จ้างก่อสร้างยกเลิกโครงการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างก่อสร้างอาคารปฏิบัติการกลาง คณะเทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ตำบลย่านมัทรี อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ 69039079671
฿74,540,800 ปีงบ 2569 ประกาศ 26 มี.ค. 2569 นครสวรรค์
รายละเอียดการจ้าง

โครงการก่อสร้างอาคารปฏิบัติการกลาง คณะเทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างอาคารที่มีมาตรฐาน มั่นคงถาวร และพร้อมใช้งานตามหลักวิชาการช่างที่ดี ขอบเขตงานครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ รื้อถอนอาคารเดิม ไปจนถึงงานก่อสร้างอาคารใหม่แบบครบวงจร ได้แก่ งานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้า-สื่อสาร ระบบปรับอากาศ ระบบสุขาภิบาล และระบบป้องกันอัคคีภัย

ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดหาวัสดุ แรงงาน เครื่องจักร และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ (วิศวกรและสถาปนิกที่มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี) โดยต้องจัดทำแผนการดำเนินงานอย่างละเอียด เช่น Site Layout, Master Schedule, S-Curve และ Shop Drawing เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปตามกำหนดเวลา นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด จัดทำรายงานประจำวันและประจำเดือน รวมถึงการทดสอบวัสดุโดยสถาบันที่ได้รับการรับรอง เมื่อโครงการเสร็จสิ้น ผู้รับจ้างต้องส่งมอบ As-Built Drawing คู่มือการใช้งาน และจัดอบรมการดูแลรักษาอุปกรณ์ให้แก่บุคลากรของมหาวิทยาลัย

English summary

The project involves the construction of the Central Laboratory Building for the Faculty of Agricultural Technology and Industrial Technology at Nakhon Sawan Rajabhat University, located in Yan Matri, Phayuha Khiri, Nakhon Sawan. The scope includes structural, architectural, civil, electrical, communication, HVAC, and sanitary engineering works. The contractor is responsible for providing all materials, labor, and machinery, ensuring compliance with professional standards, safety regulations, and the project schedule. Key deliverables include a detailed construction plan, progress reports, As-Built Drawings, operational manuals, and staff training on equipment maintenance.

สถานที่ดำเนินการ

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ตำบลย่านมัทรี อำเภอพยุหะคีรี

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้ได้ผลงานก่อสร้างที่มีมาตรฐาน คุณภาพดี และมีความมั่นคงถาวร
  • เพื่อให้อาคารมีสภาพพร้อมใช้งานทันทีเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ
  • เพื่อให้การดำเนินงานมีความถูกต้องตามหลักวิชาการช่างและบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ขอบเขตของงาน

  • การเตรียมพื้นที่และรื้อถอนอาคารเดิม
  • งานโครงสร้าง (Structural Works)
  • งานสถาปัตยกรรม (Architectural Works)
  • งานโยธา (Civil Works)
  • งานระบบไฟฟ้าและสื่อสาร (Electrical & Communication Systems)
  • งานระบบปรับอากาศ (HVAC Systems)
  • งานระบบสุขาภิบาลและป้องกันอัคคีภัย (Sanitary & Fire Protection Systems)
  • การจัดทำแผนงานก่อสร้าง (Site Layout, Master Schedule, S-Curve, Shop Drawing)
  • การทดสอบวัสดุและอุปกรณ์ตามมาตรฐาน
  • การจัดทำรายงานความก้าวหน้า (รายวันและรายเดือน)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • อาคารปฏิบัติการกลางที่แล้วเสร็จตามแบบและรายการประกอบแบบ
  • แผนงานก่อสร้าง (Master Schedule, Human Resource/Machine Schedule, S-Curve)
  • รายงานประจำวันและรายงานประจำเดือน (พร้อมรูปถ่ายความก้าวหน้า)
  • Shop Drawing และ As-Built Drawing
  • คู่มือการดูแลรักษาและใช้งานอุปกรณ์ (Manuals)
  • หนังสือรับประกันคุณภาพจากผู้ผลิต (Warranty)
  • วัสดุและอุปกรณ์สำรองสำหรับการบำรุงรักษา
  • การอบรมบุคลากรผู้ใช้งานอาคาร

