ประกวดราคาจ้างโครงการเตรียมความพร้อมการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
โครงการเตรียมความพร้อมการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จัดโดยสำนักพัฒนาเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ สายงานเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 มาตรา 47 ที่กำหนดให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษและกิจการที่เกี่ยวเนื่องในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษต้องส่งเงินบำรุงกองทุน โดยตามประกาศการส่งเงินบำรุงกองทุนฯ พ.ศ. 2568 ผู้มีหน้าที่ส่งเงินมีประมาณ 4,151 ราย แบ่งเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายและกิจการที่เกี่ยวเนื่อง 4,113 ราย และผู้พัฒนาเขตส่งเสริมฯ 38 ราย รวมถึงรายที่จะประกาศเพิ่มเติมในอนาคต
วัตถุประสงค์หลักคือการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถคัดกรองประเภทผู้ประกอบการ คำนวณอัตราเงินบำรุงกองทุนและค่าปรับอัตโนมัติ ติดตามสถานะการชำระเงิน แจ้งผลพิจารณา และส่งหนังสือแจ้งเตือนเรียกเก็บเงิน (ใบสั่ง) ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ พร้อมจัดสร้างฐานข้อมูลกลาง (Centralized Database) สำหรับรวบรวมข้อมูลการจัดเก็บเงินบำรุง ผู้พัฒนาเขตส่งเสริมฯ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ และผู้ประกอบการกิจการที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการและตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง
ขอบเขตงานสำคัญประกอบด้วยการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ EEC OSS ระบบบัญชีผู้ใช้งาน (User Management) และระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-payment) เพื่อลดความซับซ้อนของกระบวนงาน การนำระบบแจ้งเตือน (Notification) และหน้าจอสรุปผลบริหารจัดการ (Dashboard) มาใช้ติดตามสถานะการดำเนินงาน ลดความผิดพลาดและความล่าช้า สนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารภายใต้ข้อจำกัดด้านบุคลากร เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารงานกองทุนฯ และรองรับการบังคับใช้ประกาศการส่งเงินบำรุงกองทุนฯ พ.ศ. 2568 ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
English summary
This project, initiated by the Eastern Economic Corridor Office of Thailand (EECO), aims to develop an information technology system for collecting contributions to the Eastern Economic Corridor Development Fund. The system will screen operator types, automatically calculate contribution rates and penalties based on predefined rules, track payment status, notify results, and issue collection demand notices. It also includes building a centralized database covering approximately 4,151 obligated contributors (target industry operators, related businesses, and zone developers), integrating data with the EEC OSS, User Management, and E-payment systems, and providing notification features and an executive dashboard to enhance operational efficiency, reduce errors and delays, and support decision-making under staffing constraints — in preparation for enforcing the 2025 Announcement on Contributions to the EEC Development Fund.
