ประกวดราคาจ้างเหมาโครงการพัฒนาและส่งเสริมสินค้าสมุนไพรไทยสู่ตลาดสากล (The Thai Herbs LEVEL UP)
โครงการพัฒนาและส่งเสริมสินค้าสมุนไพรไทยสู่ตลาดสากล (The Thai Herbs LEVEL UP) ดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศอย่างรอบด้าน ทั้งด้านแนวโน้มทางการตลาด การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการขยายช่องทางการตลาดสำหรับผู้ประกอบการสินค้าสมุนไพรไทย (สินค้าสุขภาพ ความงาม สปา อาหาร และอาหารเสริม) จำนวนไม่น้อยกว่า 100 ราย ขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุม 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. การนำเสนอแนวคิด (Concept) ภาพลักษณ์โครงการ (Key Visual) และแผนการดำเนินงาน (Action Plan) พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลตลาดต่างประเทศเป้าหมาย เช่น เอเชียใต้และจีน 2. การดำเนินกิจกรรมหลัก ประกอบด้วย กิจกรรมฝึกอบรมสัมมนาแบบ Hybrid ระยะเวลา 1 วัน (Onsite ไม่น้อยกว่า 50 ราย, Online ไม่น้อยกว่า 50 ราย), กิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและให้คำปรึกษาเชิงลึก 2 วัน สำหรับผู้ประกอบการ 40 บริษัทๆ ละ 2 คน และกิจกรรม Pitching เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการนำเสนอแนวคิดพัฒนาผลิตภัณฑ์ 3. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (First Draft Prototype) ร่วมกับผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือก เพื่อให้สามารถผลิตและใช้งานได้จริง ตลอดจนการประเมินผลความพึงพอใจและความก้าวหน้าของผู้เข้าร่วมโครงการอย่างเป็นรูปธรรม
English summary
The “The Thai Herbs LEVEL UP” project, initiated by the Department of International Trade Promotion (DITP), aims to enhance the international trade capabilities and competitiveness of Thai SME entrepreneurs in the herbal, health, and beauty sectors (at least 100 participants). The project scope includes formulating project concepts and action plans with target market research (e.g., South Asia and China), organizing a 1-day hybrid seminar (onsite and online), conducting a 2-day workshop with in-depth consulting for 40 selected companies, hosting a pitching session, and developing first-draft prototypes to prepare Thai herbal products for the global market.
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือสถานที่จัดฝึกอบรมตามที่ได้รับความเห็นชอบ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศอย่างรอบด้าน เช่น แนวโน้มทางการตลาด การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และการสร้างแบรนด์
- เพื่อขยายช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการสินค้าสมุนไพรไทย
- เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ SME ไทย ให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน
ขอบเขตของงาน
- การนำเสนอแนวคิด (Concept) ภาพรวมโครงการ Key Visual, Artwork และแผนการดำเนินงาน (Action Plan) พร้อมรวบรวมข้อมูลตลาดต่างประเทศ (เช่น เอเชียใต้และจีน)
- จัดกิจกรรมฝึกอบรมสัมมนาในรูปแบบ Hybrid (Onsite ไม่น้อยกว่า 50 ราย และ Online ไม่น้อยกว่า 50 ราย รวมไม่น้อยกว่า 100 ราย) ระยะเวลา 1 วัน พร้อมจัดหาผู้เชี่ยวชาญบรรยาย อาหาร และสถานที่
- จัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและให้คำปรึกษาเชิงลึก (Workshop & In-depth Consulting) ระยะเวลา 2 วัน สำหรับผู้ประกอบการ 40 บริษัท (บริษัทละ 2 คน) พร้อมวิเคราะห์โอกาสทางการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์
- จัดกิจกรรม Pitching ระยะเวลา 1 วัน เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการพัฒนาสินค้าเพื่อจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ
- ดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (First Draft Prototype) ร่วมกับผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกจากกิจกรรม Pitching
- จัดทำรายงานการประเมินผลความพึงพอใจและสรุปผลการดำเนินโครงการในทุกกิจกรรม
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดำเนินงาน (Action Plan) และแนวคิดโครงการ (Concept/Key Visual/Artwork) ที่ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงาน
- รายงานข้อมูลตลาดต่างประเทศและแนวโน้มความต้องการผลิตภัณฑ์สมุนไพร
- รายงานผลการจัดกิจกรรมฝึกอบรมสัมมนาแบบ Hybrid พร้อมเอกสารประกอบการอบรมและรายชื่อผู้เข้าร่วม
- รายงานผลการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การให้คำปรึกษาเชิงลึก และสรุปผลกิจกรรม Pitching
- ผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (First Draft Prototype) ของผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือก
- รายงานการประเมินผลความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการในทุกกิจกรรม
ระยะเวลาดำเนินการ
- (ระบุตามระยะเวลาในสัญญาจ้างจริงของ TOR - ในเอกสารไม่ระบุวันสิ้นสุดอย่างชัดเจน แต่แบ่งกิจกรรมตามวัน เช่น อบรม 1 วัน, ฝึกปฏิบัติการ 2 วัน, Pitching 1 วัน)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: มีความสามารถตามกฎหมาย, ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ, ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ, ไม่เป็นบุคคลถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นเสนอราคารายอื่น, ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
- Standards Compliance: -
- Experience: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเชื่อถือ รวมกันอย่างน้อย 2 ผลงาน
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
- (ไม่ระบุรายละเอียดเกณฑ์การประเมินราคาหรือเกณฑ์การให้คะแนนในส่วนของ TOR ที่แสดง)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การจัดอบรมสัมมนาต้องมีระบบ Hybrid (รองรับทั้ง Onsite และ Online พร้อมอุปกรณ์กล้อง โน้ตบุ๊ค ไฟส่องสว่าง และอินเทอร์เน็ต Wi-Fi)
- วิทยากรผู้บรรยาย/ผู้เชี่ยวชาญต้องมีประสบการณ์ในหัวข้อที่บรรยายไม่น้อยกว่า 3 ปี อัตราค่าสมนาคุณ 5,000 บาท/ชั่วโมง/คน
- กรณีวิทยากรชาวต่างประเทศ ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมล่าม/ผู้ดำเนินรายการ 2 ภาษา (ไทย-ต่างประเทศ) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- การผลิต VTR พิธีเปิดความคมชัดระดับ Full HD ความยาวประมาณ 1-3 นาที
เงื่อนไขสัญญา
- (เงื่อนไขการจ่ายเงินและการปรับปรุงตามระเบียบพัสดุภาครัฐทั่วไป ไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงในส่วนนี้)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้มีเป้าหมายพัฒนาผู้ประกอบการจำนวนเท่าใด?
A: จำนวนไม่น้อยกว่า 100 ราย สำหรับการอบรมภาพรวม และคัดเลือก 40 บริษัทเพื่อเข้าสู่การอบรมเชิงปฏิบัติการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ
2. Q: ประเภทสินค้าสมุนไพรใดบ้างที่เข้าร่วมโครงการได้?
A: สินค้าสุขภาพและความงาม เช่น เครื่องสำอาง สกินแคร์ สบู่ สินค้าสปา อาหาร และอาหารเสริม
3. Q: รูปแบบการจัดอบรมสัมมนาในกิจกรรมที่ 1 เป็นอย่างไร?
A: จัดในรูปแบบ Hybrid โดยมีผู้เข้าร่วมแบบ Onsite ไม่น้อยกว่า 50 ราย และ Online ไม่น้อยกว่า 50 ราย
4. Q: วิทยากรผู้บรรยายในโครงการต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
A: ต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อไม่น้อยกว่า 3 ปี
5. Q: อัตราค่าสมนาคุณวิทยากรที่กำหนดไว้คือเท่าไหร่?
A: อัตรา 5,000 บาท ต่อชั่วโมงต่อคน
6. Q: หากวิทยากรเป็นชาวต่างประเทศ ผู้รับจ้างต้องเตรียมการอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมผู้ดำเนินรายการ 2 ภาษา (ภาษาไทย-ภาษาต่างประเทศที่เสนอ) โดยไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