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาการรื้อถอนและเคลียร์พื้นที่: ตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างกำหนด
  • ระยะเวลาการทำความสะอาดและส่งมอบงาน: ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ตรวจรับงาน
  • (หมายเหตุ: ระยะเวลาก่อสร้างรวมระบุในสัญญาหลัก)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Experience: วิศวกรโครงการ, วิศวกรงานระบบ (ไฟฟ้า/เครื่องกล), สถาปนิก และช่างเขียนแบบ ต้องมีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • Personnel: ต้องมีบุคลากรประจำสนามตามตำแหน่งที่ระบุ และต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมตามกฎหมาย
  • Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการวางแผนงาน (Master Schedule, S-Curve), การจัดทำ Shop Drawing และการบริหารจัดการเครื่องจักร/แรงงาน

เกณฑ์การพิจารณา

  • การพิจารณาตามแบบรูปและรายการประกอบแบบก่อสร้าง
  • การตัดสินโดยคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นที่สิ้นสุด
  • การปฏิบัติตามคำสั่งและข้อกำหนดในสัญญาอย่างเคร่งครัด

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • งานก่อสร้างต้องเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพและกฎหมายควบคุมอาคาร
  • วัสดุที่ใช้ต้องเป็นของใหม่ มีคุณภาพดี และผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง
  • การทดสอบวัสดุต้องทำโดยสถาบันที่ได้รับมาตรฐาน (เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยรัฐ หรือหน่วยงานที่ได้รับความเห็นชอบ)

เงื่อนไขสัญญา

  • การเปลี่ยนแปลงแบบหรือวัสดุต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ผู้รับจ้างต้องทำประกันภัยความเสียหายทุกประเภท (Contractor’s All Risks)
  • หากงานล่าช้า ผู้รับจ้างต้องเสนอแผนเร่งรัดงาน
  • คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิ์สั่งหยุดงานหากพบว่าไม่เป็นไปตามแบบ โดยผู้รับจ้างไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายหรือขยายเวลาได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: หากแบบก่อสร้างและรายการประกอบแบบขัดแย้งกัน จะยึดถือสิ่งใด? A: ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นผู้วินิจฉัยโดยเลือกสิ่งที่ดีกว่าเสมอ
    • Q: ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไรหากพบว่าแบบก่อสร้างไม่ชัดเจน? A: ต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงาน สถาปนิก หรือวิศวกรชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ห้ามตัดสินใจทำเอง
    • Q: การทดสอบวัสดุต้องทำที่ไหน? A: ต้องทำโดยสถาบันที่ได้มาตรฐานตามที่ระบุใน TOR หรือที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง
    • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดส่งรายงานความก้าวหน้าอย่างไร? A: รายงานประจำวันต้องทำทุกวัน และรายงานประจำเดือนต้องส่งภายใน 7 วันแรกของเดือนถัดไป
    • Q: ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุ? A: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
    • Q: หากมีการสั่งรื้อถอนงานที่ไม่ได้มาตรฐาน ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบอย่างไร? A: ผู้รับจ้างต้องรื้อถอนและสร้างใหม่ด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง หากไม่ทำ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์จ้างผู้อื่นและหักเงินจากค่าจ้าง
    • Q: การประชุมระหว่างก่อสร้างมีความถี่เท่าใด? A: อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควร
    • Q: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบอะไรบ้างเมื่อจบโครงการ? A: As-Built Drawing, คู่มือการใช้งาน, อะไหล่สำรอง, และใบรับประกันคุณภาพ
    • Q: การประกันภัยประเภทใดที่ผู้รับจ้างต้องจัดทำ? A: ประกันภัยความเสียหายทุกประเภท (Contractor’s All Risks)
    • Q: หากผู้รับจ้างต้องการเปลี่ยนวัสดุระหว่างก่อสร้างทำได้หรือไม่? A: ต้องได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการตรวจการจ้างเท่านั้น

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดทั่วไป
โครงการงานก่อสร้างอาคารปฏิบัติการกลาง คณะเทคโนโลยีการเกษตร
และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
ตําาบลย่านมัทรี อําาเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
ในการปฏิบัติงานการก่อสร้าง หากข้อความของข้อกําหนดทั่วไปขัดแย้งกับสัญญาหลัก ให้ถือปฏิบัติ ตามสัญญาการก่อสร้างหลักเป็นสําคัญ

