ประกวดราคาจ้างงานจ้างปรับปรุงระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ณ ห้อง BIR, OSR, BCR และ BOC อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต จำนวน 1 งาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะจ้างปรับปรุงระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ณ ห้อง BIR, OSR, BCR และ BOC อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.)
ขอบเขตงานหลักประกอบด้วยการรื้อถอนเครื่องปรับอากาศเดิม ได้แก่ เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนติดผนัง 24,000 BTU จำนวน 13 ชุด เครื่องส่งลมเย็น (FCU/ECU/PCU) ระบบน้ำเย็นจำนวน 3 ชุด นำส่งคืนคลังพัสดุ ทภก. จากนั้นจัดหาและติดตั้งเครื่องปรับอากาศระบบน้ำยาแปรผัน (VRV/VRF) พร้อมระบบระบายอากาศแบบแลกเปลี่ยนความร้อน (ERV/HRV) ท่อลม ท่อสารทำความเย็น ระบบไฟฟ้า ตู้เมนไฟฟ้าแรงดันต่ำ และระบบควบคุมการทำงานส่วนกลาง (Centralized Controller) ตามแบบติดตั้งเลขที่ สฟค.ฝปร.ทภก.-69-08
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ท่อทองแดง ASTM B280, ฉนวนหุ้มท่อ ASTM C518, สายไฟฟ้า มอก.11-2553, Circuit Breaker IEC 60947-2 และมาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย โดยวัสดุทั้งหมดต้องเป็นของใหม่ 100% และผลิตหรือประกอบภายในประเทศ
ระยะเวลาดำเนินงาน 180 วัน นับตั้งแต่ ทอท. แจ้งให้เข้าดำเนินการ การจ่ายเงินแบ่งเป็น 2 งวด งวดละ 50% รับประกันงานไม่น้อยกว่า 365 วัน พร้อมบริการตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ 4 ครั้ง/ปี และต้องจัดฝึกอบรมการใช้งานและบำรุงรักษาให้เจ้าหน้าที่ ทอท. ไม่น้อยกว่า 10 คน โดยผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
English summary
Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) intends to engage a contractor for the improvement of air conditioning and ventilation systems in rooms BIR, OSR, BCR, and BOC at the International Passenger Terminal, Phuket Airport.
The scope of work includes demolition of existing air conditioning units (13 wall-mounted split-type units of 24,000 BTU and 3 chilled water FCU/ECU/PCU units), followed by procurement and installation of new Variable Refrigerant Volume/Flow (VRV/VRF) air conditioning systems, Energy/Heat Recovery Ventilation (ERV/HRV) systems, ductwork, refrigerant piping, electrical systems, low-voltage distribution boards, and a Centralized Controller, in accordance with installation drawing No. สฟค.ฝปร.ทภก.-69-08.
All materials must be 100% new and manufactured or assembled domestically, complying with standards such as ASTM B280 for copper tubes, ASTM C518 for insulation, TISI standards for electrical cables, and IEC standards for circuit breakers.
The project duration is 180 days from AOT’s notification. Payment is divided into 2 installments of 50% each. The warranty period is not less than 365 days, including quarterly equipment inspections (4 times/year) and training for at least 10 AOT personnel, all at the contractor’s expense.
อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- ปรับปรุงระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ณ ห้อง BIR, OSR, BCR และ BOC อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต ให้มีประสิทธิภาพและทันสมัย
- เปลี่ยนจากระบบเครื่องปรับอากาศเดิม (แบบแยกส่วนและระบบน้ำเย็น) เป็นระบบน้ำยาแปรผัน (VRV/VRF) ที่ประหยัดพลังงาน
- ติดตั้งระบบระบายอากาศแบบแลกเปลี่ยนความร้อน (ERV/HRV) เพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคาร
- ติดตั้งระบบควบคุมการทำงานส่วนกลาง (Centralized Controller) เพื่อการจัดการระบบปรับอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตของงาน
- รื้อถอนเครื่องปรับอากาศ ท่อลม และอุปกรณ์ประกอบเดิม ได้แก่ เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนติดผนัง 24,000 BTU จำนวน 13 ชุด, FCU 5,700 m³/h จำนวน 1 ชุด, ECU 2,680 m³/h จำนวน 1 ชุด, PCU 4,400 m³/h จำนวน 1 ชุด และนำส่งคืนคลังพัสดุ ทภก.
- จัดหาและติดตั้งเครื่องปรับอากาศระบบ VRV/VRF (FCU และ CDU) ตามแบบติดตั้งเลขที่ สฟค.ฝปร.ทภก.-69-08
- จัดหาและติดตั้งระบบระบายอากาศแบบแลกเปลี่ยนความร้อน (ERV/HRV) พร้อมท่อลมและอุปกรณ์ประกอบ
- ติดตั้งท่อสารทำความเย็น ท่อน้ำทิ้ง พร้อมฉนวนหุ้มท่อ และอุปกรณ์รองรับ (Hanger and Support)
- ติดตั้งท่อลม (Duct Work) พร้อมกล่องลมกลับ (Return Air Chamber) และช่องบริการ (Access Panel)
- ติดตั้งระบบไฟฟ้า สายเมนไฟฟ้า ตู้เมนไฟฟ้าแรงดันต่ำ (Distribution Board) และเซอร์กิตเบรกเกอร์
- ติดตั้งระบบควบคุมการทำงานส่วนกลาง (Centralized Controller)
- ทดสอบรอยรั่วท่อสารทำความเย็นด้วยก๊าซไนโตรเจน และทำสุญญากาศด้วย Vacuum Pump
- จัดฝึกอบรมการใช้งานและบำรุงรักษาให้เจ้าหน้าที่ ทอท. ไม่น้อยกว่า 10 คน
- ส่ง Work Schedule และ Shop Drawing เพื่อขออนุมัติภายใน 30 วันนับจากวันลงนามสัญญา
- ส่งแคตตาล็อกหรือข้อมูลอุปกรณ์ (Material Approved) เพื่อขออนุมัติภายใน 30 วันนับจากวันลงนามสัญญา
- ปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้างของ ทอท.
- ปฏิบัติตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- คู่มือการใช้งาน (Operation Manual) จำนวน 2 ชุด (ตัวจริง 1 ชุด, สำเนา 1 ชุด)
- คู่มือการบำรุงรักษา (Maintenance Manual) จำนวน 2 ชุด (ตัวจริง 1 ชุด, สำเนา 1 ชุด)
- รายการชิ้นส่วนอะไหล่ (Part List) พร้อมราคา จำนวน 2 ชุด
- Catalog อุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมรายละเอียดผู้แทนจำหน่าย (Vendor List) จำนวน 2 ชุด
- แบบที่ติดตั้งจริง (As-Built Drawing) ด้วย AutoCAD ไม่ต่ำกว่า Version 2020 ขนาด A3 จำนวน 2 ชุด และไฟล์ (.dwg และ .pdf)
- เอกสารการทดสอบ จำนวน 2 ชุด
- เอกสารการฝึกอบรม จำนวน 2 ชุด
- บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์ (ภาคผนวก ก.) จำนวน 2 ชุด และไฟล์ Excel
- หนังสือรับประกัน จำนวน 2 ชุด
- เอกสารแสดงว่าพัสดุผลิตหรือประกอบภายในประเทศ (Made in Thailand, รง.4) จำนวน 2 ชุด
- External Hard Disk Drive ความจุ 1 TB จำนวน 1 อัน บันทึกข้อมูลตามข้อ 9.1-9.9
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินงาน: 180 วัน นับตั้งแต่ ทอท. มีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้างเข้าดำเนินการ
- ส่ง Work Schedule และ Shop Drawing: ภายใน 30 วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
- ส่ง Material Approved: ภายใน 30 วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ไม่ระบุในเอกสารที่ให้มา
- Standards Compliance: ไม่ระบุในเอกสารที่ให้มา
- Experience: ไม่ระบุในเอกสารที่ให้มา
- Previous Project Cost: ไม่ระบุในเอกสารที่ให้มา
- Technical Capabilities: ไม่ระบุในเอกสารที่ให้มา
- Personnel: ไม่ระบุในเอกสารที่ให้มา
เกณฑ์การพิจารณา
ไม่ระบุในเอกสารที่ให้มา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- เครื่องปรับอากาศระบบ VRV/VRF: FCU และ CDU ต้องเป็นยี่ห้อเดียวกันทั้งหมด ใช้ระบบ Inverter คอมเพรสเซอร์แบบ Scroll Type มีระบบ Auto Restart หลังไฟฟ้าขัดข้อง
- ชุดระบายความร้อน (CDU): โครงภายนอกชุบกันสนิม Hot-Dip พร้อม Coating ป้องกันการกัดกร่อน อุปกรณ์ยึดเป็น Stainless Steel (SUS410) หรือดีกว่า
- Fan Coil Unit (FCU): พัดลมปรับความเร็วได้ไม่น้อยกว่า 3 ระดับ มอเตอร์แบบ Induction คอยล์เย็นทองแดงอัดครีบอลูมิเนียม มีวาล์วลดความดันแบบ Electronic Expansion Valve แผงกรองอากาศป้องกันเชื้อราและแบคทีเรีย
- ระบบระบายอากาศ ERV/HRV: แลกเปลี่ยนทั้ง Sensible Heat และ Latent Heat มี CO2 Sensor และ Humidity Sensor แผ่นกรองอากาศ PM2.5 ควบคุมด้วย Wired Remote Controller มี Mode Bypass
- เซอร์กิตเบรกเกอร์: MCCB ชนิด Thermal Magnetic (ต่ำกว่า 400AF) และ Electronic Trip (400-1,000AF) มาตรฐาน IEC 60947-2 หรือ IEC 60898 ค่า Ics = 100% Icu
- ตู้เมนไฟฟ้า (DB): มาตรฐาน IEC 415/240V 3 Phase 4 Wire TNS Grounding 50Hz โครงตู้เหล็ก Alu-zinc หรือ Galvanize Steel ความหนาไม่น้อยกว่า 2 มม.
- ท่อทองแดง: มาตรฐาน ASTM B280
- ฉนวนหุ้มท่อ: Closed Cell Elastomeric Thermal Insulation มาตรฐาน ASTM C518, ASTM D1667, ASTM D1056, ASTM E96, UL และ FM Approved
- ท่อน้ำทิ้ง: หุ้มฉนวนตลอดแนว ลาดเอียงไม่น้อยกว่า 1:100 ติดตั้งปั๊มและหัวฉีดฝอย
- ท่อลม: ความเร็วลมกลับไม่เกิน 2 m/s (400 FPM) ความดันสถิตไม่เกิน External Static Pressure ที่ผู้ผลิตกำหนด
- สายไฟฟ้า: CV สำหรับเมนไฟฟ้า 60227 IEC 01 สำหรับวงจรย่อย สีสายตามมาตรฐาน (เฟส A น้ำตาล, B ดำ, C เทา, ศูนย์ ฟ้า, ดิน เขียวแถบเหลือง)
- วัสดุทั้งหมดต้องเป็นของใหม่ 100% และผลิตหรือประกอบภายในประเทศ
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 2 งวด งวดละ 50%
- งวดที่ 1 (50%): เมื่อติดตั้งระบบเมนไฟฟ้าทั้งหมด และระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ณ ห้อง BIR เสร็จ พร้อมทดสอบและตรวจรับแล้ว
- งวดที่ 2 (50%): เมื่อติดตั้งระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ณ ห้อง OSR, BCR, BOC และ Centralized Controller เสร็จทั้งหมด พร้อมทดสอบและตรวจรับแล้ว
- ค่าปรับ: ร้อยละ 0.1 ต่อวันของราคาค่าจ้างตามสัญญา แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
- การรับประกัน: ไม่น้อยกว่า 365 วัน นับถัดจากวันที่ตรวจรับพัสดุเรียบร้อย
- การซ่อมในระหว่างรับประกัน: ต้องดำเนินการตรวจซ่อมแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมงนับจากวันที่แจ้ง พร้อมรายงานผลภายใน 7 วัน
- การบำรุงรักษาตามรับประกัน: จัดเตรียมช่างผู้ชำนาญตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ 4 ครั้ง/ปี โดยผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- การฝึกอบรม: ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ทอท. ไม่น้อยกว่า 10 คน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คำถาม: โครงการนี้ปรับปรุงระบบปรับอากาศที่ห้องใดบ้าง?
