จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการจัดทำระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (SEPZ Utility Management Monitoring Center UMMC)

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 69039163659
฿6,438,800 ปีงบ 2569 ประกาศ 11 พ.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างพัฒนาระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ หรือ SEPZ Utility Management Monitoring Center (UMMC) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างระบบกลางสำหรับการติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในพื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (SEPZ) ตามมาตรฐานที่กำหนด

ระบบที่พัฒนาขึ้นจะเป็น Web-based Application ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับบันทึกข้อมูล สืบค้น จัดการข้อมูล ติดตามความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบสาธารณูปโภค และที่สำคัญคือสามารถแจ้งเตือนค่าตรวจวัดทางคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้แบบ Real-time ระบบนี้ต้องมีความสามารถในการเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time จากระบบต้นทาง (Source Systems) เช่น ศูนย์เฝ้าระวังหรือระบบควบคุมกลาง (Monitoring/Control Center) ที่รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัด (IoT/Sensor/SCADA System) และต้องสามารถบูรณาการข้อมูลจากระบบต้นทางหลายแหล่ง (Data Integration) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการนี้มุ่งหวังให้ระบบ UMMC ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากร ลดปัญหามลพิษ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

English summary

The Office of the Eastern Economic Corridor Policy Committee (EEC) intends to procure the development of a Utility Management Monitoring Center (UMMC) system for Special Economic Promotion Zones (SEPZ). The primary objective is to establish a central system for monitoring and reporting on utility management within SEPZ areas in accordance with established standards.

The system to be developed will be a Web-based Application serving as a central hub for data recording, retrieval, management, monitoring of utility infrastructure readiness, and crucially, providing real-time alerts for environmental quality measurement values. The system must have the capability to connect and process data in real-time from source systems, such as monitoring or central control centers that gather data from measurement devices (IoT/Sensor/SCADA systems), and must be able to effectively integrate data from multiple source systems.

This project aims for the UMMC system to enhance resource management efficiency, reduce pollution problems, build confidence among investors and entrepreneurs in the area, and promote sustainable and environmentally friendly development within the Eastern Economic Corridor.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดทําระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ สําหรับบันทึกข้อมูล สืบค้น จัดการข้อมูล ติดตามความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบสาธารณูปโภคและแจ้งเตือนค่าตรวจวัดทางคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้แบบ Real-time
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากร และลดปัญหามลพิษ
  • เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่
  • เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน

ขอบเขตของงาน

  • การพัฒนา Web-based Application สำหรับระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภค (SEPZ UMMC)
  • การออกแบบและพัฒนาระบบให้สามารถบันทึกข้อมูล สืบค้น จัดการข้อมูลได้
  • การพัฒนาระบบติดตามความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบสาธารณูปโภค
  • การพัฒนาระบบแจ้งเตือนค่าตรวจวัดทางคุณภาพสิ่งแวดล้อมแบบ Real-time
  • การพัฒนาความสามารถของระบบในการเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time จากระบบต้นทาง (Source Systems) เช่น ศูนย์เฝ้าระวังหรือระบบควบคุมกลาง (Monitoring / Control Center) ที่รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัด (IoT/Sensor/SCADA System)
  • การพัฒนาความสามารถของระบบในการบูรณาการข้อมูลจากระบบต้นทางหลายแหล่ง (Data Integration)
  • การจัดเตรียมบุคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเพื่อดำเนินการตามโครงการ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (SEPZ UMMC) ที่เป็น Web-based Application พร้อมใช้งาน
  • ระบบที่มีฟีเจอร์ครบถ้วนตามข้อกำหนด: บันทึก/สืบค้น/จัดการข้อมูล, ติดตามความพร้อมสาธารณูปโภค, แจ้งเตือน Real-time, เชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลจาก Source Systems/IoT ได้แบบ Real-time, บูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่ง
  • เอกสารแสดงรายละเอียดคุณสมบัติของบุคลากรที่จัดเตรียมสำหรับโครงการ (ตามรูปแบบในเอกสารแนบ 1)

