ประกวดราคาซื้อระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียนอัตโนมัติ บนทางด่วนเฉลิมมหานคร
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีความประสงค์จะจัดซื้อระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ (Automatic License Plate Recognition: ALPR) เพื่อติดตั้งบนทางพิเศษเฉลิมมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนนโยบายการจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Single Lane Free Flow) ซึ่งต้องการความแม่นยำในการระบุตัวตนยานพาหนะ (Vehicle Identify) เพื่อใช้ในกระบวนการ Enforcement และการเรียกเก็บค่าผ่านทางย้อนหลัง
ขอบเขตงานครอบคลุมการออกแบบ ติดตั้ง และพัฒนาระบบตรวจจับป้ายทะเบียนทั้งต้นทางและปลายทาง การสร้างแพลตฟอร์มฐานข้อมูลที่เชื่อมต่อกับระบบเดิมของ กทพ. รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบจัดเก็บค่าผ่านทางของทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกฯ ระบบที่พัฒนาขึ้นจะต้องสามารถแสดงผลข้อมูลผ่าน Dashboard ณ ศูนย์ควบคุมทางพิเศษเฉลิมมหานคร (CCB1) และศูนย์บริหารทางพิเศษแบบ Real-time นอกจากนี้ ระบบต้องมีความแม่นยำในการอ่านป้ายทะเบียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 97 (รวมหมวดอักษร ตัวเลข ชื่อจังหวัด และสระ/วรรณยุกต์)
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการติดตั้งหรือพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบ ALPR ที่แล้วเสร็จกับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่เชื่อถือได้ ในมูลค่าไม่น้อยกว่า 35,000,000 บาท และต้องเข้าร่วมการทดสอบแนวคิด (Proof of Concept: POC) ตามที่ กทพ. กำหนด หากไม่ผ่านการทดสอบจะถูกตัดสิทธิ์ทันที ทั้งนี้ โครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการให้บริการสู่สังคมดิจิทัลและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรของ กทพ.
English summary
The Expressway Authority of Thailand (EXAT) is inviting bids for the procurement and installation of an Automatic License Plate Recognition (ALPR) system on the Chalerm Maha Nakhon Expressway. The project aims to support the transition to a Single Lane Free Flow (SLFF) toll collection system. Key requirements include vehicle identification for enforcement, integration with EXAT’s existing platforms, real-time dashboard reporting, and user behavior analysis. The system must achieve at least 97% accuracy in license plate recognition. Bidders must have prior experience in ALPR installation with a project value of at least 35 million THB and must successfully pass a Proof of Concept (POC) test.
ทางพิเศษเฉลิมมหานคร
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อพัฒนาระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ต้นทางและปลายทางบนทางพิเศษเฉลิมมหานคร
- เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลป้ายทะเบียนรถยนต์ และเชื่อมต่อกับระบบเดิมให้เป็น Single Platform
- เพื่อพัฒนาและเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบจัดเก็บค่าผ่านทางพิเศษของ กทพ. (รวมถึงสายพระราม 3 - ดาวคะนอง - วงแหวนฯ)
- เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับระบบรถพลการ (Enforcement)
- เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทาง (User behavior)
- เพื่อพัฒนาระบบวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล (Dashboard) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ
ขอบเขตของงาน
- ออกแบบและติดตั้งอุปกรณ์ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ (ALPR)
- พัฒนาซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกับระบบเดิมของ กทพ.
- เชื่อมต่อข้อมูลผ่าน Web Service (SOA Architecture)
- จัดทำ Dashboard แสดงผลแบบ Real-time ณ ศูนย์ควบคุมทางพิเศษ (CCB1) และศูนย์บริหารทางพิเศษ
- ดำเนินการทดสอบความถูกต้องแม่นยำของระบบ (ไม่น้อยกว่า 97%)
- จัดฝึกอบรมพนักงานที่เกี่ยวข้อง
- จัดทำคู่มือการใช้งานและเอกสารประกอบโครงการ
- ดำเนินการทดสอบแนวคิด (Proof of Concept: POC) ตามที่กำหนด
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ (ALPR) ที่ติดตั้งพร้อมใช้งาน
- แพลตฟอร์มฐานข้อมูลและระบบเชื่อมต่อ (Web Service/SOA)
- ระบบ Dashboard แสดงผลข้อมูลแบบ Real-time
