จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาบริการ โครงการบริหารจัดการและกำจัด บำบัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุหรือตกค้างในพื้นที่ที่มีการลักลอบทิ้งหรือจัดการที่ไม่เหมาะสม พื้นที่ บริษัท วินโพรเสส จำกัด จังหวัดระยอง (ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการความปลอดภัยในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก)

กรมโรงงานอุตสาหกรรม 69039098141
฿465,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 8 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและมลพิษที่สะสมมาอย่างยาวนานจากการประกอบกิจการของบริษัท วิน โพรเซส จำกัด ทั้งในพื้นที่อำเภอบ้านค่ายและอำเภอเมือง จังหวัดระยอง ซึ่งมีการลักลอบทิ้งและจัดเก็บกากอุตสาหกรรมและของเสียเคมีวัตถุอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้รับงบประมาณเพื่อดำเนินการกำจัดและบำบัดของเสียเหล่านี้ให้หมดสิ้นไปตามคำสั่งศาลและเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

ขอบเขตของงานครอบคลุมการบริหารจัดการ ขนส่ง และกำจัด/บำบัดวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและของเสียเคมีวัตถุตกค้างในพื้นที่เป้าหมาย 2 แห่ง ได้แก่ พื้นที่อำเภอบ้านค่าย ปริมาณไม่น้อยกว่า 113,450 ตัน และพื้นที่อำเภอเมืองระยอง ปริมาณไม่น้อยกว่า 460 ตัน ผู้รับจ้างจะต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) หรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องในประเภท 101, 105 หรือ 106 ที่ครอบคลุมลักษณะของเสียอันตรายดังกล่าว และต้องมีศักยภาพในการจัดการของเสียให้เป็นไปตามมาตรฐานกฎหมายสิ่งแวดล้อมและกฎหมายโรงงานอย่างเคร่งครัด

English summary

The Department of Industrial Works (DIW) is inviting bids for the management, treatment, and disposal of hazardous waste and industrial waste residues at the Win Process Co., Ltd. sites in Rayong Province. The project aims to remediate environmental contamination in Ban Khai District (at least 113,450 tons) and Mueang Rayong District (at least 460 tons). Bidders must be legal entities holding valid factory licenses (Type 101, 105, or 106) with proven technical capabilities to handle and treat hazardous chemical waste in compliance with Thai environmental and industrial laws.

สถานที่ดำเนินการ

พื้นที่บริษัท วิน โพรเซส จำกัด อำเภอบ้านค่าย และอำเภอเมืองระยอง

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อกำจัดและบำบัดวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่บริษัท วิน โพรเซส จำกัด (อำเภอบ้านค่าย) ปริมาณไม่น้อยกว่า 113,450 ตัน
  • เพื่อกำจัดและบำบัดวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่บริษัท วิน โพรเซส จำกัด (อำเภอเมืองระยอง) ปริมาณไม่น้อยกว่า 460 ตัน
  • เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ขอบเขตของงาน

  • การบริหารจัดการ ขนส่ง และกำจัด/บำบัดวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและของเสียเคมีวัตถุตกค้าง
  • ดำเนินการในพื้นที่บริษัท วิน โพรเซส จำกัด อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง
  • ดำเนินการในพื้นที่บริษัท วิน โพรเซส จำกัด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
  • ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายอย่างเคร่งครัด

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานการจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและของเสียเคมีวัตถุตามแบบฟอร์มที่กำหนด
  • การกำจัดของเสียในปริมาณตามที่ระบุในสัญญา (รวมไม่น้อยกว่า 113,910 ตัน)
  • เอกสารหลักฐานการกำจัด/บำบัดของเสียที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ไม่ได้ระบุวันเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ชัดเจนในเอกสาร (โปรดตรวจสอบในเอกสารแนบท้ายสัญญา)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา และลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
  • Standards Compliance: ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) หรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องประเภท 101, 105 หรือ 106
  • Experience: ต้องมีผลการดำเนินงานการจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและของเสียเคมีวัตถุตามแบบฟอร์มที่กำหนด
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: ต้องมีศักยภาพในการกำจัด/บำบัดของเสียที่สอดคล้องกับลักษณะและอันตรายของวัสดุในพื้นที่ และไม่อยู่ในระหว่างถูกระงับการรับสิ่งปฏิกูล
  • Personnel: -
  • Financial Requirements: ทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท หรือมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาจากคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอที่ครบถ้วนตามเงื่อนไข
  • พิจารณาความพร้อมและศักยภาพของโรงงานในการบำบัดของเสียอันตราย
  • การเสนอราคาผ่านระบบ e-bidding

