ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการประเมินคุณภาพภายนอก
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ประกาศเชิญชวนประมูลโครงการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการประเมินคุณภาพภายนอก โดยมีวงเงินงบประมาณ 2,461,800 บาท (สองล้านสี่แสนหกหมื่นหนึ่งพันแปดร้อยบาทถ้วน) โครงการนี้เกิดขึ้นจากความท้าทายในการบริหารข้อมูลจำนวนมหาศาล (Big Data) จากรายงานการประเมินตนเอง (SAR) และเอกสารประกอบต่างๆ ซึ่งการพึ่งพาการตรวจสอบด้วยมนุษย์เพียงอย่างเดียวก่อให้เกิดความล่าช้าและอาจเกิดข้อผิดพลาดได้
วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการพัฒนาระบบ AI Co-pilot ที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะแบบครบวงจรสำหรับกระบวนการประเมิน ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1) ระบบวิเคราะห์ข้อมูล SAR ก่อนการลงพื้นที่ (Pre-analysis) เพื่อช่วยสกัดสาระสำคัญ ตรวจสอบความครบถ้วนของหลักฐาน และชี้เป้าประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม 2) การสร้าง E-Form สำหรับเก็บข้อมูลจากการลงพื้นที่ทั้งรูปแบบ Onsite และ Virtual (Assessment) และ 3) การสร้างกลไกตรวจสอบคุณภาพรายงานอัตโนมัติ (Post-assessment) เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเชิงตรรกะ ความสอดคล้องของข้อมูล และความเหมาะสมของภาษาในรายงานฉบับสมบูรณ์
ขอบเขตงานครอบคลุมการศึกษา ออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบ และปรับปรุงระบบให้สามารถใช้งานได้จริง มีความเสถียร และมีความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศสอดคล้องกับ PDPA ระบบต้องรองรับการประเมินทุกระดับการศึกษา และการประมวลผล AI ทุกขั้นตอนต้องดำเนินการบนระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหรือระบบคลาวด์ภายใต้การกำกับดูแลของ สมศ. เท่านั้น (On-Premise/Private Cloud) ห้ามส่งข้อมูลออกไปประมวลผลยังบริการ AI สาธารณะภายนอก ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมถึงค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ค่าเชื่อมต่อ API กับระบบ AQA และค่าใช้จ่ายในการประมวลผล AI (LLM Token) จนกว่าจะส่งมอบงานงวดสุดท้าย และต้องประสานงานอย่างใกล้ชิดกับโครงการพัฒนาระบบ AQA และโครงการ Data Driven Policy ของ สมศ.
ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น มีผลงานพัฒนาระบบ AI มูลค่าไม่น้อยกว่า 1,200,000 บาท ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา และมีทีมบุคลากรที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด 5 ตำแหน่ง ได้แก่ หัวหน้าโครงการ, ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI, นักวิเคราะห์ระบบ, นักพัฒนาระบบ และผู้ประสานงาน การพิจารณาคัดเลือกใช้เกณฑ์ราคาประกอบคุณภาพ (Price Performance) โดยมีคะแนนเต็ม 100 คะแนน แบ่งเป็นเกณฑ์ราคา 30 คะแนน และเกณฑ์คุณภาพ 70 คะแนน ซึ่งรวมถึงการนำเสนอข้อเสนอทางเทคนิค และการสาธิตต้นแบบ Interactive Prototype ของระบบ Pre-analysis กำหนดส่งมอบงานทั้งหมดภายใน 210 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
English summary
The Office for National Education Standards and Quality Assessment (ONESQA) is inviting bids for the “Artificial Intelligence (AI) Development Project to Support External Quality Assessment,” with a budget of 2,461,800 THB. The project aims to address challenges in managing vast amounts of data from Self-Assessment Reports (SARs) and supporting documents, where reliance on manual human review creates bottlenecks and potential inaccuracies.
The core objective is to develop a comprehensive AI Co-pilot system that acts as an intelligent assistant throughout the assessment process. This system encompasses three main stages: 1) A Pre-analysis system for automatically analyzing SARs to extract key information, verify evidence completeness, and pinpoint areas requiring further investigation; 2) An E-Form system for digital evidence collection during on-site or virtual assessments; and 3) A Post-assessment system for automated report quality checking, ensuring logical consistency, data alignment, and appropriate language in the final reports.
The scope of work includes studying, designing, developing, installing, testing, and refining the system to ensure real-world usability, stability, and information security compliance with the PDPA. The system must support assessments for all education levels. All AI processing must be conducted on ONESQA’s on-premise or private cloud infrastructure only; sending data to external public AI services is strictly prohibited. The contractor is responsible for all related costs, including software licenses, API integration fees with the existing AQA system, and AI processing/LLM token costs until the final project handover. Close coordination with ONESQA’s AQA system and Data-Driven Policy project teams is required.
Bidders must meet specific qualifications, such as having completed an AI system development project worth at least 1,200,000 THB since 2023 and possessing a qualified team of five key personnel: Project Manager, AI Engineer/Data Scientist, System Analyst, Software Developer, and Coordinator. The selection will use a Price Performance method with a total score of 100 points (Price: 30 points, Technical/Quality: 70 points), which includes a technical proposal and a live demonstration of an Interactive Prototype for the Pre-analysis stage. The total project delivery timeframe is 210 days from the contract signing date.
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ชั้น 24 อาคารพญาไทพลาซ่า เลขที่ 128 ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 (สถานที่ส่งมอบและนัดหมายนำเสนอ)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูล (AI for Pre-analysis) ช่วยสกัดสาระสำคัญ ตรวจสอบความครบถ้วนของหลักฐานใน SAR และชี้เป้าประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเพื่อสนับสนุนการวางแผนลงพื้นที่ของผู้ประเมินให้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
- เพื่อสร้าง E-Form ที่เก็บข้อมูลจากการลงพื้นที่ทั้งรูปแบบ Onsite หรือ Virtual (AI for Assessment)
- เพื่อสร้างกลไกตรวจสอบคุณภาพรายงานอัตโนมัติ (AI for Post-assessment) ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องเชิงตรรกะ ความสอดคล้องของข้อมูล และความเหมาะสมของภาษาในรายงานฉบับสมบูรณ์ เพื่อให้ได้ผลการประเมินที่มีมาตรฐานเดียวกัน
- เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลในการใช้ AI (AI Security & Privacy) ให้สอดคล้องกับ PDPA และป้องกันความเสี่ยง Data Breach
ขอบเขตของงาน
- การศึกษาออกแบบและพัฒนาระบบครบวงจร: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบ และปรับปรุงประสิทธิภาพระบบให้สามารถรองรับการใช้งานได้จริง มีความเสถียรและมีความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศสอดคล้องกับ PDPA ตาม Functional Specifications ที่กำหนด (ข้อ 4.1-4.12)
- ข้อกำหนดด้านโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัย: กระบวนการประมวลผล AI และการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดต้องดำเนินการบนระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหรือระบบคลาวด์ภายใต้การกำกับดูแลของ สมศ. เท่านั้น (On-Premise/Private Cloud) ห้ามส่งข้อมูลออกไปประมวลผลยังระบบภายนอกหรือ Public AI Services
- ความรับผิดชอบด้านค่าใช้จ่าย: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดจนกว่าการตรวจรับงานงวดสุดท้ายจะเสร็จสิ้น รวมถึง:
- ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ (Software License)
- ค่าใช้จ่ายในการเชื่อมโยงต่อข้อมูลผ่าน API กับระบบ AQA (รวมค่าจ้างบุคลากร ค่าพาหนะ ฯลฯ)
- ค่าใช้จ่ายในการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI Processing) และค่าบริการเรียกใช้งานโมเดลภาษา (LLM Token/API Costs) ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบงานงวดสุดท้าย
- การประสานงานกับโครงการอื่น: ผู้รับจ้างต้องประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้พัฒนาระบบ AQA และผู้รับจ้างโครงการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศด้านการประกันคุณภาพ (Data Driven Policy) เพื่อให้การออกแบบโครงสร้างข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูลมีความสมบูรณ์และเป็น Real-time
- การรายงานความก้าวหน้า: จัดให้มีการประชุมรายงานความก้าวหน้าโครงการ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ร่วมกับคณะกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
- การถ่ายทอดองค์ความรู้และการฝึกอบรม: ดำเนินการฝึกอบรมโดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ประกอบด้วย:
- การอบรมสำหรับผู้ใช้งาน (เจ้าหน้าที่ สมศ.) รูปแบบ Workshop On-site 1 รุ่น ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง
- การอบรมสำหรับผู้ดูแลระบบ (System Administrator) รูปแบบ Workshop On-site 1 รุ่น ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง
- การอบรมสำหรับผู้ประเมินภายนอก รูปแบบการผลิตสื่อดิจิทัล (Video Tutorial, E-Manual) และจัดอบรมออนไลน์ (Webinar) 1 ครั้ง ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง
- สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา: ทรัพย์สินทางปัญญา ซอร์สโค้ด ฐานข้อมูล รูปแบบรายงาน และเอกสารทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการจ้างตามสัญญานี้ ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ สมศ. เพียงผู้เดียวทันทีที่ส่งมอบงาน
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
งวดที่ 1 (ภายใน 90 วัน, จ่าย 40%):
- แผนการดำเนินงานโครงการฉบับสมบูรณ์ (Project Plan)
- รายงานความก้าวหน้าโครงการ (Progress Report)
- เอกสารแสดงภาพรวม Solution Architecture ของกระบวนการประเมินที่ใช้ AI
- เอกสารการออกแบบหน้าจอระบบ (UI Design) ที่ได้รับการอนุมัติ สำหรับส่วนที่ 1 (Pre-analysis)
- เอกสารผลการทดสอบระบบ Unit Test และ System Integration Test
- เอกสารผลการทดสอบระบบ User Acceptance Test (ส่วนที่ 1) ที่ลงนามโดยผู้ใช้งาน
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะวิเคราะห์ SAR ก่อนการลงพื้นที่ (Pre-analysis Stage’s Production Go Live) ที่ติดตั้งและใช้งานได้จริง (ตามข้อ 4.1-4.5)
งวดที่ 2 (ภายใน 210 วัน, จ่าย 60%):
- ดำเนินการเปิดใช้งานระบบนำร่อง (Soft Launch) ภายใน 180 วัน และปรับปรุงจนสมบูรณ์
- รายงานสรุปผลการเปิดใช้งานระบบนำร่อง (Soft Launch Report)
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะสนับสนุนการประเมิน (Assessment Stage, ข้อ 4.6-4.7) และระบบสนับสนุนการตรวจสอบคุณภาพรายงาน (Post-assessment Stage, ข้อ 4.8-4.12) ที่ติดตั้งและใช้งานได้จริง
- เอกสารการออกแบบระบบฉบับสมบูรณ์ (Technical Design Specification) ประกอบด้วย Flow การทำงาน, System Interface, ER-Diagram, Data Architecture, Data Model, Data Dictionary, Data Flow Diagram
- เอกสารโครงสร้างสถาปัตยกรรมระบบ (Enterprise Architecture) ทั้งโครงการ
- เอกสารผลการทดสอบระบบ Unit Test และ System Integration Test
- เอกสารผลการทดสอบระบบ User Acceptance Test ฉบับสมบูรณ์ที่ลงนามโดยผู้ทดสอบ
- รายงานสรุปผลการจัดอบรมผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ พร้อมรายชื่อผู้เข้ารับการอบรม ภาพถ่าย และแบบประเมิน
- คู่มือการใช้ระบบ (User Manual) และคู่มือผู้ดูแลระบบ (Admin Manual)
- Source Code, ข้อมูล (Data), และโมเดล AI (Model Artifacts) ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง พร้อมคู่มือการติดตั้งระบบ (Installation Guide)
ระยะเวลาดำเนินการ
- กำหนดส่งมอบงานทั้งหมด: 210 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
