จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการปรับปรุงระบบชลประทานและอาคารประกอบ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่าเชียด ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง

กรมชลประทาน 69029507171
฿37,838,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 10 มี.ค. 2569 สงขลา
รายละเอียดการจ้าง

กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 16 มีความประสงค์จ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง วงเงินงบประมาณ 37,838,000 บาท เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภค-บริโภคของราษฎรประมาณ 820 ครัวเรือน (ประชากร 3,900 คน) ในเขตพื้นที่ส่งน้ำ 38,000 ไร่ และช่วยบรรเทาอุทกภัยในฤดูฝน

ขอบเขตงานหลักประกอบด้วย 20 รายการ ได้แก่ การจัดหาและติดตั้งบานระบายแบบพับได้ชนิดถุงลมยาง ขนาดยาว 14 เมตร สูง 1.00 เมตร พร้อมชุดควบคุมเปิด-ปิดแบบ Manual ชุดต้นกำลังนิวเมติกส์สำหรับระบบพองตัว-ยุบตัวของถุงลมยาง ห้องควบคุมฝายโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 4.00 x 6.00 ม. เครนไฟฟ้าแบบวิ่งบนรางเดี่ยว 5 เมตริกตัน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองไม่น้อยกว่า 35kVA ระบบควบคุมอัตโนมัติพร้อมโปรแกรมสั่งการระยะไกลผ่านอินเทอร์เน็ต ชุดอุปกรณ์วัดระดับน้ำแบบเรดาร์ Gate Position Transmitter Gate Inverter แบบดิจิทัล ระบบ Surge Protection 135KA Grounding Edge-GPRS Modem ตู้ควบคุมพร้อมอุปกรณ์แสดงผลผ่านอินเทอร์เน็ต ระบบจ่ายไฟฟ้าสำรองสำหรับ Telemetering งานติดตั้ง Rock Bolt และงานขยายเขตไฟฟ้า

ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มทำงาน พร้อมจัดทำแบบหลักฐาน (As-built Drawings) รายงานความก้าวหน้าทุก 30 วัน และถ่ายทอดความรู้การใช้งาน-บำรุงรักษาแก่เจ้าหน้าที่ผู้ว่าจ้าง โดยใช้สัญญาแบบราคาต่อหน่วย (Unit Price) และต้องรับประกันความชำรุดบกพร่อง 2 ปี

English summary

The Royal Irrigation Department, through Regional Irrigation Office 16, intends to procure construction services for the improvement project to enhance water storage efficiency of Khlong Hua Chang Reservoir (Royal Initiative Project), under the Tha Chiat Water Delivery and Maintenance Project, Tambon Tahomod, Amphoe Tahomod, Phatthalung Province, with a budget of THB 37,838,000. The project aims to solve water shortages for agriculture and domestic use of approximately 820 households (3,900 people) covering a 38,000-rai service area, and mitigate flooding during the rainy season.

The main scope comprises 20 work items including: supply and installation of an inflatable rubber dam gate (14 m long × 1.00 m high) with manual open-close control units; pneumatic power systems for inflation/deflation; a reinforced concrete control building (4.00 × 6.00 m); a 5-metric-ton electric crane on single rail; backup generator of not less than 35kVA; automatic control system with remote operation program via Internet; radar-type water level sensor; Gate Position Transmitter; digital Gate Inverter; signal cables; Surge Protection 135KA & Grounding; Edge-GPRS Modem for telemetering; control cabinet with internet display equipment; power supply and backup systems for telemetering; electrical installation inside the control building; rock bolt installation; and electrical service area expansion.

The contractor must complete all works within 240 days from the notice to proceed, deliver as-built drawings, submit progress reports every 30 days, and provide operational/maintenance knowledge transfer to the employer’s staff. The contract is unit-price based with a 2-year defect liability period.

สถานที่ดำเนินการ

หมู่ที่ 2 บ้านหัวช้าง ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง (พิกัด Latitude 7.3171, Longitude 100.0128)

ผู้เสนอราคาและผู้ชนะ

รายชื่อบริษัทที่เข้าร่วมการประมูล

ผู้เสนอราคาทั้งหมด (0)

ไม่มีข้อมูลผู้เสนอราคา

โครงการนี้ไม่มีรายชื่อผู้เสนอราคา

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อปรับปรุงอาคารทางระบายน้ำล้นให้มีประสิทธิภาพการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น
  • เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำหรับเกษตรกรรมพื้นที่ใกล้เคียง
  • กักเก็บน้ำไว้ใช้ช่วงฤดูแล้ง

ขอบเขตของงาน

  • งานจัดทำรูปแบบ จัดหาและติดตั้งบานระบายแบบพับได้ชนิดถุงลมยาง (ยาว 14 ม. สูง 1.00 ม.) พร้อมอุปกรณ์เปิด-ปิด และชุดควบคุมแบบ Manual
  • งานจัดหาและติดตั้งชุดต้นกำลังนิวเมติกส์ สำหรับระบบพองตัวและยุบตัวของถุงลมยาง พร้อมระบบท่อและอุปกรณ์ประกอบ
  • งานติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ขนาดไม่น้อยกว่า 35kVA
  • งานก่อสร้างห้องควบคุมฝาย ขนาด 4.00 x 6.00 ม. โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก
  • งานป้ายอาคารห้องควบคุมฝายพับได้ Type III ขนาด 0.80 x 2.40 ม. และป้ายตรากรมชลประทาน (กัดแผ่นอคริลิค)
  • งานเครนไฟฟ้าแบบวิ่งบนรางเดี่ยว ขนาด 5 เมตริกตัน
  • งานอุปกรณ์ควบคุมอัตโนมัติ และโปรแกรมเชื่อมต่อสั่งการระยะไกล
  • งานชุดอุปกรณ์วัดระดับน้ำแบบเรดาร์ / Gate Position Transmitter / Gate Inverter แบบดิจิทัล
  • งานสายนำสัญญาณระบบควบคุมอัตโนมัติ / Surge Protection 135KA & Grounding / Edge-GPRS Modem for Telemetering
  • งานตู้ควบคุมพร้อมอุปกรณ์แสดงผลผ่านอินเทอร์เน็ต และระบบจ่ายไฟฟ้า-สำรองไฟฟ้า for Telemetering
  • งานติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในอาคารควบคุมบานระบายแบบพับได้
  • งานติดตั้ง Rock Bolt และงานขยายเขตไฟฟ้า
  • งานปรับปรุงอาคารทางระบายน้ำล้น (งานขุด งานถมกลับบดอัด งานคอนกรีต) ตามแบบรูปรายการละเอียด
  • จัดทำแบบเพิ่มเติม (Shop Drawing) และแบบหลักฐาน (As-built Drawings)
  • จัดทำแผ่นป้ายแสดงรายละเอียดงานก่อสร้างพร้อม QR Code จากระบบ e-GP
  • ส่งรายงานความก้าวหน้าทุก 30 วัน และถ่ายทอดความรู้การใช้งาน/บำรุงรักษาแก่เจ้าหน้าที่ผู้ว่าจ้าง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • บานระบายแบบพับได้ชนิดถุงลมยาง ยาว 14 เมตร สูง 1.00 เมตร ติดตั้งแล้วเสร็จ พร้อมทดสอบ Commissioning
  • ชุดต้นกำลังนิวเมติกส์พร้อมระบบท่อและอุปกรณ์ประกอบ
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองขนาดไม่น้อยกว่า 35kVA
  • อาคารห้องควบคุมฝาย คสล. ขนาด 4.00 x 6.00 ม. พร้อมป้ายอาคารและป้ายตรากรมชลประทาน
  • เครนไฟฟ้าแบบวิ่งบนรางเดี่ยว 5 เมตริกตัน
  • ระบบควบคุมอัตโนมัติและสั่งการระยะไกลผ่านอินเทอร์เน็ต พร้อมอุปกรณ์วัดระดับน้ำแบบเรดาร์
  • ระบบ Telemetering ครบชุด (Surge Protection, GPRS Modem, ตู้ควบคุม, ระบบจ่ายไฟ)
  • งานติดตั้ง Rock Bolt และงานขยายเขตไฟฟ้า
  • แบบหลักฐาน (As-built Drawings) ต้นฉบับ 1 ชุด พิมพ์เขียว 3 ชุด พร้อมไฟล์ 2 ชุด
  • แผ่นป้ายแสดงรายละเอียดงานก่อสร้างพร้อม QR Code
  • รายงานความก้าวหน้าและภาพถ่ายประจำเดือน
  • แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศและแผนการใช้เหล็กในประเทศ (ภายใน 60 วันหลังลงนามสัญญา)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จไม่เกิน 240 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากกรมให้เริ่มทำงาน
  • ต้องเริ่มทำงานภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน
  • จัดทำแผนการทำงานส่งภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • รับประกันความชำรุดบกพร่อง 2 ปี นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานก่อสร้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    • ลงทะเบียนข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
  • Standards Compliance:
    • บานระบายแบบพับได้ชนิดถุงลมยางและอุปกรณ์ประกอบต้องมี Certificate ยืนยันการผลิตตามมาตรฐาน ISO 9001 จากโรงงานผู้ผลิต
  • Experience:
    • เป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขางานก่อสร้างชลประทาน ไม่น้อยกว่าชั้น 4 ประเภท “คุณลักษณะเฉพาะอื่นๆ” ไว้กับกรมบัญชีกลาง
  • Previous Project Cost:
  • Technical Capabilities:
    • ต้องแนบ Catalog ของบานระบายแบบพับได้ชนิดถุงลมยางและอุปกรณ์ประกอบชุดต้นกำลังนิวเมติกส์ พร้อมแบบ Concept การควบคุมและ Specification ของอุปกรณ์/ระบบเซ็นเซอร์
    • ต้องแนบเอกสารรับรองการผลิตและส่งมอบบานระบายแบบพับได้ชนิดถุงลมยางจากโรงงานผู้ผลิต ระบุชื่อโครงการชัดเจน
    • ต้องแนบรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะอุปกรณ์ระบบควบคุมอัตโนมัติและสั่งการระยะไกลครบทั้ง 10 รายการ
  • Personnel:
    • ต้องมีช่างฝีมือผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือจากสถาบันของทางราชการ หรือผู้มีวุฒิบัตร ปวช./ปวส./ปวท. หรือเทียบเท่าที่ ก.พ. รับรอง ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง (อย่างน้อย 1 คนต่อสาขา): ช่างก่อสร้าง/ช่างโยธา, ช่างเครื่องกล, ช่างไฟฟ้า
    • ต้องมีวิศวกรตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 ควบคุมงาน (ระดับไม่ต่ำกว่าสามัญวิศวกรลงนามรับรองแผนปฏิบัติงาน)
  • กรณีกิจการร่วมค้า: ผู้เข้าร่วมค้าหลักต้องขึ้นทะเบียนสาขางานก่อสร้างชลประทานไม่น้อยกว่าชั้น 4 ประเภทคุณลักษณะเฉพาะอื่นๆ กับกรมบัญชีกลาง

เกณฑ์การพิจารณา

  • กรมชลประทานจะพิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา (Price-based evaluation)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • บานระบายแบบพับได้ชนิดถุงลมยาง: ยาว 14 เมตร สูง 1.00 เมตร พร้อมชุดควบคุมเปิด-ปิดแบบ Manual และชุดต้นกำลังนิวเมติกส์สำหรับระบบพองตัว-ยุบตัว
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง: ขนาดไม่น้อยกว่า 35kVA
  • ห้องควบคุมฝาย: ขนาด 4.00 x 6.00 ม. โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก
  • เครนไฟฟ้า: แบบวิ่งบนรางเดี่ยว ขนาด 5 เมตริกตัน
  • ระบบควบคุมอัตโนมัติ: พร้อมโปรแกรมเชื่อมต่อสั่งการระยะไกลผ่านสัญญาณ Internet
  • อุปกรณ์วัดระดับน้ำ: แบบเรดาร์ (DH115/2558)
  • Gate Position Transmitter and Indicator / Gate Inverter บอกตำแหน่งระดับบานระบายแบบดิจิทัล
  • Surge Protection ขนาด 135KA & Grounding for Telemetering (S0593-0199-0157)
  • Edge-GPRS Modem for Telemetering (S0586-9999-0157)
  • ระบบจ่ายไฟฟ้าและสำรองไฟฟ้า for Telemetering (S0582-0199-0157)
  • งานคอนกรีต: ซีเมนต์ต้องเป็นปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ตาม ASTM C150 หรือ มอก.15-2562
  • งานถมกลับบดอัด: ดินถมบดอัดแน่นด้วยเครื่องจักรไม่น้อยกว่า 85% S.P.C.T. ดินลูกรังไม่น้อยกว่า 95% M.P.C.T.
  • พัสดุผลิตในประเทศ: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด และเหล็กผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ใช้
  • แบบก่อสร้าง: แบบหมายเลข 310357-310360 (งานปรับปรุงอาคารทางระบายน้ำล้น 4 แผ่น)

เงื่อนไขสัญญา

  • ประเภทสัญญา: แบบราคาต่อหน่วย (UNIT PRICE)
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง ต้องมีอายุครอบคลุมความรับผิดตลอดอายุสัญญา
  • เงินล่วงหน้า: ไม่เกินร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้างทั้งหมด (ต้องวางหลักประกันเป็นพันธบัตรรัฐบาลไทย/หนังสือค้ำประกันธนาคาร) ร้องขอครั้งเดียวก่อนส่งมอบงานงวดแรก หักคืนงวดละ 15%
  • เงินประกันผลงาน: หักร้อยละ 10 ของเงินที่จ่ายในแต่ละงวด (รวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ของค่าจ้างทั้งหมด) คืนพร้อมงวดสุดท้าย
  • การจ่ายเงิน: จ่ายรายเดือนตามงานที่ทำเสร็จจริงที่ตรวจรับแล้ว
  • การจ่ายเงินบานระบายแบบพับได้: งวดที่ 1 = 50% (เมื่อผลิตและขนส่งถึงสถานที่), งวดที่ 2 = 30% (เมื่อติดตั้งเสร็จ), งวดที่ 3 = 20% (หลัง Commissioning และถ่ายทอดความรู้เสร็จสมบูรณ์)
  • การปรับปริมาณงาน: เกิน 125%-150% จ่าย 90% ของราคาต่อหน่วย / เกิน 150% จ่าย 83% / ต่ำกว่า 75% จ่ายเพิ่ม overhead+mobilization 17%
  • ค่าปรับ: กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต = ร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วง / ผิดสัญญาอื่น = รายวันร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้าง
  • รับประกันความชำรุดบกพร่อง: 2 ปี ซ่อมแซมภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง
  • การปรับราคาค่างานก่อสร้าง: ใช้สูตรค่า K ตามมติ ครม. 22 ส.ค. 2532
  • เงื่อนไขการเริ่มงาน: รอการอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้ใช้พื้นที่ในเขตป่า (ผู้รับจ้างไม่เรียกร้องค่าเสียหายจากความล่าช้าดังกล่าว)
  • เงื่อนไขบอกเลิกสัญญา: ตามเกณฑ์ผลงานสะสม (เช่น เลย 1/2 ระยะเวลาแล้วผลงานสะสมไม่ถึง 25%, ครบกำหนดส่งมอบผลงานสะสมน้อยกว่า 85%) ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 มาตรา 103

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • บานระบายแบบพับได้ชนิดถุงลมยางที่ติดตั้งมีขนาดเท่าใด?
    • ขนาดยาว 14 เมตร สูง 1.00 เมตร พร้อมชุดควบคุมการเปิด-ปิดแบบ Manual และชุดต้นกำลังนิวเมติกส์สำหรับระบบพองตัว-ยุบตัว
  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแนบเอกสารอะไรเกี่ยวกับบานระบายแบบพับได้พร้อมยื่นข้อเสนอราคา?
    • ต้องแนบ Catalog จากโรงงานผู้ผลิตที่มี Certificate รับรองมาตรฐาน ISO 9001, แบบ Concept การควบคุมด้วยระบบนิวเมติกส์, Specification ของอุปกรณ์และระบบเซ็นเซอร์ และเอกสารรับรองการผลิต-ส่งมอบจากโรงงานผู้ผลิตระบุชื่อโครงการชัดเจน
  • การจ่ายเงินงวดสำหรับงานบานระบายแบบพับได้เป็นอย่างไร?
    • แบ่ง 3 งวด: งวดที่ 1 จ่าย 50% เมื่อผลิตและขนส่งถึงสถานที่ก่อสร้าง, งวดที่ 2 จ่าย 30% เมื่อติดตั้งเสร็จและตรวจรับ, งวดที่ 3 จ่าย 20% หลังทดสอบ Commissioning และถ่ายทอดความรู้การใช้งาน-บำรุงรักษาเสร็จสมบูรณ์
  • ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศเท่าใด?
    • ต้องใช้พัสดุผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด โดยเหล็กที่ผลิตในประเทศต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ใช้ และต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุ/เหล็กในประเทศเสนอภายใน 60 วันหลังลงนามสัญญา
  • ต้องมีช่างฝีมือผ่านการทดสอบมาตรฐานกี่คน?
    • ต้องมีช่างผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือหรือผู้มีวุฒิบัตร ปวช./ปวส./ปวท. ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง แต่ต้องมีอย่างน้อย 1 คนต่อสาขา ครอบคลุม 3 สาขา: ช่างก่อสร้าง/ช่างโยธา, ช่างเครื่องกล และช่างไฟฟ้า
  • ระบบควบคุมบานระบายเป็นแบบใด?
    • เป็นระบบควบคุมอัตโนมัติ พร้อมโปรแกรมเชื่อมต่อสั่งการระยะไกลผ่านสัญญาณ Internet ประกอบด้วยอุปกรณ์วัดระดับน้ำแบบเรดาร์, Gate Position Transmitter, Gate Inverter แบบดิจิทัล, ตู้ควบคุมพร้อมอุปกรณ์แสดงผลผ่านอินเทอร์เน็ต และระบบ Telemetering ครบชุด
  • ห้องควบคุมฝายมีขนาดและโครงสร้างอย่างไร?
    • ขนาด 4.00 x 6.00 เมตร โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) พร้อมติดตั้งเครนไฟฟ้าแบบวิ่งบนรางเดี่ยวขนาด 5 เมตริกตัน และระบบไฟฟ้าภายในอาคาร
  • ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นเท่าใด?
    • ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยผู้รับจ้างต้องรีบซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
  • โครงการนี้ใช้แบบสัญญาประเภทใด และมีเงินล่วงหน้าหรือไม่?
    • ใช้สัญญาแบบราคาต่อหน่วย (Unit Price) ผู้รับจ้างมีสิทธิขอเงินล่วงหน้าไม่เกินร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้างทั้งหมด โดยต้องร้องขอเป็นหนังสือครั้งเดียวก่อนส่งมอบงานงวดแรก พร้อมวางหลักประกันเงินล่วงหน้า
  • โครงการนี้ช่วยแก้ปัญหาอะไรให้พื้นที่?
    • แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภค-บริโภคของราษฎรประมาณ 820 ครัวเรือน (ประชากร 3,900 คน) ในเขตพื้นที่ส่งน้ำ 38,000 ไร่ ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่าเชียด และช่วยบรรเทาอุทกภัยในฤดูฝนของ อ.ตะโหมด อ.เขาชัยสน และ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference: TOR)