- รายงานผลการทดสอบความถูกต้องแม่นยำของระบบ
- คู่มือการใช้งานและเอกสารทางเทคนิค
- หลักสูตรและผลการฝึกอบรมพนักงาน
- ลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาส่งมอบพัสดุไม่เกิน 630 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Experience: ต้องมีผลงานด้านการติดตั้ง หรือขายพร้อมติดตั้ง หรือพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบ ALPR ที่ดำเนินการแล้วเสร็จอย่างน้อย 1 ผลงาน
- Previous Project Cost: มูลค่าผลงานไม่น้อยกว่า 35,000,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- Personnel: บุคลากรหลักต้องมีวุฒิการศึกษาอย่างน้อยระดับปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้อง พร้อมประวัติการทำงานและใบ Certification (ถ้ามี)
- Technical Capabilities: ต้องเข้าร่วมการทดสอบแนวคิด (Proof of Concept: POC) และผ่านเกณฑ์ที่ กทพ. กำหนด
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาตัดสินโดยใช้ “เกณฑ์ราคา” (Price-based)
- พิจารณาจากราคารวม
- มีแต้มต่อสำหรับผู้ประกอบการ SMEs (ไม่เกิน 10%) และสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand) (ไม่เกิน 5%)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลไม่น้อยกว่าร้อยละ 97 (รวมหมวดอักษร ตัวเลข ชื่อจังหวัด และสระ/วรรณยุกต์)
- รองรับการทำงานผ่าน Web Service
- รองรับการสร้างพิกัด Latitude/Longitude ของจุดติดตั้ง
- ระบบต้องสามารถทำงานร่วมกับระบบเดิมของ กทพ. ได้
- ระบบต้องรองรับการแสดงผลแบบ Real-time
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงินแบ่งเป็น 7 งวด (งวดละ 10-20% ตามความสำเร็จของงาน)
- อัตราค่าปรับร้อยละ 0.10 ของวงเงินตามสัญญาต่อวัน
- ต้องวางหลักประกันการเสนอราคา 6,072,250 บาท
- ต้องวางหลักประกันสัญญา 5% ของราคาค่าสิ่งของ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ระบบต้องมีความแม่นยำในการอ่านป้ายทะเบียนเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 97
- Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานมูลค่าเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า 35 ล้านบาท
- Q: การทดสอบ POC ต้องทำที่ไหน? A: บนโครงเหล็กคร่อมทาง (Gantry) บริเวณ กม. 22+600A ทางพิเศษฉลองรัช
- Q: ระบบต้องรองรับการอ่านภาษาไทยอย่างไร? A: ต้องอ่านหมวดอักษร ตัวเลข ชื่อจังหวัด สระ และวรรณยุกต์ได้
- Q: การจ่ายเงินแบ่งเป็นกี่งวด? A: 7 งวด
- Q: ระบบต้องเชื่อมต่อกับศูนย์ควบคุมใดบ้าง? A: ศูนย์ควบคุมทางพิเศษเฉลิมมหานคร (CCB1) และอาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ กทพ.
- Q: หากไม่ผ่านการทดสอบ POC จะเป็นอย่างไร? A: กทพ. ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณาข้อเสนอ
- Q: ระบบต้องรองรับการทำงานแบบใด? A: แบบ Real-time และผ่าน Web Service (SOA)
- Q: ระยะเวลาส่งมอบงานนานเท่าใด? A: ไม่เกิน 630 วัน
- Q: ต้องมีหลักประกันการเสนอราคาเท่าใด? A: 6,072,250 บาท
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
EXAT
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ
ทางพิเศษเฉลิมมหานคร
(Automatic License Plate Recognition on Chalerm Maha Nakhon Expressway)
พฤศจิกายน ๒๕๖๘
Siat
นายศิวัช ปัญญาชัยวัฒนากูล
กรรมการ
@n.
นายพิทยา ธนวณิชย์กุล
ประธานกรรมการ
นายวัชระ อินทรสูตร
กรรมการ
นายเทพฤทธิ์ รัตนปัญญากร
กรรมการ
thaksin
Pant
นายสมบัติ เลิศธนาผล
นางสาวทักษิณา กรไกร
กรรมการและเลขานุการ
กรรมการ
तेल
نسب
นายเกรียงศักดิ์ จิตรสมัย
กรรมการ
นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (Automatic License Plate Recognition on Chalerm Maha Nakhon Expressway)
@
161
Յ
โป
๔
๕
Ω
छ
ล
៨
2
ที่มาและความสําคัญ
วัตถุประสงค์
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
รายละเอียดทั่วไป
สารบัญ
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะดําเนินการจัดซื้อ
ข้อกําหนดการดาเนินงาน..
การฝึกอบรม
เงื่อนไข
กําหนดเวลาส่งมอบ
๑๐
การส่งมอบพัสดุ
๑๑
งวดงานและการจ่ายเงิน
๑๒
การรับประกัน
୭୩
๓๔
ก
๕๓
๕๔
๕๔
๕๙
การทดสอบแนวคิด (Proof of Concept: POC) ของระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ..๕๙
๑๔
เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
๑๕
วงเงินที่ได้รับจัดสรร
๑๖
อัตราค่าปรับ
๑๗
ข้อกําหนดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หรือสิทธิ…………..