- งวดที่ 1: ส่งมอบภายใน 90 วัน นับจากวันลงนามสัญญา (เบิกจ่าย 40%)
- เปิดใช้งานระบบนำร่อง (Soft Launch): ต้องดำเนินการภายใน 180 วัน นับจากวันลงนามสัญญา
- งวดที่ 2 (งวดสุดท้าย): ส่งมอบภายใน 210 วัน นับจากวันลงนามสัญญา (เบิกจ่าย 60%)
- การรับประกัน: 1 ปี นับจากการตรวจรับงานงวดสุดท้าย
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ประสบการณ์: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบสารสนเทศโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรืองานที่เกี่ยวข้อง ในวงเงินสัญญา จำนวนไม่น้อยกว่า 1,200,000 บาท โดยเป็นผลงานสัญญาเดียวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนอื่นที่มีความน่าเชื่อถือ
- ทีมบุคลากร: ต้องมีทีมบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบ AI เป็นพนักงานประจำของผู้ยื่นข้อเสนอ โดยมีระดับการศึกษาและประสบการณ์ ดังนี้:
- หัวหน้าโครงการ (Project Manager): ระดับ ป.ตรี สาขาคอมพิวเตอร์/สารสนเทศหรือที่เกี่ยวข้อง (มีประสบการณ์บริหารโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์) ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 7 ปี (กรณี ป.ตรี) หรือ 5 ปี (กรณี ป.โทขึ้นไป)
- ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Engineer/Data Scientist): ระดับ ป.ตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์, Data Science หรือที่เกี่ยวข้อง (มีประสบการณ์ด้าน NLP, OCR, Machine Learning หรือ Python) ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 2 ปี
- นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst): ระดับ ป.ตรี สาขาคอมพิวเตอร์/สารสนเทศหรือที่เกี่ยวข้อง ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 5 ปี
- นักพัฒนาระบบ (Software Developer): ระดับ ป.ตรี สาขาคอมพิวเตอร์/สารสนเทศหรือที่เกี่ยวข้อง ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 2 ปี
- ผู้ประสานงาน: ระดับ ป.ตรี ทุกสาขา ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 1 ปี
- คุณสมบัติทางการเงิน (เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้):
- ต้องมีผลงานสัญญาเดียวมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,200,000 บาท (ตามข้อ 7.16) สำหรับใช้เป็นผลงานอ้างอิง (Customer References)
- หมายเหตุ: ข้อกำหนดเรื่องมูลค่าสุทธิของกิจการ/ทุนจดทะเบียน/เงินฝาก/วงเงินสินเชื่อ เป็นข้อกำหนดพื้นฐานทั่วไปของ พรบ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งมีรายละเอียดซับซ้อนและยาวใน TOR ข้อ 7.13
เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาใช้ เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพ (Price Performance) รวม 100 คะแนน
- เกณฑ์ราคา (Price Criteria): 30 คะแนน (30%) - ประมวลผลโดยระบบ e-GP
- เกณฑ์คุณภาพ (Technical/Quality Criteria): 70 คะแนน (70%) แบ่งเป็น:
- 2.1 ข้อเสนอทางด้านเทคนิค (55 คะแนน):
- แผนการดำเนินงาน (5 คะแนน): วัดจากความละเอียด การจัดสรรทรัพยากร และความชัดเจนของเป้าหมาย
- การออกแบบการพัฒนาระบบ (10 คะแนน): วัดจาก Methodology (เช่น Agile), การใช้ Version Control (เช่น Git), และการมีมาตรฐานกระบวนการ (เช่น ISO)
- การออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ (10 คะแนน): วัดจากภาพรวมสถาปัตยกรรม, Data Flow & AI Pipeline, การเชื่อมต่อระบบ (API), และมาตรการความปลอดภัย/PDPA
- เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ (10 คะแนน): วัดจากความเหมาะสม, ประสิทธิภาพ, Scalability, และความคุ้มค่า/ลิขสิทธิ์
- การนำเสนอต้นแบบ (Proof of Concept & Prototype) (20 คะแนน): ผู้ยื่นข้อเสนอ ต้อง นำเสนอต้นแบบ Interactive Prototype ของส่วนที่ 1 (Pre-analysis) ที่สามารถคลิกโต้ตอบได้ โดยครอบคลุม 3 ฟังก์ชันหลัก: 1) การออกแบบ Split Screen, 2) กลไกการเชื่อมโยงข้อมูลและเอกสาร (Auto-Scroll/Highlight), 3) รูปแบบการแจ้งเตือน 3 ประเภท (ข้อมูล, ตรรกะ, ภาษา)
- 2.2 ผลงานอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง (Related Customer References) (15 คะแนน):
- ผลงานด้าน AI/Machine Learning/Big Data Analytics (9 คะแนน): ให้คะแนนสูงสุดหากมีผลงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงและมีหนังสือรับรองผลงานจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถืออย่างน้อย 2 สัญญา
- ผลงานด้าน NLP หรือ OCR สำหรับภาษาไทย (6 คะแนน): ให้คะแนนสูงสุดหากมีผลงานโดยตรงและมีหนังสือรับรองอย่างน้อย 2 สัญญา (สามารถเป็นสัญญาเดียวกับข้อ 2.2.1 ได้)
- 2.1 ข้อเสนอทางด้านเทคนิค (55 คะแนน):
เงื่อนไขสำคัญ: ผู้ยื่นข้อเสนอจะได้รับการพิจารณาในเกณฑ์คุณภาพก็ต่อเมื่อได้คะแนนจากเกณฑ์คุณภาพ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 (อย่างน้อย 52.5 คะแนน จาก 70 คะแนน) เท่านั้น
ข้อกำหนดทางเทคนิค
ระบบที่ต้องพัฒนาต้องเป็น Web Application ที่รองรับการแสดงผลบนอุปกรณ์ที่หลากหลาย (Responsive Design) และครอบคลุม 3 ขั้นตอนหลักดังนี้:
ส่วนที่ 1: Pre-analysis Stage (วิเคราะห์ SAR อัตโนมัติ)
- การนำเข้าและ OCR: รองรับการนำเข้าไฟล์ SAR PDF ทั้งแบบ Text และ Image (Scanned) ขนาดไฟล์เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 50 MB/ไฟล์ ระบบ OCR ต้องรองรับภาษาไทยและอังกฤษ ด้วยความแม่นยำไม่น้อยกว่า 90% เมื่อทดสอบกับเอกสารตัวอย่าง 100 หน้าจาก สมศ.
- Contextual Data Extraction: ใช้ Large Language Model (LLM) ร่วมกับ Prompt Engineering เพื่อสกัดข้อมูลสำคัญ (เช่น จำนวนผู้เรียน, ครู, วิสัยทัศน์, หลักฐานที่อ้างถึง) ออกมาเป็น Structured Data (JSON)
- Gap Analysis: ใช้เทคนิค Semantic Search/RAG เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องระหว่าง “ข้อสรุป” กับ “หลักฐาน” พร้อมแสดงที่มาของข้อมูล และแจ้งเตือนกรณีขาดหลักฐาน (Missing Evidence) หรือหลักฐานไม่สอดคล้องกับระดับการประเมิน (Misalignment)
- Predictive Assessment Planning: สร้างร่างแผนการลงตรวจเยี่ยมและคำถามเจาะจงจากผลการวิเคราะห์ พร้อมกลไก Human-in-the-loop ที่บังคับให้ผู้ประเมินยืนยันหรือแก้ไขก่อนดำเนินการต่อ
ส่วนที่ 2: Assessment Stage (เก็บข้อมูลภาคสนาม)
- E-Form & Dynamic Plan Injection: ออกแบบเป็น Web App รองรับอุปกรณ์พกพา สามารถดึง “แผนการลงตรวจเยี่ยม” จากขั้นตอน Pre-analysis มาแสดงเป็นรายการตรวจสอบอัตโนมัติสำหรับผู้ประเมินที่ได้รับมอบหมาย
- Real-time Collaboration: รองรับการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์หรือ Co-Authoring โดยผู้ประเมินหลายคนสามารถแก้ไขชิ้นงานเดียวกันก่อนยืนยันผล
- AI-Assisted Synthesis: ระบบใช้ AI ประมวลผลจากบันทึกภาคสนามเพื่อ “ยกร่าง” เนื้อหาการประเมินรายตัวชี้วัด พร้อมเสนอแนะระดับคะแนนตามเกณฑ์ Rubric ของ สมศ. และให้ข้อเสนอแนะเฉพาะเจาะจง (Tailor-Made Recommendation)
ส่วนที่ 3: Post-assessment Stage (ตรวจสอบคุณภาพรายงาน)
- Standard Consistency Check: ใช้ Rule-Based Logic Engine เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของผลการประเมินและข้อเสนอแนะกับมาตรฐานของ สมศ. แจ้งเตือนทันทีหากพบความผิดปกติ (Inconsistency Flag)
- Writing Quality Auditor: ใช้ NLP ประเมินคุณภาพการเขียนรายงาน ตรวจสอบความเหมาะสมของภาษา (Tone) และความเป็นปรนัย (Objectivity) พร้อมทำหน้าที่เป็น AI Editor โดยไฮไลต์จุดที่ควรแก้ไขและเสนอคำศัพท์ที่เหมาะสมกว่า
- Assessor Evaluation: วิเคราะห์รูปแบบการให้คะแนน ระยะเวลา และคุณภาพการเขียนรายงานของผู้ประเมินแต่ละคน เพื่อจัดทำเป็น ‘ระเบียนประวัติและสมรรถนะผู้ประเมิน’ (Assessor Performance Profile)
- Draft Executive Summary Report: ใช้ Generative AI สร้างร่างบทสรุปผู้บริหารจากข้อมูลรายงานฉบับเต็ม โดยมีการเรียบเรียงภาษาใหม่ให้กระชับ
ข้อกำหนดความปลอดภัยและบูรณาการ:
- ระบบทั้งหมดต้องเชื่อมต่อกับระบบ AQA ผ่าน API
- ต้องมีมาตรการนิรนามข้อมูล (Anonymization/Data Masking) สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวก่อนเข้าสู่กระบวนการ AI
- ต้องออกแบบตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และ PDPA อย่างเคร่งครัด
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 2 งวด
- งวดที่ 1: จ่าย 40% ของวงเงินสัญญา หลังส่งมอบงานงวดที่ 1 และผ่านการตรวจรับภายใน 90 วัน
- งวดที่ 2 (งวดสุดท้าย): จ่าย 60% ของวงเงินสัญญา หลังส่งมอบงานงวดที่ 2 และผ่านการตรวจรับภายใน 210 วัน
- ค่าปรับความล่าช้า: คิดในอัตราร้อยละ 0.1 ของมูลค่าสัญญาต่อวัน
- ค่าปรับความล่าช้าในช่วงรับประกัน: กรณีผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขปัญหาในช่วงรับประกัน (1 ปี) จะคิดค่าปรับตามระดับความรุนแรง (Severity):
- ระดับวิกฤต (Critical): คิดค่าปรับชั่วโมงละ 200 บาท
- ระดับสูง (High): คิดค่าปรับชั่วโมงละ 100 บาท
- ระดับต่ำ/ทั่วไป (Low/Normal): คิดค่าปรับวันละ 500 บาท
- การรับประกัน: รับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นเวลา 1 ปี นับจากการตรวจรับงานงวดสุดท้าย
- ข้อกำหนดการสนับสนุนช่วงรับประกัน: ผู้รับจ้างต้องจัดช่องทางแจ้งปัญหา (Helpdesk/Support) และแก้ไขปัญหาตามระดับความรุนแรงที่กำหนด:
- ระดับวิกฤต: รับทราบภายใน 1 ชม., แก้ไขภายใน 4-6 ชม. (ตลอด 24 ชม.)
- ระดับสูง: รับทราบภายใน 2 ชม., แก้ไขภายใน 24 ชม.
- ระดับต่ำ/ทั่วไป: รับทราบภายใน 1 วันทำการ, แก้ไขภายใน 3 วันทำการ
- ค่าใช้จ่าย LLM Token: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย LLM Token ทั้งหมด ที่เกิดขึ้น ในระหว่างดำเนินโครงการ จนกว่าจะส่งมอบงานงวดสุดท้าย สมศ. จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เกิดขึ้น หลังจาก การตรวจรับงานงวดสุดท้ายแล้วเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: ระบบ AI ที่พัฒนาต้องทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานแบบใด? สามารถใช้ Public Cloud เช่น AWS, Azure หรือ Google Cloud ได้หรือไม่?
- A: ไม่ได้ กระบวนการประมวลผล AI และการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมด ต้องดำเนินการบนระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหรือระบบคลาวด์ภายใต้การกำกับดูแลของ สมศ. เท่านั้น (On-Premise/Private Cloud) ห้ามส่งข้อมูลออกไปประมวลผลยังระบบภายนอกหรือ Public AI Services เพื่อป้องกันความเสี่ยงการรั่วไหลของข้อมูล
-
Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้างเกี่ยวกับการประมวลผล AI?
- A: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการประมวลผล AI และค่าบริการเรียกใช้งานโมเดลภาษา (LLM Token/API Costs) ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในระหว่างดำเนินโครงการ จนกว่าจะส่งมอบงานงวดสุดท้าย สมศ. จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เกิดขึ้นหลังการตรวจรับงานงวดสุดท้ายแล้ว
-
Q: ระบบต้องรองรับการประเมินระดับการศึกษาใดบ้าง?
- A: ระบบต้องรองรับการประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับการศึกษาปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประเภททั่วไปและวัตถุประสงค์พิเศษ) และด้านการอาชีวศึกษา
-
Q: ระบบต้องมีฟังก์ชัน “Human-in-the-loop” อย่างไร?
- A: ระบบต้องมีกลไกบังคับทางหน้าจอ (UI Constraint) เช่น การล็อกปุ่ม “ถัดไป” จนกว่าผู้ประเมินจะกด “ยืนยัน” หรือ “แก้ไข” ข้อมูลที่ AI วิเคราะห์มา เพื่อรับประกันความรับผิดชอบโดยมนุษย์ในขั้นตอนสำคัญ เช่น การยืนยันแผนการลงพื้นที่และการยืนยันร่างรายงาน
-
Q: ระบบต้องเชื่อมต่อกับระบบอื่นใดบ้าง?
- A: ระบบต้องเชื่อมต่อกับระบบ AQA ผ่าน API เพื่อยืนยันตัวตนผู้ใช้และดึงข้อมูลพื้นฐาน และต้องออกแบบเพื่อรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับโครงการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศ (Data Driven Policy) ของ สมศ.
-
Q: ข้อกำหนดเกี่ยวกับ OCR มีรายละเอียดอย่างไร?
- A: ระบบ OCR ต้องรองรับภาษาอังกฤษและภาษาไทย (ตัวเลขอารบิกและตัวเลขไทย) ด้วยความแม่นยำตัวอักษรไม่น้อยกว่า 90% เมื่อทดสอบกับเอกสารตัวอย่างจาก สมศ. จำนวนไม่น้อยกว่า 100 หน้าซึ่งครอบคลุมทั้งเอกสารพิมพ์และ Scanned PDF
-
Q: ระบบ Post-assessment ตรวจสอบคุณภาพการเขียนรายงานในด้านใดบ้าง?
