกันความร้อน ภายในถังประกอบด้วยท่อนํา ความร้อนจากหัวเผา (หนึ่งหัวเผาหรือมากกว่า) มีแผ่นโลหะช่วยกระจายความร้อน มีท่อระบายแอสฟัลต์ ที่ถัง ต้องมีเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์เป็นแบบไม้วัด หรือเข็มวัดบอกปริมาณหรือทั้งสองชนิด มีเทอร์โมมิเตอร์วัด อุณหภูมิเป็นแบบหน้าปัทม์ (Dial) หรือแบบแท่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Armoured Thermometer) หรือทั้ง สองชนิด ที่อ่านได้ละเอียดถึง 1 องศาเซลเซียส
อุปกรณ์สําหรับเครื่องพ่นแอสฟัลต์ต่างๆเหล่านี้ ก่อนนําไปใช้งานต้องตรวจสอบให้อยู่ในสภาพ ใช้งานได้ดี การตรวจสอบและตรวจปรับอุปกรณ์ต้องดําเนินการตามวิธีที่กําหนด ซึ่งแอสฟัลต์ที่พ่นออกมา จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างและความยาวและเมื่อตรวจสอบโดยวิธีทดสอบหาปริมาณแอสฟัลต์
ซีเมนต์ที่ล
ที่ลาดตามขวางและตามยาว จะต้องถูกต้องตามข้อกําหนดกล่าวคือปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ลาดตาม ขวางคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 17 และปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ลาดตามยาวคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ
15 ตามลําาดับ
4.7 เครื่องจักรและเครื่องมือทําความสะอาดพื้นที่ที่จะก่อสร้าง
4.7.1 รถบรรทุกน้ํา (Water Truck) ต้องอยู่ในสภาพดี มีท่อพ่นน้ําและอุปกรณ์ฉีดน้ําที่ใช้การได้ดี 4.7.2 เครื่องกวาดฝุ่น (Rotary Broom) อาจเป็นแบบลาก แบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองหรือแบบ ติดตั้งที่รถไถนา (Farin Tractor) หรือรถอื่นใด แต่ต้องเป็นแบบไม้กวาดหมุน โดยเครื่องกล ขนไม้กวาดอาจทํา ด้วยไฟเบอร์ ลวดเหล็ก ไนล่อน หวาย หรือวัสดุอื่นๆ ที่เหมาะสมโดยความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน ทั้งนี้ต้องมี ประสิทธิภาพพอที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด
4.7.3 เครื่องเป่าลม (Blower) เป็นแบบติดตั้งที่รถไถนาหรือรถอื่นใด มีใบพัดขนาดใหญ่ ให้กําลัง ลมแรงและมีประสิทธิภาพพอเพียงที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด
4.8 เครื่องมือประกอบ
4.8.1 เครื่องมือปิดทับแบบสั่นสะเทือนขนาดเล็ก (Sinall Vibratory Cowpactor) ต้องมีขนาด น้ําหนักเหมาะสมที่จะใช้บดทับแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่รถบดไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้ หรือใช้ในงาน
ซ่อมขนาดเล็ก การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.8.2 เครื่องมือกระทั่งแอสฟัลต์คอนกรีต (Hand Tamper) ต้องเป็นแบบและมีขนาดน้ําหนัก เหมาะสม ที่จะใช้กระทั่งอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เครื่องบดทับขนาดเล็กเข้าไปบดทับไม่ได้ หรือใช้งานซ่อม ขนาดย่อย การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
48.3 เครื่องมือตัดรอยต่อ อาจเป็นแบบติดกับรถบดล้อเหล็กหรือเป็นแบบรถเข็นขนาดเล็ก หรือ จะมีทั้ง 2 แบบก็ได้ หรือมีแบบอื่นๆ ซึ่งสามารถตัดแนวรอยต่อได้เรียบร้อย ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุม
งาน
い
เขียนแบบ
สถาป
aaama
Arant
Pr
ตรวจ
เห็นชอบ
จังหวัดพิษ
กร จากส่วน ใก
กองฟาง ย ร า
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอน
(Asphalt Concrete)
( นายก ปาหมณ์) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
MPENBARNE
(นายพีรพงษ์ ฟัง )
สถาปนิกปฏิ mea
( นาย ธนันดากรณ์) วิวกรโยธาชานาญการ
(นายศราวุธ แสงทา) วิวกรโยธา ร่านาญการ ศษ
لم
4 นายเกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่าย
รวจและออกแบบ
(นาชัย หล่อ )
ชานิ่ว
ทางกองร่าง
( นางสาว ทาทอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด โลก
เห็นรอบ
en
( นายภัทร ใจ จม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
(นายมน ย ล นา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
16
4
4.8.4 เครื่องมือเจาะตัวอย่าง อาจเป็นชนิดใช้เครื่องยนต์หรือใช้ไฟฟ้าที่สามารถใช้เจาะตัวอย่างที่มี ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร ได้อย่างเรียบร้อย
4.8.5 ไม้บรรทัดวัดความเรียบ (Straight-edge) ต้องเป็นไม้บรรทัดวัดความเรียบที่มีขนาด เหมาะสม มีความยาว 3.00 เมตร
เครื่องจักร เครื่องมือ หรืออุปกรณ์อื่นใด นอกเหนือจากที่กําหนดไว้แล้วข้างต้น การนํามาใช้งาน และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
5. การเตรียมการก่อนการก่อสร้าง
5.1 การเตรียมสถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุ
สถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุจะต้องเหมาะสม มีบริเวณกว้างพอที่จะดําเนินการได้โดยสะดวก
นอกจากนั้นจะต้องจัดให้มีการระบายน้ําที่ดี อันจะเป็นการป้องกันมิให้มีน้ําท่วมสองวัสดุได้ พื้นที่สําหรับกอง วัสดุที่นํามาใช้งานจะต้องสะอาดปราศจากวัสดุไม่พึงประสงค์ เช่น วัชพืช สิ่งสกปรกอื่นๆ ควรรองพื้นด้วยวัสดุ หินหรือปูด้วยแผ่นวัสดุที่เหมาะสม สถานที่กองวัสดุจะต้องราบเรียบได้ระดับพอควร การกองวัสดุแต่ละ ขนาด จะต้องกองแยกไว้อย่างชัดเจน โดยการกองแยกให้ห่างกันตามสมควรหรือทํากุ้งกั้นไว้เพื่อป้องกันวัสดุที่ จะใช้แต่ละชนิด แต่ละขนาด ไม่ให้ปะปนกัน หรือปะปนกับวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ การกองวัสดุต้อง ดําเนินการให้ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเกิดการแยกตัวโดยการกองวัสดุเป็นชั้นๆ สูงชั้นละไม่เกินความสูงของ กองวัสดุทองเดี่ยวๆ เมื่อเทจากรถบรรทุกเทท้ายคันหนึ่งๆ ถ้าจะกองวัสดุขั้นต่อไปจะต้องแต่งระดับยอดกองให้ เสมอ และไม่ควรกองวัสดุสูงเป็นรูปกรวย
5.2 การเตรียมมวลรวมและวัสดุผสมแทรก
กองวัสดุที่ใช้ทุกชนิด จะต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้วัสดุเปียกน้ําฝน โดยการกองวัสดุในโรงที่มีหลังคา คลุม หรือคลุมด้วยผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นๆที่เหมาะสม หรือโดยวิธีอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน วัสดุที่ใช้ทุกชนิดเมื่อป้อนเข้าโรงงานผสม ต้องไม่มีความชื้นเกินกําหนด ตามข้อแนะนําของบริษัทผู้ผลิตโรงงาน
ผสมที่ใช้งานนั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้โรงงานผสมทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มวลรวมที่ใช้แต่ละชนิด ก่อนนําไปใช้งานจะต้องบรรจุอยู่ในยังหินเย็น แยกกันแต่ละยัง และการผสม มวลรวมแต่ละชนิดจะต้องดําเนินการโดยผ่านยังหินเย็นเท่านั้น ห้ามนํามาผสมกันภายนอกยังหินเย็นในทุกกรณี
วัสดุผสมแทรก หากนํามาใช้จะต้องแยกใส่กุ้งวัสดุผสมแทรกโดยเฉพาะ การป้อนวัสดุผสมแทรกจะต้อง แยกต่างหากโดยไม่ปะปนกับวัสดุอื่นๆ และจะต้องป้อนเข้าห้องผสมโดยตรง
5.3 การเตรียมแอสฟัลต์ซีเมนต์
แอสฟัลต์ซีเมนต์ในถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อผสม กับมวลรวมที่โรงงานผสมจะต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 159 + 8 องศาเซลเซียส หรือมีอุณหภูมิที่แอสฟัลต์ ซีเมนต์ มีความหนืด 170 + 20 เซนติสโตกส์ (Centistokes) หรือมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสม เฉพาะงาน การจ่ายแอสฟัลต์ซีเมนต์ไปยังห้องผสม จะต้องเป็นไปโดยต่อเนื่องและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด สม่ําาเสมอตลอดเวลา
5.4 การเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง
เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดตามที่ระบุไว้ในข้อ 4 ที่นํามาใช้งานต้องมีสภาพใช้งาน ได้ดี โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบและหรือตรวจปรับ ตามรายการและวิธีการที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ก่อน เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดต้องมีจํานวนพอเพียงที่จะ อํานวยให้การก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ดําเนินไปโดยต่อเนื่อง ไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก และในระหว่าง
การก่อสร้างจะต้องบํารุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอตลอดระยะเวลาทํางาน
5.5 การเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง
5.5.1 รองพื้นทาง พื้นทาง หรือไหล่ทาง จะต้องเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตาม รูปแบบก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ กรณีรองพื้นทางหรือพื้นทางหรือไหล่ทางมีความเสียหายเป็นคลื่น เป็นหลุมบ่อ มีจุดอ่อนตัว (Soft Spot) หรือไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อนโดยได้รับความ เห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
5.5.2 ผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับมีผิวหน้าไม่สม่ําเสมอ หรือเป็น คลื่น และไม่มีการทําชั้นปรับระดับ ให้ปรับแต่งให้สม่ําเสมอ ถ้ามีหลุมบ่อ รอยแตก จุดอ่อนตัวหรือความ เสียหายของชั้นทางใดๆ จะต้องตัด หรือขุดออก แล้วปะซ่อม หรือชุดซ่อมแล้วแต่กรณี แล้วบดทับให้แน่นและมี ผิวหน้าที่เรียบสม่ําเสมอ โดยให้มีระดับและความลาดถูกต้องตามแบบ วัสดุที่นํามาใช้จะต้องมีคุณภาพดี ขนาด และปริมาณวัสดุที่ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะความเสียหายและพื้นที่ที่จะซ่อม
5.5.3 พื้นทางหรือไหล่ทาง ที่มี ไพรมโคท (Prime Coat หลุดหรือเสียหาย ต้องแก้ไขใหม่ให้ เรียบร้อยตามวิธีการที่ผู้ควบคุมงานกําหนด แล้วทิ้งไว้จนครบกําหนดเวลาบ่มตัวของแอสฟัลต์ที่ใช้ซ่อมก่อน จึง ทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับได้
5.5.4 พื้นทางหรือไหล่ทางที่ทํา ไพรมโคท ทิ้งไว้ มีผิวหลุดเสียหายเป็นพื้นที่ต่อเนื่องมากเกินกว่าที่ จะซ่อมตามข้อ 5.5.3 ให้ได้ผลดี ให้พิจารณาคราย (Scarify) พื้นทางหรือไหล่ทางนั้น แล้วบดทับใหม่ให้ได้ความ แน่นตามที่กําหนด แล้วทําไพรมโคทใหม่ทิ้งไว้จนครบกําหนดเวลาบ่มตัวของแอสฟัลต์ที่ใช้ทําไพรมโคทก่อน จึง ทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับได้
5.5.5 พื้นทางหรือไหล่ทางที่ทําไพรมโคททิ้งไว้นาน โดยไม่ได้ทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตตาม ขั้นตอนการก่อสร้างปกติ แต่ไพรมโคทไม่หลุดเสียหายก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับอาจพิจารณาให้ ทําแทคโคท (Tack Coat) โดยให้ดําเนินการตาม บทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat) ทั้งนี้ให้อยู่ ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
5.5.6 ในงานเสริมผิวทาง (Overlay) ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเดิมซึ่งเกิดการยุบตัว Say and Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว ให้ดําเนินการดังนี้
(1) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะ ส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปูรวมไปพร้อมกับการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลย พินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนารวมเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบด้วยหรือเป็นแอ่งก่อน
(2) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร
13
39
เรียนแบบน
สถาปนิก
Aont
aom
31
RA
เห็นชอบ
คร
หารส
พกกก น วั น ได กองทาง heir dre
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
( นายพีระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายช้างเรียบแบบ
นายพีรพงษ์ ก
สถาปนิกป
( นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์ ) วิศวกรโยธา านาญการ
( นายสราวุด แส ศวกรโยธา นาญการพิเศษ
นายเกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าฝาย ววจและรรณแบบ
( นา ชัย หล่อนิมิต
บ้านวยการกองง
รองปลัดองค์การ หาร จังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
ex
(นายการ ในลม) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Okr
( นายมนต์ชัย วัฒน์ธน) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก-
KATÁRA
ช่น เทพ ป
4
การแยกปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต นี้ให้บด ทับด้วยรถบดล้อยางจนได้ความแน่นตามที่กําหนด แล้วจึงปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป
5.5.7 รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ต้องสะอาดปราศจากฝุ่น วัสดุสกปรก หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ ปะปน
5.5.8 การทําความสะอาดรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตทับ โดยการกวาดฝุ่น วัสดุหลุดหลวม ทรายที่สาดทับไพรมโคท สําหรับพื้นทางหรือไหล่ ทางออกจนหมดด้วยเครื่องกวาดฝุ่น ต้องปรับอัตราเร็วการหมุนและน้ําหนักกดที่กดลงบนรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทางหรือผิวทางลาดยางเดิมให้พอดี โดยไม่ทําให้รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางเดิมเสียหาย เสร็จ
แล้วให้ใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกจนหมด
5.5.9 กรณีที่มีคราบฝุ่นหรือวัสดุจับตัวแข็งอยู่ที่พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะทํา ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ให้กําจัดคราบแข็งดังกล่าวออกโดยการใช้เครื่องมือใดๆ ที่เหมาะสมตามที่ผู้ ควบคุมงานกําหนดหรือเห็นชอบ ขูดออก ล้างให้สะอาด ทิ้งไว้ให้แห้ง ใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาด แล้วใช้เครื่อง เป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกให้หมด
5.5.10 ผิวทางลาดยางเดิมที่มีแอสฟัลต์เยิ้ม ก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับจะต้องแก้ไขให้ เรียบร้อยก่อน โดยการปาดแอสฟัลต์ที่เยิ้มออก หรือโดยวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานกําหนดหรือ เห็นชอบ
5.5.11 ผิวทางลาดยางเดิมหรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใดๆ ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ทับ จะต้องทําแทคโคทก่อน โดยให้ดําเนินการตาม บทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
5.5.12 ขอบของโครงสร้างคอนกรีตใดๆ หรือผิวหน้าตัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตเดิมที่ต่อเชื่อม กับ แอสฟัลต์คอนกรีตที่จะก่อสร้างใหม่ จะต้องทําแทคโคทก่อน โดยให้ดําเนินการตามมทช.227 มาตรฐานงาน
แทคโคช (Tack Coat)
5.5.13 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอย แตกและรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลม เป่าฝุ่นออกให้หมด แล้วทําแทคโคท โดยให้ดําเนินการตาม มทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
6. วิธีการก่อสร้าง
6.1 การควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม
การดําเนินการควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 6.1.1 การควบคุมคุณภาพส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต มวลรวมและแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมี คุณสมบัติตามข้อ 1 คุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตต้องสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงานที่ ได้กําหนดขึ้นสําหรับแอสฟัลต์คอนกรีตนั้นๆ สูตรส่วนผสมเฉพาะงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุผลในข้อ 3.5
และ ข้อ 3.6
6.1.2 การควบคุมเวลาในการผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต โรงงานผสมต้องมีเครื่องตั้งเวลาและ ควบคุมเวลาแบบอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งและปรับเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกได้ตามต้องการ
สําหรับโรงงานผสมแบบชุด ระยะเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกควรใช้ประมาณ 15 วินาที และ 30 วินาที ตามลําดับ
สําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง ระยะเวลาในการผสมให้คํานวณจากสูตรตามข้อ 4.1.11 (3) ในการ ผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตโดยโรงงานผสมทั้ง 2 แบบ ต้องได้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่สม่ําเสมอ ใน กรณีที่ผสมกันตามเวลาที่กําหนดไว้แล้ว แต่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังผสมกันได้ไม่สม่ําเสมอตามต้องการ ก็ให้เพิ่มเวลาในการผสมขึ้นอีกก็ได้ แต่เวลาที่ใช้ในการผสมทั้งหมดต้องไม่เกิน 60 วินาที ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน การกําหนดเวลาในการผสมของโรงงานผสมใดๆให้กําหนดโดยการทดสอบหาปริมาณที่ แอสฟัลต์เคลือบผิวนวลรวม ตามวิธีการทดสอบ AASHTO T 195 “Determining Degree of Particle Coating of Bituminous-Aggregate Mixtures โดยให้ถือหลักเกณฑ์กําหนดตามตารางที่ 5
ตารางที่ 5 ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวนวลรวม
ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวมร้อยละโดยพื้นที่
ชั่นทวง แอสฟิลด์คอนกรีต
พื้นทาง
ผิวทาง รองผิวทาง ไหล่ทาง ปรับระดับ
ไม่น้อยกว่า 90
ไม่น้อยกว่า 95
6.1.3 การควบคุมอุณหภูมิของวัสดุก่อนการผสมและอุณหภูมิของส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต
(1) มวลรวม ก่อนการผสมต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 163 18 องศาเซลเซียส และมี ความชื้นไม่เกินร้อยละ 1 โดยมวล และขณะผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ จะต้องมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร ส่วนผสมเฉพาะงาน
(2) แอสฟัลต์ซีเมนต์ ขณะเก็บในถังเก็บรอใช้งานต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อจะผสมกับมวลรวมต้องให้ความร้อนเพิ่มจนได้อุณหภูมิ 159 28 องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิที่แอสฟัลต์ ซีเมนต์ มีความหนืด 170 220 เซนติสโตกส์ (Centistokes) หรืออุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสม
เฉพาะงาน
(3) แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมเสร็จ ก่อนออกจากห้องผสมจะต้องมีอุณหภูมิระหว่าง121-168 องศาเซลเซียส หรือตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ถ้ามีอุณหภูมิแตกต่างไปกว่าที่กําหนดนี้ ห้ามนํา
ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวไปใช้งาน
(4) ต้องมีการบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่ผ่านหม้อเผา อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ขณะก่อน ผสมกับมวลรวม และอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน โดยใช้เครื่องบันทึก อุณหภูมิแบบอัตโนมัติ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา และผู้รับจ้างจะต้องส่งบันทึกรายการอุณหภูมิ ดังกล่าวประจําวัน แก่ผู้ควบคุมงานทุกวันที่ปฏิบัติงาน
(5) การวัดอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่อยู่ในรถบรรทุก ต้องใช้เครื่องวัดอุณหภูมิที่ อ่านอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว การวัดอุณหภูมิให้วัดผ่านรูที่เจาะไว้ข้างกระบะรถบรรทุกทั้ง 2 ด้าน ที่ประมาณ
19
เขียนแบบ
sornsir
การส
งหวัดที่
ก า ร
ยง N
แบบแสดง
มาตรฐานงานเอสพี คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี ผู้ช่วยนายช่างบนแบบ
นายพรพงษ์ คีบฟัง
สถา นักปฏิบั การ
nt
( มา วง ปันกรณ์
วิศวกรโยธา านาญการ
Aa n
{ นายสราวุธ แสงท
วิศวกรโยธา านาญการ
PA
(นาย เสก บุญช่วย) หัวหน้ายาง และออน
AMA
เห็นชอบ
( นาย ชัย หล่อนิมิต ) บ้านวยการกองพ
c
- ง มา สุรา ๆ ลง ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
ยม
( นาย ทร ใจม ปลอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
( นายมน ย ม นา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ANN
Bif they i
14
กึ่งกลางความยาวของกระบะ และสูงจากพื้นกระบะประมาณ 150 มิลลิเมตร การวัดอุณหภูมิให้วัดจาก รถบรรทุกทุกคันแล้วจดบันทึกอุณหภูมิไว้
6.2 การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจากโรงงานผสมไปยังสถานที่ก่อสร้าง ต้องใช้รถบรรทุกที่เตรียมไว้แล้ว โดยถูกต้องตามข้อ 4.2 ในการขนส่งจะต้องมีผ้าใบ หรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกันน้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ
6.3 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องใช้เครื่องปูที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.3 โดยต้องผ่านการ ตรวจสอบ ตรวจปรับ และอนุญาตให้ใช้ได้แล้วจากผู้ควบคุมงาน การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้อง คํานวณความเร็วของเครื่องปูให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ การปูจะต้อง ดําเนินการไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ด้วยความเร็วการปูที่สม่ําเสมอ ปริมาณส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออก จากเตารีดของเครื่องปู จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างของพื้นที่ที่ปู โดยขณะปูควรป้อนส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตจากกระบะบรรจุผ่านไปยังเกลียวเกลี่ยจ่ายทั้ง 2 ข้าง จนถึงส่วนเตารีดโดยสม่ําเสมอ มี ระดับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตคงที่ และในการปฏิบัตินี้ให้เป็นไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ในส่วนของเตารีด อัตราเร็วการกระแทกของคานกระแทก และจํานวนรอบการสั่นสะเทือนของเตารีดแบบสั่นสะเทือนตลอดจน
ระยะเต้นจะต้องคงที่ และใช้ให้เหมาะสมกับชนิดลักษณะของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตความหนาของชั้นทาง และอื่นๆ ในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ผิวหน้าของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ขณะยังไม่ได้บดทับ จะต้องมีลักษณะผิวหน้าที่มีความเรียบ ความแน่น สม่ําเสมอทั้งทางด้านตามขวางและตามยาว โดยไม่มีรอยอีก (Tearing) ร้อยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหรือลักษณะความ เสียหายอื่นๆ ขณะปูหากปรากฏว่ามีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขในทันที ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ มีลักษณะจับตัวเป็นก้อนแข็ง ห้ามนํามาใช้
6.3.1 สภาพผิวชั้นทางก่อนการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องแห้ง ห้ามปูส่วนผสมแอสฟัสต์
คอนกรีตขณะฝนตกหรือเมื่อผิวชั้นทางที่จะปูเปียกชื้น
6.3.2 อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขณะปู ไม่ควรคลาดเคลื่อนไปจากอุณหภูมิเมื่อออกจาก โรงงานผสมที่กําหนดให้โดยผู้ควบคุมงาน เกินกว่า 14 องศาเซลเซียส แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ต่ํากว่า 120 องศา เซลเซียส การตรวจวัดอุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูแล้วบนถนน จะต้องดําเนินการเป็นระยะๆ ตลอดเวลาของ การปูหากปรากฏว่าอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ให้ตรวจสอบหาสาเหตุและ
แก้ไขโดยทันที
6.3.3 การวางแนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ก่อนการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทุกชั้น จะต้องวางแนวขอบชั้นทางที่จะปูก่อน โดยการใช้เชือกขึงวางแนว และยึดติดกับพื้นที่ที่จะปูส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตให้แน่น หรือวิธีการกําหนดแนวอื่นใดที่เหมาะสมตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ จะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรกของชั้นทางแต่ละชั้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ตรง แนวเรียบร้อยตามแบบ การดําเนินการนี้ไม่รวมถึงการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตติดกับคันหิน (Curb) และร่อง ระบายน้ํา (Gutter) หรือส่วนของโครงสร้างใดๆ ที่มีแนวถูกต้องตามแบบอยู่แล้ว
6.3.4 ลําดับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้อง ดําเนินการปูช่องจราจรหลักหรือทางตรงก่อน ส่วนช่องจราจรหรือบริเวณอื่นๆ เช่นทางแยก ทางเชื่อม ส่วน ขยาย หรือบริเวณย่อยอื่นๆ ให้ดําเนินการภายหลัง
6.3.5 การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง รอยต่อตามขวางหมายถึง แนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามขวางที่ปลายแปลงก่อสร้างที่สิ้นสุดการก่อสร้างประจําวัน การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง อาจดําเนินการได้
2 วิธี คือ
(1) การใช้ไม้แบบ โดยใช้ไม้แบบที่มีความหนาเท่ากับความหนาของชั้นทางที่ปู วางที่จุดสิ้นสุด ของการปูแต่ละแปลงให้ตั้งฉากกับแนวการปู เมื่อปูแอสฟัลต์คอนกรีตถึงไม้แบบนี้ให้ปูเลยไปเป็นทางลาดที่มี
ความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ยวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่านและอาจอนุญาตให้ใช้ทรายรองพื้นส่วนสายได้เพื่อ
ความสะดวกในการลอกแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เป็นทางลาดออก โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
(2) การใช้กระดาษแข็งสําเร็จรูปหรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปใดๆ ที่ใช้สําหรับทํารอยต่อตามขวาง โดยเฉพาะ ซึ่งใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์และผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยนํามาวางที่จุดสิ้นสุดของการปูแต่ละ แปลงให้ตั้ง
ตั้งฉากกับแนวการปู แล้วปูแอสฟัลต์คอนกรีตทับเป็นทางลาดที่มีความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ ยวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่าน
เมื่อจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อจากรอยต่อตามขวางนั้น ก็ให้ยกไม้แบบ แผ่นกระดาษแข็ง หรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปนั้น รวมทั้งชั้นทางส่วนที่เป็นทางลาดออกไป ตรวจสอบระดับด้วยไม้บรรทัดวัดความ เรียบ หากระดับหรือความหนาของชั้นทางส่วนใดไม่ถูกต้องตามแบบ ให้ตัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนนั้น
ออกไปจนถึงชั้นทางส่วนที่มีระดับและความหนาถูกต้องตามแบบด้วยเครื่องตัดรอยต่อแอสฟัลต์คอนกรีตให้ได้ แนวตรงและตั้งฉากโดยเรียบร้อย ก่อนที่จะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป ให้ทารอยต่อตามขวางนั้นด้วย แอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะปูใหม่ได้ดี การทารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ให้ดําเนินการ ตาม บทช.227: มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
ในกรณีที่การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหยุดชะงักด้วยเหตุใดก็ตามในระหว่างการก่อสร้าง ประจําวัน จนทําให้อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณหน้าเตารีดลดลงต่ํากว่าที่กําหนด ก็ให้ทํา
รอยต่อตามขวางที่บริเวณนั้นด้วย โดยให้ตัดรอยต่อถึงบริเวณที่มีความหนาตามแบบและได้บดทับเรียบร้อย
แล้ว โดยตัดให้ตั้งฉากพร้อมกับตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่ตัดออกทิ้งไป ให้ทารอยต่อตามขวางนั้น ด้วยแอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะปูใหม่ได้ดี การหารอยต่อด้วยแอสฟัลต์ให้ดําเนินการ ตาม มทบ.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อเชื่อมกับรอยต่อตามขวางในครั้งใดๆ เมื่อเริ่มส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตไปได้กระบะแรก ให้ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบระดับที่รอยต่อ หากไม่ได้ระดับ
ตามที่กําหนด ให้ดําเนินการแก้ไขโดยด่วนขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่นั้นยังร้อนอยู่
ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตแต่ละช่องจราจร รอยต่อตามขวางของการก่อสร้างชั้นทางที่ ช่องจราจรข้างเคียงต้องไม่อยู่ในแนวเดียวกัน โดยต้องก่อสร้างให้มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 5 เมตร ทั้งนี้เพื่อ ไม่ให้เกิดเป็นจุดอ่อนทําให้เกิดความเสียหายภายหลังได้
ในกรณีที่ปูแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น รอยต่อตามขวางของแต่ละชั้นจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า
5 เมตร และจะต้องห่างจากรอยต่อตามขวางของช่องจราจรข้างเคียงไม่น้อยกว่า 5 เมตร ด้วย
20
vallathray Tan
กอง ฝ่ายค้านราย
แบบแสดง
มาตรวจบงานแ ส ด นกได (Asphalt Conerate)
เขียนแบบ
สาป
ก
Baant
Baan
1779
เห็นชอบ
छैल
( นายก ปานมณี
รวบนายร่างเลียนแบบ
RE
( นายพีรพงษ์ บ ง )
สถาปนิกปฏิบั
( นาย ก
ชนันควร)
2 am โย ห า 47 การ
( นานาวุธ แสงเกตุ
ล่วรพร โยธา านาญการพิเศษ
(นายกรังไกล บุญช่วย) หัวหน้าน่าน ชาวละออกแบบ
{ บาย
ย ห ยนิมิต )
พู านวยการกองร่าง
นางสาว สุรes ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เ ม อบ
นายภัทร ใจม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
OK
( นาย น ย นั น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Fu u
kinca
14
D
3
LIN
6.3.6 การก่อสร้างรอยต่อตามยาว ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประกบกับชั้นทางช่องจราจร ข้างเคียงที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้วนั้น อาจทําได้ 2 วิธี คือ
(1) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลื่อมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร แล้วดันส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เหลื่อมเข้าไปนี้ให้ชนแนว รอยต่อ โดยให้สูงกว่าระดับที่ด้านนอกถัดไปให้มากพอที่เมื่อบดทับแล้ว รถบดจะไปอัดส่วนผสมแอสฟัลต์ติกคอ นกรีดตรงรอยต่อนั้นแน่นและเรียบได้ระดับสม่ําเสมอกับผิวชั้นทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
(2) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลื่อมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร อัดเม็ดวัสดุก้อนโตบริเวณที่เหลื่อมกันตรงรอยต่อนั้นออกทิ้งไป ซึ่ง เมื่อบดทับจะได้รอยต่อตามยาวที่แน่น ไม่ขรุขระ และเรียบได้ระดับสม่ําเสมอกับผิวทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
ก่อนจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ประกบกับชั้นทางของช่องจราจรที่ได้ดําเนินการ
เรียบร้อยแล้ว ให้ตัดแต่งรอยต่อตามยาวนั้นด้วยเครื่องมือตัดรอยต่อตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.8.3 โดยตัดให้ตั้งฉาก กับชั้นทางที่ปูพับ และรอยต่อนั้นจะต้องตรงแนว เรียบร้อย คม ไม่ฉีกขาด เสร็จแล้วให้ทารอยต่อนั้นด้วย แอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกันได้ดีกับชั้นทางที่ประกบ การหารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ ให้ดําเนินการ ตาม มทบ.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น แต่ละชั้นให้ก่อสร้างให้มีรอยต่อตามยาวเหลื่อมกัน ไม่น้อยกว่า 150 มิลลิเมตร ถ้าเป็นชั้นทาง 2 ช่องจราจร รอยต่อตามยาวของชั้นทางชั้นบนสุดให้อยู่ในแนวขอบ
ช่องจราจรตามแบบ
การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน โดยใช้เครื่องปูหลายเครื่อง การปูชั้น
ทางโดยเครื่องปูที่ตามหลัง ให้ปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเหลื่อมเข้าไปในชั้นทางที่กําลังปูโดยเครื่องปูเครื่อง หน้า 25-50 มิลลิเมตร ในกรณีเช่นนี้ไม่จําเป็นต้องตัดรอยต่อตามยาว และไม่ต้องทําแทคโคท
6.3.7 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในทางโค้ง ให้ปูช่องจราจรด้านโค้งในก่อนไปตามลําดับจนถึง โค้งนอก แต่ถ้าก่อสร้างในฤดูฝนจะต้องดําเนินการก่อสร้างให้เสร็จเต็มโค้งโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันน้ําขังบนชั้น
ทาง
6.3.8 การตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่ปูแล้วแต่ยังไม่ได้บดทับเป็นระยะๆ ช่วงละไม่เกิน 8 เมตร โดยให้ตรวจวัดความหนาตลอดความกว้าง ของชั้นทาง หากปรากฏว่าความหนาของชั้นทางคลาดเคลื่อนไปจากความหนาที่กําหนด ให้แก้ไขโดยทันที ขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด กรณีที่มีความหนาน้อยกว่าที่กําหนด ให้คราดผิว แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพถูกต้องมาปูเสริม เกลี่ยให้ได้ระดับสม่ําเสมอแล้วตรวจสอบระดับ
ให้ถูกต้อง
6.3.9 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้วยรถเกลี่ยปรับระดับ การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต บริเวณที่เครื่องปูไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้หรือไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปดําเนินการ อาจพิจารณาให้ใช้รถ เกลี่ยปรับระดับที่ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.4 ดําเนินการได้แล้วตรวจสอบด้วยไม้บรรทัดวัดความเรียบให้ได้
ระดับถูกต้อง ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
6.3.10 การปูด้วยแรงคน กรณีที่เป็นพื้นที่จํากัด หรือพื้นที่ที่ต้องการปรับระดับพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง และอื่น ๆ ที่เครื่องปูและรถเกลี่ยปรับระดับเข้าไปดําเนินการไม่ได้ ไม่เหมาะสมหรือไม่สะดวกที่จะเข้าไป
ดําเนินการ อาจพิจารณาใช้คนปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในบริเวณดังกล่าวได้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ ควบคุมงาน ในการใช้คนดําเนินการนี้ ให้ใช้พลั่วตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไปกองเรียงกันบนพื้นที่ที่ต้องการ ปู แต่ละกองเป็นกองเดี่ยวๆ ห้ามกองทับกันเป็นกองสูง เกลี่ยแต่งให้เรียบสม่ําเสมอ แล้วตรวจสอบด้วยไม้ บรรทัดวัดความเรียบให้ได้ระดับถูกต้อง
6.3.11 การตรวจสอบความเรียบในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตรวจสอบภาย หลังจากการบดทับเที่ยวแรก โดยใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบวางทาบไปบนผิวหน้าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต หากต้องเสริมแต่งปรับระดับใหม่ ให้ดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด
6.4 การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้องใช้เครื่องจักรบดทับที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.5 และจะต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้โดยปกติ ไม่ติดขัด หรือหยุดชะงัก เครื่องจักรบดพับต่างๆ ดังกล่าว ก่อนนําไปใช้งานจะต้องผ่านการตรวจสอบ ตรวจปรับ ให้ เหมาะสมตามรายการและวิธีการตามที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด และอนุญาตให้ใช้ได้จากผู้ควบคุมงาน
การปิดทับจะต้องกระทําทันทีหลังจากการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเริ่มปิดทับขณะที่ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังร้อนอยู่ โดยมีอุณหภูมิระหว่าง 120-150 องศาเซลเซียส เมื่อบดทับแล้ว จะต้อง ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตามแบบ ไม่มีรอยแตก รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง รอยคลื่น รอยล้อรถบด หรือความเสียหายของผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นๆ
6.4.1 หลักการปิดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทั่วๆไป ในกรณีที่ข้อกําหนดไม่ได้ระบุวิธีการบดทับเป็น อย่างอื่น การบดทันให้พิจารณาดําเนินการตามหลักการปิดทับดังนี้
ในเบื้องต้นให้บดทับรอยต่อต่างๆ ก่อนโดยทันที ต่อจากนั้นก็ให้บดทับขั้นต้น (Initial or Breakdown Rolling) โดยให้รถบดทับตามหลังเครื่องปูให้ใกล้ชิดเครื่องปูมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และในการ
บดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับต้องไม่มีรอยแตก ไม่มีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ต่อไปเป็นการบดทับขั้นกลาง (Intermediate Rolling) โดยให้บดทับตามติดการบดทับในขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด เท่าที่สามารถจะทําได้ และต้องดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิเหมาะสมที่จะทําให้ได้ ความแน่นตามที่กําหนด ต่อจากนั้นเป็นการบดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling) ซึ่งจะต้องดําเนินการขณะที่ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิที่รถบดจะสามารถลบรอยล้อรถบดทับที่ผ่านมาได้เรียบร้อย
ในการบดทับจะต้องเริ่มบดทับที่ขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่ําหรือด้านขอบนอกก่อน
แล้วจึงค่อยๆ บดทันเหลื่อมเข้าไปสู่ด้านเส้นแบ่งกึ่งกลางถนน เว้นแต่การบดทับช่วงการยกโค้ง ซึ่งจะต้องบดทับ ทางด้านต่ําก่อน แล้วจึงปิดทับเหลื่อมไปทางด้านสูง การบดทับแต่ละเที่ยวให้บดทับขนานไปกับเส้นแบ่งกึ่งกลาง ถนน และให้แนวบดทับเหลื่อมกัน (Overlap) ประมาณ 150 มิลลิเมตร แต่ถ้าปิดทับแล้วเกิดเป็นคลื่นตามขวาง หรือส่วนผสมเคลื่อนตัวเป็นแอ่งก็ให้เปลี่ยนเป็นบดทับเหลื่อมกันครึ่งหนึ่งของความกว้างของล้อรถบด การหยุด รถบดแต่ละเที่ยวของการปิดทับ ต้องไม่หยุดที่แนวเดียวกับรอยหยุดของรถบดเที่ยวก่อน แต่ควรหยุดรถบดให้ เหลื่อมกันเป็นระยะห่างพอสมควร
ในระหว่างการปิดทับ หากมีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ควรใช้น้ําหรือสาร สําหรับเคลื่อนล้อรถบดใดๆ ที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ พ่นล้อรถบดบางๆ เพียงเพื่อเคลือบผิวหน้าล้อ รถบดให้เปียกชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด หากหมดความจําเป็นแล้วให้เลิกใช้
เขียนแบบ
ordin
Aton
PEA
เห็นชอบ
องค์การบ
จังหวัดพิ
svými herénuf¢25m Pracy Tan กองชง
ป สตง
น
มาตรฐานงานแอฟ คอนกรีต (Asphalt Concrete)
+4
( นายก ปานมณี )
รวยนาย
าง ยนแ
الله كمر
( นายพีรพงษ์ รับฟัง ) สถาปนิกปฏิบัติ ทร
( นาย าง อนันตาภรณ์ ) สาวกรโยธา านาญการ
( บวรกุล แสง วิศวกร
โย ว านาญการ ศษ
o
( นายเกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
นาย น ท นิ อ้านวยการกองช่าง
(นางสาว ท ง ) รองปาย การบริหารส่วนจังหวัด : โลก เห็นชอบ
e
( นายภัทร ใจอม
ปลีก การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
( นายมน ย น นา ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
WE
37
us
A Av U
10
4
การปิดทับรถบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและสม่ําเสมอ โดยใช้ล้อขับ (Drive Wheet) นําหน้าให้ใกล้ชิดเครื่อง ปูมากที่สุด หากมีการเปลี่ยนความเร็วรถบดขณะปิดทับ จะต้องค่อยๆ เปลี่ยนความเร็วทีละน้อย ในช่องทางการ บดทับช่องทางใดๆ การบดทับเดินหน้าและถอยหลังให้อยู่ในแนวของทางการปิดทับเดียวกัน ก่อนเดินหน้าและ ถอยหลังรถบดจะต้องหยุดนิ่งก่อน ถ้าเป็นรถบดสั่นสะเทือนจะต้องหยุดการสั่นสะเทือนก่อนด้วย การเปลี่ยน แนวช่องทางบดทับจะต้องค่อยๆ เปลี่ยน โดยให้ไปเปลี่ยนบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่ได้บดทับและ
เย็นตัวแล้ว ห้ามเปลี่ยนบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับหรือที่ยังร้อนอยู่ การปิดทับช่องทางเด ทับถัดไปจะต้องขนานกับช่องทางเดิม การจอดรถบดขณะปิดทับหรือบดทับเสร็จแล้ว ให้จอดบนผิวชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เย็นตัวแล้ว ห้ามจอดบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ยังร้อนอยู่ ถ้าในการบดทับ ทําให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเกิดการเคลื่อนตัวออกไปต้องแก้ไขโดยด่วน โดยการคราดส่วนผสมแอสฟัลต์
คอนกรีตบริเวณดังกล่าวให้หลวม แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพและอุณหภูมิถูกต้องมาเพิ่ม
พร้อมกับแต่งระดับให้สม่ําเสมอได้ระดับถูกต้องแล้วจึงบดทันใหม่
6.4.2. ความเร็วของรถบดในการบดทับ ในการบดรับโดยทั่วๆ ไป รถบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและ สม่ําเสมอ ความเร็วสูงสุดที่ใช้ในการบดทับขึ้นอยู่กับชนิดของรถบด อุณหภูมิ ชนิด ลักษณะ และความหนาของ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ขั้นตอนการบดทับ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ความเร็วสูงสุดในการบดทับ สําหรับรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน รถบดล้อเหล็กแบบสั่นสะเทือนซึ่งบดทันโดยไม่สั่นสะเทือน และรถบด ล้อยาง ในการบดทับขั้นตอนต่างๆ ควรจะเป็นไปตามตารางที่ 6
ตารางที่ 6 ความเร็วของรถบดในการบดทับ
ความเร็วของการบดในการบดทับ
การบดพับชั้นต้น
กม./ชม. ไมล์/ชม.