១៨
ข้อปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ
๑๙ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
๖๔
๖๔
๖๕
๖๕
๖๖
๖๗
2
นายเทพฤทธิ์ รัตนปัญญากร
กรรมการ
-Chakst
นางสาวทักษิณา กรไกร
A&
นายสมบัติ เลิศธนาผล
กรรมการและเลขานุการ
กรรมการ
बेल
نسا
นายเกรียงศักดิ์ จิตรสมัย
นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
กรรมการ
Sut
นายศิวัช ปัญญาชัยวัฒนากูล
กรรมการ
ฟ นายพิทยา ธนวณิชย์กุล
ประธานกรรมการ
นายวัชระ อินทรสูตร
กรรมการ
ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (Automatic License Plate Recognition on Chalerm Maha Nakhon Expressway)
Q
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร
(Automatic License Plate Recognition on Chalerm Maha Nakhon Expressway)
ที่มาและความสําคัญ
กทพ. ให้ความสําคัญในการนํานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการทางพิเศษ เพื่อให้ เกิดความสะดวก และลดระยะเวลาการปฏิบัติงานของพนักงานจัดเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งจะช่วยให้การบริหาร
จัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ เป็นการเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรเพื่อก้าวสู่สังคม ยุคดิจิทัล ปัจจุบัน กทพ. มีนโยบายพัฒนาระบบจัดเก็บค่าผ่านทางแบบอัตโนมัติ (Easy Pass) ไปสู่ระบบ จัดเก็บจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้นในรูปแบบช่องทางเดี่ยว (Single Lane Free Flow) เพื่อให้ ผู้ใช้บริการสามารถผ่านด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ลดความแออัดของรถบริเวณหน้า ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษและมีความเหมาะสมกับทางพิเศษในเขตเมือง ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่สําคัญต่อการพัฒนา
คือ การระบุตัวตนยานพาหนะ (Vehicle Identify) ของผู้ใช้บริการ จึงได้นําเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใน รูปแบบการอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ (Automatic License Plate Recognition: ALPR) มาประยุกต์ใช้ สําหรับการตรวจสอบและการระบุตัวตนยานพาหนะของผู้ใช้บริการ ซึ่งหากมีความจําเป็นที่จะต้องเรียกเก็บค่า ผ่านทางพิเศษแบบย้อนหลังในกรณีรถพลการ (รถฝ่าด่าน) เพื่อนําไปสู่กระบวนการ Enforcement เจ้าหน้าที่ กทพ. ก็สามารถดําเนินการออกรายงานการผ่านทางพิเศษได้โดยอัตโนมัติ เป็นการช่วยลดกระบวนการทํางาน และระยะเวลาการทํางานในบางขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ กทพ. ลงได้ อีกทั้ง กทพ. ได้มีหนังสือบันทึกข้อตกลง (Memorandum of Understanding: MOU) ระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ ในการ แลกเปลี่ยนและสนับสนุนข้อมูลในการดําเนินงานของแต่ละหน่วยงาน เช่น กระทรวงคมนาคม, สํานักงาน นโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.), กองบังคับการตํารวจจราจร (บก.จร.), สํานักงานตํารวจ แห่งชาติ (สนช.) เป็นต้น โดยในการดําเนินงานระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียนอัตโนมัติบนทางพิเศษฉลองรัช
ก่อนหน้าสามารถลดระยะเวลาการปฏิบัติงานของพนักงานจัดเก็บค่าผ่านทางและสนับสนุนข้อมูลในการ ดําเนินงานของแต่ละหน่วยงานได้เป็นอย่างดี ดังนั้น กทพ. จําเป็นต้องพัฒนาระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียน อัตโนมัติบนทางพิเศษในสายทางพิเศษเฉลิมมหานคร เพื่อให้ครอบคลุมทางพิเศษที่ กทพ. ดูแล และรองรับการ พัฒนาระบบจัดเก็บค่าผ่านทางแบบอัตโนมัติ (Easy Pass) ไปสู่ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น ในรูปแบบช่องทางเดี่ยว (Single Lane Free Flow)