  1. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
    1.1 ชื่อโครงการ งานจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน ้าอ่างเก็บน ้า คลองหัวช้าง อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ โครงการปรับปรุงระบบชลประทานและอาคารประกอบ โครงการส่งน ้าและบ้ารุงรักษาท่าเชียด ต้าบลตะโหมด อ้าเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง
    1.2 ความเป็นมา
    ตามที่ โครงการส่งน ้าและบ้ารุงรักษาท่าเชียด ส้านักงานชลประทานที่ 16 มีแผนที่จะก่อสร้าง ปรับปรุงระบบส่งน ้า โครงการอ่างเก็บน ้าคลองหัวช้าง อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ ต้าบลตะโหมด อ้าเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง เนื่องด้วยราษฎรในพื นที่ ต้าบลตะโหมด อ้าเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ประสบปัญหาขาดแคลนน ้า เพื่อการเกษตรและอุปโภค-บริโภค ราษฎรขาดแคลนน ้าประสบความเดือดร้อน จึงขอความอนุเคราะห์เจ้าหน้าที่ ส่วนวิศวกรรม ส้านักงานชลประทานที่ 16 เข้าตรวจสอบแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ราษฎร นั น
    ส้านักงานชลประทานที่ 16 โดยฝ่ายพิจารณาโครงการ ส่วนวิศวกรรม ร่วมกับเจ้าหน้าที่โครงการส่งน ้า และบ้ารุงรักษาท่าเชียด ส้านักงานชลประทานที่ 16 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ด้าเนินการตรวจสอบสภาพ ภูมิประเทศและสอบถามข้อมูลเบื องต้นจากราษฎรในเขตโครงการแล้ว เห็นว่ามีแนวทางที่จะให้ความช่วยเหลือ แก้ปัญหาความเดือดร้อนได้ โดยการก่อสร้างโครงการเพิ่มความจุอ่างเก็บน ้าคลองหัวช้าง อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ
    โดยมีรายละเอียดดังนี
    (๑) งานจัดท้ารูปแบบ จัดหาและติดตั งบานระบายแบบพับได้ชนิดถุงลมยางพร้อมอุปกรณ์ส้าหรับ ใช้เปิด - ปิด บานระบาย และชุควบคุมการเปิด - ปิด แบบ Manual
    (๒) งานจัดหาและติดตั งชุดต้นก้าลังนิวเมติกส์ ส้าหรับระบบพองตัวและยุบตัวของถุงลมยาง พร้อมระบบท่อและอุปกรณ์ประกอบ
    (๓) งานติดตั งเครื่องก้าเนิดไฟฟ้าส้ารอง ขนาดไม่น้อยกว่า 35kVA
    (4) งานห้องควบคุมฝาย ขนาด 4.00 x 6.00 ม. โครงสร้าง คสล.
    (5) งานป้ายอาคารห้องควบคุมฝายพับได้ Type III ขนาด 0.80 x 2.40 ม.
    (6) งายป้ายตรากรมชลประทาน (กัดแผ่นอคริลิค)
    (7) งานเครนไฟฟ้าแบบวิ่งบนรางเดี่ยว ขนาด 5 เมตริกตัน
    (8) งานอุปกรณ์ควบคุมอัตโนมัติ
    (9) งานโปรแกรมเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ระบบควบคุมอัตโนมัติและสั่งการระยะไกล
    (10) งานชุดอุปกรณ์วัดระดับน ้าแบบเรดาร์
    (11) งาน Gate position Transmitter
    (12) งาน Gate Inverter บอกต้าแหน่งระดับบานระบายแบบพับได้แบบดิจิตอล
    (13) งานสายน้าสัญญาณส้าหรับระบบควบคุมอัตโนมัติ
    (14) งาน Surge Protection ขนาด 135 KA & Grounding for Telemetering
    (15) งาน Edge - GPRS Modem for Telemetering
    (16) งานตู้ควบคุมพร้อมอุปกรณ์ประกอบ และอุปกรณ์แสดงผลผ่านอินเทอร์เน็ต
    (17) งานอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้าและส้ารองไฟฟ้า for Telemetering
    (18) งานติดตั งระบบไฟฟ้าส้าหรับอุปกรณ์ ภายในอาคารควบคุมบานระบายแบบพับได้ (19) งานติดตั ง Rock Bolt
    (20) งานขยายเขตไฟฟ้า
  • 2 -
    1.3 วัตถุประสงค์
    กรมชลประทาน โดยส้านักงานชลประทานที่ 16 ซึ่งต่อไปนี เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์ที่จะ ด้าเนินการจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน ้าอ่างเก็บน ้าคลองหัวช้าง อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ โครงการปรับปรุงระบบชลประทาน และอาคารประกอบ โครงการส่งน ้าและ บ้ารุงรักษาท่าเชียด ต้าบลตะโหมด อ้าเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง มีวัตถุประสงค์ดังนี
  1. เพื่อปรับปรุงอาคารทางระบายน ้าล้นให้มีประสิทธิภาพการใช้งานที่ดียิ่งข ึ น
  2. เพื่อเป็นแหล่งน ้าส้าหรับเกษตรกรรมพื นที่ใกล้เคียง
  3. กักเก็บน ้าไว้ใช้ช่วงฤดูแล้ง
    1.4 วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร 37,838,000.00 บาท (สามสิบเจ็ดล้านแปดแสน สามหมื่นแปดพันบาทถ้วน)
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือท้าสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก้าหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอ้านาจในการด้าเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั นด้วย
    ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐก้าหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานก่อสร้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรม ณ วันประกาศ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระท้าการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั งนี
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีค้าสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั น
    2.10 เป็นผู้ประกอบการที่ขึ นทะเบียนงานก่อสร้างสาขางานก่อสร้างชลประทาน ไม่น้อยกว่าชั น 4 ประเภท คุณลักษณะเฉพาะอื่นๆ ไว้กับกรมบัญชีกลาง
    ๒.11 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี
    (1) การก้าหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ ก้าหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลงฯ จะต้องมีการก้าหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (2) งานก่อสร้างที่ขึ นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลางตามสาขางานก่อสร้างที่คณะกรรมการราคา กลางและขึ นทะเบียนผู้ประกอบการก้าหนด
  • 3 -
    กรณีที่ข้อตกลงฯ ก้าหนดให้ผู้เข้าร่วมรายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วมค้าหลัก จะต้อง เป็นผู้ประกอบการที่ขึ นทะเบียนงานก่อสร้างสาขางานก่อสร้างชลประทาน ไม่น้อยกว่าชั น 4 ประเภท คุณลักษณะเฉพาะอื่นๆ ไว้กับกรมบัญชีกลาง ในส่วนของผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ใช่ผู้เข้าร่วมค้าหลักจะเป็น ผู้ประกอบการที่ขึ นทะเบียนในสาขางานก่อสร้างไว้กับกรมบัญชีกลางหรือไม่ก็ได้
    ส้าหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้ก้าหนดให้ก้าหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ก้าหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ ก้าหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่น ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอ้านาจ
    ส้าหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้ก้าหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอ้านาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า (3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ ได้รับมอบหมายหรือมอบหมายหรือมอบอ้านาจตามข้อ (3.1) ด้าเนินการซื อเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์กรณีที่มีการจ้าหน่ายเอกสารจ้างก่อสร้าง
    ๒.๑2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์(Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
  1. ขอบเขตของงานที่จะด าเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่นๆ
    3.1 แบบรูปรายการละเอียด
    3.2 เงื่อนไขทั่วไปของงานก่อสร้าง
    3.3 เงื่อนไขเฉพาะของงานก่อสร้าง
    3.4 รายละเอียดด้านวิศวกรรม
    3.5 ข้อก้าหนดอื่น
    (1) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน
    (2) แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน
  2. ก าหนดเวลาส่งมอบงาน
    ระยะเวลาด้าเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จไม่เกิน 240 (สองร้อยสี่สิบ) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง จากกรมให้เริ่มท้างาน
  3. งวดงานและการจ่ายเงิน
    กรม จะจ่ายค่าจ้างต่อหน่วยของงานแต่ละรายการที่ได้ท้าส้าเร็จจริงตามราคาต่อหน่วยที่ก้าหนดไว้ใน ใบแจ้งปริมาณงานและราคา นอกจากในกรณีต่อไปนี
    (1) เมื่อปริมาณงานที่ท้าเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ ๑๒๕ (หนึ่งร้อยยี่สิบห้า) แต่ไม่เกิน ร้อยละ ๑๕๐ (หนึ่งร้อยห้าสิบ) ของปริมาณงานที่ก้าหนดไว้ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่าย ให้ในอัตราร้อยละ ๙๐ (เก้าสิบ) ของราคาต่อหน่วยตามสัญญา
    (2) เมื่อปริมาณงานที่ท้าเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ ๑๕๐ (หนึ่งร้อยห้าสิบ) ของปริมาณ งานที่ก้าหนดไว้ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ในอัตราร้อยละ ๘๓ (แปดสิบสาม) ของ ราคาต่อหน่วยตามสัญญา
    (3) เมื่อปริมาณงานที่ท้าเสร็จจริงน้อยกว่าร้อยละ ๗๕ (เจ็ดสิบห้า) ของปริมาณงานที่ก้าหนดไว้ใน สัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ตามราคาต่อหน่วยในสัญญา และจะจ่ายเพิ่มชดเชยเป็นค่า
  • 4 -
    overhead และ mobilization ส้าหรับงานรายการนั นในอัตราร้อยละ ๑๗ (สิบเจ็ด) ของผลต่างระหว่าง ปริมาณงานทั งหมดของงานรายการนั นตามสัญญาโดยประมาณ กับปริมาณงานที่ท้าเสร็จจริงคูณด้วยราคาต่อหน่วย ตามสัญญา ทั งนี การจ่ายเงินเพิ่มชดเชยเป็นค่า Overhead และ Mobilization ดังกล่าว ผู้ว่าจ้างจะจ่ายให้แก่ ผู้รับจ้างในงวดสุดท้ายของการจ่ายเงินค่างานตามสัญญา
    (4) กรม จะจ่ายเงินที่เพิ่มขึ นตาม (๑) และ (๒) ดังกล่าวข้างต้น ในงวดสุดท้ายของการจ่ายเงิน หรือก่อนงวดสุดท้ายของการจ่ายเงิน ตามที่กรม จะพิจารณาตามที่เห็นสมควร เว้นแต่กรณีที่กรม พิจารณาเห็น ว่าปริมาณงานที่ท้าเสร็จจริงดังกล่าว มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานอื่นที่เหลือ อีกทั งงานที่เหลืออยู่ก็มิได้มี ผลกระทบต่อการจ่ายเงินค่างานที่แล้วเสร็จจริงในงวดดังกล่าว ทั งนี กรม อาจจ่ายเงินที่เพิ่มขึ นให้แก่ผู้รับจ้าง
    พร้อมกับการจ่ายเงินค่างานงวดนั นๆ และการพิจารณาว่างานใดอยู่ในหลักเกณฑ์ดังกล่าวหรือไม่เป็นดุลพินิจ โดยเด็ดขาดของกรม
    กรมจะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเป็นรายเดือนตามเนื องานที่ท้าเสร็จจริง เมื่อกรม หรือเจ้าหน้าที่ของ กรม ได้ท้าการตรวจสอบผลงานที่ท้าเสร็จแล้ว และปรากฏว่าเป็นที่พอใจตรงตามข้อก้าหนดแห่งสัญญาทุก ประการ กรมจะออกหนังสือรับรองการรับมอบงานนั นให้ไว้แก่ผู้รับจ้าง
    การจ่ายเงินงวดสุดท้ายจะจ่ายให้เมื่องานทั งหมดตามสัญญาได้แล้วเสร็จทุกประการรวมทั งท้าสถานที่ ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อย
  1. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรมชลประทานจะพิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา
  2. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ จะก้าหนด ดังนี
    7.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างน้างานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นท้าอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมจะ ก้าหนดค่าปรับส้าหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจ้านวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั น 7.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างก่อสร้าง นอกเหนือจากข้อ 7.๑ จะก้าหนดค่าปรับเป็นรายวัน เป็นจ้านวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคางานจ้าง
  3. การก าหนดระยะเวลารับประกันความช ารุดบกพร่อง
    ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความช้ารุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ นภายในระยะเวลาไม่น้อย กว่า - เดือน 2 ปี นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดี ดังเดิมภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความช้ารุดบกพร่อง
  4. การจ่ายเงินล่วงหน้า (ถ้ามี)
    ผู้ยื่นข้อเสนอมีสิทธิเสนอขอรับเงินล่วงหน้า ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้างทั งหมด แต่ทั งนี จะต้องส่งมอบหลักประกันเงินล่วงหน้า เป็นพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือหนังสือค ้าประกัน หรือหนังสือ ค ้าประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่กรมบัญชีกลางก้าหนด ให้แก่กรมชลประทาน ก่อนรับเงินล่วงหน้านั น
    ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ผู้รับจ้างครั งเดียวเต็มจ้านวนตามสัญญาข้อ 5 เมื่อผู้รับจ้างร้องขอ และต้องร้องขอครั งเดียวเต็มจ้านวนเท่านั น โดยผู้รับจ้างต้องร้องขอเป็นหนังสือก่อนการส่งมอบงานงวดแรก กรณีผู้รับจ้างได้วางหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าไว้หลายฉบับ ซึ่งแต่ละฉบับมีมูลค่าเท่ากับ จ้านวนเงินค่าจ้างล่วงหน้าที่ผู้ว่าจ้างจะต้องหักไว้ในแต่ละงวด หากผู้ว่าจ้างได้หักเงินค่าจ้างล่วงหน้าในงวดใดแล้ว ผู้รับจ้างมีสิทธิขอคืนหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าในงวดนั นได้
  • 5 -
  1. การหักเงินประกันผลงาน
    ในการจ่ายเงินแต่ละงวด กรมชลประทาน จะหักเงินจ้านวนร้อยละ 10 ของเงินที่ต้องจ่ายในงวดนั น เพื่อเป็นประกันผลงาน ในกรณีที่เงินประกันผลงานจะต้องถูกหักไว้ไม่ต่้ากว่าร้อยละ 5 ของค่าจ้างทั งหมด ผู้รับจ้างมีสิทธิที่จะขอเงินประกันผลงานคืน โดยผู้รับจ้างจะต้องน้าหนังสือค ้าประกันของธนาคาร หรือหนังสือ ค ้าประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศ มาวางไว้ต่อกรมชลประทาน เพื่อเป็นหลักประกันแทน
    กรมชลประทานจะคืนเงินประกันผลงาน และ/หรือหนังสือค ้าประกันของธนาคารดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้าง พร้อมกับการจ่ายเงินค่าจ้างงวดสุดท้าย
  2. การปรับราคาค่างานก่อสร้าง
    การปรับราคาค่างานก่อสร้างตามหลักสูตรการปรับราคา จะน้ามาใช้ในกรณีที่ค่างานก่อสร้างลดลง หรือเพิ่มขึ น โดยวิธีการตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ สูตรและวิธีค้านวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ตามมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง ตาม หนังสือส้านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0203/ว 109 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2532 และหนังสือส้านัก งบประมาณ ที่ นร 0731.1/ว 104 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2561 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติ เกี่ยวกับวันเปิดซองที่ใช้ในการค้านวณเงินเพิ่มหรือลดค่างานตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
    สูตรการปรับราคา (สูตรค่า K) จะต้องคงที่ที่ระดับที่ก้าหนดไว้ในสัญญา หรือภายในระยะเวลาที่กรมได้ ขยายออกไป โดยจะใช้สูตรของทางราชการที่ได้ระบุไว้ในเอกสารการจ้างก่อสร้าง
  3. มาตรฐานฝีมือช่าง
    เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นผู้รับจ้างและได้ตกลงจ้างก่อสร้างนี แล้ว ผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องตกลงว่าในการปฏิบัติงานก่อสร้างดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือ ช่างหรือผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างจาก สถาบันของทางราชการ หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. และ ปวท. หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับราชการได้ในอัตราไม่ต่้ากว่าร้อยละ
    10 ของแต่ละสาขาช่าง แต่จะต้องมีจ้านวนช่างอย่างน้อย 1 คน ในแต่ละสาขาช่าง ดังต่อไปนี 12.1 ช่างก่อสร้างหรือช่างโยธา
    12.2 ช่างเครื่องกล
    12.3 ช่างไฟฟ้า
  4. การส่งเสริมการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้าง เป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั งหมดตามสัญญา และด้าเนินการตาม เงื่อนไขดังต่อไปนี
    (1) ให้ใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ใน งานก่อสร้างทั งหมดตามสัญญา
    (2) หากการใช้เหล็กตามข้อ (1) ยังไม่ครบร้อยละของมูลค่าที่ก้าหนดให้ใช้พัสดุส่งเสริมการผลิต ภายในประเทศ (ร้อยละ 60) ให้ผู้รับจ้างใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศประเภทอื่นให้ครบตามร้อยละของมูลค่า ที่ก้าหนดได้
    ทั งนี ผู้รับจ้างต้องจัดท้าแผนการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ และแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ เสนอผู้ว่าจ้างภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ตามแบบเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาจ้าง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลาด้าเนินการตามสัญญาไม่เกิน 60 วัน
  • 6 -
  1. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน
    การโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่าซื อทรัพย์สิน ค่าจ้างท้าของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน จะกระท้าได้เฉพาะ กรณีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมก้าหนด ตามค้าสั่งกรมชลประทานที่บังคับใช้ในขณะนั น (ปัจจุบันค้าสั่งกรมที่ 98/2562 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2562)ดังนี
    (1) ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือ ผู้ให้เช่า โอนให้แก่ธนาคารภายในประเทศ บริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค ้าประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย
    (2) ผู้รับโอนตามข้อ (1) ดังกล่าวข้างต้น โอนกลับคืนให้แก่ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า
  2. แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน
    การใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน ให้เป็นไปตามแนวทางและวิธีปฏิบัติที่กรมก้าหนด (บันทึกกองการเงินและบัญชีที่ กงบ.1430/2558 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2558)
  3. การจัดท าแผนการท างาน การประเมินผลการด าเนินงานตามแผนงาน และการบอกเลิกสัญญา 16.1 คู่สัญญาต้องจัดท้าแผนการท้างานมาให้ภายใน….15….วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดท้าแผนการท้างานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่เป็นกรณีสัญญา ที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั งนี แผนการท้างานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา 16.2 การประเมินผลการด้าเนินงานตามแผนงาน และการบอกเลิกสัญญา ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาจาก หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี
    16.2.1 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามี ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 25 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา 16.2.2 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว ปรากฏกรณี ดังต่อไปนี
    (1) คู่สัญญามีผลงานประจ้าเดือนที่ตั งไว้ไม่ถึงร้อยละ 50 ของแผนงานประจ้าเดือน และ (2) ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 50 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็น ความผิดของคู่สัญญา
    16.2.3 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 3 ใน 4 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามีผลงานไม่ถึง ร้อยละ 65 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา
    16.2.4 เมื่อครบก้าหนดส่งมอบตามสัญญา ผลงานสะสมน้อยกว่าร้อยละ 85 ของวงเงินค่าพัสดุหรือ ค่าจ้าง
    16.2.5 เมื่อครบก้าหนดส่งมอบตามสัญญา หากสัญญาหรือข้อตกลงมีจ้านวนค่าปรับจะเกิน ร้อยละ 10 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง กรมจะด้าเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื อจัด จ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 183
    หากปรากฏว่า เข้าเงื่อนไขกรณีหนึ่งกรณีใดตามข้อ 16.2.1 - 16.2.5 กรมชลประทานสามารถใช้ ดุลพินิจในการพิจารณาบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