- (TOR ไม่ได้ระบุสถานที่ดำเนินโครงการอย่างชัดเจน โดยเป็นโครงการพัฒนาระบบ IT ให้แก่ สกพอ. ซึ่งกลุ่มเป้าหมายอยู่ในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เช่น EECtp บ้านฉาง จังหวัดระยอง)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- จัดทำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถคัดกรองประเภทผู้ประกอบการ คำนวณอัตราเงินบำรุงกองทุนและค่าปรับ ติดตามสถานะการชำระเงิน และช่วยเจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
- จัดสร้างฐานข้อมูลกลาง (Centralized Database) สำหรับรวบรวมข้อมูลการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุน ผู้พัฒนาเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ และผู้ประกอบการกิจการที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการและตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง
- บูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบบริหารจัดการเงินบำรุงกองทุนฯ กับระบบ EEC OSS และระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-payment) เพื่อลดความซับซ้อนของกระบวนงานและเพิ่มความรวดเร็วในการบริการ
- ยกระดับมาตรฐานการบริหารงานกองทุนฯ โดยนำระบบแจ้งเตือน (Notification) และหน้าจอสรุปผลบริหารจัดการ (Dashboard) มาใช้ติดตามสถานะการดำเนินงาน ลดความผิดพลาด ความล่าช้า และสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารภายใต้ข้อจำกัดด้านบุคลากร
- เตรียมความพร้อมและรองรับการบังคับใช้ประกาศสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง การส่งเงินบำรุงกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2568 ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
ขอบเขตของงาน
- พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับบริหารจัดการการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
- ระบบคัดกรองประเภทผู้มีหน้าที่ส่งเงินบำรุงกองทุน (ผู้พัฒนาที่ดิน ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ และผู้ประกอบการกิจการที่เกี่ยวเนื่อง)
- ระบบคำนวณอัตราเงินบำรุงกองทุนและค่าปรับอัตโนมัติตามเงื่อนไข (Rule-based Calculation)
- ระบบติดตามสถานะการชำระเงินของผู้ประกอบการ
- ระบบแจ้งผลพิจารณาและส่งหนังสือแจ้งเตือนเรียกเก็บเงิน (ใบสั่ง) ให้แก่ผู้ประกอบการ
- จัดสร้างฐานข้อมูลกลาง (Centralized Database) รวบรวมข้อมูลการจัดเก็บเงินบำรุง ผู้พัฒนาเขตส่งเสริมฯ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ และผู้ประกอบการกิจการที่เกี่ยวเนื่อง รองรับผู้มีหน้าที่ส่งเงินประมาณ 4,151 ราย และรายที่ประกาศเพิ่มเติมในอนาคต
- บูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ EEC OSS, ระบบบัญชีผู้ใช้งาน (User Management) และระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-payment)
- พัฒนาระบบแจ้งเตือน (Notification) และหน้าจอสรุปผลบริหารจัดการ (Dashboard) สำหรับติดตามสถานะการดำเนินงานและสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศบริหารจัดการการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุนฯ (ครบวงจรตามขอบเขตงาน)
- ฐานข้อมูลกลาง (Centralized Database) สำหรับข้อมูลผู้มีหน้าที่ส่งเงินบำรุงกองทุนและประวัติการจัดเก็บ
- งานเชื่อมโยงระบบ (System Integration) กับ EEC OSS, User Management และ E-payment
- โมดูลคำนวณอัตราเงินบำรุงและค่าปรับอัตโนมัติ (Rule-based Calculation)
- ระบบแจ้งเตือน (Notification) และการส่งหนังสือแจ้งเตือนเรียกเก็บเงิน (ใบสั่ง)
- หน้าจอสรุปผลบริหารจัดการ (Dashboard) สำหรับผู้บริหาร
(หมายเหตุ: รายละเอียดผลส่งมอบเพิ่มเติม เช่น เอกสารประกอบโครงการ ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสาร TOR ที่ให้มา)
ระยะเวลาดำเนินการ
- (ไม่ได้ระบุระยะเวลาโครงการ วันเริ่มต้น หรือกำหนดส่งมอบไว้ในเอกสาร TOR ที่ให้มา)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- มีความสามารถตามกฎหมาย ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่อยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ และไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ (รวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจดำเนินการ)
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด
- เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือกระทำการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย (เว้นแต่ได้สละสิทธิและความคุ้มกัน)