- A: ระบบตรวจสอบสองด้านหลัก: 1) ความเหมาะสมของภาษา (Tone of Voice) เพื่อตรวจจับคำที่ไม่เป็นทางการหรือภาษาพูด 2) ความเป็นปรนัย (Objectivity) เพื่อตรวจสอบว่าการเขียนมีลักษณะเป็นกลางและปราศจากอคติ
-
Q: ระบบมีฟังก์ชันสำหรับการประเมินสมรรถนะผู้ประเมิน (Assessor) หรือไม่?
- A: มี ระบบต้องวิเคราะห์รูปแบบการให้คะแนน ระยะเวลาการทำงาน และคุณภาพการเขียนรายงานของผู้ประเมินแต่ละคน เพื่อจัดทำเป็น ‘ระเบียนประวัติและสมรรถนะผู้ประเมิน’ (Assessor Performance Profile) สำหรับใช้ในการคัดเลือกผู้ประเมินหรือระบุกลุ่มที่ต้องอบรมเพิ่มเติม
-
Q: การฝึกอบรมสำหรับผู้ประเมินภายนอกจัดในรูปแบบใด?
- A: จัดในรูปแบบการผลิตสื่อดิจิทัล เช่น คลิปวิดีโอแนะนำการใช้งาน (Video Tutorial) และคู่มือการใช้ออนไลน์ (E-Manual) พร้อมจัดอบรมในรูปแบบออนไลน์ (Webinar) จำนวน 1 ครั้ง ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง
-
Q: ทรัพย์สินทางปัญญาของระบบที่พัฒนาขึ้นเป็นของผู้ใด?
- A: ทรัพย์สินทางปัญญา ซอร์สโค้ด ฐานข้อมูล รูปแบบรายงาน และเอกสารทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการจ้างตามสัญญานี้ ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ สมศ. เพียงผู้เดียวทันทีที่ส่งมอบงาน ผู้รับจ้างห้ามนำไปเผยแพร่หรือใช้ประโยชน์ทางการพาณิชย์เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ที่ TOR (ฝนข.) 45/2569
วันที่ 6 มีนาคม 2569
รายละเอียดและข้อกำหนด (Terms of Reference : TOR)
โครงการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการประเมินคุณภาพภายนอก
- หลักการและเหตุผล
สถานการณปจจุบันของการประเมินคุณภาพภายนอกตองเผชิญกับความทาทายในการบริหารจัด การขอมูลปริมาณมหาศาล (Big Data) ซึ่งครอบคลุมทั้งไฟลรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ขอมูล สารสนเทศ และเอกสารประกอบจำนวนมากการพึ่งพากระบวนการตรวจสอบโดยมนุษยเพียงอยางเดีย วกอใหเกิดภาวะคอขวด (Operational Bottleneck) ที่สงผลกระทบโดยตรงตอความรวดเร็วและความแมน ยำในการตรวจสอบขอมูลที่มีความซับซอน นอกจากนี้ การขาดเครื่องมือดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพในการจัดเก็บ ขอมูลภาคสนามและการตรวจสอบคุณภาพรายงาน ยังเปนอุปสรรคสำคัญที่ทำใหการประเมินผลขาดความ คลองตัว และมีความเสี่ยงที่จะเกิดความคลาดเคลื่อนของมาตรฐานการประเมิน เพื่อยกระดับขีดความสามารถ ขององคกรใหสอดคลองกับนโยบายรัฐบาลดิจิทัล สมศ. จึงมีความจำเปนเรงดวนในการดำเนินโครงการพัฒ นาปญญาประดิษฐ (AI) เพื่อสนับสนุนการประเมินคุณภาพภายนอก โดยมุงเนนการนำเทคโนโลยีปญญาประดิ ษฐมาประยุกตใชในฐานะผูชวยอัจฉริยะ (AI Co-pilot) แบบครบวงจร เริ่มตั้งแตการพัฒนาระบบวิเครา ะหขอมูล (Pre-analysis) เพื่อชวยสกัดสาระสำคัญและชี้เปาประเด็นจาก SAR สนับสนุนการวางแผนของ ผูประเมิน ควบคูไปกับการสรางระบบจัดเก็บขอมูล (E-Form) ที่รองรับทั้งรูปแบบ Onsiteและ Virtual เพื่อ ใหได้ข้อมูลที่เปนระบบ และปดทายดวยกลไกตรวจสอบคุณภาพ รายงานอัตโนมัติ (Post-assessment) ที่ชวยยืนยันความถูกตองเชิงตรรกะและความเหมาะสมของภาษาภายใตมาตรฐานความปลอดภัยขอมูล (AI Security) ที่รัดกุมตามกฎหมาย PDPA เพื่อสรางความเชื่อมั่นในกระบวนการประเมินสูงสุด
ทั้งนี้ การพัฒนาระบบปญญาประดิษฐดังกลาวไมเพียงแตจะชวยเพิ่มประสิทธิภาพและลดภาระงาน ในกระบวนการประเมินเทานั้น แตยังมีความสอดคลองและเชื่อมโยงโดยตรงกับโครงการพัฒนาศูนยความเปน เลิศดานการประกันคุณภาพที่ใหขอมูลสารสนเทศ เพื่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา (Data Driven Policy) ในมิติของการบริหารจัดการขอมูล โดยระบบ AI จะทำหนาที่เปนกลไกสำคัญในการคัดกรอง ตรวจสอบ
และจัดระเบียบขอมูลดิบใหมีความถูกตองและมีคุณภาพสูง (High Quality Data) กอนจะถูกสงตอไปยัง ศูนยความเปนเลิศฯ เพื่อนำไปสังเคราะหเปนสารสนเทศเชิงลึกสำหรับการยกระดับคุณภาพการศึกษา ซึ่งการบูรณาการระหวางสองโครงการนี้จะเปนรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อน สมศ. สูการเปนองคกรดิจิทัล สมรรถนะสูงที่สามารถใชนวัตกรรมขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาของประเทศไดอยางเปนรูปธรรม - วัตถุประสงค์ของโครงการ
2.1 เพื่อพัฒนาระบบวิเคราะหขอมูล (AI for Pre-analysis) ชวยสกัดสาระสำคัญตรวจสอบความครบ ถวนของหลักฐานใน SAR และชี้เปาประเด็นที่ตองตรวจสอบเพิ่มเพื่อสนับสนุนการวางแผนลงพื้นที่ของผูประ เมินใหรวดเร็วและแมนยำขึ้น
2.2 เพื่อสราง E-Form ที่เก็บขอมูลจากการลงพื้นที่ทั้งรูปแบบOnsite หรือ Virtual (AI for Assessment)
2.3 เพื่อสรางกลไกตรวจสอบคุณภาพรายงานอัตโนมัติ(AI for Post-assessment) ทำหนาที่ตรวจ สอบความถูกตองเชิงตรรกะ ความสอดคลองของขอมูล และความเหมาะสมของภาษาในรายงานฉบับสมบูรณ เพื่อใหไดผลการประเมินที่มีมาตรฐานเดียวกัน
2.4 เพื่อสรางมาตรฐานความปลอดภัยของขอมูลในการใชAI (AI Security & Privacy) ใหสอดคลอง กับ PDPA และปองกันความเสี่ยง Data Breach - ขอบเขตการดำเนินงาน
3.1 ผูรับจางตองดำเนินการศึกษา วิเคราะหออกแบบสถาปตยกรรมระบบ พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบ และปรับปรุงประสิทธิภาพระบบใหสามารถรองรับการใชงานไดจริง มีความเสถียรและมีความมั่นคงปลอดภัย สารสนเทศ (Security) สอดคลองกับพระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคล (PDPA) ตามรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะของระบบ (Functional Specifications) ที่กำหนดไวในขอ 4 ครบถวนทุกประการ โดย ครอบคลุมการประเมินคุณภาพการศึกษา การศึกษาปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประเภททั่วไปและ วัตถุประสงค์พิเศษ) และด้านการอาชีวศึกษา ทั้งนี้ กระบวนการประมวลผลของระบบปญญาประดิษฐ (AI Processing) และการจัดเก็บขอมูลทั้งหมดตองดำเนินการบนระบบคอมพิวเตอรแมขายหรือระบบคลาวด (Cloud Infrastructure) ภายใตการกำกับดูแลของ สมศ. เทานั้น หามมิใหสงขอมูลออกไปประมวลผลยัง ระบบภายนอกหรือ Public AI Services ที่ไมไดรับอนุญาตเพื่อปองกันความเสี่ยงเรื่องการรั่วไหลของขอมูล และเปนการรักษาความลับของหนวยงาน และระบบที่พัฒนาตองรองรับการแสดงผลบนอุปกรณที่หลากหลาย
3.2 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ จนกว่าคณะ กรรมการตรวจรับพัสดุจะดำเนินการตรวจรับงานงวดสุดท้าย (งวดที่ 2) เสร็จสิ้นสมบูรณ์ โดยให้ครอบคลุมถึง ค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้
3.2.1 ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ (Software License)
3.2.2 ค่าใช้จ่ายในการเชื่อมโยงต่อข้อมูลผ่านAPI กับระบบ AQA ซึ่งรวมถึงค่าจ้างบุคลากร ค่า พาหนะ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดย สมศ. จะสนับสนุนการประสานงานกับผู้ดูแลระบบ AQA 3.2.3 ค่าใช้จ่ายในการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI Processing) และค่าบริการเรียกใช้งาน โมเดลภาษา (LLM Token / API Costs) ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในระหว่างดำเนินโครงการ จนกว่าจะส่งมอบงาน งวดสุดท้าย
ทั้งนี้ สมศ. จะรับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายด้านค่าบริการAI (LLM Token) เฉพาะส่วนที่เกิดขึ้น หลังจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้มีมติตรวจรับงานงวดสุดท้ายเรียบร้อยแล้วเท่านั้น
3.3 ผูรับจางตองประสานงานกับผูพัฒนาระบบAQA (Automated QA) และ ผูรับจางโครงการ พัฒนาศูนยความเปนเลิศดานการประกันคุณภาพที่ใหขอมูลสารสนเทศ เพื่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา (Data Driven Policy) ของ สมศ. อยางใกลชิด โดย สมศ. จะสนับสนุนการประสานงานกับผู้พัฒนาระบบทั้ง 2 โครงการดังกล่าว เพื่อใหการออกแบบโครงสรางขอมูล (Data Structure) และการเชื่อมโยงขอมูล (Data Integration) ระหวางระบบมีความสมบูรณ ถูกตอง เปนปจจุบัน (Real-time) และสามารถนำไปประมวล ผลตอยอดได ทั้งนี้ ผูรับจางตองตระหนักถึงชวงเวลาการดำเนินงานที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน (Project Dependency) โดยตองเตรียมความพรอมของขอมูลและอื่น ๆ ที่เกี่ยวของใหสอดคลองกับแผนการดำเนิน งานของโครงการ Data Driven Policy ดังปรากฏตามแผนภาพการเชื่อมโยงโครงการดานลางนี้
โดยผูรับจางตองใหความรวมมือในการประชุมหารือทางเทคนิค (Technical Workshop) รวมกับทีม งานของโครงการดังกลาว เพื่อกำหนดมาตรฐานการแลกเปลี่ยนขอมูล (Data Exchange Standard) ให แลวเสร็จ ภายในระยะเวลาที่กำหนดในแผนงาน
3.4 ผูรับจางตองจัดใหมีการประชุมเพื่อรายงานความกาวหนาโครงการ (Progress Report Meeting) ปญหา อุปสรรค และแนวทางแกไข รวมกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและเจาหนาที่ผูรับผิดชอบ โครงกา รอยางนอยเดือนละ 1 ครั้ง หรือตามความจำเปนเรงดวน โดยสามารถดำเนินการไดทั้งรูปแบบการ ประชุม ณ สำนักงาน สมศ. (On-site) หรือการประชุมผานสื่ออิเล็กทรอนิกส (Online) พรอมทั้งจัดทำรายงาน การประชุมและ รายงานความกาวหนาสงให สมศ. ภายใน 3 วันทำการหลังเสร็จสิ้นการประชุม
3.5 ผูรับจางตองดำเนินการถายทอดองคความรูและจัดฝกอบรม โดยรับผิดชอบคาใชจายทั้งสิ้น ไดแกคาวิทยากร คาเอกสาร/สื่อการสอน และคาอาหารวาง (จำนวน 1 มื้อตอรุน เฉพาะกรณีจัดอบรมOn- site) ดังนี้ 3.5.1 การอบรมสำหรับผูใชงาน (เจาหนาที่ สมศ.) ดำเนินการในรูปแบบ Workshop (On-site ณ ที่ทำการ สมศ.) จำนวน 1 รุน ระยะเวลาการอบรมไมนอยกวา 3 ชั่วโมง (ครึ่งวันทำการ) เนื้อหาครอบคลุม ไดแก ภาพรวมกระบวนการทำงานของระบบ (System Workflow) การใชงานเครื่องมือปญญาประดิษฐในการสนับสนุน การปฏิบัติงาน การจัดทำรายงานผลการประเมิน และการใชงานระบบสารสนเทศเพื่อการ ติดตามและ บริหารจัดการโครงการ
3.5.2 การอบรมสำหรับผูดูแลระบบ (System Administrator) ดำเนินการในรูปแบบ Workshop (On-site ณ ที่ทำการ สมศ.) จำนวน 1 รุน ระยะเวลาการอบรมไมนอยกวา 3 ชั่วโมง (ครึ่งวันทำการ) เนื้อหา ครอบคลุมการบริหารจัดการและการตั้งคาระบบ (System Configuration & Management)การดูแลรักษาความ มั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ การจัดการสิทธิ์ผูใชงาน (User Management) การสำรองและ กูคืนขอมูล รวมถึงเทคนิค การตรวจสอบและแกไขปญหาการใชงานเบื้องตน