  1. วัตถุประสงค์
    วัตถุประสงค์หลักของการก่อสร้างเพื่อให้ได้ผลงานการก่อสร้างที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพดี มีสภาพ พร้อมที่จะใช้งานได้ ทันทีเป็นอย่างดี เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ มีความมั่นคงถาวร มีฝีมือการทํางานที่ ประณีต ละเอียด ถูกต้องตามหลักวิชาการช่างที่ดีทุกประการ และมีความถูกต้องตามมาตรฐาน และ บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
  2. ขอบเขตของงาน
    2.1 สถานที่ตั้งของการก่อสร้าง
    ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์โดยผู้รับจ้างต้องเตรียมพื้นที่สําหรับก่อสร้างอาคารใหม่ และ จะต้องทําการก่อสร้างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้า และงานโครงสร้าง
    สําหรับงานระบบ และงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องของโครงการงานก่อสร้าง
    2.2 งานที่จะต้องทํา
    ผู้รับเหมาก่อสร้าง จะต้องจัดหาวัสดุก่อสร้าง แรงงาน ตลอดจนอุปกรณ์ เครื่องจักรกลที่จําเป็นต้อง ใช้ในการก่อสร้างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้า และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่ใช้ ในอาคารตามแบบและรายการ ประกอบแบบเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีในทุกๆ กรณี หากพบว่าแรงงานและ อุปกรณ์ก่อสร้างที่ผู้รับจ้างจัดหามาไม่เหมาะสมกับสภาพงานคณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิจะสั่ง เปลี่ยนแปลงแก้ไข เพื่อให้การดําเนินงานได้ผลตามความมุ่งหมายของสัญญาและแบบก่อสร้างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้าที่จะก่อสร้างประกอบด้วยงานก่อสร้างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้าและงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  3. การดําเนินงานโดยทั่วไป
    3.1 อํานาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
    ของผู้รับจ้าง
    3.1.1 ผู้ควบคุมงาน มีหน้าที่ควบคุมและตรวจงาน ทําการทดสอบและวิเคราะห์ผลการทํางาน
  1. ผู้ควบคุมงานมีอํานาจออกคําสั่ง คําแนะนํา หรืออนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร โดยถือว่าเป็น ข้อผูกมัดผู้รับจ้าง เหมือนคําสั่งสถาปนิก วิศวกรเอง
  2. ผู้ควบคุมงานไม่มีอํานาจที่จะยกเว้นความรับผิดชอบใดๆ ของผู้รับจ้างตามสัญญาและไม่มี
    อํานาจเกี่ยวกับการเพิ่มราคาค่าก่อสร้างหรือทํางานเปลี่ยนรูปไป
    Dr Ongas
    -2-
  3. การที่ผู้ควบคุมงานไม่คัดค้านการทํางานใดๆที่ผู้รับจ้างกระทําไปโดยพลการ ไม่อาจลบล้าง อํานาจของผู้ว่าจ้าง หรือสถาปนิก/วิศวกร ที่จะไม่เห็นชอบกับงานหรือสิ่งของนั้นๆ
    3.1.2 สถาปนิก วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง
  4. สถาปนิก วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง อํานาจที่จะออกคําสั่งเพิ่มเติมได้อีก ในระหว่างงานกําลังดําเนินอยู่ในเมื่อสถาปนิก/วิศวกรเห็นสมควร เช่น
    วิธีการใช้วัสดุที่ถูกต้องหรือการดําเนินการส่วนใดควรจะทําก่อนหรือหลัง เพื่อมิให้เกิดความเสียหายกับ งานส่วนอื่นๆ (ทั้งนี้ ไม่หมายถึงการทําให้ราคาเพิ่มขึ้นหรือต่ําลง) ในขณะก่อสร้างหรือภายหลังได้ ผู้รับจ้าง จะต้องทําตามและยอมรับคําสั่งนั้นๆในขณะก่อสร้าง
  5. สถาปนิก วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง มี อํานาจที่จะสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้รื้อถอนวัสดุสิ่งของใดๆก็ตามที่เห็นว่าไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในแบบรูป
    และสัญญาออกจากบริเวณงานเปลี่ยนวัสดุสิ่งของที่ถูกต้องมาแทน รื้อถอนงานใดๆที่ฝีมือการทํางานหรือ วัสดุสิ่งของที่ใช้ไม่เป็นไปตามตาม รายการแบบรูปและสัญญาแล้วให้สร้างใหม่ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติ ตามคําสั่งดังกล่าว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะว่าจ้างผู้อื่น มาปฏิบัติตามคําสั่งนั้นตามคําแนะนําของสถาปนิก วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมดและ
    ยอมให้ผู้ว่าจ้างหักเงินที่จะจ่ายให้กับผู้รับจ้างมาชดเชยการนี้
  6. สถาปนิก/วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง มี สิทธิจะเข้าไปในบริเวณงาน หน่วยงาน/โรงงาน และทุกๆแห่งที่มีการเตรียมงาน หรือแหล่งผลิตเก็บรักษา วัสดุสิ่งของที่จะนํามาใช้ในการก่อสร้าง ผู้รับจ้างมีหน้าที่คอยให้ความสะดวกในการนําเข้าไปในสถานที่ต่างๆ
    เหล่านั้น
  7. สถาปนิก/วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง มี อํานาจในการเปลี่ยนแปลงแบบรูป และรายละเอียดประกอบแบบ ตามความเห็นชอบของผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะให้อาคารมั่นคงแข็งแรงหรือทําให้ประโยชน์ในการใช้สอยดีขึ้น โดยไม่ทําให้ราคาก่อสร้างเพิ่มขึ้น
    หรือลดลงและผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม
    3.1.3 ผู้รับจ้าง
  8. หากผู้รับจ้างไม่เข้าใจในแบบหรือรายการก่อสร้าง หรือจะเป็นวัสดุที่ใช้ หรือวิธีการทําก็ ตามผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงาน และสถาปนิก วิศวกร จะเป็นผู้ชี้แจงข้อสงสัยนั้นๆเป็นลายลักษณ์ อักษร หรือให้รายละเอียดเป็นแบบเพิ่มเติม ห้ามมิให้ผู้รับจ้างตัดสินใจทําอย่างใดอย่างหนึ่งเอง ผลเสียที่ เกิดขึ้นผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด
  9. ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการจัดวางผังการก่อสร้างให้ถูกต้องตามแบบรูปตลอดจนการ แก้ไขที่ตั้งระดับ ขนาด และแนวต่างๆของงาน จัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ และแรงงานให้เพียงพอ หากมีการ วางผังผิดพลาดจะต้องแก้ไขใหม่ให้เป็นที่เรียบร้อย ผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษาหลักฐานแนวหมุดต่างๆที่ใช้ใน การวางผังให้คงสภาพเรียบร้อยอยู่เสมอ
  10. ให้ถือว่าผู้รับจ้างเป็นผู้มีความชํานาญการก่อสร้างและฝีมือดี โดยสถาปนิก/วิศวกรของผู้ รับจ้างเอง คอยควบคุมอยู่อย่างใกล้ชิด ฉะนั้น ความผิดพลาดต่างๆที่สถาปนิก/วิศวกร หรือผู้ควบคุมงาน ตรวจพบ อาจจะช้าหรือเร็วก็ตาม มิได้หมายความว่าสถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานบกพร่องในหน้าที่ และหากมีการผิดพลาดเกิดขึ้น เนื่องจากกรณีใดๆก็ตาม เวลาที่ต้องเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ผู้รับจ้างจะ
    นํามาเป็นข้ออ้างให้ร่วมรับผิดชอบไม่ได้เป็นอันขาด
    DUN ONSS
    -3-
  11. ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการจัดส่งตัวอย่างเพื่ออนุมัติและสั่งซื้อในเวลาอันเหมาะสม 5) ผู้รับจ้างจะเก็บรักษาวัสดุ เครื่องมืออย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ในกรณีที่การเก็บ บกพร่องสถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานจะแนะนําให้ผู้รับจ้างปฏิบัติ จัดหา หรือระวังรักษาให้ดีขึ้น เป็น หน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม
  12. ในงานบางส่วนที่จําเป็นจะต้องทํา จัดทําเป็นตัวอย่างในหน่วยงานเพื่อแสดงถึงคุณภาพ และฝีมือเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างจะต้องเก็บรักษาตัวอย่างที่ได้รับอนุมัติและดําเนินการ
    ตามนั้น
