ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานปรับปรุงผิวจราจรบริเวณอ่างเก็บน้ำหนองสิ ด้วยพาราแอสฟัสต์คอนกรีต ตำบลสิ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ระยะทาง ๐.๘๘๕ กิโลเมตร
โครงการจัดซื้อหินย่อยเบอร์ ๑ และทรายหยาบ จำนวน 2 รายการ นี้ เกิดขึ้นจากความต้องการบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้งในพื้นที่ตำบลรังแร้ง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ตามที่กำนันตำบลรังแร้งได้ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านผึ้ง หมู่ที่ ๒ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภคและการเกษตร
วัตถุประสงค์หลักของโครงการ ได้แก่ การเก็บกักน้ำให้มีประสิทธิภาพ การมีน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูกและการอุปโภค-บริโภค ตลอดจนการป้องกันภัยแล้งและบรรเทาปัญหาอุทกภัย โดยมีวงเงินงบประมาณ 2,823,090.00 บาท
ขอบเขตของงานคือการจัดหาและส่งมอบวัสดุก่อสร้าง 2 รายการ ประกอบด้วย หินย่อยเบอร์ ๑ สำหรับใช้ผสมคอนกรีต จำนวน 297 ลูกบาศก์เมตร และทรายหยาบ จำนวน 5,448 ลูกบาศก์เมตร โดยวัสดุทุกรายการต้องมีคุณภาพตรงตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของกรมชลประทาน ทั้งด้านความแข็งทนทาน ค่าความสูญเสียจากการขัดสี (Los Angeles Abrasion) ค่าความละเอียด (Fineness Modulus) และความบริสุทธิ์ของวัสดุ
ผู้ชนะการประกวดราคาต้องส่งมอบพัสดุ ณ สถานที่ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านผึ้ง หมู่ที่ ๒ โครงการชลประทานศรีสะเกษ ภายในระยะเวลาที่กำหนดนับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และจะได้รับชำระเงินเมื่อส่งมอบสิ่งของครบถ้วนและผ่านการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว การจัดซื้อครั้งนี้ใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผ่านระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง โดยพิจารณาผู้ชนะด้วยหลักเกณฑ์ราคา
English summary
This project involves the procurement of construction materials through electronic bidding (e-bidding) for two items: Crushed Stone No. 1 for concrete mixing, totaling 297 cubic meters, and Coarse Sand totaling 5,448 cubic meters, with a budget of 2,823,090.00 Baht. The materials will be used for the construction of an electric water pumping station with water distribution system at Ban Phueng Village No. 2, Sisaket Irrigation Project, Rang Raeng Subdistrict, Uthumphon Phisai District, Sisaket Province. The project aims to address drought conditions and water shortages for consumption and agriculture in the area. The winning bidder must deliver all materials to the construction site within the specified timeframe, ensuring compliance with the Royal Irrigation Department’s technical specifications regarding material quality, durability, and grading standards.
งานสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านผึ้ง หมู่ที่ ๒ โครงการชลประทานศรีสะเกษ ตำบลรังแร้ง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้สามารถเก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อมีน้ำเพียงพอกับการเพาะปลูก และการอุปโภค-บริโภค
- เพื่อป้องกันภัยแล้ง และบรรเทาปัญหาอุทกภัย
ขอบเขตของงาน
- จัดหาและส่งมอบหินย่อยเบอร์ ๑ สำหรับใช้งานผสมคอนกรีต จำนวน 297 ลูกบาศก์เมตร โดยต้องมีคุณภาพตรงตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของกรมชลประทาน
- จัดหาและส่งมอบทรายหยาบ (ทรายน้ำจืด) สำหรับใช้ผสมคอนกรีต จำนวน 5,448 ลูกบาศก์เมตร โดยต้องมีคุณภาพตรงตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของกรมชลประทาน
- ส่งมอบพัสดุ ณ งานสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านผึ้ง หมู่ที่ ๒ โครงการชลประทานศรีสะเกษ ตำบลรังแร้ง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
- จัดทำใบแจ้งรายละเอียดพัสดุแต่ละรายการตามแบบที่กำหนด แนบในรูปแบบ PDF File พร้อมกับการยื่นข้อเสนอทางระบบ e-GP
- จัดทำแผนการทำงานส่งภายใน 15 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา (ยกเว้นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน 90 วัน หรือส่งงานงวดเดียว หรือวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- หินย่อย เบอร์ ๑ (ใช้งานผสมคอนกรีต) จำนวน 297 ลูกบาศก์เมตร
- ทรายหยาบ จำนวน 5,448 ลูกบาศก์เมตร
- ใบแจ้งรายละเอียดพัสดุแต่ละรายการ (PDF File) แนบพร้อมการยื่นข้อเสนอ
- แผนการทำงาน (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาส่งมอบพัสดุ: 50 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ส่งมอบพัสดุ (ตามหัวข้อ ๔ ของ TOR)
- ตามเงื่อนไขเฉพาะ (ข้อ ๓.๓): ส่งมอบภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
- จัดทำแผนการทำงาน: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- ลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือไม่เป็นผู้กระทำการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย (เว้นแต่ได้สละเอกสิทธิ์)
- Standards Compliance: ไม่ระบุ
- Experience: ไม่ระบุ
- Previous Project Cost: ไม่ระบุ
- Technical Capabilities: ต้องสามารถจัดหาและขนส่งวัสดุ (หินย่อยและทรายหยาบ) ที่มีคุณภาพตรงตามข้อกำหนดของกรมชลประทานไปยังสถานที่ก่อสร้าง
- Personnel: ไม่ระบุ
- ความมั่นคงทางการเงิน (Financial Requirements):
- นิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก จากงบแสดงฐานะการเงินที่ตรวจรับรองแล้ว 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
- นิติบุคคลที่ยังไม่มีการรายงานงบการเงิน: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว ณ วันยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
- บุคคลธรรมดา: ต้องมีหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยมีเงินฝากคงเหลือเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (ประมาณ 705,772.50 บาท) และต้องแสดงอีกครั้งในวันลงนามสัญญา