ระยะเวลาดำเนินการ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
  • Standards Compliance: จะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานเพื่อรับรองกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์และ/หรือ การจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล อย่างน้อยหนึ่งมาตรฐานต่อไปนี้ ได้แก่ ISO/IEC 29110 (Basic Profile) หรือ ISO/IEC 27001 (Information Security Management System) หรือมาตรฐานอื่น ๆ ที่เทียบเท่า
  • Experience: ต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศที่มีลักษณะเช่นเดียวกับงานที่ประกวดราคาจ้างนี้ กล่าวคือ เป็นระบบติดตามและรายงานผลแบบ Web-based Application ที่มีฟีเจอร์ (1) เชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time จากอุปกรณ์ตรวจวัด (IoT/Sensor/SCADA) และ (2) บูรณาการข้อมูลจากระบบต้นทางหลายแหล่ง (Data Integration)
  • Previous Project Cost: ผลงานที่ใช้ยื่นต้องมีวงเงินไม่น้อยกว่า 2,500,000 บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) ซึ่งเป็นผลงานในสัญญาเดียว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือ
  • Technical Capabilities: ความสามารถในการพัฒนาระบบ Web-based Application ที่รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time และ Data Integration ตามที่ระบุในประสบการณ์
  • Personnel: ต้องจัดเตรียมบุคลากรที่มีประสบการณ์มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เพื่อดำเนินการตามโครงการนี้ โดยต้องจัดทำเอกสารแสดงรายละเอียดคุณสมบัติของบุคลากรตามรูปแบบที่กำหนด (เอกสารแนบ 1) ในวันที่ยื่นข้อเสนอ และบุคลากรต้องมีคุณสมบัติครบตามที่เสนอตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ

เกณฑ์การพิจารณา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

ระบบต้องเป็น Web-based Application สำหรับการติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภค โดยมีคุณสมบัติทางเทคนิคหลักดังนี้:

  • ความสามารถในการบันทึกข้อมูล สืบค้น และจัดการข้อมูล
  • ความสามารถในการติดตามความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบสาธารณูปโภค
  • ระบบแจ้งเตือนค่าตรวจวัดทางคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้แบบ Real-time
  • สามารถเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time จากระบบต้นทาง (Source Systems) เช่น ศูนย์เฝ้าระวังหรือระบบควบคุมกลาง (Monitoring/Control Center) ที่รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัด (IoT/Sensor/SCADA System)
  • สามารถบูรณาการข้อมูลจากระบบต้นทางหลายแหล่ง (Data Integration)
  • ต้องได้รับการพัฒนาตามกระบวนการหรือการจัดการความมั่นคงปลอดภัยที่รับรองโดยมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 29110 หรือ ISO/IEC 27001

เงื่อนไขสัญญา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระบบ UMMC นี้จะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หรือระบบเดิมในพื้นที่ SEPZ อย่างไร?
    A: ระบบจะต้องมีความสามารถในการเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time จากระบบต้นทาง (Source Systems) ที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ เช่น ศูนย์เฝ้าระวัง (Monitoring Center) หรือระบบควบคุม (SCADA System) ที่รวบรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์และอุปกรณ์ตรวจวัด (IoT/Sensor) ต่างๆ

  • Q: ระบบรองรับการบูรณาการข้อมูลจากแหล่งข้อมูลประเภทใดบ้าง?
    A: ระบบต้องสามารถบูรณาการข้อมูลจากระบบต้นทางหลายแหล่ง (Data Integration) โดยคาดว่าเป็นข้อมูลจากระบบสาธารณูปโภคต่างๆ (เช่น น้ำ ไฟฟ้า การสื่อสาร) และข้อมูลตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมจากจุดตรวจต่างๆ ในพื้นที่ SEPZ

  • Q: ฟีเจอร์การแจ้งเตือนของระบบทำงานแบบใด?
    A: ระบบจะต้องมีฟีเจอร์การแจ้งเตือนค่าตรวจวัดทางคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้แบบ Real-time เมื่อข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัดมีค่าผิดปกติหรือเกินเกณฑ์ที่กำหนด