3.5.3 การอบรมสำหรับผูประเมินภายนอก ดำเนินการในรูปแบบการผลิตสื่อการเรียนรูดิจิทัล (Digital Learning Materials) เชน คลิปวิดีโอแนะนำการใชงาน (Video Tutorial) คูมือการใชงานออนไลน (E-Manual) โดยมีการจัดอบรมในรูปแบบออนไลน (Webinar) จำนวน 1 ครั้ง ระยะเวลาไมนอยกวา 3 ชั่วโมง เนื้อหาครอบคลุมการใชงานระบบดิจิทัลและแอปพลิเคชันเพื่อสนับสนุนกระบวนการประเมินคุณภาพภายนอก ตั้งแตขั้นตอนการเตรียมการกอนลงพื้นที่ การเก็บรวบรวมขอมูลระหวางการประเมิน ไปจนถึงการสรุปผลและ จัดทำรายงานผานระบบ
3.6 บรรดาทรัพยสินทางปญญา ซอรสโคด (Source Code) ฐานขอมูล (Database) รูปแบบ รายงาน (Report Layout) และเอกสารทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการจางตามสัญญานี้ ใหตกเปนกรรมสิทธิ์ของ สมศ. เพียง ผูเดียวทันทีที่สงมอบงาน หามมิใหผูรับจางนำไปเผยแพร ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือใชประโยชนอื่นใด เพื่อการพาณิ ชย เวนแตจะไดรับอนุญาตเปนลายลักษณอักษรจาก สมศ. แลวเทานั้น
4. รายละเอียดการดำเนินงาน
ส่วนที่ 1 งานพัฒนาระบบผูชวยอัจฉริยะวิเคราะห SAR กอนการลงพื้นที่ (Pre-analysis Stage) 4.1 ระบบตรวจสอบและยืนยันความถูกตองโดยผูประเมินภายนอก (Validation by Assessors) 4.1.1 ระบบตองรองรับการเชื่อมตอกับระบบ AQA ผาน API เพื่อยืนยันตัวตนของผูประเมินภายนอ กกอนเขาใชงานระบบได
4.1.2 ระบบตองบันทึกประวัติการแกไข (Audit Log) วาขอมูลชุดใดมาจาก AI และขอมูลชุดใดถูก แกไขโดยผูประเมินเพื่อใชเปนชุดขอมูล (Verified Dataset) สำหรับการปรับปรุงความแมนยำของโมเดลตอไป
4.2 ระบบนำเขาและจำแนกหมวดหมูขอมูลอัตโนมัติ (SAR Ingestion & Intelligent Segmentation) 4.2.1 ระบบตองรองรับการนำเขาไฟลรายงาน (SAR) ในรูปแบบ PDF ไดทั้งแบบ Text-based และ Image-based (Scanned PDF) โดยรองรับไฟลขนาดใหญ ซึ่งขนาดไฟลโดยเฉลี่ยของการใชงานไม่น้อยกว่า 50 MB ตอไฟล
4.2.2 กรณีเปนไฟลภาพ (Scanned PDF) ระบบตองมีเทคโนโลยี OCR ที่รองรับภาษาอังกฤษ ภาษา ไทยตัวเลขอารบิกและตัวเลขไทย ดวยความแมนยำ (Character Accuracy) ไมนอยกวารอยละ 90 เมื่อเทียบ กับเอกสารตัวอย่างที่ สมศ. จัดเตรียมไว้ให้จำนวนไม่น้อยกว่า 100 หน้าซึ่งครอบคลุมทั้งเอกสารพิมพ์และ Scanned PDF โดยผูรับจางตองเลือกใชเทคโนโลยีการแปลงภาพเปนขอความที่มีประสิทธิภาพสูง
4.2.3 ระบบตองนำเขาไฟล SAR และทำการทำความสะอาดขอมูล (Data Cleaning) เพื่อ แปลงเปน Text Block ที่พรอมสำหรับ AI ประมวลผลและจำแนกเนื้อหา (Segmentation) ตามโครงสรา งมาตรฐานการประเมินของ สมศ. เชน แยกสวนบทสรุปผูบริหาร (Executive Summary) มาตรฐานที่ 1, 2, 3 และ ตัวชี้วัดตาง ๆ ไดโดยอัตโนมัติ
4.2.4 ระบบตองจัดทำดัชนีขอมูล (Indexing) จากเนื้อหาที่จำแนกแลวเพื่อใหสามารถสืบคนยอนกลับ ไปยังตำแหนงหนาเอกสารตนฉบับไดถูกตอง (Page Mapping)
4.3 ระบบสกัดขอมูลบริบทและจัดทำขอมูลโครงสราง (Contextual Data Extraction & Structured Data) 4.3.1 ระบบตองใชโมเดลภาษาขนาดใหญ (Large Language Model: LLM) รวมกับเทคนิค Prompt Engineering ในการอานและสกัดขอมูลสำคัญเชิงบริบท (Key Entities) ออกมาเปนฟลดขอมูล เช่น จำนวนผูเรียน จำนวนครูและบุคลากรระดับคุณภาพที่สถานศึกษาประเมินตนเองวิสัยทัศน/พันธกิจและรายการหลักฐานที่อางถึง ในแตละตัวชี้วัดของ สมศ.
4.3.2 ระบบตองจัดระเบียบขอมูลใหอยูในรูปแบบโครงสราง (Structured Data หรือ JSON Data Object) ที่เปนมาตรฐานเพื่อลดความผิดพลาดจากการคียขอมูลของมนุษยและจัดเก็บลงในฐานขอมูลกลางของระบบAQA สำหรับนำไปใชประมวลผลตอ
4.4 ระบบวิเคราะหชองวางและตรวจสอบความสอดคลองของหลักฐาน (Claims & Evidence Mapping / Gap Analysis)
4.4.1 ระบบตองใชเทคโนโลยีการประมวลผลภาษาธรรมชาติขั้นสูงเพื่อการตรวจสอบหลักฐาน ระบบ ตองมีความสามารถในการทำ Semantic Search เพื่อเปรียบเทียบความสอดคลองระหวาง “ขอสรุปผลการ ดำเนินงาน” (Claims) กับ “รายการหลักฐาน” (Evidence) โดยประยุกตใชเทคนิคการดึงบริบทขอมูล (เชน Retrieval-Augmented Generation: RAG หรือเทคนิคอื่นที่เทียบเทา) เพื่อใหระบบสามารถวิเคราะหขอมูล จากเอกสารจำนวนมากไดอยางแมนยำและตองแสดงที่มาของขอมูล (References) ประกอบการวิเคราะหทุก ครั้ง
4.4.2 ระบบตองมีการวิเคราะหและแจงเตือนกรณีที่พบจุด “นาสงสัย” หรือ “ขาดความสอดคลอง” ตามตรรกะ (Logic) ดังนี้
กรณีที่ 1 (Needs Verification): หากระบบตรวจพบขอความที่เปนขอสรุปผลการดำเนินงาน (Conclusion/Claim) แตไมพบหลักฐานอางอิง (Missing Evidence) หรือจุดเชื่อมโยงไปยังหลักฐานในระบบ กรณีที่ 2 (Misalignment): หากสถานศึกษาประเมินตนเองในระดับสูง (เชน ระดับดีเยี่ยม) แตระบบวิเคราะหแลวพบวาปริมาณหรือความสมบูรณของหลักฐานไมสอดคลองกับเกณฑการประเมินใน ระดับดังกลาว (Insufficient Evidence Support)
4.4.3 ระบบตองแสดงผลการวิเคราะหในรูปแบบการเนนขอความ (Highlight) หรือการแจงเตือน (Flag) ในจุดที่ขอมูลไมสัมพันธกันเพื่อชวยลดเวลาในการอานรายงานของผูประเมิน
4.5 ระบบวางแผนการเก็บรวบรวมหลักฐาน (Predictive Assessment Planning System) 4.5.1 ระบบตองนำผลการวิเคราะหชองวาง (Gap Analysis) มาประมวลผลเพื่อสรางรางแผนการลง ตรวจเยี่ยม (Draft Visit Plan-Onsite/Virtual) โดยระบุเหตุผลประกอบในแตละประเด็น 4.5.2 ระบบตองสรางโจทยหรือคำถามเจาะจง (Probing Questions) ที่มีคุณภาพสูงแทนการ ใชคำถามทั่วไป เพื่อแนะนำผูประเมินไดวาควรสัมภาษณบุคลากรกลุมใดเกี่ยวกับเรื่องอะไรเปนพิเศษ 4.5.3 ระบบตองเปดใหผูประเมินภายนอกเขามาตรวจสอบ ยืนยัน หรือแกไขผลการ วิเคราะหของ AI (Assessor Validation) เพื่อใหมั่นใจในความถูกตองสมบูรณกอนนำขอมูลไปใชงานจริง 4.5.4 ระบบตองมีกลไกบังคับทางหนาจอ (UI Constraint) เชน การล็อกปุม “ถัดไป” จนกวาผูประเมินจะกด “ยืนยัน” (Confirm) หรือ “แกไข” (Edit) ขอมูลที่ AI วิเคราะหมาเพื่อรับประกันความ รับผิดชอบโดยมนุษย (Human-in-the-loop)
4.5.5 ระบบตองสงออกแผนการลงตรวจเยี่ยมที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้ประเมินภายนอกแล้วในรูป แบบขอมูลดิจิทัล (JSON List) ที่พรอมสงตอไปยังแอปพลิเคชันอื่นหรือแสดงผลไดทันที
ส่วนที่ 2 งานพัฒนาระบบผูชวยอัจฉริยะสนับสนุนการประเมิน (Assessment Stage) 4.6 ระบบจัดเก็บขอมูลและหลักฐานภาคสนาม (Digital Evidence Collection & Verification) 4.6.1 ระบบตองไดรับการออกแบบ E-Form ในรูปแบบ Web Application ที่รองรับการใชงานบน อุปกรณพกพา (Responsive Design / Tablet-friendly) โดยระบบสามารถเชื่อมตอเพื่อดึงข้อมูล เช่น รหัสสถาน ศึกษา ชื่อสถานศึกษา สังกัดและที่ตั้งจากระบบ AQA
4.6.2 ระบบตองมีฟงกชัน Dynamic Plan Injection ที่สามารถดึง “แผนการลงตรวจเยี่ยม” (Visit Plan Onsite/Virtual) จากชวง Pre-analysis มาแสดงเปนรายการตรวจสอบรายสถานศึกษาไดอัตโนมัติ โดยจำแนก แผนการลงตรวจเยี่ยมของแต่ละสถานศึกษาให้กับผู้ประเมินภายนอกที่ได้รับมอบหมายให้ประเมินสถานศึกษานั้น
4.6.3 ระบบ E-Form ต้องมีฟังก์ชันให้ผู้ประเมินภายนอกบันทึกข้อมูล เช่น จำนวนผู้สอน จำนวนผู้เรียนข้อ ค้นพบจากการตรวจเยี่ยมรายตัวชี้วัด และระบบคำนวณอัตราสวน (Ratio) เช่น ผู้สอนต่อผู้เรียน ห้องเรียนต่อผู้เรียน
4.6.4 ระบบ E-Form ต้องสร้างชิ้นงานให้ผู้ประเมินสามารถทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์(Real-time Collaboration) หรือ การแก้ไขเอกสารร่วมกัน (Co-Authoring) ช่วยให้ผู้ประเมินหลายคนแก้ไขในชิ้นงานเดียวกันได้ เช่น ผู้ประเมิน 2 ท่าน ได้รับมอบหมายให้ประเมินสถานศึกษาเดียวกันจะต้องสามารถปรับแก้ในชิ้นงานเดียวกันได้ ก่อนยืนยันผลการประเมิน
4.6.5 ระบบต้องมีแท็ป (Tabs) สำหรับการเปลี่ยนตัวชี้วัดที่ผู้ประเมินภายนอกจะประเมิน เพื่อให้ผู้ประเมิน สามารถเลือกประเมินหรือตรวจสอบในแต่ละตัวชี้วัดได้
4.6.6 ระบบตองรองรับการจัดเก็บหลักฐาน เชน การพิมพบันทึกขอความ (Note) การอัปโหลด ภาพถาย (Photo)
4.7 ระบบ AI ชวยสังเคราะหผลและยกรางรายงาน (AI-Assisted Synthesis & Reporting) 4.7.1 ระบบตองมีฟงกชัน Real-Time Synthesis โดยใช AI ประมวลผลจากบันทึกที่ผูประเมินเก็บรวบรวม เพื่อ “ยกราง” (Draft) เนื้อหาการประเมินรายตัวชี้วัดพรอมเสนอแนะระดับคะแนน (Scoring Suggestion) ตามเกณฑ Rubric ของ สมศ. เพื่อลดภาระการเขียนรายงานของผูประเมิน
4.7.2 ระบบตองมีระบบแนะนำขอเสนอแนะเจาะจง (Tailor-Made Recommendation Engine) คนหา แนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice Database) เพื่อให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ข้อเสนอแนะที่ต้องพัฒนาอย่างเร่ง ด่วน (ถ้ามี) ที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษานั้น ๆ
4.7.3 ระบบตองเปดใหผูประเมินภายนอกเขามาตรวจสอบ ยืนยัน หรือแกไขผลการวิเคราะหของ AI (Assessor Validation)
4.7.4 ระบบตองมีกลไกควบคุมคุณภาพรายงาน (Instant F-03 Draft Control) โดยปุม “บันทึก” หรือ"สรางรายงาน" จะใชงานไดก็ตอเมื่อผูประเมินภายนอกไดแนบหลักฐานครบถวนตามเกณฑ และระบุระดับ คะแนน ชัดเจนแลวเทานั้น เพื่อปองกันการสงรายงานที่ไมสมบูรณ (Prevention of Empty Scoring)
4.7.5 ระบบต้องสามารถส่งออกร่างรายงานการประกันคุณภาพภายนอกในรูปแบบไฟล์ .PDF และระบบ ตองส่งออกขอมูลใหอยูในรูปแบบโครงสราง (Structured Data หรือ JSON Data Object) ที่เปนมาตรฐาน เพื่อนำ ไปใช้ต่อไป
ส่วนที่ 3 งานพัฒนาระบบผูชวยอัจฉริยะสนับสนุนการตรวจสอบคุณภาพรายงาน (Post-assessment Stage) 4.8 ระบบตรวจสอบความสมเหตุสมผลของผลการประเมิน (Standard Consistency Check in Post assessment Stage)
4.8.1 ระบบตองรองรับการเชื่อมตอกับระบบ AQA ผาน API เพื่อยืนยันตัวตนของเจ้าหน้าที่ และหน่วยกำกับการประเมิน
4.8.2 ระบบตองออกแบบในรูปแบบ Web Application ที่รองรับการใชงานบน อุปกรณพกพา (Responsive Design / Tablet-friendly)