- กรณีไม่มีมูลค่าสุทธิเพียงพอ: สามารถใช้วงเงินสินเชื่อจากธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต จำนวน 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ โดยหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อต้องออกไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นข้อเสนอ
- กิจการร่วมค้า (Joint Venture): หากยื่นข้อเสนอในรูปแบบกิจการร่วมค้า ต้องกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้เข้าร่วมค้าหลักให้มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย หรือหากไม่กำหนดผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน
เกณฑ์การพิจารณา
- ใช้หลักเกณฑ์ราคา (Price-based evaluation) ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
- กรมชลประทานจะพิจารณาตัดสินจากราคารวมของผู้ยื่นข้อเสนอผ่านระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นใบแจ้งรายละเอียดพัสดุแต่ละรายการครบถ้วนทุกช่อง แนบในรูปแบบ PDF File พร้อมกับการยื่นข้อเสนอ หากไม่ยื่นมาพร้อมกัน กรมชลประทานจะไม่พิจารณาราคา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
หินย่อย เบอร์ ๑ (ใช้งานผสมคอนกรีต):
- ลักษณะทั่วไป: เป็นหินที่มีลักษณะเหลี่ยมค่อนข้างกลม มีส่วนแบนเรียวน้อย ต้องเป็นหินที่แข็งทนทาน ไม่ผุกร่อน และสะอาด
- คุณภาพ:
- ส่วนสูญหายเนื่องจากการขัดสีโดยเครื่อง Los Angeles ไม่มากกว่า 50%
- ฝุ่นผ่านตะแกรงเบอร์ 200 ไม่มากกว่า 5.0%
- วัสดุอ่อนมาก เช่น ก้อนดิน ไม่มากว่า 5.0%
- ขนาด: เป็นหินที่มีขนาดใหญ่สุด ยอมให้ส่วนโตสุดลอดตะแกรงได้ไม่เกิน 90% และมีขนาดเล็กลดหลั่นลงไปจนถึงหินที่มีขนาดเล็กสุดเท่ากับตะแกรงเบอร์ 4 ยอมให้มีส่วนลอยตะแกรงเบอร์ 4 ได้ไม่เกิน 5%
ทรายหยาบ (ใช้ผสมคอนกรีต):
- ลักษณะทั่วไป: ต้องเป็นทรายน้ำจืดที่หยาบ มีลักษณะเมล็ดแกร่ง คมเป็นแง่ สะอาด และปราศจากสารอินทรีย์หรือวัตถุอื่นจือปน
- คุณภาพ:
- ค่าพิกัดความละเอียด (Fineness Modulus) ต้องไม่น้อยกว่า 2.2
- ตะกอนทรายผ่านตะแกรงเบอร์ 200 ต้องไม่มากกว่าค่าที่กำหนด
- ความไม่บริสุทธิ์ (Organic Impurities) เมื่อตรวจด้วยน้ำยา NaOH ต้องได้สีไม่แก่กว่าสีมาตรฐาน No.3
- ขนาด (Grading): ทรายน้ำจืดต้องมีขนาดตั้งแต่ 3/16" ลดหลั่นลงไป ยอมให้มีส่วนโตกว่า 3/16" ได้ไม่เกิน 5% และมีส่วนละเอียดที่สุดผ่านตะแกรงเบอร์ 100 ได้ไม่เกิน 90%
เอกสารประกอบ: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องระบุแหล่งที่มาของวัสดุ (ตำบล จังหวัด) ระยะทางขนส่งเที่ยวเดียว และหนังสือรับรอง MiT (ถ้ามี) ในใบแจ้งรายละเอียดพัสดุ
เงื่อนไขสัญญา
- การชำระเงิน: กรมชลประทานจะจ่ายค่าสิ่งของ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวง) ให้แก่ผู้ขาย เมื่อส่งมอบสิ่งของครบถ้วนตามสัญญา และกรมได้ตรวจรับมอบสิ่งของเรียบร้อยแล้ว
- อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.20 ต่อวัน ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบ กรณีส่งมอบล่าช้า
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ผู้ขายต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของสิ่งของที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด (ระบุในเอกสารประกวดราคา) นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบสิ่งของ โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดังเดิมภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
- แผนการทำงาน: ต้องจัดทำแผนการทำงานส่งภายใน 15 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา (ยกเว้นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน 90 วัน หรือส่งงานงวดเดียว หรือวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท)
- การโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน: ทำได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามคำสั่งกรมชลประทานที่ 98/2562 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2562
- หลักประกัน: สามารถใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกันได้ ตามแนวทางที่กรมกำหนด (บันทึกกองการเงินและบัญชี ที่ กงบ.1430/2558)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คำถาม: พัสดุที่ต้องจัดซื้อมีกี่รายการ และปริมาณเท่าใด?
ตอบ: มี 2 รายการ ได้แก่ หินย่อยเบอร์ ๑ จำนวน 297 ลูกบาศก์เมตร และทรายหยาบ จำนวน 5,448 ลูกบาศก์เมตร -
คำถาม: ต้องส่งมอบพัสดุที่ไหน?
ตอบ: ส่งมอบ ณ งานสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านผึ้ง หมู่ที่ ๒ โครงการชลประทานศรีสะเกษ ตำบลรังแร้ง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ -
คำถาม: หินย่อยเบอร์ ๑ ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
ตอบ: ต้องเป็นหินเหลี่ยมค่อนข้างกลม แข็งทนทาน ไม่ผุกร่อน สะอาด มีค่าสูญหายจากการขัดสี Los Angeles ไม่เกิน 50% ฝุ่นผ่านตะแกรงเบอร์ 200 ไม่เกิน 5.0% และวัสดุอ่อนไม่เกิน 5.0% -
คำถาม: ทรายหยาบที่ใช้ต้องเป็นทรายชนิดใด?
ตอบ: ต้องเป็นทรายน้ำจืดที่หยาบ เมล็ดแกร่ง คมเป็นแง่ สะอาด ปราศจากสารอินทรีย์ มีค่า Fineness Modulus ไม่น้อยกว่า 2.2 และความไม่บริสุทธิ์ต้องไม่แก่กว่าสีมาตรฐาน No.3 -
คำถาม: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแนบเอกสารใดบ้างพร้อมการยื่นราคา?
ตอบ: ต้องจัดทำใบแจ้งรายละเอียดพัสดุแต่ละรายการตามแบบที่กำหนดให้ครบถ้วนทุกช่อง แนบในรูปแบบ PDF File พร้อมกับการยื่นข้อเสนอทางระบบ e-GP หากไม่ยื่น กรมจะไม่พิจารณาราคา -
คำถาม: บุคคลธรรมดาที่จะยื่นข้อเสนอต้องมีเงินฝากเท่าไร?
ตอบ: ต้องมีหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยมีเงินฝากคงเหลือเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (ประมาณ 705,772.50 บาท) และต้องแสดงอีกครั้งในวันลงนามสัญญา -
คำถาม: หากส่งมอบพัสดุล่าช้า มีอัตราค่าปรับเท่าไร?
ตอบ: คิดในอัตราร้อยละ 0.20 ต่อวัน ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบ -
คำถาม: กรณีพัสดุชำรุดบกพร่อง ผู้ขายต้องดำเนินการอย่างไร?