  13. ผู้รับจ้างจะต้องระวังไม่ให้เกิดขึ้นโดยเด็ดขาดในเรื่องก่อความรําคาญ หรือเดือดร้อนต่อ ทรัพย์สิน หรือบุคคลในบริเวณ หรือนอกบริเวณก่อสร้าง
  14. ในระหว่างการทํางานตามสัญญา เมื่อใดก็ตามที่สถาปนิก/วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานเห็นว่า จะต้องเร่งงาน ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามคําสั่งและคําแนะนําของสถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานที่จะ ให้หยุดงานในที่แห่งหนึ่ง แล้วย้ายคนงานไปยังอีกที่แห่งหนึ่งเพื่อความเหมาะสม ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติ ตามที่สถาปนิก/วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานสั่งการ
  15. เพื่อให้การดําเนินงานก่อสร้างบรรลุเป้าหมายโดยเรียบร้อยและปลอดภัย ผู้รับจ้างจะต้อง ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทํางานก่อสร้าง และคําสั่งของผู้ควบคุม งาน โดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อเรียกร้องอื่นใด
    3.2 แบบก่อสร้างและรายการประกอบแบบ
    การก่อสร้างจะต้องทําตามแบบรูป และรายการประกอบแบบก่อสร้างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ เอกสารการเซ็นสัญญาโดยเคร่งครัด ข้อความใดที่ปรากฏในรายการประกอบแบบแต่ไม่มีแสดงในแบบหรือมี แสดงในแบบแต่ไม่ปรากฏในรายการประกอบแบบ ให้ถือเสมือนว่าข้อความนั้นมีปรากฏอยู่ในรายการ
    ก่อสร้างและในแบบแล้วในกรณีที่มีการขัดแย้งกันระหว่างแบบกับรายการก่อสร้าง จะต้องให้คณะกรรมการ
    ตรวจการจ้าง เป็นผู้วินิจฉัยและตัดสินโดยยุติที่สิ่งที่ดีกว่าเสมอไปและหากข้อความของข้อกําหนดในเล่มนี้
    ขัดแย้งกับสัญญาหลักให้ถือปฏิบัติตามสัญญาหลักเป็นสําคัญ และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์จะสงวน สิทธิ์ที่จะเพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนแปลง วัสดุก่อสร้างในระหว่างการก่อสร้างได้ โดยแสดงราคา และระยะเวลา การทํางานจริงเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และให้ถือว่างานเพิ่มลดหรือเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ดังกล่าวเป็นส่วน
    หนึ่งของสัญญานี้
    -4-
    3.3 ล่าดับการดาเนินงาน
    3.3.1 ผู้รับจ้าง ต้องเตรียมพื้นที่ก่อสร้างโดยการรื้อถอนอาคารเดิมออกตามความจําเป็น ก่อน เริ่มทํางานต้องขออนุญาตต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนทุกครั้งไป อุปกรณ์ต่างๆ ที่รื้อถอนออกมา หากนําไปใช้ใหม่ได้ต้องนําไปเก็บไว้ ณ สถานที่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์กําหนด
    มาด้วย
    3.3.2 ผู้รับจ้างต้องมีบุคลากรประจําที่สนามอย่างน้อย นอกเหนือจากคนงานก่อสร้าง คือ
    วิศวกรโครงการ ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • วิศวกรงานระบบ (ไฟฟ้าหรือเครื่องกล) ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    สถาปนิก ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • ช่างเขียนแบบเพื่อเตรียมแบบก่อสร้างทุกประเภทและรวมรวมแบบ
    ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    3.3.3 ผู้รับจ้าง ต้องวางแผนงานการก่อสร้างอย่างละเอียดโดยเริ่มตั้งแต่การทํา
    Site Layout
  • Master Schedule
  • Human Resource Schedule
  • Machine Schedule
    Shop Drawing Schedule
  • S-Curve
  • Monthly Schedule
    Weekly Schedule
  • ถ้ามีการล่าช้าให้เสนอวิธีเร่งรัดให้ทันตามแผนงาน และเสนอวิธีทํางานให้มีประสิทธิภาพ