4.8.3 ระบบตองมีฟงกชันที่สามารถดึงขอมูลร่างรายงานการประกันคุณภาพภายนอก ที่อยูในรูปแบบโค รงสรางจากชวง Assessment Stage มาแสดงเปนรายการตรวจสอบรายสถานศึกษาไดอัตโนมัติ 4.8.4 ระบบตองมีRule-Based Logic Engine สำหรับตรวจสอบวาผลการประเมินและขอเสนอแนะสอด คลองกับมาตรฐานและเกณฑที่ สมศ. กำหนดไวหรือไม โดยสามารถปรับเปลี่ยนกฎ (Rules) ไดโดยผูดูแลระบบ 4.8.5 ระบบตองแจงเตือนทันทีหากพบความผิดปกติ (Inconsistency Flag) เชน ผู้ประเมินภายนอกยืนยัน ผลการประกันคุณภาพระดับ 5 แต่พบว่าผลการดำเนินงานไม่สอดคล้องกับเกณฑ์ หรือการระบุแบบอย่างที่ดีไม่ สอดคล้องตามเกณฑ์ หรือคะแนนในฐานขอมูลเปน 5 แตในไฟล PDF เขียนวา 4 หรือ ใหคะแนน “ดีเยี่ยม” แตจำนวน หลักฐานไมถึงเกณฑขั้นต่ำที่กำหนด เป็นต้น
4.8.6 การตรวจสอบตรรกะขอเสนอแนะ (Recommendation Logic):
(1) กรณีไดระดับคุณภาพ 1-2 ตรวจสอบวามี"ขอเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงเรงดวน" หรือไม
(2) กรณีไดระดับคุณภาพ 3-4 ตรวจสอบวามี"ขอเสนอแนะเพื่อการพัฒนา" หรือไม
(3) กรณีไดระดับคุณภาพ 5 ตรวจสอบวามี"แบบอยางที่ดี (Best Practice)" หรือไม
4.9 ระบบตรวจสอบคุณภาพการเขียนรายงาน (Writing Quality Auditor)
4.9.1 ระบบตองใชเทคโนโลยีNLP (Natural Language Processing) ประเมินคุณภาพการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณในภาพรวม เพื่อตรวจสอบ “ความเปนมืออาชีพ” (Professionalism)
4.9.2 ระบบตองตรวจสอบองคประกอบสำคัญของงานเขียน ไดแก
(1) ความเหมาะสมของภาษา (Tone of Voice) ตรวจจับคำศัพทที่ไมเปนทางการ ภาษาพูด หรือการใชคำฟุมเฟอย
(2) ความเปนปรนัย (Objectivity) ตรวจสอบวาการเขียนมีลักษณะเปนกลางและปราศจากอคติ 4.9.3 ระบบตองทำหนาที่เปน AI Editor โดยการขีดเสนใต/ไฮไลทคำหรือประโยคที่ควรแกไข และ เสนอ แนะคำศัพทที่เหมาะสมกวา (Word Suggestion) ใหเจาหนาที่พิจารณา
4.10 ระบบประเมินสมรรถนะผูประเมิน (Assessor Evaluation)
4.10.1 ระบบตองวิเคราะหรูปแบบการใหคะแนน (Scoring Pattern) ระยะเวลาการทำงาน และ คุณภาพ การเขียนรายงานของผูประเมินแตละคน เพื่อจัดทำเปน ‘ระเบียนประวัติและสมรรถนะผูประเมิน’ (Assessor Performance Profile) เช่น ความสอดคล้องของการให้คะแนนกับข้อเสนอแนะสำหรับสถานศึกษา
4.10.2 ระบบตองมีฟงกชันใหเจาหนาที่ สมศ. หรือผูใชงานที่เกี่ยวของกับการรีวิวและใหคะแนน (Rating 1- 5 ดาว) หรือบันทึกขอเสนอแนะตอตัวผูประเมิน (Tagging)
4.10.3 ระบบตองจัดเก็บขอมูลเหลานี้ลงในฐานขอมูลAssessment Performance Table เพื่อใช สำหรับ การคัดเลือกผูประเมินที่มีคุณภาพในปถัดไป หรือระบุกลุมเปาหมายที่ตองเขารับการอบรมเพิ่มเติม
4.11 ระบบสรางรางบทสรุปผูบริหารอัตโนมัติ (Draft Executive Summary Report) 4.11.1 ระบบตองใช Generative AI ในการประมวลผล เช่น ขอเสนอแนะ แบบอย่างที่ดี จุดที่ควรพัฒนา จากทุกมาตรฐานในรายงานฉบับเต็ม มาสังเคราะหรวมกัน
4.11.2 ระบบตองสราง “รางบทสรุปผูบริหาร” โดยมีการเรียบเรียงภาษาใหมใหกระชับ สละสลวยและ เขาใจงาย (ไมใชการตัดแปะขอความ)
4.11.3 ระบบตองเปดใหเจาหนาที่สามารถแกไข (Edit) รางบทสรุปนี้ได และสามารถบันทึกกลับเขา ระบบ เพื่อสรางเปนรายงานฉบับสมบูรณ
4.11.4 ระบบต้องสามารถส่งออกรายงานบทสรุปผู้บริหารในรูปแบบไฟล์ .PDF
4.12 ระบบเตรียมขอมูลเพื่อการแสดงผลและเผยแพร (Data Preparation for Visualization & Publishing) 4.12.1 ระบบตองรองรับกระบวนการสถานะเอกสาร (Document Workflow) ตาม Diagram เชน การสงคืนแกไข (Comment for Editing) การยืนยันจากสถานศึกษา (School Agreement) เปนตน 4.12.2 เมื่อรายงานผานการอนุมัติ (Final Approval) ระบบตองทำการ Extract Data ผลการ ประเมิน ทั้งหมดจากรายงานฉบับสมบูรณ ใหอยูในรูปแบบ Structured Data (JSON/CSV) ที่พรอมสำหรับนำ ไปแสดงผล 4.12.3 ระบบตองมีAPI หรือชองทางสงออกขอมูล (Data Export) เพื่อสงขอมูลไปยังระบบ Dashboardหรือระบบเผยแพรผลการประเมิน (Publishing View) ของ สมศ. (เชน Executive View, School View, Public View) ไดโดยอัตโนมัติ โดยไมตองคียขอมูลซ้ำ
5. งบประมาณ
วงเงินงบประมาณ 2,461,800 บาท (สองลานสี่แสนหกหมื่นหนึ่งพันแปดรอยบาทถวน) จากงบลงทุน
(เงินงบประมาณแผนดิน)
6. ระยะเวลาส่งมอบงาน
6.1 สถานที่ส่งมอบ สมศ.
6.2 กำหนดส่งมอบงาน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา 210 วัน
6.3 งวดงานและการจายเงิน ผูรับจางจะตองสงมอบงานโดยตองจัดทำเอกสารรายงานในลักษณะสิ่ง พิมพเปนภาษาไทยเวนแตกรณีที่ตองการอธิบายดวยภาษาทางเทคนิค หรือภาษาเฉพาะใหใชภาษาอังกฤษได จำนวน 1 ชุด และ สื่อบันทึกขอมูลในรูปแบบ Flash Drive จำนวน 1 ชุด โดยกำหนดสงมอบงานและการจาย เงินแบงเปน 2 งวด ดังนี้
งวดที่ 1 เบิกจายเงินรอยละ 40 ของวงเงินสัญญาจาง เมื่อผูรับจางไดสงมอบงานแลวเสร็จ ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุไดตรวจรับเรียบรอยแลว โดยมีผลงานและเอก สารสงมอบงานดังนี้
-
แผนการดำเนินงานโครงการฉบับสมบูรณ (Project Plan) ที่ระบุตารางเวลา (Timeline) การสงมอบงานแตละระยะชัดเจน
-
รายงานความกาวหนาโครงการ (Progress Report)
-
เอกสารแสดงภาพรวม (Solution Architecture) ของกระบวนการประเมินตั้งแตตนจนจบ ที่ใชปญญาประดิษฐ (AI)
-
เอกสารการออกแบบหนาจอระบบ (User Interface Design) ที่ไดรับการอนุมัติ
(สวนที่ 1 รายละเอียดดังขอ 4.1-4.5) -
เอกสารผลการทดสอบระบบ Unit Test และ System Integration Test
-
เอกสารผลการทดสอบระบบ User Acceptance Test ที่ลงนามโดยผูใชงาน
(สวนที่ 1 รายละเอียดดังขอ 4.1-4.5) -
ระบบผูชวยอัจฉริยะวิเคราะห SAR กอนการลงพื้นที่ (Pre-analysis Stage’s Production Go Live) ของสวนที่ 1 ที่ติดตั้งและสามารถใชงานไดจริง (สวนที่1 รายละเอียดดังขอ 4.1 - 4.5)
งวดที่ 2 (งวดสุดทาย) เบิกจายเงินรอยละ 60 ของวงเงินสัญญาจาง เมื่อผูรับจางไดสงมอบงาน แลวเสร็จ ภายใน 210 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุไดตรวจรับเรียบรอย แลว โดยมีผลงานและเอกสารสงมอบงานดังนี้ -
ผูรับจางจะตองดำเนินการเปดใชงานระบบนำรอง (Soft Launch) ภายใน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และดำเนินการปรับปรุงระบบจนสมบูรณเพื่อสงมอบในงวดที่ 2 2. รายงานสรุปผลการเปดใชงานระบบนำรอง (Soft Launch Report) ที่แสดงหลักฐาน การเปดใชงานจริงในชวงวันที่ 180 ของสัญญา พรอมสรุปปญหาและการแกไข
-
ระบบผูชวยอัจฉริยะสนับสนุนการประเมิน (Assessment Stage) (ส่วนที่ 2 รายละเอียด ดังข้อ 4.6 – 4.7) และระบบผู้ช่วยอัจฉริยะสนับสนุนการตรวจสอบคุณภาพรายงาน (Post-assessment Stage) (ส่วนที่ 3 รายละเอียด 4.8 – 4.12) ที่ติดตั้งและสามารถใชงานไดจริง
-
เอกสารการออกแบบระบบฉบับสมบูรณ (Technical Design Specification) ประกอบดวย Flow การทำงาน, System Interface, ER-Diagram, Data Architecture, Data Model, Data Dictionary และ Data Flow Diagram ทั้งโครงการ
-
เอกสารโครงสรางสถาปตยกรรมระบบ (Enterprise Architecture) ทั้งโครงการ
-
เอกสารผลการทดสอบระบบ Unit Test และ System Integration Test
-
เอกสารผลการทดสอบระบบUser Acceptance Test ทั้งกระบวนการ ฉบับ สมบูรณที่ลงนาม โดยผูทดสอบการใชงาน
-
รายงานสรุปผลการจัดอบรมผูใชงานและผูดูแลระบบ พรอมรายชื่อผูเขารับการอบรม ภาพถาย และแบบประเมินผลการอบรม
-
คูมือการใชงานระบบ (User Manual) และ คูมือผูดูแลระบบ (Admin Manual) 10. Source Code, ขอมูล (Data), และโมเดล AI (Model Artifacts) ทั้งหมดที่เกี่ยวของ พรอมคูมือการติดตั้งระบบ (Installation Guide) ในรูปแบบไฟลดิจิทัล
6.4 คาปรับ
6.4.1 อัตราคาปรับตอวันรอยละ 0.1 ของมูลคาของสัญญาจาง
6.4.2 อัตราค่าปรับความล่าช้ากรณีผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขปัญหาในช่วงการรับประกันความชำรุด บกพรองที่กำหนดในข้อ 6.5 ผู้ว่าจ้างจะคิดค่าปรับจนกว่าจะแก้ไขให้ระบบสามารถใช้งานได้ดังเดิมในอัตราดังต่อไปนี้ กรณีข้อ (1) ระดับวิกฤต (Critical Severity) คิดค่าปรับในอัตราชั่วโมงละ 200 บาท
กรณีข้อ (2) ระดับสูง (High Severity) คิดค่าปรับในอัตราชั่วโมงละ 100 บาท
กรณีข้อ (3) ระดับต่ำ/ทั่วไป (Low / Normal Severity) คิดค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตราวันละ 500 บาท
6.5 การรับประกัน
ผูรับจางจะตองรับประกันความชำรุดบกพรอง 1 ป นับจากการตรวจรับงานงวดสุดทาย โดยตลอด ระยะเวลาการรับประกัน ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีช่องทางสำหรับแจ้งปัญหา (Helpdesk / Support) และจะ ต้องดำเนินการตอบสนองและแก้ไขปัญหาตามระดับความรุนแรง (Severity Levels) โดยไมคิดคาใชจายใดๆ ทุกกรณี ดังต่อไปนี้:
(1) ระดับวิกฤต (Critical Severity) ระบบงานขัดข้องทั้งหมด (System Down) หรือฟังก์ชันการ ทำงานที่สำคัญที่สุดไม่สามารถทำงานได้ ทำให้ผู้ว่าจ้างไม่สามารถให้บริการหรือปฏิบัติงานตามปกติได้โดยสิ้น เชิง และ/หรือส่งผลกระทบในวงกว้าง ผู้รับจ้างต้องรับทราบและเริ่มดำเนินการตรวจสอบภายใน 1 ชั่วโมง นับ แต่ได้รับแจ้งและผู้รับจ้างต้องแก้ไขระบบให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ภายใน 4 - 6 ชั่วโมง นับแต่ได้รับแจ้ง (ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ)
(2) ระดับสูง (High Severity ฟังก์ชันการทำงานหลัก (Core Functions) บางส่วนขัดข้องหรือไม่ สามารถใช้งานได้ ส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงานหลักของผู้ว่าจ้าง แต่ระบบโดยรวมยังสามารถทำงานอื่น ทดแทน หรือมี Workaround ชั่วคราวได้ ผู้รับจ้างต้องรับทราบและเริ่มดำเนินการตรวจสอบภายใน2 ชั่วโมง นับแต่ได้รับแจ้ง และผู้รับจ้างต้องแก้ไขข้อขัดข้องให้แล้วเสร็จ ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่ได้รับแจ้ง
(3) ระดับต่ำ/ทั่วไป (Low / Normal Severity) ปัญหาเล็กน้อยที่ไม่มีผลกระทบต่อการทำงานหลัก ของระบบ เช่น การปรับแก้ข้อความ (Wording), ความผิดปกติของการแสดงผลหน้าจอ (UI/UX) เล็กน้อย หรือการขอคำปรึกษาการใช้งานทั่วไป ผู้รับจ้างต้องรับทราบและเริ่มดำเนินการตรวจสอบภายใน1 วันทำการ ผู้รับจ้างต้องแก้ไขข้อขัดข้องให้แล้วเสร็จ ภายใน 3 วันทำการ นับแต่ได้รับแจ้ง
6.6 การสงวนสิทธิ์
6.6.1 ผูรับจางจะตองจัดการเก็บรักษาขอมูลตาง ๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานตามสัญญานี้ ที่ผูรับจางไดรับจาก สมศ. ซึ่งรวมถึงขอมูลตาง ๆ ที่ สมศ. ไดจัดทำขึ้นเนื่องจากการดำเนินงานนี้อยางเปน
ความลับ โดยผูรับจางตองหามาตรการในการจัดเก็บขอมูลที่เปนความลับ ไมนำไปเผยแพรใหบุคคลใดทราบ เปนอันขาดเวนแตจะไดรับการอนุญาตเปนลายลักษณอักษรจาก สมศ. หากเกิดความเสียหายผูรับจางจะตอง รับผิดชอบคาใชจายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