การบดทับชั้นกลาง
กม./ชม. ไมล์/ชม.
ชนิดของรถบด
รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ
3
2
5
3
รถบดล้อยาง รถบดสั่นสะเทือน”
5
3
5
3
4-5
2.5-3
4-5
2.5-3
ตารางที่ 7 ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็ว ความถี่ และจํานวนครั้งการกระแทก
(ช่วงที่ควรใช้อยู่ในกรอบเส้นหีบ)
จ่านวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 เมตร
ริหาร
ความถี่การสั่นสะเทือน
ก า ห t กองทาง
เฮิรตซ์ (รอบต่อนาที)
(จํานวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 ฟุต)
30 (1,800)
45.0
33.8
27.0
22.5
19.3
(13.6)
(10.2)
(8.2)
(6.8)
(5.8)
33 (2,000)
50.0
37.5
30.0
25.0
21.4
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphdt Concrete)
(15.2)
(11.4)
(9.1)
(7.6)
(6.5)
37 (2,200)
55.0
41.3
33.0
27.5
23.6
เขียนบ
(16.7)
(12.5)
(10.0)
(8.3)
(7.1)
40 (2,400)
60.0
45.0
36.0
30.0
25.7
( นายจีระ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายทางเยบแบบ
(18.2)
(13.6)
(10.9)
(9.1)
(7.8)
สถาปนิก
43 (2,600)
65.0
48.8
39.0
32.5
27.9
( นาย พงษ์ บ า ง )
(19.7)
(14.8)
(11.8)
(9,8)
(8.4)
47 (2,800)
70.0
52.5
42.0
35.0
30.0
Arne
(21.2)
(15.9)
(12.7)
(10.6)
(9.1)
50 (3,000)
75.0
56.3
45.0
37.5
32.1
(22.7)
(17.0)
(13.0)
(11.4)
(9.7)
Arant
กม./ชม.
2.4
3.2
4.0
4.8
5.6
ความเร็ว ไมล์/ชม.
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
รถบ
ม/นาที
40.0
53.3
66.7
80.0
93.3
RA
ฟุต/นาที
132
176
220
264
308
( นามวงศ์ นิมากรณ์) วิศวกรโยธา านาญการ
ost
นายสรา แสง) รวกรโยธา านาญการพิเศษ
( นายเกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
لم
หมายเหตุ
**
การบดทับขั้นสุดท้าย
กม./ชม.
ไมล์/ชม.
5-
3*
8
5
รวมถึงรถบดสั่นสะเทือนบดทับโดยไม่สั่นสะเทือน / ดูตารางที่ 7 ประกอบ
ความเร็วสูงสุดของการปิดทับสําหรับรถบดสั่นสะเทือนที่มีความถี่ในการสั่นสะเทือนใดๆ ขึ้นอยู่
กับระยะกระแทกของล้อรถบด (Impact spacing) ซึ่งตามปกติระยะการกระแทกของล้อรถบดจะน้อยกว่าความ หนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่บดทับแล้ว ในการบดทับระยะกระแทกของล้อรถบดไม่ควรน้อยกว่า 10 ครั้ง ต่อระยะทาง 300 มิลลิเมตร (หรือ33 ครั้งต่อระยะทาง 1 เมตร) ที่รถบดเคลื่อนตัวไป สําหรับความเร็วที่ เหมาะสมในการบดทับของรถบดสั่นสะเทือนที่ความถี่การสั่นสะเทือนใดๆที่ใช้และระยะกระแทกของล้อรถบดที่
กําหนด ควรจะเป็นไปตามตารางที่ 7
6.4.3 การทําแปลงทดลองเพื่อกําหนดรูปแบบของการปิดทับ ก่อนเริ่มการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีต เพื่อให้ใช้เครื่องจักรปิดทับที่มีอยู่ได้ถูกต้องเหมาะสมต่องานและเกิดประโยชน์สูงสุด ควรทําแปลง ทดลองในสนามยาวประมาณ 100-150 เมตร เพื่อกําหนดรูปแบบของการปิดทับ (Patterns of Rolling) ที่ เหมาะสมกับชนิด จํานวน สภาพเครื่องจักรที่นํามาใช้งาน โดยเมื่อปิดทับเสร็จแล้วจะต้องได้ชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่มีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอ ได้ระดับความลาดตามแบบ และมีคุณสมบัติอื่นๆ ถูกต้องตามที่ กําหนด การทําแปลงทดลองบดทับนี้ให้ดําเนินการแก้ไข ปรับการใช้งาน หรือเพิ่มจํานวนเครื่องจักรบดทับได้ แล้วแต่กรณี จนกว่าจะสามารถบดทับได้ถูกต้องตามที่กําหนด และผู้ควบคุมงานเห็นชอบแล้ว จึงนําไปใช้เป็น บรรทัดฐานในการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในงานนั้นๆ ต่อไป ในระหว่างการก่อสร้าง หากมีการ เปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือเครื่องจักรบดทับที่ใช้งานและอื่นๆ ผู้ควบคุมงาน อาจพิจารณาให้ปรับปรุงแก้ไขหรือทําแปลงทดลองในสนาม เพื่อทดลองหาความเหมาะสมใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ให้อยู่ใน
ดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
การกําหนดรูปแบบการบดทับที่เหมาะสมสําหรับเครื่องจักรบดทับชุดโต ที่ใช้งานนั้น ให้ผู้รับจ้าง
ดําเนินการทดลองบดทับ เพื่อกําหนดขนาดพื้นที่บดทับที่สัมพันธ์กับกําลังผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตของ โรงงานผสม อัตราการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเพื่อทราบจํานวนเที่ยวการบดทับเต็มผิวหน้าชั้นทาง
22
TTA
เห็นชอบ
(นาย พล พ
คํ านวยการกองง
( นางสาวสุรางค์ ทอง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
เห็นชอบ
( นาย ทร โจม ) ปลัดอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
CR
- นายมน นายกองค์การ นวร วนจังหวัดพิษณุโลก
བ
OAMIN
Urea i
น A
1
14
แอสฟัลต์คอนกรีต (Coverage) จํานวนเที่ยวการบดทับที่ช่องทางบดทับแต่ละช่อง (Pass) ความเร็วของรถ บดแต่ละชนิดในการบดทับและอื่นๆ
6.4.4 ลําดับขั้นตอนการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
(1) เมื่อปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรก หรือเต็มผิวจราจรในคราวเดียว การปิดทับ
จะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
ก. บดทับรอยต่อตามขวาง
ข. บดทับขอบผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
ค. บดทับขั้นต้น
ง.
บดทับขั้นกลาง
จ. บดทับขั้นสุดท้าย
(2) เมื่อปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ใหม่ประกบกับช่องจราจรเดิมที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว หรือประกบกับแนวโครงสร้างใดที่มีอยู่แล้ว การบด
ทับจะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
ก. บดทับรอยต่อตามขวาง
ข. บดทับรอยต่อตามยาว
ค. บดทับขอบผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
ง. บดทับชั้นต้น
จ. บดทับชั้นกลาง
บดทับขั้นสุดท้าย
6.4.5 การบดทับรอยต่อตามขวาง ให้ใช้รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือรถบดสั่นสะเทือน แต่ให้บดทับโดยไม่ สั่นสะเทือน
สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรก ก่อนการบดทับรอยต่อตามขวาง
ควรใช้แผ่นไม้ที่มีความหนาเหมาะสม วางรองชิดขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณรอยต่อตามขวางทั้ง 2
ด้าน เพื่อรองรับล้อรถบดเวลาบดทับเลยขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตออกไป เป็นการป้องกันมิให้ขอบชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปลายรอยต่อตามขวางเสียหาย เสร็จแล้วจึงปิดทับรอยต่อตามขวาง โดยในการบดทับ เที่ยวแรกให้รถบดวิ่งบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปใน บริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ ประมาณ 150 มิลลิเมตร ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบความ เรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที และในการบดทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้แนวบดทับค่อยๆ เลื่อนเข้าไปในบริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่เที่ยวละ 150-200 มิลลิเมตร จนในที่สุดล้อรถบดจะเข้า ไปบดทับบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ทั้งหมด
สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรประกบกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ช่อง
จราจรที่ได้ก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว การปิดทับในครั้งแรกให้ปิดทับบริเวณปลายรอยต่อตามขวางด้านที่บรรจบกับ
รอยต่อตามยาว โดยให้บดทับขนานไปตามรอยต่อตามยาวเป็นระยะประมาณ 0.5-1 เมตร แล้วใช้ไม้บรรทัดวัด ความเรียบตรวจสอบความเรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที ต่อจากนั้นให้เริ่มบดทับ
รอยต่อตามขวาง ก่อนบดทับควรใช้แผ่นไม้ที่มีความหนาเหมาะสม วางรองชิดชอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
บริเวณรอยต่อตามขวางด้านนอก เสร็จแล้วให้บดทับรอยต่อตามขวาง โดยให้ดําเนินการตามวิธีการปิดทับ
ดังกล่าวข้างต้น
6.4.6 การบดทับรอยต่อตามยาว รอยต่อตามยาวแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
(1) รอยต่อเย็นหรือรอยต่อเก่า (Cold Joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวระหว่างช่องจราจรที่ได้ ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต และบดทับเรียบร้อยแล้ว กับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ที่ก่อสร้าง
ประกบกัน
ในการบดทับรอยต่อตามยาว เมื่อใช้รถบดล้อเหล็กชนิดไม่สั่นสะเทือน การบดทับเที่ยวแรกให้ ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว โดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ 100-150 มิลลิเมตร และในการบดทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้ล้อรถบดค่อยๆ เลื่อน แนวบดทับเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางที่ก่อสร้างใหม่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งล้อรถบดทั้งหมดจะอยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ ในกรณีใช้รถบดสั่นสะเทือนบดทับ การปิดทับจะต้องให้ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่สร้างใหม่ โดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างสร้าง แล้ว 100-150 มิลลิเมตร และให้ดําเนินการบดทับซ้ําตามแนวบดทับดังกล่าว จนกระทั่งได้รอยต่อตามยาวที่ เรียบร้อยและได้ความแน่นตามที่กําหนด
(2) รอยต่อร้อนหรือรอยต่อใหม่ (Hot Joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวของชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีต ระหว่างช่องจราจร 2 ช่อง ที่ก่อสร้างพร้อมกัน โดยการปูด้วยเครื่องปู 2 ชุด
ในการปิดทับรอยต่อตามยาวแบบนี้ให้ใช้รถบดล้อเหล็กเข้าบดทับพื้นที่บริเวณรอยต่อทั้ง 2 ข้าง ของรอยต่อตามยาว กว้างประมาณ 400 มิลลิเมตร ที่เว้นไว้ในการบอทับขั้นต้น การบดทับให้แนวรอยต่อ ตามยาวอยู่กึ่งกลางความกว้างของล้อรถบด โดยให้บดทับจนกว่าจะได้รอยต่อตามยาวที่เรียบร้อยและได้ความ
แน่นตามที่ก๋าหน
6.4.7 การบดทับขั้นต้น (Initial or Breakdown Rolling) ภายหลังจากที่ได้บดทับรอยต่อต่างๆ เสร็จ เรียบร้อยแล้ว ให้ดําเนินการปิดทับขั้นต้นเมื่อส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 120 องศา เซลเซียส การบดทับให้ใช้ได้ทั้งรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือรถบดสั่นสะเทือน เครื่องจักรพูดทับที่ใช้ ต้องถูกต้องตามข้อ 4.5 โดยน้ําหนักรถบด น้ําหนักบดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การ สั่นสะเทือน ระยะเต้นของล้อรถนต ความเร็วของรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จะต้องพิจารณาใช้ให้ เหมาะสมกับชนิด ลักษณะ ความคงตัว อุณหภูมิ ความหนาของชั้นทางที่ปู และสภาพของชั้นทางที่อยู่ภายใต้ที่ จะก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ การบดทับให้เริ่มบดทับจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่ํา หรือขอบชั้นทางด้านนอก ไปหาขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านสูงหรือขอบชั้นทางด้านใน
การบดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน ควรใช้ความถี่การสั่นสะเทือน และระยะเต้นของล้อรถบดให้ เหมาะสม ความถี่การสั่นสะเทือนควรอยู่ระหว่าง 33-50 เฮิรตซ์ (2,000-3,000 รอบต่อนาที) และระยะเต้นของ ล้อรถบคควรอยู่ระหว่าง 0.2-0.8 มิลลิเมตร สําหรับการบดทับชั้นผิวทางหรือผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควร ใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นด้านต่ํา แต่ถ้าเป็นชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้น ผิวทางและมีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร อาจใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านต่ํา และใช้ค่าระยะเต้นด้าน
23
เขียนแบบ
สถาปนิก
วิศวกร
ratre
FA
เห็นรอย
2.จังหวัดพิษ
ริหาร”
องค์เจท -
กองทาง
แบบแสดง
มาตรฐานงานแ ส ด คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
( นายจีระศักดี ปานมณี : ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
ป
(นาย พงษ์ ฟัง)
สถาปนิกปฏิบัติการ
( นาย สวย อนันตารณ์ ) วิศวกรโยธา านาญการ
BRR HEREH–WHA
นายสราวุธ แส วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
لم
( นาย ยง ก บุญชาย หัวหน้าฝ่าย ชวนและออกแบบ
4 นาย ช พ ช ร )
อ่า าชการกองช่าง
( นางสาวจริ ง ๆทอง ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นรอบ
R
( นายภัทร ไชยม ) ปกตองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
( นายมนต์ชัย น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ON
น บ ป
น
12 94
สูงได้ อย่างไรก็ตามการใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนและค่าระยะเต้นของล้อรถบดในการบดทับ ให้พิจารณาจาก
ผลการทําแปลงทดลองตามข้อ 6.4.3
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาน้อยกว่า 25 มิลลิเมตร ต้องพิจารณาความ เหมาะสมเป็นพิเศษ หากใช้รถบดล้อเหล็ก ไม่ควรปิดทับโดยการสั่นสะเทือนหากจะใช้รถบดบดทับโดยการ สั่นสะเทือนก็ให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดด้านค่าต่ําโดยเมื่อบดทับแล้ว จะต้องไม่เกิดความเสียหายของชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น เกิดการยุบตัว ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาระหว่าง 25-50 มิลลิเมตร หากใช้รถบด สั่นสะเทือนบดทับ ควรใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้วนสูง และใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดด้านต่ํา
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร ด้วยรถบ สั่นสะเทือน สําหรับการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้นผิวทาง อาจใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบด้าน สูงได้ แต่สําหรับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควรจะใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้น ของล้อรถบดด้านต่ํา