คำตอบ: ปรับปรุงระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ณ ห้อง BIR, OSR, BCR และ BOC อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต -
คำถาม: ระบบเครื่องปรับอากาศที่ต้องติดตั้งใหม่เป็นระบบอะไร?
คำตอบ: เครื่องปรับอากาศระบบน้ำยาแปรผัน (VRV/VRF) พร้อมระบบระบายอากาศแบบแลกเปลี่ยนความร้อน (ERV/HRV) และระบบควบคุมส่วนกลาง (Centralized Controller) -
คำถาม: ต้องรื้อถอนเครื่องปรับอากาศเดิมจำนวนเท่าไร?
คำตอบ: เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนติดผนัง 24,000 BTU จำนวน 13 ชุด และเครื่องส่งลมเย็นระบบน้ำเย็น (FCU/ECU/PCU) จำนวน 3 ชุด โดยนำส่งคืนคลังพัสดุ ทภก. -
คำถาม: ระบบระบายอากาศ ERV/HRV ที่ต้องติดตั้งมีคุณสมบัติอย่างไร?
คำตอบ: ต้องแลกเปลี่ยนทั้งความร้อน (Sensible Heat) และความชื้น (Latent Heat) มี CO2 Sensor, Humidity Sensor, แผ่นกรองอากาศ PM2.5 และควบคุมด้วย Wired Remote Controller -
คำถาม: ต้องฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ทอท. กี่คน?
คำตอบ: ไม่น้อยกว่า 10 คน โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด -
คำถาม: ระยะเวลารับประกันงานนานเท่าไร?
คำตอบ: ไม่น้อยกว่า 365 วัน นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว -
คำถาม: หากอุปกรณ์ขัดข้องในระหว่างรับประกัน ต้องดำเนินการอย่างไร?
คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องตรวจซ่อมและแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมงนับจากวันที่แจ้ง พร้อมจัดทำรายงานผลภายใน 7 วัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องบำรุงรักษาอุปกรณ์ตามรับประกันกี่ครั้งต่อปี?
คำตอบ: ต้องจัดเตรียมช่างผู้ชำนาญเข้าตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ทั้งหมดตามมาตรฐาน จำนวน 4 ครั้ง/ปี โดยผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด -
คำถาม: ต้องส่งเอกสารอะไรภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา?
คำตอบ: ต้องส่ง Work Schedule และ Shop Drawing ของการติดตั้ง รวมถึงแคตตาล็อกหรือข้อมูลรายละเอียดอุปกรณ์ (Material Approved) เพื่อขออนุมัติจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ -
คำถาม: ท่อสารทำความเย็นต้องทดสอบอย่างไรหลังติดตั้ง?
คำตอบ: ต้องทดสอบรอยรั่วด้วยการอัดก๊าซไนโตรเจนเข้าไปภายในท่อ โดยใช้ Regulator ที่แรงดันตามที่ผู้ผลิตแนะนำ จากนั้นทำการดูดความชื้นออกโดยทำให้เป็นสุญญากาศด้วย Vacuum Pump
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 1/15
- วัตถุประสงค์
ข้อกาหนดรายละเอียดในการจัดหาของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) งานจ้างปรับปรุงระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ณ ห้อง BIR, OSR, BCR และ BOC อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะจ้างปรับปรุงระบบปรับอากาศและ ระบายอากาศ ณ ห้อง BIR, OSR, BCR และ BOC อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) - มาตรฐานที่กําหนด
2.1 เครื่องปรับอากาศ ต้องเป็นพัสดุที่ผลิตหรือประกอบภายในประเทศ
2.2 เครื่องปรับอากาศ ชนิดระบบน้ํายาแปรผัน (VRV/VRF) ในส่วนของเครื่องเป่าลมเย็น (Fan Coil Unit : FCU.) และชุดระบายความร้อน (Condensing Unit : CDU.) เป็นผลิตภัณฑ์สําเร็จรูปและประกอบมาเสร็จเรียบร้อย จากโรงงานผู้ผลิต
2.3 ท่อทองแดง มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน ASTM B280 - Standard Specification for Seamless Copper Tube for Air Conditioning and Refrigeration Field Service
2.4 ฉนวนหุ้มท่อ (Closed Cell Elastomeric Thermal Insulation) มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน ASTM C518, ASTM D1667, ASTM D1056, ASTM E96, UL และ FM Approved
2.5 ท่อ PVC มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก. 17-2532
2.6 สายไฟฟ้าแรงต่ําชนิด IEC01 มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก.11-2553
2.7 สายไฟฟ้าแรงต่ําชนิด Rubber connection cable มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน DIN VDE 0295 หรือ
IEC60228 หรือ DIN VDE 0285
2.8 ท่อร้อยสายไฟชนิดแข็ง เป็นท่อโลหะ มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก.770-2533
2.9 สวิตช์ตัดตอนอัตโนมัติ (Circuit Breaker) ต้องได้รับมาตรฐาน IEC 60947-2 หรือ IEC 60898
2.10 การติดตั้งระบบปรับอากาศตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (Air Conditioning and Ventilation Standard) ของวิศวกรรมสถาน แห่งประเทศไทย ฉบับล่าสุด
2.11 การติดตั้งระบบไฟฟ้าตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า สําหรับประเทศไทย ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ฉบับล่าสุด
2.1.2 วัสดุที่นํามาใช้ทั้งหมดต้องเป็นของใหม่ 100% ไม่เคยใช้งานมาก่อน - ขอบเขตงาน
3.1 ผู้รับจ้างต้องรื้อถอนเครื่องปรับอากาศ ท่อลม และอุปกรณ์ประกอบที่เกี่ยวข้อง (ของเดิม) นําส่งคืน คลังพัสดุ ทภก. โดยมีรายละเอียดดังนี้
3.1.1 เครื่องปรับอากาศ แบบแยกส่วน ชนิดติดผนัง ขนาด 24,000 BTU. จํานวน 13 ชุด 3.1.2 เครื่องส่งลมเย็น (FCU.) ระบบน้ําเย็น ชนิดต่อท่อลม ขนาด 5,700 m/h จํานวน 1 ชุด 3.1.3 เครื่องส่งลมเย็น (ECU) ระบบน้ําเย็น ชนิดต่อท่อลม ขนาด 2,680 m/h จํานวน 1 ชุด 3.1.4 เครื่องส่งลมเย็น (PCU) ระบบน้ําเย็น ชนิดต่อท่อลม ขนาด 4,400 m/h จํานวน 1 ชุด 3.2 ผู้รับจ้างจัดหาและติดตั้งเครื่องปรับอากาศระบบ VRV/VRF และระบบระบายอากาศแบบแลกเปลี่ยน ความร้อน (ERV/HRV) พร้อมท่อลม พร้อมอุปกรณ์ประกอบที่เกี่ยวข้อง (ของใหม่) โดยมีรายละเอียดดังนี้
Cel
ลําดับ 3.2.1 …
หน้า 4/15 - เงื่อนไขที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ
5.1 ให้ผู้รับจ้างจัดหาพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ตามข้อ 2-4 โดยตําแหน่งการติดตั้งเครื่องเป่าลมเย็น (FCU.) ชุดระบายความร้อน (CDU.) และระบบระบายอากาศแบบแลกเปลี่ยนความร้อน (ERV/HRV) ให้เป็นไปตามแบบติดตั้ง เลขที่ สฟค.ฝปร.ทภก.-69-08 ทั้งนี้ก่อนดําเนินการสั่งผลิตและติดตั้ง ผู้รับจ้างจะต้องเข้าสํารวจวัดระยะท่อสารทําความเย็น ท่อน้ําทิ้ง ระยะสายไฟฟ้า และระยะต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การติดตั้งถูกต้องตามหน้างานจริงและได้มาตรฐานของผู้ผลิต
5.2 ให้ผู้รับจ้างจัดหาพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ระบบ VRV/VRF โดยมีลักษณะอย่างน้อยดังนี้
5.2.1 เครื่องเป่าลมเย็น (FCU.) และชุดระบายความร้อน (CDU) ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ยี่ห้อเดียวกันทั้งหมด ประกอบด้วย FCU. หลายๆ เครื่อง ต่อกับ CDU ตั้งแต่ 1-3 ยูนิต และสามารถทําความเย็นได้ตามความต้องการของแต่ละ พื้นที่
5.2.2 ชุดระบายความร้อน Condensing Unit (CDU.) ต้องประกอบด้วย
5.2.2.1 โครงภายนอก (Casing) ทําด้วยแผ่นเหล็กที่ผ่านกระบวนการชุบกันสนิม (Hot-Dip) และ เคลือบสาร (Coating) สารป้องกันการกัดกร่อน (Anti-Corrosion) และอบสีผิวหน้าด้วยวัสดุที่ทนต่อการเป็นสนิม เหมาะ สําหรับการติดตั้งกลางแจ้ง (Outdoor) ตัวโครงจะต้องมั่นคงแข็งแรง ไม่สั่นสะเทือน หรือเกิดเสียงดังขณะใช้งาน อุปกรณ์ยึด (Fastener) ต่างๆ ต้องใช้วัสดุ Stainless Steel (SUS410) หรือดีกว่า
5.2.2.2 ใช้ระบบการทํางานแบบ Inverter เป็นตัวควบคุมการทํางานมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ (Compressor) ปรับเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าให้เหมาะสมตามโหลดความต้องการต่างๆ (Part Load)
5.2.2.3 คอมเพรสเซอร์ (Compressor) เป็นแบบก้นหอย (Hermetically Seated Scroll Type) ติดตั้งอยู่บนฐานที่แข็งแรง มีลูกยางกันสะเทือนรองรับ และที่มอเตอร์มีอุปกรณ์ป้องกันในกรณีที่เกิดความร้อนสูงเกินเกณฑ์
5.2.2.4 คอยล์ของคอนเดนเซอร์ (Condenser Coil) เป็นทองแดงที่ถูกอัดกับครีบอลูมิเนียม หรือ Aluminium Alloy หรือดีกว่า ที่เคลือบสารป้องกันการกัดกร่อน (Anti-Corrosion) ซึ่งต้องเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อยและ ยึดแน่น ทั้งต้องผ่านการทดสอบรอยรั่วและขจัดความชื้นมาจากโรงงานผู้ผลิต
5.2.2.5 พัดลมของคอนเดนเซอร์เป็นแบบใบพัดแฉก (Propeller) ได้รับการถ่วงสมดุลมาเรียบร้อยมา จากโรงงานผู้ผลิต ขับเคลื่อนโดยตรงจากมอเตอร์ มีตะแกรงโปร่งป้องกันอุบัติเหตุ
5.2.2.6 มอเตอร์พัดลมเป็นแบบหุ้มปิดมิดชิด มีอุปกรณ์ป้องกันการเกิดความร้อนสูงเกินเกณฑ์ มีระบบรองลื่นแบบตลับลูกปืน หรือแบบปลอก ที่มีการหล่อลื่นระยะยาว
5.2.2.7 ระบบควบคุม และแผงควบคุม (PC Board) บรรจุอยู่ในกล่องทึบปิดสนิท เพื่อป้องกันฝุ่น ละอองน้ํา และแมลงขนาดเล็ก ใช้การระบายความร้อนด้วยสารทําความเย็น เพื่อลดผลกระทบจากความร้อนสะสม มีตัวป้องกันแรงดันไฟฟ้ากระชาก (Surge Protection) และฟิวส์ป้องกันวงจรควบคุม
5.2.2.8 ระบบทํางานเริ่มใหม่อัตโนมัติ (Auto Restart) หลังจากไฟฟ้าตกหรือขัดข้อง
5.2.3 Fan Coil Unit (FCU.) ต้องประกอบด้วย
5.2.3.1 ตัวเครื่องตกแต่งสําเร็จจากโรงงาน ทําด้วยวัสดุที่ผ่านกระบวนการเคลือบและอบสี หรือวัสดุ ที่ทนต่อการเป็นสนิม เช่น ไฟเบอร์กลาส, พลาสติกอัดแรง เป็นต้น ภายในบริเวณที่จําเป็นให้บุด้วยฉนวนยาง หรือฟองน้ํา หรือวัสดุเทียบเท่า และถาดน้ําทิ้งต้องมีการเคลือบสารป้องกันแบคทีเรีย ป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อรา แบคทีเรียและ เมือกต่างๆ ที่เป็นต้นเหตุของการอุดตันและกลิ่นไม่พึงประสงค์
5.2.3.2 พัดลมส่งลมเย็น ขับเคลื่อนโดยตรง ซึ่งสามารถปรับความเร็วได้ไม่น้อยกว่า 3 ระดับ
5.2.3.3 มอเตอร์เป็นชนิด Induction ขับโดยตรง มีอุปกรณ์ภายในป้องกันความร้อนสูงเกินเกณฑ์ 5.2.3.4 คอยล์เย็น (Evaporator Coit) เป็นท่อทองแดงที่ถูกอัดเข้ากับครีบอลูมิเนียม หรือดีกว่า ซึ่งต้องเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อยยึดแน่นกับท่อทองแดง และผ่านการทดสอบรอยรั่วจากโรงงานผู้ผลิต