ตอบ: ผู้ขายต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา และต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดังเดิมภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง -
คำถาม: กิจการร่วมค้าสามารถยื่นข้อเสนอได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ แต่ต้องกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้เข้าร่วมค้าหลักให้มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย หรือหากไม่กำหนดผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไข -
คำถาม: สามารถใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกันได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ โดยต้องเป็นไปตามแนวทางและวิธีปฏิบัติที่กรมชลประทานกำหนด (บันทึกกองการเงินและบัญชี ที่ กงบ.1430/2558 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2558)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR)
(กรณีงานซื้อ)
ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ ๑.๑ ชื่อโครงการ
ซื้อหินย่อย เบอร์ ๑ และอื่นๆ จํานวน ๒ รายการ, ของงานสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้าพร้อม ระบบส่งน้ําบ้านผึ้ง หมู่ที่ ๒ โครงการชลประทานศรีสะเกษ ตําบลรังแร้ง อําเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
๑.๒ ความเป็นมา
ตามที่ กํานันตําบลรังแร้ง (นายวีรวัฒน์ ชุ่มจิตร) ได้มีหนังสือที่ พิเศษ/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๔ เรื่อง โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้าพร้อมอาคารประกอบ เนื่องจากประสบ ภัยแล้งในเขตพื้นที่ จึงมีความประสงค์ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนโครงการสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบ ส่งน้ําบ้านผึ้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ําสําหรับอุปโภค – บริโภค และการเกษตร
๑.๓ วัตถุประสงค์
๑. เพื่อให้สามารถเก็บกักน้ําได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๒. เพื่อมีน้ําเพียงพอกับการเพาะปลูก และการอุปโภค-บริโภค
๓. เพื่อป้องกันภัยแล้ง และบรรเทาปัญหาอุทกภัย
๑.๔ วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร ๒,๘๒๓,๐๙๐.๐๐ บาท (สองล้านแปดแสนสองหมื่น สามพันเก้าสิบบาทถ้วน)
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ
บริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรมชลประทาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
ในการเสนอราคาครั้งนี้
๒.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
- ๒ -
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีก
ที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังต่อไปนี้
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จด
ทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อน วันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน มกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมี เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา - 6 -
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ
เข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้
ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ
และ ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง
บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจาก สํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตาม ประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาใน ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมกําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่น
เอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๖. 5. กรณีตาม ข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
๕
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว
และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้ แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ - ๔ -
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง
พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. ขอบเขตของงานที่จะดําเนินการจัดซื้อ และเอกสารแนบท้ายอื่น
๓.๑ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
๓.๒ แบบใบแจ้งรายละเอียดพัสดุ
๓.๓ เงื่อนไขเฉพาะ
๓.๔ ข้อกําหนดอื่น
ๆ
(๑) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน
(๒) แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน
๔. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
มอบพัสดุ
ระยะเวลาส่งมอบ 50 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ส่ง
๕. ค่าสิ่งของและการจ่ายเงิน
กรมจะจ่ายค่าสิ่งของซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ขาย เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนตามสัญญาซื้อขาย หรือข้อตกลงเป็นหนังสือ และกรม ได้ตรวจรับมอบสิ่งของไว้เรียบร้อยแล้ว
- หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
๗. อัตราค่าปรับ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรมจะพิจารณาจากราคารวม
ค่าปรับตามแบบสัญญาซื้อขายแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลงซื้อขาย
เป็นหนังสือ ให้คิดในอัตราร้อยละ ๐.๒๐ ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
๔. การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
ผู้ขายจะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของสิ่งของที่ซื้อขายที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า …………..เดือน นับถัดจากวันที่ กรม ได้รับมอบสิ่งของ โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การ ได้ดีดังเดิมภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชํารุดบกพร่อง
- & -
๔. การจัดทําแผนการทํางาน
คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทํา แผนการทํางานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ กรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วันหรือกรณีสัญญากําหนดส่งงานงวดเดียว หรือกรณีสัญญาที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทํางานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๑๐. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน
การโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทําของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน จะกระทําได้ เฉพาะกรณีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมกําหนด ตามคําสั่งกรมชลประทานที่บังคับใช้ในขณะนั้น (ปัจจุบัน คําสั่งกรมที่ ๙๘/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒) ดังนี้
(๑) ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือ ผู้ให้เช่า โอนให้แก่ธนาคารภายในประเทศ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ
ของธนาคารแห่งประเทศไทย
(๒) ผู้รับโอนตามข้อ (๑) ดังกล่าวข้างต้น โอนกลับคืนให้แก่ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า ๑๑. แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน
การใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน ให้เป็นไปตามแนวทางและวิธีปฏิบัติที่กรมกําหนด (บันทึกกองการเงินและบัญชี ที่ กงบ.๑๔๓๐/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘)
๑๒. ช่องทางติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน
ผู้สนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน โปรดสอบถามหรือแสดงความคิดเห็นมายังกรมชลประทาน ผ่านทางอีเมล์ [email protected] หรือช่องทาง
ตามที่กรมบัญชีกลางกําหนด
๑๓. การเผยแพร่ร่างรายละเอียดขอบเขตของงาน
ไม่เผยแพร่ร่างรายละเอียดขอบเขตของงาน
(ลงชื่อ)
Z
.ประธานกรรมการ
(นายสรยุทธ กสินธุ์มานะวาท)
(ลงชื่อ)
.กรรมการ
(นายการัณย์ พลเสน)
(ลงชื่อ)
/
..กรรมการ
(นายธีระพล คําชาลี)
เอกสารแนบท้าย
ข้อ ๓.๑ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
รายการรายละเอียด
SPECIFICATIONS
หินย่อยเบอร์ ใช้งานผสมคอนกรีต
รายการรายละเอียด หินย่อยเบอร์, ใช้งานผสมคอนกรีต
มีรายการรายละเอียดของส่วนประกอบดังนี้.-
ลักษณะทั่วไป
๒. คุณภาพ
ขนาด
หินย่อย ต้องเป็นหินที่มีลักษณะเหลี่ยมค่อนข้างกลม มีส่วนแบนเรียวน้อย ต้องเป็นหินที่แข็งทนทาน ไม่ผุกร่อนและสะอาด
๒.๑ ส่วนสูญหายเนื่องจากการขัดสี โดยเครื่องลอสแอน
(LOS ANGELES) ไม่มากกว่า ๕๐ %
๒.๒ ฝุ่น ผ่านตะแกรงเบอร์ ๒๐๐ ไม่มากกว่า ๒.๓ หิน ไม่มากกว่า ๕.๐ %
•.0%
๒.๔ วัสดุอ่อนมากเช่น ก่อนดิน ไม่มากกว่า ๕.๐ %
หินย่อยเบอร์, เป็นหินที่มีขนาดใหญ่สุด ๆ และยอมให้ส่วนโตสุดล้าง ตะแกรง ๆ ได้ไม่เกิน 90 % และมีขนาดเล็กลดหลั่นลงไปจนถึงหินที่มี
ๆ ขนาดเล็กสุดเท่ากับตะแกรงเบอร์ 4 และยอมให้มีส่วนลอยตะแกรงเบอร์ 4 ได้ไม่เกิน
ณ ๕ ซ
៩
ผู้เขียน —-
เสนอ..