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร และไม่มีแนว สิ่งก่อสร้าง เช่น คันหิน หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้วช่วยอัดด้านข้างไว้ หากบดทับตามวิธีการ ปกติแล้วปรากฏว่ามีการเคลื่อนตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้านข้างให้เปลี่ยนวิธีการปิดทับใหม่ โดยให้ รุ่นแนวบดทับเที่ยวแรกเข้าไปให้ห่างจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประมาณ 300 มิลลิเมตร หลังจากนั้นให้
บดทับต่อไปตามปกติ เสร็จแล้วจึงกลับมาบดทับขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีดส่วนที่เว้นไว้นั้นในเที่ยวสุดท้าย ของการบดทับเต็มหน้าเที่ยวแรกต่อไป
การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต 2 ช่องจราจรพร้อมกัน การปิดทับในขั้นต้นนี้ให้ ดําเนินการพร้อมกันทั้ง 2 ช่องจราจร โดยให้เว้นระยะของแนวบดทับให้ห่างจากรอยต่อร้อนหรือรอยต่อใหม่ของ แต่ละช่องจราจร ไว้ข้างละประมาณ 200 มิลลิเมตร พื้นที่แนวรอยต่อดังกล่าวนี้ ให้ดําเนินการบดทับตามข้อ 6.4.6 (2) ต่อเนื่องกันไป
6.4.8 การบดทับขั้นกลาง (Intermediate Rolling) ให้เริ่มดําเนินการบดอัดเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 95 องศาเซลเซียส การปิดทับขั้นกลางควรดําเนินการตามรูปแบบการบดทับขั้นต้น โดยให้บดทับตามหลังการปิดทับขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด และให้บดทับโดยต่อเนื่องไปจนกว่าจะได้ความแน่นตามที่ กําหนดและสม่ําเสมอทั่วทั้งแปลงที่ก่อสร้าง
การบดทับขั้นกลางตามปกติให้ใช้รถบดล้อยางเป็นหลัก โดยเฉพาะชั้นผิวทางและผิวไหล่ ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ปรับน้ําหนักรถบด และความดันลมยาง เพื่อให้ได้แรงอัดที่ผิวหน้าสัมผัสของล้อรถบด ที่เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นๆ หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความ
วามหนา มากกว่า 50 มิลลิเมตร ที่ไม่ใช่ชั้นผิวทางและผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต อาจพิจารณาให้ใช้รถบดล้อเหล็ก
รถบดสั่นสะเทือนบดทับร่วมกับรถบดล้อยางด้วยได้ตามความเหมาะสม โดยรถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักบดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การสั่นสะเทือนระยะเต้นของล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
6.4.9 การบดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling) มีจุดประสงค์เพื่อลบรอยล้อรถบดที่ผิวหน้าและทําให้ ผิวหน้าเรียบสม่ําเสมอเท่านั้น ทั้งนี้ให้เริ่มดําเนินการเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 66 องศา เซลเซียส โดยให้ใช้รถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือใช้รถบดสั่นสะเทือนแต่บดทับโดยไม่สั่นสะเทือน เท่านั้น รถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักบดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
6.4.10 การปิดทับพื้นที่พิเศษ
(1) การบดทับบนพื้นที่ลาดชันสูง (Steep Grade) สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้าง บนพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง หรือในทางโค้งที่มีการยกโค้งสูง การบดทับโดยรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน ให้ใช้ล้อตาม (Tiller Wheel) เดินหน้า โดยให้บดทับตามหลังเครื่องปู โดยใกล้ชิดที่สุด ไม่ว่าเครื่องปูจะปู ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขึ้นทางลาดชันหรือปลงตามทางลาดชันก็ตาม ในการบดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน นั้น การบดทับในเที่ยวแรกให้ปิดทับโดยไม่สั่นสะเทือน แต่หลังจากที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้นทางมี ความคงตัว (Stability) สูงขึ้นมากพอที่จะบดทับโดยการสั่นสะเทือนได้ ก็ให้บดทับต่อไปโดยการสั่นสะเทือน โดยให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดด้านต่ํา
(2) การบดทับบนพื้นที่ที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ (Inaccessible Area) สําหรับพื้นที่ที่ ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ เช่น บริเวณที่ชิดกับ คันหินและร่องระบายน้ํา สะพาน ขอบบ่อพัก และสิ่งกีดขวางอื่นๆ จะต้องใช้เครื่องจักรหรือเครื่องมือบดทับขนาดเล็กที่ถูกต้องตามข้อ 4.8.1 และหรือข้อ 4.8.2 การนํามาใช้ และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
(3) การบดทับบริเวณทางแยก ทางเชื่อม (Belt Mouth Area) อาจดําเนินการได้ 2 วิธี คือ
ก. การบดทับทะแยงมุม ในขั้นแรกให้ดําเนินการบดทับในแนวทะแยงมุมก่อน ต่อจากนั้น
จีงบ ทับขนานกับขอบทางโค้ง
ข. การบดทับขนาน ในขั้นแรกให้ดําเนินการปิดทับในแนวขนาน โดยตั้งฉากกับแนวเส้น แบ่งกึ่งกลางทางแยกก่อนต่อจากนั้นจึงบดทับขนานกับขอบทางโค้ง
จสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว
7. การตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ก่อสร้างเสร็จแล้ว
หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีอย่าง
น้อย 3 ประการดังต่อไปนี้
7.1 ลักษณะผิว (Surface Texture
ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องได้ระดับและความลาดตามแบบ มี ลักษณะผิว และลักษณะการบดทับที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Torn) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏความเสียหายดังกล่าว จะต้องดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยตามที่ผู้ควบคุมงาน
เห็นสมควร
7.2 ความเรียบที่ผิว (Surface Tolerance)
หร
svínautunduķeršakray Ta
กองบาง
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
เขียนแบบ
สลาปาก
com
Ans
MA
เห็นชอบ
( นายก ปานมณี :
ร่วยนาย าง
อบแบบ
25.
( นาย พงษ์ บ ก ง ) สถาปนิกปฏิบัติการ
A –ม
(นา า ง นันตาภรณ์ ) วกรโยธา นาญกา
" นายสรวุธ และ
วกรโช า านาญการ ศษ
REM
นายเกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าฝาย และออกแบบ
RA—–
( นา ร ย ห ย มี )
คํ านวยการกอง
YN
( นางสาว สุภาพงศ์ ทอง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
( นายโทร ไม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
จนมิด
คุย
- นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
LEN
kanis
113
14
เมื่อใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตามข้อ 4.8.5 วางทาบบนผิวของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในแนวตั้งฉาก และในแนวขนานกับแนวเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนระดับผิวของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตภายใต้ไม้บรรทัดวัดความ
เรียบจะแตกต่างจากระดับของไม้บรรทัดวัดความเรียบได้ไม่เกิน 6 มิลลิเมตรและ 3 มิลลิเมตร ตามลําดับ
7.3 ความแน่น (Density)
การตรวจสอบรับรองความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้จากการ
เปรียบเทียบค่าความแน่นของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต กับค่าความแน่นของตัวอย่างที่บดอัดใน ห้องปฏิบัติการตาม บทช.(ท) 607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ โดยคํานวณเป็น ค่าความแน่นร้อยละของค่าความแน่นของตัวอย่างที่บดอัดในห้องปฏิบัติการ ตามรายละเอียดดังนี้
7.3.1 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างแอสฟัลต์คอนกรีตในห้องปฏิบัติการ ให้เก็บตัวอย่างส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต จากรถบรรทุกที่โรงงานผสมก่อนส่งออกไปยังสถานที่ก่อสร้าง โดยการสุ่มตัวอย่างจาก รถบรรทุกจากการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตประจําวัน เป็นระยะๆ แล้วนําไปดําเนินการใน ห้องปฏิบัติการ โดยให้ได้ก้อนตัวอย่างอย่างน้อย 8 ก้อนตัวอย่างในแต่ละวันที่ปฏิบัติงาน ทดสอบหาค่าความ แน่น แล้วนําค่าความแน่นที่ทดสอบได้จากก้อนตัวอย่างทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ย เป็นความแน่นในห้องปฏิบัติการ ประจําวัน ในสนาม
สําหรับใช้ในการคํานวณเปรียบเทียบเป็นค่าความแน่นร้อยละของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
การเก็บตัวอย่างและการเตรียมตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ดําเนินการตามรายละเอียดและ
วิธีการที่กําหนด การทดสอบหาค่าความแน่นให้ดําเนินการตาม บทช.(ท) 607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์ คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ในห้องปฏิบัติการ จะต้องตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร ส่วนผสมเฉพาะงาน และมีอุณหภูมิในขณะบดอัดก้อนตัวอย่างตรงตามที่กําหนด สําหรับตัวอย่างส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตที่ดําเนินการในห้องปฏิบัติการนั้นอนุญาตให้นําเข้าอบในเตาอบเพื่อรักษาอุณหภูมิไว้ได้นาน ไม่เกิน 30 นาที ในระหว่างดําเนินการถ้าอุณหภูมิของตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลดลงต่ํากว่าอุณหภูมิ การบดอัดที่กําหนด ให้นําตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวนั้นทิ้งไป ห้ามนําไปอบ เพื่อนํามาใช้บด
อัดทําก้อนตัวอย่างทดสอบอีกต่อไป
7.3.2 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม ให้เจาะก่อนตัวอย่าง ตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยเครื่องเจาะตัวอย่างที่ถูกต้อง ตามข้อ 4.8.4 โดยให้เจาะเก็บก้อนตัวอย่างไม่น้อยกว่าจํานวน 1 ก้อนตัวอย่างทุกๆ ระยะทางประมาณ 250 เมตรต่อช่องจราจร หรือทุกๆ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่นํามาใช้งานประมาณ 100 ตัน แล้วนําไปทดสอบหา ค่าความแน่นตาม บทช.(ท) 607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์
สําหรับชั้นผิวทางชั้นรองผิวทาง และชั้นปรับระดับแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาไม่น้อยกว่า
25 มิลลิเมตร ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่าความ
แน่นเฉลี่ยของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้เปรียบเทียบประจําวัน
สําหรับขั้นพื้นทาง และผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 97 และ 96 ของค่าความแน่นของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้
เปรียบเทียบประจําวัน ตามลําดับ
- การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
ในระหว่างการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านชั้น
ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตจะเย็นตัวลงมากพอที่เมื่อเปิดให้
การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทําให้เกิดร่องรอยบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น โดยจะต้องติดตั้งป้ายจราจร พร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด พร้อมจัดบุคลากรเพื่อ อํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่
ก่อสร้างใหม่นั้นเสียหาย ระยะเวลาในการปิดและเปิดการจราจรให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน - หนังสืออ้างอิง
9.1 กรมทางหลวง มาตรฐานที่ ทล. ม.408/2532 “แอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete or Hot-Mix Asphalt
9.2 Arnerican Society Of Testing Meterials Astin. Standard D-1559
9.3 The Asphalt Institute “Mix Design Methods For Asphalt Concrete And The Hot Mix
Types” Manual Series No.2 (Ms-2)
เขียนแบบ
ปก
Aona
วกร
PEAA
PA
ค
จังหวัดพิ
โทรสาร
svítushuṛašattery Lan กองข่าง ราด แบบ
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอส อบกรี (Asphalt Concrete)
( นายสิระ ก ป่านเ ผู้ช่วยนายร่างเรียบแบบ
( นาย วรพงษ์ ปากพิง )
สถาปนิกป
( นาย า อนันตาภรณ์ )
หวกรโยธา
ณานุการ
7 นาย ธ แสงมด ) วิศวกรโยธารานาญการพิเศษ
( นายเกรียงไกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
เห็นชอบ
Maj
เนว ท ย น อ มิส) ผู้อานวยการกองข้า
cl
นางศรพงศ์ ทอง) รองลง การหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
es
( นาย ทร โนน ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ธนุมัต
25
53
( นายมนชัย วัฒนรมย์) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
บอท O 14
14
ตารางที่ 1 แสดงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน
และ ขนาดต่าง ๆ ของทอ
เส้นผ่านศูนย์กลางภายใน ความหนา มิติต่าง ๆ ของปาก คอนกรีตหยาบ รองท้อต่อเคร
ประ
(D)
(T)
มน
มน
นม
t
0
b
ปริมาณ/หน่วย ลบม ท่อเดียว
อ ยงแกง
400
400
60
600
600
75
800
800
95
1000
1000
110
1200
1200
125
1500
1500
150
9 3 7 7 8 8
30
23
40
45
24
38
45
50
43
48
60
229
2 2 2 2 2 6
10
15
15
20
25
57 3:0
-
-
-
- 3
27
0.041
0.062
32
0.064
0.128
42
0.084
0.168
47
0.105
0.210
$2
0.127
0.254
63
0,160
0.320
ตารางที่ 2 แสดงความต้านทานแรงอัดแตก (O-tood),
กําลังอัดประลัยรูปทรงกระบอกของคอนกรีต (fc) และปริมาณเหล็กเสริมตามขวาง (As) ชอบท่อ คสล
ในคุณภาพ
AAA 2
1.00
รายการประกอบแบบ
- 3
-
-
- ต่างๆ มีหน่วยเป็นเมตร นอกจากระบุเป็นอย่างอื่น
- ห่อ คสล. ชนิดกลม จะต้องเ นไปตาม มอก. 128 - 2550
- 25mm.
- การผลิตยาส ชนิ
ระยะจาก ท ม ง า ไม่น้อยกว่า 23 มม
- รูปตัดตามยาวแสดงรายละเอียดท่อระบายน้ํา ค.ส.ล. แบบปากลิ้นราง
มา ส่วน
หมายเหตุ
As (cm2/m)
Do : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกอ
ขนาดเส้นผ่านศูนกลางภายในพ่อ (หรือขนาดระบุ)
D -
นาระบุ
A A 1
AAA 3
(mm) D-tood re
A* (cm2/m) |D-Lood fo As (cm2/m) D-Lood fe (N) (MPa) วงใน วงนอก (N) (MPa) วงใน วงนอก (N) (MPa)
วงใน วงนอก
400
600
56000
84000
3.3
—
40000
2.5
26000
1.5
6.4
..
60000
5.7
39000
1.5
600 112000 45
9.3
7 B0000 30
5.8 4.1 52000 30
4
1000 140000
12
9 100000
7
5.2 65000
4.2
3.2
1200 168000
15.5
11.0 120000
8.9 6.8
78000
5.1 3.8
1500
35 12.5 2,5 97500
7,2
5.5
0.10
อาลายา OWTAR)
0.10
W150000
หมายเหตุ 1) ปริมาณเหล็กเสริมตามขวาง แสดงเป็นพื้นเหล็กเสริมต่อความยาว 1.00 ม
ตารางที่ 3 แสดงชั้นคุณภาพของท่อแต่ละขนาดและความสามารถ รับน้ําหนักบรรทุกปลอดภัย doll (kN/m) ที่ (FS-3.00) กับความลึกดินถม
ความ ก น ม
400
บนด้วย! {m}
600 Boo 1000 1200 1500
0.08 -
NO
3.1 ขนาด-ให้เป็นไปตามตารางที่ 1 และรูป 1
3.2 คอนกรีต สมด้วยเครื่องสม โดย อคอนกรีตจะต้องมีส่วนผสม สม
3.3 เหล็กสม
1.