7. Q: กิจกรรม Pitching มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?
A: เพื่อให้ผู้ประกอบการนำเสนอแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับจำหน่ายในตลาดสากล และให้กรรมการคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพนำไปพัฒนาสินค้าจริง
8. Q: ผลลัพธ์สุดท้ายที่ผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับคืออะไร?
A: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (First Draft Prototype) ร่วมกับผู้ประกอบการเพื่อให้สามารถนำไปผลิตและใช้งานได้จริง
9. Q: การจัดทำ VTR ในพิธีเปิดโครงการต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
A: ต้องมีความคมชัดของภาพและเสียงระดับ Full HD ความยาวประมาณ 1-3 นาที
10. Q: ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานประเภทเดียวกันยื่นประกอบอย่างไร?
A: ต้องมีหนังสือรับรองผลงานหรือสัญญาคู่โดยตรงกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่เชื่อถือได้ รวมกันอย่างน้อย 2 ผลงาน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการพัฒนาและส่งเสริมสินค้าสมุนไพรไทยสู่ตลาดสากล (The Thai Herbs LEVEL UP)
๑. ความเป็นมา
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สู่ตลาดโลกโดยการทํากิจกรรมการตลาดต่างๆ
มีภารกิจในการส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการของไทย ให้สินค้าและธุรกิจบริการของไทยสามารถแข่งขันกับสินค้าและ
บริการของประเทศอื่นๆ รวมถึงการดําเนินการให้ผู้ส่งออกไทยและผู้นําเข้าจากต่างประเทศได้พบปะเจรจาการค้า ทั้งผ่านช่องทาง on site ในรูปแบบต่างๆ เช่นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ (International Trade Fair) และ การจับคู่เจรจาการค้า (Business Matching) เป็นต้น และ online รูปแบบต่างๆ เช่น website หรือ social media ต่างๆ นอกจากนั้น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมสินค้าและ บริการของไทย เช่น การพัฒนาสินค้าและบริการให้เป็นที่ต้องการของตลาดเป้าหมายและตลาดโลก รวมถึงจัด กิจกรรมเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการให้มีความพร้อมในการดําเนินกระบวนการส่งออก และให้มีความรู้เรื่อง การตลาด สินค้า บริการ แนวโน้มตลาด แนวโน้มสินค้าและบริการ รวมถึงกฎระเบียบการส่งออก/นําเข้าเพื่อเพิ่ม มูลค่าและปริมาณการส่งออกของประเทศไทย
ประเทศไทยมีความโดดเด่นด้านสมุนไพร เนื่องจากมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง วัตถุดิบคุณภาพดี และภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรที่สืบทอดกันมายาวนาน ทําให้ “สมุนไพรไทย” เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศ และต่างประเทศ ปัจจุบันอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งการใช้เพื่อสุขภาพ ความงาม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และการแพทย์ทางเลือก สอดคล้องกับแนวโน้มผู้บริโภคทั่วโลกที่หันมาใส่ใจผลิตภัณฑ์ ธรรมชาติ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในด้านเศรษฐกิจสะท้อนศักยภาพชัดเจน โดยปี ๒๕๖๘ ตลาด ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่ากว่า ๔๕,๘๘๒ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๕% จากปีก่อน และคาดว่า จะยังขยายตัวเกิน ๔๙,๑๓๔ ล้านบาทในปี ๒๕๖๙ (Euromonitor, 2025) นอกจากนี้ การส่งออกสมุนไพรไทย ยังมีความต่อเนื่อง ทั้งในรูปวัตถุดิบ สารสกัด และผลิตภัณฑ์สําเร็จรูป นอกจากนี้ การส่งออกสมุนไพรไทย ยังมีแนวโน้มที่ดีในตลาดโลก ทั้งในรูปแบบของวัตถุดิบ สารสกัด และผลิตภัณฑ์สําเร็จรูป โดยปี ๒๕๖๘ มีมูลค่ารวม ๓,๓๑๓.