    3.3.4 ผู้รับจ้าง ต้องเสนอแผนงานอื่นๆ อีก เช่น แผนงานหลัก (Master Schedule) แผนงาน เรื่องแรงงานงานเครื่องจักร, แผนงานกําลังคน, แผนงานส่งวัสดุเข้าหน้างาน แผนงานการเสนอ Shop Drawing และ Construction Drawing เป็นต้น เพื่อให้การก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้รับจ้างต้องส่ง รายชื่อวิศวกร และสถาปนิก ที่ควบคุมงานดังกล่าวตามกฎหมายควบคุมวิชาชีพวิศวกรรม โดยเซ็นใบ ควบคุมงาน และใบอนุญาตวิชาชีพควบคุม ส่งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนเริ่มทํางาน เพื่อใช้เป็น
    ใบรับรองการควบคุมงานตามกฎหมาย
    3.3.5 การขออนุมัติวัสดุก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องทําการทดสอบวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างที่ระบุให้ ทดสอบตามแบบรายการก่อสร้างตลอดจนค่าใช้จ่ายในการทดสอบทุกอย่าง โดยการทดสอบวัสดุอุปกรณ์ จะต้องทําโดยสถาบันที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป และจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก
    คณะกรรมการตรวจการจ้างด้วย
    3.3.6 คณะกรรมการตรวจการจ้างสงวนสิทธิ์ในการสั่งหยุดงาน ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ทํางาน ดําเนินตามแบบและรายการประกอบแบบทั้งนี้ผู้รับเหมาก่อสร้างจะไม่สามารถอุทธรณ์ร้องขอเวลาและ
    ค่าเสียหายใดๆ
    Ob Onl
  • 5-
    3.3.7 การจัดทํารายงาน
  1. รายงานประจําวัน
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารายงานประจําวันตามแบบฟอร์มเอกสาร ซึ่งได้รับการอนุมัติจาก
    คณะกรรมการตรวจการจ้าง รายงานประจําวันนี้จะต้องประกอบด้วย ดังนี้
  • จํานวนพนักงาน คนงานทุกประเภทของผู้รับจ้างในหน่วยงานก่อสร้าง - วัสดุที่มีอยู่ในบริเวณก่อสร้าง วัสดุที่ส่งเข้ามาและวัสดุที่ได้ใช้ไป - อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่อยู่ในบริเวณก่อสร้าง
  • ความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง
  • อุปสรรคและความล่าช้าของงานก่อสร้าง
    คําสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้างและการเปลี่ยนแปลงในงานก่อสร้างที่คณะกรรมการตรวจ
    การจ้างสั่งให้ทํา
    ก่อสร้าง
  • แบบก่อสร้างและแบบแก้ไขที่ได้รับจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง
  • เหตุการณ์พิเศษต่างๆ รวมทั้งการเกิดอุบัติเหตุขึ้นในบริเวณก่อสร้างและผู้มาเยี่ยมหน่วยงาน
  1. รายงานประจําเดือน
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํา และส่งรายงานประจําเดือนให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง 1 ชุด
    ภายใน 7 วันแรกของเดือนถัดไปตามแบบฟอร์มของเอกสารซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลสรุปจากรายงานประจําวันความก้าวหน้าของงานในช่วงเดือนที่ผ่านมา
    และ
    เปรียบเทียบความก้าวหน้าของงานกับแผนงานก่อสร้างทั้งหมด รวมทั้งรูปถ่ายแสดงความก้าวหน้าของงาน ในแต่ละเดือนอย่างน้อย 10 รูป
    3.3.8 การประชุมในระหว่างการก่อสร้างอาคาร
  2. ผู้รับจ้าง ต้องเข้าร่วมประชุมที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจัดให้มีขึ้นเป็นประจําในระหว่าง การก่อสร้าง และผู้รับจ้างต้องให้ผู้จัดการงานก่อสร้าง / วิศวกร หรือผู้รับผิดชอบในงานก่อสร้างของตนเข้า ร่วมประชุมด้วย การประชุมดังกล่าวให้คณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นประธานในที่ประชุม และผู้รับจ้าง ต้องผูกพันตนกับข้อตกลงที่มีขึ้นในระหว่างการประชุมนั้นตามที่มีบันทึกการประชุม ซึ่งจะเสนอให้ผู้รับจ้าง รับรองในการประชุมครั้งต่อไป