เห็นชอบ
หลง. - ค.
งานคํานวณวัสดุและราคางาน กองออกแบบ ทะเบียนงานเลขที่
ยอม.
วันที่
RO
มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๖
ประกวดราคาเลขที่
รายการรายละเอียด (SPECIFICATIONS) แนบท้ายขอกําหนดแนบสัญญา
ข้อ ๑. ลักษณะทั่วไป
ทรายหยาบ
ทรายที่ใช้ผสมคอนกรีตต้องเป็นทรายน้ําจืดที่หยาบ มีลักษณะเมล็ดแกร่ง คมเป็นแง่
สะอาดและปราศจากสารอินทรีย์หรือวัตถุอื่นจือปน
ขอ ๒.
ชล
ได้ไม่เกิน
คุณภาพของทราย
๒.๑ ค่าพิกัดความละเอียด (FINE NESS MODULUS) จะต้องไม่น้อยกว่า ๒.๒
และไม่เกิน
๒.๒ ตะกอนทรายผ่านตะแกรงเบอร์ ๒oo จะ
ทรายผ่านตะ งเบอร์ จะต้องไม่มากกว่า
๒.๓ ความไม่บริสุทธิ์ (ORGANIC IMPURITIES)
(ORGANIC IMPURITIES) เมื่อตรวจด้วยน้ํายา ม. 08
ได้สีไม่แก่กว่าสีมาตรฐาน No.3
ขนาดของทราย (GRADING)
ทรายน้ําจืดต้องมีขนาดตั้งแต่
NA OH ต
ก็ต้องมีขนาดตั้งแต่ ๓/๑๖" ลดหลั่นลงไป ยอมให้มีส่วนโตกว่า ๓/๑๖
๕% แล
และมีส่วนละเอียดที่สุดผ่านตะแกรงเบอร์ 900 ได้ไม่เกิน 90%
เอกสารแนบท้าย
ข้อ ๓.๒ แบบใบแจ้งรายละเอียดพัสดุ
ลําดับ
ที่
หินย่อย เบอร์
จากแหล่ง………
ใบแจ้งรายละเอียดพัสดุ
งานซื้อหินย่อย เบอร์ ๑ และอื่นๆ จํานวน ๒ รายการ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
ใบแจ้งราคาและรายละเอียดพัสดุ
รายการ
ตําบล……
………………………..
จังหวัด…………….
ระยะทางขนส่งเที่ยวเดียวประมาณ……..
…กม.
หนังสือรับรอง MiT ม
ไม่มี
២
ทรายหยาบ
จากแหล่ง..
ตําบล……….
…………………..
จังหวัด……………..
ระยะทางขนส่งเที่ยวเดียวประมาณ
หนังสือรับรอง MiT
มี
ไม่มี
…กม.
รายการที่ ๑ - ๒ ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของกรมชลประทานที่แนบ
……………..
(…………..
ตําแหน่ง.
ประทับตรา (ถ้ามี)
…………
จํานวน
๒๙๗ ลบ.ม.
๕,๔๔๘ ลบ.ม.
คําชี้แจง
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทําใบแจ้งรายละเอียดของพัสดุแต่ละรายการ ตามแบบที่กําหนดข้างต้น ให้ครบถ้วนทุกช่อง และแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) พร้อมกับการยื่นข้อเสนอทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๒. ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะการเสนอราคา จะต้องจัดทําใบแจ้งราคาพัสดุแต่ละรายการ ส่งให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประกอบการอนุมัติสั่งซื้อต่อไป
เอกสารแนบท้าย
ข้อ ๓.๓
เงื่อนไขเฉพาะ
เงื่อนไขเฉพาะ
เงื่อนไขเฉพาะ
ซื้อหินย่อย เบอร์ ๑ และอื่นๆ จํานวน ๒ รายการ งานสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ําบ้านผึ้ง หมู่ที่ ๒
โครงการชลประทานศรีสะเกษ
ตําบลรังแร้ง อําเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
(๑) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคา ทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และ
จะต้องกรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือหลักฐานแสดงตัวตนของผู้ยื่นข้อเสนอ โดยไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
(๒) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทําใบแจ้งรายละเอียดของพัสดุแต่ละรายการตามแบบที่กําหนดให้ครบถ้วน ทุกช่อง และแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) พร้อมกับการยื่นข้อเสนอทางระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรมชลประทานจะไม่พิจารณาราคา หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่ได้ยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคา
ทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(๓) การส่งมอบ และการจ่ายเงิน
ก. ผู้ขายจะส่งมอบสิ่งของที่ซื้อขายตามสัญญาให้แก่ผู้ซื้อ ณ งานสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบ ส่งน้ําบ้านผึ้ง หมู่ที่ ๒ โครงการชลประทานศรีสะเกษ ตําบลรังแร้ง อําเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ส่งมอบพัสดุ และผู้ ซื้อจะจ่ายเงินให้กับผู้ขาย เมื่อได้รับมอบสิ่งของถูกต้อง ครบถ้วนตามที่กําหนด” หรือ
ข. ผู้ขายจะส่งมอบสิ่งของที่ซื้อขายตามสัญญาให้แก่ผู้ซื้อ ณ งานสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบ ส่งน้ําบ้านผึ้ง หมู่ที่ ๒ โครงการชลประทานศรีสะเกษ ตําบลรังแร้ง อําเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ส่งมอบพัสดุ และผู้ ซื้อตกลงชําระเงินค่าสิ่งของตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้รับมอบสิ่งของถูกต้องครบถ้วนแล้ว”
เอกสารแนบท้าย
ข้อ ๓.๔ ข้อกําหนดอื่น
(๑) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน คําสั่งกรมชลประทาน ที่ ๙๘/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เรื่อง การโอน สิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทําของ และค่าเช่าทรัพย์สิน
(๒) แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทย
เป็นหลักประกัน
บันทึกกองการเงินและบัญชี ที่ กงบ.๑๔๓๐/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ เรื่อง แนวทางการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน
คําสั่งกรมชลประทาน
ที่ ๘ ๒๕๖๒
เรื่อง การโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทําของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน
ตามที่ได้มีคําสั่งกรมชลประทาน ที่ ๓๔๕/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ และ ที่ ๕๐๗/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เรื่อง การโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างหรือค่าซื้อทรัพย์สิน ไว้แล้ว นั่น
เนื่องจากปัจจุบันกรมบัญชีกลางได้กําหนดให้ส่วนราชการเบิกจ่ายเงินให้เจ้าหนี้ในระบบ บริหารการเงินการคลังภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) โดยดําเนินการในลักษณะจ่ายตรงเข้าบัญชี เงินฝากธนาคารของเจ้าหนี้ และได้กําหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการโอนสิทธิการรับเงินในระบบ GFMIS ไว้แล้ว ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทําของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน และการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทําของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บ รักษาเงิน และการนําเงินส่งคลัง พ.ศ.๒๕๖๒ ข้อ ๒๘ (๑) และข้อ ๔๑ วรรคสาม มีความคล่องตัวและมี ประสิทธิภาพ จึงให้ยกเลิกคําสั่งกรมชลประทาน ที่ ๓๔๕/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ และคําสั่ง กรมชลประทาน ที่ ๕๐๑/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ และให้ถือปฏิบัติ ดังนี้