6.6.2 ผูรับจางตองดำเนินการตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร (CyberSecurity) และ พ.ร.บ. คุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) อยางเครงครัด โดยตองมีกระบวนการ นิรนามขอมูล (Anonymization/Data Masking) สำหรับขอมูลสวนบุคคลที่ออนไหว เชน ชื่อนักเรียน หรือ เลขบัตรประชา ชนกอนที่จะสงขอมูลเขาสูกระบวนการประมวลผลของ AIเพื่อปองกันการรั่วไหล รวมทั้งมีการกำหนดสิทธิ์การ เขาถึง (Access Control) อยางรัดกุมตามระดับชั้นความลับของขอมูล -
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
7.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
7.2 ไมเปนบุคคลลมละลาย
7.3 ไมอยูระหวางเลิกกิจการ
7.4 ไมเปนบุคคลซึ่งอยูระหวางถูกระงับการยื่นขอเสนอหรือทำสัญญากับหนวยงานของรัฐไวชั่วคราว เนื่องจากเปนผูที่ไมผานเกณฑการประเมินผลการปฏิบัติงานของผูประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรี วาการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพรในระบบเครือขายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
7.5 ไมเปนบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไวในบัญชีรายชื่อผูทิ้งงานและไดแจงเวียนชื่อใหเปนผูทิ้งงานของหนวยงา นของรัฐในระบบเครือขายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผูทิ้งงานเปนหุนสวนผูจัดการ กรรมการผูจัดการ ผูบริหาร ผูมีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นดวย
7.6 มีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจางและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
7.7 เปนบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผูมีอาชีพรับจางงานที่จัดจางดังกลาว
7.8 ไมเปนผูมีผลประโยชนรวมกันกับผูยื่นขอเสนอรายอื่นที่เขายื่นขอเสนอ หรือไมเปนผูกระทำการ อันเปนการขัดขวางการแขงขันอยางเปนธรรมในการซื้อหรือจางครั้งนี้
7.9 ไมเปนผูไดรับเอกสิทธิ์หรือความคุมกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไมยอมขึ้นศาลไทย เวนแตรัฐบาลของผูยื่นขอเส นอไดมีคำสั่งใหสละเอกสิทธิ์และความคุมกันเชนวานั้น
7.10 ผูยื่นขอเสนอตองลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจางภาครัฐดวยอิเล็กทรอนิกส (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
7.11 ผูยื่นขอเสนอที่ยื่นขอเสนอในรูปแบบของ “กิจการรวมคา” ตองมีคุณสมบัติ ดังนี้
(1) การกำหนดสัดสวนในการเขารวมคาของคูสัญญากรณีที่ขอตกลงฯ กำหนดใหผูเขารวมคาราย ใดรายหนึ่งเปนผูเขารวมคาหลัก ขอตกลงฯ จะ ตองมีการกำหนดสัดสวนหนาที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลคาตามสัญญาของผูเขารวมคา หลักมากกวาผูเขารวมคารายอื่นทุกราย
(2) กรณีที่ขอตกลงฯ กำหนดใหผูเขารวมคารายใดรายหนึ่งเปนผูเขารวมคาหลัก กิจการรวมคา นั้น ตองใชผลงานของผูเขารวมคาหลักรายเดียวเปนผลงานของกิจการรวมคาที่ยื่นขอเสนอสำหรับขอตกลงฯ ที่ไมไดกำ หนดใหผูเขารวมคารายใดเปนผูเขารวมคาหลัก ผูเขารวมคาทุกรายจะตองมีคุณสมบัติครบถวนตามเงื่อนไขที่ กำหนดไวในเอกสารเชิญชวน
(3) การยื่นขอเสนอของกิจการรวมคา
(3.1) กรณีที่ขอตกลงฯ กำหนดใหมีการมอบหมายผูเขารวมคารายใดรายหนึ่ง เปนผูยื่นขอ เสนอในนามกิจการรวมคา การยื่นขอเสนอดังกลาวไมตองมีหนังสือมอบอำนาจสำหรับขอตกลงฯ ที่ไมไดกำ
หนดใหผูเขารวมคารายใดเปนผูยื่นขอเสนอ ผูเขารวมคาทุก รายจะตองลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำ นาจใหผูเขารวมคารายใดรายหนึ่งเปนผูยื่นขอเสนอในนามกิจการรวมคา
(3.2) การยื่นขอเสนอดวยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส (e - bidding) ใหผูเขารวมคาที่ ไดรับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามขอ (3.1) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส กรณีที่มีการ จำหนายเอกสารซื้อหรือจาง
7.12 ผูยื่นขอเสนอตองลงทะเบียนที่มีขอมูลถูกตองครบถวนในระบบจัดซื้อจัดจางภาครัฐ ดวย อิเล็ก ทรอนิกส (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
7.13 ผูยื่นขอเสนอตองมีมูลคาสุทธิของกิจการ ดังนี้ -
กรณีผูยื่นขอเสนอเปนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือตางประเทศ ซึ่งไดจดทะเบียน เกินกวา 1 ป ตองมีมูลคาสุทธิของกิจการ จากผลตางระหวางสินทรัพยสุทธิหักดวยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏใน งบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแลว ซึ่งจะตองแสดงคาเปนบวก 1 ปสุดทายกอนวันยื่นขอเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปสุดทายกอนวันยื่นขอเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินยอนไป กอนวันที่หนวยงานข องรัฐกำหนดใหเปนวันยื่นขอเสนอ 1 ปปฏิทิน เวนแตกรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นขอเส นอ เปนชวงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการคากำหนดใหนิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจ การคา ซึ่งจะอยู่ในชวงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกป โดยนิติบุคคลที่เปนผูยื่นขอเสนอนั้นยังอยูในชวง ของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการคา คือ ชวงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินยอนไปอีก 1 ป ได
-
กรณีผูยื่นขอเสนอเปนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไมมีการรายงาน งบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการคา หรือกรณีผูยื่นขอเสนอเปนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายตาง ประเทศ ซึ่งยังไมมีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ใหพิจารณาการกำหนดมูลคาของทุนจดทะเบียน โดยผูยื่น ขอเสนอจะ ตองมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลคาหุนแลว ณ วันที่ยื่นขอเสนอ ดังนี้
(1) มูลคาการจัดซื้อจัดจางไมเกิน 1 ลานบาท ไมตองกำหนดทุนจดทะเบียน
(2) มูลคาการจัดซื้อจัดจางเกิน 1 ลานบาท แตไมเกิน 5 ลานบาท ตองมีทุนจดทะเบียน ไมต่ำกวา 1 ลานบาท -
สำหรับการจัดซื้อจัดจางครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผูยื่นขอเสนอ เปนบุคคลธรรมดาใหพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไมเกิน 90 วัน กอนวันยื่นขอเสนอ โดยตองมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเปนมูลคา 1 ใน 4 ของมูลคางบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นขอเสนอในแตละ ครั้ง และหากเปนผูชนะการจัดซื้อจัดจางหรือเปนผูไดรับการคัดเลือกจะตองแสดง หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มี มูลคาดังกลาวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
-
กรณีที่ผูยื่นขอเสนอไมมีมูลคาสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแตไมเพียงพอ ที่จะเขายื่นขอเสนอ สามารถดำเนินการไดดังนี้
(1) กรณีผูยื่นขอเสนอเปนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา
ที่ถือสัญชาติไทย ผูยื่นขอเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อโดยตองมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลคางบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นขอเสนอในแตละครั้ง จะเปนสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพยที่ไดรับอนุญาตใหประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชยและประกอบธุรกิจค้ำประกันตาม ประกาศของธนาคารแหงประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแหงประเทศไทย แจงเวียนใหทราบโดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญรับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีไดรับมอบ อำนาจจากสำนักงานใหญ) ซึ่งออกใหแกผูยื่นขอเสนอ นับถึงวันยื่นขอเสนอไมเกิน 90 วัน
(2) กรณีผูยื่นขอเสนอเปนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายตางประเทศหรือบุคคลธรรมดา ที่มิไดถือสัญชาติไทย ผูยื่นขอเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยตองมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลคางบประมาณ
ของโครงการหรือรายการที่ยื่นขอเสนอในแตละครั้ง จะเปนสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพยที่ไดรับอนุญาตใหประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชยและประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแหงประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแหงประเทศไทยแจงเวียนใหทราบ หรือเปนสินเชื่อที่ธนาคารตางประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพยที่ไดรับอนุญาตใหประกอบกิจการเงินทุนเพื่อกา รพาณิชยและประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางตางประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคาร กลางตางประเทศนั้นแจงเวียนใหทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีไดรับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ) ซึ่งออกใหแกผูยื่นขอเสนอนับถึงวันยื่น ขอเสนอไมเกิน 90 วัน) -
กรณีผูยื่นขอเสนอเปนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายตางประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิ ไดถือสัญชาติไทยตามขอ 2 ขอ 3 และขอ 4 (2) มูลคาจะตองเปนไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ ธนาคารแหงประเทศไทยกำหนด ในชวงระหวางวันที่เผยแพรประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัด จางภาครัฐดวยอิเล็กทรอนิกส (e - GP) จนถึงวันเสนอราคาทั้งนี้ผูยื่นขอเสนอจะตองยื่นเอกสารที่แสดงใหเห็นถึง ขอมูลเกี่ยวกับมูลคาสุทธิของกิจการ แลวแตกรณีประกอบกับเอกสารดังกลาวจะตองผานการรับรองตามระเบียบ กระทรวงการตางประเทศวาดวยการ รับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แกไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะตองยื่น เอกสารดังกลาวในวันยื่นขอเสนอ หากผูยื่นขอเสนอมิไดมีการยื่นเอกสารดังกลาวมาพรอมกับการยื่นขอเส นอใหถือวาผูยื่นขอเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไมครบ ถวนตามเงื่อนไขที่กำหนดไวในเอกสารประกวดราคา 6. กรณีตามขอ 1 - ขอ 5 ไมใชบังคับกับกรณีดังตอไปนี้