๒ วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อพัฒนาระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ต้นทางและปลายทางบนทางพิเศษเฉลิมมหานคร ๒.๒ เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลป้ายทะเบียนรถยนต์ และเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบตรวจจับป้ายทะเบียน รถยนต์อัตโนมัติ (Automatic License Plate Recognition) เดิมที่มีอยู่ให้สามารถทํางานร่วมกันใน รูปแบบแพลตฟอร์มเดียว (Single Platform) ได้
๒.๓ เพื่อพัฒนาและเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบจัดเก็บค่าผ่านทางพิเศษของ กทพ. บนทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษสายพระราม ๓ - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก
Syt
นายศิวัช ปัญญาชัยวัฒนากูล
กรรมการ
นายพิทยา ธนวณิชย์กุล
ประธานกรรมการ
นายวัชระ อินทรสูตร
กรรมการ
Į
&
นายเทพฤทธิ์ รัตนปัญญากร
กรรมการ
-thaksin
นางสาวทักษิณา กรไกร
กรรมการและเลขานุการ
নি
นายสมบัติ เลิศธนาผล
กรรมการ
นายเกรียงศักดิ์ จิตรสมัย
กรรมการ
นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (Automatic License Plate Recognition on Chalerm Maha Nakhon Expressway)
ล
๒.๔ เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับระบบรถพลการ สําหรับใช้ในการระบุตัวตน (Identity) ของรถยนต์ที่ใช้
ทางพิเศษเฉลิมมหานคร
๒.๕ เพื่อนําข้อมูลการตรวจจับที่ได้มาวิเคราะห์พฤติกรรรมการเดินทาง (User behavior) ของผู้ใช้ทางพิเศษ ๒.๖ เพื่อพัฒนาระบบให้สามารถวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูลในด้านต่าง ๆ เพื่อการสนับสนุนการตัดสินใจ
และบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการติดตั้ง หรือขายพร้อมติดตั้ง หรือพัฒนาซอฟต์แวร์ ระบบตรวจจับป้าย ทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ (Automatic License Plate Recognition) หรือผลงานลักษณะเดียวกันกับงานที่จะ ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่ดําเนินการแล้วเสร็จอย่างน้อย ๑ ผลงาน โดยมีมูลค่าไม่น้อยกว่า ๓๕,000,000.- บาท (สามสิบห้าล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงาน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กทพ. เชื่อถือได้ พร้อมแนบหนังสือรับรองผลงานและสําเนาสัญญาในวันที่ยื่นข้อเสนอ
๔ รายละเอียดทั่วไป
มีรายละเอียดทั่วไป ดังต่อไปนี้ (ไม่จํากัดเพียงเท่านี้) เพื่อให้ระบบสามารถทํางานได้อย่างสมบูรณ์ ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทําตารางเปรียบเทียบรายละเอียดระหว่างอุปกรณ์ที่เสนอ กับรายละเอียด คุณลักษณะที่ได้กําหนดไว้ รวมทั้งนําเสนอคุณสมบัติที่ดีกว่าเพิ่มเติม (หากมี) พร้อมระบุเอกสารหรือ ข้อมูลประกอบว่าอยู่หน้าใด ในวันที่ยื่นข้อเสนอ
๔.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทางวิชาชีพซึ่งบุคลากรหลักต้องมีวุฒิ การศึกษาอย่างน้อยระดับปริญญาตรี ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องยื่นเอกสารแสดง รายละเอียดของบุคลากร พร้อมทั้งแนบสําเนาหลักฐาน ประกอบด้วย รายชื่อ ประวัติการทํางาน คุณวุฒิการศึกษาพร้อมหลักฐานหรือใบแสดงผลการเรียน (transcript) ความเชี่ยวชาญ ใบ Certification ใบประกอบวิชาชีพ (ถ้ามี) และสําเนาหลักฐานประสบการณ์การทํางานหรือ ใบรับรองการทํางานของบุคลากรทั้งหมด หรือเอกสารประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และจําเป็นใน การพิจารณาคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวในวันที่ยื่นเสนอราคา รายละเอียดตามภาคผนวก ก.
ข้อ ๑.๖
ๆ
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเข้าร่วมการทดสอบแนวคิด (Proof of Concept: POC) ของระบบตรวจจับ ป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ตามหัวข้อ ๑๒ เพื่อให้ได้ผลการทดสอบ ทั้งนี้ หากไม่ผ่านการทดสอบ กทพ. ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา
๔.๔ ผู้ขายจะต้องรวบรวมข้อมูลแนวสายทาง ระบบสื่อสาร สิ่งอํานวยการจราจร (Traffic Control Device) และข้อมูลในส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการกําหนดแผนการติดตั้งอุปกรณ์ระบบ ตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร
๔.๕ ผู้ขายจะต้องทําการติดตั้งอุปกรณ์ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร
โดยระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ จะต้องสามารถทํางานได้อย่างน้อยตามวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ (ระบุในภาคผนวก ค)
Sut
นายศิวัช ปัญญาชัยวัฒนากูล
กรรมการ
นายพิทยา ธนวณิชย์กุล
ประธานกรรมการ
นายวัชระ อินทรสูตร
กรรมการ
2
นายเทพฤทธิ์ รัตนปัญญากร
กรรมการ
thakor
นางสาวทักษิณา กรไกร
กรรมการและเลขานุการ
Fant
นายสมบัติ เลิศธนาผล
กรรมการ
نسا
นายเกรียงศักดิ์ จิตรสมัย
กรรมการ
นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (Automatic License Plate Recognition on Chalerm Maha Nakhon Expressway)
ล
๔.๕.๑ ระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติที่ออกแบบต้องสามารถตรวจจับ
ป้ายทะเบียน เพื่อนําไปรวบรวมเป็นฐานข้อมูลและรองรับการออกรายงาน
๔.๕.๒ ระบบเชื่อมต่อกับระบบ Enforcement สําหรับการบริหารจัดการรถพลการ สามารถออก รายงานรถพลการ ตามแบบฟอร์มที่ กทพ. กําหนด และสามารถส่งข้อมูลออกเพื่อเชื่อมต่อกับ
ระบบของ กทพ. ได้
๔.๕.๓ ระบบที่ออกแบบจะต้องสามารถสั่งการได้ผ่าน Web Service
๔.๕.๔ ระบบที่ออกแบบจะต้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและสามารถทํางานร่วมกันกับระบบตรวจจับ
ป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติเดิมของ กทพ. เดิมได้
๔.๕.๕ ระบบที่ออกแบบจะต้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูลไปแสดงผลเป็น Dashboard ไปยังศูนย์ ควบคุมทางพิเศษเฉลิมมหานคร (CCB1) และอาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ กทพ. แบบ Real Time ตามที่ กทพ. กําหนดได้
๔.๕.๖ ระบบต้องสามารถทําการสร้างละติจูด (Latitude) และลองติจูด (Longitude) ของ
แต่ละจุดติดตั้ง โดยข้อมูลที่ได้จะแสดงผลบนแผนที่ได้
๔.๕.๗ ระบบที่ออกแบบสามารถจัดทําข้อมูลสถิติได้
๔.๖ ผู้ขายจะต้องดําเนินการทดสอบความถูกต้องแม่นยําของอุปกรณ์ระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียน รถยนต์อัตโนมัติ โดยที่มีความถูกต้องของข้อมูลไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๗ ประกอบด้วยหมวดอักษร ตัวเลข และการอ่านชื่อจังหวัด และจะต้องพัฒนาระบบฯ ให้อ่านสระ วรรณยุกต์ได้ ๔.๗ ผู้ขายต้องเชื่อมต่อฐานข้อมูลระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติเดิมของ กทพ. และสามารถ นําข้อมูลที่เหล่านั้นมาแสดงผลอยู่ในรูปแบบของเว็บเซอร์วิส (Web service) โดยอิงตามระบบ
สถาปัตยกรรมเชิงบริการ (Service Oriented Architecture: SOA)
๔.๔ ผู้ขายจะต้องดําเนินการทดสอบ ตามที่กําหนดไว้ในภาคผนวก ข และภาคผนวก ค
๔.๙ ผู้ขายจะต้องจัดฝึกอบรมพนักงานที่เกี่ยวข้องในการใช้งานอุปกรณ์ และระบบที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งหลักสูตรเป็นเฉพาะทาง รายละเอียดหลักสูตร และระยะเวลาการฝึกอบรมกําหนดไว้ใน
ภาคผนวก ค
๔.๑๐ ผู้ขายจะต้องจัดทําคู่มือ และเอกสารอื่น ๆ ตามที่ระบุในภาคผนวก ก ภาคผนวก ข และภาคผนวก ค ๔.๑๑ ผู้ขายจะต้องจัดส่งมอบงาน และของระบบต่าง ๆ พร้อมทั้งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตรต่าง ๆ แก่ กทพ. (ถ้ามี) ๔.๑๒ ผู้ขายจะต้องพิจารณาการดําเนินงานให้ครอบคลุมเนื้อหาของงานตามขอบเขตโดยละเอียดของงาน
และข้อกําหนดอื่น ๆ ที่ระบุในภาคผนวก ก ภาคผนวก ข และภาคผนวก ค
๔.๑๓ กทพ. จะจัดเตรียมพื้นที่ทํางานเท่าที่จําเป็น (ถ้ามี) โดยผู้ขายจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนที่
เกี่ยวกับสาธารณูปโภคต่าง ๆ ในระหว่างที่ดําเนินการ ณ สถานที่ปฏิบัติงาน กทพ.