  3. ในกรณีทั่วไปให้ถือว่า จะต้องมีการประชุมในระหว่างการก่อสร้างอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเรียกประชุมนอกจากนี้ตามสถานการณ์ และความจําเป็นได้
  4. ผู้รับจ้างอาจขอให้คณะกรรมการตรวจการจ้างแก้ไขบันทึกการประชุมที่กล่าวข้างต้นได้
    ให้มีการบันทึกข้อโต้แย้งดังกล่าวไว้ในบันทึกการประชุมครั้งถัดไป
    และ
    3.3.9 ผู้รับจ้าง จะต้องทําแผนการดําเนินการก่อสร้างรวม และแผนย่อยเพื่อให้คณะกรรมการตรวจ การจ้างตรวจสอบ หากมีการปรับปรุงแผนการดําเนินงานใหม่ผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือในการปรับ แผนการก่อสร้างใหม่ด้วย
    3.3.10 ผู้รับจ้างต้องทํา As Built Drawing ให้กับคณะกรรมการตรวจการจ้าง เมื่อเสร็จงานในแต่ ละงานนั้นๆ และผู้รับจ้างจะต้องทํา Shop Drawing ส่งมอบต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างทุกครั้งที่แบบ ก่อสร้างไม่ระบุวิธีการ ผู้รับจ้างจะไม่ทํางานที่ไม่มีแบบหรือแบบระบุรายละเอียดไม่เพียงพอ
    Suhr Owat
  • 6 -
    3.3.11 มติที่ประชุมของคณะกรรมการตรวจการจ้างในการพิจารณาเรื่องต่างๆ ถือว่าสิ้นสุด 3.3.1.2 ถ้าผู้รับจ้างสงสัยในรายละเอียด หรือข้อกําหนดของสัญญานี้หรือถ้าปรากฏว่าแบบหรือ
    รายการกรรมการตรวจการจ้างจะเสนอวินิจฉัยการก่อสร้างให้เจ้าของโครงการตัดสินใจและสิ่งใดที่ไม่ได้ระบุ ไว้ในแบบก่อสร้างแต่จําเป็นต้องทําเพื่อให้ได้ผลงานที่ถูกต้องบริบูรณ์และวิธีปฏิบัติการช่างที่ดีคณะกรรมการ
    ตรวจการจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้รับจ้างทําการนั้นๆ โดยผู้รับจ้างไม่เรียกร้องค่าจ้างและค่าวัสดุก่อสร้างเพิ่มเติม
    แต่อย่างใด
    3.3.13 ถ้าคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงเพิ่ม หรือ ลด จากแบบตาม สัญญาก่อสร้างคณะกรรมการตรวจการจ้าง จะต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มหรือลดลงกับเวลา เพิ่ม หรือ ลด การ ทํางานแล้วแต่กรณี ตามที่จะตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรในขณะนั้นและให้ถือว่าการตกลงดังกล่าวเป็น ส่วนหนึ่งแห่งสัญญานี้
    3.3.14 เมื่องานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องขนย้ายวัสดุก่อสร้าง เครื่องมือและเครื่องใช้ และอุปกรณ์ก่อสร้างของผู้รับจ้าง และทําความสะอาดเก็บกวาดกลบเกลี่ยพื้นที่ที่ทําการก่อสร้าง และรื้อ ถอนอาคารชั่วคราวออกจากบริเวณงานให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้จ้างให้รับมอบงานแล้ว 3.3.15 ผู้รับจ้าง ต้องทําการประกันความเสียหายทุกประเภท (Contractor’s all Risks) ที่ เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง
    3.4 การเตรียมอุปกรณ์, วัสดุก่อสร้างและแรงงาน
    3.4.1 ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหาอุปกรณ์ตลอดจนเครื่องไม้เครื่องมือที่ดีที่ใช้ในการทํางานเป็นไป ตามแบบและรายการประกอบแบบที่จะใช้ในงานนี้ นอกจากวัสดุอุปกรณ์ที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะ จัดหาให้ตามที่ระบุไว้ในสัญญา ซึ่งวัสดุที่จัดหาให้นี้จะนําออกไปบริเวณที่ก่อสร้างไม่ได้นอกจากจะมีการ
    อนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง
    3.4.2 วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการก่อสร้างจะต้องมีคุณสมบัติดีและใหม่ซึ่งจะต้อง ได้รับอนุมัติให้ใช้ในการก่อสร้างจึงจะนําไปใช้ในการก่อสร้างได้
    3.5 ข้อกําหนดของผู้รับจ้างในการก่อสร้าง
    งานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้า-สื่อสารและระบบปรับอากาศ งานระบบสุขาภิบาลและป้องกันอัคคีภัย และงานโครงสร้างสําหรับงานระบบ และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานซึ่งต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