  • Q: ระบบนี้มีความเกี่ยวข้องกับประกาศมาตรฐานระบบสาธารณูปโภคของ สกพอ. อย่างไร?
    A: ระบบ UMMC ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคให้เป็นไปตาม “มาตรฐานระบบสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. 2568” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ สกพอ. กำหนด

  • Q: ผู้ใช้หลักของระบบนี้มีใครบ้าง?
    A: ผู้ใช้หลักคาดว่าเป็นหน่วยงานของ สกพอ. สำหรับการติดตามภาพรวม และผู้ดูแลเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (SEPZ) แต่ละแห่ง สำหรับการรายงานและจัดการสาธารณูปโภคในพื้นที่ของตน

  • Q: ระบบมีการวางแผนรองรับการขยายตัวในอนาคตหรือไม่?
    A: เอกสาร TOR ไม่ได้ระบุรายละเอียดเฉพาะ แต่การออกแบบระบบที่สามารถบูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่งได้ ย่อมมีความยืดหยุ่นและ scalability ในระดับหนึ่งเพื่อรองรับการเพิ่มเขต SEPZ หรือจุดตรวจวัดในอนาคต

  • Q: ข้อมูลในระบบจะถูกเก็บรักษาและมีความปลอดภัยในระดับใด?
    A: ผู้พัฒนาระบบต้องมีมาตรฐานรับรองด้านกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์หรือการจัดการความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล เช่น ISO/IEC 27001 ซึ่งครอบคลุมการจัดการความปลอดภัยของข้อมูลในระบบ

  • Q: ระบบนี้ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างไร?
    A: ระบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการทรัพยากรสาธารณูปโภค ลดปัญหามลพิษผ่านการติดตามและแจ้งเตือนแบบ Real-time และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่เน้นการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนของ EEC

  • Q: จำเป็นต้องมีประสบการณ์พัฒนาระบบสำหรับภาครัฐโดยเฉพาะหรือไม่?
    A: เงื่อนไขระบุว่าผลงานต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ “หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือ” ดังนั้นประสบการณ์กับหน่วยงานรัฐเป็นข้อได้เปรียบ แต่ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นภาครัฐเท่านั้น

  • Q: การส่งมอบงานรวมถึงการฝึกอบรมผู้ใช้หรือการสนับสนุนหลังการขายหรือไม่?
    A: เอกสาร TOR ที่ให้มายังไม่ครอบคลุมถึงระยะการส่งมอบงาน รายละเอียดการฝึกอบรม หรือ SLA การสนับสนุนหลังการขาย ซึ่งควรจะมีระบุในส่วนอื่นของเอกสารสัญญาหรือแผนการดำเนินงาน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการจัดทําระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ
(SEPZ Utility Management Monitoring Center: UMMC)
โดยสํานักพัฒนาเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ สายงานเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ
สํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)

  1. ความเป็นมา
    หนึ่งในวัตถุประสงค์สําคัญตามพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 คือ การพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีความทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศ การพัฒนาดังกล่าวถูกผลักดันผ่านการจัดตั้ง “เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่
    ได้รับการประกาศกําหนดโดยคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีเป้าหมายในการรองรับ
    และส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและนโยบาย การพัฒนาที่ยั่งยืน ตามมาตรา 39 มาตรา 40 และมาตรา 41 ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ เจ้าของที่ดิน ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกสามารถยื่นขอจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษได้ โดยต้องปฏิบัติตาม
    หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในประกาศสํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดตั้ง เปลี่ยนแปลง และยุบเลิกเขตส่งเสริมเศรษฐกิจ
    พิเศษ พ.ศ. 2568
    พื้นที่ที่ได้รับการกําหนดเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เจ้าของที่ดินต้องดําเนินการพัฒนาและดูแล
    รักษาระบบสาธารณูปโภคให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กําหนดในประกาศสํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขต
    พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง มาตรฐานระบบสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. 2568
    ซึ่งมาตรฐานเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นกลไกสําคัญในการผลักดันให้พื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษต้องมี
    ความพร้อมที่จะรองรับการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อ
    สิ่งแวดล้อมตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน
    ดังนั้นเพื่อให้การติดตามความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการทรัพยากรในเขตส่งเสริม เศรษฐกิจพิเศษเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของทั้ง นักลงทุนและสังคมที่ให้ความสําคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงมีความจําเป็นในการจัดทําระบบติดตามและ รายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (SEPZ Utility Management Monitoring Centre, UMMC) โดยโครงการนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน แต่ยังส่งเสริมภาพลักษณ์ของ ประเทศไทยในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและที่ยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย
  2. วัตถุประสงค์
    เพื่อจัดทําระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ สําหรับ
    บันทึกข้อมูล สืบค้น จัดการข้อมูล ติดตาม ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบสาธารณูปโภคและ แจ้งเตือนค่าตรวจวัดทางคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้แบบ Real-time เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากร และลดปัญหามลพิษ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ และสร้าง ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้อง
    ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน
  3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
    เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
    ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดาเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร
    พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์

