ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการจ้างปรับปรุงส่วนต้อนรับและภายในห้องประชุม
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางให้บริการห้องประชุมแบบครบวงจรแก่หน่วยงานภายในและภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน ได้จัดทำโครงการจ้างปรับปรุงส่วนต้อนรับและภายในห้องประชุม เพื่อให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่องค์กร
ขอบเขตงานครอบคลุมการปรับปรุงพื้นที่ชั้นใต้ดิน (โถงลิฟต์ โถงบันได) โถงทางเข้า ส่วนต้อนรับและประชาสัมพันธ์ โถงพักคอยและโถงทางเดินชั้น 1–2 พร้อมห้องประชุมทั้ง 4 ห้อง ได้แก่ ห้องประชุมอินทนิล ฝ้ายคำ บัวตอง และทองกวาว โดยต้องดำเนินการตามแบบรูปรายการก่อสร้าง รายการประกอบแบบ และบัญชีแสดงรายการปริมาณงานและราคา (BOQ) อย่างครบถ้วน
ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานแล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับจากวันส่งมอบพื้นที่ พร้อมเอกสารสำคัญ ได้แก่ Shop Drawing ที่ได้รับอนุมัติ As-built Drawing ต้นฉบับพร้อมไฟล์ดิจิทัล แผนการใช้พัสดุและเหล็กผลิตในประเทศ (พัสดุไม่น้อยกว่า 60% เหล็กไม่น้อยกว่า 90%) และกรมธรรม์ประกันภัยอาคารแบบ ALL RISK การชำระเงินแบ่งเป็น 3 งวด (35%, 35%, 30%) ตามความก้าวหน้าของงาน 37%, 77% และ 100% ตามลำดับ ใช้สัญญาจ้างก่อสร้างแบบปรับราคาได้ (ค่า K) กำหนดค่าปรับกรณีล่าช้าร้อยละ 0.10 ต่อวัน และรับประกันความชำรุดบกพร่อง 2 ปี นับจากวันตรวจรับงานงวดสุดท้าย
English summary
The Academic Service Center, Chiang Mai University, invites electronic bids (e-bidding) for the renovation of its reception area and conference room interiors. The scope covers the basement (elevator and stair halls), entrance lobby, reception and PR area, waiting halls and walkways on floors 1–2, and four meeting rooms (Intanin, Fai Kham, Bua Tong, and Thong Kwao), to be executed strictly according to construction drawings and the Bill of Quantities (BOQ). The project budget is 6,117,900 THB with a construction period of 120 days from site handover. Payment is divided into 3 installments (35%, 35%, 30%) tied to 37%, 77%, and 100% completion milestones. Key deliverables include approved Shop Drawings, signed As-built Drawings (original plus digital files), domestic material and steel utilization plans (minimum 60% and 90% respectively), and ALL RISK construction insurance. The contract uses an adjustable price formula (K factor), late-completion penalties of 0.10% per day apply, and a 2-year defect liability warranty is required from final acceptance. Bidders must demonstrate prior building renovation experience of at least 3,000,000 THB per contract within the past 10 years, and provide a full-time licensed civil engineer (Associate level, 5+ years experience) and a licensed architect (Associate level).
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เลขที่ 239 ถนนนิมมานเหมินท์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200 (บริเวณตรงข้ามหอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อทำการปรับปรุงส่วนต้อนรับและภายในห้องประชุม ให้มีความสวยงามและทันสมัยต่อการให้บริการของสำนักบริการวิชาการ
- เพื่อรองรับการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและทันสมัยแก่หน่วยงานภายในและภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน
- เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กร
ขอบเขตของงาน
งานปรับปรุงตามแบบรูปรายการก่อสร้าง รายการประกอบแบบ และบัญชีแสดงรายการปริมาณงานและราคา (BOQ) ครอบคลุมพื้นที่:
- ชั้นใต้ดิน: โถงลิฟท์ และโถงบันได
- โถงทางเข้า ส่วนต้อนรับ และประชาสัมพันธ์
- ชั้นที่ 1: โถงพักคอย โถงทางเดิน และบันได
- ห้องประชุมอินทนิล
- ห้องประชุมฝ้ายคำ
- ห้องประชุมบัวตอง
- ชั้นที่ 2: โถงทางเดิน โถงพักคอย
- ห้องประชุมทองกวาว
- รายการอื่น ๆ ตามที่ปรากฏในรูปแบบรายการ
ภาระผูกพันเพิ่มเติมของผู้รับจ้าง:
- เข้าสำรวจพื้นที่และรับทราบสภาพ/ข้อจำกัดของพื้นที่ก่อนเสนอราคา รวมถึงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการปรับสภาพพื้นที่ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง/สาธารณูปโภคที่เป็นอุปสรรค และการขนย้ายขยะ/สิ่งปฏิกูลออกจากพื้นที่ทั้งหมด