๔.๑๔ ผู้ขายจะต้องเสนอแผนปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับปริมาณผลงานในแต่ละกิจกรรมและบุคลากร
แต่ละคนที่เข้ามาทํางานให้ชัดเจน
๔.๑๕ ผู้ขายจะต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เป็นไปตามข้อกําหนดขอบข่ายของงานและพันธะตามสัญญา ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยจะต้องใช้ความรู้ ความชํานาญทางเทคนิคเป็นอย่างดีตาม มาตรฐานที่ยอมรับกันทางวิชาชีพ และจะต้องปฏิบัติงานด้วยความเอาใจใส่ และขยันหมั่นเพียรเพื่อให้เกิด
ประโยชน์แก่ กทพ. ตลอดระยะเวลาของโครงการ
นายศิวัช ปัญญาชัยวัฒนากูล
นายพิทยา ธนวณิชย์กุล
ประธานกรรมการ
นายวัชระ อินทรสูตร
กรรมการ
กรรมการ
2 นายเทพฤทธิ์ รัตนปัญญากร
กรรมการ
Thakor
นางสาวทักษิณา กรไกร
กรรมการและเลขานุการ
นายสมบัติ เลิศธนาผล
กรรมการ
นายเกรียงศักดิ์ จิตรสมัย
นายจิรวัฒน์ เพลิงศรีทอง กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
กรรมการร่าง
เอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การซื้อระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียนอัตโนมัติ บนทางด่วนเฉลิมมหานคร
ตามประกาศ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ลงวันที่ มีนาคม ๒๕๖๙
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กทพ.” มีความประสงค์จะประกวดราคาซื้อ ระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียนอัตโนมัติ บนทางด่วนเฉลิมมหานคร ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e bidding) ตามรายการ ดังนี้
ระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียน อัตโนมัติ บนทางด่วนเฉลิมมหานคร
จำนวน ๑ งาน
พัสดุที่จะซื้อนี้ต้องเป็นของแท้ ของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เป็นของเก่าเก็บ อยู่ในสภาพที่จะใช้งานได้ ทันที และมีคุณลักษณะเฉพาะตรงตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้ โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนด ดังต่อไปนี้
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์
๑.๓ แบบสัญญาซื้อขาย
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กทพ. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดราย หนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อ เสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อ
เสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง
ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่า สุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง
พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการติดตั้ง หรือขายพร้อมติดตั้ง หรือพัฒนา ซอฟต์แวร์ ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ (Automatic License Plate Recognition) หรือผล งานลักษณะเดียวกันกับงานที่จะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่ดำเนินการแล้วเสร็จอย่างน้อย ๑ ผลงาน โดยมีมูลค่า ไม่น้อยกว่า ๓๕,๐๐๐,๐๐๐.- บาท (สามสิบห้าล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญา โดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือ หน่วยงานเอกชนที่ กทพ. เชื่อถือได้ พร้อมแนบหนังสือรับรองผลงานและสำเนาสัญญาในวันที่ยื่นข้อเสนอ ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียน นิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น
ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ
มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) แคตตาล็อกและ/หรือรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ตามข้อ ๔.๔
(๒) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๓) สำเนาหนังสือรับรองสินค้า Made In Thailand ของสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย (ถ้ามี)
(๔) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการติดตั้ง หรือขายพร้อมติดตั้ง หรือพัฒนา ซอฟต์แวร์ ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ (Automatic License Plate Recognition) หรือผล งานลักษณะเดียวกันกับงานที่จะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่ดำเนินการแล้วเสร็จอย่างน้อย ๑ ผลงาน โดยมีมูลค่า ไม่น้อยกว่า ๓๕,๐๐๐,๐๐๐.- บาท (สามสิบห้าล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญา
โดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือ หน่วยงานเอกชนที่ กทพ. เชื่อถือได้ พร้อมแนบหนังสือรับรองผลงานและสำเนาสัญญาในวันที่ยื่นข้อเสนอ (๖) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำตารางเปรียบเทียบรายละเอียดระหว่างอุปกรณ์ที่ เสนอ กับรายละเอียดคุณลักษณะที่ได้กำหนดไว้ รวมทั้งนำเสนอคุณสมบัติที่ดีกว่าเพิ่มเติม (หากมี) พร้อมระบุ เอกสารหรือข้อมูลประกอบว่าอยู่หน้าใด
(๗) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทางวิชาชีพซึ่ง บุคลากรหลักต้องมีวุฒิการศึกษาอย่างน้อยระดับปริญญาตรี ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องยื่นเอกสาร แสดงรายละเอียดของบุคลากร พร้อมทั้งแนบสำเนาหลักฐาน ประกอบด้วย รายชื่อ ประวัติการทำงาน คุณวุฒิ
การศึกษาพร้อมหลักฐานหรือใบแสดงผลการเรียน (transcript) ความเชี่ยวชาญ ใบ Certification ใบประกอบ วิชาชีพ (ถ้ามี) และสำเนาหลักฐานประสบการณ์การทำงานหรือใบรับรองการทำงานของบุคลากรทั้งหมด หรือ เอกสารประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และจำเป็นในการพิจารณาคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวในวันที่ยื่นเสนอ ราคา รายละเอียดตามภาคผนวก ก. ข้อ ๑.๖
(๘) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความ ให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบ ใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาท และเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียว โดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน
และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว จนกระทั่งส่งมอบพัสดุให้ ณ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้ และจะถอน การเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาส่งมอบพัสดุไม่เกิน ๖๓๐ (หกร้อยสาม สิบ) วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาซื้อ
๔.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งแคตตาล็อก และหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของ ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ บนทางพิเศษเฉลิมมหานคร ไปพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประกอบการพิจารณา หลักฐานดังกล่าวนี้ กทพ.จะยึดไว้เป็นเอกสาร ของทางราชการ
สำหรับแค็ตตาล็อกที่แนบให้พิจารณา หากเป็นสำเนา และคณะกรรมการ พิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ มีความประสงค์จะขอดูต้นฉบับแคตตาล็อก ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้อง นำต้นฉบับมาให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ตรวจสอบภายใน ๓ วัน นับถัดจาก
วันเสนอราคา
