จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างการบำรุงรักษาและปรับแต่งโปรแกรมระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ปีงบประมาณ 2569

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 69039119817
฿800,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 9 เม.ย. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดประมูลจ้างบำรุงรักษาและปรับแต่งโปรแกรมระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ปีงบประมาณ 2569 โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ระบบสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 รวมถึงพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 โดยสนับสนุนการทำงานแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบและการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน

ขอบเขตงานหลักประกอบด้วยการบำรุงรักษาระบบใน 2 รูปแบบ ได้แก่ การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ซึ่งจะดำเนินการทุก 3 เดือน และการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance) ที่ต้องเริ่มแก้ไขภายใน 4 ชั่วโมงและเสร็จภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับแจ้งปัญหา นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาหรือปรับปรุงส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI), ซอร์สโค้ด, เว็บเซิร์ฟเวอร์ และฐานข้อมูลของระบบเมื่อมีความต้องการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานของ สศช. รวมถึงให้บริการศูนย์ช่วยเหลือ (Help Desk) ตลอด 24 ชั่วโมง และจัดทำรายงานสถิติการใช้งานระบบเป็นประจำ

ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของ สศช. ใช้เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ เว็บเซิร์ฟเวอร์ Apache, แอปพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์ Jboss Wildfly, ระบบจัดการฐานข้อมูล MariaDB และพัฒนาด้วยภาษา HTML, JavaScript, ASP.NET และ C# แนวคิดการพัฒนาใช้การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (OOP) และ Object Relation Mapping (ORM)

English summary

The Office of the National Economic and Social Development Council (NESDB) is seeking bids for the maintenance and customization of an Electronic Document System (e-Document System) to support data linkage between government agencies for fiscal year 2026. This project aims to ensure the system’s continuous, efficient operation in compliance with the latest Prime Minister’s Office regulations on official documents and the Electronic Government Act B.E. 2565, supporting full digital transformation and inter-agency data integration.

The core scope of work includes two types of system maintenance: Preventive Maintenance to be performed every 3 months, and Corrective Maintenance which requires issue resolution to begin within 4 hours and be completed within 24 hours of notification. Additionally, the contractor must develop or customize the system’s User Interface (UI), source code, web server, and database according to NESDB’s changing workflow requirements. The contractor is also required to provide a 24/7 Help Desk service and produce regular system usage statistics reports.

The NESDB’s e-Document System is built on key technologies including Apache web server, Jboss Wildfly application server, MariaDB database, and is developed using HTML, JavaScript, ASP.NET, and C# programming languages, following Object-Oriented Programming (OOP) and Object Relation Mapping (ORM) concepts.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อบํารุงรักษาและปรับแต่งโปรแกรมระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐให้สามารถใช้งานระบบฯ ได้อย่างต่อเนื่องตามวัตถุประสงค์ของ สศช.

ขอบเขตของงาน

  • การพัฒนา/ปรับปรุง/แก้ไขระบบ: ปรับปรุง Graphic, User Interface, Source Code, Web Server และ Database ของระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการในการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานของสำนักงานฯ ให้สอดคล้องกับภารกิจงานและระเบียบงานสารบรรณล่าสุด
  • การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM): ตรวจสอบสภาพ Software และ Application เพื่อให้ใช้งานได้ปกติและมีประสิทธิภาพ ดำเนินการทุก 3 เดือน ระหว่างเวลา 08.30 - 16.30 น. ตลอดอายุสัญญา
  • การบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance: CM): ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบ โดยต้องเริ่มดำเนินการภายใน 4 ชั่วโมงและแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง นับจากรับแจ้งจาก สศช.
  • การให้คำปรึกษาและคำแนะนำ (Customer Care Service): ให้คำแนะนำการใช้งาน รับแจ้งปัญหา และแก้ไขปัญหาเบื้องต้นในการตั้งค่าการใช้งาน
  • การจัดทำรายงานสถิติ: จัดทำรายงานสถิติการใช้งานระบบ เช่น ปริมาณหนังสือรับ-ส่ง, จุดวิกฤตที่ทำให้กระบวนการทำงานล่าช้า, การตรวจสอบไฟล์แนบ เพื่อใช้เพิ่มประสิทธิภาพระบบในอนาคต
  • บริการศูนย์ช่วยเหลือ (Help Desk): มีศูนย์บริการรับแจ้งปัญหา ตอบปัญหาและให้คำแนะนำเบื้องต้นทางโทรศัพท์ในเวลาทำการ และรับแจ้งปัญหาผ่านอินเทอร์เน็ตหรืออีเมลตลอด 24 ชั่วโมง
  • การแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย: ในกรณีที่ สศช. ทดสอบความมั่นคงปลอดภัย (เช่น การทดสอบเจาะระบบ) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องหรือปิดช่องโหว่ด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง และจัดทำรายงานการดำเนินงาน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการพัฒนา/ปรับปรุง/แก้ไขตามความต้องการของ สศช.
  • บริการบำรุงรักษาระบบ (ทั้ง Preventive และ Corrective) ที่พร้อมใช้งานตลอดอายุสัญญา
  • รายงานการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ทุก 3 เดือน
  • การแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องของ Corrective Maintenance ภายในเวลาที่กำหนด
  • บริการให้คำปรึกษาและคำแนะนำการใช้งาน (Customer Care Service)
  • รายงานสถิติการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์เป็นประจำ
  • บริการศูนย์ช่วยเหลือ (Help Desk) ตลอด 24 ชั่วโมง
  • รายงานการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องหรือช่องโหว่ด้านความปลอดภัย (กรณีมีการทดสอบ)