    ครงน
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    3.10.1 การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    -2-
    3.10.2 กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ
    ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า
    ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    3.10.3 การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
  1. กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
    จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
  2. การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ 1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่าย เอกสารซื้อหรือจ้าง
    3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    3.12.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่น ข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
    3.12.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดย ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 2 ล้านบาท
    3.12.3 สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอใน
    -3-
    แต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชี
    เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    3.12.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ํา ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้ง เวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน
    90 วัน
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ
    บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
    และ ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง
    ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
    อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
    3.12.5 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 3.12.2 ข้อ 3.12.3 และข้อ 3.12.4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่
    กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการ รับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หาก ผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสาร
    ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
    3.12.6 กรณีตามข้อ 3.12.1 - ข้อ 3.12.5 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
    -4-
    (1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    จัดซื้อจัดจ้างฯ
    (4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ
    (5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศที่มีลักษณะเช่นเดียวกับงาน ที่ประกวดราคาจ้างนี้ กล่าวคือ เป็นระบบติดตามและรายงานผลแบบ Web-based Application ที่มีฟีเจอร์ (Feature) ดังนี้
    (1) สามารถเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time จากระบบต้นทาง (Source Systems) ที่รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัด (IoT/Sensor/SCADA System) เช่น ศูนย์เฝ้าระวังหรือระบบ ควบคุมกลาง (Monitoring / Control Center)
    (2) สามารถบูรณาการข้อมูลจากระบบต้นทางหลายแหล่ง (Data Integration)
    ในวงเงินไม่น้อยกว่า 2,500,000,00 บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) ซึ่งเป็นผลงานดังกล่าวต้องเป็น ผลงานในสัญญาเดียว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือ และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    ภายในระยะเวลา 10 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ พร้อมทั้งแนบสําเนาสัญญาหรือหลักฐานแห่งข้อตกลง และสําเนา หนังสือรับรองผลงาน
    3.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดเตรียมบุคลากรที่มีประสบการณ์มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เพื่อดําเนินการตามโครงการนี้ โดยต้องจัดทําเอกสารแสดงรายละเอียดคุณสมบัติของบุคลากรตามรูปแบบ ที่กําหนด หรือเอกสารประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและจําเป็นในการพิจารณาคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ในวันที่ยื่นข้อเสนอ คุณสมบัติของบุคลากรและรูปแบบการจัดทําเอกสารตามที่กําหนดไว้ในเอกสารแนบ 1 โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดหาบุคลากรตามที่เสนอมาในการดําเนินงานในโครงการอย่างครบถ้วนด้วย ทั้งนี้ เอกสารต่าง ๆ จะต้องเป็นเอกสารที่ยังไม่หมดอายุในวันที่ยื่นข้อเสนอ และมีระยะเวลาครอบคลุมตลอด ระยะเวลาดําเนินโครงการ
    3.15 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานเพื่อรับรองกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์และ/หรือ การจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล อย่างน้อยหนึ่งมาตรฐานต่อไปนี้ ได้แก่ ISO/IEC 29110 (Basic
    -5-