เหล็กเสริมตามยาวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 4 มม จํานวนไม่น้อยกว่า 5 เส้น สําหรับท่อขนาดระบุไม่เกิน 500 ผม และไม่น้อยกว่า 5 เส้น สําหรับขนาดท่อระบุตั้งแต่ 500 มม.ขึ้นไป กรณีมีวงเหล็กเสริมสองชั้นจะต้องมีเหล็กเสริมตามยาว และไม่น้อยกว่า 8 เส้นในทุกรนาระบุ
ช เหล็ก สาม วาง กรณี นางกล นเดียว มาจนไม่น้อยกว่า าหนดใดในตารางที่ 2
4. คอนก
เคยมีระยะหุ่น ผิวหล็กเสริมตามขวางระหว่าง 0.35-0.5 เท่าของความหนา (จากภายใน) และไม่น้อยกว่า 25 มม. กรณีเป็นวงกลมสองขึ้นตามรูป ระยะต่อทาบไม่น้อยกว่า 40 เท่าของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง หรือ 50 มม สําหรับการต่อโดยการเริ่อม
4.1 ท่อ คสล. ชนิดลม กําลังอัดประลัยของคอนกรีตรูปทรงกระบอกขนาดเส้นผ่านศูนกลาง
150 มม. x สูง 300 มม. ที่อายุ 25 วัน ตามตารางที่ 2
ร. เน ม
5.1 เหล็กกลมเรียบ (ROUND BARS) สัญลักษณ์ RB ใช้ในคุณภาพ 548-24 ตาม มอก.20-2559
5.2 เหล็กข้ออ้อย (DEFORMED BARS) สัญลักษณ์ De ไร้ คุณภาพ 30-40 ตาม มอก.24-2555
5.3 ลาน ฟิ นเสริมคอนกรี ต้องเป็นไปตาม มอก. 747
5.4 ลวดเหล็กกล้า อ้อยเป็นเสริมคอนกรีต ต้องเป็นไปตาม มอก. 943
6. กรณีที่สภาพดินเดิมเป็นเล่นหรือหินอ่อน ผู้รับจ้างจะต้องออกเลนออกแล้วใช้วัสดุคัดเลือก
หรือทรายถมใส่แทน อัดแน่น
7. การวางท่อ คสด ที่ระดับความสวนผมหลังมากกว่า 3.00 ม ไม่สามารถใช้แบบมาตรฐานนี้ไ
หากต้องการออกแบบ นอกเหนือจากแบบมาตรฐานฉบับนี้ ให้กองช่าง ดําเนินการออกแบบ เฉพาะโครงการ หมายเหตุ - ปริมาณท่อทั้งโครงการเกิน 200 ท่อน ให้ส่งทดสอบการรับน้ําหนักของท่อโดยเครื่องกด เพื่อหาค่าแรงแตก และแรงกดสูงสุด
นายปูน (ueste
Do
Do
ໃນນ
สาป
ก
Brent
วิศวกร
*
การสา
ตั้ง
กรรณ
โลก
กองชาง
ฝ่ายงานคะ นนบ
NOSTITH
แบบมาตรฐานการวางท่อ
ระบาย า คสล. ชนิดกลม
ร ( นายจีระ ปานมณี ) ผู้ร่วยนายช่างเขียนแบบ
( นายพิรพงษ์ นากฟัง 3 สถาปนิกป นักร
( ยาวงศ์ อนันดากรณ์)
หาร โยธา านาญการ
“นายศราวุธ
นายสราวุธ แสง) สารโนรา านาญการพิเศษ
H. (m)
0.15
0.30
0.60
0.90
2
к
3
3
3
1.20
(60) (51) (63) (78)
(97)
1,50
1.80
1
2.10
(55)
2.40
2.70
3.00
3.00
ออกแบบเพาะโครงการ
nutr
แผ่นพื้นสําเร็จหรือนกหลายของได้ก่อ 5 ชม
00
0
0.10
ค. (1) รูปตัดแสดงการต่อท่อยาแนว (p < 800 มม)
Para
มโรงสร้างท
H DEC
pop Nursin
พรายณ ค ด น น น น
NO
ทรายหยาบ บ พ บ ห น 3 น เบค แน่น
10.301
Do
+0.50 +
Da 10.30
รูปชัดแสดงการวางท่อ
La
(melavida accesfulh
NO
Do
D
0.10
0.01
ค (2) รูปตัดแสดงการต่อท่อยาแนว (0) 800 มม)
HO
บ
TEURS
แผ่นพื้นสําเร็จหรือคอนกรีตหยาบของได้ท่อ 8 นา
10.301
Do 9.30
รูปตัดแสดงการวางท่อ
| ฟ
(
KO
ਅਜ ਆਮ
- รูปตัดขวางแสดงการเสริมเหล็กชั้นเดียวและสองชั้น
AaW
รับสร้าง
9.30 3.
การลบ สร้าง และหลัง
-ทรายพชาย บท แน่น 3 นมสด แน่น
✶ 0.025
SAMS
คราง
เห็น จบ
NO
39
- นายกรียงไกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
ต้
นาย ชัย ท อ มิคส บ้านวยการ กองช่าง
( นางสุรางค์ ทอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นรอบ
นายภัทร ในอม) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ - นายมนต์ชัย ธนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
wwmaru
GE 2 O
ให้ทาง
A
ประเภทป้ายบังคับ (1)
ประเภทป่วยบังคับ (บ)
ล่าดับ
ชื่อเครื่องหมาย
รหัส
ล่าดับที ชื่อเครื่องหมาย
t หยุด
U-1
1-10 ทางโคงทาง
2
ให้ทาง
U-211-20 ทางเมคคางา บ-1 1-2 U-3 U-4 1-5 U-6 น-7 3 ให้รถสวนทางมาคอน U-3 21 วงเวียนยางทนา A-21 U-A 05 U-9 1-10 U-11 U-12 4 ทามแข่ง U-4 22 P-22 ห้ามเขา U-S 23 ทางแคบคานชาย A-23 ห้ามกลับรถไปทางขวา U-6 24 วงแคบ านขวา G-24 7 ห้ามกลับรถไปทางซ้าย U-7 25 สะพานแคน G-25 8 ทามเลยวชาย U-8 26 ช่องจราจรบิดด้านซ้าย F-28 U-13 U-14 U-15 9 U-16 U-17 U-18 U-19 U-20 บ-2 U-22 U-23 U-24 ห้ามเลี้ยวขวา U-9 27 ช่องจราจร ค้านขวา R-27 10 ห้ามเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางซ้าย U-10 28 ทางข้ามรถไฟไม่มีเครื่องกั้นทาง A-28 หยด ครา 1E
21
ทามเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา
U-11
29
ทางข้ามรถไฟ เครื่องกั้นทาง
A-29
2.5ม.4
2.5ม.
12
ห้ามเลี้ยวขวาหรือกลับรถ
-12
30
ทางข้ามรถไฟติดทางแยก
A-30
คน
+10 H.
13
ห้ามเลี้ยวซ้ายหรือกลับรถ
U-13
30
ทางแคบ
A-31
14
ห้ามรถยน
U-14
32
ทางลอดต่ําา
A-32
บ-25
U-26
U-27
1-28
U-29
U-30
บ-31
U-32
U-33
U-34
บ-35
U-36
15
หามรถบรรทุก
U-15
33
ทางขับลาด บ
A-33
ประเภทป่วยเตือน (ต.)
ทางแคบทั้งสองคาน
รหัส
A-6 ถึง 8-10
A-11 ถึง A-20
โทรสา
สิงห์
ระกอบ ราก แจ้งโลก กองชง ย า น ะ น
แบบแสดง
แบบมาตราฐาน ปายจราจร ประเภทป้ายจราจรบังคับ ป้ายเตือน
และ ป้ายแนะน่า
16
ห้ามรถจักรยานยนต์
U-16
34
ทางลงลวด น
G-34
เขียนแบบ
17
หามรดกว
U-17
35
เดือนรถกระโดด
G-35
18
4
เน
หาม ณ น สามลด
U-18
36
ผิวทางขรุขระ
Kipparis japna suaj i jugemat [PF|
A-35
19
นามรถสามล
U-10
37
ทางเปิบ อง
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี )
R-37
U-37
U-38
U-39
1-40
U-41
U-42
U-43
U-44
U-45
U-46
U-47
U-48
U-49
U-50
3-51
U-52
U-53
U-54
- N N N N N
20
หามรถจักรยาน
U-20
38
ทางบ
R-38
21
ห้ามล้อเลื่อนลากเข็น
ป-25
39
ผิวทางรวม
A-30
สถาปนิก
22
หามรถยนต์ที่ใช้ในการเกษตร
U-22
40
ระวังหินรวง
G-40
23 ทามเกวียน
U-23
41
สะพานเปิดได้
F-41
24
ห้ามรถจักรยานยนต์และ รถยนต์
U-24
42-43 ให้เปลี่ยนช่องจราจร
B-42 ถึง Ø-43
25
U-55
ประเภทป้ายเตือน (ต)
ห้ามรถจักรยาน รถสามล้อ
U-25
44
ออกทางงบาบ
และ ล้อเลื่อนลากเข็น
45
เข้าทางหลัก
#-44
P-45
ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
==
( นายศิรพงษ์ ดับบ่าง สถาปนิกปฏิบัติการ
26
ห้ามรถจ๋กรยานยนตและ
1-26
3
27
รถยบ สาม อ
ห้ามใช้เสียง
48
46-47 ทางรวม
ทางคล่วงหน้า
A-45 ถึง -47
วิศวกร
F48
U-27
49 สิ้นสุดทางคู่
P-49
28
หามคน
U-28
50-51 จุดกลับร
R-50 ถึง G-51
29
หามจอดรถ
U-29
52 ทางเดิมรถสองทาง
( นายวุฒิวงศ์ อนันตวรรณ์ ) วิศวกรโยธาชํานาญการ
-52
30
หามหยุดรถ
U-30
53
สัญญาณจราจร
R-53
วิศวกร
A-1
ต-2
0-3
$1-4
R-5
M-6
R-7
A-8
A-9
A-10
ต-11
ต-12
31
หยุดตรวจ
U-31
54
หยดยางสบา
9-54
1
32
จํากัดความเร็ว
1-32
55
33
ห้ามรถหนักเ น าหนด
U-33
56
ให้ทางข้างหนา งะวังคนขามถนน
-55
R-56
34
ห้ามรถควางเกินกําหนด
( นายศราวุธ แสงเกตุ ) วิศวกรโยธาช้านาญการพิเศษ
V-34
57
โรงเรียนระวังเด็ก
A-57
35
ห้ามรถสูงเ บ าทบค
U-35
F-13
H-14
A-15
П-16
6-17
58
ต-18
ต-19
0-20
B-21
5-22
0-23
R-24
36
หามรถยาวเ บ าหนด
ระวังสัตว
ตรวจ
A-58
U-35
37
ให้เดินรถทางเดียวไปข้างหน้า
59
ระวังเครื่องบิน บิน
P-59
كم
U-37
H
2.sut
2.5LL
38
ทางเดินรถทางเดียวไปทางซ้าย
60 ระวังอันตราย
A-60
U-38
61 เขตทามแข่ง
R-81
39
3%
8%
ทางเดินรถทางเดียวไปทางขวา
U-39
40
ให้ชิดชาย
62-73 เดือนแนวทางต่างๆ
(นายเกรียงไกร บุญชาย ) หัวหน้าฝ่าย ารวจและออกแบบ
A-82 ถึง G-73
ต-25
G-26
ต-27
0-28
P-29
A-30
9-31
A-32
G-33
A-34
ต-35
A-36
41
ให้ชิดขวา
1-40
74 สลับกันไป
ร
F-374
42
ให้ไปทางซ้ายหรือ ทางขวา
U-41
75 ทางแยก
R-75
U-42
76
43
ให้เลียวสาย
ป้ายเตือนความเร็ว
A-76
44
ให้เลี้ยวขวา
U-43
77
45
ให้เลี้ยวซ้ายหรือ เลี้ยวขวา
1-44
78
ปาย ยความ ปายขอความ
A-77
R-78
GP-37
D-38
R-39
0-40
A-41
0-42
0-43
P-44
R-45
D-46
0-47
ต-48
46
ให้ตรงไปหรือ เลี้ยวซ้าย
1-45
U-46
47
ให้ตรงไปหรือ เลี้ยวขวา
U-47
48
วงเวียน
U-48
ท
Ø-49
P-50
0-51
M-52
0-53
P-54
นครพ
49
ฮองเดินรถประจําทาง
U-49
50
ช่องเดินรถมวลชน
U-50
A-55
n-56
A-57
A-58
sf
A-59
0-60
52
ช่องเดินรถจักรยานยนต์
ช่องเดินรถจักรยาน
U-51
ห้ามแข่ง
««<
U-52
53
เหาะคบเติม
U-53
2. ขนาดป้ายจราจรสําหรับถนนชนบท โดยทั่วไปในใช้ขนาดที่ 2
นอกจากระบุเป็นอย่างอื่นในแบบก่อสร้าง
54
ให้ใช้ความเร็ว
U-54
55
Z บังคับ
U-55
3. ป้าย 1-77 และ 5-78 ขนาดป้ายและข้อความปรับเปลี่ยน
ได้ตามความเหมาะส
G-GT
-62
A-63
D-64
R-85
7-66
A-67
A-68
รายการประกอบแบบ
- แผ่นป้ายสะท้อนแสงสําหรับป้ายบังคับและป้ายเตือน
ใช้ตาม มอก.66 สัมประสิทธิ์การสะท้อนแสงแบบที่ 1 หวัน บ่าย 1-1 2-28 ถึง -30 และ 4-61- ถึง 4-73 ให้ใช้สัมประสิทธิ์การสะท้อนแสงแบบที่ 9
เห็นรอบ
( นายชูชัย หล่อนิมิต)
ดุ า วยการกองช่าง
CIA
{ นางสาว สุรางค์ ทอง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
ex
( นายภัทร ใจขอม) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
-89
30 กม./ชม.
เขตชุมชน ลดความ ว
R-70
ใช้เกียร์ค่า
USE LOW DEAR
n-76
G-77
A-78
A-71
A-72
0-73
0-75
Q-74
ข้อกําหนดติดตั้งป้ายจราจรและการตรวจสอบคุณภาพ
ให้เป็นไปตามข้อกําหนด ตามแบบมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
27
41 udbja trajal supi parplin sijaj in par
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เรนเบ
ง เ น ป
0.50
T
0.60
-0.60-
เจาะรูใส่สลักเกลียØ 3/8”
ใช้จํานวน 2 ตัว
ราว
-0.50
เจาะรู สลักเกลียØ3/8”
1 านวน 2 ตัว
สีแดง
ป้ายแปดเหลี่ยมด้านเท่า
เจาะ: สลักเกลียØ 3/8"
ใช่จ่านวน 2 ว
A สีขาว
ให้ทาง
ดง
ยา
ป้ายสามเหลี่ยมด้านเท่า
-0.60-
มาตรฐานเครื่องหมายควบคุมการจราจร
การติดตั้งป้ายบังคับและป้าย อน
ติดสาร หรือ นา บริเวณด้านปายให้เห็นเด่นชัด
อ. พล
หาก น านินงานไม่สามารถ
ดงตามระยะที่กําหนดได้ ให้ติดตั้งความเหมาะสม อง
-สติกเกอร์สีส้ม อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน 40
1.50
(BURG)
สีขาว
0.50
เจาะรูใส่สลักเกลียØ 3/8
ว
อยางนอน
20
ใช้จ่านวน 2 ตัว
ระดับขอบผิวจราจร 0.25
ไหล่ทางหรือ
จร
ยางนอย
$1.20
ระบบอบผิว ดวงก
0.25
หลัง
หากพื้น ด่าในงานไม่สามารถ ติดตั้งตามระยะที่กําหนดได้
หัดดั่งความเหมาะสมแต่ต้อง
-ส.กเกอร์สีสม อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
กม
0.50
ยางพล
รา
ไหล่ทางหรือ
ผิวจราจร
mizat
ชยางนาย
P 1.50
ระดับขอบผิวงา
| VARIES
0.25
งหวัดพิษ
หา ยาว
-สภิกเกอร์ส ม
สีขาว
56
อย่าจน ย
ทา ค่า
หากพื้นที่เนินงาน สามารถ ติดตั้งตามระยะที่ก้น ได้ ให้ติดตั้งความเหมาะสมแต่ต้อง อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
ไหล่พวงหรือ
ผิวจรา
การบริหารส่วน ง ด ช โสภ
กองชาง
ย า ว กะ น
แบบแสดง
แบบมาตราฐาน ป้ายจราจร ประเภท ายจราจรบังคับ ป้ายเอน
และ ป้ายแนะน่า
เขียนแบบ
(นายจีระ ก ปานมณี ) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
สถาปนิก
1.50
0.80
ป้ายวงกลม
สีแดง
0.60
1 80-
เจาะรู สลักเกลียØ 3/8" จํานวน 4 ตัว
ป้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัสมุมดิ่งขึ้น
เกมสน
ลดความ ว
CITY LIMIT
REDUCE SPEED
ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
-1.20
อุบัติเหตุ
บางทนา
ACCIDENT AHEAD
0
ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
เจาะรูใส่สลักเกลียด 3/8
ใช้จ่านวน 4 ตัว
T
-0.45
เจาะรู หลัก 3/8
ใช้จํานวน 2 ตัว
T
0.90
T
0.60
D
-1.80-
0
0
ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
_vansṣlkaāmnāvØ 3/8′′
ใช้จํานวน 4 ตัว
1.20
เจาะ ไ ดผักกลยย 3/8"
ใช่เคียร่า
USE LOW GEAR
ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
www2.00
0.45
30 กุม
เขต
นามแฝง
0.75
เจาะรู สลักเกลียด 3/8" ใช้จ่านวน 2 ตัว
ป้ายสี่เหลี่ยมหน้าจั่ว
ป้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัส
จํานวน 4 ว
0.30x0.30
0.80
ชนิดและขนาดเสาป้ายจราจร
ABO
เหล็กปิดหัวเสา หนา 2.3 มม
-เสาเหล็ก
95x95x2.3 212L
เสาป้ายเหล็ก ขนาด 35x35x2.3 มม โดยทาสีรองพื้นด้วยสีกันสนิม เสาป่วย ทาสีกันสนิมรองพื้น แล้วจึง พ่นหรือทาสีน้ํามันสีขาว ทับหน้า 2 ชั้น บริเวณโคน เสาทาสีน้ํามันสีดําและติดสติกเกอร์สีสันสะท้อนแสง เกรด าหรับงานจราจรตามแบบ ส่วนบนสุดของเสาเหล็กให้ปิดด้วยแผ่นเหล็กหนา 2.3 มม. (เชื่อมปิดโดยรอบ)
ขนาดเพลทเหล็กหนา 6 มม.