- ชำระค่าสาธารณูปโภค (น้ำประปา ไฟฟ้า ค่าขยะ) ตามประกาศมหาวิทยาลัย
- จัดเตรียมบุคลากรและเครื่องมือด้านความปลอดภัย (ป้ายเตือน ไฟส่องสว่าง) ควบคุมมลภาวะ เสียง ฝุ่น และความสะอาดตามกฎหมาย
- จัดทำแผนการทำงานส่งให้ผู้ว่าจ้าง โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
- จัดทำ Shop Drawing และเอกสารขออนุมัติใช้วัสดุทั้งหมด
- รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดกับทรัพย์สินของสำนักบริการวิชาการหรือบุคคลอื่นระหว่างปฏิบัติงาน
- ทำความสะอาดสถานที่ก่อสร้างทั้งหมดและปรับปรุงพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบเมื่อส่งมอบงานงวดสุดท้าย
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- งานปรับปรุงส่วนต้อนรับและภายในห้องประชุมครบถ้วนตามแบบและ BOQ
- Shop Drawing งานที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมด (ส่งงวดที่ 1 และ 2)
- เอกสารแต่งตั้งบุคลากรประจำโครงการและผังการบริหารงานบุคลากร
- เอกสารขออนุมัติใช้วัสดุ และเอกสารขออนุมัติใช้ระบบไฟฟ้า–ประปา (ชั่วคราว)
- แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (≥60% ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด) และแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ (≥90% ของปริมาณเหล็กทั้งหมด) ส่งภายใน 60 วัน
- กรมธรรม์ประกันภัยอาคารแบบ ALL RISK ตลอดระยะเวลาก่อสร้างจนถึงสิ้นสุดการรับประกัน
- หนังสือส่งงวดงาน พร้อมเอกสารคำนวณปริมาณงานและรูปถ่ายประกอบทุกงวด
- As-built Drawing งานครบถ้วน ต้นฉบับ 1 ชุด ขนาดไม่ต่ำกว่า A3 พร้อมไฟล์ดิจิทัล 3 ชุด ลงลายมือชื่อวิศวกรผู้รับจ้าง
- เอกสารหลักฐานการชำระค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
- เอกสารสรุปการใช้พัสดุและเหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
- เอกสารรายงานสรุปรายการวัสดุ/ครุภัณฑ์ (ชื่อรายการ ยี่ห้อ รุ่น ขนาด เฉดสี พร้อมรูปภาพ)
- ผลงานทดสอบระบบ งานเก็บความเรียบร้อยและทำความสะอาดพื้นที่ทั้งหมด
ระยะเวลาดำเนินการ
- กำหนดยืนราคา: ไม่น้อยกว่า 60 วัน นับจากวันยื่นเอกสารเสนอราคา
- ระยะเวลาส่งมอบงาน: แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับจากวันที่สำนักบริการวิชาการส่งมอบพื้นที่
- หมุดหมายสำคัญ (Milestones):
- ภายใน 40 วัน: งานสำเร็จไม่น้อยกว่า 37% (งวดที่ 1)
- ภายใน 80 วัน: งานสำเร็จไม่น้อยกว่า 77% (งวดที่ 2)
- ภายใน 120 วัน: งานสำเร็จครบถ้วน 100% (งวดสุดท้าย)
- ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง: 2 ปี นับจากวันตรวจรับงานงวดสุดท้าย
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
-
Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานก่อสร้าง
- ลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- ไม่มีผลประโยชน์ร่วมกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น / ไม่ขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- กรณีกิจการร่วมค้า: ต้องกำหนดผู้เข้าร่วมค้าหลักพร้อมสัดส่วนหน้าที่/ปริมาณงาน/มูลค่ามากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่น และใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักเป็นผลงานของกิจการร่วมค้า
-
Standards Compliance:
- ไม่ระบุข้อกำหนด ISO หรือมาตรฐานสากลโดยตรง (ต้องปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม)
-
Experience:
- มีผลงานปรับปรุงอาคารประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา วงเงินต่อสัญญาไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท ในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี นับถึงวันยื่นเอกสารเสนอราคา
- ต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่มหาวิทยาลัยเชื่อถือ พร้อมสำเนาหนังสือรับรองผลงาน (กรณีคู่สัญญาเอกชนต้องแนบใบกำกับภาษีตามจำนวนเงินรายรับ)
-
Previous Project Cost:
- วงเงินต่อสัญญาไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน)
-
Technical Capabilities:
- ความสามารถในงานปรับปรุงอาคาร งานตกแต่งภายใน งานระบบไฟฟ้า–ประปา และงานทดสอบระบบ
- จัดทำ Shop Drawing และ As-built Drawing ได้
-
Personnel:
- วิศวกรโยธาประจำโครงการเต็มเวลา ไม่น้อยกว่า 1 คน ระดับภาคีวิศวกรขึ้นไป มีประสบการณ์วิชาชีพไม่น้อยกว่า 5 ปี พร้อมเอกสารรับรองการเป็นผู้ควบคุมงานจากสภาวิศวกร
- สถาปนิกที่มีใบประกอบวิชาชีพระดับภาคีสถาปนิกขึ้นไป ไม่น้อยกว่า 1 คน
