ประกวดราคาจ้างบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การประมวลผลและระบบคอมพิวเตอร์ โครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
กรมศุลกากรมีโครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless) เพื่อปรับปรุงระบบเดิมให้ทันสมัย สนับสนุนการใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ระบบนี้ได้มีการติดตั้งและพัฒนาแล้ว และปัจจุบันต้องการจ้างบริการเพื่อบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
ขอบเขตงานครอบคลุมการบํารุงรักษาทั้งส่วน Hardware และ Software ของระบบเฉพาะโครงการนี้ โดย Hardware หลักประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ยี่ห้อ Oracle (SPARC T8-2), อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล NetApp, อุปกรณ์ SAN Switch ส่วน Software ประกอบด้วย Oracle Database, Oracle WebLogic Server และ Application Software ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสําหรับกรมศุลกากร
ผู้รับจ้างต้องให้บริการบํารุงรักษาแบบครบวงจร 24 ชั่วโมงทุกวันไม่เว้นวันหยุด รวมถึงการทํา Preventive Maintenance การสนับสนุนทางเทคนิค การพัฒนาปรับปรุงแก้ไข Application Software และการซ่อมแซม/เปลี่ยนแทนอุปกรณ์ที่ชํารุด โดยเน้นการรักษาประสิทธิภาพและความพร้อมใช้งานของระบบเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และบริการต่อประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
English summary
The Customs Department requires a maintenance and repair service contract for the computer system of the “e-Office Paperless” document management system development project. The service period is 2 months. The scope includes comprehensive maintenance of both Hardware and Software for this specific project, ensuring 24/7 support, preventive maintenance, and application software development/ modification. The goal is to maintain the continuous, efficient, and secure operation of the paperless and digital signature-enabled system that supports the department’s internal workflow and external services.
ศูนย์สารสนเทศด้านศุลกากร อาคารศุลกพิพัฒน์ 140 ปี ชั้น 3
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์โครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless) ให้สามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
- เพื่อรองรับการให้บริการแก่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ผู้ประกอบการ และประชาชน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่มีวันหยุด
- เพื่อพัฒนาปรับปรุงและแก้ไขระบบงาน (Application Software) ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง
- เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบและข้อมูลสารสนเทศ
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร
ขอบเขตของงาน
การให้บริการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์เฉพาะของโครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (รหัสโครงการ 176) มีขอบเขตดังนี้:
- การบริหารและการสนับสนุน: การบริหารจัดการงานบํารุงรักษาและการให้คําปรึกษา
- การให้บริการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข: ดูแลแก้ไขปัญหาทั้ง Hardware และ Software
- การบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance - PM): ดําเนินการตามแผนที่กําหนดเพื่อป้องกันปัญหาก่อนเกิดขึ้น
- การบริการตลอดอายุสัญญา: ให้บริการสนับสนุนทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ไม่มีวันหยุด
- การบํารุงรักษาและพัฒนา Application Software: วิเคราะห์ พัฒนา ปรับปรุง และแก้ไขข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะของโครงการ
- การบํารุงรักษา System and Environmental Software: ดูแลระบบปฏิบัติการ (Unix), ซอฟต์แวร์ฐานข้อมูล (Oracle Database), ซอฟต์แวร์เว็บ/แอปพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์ (Oracle WebLogic) และซอฟต์แวร์สนับสนุนอื่นๆ
- การซ่อมแซม แก้ไข และ/หรือเปลี่ยนแทน: จัดการกับอุปกรณ์ Hardware ที่ชํารุด รวมถึงการหาอะไหล่เปลี่ยนแทน
- ระบบที่ต้องบํารุงรักษา: ครอบคลุมรายการระบบคอมพิวเตอร์ตามโครงการ เช่น เซิร์ฟเวอร์ Oracle SPARC T8-2, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล NetApp, SAN Switch Brocade และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- บริการบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ที่ครบถ้วนและต่อเนื่อง เป็นระยะเวลา 2 เดือน (1 เมษายน - 31 พฤษภาคม 2569)
- รายงานและเอกสารการบํารุงรักษา ตามที่กรมศุลกากรมอบหมาย