๑. การโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทําของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ตามสัญญา ใบสั่งหรือข้อตกลงซึ่งกรมชลประทานกระทํากับบุคคลภายนอก ให้กระทําได้ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไข
ตามที่แนบท้ายคําสั่งนี้
๒. ให้สํานัก กอง โครงการ หรือหน่วยงาน ซึ่งมีหน้าที่หรือได้รับมอบอํานาจให้ดําเนินการจัดซื้อ จัดจ้าง กําหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทําของ หรือค่าเช่า ทรัพย์สิน ตามที่แนบท้ายคําสั่งนี้ ไว้ในเอกสารเกี่ยวกับการจัดซื้อ จัดจ้าง และในสัญญา ใบสั่งหรือข้อตกลง ให้ชัดเจน
๓. เมื่อหน่วยเบิกจ่ายส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นผู้เบิกจ่ายเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทําของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ได้รับหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องแล้ว ให้พิจารณาทําความเห็นเสนอผู้มีอํานาจ เพื่อทราบ ตามวงเงินที่ได้รับมอบอํานาจตามคําสั่งกรมชลประทานในการสั่งการและดําเนินการเกี่ยวกับ
การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ซึ่งบังคับใช้ในขณะนั้น เว้นแต่กรณีเป็นอํานาจกรม ให้พิจารณาทําความเห็น เสนอกรมเพื่อทราบ โดยผ่านกองพัสดุ และสํานักกฎหมายและที่ดิน๔. การจ่ายเงิน… ๔. การจ่ายเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทําของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ภายหลังจากที่ได้รับหนังสือ บอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้อง และการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทําของ หรือค่าเช่า ทรัพย์สินเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่แนบท้ายคําสั่งนี้ ให้หน่วยเบิกจ่ายส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค ทําการเบิกจ่ายเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทําของ หรือค่าเช่าทรัพย์สินให้แก่ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องโดยไม่ต้อง แจ้งความยินยอมในการโอนสิทธิเรียกร้องให้ผู้รับโอนทราบ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 6 ๖๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ 22 (นายทองเปลว กองจันทร์) อธิบดีกรมชลประทาน หนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้อง เขียนที่ …………………………. .N…………….. เรียน อธิบดีกรมชลประทาน ข้าพเจ้า……………………………… ……………… ตําแหน่ง………. ผู้มีอํานาจลงลายมือชื่อแทน อายุ………. (ชื่อ………….. ปรากฏตามหนังสือรับรองของ……………งานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ / สํานักงานพาณิชย์จังหวัด / และหรือหนังสือมอบอํานาจ…………………………………………. ถนน……… ตําบล/แขวง……………………………………………………………… ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้โอน” และ………………………………………….. ตําแหน่ง……….. เป็นผู้มีอํานาจลงลายมือชื่อแทน ..อายุ……. ………………… ปรากฏตามหนังสือรับรองของ……(สํานักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ / สํานักงานพาณิชย์จังหวัด / และหรือหนังสือมอบอํานาจ……………………….สํานักงานเลขที่…………. ถนน…….. ………….. /. 197…………… ซึ่งต่อไปนี้ เรียกว่า “ผู้รับโอน” ……………………………………………….. เบ ข้าพเจ้า ผู้โอนและผู้รับโอน ขอแจ้งให้กรมชลประทานทราบว่า บัดนี้ ผู้โอนได้โอนสิทธิเรียกร้อง รับเงิน……………ซื้อทรัพย์สิน / ค่าจ้างทําของ / ค่าเช่าทรัพย์……………………….. ..(สัญญา / ใบสั่ง / …………………… ตามที่ผู้โอนมีสิทธิได้รับรวมทั้งค่า K (ถ้ามี) * ภายในง……………… เลยบ .บาท (………….. ยินยอมผูกพันกับกรมชลประทานตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ ๑. หากมีค่าเสียหายหรือเงินอื่นใดที่กรมชลประทานมีสิทธิจะได้รับ หรือหักออกจาก…. (ค่าซื้อทรัพย์สิน / ค่าจ้างทําของ / ค่าเช่าทรัพย์สิน) ………………………………………………………….. รับหรือหักออกไว้ได้ทันที ผู้รับโอนยินยอมให้กรมชลประทาน ๒. หากกรมชลประทาน มีความจําเป็นต้องสั่งจ่าย (ค่าซื้อทรัพย์สิน / ค่าจ้างทําของ / ค่าเช่าทรัพย์สิน……………………………..หนดเวลาที่สมควร ไม่ว่าเนื่องจากสาเหตุการอนุมัติเงินประจํางวด ล่าช้าหรือเหตุอื่นใดก็ตามผู้รับโอนยินยอมสละสิทธิ์ในการเรียกดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายอื่นใดในระหว่างที่ล่าช้านั้น จากกรมชลประทาน ๓. หากกรมชลประทาน มีสิทธิเรียกร้องเงิน……….. (ค่าซื้อทรัพย์สิน / ค่าจ้างทําของ / ค่าเช่าทรัพย์……………ผู้รับโอน ได้รับไปคืนทั้งหมดหรือบางส่วนแล้ว ผู้โอนและผู้รับโอนขอรับผิดชอบใช้เงิน ให้กรมชลประทานภายในระยะเวลา ที่กรมชลประทานกําหนด ๔. หากกรมชลประทาน มีสิทธิเรียกร้องจากผู้โอนและหรือผู้รับโอน ไม่ว่าสิทธิเรียกร้องนั้น จะเกิดจากมูลหนี้ใดๆ หรือจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการโอนสิทธิเรียกร้องในครั้งนี้ ผู้รับโอนยินยอมให้กรมชลประทาน นําสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมาหักกลบลบ….เงิน……………………… / ค่าจ้างทําของ / ค่าเช่าทรัพย์สิน……….. ที่ผู้รับโอนจะได้รับตามสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง ๕. หากกรมชลประทาน…. ๒ - ๕. หากกรมชลประทาน มีข้อต่อสู้ใดๆ ต่อผู้โอน ผู้รับโอนยินยอมให้กรมชลประทานยกขึ้น เป็นข้อต่อสู้แก่ผู้รับโอนได้เช่นกัน …………….. ..ผู้โอน (……….. …………) (add…………… ..ผู้รับโอน (………… ……….) ……………… .พยาน (………….. (ลงชื่อ)………. (…………. หมายเหตุ * / ** : โปรดระบุให้ชัดเจนว่าต้องการโอนสิทธิเรียกร้องตาม * หรือ ** และขีดฆ่าข้อความ ที่ไม่ต้องการออก .พยาน แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน บันทึกข้อความ ส่วนราชการ กองการเงินและบัญชี ส่วนการเงิน โทร. ๐ ๒๒๔๓ ๖๙๑๑ ที่ ๕ กม.๑๔๓๐/๒๕ เรื่อง แนวทางการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน เรียน ผู้อํานวยการสํานัก และผู้อํานวยการกอง วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๙๐๐/ว.