๒๗ ล้านบาท ขยายตัว ๒๑๗.๖๕% (แบ่งเป็นสมุนไพร ๒,๘๒๗.๗๓ ล้านบาท และสารสกัดสมุนไพร ๔๘๕.๕๔ ล้านบาท) และมีตลาดส่งออกสําคัญ ๕ อันดับแรก คือ อินเดีย ออสเตรเลีย จีน สาธารณรัฐเช็ก และ เมียนมา (thenewmenucom, ๒o๒๕)
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวสู่ตลาดต่างประเทศยังประสบข้อจํากัด เนื่องจากผู้ประกอบการโดยเฉพาะ กลุ่ม SME ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เล่นหลักของอุตสาหกรรม ยังต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพเพิ่มเติมในหลายด้าน เพื่อขยาย สู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นด้านการยกระดับมาตรฐานการผลิตและการส่งออก ความเข้าใจในกฎระเบียบการค้า และข้อจํากัดด้านกฎหมายของแต่ละประเทศ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับ ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ รวมไปถึงการสร้างแบรนด์และบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย สวยงาม ใช้งานง่าย และสะท้อน อัตลักษณ์สมุนไพรไทย จะช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างความแตกต่างในตลาดโลก ซึ่งเป็น
สิ่งสําคัญที่ผู้ประกอบการควรได้รับการสนับสนุนและยกระดับความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดการค้าระหว่างประเทศ
อย่างเข้มแข็ง
2
ต
(ประธานกรรมการ)
(กรรมการ)
(กรรมการ)
ด้วยเหตุนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จึงเห็นความสําคัญในการจัดทําโครงการพัฒนาและส่งเสริม สินค้าสมุนไพรไทยสู่ตลาดสากล (The Thai Herbs LEVEL UP) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและยกระดับ ขีดความสามารถของผู้ประกอบการ SME โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ด้านการส่งออก การทําการตลาด ต่างประเทศ การพัฒนาสินค้าต้นแบบที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตลอดจนการนําสินค้าสู่เวทีการค้า และตลาดต่างประเทศจริง โครงการพัฒนาและส่งเสริมสินค้าสมุนไพรไทยสู่ตลาดสากล (The Thai Herbs LEVEL UP) จะไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ประกอบการสมุนไพรไทยมีความพร้อมมากขึ้นในการแข่งขันในตลาดโลก แต่ยังเป็น การต่อยอดศักยภาพที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ให้สามารถสร้างความแตกต่าง สร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับสมุนไพร ไทยสู่การเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างรายได้สําคัญแก่ประเทศในระยะยาวและอย่างยั่งยืน
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดําเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศอย่างรอบด้าน (เช่น แนวโน้มทาง
การตลาด การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และการสร้างแบรนด์ เป็นต้น) รวมถึงเพื่อขยายช่องทางทางการตลาดให้แก่ ผู้ประกอบการสินค้าสมุนไพรไทย
๓.
คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่าย สารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร
ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมส่งเสริมการค้า ระหว่างประเทศ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอ ราคาได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
เต
(ประธานกรรมการ)
(กรรมการ)
(กรรมการ)
๓
๓.๑๑
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง และเป็นผลงานที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ
หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเชื่อถือ โดยมีหลักฐานการดําเนินงานหรือเอกสารที่ เกี่ยวข้องหรือหนังสือรับรองผลงาน รวมกันอย่างน้อย ๒ ผลงาน ทั้งนี้ ทางกรมฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบ
ข้อเท็จจริง
๔. กลุ่มเป้าหมาย
ผู้ประกอบการสินค้าสมุนไพรไทย (สินค้าสุขภาพและความงาม เช่น เครื่องสําอาง สกินแคร์ สบู่ สินค้าสปา อาหาร และอาหารเสริม เป็นต้น) จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ราย
๕. ขอบเขตการดําเนินงาน
๕.๑ การนําเสนอแนวคิด (Concept) และแผนการดําเนินงาน (Action Plan)
๕.๑.๑ นําเสนอแนวคิด (Concept) ภาพรวมของโครงการ รวมถึง Key Visual เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ หลักของโครงการ และออกแบบ Artwork ต่างๆ ที่จะใช้ในแต่ละกิจกรรมให้สอดรับกับ Key Visual หลักของโครงการ ๕.๑.๒ รวบรวมและเสนอข้อมูลตลาดต่างประเทศที่น่าสนใจเกี่ยวกับความต้องการผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่รวมถึงสมุนไพร เพื่อกําหนดตลาดประเทศเป้าหมายที่เหมาะสมสําหรับการส่งออกผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย โดย เน้นตลาดในภูมิภาคเป้าหมาย เช่น ภูมิภาคเอเชียใต้ และภูมิภาคจีน เป็นต้น โดยนําเสนอข้อมูลที่ครอบคลุม ทั้งแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภค ศักยภาพการเติบโตของตลาด ช่องทางการกระจายสินค้า และข้อกําหนด ด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลที่ได้จะถูกนํามาใช้ประกอบการออกแบบกิจกรรมอบรมและพัฒนาสินค้าต้นแบบ
ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดเป้าหมายอย่างแท้จริง
๕.๑.๓ นําเสนอแผนการดําเนินงาน (Action Plan) ที่ครอบคลุมทุกกิจกรรมตลอดโครงการ โดย แผนการดําเนินงานต้องมีผลลัพธ์ที่คาดหวังอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถติดตาม กํากับ และประเมินผลการ ดําเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ แผนการดําเนินงานจะต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมก่อนดําเนินงาน
๕.๒ การดําเนินงาน
๕.๒.๑ กิจกรรมฝึกอบรมสัมมนาในรูปแบบ Hybrid (online และ onsite) เป็นระยะเวลา ๑ วัน (๑) รับสมัครผู้เข้าร่วมการอบรมแบบ onsite จํานวนไม่น้อยกว่า ๕๐ ราย และแบบ online ไม่น้อยกว่า ๕๐ ราย รวมจํานวนทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ราย
บ
(๒) จัดกิจกรรมอบรมสัมมนาให้กับผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือก จํานวน ๓ หัวข้อ เช่น แนวโน้มการตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย โอกาสทางการตลาดสําหรับสินค้าสมุนไพรในต่างประเทศ การให้ความรู้ ในด้านการส่งออก เป็นต้น พร้อมจัดทําเนื้อหาในการอบรมสัมมนาและกําหนดการของกิจกรรม
(๓) จัดหาวิทยากรบรรยายที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่บรรยายไม่น้อยกว่า ๓ ปี เพื่อเป็นวิทยากรจํานวนอย่างน้อย ๓ คน/วัน คนละ ๒ ชั่วโมง โดยกําหนดค่าสมนาคุณวิทยากร อัตราละ 5,000 บาท ต่อชั่วโมงต่อคน และจะต้องนําเสนอรายชื่อ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ในแต่ละหัวข้อการบรรยาย ประสบการณ์การทํางานพร้อมประวัติการศึกษา เพื่อให้กรม พิจารณา และในกรณีที่มีการนําเสนอผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นวิทยากรชาวต่างประเทศ ผู้รับจ้างจะต้อง จัดเตรียมผู้ดําเนินรายการ ๒ ภาษา (ภาษาไทย-ภาษาต่างประเทศที่เสนอ) โดยผู้รับจ้างจะต้องไม่คิดค่าใช้จ่าย