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ต้องเป็นโรงงานประเภท 101 (การปรับคุณภาพของเสียรวมหรือการกำจัดของเสีย), 105 (การคัดแยกหรือฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว) หรือ 106 (การนำของเสียกลับมาใช้ใหม่)
  • ต้องมีความสามารถในการจัดการของเสียเคมีวัตถุและกากอุตสาหกรรมอันตราย

เงื่อนไขสัญญา

  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • ต้องมีนโยบายป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. Q: โครงการนี้ครอบคลุมพื้นที่ใดบ้าง? A: พื้นที่บริษัท วิน โพรเซส จำกัด ทั้งในอำเภอบ้านค่าย และอำเภอเมือง จังหวัดระยอง
  2. Q: ปริมาณของเสียที่ต้องกำจัดมีเท่าใด? A: รวมไม่น้อยกว่า 113,910 ตัน (อำเภอบ้านค่าย 113,450 ตัน และอำเภอเมือง 460 ตัน)
  3. Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีใบอนุญาตประเภทใด? A: ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ประเภท 101, 105 หรือ 106
  4. Q: กรณีเป็นกิจการร่วมค้าต้องมีผู้ร่วมค้าหลักหรือไม่? A: ต้องระบุสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบ โดยผู้ร่วมค้าหลักต้องมีมูลค่าหรือปริมาณงานมากกว่ารายอื่น
  5. Q: หากทุนจดทะเบียนไม่ถึง 100 ล้านบาท สามารถยื่นได้หรือไม่? A: สามารถใช้หลักฐานวงเงินสินเชื่อจากธนาคารในอัตรา 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการแทนได้
  6. Q: ต้องยื่นเอกสารแสดงผลงานหรือไม่? A: ต้องยื่นตามแบบฟอร์มแสดงผลงานการจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและของเสียเคมีวัตถุที่กำหนด
  7. Q: การยื่นข้อเสนอต้องทำผ่านช่องทางใด? A: ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
  8. Q: นิติบุคคลต่างประเทศสามารถยื่นข้อเสนอได้หรือไม่? A: ได้ แต่ต้องมีเอกสารรับรองมูลค่าสุทธิหรือวงเงินสินเชื่อตามเงื่อนไขที่กำหนด
  9. Q: มีข้อกำหนดเรื่องนโยบายป้องกันการทุจริตหรือไม่? A: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง
  10. Q: หากโรงงานอยู่ระหว่างถูกระงับการรับสิ่งปฏิกูล สามารถยื่นได้หรือไม่? A: ไม่สามารถยื่นได้ เนื่องจากต้องมีศักยภาพในการจัดการที่สอดคล้องกับกฎหมายและไม่ถูกระงับการประกอบกิจการ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน
จ้างเหมาบริการ โครงการบริหารจัดการและกําจัด / บําบัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุ หรือตกค้างในพื้นที่ที่มีการลักลอบทิ้งหรือจัดการที่ไม่เหมาะสม พื้นที่ บริษัท วิน โพรเซส จํากัด จังหวัดระยอง
(ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการความปลอดภัยในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก)
๑. หลักการและเหตุผล/ความเป็นมา
บริษัท วิน โพรเซส จํากัด ตั้งอยู่ ณ ตําบลบางบุตร อําเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง มีพื้นที่ ๒๓ ไร่ ๒ งาน ๖๓ ตารางวา ภายในพื้นที่ประกอบด้วยอาคารแบบปิด จํานวน ๕ อาคาร และบริเวณโดยรอบของที่ตั้งโรงงาน อยู่กลางชุมชนหนองพะวา อําเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ประกอบด้วย โรงเรียน สาธารณสุขชุมชน และ บ้านเรือนอาคารของชุมชน ได้ลักลอบประกอบกิจการเกี่ยวกับการจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มปรากฏข้อร้องเรียนตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ สํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง จึงได้เข้าตรวจสอบ บริษัท วิน โพรเสส จํากัด พบการกระทําผิดในการตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ และจากการตรวจสอบพบ มีการลักลอบขุดบ่อฝังกลบภายในพื้นที่โรงงาน พบการลักลอบอัดก้อนกระดาษ คัดแยกขยะต่าง ๆ การแปรรูปน้ํามันเครื่องใช้แล้ว มีการลักลอบจัดเก็บ กากอุตสาหกรรมไว้ในอาคารในพื้นที่บริษัทฯ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ สํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ได้รวบรวมหลักฐานส่งเรื่องให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดําเนินการพิจารณาเป็นคดีพิเศษตามพระราชบัญญัติ การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ มีการพิจารณา ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานให้ บริษัท วิน โพรเสส จํากัด จํานวน ๓ ใบอนุญาต ทั้งที่บริษัทฯ ถูกร้องเรียน มาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย ใบอนุญาตทะเบียนโรงงานเลขที่ ๒๐๒๑๐๑๐๐๓๒๕๖๐๕ (ทะเบียนโรงงานรูปแบบเดิม จ๓-๔๐(๑)-๓/๖๐วย) ประกอบกิจการ อัดเศษกระดาษ เศษโลหะ เศษพลาสติก คัดแยกของใช้แล้วทั่วไป ใบอนุญาตทะเบียนโรงงานเลขที่ ๒๐๒๑๐๒๐๐๓๒๕๖๐๔ (ทะเบียนโรงงานรูปแบบเดิม ๑๓-๖๐-๓/๖๐โย) ประกอบกิจการ หล่อและหลอมโลหะ และใบอนุญาตทะเบียนโรงงานเลขที่ ๑๐๒๑๐๐๐๗๐๒๕๖๐๗ (ทะเบียนโรงงาน รูปแบบเดิม ๓-๑๐๖-๗๐/505ย) ประกอบกิจการ คืนสภาพกรดด่าง ทําเชื้อเพลิงผสม และล้างภาชนะบรรจุภัณฑ์ ด้วยตัวทําละลาย (ทะเบียนโรงงานรูปแบบเดิม ๓-๑๐๖-๗๗/๖๐ย ซึ่งยังไม่ได้รับการแจ้งประกอบจึงไม่สามารถ ประกอบกิจการได้) โดยหลังจากที่ บริษัท วิน โพรเสส จํากัด ได้รับใบอนุญาตดังกล่าว บริษัทฯ ได้ถูกร้องเรียน จากชาวบ้านในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ สํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ตรวจวัดมลพิษ พร้อมทั้งดําเนินคดีตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ และพระราชบัญญัติ วัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ และสั่งการให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการและปรับปรุงแก้ไขโรงงานอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ บริษัทฯ ได้แจ้งเลิกประกอบกิจการโรงงานทั้ง ๓ ใบอนุญาต
กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ สํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ได้เข้าตรวจสอบการแจ้งเลิกประกอบกิจการโรงงานและสั่งการให้ บริษัท วิน โพรเซส จํากัด ดําเนินการ กําจัดของเสียให้เรียบร้อยเสียก่อน แต่บริษัทฯ มิได้ดําเนินการกําจัดของเสียแต่อย่างใด โดยในระหว่างนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ สํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ร่วมกับคณะทํางานไตรภาคีประชุมหารือ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด และได้ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวม พยานหลักฐาน เพื่อดําเนินคดีกับบริษัทฯ จนกระทั่งศาลจังหวัดระยองได้มีคําพิพากษา เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๔ ให้ บริษัท วิน โพรเซส จํากัด และ นางสาววิชชุดาหรือใหม่ ไกรพงษ์ จําเลย มีความผิดตามพระราชบัญญัติ วัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง มีโทษตามมาตรา ๗๓ ปรับบริษัทฯ เป็นเงิน ๔๕๐,๐๐๐ บาท ปรับนางสาววิชชุดาหรือใหม่ ไกรพงษ์ เป็นเงิน ๔๕๐,๐๐๐ บาท และกําหนดจําคุก 5 ปี โดยจําเลยให้การ รับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ โดยได้ขอเลิกกิจการ และอยู่ระหว่างการกําจัด ของกลางซึ่งเป็นวัตถุอันตราย เพื่อให้มีการกําจัดวัตถุอันตรายของกลางให้หมดไป จึงให้รอการลงโทษจําคุกไว้
มีกําหนด …
๒/๑๒
มีกําหนด ๒ ปี โดยให้รายงานตัวคุมประพฤติ ๔ เดือนต่อครั้ง อีกทั้ง ศาลจังหวัดระยองได้มีคําพิพากษาให้รับ วัตถุอันตรายเป็นของกลาง และให้ บริษัท วิน โพรเซส จํากัด และ นางสาววิชชุดาหรือใหม่ ไกรพงษ์ ดําเนินการ กําจัดวัตถุอันตรายของกลางให้เสร็จในเวลากําหนดคุมประพฤติ โดยค่าใช้จ่ายของจําเลยทั้งสอง ซึ่งผลจาก คําพิพากษาของศาลจังหวัดระยอง ที่มีคําสั่งให้ริบวัตถุอันตรายเป็นของกลางและสั่งให้จําเลยทั้งสองดําเนินการ กําจัดวัตถุอันตรายของกลางโดยค่าใช้จ่ายของจําเลยทั้งสองเอง ทําให้ กระทรวงอุตสาหกรรม ไม่สามารถ เข้าดําเนินการกับวัตถุอันตรายที่ถูกริบไว้เป็นของกลางได้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เร่งรัดให้บริษัทฯ และ นางสาววิชชุดาหรือใหม่ ไกรพงษ์ ดําเนินการจัดทําแผนและคัดเลือกผู้รับจ้างที่เหมาะสมในการกําจัด วัตถุอันตรายของกลาง โดยได้ว่าจ้างบริษัทผู้รับบําบัด/กําจัดเพื่อกําจัดวัตถุอันตรายของกลาง เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๖ และได้มีการขยายสัญญา โดยสัญญาการดําเนินการได้สิ้นสุดลง เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ ซึ่งทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงเงื่อนไขในการขยายสัญญาได้ โดยตลอดระยะเวลาดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรม ได้กํากับและเร่งรัดให้บริษัทฯ และ นางสาววิชชุดาหรือใหม่ ไกรพงษ์ ดําเนินการกําจัดของเสียให้แล้วเสร็จ ตามคําสั่งศาลมาโดยตลอด