  • 7 -
  1. ช่องทางติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน ผู้สนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดสถานที่ก่อสร้างหรือแบบรูปและรายการ ละเอียด โปรดสอบถามมายังกรมชลประทานผ่านทางอีเมล์ [email protected] หรือช่องทางตามที่ กรมบัญชีกลางก้าหนด
    เงื่อนไขทั่วไปของงานก่อสร้าง
  2. ค าจ ากัดความ
    ค ำต่ำงๆ ที่ระบุในรำยกำรละเอียด (SPECIFICATIONS) มีควำมหมำย ดังต่อไปนี้.-
    1.1 ผู้ว่ำจ้ำง หมำยถึง กรมชลประทำน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
    1.2 ผู้รับจ้ำง หมำยถึง ผู้เสนอรำคำที่กรมชลประทำนตกลงจ้ำงตำมสัญญำ
    1.3 คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ หมำยถึง คณะกรรมกำรที่กรมชลประทำนแต่งตั้งขึ้นมีหน้ำที่ตำม ระเบียบกระทรวงกำรคลังว่ำด้วยกำรจัดซื้อจัดจ้ำงและกำรบริหำรพัสดุภำครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 176 1.4 ผู้ควบคุมงำนก่อสร้ำง หมำยถึง เจ้ำหน้ำที่หรือบุคคลที่กรมชลประทำนแต่งตั้งหรือผู้ให้บริกำร ตำมสัญญำจ้ำงควบคุมงำนก่อสร้ำง กระทรวงกำรคลังว่ำด้วยกำรจัดซื้อจัดจ้ำงและกำรบริหำรพัสดุภำครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 178
  3. การวางแนว การท าระดับ และการวางผัง
    ผู้ว่ำจ้ำงจะก ำหนด (BENCH MARK) แสดงพิกัดและระดับสถำนที่ ที่จะท ำกำรก่อสร้ำงให้ต่อไปเป็น หน้ำที่ของผู้รับจ้ำงจะต้องวำงแนว ถ่ำยระดับ และวำงผังบริเวณที่จะท ำกำรก่อสร้ำงให้คณะกรรมกำรตรวจรับ พัสดุท ำกำรตรวจสอบให้ถูกต้องเสียก่อน ผู้รับจ้ำงจึงจะท ำกำรก่อสร้ำงต่อไปได้ หลักต่ำงๆ ที่แสดงแนว ระดับ และผังบริเวณทั้งหมดซึ่งได้ตรวจสอบถูกต้องแล้วเหล่ำนี้ผู้รับจ้ำงต้องรักษำให้อยู่ในสภำพคงเดิมที่บริบูรณ์ เรียบร้อยตลอดเวลำที่ท ำงำนก่อสร้ำงรำยนี้ และจะถอดถอนออกไปเมื่อได้รับอนุญำตจำกคณะกรรมกำรตรวจ
    กำรจ้ำงเท่ำนั้น บรรดำควำมผิดพลำดอันจะเกิดขึ้นเนื่องจำกกำรวำงแนว กำรถ่ำยระดับ กำรวำงผังก็ดี ผู้รับจ้ำง ต้องรับผิดชอบและแก้ไขให้ถูกต้องทุกกรณี
  4. การให้ความร่วมมือและประสานงาน
    ในบริเวณที่ท ำงำนเดียวกันนี้หรือใกล้เคียง ถ้ำมีงำนของผู้ว่ำจ้ำงหรือผู้รับจ้ำงรำยอื่นๆ ท ำงำนให้กับผู้ว่ำ จ้ำงอยู่ด้วย ผู้รับจ้ำงต้องให้ควำมร่วมมือและประสำนงำนด้วยดี เพื่อให้งำนก่อสร้ำงส ำเร็จเรียบร้อยตำมแผน
  5. ถนนล าลองหรือทางเบี่ยง
    ผู้รับจ้ำงต้องสร้ำงถนนล ำลองหรือทำงเบี่ยงต่อจำกถนนเดิมที่มีอยู่แล้ว เข้ำสู่บริเวณที่ท ำงำนเพื่อ ประโยชน์แก่งำนก่อสร้ำง ผู้รับจ้ำงต้องบ ำรุงรักษำถนนที่จัดสร้ำงขึ้นใหม่ตลอดจนบ ำรุงรักษำถนนเดิม ให้มี สภำพใช้งำนได้ด้วยทุนทรัพย์ของผู้รับจ้ำง
    เพื่อควำมปลอดภัยในกำรจรำจร ผู้รับจ้ำงต้องติดตั้งและจัดหำเครื่องหมำยไม้กั้นสัญญำณโคมไฟ ฯลฯ ตำมมำตรฐำนของกรมทำงหลวงให้ชัดแจ้ง
  6. ที่ท าการและบ้านพักชั่วคราว
    ในกรณีที่ผู้รับจ้ำงต้องกำรจะสร้ำงที่ท ำกำรบ้ำนพักชั่วครำว ในบริเวณที่ดินของผู้รับจ้ำง ผู้รับจ้ำงต้อง เสนอแบบและรำยละเอียดให้คณะกรรมกำรตรวจกำรจ้ำงพิจำรณำเห็นชอบก่อน เป็นกำรล่วงหน้ำอย่ำงน้อย 20 วัน ผู้รับจ้ำงต้องท ำกำรปรับระดับพื้นที่ จัดท ำถนนและทำงเท้ำที่มีขนำดเหมำะสมภำยในบริเวณที่ท ำกำร และบ้ำนพักชั่วครำว โดยต้องค ำนึงถึงควำมสะดวกและควำมปลอดภัยของผู้ใช้และต้องท ำกำรบ ำรุงรักษำ สิ่งก่อสร้ำงเหล่ำนี้ให้มีสภำพดีอยู่เสมออำคำรและสิ่งก่อสร้ำงเหล่ำนี้เป็นของผู้ว่ำจ้ำงและอยู่ในควำมรับผิดชอบ ของผู้รับจ้ำงทั้งหมด
    3.2-1
  7. ระบบการระบายน าโสโครกและการสุขาภิบาล
    ผู้รับจ้ำงต้องจัดท ำระบบระบำยน้ ำโสโครกที่สมบูรณ์ สำมำรถระบำยน้ ำโสโครกออกจำกอำคำรทุก หลังภำยในบริเวณที่ท ำกำรและบ้ำนพักชั่วครำวได้ กำรออกแบบกำรก่อสร้ำงวิธีกำรใช้และกำรบ ำรุงรักษำระบบ ระบำยน้ ำโสโครก ต้องได้รับควำมเห็นชอบจำกผู้ควบคุมกำรก่อสร้ำงของผู้ว่ำจ้ำง ห้องน้ ำห้องส้วม และบ่อพัก ทุกแห่งต้องต่อเข้ำระบบระบำยน้ ำโสโครก จุดที่จะใช้ทิ้งน้ ำโสโครกออกจำกบริเวณที่ท ำกำรและบ้ำนพักชั่วครำว
    ต้องให้ผู้ควบคุมกำรก่อสร้ำงของผู้ว่ำจ้ำงเป็นผู้ก ำหนด ต้องมีกำรเก็บขยะมูลฝอยอย่ำงสม่ ำเสมอและต้องท ำกำร ขจัดขยะมูลฝอย ตำมวิธีกำรที่ผู้ควบคุมกำรก่อสร้ำงของผู้ว่ำจ้ำงก ำหนดไว้
  8. การป้องกันการอัคคีภัย
    ภำยในบริเวณที่ท ำกำรบ้ำนพักชั่วครำวของผู้รับจ้ำง ผู้รับจ้ำงต้องจัดระบบกำรป้องกันอัคคีภัยไว้ให้ เหมำะสม เช่น กำรติดตั้งเครื่องดับเพลิงไว้ตำมจุดต่ำงๆ ภำยในบริเวณทั้งนี้เพื่อควำมปลอดภัย
  9. ที่เก็บน ามันเชื อเพลิง
    ถังส ำหรับเก็บน้ ำมันเชื้อเพลิงในบริเวณที่ท ำกำรและบ้ำนพักชั่วครำว ต้องมีควำมจุไม่มำกกว่ำ 500 แกลลอน และต้องอยู่ห่ำงจำกอำคำรต่ำงๆ กำรเก็บและกำรขนส่งน้ ำมันเชื้อเพลิงต้องกระท ำด้วยควำม ระมัดระวัง และต้องมีระบบกำรป้องกันที่ดี
  10. การใช้การวัตถุระเบิด
    ในกรณีที่ต้องใช้วัตถุระเบิดในงำนก่อสร้ำง ผู้รับจ้ำงต้องด ำเนินกำรดังต่อไปนี้
    9.1 ผู้รับจ้ำงมีหน้ำที่เป็นผู้ขออนุญำตกำรมีและกำรใช้วัตถุระเบิด แก๊ป สำยชนวน จัดหำแรงงำน ตลอดจนอุปกรณ์อื่นๆ ด้วยทุนทรัพย์ของผู้รับจ้ำง
    9.2 กำรขออนุญำตมีและใช้วัตถุระเบิด เช่น แก๊ป ดินระเบิด สำยชนวน ฯลฯ ตลอดจนขออนุญำต ขนย้ำยวัตถุระเบิดเพื่อใช้งำนก่อสร้ำง ผู้ว่ำจ้ำงจะออกหนังสือรับรองให้ในเมื่อผู้รับจ้ำงร้องขอ 9.3 ผู้รับจ้ำงต้องน ำวัตถุระเบิดดังกล่ำวมำเก็บไว้ในสถำนที่เก็บวัตถุระเบิดของผู้ว่ำจ้ำงทั้งหมดและ กำรเบิกไปใช้งำนต้องอยู่ในควำมควบคุมดูแลของเจ้ำหน้ำที่ของผู้ว่ำจ้ำง โดยผู้รับจ้ำงต้องท ำกำรก่อสร้ำง สถำนที่เก็บวัตถุระเบิดเองตำมแบบมำตรฐำนของกรมชลประทำนโดยผู้ว่ำจ้ำงจะเป็นผู้ก ำหนดสถำนที่ให้ ค่ำใช้จ่ำยต่ำงๆ ในกำรนี้เป็นของผู้รับจ้ำงทั้งสิ้น
  11. น า
    น้ ำที่ใช้ในกำรก่อสร้ำงและอื่นๆ ผู้รับจ้ำงต้องจัดหำเอง
    ในกรณีที่จะจัดระบบกำรประปำภำยในบริเวณบ้ำนพักชั่วครำว ผู้รับจ้ำงต้องต่อท่อติดตั้งอุปกรณ์ต่อ ข้อต่อ ฯลฯ ท่อเมนที่ฝังไว้ใต้ผิวจรำจรถนน ต้องฝังให้ลึกไม่ต่ ำกว่ำ 60 เซนติเมตรเพื่อป้องกันควำมเสียหำยที่ จะเกิดขึ้นได้จำกกำรจรำจร
  12. พลังงานไฟฟ้า
    ผู้รับจ้ำงต้องจัดหำพลังงำนไฟฟ้ำ ส ำหรับใช้งำนก่อสร้ำง และใช้ในบริเวณที่ท ำกำรและและบ้ำนพัก ชั่วครำวเองด้วยทุนทรัพย์ของผู้รับจ้ำง กำรเดินสำยไฟฟ้ำปักเสำและอุปกรณ์ไฟฟ้ำอื่นๆ ที่จ ำเป็นต้องจัดท ำด้วย ควำมเรียบร้อยและปลอดภัย
    3.2-2
  13. กฎระเบียบ
    เพื่อให้มีระเบียบทั้งในบริเวณที่ท ำกำรบ้ำนพักชั่วครำวและในกำรท ำงำนผู้รับจ้ำงต้องจัดวำงกฎและ ระเบียบให้มีส่วนสัมพันธ์และประสิทธิภำพในกำรด ำรงอยู่ร่วมกันของหมู่ชนและกำรท ำงำนให้เป็นไปโดยรำบรื่น และเรียบร้อย ผู้รับจ้ำงต้องจัดเจ้ำหน้ำที่ยำมและบุคคลอื่นๆ ตำมควำมจ ำเป็นเพื่อรักษำกฎและระเบียบดังกล่ำว ข้ำงต้น
  14. เหตุสุดวิสัย
    ค ำว่ำ “เหตุสุดวิสัย” หมำยควำมว่ำ เหตุใดๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี ไม่มีใครจะอำจ ป้องกันได้ แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสพเหตุนั้น จะได้จัดกำรระมัดระวังตำมสมควร อันพึงคำดหมำยได้จำกบุคคล นั้นฐำนะเช่นนั้น
    สำเหตุของเหตุสุดวิสัย ซึ่งมีผลต่อคู่สัญญำตำมเอกสำรสัญญำนี้ ได้แก่ สำเหตุดังที่แสดงรำยกำรไว้ ข้ำงล่ำงนี้ ทั้งนี้ โดยมีเงื่อนไขว่ำสำเหตุดังกล่ำวมีผลกระทบกระเทือนจริงต่อเอกสำรสัญญำนี้ ซึ่งสำเหตุเหล่ำนั้น มิได้เนื่องมำจำกคู่สัญญำที่เกี่ยวข้องฝ่ำยใดและซึ่งทั้งสองฝ่ำยต่ำงได้พยำยำมใช้มำตรกำรทั้งมวล เพื่อหลีกเลี่ยง สำเหตุนั้น และ/หรือลดควำมเสียหำยอันเนื่องมำจำกสำเหตุนั้นๆ ตลอดจนได้พยำยำมใช้กฎหมำยและระเบียบ ปฏิบัติในประเทศตำมที่บังคับไว้แล้วทั้งมวล
    ก. สงครำม เหตุกำรณ์ระหว่ำงสงครำม กำรรุกรำน สงครำมกำรเมือง กำรปฏิบัติกำรก่อกำรจลำจล กำรก่อควำมวุ่นวำยในบ้ำนเมือง กำรก่อกำรก ำเริบหรือกำรแย่งชิงอ ำนำจ
    ข. กำรนัดหยุดงำน ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับผู้รับจ้ำงโดยตรงเหตุกำรณ์และกำรกระท ำของผู้นัดหยุดงำน ค. ค ำสั่งของรัฐบำลพลเรือนหรือทหำรเกี่ยวกับกำรก ำหนดให้ถือเอำกำรริบหรือกำรท ำลำย กำร เวนคืนทรัพย์สิน
    ง. ภัยพิบัติตำมธรรมชำติ เช่น แผ่นดินไหว ซึ่งมีควำมรุนแรงจนถึง INTENSITY VI OF THE RECHTER SCALE หรือกว่ำนั้น กำรถล่มทะลำยเพรำะกำรระเบิดของภูเขำไฟ อุทกภัยร้ำยแรง และใต้ฝุ่นมหำปลัย
    จ. สำเหตุของเหตุสุดวิสัยอื่นทั้งหมด ซึ่งผู้ควบคุมให้กำรรับรอง ตำมเงื่อนไขที่ระบุไว้ในวรรคแรก ของข้อนี้
    ฉ. เหตุเกิดจำกพฤติกำรณ์อันหนึ่งอันใด ที่ผู้รับจ้ำงไม่ต้องรับผิดตำมกฎหมำย
    สำเหตุของเหตุสุดวิสัย ซึ่งได้รับกำรรับรองจำกผู้ว่ำจ้ำง หรือเหตุเกิดจำกพฤติกำรณ์อันหนึ่งอันใดที่ผู้ รับจ้ำงไม่ต้องรับผิดตำมกฎหมำย จะเป็นผลต่อเอกสำรสัญญำก็ต่อเมื่อ ผู้รับจ้ำงได้ยื่นค ำบอกกล่ำวต่อผู้ว่ำจ้ำง หรือผู้แทนผู้ว่ำจ้ำงเกี่ยวกับเหตุกำรณ์นั้นพร้อมพยำนหลักฐำนในส่วนที่เกี่ยวข้องมำเป็นลำยลักษณ์อักษร ภำยใน 15 วัน นับแต่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง
    หำกผู้รับจ้ำงไม่ยื่นค ำบอกกล่ำว พร้อมพยำนหลักฐำนภำยในก ำหนดเวลำดังกล่ำวข้ำงต้นนอกจำก สิทธิ ซึ่งผู้ว่ำจ้ำงสงวนไว้ตำมเงื่อนไขสัญญำข้ออื่นและวรรคอื่นแล้ว ผู้ว่ำจ้ำงมีสิทธิโดยชอบที่จะไม่พิจำรณำค ำขอ ของผู้รับจ้ำงในกรณีนี้ได้ ผู้ว่ำจ้ำงจะสงวนไว้ซึ่งสิทธิที่จะด ำเนินกำรตรวจสอบตำมที่เห็นว่ำจ ำเป็นจนเป็นที่พอใจ เพื่อตรวจดูผลของที่กล่ำวข้ำงต้น ก่อนให้ค ำรับรองเรียกร้องค่ำเสียหำยใดๆ ของผู้รับจ้ำง ควำมเสียหำยที่ผู้
    ว่ำจ้ำงมิได้ให้กำรรับรองว่ำเกิดขึ้นเพรำะเหตุสุดวิสัยจะไม่ได้รับกำรพิจำรณำว่ำเป็นผล ทั้งในด้ำนเกี่ยวกับควำม ล่ำช้ำในควำมส ำเร็จสมบูรณ์ของงำน หรือส่วนของงำนตำมก ำหนดวันที่ได้ตกลงกันไว้ในเอกสำรสัญญำหรือกำร ชดใช้ค่ำเสียหำย
    3.2-3
    เงื่อนไขเฉพาะของงานก่อสร้าง
  15. วัตถุประสงค์
    ผู้ว่าจ้างมีความประสงค์ให้ผู้รับจ้าง ท าการก่อสร้างโครงการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกัก น าอ่างเก็บน าคลองหัวช้าง อันเนื่องมาจากพระราชด าริ โครงการปรับปรุงระบบชลประทานและอาคาร ประกอบ โครงการส่งน าและบ ารุงรักษาท่าเชียด ต าบลตะโหมด อ าเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง เพื่อเพิ่มปริมาณ ความจุเก็บกักน าของอ่างเก็บน าคลองหัวช้าง จัดหาน าส าหรับท าการเกษตรในช่วงฤดูแล้งในเขตพื นที่ส่งน าของ โครงการส่งน าและบ ารุงรักษาท่าเชียด จ านวน 38,000 ไร่ (มีพื นที่ชลประทานทั งหมด 103,298 ไร่) ส่งน า เพื่อการอุปโภค-บริโภค ของราษฎรในพื นที่ อ าเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง มีราษฎรประมาณ 820 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 3,900 คน และช่วยบรรเทาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ในเขตอ าเภอตะโหมด อ าเภอเขาชัยสน และอ าเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง
  16. สถานที่ก่อสร้าง
    งานรายนี ให้ผู้รับจ้างท าการก่อสร้าง ณ โครงการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน าอ่างเก็บ น าคลองหัวช้าง อันเนื่องมาจากพระราชด าริ โครงการปรับปรุงระบบชลประทานและอาคารประกอบ โครงการ ส่งน าและบ ารุงรักษาท่าเชียด ต าบลตะโหมด อ าเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง หมู่ที่ 2 บ้านหัวช้าง ต าบลตะโหมด อ าเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง พิกัดหัวงานในแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ล าดับชุด (Series) L7018 ระวาง (Sheets) 5023 IV พิกัด 47N PJ102-077
    พิกัดสถานที่ก่อสร้างโครงการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน าอ่างเก็บน าคลองหัวช้าง อันเนื่องมาจากพระราชด าริโครงการปรับปรุงระบบชลประทานและอาคารประกอบ โครงการส่งน าและ บ ารุงรักษาท่าเชียด ต าบลตะโหมด อ าเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ละติจูด (Latitude) 7.3171 ลองติจูด (Longitude) 100.0128
  17. สภาพบริเวณสถานที่ก่อสร้าง
    สภาพบริเวณก่อสร้างโครงการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน าอ่างเก็บน าคลองหัวช้าง อันเนื่องมาจากพระราชด าริ โครงการปรับปรุงระบบชลประทานและอาคารประกอบ โครงการส่งน าและ บ ารุงรักษาท่าเชียด ต าบลตะโหมด อ าเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง พื นที่โครงการเป็นที่ราบติดแนวเทือกเขา บรรทัด แหล่งน าต้นทุนคือคลองหัวช้างล าน าธรรมชาติ อยู่ในเขตพื นที่รับน าของลุ่มน าทะเลสาบสงขลา สภาพ การใช้ที่ดินของราษฎรส่วนใหญ่ใช้พื นที่ในการประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม ได้แก่ สวนยาง สวนผลไม้ ราษฎรปลูกบ้านพักอาศัยกระจายอยู่บริเวณที่ราบ สองฝั่งทางหลวงชนบทในหมู่บ้าน
  18. สภาพทางธรณีวิทยา
    สภาพภูมิประเทศบริเวณหัวงานพบว่า บริเวณที่ตั งหัวงานมีรูปตัดของล าน าเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ลาดตลิ่งซ้าย - ขวา ประมาณ 1 : 1 ถึง 1 : 1.5 ความสูงของตลิ่งประมาณ 3.00 - 5.00 เมตร ความกว้าง ประมาณ 5.00 - 10.00 เมตร สภาพดินบริเวณหัวงานเป็นดินร่วนปนตะกอนทราย
  19. การคมนาคม
    การคมนาคมจากศาลากลางจังหวัดพัทลุงเข้าบริเวณสถานที่ก่อสร้าง โดยทางรถยนต์วิ่งไปตามถนน หมายเลข 4047 ระยะทางประมาณ 3.00 กิโลเมตร เมื่อถึงวงเวียนใช้ทางออกที่ 1 ไปยังถนนหมายเลข 4 ระยะทางประมาณ 33.00 กิโลเมตร เลี ยวขวาแยกแม่ขรี เดินทางต่อไปบนถนนหมายเลข 4122 ระยะทาง
    3.3- 1
    ประมาณ 18.00 กิโลเมตร เลี ยวซ้ายแยกอ่างเก็บน าคลองหัวช้างฯ ระยะทางประมาณ 3.00 กิโลเมตร รวมถึงสถานที่ก่อสร้างระยะทางประมาณ 57.00 กิโลเมตร
  20. ฤดูกาล
    สภาพภูมิอากาศโครงการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน าอ่างเก็บน าคลองหัวช้าง อันเนื่องมาจากพระราชด าริ โครงการปรับปรุงระบบชลประทานและอาคารประกอบ โครงการส่งน าและ บ ารุงรักษาท่าเชียด ต าบลตะโหมด อ าเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง สภาพอากาศอยู่ภายในอิทธิพลลมมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ มีสภาพอากาศแบบมรสุมเขตร้อนมีฤดูกาล 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน และฤดูฝน
    สภาพฝน ข้อมูลน าฝนรายเดือน (Monthly Rainfall) พิจารณาเลือกสถานีวัดปริมาณน าฝนที่อยู่ ใกล้เคียง ซึ่งได้แก่สถานีวัดน าฝน 35061 สถานีวัดน าฝนกรมชลประทาน Unit 12 (x.24) อ าเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ส าหรับปริมาณน าฝนรายเดือนและรายปีเฉลี่ยที่มีการต่อขยายข้อมูลและท าให้สมบูรณ์มีคาบ ข้อมูล 30 ปี สถิติฝนเฉลี่ยทั งปี 2,140.30 มิลลิเมตร โดยเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนที่ฝนตกชุกมากที่สุด ส่วนเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่ฝนตกน้อยที่สุด
    ข้อส าคัญ
    ข้อมูลสถานที่ก่อสร้าง บริเวณก่อสร้าง การคมนาคม ฤดูกาล และสภาพทางธรณีวิทยาเหล่านี เป็น เพียงข้อมูลเบื องต้น เพื่อประกอบการเสนอราคาเท่านั น ไม่ถือเป็นการผูกพันกับกรมชลประทาน เพราะโดย ข้อเท็จจริงแล้ว การแสวงหาข้อเท็จจริงเป็นหน้าที่โดยตรงของผู้รับจ้าง
  21. รายการส าคัญที่ผู้รับจ้างต้องจัดท า
    งานจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน าอ่างเก็บน าคลองหัวช้าง อัน เนื่องมาจากพระราชด าริ โครงการปรับปรุงระบบชลประทานและอาคารประกอบ โครงการส่งน าและ บ ารุงรักษาท่าเชียด ต าบลตะโหมด อ าเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ประกอบด้วยงาน ดังรายการต่อไปนี
    7.1 กิจกรรมปรับปรุงอาคารทางระบายน าล้น
    7.1.1 งานจัดท ารูปแบบ จัดหาและติดตั งบานระบายแบบพับได้ชนิดถุงลมยางพร้อมอุปกรณ์ ส าหรับใช้เปิด-ปิด บานระบาย และชุควบคุมการเปิด-ปิด แบบ Manual
    7.1.2 งานจัดหาและติดตั งชุดต้นก าลังนิวเมติกส์ ส าหรับระบบพองตัวและยุบตัวของถุงลม ยางพร้อมระบบท่อและอุปกรณ์ประกอบ
    7.1.3 งานติดตั งเครื่องก าเนิดไฟฟ้าส ารอง ขนาดไม่น้อยกว่า 35kVA
    7.1.4 งานห้องควบคุมฝาย ขนาด 4.00 x 6.00 ม. โครงสร้าง คสล.
    7.1.5 งานป้ายอาคารห้องควบคุมฝายพับได้ Type III ขนาด 0.80 x 2.40 ม.
    7.1.6 งายป้ายตรากรมชลประทาน (กัดแผ่นอคริลิค)
    7.1.7 งานเครนไฟฟ้าแบบวิ่งบนรางเดี่ยว ขนาด 5 เมตริกตัน
    7.1.8 งานอุปกรณ์ควบคุมอัตโนมัติ
    7.1.9 งานโปรแกรมเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ระบบควบคุมอัตโนมัติและสั่งการระยะไกล 7.1.10 งานชุดอุปกรณ์วัดระดับน าแบบเรดาร์
    7.1.11 งาน Gate position Transmitter
    7.1.12 งาน Gate Inverter บอกต าแหน่งระดับบานระบายแบบพับได้แบบดิจิตอล 7.1.13 งานสายน าสัญญาณส าหรับระบบควบคุมอัตโนมัติ
    7.1.14 งาน Surge Protection ขนาด 135 KA & Grounding for Telemetering
    3.3- 2
    7.1.15 งาน Edge - GPRS Modem for Telemetering
    7.1.16 งานตู้ควบคุมพร้อมอุปกรณ์ประกอบ และอุปกรณ์แสดงผลผ่านอินเทอร์เน็ต 7.1.17 งานอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้าและส ารองไฟฟ้า for Telemetering
    7.1.18 งานติดตั งระบบไฟฟ้าส าหรับอุปกรณ์ ภายในอาคารควบคุมบานระบายแบบพับได้ 7.1.19 งานติดตั ง Rock Bolt
    7.1.20 งานขยายเขตไฟฟ้า
    ข้อส าคัญ
    (1) ผู้ยื่นข้อเสนอราคาต้องแนบ Catalog ของผลิตภัณฑ์ตัวบานระบายแบบพับได้ชนิดถุงลมยางและ อุปกรณ์ประกอบของชุดต้นก าลังนิวเมติกส์ที่ใช้กับถุงลมยาง จากโรงงานผู้ผลิตที่มีหลักฐานแสดงการรับรอง Certificate ยืนยันการผลิตตามมาตรฐาน ISO 9001 พร้อมกับแนบแบบ Concept ในการควบคุมบานระบาย แบบพับได้ชนิดถุงลมยางด้วยระบบนิวเมติกส์ที่ใช้กับถุงลมยาง กับข้อมูลจ าเพาะ (Specification) ของอุปกรณ์ และ ระบบเซ็นเซอร์ ที่จะน ามาใช้ในระบบการควบคุมเปิด - ปิด บานระบายแบบพับได้ชนิดถุงลมยาง
    (2) ผู้ยื่นข้อเสนอราคาต้องแนบเอกสารรับรองการผลิตและส่งมอบบานระบายแบบพับได้ชนิดถุง ลมยาง ให้กับผู้ยื่นข้อเสนอราคาในโครงการนี ระบุชื่อโครงการให้ชัดเจนจากโรงงานผู้ผลิต (3) ผู้ยื่นข้อเสนอราคาต้องแนบรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ในการควบคุมบานระบายแบบพับ ได้ชนิดถุงลมยางกับข้อมูลจ าเพาะ (Specification) ของอุปกรณ์งานระบบควบคุมอัตโนมัติและสั่งการ ระยะไกล ตามตารางรายการงานและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ในการควบคุมบานระบายแบบพับได้ชนิด ถุงลมยางกับข้อมูลจ าเพาะ (Specification) ของอุปกรณ์งานระบบควบคุมอัตโนมัติและสั่งการระยะไกลทั ง 10 รายการ ดังนี
    รายการงาน
    รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่ก าหนด
    1. อุปกรณ์ควบคุมอัตโนมัติ
    2. อุปกรณ์ควบคุมอัตโนมัติ
    3. งานโปรแกรมเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ระบบควบคุม อัตโนมัติและสั่งการ ระยะไกล
    4. โปรแกรมเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ระบบควบคุม อัตโนมัติและสั่งการ ระยะไกล
    5. ชุดอุปกรณ์วัดระดับน าแบบเรดาร์
    6. DH115/2558
    7. งาน Gate Position Transmitter and Indicator
    8. Gate Position Transmitter and Indicator
    9. งาน Gate Inverter บอกต าแหน่งระดับบาน ระบายแบบพับได้แบบดิจิดอล
    10. Gate Inverter บอกต าแหน่งระดับบานระบาย แบบพับได้แบบดิจิดอล
    11. งานส ายน าสัญ ญ าณ ส าห รับ ระบบควบคุม อัตโนมัติ
    12. สายน าสัญญาณส าหรับระบบควบคุมอัตโนมัติ
    13. Surge Protection ขนาด 135KA &
      Grounding for Telemetering
    14. S0593-0199-0157
    15. Edge - GPRS Modem for Telemetering
    16. S0586-9999-0157
    17. งานตู้ควบคุมพร้อมอุปกรณ์ประกอบและอุปกรณ์ แสดงผลผ่านอินเทอร์เน็ต
    18. ตู้ควบคุมพร้อมอุปกรณ์ประกอบและอุปกรณ์ แสดงผลผ่านอินเทอร์เน็ต
    19. อุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้าและส ารองไฟฟ้า for Telemetering
    20. S0582-0199-0157