เพิ่มเติม
(ประธานกรรมการ)
(กรรมการ)
(กรรมการ)
(๔) จัดทําเนื้อหาตามหัวข้อการบรรยาย พร้อมเอกสารประกอบการบรรยาย ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม (๕) จัดเตรียมอาหารกลางวัน ๑ มื้อ/วัน อาหารว่างและเครื่องดื่ม ๒ มื้อ/วัน สําหรับผู้เข้าร่วม กิจกรรมและวิทยากร/ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ
(๖) จัดเตรียม และตกแต่งสถานที่สําหรับใช้ในการจัดโครงการ เช่น การจัดทํา Stage Backdrop หรือ จอ LED หรือ จอโปรเจคเตอร์ เพื่อติดตั้งบนเวทีให้มีขนาดที่เหมาะสม จัดทํา Photo Backdrop สําหรับติดตั้งบริเวณจุดถ่ายภาพ โดยให้มีขนาดที่เหมาะสมกับสถานที่ จัดทํา Roll up และ/หรือการตกแต่ง รูปแบบอื่นๆ สําหรับตกแต่งสถานที่ในการดําเนินโครงการ เป็นต้น
(๗) จัดเตรียมและดําเนินการจัดพิธีเปิด เช่น จัดทํา VTR ที่มีความคมชัดของภาพและเสียง ระดับ Full HD โดยมีความยาวประมาณ ๑ - ๓ นาที จัดทําคํากล่าวพิธีเปิดโครงการ (Speech) สําหรับประธาน หรือผู้แทน
(๔) จัดหาวัสดุ เครื่องเขียน และอุปกรณ์ที่จําเป็นให้เพียงพอต่อจํานวนผู้เข้าร่วมโครงการ และ
เหมาะสมสําหรับการจัดกิจกรรมฝึกอบรม
(๔) จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ในการอบรมสัมมนาผ่านระบบ online เช่น กล้องวิดีโอ อุปกรณ์ ชุดไฟส่องสว่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค อินเตอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) และอุปกรณ์อื่นๆ ที่จําเป็น เพื่อให้การดําเนิน โครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด
(๑๐) จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประสานงานและอํานวยความสะดวกผู้เข้าร่วมงาน วิทยากร และ
ผู้เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม
(๑๑) จัดเก็บข้อมูลการอบรมสัมมนาในแต่ละหัวข้อ พร้อมจัดทําการประเมินผลความพึงพอใจ
๕.๒.๒ กิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและให้คําปรึกษาเชิงลึก ๓ วัน
(๑) คัดเลือกผู้เข้าร่วมกิจกรรมอบรมสัมมนาผู้ประกอบการจํานวนไม่น้อยกว่า ๔๐ บริษัท จํานวนบริษัทละ ๒ คน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการและให้คําปรึกษาเชิงลึก และจะต้องมีบุคลากรที่มี ความพร้อมเข้าร่วมกิจกรรม อาทิ เจ้าของผลิตภัณฑ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด นักออกแบบ หรือฝ่ายพัฒนา ผลิตภัณฑ์ เป็นต้น
(๒) จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการและให้คําปรึกษาเชิงลึก จํานวน ๒ วัน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ (๒.๑) จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการและให้คําปรึกษาเชิงลึกจํานวน ๓ หัวข้อ/วัน ในหัวข้อเกี่ยวกับการวิเคราะห์โอกาสทางการตลาด เพื่อนําไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการ ของตลาดเป้าหมาย เช่น การวิเคราะห์ศักยภาพการเติบโตของตลาดและโอกาสของสมุนไพรไทย การเจาะลึก พฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดเป้าหมาย การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและ มาตรฐานกฎระเบียบสากล เป็นต้น
(๒.๒) จัดหาวิทยากรบรรยายที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่บรรยายไม่น้อยกว่า ๓ ปี เพื่อเป็นวิทยากรอบรมเชิงปฏิบัติการและ ให้คําปรึกษาเชิงลึก ไม่น้อยกว่า ๓ คน/วัน คนละ ๒ ชั่วโมง รวม ๒ วัน โดยกําหนดค่าสมนาคุณวิทยากร อัตราละ 5,000 บาทต่อชั่วโมงต่อคน และจะต้องนําเสนอรายชื่อผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ในแต่ละหัวข้อการบรรยาย ประสบการณ์การทํางานพร้อมประวัติการศึกษา เพื่อให้กรม พิจารณา และในกรณีที่มีการนําเสนอผู้เชี่ยวชาญ/
(ประธานกรรมการ)
(กรรมการ)
กฟ
(กรรมการ)
๕
ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นวิทยากรชาวต่างประเทศ ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมผู้ดําเนินรายการ ๒ ภาษา (ภาษาไทย- ภาษาต่างประเทศที่เสนอ) โดยผู้รับจ้างจะต้องไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
(๒.๓) จัดตารางเวลาให้กับผู้ประกอบการสามารถเข้ารับการปรึกษาจากวิทยากร โดย จะต้องดําเนินการให้คําปรึกษาให้แล้วเสร็จในทุกหัวข้อ
(๓) จัดกิจกรรม Pitching จํานวน ๑ วัน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
(๓.๑) จัดกิจกรรม Pitching เพื่อให้ผู้ประกอบการได้นําเสนอแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์
เพื่อจําหน่ายในตลาดสากล โดยกรรมการจะคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพที่จะสามารถพัฒนาสินค้าและ
นําไปจัดจําหน่ายในตลาดต่างประเทศได้
(๓.๒) จัดหาวิทยากรบรรยายที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๓ ปี เพื่อเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกและให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้ประกอบการ ที่เข้าร่วมกิจกรรม Pitching ไม่น้อยกว่า ๒ คน/วัน คนละ 5 ชั่วโมง โดยกําหนดค่าสมนาคุณวิทยากร อัตราละ 5,000 บาท ต่อชั่วโมงต่อคน และจะต้องนําเสนอรายชื่อผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ประสบการณ์การทํางานพร้อม ประวัติการศึกษา เพื่อให้กรมพิจารณา และในกรณีที่มีการนําเสนอผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เป็นวิทยากร ชาวต่างประเทศ ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมผู้ดําเนินรายการ ๒ ภาษา (ภาษาไทย-ภาษาต่างประเทศที่เสนอ)
โดยผู้รับจ้างจะต้องไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
(๔) จัดเตรียมอาหารกลางวัน ๑ มื้อ/วัน อาหารว่างและเครื่องดื่ม ๒ มื้อ/วัน รวม ๓ วัน สําหรับ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผลความพึงพอใจ
(๕) จัดเก็บข้อมูลการอบรมเชิงปฏิบัติการและให้คําปรึกษาเชิงลึก พร้อมจัดทําการประเมิน
(๖) จัดเตรียม และตกแต่งสถานที่สําหรับใช้ในการจัดโครงการ เช่น การจัดทํา Stage Backdrop หรือ จอ LED หรือ จอโปรเจคเตอร์ เพื่อติดตั้งบนเวทีให้มีขนาดที่เหมาะสม จัดทํา Photo Backdrop สําหรับติดตั้งบริเวณจุดถ่ายภาพ โดยให้มีขนาดที่เหมาะสมกับสถานที่ จัดทํา Roll up และ/หรือการตกแต่ง รูปแบบอื่นๆ สําหรับตกแต่งสถานที่ในการดําเนินโครงการ เป็นต้น
(๗) จัดหาวัสดุ เครื่องเขียน และอุปกรณ์ที่จําเป็นให้เพียงพอต่อจํานวนผู้เข้าร่วมโครงการ และ
เหมาะสมสําหรับการจัดกิจกรรมฝึกอบรม
(๘) จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ในการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและให้คําปรึกษาเชิงลึก เช่น อุปกรณ์ชุดไฟส่องสว่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค อินเตอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) และอุปกรณ์อื่นๆ ที่จําเป็น เพื่อให้การ ดําเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด
(๔) จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประสานงานและอํานวยความสะดวกผู้เข้าร่วมงาน วิทยากร และ ผู้เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม
(๑๐) จัดเก็บข้อมูลการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและให้คําปรึกษาเชิงลึก พร้อมจัดทํา
การประเมินผลความพึงพอใจ
๕.๒.๓ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (First Draft Prototype)
(๑) นําผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกจากกิจกรรม Pitching มาดําเนินการ พัฒนาสินค้าต้นแบบ (Prototype) ร่วมกับผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถนําไปผลิตและใช้งานได้จริง พร้อมทั้ง ให้คําปรึกษาอย่างใกล้ชิด และจัดทําการประเมินผลความก้าวหน้าของผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือก
(ประธานกรรมการ)
(กรรมการ)
(กรรมการ)