- กรณีบุคลากรทำงานไม่เต็มความสามารถหรือไม่มีศักยภาพ ผู้รับจ้างต้องเปลี่ยนเป็นบุคลากรที่ไม่ต่ำกว่าเงื่อนไขกำหนด
-
Financial Capacity:
- นิติบุคคลจดทะเบียนเกิน 1 ปี: มูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิหักหนี้สินสุทธิ) ต้องเป็นบวก จากงบแสดงฐานะการเงินตรวจรับรองแล้ว 1 ปีสุดท้าย
- นิติบุคคลที่ยังไม่มีการรายงานงบการเงิน: ทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 2,000,000 บาท
- บุคคลธรรมดา: เงินฝากคงเหลือ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ หรือวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ (หนังสือรับรองไม่เกิน 90 วัน)
เกณฑ์การพิจารณา
- ใช้เกณฑ์ราคา (ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ e-bidding)
- สิทธิพิเศษผู้ประกอบการ SMEs: หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกินร้อยละ 10 หน่วยงานจะจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs โดยเรียกทำสัญญาไม่เกิน 3 ราย (พิจารณาจากใบขึ้นทะเบียน SMEs กับ สสว. เท่านั้น และต้องมีวงเงินสัญญาสะสมรวมราคาที่เสนอไม่เกินมูลค่ารายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้) กรณีกิจการร่วมค้า ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องเป็น SMEs
- สิทธิพิเศษผู้ประกอบการไทย: หากบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคาต่างชาติไม่เกินร้อยละ 3 มหาวิทยาลัยจะจัดจ้างจากผู้ประกอบการไทย (กรณีกิจการร่วมค้า ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องเป็นผู้ประกอบการไทย)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- งานปรับปรุงต้องเป็นไปตามแบบรูปรายการก่อสร้าง รายการประกอบแบบ และบัญชีแสดงรายการปริมาณงานและราคา (BOQ) อย่างเคร่งครัด
- การคำนวณปริมาณงานเบิกเงิน พิจารณาจากงานที่แล้วเสร็จโดยใช้วัสดุและปริมาณงานตาม Shop Drawing ที่ได้รับอนุมัติแล้วเท่านั้น (งานที่ต้องทดสอบความแข็งแรงต้องผ่านการทดสอบก่อน)
- ใช้พัสดุ/วัสดุ/ครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมดตามสัญญา
- ใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมดตามสัญญา
- จัดทำประกันภัยอาคารแบบคุ้มครองครอบคลุม (ALL RISK) ตลอดระยะเวลาก่อสร้างจนถึงสิ้นสุดระยะรับประกันความชำรุดบกพร่อง
- มีการป้องกันควบคุมมลภาวะ เสียง ฝุ่น และความสะอาดตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมป้ายเตือนและไฟส่องสว่างระหว่างก่อสร้าง
- ต้องทำการทดสอบระบบก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย
- บุคลากรควบคุมงานต้องมีใบประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย (วิศวกรโยธาภาคีฯ ขึ้นไป / สถาปนิกภาคีฯ ขึ้นไป)
เงื่อนไขสัญญา
- รูปแบบสัญญา: สัญญาจ้างก่อสร้างแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ตามสูตร P = (PO) × (K) โดย K = 0.25 + 0.15(It/Io) + 0.10(Ct/Co) + 0.40(Mt/Mo) + 0.10(St/So) อ้างอิงดัชนีราคาผู้บริโภค ซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง และเหล็ก
- การชำระเงิน 3 งวด:
- งวดที่ 1: 35% เมื่องานสำเร็จ ≥37% (โถงพักคอย/ทางเดินชั้น 2, โถงบันไดชั้นใต้ดิน–ชั้น 2, ห้องประชุมทองกวาว) ภายใน 40 วัน
- งวดที่ 2: 35% เมื่องานสำเร็จ ≥77% (โถงลิฟต์ชั้น 1, โถงบันได/ทางเข้าชั้น 1, ส่วนต้อนรับ, โถงพักคอย/ทางเดินชั้น 1) ภายใน 80 วัน
- งวดสุดท้าย: 30% เมื่องานสำเร็จ 100% (ห้องประชุมฝ้ายคำ บัวตอง อินทนิล ทดสอบระบบ ทำความสะอาด) ภายใน 120 วัน
- ค่าปรับ:
- จ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- ทำงานล่าช้า: ปรับรายวันร้อยละ 0.10 ของมูลค่างานตามสัญญา พร้อมค่าใช้จ่ายควบคุมงานวันละ 300 บาทต่อคน หักจากเงินเบิกจ่ายโดยไม่มีเงื่อนไข และผู้ว่าจ้างเรียกค่าเสียหายส่วนที่เกินได้
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: 2 ปี นับจากวันตรวจรับงานงวดสุดท้าย
- เงื่อนไขบอกเลิกสัญญา (ตามหนังสือ กค (กวจ)):
- เลยเวลา 1/2 ของแผนงาน ผลงานสะสม <25% → บอกเลิกได้
- เลยเวลา 1/2 ของแผนงาน ผลงานเดือน <50% ของแผน หรือผลงานสะสม <50% → บอกเลิกได้
- เลยเวลา 3/4 ของแผนงาน ผลงาน <65% → บอกเลิกได้
- ครบกำหนดส่งมอบ ผลงานสะสม <85% → บอกเลิกได้
- ค่าปรับรวมเกินร้อยละ 10 ของวงเงิน → สงวนสิทธิดำเนินการตามระเบียบ
- ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าสาธารณูปโภค ค่ารื้อถอน และค่าใช้จ่ายเตรียมพื้นที่ทั้งสิ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คำถาม: งานปรับปรุงครอบคลุมพื้นที่ใดบ้าง?