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาสัญญาโครงการบำรุงรักษา 1 ปี (ปีงบประมาณ 2569) โดยงานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ดำเนินการทุก 3 เดือน ตลอดอายุสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    • ต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
  • Standards Compliance: -
  • Experience: -
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities:
    • มีความสามารถในการพัฒนา/ปรับปรุงระบบด้วยเทคโนโลยีต่อไปนี้: เว็บเซิร์ฟเวอร์ Apache httpd, แอปพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์ Jboss Wildfly, ระบบจัดการฐานข้อมูล MariaDB
    • มีความสามารถในการใช้แนวคิดการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (OOP) และ Object Relation Mapping (ORM)
    • มีความสามารถในการใช้ภาษาการเขียนโปรแกรม HTML, JavaScript, ASP.NET และ C#
  • Personnel:
    • ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ พัฒนาและปรับปรุงระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
    • ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความสามารถเข้าตรวจสอบสถานะต่าง ๆ ของอุปกรณ์และระบบคอมพิวเตอร์สำหรับงานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
    • ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาสำหรับงานบำรุงรักษาเชิงแก้ไข
    • ต้องมีศูนย์บริการรับแจ้งปัญหา (Help Desk) พร้อมบุคลากรให้บริการ

เกณฑ์การพิจารณา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์สำหรับสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐของ สศช. มีข้อกำหนดทางเทคนิคดังนี้:

  • สถาปัตยกรรมเซิร์ฟเวอร์: ใช้เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Server) ประเภท Apache httpd Web Server และแอปพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์ (Application Server) ประเภท Jboss Wildfly
  • ระบบฐานข้อมูล: ใช้ระบบจัดการฐานข้อมูล (Database) ประเภท MariaDB
  • แนวทางการพัฒนา: ใช้แนวคิดในการพัฒนาโปรแกรมแบบการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object-Oriented Programming: OOP) และการจับคู่เชื่อมโยงระหว่างโมเดลเชิงวัตถุและเชิงสัมพันธ์ (Object Relation Mapping: ORM) เช่น Entity Framework (EF), EJB3 หรือ Hibernate
  • ภาษาโปรแกรม: ใช้ภาษาการเขียนโปรแกรมหลัก ได้แก่ HTML, JavaScript, ASP.NET และ C#
  • ข้อกำหนดการบำรุงรักษา: ระบบต้องรองรับการบำรุงรักษาทั้งเชิงป้องกัน (ทุก 3 เดือน) และเชิงแก้ไข (เริ่มงานภายใน 4 ชม., เสร็จภายใน 24 ชม.)
  • ความปลอดภัย: ระบบต้องพร้อมรับการแก้ไขข้อบกพร่องหรือช่องโหว่ด้านความปลอดภัยจากการทดสอบเจาะระบบของ สศช.