- การแก้ไขปัญหาและสนับสนุนทางเทคนิค ที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาที่กําหนด
- ผลการดําเนินการ Preventive Maintenance
- การพัฒนาปรับปรุงหรือแก้ไข Application Software ตามที่กรมศุลกากรร้องขอหรือตามที่ตรวจพบ
- ระบบคอมพิวเตอร์ที่พร้อมใช้งานและมีประสิทธิภาพ ตลอดระยะเวลาสัญญา
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดําเนินการบํารุงรักษา: 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569
กำหนดยืนราคา: ไม่น้อยกว่า 61 วัน นับจากวันเสนอราคา (10 มีนาคม 2569)
กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ: ไม่เกิน 61 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาดังกล่าว
- Standards Compliance: -
- Experience: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 486,433.33 บาท (ครึ่งหนึ่งของราคากลาง) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมศุลกากรเชื่อถือ
- Previous Project Cost: วงเงินผลงานที่ต้องการ: ไม่น้อยกว่า 486,433.33 บาท ต่อสัญญาเดียว
- Technical Capabilities: ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ในระบบคอมพิวเตอร์เฉพาะของโครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless) รวมถึงกระบวนการทํางานของกรมศุลกากร ความสัมพันธ์ของฐานข้อมูลต่างๆ และการพัฒนาชุดคําสั่ง API เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล
- Personnel: ต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ความชํานาญเฉพาะในระบบดังกล่าว เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
เกณฑ์การพิจารณา
หลักเกณฑ์การพิจารณา: หลักเกณฑ์ราคา (ราคาต่ำสุด) โดยจะพิจารณาจากราคารวมที่เสนอ
หมายเหตุ: มีการให้แต้มต่อสำหรับผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็น SMEs และผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย/นิติบุคคลไทย ตามเงื่อนไขที่กำหนดใน TOR
ข้อกำหนดทางเทคนิค
ระบบคอมพิวเตอร์ที่ต้องบํารุงรักษาประกอบด้วย Hardware และ Software ดังนี้:
- Hardware:
- เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย Web/Application Server: ยี่ห้อ Oracle รุ่น SPARC T8-2 Server (1 ชุด)
- เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย Database Server: ยี่ห้อ Oracle รุ่น SPARC T8-2 Server (1 ชุด)
- อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบภายนอก (External Storage): ยี่ห้อ NetApp รุ่น AFF A800 (1 ชุด)
- อุปกรณ์ SAN Switch: ยี่ห้อ Brocade รุ่น G610 Switch (2 ชุด)
- Software:
- ซอฟต์แวร์ Web/Application Server: ยี่ห้อ Oracle รุ่น WebLogic Server Enterprise Edition
- ซอฟต์แวร์ระบบฐานข้อมูล (Database): ยี่ห้อ Oracle รุ่น Database Enterprise Edition
- ระบบปฏิบัติการ: Unix
- Application Software: ซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะของโครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร
ระบบดังกล่าวติดตั้งอยู่ที่ศูนย์สารสนเทศด้านศุลกากร อาคารศุลกพิพัฒน์ 140 ปี ชั้น 3 และเชื่อมโยงกับระบบเครือข่ายหลักของกรมศุลกากร
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินค่าจ้าง (ราคากลาง): 972,866.66 บาท
- ระยะเวลาสัญญา: 2 เดือน (1 เมษายน - 31 พฤษภาคม 2569)
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 2 งวด
- งวดที่ 1 (50%): เมื่อปฏิบัติงานบํารุงรักษาเสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับจากเริ่มสัญญา (เมษายน 2569)
- งวดสุดท้าย (50%): เมื่อปฏิบัติงานบํารุงรักษาเสร็จสิ้นภายใน 31 วัน (พฤษภาคม 2569) และกรมตรวจรับมอบงานเรียบร้อย
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง วางในวันทําสัญญา
- ค่าปรับ: กรณีฝ่าฝืนสัญญานอกเหนือจากการจ้างช่วง จะถูกปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- การรับประกันงาน: ต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาสัญญา (61 วัน) และต้องรีบซ่อมแซมแก้ไขภายใน 1 วัน นับจากได้รับแจ้ง
- เงื่อนไขพิเศษ: การลงนามในสัญญาขึ้นอยู่กับการอนุมัติเงินจากงบประมาณค่าธรรมเนียมศุลกากร ปี 2569 หากไม่ได้รับการจัดสรรหรือจัดสรรไม่เพียงพอ กรมสามารถปรับลดระยะเวลาบํารุงรักษาและค่าจ้างตามส่วนหรือยกเลิกการประกวดราคาได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: ระบบ e-Office Paperless นี้พัฒนาบนเทคโนโลยีหลักใด?
A: ระบบพัฒนาบนเซิร์ฟเวอร์สถาปัตยกรรม RISC (Oracle SPARC T8-2) ใช้ระบบปฏิบัติการ Unix ฐานข้อมูล Oracle Database และแอปพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์ Oracle WebLogic รวมถึงรองรับการใช้ลายเซ็นดิจิทัล (Digital Signature) -
Q: การบำรุงรักษา Application Software ครอบคลุมถึงอะไรบ้าง?