3.3- 3
7.2 งานแผ่นป้ายแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
ผู้รับจ้างจะต้องจัดท าแผ่นป้ายแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับงานก่อสร้าง (งานขนาดเล็ก) ตาม แบบหมายเลข 348976 ติดตั ง ณ บริเวณสถานที่ก่อสร้าง ตามต าแหน่งที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ก าหนดให้ จ านวน 1 แห่ง โดยมีรายละเอียดในประกาศ ดังนี
(1) ชื่อหน่วยงานเจ้าของโครงการ สถานที่ติดต่อ และหมายเลขโทรศัพท์ พร้อมดวงตรา หน่วยงานเจ้าของโครงการ
(2) ประเภทและชนิดของสิ่งก่อสร้าง
(3) ปริมาณงานก่อสร้าง
(4) ชื่อ ที่อยู่ ผู้รับจ้าง พร้อมหมายเลขโทรศัพท์
(5) ระยะเวลาเริ่มต้นและระยะเวลาสิ นสุดของโครงการ
(6) วงเงินค่าก่อสร้าง
(7) ชื่อเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการผู้ควบคุมงานพร้อมหมายเลขโทรศัพท์
(8) ชื่อเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้าง ผู้ควบคุมงาน พร้อมหมายเลขโทรศัพท์
(9) ข้อความบนแผ่นป้ายว่า“ก าลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน”
(10) QR Code แสดงรายละเอียดโครงการก่อสร้างที่ได้มาจากระบบจัดซื อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ทั งนี ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2567 แจ้ง โดยหนังสือส านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0505/ว 537 ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2567)
ค่าใช้จ่ายในการนี เป็นของผู้รับจ้าง โดยให้คิดรวมอยู่ในค่าด าเนินการของสัญญานี
7.3 การทดสอบวัสดุก่อสร้าง
การส ารวจและทดสอบในสนาม ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาเครื่องมือส ารวจและเครื่องมือทดสอบตาม ความเหมาะสมกับงาน ส าหรับการทดสอบใดๆ ที่ต้องอาศัยเครื่องมือนอกเหนือไปจากที่ผู้ว่าจ้างจัดหาไว้หรือ จะต้องส่งตัวอย่างทดสอบในห้องปฏิบัติการ ให้เป็นภาระของผู้รับจ้างที่ต้องจัดหาเครื่องมือหรือน าไปทดสอบที่ ฝ่ายตรวจสอบและวิเคราะห์ด้านวิศวกรรม ส่วนวิศวกรรม ส านักงานชลประทานที่ 16 หรือส านักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน หรือสถาบันอื่นซึ่งทางราชการรับรองและเป็นที่เชื่อถือได้ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง
7.4 งานจัดท าแบบเพิ่มเติม (Shop Drawing) และแบบหลักฐาน (As-built Drawings) ในกรณีที่แบบแนบท้ายสัญญานี มีรายละเอียดไม่เพียงพอที่จะน าไปใช้ก่อสร้างได้ผู้รับจ้าง จะต้องจัดท าแบบเพิ่มเติม (Shop Drawing) ตามที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นสมควร ผู้รับจ้างต้องจัดท าแบบหลักฐาน (As-Built Drawings) ซึ่งแสดงต าแหน่ง แนว ระดับ รูปร่าง ขนาด และรายละเอียดต่างๆ ของงานก่อสร้างตามที่ได้จัดสร้างและประกอบติดตั งไว้จริงในสนาม ตามค าแนะน า และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแล้ว โดยผู้รับจ้างต้องจัดท าแบบ ต้นฉบับ โดยสมบูรณ์ จ านวน 1 ชุด พร้อมพิมพ์เขียว จ านวน 3 ชุด พร้อมบันทึกลงในรูปแบบไฟล์ จ านวน 2 ชุด และส่งมอบให้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุภายในวันส่งมอบงานงวดสุดท้าย
ค่าใช้จ่ายในการจัดท าแบบเพิ่มเติม (Shop Drawing) และแบบหลักฐาน (As-Built Drawings) รวมทั งค่าใช้จ่ายในการส ารวจหาข้อมูล ค่าใช้จ่ายในงานที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดท าแบบดังกล่าว ให้ผู้รับจ้างคิดราคา รวมอยู่ในค่าด าเนินการของสัญญานี
3.3- 4
8. รายการส าคัญที่ผู้รับจ้างไม่ต้องจัดท า
ส าหรับงานก่อสร้างรายนี มีงานที่ก าหนดไว้ในแบบแต่ผู้รับจ้างไม่ต้องจัดท า ดังนี
8.1 งานที่ไม่ได้อยู่ในแบบก่อสร้าง (ยกเว้นงานที่จ าเป็นต้องด าเนินการ เพื่อให้งานแล้วเสร็จและเป็น ประโยชน์ต่อราษฎร)
8.2 งานที่ไม่มีปริมาณงานในสัญญา
9. หลักเกณฑ์การจัดหาช่างฝีมือ และวิศวกรควบคุมงาน
การควบคุมงานเพื่อการก่อสร้างตามสัญญานี ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาช่างฝีมือและวิศวกรตามเกณฑ์ ต่อไปนี
9.1 ผู้รับจ้างจะต้องมีและใช้ช่างฝีมือผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือ จากสถาบันของทางราชการ หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. และ ปวท. หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับ ราชการได้ในอัตราไม่ต่ ากว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง แต่จะต้องมีช่างจ านวนอย่างน้อย 1 คน ในแต่ละ สาขาดังต่อไปนี
(1) ช่างก่อสร้างหรือช่างโยธา
(2) ช่างเครื่องกล
(3) ช่างไฟฟ้า
ผู้รับจ้างจะต้องจัดท าบัญชีแสดงจ านวนช่างทั งหมด โดยจ าแนกตามแต่ละสาขาช่างและระดับช่าง พร้อมกับระบุรายชื่อของช่างที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือ หรือผู้มีวุฒิบัตรดังกล่าวในวรรคแรกน ามา แสดงพร้อมหลักฐานต่างๆ ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนเริ่มลงมือท างานและพร้อมที่จะให้ผู้ว่าจ้างหรือ เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างตรวจสอบดูได้ตลอดเวลาการท างานตามสัญญานี
9.2 ผู้รับจ้างต้องมีและใช้วิศวกรตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 ในการวางแผนปฏิบัติงาน แผนการใช้เครื่องจักรเครื่องมือ และควบคุมงานก่อสร้างตามสัญญา
10. บ่อยืมดิน
10.1 บ่อยืมดิน งานก่อสร้างรายนี ผู้ว่าจ้างไม่ได้จัดหาบ่อยืมดินไว้ให้ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดหาเอง โดยดินที่น าไปใช้ก่อสร้างต้องมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการก่อสร้าง ตามแบบและรายการรายละเอียดด้าน วิศวกรรม และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแล้ว ส าหรับค่าใช้จ่ายในการจัดหา แหล่งดิน รวมทั ง ค่าขุด - ขนย้าย เป็นของผู้รับจ้างทั งสิ น
10.2 บ่อทิ งดิน งานก่อสร้างรายนี ผู้ว่าจ้างไม่มีบ่อทิ งดินให้ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดหาสถานที่ทิ งดินเอง แต่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแล้ว ดินที่ทิ งเป็นดินเหลือจากการก่อสร้างหรือ เป็นดินที่ไม่เหมาะสมด้านวิศวกรรม ส าหรับค่าใช้จ่ายในการจัดหาสถานที่ทิ งดิน รวมทั งค่าขุด-ขนย้าย เป็นของ ผู้รับจ้างทั งสิ น
11. การด าเนินงาน
11.1 การควบคุมงานเพื่อการก่อสร้างตามสัญญานี ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องอยู่ประจ า ณ. ที่ท าการก่อสร้าง เพื่อควบคุมงานตามสัญญา ถ้าผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างมีเหตุจ าเป็นไม่สามารถอยู่ควบคุมงาน จะต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบล่วงหน้า พร้อมทั งแต่งตั ง ผู้ปฏิบัติงานแทนเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุอนุมัติเสียก่อน ถ้าผู้ควบคุมงานของ ผู้รับจ้างไม่อยู่ควบคุมงานโดยไม่มีเหตุผลอันควร ผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ควบคุมงาน
ก่อสร้างของผู้ว่าจ้างมีสิทธิสั่งหยุดงานทั งหมดหรือแต่บางส่วนได้ทันที ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย ใดๆ อันสืบเนื่องจากการนี ทั งสิ น
3.3- 5
11.2 ภายในก าหนด 15 (สิบห้า) วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องเสนอ แผนปฏิบัติงานแผนการใช้เครื่องจักร-เครื่องมือ และรายชื่อวิศวกรผู้ควบคุมงานตามแบบฟอร์มที่ผู้ว่าจ้าง ก าหนดโดยแผนปฏิบัติงานจะต้องแสดงถึงขั นตอนของการท างานให้ถูกต้องตามสภาพฤดูกาลและก าหนดเวลาที่ ต้องใช้ในการท างานหลักต่างๆ ให้แล้วเสร็จให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างพิจารณาเห็นชอบก่อน ด าเนินการผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้ว่าจ้างและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะคอยติดตามเร่งรัดงานให้
เป็นไปตามแผนปฏิบัติงานที่ก าหนดไว้ ทั งนี เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและแล้วเสร็จภายใน ก าหนดระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา
11.3 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบแบบและรายละเอียดโดยถี่ถ้วน หากปรากฏว่าแบบและรายละเอียด ดังกล่าวมีการ ขัดแย้ง คลาดเคลื่อนหรือผิดพลาด ผู้รับจ้างต้องรายงานให้ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างทราบทันที ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างและหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและหรือผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้พิจารณาและวินิจฉัย ค าวินิจฉัยของผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างและหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและหรือผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างต้อง
ปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดและถือเป็นอันยุติ
11.4 การส่งมอบพื นที่เพื่อด าเนินการก่อสร้าง ผู้ว่าจ้างจะส่งมอบพื นที่ตามความพร้อมของผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างจะต้องปรับการด าเนินการให้สอดคล้องกับพื นที่ที่ผู้ว่าจ้างส่งมอบให้ ในกรณีที่การส่งมอบพื นที่ ล่าช้า อันเป็นเหตุให้ผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติงานก่อสร้างได้ตามสัญญา ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย ใดๆ จากผู้ว่าจ้าง
11.5 ในกรณีที่มีปัญหาเรื่องที่ดินอันเป็นเหตุให้ผู้รับจ้างไม่สามารถเข้าปฏิบัติงานก่อสร้าง ตาม สัญญาได้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิตัดงานส่วนนั นออกจากสัญญา โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิตัดงานส่วนนั นออกจากสัญญา โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรม
11.6 ในกรณีตรวจสอบพบว่า ผลการด าเนินงานก่อสร้างตามสัญญามีเหตุที่จะปรับลดราคาค่างาน อันเนื่องมาจากราคาค่างานสูงกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งผู้ว่าจ้างได้ตรวจสอบพบเอง หรือจากการตรวจสอบของ หน่วยงานภาครัฐอื่น กรณีดังกล่าวผู้ว่าจ้างมีสิทธิปรับลดราคาและมีสิทธิเรียกคืนค่างานหรือหักเอาจากเงิน ค่าจ้างที่ค้างจ่ายหรือจากเงินประกันผลงาน หรือบังคับเอาจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา โดยผู้รับจ้าง จะต้องให้ความยินยอมและไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมชลประทาน
11.7 ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความช ารุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ….2….ปี….-…. เดือน นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ….15….วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความช ารุดบกพร่อง
11.8 ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่งด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุให้เกิด ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแก่ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าว ให้แก่ผู้ว่าจ้างโดยสิ นเชิงภายในก าหนด 15 (สิบห้า) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง หากผู้ รับจ้างไม่ชดใช้ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ผู้ว่าจ้าง มีสิทธิที่จะหักเอาจากจ านวนเงินค่าจ้างที่ ต้องช าระ หรือจากเงินประกันผลงานของผู้รับจ้าง หรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ทันที
หากค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่บังคับจากเงินค่าจ้างที่ต้องช าระ เงินประกันผลงานหรือ หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาแล้วยังไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างยินยอมช าระส่วนที่เหลือที่ยังขาดอยู่จนครบถ้วน ตามจ านวนค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายนั น ภายในก าหนด 15 (สิบห้า) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็น หนังสือจากผู้ว่าจ้าง
หากมีเงินค่าจ้างตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแล้วยังเหลืออยู่อีกเท่าใด ผู้ว่าจ้างจะคืนให้แก่ผู้รับจ้างทั งหมด
3.3- 6
12. การส่งรายงาน
ผู้รับจ้างต้องส่งรายงานแสดงความก้าวหน้าของงาน ให้ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างทราบเป็นระยะทุกๆ 30 (สามสิบ) วัน ตามแบบฟอร์มที่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ก าหนดให้หากปรากฏว่าการท างานล่าช้ากว่าแผนงานที่ได้ เสนอไว้ผู้รับจ้างต้องชี แจงถึงสาเหตุที่ล่าช้า ทั งต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงแผนเร่งรัดการท างานให้แล้วเสร็จตาม แผนที่ก าหนดไว้เดิม
13. การส่งมอบงาน
เมื่อผู้รับจ้างประสงค์จะส่งมอบงานช่วงหนึ่งช่วงใด ผู้รับจ้างต้องจัดท าใบส่งมอบงานที่แล้วเสร็จ พร้อมทั งแสดงรายละเอียดปริมาณงานและราคางานที่จะส่งมอบ ตามแบบฟอร์มที่ผู้ว่าจ้างจะเป็น ผู้ก าหนดให้เสนอต่อผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง เพื่อให้ท าการตรวจสอบ
ส าหรับงานจ้างเหมาแบบราคาต่อหน่วย (UNIT PRICE) งานที่ส่งมอบงานแต่ละงวดต้องไม่น้อยกว่า 30 วัน ยกเว้นงานสุดท้าย และส่งมอบงานงวดละ 1 ครั ง
งานที่ผู้รับจ้างประสงค์จะท าการส่งมอบต้องประกอบด้วยลักษณะงานดังนี
13.1 งานที่จะส่งมอบแต่ละรายการ ผู้รับจ้างจะต้องท าการก่อสร้างให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามที่ระบุ ในเงื่อนไขเฉพาะงานก่อสร้าง ข้อ 7 แต่ทั งนี ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นสมควร
14. การตรวจสอบผลงานและการตรวจรับงาน
14.1 การตรวจสอบผลงานเพื่อการจ่ายเงิน
ภายหลังที่ได้รับใบส่งมอบงานจากผู้รับจ้างแล้ว ผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้ว่าจ้างจะตรวจสอบใบส่ง มอบงานกับงานในสนาม ถ้าปรากฏว่างานที่ส่งมอบนั นเสร็จเรียบร้อยถูกต้องตามรายการรายละเอียดและแบบ และมีปริมาณงานถูกต้องตามที่ก าหนดในใบส่งมอบแล้ว จะเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อท าการ ตรวจผลงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะท าการตรวจผลงานที่ส่งมอบให้ภายใน 3 (สาม) วันท าการ
นับแต่วันที่ประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้รับทราบการส่งมอบงานและจะด าเนินการเรื่องการเบิก จ่ายเงินต่อไป
การตรวจสอบผลงานเช่นนี มิได้ท าให้ผู้รับจ้างหมดความรับผิดชอบในความช ารุดเสียหายของ สิ่งก่อสร้างที่ ผู้รับจ้างได้ด าเนินการก่อสร้างมาแล้ว การส่งมอบงานที่จะถือว่าแล้วเสร็จถูกต้องครบถ้วนตาม สัญญาก็ต่อเมื่อผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานทั งหมดจนครบถ้วนถูกต้องทุกรายการจากผู้รับจ้างและสามารถใช้งานได้ ตามเจตนารมณ์ของ ผู้ว่าจ้างทุกประการแล้ว
14.2 การตรวจรับงานตามสัญญา
เมื่อผู้รับจ้างได้จัดท างานทั งหมดครบถ้วนตามสัญญาแล้วและจัดท าใบส่งมอบงานดังกล่าวให้แก่ ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อการตรวจรับ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ จะตรวจผลงานที่ผู้รับจ้าง ส่งมอบภายใน 3 ( สาม) วันท าการ นับแต่วันที่ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุได้ รับทราบการส่งมอบงานและจะท าการตรวจรับให้เสร็จสิ นไปโดยเร็วที่สุด ถ้าปรากฏว่างานที่ส่งมอบนั นเสร็จ
เรียบร้อยครบถ้วนถูกต้องตามแบบรูป รายการรายละเอียดและข้อก าหนดในสัญญา และสามารถใช้งานได้สม ตามเจตนารมณ์ของผู้ว่าจ้างทุกประการแล้ว ให้ถือวันที่ได้รับใบส่งมอบงานดังกล่าวเป็นวันส่งมอบงาน แต่ถ้างานที่ส่งมอบทั งหมดหรืองวดใดก็ตามไม่เป็นไปตามแบบรูป รายการรายละเอียดและข้อก าหนด ในสัญญา คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีสิทธิไม่ตรวจรับงานและสั่งการให้ผู้รับจ้างท าการซ่อมแซมแก้ไขเพิ่มเติม ให้ถูกต้องครบถ้วนตามแบบรูปรายการรายละเอียดและข้อก าหนดในสัญญา ซึ่งผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม ในระหว่างที่ยังมีการซ่อมแซมแก้ไขเพิ่มเติมตามที่กล่าวข้างต้น ให้ถือว่ายังไม่มีการส่งมอบงาน
3.3- 7
หลังจากที่ได้ท าการซ่อมแซมแก้ไขเพิ่มเติมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานของผู้ ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบเพื่อท าการตรวจผลงานใหม่ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะตรวจ ผลงานให้ภายใน 3 (สาม) วันท าการนับแต่วันที่ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุได้รับทราบและจะท าการตรวจ รับให้เสร็จสิ นโดยเร็วที่สุด ทั งนี ไม่เกิน 5 (ห้า) วันท าการนับถัดจากวันที่ผู้ควบคุมงานของ ผู้ว่าจ้างได้ ด าเนินการเสร็จและรายงานให้ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุทราบ ถ้าผลการตรวจสอบปรากฏว่าผู้รับจ้างได้ ท าการซ่อมแซมแก้ไขเพิ่มเติมถูกต้องตามแบบรูป รายการรายละเอียดและข้อก าหนดในสัญญาแล้วจะ ด าเนินการตามขั นตอนต่อไป
การส่งมอบงานที่จะถือว่าแล้วเสร็จถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาก็ต่อเมื่อผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานทั งหมด ครบถ้วนถูกต้องทุกรายการจาก ผู้รับจ้างและสามารถใช้งานได้สมตามเจตนารมณ์ของผู้ว่าจ้างทุกประการแล้ว 14.3 รายการของงานที่จะท าการตรวจรับ (ใช้กรณีสัญญาแบบราคาต่อหน่วย)
14.3.1 งานรายนี จะท าการตรวจรับงานตามที่ก าหนดไว้ในข้อก าหนดการส่งมอบงาน 14.3.2 งานรายนี จะท าการตรวจรับงานตามปริมาณงานที่ท าได้จริง ซึ่งค านวณโดยวิธีการ ของผู้ว่าจ้าง ตามหน่วยที่ก าหนดไว้ในใบแจ้งปริมาณงานและราคา
15. ก าหนดระยะเวลาส่งมอบงาน
ผู้รับจ้างต้องเริ่มท างานที่รับจ้างภายในก าหนด…15..(…สิบห้า…) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้ เริ่มงาน และจะต้องท างานให้แล้วเสร็จภายในก าหนด…240…(…สองร้อยสี่สิบ…) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือ แจ้งให้เริ่มท างานจากผู้ว่าจ้าง
16. แบบสัญญาจ้าง
งานรายนี จะใช้สัญญาจ้างแบบ “ราคาต่อหน่วย” (UNIT PRICE)
ผู้ชนะการเสนอราคาจะต้องท าสัญญาจ้างตามแบบสัญญาหรือท าข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรมภายใน …15…วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจ านวนเงินเท่ากับร้อยละ….5….ของ ราคาค่าจ้าง
หลักประกันที่ผู้รับจ้างน ามามอบให้ตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีอายุครอบคลุมความรับผิดทั งปวงของผู้ รับจ้างตลอดอายุสัญญา ถ้าหลักประกันที่ผู้รับจ้างน ามามอบให้ดังกล่าวลดลงหรือเสื่อมค่าลง หรือมีอายุไม่ ครอบคลุมถึงความรับผิดของผู้รับจ้างตลอดอายุสัญญา ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม รวมถึงกรณี ผู้รับจ้างส่งมอบ งานล่าช้าเป็นเหตุให้ระยะเวลาแล้วเสร็จหรือวันครบก าหนดความรับผิดในความช ารุดบกพร่องตามสัญญา เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเกิดขึ นคราวใด ผู้รับจ้างต้องหาหลักประกันใหม่หรือหลักประกันเพิ่มเติมให้มีจ านวน ครบถ้วนตามวรรคหนึ่งมามอบให้แก่ผู้ว่าจ้างภายใน….15….(…สิบห้า…) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือ จากผู้ว่าจ้าง
หลักประกันที่ผู้รับจ้างน ามามอบไว้ตามข้อนี ผู้ว่าจ้างจะคืนให้แก่ผู้รับจ้างโดยไม่มีดอกเบี ยเมื่อผู้รับจ้างพ้น จากข้อผูกพันและความรับผิดทั งปวงตามสัญญานี แล้ว
17. การจ่ายเงิน
ภายใต้เงื่อนไขแห่งสัญญานี ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้าง ดังนี
17.1 เมื่อมีการส่งมอบงาน และรับมอบงาน ตามลักษณะที่ระบุในเงื่อนไขเฉพาะของงานก่อสร้างว่า ด้วยการส่งมอบงานแล้ว
17.2 จ่ายให้แต่ละงวด ตามผลงานที่ตรวจรับได้จริง
17.3 เมื่อมีการส่งมอบงาน และตรวจรับงานในครั งใด จะจ่ายเงินค่าจ้างให้ดังนี
3.3- 8
17.3.1 งานจัดท ารูปแบบ จัดหาและติดตั งบานระบายแบบพับได้แบบถุงลมยางพร้อม อุปกรณ์ ส าหรับใช้เปิด - ปิด บานระบายและชุดควบคุมระบบการเปิด - ปิด แบบ Manual ยาว 14 เมตร สูง 1.00 เมตร
งวดที่ 1 เบิกจ่ายในอัตราร้อยละ 50.00 ของราคาต่อหน่วยตามที่ระบุในสัญญานี เมื่อผู้ รับจ้างผลิตและขนส่งถึงสถานที่ก่อสร้าง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานบานระบายแบบพับได้ แบบถุงลมยางพร้อมอุปกรณ์ ส าหรับใช้เปิด - ปิด บานระบายและชุดควบคุมระบบการเปิด - ปิด แบบ Manual ยาว 14 เมตร สูง 1.00 เมตร เรียบร้อยแล้ว
งวดที่ 2 เบิกจ่ายในอัตราร้อยละ 30.00 ของราคาต่อหน่วยตามที่ระบุในสัญญานี เมื่อผู้ รับจ้างได้ติดตั งงานบานระบายแบบพับได้แบบถุงลมยางพร้อมอุปกรณ์ ส าหรับใช้เปิด - ปิด บานระบายและชุด ควบคุมระบบการเปิด - ปิด แบบ Manual ยาว 14 เมตร สูง 1.00 เมตร เรียบร้อยแล้ว และคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว พร้อมจะท าการทดสอบ Commissioning
งวดที่ 3 เบิกจ่ายในอัตราร้อยละ 20.00 ของราคาต่อหน่วยตามที่ระบุในสัญญานี ภายหลังจากที่ผู้รับจ้างได้ท าการทดสอบ Commissioning และถ่ายทอดความรู้การใช้งาน การบ ารุงรักษางาน บานระบายแบบพับได้แบบถุงลมยางพร้อมอุปกรณ์ ส าหรับใช้เปิด - ปิด บานระบายและชุดควบคุม ระบบการ เปิด - ปิด แบบ Manual ยาว 14 เมตร สูง 1.00 เมตร ให้แก่เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างเสร็จสมบูรณ์ และ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
17.3.2 ถ้าค่าจ้างในสัญญารายการที่เป็นราคาต่อหน่วย การจ่ายเงินค่าจ้างจะค านวณ ตามราคาต่อหน่วยของงานที่ได้รับได้จริง
17.3.3 ถ้าค่าจ้างในสัญญารายการที่เป็นราคาเหมารวม การจ่ายเงินค่าจ้างจะจ่ายให้ในราคา เหมารวมเมื่องานรายการนั นๆ ได้เสร็จเรียบร้อยถูกต้องและท าการตรวจรับแล้ว
17.4 งานจ้างก่อสร้างสัญญานี ผู้ว่าจ้างได้รับเงินงบประมาณผูกพันเป็นรายปี การจ่ายเงินตาม สัญญาจะเบิกจ่ายให้ผู้รับจ้างได้ไม่เกินวงเงินงบประมาณที่ได้รับในแต่ละปี ส าหรับเงินค่าจ้างที่ค้างจ่าย ผู้ว่าจ้าง จะเบิกจ่ายให้ในปีงบประมาณถัดไป
17.5 หากผู้ว่าจ้างมีความจ าเป็นต้องจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างล่าช้าเกินกว่าก าหนดเวลาอัน สมควร ไม่ว่าเนื่องจากการอนุมัติเงินประจ างวดล่าช้าหรือเหตุอื่นใด ผู้รับจ้างจะไม่เรียกดอกเบี ยหรือค่าเสียหาย ในระหว่างที่ล่าช้าจาก ผู้ว่าจ้าง
18. การจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้า
ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ผู้รับจ้างครั งเดียวเต็มจ านวนตามสัญญา ข้อ 5 เมื่อผู้ รับจ้างร้องขอและต้องร้องขอครั งเดียวเต็มจ านวนเท่านั น โดยผู้รับจ้างต้องร้องขอเป็นหนังสือก่อนการส่งมอบ งานงวดแรก
หากผู้รับจ้างมิได้ร้องขอเป็นหนังสือก่อนการส่งมอบงานงวดแรกตามที่ก าหนดในวรรคแรก ผู้รับ จ้างไม่มีสิทธิจะขอรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าตามสัญญาอีกต่อไป
ในการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้า ผู้รับจ้างจะต้องออกใบเสร็จรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ผู้ว่าจ้าง ใบเสร็จรับเงินค่าจ้างล่วงหน้า ต้องมีตัวเลขไทยหรืออาร์บิกและอักษรไทย ถ้าท าเป็น ภาษาต่างประเทศต้องมีภาษาไทยก ากับและให้ปรากฏข้อความดังต่อไปนี
(1) เลขประจ าตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบรับ
(2) ชื่อหรือยี่ห้อ และที่อยู่ของผู้ออกใบรับ
(3) ชื่อและที่อยู่ของผู้ว่าจ้าง
(4) เลขล าดับของเล่ม และของใบรับ
3.3- 9
(5) วัน เดือน ปี ที่ออกใบรับ
(6) จ านวนเงินที่รับ
(7) ชนิด ชื่อ งาน/โครงการของค่าจ้างล่วงหน้า
(8) ลายมือชื่อผู้มีอ านาจของผู้ออกใบรับ
(9) ผู้รับเงิน
ในการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามแบบสัญญาข้อ 4 (ก) ผู้ว่าจ้างจะหักเงินค่าจ้างในแต่ละงวด เพื่อชดใช้คืนเงินค่าจ้างล่วงหน้าไว้จ านวนร้อยละ……15….(…..สิบห้า…..) ของจ านวนเงินค่าจ้างในแต่ละงวด ทั งนี จนกว่าจ านวนเงินที่หักไว้จะครบตามจ านวนเงินค่าจ้างล่วงหน้าที่ผู้รับจ้างได้รับไปแล้ว ยกเว้นค่าจ้างงวด สุดท้ายจะหักไว้เป็นจ านวนเท่ากับจ านวนเงินค่าจ้างล่วงหน้าที่เหลือทั งหมด
กรณีผู้รับจ้างได้วางหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าไว้หลายฉบับ ซึ่งแต่ละฉบับมีมูลค่า เท่ากับจ านวนเงินค่าจ้างล่วงหน้าที่ผู้ว่าจ้างจะต้องหักไว้ในแต่ละงวด หากผู้ว่าจ้างได้หักเงินค่าจ้างล่วงหน้า ในงวดใดแล้ว ผู้รับจ้างมีสิทธิขอคืนหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าในงวดนั นได้
19. การจัดท าแผนการท างาน การประเมินผลการด าเนินงานตามแผนงาน และการบอกเลิกสัญญา 19.1 คู่สัญญาต้องจัดท าแผนการท างานมาให้ภายใน…..15…..วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาโดย จัดท าแผนการท างานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่เป็นกรณีสัญญาที่มี วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั งนี แผนการท างานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา 19.2 การประเมินผลการด าเนินงานตามแผนงาน และการบอกเลิกสัญญา ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาจาก หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี
19.2.1 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามี ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 25 ของวงเงินพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา 19.2.2 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว ปรากฏกรณี ดังต่อไปนี
(1) คู่สัญญามีผลงานประจ าเดือนที่ตั งไว้ไม่ถึงร้อยละ 50 ของแผนงานประจ าเดือน และ (2) ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 50 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็น ความผิดของคู่สัญญา
19.2.3 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 3 ใน 4 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามี ผลงานไม่ถึงร้อยละ 65 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็น ความผิดของคู่สัญญา 19.2.4 เมื่อครบก าหนดส่งมอบตามสัญญา ผลงานสะสมน้อยกว่าร้อยละ 85 ของวงเงินค่า พัสดุหรือค่าจ้าง
19.2.5 เมื่อครบก าหนดส่งมอบตามสัญญา หากสัญญาหรือข้อตกลงมีจ านวนค่าปรับจะเกิน ร้อยละ 10 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง ให้ด าเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 183
หากปรากฏว่า เข้าเงื่อนไขกรณีหนึ่งกรณีใดตามข้อ 19.2.1 – 19.2.5 กรมชลประทาน สามารถใช้ดุลพินิจในการพิจารณาบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติการ จัดซื อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
3.3- 10
20. การปรับราคาค่างานก่อสร้าง
การปรับราคาค่างานก่อสร้างตามหลักสูตรการปรับราคา จะน ามาใช้ในกรณีที่ค่างานก่อสร้างลดลง หรือเพิ่มขึ น โดยวิธีการตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ สูตรและวิธีค านวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ตามมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง ตาม หนังสือส านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0203/ว 109 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2532 และหนังสือส านัก งบประมาณ ที่ นร 0731.1/ว 104 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2561 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติ เกี่ยวกับวันเปิดซองที่ใช้ในการค านวณเงินเพิ่มหรือลดค่างานตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
สูตรการปรับราคา (สูตรค่า K) จะต้องคงที่ที่ระดับที่ก าหนดไว้ในสัญญา หรือภายในระยะเวลาที่กรม ได้ขยายออกไป โดยจะสูตรของทางราชการที่ได้ระบุไว้ในเอกสารการจ้างก่อสร้าง
21. รายละเอียดด้านวิศวกรรมที่ไม่ชัดเจน
รายละเอียดด้านวิศวกรรม (Technical Specification) อื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในที่นี ให้ปฏิบัติตาม รายละเอียดเฉพาะที่ระบุไว้ในแบบ (Drawings) ต่างๆ หรือหากมิได้ระบุไว้ให้ผู้ควบคุมของผู้ว่าจ้างหรือ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุใช้ดุลพินิจพิจารณาแก้ไขปัญหานั นๆ
รายละเอียดด้านวิศวกรรมใดที่ไม่ชัดเจน หรือไม่อาจหาวัสดุในท้องตลาดหรือในสนามเพียงพอ ผู้ควบคุมของผู้ว่าจ้าง หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุอาจพิจารณาอนุโลมให้ใช้วัสดุคุณภาพเทียบเท่าได้ และ ต้องท ารายงานการเปลี่ยนแปลงใดๆ ดังกล่าวเป็นเอกสารให้ถูกต้องด้วย
22. การส่งเสริมพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
ผู้รับจ้างต้องใช้วัสดุหรือประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้าง เป็นพัสดุที่ผลิต ภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั งหมดตามสัญญา และด าเนินการตามเงื่อนไขดังต่อไปนี
(1) ให้ใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ ในงานก่อสร้างทั งหมดตามสัญญา
(2) หากการใช้เหล็กตามข้อ (1) ยังไม่รบร้อยละของมูลค่าที่ก าหนดให้ใช้พัสดุส่งเสริมการผลิต ภายในประเทศ (ร้อยละ 60) ให้ผู้รับจ้างใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศประเภทอื่นให้ครบตามร้อยละของมูลค่า ที่ก าหนดได้
ทั งนี ผู้รับจ้างต้องจัดท าแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ และแผนการใช้เหล็กที่ผลิต ภายในประเทศเสนอ ผู้ว่าจ้างภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ตามแบบเอกสารแนบท้ายเอกสาร การจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือก เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลาด าเนินการตามสัญญาไม่เกิน 60 วัน
23. การทดลองและตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุเพื่อควบคุมงานก่อสร้าง
ในกรณีที่ไม่ได้ก าหนดไว้ในเงื่อนไขเฉพาะหรือรายละเอียดด้านวิศวกรรม การทดลองและตรวจสอบ คุณสมบัติวัสดุเพื่อควบคุมงานก่อสร้าง ให้เป็นไปตามค าสั่งกรมชลประทานที่ 69/2561 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2561
3.3- 11
24. แบบที่ใช้ในการก่อสร้าง
การด าเนินการก่อสร้างงานทั งหมดนี ผู้รับจ้างต้องจัดท าตามรายละเอียดและวิธีการที่ก าหนดไว้ใน “รายละเอียดด้านวิศวกรรม”และต้องมีขนาด รูปร่าง ลักษณะ ตามที่แสดงไว้ในแบบหมายเลข ดังต่อไปนี
ล าดับที่
ชื่อแบบ
หมายเลขแบบ
1
2
3
4
กรมชลประทาน โครงการส่งน าและบ ารุงรักษาท่าเชียด การเพิ่ม ประสิทธิภาพการเก็บกักอ่างเก็บน าคลองหัวช้าง อ.ตะโหมด จ.พัทลุง งานปรับปรุงอาคาร ทางระบายน าล้น หมายเหตุทั่วไป อักษรย่อ และบัญชีแบบ (แผ่นที่ 1/4)
กรมชลประทาน โครงการส่งน าและบ ารุงรักษาท่าเชียด การเพิ่ม ประสิทธิภาพการเก็บกักอ่างเก็บน าคลองหัวช้าง อ.ตะโหมด จ.พัทลุง งานปรับปรุงอาคารทางระบายน าล้น หมายเหตุทั่วไป ข้อก าหนดใน การก่อสร้างบานระบายแบบพับได้ฯ รูปทั่วไปบานระบายแบบ พับได้ฯ โค้งความจุและโค้งพื นที่อ่าง (แผ่นที่ 2/4)
กรมชลประทาน โครงการส่งน าและบ ารุงรักษาท่าเชียด การเพิ่ม ประสิทธิภาพการเก็บกักอ่างเก็บน าคลองหัวช้าง อ.ตะโหมด จ.พัทลุง งานปรับปรุงอาคารทางระบายน าล้น แปลนและรูปตัด (แผ่นที่ 3/4) กรมชลประทาน โครงการส่งน าและบ ารุงรักษาท่าเชียด การเพิ่ม ประสิทธิภาพการเก็บกักอ่างเก็บน าคลองหัวช้าง อ.ตะโหมด จ.พัทลุง งานปรับปรุงอาคารทางระบายน าล้น รูปตัดและรายละเอียด (แผ่นที่ 4/4)
310357
310358
310359
310360