(6.1) กรณีที่ผูยื่นขอเสนอเปนหนวยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยูระหวางการฟนฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ลมละลาย พ.ศ. 2483 และที่แกไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจางกอสรางที่กรมบัญชีกลางไดขึ้นทะเบียนผูประกอบการงานกอสรางแลว
และงานจางกอสรางที่หนวยงานของรัฐที่ไดมีการจัดทำบัญชีผูประกอบการงานกอสรางที่มีคุณสมบัติเบื้อง ตนไวแลวกอนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจางฯ มีผลใชบังคับ
(6.4) การจัดซื้อจัดจางตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แหงพระราชบัญญัติ
การจัดซื้อจัดจางฯ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพยและการเชาอสังหาริมทรัพย
(6.6) กรณีงานจางบริการหรืองานจางเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เชน จางพนักงานขับ รถ ครูชาวตางชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกขอมูล เปนตน
7.14 ผูยื่นขอเสนอจะตองมีนโยบายและแนวทางการปองกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจาง 7.15 ผูยื่นขอเสนอจะตองลงนามในขอตกลงคุณธรรม กรณีโครงการจัดซื้อจัดจางที่มีวงเงินตั้งแต 1,000 ลานบาทขึ้นไป
7.16 ผูยื่นขอเสนอตองมีผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบสารสนเทศโดยใชปญญาประดิษฐ (AI) หรือ งานที่เกี่ยวของ ในวงเงินสัญญา จำนวนไมนอยกวา 1,200,000 บาท (หนึ่งลานสองแสนบาทถวน) โดยเปนผลงาน สัญญาเดียวตั้งแตป พ.ศ.2566 ถึงปจจุบัน ซึ่งเปนคูสัญญาโดยตรงกับสวนราชการ หนวยงานตามกฎหมายวาดวย ระเบียบการบริหารราชการสวนทองถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหนวยงานเอกชนอื่นที่มีความนาเชื่อถือ ไมใชผลงานอัน เกิดจากการรับจางชวง โดยจะตองแนบสำเนาหนังสือรับรองผลงานและสัญญาจาง พรอมรับรองสำเนาถูกตองมา ยื่น ณ วันที่เสนอราคา
7.17 ผูยื่นขอเสนอจะตองมีทีมบุคลากรที่มีความรู ความสามารถและความเชี่ยวชาญดานการพัฒนา ระบบปญญาประดิษฐ (AI) ทั้งดานการออกแบบ การวิเคราะหและการพัฒนาระบบ โดยบุคลากรตามบัญชีรายชื่อ
ที่เสนอจะตองเปนพนักงานประจำของผูยื่นขอเสนอ (พรอมแนบหลักฐานแสดงการจางงาน) และมีระดับการศึกษา และประสบการณการทำงานทางดานคอมพิวเตอร/เทคโนโลยีสารสนเทศ ณ วันที่ยื่นขอเสนอ ดังนี้
ลำดับ
ตำแหน่ง
ระดับการ
ศึกษา
ไม่ต่ำกว่า
สาขา
ประสบการณ์
ไม่ต่ำกว่า
1
หัวหน้าโครงการ
(Project Manager)
ป.ตรี
คอมพิวเตอร์/สารสนเทศหรือ สาขาที่เกี่ยวข้อง(มีประสบการณ์ บริหารโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์)
5 ปี (กรณีป.โทขึ้นไป) หรือ7 ปี (กรณี ป.ตรี)
2
ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญา
ประดิษฐ์ (AI Engineer/Data Scientist)
ป.ตรี
วิทยาการคอมพิวเตอร์,
Data Science หรือสาขาที่
เกี่ยวข้อง(มีประสบการณ์ด้าน NLP, OCR, Machine Learning หรือ Python)
2 ปี
3
นักวิเคราะห์และออกแบบ ระบบ(System Analyst)
ป.ตรี
คอมพิวเตอร์/สารสนเทศหรือ สาขาที่เกี่ยวข้อง
5 ปี
4
นักพัฒนาระบบ(Software Developer)
ป.ตรี
คอมพิวเตอร์/สารสนเทศหรือ สาขาที่เกี่ยวข้อง
2 ปี
5
ผู้ประสานงาน
ป.ตรี
ทุกสาขา
1 ปี -
เกณฑ์การพิจารณา
ใชเกณฑราคาประกอบเกณฑคุณภาพ (Price Performance) โดยการพิจารณาผลการยื่นขอเสนอ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสครั้งนี้ สมศ. และจะพิจารณาตัดสินใหคะแนนรวม 100 คะแนน ทั้งนี้ จะพิจารณา เฉพาะผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้คะแนนจากเกณฑ์คุณภาพไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 (กล่าวคือ ต้องได้คะแนนจากเกณฑ์ คุณภาพตั้งแต่ 52.5 คะแนนขึ้นไป จากคะแนนเต็ม 70 คะแนน) เท่านั้น โดยมีรายละเอียดดังนี้
เกณฑ์การพิจารณา
คะแนนเต็ม- เกณฑ์ราคาของผู้ยื่นข้อเสนอ (อัตราส่วนน้ำหนักร้อยละ 30)
30 - เกณฑ์คุณภาพของผู้ยื่นข้อเสนอ (อัตราส่วนน้ำหนักร้อยละ 70) ประกอบด้วย
70
2.1 พิจารณาข้อเสนอทางด้านเทคนิค (55 คะแนน) แบ่งได้ดังนี้
2.1.1 แผนการดำเนินงาน (5 คะแนน)
2.1.2 การออกแบบการพัฒนาระบบ (10 คะแนน)
2.1.3 การออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ (10 คะแนน)
2.1.4 เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในโครงการฯ (10 คะแนน)
- เกณฑ์ราคาของผู้ยื่นข้อเสนอ (อัตราส่วนน้ำหนักร้อยละ 30)
2.1.5 การนำเสนอต้นแบบ (Proof of Concept & Prototype) (20
คะแนน) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนำเสนอต้นแบบMock-up ของส่วนที่ 1 ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะเพื่อ
การสกัดและตรวจสอบคุณภาพข้อมูลรายงานอัตโนมัติ" ในรูปแบบ Interactive Prototype ที่
สามารถคลิกโต้ตอบได้โดยต้องครอบคลุมฟังก์ชันสำคัญดังนี้
(1) การออกแบบหน้าจอทำงานเปรียบเทียบ (Intelligent Split Screen
Interface): สาธิตการจัดวางองค์ประกอบหน้าจอที่แสดงไฟล์รายงานต้นฉบับ (PDF Viewer) คู่
ขนานไปกับหน้าจอผลการตรวจสอบ (Validation Results) โดยต้องแสดงให้เห็นถึงความ
สะดวกในการใช้งานการใช้พื้นที่หน้าจอที่คุ้มค่าและความสบายตาในการอ่านข้อมูลเปรียบเทียบ
(2) กลไกการเชื่อมโยงข้อมูลและเอกสาร (Interactive Navigation & Mapping):
สาธิตฟังก์ชันการโต้ตอบเมื่อผู้ใช้งานคลิกที่ “ข้อความแจ้งเตือน” หรือ “จุดที่พบข้อผิดพลาด” ใน
ฝั่งผลการตรวจสอบแล้วระบบสามารถสั่งการให้หน้าต่างPDF “เลื่อนไปยังตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง”
(Auto-Scroll / Jump to Section) หรือ “ไฮไลท์ข้อความ” (Highlight) ในไฟล์ต้นฉบับได้
อย่างแม่นยำและลื่นไหล
(3) รูปแบบการแจ้งเตือนและการจัดการสถานะ (Visualization of Alerts &
Logic): สาธิตรูปแบบการแสดงผล (Visualization) เมื่อระบบตรวจพบความผิดปกติทั้ง3 รูป
แบบตามขอบเขตงานได้แก่ความผิดปกติของข้อมูล (เช่นรหัสสถานศึกษาไม่ตรง) ความผิดปกติ
ทางตรรกะ (เช่นผลประเมินไม่สอดคล้องกับหลักฐาน) คุณภาพการเขียน (เช่นการใช้ภาษาที่ไม่
เหมาะสม) โดยต้องแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้งานสามารถเข้าใจประเภทของความผิดพลาดและวิธีการ
แก้ไขได้อย่างชัดเจน
2.2 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนำเสนอผลงานเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการ ดำเนินงาน (Related Customer References) ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับการตรวจรับงาน เรียบร้อยแล้วตาม TOR ข้อ 7.16 โดยสามารถใช้สัญญาเดียวกันที่มีองค์ประกอบครบถ้วนหรือ ใช้ต่างสัญญากันมายื่นเพื่อประกอบการพิจารณาได้ (15 คะแนน) แบ่งได้ดังนี้
2.2.1 ผลงานด้านการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI), Machine Learning หรือการ วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) (9 คะแนน)
2.2.2 ผลงานด้านการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) หรือเทคโนโลยี OCR สำหรับ ภาษาไทยทั้งนี้สามารถเป็นผลงานภายใต้สัญญาเดียวกับข้อ 2.2.1 ได้ (6 คะแนน)
รวม
100
รายละเอียดรูปแบบการนำเสนอ มีดังนี้
- ผูยื่นขอเสนอจะตองจัดทำตัวอยางผลงานเสมือนจริง (Mock up) ยื่นเสนอตอ สมศ. ภายใน 5 วัน ทำการ นับถัดจากวันยื่นขอเสนอผานระบบ e-GP หรือวันที่ สมศ. นัดหมาย ณ สำนักงานรับรองมาตรฐานและ ประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) ชั้น 24 อาคารพญาไทพลาซา เลขที่ 128 ถนนพญาไทแขวงทุงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 ทั้งนี้ สมศ. จะประสานแจงวันเวลานัดหมายเพื่อใหผูยื่นขอเสนอ มานำเสนอคุณลักษณะ ดานคุณภาพตอไป
- ผูยื่นขอเสนอจะตองนำเสนอดวย PowerPoint หรือโปรแกรมนำเสนออื่นๆ ณ สำนักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) หรือผานทางออนไลน (Google Meet) โดยให้เวลาในการนำเสนอ ต่อผู้ยื่นข้อเสนอ 1 ราย รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 45 นาที (แบ่งเป็นการนำเสนอรายละเอียดผ่านโปรแกรมนำเสนอและสาธิต ผลงานเสมือนจริง ไม่เกิน 30 นาที และคณะกรรมการซักถาม ไม่เกิน 15 นาที)
รายละเอียดหลักเกณฑการพิจารณามีดังนี้ - เกณฑราคาของผูยื่นขอเสนอ 30 คะแนน (อัตราสวนน้ำหนักรอยละ 30)
- คะแนนเกณฑราคาประมวลผลโดยระบบการจัดซื้อจัดจางภาครัฐ
- เกณฑคุณภาพของผูยื่นขอเสนอ 70 คะแนน (อัตราสวนน้ำหนักรอยละ 70)
- หลักเกณฑการพิจารณาแบงออกเปน 2 หัวขอ ซึ่งมีรายละเอียดการใหคะแนนตามหลักเกณฑของ ผูยื่นขอเสนอ ดังนี้
ลำดับ
หัวข้อในการพิจารณา
หลักเกณฑ์ในการให้คะแนน
น้ำหนัก
คะแนนเต็ม
2.1 พิจารณาข้อเสนอทางด้านเทคนิค (55 คะแนน)
2.1.1
แผนการดำเนินงาน
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทำและนำเสนอแผนการ ดำเนินงานที่มีรายละเอียดและขั้นตอนการดำเนิน งานที่สมบูรณ์ชัดเจนและสอดคล้องกับระยะเวลา ดำเนินโครงการ (210 วัน) ดังนี้
- รายละเอียดของแผน (Detail of the Plan) แผนมีรายละเอียดกิจกรรม (Activity) ครบถ้วน สมบูรณ์ครอบคลุมทั้ง3 งวดงานและมีขั้นตอนการ ดำเนินงานที่ชัดเจน
- การจัดสรรทรัพยากร (Resource
Allocation)
มีการระบุทรัพยากรที่จำเป็นทั้งด้านบุคลากร (PM, AI Engineer, Dev) เครื่องมือที่ใช้และเวลาโดยต้อง มีการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและ เพียงพอ - ความชัดเจนของเป้าหมาย (Clarity of Objectives)
เป้าหมายในแต่ละขั้นตอนมีความชัดเจนเจาะจง สามารถวัดผลได้ (Deliverables) มีการระบุเกณฑ์ ความสำเร็จที่ชัดเจนและเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ
เกณฑ์พิจารณา
• (0 คะแนน) ไม่นำเสนอหรือแผนการดำเนินงานมี รายละเอียดที่ไม่ครบถ้วนและไม่ชัดเจนทั้ง 3 ข้อ • (2 คะแนน) แผนการดำเนินงานมีรายละเอียดที่ ครบถ้วนและชัดเจนจำนวน1 ข้อจาก3 ข้อ • (3 คะแนน) แผนการดำเนินงานมีรายละเอียดที่ ครบถ้วนและชัดเจนจำนวน2 ข้อจาก 3 ข้อ • (5 คะแนน) แผนการดำเนินงานมีรายละเอียดที่ ครบถ้วนและชัดเจนครบทั้ง 3 ข้อ
5 คะแนน
2.1.2
การออกแบบการพัฒนาระบบ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทำและนำเสนอแนวคิดและ เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาระบบโดยต้องมีการนำ เสนออธิบายถึงหลักการและวิธีการใช้งานที่เกี่ยวข้อง กับโครงการนี้ตาม TOR ดังนี้ - กระบวนการพัฒนา (Methodology) ใช้หลักการ Software Development