A: ครอบคลุมการวิเคราะห์ พัฒนา ปรับปรุงเพิ่มเติม และแก้ไขข้อผิดพลาด (Bug Fix) ของซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะของโครงการฯ ตามความต้องการของผู้ใช้ (User Requirement) ของกรมศุลกากร -
Q: หากมีอุปกรณ์ Hardware ชำรุด ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการซ่อมแซม แก้ไข และ/หรือเปลี่ยนแทนอุปกรณ์ที่ชำรุด โดยรวมค่าใช้จ่ายสำหรับอะไหล่ (รวมแบตเตอรี่) ไว้ในราคาที่เสนอแล้ว -
Q: ขอบเขตการให้บริการ “ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่มีวันหยุด” หมายถึงอะไร?
A: หมายถึงผู้รับจ้างต้องพร้อมให้บริการสนับสนุนทางเทคนิค แก้ไขปัญหาด่วน (Emergency) ของระบบที่อยู่ในความรับผิดชอบได้ตลอดเวลา ไม่เว้นวันหยุดราชการหรือวันเสาร์-อาทิตย์ -
Q: Preventive Maintenance (PM) ต้องทำอะไรบ้างและบ่อยแค่ไหน?
A: รายละเอียดและแผนการทำ PM จะระบุในขอบเขตของงาน (TOR) โดยผู้รับจ้างต้องดำเนินการตามแผนที่กำหนดเพื่อตรวจสอบและป้องกันปัญหาก่อนเกิดเหตุ -
Q: ระบบนี้มีการเชื่อมโยงกับระบบอื่นของกรมศุลกากรหรือไม่?
A: ใช่ ระบบคอมพิวเตอร์ของโครงการนี้เชื่อมโยงกับระบบเครือข่ายหลักของกรมศุลกากรที่ติดตั้ง ณ ศูนย์สารสนเทศด้านศุลกากร และต้องเชื่อมโยงกับระบบตรวจสอบและพิสูจน์ตัวตน (Authentication) ของกรม -
Q: ผู้รับจ้างจำเป็นต้องมีความเข้าใจกระบวนการทำงานของกรมศุลกากรมากน้อยแค่ไหน?
A: สูงมาก เนื่องจากเป็นระบบเฉพาะ ผู้รับจ้างต้องมีความเข้าใจทั้งกระบวนการทำงาน (Process) ของกรมศุลกากร และกระบวนการทำงานของระบบงานที่พัฒนาขึ้นเป็นอย่างดี เพื่อการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ -
Q: กรณีต้องการพัฒนาหรือปรับปรุงระบบเพิ่มเติมนอกเหนือจากการบำรุงรักษาปกติ ควรทำอย่างไร?
A: สามารถดำเนินการได้ภายใต้ขอบเขตงานการบำรุงรักษาและพัฒนา Application Software ตามที่กรมศุลกากรร้องขอ หรืออาจต้องเป็นงานเพิ่มเติมตามที่ตกลงกันภายใต้สัญญา -
Q: ข้อมูลและเอกสารที่ได้จากการบำรุงรักษาเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร?
A: กรรมสิทธิ์ในข้อมูลสารสนเทศและเอกสารทั้งปวงที่เกิดจากการบำรุงรักษา เป็นของกรมศุลกากร -
Q: ผู้รับจ้างมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของข้อมูลอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement) และรักษาความลับของข้อมูลทั้งหมดของกรมศุลกากรตามที่กำหนดในสัญญา
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ร่างขอบเขตของงานจ้างบริการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ประมวลผล และระบบคอมพิวเตอร์ โครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless)
ร่างขอบเขตของงานจ้างบริการ บํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การประมวลผล และ ระบบคอมพิวเตอร์
โครงการพัฒนาระบบสารบรรณ
อิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร
(e-Office Paperless)
กรมศุลกากร
ศทส. 2569
ร่างขอบเขตของงานจ้างบริการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ประมวลผล และระบบคอมพิวเตอร์ โครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless)
สารบัญ
หัวข้อ
บทที่ 1 ข้อกําหนดและเงื่อนไขทั่วไป
1.1 เหตุผลและความจําเป็น 1.2 นิยาม
1.3 ข้อกําหนดและเงื่อนไขทั่วไป 1.4 คุณสมบัติผู้มีสิทธิเสนอราคา 1.5 คุณสมบัติของผู้รับจ้าง
1.6 หลักเกณฑ์การพิจารณา
1.7 กรรมสิทธิ์ของข้อมูลสารสนเทศและเอกสาร
บทที่ 2 รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของระบบคอมพิวเตอร์
2.1 รายการระบบคอมพิวเตอร์โครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless) (รหัสโครงการ 176)
2.2 รายการระบบงานของโครงการโครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless) (รหัสโครงการ 176)
2.3 สายสื่อสารภายในอาคาร (ถ้ามี)
2.4 ระบบไฟฟ้าภายในอาคาร (ถ้ามี)
บทที่ 3 การบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์
3.1 การบริหารและการสนับสนุน
3.2 การให้บริการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข 3.3 ขอบเขตการให้บริการบํารุงรักษา
3.4 การทํา Preventive Maintenance (PM)
3.5 การบริการตลอดอายุสัญญา
3.6 การบํารุงรักษาและพัฒนา Application Software
3.7 การบํารุงรักษา System and Environmental Software
3.8
การซ่อมแซม แก้ไข และ/หรือเปลี่ยนแทน และการปรับด้านบริการ
3.9 การทําสัญญาจ้างบริการบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์
3.10 กรรมสิทธิ์ของข้อมูลสารสนเทศและเอกสาร
บทที่ 4 สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์
ภาคผนวก ก. ข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement)
ม
หน้า
23457~
7
8
∞ ∞
8
11
23
24
25
25
25
25
25
27
2 2 2 2 2 2 2 ~ ~ ~ @ ¦ ¦ ≈ I
27
27
28
40
40
42
43
ศทส. 2569
ณัฐชนน
หน้า 1 จาก 46
Lord:
Th
ด.