๔.๕ ผู้ยื่นเสนอราคาต้องดำเนินการจัดหาอุปกรณ์ระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียน รถยนต์อัตโนมัติ อย่างละ ๑ ชุด พร้อมอุปกรณ์ส่วนควบและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการทดสอบ รวมทั้งจัด เตรียมระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้พร้อมใช้งานสำหรับการทดสอบดังกล่าวให้ครบถ้วน โดยต้องติดตั้ง อุปกรณ์ดังกล่าวบนโครงเหล็กคร่อมทาง (Gantry) บริเวณ กม. 22+600A ทิศทางมุ่งหน้าถนนจตุโชติ ของ ทางพิเศษฉลองรัช ใกล้ด่านสุขาภิบาล ๕-๑ ให้พร้อมสำหรับการทดสอบ ภายใน ๕ วันทำการนับถัดจากวันที่ ยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นเสนอราคาจะต้องดำเนินการ จำลองการทำงานของระบบตรวจจับแผ่นป้าย ทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ เพื่อทดสอบระบบในลักษณะ Stand-alone และจัดส่ง รายงานสรุปผลการตรวจจับ แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์รายคัน ในรูปแบบที่ กทพ. กำหนด พร้อมรายงานแสดง รูปภาพของรถยนต์และผล การอ่านแผ่นป้ายทะเบียนที่ตรวจจับได้
ผู้ยื่นเสนอราคาจะต้องจัดส่ง ข้อมูลการทดสอบในรูปแบบไฟล์ Excel หรือ Text และไฟล์ภาพเคลื่อนไหว (นามสกุล .wmv, .mpg, .mpeg หรือ .avi) ลงใน อุปกรณ์บันทึกข้อมูล (USB Flash Drive) พร้อมจัดพิมพ์เอกสารและรายงานผลการทดสอบตามตารางการทดสอบ ส่งให้ กทพ. ภายใน ๔๘ ชั่วโมงภายหลังเสร็จสิ้นการทดสอบ
ทั้งนี้ ผลการทดสอบต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนดทุกข้อ จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบ และการตัดสินของ กทพ. ถือเป็นที่สุด
ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ณ การทางพิเศษ แห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ กทพ.จะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ตัวอย่างดังกล่าว ตัวอย่างที่เหลือหรือไม่ใช้แล้ว กทพ.จะคืนให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ
๔.๖ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญา รายละเอียดคุณลักษณะ เฉพาะของพัสดุฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อ เสนอตามเงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อ เสนอ และการเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคารูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่ กทพ. ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๔.๙ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการ พิจารณาข้อเสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะกรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และ กทพ. จะ พิจารณาลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่ กทพ. จะพิจารณาเห็นว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่ เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ ต่อการพิจารณาของ กทพ. ๔.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๑๑ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการซื้อซึ่งสัญญากำหนดส่งงานงวดเดียว หรือ กรณีการซื้อซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดัง กล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๖,๐๗๒,๒๕๐.๐๐ บาท (หกล้านเจ็ดหมื่นสองพันสองร้อยห้าสิบบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต
ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กทพ. ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๑๙๙๐๐๑๙๗๕๗ ชื่อ บัญชี การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ กทพ. ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐาน การชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กทพ.จะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่กทพ.ได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อ ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิ์ในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กทพ.จะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กทพ. จะพิจารณา จาก ราคารวม
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใด เสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะขายไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กท พ.กำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่าง
นั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ กทพ.สงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ใน กรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกทพ.มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กทพ. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าว ไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ กทพ.ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกซื้อในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดซื้อเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของ กทพ.เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกทพ. จะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา เสนอราคาแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจ ดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกทพ. จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กทพ. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคา ของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกทพ. ๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญากทพ.อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือกมีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๖.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอพัสดุที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ ผลิตภายในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอราคาสูงกว่าราคา ต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่น ไม่เกินร้อยละ ๕ ให้จัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการรับรองและออก เครื่องหมายสินค้าที่ผลิต ภายในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรณีที่มีการเสนอราคาหลายรายการและกำหนดเงื่อนไขการพิจารณาราคารวม หากผู้ยื่น ข้อเสนอได้เสนอพัสดุที่เป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิต ภายในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีสัดส่วนมูลค่าตั้งแต่ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป ให้ได้แต้มต่อในการเสนอราคาตามวรรคหนึ่ง
อนึ่ง หากในการเสนอราคาครั้งนั้น ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติทั้งข้อ ๖.๘ และข้อ ๖.๙ ให้ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นได้แต้มต่อในการเสนอราคาสูงกว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๕ ๖.๑๐ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ๗. การทำสัญญาซื้อขาย
๗.๑ ในกรณีที่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ สามารถส่งมอบสิ่งของได้ ครบถ้วนภายใน ๕ วันทำการ นับแต่วันที่ทำข้อตกลงซื้อ กทพ.จะพิจารณาจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือแทน การ ทำสัญญาตามแบบสัญญาดังระบุ ในข้อ ๑.๓ ก็ได้
๗.๒ ในกรณีที่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถส่งมอบสิ่งของได้ ครบถ้วน ภายใน ๕ วันทำการ หรือ กทพ.เห็นว่าไม่สมควรจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือ ตามข้อ ๗.๑ ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาซื้อขายตามแบบสัญญาดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็น หนังสือ กับกทพ.ภายใน ๑๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงิน เท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าสิ่งของที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้กทพ.ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้ หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(๑) เงินสด