5.2.3.5 วาล์วลดความดันสารทําความเย็นที่ควบคุมโดยระบบอิเลคโทรนิคส์ ต้องสามารถปรับ
ปริมาณการไหลของสารทําความเย็นที่จะเข้าสู้คอยล์เย็นให้เหมาะสมกับภาระทําความเย็นที่ต้องการ
5.2.3.6 แผงกรองอากาศ (Air Filter) ต้องผ่านกระบวนป้องกันเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งสามารถ ป้องกันการเกิดเชื้อราจากฝุ่นและความชื้นที่อาจเกาะอยู่บนแผ่นกรองอากาศได้
CE
el
5.2.3.7 มีปั๊ม…
หน้า 6/15
5.7 ผู้รับจ้างจัดหาพร้อมติดตั้งร
งระบบระบายอากาศแบบแลกเปลี่ยนความร้อน (ERV/HRV) โดยมีลักษณะ อย่างน้อยดังนี้
5.7.1 เป็นระบบที่แลกเปลี่ยนทั้งพลังงานความร้อน (Sensible Heat) และความชื้น (Latent Heat) ระหว่างอากาศภายในที่ถูกระบายออก และอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกที่ถูกดึงเข้ามา
5.7.2 ใช้ไส้กรองหรือแกนแลกเปลี่ยน ที่ทําจากวัสดุกระดาษหรือเส้นใยพิเศษที่ไม่ติดไฟ และป้องกันเชื้อรา ซึ่งช่วยให้สามารถถ่ายโอนทั้งอุณหภูมิและความชื้นได้พร้อมกัน
5.7.3 สามารถเปลี่ยนไปใช้งาน Mode Bypass เมื่ออยู่ในสภาะวะไม่จําเป็นต้องแลกเปลี่ยนความร้อน 5.7.4 สามารถควบคุมคุณภาพอากาศได้ โดยควบคุมสั่งการผ่าน CO2 Sensor เพื่อตรวจวัดระดับค่า CO, และ Humidity Sensor เพื่อตรวจวัดระดับค่าความชื้นสัมพัทธ์
5.7.5 มีแผ่นกรองอากาศ (Filter) ที่สามารถกรองฝุ่นละอองในอากาศที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง เล็กกว่า 2.5 ไมโครเมตร หรือ PM2.5
5.7.6 ควบคุมการทํางานด้วย Wired Remote Controller สามารถควบคุมการเปิด-ปิด, ปรับความ แรงลม และตั้งค่าต่างๆ ตามมาตรฐานผู้ผลิต โดยแสดงผลทางหน้าจอ
5.8 เซอร์กิตเบรกเกอร์แรงดันต่ํา (Circuit Breaker)
5.8.1 เซอร์กิตเบรกเกอร์ที่มีพิกัด Ampere Frame (AF) ต่ํากว่า 400AF ให้ใช้เป็น Molded Case Circuit Breaker (MCCB) ชนิด Thermal Magnetic Trip และสําหรับเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่มีพิกัด Ampere Frame ตั้งแต่ 400AF ขึ้นไป และต่ํากว่า 1,000 AF ให้ใช้เป็น Molded Case Circuit Breaker ชนิด Electronic Trip
5.8.2 MCCB ที่มีพิกัด Ampere Frame 100AF, 160AF, 250AF ต้องสามารถปรับค่ากระแส Thermal ตั้งแต่ 0.8-1.0 ของ Rated Current หรือดีกว่า
5.8.3 Trip Unit ของ MCCB ชนิด Electronic Trip สามารถปรับค่ากระแส Overload Current ได้อย่างน้อยระหว่าง 0.5-1.0 ของพิกัด และสามารถปรับค่ากระแส Short Circuit Current ได้ระหว่าง 2-10 เท่าหรือ
ดีกว่า
5
5.8.4 MCCB ขนาดตั้งแต่ 100 - 630 AF ค่า Service breaking capacity (Ics) ต้องมีค่าเท่ากับ 100% Ultimate breaking capacity (Icu) คือ Ics = 100% Icu Rate current 100% continuous
5.9 ตู้เมนไฟฟ้าแรงดันต่ํา (Distribution Board : DB) ออกแบบและสร้างตู้เมนไฟฟ้าแรงดันต่ํา เป็นไปตาม มาตรฐาน IEC โครงตู้ทําด้วยเหล็กขึ้นรูป เชื่อมติดกันหรือมีโครงสร้างแบบถอดประกอบได้ และมีรายละเอียด เป็นไปตามข้อกําหนดดังนี้
5.9.1 รายละเอียดทางด้านไฟฟ้า
5.9.1.1 Insulation Voltage (UI)
5.9.1.2 Rated System Voltage (Ue)
5.9.1.3 System Wiring
5.9.1.4 Rated Frequency
5.9.1.5 Rated Current
5.9.1.6 Finishing
5.9.1.7 Partition form/Internal Partition
5.9.1.8 Structure
cal
- ไม่น้อยกว่าที่ระบุไว้ในแบบ
: 415/240 V
: 3 Phase, 4 Wire, TNS Grounding system
: 50 Hz
ไม่น้อยกว่าที่ระบุไว้ในแบบ
: Epoxy Polyester Powder Paint Coating
: form 1 เป็น Alu-zinc หรือ Galvanize Steet
หรือ Electrocally zinc coated cold rolled steel sheet ความหนาไม่น้อยกว่า 1.5 มิลลิเมตร
: Alu-zinc หรือ Galvanize Steel หรือ
Electrocally zinc coated cold rolled steel sheet ความหนาไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร
5.9.1.9 Short Circuit…
หน้า 9/15
6.5 ท่อน้ําทิ้งหุ้มฉนวนตลอดแนวท่อ มีความลาดเอียงไม่น้อยกว่า 1:100 โดยต้องไม่มีน้ําค้างอยู่ในท่อน้ําทิ้ง
และสามารถไหลลง Main ท่อน้ําได้ และอ่างเก็บน้ําทิ้งต้องติดตั้งระบบปั๊มและท่อระบายน้ําทิ้งพร้อมติดตั้งหัวฉีดฝอย เป็นระยะเพื่อกระจายน้ําไปในอากาศ โดยผู้ขายเสนอการออกแบบจุดติดตั้งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท.
พิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ
6.6 เมื่อทําการติดตั้งระบบท่อสารทําความเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ทําการทดสอบรอยรั่วด้วยการอัดก๊าซ ไนโตรเจน เข้าไปภายในท่อสารทําความเย็น โดยใช้ Regulator ที่แรงดันตามที่ผู้ผลิตแนะนํา
6.7 หลังจากทดสอบหารอยรั่วแล้วไม่พบว่ามีรอยรั่ว ให้ทําการดูดความชื้นออกจากภายในท่อ สารทําความเย็น โดยทําให้เป็นสุญญากาศด้วยปั๊มดูดสุญญากาศ (Vacuum Pump) ที่แรงดันตามที่ผู้ผลิตแนะนํา
6.8 อุปกรณ์รองรับ (Hanger and Support) สําหรับท่อสารทําความเย็นและท่อน้ําทิ้ง
อยางมนคง
6.8.1 ท่อสารทําความเย็นต้องติดตั้งอยู่บนอุปกรณ์รองรับ โดยใช้ประกับรัดตัวท่อเข้ากับอุปกรณ์รองรับ
6.8.2 ต้องมีที่แขวนท่อระยะไม่เกิน 0.30 เมตร จากจุดที่ท่อเปลี่ยนทิศทางด้านบนของท่อที่ยาวกว่า และต้องมีที่แขวนท่อในจุดที่ติดอยู่กับอุปกรณ์อื่นๆ
6.8.3 ที่แขวนท่อและที่รองรับท่อสําหรับท่อแนวนอน ต้องสามารถปรับระดับขึ้นลงได้อย่างน้อย
50 มิลลิเมตร
6.9 ท่อลม (Duct Work)
6.9.1 การติดตั้ง FCU. ชนิดต่อท่อลม ให้ทํากล่องลมกลับ (Return Air Chamber) ครอบ CU หรือทําท่อลมกลับ (Duct Return) เพื่อป้องกันอากาศเหนือฝ้าเข้าสู่ FCU พร้อมทําช่องบริการ (Access panel) เพื่อเข้าซ่อมบํารุงได้โดยขนาดตามคําแนะนําจากผู้ผลิต และขนาดของช่องลมกลับ ต้องเพียงพอที่จะให้ลมกลับ ไหลผ่านด้วยความเร็วไม่เกิน 2 เมตรต่อวินาที (400 ฟุตต่อนาที) โดยคิดจากพื้นที่หน้าตัดสุทธิ
6.9.2 FCU. ชนิดที่ใช้ต่อท่อลม ต้องใช้ท่อลมและหัวจ่ายลมเย็นที่มีขนาดใหญ่เพียง ที่ให้ไม่เกิดเสียงดัง และไม่ยาวเกินกว่าที่จะสามารถส่งลมเย็นถึงได้ตามแต่ชนิดของเครื่อง ทั้งนี้ความดันสถิตย์ของระบบท่อลมและอุปกรณ์ จะต้องไม่เกินความดันสถิตของ FCU. External Static Pressure ที่กําหนดโดยผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ โดยการติดตั้ง ให้เป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งท่อลม
6.9.3 แผงกรองอากาศ (Air Filter) ติดตั้งอยู่ที่เครื่องหรือช่องลมกลับ ต้องสามารถถอดล้างได้สะดวก
6.10 ระบบไฟฟ้า
ทอท. กําหนด
6.10.1 สายเมนไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศ ให้เดินไปเชื่อมต่อที่ CDU ของแต่ละเครื่องตามแบบที่
6.10.2 สายไฟฟ้าให้ใช้ชนิด CV สําหรับเมนไฟฟ้า และ 60227 IEC 01 สําหรับวงจรย่อย กรณีเดินใน ท่อร้อยสายไฟ โดยขนาดสายไฟฟ้ากําลังมีขนาดตามแบบที่ ทอท. กําหนด หรือเป็นไปตามมาตรฐาน วสท. ฉบับล่าสุด
6.10.3 สีของสายไฟฟ้าในระบบ 380/220 โวลท์ 3 เฟส 4 สาย ต้องเป็นดังนี้ - เฟส A : สีน้ําตาล
- เฟส B : สีดําา
- เฟส C : สีเทา
- สายศูนย์ : สีฟ้า
สายดิน : สีเขียวแถบเหลือง
กรณีที่สายไฟฟ้าเป็นชนิดที่มีเฉพาะสีดํา ให้แสดงสีของสายไฟฟ้าด้วยเทปพันสายไฟและ/หรือ
ตัวอักษรที่แสดงเฟสของไฟฟ้า R, Y, B, N, GND
6.10.4 การ…
หน้า 11/15
- การฝึกอบรม
ผู้รับจ้างต้องจัดการฝึกอบรมการใช้งานและการบํารุงรักษาเครื่องปรับอากาศระบบ VRV/VRF และระบบ ระบายอากาศแบบแลกเปลี่ยนความร้อน (ERV/HRV) ท่อลม พร้อมอุปกรณ์ประกอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และระบบควบคุม การทํางานส่วนกลาง (Centralized Controller) ให้กับเจ้าหน้าที่ ทอท. หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า 10 คน โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด - เอกสารที่ผู้ขายต้องส่งมอบในวันส่งมอบงาน
9.1 หนังสือคู่มือภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ จัดทําในรูปแบบเอกสาร จํานวน 2 ชุด (ตัวจริง 1 ชุด, สําเนา 1 ชุด) ประกอบด้วย
9.1.1 คู่มือการใช้งาน (Operation Manual)
9.1.2 คู่มือการบํารุงรักษา (Maintenance Manual)
9.2 รายการชิ้นส่วนอะไหล่ (Part List) พร้อมราคา จํานวน 2 ชุด (ตัวจริง 1 ชุด, สําเนา 1 ชุด)
2
9.3 Catalog อุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหมดที่ใช้ในโครงการนี้ พร้อมรายละเอียดของผู้แทนจําหน่าย (Vender List) จํานวน 2 ชุด (ตัวจริง 1 ชุด, สําเนา 1 ชุด)
9.4 แบบที่ติดตั้งจริง (As-Built Drawing) ที่เขียนด้วยโปรแกรม AutoCAD ไม่ต่ํากว่า Version 2020 จัดทําในรูปแบบเอกสาร ขนาด A3 จํานวน 2 ชุด (ตัวจริง 1 ชุด, สําเนา 1 ชุด) และในรูปแบบไฟล์ (.dwg และ .pdf)
9.5 เอกสารการทดสอบ ตามข้อ 7 จํานวน 2 ชุด (ตัวจริง 1 ชุด, สําเนา 1 ชุด)
9.6 เอกสารการฝึกอบรม ตามข้อ 8 จํานวน 2 ชุด (ตัวจริง 1 ชุด, สําเนา 1 ชุด)
9.7 บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์ (ภาคผนวก ก.) จํานวน 2 ชุด (ตัวจริง 1 ชุด, สําเนา 1 ชุด) และในรูปแบบ Excel File
9.8 หนังสือรับประกัน ตามข้อ 12 จํานวน 2 ชุด (ตัวจริง 1 ชุด, สําเนา 1 ชุด)
9.9 เอกสารที่แสดงว่า พัสดุที่ส่งมอบเป็นพัสดุที่ผลิตหรือประกอบภายในประเทศ เช่น หนังสือรับรอง Made in Thailand, เอกสาร รง.4 เป็นต้น จํานวน 2 ชุด (ตัวจริง 1 ชุด, สําเนา 1 ชุด)
9.10 External Hard Disk Drive ความจุ 1 TB จํานวน 1 อัน และภายในบันทึกข้อมูลตามข้อ 9.1-9.9 - การส่งมอบ
ผู้รับจ้างต้องทํางานตามสัญญาให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับตั้งแต่ ทอท. มีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้าง
เข้า าเนินการ - การจ่ายเงิน
ทอท. จะจ่ายเงินค่าจ้างให้ผู้รับจ้าง จํานวน 2 งวด ดังนี้
11.1 งวดที่ 1 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 50 ของเงินค่าจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างดําเนินการติดตั้ง ระบบเมนไฟฟ้าในงานนี้ทั้งหมด และระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ณ ห้อง BIR พร้อมทดสอบการทํางาน แล้วเสร็จ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว
11.2 งวดที่ 2 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 50 ของเงินค่าจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างดําเนินการติดตั้ง ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ณ ห้อง OSR, BCR และ BOC และระบบควบคุมการทํางานส่วนกลาง (Centralize Controller) พร้อมทดสอบการทํางานแล้วเสร็จทั้งหมด และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อย
แล้ว
Cal - อัตราค่าปรับ…
หน้า 12/15 - อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กําหนดในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ ทอท. เป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 ของราคาค่าจ้างตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100.- บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน) - การรับประกัน
13.1 ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันคุณภาพการใช้งานและการชํารุดที่เกิดขึ้นของเครื่องปรับอากาศระบบ VRV/RE และระบบระบายอากาศแบบแลกเปลี่ยนความร้อน (ERV/HRV) ท่อลม พร้อมอุปกรณ์ประกอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และระบบควบคุมการทํางานส่วนกลาง (Centralized Controller) อันเนื่องมาจากการใช้งานตามปกติวิสัยเป็นระยะเวลา ไม่น้อยกว่า 365 วัน นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับพัสดุไว้เรียบร้อยแล้ว
13.2 หากอุปกรณ์ขัดข้องในระหว่างการรับประกัน ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจซ่อมและแก้ไขให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงนับจากวันที่แจ้ง พร้อมทั้งจัดทํารายงานผลการตรวจสอบ ซ่อมบํารุงรักษาหรือแก้ไข ทุกครั้ง ภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วันนับจากวันที่เข้าปฏิบัติงานโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นตล
นตลอดระยะเวลา การรับประกันหากผู้รับจ้างละเลย เพิกเฉย หรือดําเนินการล่าช้า ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ในการดําเนินการซ่อมแซม แก้ไขเองหรือว่าจ้างผู้อื่นดําเนินการซ่อมแซมแก้ไขให้ โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดําเนินการทั้งหมดตาม
ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
13.3 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมช่างผู้ชํานาญในเครื่องปรับอากาศระบบ VRV/VRF และระบบระบายอากาศ แบบแลกเปลี่ยนความร้อน (ERV/HRV) ท่อลม พร้อมอุปกรณ์ประกอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และระบบควบคุมการทํางาน ส่วนกลาง (Centralized Controller) โดยให้เข้าดําเนินการตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ทั้งหมดตามมาตรฐาน จํานวน 4 ครั้ง/ปี ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ค่าแรงและค่าวัสดุ) ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
ตลอดระยะเวลารับประกันตามข้อ 13.1 - เงื่อนไขในการปฏิบัติงาน
14.1 การดําเนินงานของผู้รับจ้าง จะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของ ทอท.
14.2 ผู้รับจ้างจะต้องส่ง Work Schedule และ Shop Drawing ของการติดตั้งเสนอต่อคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ เพื่ออนุมัติก่อนเข้าดําเนินการภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
14.3 ผู้รับจ้าง ต้องส่งแคตตาล็อกหรือข้อมูลรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดตั้ง ให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุตรวจสอบเพื่อขออนุมัติ (Material Approved) ก่อนเข้าดําเนินการภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่
ลงนามในสัญญา
14.4 ผู้รับจ้างต้องศึกษารายละเอียดและทําความเข้าใจในข้อกําหนด ตลอดจนปัญหาขัดแย้งหรือข้อความ ที่ไม่ชัดเจนต่างๆ ให้ถูกต้องเสียก่อน เมื่อผู้รับจ้างเริ่มดําเนินการแล้วเกิดมีปัญหาจากข้อขัดแย้งหรือคลาดเคลื่อน ไม่ชัดเจนก็ตาม แต่เป็นสิ่งจําเป็นที่จะต้องมีหรือต้องดําเนินการตามหลักเทคนิค ผู้รับจ้างจะต้องทําทุกอย่างให้ถูกต้องเต็มที่
และจะไม่เรียกร้องขอต่อสัญญาตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น
14.5 การติดตั้งผู้รับจ้าง ต้องสํารวจตําแหน่งที่ติดตั้ง เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการออกแบบ และการติดตั้งที่ปลอดภัยและถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยผู้ขายเป็นผู้ดําเนินการและออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งนี้ต้องได้รับ อนุมัติจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อน โดยผู้รับจ้างต้องตรวจสอบจากสถานที่จริงก่อนการดําเนินการ
14.6 แบบแสดงพื้นที่ติดตั้งในเอกสารแนบ เป็นแนวทางโดยประมาณเท่านั้น ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการ ตรวจสอบสถานที่จริงก่อนการดําเนินการ
Cal
14.7 การดําเนิน…
หน้า 13/15
14.7 การดําเนินการติดตั้ง ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามแบบรายละเอียดการติดตั้ง (Shop Drawings) ที่ผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ งานส่วนใดก็ตามที่กระทําไปก่อนที่จะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ (เป็นลายลักษณ์อักษร) ให้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ จะสงวนสิทธิ ที่จะเรียกร้องให้ผู้รับจ้างเพิ่มเติมงานบางส่วน และ/หรือ ให้ผู้ขายเปลี่ยนแปลงงาน ส่วนที่ได้ติดตั้งไปแล้วให้สอดคล้องกับ แบบและข้อกําหนด โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
14.8 จัดทําแนวกั้นบริเวณพื้นที่ที่ทํางาน พร้อมปิดประกาศ “เขตอันตราย พื้นที่กําลังปรับปรุง” และ * DANGEROUS ZONE DON’T ENTRY” โดยรอบ หากมีความจําเป็นที่ต้องทํางานในเวลากลางคืน และความสว่าง ไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมไฟแสงสว่างให้เพียงพอต่อการดําเนินงานพร้อมทั้งติดสัญญาณไฟสีแดง ซึ่งมีความเข้ม ของการส่องสว่างเหมาะสม สามารถมองเห็นและแยกแต่ละพื้นที่ได้อย่างชัดเจน
14.9 ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานของผู้รับจ้าง ใส่เสื้อสะท้อนแสงหรือเครื่องแบบ และรองเท้า Safety โดยผู้รับจ้างให้ความเห็นชอบ ขณะปฏิบัติงานและจะต้องแต่งเครื่องแบบดังกล่าวให้ถูกต้อง สะอาด ป้องกันอุบัติภัย และ เรียบร้อยอยู่ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน ทั้งนี้เครื่องแบบดังกล่าวต้องแตกต่างจากเครื่องแบบของพนักงานของผู้ว่าจ้าง
14.10 ผู้รับจ้างต้องแจ้งขอทําบัตรรักษาความปลอดภัยสําหรับบุคคลหรือยานพาหนะ ให้แก่พนักงานของผู้รับจ้าง
โดยเสียค่าใช้จ่ายตามระเบียบที่ผู้ว่าจ้างกําหนด เพื่อให้พนักงานของผู้รับจ้างมีบัตรรักษาความปลอดภัยเป็นหลักฐาน แสดงตน ในการปฏิบัติงานในพื้นที่หวงห้าม กรณีพนักงานของผู้ว่าจ้างตรวจพบว่า พนักงานของผู้รับจ้าง ลาออกหรือ ถูกไล่ออก หรือเปลี่ยนตัวพนักงาน ผู้รับจ้างต้องส่งคืนบัตรรักษาความปลอดภัยให้ผู้รับจ้างทันที พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งให้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างทราบ
14.11 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันอุบัติภัยอันตรายส่วนบุคคลขั้นพื้นฐานตามความเหมาะสมให้กับ ผู้ปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัยในขณะทํางาน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน 2541 และต้องดูแลให้สวมใส่
อยู่ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
14.12 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ในส่วนที่ผู้ขายเกี่ยวข้อง (ภาคผนวก ข.)
14.13 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดเสียหายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นแก่งานและบุคคลในระหว่างการ ปฏิบัติงาน จนกระทั่งหมดพันธะแห่งสัญญาด้วยการชดใช้ค่าเสียหายซ่อมแซมให้ใหม่หรือรื้อถอนและนําของใหม่มาติดตั้ง ตามที่ผู้ว่าจ้างเห็นสมควร
14.14 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบโดยสิ้นเชิงและปฏิบัติต่อพนักงานของผู้รับจ้างให้ถูกต้อง ตามกฎหมายแรงงาน ทั้งที่บัญญัติไว้ในปัจจุบันหรือที่จะบังคับในโอกาสต่อไป รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่กําหนดไว้ หรือจะบังคับใช้ในโอกาสต่อไป
ที่รัฐพึงมีให้แก่ลูกจ้าง
14.15 ในขณะปฏิบัติงานจะต้องไม่กีดขวางการจราจรและการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งจะต้องควบคุมคนงาน ของผู้รับจ้าง มิให้เข้าไปในเขตหวงห้ามต่างๆ ของ ทอท. โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นอันขาด
14.16 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนการดําเนินงาน อย่างสม่ําเสมอและต่อเนื่อง ถ้าคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เห็นว่าผู้รับจ้างเร่งรัดงานจนอาจเกิดความเสียหายแล้ว คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีสิทธิ์ยับยั้ง และให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามหลักการช่างที่ดี ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะถือเป็นข้ออ้างในการขอต่ออายุสัญญา
และ/หรือเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ว่าจ้างมิได้
14.17 หากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาเห็นว่า ผู้ควบคุมงาน หรือช่างของผู้รับจ้างไม่เหมาะสม ที่จะปฏิบัติงาน กล่าวคือ ไม่มีความเชี่ยวชาญ หรือไม่มีความชํานาญเพียงพอที่จะทํางานนี้ ให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนผู้ควบคุมงาน หรือช่างภายใน 3 วัน นับจากวันที่รับทราบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแล้ว โดยไม่นํามาเป็นข้ออ้างในการต่ออายุ สัญญา หรือเรียกร้องค่าเสียหายจาก ทอท.
MANNAAMKARAN
14.18 การปฏิบัติ…
ชื่อคู่สัญญา
ชื่อสัญญา
บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์
ล้าน
(800)
รายการ
(ชื่อ, ยี่ห้อ, สี, ขนาด, แบบ, รุ่น, Serial No.)