ร่างขอบเขตของงานจ้างบริการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ประมวลผล และระบบคอมพิวเตอร์ โครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless)
1.1 เหตุผลและความจําเป็น
บทที่ 1
ข้อกําหนดและเงื่อนไขทั่วไป
ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) เดิมของกรมศุลกากร เป็นระบบงานที่กรมศุลกากรใช้ งานควบคู่กับการปฏิบัติงานสารบรรณแบบปกติทั่วไปตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี เริ่มใช้งานจนถึง ปัจจุบันเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปี เนื่องจากระบบเดิมยังมีการปฏิบัติงานธุรการ ไม่มีการปรับปรุงให้ ทันสมัยตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทําให้การการออกหนังสือราชการ รับส่งหนังสือราชการ มีความล่าช้า กระบวนงานซ้ําซ้อน การบริการผู้ประกอบการ ประชาชน มีความล่าช้า จึงมีความจําเป็นต้อง ทําการปรับปรุงระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ใหม่
โดยเทคโนโลยีในปัจจุบัน มีลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) สามารถเขียน Digital Signature ลงในเอกสารไฟล์ Doc, Pdf, etc ได้ สามารถตรวจสอบความถูกต้องหรือมีการแก้ไขหรือไม่ ซึ่ง มีหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานเริ่มนํามาใช้งาน เพื่อให้การปฏิบัติงานทางสารบรรณเกิดประสิทธิภาพ และประโยชน์สูงสุด ทั้งในส่วนราชการ เอกชนผู้ประกอบการ และประชาชน
กรมศุลกากร จึงจําเป็นต้องพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) ให้มีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น โดยรองรับการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลสารบรรณระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งสอดคล้องกับ นโยบายของรัฐบาลในการ ให้เกิดการบูรณาการและการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการ
พัฒนาระบบให้สอดรับกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยสามารถลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์จาก เครื่องคอมพิวเตอร์และจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น Tablet หรือ Smart Phone ได้ อันจะเป็นการอํานวย ความสะดวก ลดขั้นตอนลดเวลาในการปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) เป็นระบบงานโปรแกรมที่กรมศุลกากร มีความ จําเป็นต้องให้มีกระบวนการทํางาน ของระบบสอดคล้องกับระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสาร บรรณที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการปฏิบัติงานสารบรรณของ กระทรวงการคลัง ด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2553 และตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติว่า ด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 โดยสามารถรองรับการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลสารบรรณ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐได้ตามมาตรฐาน จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งต้องดําเนินการโดยผู้รับจ้างที่มี ประสบการณ์ทางด้านเทคนิคเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมถึงเป็นระบบที่สามารถใช้งานบนอุปกรณ์
เคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยโครงการดังกล่าวได้มีการติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย เพื่อรองรับการ ให้บริการแก่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดมีการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ในส่วนของ Hardware, System Software ตามที่กรม ศุลกากรกําหนด เป็นผู้ทําการประกอบและติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ต่าง ๆ ที่หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processor Unit) ซึ่งมีสถาปัตยกรรมตามที่กรมกําหนดหรือที่ใช้งานอยู่ ในปัจจุบัน (แบบ RISC) พร้อมทั้งติดตั้งระบบปฏิบัติการ (Operating System) ตามที่กรมกําหนดหรือที่ใช้ งานอยู่ในปัจจุบัน (Unix) และติดตั้ง Software ต่าง ๆ ที่ต้องมี อาทิ Database Software ตามที่กรม กําหนดหรือที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน (Oracle) Application Server Software, Web Server Software, Software โดยระบบคอมพิวเตอร์ดังกล่าวจะต้องเชื่อมโยงกับระบบเครือข่ายหลักของกรมศุลกากรที่ติดตั้ง ณ ศูนย์สารสนเทศด้านศุลกากร อาคารศุลกพิพัฒน์ 140 ปี ชั้น 3