หมายเหตุ เงื่อนไขการสั่งให้ผู้รับจ้างเริ่มเข้าท างานตามสัญญานี

  1. ผู้ว่าจ้างจะสั่งให้ผู้รับจ้างเข้าท างานตามสัญญา เมื่อผู้ว่าจ้างได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้ใช้พื นที่ ในเขตป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 4 (1) และในความรับผิดชอบของ อ.อ.ป. ใน พื นที่ก่อสร้างแล้วผู้รับจ้างจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากผู้ว่าจ้างในความเสียหายที่เกิดขึ นจากการที่ผู้ว่าจ้าง สั่งเข้าท างานล่าช้า เนื่องจากการรอการพิจารณาอนุญาตจากกรมป่าไม้ ตามวรรค 1
  2. ในกรณีที่กรมป่าไม้ไม่อนุญาตให้ใช้พื นที่ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะยกเลิกสัญญาโดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากผู้ว่าจ้าง
  3. ข้อความเพิ่มเติม
    25.1 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม
    เนื่องจากลักษณะงานจ้างในรายการนี อาจจะมีปัญหาในสนามเกี่ยวกับ ความมั่นคง ทางด้านวิศวกรรม หากต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมแบบหรือรายการรายละเอียด เพื่อความเหมาะสมหรือความมั่นคง ทางด้านวิศวกรรม ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ที่จะพิจารณาแล้วเสนอความเห็นต่ออธิบดี กรมชลประทาน หรือผู้ได้รับมอบอ านาจ
    3.3- 12
    25.2 การเพิ่มหรือลดงาน
    หากปริมาณงานที่ท าจริงในสนามเพิ่มหรือลดจากปริมาณงานที่ก าหนดในสัญญา ข้อ 1 ผู้ว่าจ้างจะได้ ด าเนินการดังนี
    (1) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้แทนจากผู้ว่าจ้างจะได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นหนังสือทุก ครั งไป
    (2) กรณีที่มีปริมาณงานที่ท าจริงตามแบบและรายละเอียด สัญญา ปรากฏว่าเพิ่มหรือลดลงจาก ปริมาณงานที่ก าหนด ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างตามปริมาณงานที่ท าจริงตามอัตราต่อหน่วย (UNIT COST) ที่ระบุในสัญญา
    25.3 การเพิ่มเติมงานนอกเหนือรายการ (UN-ALLOGATED WORK)
    กรณีที่จ าเป็นต้องเพิ่มเติมงานนอกเหนือรายการ (UN-ALLOGATED WORK) จากรายการที่ ก าหนดใน “ใบแจ้งปริมาณงานและราคา” อันเนื่องมาจากข้อความเพิ่มเติมข้อ 26.1 ผู้ว่าจ้างจะได้ด าเนินการ ดังนี
    (1) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบทุกครั งที่มี การเพิ่มเติมงาน
    (2) ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างให้ตามปริมาณงานเพิ่มเติม นอกเหนือรายการที่ท าได้จริงใน สนาม การค านวณปริมาณงานเพิ่มเติมดังกล่าวที่แท้จริงให้ยึดถือตามวิธีการของผู้ว่าจ้าง (3) ราคาของงานที่เพิ่มเติมนอกเหนือรายการนี จักได้ตกลงราคากันใหม่ระหว่างผู้ว่าจ้างและ ผู้รับจ้างจ้าง
    3.3- 13
    แผ่นป้ายแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
    3.3- 14

ข้อก ำหนด
3.3- 15
การก าหนด Qr Code บนแผ่นป้ายแสดงรายละเอียดก่อสร้างของทางราชการ และการปรับปรุงการเปิดเผยข้อมูลจัดซื อจัดจ้างภาครัฐ (Open data)
ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0433.4/ว 692 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2568
ชื่อโครงการ :
งานจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน าอ่างเก็บน า คลองหัวช้าง อันเนื่องมาจากพระราชด าริ โครงการปรับปรุงระบบชลประทาน และอาคารประกอบ โครงการส่งน าและบ ารุงรักษาท่าเชียด ต าบลตะโหมด อ าเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง
เลขที่โครงการ e-GP :
69029507171
Qr Code จากระบบ e-GP

ข้อก าหนด : 
ให้ผู้รับจ้างน า Qr Code แสดงบนแผ่นป้ายแสดงรายละเอียดก่อสร้างตามที่ ก าหนด ในเงื่อนไขเฉพาะงานก่อสร้าง

วิธีด าเนินการ
(1) ให้หน่วยงานที่ด าเนินการจัดจ้างก าหนดในเงื่อนไขเฉพาะงานก่อสร้าง พร้อมกับแบบแผ่นป้าย แสดงรายละเอียดก่อสร้าง
(2) การจัดท าสัญญาจ้างก่อสร้างให้ถือเป็นส่วนหนังสือของสัญญา เพื่อให้ผู้จ้างน าไปใช้ในการจัดท า แผนป้ายแสดงรายละเอียดก่อสร้าง
3.3- 16
แบบหนังสือรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
3.3- 17
หนังสือรับรองวิศวกร
ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

เขียนที่…………………………………….……
วันที่………เดือน…………………..พ.ศ…………
โดยหนังสือฉบับนี ข้าพเจ้า……………………………………………….……………………………………………ซึ่ง ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภท…………………………….…………………..……………… สาขา………………….…แขนง……………………..ตามใบอนุญาตเลขทะเบียน……………………………..และขณะนี มิได้ถูก เพิกถอนใบอนุญาต
ขอรับรองว่าข้าพเจ้าเป็นผู้รับผิดชอบตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ.2542 โดยข้าพเจ้า เป็น ผู้อ านวยการควบคุมดูแล และรับผิดชอบการก่อสร้าง………………….……………………………………ใน สาขา…………………………ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ แบบรูป และข้อก าหนดตลอดระยะเวลาก่อสร้างที่ ต าบล/แขวง………………….…………..อ าเภอ/เขต………………………..……………………จังหวัด………………………………. ตามสัญญาเลขที่…………………………………………
เพื่อเป็นหลักฐาน ข้าพเจ้าได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นส าคัญ
(ลงชื่อ)…………………………………………….วิศวกร
(………………………………………….)
(ลงชื่อ)……………………………………………ผู้จัดการ (นิติบุคคล)
(…………………..…………………….)
ประทับตรา (ถ้ามี)
หมายเหตุ : หนังสือรับรองของวิศวกรผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมนี
ให้ผู้รับจ้างเสนอภายใน 15 วัน นับถัดจากลงนามในสัญญา
3.3- 18
รายงานแผน-ผลการปฏิบัติงานก่อสร้าง รายงานแผนการใช้เครื่องจักร-เครื่องมือ รายงานแผนบุคลากร
3.3- 19

3.3- 20

3.3- 21

3.3- 22
การทดลองและตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุ เพื่อควบคุมงานก่อสร้าง
3.3- 23

3.3- 24

3.3- 25

3.3- 26

3.3- 27

3.3- 28

3.3- 29

3.3- 30
3.3- 31
3.3- 32
3.3- 33
ตารางการจัดท าแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ตารางการจัดท าแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
3.3- 34
3.3- 35
3.3- 36
รายการรายละเอียดด้านวิศวกรรม
งานจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสทธิภาพการเก็บกักน ้าอ่างเก็บน ้าคลองหัวช้าง อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ โครงการปรับปรุงระบบชลประทานและอาคารประกอบ โครงการส่งน ้าและบ้ารุงรักษาท่าเชียด ต้าบลตะโหมด อ้าเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง
สารบัญ
เรื่อง หน้าที่
บทที่ 1 2 บทน ำ
1.1 ข้อก ำหนดทั่วไป 2-8 1.2 งำนก่อสร้ำงชั่วครำว 8-17 1.3 กำรป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 17
บทที่ 2 18 งำนขุดและขนย้ำย
2.1 ขอบเขตของงำนขุด 18 2.2 งำนถำกถำง 18-20 2.3 งำนขุดเปิดหน้ำดิน 20 2.4 งำนขุด 20-22 2.5 งำนขุดปรับแต่งล ำน ำ 22-23 2.6 งำนขุดเพื่อสร้ำงอำคำรคอนกรีต 23 2.7 กำรรวมกองวัสดุที่ได้จำกงำนขุด 23-24 2.8 กำรวัดปริมำณงำนและกำรจ่ำยเงิน 24-26
บทที่ 3 27 งำนถมกลับบดอัด
3.๑ งำนถมกลับบดอัด 27 3.๒ กำรวัดปริมำณและกำรจ่ำยเงิน 27 บทที่ 4 28 งำนคอนกรีต (Concrete Work)
4.1 คอนกรีต 28-31 4.2 เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต 32-34 4.3 กำรท ำงำนคอนกรีต 34-45
4.4 รอยต่อคอนกรีต 45 4.5 วัสดุรอยต่องำนคอนกรีต 45-47 4.6 กำรเก็บตัวอย่ำงวัสดุก่อสร้ำงเพื่อกำรทดสอบและก ำหนดอัตรำส่วนผสม 47-48 4.7 กำรวัดปริมำณงำนและกำรจ่ำยเงิน 49-50

สารบัญ (ต่อ)
เรื่อง หน้าที่
บทที่ 5 51 บำนระบำยน ำแบบพับได้ (ถุงลมยำง)
5.1 ข้อก ำหนดและรำยละเอียดเฉพำะบำนระบำยน ำแบบพับได้ (ถุงลมยำง) 51-59 บทที่ 6 60 ระบบควบคุมอัตโนมัติและสั่งกำรระยะไกล
6.1 หลักเกณฑ์ทั่วไป 60 6.2 ขอบเขตของงำน 60-61 6.3 ลักษณะกำรท ำงำนของระบบควบคุมและดูแลผล 61-62 6.4 ข้อก ำหนดทำงเทคนิค 62-94