คำตอบ: ครอบคลุมชั้นใต้ดิน (โถงลิฟต์ โถงบันได) โถงทางเข้า ส่วนต้อนรับและประชาสัมพันธ์ โถงพักคอยและโถงทางเดินชั้น 1–2 พร้อมห้องประชุม 4 ห้อง ได้แก่ อินทนิล ฝ้ายคำ บัวตอง และทองกวาว ตามแบบและ BOQ -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบเอกสารอะไรในงวดสุดท้าย?
คำตอบ: ต้องส่งมอบ As-built Drawing ต้นฉบับ 1 ชุด ขนาดไม่ต่ำกว่า A3 พร้อมไฟล์ดิจิทัล 3 ชุด ที่วิศวกรลงลายมือชื่อ เอกสารหลักฐานชำระค่าสาธารณูปโภค เอกสารสรุปการใช้พัสดุ/เหล็กในประเทศ และรายงานสรุปรายการวัสดุ/ครุภัณฑ์พร้อมรูปภาพ -
คำถาม: ต้องใช้วัสดุผลิตในประเทศมากน้อยเพียงใด?
คำตอบ: พัสดุ/วัสดุ/ครุภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด และเหล็กที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมดตามสัญญา -
คำถาม: บุคลากรประจำโครงการต้องมีคุณวุฒิระดับใด?
คำตอบ: วิศวกรโยธาประจำโครงการเต็มเวลาอย่างน้อย 1 คน ระดับภาคีวิศวกรขึ้นไป ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี พร้อมหนังสือรับรองผู้ควบคุมงานจากสภาวิศวกร และสถาปนิกระดับภาคีสถาปนิกขึ้นไปอย่างน้อย 1 คน -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องทำประกันภัยประเภทใด?
คำตอบ: ต้องจัดทำประกันภัยอาคารแบบคุ้มครองครอบคลุม (ALL RISK) ตลอดระยะเวลาการก่อสร้างจนถึงครบกำหนดการรับประกันความชำรุดบกพร่อง -
คำถาม: หากทำงานล่าช้ากว่ากำหนด มีค่าปรับเท่าไร?
คำตอบ: ค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของมูลค่างานตามสัญญา พร้อมค่าใช้จ่ายควบคุมงานวันละ 300 บาทต่อคน โดยหักจากเงินเบิกจ่ายโดยไม่มีเงื่อนไข และผู้ว่าจ้างเรียกค่าเสียหายส่วนที่เกินกว่านั้นได้ -
คำถาม: ระยะเวลารับประกันผลงานนานเท่าใด?
คำตอบ: 2 ปี นับจากวันที่ตรวจรับงานงวดสุดท้าย -
คำถาม: สัญญาปรับราคาได้อย่างไร?
คำตอบ: ใช้สัญญาจ้างก่อสร้างแบบปรับราคาได้ตามสูตร P = (PO) × (K) โดยค่า K คำนวณจากดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป ซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) และเหล็ก ระหว่างเดือนเปิดซองกับเดือนส่งงานแต่ละงวด -
คำถาม: กรณีใดที่หน่วยงานสามารถบอกเลิกสัญญาได้?
คำตอบ: เช่น เมื่อล่วงเลยเวลาเกิน 1/2 ของแผนงานแต่ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 25, เลยเวลาเกิน 3/4 แต่ผลงานไม่ถึงร้อยละ 65, ครบกำหนดส่งมอบแต่ผลงานสะสมน้อยกว่าร้อยละ 85 หรือค่าปรับรวมเกินร้อยละ 10 ของวงเงินสัญญา -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดเองบ้าง?
คำตอบ: ค่าสาธารณูปโภค (น้ำ ไฟ ขยะ) ค่าปรับสภาพพื้นที่ ค่ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง/สาธารณูปโภคที่เป็นอุปสรรค ค่าขนย้ายขยะและสิ่งปฏิกูลออกจากพื้นที่ รวมถึงค่าซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดกับทรัพย์สินของหน่วยงานหรือบุคคลอื่นระหว่างปฏิบัติงาน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ร่างขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการจ้างปรับปรุงส่วนต้อนรับและภายในห้องประชุม
- ความเป็นมา
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหน่วยงานที่ให้บริการด้านการบริการ วิชาการแก่ชุมชน ในการนำความรู้ ความสามารถของผู้เชี่ยวชาญภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถ่ายทอด ให้กับผู้ที่สนใจในแต่ละด้าน และให้บริการด้านห้องประชุม สำหรับหน่วยงานภายในและหน่วยงานภายนอกทั้ง ภาครัฐและเอกชนเพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้บริการห้องประชุมแบบครบวงจร
สำนักบริการวิชาการ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการให้บริการด้านต่าง ๆ จึงดำเนิน โครงการจ้างปรับปรุงส่วนต้อนรับและภายในห้องประชุม เพื่อรองรับการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและ ทันสมัย อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กรอีกทางหนึ่งด้วย - วัตถุประสงค์
เพื่อทำการปรับปรุงส่วนต้อนรับและภายในห้องประชุม ให้มีความสวยงาม และทันสมัยต่อ การให้บริการของสำนักบริการวิชาการ - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ ชั่วคราวเนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ กรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการกรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคล นั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานก่อสร้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนัก บริการวิชาการ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการ แข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งนี้
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ( Electronic Government Procurement : e – GP ) ของกรมบัญชีกลาง
2
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานปรับปรุงอาคารประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ครั้งนี้ โดยมีวงเงินต่อสัญญาไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน) ในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี ถึงวันยื่นเอกสารเสนอราคา โดยเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ มหาวิทยาลัยเชื่อถือ พร้อมให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองผลงานมาพร้อมกับการยื่นเอกสารเสนอราคา กรณีที่นำ หนังสือรับรองผลงานที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานเอกชนฯ จะต้องยื่นหนังสือรับรองผลงาน และเอกสาร หลักฐานใบกำกับภาษีที่ออกจากหน่วยงานคู่สัญญา ตามจำนวนเงินรายรับที่ได้จากผลงานดังกล่าว พร้อมการ ยื่นข้อเสนอ
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นสำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อย(SMEs) (ถ้ามี) โดยเอกสารนั้นต้องไม่หมดอายุนับถึงวันที่ยื่นเสนอราคา