(๒) เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็ค หรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้นไม่เกิน ๓ วันทำการ
(๓) หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรม บัญชีกลางกำหนด
(๔) หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่ง ประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตาม ตัวอย่างหนังสือ ค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) (๕) พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้ขาย) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาซื้อขายแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของพัสดุที่ซื้อซึ่งกทพ. ได้ รับมอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กทพ. จะจ่ายค่าสิ่งของซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ขาย โดยแบ่งออกเป็น ๗ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้ขายได้ปฏิบัติ งานซื้อระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียนอัตโนมัติ บนทางด่วนเฉลิมมหานคร งวดที่ ๑ แล้วเสร็จ ส่งมอบงาน ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะฯ ข้อ ๑๐ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้ขายได้ปฏิบัติ งานซื้อระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียนอัตโนมัติ บนทางด่วนเฉลิมมหานคร งวดที่ ๒ แล้วเสร็จ ส่งมอบงาน ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะฯ ข้อ ๑๐ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้ขายได้ปฏิบัติ งานซื้อระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียนอัตโนมัติ บนทางด่วนเฉลิมมหานคร งวดที่ ๓ แล้วเสร็จ ส่งมอบงาน ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะฯ ข้อ ๑๐ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว งวดที่ ๔ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้ขายได้ปฏิบัติ งานซื้อระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียนอัตโนมัติ บนทางด่วนเฉลิมมหานคร งวดที่ ๔ แล้วเสร็จ ส่งมอบงาน ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะฯ ข้อ ๑๐ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว งวดที่ ๕ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้ขายได้ปฏิบัติ งานซื้อระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียนอัตโนมัติ บนทางด่วนเฉลิมมหานคร งวดที่ ๕ แล้วเสร็จ ส่งมอบงาน ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะฯ ข้อ ๑๐ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว งวดที่ ๖ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้ขายได้ปฏิบัติ งานซื้อระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียนอัตโนมัติ บนทางด่วนเฉลิมมหานคร งวดที่ ๖ แล้วเสร็จ ส่งมอบงาน ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะฯ ข้อ ๑๐ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๗ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้ขายได้ปฏิบัติ งานซื้อระบบตรวจจับแผ่นป้ายทะเบียนอัตโนมัติ บนทางด่วนเฉลิมมหานคร งวดที่ ๗ แล้วเสร็จ ส่งมอบงาน ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะฯ ข้อ ๑๐ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว ๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาซื้อขายแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อ ตกลง ซื้อขายเป็นหนังสือ ให้คิดในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของวงเงินตามสัญญา
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง *ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะฯ ข้อ ๑๑. การรับประกัน
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ทำสัญญาซื้อขายตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงซื้อเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของสิ่งของที่ซื้อขายที่ เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า * นับถัดจากวันที่ กทพ. ได้รับมอบสิ่งของ โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซม แก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน * วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง ๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่นๆ
๑๑.๑ เงินค่าพัสดุสำหรับการซื้อครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณรายได้หน่วยงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ ต่อเมื่อกทพ.ได้รับอนุมัติเงินค่าพัสดุจากเงิน งบประมาณรายได้หน่วยงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อกทพ.ได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นผู้ขาย และได้ตกลงซื้อสิ่งของตาม การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้ขายจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศและของ นั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ขายจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม การพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศต่อกรม เจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้ขายสั่ง หรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่น เดียวกับเรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของ นั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้ขายจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วย การส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกทพ.ได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงซื้อ เป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนด ดังระบุไว้ในข้อ ๗. กทพ.จะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้
ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงาน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ กทพ.สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงซื้อเป็นหนังสือ ให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกทพ. คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ กทพ.อาจประกาศยกเลิกการจัดซื้อในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกทพ.ไม่ได้
(๑) กทพ.ไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดซื้อหรือที่ได้รับจัดสรรแต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดซื้อครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดซื้อหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดซื้อครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กทพ. หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการซื้อ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ขายต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กทพ. สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับ การ คัดเลือกให้เป็นผู้ขายเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกทพ. ไว้ชั่วคราว
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
มีนาคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
จารุวรรณ รักยิ่ง
(นางสาวจารุวรรณ รักยิ่ง)
หัวหน้าแผนกจัดซื้อจัดจ้าง 2
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวจารุวรรณ รักยิ่ง หัวหน้าแผนกจัด
ซื้อจัดจ้าง 2