ศทส. 2569
ๆ
Yuu
Horf. dr. P
หน้า 2 จาก 46
ร่างขอบเขตของงานจ้างบริการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ประมวลผล และระบบคอมพิวเตอร์
โครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless)
รวมถึงมีพัฒนาระบบงาน (Application Development) ให้แก่กรมศุลกากร และนําระบบงาน (Application) ดังกล่าวไป ติดตั้งบนระบบคอมพิวเตอร์ที่กรมกําหนดข้างต้น ในการพัฒนาระบบงานนั้น บริษัทต้องดําเนินการศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบและพัฒนาระบบงานให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้ (User Requirement) ของกรมศุลกากรโดยเฉพาะ ดังนั้นจึงจําเป็นต้องว่าจ้างบริษัทผู้ที่มีความรู้ ความสามารถและความเข้าใจ มีประสบการณ์ทั้งในด้านกระบวนการทํางาน (Process) ของกรมศุลกากร และกระบวนการทํางานของระบบงานที่บริษัทเป็นผู้พัฒนาขึ้นมาได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีการพัฒนาและ ปรับปรุงระบบให้เชื่อมโยงกับระบบที่ทําหน้าที่ในการตรวจสอบและพิสูจน์ตัวตนของผู้ที่มีสิทธิในการเข้าถึง
ระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร
และที่สําคัญอย่างยิ่งคือเป็นผู้ที่ทราบถึงความสัมพันธ์กันของฐานข้อมูล (Database) ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการทํางานของระบบงานทั้งที่อยู่ในระบบงานเดียวกันและหรือต่าง ระบบงานกันที่มีความเกี่ยวโยงสัมพันธ์กันได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้หากมีความจําเป็นที่จะต้องทําการเชื่อมโยง ข้อมูลระหว่างฐานข้อมูลต่าง ๆ ด้วยการพัฒนาชุดคําสั่งในลักษณะ API (Application Programming Interface) ซึ่งจะทําให้สามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วทั้งในกรณีที่ระบบงานมี ข้อขัดข้อง หรือ ผู้ใช้ (User) ต้องการให้มีการพัฒนาปรับปรุงแก้ไขระบบงานเพิ่มเติม ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้อง ดําเนินการติดตั้ง ปรับปรุงแก้ไขระบบงานที่สนับสนุนการทํางานของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรและรองรับการ ทํางานของระบบงานต่าง ๆ ของกรมศุลกากร
ๆ
เนื่องจากเป็นระบบเฉพาะที่ถูกพัฒนามาเพื่อใช้งานกับระบบงานของกรมศุลกากร การบํารุงรักษา จึงจําเป็นต้องใช้ผู้มีความรู้ความสามารถ มีความชํานาญเฉพาะในระบบดังกล่าว เพื่อให้ระบบดังกล่าว รองรับกับความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างทันท่วงที มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับกับปริมาณงานและ คุณภาพงานของกรมศุลกากร รวมถึงการรับส่งข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งใน ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตลอดจนการรับส่งข้อมูลระหว่างประเทศ ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่มี วันหยุด ซึ่งจะนําไปสู่การปฏิบัติงานและการให้บริการของกรมศุลกากรได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ ประสิทธิผลอย่างเต็มที่
1.2 นิยาม
ๆ
1.2.1 ระบบคอมพิวเตอร์ หมายถึง Hardware และ Software ที่กรมศุลกากร มีและใช้งานอยู่
ศทส. 2569
1.2.1.1 Hardware หมายถึง
1.2.1.1.1 เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทําหน้าที่เป็น Server และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ 1.2.1.1.2 เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์
1.2.1.1.3 ระบบเครือข่าย สายสื่อสาร และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ
1.2.1.1.4 ระบบไฟฟ้า สายไฟฟ้า และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ
1.2.1.1.5 ระบบรักษาความปลอดภัย (Security System) เช่น Firewall Appliance,
IDS/IDP, Anti-Virus Appliance, aunsa Caching Proxy a Web filtering เป็นต้น
1.2.1.1.6 ระบบเครือข่าย สายสื่อสาร และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ เช่น Router,
Switch เป็นต้น
1.2.1.1.7 ระบบไฟฟ้า สายไฟฟ้า และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ
1.2.1.1.8 ระบบสนับสนุน เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องสแกนเนอร์ เครื่องสํารองไฟ เป็นต้น 1.2.1.2 Software หมายถึง Software ต่าง ๆ เช่น Operating System, System Software, Microsoft Office, Anti Virus Software, Application Software, Utility, Driver,