หน่วยนับ จํานวน จํานวน ชิ้น / ชุด ตาม BIOC ที่ส่งมอบ
รา หน่วย
(ไม่รวม VATI
ค่าแรง
ราคารวม
สถานที ง
ต่อหน่วย
านจํานวนที่ส่งของ
อาการ
ห้อง
ชน
(ไม่รวม VAT)
หมายเหตุ - แนบภาพถ่ายครุภัณฑ์ให้ตรงกับลําดับที่ในแบบฟอร์ม จํานวน 1 ชุด
- กรณีส่งของไม่ตรงตาม Spec, จํานวน, ราคา ให้แจ้งเหตุในแบบฟอร์ม
- กรณีเป็นระบบต้องแยกรายละเอียดพร้อมจํานวนและราคา
- กรณีเป็น Partition ให้แจ้งจํานวนเป็นรายขึ้น
- ทุกรายการต้องระบุรายละเอียดต่างๆ เช่น ขนาด สี ยี่ห้อ รุ่น
เลขที่สัญญา
หน่วยผู้ใช้ หน่วยครอบครอง
กาด บ ก ก.
ภาคผนวก ซ.
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
Airports of Thailand Public Company Limited
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง
Rev.02
ดาวน์โหลดข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย
ความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
ปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 (ม.ค.66)
vee.
/AOT
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2
ปีงบประมาณ 2566
จัดทําโดย
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (ปอ.)
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
รับรองโดย
Lome
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ
กรรมการผู้อํานวยการใหญ่
10 มกราคม 2566
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -1-
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง - วัตถุประสงค์ (Purpose)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้างฉบับนี้ ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อควบคุม การปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยง จัดทําขึ้นสําหรับให้ผู้รับจ้างขั้นต้นและผู้รับจ้างช่วงที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้ เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติได้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่กฎหมายกําหนด โดยมีรายละเอียดที่สําคัญคือ การปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทํางานของงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่าง ๆ และเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ข้อห้าม และข้อแนะนําในการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย รวมถึงการรายงานการเกิดอุบัติเหตุ ของผู้รับจ้างเพื่อให้ ทอท. ได้ทราบ - ขอบเขต (Scope)
2.1 ข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ใช้กับผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความปลอดภัยและควบคุมการเกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ดังนั้น ผู้รับจ้างต้องศึกษาและทําความเข้าใจ รวมถึงต้องปฏิบัติงานตามข้อกําหนดต่าง ๆ ในเอกสารชุดนี้อย่างเคร่งครัด
2.2 ประเภทผู้รับจ้างตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ แบ่งเป็น 4 ประเภทคือ
2.2.1 ผู้รับจ้างทั่วไปที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่
(1) งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource)
(2) งานทําความสะอาดที่ไม่เป็นการทํางานบนที่สูง
(3) งานอื่น ๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. และเป็นงานที่ไม่เข้าข่ายตามข้อ 2.2.2
2.2.2 ผู้รับจ้างงานความเสี่ยงสูงที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่
(1) งานก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบํารุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร สนามบิน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบายน้ํา โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซ ประปา หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งการเตรียมการหรือการวางรากฐานของการก่อสร้าง
(2) งานขนส่งคนโดยสารหรือสินค้า รวมทั้งการบรรทุกขนถ่ายสินค้า
(3) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
(4) การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
(5) การปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
(6) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
(7) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุงเครื่องจักร
(8) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
(9) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
(10) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร -
(11) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
90 เมตร)
CON
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) - การควบคุมการปฏิบัติ
5.1 ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ
-3-
5.1.1 ผู้รับจ้างทุกประเภทที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยที่ ทอท. ได้กําหนดไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ โดยถือเป็นข้อกําหนด ขั้นพื้นฐานของการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย หากการปฏิบัติใดที่ ทอท. ไม่ได้ระบุไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตาม “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ” เป็นระเบียบปฏิบัติขั้นพื้นฐาน ในกรณีที่ข้อกําหนดใดถูกกําหนดไว้ทั้ง ในส่วนของ “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” และ “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน” ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับหรือข้อกําหนดที่ดีกว่าเพื่อการปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานของผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ข้อกําหนดดังกล่าว จะถูกลงโทษตามกฎระเบียบต่อไป
5.1.2 ผู้รับจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ต้องจัดให้มีระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัยในการทํางานตามที่ได้กําหนดไว้ใน กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัย พ.ศ.2555 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย
(1) นโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
(2) การจัดการองค์กรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
(3) แผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานและการนําไปปฏิบัติ (4) การประเมินผลและทบทวนการจัดการด้านความปลอดภัย
(5) การปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการด้านความปลอดภัย
5.1.3 ให้ผู้รับจ้างดําเนินการให้เป็นไปตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน ตามข้อ 5.1.2 และให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) ควบคุมดูแลการดําเนินงานตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน
(2) ส่งเสริมให้ลูกจ้างทุกคนมีส่วนร่วมในการดําเนินการตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน (3) ให้ผู้รับจ้างจัดทําเอกสารเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางานตามข้อ 5.1.2 เก็บไว้ในสถานประกอบกิจการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีนับจากวันที่จัดทําหรือจนกว่างานจะแล้วเสร็จในโครงการนั้น ๆ พร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบจากพนักงานตรวจแรงงานหรือจาก ทอท. ได้ทุกเมื่อ โดยเอกสารฯ จะจัดทําในรูปแบบ
และพร้อมที่จะได้
ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยก็ได้
ในการทํางานได้
(4) ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย
หมายเหตุ : กรณีที่ผู้รับจ้างได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล (International Standardization for Organization : ISO) มาตรฐานของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) มาตรฐานของสถาบันมาตรฐาน สหราชอาณาจักร (British Standards Institution : BS) มาตรฐานของสํานักงานบริหารความปลอดภัยและ อาชีวอนามัยแห่งชาติ (Occupational Safety and Health Administration : OSHA) มาตรฐานของสถาบัน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
"
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
-5
5.1.9 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ตามที่
กฎหมายด้านความปลอดภัยกําหนด ดังนี้
ประเภทกิจการ
กิจการตามบัญชี 2 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้ มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ
ดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ กิจการ พ.ศ.2565 เช่น กิจการลําดับที่ - การก่อสร้าง ดัดแปลง การซ่อมแซม
หรือการรื้อถอนอาคารตามกฎหมายว่าด้วย
การควบคุมอาคาร - อุตสาหกรรมการขนส่ง
- การติดตั้ง การซ่อม หรือการซ่อม
2-19 คน
20-49 AU
50-99 คน
ส
100-199 คน
ป
บํารุงเครื่องจักร
48, การขายและการบํารุงรักษายานยนต์
หรือการซ่อมยานยนต์
200 คนขึ้นไป
20 คนขึ้นไป
ฟ
คณะกรรมการตร
ช่
ช่
ช่
กิจการตามบัญชี 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้
มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน
บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ
ทําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ กิจการ พ.ศ. 2565 เช่น กิจการลําดับที่ - สํานักงานบริหารของสถานประกอบกิจการ
ตามบัญชี 1 และบัญชี 2
หมายเหตุ - 4 หมายถึง กําหนดให้ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบุคลากรและทําหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนด
- งานอื่น ๆ ซึ่งไม่เข้าข่ายตามประเภทกิจการตามบัญชี 2 และ 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างานอย่างน้อย 1 คนทําหน้าที่เป็น ผู้ประสานงานด้านความปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
o
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-6-
5.1.10 ทอท. สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อม การทํางาน, สํารวจพื้นที่ปฏิบัติงานหรือสํารวจพฤติกรรมการทํางานของผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบถึง สภาพแวดล้อมในการทํางานที่ไม่ปลอดภัยเพื่อหยุดงานชั่วคราวได้ เมื่อพบว่าการปฏิบัติงานหรือสภาพแวดล้อมในการทํางาน ไม่ปลอดภัย ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขโดยด่วน เพื่อที่จะให้งานกลับมาอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน
5.1.11 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดหา PPE ให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ มีจํานวนเพียงพอ เหมาะสมตามกฎหมายและ ตามความเสี่ยงของประเภทงานที่ได้กําหนดไว้ และ PPE ต้องได้มาตรฐานไม่ต่ํากว่าที่กฎหมายหรือมาตรฐานสากลกําหนด รวมทั้งต้องกํากับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ PPE ตลอดระยะเวลาทํางาน
5.1.12 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความปลอดภัยฯ ของพื้นที่ปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นประจํา 5.1.13 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบการทํางานของพนักงานในความรับผิดชอบของตนเป็นประจํา สม่ําเสมอ หากเกิดอุบัติเหตุจากการทํางาน ให้แจ้งรายงานการเกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ควบคุมงานของ ทอท. และหน่วยงานด้านความ ปลอดภัยของ ทอท. (ฝปอ., ฝมอ. หรือ สมอ.) ทราบทันทีหลังจากเกิดเหตุ เช่น ทางโทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ หรือเอกสาร และร่วมกันสอบสวนอุบัติเหตุโดยด่วน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายหรือการบาดเจ็บ และวิธีป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ําด้วย
ๆ
5.1.14 ห้ามพนักงานของผู้รับจ้างกระทําผิดกฎระเบียบหรือผิดกฎหมาย เช่น นําอุปกรณ์สําหรับการพนันเข้ามา ในพื้นที่ ทอท. หรือเล่นการพนัน, ลักทรัพย์, ทะเลาะวิวาท, ทําร้ายร่างกาย, ทําลายทรัพย์สินของ ทอท. ผู้มาติดต่อ ลูกค้า ผู้ใช้บริการ หรือของผู้รับจ้างรายอื่น ซึ่งเป็นการกระทําที่ผิดกฎระเบียบและผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ของ ทอท.
5.1.15 การตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน (ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพหรือใบรับรองแพทย์) ทอท. กําหนดประเภท ใบรับรองแพทย์ออกเป็น 2 ประเภท คือ ใบรับรองแพทย์ทั่วไป เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุการรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ ตามปัจจัยเสี่ยง เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน
แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง ซึ่งมีอายุ การรับรองไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์
สําหรับการปฏิบัติงานทั่วไป ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการส่งผลการตรวจสุขภาพ ยกเว้นการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานและให้ดําเนินการส่งผลการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานในวันแรก ที่ผู้รับจ้างเข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท.
(1) การทํางานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ดกระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้บนที่สูง งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงานบนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift), งานประดาน้ําซึ่งปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร และการปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน อย่างน้อยต้องเป็นการตรวจสุขภาพทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) ทั้งนี้ ผู้รับจ้างสามารถนําผลการ ตรวจสุขภาพจากที่ทํางานเดิมที่มีระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองผลการตรวจสุขภาพมาใช้ยืนยันผล การตรวจสุขภาพครั้งนี้ได้
(2) การทํางานกับกัมมันตภาพรังสี, การทํางานกับสารเคมีอันตรายตามบัญชีรายชื่อที่อธิบดีกระทรวง แรงงานกําหนด, การทํางานเกี่ยวกับจุลชีวันเป็นพิษที่อาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือสารชีวภาพอื่น ๆ และการทํางาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ca
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -7.
ในสภาพแวดล้อมอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพลูกจ้าง ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน
แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง)
(3) เฉพาะการทํางานในที่อับอากาศ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดย
แพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกันแขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์
ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง) และ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งเพิ่มเติม (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) เพื่อเป็นการ ตรวจเช็คร่างกายก่อนการเข้าไปทํางานในที่อับอากาศทุกครั้ง
5.1.16 ห้ามผู้รับจ้างสูบบุหรี่ในพื้นที่ซึ่ง ทอท. กําหนดให้เป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ เช่น พื้นที่หวงห้าม พื้นที่เขตการบิน พื้นที่ที่กําหนดว่าห้ามทําให้เกิดความร้อนและประกายไฟ สถานที่เก็บเชื้อเพลิง สารเคมี สารไวไฟ ยกเว้นในบริเวณที่ ทอท.
ได้กําหนดให้เป็นเขตสูบบุหรี่
5.1.17 การเข้า-ออกพื้นที่ของผู้รับจ้างในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง)
(1) การเข้า - ออกเพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องใช้ประตูและเส้นทางที่ ทอท. กําหนดให้ (2) ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย
อย่างเคร่งครัด
(3) ต้องติดบัตรอนุญาตบุคคลของ ทอท. ไว้ที่เสื้อบริเวณจุดที่มองเห็นได้ง่ายและชัดเจนตลอดเวลา พร้อมให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบได้ตลอดเวลาที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท.