- ลงทะเบียนข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance: ไม่ได้ระบุข้อกำหนด ISO หรือมาตรฐานสากลอื่นในเอกสารที่ให้มา
- Experience:
- ต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศที่มีลักษณะเป็นระบบบริหารจัดการข้อมูลเชิงโครงสร้าง (Structured Data Management) ที่มีโมดูลการประมวลผลการคำนวณตามเงื่อนไข (Rule-based Calculation)
- ผลงานต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น แล้วเสร็จตามสัญญา ส่งมอบถูกต้องครบถ้วน และตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
- ต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชนที่ สกพอ. เชื่อถือ
- ต้องยื่นสำเนาสัญญาหรือหลักฐานแห่งข้อผูกพัน และสำเนาหนังสือรับรองผลงาน ลงลายมือชื่อผู้รับรองพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) พร้อมการยื่นข้อเสนอ
- Previous Project Cost: ผลงานอ้างอิงต้องมีมูลค่าสัญญาไม่น้อยกว่า 2,100,000.00 บาท (สองล้านหนึ่งแสนบาทถ้วน)
- Technical Capabilities: ความสามารถในการพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลเชิงโครงสร้าง (Structured Data Management) พร้อมโมดูล Rule-based Calculation ตามผลงานที่กำหนด
- Personnel: ไม่ได้ระบุข้อกำหนดด้านบุคลากร (วุฒิการศึกษา/ใบรับรอง/จำนวน) ในเอกสารที่ให้มา
- เงื่อนไขทางการเงิน (Financial Requirements):
- นิติบุคคลจดทะเบียนเกิน 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิหักหนี้สินสุทธิ) เป็นบวก จากงบแสดงฐานะการเงินที่ตรวจรับรองแล้ว 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
- นิติบุคคลที่ยังไม่มีการรายงานงบการเงิน: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ณ วันยื่นข้อเสนอ
- บุคคลธรรมดา (วงเงินเกิน 500,000 บาท): ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ) และต้องแสดงอีกครั้งในวันลงนามสัญญาหากได้รับคัดเลือก
- กรณีมูลค่าสุทธิ/ทุนจดทะเบียนไม่เพียงพอ: สามารถใช้วงเงินสินเชื่อจากธนาคารหรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต จำนวน 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (หนังสือรับรองวงเงินไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นข้อเสนอ)
- เงื่อนไขกิจการร่วมค้า (Joint Venture):
- หากกำหนดผู้เข้าร่วมค้าหลัก ต้องกำหนดสัดส่วนหน้าที่/ปริมาณงาน/มูลค่าของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย และต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียว
- หากไม่กำหนดผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไข
เกณฑ์การพิจารณา
ไม่ได้ระบุวิธีการพิจารณา/ประเมินราคาไว้อย่างชัดเจนในเอกสาร TOR ที่ให้มา (เอกสารถูกตัดตอนสิ้นสุดที่หัวข้อคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ ข้อ 4.13.5) — โดยโครงการใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผ่านระบบ e-GP ตามที่ปรากฏในเงื่อนไขคุณสมบัติ
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- สถาปัตยกรรมระบบต้องเป็นระบบบริหารจัดการข้อมูลเชิงโครงสร้าง (Structured Data Management)
- ต้องมีโมดูลการประมวลผลการคำนวณตามเงื่อนไข (Rule-based Calculation) สำหรับคำนวณอัตราเงินบำรุงกองทุนและค่าปรับอัตโนมัติ
- รองรับการคัดกรองประเภทผู้มีหน้าที่ส่งเงินบำรุงกองทุนอัตโนมัติ
- รองรับผู้มีหน้าที่ส่งเงินบำรุงประมาณ 4,151 ราย (ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายและกิจการที่เกี่ยวเนื่อง 4,113 ราย และผู้พัฒนาเขตส่งเสริมฯ 38 ราย) พร้อมรองรับรายใหม่ที่ประกาศเพิ่มเติมในอนาคต
- ต้องเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ EEC OSS, ระบบบัญชีผู้ใช้งาน (User Management) และระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-payment)
- มีระบบแจ้งเตือน (Notification) แจ้งผลพิจารณา และส่งหนังสือแจ้งเตือนเรียกเก็บเงิน (ใบสั่ง)
- มีหน้าจอสรุปผลบริหารจัดการ (Dashboard) สำหรับติดตามสถานะการดำเนินงานและสนับสนุนการตัดสินใจ
- จัดสร้างฐานข้อมูลกลาง (Centralized Database) สำหรับเก็บข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง
เงื่อนไขสัญญา
ไม่ได้ระบุเงื่อนไขสัญญา แผนการชำระเงิน หรือบทลงโทษไว้ในเอกสาร TOR ที่ให้มา (เอกสารถูกตัดตอนก่อนถึงหัวข้อดังกล่าว)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
ระบบที่ต้องพัฒนาต้องเชื่อมโยงกับระบบใดบ้าง?