บทที่ 1
บทน้า
1.1 ข้อก้าหนดทั่วไป
1.1.1 ค้าน้า
รำยกำรรำยละเอียดด้ำนวิศวกรรม (Technical Specification) จะต้องใช้ควบคู่กับเงื่อนไข ของสัญญำ (Conditions of Contract) แบบก่อสร้ำง (Construction Drawings) ใบแจ้งปริมำณงำน และ รำคำ (Bill of Quantities) และผู้รับจ้ำงจะต้องปฏิบัติตำมเงื่อนไขที่ระบุในเอกสำรสัญญำและตำมค ำแนะน ำ ของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงหรือคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเห็นสมควร
ผู้รับจ้ำงจะต้องทรำบสภำพของบริเวณก่อสร้ำงและขอบเขตของงำนก่อสร้ำงเป็นอย่ำงดี และจะต้องท ำกำรก่อสร้ำงตำมรำยกำรรำยละเอียดด้ำนวิศวกรรม แบบรูปรำยละเอียดและค ำแนะน ำ ของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงหรือคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเห็นสมควร
รำยกำรรำยละเอียดด้ำนวิศวกรรมนี จะระบุมำตรฐำนต่ ำสุดที่ยอมให้ เพื่อใช้ส ำหรับงำน ก่อสร้ำงตำมสัญญำนี
ผู้รับจ้ำงจะต้องปฏิบัติตำมข้อก ำหนดและภำระผูกพันต่ำงๆ ซึ่งได้ระบุไว้ในเงื่อนไข ของสัญญำและรำยกำรรำยละเอียดด้ำนวิศวกรรม ค่ำใช้จ่ำยส ำหรับกำรท ำงำนตำมภำระผูกพันต่ำงๆ เช่น กำรโยกย้ำยเครื่องจักรก่อสร้ำงเข้ำปฏิบัติงำน ค่ำด ำเนินกำร ก ำไร ฯลฯ จะรวมอยู่ในรำยกำรค่ำใช้จ่ำย (Pay Item) ในค่ำด ำเนินกำรของสัญญำนี
1.1.2 ขอบเขตของงาน
บริเวณก่อสร้ำงตั งอยู่ที่อ่ำงเก็บน ำคลองหัวช้ำงอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ ต ำบลตะโหมด อ ำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง งำนก่อสร้ำงตำมสัญญำนี ประกอบด้วย
(1) งำนปรับปรุงอำคำรทำงระบำยน ำล้นและติดตั งบำนระบำยแบบพับได้ ยำว 14 เมตร สูง 1.00 เมตร
(2) งำนก่อสร้ำงอำคำรควบคุม
(3) งำนระบบควบคุมบำนระบำยแบบพับได้แบบอัตโนมัติควบคุมในระยะไกลด้วยสัญญำณ Internet
1.1.3 มาตรฐาน
ในรำยกำรรำยละเอียดด้ำนวิศวกรรมนี จะมีกำรอ้ำงถึงมำตรฐำนต่ำงๆ เช่น มำตรฐำน อุตสำหกรรมไทย มอก. ตำมด้วยเลขที่ที่เหมำะสม ในกรณีนี กำรอ้ำง มอก. จะรวมถึงข้อควำมว่ำ" หรือมำตรฐำนเทียบเท่ำ ซึ่งจะต้องได้รับควำมเห็นชอบจำกคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ ก่อนน ำไปใช้งำน
ในกรณีที่ผู้รับจ้ำงเสนอที่จะส่งมำตรฐำนอื่นเพื่อรับกำรพิจำรณำจำกคณะกรรมกำร ตรวจรับพัสดุ ผู้รับจ้ำงจะต้องให้เวลำคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเพียงพอในกำรตรวจสอบมำตรฐำนนั นๆ และ ในกำรท ำกำรทดสอบตำมค ำสั่งของคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเพื่อยืนยันว่ำวัสดุที่ส่งมำตำมมำตรฐำนอื่นนั น เป็น

ที่ยอมรับได้ ผู้รับจ้ำงจะต้องส่งมอบมำตรฐำนเป็นภำษำไทย หรือค ำแปลจำกภำษำอังกฤษ ให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ ว่ำจ้ำงและคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ ใช้ระหว่ำงกำรก่อสร้ำงรวม 2 (สอง) ชุดด้วย
ผู้รับจ้ำงจะไม่คิดค่ำใช้จ่ำยอันเกิดจำกควำมล่ำช้ำของงำนก่อสร้ำงเนื่องจำกกำรทดสอบใดๆ และถือว่ำเป็นหน้ำที่ของผู้รับจ้ำงที่จะต้องจัดเวลำไว้อย่ำงเพียงพอส ำหรับกำรทดสอบวัสดุต่ำงๆ ที่จ ำเป็น ส ำหรับงำนก่อสร้ำง
ส่งมอบมำตรฐำนเป็นภำษำไทย หรือค ำแปลจำกภำษำอังกฤษ ให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงและ คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ ใช้ระหว่ำงกำรก่อสร้ำงรวม 2 (สอง) ชุดด้วย
ผู้รับจ้ำงจะไม่คิดค่ำใช้จ่ำยอันเกิดจำกควำมล่ำช้ำของงำนก่อสร้ำงเนื่องจำกกำรทดสอบใดๆ และถือว่ำเป็นหน้ำที่ของผู้รับจ้ำงที่จะต้องจัดเวลำไว้อย่ำงเพียงพอส ำหรับกำรทดสอบวัสดุต่ำงๆ ที่จ ำเป็น ส ำหรับงำนก่อสร้ำง
รำยชื่อต่อไปนี คือมำตรฐำนที่ยอมรับในระดับนำนำชำติ ค ำย่อที่ได้แสดงไว้ส ำหรับมำตรฐำน แต่ละอย่ำงเป็นกำรใช้ค ำเพื่อให้เกิดควำมเข้ำใจส ำหรับมำตรฐำนต่ำงๆ ดังนี
TIS Thai Industrial Standards (มำตรฐำนอุตสำหกรรมไทย, มอก.)
JIS Japanese Industrial Standards
AASHTO American Association of State Highway and Transportation Officials ACI American Concrete Institute
AGA American Gas Association
AIJ Architectural Institute of Japan
AGMA American Gear Manufacturers Association
AISC American Institute of Steel Construction
AISI American Iron & Steel Institute
ANSI American National Standards Institute
API American Petroleum Institute
ARI Air conditioning and Refrigeration Institute
ASCE American Society of Civil Engineers
ASME American Society of Mechanical Engineers
ASTM American Society for Testing and Materials
AWS American Welding Society
AWWA American Water Works Association
BS British Standard
CIPRA Cast Iron Pipe Research Association
CISPI Cast Iron Soil Pipe Institute
CP British Standards Institution (Code of Practice)
DEMA Diesel Engine Manufacturers Association
DIN German Standards
Fed. Spec United States of America Federal Specification
IEEE Institute of Electrical and Electronics Engineers
ISO International Organization for Standardization
JEC Standard of Japanese Electrical Committee
JEM Standard of Japanese Electrical Manufacturers Association

JRS Japanese Railway Standard
JSCE Japan Society of Civil Engineering
JWWA Japanese Water Works Association
NEMA National Electrical Manufacturer’s Association
PWA Provincial Waterworks Authority
PEA Provincial Electricity Authority
SSPC Steel Structures Painting Council
1.1.4 วัสดุก่อสร้างและมาตรฐานงานฝีมือ
(1) ผู้รับจ้ำงจะต้องส่งตัวอย่ำงวัสดุก่อสร้ำง รำยชื่อแหล่งผลิต แหล่งส่งวัสดุ และ/หรือ ผู้ผลิตให้กับผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงเพื่อขออนุมัติ โดยได้รับควำมเห็นชอบจำกคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ ภำยในเวลำ 30 (สำมสิบ) วันหลังจำกลงนำมในสัญญำ วัสดุก่อสร้ำงหลักที่จะต้องได้รับกำรอนุมัติก่อน ได้แก่ ซีเมนต์ กรวดหรือหินผสม ทรำยและน ำ ส ำหรับผสมคอนกรีต วัสดุส ำหรับหินเรียง (Riprap) คำนคอนกรีต เหล็กเสริมและเหล็กก่อสร้ำงและวัสดุหลักอื่นๆ ที่มีกำรก ำหนดมำตรฐำนไว้ ผู้รับจ้ำงต้องส่งเอกสำรแสดง
คุณสมบัติวัสดุที่จะขออนุมัติ โดยแสดงตำรำงเปรียบเทียบกับวัสดุตำมข้อก ำหนดพร้อมทั งแนบมำตรฐำน ที่ใช้ทดสอบวัสดุนั นๆ
(2) ดิน ผิวหน้ำดิน กรวด หิน ไม้ และวัสดุอื่นๆ ที่ได้จำกกำรขุด กำรปรับพื นที่และถำกถำง บริเวณก่อสร้ำงจะตกเป็นของผู้ว่ำจ้ำงและผู้รับจ้ำงจะต้องไม่ขนย้ำยออกจำกบริเวณก่อสร้ำงโดยมิได้รับค ำยินยอมจำก คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ ผู้รับจ้ำงอำจใช้ต้นไม้ที่ล้มลงในบริเวณก่อสร้ำงและวัสดุอื่นๆ ที่ขุดขึ นมำตำม สัญญำว่ำจ้ำงเพื่อท ำกำรก่อสร้ำงเมื่อได้รับกำรอนุมัติ หรือค ำสั่งจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงแล้ว
(3) มำตรฐำนงำนฝีมือจะต้องมีคุณภำพสูงสุดในงำนก่อสร้ำงประเภทต่ำงๆ วัสดุก่อสร้ำง ทั งหมด ที่ใช้ในกำรก่อสร้ำงจะต้องมีคุณภำพสูงสุดตำมประเภทของงำน ซึ่งระบุหรืออธิบำยไว้ในรำยกำร รำยละเอียดด้ำนวิศวกรรม แบบรูปรำยละเอียดที่ใช้ในกำรก่อสร้ำงและใบแจ้งปริมำณงำนและรำคำ นอกเสียจำกจะได้มีกำรระบุไว้เป็นอย่ำงอื่นหรือได้รับอนุมัติจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงอีกทั งจะต้องเป็นไปตำม มำตรฐำนที่อ้ำงถึงฉบับที่มีผลบังคับอยู่ในปัจจุบันหรือมำตรฐำนอื่นที่เทียบเท่ำซึ่งจะต้องเสนอต่อผู้ควบคุมงำนของผู้
ว่ำจ้ำงเพื่อพิจำรณำตรวจสอบอนุมัติและให้คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุรับทรำบก่อนที่ผู้รับจ้ำงจะด ำเนินกำร ต่อไป
(4) รำยกำรวัสดุก่อสร้ำงใดที่ไม่ได้แสดงไว้ในใบแจ้งปริมำณงำนและรำคำ แต่ผู้รับจ้ำงต้อง น ำมำใช้งำน ให้ถือว่ำรวมอยู่ในรำคำต่อหน่วยของงำนที่ต้องใช้วัสดุก่อสร้ำงชนิดนั นๆ โดยรวมถึง ค่ำขนส่ง ค่ำทดสอบ กำรจัดเก็บ กำรเคลื่อนย้ำยวัสดุก่อสร้ำงนั นๆ ด้วย
1.1.5 แผนปฏิบัติงาน
งำนก่อสร้ำงจะด ำเนินกำรไปตำมแผนปฏิบัติงำน ซึ่งแนบอยู่กับเอกสำรสัญญำ
(1) ภำยใน 15 (สิบห้ำ) วันนับถัดจำกวันลงนำมในสัญญำ ผู้รับจ้ำงจะต้องส่งแผนปฏิบัติงำน แผนกำรใช้เครื่องจักร - เครื่องมือ ซึ่งมีวิศวกรของผู้รับจ้ำงระดับไม่ต่ ำกว่ำสำมัญวิศวกรตำม พรบ.วิศกร พ.ศ. 2542 ลงนำมรับรองมำด้วย และรำยชื่อวิศวกรผู้ควบคุมงำนของผู้รับจ้ำง โดยแผนปฏิบัติงำนจะต้องแสดง ถึงขั นตอนของกำรท ำงำนให้ถูกต้องตำมสภำพฤดูกำลและก ำหนดเวลำที่ต้องใช้ในกำรท ำงำนหลักต่ำงๆให้แล้วเสร็จ โดยให้เสนอต่อผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงเพื่อพิจำรณำอนุมัติและเสนอให้คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเห็นชอบ ก่อนที่ผู้รับจ้ำงจะด ำเนินกำรต่อไป

(2) แผนปฏิบัติงำนตำมข้อ (1) จะมีกำรปรับแก้ได้ตำมกำรเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ของกำรก่อสร้ำง หรือตำมค ำแนะน ำของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง โดยผู้รับจ้ำงจะไม่สำมำรถเรียกร้องค่ำใช้จ่ำย เพิ่มขึ นเนื่องจำกกำรปรับแก้แผนปฏิบัติงำนดังกล่ำว ซึ่งผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงเห็นว่ำมีควำมจ ำเป็นเพื่อที่จะ ท ำงำนให้แล้วเสร็จตำมระยะเวลำที่ระบุในสัญญำจ้ำง ส ำหรับแผนปฏิบัติงำนและแผนกำรใช้เครื่องจักร – เครื่องมือที่ได้รับกำรอนุมัติจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงและเสนอให้คณะกรรมกำร ตรวจรับพัสดุเห็นชอบ ก่อนที่ผู้รับจ้ำงจะด ำเนินกำร ต่อไปแล้วนี ให้ถือว่ำเป็นส่วนหนึ่งของสัญญำนี ด้วยและมิได้ลดควำมรับผิดชอบ ของผู้รับจ้ำงแต่อย่ำงใด
(3) ทุกๆ 30 (สำมสิบ) วัน ผู้รับจ้ำงจะต้องเปรียบเทียบควำมก้ำวหน้ำของงำนที่เกิดขึ นจริง กับควำมก้ำวหน้ำที่คำดกำรณ์ไว้ในแผนปฏิบัติงำนที่แสดงรำยละเอียดไว้ ผลของกำรเปรียบเทียบด้วยโปรแกรม ดังกล่ำวจะน ำมำรำยงำนในรำยงำนควำมก้ำวหน้ำประจ ำเดือนดังที่กล่ำวใน ข้อ 1 .1.11 “รำยงำน ควำมก้ำวหน้ำและกำรบันทึกด้วยภำพถ่ำยประจ ำเดือน”
กรณีที่กิจกรรมของผู้รับจ้ำงได้ล่ำช้ำออกไป ผู้รับจ้ำงจะต้องแสดงค ำอธิบำยโดยละเอียดใน รำยงำนควำมก้ำวหน้ำประจ ำเดือนและจะต้องเสนอแนวทำงที่จะปรับแก้ไขเพื่อที่จะเร่งรัดงำน ให้ทันตำมก ำหนดไว้เดิม
1.1.6 การขนย้ายเครื่องจักร – เครื่องมือเข้าไปในบริเวณงาน
(1) ภำยในเวลำ 30 (สำมสิบ) วันนับจำกวันลงนำมในสัญญำ ผู้รับจ้ำงจะต้องยื่นเสนอ แผนกำร และวิธีกำร ซึ่งแสดงรำยละเอียดในกำรเตรียมและขนย้ำยเครื่องจักร – เครื่องมือตำมที่ก ำหนดไว้ใน เอกสำรประกวดรำคำของสัญญำนี ทั งนี เพื่อที่จะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่ำ ผู้รับจ้ำงจะท ำกำรเตรียมและ ขนย้ำยเครื่องจักร - เครื่องมือได้ทันภำยใน 60 (หกสิบ) วัน นับจำกวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เข้ำด ำเนินกำร
(2) ผู้รับจ้ำงต้องจัดหำเครื่องจักร - เครื่องมือให้มีจ ำนวนเพียงพอ ส ำหรับงำนก่อสร้ำงที่มี ประสิทธิภำพและเหมำะสมกับงำนที่ท ำกำรก่อสร้ำงให้ได้งำนที่มีคุณภำพและเสร็จทันตำมก ำหนดเวลำตำมสัญญำ (3) ไม่ว่ำเวลำใดก็ตำม ถ้ำผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงหรือคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ เห็นว่ำเครื่องจักร - เครื่องมือเหล่ำนั นขำดประสิทธิภำพ ไม่เหมำะสมหรือไม่พอเพียงที่จะท ำงำน ให้มีคุณภำพ หรือไม่สำมำรถท ำงำนให้ก้ำวหน้ำในอัตรำที่น่ำพอใจ ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงหรือคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุมี สิทธิสั่งกำรให้ผู้รับจ้ำงเพิ่มประสิทธิภำพ เปลี่ยนชนิดหรือเพิ่มจ ำนวนเครื่องจักร - เครื่องมือซึ่งผู้รับจ้ำงต้อง ปฏิบัติตำมโดยไม่บิดพลิ ว ผู้รับจ้ำงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่ำจ้ำงเพิ่มหรือเรียกร้องอื่นๆ จำกกำรกระท ำตำมค ำสั่ง ของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงหรือคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ
ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดท ำบัญชีแสดงคุณภำพ จ ำนวน รำคำและรำยละเอียดทำงเทคนิค ของ เครื่องจักร – เครื่องมือที่จะใช้ในงำนภำยใต้สัญญำนี ทุกรำยกำร จะต้องแจ้งลักษณะของทุกรำยกำร ให้ถูกต้องชัดเจนเพียงพอที่จะตัดสินได้ว่ำขนำด ชนิด ควำมคงทน กำรใช้งำน ถูกต้องตรงตำมข้อก ำหนดนี บัญชีดังกล่ำวมอบให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงจ ำนวน 1 (หนึ่ง) ชุดและเป็นส ำเนำ 5 (ห้ำ) ชุด
1.1.7 การส้ารวจวางแผนผัง
ผู้ว่ำจ้ำงได้ก ำหนดหมุดหลักฐำน เพื่อใช้ในกำรก ำหนดต ำแหน่ง ระดับของงำนและโครงสร้ำง อำคำร ดังนี
(1) หมุดหลักฐำนที่ก ำหนดซึ่งแสดงไว้ในแบบรูปรำยละเอียดหรือตำมที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ ว่ำจ้ำงก ำหนด
(2) ก่อนด ำเนินกำรก่อสร้ำง คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุจะส่งมอบหมุดหลักฐำนให้ผู้รับจ้ำง ผู้รับจ้ำงต้องตรวจสอบควำมถูกต้องเที่ยงตรงของค่ำพิกัดและค่ำระดับที่มอบให้ ยืนยันควำมถูกต้อง

ต่อคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเป็นลำยลักษณ์อักษรเสียก่อนและต้องรับผิดชอบในกำรดูแลรักษำ หมุดหลักฐำนข้ำงต้นให้อยู่ในสภำพดีไม่ถูกท ำลำยตลอดกำรใช้งำน
(3) ผู้รับจ้ำงต้องท ำกำรถ่ำยค่ำระดับและค่ำพิกัดไปยังต ำแหน่งต่ำงๆ ของงำนที่แสดงไว้ใน แบบรูปรำยละเอียดหรือตำมที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงก ำหนด รวมทั งท ำกำรส ำรวจค่ำระดับ เช่น รูปตัดขวำง รูปตัดตำมยำว ระดับอำคำรต่ำงๆ และค ำนวณปริมำณงำนเบื องต้นเสนอผู้ควบคุมงำน ของผู้ว่ำจ้ำง เพื่อพิจำรณำตรวจสอบและเสนอให้คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุพิจำรณำเห็นชอบก่อนด ำเนินกำรก่อสร้ำง
ข้อมูลที่ได้จำกกำรถ่ำยระดับ ค่ำพิกัดและกำรส ำรวจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต้องส่งให้ผู้ควบคุมงำนของ ผู้ว่ำจ้ำงพิจำรณำตรวจสอบเพื่ออนุมัติและได้รับควำมเห็นชอบจำกคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุทุกครั ง กำรที่ คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุได้ให้ควำมเห็นชอบนี ไ ม่ท ำให้ผู้รับจ้ำงต้องพ้นผิดในควำมเสียหำย หรือควำมรับผิดชอบตำมสัญญำแต่ประกำรใด หำกปรำกฏควำมเสียหำยเนื่องจำกกำรส ำรวจวำงผัง และระดับ ต่ำงๆ แล้ว ผู้รับจ้ำงจะต้องท ำกำรแก้ไขควำมผิดพลำดต่ำงๆ ด้วยทุนทรัพย์ของผู้รับจ้ำงเองจะมำเรียกร้อง ค่ำใช้จ่ำยจำกผู้ว่ำจ้ำงอีกมิได้
1.1.8 งานจัดท้าแบบรูปเพิ่มเติม (Shop Drawings) และแบบหลักฐาน (As-built Drawings) (1) ในกรณีที่แบบรูปรำยละเอียดแนบท้ำยสัญญำนี มีรำยละเอียดไม่เพียงพอที่จะน ำไปใช้ ก่อสร้ำงได้ ผู้รับจ้ำงจะต้องท ำแบบรูปเพิ่มเติม (Shop Drawings) ขนำด A1 ตำมที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง เห็นสมควร โดยก่อนเริ่มท ำงำนผู้รับจ้ำงจะต้องเสนอแบบรูปเพิ่มเติมให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงเพื่อพิจำรณำ ตรวจสอบอนุมัติและเสนอให้คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเห็นชอบก่อนที่ผู้รับจ้ำงจะด ำเนินกำรต่อไปและหำก เกิดควำมเสียหำยใดๆ อันเนื่องมำจำกแบบรูปเพิ่มเติม ผู้รับจ้ำงจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในกำรจัดท ำแบบรูป เพิ่มเติมดังกล่ำวนั น ทั งนี กำรอนุมัติแบบรูปเพิ่มเติมดังกล่ำว ของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงมิได้ลดควำม รับผิดชอบของผู้รับจ้ำงแต่อย่ำงใดและหำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงพิจำรณำให้ท ำกำรแก้ไขเพิ่มเติมหรือ เปลี่ยนแปลงแบบรูปเพิ่มเติมที่ได้รับอนุมัติไว้แล้ว ผู้รับจ้ำงต้องท ำกำรแก้ไข เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงแบบรูป เพิ่มเติม ซึ่งได้รับอนุมัติไว้แล้วนั นตำมควำมเห็นของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง ค่ำใช้จ่ำยในกำรนี เป็นของผู้ รับจ้ำงทั งสิ นและผู้รับจ้ำงจะเรียกร้องค่ำใช้จ่ำยใดๆ เพิ่มจำกผู้ว่ำจ้ำงมิได้
(2) ผู้รับจ้ำงต้องจัดท ำแบบหลักฐำน (As-built Drawings) ขนำด A1 ซึ่งแสดงต ำแหน่ง แนว ระดับ ขนำด รูปร่ำง และรำยละเอียดต่ำงๆ ของงำนก่อสร้ำงตำมที่ได้จัดสร้ำง และประกอบติดตั งไว้จริงในสนำม และได้รับควำมเห็นชอบจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง โดยผู้รับจ้ำงต้องจัดท ำแบบรูปรำยละเอียดต้นฉบับ (Sepias) โดยสมบูรณ์ จ ำนวน 1 (หนึ่ง) ชุด พิมพ์เขียว จ ำนวน 5 (ห้ำ) ชุด พร้อมสแกน (Scan) แบบหลักฐำน ให้มีค่ำควำมละเอียดสูงบันทึกลง Hard Drive ขนำดควำมจุอย่ำงน้อย 500 Gigabyte จ ำนวน 5 (ห้ำ) ชุด ส่ง
มอบให้คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุพร้อมกับกำรส่งมอบงำนงวดสุดท้ำย
(3) ค่ำใช้จ่ำยในกำรจัดท ำแบบรูปเพิ่มเติม (Shop Drawings) และแบบหลักฐำน (As-Built Drawings) รวมทั งค่ำใช้จ่ำยในกำรส ำรวจหำข้อมูล ค่ำใช้จ่ำยในงำนที่เกี่ยวเนื่องกับกำรจัดท ำแบบรูป รำยละเอียดดังกล่ำวเป็นของผู้รับจ้ำง โดยให้คิดรวมอยู่ในค่ำด ำเนินกำรของสัญญำนี
ข้อส ำคัญ ผู้ว่ำจ้ำงขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงแบบรูปรำยละเอียดและต ำแหน่งของงำน ก่อสร้ำงได้ตำมสภำพข้อเท็จจริงในสนำม ผู้รับจ้ำงจะเรียกร้องค่ำใช้จ่ำยใดๆ เพิ่มจำกผู้ว่ำจ้ำงมิได้ 1.1.9 ข้อเสนอด้านเทคนิค ข้อมูลและตัวอย่างที่จะส่ง
ข้อเสนอด้ำนเทคนิคข้อมูลและตัวอย่ำงที่จะส่งผู้รับจ้ำงจะต้องส่งมอบให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ ว่ำจ้ำงอนุมัติและเสนอคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเห็นชอบโดยเร็วที่สุด ซึ่งแบบแค็ตตำล็อก(Catalogue) ตัวอย่ำง รูปและข้อมูลที่เป็นค ำอธิบำยของวัสดุก่อสร้ำงหรืออุปกรณ์ทำงด้ำนเครื่องกลไฟฟ้ำและสถำปัตยกรรม