ขนาด 0.20x0.20 ม
ทาสีด่า
ระ บดินเดิมทีoos
คอนกรีตหุมโดยรอบ 0.75
0.053
รูปขยาย
A
D.AD%
-ทา ล่า
พุกเหล็กหรือพุกตะกั่วขนาด ไม่น้อยกว่า 1/2" จํานวน 4 ตัว
พื้นคอนกรีตเดิมต้องมีพื้นที่
กว้างไม่น้อยกว่า 1.00x1.00 ม และหนาไม่น้อยกว่า 0.10 ชม แบบการติดตั้งบนพื้น คสล. เดิม
ข้อกําหนด
1.ลักษณะป้าย
0.80
กรณีใช้เสาป้ายเหล็กให้ดูรูปขยาย 4
1.1 โดยทั่วไป ป้ายบังคับมีรูปร่างแผ่นกลมโดยมีเครื่องหมาย
สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษรเป็นสีดําอยู่บนพื้นป่ายสีขาว เส้นขอบป้ายและปิดกลางเป็นสีแดง นอกจาก
1.1.1 ป้ายหยุด (STOP SIGN) เป็นรูปแปดเหลี่ยมด้านเท่า ตัวอักษรสีขาวบนพื้นป่ายสีแดงขอบป้ายสีขาว
1.1.2 ป้ายให้ทาง (GIVEWAY SIGN) เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า
มุมสูง ตัวอักษรสีดํา ขอบป้ายสีแดง
1.1.3 ป้ายห้ามจอดรถและป้ายห้ามหยุดรถ เป็นรูปแผ่นกลม
พื้นป้ายสีน้ําเงิน เส้นขอบป้ายและขีดกลางสีแดง 1.1.4 ป้ายสุดเขตบังคับ เป็นรูปแผ่นกลม พื้นป้ายสีขาว
ไม่มีเส้นขอบป้าย แต่มีขีดสีดําจํานวน 1 ขีด ทํามุม 45 กับแนวระดับ จากทางขวาของป้ายมาทางซ้ายของป่าย
1.2 ป้ายเตือน โดยทั่วไปเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตรัสสั่งมุมขึ้น
โดยมีเครื่องหมาย สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษรสีดํา พื้นป่ายสีเหลือง 2. ส่วนประกอบแผ่นป้ายประกอบด้วย
2.1 แผ่นเหล็กอาบสังกะสี ความหนาไม่น้อยกว่า 1.20 มม
เกรดสําหรับงานจราจร
วิศวกร
วิศวกร
ตรวจ
RFR
( นายพีรพงษ์ ดับปากขิง) สถาปนิกปฏิบัติการ
( นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์ )
วิศวกรโยธา านาญการ
( นายศราวุธ แสงเกตุ วาโย ว านาญการพิเศษ
له
( นายเกรียงไกร บุญช่วย )
หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
( นาย ชัย น อนิมิต ) ผู้อ่านวยการกองช่าง
เห็นชอบ
Ch
( นางสาว สุรางค์ ทอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
en
( นายภัทร ในอม) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
2.2 สีพื้นป้าย สติกเกอร์ชนิด สะท้อนแสง
เห็นชอบ
เครื่องหมาย สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษร และเส้นขอบป้าย ใช้สติกเกอร์ชนิด สะท้อนแสง หรือทึบแสง
ธนุมัติ
หมายเหตุ ขนาดของเสาเหล็ก 95x95 มม. หนา 2.3 มม. เกณฑ์ ความคลาดเคลื่อนยอมให้ + 1.5 มม
หมายเหตุ, เส้นขอบป้าย สัญลักษณ์ และ อักษรข้อความ บนป้ายใช้สติกเกอร์สีขาวสะท้อนแสง หรือทึบแสง (ตามชนิดของป้าย) เกรดสําหรับงานจราจร มอก. 606 - 2563 - พื้นป่ายใช้ สติกเกอร์ ชนิดสะท้อนแสง เกรดสําหรับงานจราจร มอก 505 - 2563
- เสาป้าย ทาสีกันสนิมรองพื้น แล้วจึง พ่นหรือทาสีน้ํามันสีขาว ทับหน้า 2 ชั้น บริเวณโคน เสาทาสีน้ํามันสีดําและติดสติกเกอร์สลัมสะท้อนแสง เกรดสําาหรับงานจราจรตามแบบ
(ตามชนิดของป้าย) เกรดสําหรับงานจราจร
สําหรับด้านหลังแผ่นป้ายพ่นสีรองพื้น กันสนิมสีเทา ข้อกําหนดติดตั้งป้ายจราจรและการตรวจสอบคุณภาพ - ให้เป็นไปตามข้อกําหนด ตามแบบมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
- ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดของวัสดุที่ใช้ในการจัดทําป้ายให้
ก่อนนําไปติดตั้ง ณ สถานที่ ที่ อบจ.พล กาหนดไว้
39
NONIEGINNER
มัด
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ )
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
LIdeAN
น A 1
ลูกษรสีขาว (ขนาดและลักษณะของลูกจะกําหนดระหว่างดําเนินการ)
ตัวอักษรสีขาว (รายละเอียดตัวอักษร และขนาดอักษรจะกําหนดระหว่างดําเนินการ
1.80
มุมให้สวยงามและเหมาะเม
G5C
D. ด
เส้น งบป่ายราว
บ้านทรัพย์ไพรวัลย์ กม. ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
ตัดมุมโค้งให้สวยงาและเหมาะสม
กม.
บ้านเขาน้อย ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
แผ่นป้ายเหล็กชุบสังกะสีหนา 1.2 มม มาก50-2561
โดส เลนสนิมทนา 2 3/8"
ใช้จานวน 5 ตัว รองด้วยแหวนอลูมิเนียม
ขยายป่ายแบบ 2 ป้าย
0.60
T
0.60
0.10
0.00
!
1.50
1.20
ตัวอักษรส กกจะ
1AA
THEM AT THE RATE Fananizanenfianceer
(ดูแบบขยายด้านหลังป้าย
โครงหล็กกล่องขนาด 50x25x1.6 มม
หา ชาว
แผ่นป้ายเหล็ก สังกะสีหนา 1.2 มม น า แดนกันสนิม ขนาด 0 3/8" ใช้จํานวน 8 ตัว รองด้วยแหวนอลูมิเนียม
มงก50-2551
0.10
ค ก ก ร ม
0.10
สะทานสง
0.50
0.40
ทางด้า
(อย่างน้อย) ใน ทางนรี
งา
หากหิน เนินงานไม่สามารถ ติดตั้งตามระยะที่กําหนดได้ ให้ติดตั้งความเหมาะสมอง อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
ป่าย เบ็นทรัพย์สินของ อบจ าล
—ด้วอักษรส กก R หน
การลักทรัพย์มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
ขยายด้านหลังป้าย
-ตัว กษรสีขาว (รายละเอียดก้ว รร และขนาดอักษรจะกําหนดระหว่าง า นการ
แบบป้ายแนะนํา
องคก
ริหารสา
จังหวัดที่
เสาเหล็กกล่องขนาดไม่น้อยกว่า 95495x2.3 มม. หัวเสา แผ่นเหล็ก เอมกัน เทา กันสนิมแล้วจึงพ่นหรือทาสี ผ้า ราว
เหล็กะปิ หัวเสา รูปตัด A
บริหารส่วนจังหวัด ษณุโลก
กองชาง ฝ่าย จนกร แบบ
แบบแสดง
แบบมาพราฐาน ป้ายจราจร ประเภทปาเจราจร ง บ ปายเดือน
และ บ้า แนะน่า
Apar
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายรางเขียนแบบ
PRICNIRIRI
( นายพีรพงษ์ คีมปากพิง ) สถาปนิกปฏิบัติการ
1.50
บ้านทุ่งเอี้ยง
ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
เต๊นขอบบ้วย กาว.
แผ่นป้ายเหล็กชุบสังกะสีหนา 1.2 มม. 1050-2561
นียดสแตนเลส :เสนีย นาก 3/6
จานวน 4 ตัว ด้วยแนว-ชมิเนียม
ขยายป้ายแบบ 1 ป้าย
แผ่นป้ายเหล็กรูปสังกะสีหนา 12 มม. มอก 50-2561
น๊อตสแตนเลสกันสนิมขนาด 3/8"
ใช้จ่านวน 4 ตัว รองด้วยแนวนภูมินิยม
-ตัวอักษรสกเกอร์
( แบบขยายด้านหลังป้าย
เขียนแบบ
ตัดมุมโค้งให้ วยงามและเหมาะสม
แผ่นป้ายเหล็กรูปสังกะสีหนา 1.2 มม. มอก.54-2561
ด้วย RIVET โดยรอบ
สป ก
โครงเหล็กกล่องขนาด 50x25x1.6 มม
เชื่อม 2 จุด แนX อมาจุดละ 2 ชน
-เหล็กแผ่น
:
ริวกร
10140
เราเห กล่องขนาดไม่น้อย 7 95495x2.3 มม. หัวเรามีแผ่นเล็ก เอมกันน่าหา กันสนิมแล้วจึงพ่น ทาจิ ามัน ย
เอกสนามเคสกันสนิมขนาด 3/8
รอง วายแวน ดูมิเนียม
รูปขยายเหล็กประกับช่วงยึดเสา
วิศวกร
ร
HI-ETH
( นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์ ) วิศวกรโยธาช้านาญการ
( นายศราวุธ แสงก วิศวกรโยธาชานาญการพิเศษ
( นายเกรียงไกร บุญช่วย)
หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
т
หน
0.60
it จะเ
$1.50
ทาสีขาว
โครงเหล็กกล่องขนาด 50x25x1.6 มม
เราเหล็กกล่องขนาดไม่น้อยกว่า 35x55x2.3 มม. หัวสามแผ่นเหล็ก นียมกันน้าทาสีกันสนิมแล้ว งานบริ ทาฬิ ามัน ยาว
0.10
ดร กก สม
0.10
ท่อนเด่ง
0.50
¥0.40
ทา ค่า
(อย่างน้อย) ใน กวงหรือ
+–….
เ
AAMI
คอนกรีตหุ้มโดยรอบ
หากที่น าเนินงานไม่สามารถ ตั้งตามระยะที่กําหนดได้ ให้ความเหมาะสม
ต้อง อยู่ในดุลหินิจของผู้ควบคุมงาน
เห็นชอบ
RABICIPALI GIARRHE
RRICING
( นายชูชัย หล่อนิมิตติ ผู้อ่าน่วยการกองช่าง
NWRIIARA
( นางสาว สรา ทอง ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
LN
( นายภัทร ใจเอม) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
คอนกรีต มโดยรอบ
- รูปติดป้าย 9.30 0.30
0.30x0.30
คอนกรีตหุ้มโดยรอบ
คอนกรีตหุ้มโดยรอบ
14 รูปติดป้าย
0.30x0.30
0,30×0.30
*หมายเหตุ 1. เส้นขอบป้าย สัญลักษณ์ และ อักษรข้อความ บนป้ายใช้สติกเกอร์สีขาวสะท้อนแสง หรือทึบแสง (ตามชนิดของป้าย) เกรดสําหรับงานจราจร มอก. 606-2553
2. พื้นป้ายใช้ สติกเกอร์ส เงิน เกรดสําหรับงานจราจร มอก 608-2553
3. เสาป้าย ทาสีกันสนิมรองพื้น แล้วจึง พ่นหรือทาสีน้ํามันสีขาว ทับหน้า 2 ชั้น บริเวณโคน เสาทาสีน้ํามันสีดําและติดสติกเกอร์สีส้มสะท้อนแสง เกรดสําหรับงานจราจรตามแบบ
ข้อกําหนดติดตั้งป้ายจราจรและการตรวจสอบคุณภาพ
- ให้เป็นไปตามข้อกําหนด ตามแบบมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
- ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดของวัสดุที่ใช้ในการจัดทําป้ายให้
ก่อนน่าไปติดตั้ง ณ สถานที่ ที่ อบจ.พล กําหนดไว้
53
Ск
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ )
3 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เง
งาน
โดรนบ
วัน เ น ปี
0.40
0.30
0.20
เสาท่อเหล็ก
100 มม
.
0.40
รูปตัด
NOT TO SCALE
บ
0.40
0.30
0.20
VARIES
ก
2.40
RB9 RB12
0.50
0.50
0.50
รูปด้านหน้า
สีขา
Smey ก
100 MH
โคมไฟกระพริบ
แบบรยาย “1”
สัง
ชาว
แถมสตึก สะท้อนแสง สีส้ม เกรด าหรับงานจรา: มอก.806-2553 กว้าง 10 ซม ติดโดยรอวสา
3 ระดับขอบผิวลง
สา
SIDE SLOPE
นทาง
VARIES
2.40
แสดงการติดตั้งสัญญาณไฟกระพริบร่วมกับป้ายบังคับหรือป้ายเตือน (เสาเหล็ก)
ไม่แสดงมาตราส่วน
4-RB12
0
สารอเหล็ก
6100 มม
BOLT 4-#18x300 mm.
แปลน
แบบขยายฐานราก
ไม่แสดงมาตราส่วน
0.05
ขันแน่นด้วยน้อ
พร้อมแหวนรอง
0.30
0.20
RB12
คอปก ต 1:2:4
0.75
RE12
ทรายหยาบ
0.40
รูปตัด
ไม่แสดงมาตราส่วน
0.10
0.50
0.50
0.50
ta
โคมไฟกระพริบ
และแผงรถ แสงอาทิตย์
แบบขยาย “1”
สีขาว
เสาท่อเหล็ก
100 มม
1
แถบ ป ก กา สะท้อนแสง ส้ม
เกรดส่าหรับงานจราจร มอก. 606-2553
กว้าง 10 ซม ดโดยรอบสา
ว
ง ระดับชอบผิว
สา
ส
Aona
ริหารส
จังหวัดพิ
“ไรส่วนจ
saravanaselaften, Tan
กองชง
า aus
แปบแสดง
แบบมาตรฐาน สัญญาณไฟกระพริบ (พลังงานแสงรา
เขียนแบบ
( นาระ ปานมณี)
รายงายางเขียนแบบ
كسية
( นาย รพงษ์ คีบปากพิง) สถาปนิกปฏิบัติการ
รูปด้านข้าง
วิศวกร
1729
FAA
( นาย
พงศ์ อนันตาภรณ์ ) วิศวกรโยธารานาญการ
นายสราวุธ แสง) วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
( บาเกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าฆ่าย วงละออกแบบ
-BASE PLATE
300x300×20 mm.
หรือ 300x300x10 mm. 2 แผ่น บ
-แผง ส แสงอาทิตย์ (มุมรับแสงปรับตามความเหมาะสม)
โคมไฟกระพริบหลอด LED
U-SHAPE
STANLESS STEEL
OR T-ROD
เห็นชอบ
( นายย หล่อนิมิต) ผู้ป่วยกาวทอง ล
CA
( บาง สาวสุรา ง ) รองปลัดองค์การ หารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นรอบ
3-R89
บ
4-RB12
กา
REFLECTIVE SHEETING
แบบขยาย “1” ไม่แสดงมา กราส่วน
30
39
BULUNM
( นายภัทร ใน ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
09
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ นาม ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เบ
ล่น dy G
ใน ทาง
แบบแปลนแสดงหลักนําโค้ง(GUIDE POST) บริเวณโค้งทางราบ
การติดตั้ง หลักนําโค้งบริเวณที่เป็นจุดอันตราย
( ติดตั้งบริเวณขอบไหล่ทาง หรือขอบผิวจราจร ร ม ห ทาง )
- บริเวณ ก่อนลงทางแยกให้ใช้หลักโค้ง ทาสีขาวแดง ขนาดเหมือนหลัก โค้งทั่วไป
UP
10
15
20
ALKE
ใหลหาร - - บริเวณที่เปลี่ยนความกว้างของผิวกาจใช้พลิกน่าโค้ง
ทาสชาวแดง นาคเหมือนพลิกน่าโค้ง ป
ชอบ จราจร หรือชอบให ทาง
ด้านหน้าทาสีสะท้อนแสงหรือแผ่นสะท้อนแสงสีขาวเป็นแถบ านด้านหลังเป็นวงก และ ที ปกต
15
10
5
5
0
n
LA
แนวศูนย์กลางถนน
นชมทาง
GUIDE POST-
ย
IKLILILUNUYU
SLOGE
ะเอชเ วทางบน
SIDE SLOPE
านหน้า สะท้อนแสงหรือแผ่นสะท้อนแส ป่าแถบ ร่านด้านหลังเปนวงกลมและอีฟ ตอน
AVATA
าฟหลัง
PS.IAL.co.ts
2-16WW.J
0.02
0.035"
0.02
0.02 0.11 0.15
10.0₤
ด้านหน้า สองหลักทาง ระยะทางกิโลเมตรและห่างทุก 100 เมตร
รูปตัด ฿ (B)
ทางบา
ทา -
0.15
เกษม
0.50
หายจา
025
0.05
0.15 |
ระดับของทาง ระดับ วานน
0.05
.01500150
0.03
0.05
พลทพ
วรว
ยา
0.03
0225 0225
0.05
-วีรคับในเค
หินสีขาว
? วหน่อ: t
0225
ลงใหม
007
126+
P15
0
1.025
0.03
ปมมco.jธม
0.05
-494444
รูปตัด A
0.025
0.15
202
รูปตัด ©
0.04
012
0.04
รูปด้านหลัง
ทุก 100
หลักเขตทาง
0.80
12
0,075
องคก
จังหวัดพิษ
ชณุโลก
เขียนแบบ
กองช่าง
าร ระบบ
แบบแสดง
แบบมาตรฐาน หลักน่าเละ ก ค
به لا
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี )
รายนาย า ม บ
( นายพีรพงษ์ บ า ง ) ສການຣັຕນະກາ
0.75
m ก
รายการประกอบแบบ
- ต่างๆ มีหน่วย นมตร สระบุเป็นอย่างอื่น
2 หลัก ทาง โดยรอบทุกด้าน ส่วนตัวอักษรละตัว ในหลักทางโร
วิศวก
-จากสะท้อนแสงหรือ
คน สะท้อนแส tra 0.08 ม
-พา สะท้อนแสง แผ่นสะท้อนแสง
ราฟ บ ก าโค้งให้หาราช ค้า โดยรอบจํานวน 2 ครั้ง - งานคอน ให้เป็นไปตาม am 101 โดยให้ไ ห น ชนิด
วิศวกร
- ประงับรองแห่นมาตรฐาน ก า ร ค 155 IS อายุ 28 วัน ไม่ว่า 180 /
- งานเหล็ก มวลนก 58 24 ตาม มา 103
- การ แถบสะท้อนแสง ห ก าโค้ง Smi ด น ะ น อง
นาค กล่าว
กก ลงใน ลง ทามวนาให้สวยงาม
8.แผ่นสะท้อนแสง แผ่น ล ก ในหัว ติดบนเน มิเนียม หนา 2 มม
โดย ตามรูปและก่อนตั้งให้ทําความสะอาดินและ
7.นคนละพัน นายลง ชาว มีค่า สปท. กระท้องไม่ เด ระดับ 2 คม มท 08
8 ที่เทวนให้ดี ไม่น้อยกว่า 3 เที่ยว - เค้กนางโดยทั่วไปให้แผ่นสะท้อนแสงนอกจากออกแบบระบุไว้เป็นอย่างอื่นในแบบคน
ตารางระยะเครื่องหมายน่าทางโดยใช้หลักนําโค้ง (GUIDE POST)
กร
0.129
0.01
0.01
22.125
6 0.0d ม
ส ด่
1
ริบ ก ง pvc
เครื่อง
มากน่าทาง ตอน อยู่ในโค้ง
ระยะ ขวบ พม่า ทางตอน อ น โ
เ น่ า ง
Doที่ 2
ช่างที่ 3
{}
(82)
( F3 }
ทา สะท้อนแสง ไ ดผ่นสะท้อนแสง
เมนูร
UNAT
เพล
เคร
แปลนหลักน่าโรง
*_H 0,03x0.15 M
AIMTT S
+
7
12
24
75 99
IC
旧
36
100 [48
7
13
ช
42
150
120
14
24
48
200 2.09
16
27
54
300
500
0.03
มากว่า 500
en
30
40
15
27
45
ន
20
51
0.025
10
015
0.025
15
แบบแสดงการติดตั้ง GUIDE POST)
ขอบ RTN
หรือขอบใน ราง
รูปด้านหน้า
หมายเหตุ : ในกรณีที่ ขอบไหล่ทางมีความลาดชัน หรือไม่สามารถติดตั้งหลักนําโค้ง เป็นไปตามรูปตัด (6) - 3 ได้ ให้ผู้ควบคุมงาน พิจารณาการติดตั้งให้เหมาะสมตามสมควร
- สะท้อนแสง แผ่นสะท้อนแสง
tra 0.05zQts ม
(นา วงค์ นันกรณ์ ) วิศวกรโยธา า า การ
( นายสราวุธ แสง วิศวกร โยธา านาญการพิเศษ
كم
( นายเกรียงไกร บุญวย) หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
เห็นรอบ
( นาย หล่อ
ผู้อํานวยการกองช่าง
c.