ต้องบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลกับ 3 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบ EEC OSS, ระบบบัญชีผู้ใช้งาน (User Management) และระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-payment) -
ระบบต้องรองรับผู้มีหน้าที่ส่งเงินบำรุงกองทุนจำนวนเท่าใด?
ประมาณ 4,151 ราย แบ่งเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายและกิจการที่เกี่ยวเนื่อง 4,113 ราย และผู้พัฒนาเขตส่งเสริมฯ 38 ราย รวมถึงต้องรองรับรายที่จะประกาศเพิ่มเติมในอนาคต -
ฟังก์ชันการคำนวณของระบบมีอะไรบ้าง?
ระบบต้องคัดกรองประเภทผู้มีหน้าที่ส่งเงินอัตโนมัติ และคำนวณอัตราเงินบำรุงกองทุนรวมถึงค่าปรับตามเงื่อนไขที่กำหนด (Rule-based Calculation) เพื่อลดความผิดพลาดจากการคำนวณด้วยมือ -
ระบบต้องรองรับการแจ้งเตือนและเรียกเก็บเงินอย่างไร?
ระบบต้องแจ้งผลพิจารณาให้ผู้ประกอบการทราบ ติดตามสถานะการชำระเงิน และส่งหนังสือแจ้งเตือนเรียกเก็บเงิน (ใบสั่ง) ให้แก่ผู้ประกอบการได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ -
Dashboard ของระบบใช้เพื่ออะไร?
เป็นหน้าจอสรุปผลบริหารจัดการสำหรับติดตามสถานะการดำเนินงาน ลดความผิดพลาดและความล่าช้า และสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารภายใต้ข้อจำกัดด้านบุคลากร -
ฐานข้อมูลกลางต้องเก็บข้อมูลใดบ้าง?
ข้อมูลการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุน ข้อมูลผู้พัฒนาเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ และผู้ประกอบการกิจการที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อใช้บริหารจัดการและตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง -
ผลงานอ้างอิงที่ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีเป็นลักษณะอย่างไร?
ต้องเป็นผลงานพัฒนาระบบสารสนเทศลักษณะ Structured Data Management ที่มีโมดูล Rule-based Calculation มูลค่าสัญญาไม่น้อยกว่า 2,100,000 บาท ในสัญญาเดียว แล้วเสร็จและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว -
โครงการนี้เกี่ยวข้องกับกฎหมายใด?
พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 (มาตรา 47, 61 และ 62) และประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง การส่งเงินบำรุงกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2568 -
เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษที่ครอบคลุมในกลุ่มเป้าหมายมีกี่แห่ง?
เขตส่งเสริมฯ เพื่อกิจการพิเศษ 1 แห่ง (EECtp ศูนย์นวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงบ้านฉาง จังหวัดระยอง) และเขตส่งเสริมฯ เพื่อกิจการอุตสาหกรรม 37 แห่ง (นิคมอุตสาหกรรม 28 แห่ง รออนุมัติเพิ่ม 4 แห่ง และรูปแบบผู้ประกอบกิจการเฉพาะราย 2 แห่ง รออนุมัติเพิ่ม 3 แห่ง) -
กรณียื่นข้อเสนอแบบกิจการร่วมค้า ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขใด?