3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (1) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วม ค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบใน ปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย (2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับ ข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติ ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(3) งานก่อสร้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลางตามสาขางานก่อสร้าง ที่คณะกรรมการ ราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการกำหนด กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้เข้าร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วมค้าหลักจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้าง สาขา …………………………… ไม่น้อยกว่า ชั้น …………………….ประเภท ……………………. ไว้กับกรมบัญชีกลาง ในส่วนของผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ใช่ผู้เข้าร่วมค้าหลัก จะเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนในสาขางานก่อสร้างไว้กับ กรมบัญชีกลางหรือไม่ก็ได้สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (4) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๔.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่น ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือซื่อในหนังสือมอบอำนาจ ให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๔.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (4.1) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มี การจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
3.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนองบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อน วันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมาย ไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะ
3
การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคมของทุกปีโดยนิติบุคคลที่ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน มกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้ - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดย ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว และต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท
- สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 5๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมี เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่น ข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
- กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำ ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้ง เวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือ ที่สำนักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่น ข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวด ราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้อง ยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าว จะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่ แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดโดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสาร ดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนด ไว้ในเอกสารประกวดราคา
4 - กรณีตามข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้วและ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้ แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ จัดซื้อจัดจ้างฯ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงาน ขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น - สถานที่ก่อสร้าง
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เลขที่ 239 ถนนนิมมานเหมินท์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200 บริเวณตรงข้ามหอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ - รูปแบบรายการหรือคุณลักษณะเฉพาะ
รายการปรับปรุงส่วนต้อนรับและภายในห้องประชุม สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ ให้เป็นไปตามแบบรูปรายการก่อสร้าง รายการประกอบแบบ รายละเอียดบัญชีแสดง รายการ ปริมาณงานและราคา ดังนี้
5.1 ชั้นใต้ดิน โถงลิฟท์ และโถงบันได
5.2 โถงทางเข้า ต้อนรับ และประชาสัมพันธ์
5.3 ชั้นที่ 1 โถงพักคอย โถงทางเดิน และบันได
5.4 ห้องประชุม อินทนิล
5.5 ห้องประชุม ฝ้ายคำ
5.6 ห้องประชุม บัวตอง
5.7 ชั้นที่ 2 โถงทางเดิน โถงพักคอย
5.8 ห้องประชุม ทองกวาว
5.9 อื่น ๆ ตามที่ปรากฏในรูปแบบรายการ - ระยะเวลาดำเนินการและส่งมอบ
6.1 กำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 60 วัน นับจากวันยื่นเอกสารเสนอราคา
6.2 กำหนดส่งมอบงานจ้างปรับปรุงส่วนต้อนรับและภายในห้องประชุม ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับจากวันที่สำนักบริการวิชาการส่งมอบพื้นที่ - งวดงานและเงื่อนไขการชำระเงิน
กำหนดเบิกจ่ายเงินตามสัญญาจำนวน 3 งวด ดังนี้
5
งวดที่ 1 เป็นจำนวนเงินอัตราร้อยละ 35 ของราคาค่าจ้างปรับปรุง จะจ่ายให้เมื่อผู้รับจ้าง ดำเนินการปรับปรุงงานไม่น้อยกว่า 37 % ของงานปรับปรุงทั้งหมดตามสัญญา โดยต้องมีปริมาณงาน ดังนี้ - โถงพักคอยและโถงทางเดิน ชั้นที่ 2
- โถงบันไดและบันได ชั้นใต้ดิน – ชั้นที่ 2
- ห้องประชุมทองกวาว
โดยจะต้องส่งมอบเอกสารประกอบการส่งมอบงาน ดังนี้ - หนังสือส่งงวดงาน และเอกสารแสดงการคิดคำนวณปริมาณงานที่ทำแล้วเสร็จพร้อม รูปถ่ายประกอบ
- เอกสารแต่งตั้งบุคลากรประจำโครงการและผังการบริหารงานบุคลากรของผู้รับจ้าง - Shop Drawing งานที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมด
- เอกสารการขออนุมัติใช้วัสดุที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมด
- เอกสารขออนุมัติใช้ระบบไฟฟ้า – ประปา (ชั่วคราว)
- เอกสารแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศของโครงการทั้งหมด
- เอกสารแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศของโครงการทั้งหมด
- เอกสารกรมธรรม์ประกันภัยโครงการตามข้อกำหนด
โดยใช้ระยะเวลาไม่เกิน 40 วัน นับจากวันที่สำนักบริการวิชาการส่งมอบพื้นที่
งวดที่ 2 เป็นจำนวนเงินอัตราร้อยละ 35 ของราคาค่าจ้างปรับปรุง จะจ่ายให้เมื่อผู้รับจ้าง ดำเนินการปรับปรุงงานไม่น้อยกว่า 77 % ของงานปรับปรุงทั้งหมดตามสัญญา โดยต้องมีปริมาณงาน ดังนี้ - โถงลิฟต์ชั้น 1 - โถงบันได โถงทางเข้าชั้นที่ 1
- ส่วนต้อนรับ
- โถงพักคอยและโถงทางเดิน ชั้นที่ 1
โดยจะต้องส่งมอบเอกสารประกอบการส่งมอบงาน ดังนี้ - หนังสือส่งงวดงาน เอกสารแสดงการคิดคำนวณปริมาณงานที่ทำแล้วเสร็จพร้อมรูปถ่าย ประกอบ
- Shop drawing
โดยใช้ระยะเวลาไม่เกิน 80 วันนับจากวันที่สำนักบริการวิชาการส่งมอบพื้นที่
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินอัตราร้อยละ 30 ของของราคาค่าจ้างปรับปรุง จะจ่ายให้เมื่อ ผู้รับจ้างดำเนินการปรับปรุงงานครบถ้วนตามสัญญา โดยต้องมีปริมาณงาน ดังนี้ - ห้องประชุมฝ้ายคำ
- ห้องประชุมบัวตอง
- ห้องประชุมอินทนิล
- งานทดสอบระบบ
- งานเก็บความเรียบร้อยและงานทำความสะอาด
โดยจะต้องส่งมอบเอกสารประกอบการส่งมอบงาน ดังนี้ - หนังสือส่งงวดงาน เอกสารแสดงการคิดคำนวณปริมาณงานที่ทำแล้วเสร็จ พร้อมรูปถ่าย ประกอบ
- As-built drawing งานครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งหมด ต้นฉบับ 1 ชุด ขนาดไม่ต่ำกว่ากระดาษ A3 พร้อมจัดเก็บในรูปแบบไฟล์ดิจิตอล จำนวน 3 ชุด โดยมีวิศวกรของผู้รับจ้างลงลายมือชื่อ
6 - เอกสารหลักฐานการชำระค่าสาธารณูปโภคและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
- เอกสารสรุปการใช้พัสดุและเหล็กที่ผลิตภายในประเทศของโครงการทั้งหมด
- งานทำความสะอาดบริเวณสถานที่ก่อสร้างทั้งหมดให้แล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมทั้งปรับปรุง พื้นที่ใกล้เคียงโครงการที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างทั้งหมด
- เอกสารรายงานสรุปรายการวัสดุ/ ครุภัณฑ์ในโครงการ
โดยใช้ระยะเวลาไม่เกิน 120 วันนับจากวันที่สำนักบริการวิชาการส่งมอบพื้นที่
- วงเงินในการจัดหา
จำนวน 6,117,900.00 บาท (หกล้านหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นเจ็ดพันเก้าร้อยบาทถ้วน) - ราคากลาง
จำนวน 6,046,308.21 บาท (หกล้านสี่หมื่นหกพันสามร้อยแปดบาทยี่สิบเอ็ดสตางค์) - รูปแบบสัญญา
- ใช้สัญญาจ้างก่อสร้างแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
- ประเภทงานก่อสร้างและสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
- ในการพิจารณาเพิ่ม หรือลดราคาค่างานจ้างเหมาก่อสร้างให้คำนวณตามสูตร ดังนี้ P = (PO) x (K)
กำหนดให้ P = ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะต้องจ่ายให้ผู้รับจ้าง PO = ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผู้รับจ้างประมูลได้หรือราคาค่างานเป็นงวด ซึ่งระบุไว้ใน สัญญาแล้วแต่กรณี
K = ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อต้องเพิ่มค่างาน หรือบวกเพิ่ม 4% เมื่อ ต้องเรียกค่างานคืนโดยใช้สูตรงานอาคาร ดังนี้
ค่า K = 0.25 + 0.15It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40Mt/Mo + 0.10 St/So K = Escalation Factor
It = ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Io = ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
Ct = ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Co = ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
Mt = ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Mo = ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา St = ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
So = ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา - ค่าปรับ
- กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ผู้ว่าจ้าง จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น - กรณีทำงานล่าช้าเกินกว่าระยะเวลาตามสัญญา กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของมูลค่างานตามสัญญา และจะต้องชำระค่าใช้จ่ายในการควบคุมงานในอัตราวันละ 300 บาท ต่อคน
7
นับถัดจากวันที่ครบกำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลาทำงานให้ จนถึง วันที่ทำงานแล้วเสร็จจริง โดยยินยอมให้หักเงินค่าปรับ จากความล่าช้าในการทำงานและค่าใช้จ่ายในการ ควบคุมงาน ออกจากการเบิกจ่ายเงินค่าจ้างปรับปรุงฯ อย่างไม่มีเงื่อนไข นอกจากนี้ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้าง เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทำงานล่าช้าเฉพาะส่วนที่ เกินกว่าจำนวนค่าปรับและค่าใช้จ่าย ดังกล่าวได้อีกด้วย
- หลักเกณฑ์การพิจารณา
- ใช้เกณฑ์ราคา
- หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
2.1 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่น ข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการSMEs ดังกล่าวโดยจัด เรียงลำดับผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน 3 ราย อนึ่ง การพิจารณาผลตามเงื่อนไขดังกล่าว มหาวิทยาลัยจะพิจารณาจากสำเนาใบขึ้นทะเบียน ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
เท่านั้น การพิจารณาตามวรรคหนึ่ง กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น กิจการร่วมค้า ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น ผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญา สะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้วมีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้น ทะเบียนไว้กับ สสว.