Methodology ที่เป็นมาตรฐาน (เช่น Agile, Scrum หรือ Waterfall) ที่เหมาะสมกับการพัฒนา ระบบ AI - การจัดการเวอร์ชัน (Version Control) ใช้เครื่องมือVersion Control ในการ
พัฒนา เช่น GitHub, GitLab เพื่อช่วย
จัดการSource Code และส่งเสริมการทำงานร่วม
10 คะแนน
ลำดับ
หัวข้อในการพิจารณา
หลักเกณฑ์ในการให้คะแนน
น้ำหนัก
คะแนนเต็ม
กันหลายคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
มาตรฐานกระบวนการ (Standard)
มีมาตรฐานรองรับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ เช่น ISO 29110, ISO 12207, CMMI หรือมาตร ฐานอื่นๆที่เทียบเท่า
เกณฑ์พิจารณา
• (0 คะแนน) ไม่นำเสนอหรือออกแบบการพัฒนา ระบบไม่สอดคล้องกับทั้ง 3 ข้อ
• (3 คะแนน) ออกแบบการพัฒนาระบบอย่าง สอดคล้องครบถ้วนและชัดเจนจำนวน 1 ข้อจาก 3 ข้อ
• (6 คะแนน) ออกแบบการพัฒนาระบบอย่าง สอดคล้องครบถ้วนและชัดเจนจำนวน 2 ข้อจาก 3 ข้อ
• (10 คะแนน) ออกแบบการพัฒนาระบบอย่าง สอดคล้องครบถ้วนและชัดเจนทั้ง 3 ข้อ2.1.3
การออกแบบ
สถาปัตยกรรมระบบ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทำและนำเสนอ
สถาปัตยกรรมระบบ โดยต้องมีความสอดคล้องครบ ถ้วนและชัดเจนตามหัวข้อในTOR ข้อ 4.1 - 4.12 ดังนี้ -
ภาพรวมสถาปัตยกรรม (System
Architecture)
ออกแบบภาพรวมสถาปัตยกรรมระบบ
ได้แก่ Conceptual Diagram และ Logical Design ที่แสดงการทำงานของ AI บน Cloud Infrastructure อย่างครบถ้วน -
การไหลของข้อมูล (Data Flow & AI Pipeline)
ออกแบบกระบวนการนำเข้าข้อมูล (Ingestion), การแปลงข้อมูลด้วย OCR/NLP และการจัดเก็บลง ฐานข้อมูล (Database Design) อย่างชัดเจน 3) การเชื่อมต่อระบบ (Integration)
ออกแบบวิธีการเชื่อมต่อกับระบบ AQA ผ่าน API และระบบอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ถูกต้องตามหลัก Rest API -
ความมั่นคงปลอดภัย (Security & PDPA) ออกแบบมาตรการความปลอดภัยของข้อมูลและ กระบวนการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy/Anonymization) ที่สอดคล้องกับ กฎหมาย PDPA
เกณฑ์พิจารณา
10 คะแนน
ลำดับ
หัวข้อในการพิจารณา
หลักเกณฑ์ในการให้คะแนน
น้ำหนัก
คะแนนเต็ม
• (0 คะแนน) ไม่นำเสนอหรือออกแบบ
สถาปัตยกรรมระบบไม่เป็นไปตามรายละเอียดทั้ง 4 ข้อ
• (3 คะแนน) ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบเป็นไป ตามรายละเอียดจำนวน1 ข้อจาก 4 ข้อ
• (5 คะแนน) ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบเป็นไป ตามรายละเอียดจำนวน2 ข้อจาก 4 ข้อ
• (7 คะแนน) ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบเป็นไป ตามรายละเอียดจำนวน3 ข้อจาก 4 ข้อ
• (10 คะแนน) ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบเป็น ไปตามรายละเอียดครบถ้วนทั้ง 4 ข้อ
2.1.4
เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้
ในโครงการฯ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทำและนำเสนอรายละเอียด ของเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในโครงการฯ
(เช่นPython, LLM Models, OCR Tools, Web Framework) โดยจะต้องมีความสอดคล้องครบถ้วน และชัดเจนตามTOR ดังนี้
- ความเหมาะสมของเทคโนโลยี (Relevance) เทคโนโลยีเหมาะสมกับโจทย์ AI, NLP และOCR รองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สามารถตอบ สนองเป้าหมายโครงการได้ โดยระบุข้อดี ข้อเสียของ เทคโนโลยีที่นำเสนอ
- ประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ (Efficiency) เทคโนโลยีมีประสิทธิภาพสูง (High Performance) และมีความน่าเชื่อถือในการใช้งานระดับEnterprise 3) ความยืดหยุ่นและการขยายตัว (Scalability)
เทคโนโลยีมีความยืดหยุ่นสูงรองรับปริมาณข้อมูล (Big Data) ที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้ - ความคุ้มค่าและลิขสิทธิ์ (Cost & License) เลือกใช้เทคโนโลยีที่มีความคุ้มค่าและมีการบริหาร จัดการลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่ถูกต้อง (ไม่มีค่าใช้จ่าย แฝงในอนาคต)
เกณฑ์พิจารณา
• (0 คะแนน) ไม่นำเสนอหรือเทคโนโลยีไม่ สอดคล้องกับทั้ง 4 ข้อ
• (3 คะแนน) เทคโนโลยีสอดคล้องจำนวน 1 ข้อ จาก 4 ข้อ
• (5 คะแนน) เทคโนโลยีสอดคล้องจำนวน 2 ข้อ จาก 4 ข้อ
• (7 คะแนน) เทคโนโลยีสอดคล้องจำนวน 3 ข้อ จาก4 ข้อ
• (10 คะแนน) เทคโนโลยีสอดคล้องครบถ้วนทั้ง 4 ข้อ
10 คะแนน
ลำดับ
หัวข้อในการพิจารณา
หลักเกณฑ์ในการให้คะแนน
น้ำหนัก
คะแนนเต็ม
2.1.5
การนำเสนอต้นแบบ
(Proof of Concept & Prototype)
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทำและนำเสนอ
ต้นแบบ Mock-up ของ “ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ” ใน รูปแบบ Interactive Prototype ที่สามารถคลิก โต้ตอบได้โดยต้องครอบคลุมฟังก์ชันสำคัญดังนี้ 1) การออกแบบหน้าจอทำงานเปรียบเทียบ (Intelligent Split Screen)
แสดงการจัดวาง PDF Viewer คู่ขนานกับหน้าจอผล ตรวจสอบ (Validation Results) ที่แสดงให้เห็นถึง ความสะดวกการใช้พื้นที่คุ้มค่า
2) กลไกการเชื่อมโยงข้อมูลและเอกสาร
(Interactive Navigation)
สาธิตฟังก์ชันเมื่อคลิก “ข้อความแจ้งเตือน” แล้ว ระบบสามารถAuto-Scroll หรือJump ไปยัง ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องในPDF พร้อมHighlight ได้อย่าง แม่นยำ
3) รูปแบบการแจ้งเตือนและการจัดการสถานะ (Visualization of Alerts & Logic)
สาธิตการแสดงผลความผิดปกติครบทั้ง 3 รูปแบบ (ข้อมูล, ตรรกะ, ภาษา) โดยผู้ใช้งานเข้าใจประเภท ความผิดพลาดและรู้วิธีแก้ไขได้ชัดเจน
เกณฑ์พิจารณา
• (0 คะแนน) ไม่มีการนำเสนอหรือนำเสนอเป็น ภาพนิ่ง (Non-interactive) หรือไม่ตรงตามโจทย์ • (5 คะแนน) นำเสนอInteractive Prototype ที่
ครอบคลุมฟังก์ชันหลักจำนวน 1 ข้อจาก 3 ข้อ • (10 คะแนน) นำเสนอInteractive Prototype ที่ ครอบคลุมฟังก์ชันหลักจำนวน 2 ข้อจาก 3 ข้อ • (15 คะแนน) นำเสนอ Interactive Prototype ที่ครอบคลุมฟังก์ชันหลักครบทั้ง 3 ข้อแต่การใช้งาน ยังไม่ลื่นไหลหรือไม่สมบูรณ์
• (20 คะแนน) นำเสนอInteractive Prototype ที่ ครอบคลุมฟังก์ชันหลักครบทั้ง3 ข้อ มีความถูกต้อง แม่นยำและแสดงถึงประสบการณ์ผู้ใช้งาน (UX/UI) ที่ดีเยี่ยม
20 คะแนน
2.2 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนำเสนอผลงานเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานซึ่งเป็นผลงานที่ได้ รับการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว(Related Customer References) ตาม TOR ข้อ 7.16 ทั้งนี้ สมศ. จะพิจารณา เฉพาะผลงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่นไว้ในวันที่เสนอราคาเท่านั้น (15 คะแนน)
2.2.1
ผลงานด้านการพัฒนาระบบปัญญา ประดิษฐ์ (AI), Machine
Learning หรือการวิเคราะห์ข้อมูล ขนาดใหญ่ (Big Data Analytics)
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทำและนำเสนอผลงานด้าน การพัฒนาระบบ AI, Machine Learning หรือ Big Data Analytics
เกณฑ์พิจารณา
9 คะแนน
ลำดับ
หัวข้อในการพิจารณา
หลักเกณฑ์ในการให้คะแนน
น้ำหนัก
คะแนนเต็ม
• (9 คะแนน) มีผลงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงดำเนิน การแล้วเสร็จ (สัญญาเดียว) และมีหนังสือรับรองผล งานจากหน่วยงานรัฐ/เอกชนที่น่าเชื่อถือ อย่าง น้อย 2 สัญญา
• (6 คะแนน) มีผลงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงดำเนิน การแล้วเสร็จ (สัญญาเดียว) และมีหนังสือรับรองผล งานอย่างน้อย 1 สัญญา
• (3 คะแนน) มีผลงานที่เกี่ยวข้องเพียงบางส่วนหรือ เอกสารหลักฐานไม่สมบูรณ์
• (0 คะแนน) ไม่มีผลงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่สามารถ แสดงหลักฐานได้
2.2.2
ผลงานด้านการประมวลผลภาษา ธรรมชาติ (NLP) หรือ
เทคโนโลยี OCR สำหรับภาษาไทย (สามารถเป็นผลงานภายใต้สัญญา เดียวกับข้อ 2.2.1 ได้)
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทำและนำเสนอผลงานด้าน การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) หรือ เทคโนโลยี OCR สำหรับภาษาไทย (สามารถเป็น สัญญาเดียวกับข้อ 2.2.1 ได้)
เกณฑ์พิจารณา:
• (6คะแนน) มีผลงานด้านNLP/OCR ภาษาไทย โดยตรงดำเนินการแล้วเสร็จ (สัญญาเดียว) และมี หนังสือรับรองผลงานอย่างน้อย 2 สัญญา • (4 คะแนน) มีผลงานด้านNLP/OCR ภาษาไทย โดยตรงดำเนินการแล้วเสร็จ (สัญญาเดียว) และมี หนังสือรับรองผลงานอย่างน้อย1 สัญญา
• (2 คะแนน) มีผลงานที่เกี่ยวข้องเพียงบางส่วนหรือ เอกสารหลักฐานไม่สมบูรณ์
• (0 คะแนน) ไม่มีผลงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่สามารถ แสดงหลักฐานได้
6 คะแนน
รวม
70 คะแนน
เงื่อนไขการพิจารณา
- ใหแสดงเอกสารหลักฐานที่ชัดแจงเพื่อนำมาใชในการพิจารณาใหคะแนนในแตละหัวขอ
- การคัดลอกขอกำหนดมาวางโดยไมอธิบายชี้แจงเพิ่มเติม ผูเสนอราคาจะไมไดรับคะแนน ในการพิจารณาหัวขอนั้น ๆ
- หากผูยื่นขอเสนอรายใดไมสงเอกสารตามหัวขอการพิจารณา จะไมไดรับการพิจารณาใหคะแนนตามหัวขอ นั้น ๆ
- สัญญาหรือผลงานที่ยังไมสิ้นสุดโครงการ ไมสามารถนำมาพิจารณาคะแนนได
- ผู้รับผิดชอบ
9.1 ผูรับผิดชอบโครงการ
งานนวัตกรรมและฐานขอมูล ฝายนวัตกรรมดิจิทัลและขอมูลสารสนเทศ
โทร. 0 2216 3955 ตอ 170 (สมพล)
ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส : [email protected]
9.2 คณะกรรมการรางขอบเขตงาน
9.2.1 นายสมพล จารุธนศักดิ์กูร ประธานกรรมการ
9.2.2 นางสาวสิรีธร ดีผาย กรรมการ
9.2.3 นายกันตพัฒน์ จิรเมธสวัสดิ์ กรรมการ
ลงชื่อ
(นายสมพล จารุธนศักดิ์กูร)
ประธานกรรมการ
06 มี.ค.69 เวลา 16:27:24 Non-PKI Server Sign
Signature Code : MQAxA-DkAQQ-BFADI-AOABC
ลงชื่อ
(นางสาวสิรีธร ดีผาย)
กรรมการ
06 มี.ค.69 เวลา 16:42:23 Non-PKI Server Sign
Signature Code : RQBDA-EUAQg-AyADg-AOQA5
ลงชื่อ
(นายกันตพัฒน์ จิรเมธสวัสดิ์)
กรรมการ
06 มี.ค.69 เวลา 16:43:04 Non-PKI Server Sign
Signature Code : QgBGA-EIAMQ-BGADk-AQwBE
ความเห็นที่ 1
อนุมัติ ขอให้ดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบโดยยึดตามระเบียบพัสดุอย่างเคร่งครัด และสามารถดำเนิน การได้ในทางปฏิบัติจริง
(ศาสตราจารย์ ดร.องอาจ นัยพัฒน์)
ผู้อำนวยการ
2026/03/06 เวลา 21:52:42 , Non-PKI Server Sign , Signature Code : OQBDA-DUAMw-A2ADk-AMQBB