๓๑๕ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘ เรื่อง แนวทางการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน เพื่ออํานวยความสะดวกในการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็น หลักประกัน กระทรวงการคลังได้กําหนดแนวทางในการดําเนินการจากเดิมเป็นดังนี้ (๑) ให้ผู้ให้หลักประกันส่งมอบพันธบัตรให้กับผู้รับหลักประกัน (๒) ให้ผู้รับหลักประกันมีหนังสือแจ้ง ธปท. ว่ามีการนําพันธบัตรมาใช้เป็นหลักประกัน โดยไม่ต้องนําพันธบัตรไปให้ ธปท. จดข้อความแสดงการใช้เป็นหลักประกัน ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา ๗๕๐ เพื่อให้การรับพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกันเป็นไปอย่างถูกต้องตามหนังสือดังกล่าว กองการเงินและบัญชี จึงขอซ้อมความเข้าใจแนวทางการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน ดังนี้ ๑. การรับหลักประกัน ส่วนกลาง และ ส่วนภูมิภาค ๑.๑ ผู้ที่ประสงค์จะนําพันธบัตรรัฐบาลมาใช้เป็นหลักประกัน ต้องดําเนินการส่งมอบ ๑.๑.๑ ต้นฉบับพันธบัตรรัฐบาลให้กับผู้รับหลักประกัน ๑.๑.๒ หนังสือส่งมอบใบตราสารหนี้ (เอกสารแนบ ๑) ๑.๒ งานพัสดุหรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นของหน่วยงานที่ได้รับมอบอํานาจดําเนินการเกี่ยวกับ การพัสดุ (ผู้รับหลักประกัน) เมื่อได้รับต้นฉบับพันธบัตรรัฐบาลพร้อมหนังสือส่งมอบใบตราสารหนี้แล้วให้ดําเนินการ ทําหนังสือแจ้งการขอใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกันต่อธนาคารแห่งประเทศไทย และส่งเอกสาร ดังนี้ ๑.๒.๑ หนังสือส่งมอบใบตราสารหนี้ (เอกสารแนบ ๑) ๑.๒.๒ หนังสือแจ้งการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (เอกสารแนบ ๓) หรือตามแบบ ที่ ธปท. กําหนด ซึ่งระบุชื่อผู้ให้หลักประกัน รุ่นตราสารหนี้ เลขที่ต้น เลขที่ท้าย ราคาที่ตราไว้ และลงนามโดย หัวหน้าหน่วยงานที่ได้รับมอบอํานาจดําเนินการเกี่ยวกับพัสดุ ๑.๒.๓ สําเนาพันธบัตรรัฐบาล พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสําเนาถูกต้อง พร้อมแนบ กรณีบุคคลธรรมดา - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสําเนาถูกต้อง กรณีนิติบุคคล
๑. สําเนาหนังสือรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ที่ออกไว้ไม่เกิน ๑ เดือน หรือหนังสือ แสดงความเป็นนิติบุคคลที่ออกโดยส่วนราชการ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสําเนาถูกต้อง และตราประทับ (ถ้ามี) และตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอํานาจลงนาม (เอกสารแนบ ๒)
๒. สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนผู้มีอํานาจลงนาม พร้อมลงลายมือชื่อรับรอง
สําเนาถูกต้อง และตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอํานาจลงนาม
๑.๓ กองการเงิน… - 6-
แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน
๑.๓ กองการเงินและบัญชี (ส่วนการเงิน) หรืองานการเงินและบัญชีของสํานัก กองที่ดําเนินการ จัดซื้อจัดจ้างเอง เมื่อได้รับพันธบัตรรัฐบาลจากกองพัสดุ หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบอํานาจดําเนินการเกี่ยวกับ พัสดุ ให้ดําเนินการออกใบรับหลักประกันซองประกวดราคา (ชป.391) ให้แก่ผู้เสนอราคา และลงทะเบียน หนังสือค้ําประกันซอง / สัญญา
๒. การเก็บรักษาหลักประกัน
การเก็บรักษาหลักประกันให้เป็นไปตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงิน
และการนําเงินส่งคลัง พ.ศ.๒๕๕๑ และคําสั่งกรมชลประทานที่ ๕๐/๒๕๕๖ เรื่อง การกําหนดวิธีปฏิบัติ เกี่ยวกับการรับและนําส่งเงิน ค่าขายแบบ เงินประกันซอง เงินประกันสัญญา และเงินอื่น ๆ
ส่วนกลาง
ให้ดําเนินการเก็บรักษาพันธบัตรรัฐบาลไว้ในตู้นิรภัยที่ กองการเงินและบัญชี (ส่วนการเงิน)
ส่วนภูมิภาค
ให้ดําเนินการเก็บรักษาพันธบัตรรัฐบาลไว้ในตู้นิรภัยที่ งานการเงินและบัญชีของหน่วยเบิกจ่าย
๓. การคืนหลักประกัน
ส่วนกลาง และ ส่วนภูมิภาค
๓.๑ งานพัสดุหรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นของหน่วยงานที่ได้รับมอบอํานาจดําเนินการเกี่ยวกับ การพัสดุ (ผู้รับหลักประกัน) เมื่อได้รับแจ้งการถอนคืนพันธบัตรรัฐบาลให้ดําเนินการทําหนังสือแจ้งการถอนคืน พันธบัตรรัฐบาลต่อธนาคารแห่งประเทศไทย และส่งเอกสาร ดังนี้
๓.๑.๑ หนังสือขอถอนการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (เอกสารแนบ ๔) ซึ่งระบุ ชื่อผู้ให้หลักประกัน รุ่นตราสารหนี้ เลขที่ต้น เลขที่ท้าย ราคาที่ตราไว้ และลงนามโดยหัวหน้าหน่วยงานที่ได้รับ มอบอํานาจดําเนินการเกี่ยวกับการพัสดุ
๓.๑.๒ สําเนาพันธบัตรรัฐบาล พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสําเนาถูกต้อง พร้อมแนบ กรณีบุคคลธรรมดา - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสําเนาถูกต้อง กรณีนิติบุคคล
๑. สําเนาหนังสือรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ที่ออกไว้ไม่เกิน ๑ เดือน หรือหนังสือ แสดงความเป็นนิติบุคคลที่ออกโดยส่วนราชการ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสําเนาถูกต้อง และตราประทับ (ถ้ามี) และตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอํานาจลงนาม (เอกสารแนบ ๒)
๒. สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนผู้มีอํานาจลงนาม พร้อมลงลายมือชื่อรับรอง สําเนาถูกต้อง และตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอํานาจลงนาม
๓.๒ กองการเงินและบัญชี (ส่วนการเงิน) หรืองานการเงินและบัญชีของสํานัก กองที่ ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างเอง เมื่อได้รับหนังสือแจ้งการหมดภาระผูกพันของผู้เสนอราคา จากกองพัสดุ หรือ
หน่วยงานที่ได้รับมอบอํานาจดําเนินการเกี่ยวกับการพัสดุ ให้ดําเนินการตรวจสอบหลักประกันในทะเบียนหนังสือ ค้ําประกันซอง / สัญญา และเสนอผู้มีอํานาจอนุมัติคืนหลักประกัน และดําเนินการคืนหลักประกันให้แก่ผู้เสนอ ราคา โดยผู้เสนอราคาจะต้องนําต้นฉบับใบรับหลักประกันซอง (ชป.391) มาคืน และบันทึกการจ่ายคืน หลักประกันในทะเบียนหนังสือค้ําประกันซอง / สัญญา
อนึ่ง… - ๒ -
- 67 -
แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน
อนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยจะดําเนินการบันทึกการใช้หรือการถอนพันธบัตรรัฐบาล เป็นหลักประกัน ในระบบทะเบียนเมื่อได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วน เมื่อดําเนินการแล้วเสร็จจะมีหนังสือ แจ้งให้หน่วยงานทราบภายในเวลา ๗ วัน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบและดําเนินการต่อไป
1
3
(นางสาวทิพาภรณ์ วชิราภากร)
ผอ.งบ.