2.2 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคาซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 มหาวิทยาลัยจะ จัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ดังกล่าว
การพิจารณาตามวรรคหนึ่ง กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นกิจการร่วมค้าผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้อง เป็นผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย - ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นคู่สัญญาจะต้องปฏิบัติตามข้อเสนอ ดังต่อไปนี้
13.1 จัดเตรียมบุคลากรประจำโครงการและผู้ควบคุมงานที่มีคุณวุฒิเป็นไปตามกฎหมาย ควบคุมที่กำหนด ดังต่อไปนี้
13.1.1 วิศวกรโยธา (ประจำโครงการเต็มเวลา) โดยจะต้องเป็นวิศวกรประกอบ
วิชาชีพ ระดับภาคีวิศวกรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า 1 คน โดยต้องมีประสบการณ์ทำงานในวิชาชีพ ไม่น้อยกว่า 5 ปี และทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมงานวิศวกรตามกฎหมาย พร้อมเอกสารรับรองการเป็นผู้ควบคุมงานจากสภาวิศวกร 13.1.2 สถาปนิก ที่มีใบประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม ระดับ ภาคีสถาปนิกขึ้นไป ไม่น้อยกว่า 1 คน
ในกรณีที่บุคคลที่เสนอต่อสำนักบริการวิชาการทำงานไม่เต็มความสามารถหรือสำนักบริการ วิชาการพิจารณาแล้วเป็นผู้ไม่มีศักยภาพในการทำงานได้ หรือทำงานแล้วส่งผลเสียแก่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง ผู้รับจ้างจะต้องยินดีเปลี่ยนบุคลากรดังกล่าวนั้น และนำเสนอบุคลากรท่านอื่นที่ไม่ต่ำกว่า เงื่อนไขที่กำหนดนี้
8
13.2 จัดทำประกันภัยอาคาร และจะต้องรับผิดชอบความเสียหายต่ออาคารและสิ่งปลูก สร้างที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการก่อสร้างอาคาร ที่มีการคุ้มครองครอบคลุม (ALL RISK) ตลอด ระยะเวลาการก่อสร้างจนถึงครบกำหนดการรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานก่อสร้างสิ้นสุด
13.3 ชำระค่าสาธารณูปโภคหรืออื่น ๆ เพื่ออำนวยการก่อสร้าง เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าขยะ เป็นต้น ตามประกาศมหาวิทยาลัยฯ ที่เกี่ยวข้อง และกรณีจะต้องขอใช้น้ำประปา ไฟฟ้า จากหน่วยงาน ภายนอกมหาวิทยาลัยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่หน่วยงานนั้น ๆ กำหนด
13.4 ระหว่างการก่อสร้าง ต้องจัดเตรียมบุคลากรและเครื่องมือ (เช่น ป้ายเตือนการก่อสร้าง ไฟส่องสว่าง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ เป็นต้น) พร้อมดูแลการสัญจรและความปลอดภัยระหว่างการ ก่อสร้าง โดยให้มีการป้องกันควบคุมมลภาวะ เสียง ฝุ่นและความสะอาด ตามที่กฎหมายกำหนด
13.5 ผู้ได้รับการคัดเลือกต้องเข้าสำรวจพื้นที่ก่อสร้าง และรับทราบในสภาพและข้อจำกัด ของพื้นที่ก่อสร้างก่อนเข้าเสนอราคากับสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทั้งนี้ หน้าที่ในการปรับ สภาพพื้นที่ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือสาธารณูปโภคที่เป็นอุปสรรคในงานก่อสร้างทุกรายการ เป็นความ รับผิดชอบของผู้ที่ได้รับการคัดเลือก โดยวัสดุอื่น ๆ ขยะและสิ่งปฏิกูลออกจากสถานที่ก่อสร้าง การรื้อถอน
สิ่งกีดขวางต่าง ๆ ที่อยู่ใต้ดินซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติงาน อันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน และงานอื่น ๆ (ถ้ามี) ซึ่งจำเป็นต้องทำเมื่อเสร็จสมบูรณ์ต้องเป็นหน้าที่ของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกที่จะต้องทำโดยเป็นผู้ออก ค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
13.6 การคิดคำนวณปริมาณงานของผู้รับจ้าง เพื่อขออนุมัติเบิกเงินงวดตามสัญญานั้น ผู้ว่า จ้างจะพิจารณาจากปริมาณงานที่ดำเนินการแล้วเสร็จ โดยใช้วัสดุ (Materials) และปริมาณงานที่ปรากฏใน แบบรายละเอียด เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง (Shop Drawing) ที่ได้รับการอนุมัติแล้ว โดยหากมีวัสดุหรืองานที่ต้อง มีการทดสอบความแข็งแรงและต้องผ่านการทดสอบก่อนจึงจะนำมาคำนวณมูลค่างานได้
13.7 หากการดำเนินงานก่อสร้าง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ หรือ พัสดุใดของสำนักบริการวิชาการ หรือบุคคลอื่นใด ในขณะปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการ ซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุดหรือหาอุปกรณ์มาเปลี่ยนใหม่ให้ใช้งานได้ดังเดิม
13.8 จัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ตามแนบที่กรมบัญชีกลางกำหนดโดย จะต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงาน จ้างก่อสร้างเพื่อทราบภายใน 60 วัน นับจากวันที่สำนักบริการวิชาการส่งมอบพื้นที่