5.1.18 การแลกบัตร/การจัดทําบัตรอนุญาตบุคคลและการผ่านเข้าออกของยานพาหนะ ให้ผู้รับจ้างร่วมกับ เจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ ทอท. ประสานงานกับหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยของแต่ละท่าอากาศยาน เพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามกฎระเบียบของแต่ละพื้นที่ต่อไป
5.1.19 หลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยสําหรับผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ที่เข้ามาสร้าง ติดตั้ง ต่อเติม รื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่ของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ให้ดําเนินการตามที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. กําหนด ซึ่งข้อกําหนดดังกล่าวต้อง สอดคล้องตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ในกรณีผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กําหนดแนวทางการปฏิบัติ ให้ผู้รับจ้างของ ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ยกเว้น การปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ที่ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกําหนดที่ ทอท. ได้กําหนด ประกอบด้วย
(1) การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน (Work permit) ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด (2) การเข้า-ออกพื้นที่ในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง) ให้เป็นไปตาม หลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด
(3) การผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะ ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
-8-
5.2 ข้อกําหนดเฉพาะงาน
ซึ่งเป็นข้อกําหนดที่ผู้รับจ้างต่าง ๆ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม หากงานที่ผู้รับจ้างเข้ามาดําเนินกิจกรรมในพื้นที่ ทอท. เกี่ยวข้อง
โดยผู้รับจ้างสามารถเลือกหัวข้อเพื่อดําเนินการเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ได้แก่
กับกิจกรรมตามหัวข้อด้านล่างนี้
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนสูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคน
ขึ้นทํางานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย…
(เอกสารแนบ 1)
(เอกสารแนบ 2)
(เอกสารแนบ 3
(เอกสารแนบ 4)
(เอกสารแนบ 5)
(เอกสารแนบ 6)
(เอกสารแนบ 7)
5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร) (เอกสารแนบ 8) 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
(เอกสารแนบ 9)
5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ให้ปฏิบัติตามข้อ 5.2.1 - 5.2.9 เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องควบคู่ กับกฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
الله
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -13- เอกสารแนน 3
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและ ที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. 2564 ประกอบกับกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ํายัน พ.ศ. 2564 และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้าง ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - การทํางานบนที่สูง ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาตการทํางานบนที่สูงก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียด การขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
- การตรวจสุขภาพของการปฏิบัติงานบนที่สูง กรณีเป็นการปฏิบัติงานบนที่สูงที่ความสูงน้อยกว่า 4 เมตร ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพ เว้นแต่สัญญาจ้างใดจะกําหนดเพิ่มเติมว่าต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพในงานนั้น ๆ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นกรณีไป กรณีที่ผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ด กระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้, งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงาน บนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift) และการปฏิบัติงานบนที่สูงอื่น ๆ ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและมีใบรับรองการตรวจสุขภาพ (ใบรับรองแพทย์) อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
2.1 มีใบรับรองแพทย์ทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ หรือ
2.2 มีใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานบนที่สูง ตรวจ โดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้มีอายุไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ คําอธิบายเพิ่มเติม : ใบรับรองแพทย์สําหรับการทํางานบนที่สูงใช้เฉพาะครั้งแรกของการเริ่มงานหรือเริ่มโครงการเท่านั้น ในรอบ 1 ปี เช่น บริษัท A เป็นผู้รับจ้างงานเช็ดกระจกของสํานักงานใหญ่ ทอท. มีสัญญาจ้าง 1 ปี เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรก วันที่ 1 มกราคม และจะสิ้นสุดเดือนธันวาคม โดยการทํางานจะเข้ามาทํางานทุก ๆ 3 เดือนต่อครั้ง หรือ 1 ปีจะเข้ามา ทํางานเช็ดกระจกเพียง 4 ครั้ง ซึ่งก่อนเริ่มงานครั้งแรกในเดือนมกราคมตามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจ สุขภาพเพื่อการทํางานบนที่สูงหรือหากมีใบรับรองแพทย์อยู่แล้วและเป็นใบรับรองแพทย์ตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 อย่างใด อย่างหนึ่ง ก็สามารถนํามาแนบกับใบอนุญาตก่อนเริ่มปฏิบัติงานได้ แต่ใบรับรองแพทย์นั้นต้องไม่หมดอายุตามที่ได้กําหนดไว้ ในข้อ 2.1 และ 2.2 กรณีผู้รับจ้างจะเข้ามาปฏิบัติงานในครั้งถัดไป คือครั้งที่ 2 3 และ 4 ผู้รับจ้างไม่ต้องแนบใบรับรองแพทย์มาก ได้ ยกเว้นทางแต่ละพื้นที่หรือแต่ละท่าอากาศยานจะกําหนดให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมหรือให้แนบใบรับรองแพทย์ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้กําหนดไว้ในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ (ที่มาของคําอธิบายเพิ่มเติมโดยส่วนบริการทางการแพทย์
ฝ่ายการแพทย์ ทอท.) - การทํางานบนที่สูงจากพื้นดินหรือพื้นอาคารตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีนั่งร้าน บันได ขาหยั่ง ม้ายืนหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น กระเช้า รถกระเช้า ที่มีความปลอดภัยตามสภาพของงาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -14-
ให้กับผู้ปฏิบัติงานในการทํางานนั้น ๆ หรือจัดให้มีเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยพร้อมอุปกรณ์หรือเครื่องป้องกันอื่นได ที่มีลักษณะเดียวกัน ให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ในการทํางานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย - ในกรณีผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานในสถานที่ที่ผู้ปฏิบัติงานอาจได้รับอันตรายจากการพลัดตกหรือถูก วัสดุพังทับ เช่น การทํางานบนหรือในเสา ตอม่อ เสาไฟฟ้า ปล่อง หรือคานที่มีความสูง ตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป หรือทํางาน บนหรือในถัง บ่อ กรวยสําหรับเทวัสดุหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน ผู้รับจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตก ตาข่าย สิ่งปิดกั้น หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน เพื่อป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงานหรือสิ่งของ และจัดให้มี การใช้สายหรือเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness
ชนิด 2 lanyards) พร้อมอุปกรณ์ หรือเครื่องป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ในการทํางาน - กรณีด้านล่างเป็นทางสัญจรต้องจัดทําตาข่ายนิรภัยป้องกันวัสดุเครื่องมือต่างๆ ที่อาจตกหล่นไปโดน ผู้ปฏิบัติงานที่ทํางานหรือผู้สัญจรด้านล่าง
- ต้องจัดทําป้ายเตือนที่เห็นชัดเจนและบริเขตพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในงานเข้าไปในพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงต่อการถูกวัสดุสิ่งของหล่นทับ
- ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานในชั้นของอาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่เปิดโล่งและอาจพลัดตกลงมาได้ ผู้รับจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตกตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน - ขณะที่มีฝนตก ลมแรง หรือพายุฝนฟ้าคะนอง ควรพิจารณาการหยุดปฏิบัติงานไว้ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -15 เอกสารแนบ 4
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ก่อนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ หรือซ่อมบํารุงระบบไฟฟ้า ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาต การทํางานที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าหรือขออนุญาตเกี่ยวกับงานที่ต้องมีการตัดแยกแหล่งพลังงาน (Lock Out - Tag Out)
ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7 - ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องสําเร็จการศึกษาทางด้านไฟฟ้าโดยตรงหรือผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตร การทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้าจนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะที่จําเป็นในการทํางานอย่างปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า ตามที่กฎหมายกําหนด
- ห้ามผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้าใกล้หรือนําสิ่งที่เป็นตัวนําไฟฟ้าที่ไม่มีที่หุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าที่เหมาะสมกับ
แรงดันไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตามมาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้ดําเนินการสวมใส่อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เป็นฉนวนที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้า หรือนําฉนวนไฟฟ้าที่สามารถป้องกัน
แรงดันไฟฟ้านั้นมาหุ้มสิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า - ห้ามผู้รับจ้างหรือบุคคลใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตาม มาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าวให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด
- ห้ามผู้รับจ้างงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่เปียกหรือเป็นสื่อไฟฟ้าปฏิบัติงานเกี่ยวกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 50 โวลต์โดยไม่มีฉนวนไฟฟ้าปิดกั้น เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าที่กําลังปฏิบัติงานอยู่
- ในกรณีผู้รับจ้างทํางานโดยใช้อุปกรณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าหรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานต้องจัดหาอุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้าหรือหุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตราย
ที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าสําหรับปฏิบัติงานในครั้งนั้นด้วย - ผู้รับจ้างต้องดูแลบริภัณฑ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในพื้นที่ปฏิบัติงานให้ใช้งานได้โดยปลอดภัย หากมีการชํารุด หรือมีกระแสไฟฟ้ารั่ว หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องกับงานซ่อมไฟฟ้าเพื่อดําเนินการ แก้ไขให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยทันทีที่พบปัญหานั้น
- ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องทราบวิธีการทํางานที่ปลอดภัย, วิธีปฏิบัติตัวเมื่อได้รับอันตราย จากไฟฟ้า, การปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานโดยการผายปอดด้วยวิธีเป่าอากาศเข้าทางปากหรือจมูกของ ผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า และวิธีการนวดหัวใจจากภายนอก
- กรณีผู้ปฏิบัติงานจะต่อพ่วงหรือติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าใหม่หรือติดตั้งเพิ่มเติม ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติตาม
มาตรฐานของ วสท. - ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นประจําเมื่อมีการปฏิบัติงาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -16- - อุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องมีการติดตั้งสายดิน (Equipment Ground Conductor) ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดไฟฟ้าดูดในขณะที่สัมผัสตัวอุปกรณ์
- ต้องจัดให้มีการปิดล้อมหรือการบริเขตพื้นที่ทํางาน เพื่อป้องกันบุคคลอื่นเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งอาจ เกิดอันตรายได้ และควรพิจารณาติดตั้งแสงสว่างเพื่อให้มองเห็นในเวลากลางคืน
- ต้องมีการจัดเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือ และรักษาความสะอาดของพื้นที่ปฏิบัติงานให้เรียบร้อยตลอดเวลา 14. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น ถุงมือหนัง ถุงมือยาง แขนเสื้อยาง หมวกนิรภัย รองเท้าพื้นยางหุ้มข้อชนิดมีส้นหรือรองเท้าพื้นยางหุ้มส้น โดยสวมใส่ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานและจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น แผ่นฉนวนไฟฟ้า ฉนวนหุ้มสาย ฉนวนครอบลูกถ้วย กรงฟาราเดย์ (Faraday Cage) ชุดตัวนําไฟฟ้า (Conductive suit)
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติงานงานในที่สูงกว่าพื้นตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้สายหรือ เชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness ชนิด 2 lanyards) พร้อมอุปกรณ์หรืออุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูงอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพ และหมวกนิรภัยที่เหมาะสมตามมาตรฐานที่ กําหนดสําหรับให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน เว้นแต่อุปกรณ์ดังกล่าวจะทําให้ลูกจ้างเสี่ยงต่อ
ๆ
อันตรายมากขึ้น ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอย่างอื่นที่สามารถใช้คุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมี ประสิทธิภาพแทน โดยอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าต้องเป็นไปตาม
มาตรฐานที่กําหนดไว้และต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
15.1 อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันกระแสไฟฟ้าต้องเหมาะสมกับ
แรงดันไฟฟ้าสูงสุดในบริเวณที่ปฏิบัติงานหรือบริเวณใกล้เคียงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
15.2 ถุงมือยางป้องกันไฟฟ้า ต้องมีลักษณะสวมกับนิ้วมือได้ทุกนิ้ว
15.3 ถุงมือหนังที่ใช้สวมทับถุงมือยาง ต้องมีความยาวหุ้มถึงข้อมือและมีความคงทนต่อการฉีกขาดได้ดี การใช้ถุงมือยางต้องใช้ร่วมกับถุงมือหนังทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน
15.4 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าที่อยู่ใกล้น้ําหรือเหนือน้ําซึ่งอาจทําให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดอันตรายจาก
การจมน้ําได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ชูชีพกันจมน้ํา เว้นแต่การสวมใส่ชูชีพอาจทําให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับ อันตรายมากกว่าเดิม ให้ผู้รับจ้างใช้วิธีการอื่นที่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพแทน
15.5 ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาและจัดเก็บอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกัน อันตรายจากไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -18 - เครื่องจักรที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าต้องมีระบบหรือวิธีการป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วเข้าตัวผู้ปฏิบัติงานและต้องมี การติดตั้งสายดิน
- ต้องจัดทํารั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงเขตอันตราย ณ ที่ตั้งของเครื่องจักรหรือเขตที่เครื่องจักรทํางานที่อาจ เป็นอันตรายให้ชัดเจนทุกแห่ง
- ผู้รับจ้างต้องไม่ติดตั้งเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ในบริเวณพื้นที่ที่มี กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนําจนอาจมีผลทําให้การทํางานของเครื่องจักรผิดปกติและก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้
- ผู้รับจ้างต้องควบคุมไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติ ที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
ส่วนที่ 2 รถยก - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้พนักงานทํางานเกี่ยวกับรถยก ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.1 จัดให้มีโครงหลังคาที่มั่นคงแข็งแรง สามารถป้องกันอันตรายจากวัสดุตกหล่นได้
1.2 จัดทําป้ายบอกพิกัดน้ําหนักยกให้ตรงกับความสามารถในการยกสิ่งของได้โดยปลอดภัยติดไว้ที่รถยก เพื่อให้ลูกจ้างเห็นได้ชัดเจน
1.3 ตรวจสอบรถยกให้มีสภาพใช้งานได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้งและเก็บผลการตรวจสอบไว้ให้
พนักงานตรวจแรงงานหรือ ทอท. ตรวจสอบได้
1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัยในขณะทํางาน
1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยการมองเห็นตามสภาพในที่ทํางาน เช่น กระจกมองข้าง
1.6 ให้ผู้ทําหน้าที่ขับรถยกชนิดนั่งขับสวมใส่เข็มขัดนิรภัยในขณะทํางานบนรถตลอดเวลา - ห้ามผู้รับจ้างทําการดัดแปลงหรือกระทําการใด ๆ ที่มีผลทําให้ความปลอดภัยในการทํางานของรถยกลดลง 3. ผู้รับจ้างต้องกําหนดเส้นทางเดินรถยกในอาคารหรือบริเวณที่มีการใช้รถยกเป็นประจํา
- ผู้รับจ้างต้องติดตั้งกระจกนูนหรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติคล้ายกันไว้ที่บริเวณทางแยกหรือทางโค้งที่มอง ไม่เห็นเส้นทางข้างหน้า
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้พื้นเส้นทางเดินรถยกมีความมั่นคงแข็งแรงและสามารถรองรับน้ําหนักรถรวมทั้งน้ําหนัก บรรทุกของรถยกได้อย่างปลอดภัย
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานขับรถยกได้ผ่านการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับการใช้รถยก แต่ละประเภท
- ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลการนํารถยกไปใช้ปฏิบัติงานใกล้สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า
โดยต้องมีระยะห่างเพื่อความปลอดภัยเป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด หรืออย่างน้อยควรห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร - ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ขับรถยกโดยสารหรือขึ้นไปบนส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยก 9. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้ การตรวจสอบ และการบํารุงรักษารถยกให้ผู้ปฏิบัติงานได้ศึกษาและปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยในการทํางาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -19
ส่วนที่ 3 ลิฟต์ - กรณีงานของผู้รับจ้างมีการนําลิฟต์มาใช้เพื่อโดยสารในพื้นที่ปฏิบัติงาน (งานก่อสร้าง) ให้ปฏิบัติดังนี้
1.1 ติดตั้งลิฟต์ไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย
1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของลิฟต์ทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อย ก่อนใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้
1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตราย และติดป้ายห้ามใช้ลิฟต์ให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่ทดสอบ ตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือบํารุงรักษาลิฟต์
1.4 จัดให้มีระบบสัญญาณเตือน และมีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานของลิฟต์ เมื่อมีการใช้ลิฟต์บรรทุก น้ําหนักเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกําหนด
1.5 จัดให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้ลิฟต์เคลื่อนที่ ในกรณีที่ประตูลิฟต์ยังไม่ปิด
1.6 จัดทําคําแนะนําและวิธีการใช้ลิฟต์ และการขอความช่วยเหลือติดไว้ในห้องลิฟต์ 1.7 จัดให้มีระบบติดต่อกับภายนอกห้องลิฟต์และสัญญาณแจ้งเหตุขัดข้อง
1.8 จัดทําคําแนะนําและวิธีการให้ความช่วยเหลือติดไว้ในห้องเครื่องต้นกําลัง และห้องผู้ดูแลลิฟต์ 1.9 จัดทําข้อห้ามการใช้ลิฟต์ ติดไว้ที่ข้างประตูลิฟต์ด้านนอกทุกชั้น
1.10 จัดทําป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนโดยสารได้อย่างปลอดภัยติดตั้งไว้ในห้องลิฟต์
1.11 จัดให้มีระบบไฟส่องสว่างและระบบระบายอากาศที่เพียงพอภายในห้องลิฟต์ ทั้งในขณะใช้งานปกติ และกรณีฉุกเฉิน - ในกรณีที่มีลิฟต์ขนส่งวัสดุ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อ 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, และ 1.5 และจัดทําป้ายบอกพิกัด น้ําหนักวัสดุสิ่งของที่บรรทุกได้อย่างปลอดภัยตามที่ผู้ผลิตกําหนด และติดป้ายห้ามโดยสารไว้ในจุดที่เห็นชัดเจนนอก
ประตูลิฟต์ทุกชั้น รวมทั้งกําหนดมาตรการเกี่ยวกับการดูแลวัสดุที่ขนส่งเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเคลื่อนที่และมาตรการ ป้องกันการติดขัดของลิฟต์ - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของลิฟต์หลังการติดตั้ง และเมื่อมีการใช้งาน อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ การทดสอบการรับน้ําหนักของลิฟต์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของน้ําหนักการใช้งานสูงสุดที่ผู้ผลิต กําหนด และให้ติดประกาศผลการทดสอบที่อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดประกอบไปด้วย วัน เดือน ปี ที่มีการทดสอบ วัน เดือน ปี ที่การรับรองหมดอายุ และรายชื่อผู้ทดสอบไว้ในลิฟต์ให้เห็นชัดเจน และมีสําเนาเอกสารการทดสอบให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้
- ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยและระบบการทํางานของลิฟต์เป็นประจําทุกเดือน และมีสําเนา เอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์ขนส่งวัสดุมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 ในกรณีใช้โซ่ต้องมีค่า ความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 และลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์โดยสารต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10
- ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลึงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับลิฟต์ทุกชนิด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
الله
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 20-
ส่วนที่ 4 เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง - การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง นายจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.1 จัดให้มีการป้องกันการตกจากที่สูงตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจาก ที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ
1.2 จัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนที่สามารถยกได้อย่างปลอดภัย
1.3 ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้มีสภาพใช้งาน ได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงเตือนภัยขณะทํางานตามความเหมาะสมของการใช้งาน
1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานเมื่อมีการใช้งานเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกําหนด และต้องตรวจสอบให้
อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในสภาพที่สามารถทํางานได้ตลอดเวลา - ผู้รับจ้างต้องไม่ดัดแปลงหรือกระทําการใดกับเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงที่มีผลทําให้
ความปลอดภัยในการทํางานลดลง - การทํางานบนเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงที่มีการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรนั้นไปตาม แนวราบ ผู้รับจ้างต้องจัดให้พื้นที่ที่เป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายมีความแข็งแรง ราบเรียบ ไม่ต่างระดับ และปรับระดับของ เครื่องจักรดังกล่าวให้อยู่ในตําแหน่งที่ผู้ผลิตกําหนดหรือในตําแหน่งที่ปลอดภัย
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการอบรมลูกจ้างเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง เพื่อความปลอดภัยในการทํางาน
ม - การใช้เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงแบบแขวน ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังนี้
5.1 จัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายหลังการติดตั้ง และต้องสําเนาเอกสารการทดสอบ
ไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
5.2 ต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10 และต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของ กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับเครื่องจักรที่ใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
ส่วนที่ 5 รอก - ในการใช้รอกโยก รอกมือสาว รอกหางปลา รอกไฟฟ้าหรือรอกที่ใช้พลังงานอื่น หรือรอกชนิดอื่นที่มีการใช้ งานลักษณะเดียวกัน นายจ้างต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
1.1 ติดตั้งรอกไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย
1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของรอกทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน
ใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารดังกล่าวไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายและติดป้ายห้ามใช้รอกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่มีการทดสอบ การซ่อมบํารุง และการตรวจสอบรอก
1.4 จัดให้มีป้ายบอกขนาดพิกัดน้ําหนักยกอย่างปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ในรายละเอียด คุณลักษณะและ คู่มือการใช้งานพร้อมทั้งติดป้ายเตือนให้ระวัง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 21-
1.5 ต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและ การดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับรอก
1.6 อุปกรณ์สําหรับการผูกมัดหรือยึดโยงวัสดุสิ่งของต้องมีค่าความปลอดภัยที่กฎหมายกําหนด
1.7 ควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของรอกหรือไปกับวัสดุสิ่งของที่ทําการยก
หรืออยู่ภายใต้วัสดุสิ่งของที่ทําการยกหรือบริเวณที่ใช้รอกที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
1.8 รอกที่มีขนา
ขนาดพิกัดน้ําหนักยกตั้งแต่ 1 ต้นขึ้นไป
นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์
ของรอกเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
co
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 22- เอกสารแนบ 6
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564
ดําเนินการด้านความปลอดภัย
กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
ส่วนที่ 1 ปั้นจั่น - ในการประกอบ การทดสอบ การใช้ การซ่อมบํารุง และการตรวจสอบปั้นจั่นหรืออุปกรณ์อื่นที่นํามาใช้กับ ปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ หากไม่มีรายละเอียด
คุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานดังกล่าว
ได้กําหนดขึ้นเป็นหนังสือ
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานที่วิศวกร - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบและการทดสอบการติดตั้งปั้นจั่น ตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานของผู้ผลิตโดยวิศวกรก่อนการใช้งาน และจัดทํารายงานการตรวจสอบและการทดสอบ ซึ่งมีลายมือชื่อวิศวกร รับรองเก็บไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ และกรณีที่มีการหยุดใช้งานปั้นจั่นตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ก่อนนํามาใช้งานใหม่ ผู้รับจ้าง ต้องดําเนินการตรวจสอบและทดสอบตามคู่มืออีกครั้ง
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของปั้นจั่นไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกําหนด 4. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้
4.1 ควบคุมให้มีลวดสลิงเหลืออยู่ในม้วนลวดสลิงไม่น้อยกว่า 2 รอบ ตลอดเวลาที่ปั้นจั่นทํางาน 4.2 จัดให้มีชุดล็อกป้องกันลวดสลิงหลุดจากตะขอของปั้นจั่น และทําการตรวจสอบให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้
อย่างปลอดภัย
4.3 จัดให้มีที่ครอบปิดหรือกั้นส่วนที่หมุนรอบตัวเอง ส่วนที่เคลื่อนไหวได้ หรือส่วนที่อาจเป็นอันตรายของปั้นจั่น
และให้ส่วนที่เคลื่อนที่ของปั้นจั่นหรือส่วนที่หมุนได้ของปั้นจั่นอยู่ห่างจากสิ่งก่อสร้างหรือวัตถุอื่นในระยะที่ปลอดภัย
4.4 จัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทํางานบนแขนปั้นจั่นหรือชุดสะพาน 4.5 จัดให้มีพื้นชนิดกันลื่น ราวกันตก และแผงกันตกระดับพื้นสําหรับปั้นจั่นชนิดที่ต้องมีการจัดทําพื้นและทางเดิน 4.6 จัดให้มีเครื่องดับเพลิงที่เหมาะสมและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานไว้ที่ห้องบังคับปั้นจั่นหรือตําแหน่งที่สามารถ
ใช้งานได้สะดวก
ได้ตามปกติ
4.7 ติดตั้งปั้นจั่นบนฐานที่มั่นคงโดยมีวิศวกรเป็นผู้รับรอง
4.8 จัดให้มีการติดตั้งชุดควบคุมการทํางานเมื่อยกวัสดุขึ้นถึงตําแหน่งสูงสุด (Upper limit switch) ที่ใช้งาน
4.9 จัดให้มีชุดควบคุมน้ําหนักยก (Overload Limit Switch) ที่ใช้งานได้ตามปกติ - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่นที่ใช้เครื่องยนต์ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
5.1 จัดให้มีที่ครอบปิดหรือฉนวนหุ้มท่อไอเสีย
5.2 จัดให้มีมาตรการในการเก็บและเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงสํารองด้วยความปลอดภัย
5.3 จัดให้มีถังเก็บเชื้อเพลิงและท่อส่งเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่ในลักษณะที่จะไม่เกิดอันตราย เมื่อเชื้อเพลิงหกล้น หรือรั่วออกมา
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
o
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -25-
19.5 ในการประกอบ การติดตั้ง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การเพิ่มความสูง หรือการรื้อถอนปั้นจั่นหอสูง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรควบคุมตลอดระยะเวลาดําเนินการ จนกว่าจะแล้วเสร็จ