ธนาคารแห่งประเทศไทย
หนังสือส่งมอบตราสารหนี้
ข้าพเจ้า……………
บัตรประจําตัวประชาชน/บัตรประจําตัวผู้เสียภาษี เลขที่
แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน
วันที่………………
พ.ศ………….
(ระบุชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์)
เอกสารแนบ ๑
ขอส่งมอบตราสารหนี้/พันธบัตร
รวมราคาที่ตราไว้
.บาท (………………
ให้แก่
เพื่อเป็นหลักประกัน..
ตราสารหนี้/พันธบัตร
เลขที่ต้น
เลขที่ท้าย
รายละเอียด ดังนี้
จํานวนเงิน (บาท)
รวม
(……….
สําหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ให้นําเข้าบัญชี
หากมีการชําระเงินต้นตามตราสารหนี้ ผู้รับหลักประกันและผู้ให้หลักประกันตกลงชําระให้แก่ผู้รับหลักประกัน เป็นผู้รักษาไว้ กรณีตกลงเป็นอย่างอื่น โปรดระบุ
ลงชื่อ
หมายเหตุ เจ้าของกรรมสิทธิ์ลงลายมือชื่อเหมือนตัวอย่างที่ให้ไว้กับ ธปท.
-&-
(เจ้าของกรรมสิทธิ์)
เรื่อง ตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอํานาจจัดการตราสารหนี้
เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ข้าพเจ้า
ทําที่
โทร.
แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน
วันที่ เดือน
พ.ศ.
(ระบุชื่อ บริษัทมูลนิธิ/สหกรณ์/นิติบุคคล)
ขอส่งตัวอย่างลายมือชื่อ ผู้มีอํานาจลงชื่อผูกพันข้าพเจ้าในการโอนกรรมสิทธิ์ รับโอนกรรมสิทธิ์ จํานํา ถอนจํานํา และ จัดการธุรกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับตราสารหนี้ทุกประเภทที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียน และตัวแทนจ่ายเงิน ดังตัวอย่างลายมือชื่อข้างล่างนี้
ลําดับที่
Ge
ตําแหน่ง
ตัวอย่างลายมือชื่อ
จํานวนกรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันพร้อมเงื่อนไขในการลงนาม คือ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดดําเนินการ
ลงชื่อ
(
ขอแสดงความนับถือ
กรรมการผู้มีอ้านาจลงนาม
)
สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. หนังสือรับรองของสํานักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กระทรวงพาณิชย์/เอกสารการจัดตั้งนิติบุคคล
2. สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอํานาจลงนาม
3. ข้อบังคับหรือระเบียบของนิติบุคคล ที่กําหนดอํานาจการลงนามแทนนิติบุคคล
- & -
เอกสารแนบ ๒
ธนาคารแห่งประเทศไทย
หนังสือแจ้งการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน
เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ข้าพเจ้า
ขอใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันดังต่อไปนี้ให้แก่
เพื่อเป็นหลักประกัน ………
แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน
วันที่…………………………
.W.A……………
เอกสารแนบ ๓
รวมราคา…………………..
. UIN (………………
รายละเอียด ดังนี้
ตราสารหนี้/พันธบัตร
เลขทีต้น
เลขที่ท้าย
จํานวนเงิน (บาท)
(……………..
รวม
สําหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ให้นําเข้าบัญชี
หากมีการชําระเงินต้นตามตราสารหนี้ ผู้รับหลักประกันและผู้ให้หลักประกันตกลงชําระให้แก่ผู้รับหลักประกัน เป็นผู้รักษาไว้ กรณีตกลงเป็นอย่างอื่น โปรดระบุ
ที่อยู่สําหรับจัดส่งตราสารหนี้ หรือเอกสาร (ระบุชื่อผู้รับหลักประกัน, ผู้ติดต่อ/ตําแหน่ง และสถานที่ติดต่อ
ของผู้รับหลักประกัน)
จึงเรียนมาเพื่อโปรดดําเนินการ
ลงชื่อ
(ผู้รับหลักประกัน)
………………..
………….)
-b
1
แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน
ธนาคารแห่งประเทศไทย
หนังสือขอถอนการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (โดยผู้รับหลักประกัน)
(กรณีไม่ประสงค์ให้ ธปท. บันทึกข้อความแสดงการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันในตราสารหนี้)
เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
วันที่…………………….
.พ.ศ.
ตามที่ข้าพเจ้า
ได้รับตราสารหนี้ของ
เป็นหลักประกัน เมื่อวันที่
(ผู้รับหลักประกัน)
บัดนี้ การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันได้สิ้นสุดลง และข้าพเจ้ายินยอมถอนหลักประกันให้แก่
(ผู้ให้หลักประกัน) รายละเอียด ดังนี้
ตราสารหนี้/พันธบัตร
เลขที่ต้น
(……………
สําหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ให้นําเข้าบัญชี
จึงเรียนมาเพื่อโปรดดําเนินการ
เลขที่ท้าย
รวม
จํานวนเงิน (บาท)
……………..