13.9 จัดทำแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ ตามแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด โดย จะต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญาต่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ในงานจ้างก่อสร้าง เพื่อทราบภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา
13.10 คู่สัญญาจะต้องจัดทำแผนการทำงานและนำส่งให้สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ นับจากวันที่สำนักบริการวิชาการส่งมอบพื้นที่ ทั้งนี้แผนการทำงานให้ถือเป็นเอกสาร ส่วนหนึ่งของสัญญา โดยแบบของแผนงานทำงาน ให้เป็นไปตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด
13.11 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องทำการตรวจสอบรูปแบบรายการก่อสร้าง / รายการประกอบ แบบ /บัญชีแสดงรายการ ปริมาณงานและราคา (BOQ) และเอกสารประกอบการประกวดราคาครั้งนี้ ให้เป็น อย่างดี กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ชนะการประกวดราคา ฯ แล้ว สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ปรับราคาทุกรายการตามอัตราร้อยละที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอราคา เทียบกับราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้าง ครั้งนั้นแล้วจะถือเป็นเอกสารแนบท้ายของสัญญาและยอมรับว่าถูกต้องครบถ้วนและสอดคล้องกันก่อนลงนาม ในสัญญาจ้าง หากในภายหลังพบว่ามีความขัดแย้งกันระหว่าง รูปแบบรายการก่อสร้าง รายการประกอบแบบ
9
และแบบแสดงรายการ ปริมาณงานและราคา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุงานจ้างก่อสร้างโดยไม่มีเงื่อนไขซึ่งการพิจารณาจะคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก สำคัญ
13.12 ในการส่งมอบงานงวดสุดท้าย ผู้รับจ้างต้องทำความสะอาดสถานที่ก่อสร้างทั้งหมด ให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมทั้งปรับปรุงพื้นที่ใกล้เคียงโครงการที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างทั้งหมด 13.13 คู่สัญญาจะต้องสรุปรายการวัสดุครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการจริง โดยแจกแจงรายละเอียด ดังนี้ ชื่อรายการ ชื่อยี่ห้อผลิตภัณฑ์ชื่อรุ่น ขนาด เฉดสีพร้อมแนบรูปภาพประกอบ โดยให้รายงานแก่ คณะกรรมการฯ ทุกครั้งที่มีการประชุมเพื่อติดตามงานก่อสร้าง ฯ - การกำหนดระยะเวลาการรับประกันความชำรุดบกพร่อง
กำหนดการรับประกันความชำรุดบกพร่องระยะเวลา 2 ปี นับจากวันที่ตรวจรับงานงวดสุดท้าย - เงื่อนไขการบอกเลิกสัญญา
การประเมินผลการทำงานและการบอกเลิกสัญญา (แนวทางปฏิบัติตามหนังสือด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ)0405.2/ว.124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566) เมื่อพบว่าเกิดกรณีหนึ่งกรณีใด ตามข้อ 16.1 - ข้อ 16.5 ดังต่อไปนี้
16.1 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามี ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 25 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา 16.2 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว ปรากฏกรณี ดังนี้ (1) คู่สัญญามีผลงานประจำเดือนที่ตั้งไว้ไม่ถึงร้อยละ 50 ของแผนงานประจำเดือน
(2) ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 50 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็น ความผิดของคู่สัญญา
16.3 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 3 ใน 4 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามี ผลงานไม่ถึงร้อยละ 65 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา 16.4 เมื่อครบกำหนดส่งมอบตามสัญญา ผลงานสะสมน้อยกว่าร้อยละ 85 ของวงเงิน ค่าพัสดุหรือค่าจ้าง
16.5 เมื่อครบกำหนดส่งมอบตามสัญญา หากสัญญาหรือข้อตกลงมีจำนวนค่าปรับจะเกิน ร้อยละ 10 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง สำนักบริการวิชาการ ขอสงวนสิทธิในการดำเนินการตามหนังสือ คณะกรรมการ วินิจฉัยปัญหา การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ ว.83 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่อง การซ้อมความเข้าใจการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ตามระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วย การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ข้อ 183
(ลงนาม)…………………………………..ประธานกร……………………….กร