หน้า 3 จาก 46
nisran
ร่างขอบเขตของงานจ้างบริการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ประมวลผล และระบบคอมพิวเตอร์ โครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless)
Package Software and System Configuration รวมถึง Software ต่าง ๆ ที่ใช้กับ Hardware ในข้อ 1.2.1.1
1.2.2 ผู้มีสิทธิ์เสนอราคา หมายถึง ผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อง 1.4
1.2.4
1.2.3 ผู้รับจ้าง หมายถึง บริษัทฯ ที่กรมศุลกากรได้ตกลงให้เป็นผู้รับจ้างในการบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล หมายถึง จังหวัดในประเทศไทย ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร, จังหวัดสมุทรสาคร, จังหวัดสมุทรปราการ, จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดปทุมธานี
1.3 เงื่อนไขทั่วไป
1.3.1 กรมฯ จะเซ็นสัญญาจัดจ้างได้ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติจากสํานักงบประมาณแล้วเท่านั้น
1.3.2
กรมฯ ได้ติดตั้ง Server ต่าง ๆ ที่ส่วนกลาง เพื่อควบคุมการปฏิบัติงานของระบบงานศุลกากรทุก ระบบ โดยเจ้าหน้าที่กรมฯ สามารถใช้ระบบงานต่าง ๆ ผ่าน Client (เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์และ เครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook) ที่ติดตั้งทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค โดยสามารถเชื่อมโยงกับ ฐานข้อมูลที่อยู่ที่ส่วนกลางในลักษณะ On-line Network เพื่อทําการรับ-ส่งข้อมูลข่าวสาร ทั้งภายในกรมฯ และหน่วยงานภายนอก (ผู้นําเข้า/ผู้ส่งออก/ตัวแทนออกของ บริษัทสายการบิน ตัวแทนเรือ ฯลฯ) ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมีความมั่นคงปลอดภัย โดยเน้นการ ให้บริการแบบครบวงจรทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทําให้ผู้นําเข้า/ผู้ส่งออก สามารถผ่านพิธี การชําระภาษีอากรและตรวจปล่อยสินค้า ตลอดจนขอคืนอากรที่หน่วยงานใดก็ได้ นอกจากนี้ เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์และเครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook ที่ติดตั้งตามจุดต่าง ๆ ดังกล่าว ยังสามารถใช้งานได้ในลักษณะ Standalone Workstation และเป็นลูกข่ายของ LAN เพื่อใช้กับ ระบบงานต่าง ๆ ภายในกรมฯ ได้ด้วย
ๆ
1.3.3 ราคาที่เสนอต้องเป็นราคารวมทั้งระบบโดยรวมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังนี้
1.3.3.1 ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ ค่าแรง และค่าอะไหล่ (รวมแบตเตอรี่)
1.3.3.2 ค่าภาษี
ๆ
1.3.3.3 ค่าอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องมี เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ทํางานได้อย่างสมบูรณ์
เต็มประสิทธิภาพ โดยกรมฯไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจากราคาที่เสนอมา
1.3.4 ระบบในภาพรวมที่กรมศุลกากรต้องการบํารุงรักษาในโครงการนี้ ประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ
1.3.4.1 รายการระบบคอมพิวเตอร์โครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร
(e-Office Paperless) (รหัสโครงการ 176) ประกอบด้วย
(1) เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย สําหรับหน้าที่ Web/Application Server ยี่ห้อ Oracle
รุ่น SPARC T8-2 Server จํานวน 1 ชุด
(2) เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย สําหรับทําหน้าที่ Database Server ยี่ห้อ Oracle รุ่น
SPARC T8-2 Server จํานวน 1 ชุด
(3) อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบภายนอก (External Storage) ยี่ห้อ NetApp รุ่น AFF
A800 จํานวน 1 ชุด
(4) อุปกรณ์ SAN Switch ยี่ห้อ Brocade รุ่น G610 Switch จํานวน 2 ชุด (5) ซอฟต์แวร์ Web/Application Server ยี่ห้อ Oracle รุ่น WebLogic Server
Enterprise Edition จํานวน 1 ชุด
(6) ซอฟต์แวร์ระบบฐานข้อมูล (Database) ยี่ห้อ Oracle รุ่น Database Enterprise
Edition จํานวน 1 ชุด
ศทส. 2569
Line: ryu
หน้า 4 จาก 46
1 7๑.
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
O (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
- สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล……… - บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล….