ซึ่งผู้รับจ้ำงเสนอที่จะใช้ในสัญญำนี ส ำหรับวัสดุและอุปกรณ์บำงประเภทก็อำจมีควำมจ ำเป็นจะต้องส่งข้อมูล ตำมแบบฟอร์มรำยละเอียดของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงหรือคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ ผู้รับจ้ำงจะต้องส่ง มอบตัวอย่ำงของวัสดุก่อสร้ำงที่จะใช้ให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงอนุมัติและคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ เห็นชอบ
(1) ผู้รับจ้ำงไม่มีสิทธิที่จะร้องขอเวลำที่ได้ใช้ไปส ำหรับกำรทดสอบใดๆ และส ำหรับ กำรตรวจกำรอนุมัติแผนกำรก่อสร้ำงของผู้ว่ำจ้ำงด้วย
(2) ผู้ว่ำจ้ำงจะเก็บตัวอย่ำงที่ได้รับกำรอนุมัติแล้วไว้ 1 (หนึ่ง) ตัวอย่ำงเพื่อเป็นกำรอ้ำงอิง ตัวอย่ำงที่ได้รับอนุมัติเหล่ำนี
1.1.10 การทดสอบวัสดุก่อสร้าง
วัสดุที่จะใช้ก่อสร้ำงงำนถำวรจะต้องท ำกำรทดสอบที่สถำนที่ผลิตหรือสถำนที่แปรรูปหรือที่ บริเวณก่อสร้ำง เพื่อที่จะตรวจสอบจนเป็นที่ยอมรับของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงว่ำถูกต้องตำมข้อก ำหนดใน รำยกำรรำยละเอียดด้ำนวิศวกรรม หำกกำรทดสอบเช่นนั นจะกระท ำในสถำนที่ผลิตหรือแปรรูปจะต้องท ำกำร ทดสอบภำยใต้กำรควบคุมงำนของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง หรือสถำบันทดสอบวัสดุที่คณะกรรมกำรตรวจรับ พัสดุยอมรับ และผู้รับจ้ำงจะต้องส่งมอบใบรับรองของผู้จัดส่งวัสดุให้คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุก่อนที่จะส่ง วัสดุนั นมำใช้งำน ค่ำใช้จ่ำยต่ำงๆ เกี่ยวกับกำรทดสอบวัสดุก่อสร้ำงจะเป็น ของผู้รับจ้ำงทั งสิ น ทั งนี หำกเกิด ควำมล่ำช้ำเนื่องจำกกำรนี ผู้รับจ้ำงไม่สำมำรถจะน ำมำใช้เป็นข้ออ้ำงที่ไม่สำมำรถปฏิบัติงำนได้
1.1.11 รายงานความก้าวหน้าและการบันทึกด้วยภาพประจ้าเดือน
(1) ผู้รับจ้ำงต้องส่งรำยงำนแสดงควำมก้ำวหน้ำของงำนเป็นรูปเล่ม ซึ่งรำยละเอียดอย่ำงน้อย ต้องประกอบด้วย บุคลำกร แรงงำนเครื่องจักร-เครื่องมือ อุปกรณ์ กิจกรรม ภำพถ่ำย สภำพแวดล้อม ฯลฯ ให้ ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง และคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุทรำบเป็นระยะทุกๆ 30 (สำมสิบ) วัน ตำมแบบฟอร์ม ที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงก ำหนดให้และได้รับควำมเห็นชอบจำกคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุก่อน หำกปรำกฏ ว่ำกำรท ำงำนล่ำช้ำกว่ำแผนที่ได้เสนอไว้ ผู้รับจ้ำงต้องชี แจงถึงสำเหตุที่ล่ำช้ำ รวมทั งต้องพิจำรณำเปลี่ยนแปลง แผนเร่งรัดกำรท ำงำนให้แล้วเสร็จตำมแผนที่ก ำหนดไว้เดิม โดยให้ผู้รับจ้ำงจัดส่งจ ำนวน 6 (หก) ชุดต่องวด
(2) ผู้รับจ้ำงจะต้องส่งภำพถ่ำยให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง และคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ จ ำนวนอย่ำงน้อย 6 (หก) ชุด ซึ่งประกอบด้วยภำพที่คุณภำพดีในส่วนกำรก่อสร้ำงที่ส ำคัญทั งหมด โดยจัดส่งไป พร้อมกับรำยงำนควำมก้ำวหน้ำประจ ำเดือนของแต่ละเดือน กำรบันทึกด้วยภำพถ่ำยประจ ำเดือน นี จะ ประกอบด้วยรูปภำพประมำณ 30 (สำมสิบ) ภำพ ขนำด 110 มิลลิเมตร x 160 มิลลิเมตร อยู่ในรูปเล่ม และ แผ่นบันทึกข้อมูล รวมไว้ใน ข้อ (1) พร้อมทั งค ำอธิบำยย่อๆบริเวณที่ถ่ำยภำพและวันที่ถ่ำยภำพ
(3) รำยงำนประจ ำวันและประจ ำสัปดำห์ส ำหรับวันที่เสนอจะท ำงำน โดยเสนอแบบฟอร์ม เพื่อให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงอนุมัติและเสนอให้คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเห็นชอบก่อนด ำเนินกำร รำยงำนดังกล่ำวนี จะต้องส่งให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงจ ำนวน 3 (สำม) ชุด ภำยในเวลำ 09.00 น. ของวัน ถัดไปและในวันแรกของสัปดำห์ถัดไป
1.1.12 การประชุมที่บริเวณก่อสร้าง
ผู้รับจ้ำงหรือผู้แทนที่ได้รับมอบอ ำนำจจำกผู้รับจ้ำงจะต้องเข้ำร่วมประชุมที่บริเวณก่อสร้ำงทุก ครั ง ซึ่งจะจัดเป็นประจ ำโดยผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง หรือคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ ทั งนี หำกมีกำรใช้ ภำษำต่ำงประเทศในระหว่ำงกำรประชุม ผู้รับจ้ำงต้องจัดหำล่ำม (Interpreter) เพื่อให้กำรติดต่อสื่อสำรเป็นไป ด้วยควำมเรียบร้อย และต้องมีนักแปล (Translator) ส ำหรับบันทึกรำยงำนกำรประชุมเป็นภำษำอังกฤษและ ภำษำไทยในบทสนทนำนั นๆ ทุกครั ง

1.1.13 การเสนอขั นตอน และวิธีการท้างานของผู้รับจ้าง
ทุกครั งก่อน และเริ่มกำรก่อสร้ำงงำนแต่ละรำยกำรตำมที่ระบุไว้ในสัญญำ ผู้รับจ้ำงจะต้อง เสนอรำยละเอียดขั นตอน วิธีกำรท ำงำน เครื่องจักร - เครื่องมือ มำตรฐำนที่เกี่ยวข้องและสิ่งจ ำเป็นอื่นๆ ตำม มำตรฐำนของกำรก่อสร้ำงและหลักวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องเป็นที่ยอมรับในหลักวิชำกำร พร้อมทั งอธิบำย รำยละเอียดต่ำงๆ ดังกล่ำวให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงพิจำรณำ
1.1.14 การวัดปริมาณงานและการจ่ายเงิน
จะไม่มีกำรจ่ำยเงินในข้อ 1.1.1 - 1.1.13 ค่ำใช้จ่ำยส่วนนี ให้คิดรวมอยู่ในค่ำด ำเนินกำร ของงำนในสัญญำนี
1.2 งานก่อสร้างชั่วคราว
1.2.1 ทั่วไป
งำนในหมวดนี ได้แก่ กำรเตรียมบริเวณ ถนนชั่วครำวเข้ำบริเวณก่อสร้ำง ระบบไฟฟ้ำ ประปำ กำรก ำจัดน ำเสีย ระบบโทรคมนำคมส ำหรับกำรก่อสร้ำง แคมป์ก่อสร้ำงของผู้รับจ้ำง สถำนบริกำร ข้อก ำหนด ด้ำนควำมปลอดภัยและงำนก่อสร้ำงชั่วครำวอื่นๆ
ผู้รับจ้ำงจะต้องส่งแบบรูปรำยละเอียดปลีกย่อยที่สมบูรณ์เกี่ยวกับงำนก่อสร้ำงชั่วครำว ให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงอนุมัติและได้รับควำมเห็นชอบจำกคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุก่อน ภำยใน 45 (สี่สิบห้ำ) วันนับถัดจำกวันลงนำมในสัญญำ
ข้อเสนอของผู้รับจ้ำงต่อคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ และกำรอนุมัติจะไม่ถือเป็นกำร ผลักภำระควำมรับผิดชอบของผู้รับจ้ำงต่องำนก่อสร้ำงชั่วครำว ส ำหรับกำรท ำงำนตำมวัตถุประสงค์ของผู้ควบคุมงำน ของผู้ว่ำจ้ำงหรือคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ
ผู้รับจ้ำงจะต้องขอรับกำรอนุมัติจำกส่วนรำชกำรที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น ส่วนรำชกำร ในส่วนกลำง และหน่วยงำนอื่นๆ ที่มีอ ำนำจหน้ำที่เกี่ยวข้องก่อนเข้ำด ำเนินกำรก่อสร้ำงเสียก่อน จึงจะเริ่ม ด ำเนินกำรก่อสร้ำงได้
ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงจะไม่อนุมัติให้มีกำรสร้ำงบ้ำน อำคำรส ำนักงำน โรงเก็บของ โรง ปฏิบัติงำน อำคำรที่อยู่อำศัย ภำยใต้ หรือภำยในระยะ 10 เมตร จำกจุดที่ใกล้สุดของระบบไฟฟ้ำแรงสูงใน แบบแปลนจำกตัวน ำไฟฟ้ำของสำยไฟฟ้ำก ำลังที่เดินหรือห้อยอยู่เบื องบน
นอกจำกจะมีกำรระบุไว้อย่ำงชัดเจน สิ่งก่อสร้ำงชั่วครำวจะต้องถูกขนย้ำยออกไปหรือน ำไป ทิ งหรือก ำจัดให้เป็นที่พอใจของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง เมื่อสิ นสุดระยะเวลำของกำรบ ำรุงรักษำ(Period of Maintenance) บริเวณก่อสร้ำงชั่วครำวจะต้องได้รับกำรท ำควำมสะอำด ท ำให้เหมือนเดิมหรือจัดกำรให้เป็น ระเบียบ โดยจะต้องได้รับควำมเห็นชอบจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง
1.2.2 การเตรียมบริเวณก่อสร้าง
บริเวณสถำนที่ก่อสร้ำงอำคำรชั่วครำวในข้อ 1.2.1 รวมทั งโรงจอดรถยนต์ และถนนชั่วครำว (ถ้ำมี) ผู้รับจ้ำงต้องจัดหำมำด้วยทุนทรัพย์ของผู้รับจ้ำงเอง แต่ทั งนี ยังต้องขอควำมเห็นชอบจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ ว่ำจ้ำงก่อน และจะต้องดูแลรักษำบริเวณให้ปรำศจำกควำมเสียหำยต่ำงๆ กำรก่อสร้ำงอำคำรต่ำงๆ ยังจะต้อง ได้รับอนุมัติจำกหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง
โรงปฏิบัติงำน โรงเก็บของ งำนก่อสร้ำง และอุปกรณ์ชั่วครำวอื่นๆ จะไม่ระบุไว้ในสัญญำ เมื่อ ผู้รับจ้ำงต้องกำรใช้ที่ดินเพิ่มเติมซึ่งไม่ได้จัดหำไว้โดยคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดหำที่ดินนั น

และเสียค่ำใช้จ่ำยด้วยตนเอง ภำยหลังได้รับอนุมัติจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง และให้คณะกรรมกำรตรวจรับ พัสดุรับทรำบก่อนที่ผู้รับจ้ำงจะด ำเนินกำรต่อไป
เมื่อมีควำมจ ำเป็นจะต้องจ่ำยค่ำชดเชยตัวบ้ำน ผนัง รั ว ต้นไม้ สิ่งเพำะปลูกและสิ่งกีดขวำง อื่นๆ ในที่ดินซึ่งผู้ว่ำจ้ำงมิได้เป็นผู้ส่งมอบให้ผู้รับจ้ำง ผู้รับจ้ำงจะต้องจ่ำยค่ำชดเชยนั นเอง โดยเป็นค่ำใช้จ่ำยของ ผู้รับจ้ำง
ผู้รับจ้ำงจะต้องเก็บกวำดท ำควำมสะอำดบริเวณก่อสร้ำงตำมรำยกำรรำยละเอียดด้ำนวิศวกรรม และค ำแนะน ำของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง งำนเก็บกวำดท ำควำมสะอำดจะประกอบด้วยกำรขุดลอกและ ก ำจัด ต้นไม้ ไม้พุ่ม รำกพืช และกำรก ำจัดหรือท ำลำยสิ่งก่อสร้ำงที่ไม่จ ำเป็น เช่น อำคำร ถนน ทำงเท้ำและสิ่งที่ เป็นอุปสรรคต่อกำรก่อสร้ำงตำมสัญญำ
วัสดุที่ใช้กำรไม่ได้ เช่น ต้นไม้ที่ได้จำกกำรแผ้วถำงบริเวณที่ผู้ว่ำจ้ำงมอบให้จะตกเป็นของ ผู้ว่ำจ้ำงตำมที่ได้ระบุไว้ใน ข้อ 1.1.4 (2) หำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงสั่งให้เก็บรักษำวัสดุนั นไว้ตำมสัญญำ ผู้รับจ้ำงจะต้องเก็บรักษำวัสดุนั นไว้ในบริเวณที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงก ำหนด
กำรท ำลำยพืช หรือต้นไม้ด้วยกำรเผำจะท ำไม่ได้ หำกไม่ได้รับอนุมัติจำกผู้ควบคุมงำน ของผู้ว่ำจ้ำง เสียก่อน อย่ำงไรก็ตำม ผู้รับจ้ำงจะต้องรับผิดชอบต่อผลของกำรเผำท ำลำยโดยใช้ไฟ แม้ว่ำจะรับอนุมัติจำกผู้ ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงให้ใช้ไฟได้แล้วก็ตำม
เมื่อได้ท ำกำรก่อสร้ำงเสร็จเรียบร้อยแล้วผู้รับจ้ำงจะต้องรื อย้ำยงำนก่อสร้ำงชั่วครำวทั งหมด และน ำของเสียหรือขยะใดๆ ก็ตำมที่ยังหลงเหลืออยู่ออกไปจำกบริเวณก่อสร้ำง ขยะดังกล่ำวจะต้องน ำไปกอง หรือทิ งไว้ในบริเวณที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงก ำหนด
1.2.3 หนังสือแจ้งให้ด้าเนินการ
ผู้รับจ้ำงจะต้องไม่ด ำเนินกำรที่ส ำคัญใดๆ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งกำรปิดถนน ทำง ท่อน ำ หรือ สำธำรณูปกำรอื่นๆ โดยไม่ได้รับค ำยินยอมเป็นลำยลักษณ์อักษรจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ ำจ้ ำง เพื่อพิจำรณำตรวจสอบอนุมัติ และเสนอให้คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุรับทรำบก่อนที่ผู้รับจ้ำงจะด ำเนินกำรต่อไป กำรอนุมัติดังกล่ำวไม่ท ำให้ผู้รับจ้ำงพ้นจำกควำมรับผิดชอบต่อควำมเสียหำยที่อำจเกิดขึ นได้ในภำยหลัง 1.2.4 ถนนชั่วคราว
ผู้รับจ้ำงจะต้องก่อสร้ำง และบ ำรุงรักษำถนนชั่วครำวเข้ำสู่บริเวณและในบริเวณก่อสร้ำงทุก แห่ง กำรบ ำรุงรักษำถนนเข้ำบริเวณก่อสร้ำง จะรวมถึงมำตรกำรควบคุมมิให้เกิดฝุ่นด้วย ซึ่งท ำโดยกำรพ่น ผิวหน้ำถนนด้วยน ำในช่วงที่ผิวหน้ำถนนแห้งและจะเกิดฝุ่นขึ นและจะต้องก ำจัดโคลนซึ่งเป็นอันตรำยในช่วงที่ ถนนเปียกแฉะด้วย ผู้รับจ้ำงจะต้องปรับปรุงผิวจรำจรให้สำมำรถใช้สัญจรได้สะดวก และปลอดภัยตลอดปีเป็น อย่ำงดี
ผู้รับจ้ำงจะต้องก่อสร้ำงถนนชั่วครำวโดยใช้แบบรูปรำยละเอียดและรำยกำรรำยละเอียดด้ำน วิศวกรรมของตนเอง โดยได้รับควำมเห็นชอบจำกคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุก่อนด ำเนินกำรก่อสร้ำง 1.2.5 ระบบไฟฟ้าส้าหรับการก่อสร้าง
ผู้ว่ำจ้ำงไม่ได้จัดหำระบบไฟฟ้ำส ำหรับกำรก่อสร้ำงไว้ให้ ผู้รับจ้ำงจะต้องสร้ำง หรือจัดตั ง สถำนีไฟฟ้ำย่อยจำกระบบไฟฟ้ำสำธำรณะหรือโดยใช้เครื่องก ำเนิดไฟฟ้ำของตนเอง รวมถึงระบบ จ่ำยกระแสไฟฟ้ำให้มีควำมเพียงพอต่อควำมต้องกำรเพื่อจะใช้กับงำนก่อสร้ำง ที่ท ำกำรและที่พักอำศัยของ ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงและผู้รับจ้ำง รวมถึงแคมป์ก่อสร้ำงชั่วครำวและเครื่องจักรอุปกรณ์ ของผู้รับจ้ำง ซึ่ง ระบบไฟฟ้ำนี จะต้องท ำงำนได้วันละ 24 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลำก่อสร้ำง