หากมีผู้เข้าร่วมค้าหลัก ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียว และสัดส่วนงาน/มูลค่าของผู้เข้าร่วมค้าหลักต้องมากกว่ารายอื่นทุกราย หากไม่กำหนดผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนด
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
EECO
สํานักงานคณะกรรมการนโยบาย เบาพิกา วันbon
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
ชื่อโครงการ : โครงการเตรียมความพร้อมการจัดเก็บเงินบํารุงกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษ
ภาคตะวันออก
โดย : สํานักพัฒนาเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ สายงานเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ
สํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)
- ความเป็นมา
ด้วยพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 (พ.ร.บ. อีอีซี) มาตรา 47
กําหนดให้คณะกรรมการนโยบายมีอํานาจกําหนดให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษและกิจการที่ เกี่ยวเนื่องในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ต้องส่งเงินบํารุงกองทุนตามอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ สํานักงานประกาศกําหนด โดยตามมาตรา 61 ได้กําหนดให้จัดตั้ง “กองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาค ตะวันออก” ขึ้น เพื่อทําหน้าที่เป็นทุนสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ ชุมชน และประชาชนที่อยู่ภายในหรือได้รับ ผลกระทบจากการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และตามมาตรา 62 กําหนดให้เงินบํารุงตาม มาตรา 47 เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสําคัญของรายได้กองทุน
ตามประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง การส่งเงินบํารุงกองทุน พัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2568 ได้กําหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบกิจการเริ่มส่งเงินบํารุง กองทุนในปีที่สาม นับถัดจากประกาศราชกิจจานุเบกษา โดยมีผู้ที่มีหน้าที่ต้องส่งเงินบํารุงกองทุน ประกอบด้วย ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายและผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวเนื่องในเขตส่งเสริมฯ ประมาณ 4,113 ราย และกลุ่มผู้พัฒนาเขตส่งเสริมฯ อีกจํานวน 38 ราย รวมทั้งสิ้นประมาณ 4,151 ราย รวมถึงเขต ส่งเสริมฯ ที่จะมีการประกาศกําหนดเพิ่มเติมในอนาคต
ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการงานธุรการและการจัดเก็บเงินบํารุง กองทุนฯ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สก พอ.) จึงมีความจําเป็นต้องพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ EEC OSS, ระบบบัญชีผู้ใช้งาน (User Management) และระบบชําระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-payment) รวมถึง เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยเจ้าหน้าที่ในการคัดกรองประเภทผู้มีหน้าที่ส่งเงิน คํานวณอัตราเงินบํารุงและค่าปรับ
อัตโนมัติ ติดตามสถานะการชําระเงิน การแจ้งผลพิจารณา และการส่งหนังสือแจ้งเตือนเรียกเก็บเงิน (ใบสั่ง) ให้แก่ผู้ประกอบการได้อย่างถูกต้องและแม่นยํา เพื่อลดความผิดพลาดและความล่าช้าในการดําเนินงาน ภายใต้ข้อจํากัดด้านบุคลากร และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารงานกองทุนฯ ต่อไป
EECO
สํานักงานคณะกรรมการนโยบาย
เสนาพิเศษภาคตะวัน
2 - วัตถุประสงค์
- เพื่อจัดทําระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถคัดกรองประเภทผู้ประกอบการ คํานวณอัตรา เงินบํารุงกองทุนและค่าปรับ ติดตามสถานะการชําระเงิน และช่วยเจ้าหน้าที่ดําเนินการจัดเก็บเงินเข้า กองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
- เพื่อจัดสร้างฐานข้อมูลกลาง (Centralized Database) สําหรับรวบรวมข้อมูลการจัดเก็บเงิน บํารุงทองทุน ผู้พัฒนาเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ และ ผู้ประกอบการกิจการที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการและตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง
- เพื่อบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบบริหารจัดการเงินบํารุงกองทุนฯ กับระบบงาน อื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ระบบ EEC OSS และระบบการชําระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-payment) เพื่อลดความ ซับซ้อนของกระบวนงานและเพิ่มความรวดเร็วในการบริการ
- เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารงานกองทุนฯ โดยการนําระบบแจ้งเตือน (Notification) และ หน้าจอสรุปผลบริหารจัดการ (Dashboard) มาใช้ในการติดตามสถานะการดําเนินงาน ช่วยลดความ ผิดพลาด ความล่าช้า และสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารภายใต้ข้อจํากัดด้านบุคลากร
- เพื่อเตรียมความพร้อมและรองรับการบังคับใช้ประกาศสํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขต พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง การส่งเงินบํารุงกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2568 ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
- กลุ่มเป้าหมาย
3.1. ผู้พัฒนาที่ดิน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ และผู้ประกอบการกิจการที่ เกี่ยวเนื่อง ตามที่กําหนดในมาตรา 47 แห่งพรบ.อีอีซี และรายชื่อตามที่ สกพอ. ประกาศกําหนด ซึ่งประกอบกิจการก่อนประกาศสํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง
บ
การส่งเงินบํารุงกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ ได้แก่