O (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด - สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…… - สําเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
ไฟล์ข้อมูล… - บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล…… บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) O ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไฟล์ข้อมูล……
๒. ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่เป็นนิติบุคคล
๓.
O (ก) บุคคลธรรมดา - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้นั้น
ไฟล์ข้อมูล……
O (ข) คณะบุคคล - สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน
- สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน
ไฟล์ข้อมูล……
ไฟล์ข้อมูล……..
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า - สําเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า
ไฟล์ข้อมูล…..
(ก) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นบุคคลธรรมดา - บุคคลสัญชาติไทย
สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
ไฟล์ข้อมูล
บุคคลที่มิใช่สัญชาติไทย
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์……………
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………..
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………..
….. ขนาดไฟล์
….. ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์
…..uunalw………
ขนาดไฟล์
ขนาดไฟล์…….
สําเนาหนังสือเดินทาง
ไฟล์ข้อมูล………..
…..vunalw…….. - ๒
O (ข) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นนิติบุคคล - ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล..
บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล…
บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…… - สํานาหนังสือบริคณห์สนธิ
- บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล……..
ไฟล์ข้อมูล..
บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
…..vunalw……..
ขนาดไฟล์…..
ขนาดไฟล์
……………….
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์…………..
ขนาดไฟล์……
มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ไฟล์……………..
ขนาดไฟล์………
๔. แบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินจัดซื้อ
จัดจ้างตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
ไฟล์ข้อมูล
ขนาดไฟล์…..
๕. แบบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (สําหรับส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/องค์การมหาชน/หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน) กรณีโครงการ จัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
0 5. อื่น ๆ (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล……
ไฟล์ข้อมูล…….
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์……..
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์…….
ข้าพเจ้าขอรับรองว่า เอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้ายื่นพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ…….
ผู้ยื่นข้อเสนอ
(…………….0
0
0
0
0
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑. แค็ตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ไฟล์ข้อมูล…..
ขนาดไฟล์…….
๒. สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล…
ขนาดไฟล์……
๓. สรุปรายละเอียดประกอบการอธิบายเอกสารตามที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้จัดส่งภายหลังวันเสนอ
ราคา เพื่อใช้ในประกอบการพิจารณา (ถ้ามี) ดังนี้
๓.๑
ไฟล์ข้อมูล
๓.๒ ……
ไฟล์ข้อมูล……
๔. อื่นๆ (ถ้ามี)
……….
ไฟล์ข้อมูล……
๔.๒……..
ไฟล์ข้อมูล……
๔.๓……….
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………………….
ขนาดไฟล์……………….
ขนาดไฟล์…..
ไฟล์ข้อมูล….
ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้าได้ยื่นมาพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ….
น
……………….
ขนาดไฟล์………………บทนิยาม
“ผลงาน” หมายความว่า ผลงานที่ใช้เทคนิคในการดําเนินการอย่างเดียวกันกับงานที่
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
และต้องคํานึงถึงมูลค่าของราคาค่างานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดําเนินการมาแล้ว
ซึ่งการจะเห็นถึงขีดความสามารถนี้ได้ก็ย่อมจะต้องเป็นการบริหารงานภายใต้การจ้างครั้งเดียวมิใช่การจ้าง
ในหลาย ๆ ครั้งมารวมกัน โดยผลงานที่นํามายื่นจึงต้องเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในสัญญาเดียวเท่านั้น
และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาที่ได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างดังกล่าว หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะต้องเป็น ผู้ออกหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างให้กับผู้ยื่นข้อเสนอ(สําเนา)
ประกาศกรมศุลกากร
เรื่อง ประกวดราคาจ้างบริการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การประมวลผลและ ระบบคอมพิวเตอร์ โครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless)
ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมศุลกากร มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างบริการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข
คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การประมวลผลและระบบคอมพิวเตอร์ โครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless) ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๙๗๒,๘๖๖.๖๖ บาท (เก้าแสน เจ็ดหมื่นสองพันแปดร้อยหกสิบหกบาทหกสิบหกสตางค์) จํานวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๑๓.๐๐ น. ถึง ๑๖.๐๐ น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่
ประกาศจนถึงวันเสนอราคา
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่
๙๒/๒๕๖๙ ลงวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ได้ ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.customs.go.th หรือ www.gprocurement.go. th หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข ๐๒-๖๖๗-๐๐๑๕
ประกาศ ณ วันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
ฐาปกรณ์ กันเกตุ (นายฐาปกรณ์ กันเกตุ)