ถึงแม้ กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ สํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ได้ร่วมกัน ออกคําสั่งทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายหลายครั้ง เพื่อให้บริษัทฯ ปรับปรุงแก้ไข และนําของเสียที่ตกค้างออกไปกําจัด/บําบัด รวมทั้งดําเนินคดี และเร่งรัดให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามคําสั่งศาล ที่รับวัตถุอันตรายเป็นของกลาง และสั่งให้จําเลยกําจัดวัตถุอันตรายของกลางโดยค่าใช้จ่ายของจําเลยเองแล้ว ปัจจุบัน พบว่า ยังมีกากอุตสาหกรรมและของเสียเคมีวัตถุตกค้างและปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมอยู่เป็นจํานวนมาก
กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ใช้เงินที่จําเลยวางไว้ต่อศาล จัดทําโครงการ จ้างเหมาบริการการบําบัดกําจัดตะกรันอลูมิเนียมที่อยู่บนดินภายในพื้นที่ บริษัท วิน โพรเสส จํากัด อําเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ปริมาณ ๕,๔๙๑.๖๖ ตัน จนสําเร็จลุล่วงในช่วงเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา และได้รับการจัดสรร งบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๖๘ งบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น ในการดําเนินโครงการจ้างเหมาบริการกําจัด / บําบัดวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่ ของบริษัท วิน โพรเสส จํากัด อําเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ปริมาณ 4,000 ต้น แต่ยังคงเหลือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว และของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่อีกจํานวนมาก
นอกจากนี้ ภายหลังเหตุเพลิงไหม้ บริษัท วิน โพรเสส จํากัด อําเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๗ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ สํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ยังได้เข้าตรวจสอบ บริษัท วิน โพรเซส จํากัด อําเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ปรากฏว่ามีการเก็บสารเคมีไม่ทราบชนิด ถังบรรจุ ๒๐ ลิตร ถังบรรจุ ๒๐๐ ลิตร ถังบรรจุ ๑,๐๐๐ ลิตร จากการตรวจวัดวิเคราะห์พบว่าเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓ ซึ่งบริษัทฯ ไม่ได้รับอนุญาตให้ครอบครองวัตถุอันตรายดังกล่าวแต่อย่างใด จึงดําเนินคดีต่อ บริษัท วิน โพรเซส จํากัด ในฐานะนิติบุคคล และ นายโอภาส บุญจันทร์ กรรมการผู้จัดการบริษัท วิน โพรเสส จํากัด ในฐานะส่วนตัว ฐานความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง และศาลจังหวัดระยอง มีคําพิพากษาให้ริบวัตถุอันตรายของกลาง ส่งมอบแก่หน่วยงานที่รับผิดชอบควบคุมวัตถุอันตรายเพื่อทําลาย หรือจัดการตามที่เห็นสมควร โดยให้จําเลยทั้งสองชําระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อดําเนินการ แก้ไขปัญหากากอุตสาหกรรมและของเสียอันตรายที่ตกค้างบนดิน และเพื่อบรรเทาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงโรงงาน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงงาน ของ บริษัท วิน โพรเซส จํากัด อําเภอบ้านค่าย และอําเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
๒. วัตถุประสงค์ …
๓/๑๒
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อกําจัด/บําบัดวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่เป้าหมาย
๒.๑ ในพื้นที่ของบริษัท วิน โพรเซส จํากัด อําเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ปริมาณไม่น้อยกว่า ๑๑๓,๔๕๐ ตัน รายละเอียดตามผังบริเวณพื้นที่โรงงานและบัญชีของเสียภายในพื้นที่เป้าหมาย (เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๑-๓) ๒.๒ ในพื้นที่ของบริษัท วิน โพรเสส จํากัด อําเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ปริมาณไม่น้อยกว่า ๔๖๐ ตัน รายละเอียดตามผังบริเวณพื้นที่โรงงานและบัญชีของเสียภายในพื้นที่เป้าหมาย (เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๔)
๓.

  • คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๓.๓
    ๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    ๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
    ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    ๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
    ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๓.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    ๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
  • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๓.๑๐
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    (๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้อง มีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น
    ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
    จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
    (๓.๑) กรณีข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอ…
    ๔/๑๒
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๓.๑๑
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
    (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
    ๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏใน งบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่ หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันที่ยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคล ที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน มกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มี รายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมี ทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท
    ๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมี เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ
    ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก
    ที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจาก ยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจ จากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน
    หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
    หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน
    ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
    เพื่อการพาณิชย์…
    ๕/๑๒
    เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัท
    ที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ
    โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง
    หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
    (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี
    ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร
    พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอ มิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน
    ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
  1. กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
    (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้วและงานจ้าง ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว
    มีผลใช้บังคับ
    ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๓.๑๓
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง
    ๔. คุณสมบัติอื่น
    ผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย รวมถึงผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบ “กิจการร่วมค้า” ต้องยื่นสําเนา ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.๔) หรือใบอนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม
    (กนอ.๐๓/๖) หรือหนังสือรับรองการประกอบกิจการโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรม ตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ (ข.๒) ประเภทโรงงานลําดับที่ ๑๐๑ หรือ ๑๐๕ หรือ ๑๐๖
    ๔.๒ กรณี ผู้ยื่นข้อเสนอรายเดียว ต้องมีรายละเอียดการประกอบกิจการโรงงาน และมีศักยภาพในการ กําจัด/บําบัดวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและของเสียเคมีวัตถุ ที่กําหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.๔) หรือ ใบอนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.๐๓/๖) หรือหนังสือรับรองการประกอบ กิจการโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรม ตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ (ข.๒) ซึ่งสอดคล้องและครอบคลุมการจัดการตามลักษณะคุณสมบัติและความเป็นอันตรายของวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว
    และของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่ และการประกอบกิจการโรงงานของผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่อยู่ในระหว่างที่ กรมโรงงานอุตสาหกรรมระงับการรับสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ มาจัดการ ทั้งนี้ ต้องมีผลการดําเนินงานการจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและของเสียเคมีวัตถุ ตามรายงานที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดตามแบบฟอร์มแสดงผลงานการจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและของเสียเคมีวัตถุ (เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๕)
    ๔.๓ กรณี …