3.1.1 เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษ จํานวน 1 แห่ง ได้แก่ เขตส่งเสริม เศรษฐกิจพิเศษ : ศูนย์นวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงบ้านฉาง จังหวัดระยอง (EECtp)
3.1.2 เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการอุตสาหกรรม จํานวน 37 แห่ง ประกอบด้วย เขตส่งเสริมฯ รูปแบบนิคมอุตสาหกรรม 28 แห่ง และรอการอนุมัติเพิ่มเติม 4 แห่ง รวมถึงเขตส่งเสริม เศรษฐกิจพิเศษรูปแบบผู้ประกอบกิจการเฉพาะราย ด้าน จํานวน 2 แห่ง และรอการอนุมัติเพิ่มเติม 3 แห่ง
3.2 ผู้พัฒนาที่ดิน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ และผู้ประกอบการกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ตามที่กําหนดในมาตรา 47 แห่งพรบ. อีอีซี และรายชื่อตามที่ สกพอ. ประกาศกําหนด เพิ่มเติมหลังจาก ประกาศสํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง การส่งเงินบํารุงกองทุน พัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้
EECO
สํานักงานคณะกรรมการนโยบาย
เอา ภาค on
3 - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
4.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 4.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
4.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
4.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราวเนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ
ของกรมบัญชีกลาง
4.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 4.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
4.7 เป็นนิติบุคคลผู้ที่มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
4.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สํานักงาน คณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ณ วันประกาศประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
4.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ
ผู้เสนอราคาได้มีคําสั่งให้สละสิทธิและความคุ้มกันเช่นว่านั้น
4.10 ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศที่มีลักษณะเป็น ระบบบริหารจัดการ ข้อมูลเชิงโครงสร้าง (Structured Data Management) ที่มีโมดูลการประมวลผลการคํานวณตามเงื่อนไข (Rule-based Calculation) ในวงเงินสัญญาไม่น้อยกว่า 2,100,000.00 บาท (สองล้านหนึ่งแสนบาทถ้วน) และผลงานดังกล่าวของผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นผลงานที่แล้วเสร็จ ตามสัญญา ส่งมอบถูกต้องครบถ้วนและได้มีการตรวจรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ ส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือ ภาคเอกชนที่ สกพอ. เชื่อถือ พร้อมยื่นสําเนาสัญญาหรือหลักฐานแห่งข้อผูกพัน และสําเนาหนังสือรับรอง ของผลงานดังกล่าว ลงลายมือรับรองสําเนาถูกต้อง และประทับตรา (ถ้ามี) พร้อมกับการยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้ สกพอ. ขอสงวนสิทธิที่จะตรวจสอบวินิจฉัยตามที่ สกพอ. เห็นว่าเหมาะสม
4.11 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
4.11.1 การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
EECO
สํานักงานคณะกรรมการนโยบาย พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
4
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลง
ฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
4.11.2 กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ
ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วม ค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
4.11.3 การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
- กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น
ข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า - การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ 1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
4.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
4.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
4.13.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อน วันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะ การเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคล ที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน มกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
4.13.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 1 ล้านบาท
EECO
สํานักงานคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวัน๐๐ถ
5
4.13.3 สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
4.13.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และ ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงาน ใหญ่รับรอง หรือที่ สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้อื่น ข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน 90 วัน
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคาร
ภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อ บริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ํา ประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้น
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงาน สาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่
เกิน 90 วัน
4.13.5 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 4.13.2 ข้อ 4.13.3 และข้อ 4.13.4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศ และเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่า