ผู้อํานวยการส่วนบริหารการพัสดุ ปฏิบัติราชการแทน
สําเนาถูกต้อง
อนุสรณ์ ยิ่งสุขสมหวัง (นางสาวอนุสรณ์ ยิ่งสุขสมหวัง)
1
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวอนุสรณ์ ยิ่งสุขสมหวัง 1
อธิบดีกรมศุลกากร(สำเนา)
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่ ๙๒/๒๕๖๙
การจ้างบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การประมวลผลและระบบคอมพิวเตอร์ โครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless) ประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
ตามประกาศ กรมศุลกากร
ลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๙
กรมศุลกากร ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างบริการบำรุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การประมวลผลและระบบคอมพิวเตอร์ โครงการพัฒนาระบบ สารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงิน ทั้งสิ้น ๙๗๒,๘๖๖.๖๖ บาท (เก้าแสนเจ็ดหมื่นสองพันแปดร้อยหกสิบหกบาทหกสิบหกสตางค์) จ้างบริการบำรุง รักษาฯ เป็นระยะเวลา ๒ เดือน (ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙) ตามรายการ ดังนี้
จ้างบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซม
แก้ไขคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การ
ประมวลผลและระบบคอมพิวเตอร์
โครงการพัฒนาระบบสารบรรณ
อิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e
Office Paperless) ประจำ
ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ โครงการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๔๘๖,๔๓๓.๓๓ บาท (สี่แสนแปดหมื่นหกพันสี่ร้อยสามสิบสามบาทสามสิบสามสตางค์) และเป็นผล งานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กรม เชื่อถือ
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม
สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่
ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนถูกต้อง ตามข้อกำหนดในร่างขอบเขต ของงานของโครงการฯ
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง
ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๒) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๓) เอกสารอื่นๆ ตามข้อกำหนดในร่างขอบเขตของงานจ้างของโครงการฯ (๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย
ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๖๑ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๖๑ วัน นับถัด จากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๑๓.๐๐ น. ถึง ๑๖.๐๐ น. และเวลาในการเสนอ ราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม จะพิจารณา จาก ราคารวม
๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด
อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๕.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๕.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้
จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคาร (สาขาในกรุงเทพและปริมณฑลเท่านั้น) สั่งจ่ายให้แก่ กรม โดยเป็นเช็คหรือดราฟท์ ลงวันที่ที่ทำสัญญา หรือก่อนหน้านั้นไม่เกิน ๓ วันทำการของทางราชการ ทั้งนี้ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม จะต้องระบุสั่งจ่าย “กรมบัญชีกลางเพื่อรับเงินของหน่วยงานภาครัฐ ส่วนกลาง” เท่านั้น
๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๑) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๑) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๒ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานจ้าง บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การประมวลผลและระบบคอมพิวเตอร์ โครงการ พัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ประจำเดือนเมษายน ๒๕๖๙ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน
จ้างบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การประมวลผลและระบบคอมพิวเตอร์ โครงการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Office Paperless) ประจำปีงบประมาณ พ. ศ. ๒๕๖๙ ประจำเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๙ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๑ วัน และ กรม ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง และอัตราค่าปรับอื่น ๆ จะเป็นไปตามร่างขอบเขตของงานของ โครงการ
๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๖๑ วัน ตลอดระยะเวลาการจ้างงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดัง เดิมภายใน ๑ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง และจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่อง อื่นๆ ที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาตามที่กำหนดในร่างขอบเขตของงานของโครงการฯ โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซม แก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายในระยะเวลาตามที่กำหนดในร่างขอบเขตของงานของโครงการฯ นับตั้งแต่ที่ได้รับ แจ้งความชำรุดบกพร่อง และอื่นๆ ตามที่ระบุไว้ในร่างขอบเขตของงานของโครงการฯ ๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินค่าธรรมเนียมศุลกากร ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน ค่าธรรมเนียมศุลกากร ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น สำหรับกรณีที่ไม่ได้รับการจัดสรรเงินเพื่อการ ประกวดราคาฯ ในครั้งนี้ กรมสามารถยกเลิกการประกวดราคาฯ ได้ หรือกรณีที่กรมปรับลดวงเงินในการ ประกวดราคาฯ กรมสามารถต่อรองราคากับผู้ชนะการประกวดราคาฯ ต่อไป หรือกรณีที่กรมได้รับการจัดสรร เงินไม่เพียงพอ หรือดำเนินการอนุมัติจัดจ้างไม่ทัน หรืออื่น ๆ กรมสามารถปรับลดระยะเวลาการบำรุงรักษาฯ ได้ และอัตราค่าจ้างจะลดลงตามส่วน
๑๐.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม
ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๐.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง
ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
กรมศุลกากร
๔ มีนาคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
อนุสรณ์ ยิ่งสุขสมหวัง
(นางสาวอนุสรณ์ ยิ่งสุขสมหวัง)
1
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวอนุสรณ์ ยิ่งสุขสมหวัง 1