เงื่อนไขสัญญา

  • การปฏิบัติงาน: งานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ดำเนินการทุก 3 เดือนระหว่างเวลา 08.30 - 16.30 น. หากจำเป็นต้องทำงานนอกเวลาที่กำหนด สศช. จะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายครั้ง
  • การแก้ไขปัญหา: งานบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (CM) ต้องเริ่มดำเนินการภายใน 4 ชั่วโมงและแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมงนับจากรับแจ้ง หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตาม สศช. ขอสงวนสิทธิ์ในการจ้างบุคคลภายนอกแก้ไขแทน โดยผู้รับจ้างจะต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • ความรับผิดชอบค่าใช้จ่าย: กรณีที่ สศช. ทดสอบความมั่นคงปลอดภัยและพบช่องโหว่ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์นี้ต้องสอดคล้องกับระเบียบใดบ้าง?
    A: ระบบต้องสอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณที่มีการประกาศใช้ล่าสุด (เช่น ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564) และพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565
  • Q: งานพัฒนา/ปรับปรุงระบบจะเกิดขึ้นเมื่อใด?
    A: จะเกิดขึ้นเมื่อมีความต้องการในการปรับปรุงระบบตามการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
  • Q: ศูนย์ช่วยเหลือ (Help Desk) ให้บริการผ่านช่องทางใดบ้าง?
    A: ให้บริการตอบปัญหาและให้คำแนะนำเบื้องต้นผ่านทางโทรศัพท์ในเวลาทำการของ สศช. และสามารถรับแจ้งปัญหาผ่านระบบอินเทอร์เน็ตหรืออีเมลตลอด 24 ชั่วโมง
  • Q: รายงานสถิติการใช้งานต้องแสดงข้อมูลใดบ้าง?
    A: ต้องแสดงข้อมูลเช่น ปริมาณการรับหนังสือภายนอก, ปริมาณหนังสือภายในที่ส่งออก, จุดวิกฤตที่ทำให้งานล่าช้า หรือค้างดำเนินการ, และการตรวจสอบความครบถ้วนของไฟล์แนบ
  • Q: หาก สศช. ทดสอบเจาะระบบ (Penetration Test) และพบช่องโหว่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่อย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องหรือปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยดังกล่าวด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง และจัดทำรายงานการดำเนินการเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอ สศช.
  • Q: การแจ้งปัญหาเพื่อขอรับบริการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (CM) ทำได้ทางใด?
    A: สามารถแจ้งได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่ สศช. กำหนด เช่น ทางโทรศัพท์ หนังสือราชการ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การแจ้งผ่านช่องทางเหล่านี้ถือว่ามีผลทันที
  • Q: การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง?
    A: ต้องตรวจสอบสภาพ Software และ Application ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ปกติ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงตรวจสอบสถานะต่าง ๆ ของอุปกรณ์และระบบคอมพิวเตอร์เพื่อป้องกันปัญหาก่อนจะเกิดขึ้น
  • Q: โครงการนี้สนับสนุนนโยบายการทำงานของรัฐบาลในด้านใด?
    A: สนับสนุนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล การทำงานจากที่ใดก็ได้ (Work Anywhere) การสร้างความชัดเจนในการตรวจสอบงาน (Digital Governance) และการบูรณาการทำงานร่วมกันผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ
  • Q: เทคโนโลยี ORM (Object Relation Mapping) ที่ระบุใน TOR หมายถึงอะไร?
    A: เป็นแนวคิดหรือเฟรมเวิร์กสำหรับเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างวัตถุในภาษาโปรแกรม (เช่น C#) กับฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (เช่น MariaDB) ซึ่ง TOR ระบุตัวอย่างเช่น Entity Framework (EF), EJB3 หรือ Hibernate
  • Q: กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขปัญหาในการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (CM) ภายใน 24 ชั่วโมงจะเกิดอะไรขึ้น?
    A: สศช. ขอสงวนสิทธิ์ในการจ้างบุคคลภายนอกมาทำการแก้ไขปัญหาแทน โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการจ้างบุคคลภายนอกนั้น