ลงชื่อ
(ผู้รับหลักประกัน) - 6-
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ข้าพเจ้า…….
หนังสือส่งมอบตราสารหนี้ / พันธบัตร
วันที่
.เดือน…
(ระบุชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์)
บัตรประจําตัวประชาชน / บัตรประจําตัวผู้เสียภาษี - เลขที่……………
ขอส่งมอบตราสารหนี้ / พันธบัตร
..พ.ศ……….
ให้แก่………
UN (…………..
(ราคาตราหน้าพันธบัตร)
(ระบุชื่อหน่วยงานที่รับหลักประกัน)
………….)
เพื่อเป็นหลักประกัน…….
รายละเอียด ดังนี
ตราสารหนี้
พันธบัตร
เลขที่ตั้น
เลขที่ท้าย
จํานวนเงิน (บาท)
พ
เลขที่
(……………..
- สําหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ พันธบัตร ให้นําเข้าบัญชีชื่อ
.ธนาคาร. - หากมีการชําระเงินต้นตามตราสารหนี้ พันธบัตร ผู้รับหลักประกันและผู้ให้หลักประกันตกลงให้ ธปท. ชําระเงินต้นให้แก่ผู้รับหลักประกัน เป็นผู้เก็บรักษาไว้ โดยนําเข้าบัญชีผู้รับหลักประกันชื่อ
เลขที่
โปรดระบุ.
.ธนาคาร..
.หรือ กรณีตกลงเป็นอย่างอื่น - กรณีตราสารหนี้ พันธบัตรประเภททยอยชําระคืนเงินต้น ผู้รับหลักประกันและผู้ให้หลักประกันตกลงให้ ธปท. ชําระเงินต้นทุกงวด ตามกําหนดการจ่ายคืนเงินต้นของตราสารหนี้/พันธบัตรดังกล่าวให้แก่ผู้รับหลักประกันเป็นผู้เก็บรักษาไว้ โดยนําเข้าบัญชีผู้รับหลักประกัน
ชื่อ.
หรือ กรณีตกลงเป็นอย่างอื่น โปรดระบุ..
..เลขที..
…ธนาคาร…………………
……..จนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลง - หากผู้ออกตราสารหนี้ พันธบัตรกําหนดเงื่อนไขให้คืนใบตราสารหนี้ ใบพันธบัตร เมื่อครบกําหนดหรืองวดสุดท้าย ธปท. จะชําระเงินต้น เมื่อครบกําหนด หรืองวดสุดท้าย แล้วแต่กรณี โดยนําเงินเข้าบัญชีตามที่ระบุในแบบคําขอรับคืนเงินต้น และเมื่อ ธปท. ได้รับใบตราสารหนี้
ใบพันธบัตรคืนแล้ว
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ เลขประจําตัวประชาชน เลขประจําตัวผู้เสียภาษี ลายมือชื่อ ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากสําหรับรับเงินค่าดอกเบี้ยต้นเงินตราสารหนี้ ฯลฯ เพื่อใช้ประกอบ การทําธุรกรรมด้านพันธบัตรและตราสารหนี้ และเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ของ ธปท. ในฐานะนายทะเบียนตราสารหนี้ โดยมีระยะเวลาการจัดเก็บ 10 ปี ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกเปิดเผย ส่งหรือโอนไปยังหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอํานาจตามกฎหมาย เช่น ศาล อนึ่ง ท่านมีสิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายกําหนดไว้ โดยท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562
ลงชื่อ…….
(……………..
หมายเหตุ เจ้าของกรรมสิทธิ์ต้องลงลายมือชื่อเหมือนตัวอย่างที่ให้ไว้กับ ธปท.
ข้อมูลติดต่อของ ธปท.
ส่วนพันธบัตร ฝ่ายการชําระเงินและพันธบัตร
สถานที่ติดต่อ : 273 ถนนสามเสน แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร
กรุงเทพมหานคร 10200
Email Address : [email protected]
(ผู้ให้หลักประกัน)
………….)
ข้อมูลติดต่อของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ธปท. (Data Protection Officer : DPO) เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ธปท.
สถานที่ติดต่อ : 273 ถนนสามเสน แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 Email Address: [email protected]
ธนาคารแห่งประเทศไทย
หนังสือขอถอนการใช้ตราสารหนี้/พันธบัตรเป็นหลักประกัน (โดยผู้รับหลักประกัน)
(กรณีไม่ประสงค์ให้ ธปท. บันทึกข้อความแสดงการใช้ตราสารหนี้/พันธบัตรเป็นหลักประกันในตราสารหนี้พันธบัตร)
เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
วันที่………. .เดอน..
..พ.ศ…………..
ตามที่ข้าพเจ้า…
ได้รับตราสารหนี้/พันธบัตรของ
เป็นหลักประกัน เมื่อวันที่……………
(ระบุชื่อหน่วยงานที่รับหลักประกัน)
(ระบุชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์)
บัดนี้ การใช้ตราสารหนี้/พันธบัตรเป็นหลักประกันได้สิ้นสุดลง และข้าพเจ้ายินยอมถอนหลักประกันให้แก่…………
(ผู้ให้หลักประกัน) รายละเอียด ดังนี้
(ระบุชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์)
ตราสารหนี พันธบัตร
เลขที่ต้น
(…………..
เลขที่ท้าย
รวม
จํานวนเงิน (บาท)
…………..)
สําหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ พันธบัตรให้นําเข้าบัญชี
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ เลขประจําตัว ประชาชน เลขประจําตัวผู้เสียภาษี ลายมือชื่อ ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากสําหรับรับเงินค่าดอกเบี้ยต้นเงินตราสารหนี้ ฯลฯ เพื่อใช้ประกอบการทําธุรกรรม ด้านพันธบัตรและตราสารหนี้ และเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ของ ธปท. ในฐานะนายทะเบียนตราสารหนี้ โดยมีระยะเวลาการจัดเก็บ 10 ปี
ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกเปิดเผย ส่งหรือโอนไปยังหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอํานาจตามกฎหมาย เช่น ศาล อนึ่ง ท่านมีสิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายกําหนดไว้ โดยท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
จึงเรียนมาเพื่อโปรดดําเนินการ
ลงซอ…
………………..
(ผู้รับหลักประกัน)
.)
ข้อมูลติดต่อของ ธปท.
ส่วนพันธบัตร ฝ่ายการชําระเงินและพันธบัตร
สถานที่ติดต่อ : 273 ถนนสามเสน แขวงวัดสามพระยา
เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
Email Address : [email protected]
ข้อมูลติดต่อของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ธปท. (Data Protection Officer : DPO) เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ธปท.
สถานที่ติดต่อ : 273 ถนนสามเสน แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
Email Address: [email protected]