( นางสาด ราง ทอง)
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
بو
หมายเหตุ
31
39
คัดลอก อ้างอิง จากแบบมาตราฐานงานทาง
รับ อปท โดยกรมทางหลวง
( บาย ทรุ ไจเม ) ปกหยง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์) นายกองค์การ สิหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ม: ท 1
1.วิธีดําเนินการจัดทํา
ข้อกําหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (TRAFFIC PAINT) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLASTIC) ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้
1.L การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจร ที่ทําการตีเส้น หรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลบทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชํารุด การลงวัสดุรองพื้นต้องใช้วิธีพ่น
เพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อนในกรณีที่
เครื่องหมายจราจรเดิมไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกันเครื่องหมายจราจรที่จะทําชั้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเติมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจร บนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังจากการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
1.3 การเตรียมผิววัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้ผิดเพี้ยน หรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจาก ให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้ ต้องใช้วัสดุเทอร์โมพลาสติก ให้เพียงพอกับความร้อนในการเตาต้มที่มีการกวนอยู่
ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขนาดใดๆ เมื่อวัสดุเหลวแล้ว ต้องรีบใช้ทันที่ห้ามมิให้นําวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องให้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้งาน ปริมาณของวัสดุจะต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชั้นขึ้นไป ต้องขอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน
2 ข้อกําหนดคุณสมบัติ
2.1 สีจราจร (TRAFFIC PAINT) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําให้ประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 415 จราจร ชนิดที่ 2
2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLASTIC) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น รีด หรือปาดลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 542
วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้นเทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400 - 500 กรัมต่อตารางเมตร 2.3 ลูกแก้ว (GLASS BEADS) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 543 ไว้ที่พิพิธภัณฑ์
2.4 วัสดุรองพื้น (Took COAT หรือ PRIMER) เป็นน้ํายาเคมี ใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิตวัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด
ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
รายการที่กําหนด
1 วัสดุ
สีจราจร
วัสดุเทอร์โมพลาสติก
มอก.จุด 45 -2540 ชนิดที่2
มอก. 542 - 2530 ระดับ I
พ่น
พ่นรี หรือปาดลาก
เรียนแบบ
สถาปนิก
การด่วนจังหวัดพิษณุโลก
กองช่าง
จอ พบ
แบบแสดง
แบบมาตรฐาน ข้อกาหนดการตีเส้นจราจร
( นายพีระศักดิ์ ปานมณี ) ร่วยนายช่างบนแบบ
VI
ล
( นายพีรพงษ์ ยาง 3
สถาปนิกปฏิบั
Rom
วิศวกร
PIA
HHHR
…….
( นาย อนันทนากรณ์) วิวกรโยธาชํานาญการ
“นายก แสงเกตุ วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
WANNABARA
( นายเกรียงไกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
- ข้อก้าหนด
1.2 การใช้งาน
2 การตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
2.1 ความหนาเมื่อแห้ง มิลลิลิตร
พ่น
รีต หรือปาด
2.2 อัตราการใช้ลูกแก้วโรยจากเครื่อง
3.ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อตีเสร็จทันที (ตรวจรับงาน)
3.1 ความหนาเมื่อแห้ง มิลลิเมตร
3.2 การมองเห็นในเวลากลางคืน
3.2.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), macd.xm
สีขาว สีเหลือง - การตรวจสอบคุณลักษณะการใช้งานระยะเวลาประกัน
2.1 การมองเห็นในเวลากลางคืน
4.1.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), mcd.xm
สีขาว สีเหลือง
5 ระยะเวลาประกัน
0.2
3.0
3.0
400
4000.2
3.0
A AI
300
200
6 เดือน 1 ครั้
12 เดือน 1 ครั้ง
150
100
12 เดือน
A N
300
200
ตรวจ
เห็นชอบ
PINE—NN
(นายซู บ ห นิ
ผู้อ้านวยการกองช่าง
นางสาวศริราช ฌอง ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ
เห็นชอบ
ex
( นายภัทร ใจเอม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
อนุมัติ
12 เดือน 1 ครั้ง
24 เดือน | ครั้ง
150
A N
100
24 เดือน
32%
ск
( นายมนชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ
ฟร
บ Low G
เขตห้ามแซงจากจุด 3 จุด 6 ตามทิศที่แสดง
4,6 - จุดเริ่มเขตห้ามแซง
x
b,b” = จุดสิ้นสุดเขตห้ามแซง
- หมายเหตุ : เขตห้ามแซงในทิศทางตรงข้าม
อาจจะคาบเกี่ยวกันหรือไม่ขึ้นอยู่กับแนวทาง
แนม ง
เขตห้ามแข่งจากจุด 3 จุด
ตาม
ที่แสดง
เขตห้ามแห่งจาก 0 ถึง 6
ตามที แสดง
สําหรับสีตีเส้นแนวศูนย์กลาง เขตห้ามแซงในแนวโค้งราบ
ไม่แสดงมาตราส่วน
แนวนอ
-PAVEMENT PROFILE
PROFILE
ตามทิศ แสดง
-C แถบ (เหลือง)
150.00 BUXT
แถบห้ามแรง (เหลียง
150.0c st
ทาทางจาก ->
0.4 - จุดเริ่มเขตห้ามแซง
จุดสิ้นสุดขตห้ามแซง
b.6"
หมายเหตุ : เขาห้ามแซงในทิศทางตรงข้าม
อาจจะคาบเกี่ยวกันหรือไม่ขึ้นอยู่กับแนวทาง
PLAN
สําหรับสีเส้นแนวศูนย์กลาง เขตห้ามแซงในแนวโค้งดิ่ง
ไม่แดงมาตราส่วน
ทิศทางจะย
รายการประกอบแบบ
- มิติต่างๆ มีหน่วยเป็นเมตรจากระบุเป็นอย่างอื่น
- เส้นแบ่งทิศทางจราจร ใช้เส้นสีเหลือง ตีเส้นที่กึ่งกลางผิวจราจรตลอดแนว
2.1 เล่นประเป็นเส้นสีเหลืองแบ่งทิศทางของการจราจรบนสายทาง 2 ช่องจราจร
ในบริเวณที่ยอมให้รถแซงขึ้นหน้ากันได้สองทิศทาง
ขนาด ความยาว และการเว้นช่องของเส้นประกําหนดไว้ดังนี้
- ทางหลวงนอกเขตชุมชน เส้นยาว 3 ม. เงินช่อง 3 ม.
- ทางหลวงในเขตชุมชน เส้นยาว 1 ม. เป็นช่อง 3 ม.
2.2 เส้นทับเดี่ยว เป็นเส้นทึบสีเหลือง ใช้เป็นเส้นแบ่งทิศทางจราจรในบริเวณ
ที่ห้ามแซงสายทาง 2 ช่องจราจรหรือบริเวณก่อนถึงทางแยก
ห้ามรถเปลี่ยนช่องจราจรความยาวเส้นทับต้องไม่น้อยกว่า 24 ม.
2.3 เส้นประตูกับเส้นทับ เป็นเส้นสีเหลืองทึบ คู่ขนานไปกับเส้นประสีเหลืองโดยเส้นทั้งสอง ห่างกันเท่ากับความกว้างของเส้นประ ให้ใช้เส้นทับคู่กับเส้นประเป็นเส้นทิศทางจราจร ในบริเวณที่ห้ามรถที่มาจากทิศทางหนึ่งแข่ง แต่ยอมให้รถที่มาจากด้านตรงข้ามแซงได้
ค้านที่ท้ามแซงใช้เส้นทีน ส่วนด้านที่ยอมให้แข่งในสนประ
2.4 เส้นทับคู่ เป็นเส้นห้ามแซงและเป็นเส้นแบ่งทิศทางหลายช่องจราจร ไม่มีเกาะกลาง 2.5 การตีเส้นห้ามเฮง บริเวณทางโค้งราบและทางโค้งแนวตั้งให้อยู่ในดุลยพินิจ
ของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
กรณีที่ผิวจราจรกว้าง 5 ม. หรือน้อยกว่าไม่มีไหล่ทาง ไม่ต้องตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร ให้ตีเฉพาะบริเวณที่ เป็นชุมชนที่อยู่อาศัย, บริเวณห้ามแซง, ระยะ 30 เมตร ก่อนถึงบริเวณดังกล่าวและภายในโค้งที่มีรัศมีต่ํากว่า 300 เมตร, ระยะ 30 เมตร ก่อนถึงป้ายหยุดและบริเวณที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
- เส้นขอบทาง ให้ใช้เส้นทีบสีขาว ทั้ง 2 ข้าง ตลอดแนว
สีทาถนนผิวจราจรที่มีผิวเรียบทั้งหมด ( เคปซีล, แอสฟัลติกคอนกรีต, คอนกรีตเสริมเหล็ก ) ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542-2549 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม.
5. กรณีที่ผิวจราจรและไหล่ทางเป็นผิวทางชนิดเดียวกันหรือไม่มีไหล่ทาง
ให้ตีเส้นแสดงขอบทางทั้งสองข้างตลอดสาย
5. การที่เส้นขอบทาง บริเวณโค้งอันตราย ในช่วง PC ถึง PT (แบบขยาย 1 ถนนสายใดที่จะทําการตีเส้น
บริเวณดังกล่าว ผู้ควบคุมงานจะเป็นผู้กําหนด
7 ความร้างนวรตามตารางที่ 2 หรือตามที่กําหนดไว้ในแบบก่อสร้าง
ตารางที่ 2 แสดงความกว้างของเส้นจราจร
ความกว้างข -ผิวจราจรรวมสองทิศทาง (เมตร)
6.00
6.50
7.00 แนะน่าชนิด เส้น ความกว้างของต้น : เชน ม
มาณ จา [PC/น
ยกว่า 2,000
10
10
10 Thermoplastic
มากกก 2,000
15
15
15
Thermoplastic
หมายหตุ
E
3.00
กรณี ด น ธนา ความกว้างหลายขนาดในสารทางเดียวกับ ให้เรียกใช้ขนาดความกว้างช่วงที่มีระยะทางรวมมากที่สุดเป็นเกณฑ์พิจารณา
- เส้นประเดี่ยว
ขนาดและระยะเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
เส้นแบ่งทิศทางจราจร
กรณี นอกเขตชุมชน
3.00
9.00
- 300
9.00
เขียนแบบ
หารส่วน
UKRA
ป. ก าน ก ด ษณุโ
กองข่าง า ว ม ระบบ
แบบแสดง
แบบมาตรฐาน เครื่องหมายจรา ณ ทาง (นพ)
—————— nh
( นายระพี ปานมณี ) ช่วยนายร่างขียนแบบ
สถาปนิก
A
วิศวกร
rona
( นายศิรพงษ์ บาง
สถาปนิกป บั การ
( นาย
วงศ์ อนัน ) วิศวกรโยยา ณรญ
( นายศราวุธ แสงเกตุ
วิศวกรโยธา
านาญการ
AFE
FA
เห็นรอบ
( นายเกรียงไกร บุญชาย) หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
( นาย ย ห ร 9
ผู้อ่านายการกองร่าง
ตารางที่ 1 ระยะแซงน้อยที่สุด
85 th.เปอร์เรน ความเร็ว
ระยะแสงน้อย
สุด
กรณี ในเขตชุมชน
1.00
+
2. เส้นทับเดี่ยว
3. เส้นประคู่กับเส้นทีบ
3.00
+
1.CO
+
£
3.00
£1.00
2
E
To.10-0.40
(XPH.)
(METER)
3,00 - 9.00
3.00 £9.00
13.00
40
140
50
160
4. เส้นทับคู่
60
180
70
210
10.10-0.40
80
245
90
260
ข) เส้นขอบทาง
100
320
110
355
120
395
อบมิวจราจร คาบบ ก
ส้นขอบทาง
£
40 22
หมายเหตุ
คัดลอก อ้างอิง จากแบบมาตรฐานงานทาง
สําหรับ อปท. โดยกรมทางหลวงชนบท
( นางสาวสร้างค์ ทอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
( นายภัทร ในม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Fra
OTH
น
ไหล่ทาง
สนประดี่ เล่ม 1 ม. เว้นระยะ 2 ม.
สันนั่งทิศทาง
จราจร เหลือง
สปะ บท คาว
เล่นเลบมาง อาว
(150 11, MIN บทบ
1-101
ติดตั้งป้ายหยุด
สนทร
ไหล่ทาง
(SO UWN
เส้นทับ
-0.30-0.80
ไหล่ทาง
น เขาไม่น้อยกว่า 24 ม.
YN ห ารณะ
ไหล่ทาง
การตีเส้นจราจรทางแยก
(ทางสาธารณะ)
150 1.
ไหลง
- V อปทางสีขาว
A
(150 1. MIN)
เส้นทับ
เส้น บทาง บวก
บ
A
(150 1. MIN)
150 #,
ไลทาง
การตีเส้นจราจรกรณีความกว้างสะพานมากกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
ไม่ งมาตราส่วน
ให้ติดตั้งป้าย ศ-25
O น
หลท
A
(150) H. WIN’
-เส้นขอบทางสีขาว ผบทบ เหลือง
+ส้นแบ่งทิศทาง จราจรสีเหลือง
ส้นแบ่ง ก
จราจร ก
(150 M. HA
3
เส้นขอบทางสีขาว
18 ม
หลTN ให้ลดลงบ้าน -23
การตีเส้นจราจรกรณีความกว้างสะพานน้อยกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
ไม่สา ราส่วน
รายการประกอบแบบ
- มิติทั้งหมดเป็นเมตร ยกเว้นที่ระบุเป็นอย่างอื่น
2.เครื่องหมายจราจรบนผิวทางสําหรับผิวจราจรลาดยาง และราจะคอนกรีต จะเป็นวัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสงตาม มอก 542-2549 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม
เสนอ ทวง ค
ไหล่ทาง
ทาง อม
- ออก เอกรน
ตีบทาบทาง ขาว
-ส้นแบ่งทิศทาง
จราจรสีเหลือง
ham
-เส้นประ เส้น 1 2. เป็น 2 ม.
การตีเส้นจราจรทางเชื่อม (ทางเชื่อม เช้า
ออก เอกชน)
ให้ติดตั้งป้าย R-22
เส้นขอบทางสัง
เส้นหินสีเหลีอง
-ไหล่ทาง
(160 AL M
LEAT
เส้นทาง บ
องคกาง
เจ้จังหวัด
กองทาง
istan
เขียนแบบ
สถาปนิก
แบบแสดง
แบบมาตรฐาน เครื่องหมายจราจร ผิวทาง
( เส้น)
( นาระ ปานมณี )
..
ชายนาย าง ยนแบบ
निर्ध
4 นายพีรพงษ์ ก ง ) สถาปนิกปรการ
Brothe
เสน ทิศทาง จราจรสีเหลือง
Aarons
-ไหล่ราง
Î* 1450 £7. NIN
AMA
-ไพ ทาง
การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของช่องจราจรลดลง
ไม่แสดงมาตรา วง
เส้นขอบทางสัง
เบบฝังพลอ
ISO ม. MIN
TED น. พ
-ไหล่ทาง
การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของไหล่ทางลดลง
ไม่แสดงมหราส่วน
หมายเหตุ
เส้นเข่งทิศทาง
ราสีเท
คัดลอก อ้างอิง จากแบบมาตรฐานงานทาง สาหรับ อปท. โดยกรมทางหลวงชนบท
34
32
ทร
( นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์ ) วิศวกรโยธา านาญการ
นายศราวุธ แสง วิศวกร โยธา านาญการพิเศษ
(นายเกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่ายสาวจะออกแบบ
เห็นชอบ
( นายชย หล่อนมา)
ผู้ นวยการ ลงร่าง
cl
( นางสาวริสรางค์ Tits รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ
เห็นชอบ
es
นายภัท ในม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
4 นายมนตรีย ทัฒน์ธนย์) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
www.dow
ป
บอน 1
ตราสัญลักษณ์ อบจ พล.Ø 25 ซม
2.40
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
โทร 0 5598 7718-20 ต่อ 304
3 โครงการ
4
ปริมาณงาน…….
1.20
6 ผู้รับจ้าง
ที่อยู่..
ระยะเวลาดาเนินการ เริ่มสัญญาวันที่
7 ค่าก่อสร้าง
8 ผู้ควบคุมงาน 1.
บท
โทรศัพท์
สิ้นสุดสัญญาวันที่… รวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น
โทร………………
…………………… โทรศัพท์………..
- กําลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน
เสาไม้หรือหลักทั่วไปที่แข็งแรงและป้องกันแผ่นล้ม ติดตั้งในบริเวณที่เห็นได้ชัดเจนและมีความมั่นคงแข็งแรง นรีอภิดตั้งตามสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม
LIPURIN
น
องค
กองข่าง
บร
แบบแสดง
ป่ายเสดงวางตนกับงานก่อสร้าง
รองกรงานท้อง
เยนแบบ
สภา ก
( นายพีระ ก ปานมณี) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
( นายพีรพงษ์ มาพึ่ง
สถาปากปกการ
amint
การ
( นายวงศ์ ธนาภรณ์ ) สาวกรโยธา านาจการ
นายกรกล แสง วิศวกรโยธาช้านาญการพิเศษ
( นายเกรียงไกร บุญวน) หัวหน้าฝ่ายสารและออกแบบ
เห็นชอบ
( นาย ช พ ด ม
ย่าน่วยการกองร่าง
ลักษณะป้าย
Z
แผ่นปายเปน อัดทั่วไป ขนาด 1,202, 40 4 ส น น้าพลาสติกสีน้าเงิน ก ก ารา หรือใช้แผ่นไวนิล ชนาด 1.20 2.40 1 กับโครงเคร่าไม่ให้แข็งแรง การปักป้ายควรอยู่ในบริเวณรัศมีของโครงการที่ดําเนินการ ประชาชนสัญจรไป - มา มองเห็นได้ชัดเจน ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าเนินการจัดทํา และติดตั้งแผ่นป้ายภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญาจ้าง แผ่นป่ายติดตึงระหว่างค้าเนินการก่อสร้าง มีสภาพคงทนตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง
(นางรม ๆ รองปลัด งค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
เฟรช บ
ex
มูลค่างานจ้างไม่ถึง สามแสนบาทไม่ต้องติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ แต่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการ
รายละเอียดแผ่นป้าย
1
แผ่นป้ายเป็นแผ่นไม้อัดทั่วไปทาสีรองพื้นสีหลากสี เงิน กรอบ และตัวอักษร ชาว หรือแผ่นไวนิล กับโครงว่าไม่ให้แข็งแรง โยงปิดให้มั่นคงแข็งแรง บนไม่น้อยกว่า 1,20-2.40 ม
2. การปักป้ายควรอยู่ในบริเวณ – รัศมีของโครงการที่ดําเนินการและประชาชนสัญจรไปมามองเห็นชัดเจน
3. ดวงตรา ตัวหนังสือสีขาว ขนาดตามแบบกําหนด
4.
(1) ดวงตราสัญลักษณ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
5. 2 สื่อส่วนราชการเจ้าของโครงการและเบอร์โทรศัพท์ 11. 8 ชื่อผู้ควบคุมงานและหมายเลขโทรศัพท์
6. 3 ประเภทและชนิดของสิ่งก่อสร้าง
7. 4 ปริมาณงานก่อสร้าง จํานวนหน่วยที่ดําเนินการ
6. ชื่อผู้รับจ้าง ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์
- 4 ระบุข้อความ “กําลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน
OR Code ขนาด 0.15 x 0.15
9.
6 ระยะเวลาเริ่มต้น และระยะเวลาสิ้นสุด รวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น
10. (1) วงเงินค่าก่อสร้าง…..
มูลค่างานจ้างตั้งแต่สามแสนบาทขึ้นไปประเภทก่อสร้างปรับปรุง งานทาง คลองหรือลําน้ําให้ติดแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์แบบชั่วคราวไว้ ณ. จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดงานก่อสร้าง มูลค่างานจ้างตั้งแต่สามแสนบาทขึ้นไปประเภทก่อสร้างปรับปรุง อาคาร ให้ติดแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์แบบชั่วคราวไว้ ณ จุดต่าเนินการก่อสร้าง 4 จุด
*หมายเหตุ 1. ขนาดตัวอักษร ข้อความ ปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม
2. ข้อความสัญลักษณ์ รายละเอียดตัวอักษร QR Code จะกําหนดระหว่างดําเนินการ
2 29
39.
(นาย ทร ในม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมั
रे
sb
ht
(นายมน ย วิ ต น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
บ ป
สิ้นสุดเขตก่อสร้าง
งานก่อสร้าง ทางหน้า
งานก่อสร้างข้างหน้า
โปรดระมัดระวัง
ขนาดป้าย 0.90x1.80 เมตร
ป้ายประชาสัมพันธ์รายละเอียดงานก่อสร้าง
ป้ายเตือนงานก่อสร้าง
100.00 เมตร
ลดความเร็ว
ลดความเร็ว
ขนาดบ้าย 0.90x1.80 เมตร
50.00 เมตร
จุดสิ้นสุดโครงการฯ
ป้ายเตือนลดความเร็ว
พื้นที่ก่อสร้าง
พื้นทีก่อสร้าง
VW
ป้ายประชาสัมพันธ์รายละเอียดงานก่อสร้าง
งาน สร้างช่วงหน้า โปรดระมัดระวัง
สงกร
inst
เขียนแบง
สร
ก. จ าน
กองข่าง ฝ่ายชายคน
แบบแสดง
ป้ายจราจร ระหว่างการก่อสร้างทาง
( นาระ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายจ้างเขียนแบบ
( นายพีรพงษ์ ดับ 3 สถาปนิกปฏิบันการ
หมายเหตุ
ทางก่อสร้างติดตั้งป้ายเตือน
- แผ่นป้ายสีแสด ตัวอักษรสีดํา เส้นขอบสีดํา
ตามสภาพทาง
สิ้นสุดเขตก่อสร้าง ขนาดป้าย 0.45x1.80 เมตร
ป้ายสิ้นสุดเขตก่อสร้าง - ระยะการติดตั้งป้ายเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
วิศวกร
( นาย วงศ์ ธนากรณ์ ) วิศวกรโยธา านาญการ
วิวกร - ติดตั้ง ณ จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดโครงการ
ขนาดและข้อความบนป้าย อาจคลาดเคลื่อนได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องอยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
นายศราวุธ แสง วิศวกรโยธา านาญการ ษ
5. ข้อความในแบบเป็นเพียงตัวอย่างแนะนําเท่านั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
คร
จุดเริ่มต้นโครงการฯ
โครงเคร่าไม้
สิ้นสุดเขตก่อสร้าง
แผ่นป้ายไม้อัดหรือแผ่นไวนิล
ตรง
a
นาย ยงไกร บุญช่วย ) หัวหน้าสาย
และ แบบ
หรือแผ่นเหล็ก
เห็นชอบ
1 นาย ป ห นิมิต
อ่านวยการกองร่วง
เสาไม้หรือหลักทั่วไป ติดตั้งในบริเวณที่เห็นได้ชัดเจนและมีความมั่นคงแข็งแรง
หรือติดตั้งตามสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม
ป้ายจราจรระหว่างการก่อสร้างทาง
ระดับดินเดิมทั่วไป
หมายเหตุ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้างรวมทั้งป้องกันอันตราย
แก่บุคคลภายในและภายนอก และต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนรักษาความสะอาดของสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอ หากเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากการปฏิบัติ อันประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจัดต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย รวมไปถึงความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
36
39
( นางสาวศริสรางค์ทอง ) รองดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
อนุมัติ
KA
{ นายทร ใจเอม) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Окс
นายมน รีย นัธน ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Carque
S
9
น
ข้อกําหนดตามกฎกระทรวงฯ ที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ
- ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา - ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา 3. ผู้รับจ้างต้องทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมด
ตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา ยกเว้น กรณีที่งานจ้างก่อสร้าง ที่มีสัญญาอายุไม่เกิน 60 วัน
หรือกรณีที่วงเงินการจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐไม่ต้องให้คู่สัญญาจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ - ผู้รับจ้างต้องทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมด
ตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา ยกเว้น กรณีที่งานจ้างก่อสร้าง ที่มีสัญญาอายุไม่เกิน 60 วัน
หรือกรณีที่วงเงินการจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐไม่ต้องให้คู่สัญญาจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ - ผู้รับจ้างต้องแสดงเอกสารการรับรองจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกรณีที่พัสดุผลิตในประเทศ
ถ้าไม่มีเอกสารการรับรองให้ติดฉลากของสินค้าบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าให้ชัดเจน
องค์กร
ส่วนจึงไ
ปลา โ
กองชาง
-
- นน
แบบแสดง
ข้อกําหนดตามกฎกระทรวงฯ
เขียนแบบ
(นายจีระ นมณี) ผู้ช่วยนาย เเ ยนแบบ
สถาปนิก
Fone
2n
THAA
AMA
เห็นรอบ
( นาย พล บาฟัง) สถาปนิกปก การ
(ชวงศ์ นันกรณ์
วิศวกรโยธา านาญการ
" นายศราว แสง วิศวะ โยรส านาญการ
FRE
(นายเกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้างาน วาระออกแบบ
(นายช ย ท ชนิด)
ดุ านวยการกอง N
( นาง ชรา ทอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ
เห็นชอบ
(นายภัทร ใน 4 ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
อนุมัติ
37
39
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
EECAN
น
วัน สน ปี
tel
หน้าที่ และข้อปฏิบัติของผู้รับจ้างระหว่างดําเนินการตามสัญญาจ้างก่อสร้างฯ
- นน
- ผู้รับจ้างมีหน้าที่สํารวจตรวจสอบพื้นที่หน้างาน จัดเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง ตลอดจนจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการดําเนินการก่อสร้าง ให้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง หากพบอุปสรรคปัญหาให้แจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เป็นลายลักษณ์อักษร - ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงานตามสัญญาโดยละเอียด และส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาและแผนงานนี้จะต้องแสดงถึงการเชื่อมต่อระหว่างขั้นตอนและหมวดงานต่างๆ ในสัญญาอย่างสมควรแก่เหตุผล เพื่อที่ผู้รับจ้างจะสามารถดําเนินการตามสัญญา โดยเป็นไปตามแผนงานและบรรลุผลให้งานเสร็จสิ้นจนผ่านกระบวนการทดสอบและตรวจรับงานตามเงื่อนไขของสัญญาได้ ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งตัวแทนที่สามารถประสานงานก่อสร้าง ทั้งหมดประจําอยู่ ณ สถานที่ก่อสร้าง และผู้ควบคุมงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกสามารถติดต่อสั่งการได้ตลอดเวลาที่ทําการก่อสร้าง
- ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งวิศวกรควบคุมงาน (สาขาวิศวกรรมโยธา) หรือสถาปนิก (กรณีงานสถาปัตยกรรม) โดยกําหนดให้เป็นไปตาม ข้อบังคับสภาวิศวกร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรกรรมควบคุมแต่ละระดับ สาขาวิศวกรรมโยธา พ.ศ. 2551 และข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยหลักเกณฑ์ของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมแต่ละระดับ พ.ศ. 2564 พร้อมทั้งแนบสําเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือสถาปัตยกรรมควบคุม ซึ่งยังไม่หมดอายุ ถูกพักการใช้หรือเพิกถอนการใช้ใบอนุญาต อย่างน้อย 1 คน และช่างโยธา หรือช่วงก่อสร้าง ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ํากว่าประกาศประกาศนียบัติวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พร้อมทั้งแนบสําเนาเอกสารแสดงการจบการศึกษา อย่างน้อย 1 คนพร้อมรับรองสําเนาโดยเจ้าตัว และผู้มีอํานาจลงนามของผู้รับจ้างและประทับตรา
- วิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมพ.ศ. 2565 แห่งพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ.2542 มีหน้าที่ควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูปรายการ แห่งสัญญาจ้างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และวิชาการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก วิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในบันทึกรายงานผลการปฏิบัติงานฯ ประจําสัปดาห์ หากไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องแจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างจักต้องจัดหาวิศวกรควบคุมงานมาทดแทนโดยมิให้ขาดช่วง โดยวิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม และการประพฤติผิด จรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีสิทธิขาดที่จะแจ้งมูลเหตุต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ สภาวิศวกร เพื่อดําเนินการลงโทษต่อไป
- (กรณีงานสถาปัตยกรรม) สถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ. 2549 ออกตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ.2543 มีหน้าที่ควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูป รายการแห่งสัญญาจ้าง ถูกต้องตามหลักสถาปัตยกรรม และวิชาการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก สถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในบันทึกรายงาน ผลการปฏิบัติงานฯประจําสัปดาห์ หากไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องแจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างจักต้องจัดหาสถาปนิกควบคุมงานมาทดแทนโดยมิให้ขาดช่วง โดยสถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปนิก และการประพฤติผิด จรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีสิทธิขาดที่จะแจ้งมูลเหตุต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ สภาสถาปนิก เพื่อดําเนินการลงโทษต่อไป
เพื่อให้งานก่อสร้างแล้วเสร็จถูกต้องตามเงื่อนไขแห่งสัญญาจ้างเป็นไปตามกําหนดเวลา และแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างตัวแทนผู้รับจ้าง ผู้ควบคุมงานทั้งสองฝ่าย คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
และผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารสัญญาจ้างฯ เพื่อติดตามงานตามช่วงเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์
7. การควบคุมคุณภาพงานเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องดําเนินการจัดส่งวัสดุฯเพื่อทําการทดสอบคุณภาพโดยผ่านการควบคุมจากผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก โดยการทดสอบ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก หรือ หน่วยงานที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเห็นสมควร โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมในการทดสอบวัสดุดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้สิทธิและความร่วมมืออันดีแก่เจ้าหน้าที่ ที่เข้าเก็บตัวอย่างวัสดุ ทดสอบคุณภาพของงาน และสงวนสิทธิที่จะเข้าไปดําเนินการสุ่มตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างจัดหา หรือดําเนินการที่หน้างานหากไม่ตรงกับรายละเอียดที่ระบุไว้ ผู้ควบคุมงานของ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีสิทธิขาดที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการนําวัสดุอุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุดโดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น
8. ผู้รับจ้างมีหน้าที่เสนอขออนุมัติใช้วัสดุอุปกรณ์ที่จําเป็นจัดหามาเพื่อดําเนินการก่อสร้างผ่านทางผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เพื่อทําการตรวจสอบให้ถูกต้องและเป็นไปตามตามรายละเอียดเงื่อนไข
หากตรวจสอบพบภายหลังว่าวัสดุที่นํามาติดตั้งหรือใช้งานไม่ตรงตามที่เสนอขออนุมัติใช้ ผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีสิทธิขาดที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการนําวัสดุอุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุด
โดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น
9. รายละเอียดแบบรูปและปริมาณงานในการก่อสร้างผู้รับจ้างได้ดําเนินการตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงนามในสัญญาจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากระหว่างดําเนินการก่อสร้างผู้รับจ้างต้องการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุใดก็ตาม อันเป็นเหตุให้ราคาค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวหากมิได้เป็นสาระสําคัญ ที่ไม่ได้ทําให้ มิติ ระยะ รูปลักษณ์ หรือความมั่นคงแข็งแรงเปลี่ยนแปลงไปให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน ในการพิจารณา หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบทําให้ทําให้ มิติ ระยะ รูปลักษณ์ หรือความมั่นคงแข็งแรงเปลี่ยนแปลงไป จะต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนที่จะดําเนิน
ในส่วนที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อไป
10. ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้างรวมทั้งป้องกันอันตราย
แก่บุคคลภายในและภายนอก และต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนรักษาความสะอาดของสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอ หากเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากการปฏิบัติ อันประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย รวมไปถึงความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
การส่ง
กองข่าง AUTOREDANALY
แบบแสดง
หน้าที่ และข้อปฏิบัติ ของผู้รับจ้างระหว่างค่าเนินการ ตามสัญญาจ้างก่อสร้างฯ
เขียนแบบ
สาป ก
छैल
( นายก ปานมณี ) ผู้ช่วยนายร่างเขียนแบบ
الله عنه
นายพิรพงษ์
ปูฟัง
สถาร กร ก
Arom
Ana
P121
( นายวุฒิวงศ์ อนันดากรณ์)
วิศวกร โ ราชานาญการ
HOORAYRE NO HMGANRO
นายศราวุธ แสง
ควรโยธา
านาญการพิเศษ
لم
(นายเกรียงไกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
P1
(นาย หล่อน
ทํา วยการกองร่าง
เห็นชอบ
มาลาว) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด
เห็นชอบ
นาย ก น ม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
อนุมัติ
33
39
LALON
นายมนตรี นา นายองค์กร วรส่วนจังหวัดพิษณุ
LU
ANAL
รายการประกอบแบบมาตรฐานงานทาง (เพิ่มเติม)
- อนุญาตให้ใช้เครื่องทดสอบหาปริมาณความชื้นและความหนาแน่นของดินในสนามแบบ (Nuclear density gauge) ในการทดสอบ วิเคราะห์
และรับรองผลทดสอบความหนาแน่นและความชื้นวัสดุภาคสนาม ในกิจการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้เกิดความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ - แบบมาตรฐานองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
2.1
มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยคันทางเดิม (Reshaping and Levelling)
2.2 มาตรฐานงานถมคันทาง (Embank)
2.3
2.4
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง (Subbase)
มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง (Base)
2.5 มาตรฐานอื่นๆ ที่อ้างถึงและเกี่ยวข้องกับแบบมาตรฐานองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก - ข้อกําหนดในแบบมาตรฐานองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ได้กําหนดให้มีการบดอัดวัสดุเป็นชั้นๆ โดยใช้เครื่องจักร โดยมีรายละเอียดปราฏในข้อกําหนด
ให้วัสดุประเภทต่างๆมีความหนาแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อย 95 ตาม มาถ (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม
( Field Density Test ) - เพื่อให้การก่อสร้าง/ปรับปรุงงานถนนประเภทต่างๆในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ จึงอนุญาตให้ใช้ผลทดสอบความหนาแน่นและความชื้นวัสดุภาคสนาม โดยวิธีทางนิวเคลียร์ (Nuclear Method) โดยอาจใช้ควบคู่กับวิธีการ ใช้ทรายแทนที่ปริมาตรของหลุม (Sand Cone Method) อาจจะเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือทั้งสองวิธีก็ได้
n
ง
sompuya
:
กองชง าา บ
แบบแสดง
ยการประกอบแบบมาตรฐานงานทา
เยนแบบ
ปนิก
aram
Acona
(เพิ่มเติม)
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี) ผู้ช่วยนายช่าง ยนแบบ
out
นาย พงษ์ ปู ฟัง
ส: m
( นายวงศ์ อนันตวรณ์ )
วิศวกรโยธา านาญการ
วิศวกรโยธา านาญการ ษ
(นายเกรียงไกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่าย รวงและออกแบบ
เน้นชอบ
-ended
(นาย ชัย หล่อนิมิต) ผู้อ่านายกองร่าง
อ ส
นางสาว สุรN รอง
รอง ดรงการ หา วนจังหวัด
เห็นชอบ
es
( นายภัทร ในเม ปล้ตรงค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษ
อนุมัติ
39
39
Ок
นายมน ช ม ธนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษ
บ
R A G