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาข้อ ๑.๑
ขอบเขตของงาน
จ้างการบํารุงรักษาและปรับแต่งโปรแกรมระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูล ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ปีงบประมาณ 2569
1.
ความเป็นมา
เนื่องด้วยสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ดําเนินการพัฒนาระบบ
สารบรรณอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐตามระเบียบสํานัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบันและ เพื่อความสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีเรื่อง แผนทิศทางการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ กําหนดให้กระทรวง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ดําเนินการวางระบบข้อมูลการเชื่อมโยงเครือข่ายและระบบสนับสนุน (Back office) ของส่วนงานราชการต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้วยการร่างหนังสือ และเสนอลงนาม ดิจิทัล (Digital Signature) ผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ นั้น
สศช. ยังมีการพัฒนาระบบงานต่าง ๆ สําหรับเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภายในกับหน่วยงาน ภาครัฐ ที่ทันสมัย สามารถบริหารจัดการคลังเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ จัดเก็บและให้บริการข้อมูลสําคัญ ๆ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอกสารกระดาษ ตามแนวทางในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และแนวทาง การปฏิบัติงานได้ทั้งในและนอกสถานที่ตั้ง (Work anywhere) ให้มีความสะดวกรวดเร็ว สนับสนุนการดําเนินงาน การสร้างความชัดเจนในการติดตามตรวจสอบงาน และผลการปฏิบัติงานขององค์กร (Digital Governance)
สนับสนุนการบริหารงานเอกสารราชการจํานวนมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการและระบบงานสารบรรณฯ มีประสิทธิภาพครอบคลุมในทุกมิติมากขึ้น มีความสอดคล้องเป็นไปในทางเดียวกันโดยการนําระบบเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นเครื่องมือสําคัญในการพัฒนา องค์กร ให้สามารถดําเนินการไปสู่เป้าหมาย และวัตถุประสงค์ที่องค์กรได้มุ่งไว้ตามพระราชบัญญัติการปฏิบัติ ราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อต้องการ ส่งเสริม
ให้รูปแบบการทํางานและการให้บริการของภาครัฐปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัล การพัฒนาระบบฯ อย่างต่อเนื่อง จึงจําเป็นจะต้องมีการบํารุงรักษาพร้อมปรับแต่งระบบฯ โดยจัดให้มีทีมงานเข้ามาดูแลบํารุงรักษา ระบบตามกรอบเวลา มีการสรุปรายงานการใช้งาน และรายงานแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุน ให้ระบบฯ ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง มีการอัพเดตอยู่เสมอ รองรับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เป็นการส่งเสริมให้ สศช. เป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีการทํางานแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ และเป็นต้นแบบ ให้กับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ในการนําระบบดิจิทัลมาใช้ในการปรับกระบวนการทํางานภาครัฐเป็นดิจิทัล มีความ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการทํางานร่วมกันผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ภาครัฐไต้
2.
วัตถุประสงค์
เพื่อเป็นการบํารุงรักษาและปรับแต่งโปรแกรมระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยง
ข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐให้สามารถใช้งานระบบฯ ได้อย่างต่อเนื่องตามวัตถุประสงค์ของ สศช.
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.

  1. มีความสามารถตามกฎหมาย
  2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  3. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    หน้า 2
  4. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
  5. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน และได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
  6. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร
    พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
  7. เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
  8. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงานสภา พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการ อันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
  9. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
  10. ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    (1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือ มูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (2) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
    กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    (3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
    เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    ในนามกิจการร่วมค้า
  11. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
  12. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    หน้า 3
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะ การเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณี นี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 1 ล้านบาท
    (3) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ
    ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี
    เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (4.1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
    ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียน
    ให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
    (4.2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศหรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือ
    บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ
    ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
    แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
    อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
    หน้า 4
    (5) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ (2) ข้อ (3) และข้อ (4) (4.2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบ
    จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
    (6) กรณีตามข้อ (1) - ข้อ (5) ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
    (6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว
    มีผลใช้บังคับ
    ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    จัดซื้อจัดจ้างฯ
    (6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ
    (6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น

ขอบเขตการดําเนินงาน
4.1. ผู้รับจ้างต้องให้บริการพัฒนา/ปรับปรุง/แก้ไข Graphic, User Interface, Source Code, Web Server และ Database ของระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อมีความต้องการในการปรับปรุงระบบตามการ ปรับเปลี่ยนกระบวนการทํางานของสํานักงานฯ โดยต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ พัฒนาและปรับปรุงระบบสาร บรรณอิเล็กทรอนิกส์ให้สอดคล้องกับภารกิจงานของ สศช. และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสาร บรรณที่มีการประกาศใช้ล่าสุด ซึ่งระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว มีองค์ประกอบ ดังนี้ 1) ใช้เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Server) Apache httpd Web Server
2) ใช้แอพพลิเคชั่นเซิร์ฟเวอร์ (Application Server) Jboss Wildfly 3) ใช้ระบบจัดการฐานข้อมูล (Database) MariaDB
4) ใช้แนวคิดในการพัฒนาโปรแกรมแบบการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object-Oriented Programming: OOP)
5) ใช้แนวคิดการจับคู่เชื่อมโยงระหว่างโมเดลเชิงวัตถุและเชิงสัมพันธ์ (Object Relation
Mapping: ORM) Uu Entity Framework (EF) EJB3 la Hibernate
6) ใช้ภาษาการเขียนโปรแกรมแบบ HTML JavaScript ASP.NET และ C#
หน้า 5
4.2. ผู้รับจ้างต้องทําการบํารุงรักษาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพและ ฟังก์ชันงาน ให้สอดคล้องกับระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยระเบียบงานสารบรรณ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งทําการตรวจสอบ ดูแล ปรับปรุงแก้ไขระบบฯ ให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดอายุสัญญาโครงการ บํารุงรักษา ดังนี้