    3.5.1 ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีเครื่องมืออุปกรณ์เครื่องป้องกัน และเครื่องอํานวยความสะดวก ทั้งหลายไว้ในที่ก่อสร้าง เพื่อการทํางานและลดการเสี่ยงภัยน้อยลง
    3.5.2 ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีสภาพการทํางานที่ดีไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และชีวิตของ คนงานรวมทั้งต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายต่างๆ แก่พนักงาน คนงาน คณะกรรมการตรวจการจ้าง ก่อสร้างรวมทั้งผู้มาเยี่ยมดูงานก่อสร้างด้วย ทั้งนี้จากการจัดสภาพการทํางานต้องให้เป็นไปตามข้อบัญญัติ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    3.5.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทําเครื่องหมายต่างๆ ให้เห็นได้ชัดเจนติดตั้งในสถานที่จะเป็นอันตราย แก่ พนักงานคนงาน คณะกรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงานก่อสร้างและบุคคลอื่นๆ ที่เข้าไปในบริเวณ ก่อสร้าง
    Suhr Onrads ซึ่ง
    -7-
    3.5.4 ในการก่อสร้างหรือทํางานใดๆ ที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นว่าอาจก่อให้เกิด อันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของบุคคลต่างๆ หรือของทรัพย์สินคณะกรรมการตรวจการจ้าง อาจสั่งให้ผู้รับ จ้างป้องกันเหตุนั้นได้ หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามคณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิสั่งให้หยุดการทํางานนั้น
    ได้และจะถือเป็นเหตุขอต่อระยะเวลาการก่อสร้างอีกไม่ได้
    3.5.5 การส่งมอบอุปกรณ์และรายการเอกสาร
  1. คู่มือสําหรับการดูแลรักษา ผู้รับจ้างจะต้องรวบรวมคู่มือและข้อแนะนําของ บริษัทผู้ผลิตสําหรับวัสดุและอุปกรณ์ทุกชนิดที่นํามาติดตั้งในอาคารนี้
  2. ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการจัดหาวิทยากร ผู้ชํานาญงานของบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ น่ามาติดตั้งอาคารมาอบรมหรือแนะนําให้บุคลากรของผู้ว่าจ้างรับทราบเกี่ยวกับการดูแลรักษาการใช้งาน
    หรือซ่อมบํารุงเบื้องต้นจนกว่าจะมีความเข้าใจสามารถปฏิบัติงานได้
    ทุ่งหมด
  3. ผู้รับจ้างจะต้องมอบเครื่องมือและชิ้นส่วนอะไหล่ที่มีมากับอุปกรณ์ให้ผู้ว่าจ้างเก็บรักษา
  4. หนังสือรับประกันคุณภาพจากผู้ผลิตหรือตัวแทน หรือผู้ติดตั้งสําหรับเครื่องจักรและ
    อุปกรณ์ทุกชนิด โดยมีกําหนดระยะเวลารับประกันอย่างน้อยเท่ากับระยะเวลาบํารุงรักษาตามสัญญา ก่อสร้าง
  5. ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์งานตกแต่งสถาปัตยกรรม เพื่อสํารองใน การบํารุงรักษาอาคารหลังการรับมอบงานในปริมาณ และตามรายการที่ผู้ว่าจ้างกําหนด โดยจัดเตรียมส่ง มอบกับผู้ว่าจ้างพร้อมกับการส่งมอบอาคาร ทั้งนี้ รวมถึงตามข้อกําหนดเฉพาะงานในแต่ละระบบด้วย
    ดังต่อไปนี้
    3.6 สถาบันตรวจสอบ
    ในกรณีที่ต้องทดสอบคุณภาพ วัสดุ-อุปกรณ์ ที่ใช้งานตามสัญญานี้ อนุมัติให้ทดสอบสถาบัน
    ก. คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    ข. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ค. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    ง. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  1. กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซ. การไฟฟ้าท้องถิ่นที่กําหนด (สําหรับงานระบบไฟฟ้าฯ)
  2. สถาบันอื่นๆ ที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง
    al @nvss
    ซึ่ง