19.6 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่น หรือไปกับวัสดุที่ทําการยก หรืออยู่ภายใต้วัสดุที่ทําการยกหรือบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
ส่วนที่ 4 อุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับปั้นจั่น - ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ต่อไปนี้
20.1 ลวดสลิงที่ลวดเส้นนอกลึกไปตั้งแต่หนึ่งในสามของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นลวด
20.2 ลวดสลิงที่ขมวด ถูกบดกระแทก แตกเกลียว หรือชํารุดที่ทําให้ประสิทธิภาพในการใช้งานของลวดสลิงลดลง 20.3 ลวดสลิงมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลงเกินร้อยละ 5 ของเส้นผ่านศูนย์กลางที่ระบุ 20.4 ลวดสลิงถูกความร้อนทําลายหรือเป็นสนิมมากจนเห็นได้ชัดเจน
20.5 ลวดสลิงถูกกัดกร่อนชํารุดมากจนเห็นได้ชัดเจน
20.6 ลวดสลิงเคลื่อนที่ที่มีเส้นลวดในหนึ่งช่วงเกลียวขาดตั้งแต่สามเส้นขึ้นไปในเส้นเกลียวเดียวกัน
หรือขาดรวมกันตั้งแต่หกเส้นขึ้นไปในหลายเส้นเกลียว - ผู้รับจ้างต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้
21.1 ลวดสลิงเคลื่อนที่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
21.2 ลวดสลิงยึดโยง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 - ผู้รับจ้างต้องใช้อุปกรณ์สําหรับการผูกมัด หรือยึดโยงวัสดุที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้
22.1 ลวดสลิง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
22.2 โซ่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4
22.3 เชือก ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
22.4 ห่วงหรือตะขอ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5
22.5 อุปกรณ์สําหรับผูก มัด หรือยึดโยงอื่น ๆ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5
ๆ - ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุที่มีความทนทานและอ่อนตัวมารองรับบริเวณจุดที่มีการสัมผัสระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ ในการผูก มัด หรือยึดโยงกับวัสดุที่ทําการยกเคลื่อนย้าย
- ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ตะขอที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
24.1 มีการบิดตัวของตะขอ
24.2 มีการถ่างออกของปากตะขอเกินร้อยละ 5
24.3 มีการสึกหรอที่ท้องตะขอเกินร้อยละ 10 24.4 มีการแตกหรือร้าวส่วนหนึ่งส่วนใดของตะขอ 24.5 มีการเสียรูปทรงหรือสึกหรอของห่วงตะขอ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
@l
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -26- เอกสารแนบ 7
5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการ
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ.2556 กฎหมายอื่น ๆ และ
ด้านความปลอดภัย
ข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ให้ผู้รับจ้างที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครองตาม “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่องบัญชี รายชื่อสารเคมีอันตราย” ต้องจัดทําบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด (สอ.1) พร้อมทั้งแจ้งต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายใน 7 วันนับแต่ วันที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครอง
- ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานทราบและอธิบายให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายที่อยู่ในครอบครองของผู้รับจ้าง ข้อความและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่ปรากฏในเอกสาร คู่มือ ฉลาก ป้าย หรือ ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ได้กําหนดไว้ในกฎหมาย
ๆ - ให้ผู้รับจ้างจัดให้ผู้ปฏิบัติงานที่ทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายทราบและเข้าใจวิธีการในการทํางานที่ถูกต้อง และปลอดภัย รวมทั้งต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมผู้ปฏิบัติงานของตนให้ปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าว ในการนี้ ให้ผู้รับจ้าง จัดทําคู่มือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติและขั้นตอนในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย คําแนะนําผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการป้องกัน
อันตราย ความหมายของข้อมูลที่มีบนฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตราย - ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามวิธีการทํางานที่ถูกต้องและปลอดภัยตามคู่มือการปฏิบัติงานที่ผู้รับจ้าง จัดทําขึ้นตามข้อ 3 และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ผู้ปฏิบัติงานต้องบรรเทาเหตุและแจ้งให้ผู้รับจ้าง
ทราบทันที - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเพียงพอ เหมาะสมตาม
กฎหมายและตามความเสี่ยงที่ได้ประเมิน และกํากับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดระยะเวลาที่มีการทํางานกับ สารเคมีและวัตถุอันตราย - การปฏิบัติอื่น ๆ ที่ไม่ได้กําหนดไว้ในคู่มือฉบับนี้ ให้นํากฎหมายด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับสารเคมีและ วัตถุอันตรายที่เกี่ยวข้องมาเป็นข้อกําหนดในการทํางานกับสารเคมีและวัตถุอันตรายต่อไป
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -28- เอกสารแนบ 9
5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานการทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2556 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท.
ดําเนินการดังนี้ - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีหรือเจ้าหน้าที่ดําเนินการทางเทคนิครังสีเกี่ยวกับวัสดุ
นิวเคลียร์ตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ
หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน
อย่างน้อยหนึ่งคนทําหน้าที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยทางรังสีของสถานที่ทํางานที่มีการใช้รังสี และปฏิบัติหน้าตาม กฎกระทรวง (แรงงาน) กําหนดมาตรฐานการทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564 ข้อ 15 - ต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับการตรวจสุขภาพ โดยแพทย์ที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพ เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีประกาศกําหนด โดยระยะเวลาตรวจสุขภาพลูกจ้างให้เป็นไปตามข้อ 5.1.15
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ แนวปฏิบัติหรือมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสีตาม กฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าใจได้ พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีทราบ ณ บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน เกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กําหนด
- ห้ามผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี
- จัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี ได้รับการฝึกอบรมให้เข้าใจและทราบถึงอันตรายและวิธีการป้องกันอันตราย จากรังสี ก่อนเข้ารับหน้าที่และมีการทบทวนความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์บันทึกปริมาณรังสีประจําตัวบุคคลและต้องควบคุมให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน
เกี่ยวกับรังสีใช้อุปกรณ์ดังกล่าวตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน - ผู้รับจ้างต้องจัดทําข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณรังสีสะสมของพนักงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีที่ได้รับเป็น
ประจําทุกเดือนหรือทุกสามเดือนขึ้นอยู่กับประเภทของต้นกําเนิดรังสี และต้องแจ้งข้อมูลปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวให้
ผู้ปฏิบัติงานรับทราบทุกครั้ง
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กําหนดตามกฎหมายว่า ด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ให้ผู้รับจ้างแจ้งปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวพร้อมหาสาเหตุและการป้องกันแก้ไขต่อ
อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบข้อมูลปริมาณรังสีสะสม - ผู้รับจ้างต้องจัดทํารั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงแนวเขต หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม และจัดให้มีป้ายสัญลักษณ์ ทางรังสี พร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะอย่างน้อยเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ลูกจ้างสามารถเข้าใจได้ แสดงให้เห็น ชัดเจนในบริเวณนั้น
- ไม่ให้บุคคลใดซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีเข้าไปในพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลพื้นที่ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดําเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุ นิวเคลียร์ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงาน
ได้รับทราบ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -29 - ไม่ให้บุคคลใดเข้าพักอาศัยหรือพักผ่อน หรือนําอาหาร เครื่องดื่ม หรือบุหรี่เข้าไปในพื้นที่ควบคุมทางรังสี 11. ไม่ให้บุคคลใดนําต้นกําเนิดรังสีที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ออกนอกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้ดําเนินการตาม
มาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ไม่ให้บุคคลใดนําภาชนะหรือวัสดุซึ่งปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ออกไปนอกพื้นที่ควบคุม
เว้นแต่ได้ดําเนินการตามมาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีที่ล้างมือ ที่ล้างหน้า และที่อาบน้ํา เพื่อให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้ใช้หลังจาก การปฏิบัติงานหรือก่อนออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานของลูกจ้าง และต้องจัดให้มีสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บชุดทํางาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีถอดชุดทํางานและเก็บไว้ในสถานที่ดังกล่าว
- ต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) เกี่ยวกับรังสี
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทําความสะอาดชุดทํางาน อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีการปนเปื้อนรังสี 16. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนเพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัยจากรังสีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสี และต้องจัดให้ มีการฝึกซ้อมตามแผนดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเก็บเอกสารหรือหลักฐานการฝึกซ้อมไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยและ ทอท. ตรวจสอบได้
- ข้อกําหนดอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารแนบฉบับนี้ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน การทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ กฎหมายความปลอดภัยอื่น ๆ และมาตรฐานความ ปลอดภัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
สัญญาเลขที่..
แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
(AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)
โดย…..
ภาคผนวก ค.
ข้าพเจ้า
มีสํานักงาน/ภูมิ าเนาตั้งอยู่ ณ
ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) ตามสัญญาเลขที่ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คู่ค้าของ ทอท.” ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.รายละเอียดดังนี้
บทน่า
ทอท.มีความมุ่งมั่นต่อการดําเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการ ดังนั้น “แนวทางการปฏิบัติ อย่าง ยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.” จึงได้ถูกกําหนดขึ้น โดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกําหนดและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. ดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของลูกจ้าง คํานึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดําเนินงาน ผ่านการกํากับดูแลกิจการและแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้
มิติเศรษฐกิจ - การกํากับดูแลกิจการที่ดี - การปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และความซื่อสัตย์สุจริต คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจอย่าง เคารพกฎหมายของประเทศและระเบียบข้อบังคับของ ทอท.อย่างเคร่งครัด และดําเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม โดยปราศจากการติดสินบน หรือทุจริตในทุกรูปแบบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย
- การรักษาความลับ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเก็บรักษาข้อมูลและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ
ของ ทอท. และไม่นําข้อมูลของ ทอท.ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล หรือ เพื่อประโยชน์ทางการค้า - ความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องแจ้งให้ ทอท.ทราบเป็น
ลายลักษณ์อักษร หากพบการดําเนินการใด ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ทอท. และคู่ค้า - การแข่งขันเสรีและกฎหมายการแข่งขันทางการค้า คู่ค้าของ ทอท.จะต้องปฏิบัติตนภายใต้การแข่งขันที่เสรี เป็นธรรมและดําเนินการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเคร่งครัด และไม่กระทําการอื่นใดซึ่งจะ
ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคู่แข่งทางการค้า
<e
มิติสิ่งแวดล้อม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ข้อกําหนด และ
แนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้อง ในทุกกระบวนการผลิตและการให้บริการ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างความเดือดร้อนรําคาญให้กับชุมชนรอบข้าง - มาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องดําเนินมาตรการป้องกันและ ควบคุมมลพิษ อาทิ ของเสีย น้ําเสีย เสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก โดยต้องควบคุมหรือ บําาบัดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามกฎหมายและมาตรฐานสากล
ทอท.คาดหวังให้คู่ค้าพิจารณานําแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ ทั้งการกํากับดูแลกิจการที่ดี การจ้างงานและ การเคารพสิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มาปรับใช้ในการดําเนินงานของคู่ค้า พร้อมส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองตามความเหมาะสม
ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และรับทราบ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และตกลงที่จะปฏิบัติ ตามแนวทางดังกล่าวนี้ในทุกประเด็นที่การดําเนินธุรกิจของบริษัทข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ลูกจ้างของบริษัท ที่เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบรวมถึงเก็บข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานการปฏิบัติตามแนวทางนี้ไว้ และส่งมอบให้ตามที่ ทอท.
ร้องขอ
บ
(ลงชื่อ)…….
(…………
(ประทับตราบริษัท)
(คู่ค้าของ ทอท.)
………..)