  1. ผู้รับจ้างต้องทําการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM) เพื่อตรวจสภาพ Software และ Application ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้เป็นปกติ และทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ เจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความสามารถเข้าตรวจสอบสถานะต่าง ๆ ของอุปกรณ์และระบบคอมพิวเตอร์ และทําการ เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขก่อนที่จะก่อให้เกิดปัญหาต่อระบบ (ถ้ามี) ทั้งนี้ ต้องดําเนินการเป็นประจําทุก ๆ 3 เดือน ระหว่างเวลา 08.30 - 16.30 น. ตลอดระยะเวลาสัญญา และหากจําเป็นที่ต้องปฏิบัติงานนอกเวลาที่กําหนด สศช. จะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายครั้ง
  2. ผู้รับจ้างต้องทําการบํารุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance : CM) ตรวจสอบและแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบฯ โดยต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยต้องเริ่ม ดําเนินการภายใน 4 ชั่วโมงนับจากที่ได้รับแจ้งจาก สศช. โดยช่องทางต่าง ๆ เช่น ทางโทรศัพท์ หนังสือราชการ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นการแจ้งที่มีผล และต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าผู้รับจ้าง ไม่ปฏิบัติตาม สศช. ขอสงวนสิทธิ์ในการจ้างบุคคลภายนอกทําการแก้ไข โดยผู้รับจ้างจะต้องออกค่าใช้จ่ายในการ จ้างบุคคลภายนอกทําการแก้ไขทั้งหมดแทน สศช.
  3. การให้คําปรึกษาและคําแนะนําการแก้ไขปัญหา Customer Care Service ประกอบด้วย
    การให้คําแนะนําการใช้งาน
    การรับแจ้งปัญหาการใช้งาน
    การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นในการตั้งค่าการใช้งาน
  4. รายงานสถิติการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของสํานักงานฯ เพื่อใช้เป็นแนวทาง ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของระบบฯ และเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายในอนาคต ดังนี้
    แสดงให้เห็นถึงปริมาณการรับหนังสือภายนอกที่หน่วยงานรับเข้า แสดงให้เห็นถึงปริมาณหนังสือภายในที่ส่งออกของหน่วยงาน
    ล่าช้า ค้างรับ ค้างดําเนินการ
    แสดงให้เห็นถึงความล่าช้า หรือการทํางานที่เป็นจุดวิกฤตที่ทําให้กระบวนการทํางาน
    แสดงให้เห็นถึงการไม่มีไฟล์แนบเข้าระบบโดยดูจากปริมาณไฟล์เทียบกับปริมาณ จํานวนหนังสือรับภายนอกภายในการส่งออกที่ไม่เท่ากัน หากเอกสารมีการสูญหาย จะทําให้ไม่ทราบว่าหนังสือ
    ดังกล่าวเป็นเรื่องใด
  5. ผู้รับจ้างจะต้องมีศูนย์บริการรับแจ้งปัญหา (Help Desk) จากผู้ใช้งาน โดยสามารถตอบปัญหา และให้คําแนะนําเบื้องต้นผ่านทางโทรศัพท์ในเวลาทําการ และสามารถรับแจ้งปัญหาผ่านระบบอินเตอร์เน็ต หรือ E-mail ตลอด 24 ชั่วโมง
    4.3. กรณีที่ สศช. มีการทดสอบความมั่นคงปลอดภัยโดยการทดสอบการเจาะระบบ หรือตรวจสอบ ข้อบกพร่องหรือช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของระบบ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการแก้ไขข้อบกพร่องหรือปิดช่องโหว่ ด้านความปลอดภัยดังกล่าว ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง และจัดทํารายงานการดําเนินการเป็นลายลักษณ์
    อักษร