ส ำหรับกำรด ำเนินกำรและค่ำใช้จ่ำยต่ำงๆ ในกำรขออนุญำต กำรประสำนงำน ฯลฯ เพื่อให้ ได้มำซึ่งงำนนี เป็นหน้ำที่ของผู้รับจ้ำง ทั งนี หำกเกิดควำมล่ำช้ำท ำให้เกิดผลกระทบกับแผนงำนก่อสร้ำงผู้รับจ้ำง จะถือเป็นข้ออ้ำงที่ไม่สำมำรถปฏิบัติงำนและเรียกร้องสิทธิ์มิได้
1.2.6 ระบบประปา
ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดหำน ำซึ่งมีปริมำณเพียงพอและสะอำด มีคุณภำพเป็นที่ยอมรับว่ำเหมำะสม กับงำนก่อสร้ำงประเภทต่ำงๆ ภำยใต้สัญญำนี รวมถึงควำมต้องกำรน ำใช้ในที่ท ำกำร บ้ำนพักอำศัย ห้องปฏิบัติกำร ฯลฯ ของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงและผู้รับจ้ำง ตลอดจนควำมต้องกำรส ำหรับกำรทดสอบ และกระบวนกำรทดสอบ โดยจะต้องมีควำมเพียงพอได้วันละ 24 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลำก่อสร้ำง
ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดหำน ำดื่มซึ่งมีปริมำณเพียงพอส ำหรับที่ท ำกำรและอำคำรที่พักอำศัย ทั งหมด ตลอดระยะเวลำก่อสร้ำง ถ้ำผู้รับจ้ำงมีควำมประสงค์จัดตั งโรงผลิตน ำดื่มขึ นเอง ต้องได้รับอนุมัติจำกผู้ ว่ำจ้ำง และหน่วยงำนรำชกำรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย โดยใช้ค่ำใช้จ่ำยเป็นของผู้รับจ้ำง น ำดื่มจะต้องมีคุณภำพ ตำมมำตรฐำนน ำดื่ม มอก. ที่ 257-2549
1.2.7 ระบบโทรคมนาคม
ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดหำระบบโทรคมนำคมที่บริเวณก่อสร้ำงซึ่งมีขนำดเพียงพอและมี ควำมเชื่อถือสูงพอส ำหรับควำมต้องกำรทำงด้ำนโทรคมนำคมของผู้รับจ้ำงส ำหรับงำนก่อสร้ำงตำมสัญญำ ผู้รับจ้ำงจะส่งข้อเสนอเกี่ยวกับระบบโทรคมนำคมซึ่งมีรำยละเอียดเพียงพอ พร้อมกับแบบรูป รำยละเอียดเพื่อให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงอนุมัติก่อนกำรก่อสร้ำง หรือ ติดตั งระบบโทรคมนำคม ผู้รับจ้ำงจะต้องเตรียมกำรต่ำงๆ ที่จ ำเป็น เพื่อรับกำรอนุมัติจำกหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง ในกำรจัดหำและติดตั งระบบโทรคมนำคมของตน
นอกจำกผู้รับจ้ำงจะตอบสนองควำมต้องกำรของตนเองแล้ว ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดหำและ บ ำรุงรักษำ คู่สำยโทรศัพท์ โทรสำร และอุปกรณ์ที่ต่อเชื่อมกับระบบโทรศัพท์และโทรสำรสำธำรณะ เพื่อใช้งำนให้กับคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุและผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงตลอดระยะเวลำก่อสร้ำง 1.2.8 การจัดการ และก้าจัดขยะมูลฝอย และเศษวัสดุที่เหลือจากการก่อสร้าง
ผู้รับจ้ำงจะต้องเก็บรวบรวม บ ำบัด และก ำจัดขยะมูลฝอยประเภทต่ำงๆ และวัสดุหลงเหลือ จำกกำรก่อสร้ำงเพื่อท ำให้บริเวณก่อสร้ำง และงำนก่อสร้ำงสะอำด และเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั งนี รวมถึง บริเวณที่เก็บรักษำวัสดุของใช้ต่ำงๆ ตลอดระยะเวลำกำรก่อสร้ำง
(1) ขยะมูลฝอยประเภทต่ำงๆ และวัสดุเหลือจำกกำรก่อสร้ำงจะต้องเก็บแยกกัน โดยแยกเป็นประเภทที่ติดไฟ ไม่ติดไฟ และขยะที่เป็นพิษออกจำกกัน ซึ่งจะต้องได้รับควำมเห็นชอบจำก ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง และจะต้องก ำจัดขยะมูลฝอยที่ติดไฟอย่ำงเหมำะสม ขยะมูลฝอยที่ติดไฟจะต้องเก็บ รวบรวม ขนส่ง และก ำจัดอย่ำงเรียบร้อยในบริเวณที่ก ำหนดไว้ในบริเวณก่อสร้ำง
(2) บริเวณก ำจัดขยะที่มิได้ฝังกลบจะต้องมีน้อยที่สุด และจะต้องมีมำตรกำรส ำหรับ กำร ควบคุมแมลงวัน และสัตว์อื่นๆ ที่จะมำขุดคุ้ยขยะ
(3) ผู้รับจ้ำงจะต้องด ำเนินกำร และบ ำรุงรักษำงำนก่อสร้ำงชั่วครำวดังกล่ำวด้วยตนเอง โดย ใช้ค่ำใช้จ่ำยของตนเอง
(4) เมื่องำนก่อสร้ำงตำมสัญญำสิ นสุดลง ผู้รับจ้ำงจะต้องรื อย้ำยสิ่งก่อสร้ำงชั่วครำวทั งหมด ออกไป รวมทั งน ำวัสดุส่วนเกิน ขยะมูลฝอยทุกชนิด และวัสดุเหลือจำกกำรก่อสร้ำงทั งหมดออกจำกบริเวณ ก่อสร้ำงขยะ และเศษหลงเหลือดังกล่ำวจะต้องน ำไปทิ ง หรือเก็บไว้ยังบริเวณที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง
๑๐
ก ำหนด หำกผู้รับจ้ำงไม่ปฏิบัติตำมข้อก ำหนดนี ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงอำจจะด ำเนินกำรเองโดยจะหัก ค่ำใช้จ่ำยในกำรด ำเนินกำรดังกล่ำวจำกเงินที่จะจ่ำยผู้รับจ้ำงตำมสัญญำนี
1.2.9 ที่ท้าการ แคมป์ก่อสร้าง โรงเก็บของ และโรงปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง
ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดตั งที่ท ำกำรของตนเอง ที่พักอำศัยของพนักงำน แคมป์คนงำน โรงเก็บของ และโรงปฏิบัติงำน ฯลฯ ที่บริเวณซึ่งได้รับอนุมัติจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง โดยจะต้องออกแบบก่อสร้ำงเอง และส่งให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงอนุมัติก่อนด ำเนินกำรก่อสร้ำง
(1) ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดหำและบ ำรุงรักษำอำคำรชั่วครำวต่ำงๆ ที่ท ำกำร โรงปฏิบัติงำนและ จะต้องท ำรั วกั นอย่ำงเหมำะสมส ำหรับโรงเก็บของ และบริเวณส่งของซึ่งจ ำเป็นส ำหรับงำนก่อสร้ำงตำมสัญญำ อำคำรและสิ่งก่อสร้ำงชั่วครำวเหล่ำนี ผู้รับจ้ำงจะต้องส่งรำยละเอียดให้ผู้ควบคุมงำน ของผู้ว่ำจ้ำงอนุมัติก่อนท ำกำรก่อสร้ำง
(2) ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดหำ และบ ำรุงรักษำที่พักอำศัยชั่วครำวซึ่งรวมถึงสำธำรณูปกำรต่ำงๆ เช่น ระบบประปำ ระบบระบำยน ำ ไฟฟ้ำแสงสว่ำง ถนน ทำงเท้ำ ที่จอดรถ งำนสุขำภิบำลและกำรก ำจัดขยะ มูลฝอย ระบบป้องกันอัคคีภัย สิ่งอ ำนวยควำมสะดวกด้ำนกำรซื อขำย (ตลำด) และกำรพักผ่อนหย่อนใจ ส ำหรับพนักงำนและแรงงำนของผู้รับจ้ำง
(3) อำคำรชั่วครำว และถำวร ทั งหมดจะเปิดให้มีกำรตรวจสอบโดยบุคลำกรของผู้ว่ำจ้ำง และตัวแทนของผู้ว่ำจ้ำง หรือหน่วยงำนที่ผู้ว่ำจ้ำงเห็นสมควรได้ตลอดเวลำ โดยเจ้ำหน้ำที่สำธำรณสุขของรัฐ และผู้รับจ้ำงจะต้องปฏิบัติตำมค ำแนะน ำต่ำงๆ ของพนักงำนนั นๆ เกี่ยวกับกำรท ำควำมสะอำด กำรฆ่ำเชื อโรค และกำรรักษำสุขอนำมัยและอนำมัยสิ่งแวดล้อมของอำคำรต่ำงๆ ก่อนที่จะมีผู้ย้ำยเข้ำไปอยู่ใน อำคำรเหล่ำนั น ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดท ำกฎเกณฑ์และข้อบังคับส ำหรับกำรควบคุม และส่งให้ผู้ควบคุมงำนของ ผู้ว่ำจ้ำงอนุมัติเสียก่อน ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดหำพำหนะขนส่งที่จ ำเป็นโดยค ำนึงถึงควำมปลอดภัยส ำหรับลูกจ้ำง ของตนเพื่อเดินทำงไป – กลับระหว่ำงแคมป์ที่พักอำศัยและบริเวณก่อสร้ำง
1.2.10 การจัดการด้านระบบสุขาภิบาล
ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดระบบสุขำภิบำลตำมมำตรฐำนที่ยอมรับของทำงรำชกำรและบ ำรุงรักษำให้ เป็นเช่นนั นตลอดระยะเวลำก่อสร้ำง ผู้รับจ้ำงจะต้องสร้ำง และบ ำรุงรักษำระบบระบำยน ำและระบบบ ำบัดน ำ เสีย ซึ่งจะต้องได้รับอนุมัติจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงก่อนที่จะเริ่มงำนก่อสร้ำง อุปกรณ์ทำงด้ำนสุขำภิบำล จะต้องจัดหำ และบ ำรุงรักษำโดยผู้รับจ้ำงตำมมำตรฐำนที่เหมำะสม และต้องได้รับอนุมัติจำกผู้ควบคุมงำนของ ผู้ว่ำจ้ำง
ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดให้มีกำรบ ำบัดน ำเสียที่เกิดขึ นในที่ต่ำงๆ ในบริเวณที่ท ำกำรของผู้ว่ำจ้ำง ตัวแทนของผู้ว ่ำจ้ำงและผู้รับจ้ำง ห้องอำหำรและสถำนที ่อื ่นๆ กำรจัดกำรดังกล ่ำวจะต้องได้รับอนุมัติ จำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง โดยจะต้องไม่มีกำรต่อท่อระหว่ำงทำงระบำยน ำทิ งจำกบริเวณก่อสร้ำงไปสู่ระบบ ระบำยน ำสำธำรณะโดยตรง
1.2.11 มาตรการรักษาความปลอดภัย
(1) ทั่วไป
ในกำรปฏิบัติงำนก่อสร้ำง ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดมำตรกำรรักษำควำมปลอดภัย เพื่อป้องกันบุคคลหรือทรัพย์สินต่ำงๆ จำกอันตรำย ผู้รับจ้ำงจะต้องสร้ำงและบ ำรุงรักษำ สิ่งป้องกันชั่วครำว ของรั ว เครื่องปิดกั นทำงเข้ำ สิ่งกีดขวำง เครื่องหมำย หรือค ำเตือน และแสงสว่ำงในสถำนที่จ ำเป็นจัดหำระบบ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (Close Circuit Television: CCTV) สัญญำณเตือนภัย อุปกรณ์บริกำรป้องกันและดับ ไฟในสถำนที่ที่มีควำมส ำคัญต่ำงๆ ในบริเวณก่อสร้ำงให้มีปริมำณเพียงพอตำมควำมเหมำะสม หรือตำม
๑๑
ค ำแนะน ำของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง ผู้รับจ้ำงจะต้องน ำกฎระเบียบที่จ ำเป็นด้ำนควำมปลอดภัยมำบังคับใช้ เพื่อป้องกันสำธำรณชน พนักงำนและลูกจ้ำงที่เกี่ยวข้องกับงำนก่อสร้ำงทั งหมดจำกอันตรำยอันจะเกิดจำกกำร ก่อสร้ำง และกำรคุมงำนก่อสร้ำง ทั งนี รวมทั งมำตรกำรเพื่อควำมปลอดภัยทำงด้ำนกำรจรำจรในบริเวณ ก่อสร้ำง และบริเวณใกล้เคียงด้วย
ผู้รับจ้ำงจะต้องแต่งตั งหรือจัดให้มีเจ้ำหน้ำที่รักษำควำมปลอดภัยจะต้องจัดกำรประชุม ด้ำนควำมปลอดภัยร่วมกับคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุและผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงโดยจัดประชุมด้ำนควำม ปลอดภัยและกำรป้องกันอุบัติเหตุเป็นประจ ำ
มำตรกำรรักษำควำมปลอดภัยต่ำงๆ จะไม่จ ำกัดอยู่เฉพำะมำตรกำรที่ระบุในหมวดนี เท่ำนั น (2) ควำมปลอดภัยในกำรใช้ถนน
ผู้รับจ้ำงจะต้องไม่ใช้ และ/หรือ ยึดครองที่ดินในเขตทำงหลวงซึ่งอยู่นอกเขตกำรก่อสร้ำงตำม สัญญำนี โดยมิได้รับอนุมัติจำกกรมทำงหลวง หรือหน่วยงำนที่เกี่ยวข้องเสียก่อน และกรณีที่ผู้รับจ้ำง มีควำมตั งใจที่จะใช้ที่ดินในเขตทำงหลวง ผู้รับจ้ำงจะต้องขออนุมัติจำกหน่วยงำนนั นๆ โดยผ่ำนทำงผู้ว่ำจ้ำง และจะต้องได้รับควำมเห็นชอบจำกหน่วยงำนนั นๆ ก่อนที่จะเริ่มงำนก่อสร้ำงในส่วนที่เกี่ยวข้อง
(3) รั วชั่วครำว
ผู้รับจ้ำงจะต้องสร้ำง และบ ำรุงรักษำรั วชั ่วครำวที ่ได้รับอนุมัติจำกผู้ควบคุมงำน ของผู้ว่ำจ้ำง เพื่อปิดกั นงำนก่อสร้ำงในบริเวณก่อสร้ำง กรณีที่จะต้องสร้ำงรั วเลียบไปตำมทำงหลวง ทำงเท้ำ ฯลฯ กำรก่อสร้ำงดังกล่ำวจะต้องได้รับอนุมัติจำกหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง รั วชั่วครำวนี ผู้รับจ้ำงจะต้องรื อย้ำย ออกไปเมื่อหมดควำมจ ำเป็นแล้ว
(4) ไฟฟ้ำแสงสว่ำง
ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดหำไฟฟ้ำแสงสว่ำงที่เพียงพอในทุกบริเวณที่มีกำรก่อสร้ำงตอนกลำงคืน เพื่อให้แน่ใจว่ำ
(ก) ได้จัดกำรให้มีสภำพกำรท ำงำนที่ปลอดภัยแก่บุคลำกรของทั งผู้รับจ้ำงและตัวแทน ของผู้ว่ำจ้ำง
(ข) งำนก่อสร้ำงจะเป็นไปตำมที่ก ำหนดในสัญญำอย่ำงสมบูรณ์
(ค) บุคลำกรของผู้ว่ำจ้ำง และตัวแทนของผู้ว่ำจ้ำง สำมำรถเข้ำตรวจและควบคุม ควำมก้ำวหน้ำของงำนก่อสร้ำงได้เป็นอย่ำงดี
(ง) กำรให้แสงสว่ำงในพื นที่หรือกระบวนกำรก่อสร้ำงจะต้องสอดคล้องกับควำมจ ำเป็น เฉพำะอย่ำงส ำหรับพื นที่หรือกระบวนกำรก่อสร้ำง
(จ) อุปกรณ์ หรือโรงงำน หรือเครื่องผสม เครื่องจักร เครื่องมือที่ก ำลังท ำงำน ฯลฯ ที่มี ชิ นส่วนที่เคลื่อนไหวซึ่งจะต้องใช้งำนในช่วงกลำงคืน จะต้องมีแสงสว่ำง และเครื่องสะท้อนแสงเพียงพอ เพื่อให้ มั่นใจว่ำจะท ำให้มีสภำพกำรท ำงำนที่ปลอดภัย
(ฉ) ก่อนที่ผู้รับจ้ำงจะเสนอให้เริ่มท ำงำนตอนกลำงคืนเป็นเวลำอย่ำงน้อย 3 (สำม) วัน ผู้รับจ้ำงจะต้องส่งข้อเสนอเกี่ยวกับกำรจัดหำแสงสว่ำงในสถำนที่ที่จะท ำงำนตอนกลำงคืนให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ ว่ำจ้ำงอนุมัติ
(ช) กำรยื่นข้อเสนอโดยผู้รับจ้ำง และกำรได้รับอนุมัติโดยผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงต่อ ข้อเสนอเกี่ยวกับกำรจัดหำแสงสว่ำงดังกล่ำวข้ำงต้น จะไม่เป็นกำรผลักภำระให้ผู้รับจ้ำงพ้นจำกควำมรับผิดชอบ ต่อภำระผูกพันตำมสัญญำนี
(5) กำรก่อสร้ำงในบริเวณใกล้เคียงกับอุปกรณ์ไฟฟ้ำ
๑๒
เมื่อมีกำรต่อเชื่อมโรงไฟฟ้ำ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้ำถำวรใดๆ ของผู้รับจ้ำงเข้ำกับระบบ จ ำหน่ำยไฟฟ้ำ กำรท ำงำนและกำรท ำงำนค้ำงต่ำงๆ ให้แล้วเสร็จ (เช่น ทำสี งำนเจำะด้วยสว่ำนไฟฟ้ำ ฯลฯ) โดยใช้อุปกรณ์ไฟฟ้ำดังกล่ำวจะต้องกระท ำตำมระบบ “ใบอนุญำตให้ท ำงำน” ซึ่งจะต้องท ำเป็นแบบฟอร์มที่ตก ลงกันระหว่ำงผู้รับจ้ำง และคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุตำม “มำตรฐำนกฎระเบียบด้ำนควำมปลอดภัย” ส ำหรับงำนประเภทนั นๆ
ขณะที่โรงไฟฟ้ำ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้ำถำวรยังอยู่ภำยใต้กำรควบคุมของผู้รับจ้ำง “ใบอนุญำตให้ท ำงำน” จะต้องมีกำรลงนำมรับรองโดยผู้รับจ้ำง
“ใบอนุญำตให้ท ำงำน” ส ำหรับโรงงำนหรืออุปกรณ์ถำวรซึ่งส่งมอบแล้วจะต้องอยู่ในกำร ควบคุมของผู้ว่ำจ้ำง
(6) กำรท ำงำนก่อสร้ำงนอกเวลำรำชกำรของผู้รับจ้ำง
(7) กรณีเกิดโรคระบำดให้ผู้รับจ้ำงด ำเนินกำรตำมมำตรกำรของภำครัฐ โดยเคร่งครัด ในกำรท ำงำนก่อสร้ำงนอกเวลำรำชกำร ผู้รับจ้ำงจะต้องขออนุญำตต่อผู้ควบคุมงำนของผู้ ว่ำจ้ำงโดยผู้รับจ้ำงจะต้องรับผิดชอบค่ำใช้จ่ำยต่ำงๆ ที่เกิดขึ นจำกกำรท ำงำนก่อสร้ำงนอกเวลำรำชกำรนี และ ต้องให้เป็นไปตำมกฎระเบียบว่ำด้วยแรงงำนในกำรท ำงำนนอกเวลำรำชกำร
1.2.12 การจัดเก็บวัสดุก่อสร้างและมาตรการป้องกันในงานก่อสร้าง
ผู้รับจ้ำงจะต้องเอำใจใส่อยู่ตลอดเวลำในกำรป้องกันและรักษำวัสดุก่อสร้ำงของใช้สิ นเปลือง และเครื่องมืออุปกรณ์รำยกำรต่ำงๆ และงำนก่อสร้ำงทั งหมดที่ก ำลังด ำเนินกำรอยู่ ผู้รับจ้ำงจะต้องปฏิบัติตำม ค ำแนะน ำทุกประกำรของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงที่จะให้ปิดกั น หรือป้องกันรักษำทรัพย์สินต่ำงๆ ในบริเวณ ก่อสร้ำงด้วยค่ำใช้จ่ำยของผู้รับจ้ำงเองและจะเรียกร้องค่ำใช้จ่ำยใดๆ เพิ่มอีกมิได้
(1) วัสดุก่อสร้ำงจะต้องเก็บรักษำไว้อย่ำงดีเพื่อให้แน่ใจว่ำยังคงคุณภำพและควำมเหมำะสม ส ำหรับกำรก่อสร้ำงตำมสัญญำ หำกได้รับค ำสั่งจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดเตรียมสถำนที่ ในกำรเก็บรักษำวัสดุที่ใช้ในกำรก่อสร้ำงอย่ำงเหมำะสม และให้อยู่ในสภำพที่พร้อมจะน ำมำใช้งำนก่อสร้ำง โดย จะต้องได้รับควำมเห็นชอบจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง
(2) กำรเทคอนกรีต กำรตอกเสำเข็มและงำนอื่นๆ จะยังเริ่มต้นไม่ได้ หำกยังมีสภำพอำกำศที่ ไม่เหมำะสม นอกเสียจำกจะอยู่ภำยใต้สภำพกำรณ์ซึ่งผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงอำจจะมีค ำสั่งเจำะจงอนุญำต ให้ท ำกำรก่อสร้ำงอย่ำงใดอย่ำงหนึ่ง ในกรณีเช่นนี ก็จะต้องมีมำตรกำรป้องกันงำนที่ท ำเสร็จแล้วหรือมำตรกำร อื่นๆ ที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงเห็นว่ำจ ำเป็น
(3) ในกรณีของกำรหยุดงำนไว้ชั่วครำวเนื่องจำกสภำพอำกำศที่ไม่เหมำะสมหรือด้วย เหตุใดๆ ก็ตำมผู้รับจ้ำงจะต้องป้องกันวัสดุก่อสร้ำง และงำนก่อสร้ำงของตนอย่ำงดีจำกควำมเสียหำยหรือ อันตรำยใดๆ โดยค่ำใช้จ่ำยของผู้รับจ้ำงเองและในช่วงเวลำดังกล่ำวผู้รับจ้ำงจะต้องท ำควำมสะอำดและจัด บริเวณก่อสร้ำงให้อยู่ในสภำพเรียบร้อย หำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงเห็นว่ำวัสดุก่อสร้ำง หรืองำนก่อสร้ำงใด อำจจะได้รับควำมเสียหำย หรือเป็นอันตรำยเนื่องจำกควำมบกพร่องในส่วนของผู้รับจ้ำงในกำรป้องกันงำน ก่อสร้ำง หรือวัสดุนั นๆ ผู้รับจ้ำงจะต้องรื อย้ำยงำนก่อสร้ำงหรือวัสดุนั นๆออกไป และหำมำทดแทนหรือสร้ำง ขึ นมำทดแทนใหม่ โดยค่ำใช้จ่ำยของผู้รับจ้ำงเอง
(4) ผู้รับจ้ำงจะต้องปฏิบัติตำมกฎหมำย ระเบียบและข้อบังคับต่ำงๆ อยู่ตลอดเวลำ ซึ่งเกี่ยวกับกำรปฏิบัติงำนก่อสร้ำง กำรป้องกันทรัพย์สินที่อยู่ใกล้เคียง และบ ำรุงรักษำทำงเข้ำ - ออก รั ว ไฟฟ้ำแสงสว่ำง และอุปกรณ์เพื่อป้องกันควำมปลอดภัยต่ำงๆ
๑๓
(5) ผู้รับจ้ำงจะต้องป้องกันควำมปลอดภัยของทรัพย์สินของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง ตลอดเวลำจำกควำมเสียหำยหรืออันตรำยใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับงำนตำมสัญญำนี ผู้รับจ้ำงจะต้องรักษำป้องกัน ง ำน ก่อส ร้ ำง ของ ผู้ รับ จ้ ำงเ อง แ ล ะท รัพย์ สินที่อยู่ใกล้เคี ยงอยู่ ต ล อดเ วล ำจ ำ กอัน ต ร ำ ยห รือ ควำมเสียหำยต่ำงๆ เช่นกัน กรณีที่เกิดอันตรำยหรือควำมเสียหำยใดๆ ผู้รับจ้ำงจะต้องหำมำเปลี่ยนหรือท ำให้ดี
คงเดิมด้วยค่ำใช้จ่ำยของผู้รับจ้ำงเอง
1.2.13 การป้องกันสิ่งก่อสร้างและสาธารณูปโภคเดิม
ผู้รับจ้ำงจะต้องรับผิดชอบในกำรป้องกันสิ่งก่อสร้ำงและสำธำรณูปโภคเดิมทั งหมด ทั งของรัฐ และเอกชน ซึ่งรวมทั งเสำ เครื่องหมำย สำธำรณูปกำรที่ต่อเข้ำกับตัวอำคำร สำธำรณูปกำรที่อยู่ในถนน ท่อ ประปำ ท่อระบำยน ำและสำยโทรศัพท์ เป็นต้น ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับงำนก่อสร้ำง
ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดหำค ำยัน และป้องกันสิ่งก่อสร้ำง และสำธำรณูปกำรที่มีอยู่เดิมทั งหมดจำก ควำมเสียหำย หรืออันตรำยทุกประเภท ควำมเสียหำยที่เกิดจำกกำรปฏิบัติงำนของผู้รับจ้ำงจะต้องได้รับกำร ซ่อมแซม โดยค่ำใช้จ่ำยของผู้รับจ้ำงเองจนเป็นที่ยอมรับของเจ้ำของอำคำรและสำธำรณูปกำร นั นๆ หรือเป็นที่ ยอมรับของส่วนรำชกำรที่เกี่ยวข้อง
ผู้รับจ้ำงจะต้องตรวจสอบต ำแหน่งของสิ่งก่อสร้ำง และสำธำรณูปกำรที่อยู่ใต้ดินในบริเวณ ก่อสร้ำงทั งหมด สำธำรณูปกำรที่ต่อเชื่อมกับตัวอำคำร และทำงเข้ำตัวอำคำร หำกได้รับผลกระทบ เกิดควำมเสียหำยผู้รับจ้ำงจะต้องรับผิดชอบต่อควำมเสียหำยดังกล่ำวทั งสิ น
กำรรื อย้ำย หรือกำรเปลี่ยนใหม่ชั่วครำวของสิ่งก่อสร้ำงหรือสำธำรณูปกำรบำงอย่ำง จะด ำเนินกำรโดยเจ้ำของ หรือโดยส่วนรำชกำรที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่เจ้ำของและส่วนรำชกำรที่เกี่ยวข้องจะอนุญำตให้ผู้รับจ้ำงท ำกำรเปลี่ยนใหม่ หรือรื อ ย้ำย ผู้รับจ้ำงจะต้องด ำเนินกำรภำยใต้กำรควบคุมของเจ้ำของและส่วนรำชกำรนั นๆ
1.2.14 สาธารณูปโภคและสาธารณูปการอื่นๆ
ผู้รับจ้ำงจะต้องรับผิดชอบในกำรหำที่ตั งของสำธำรณูปโภค และสำธำรณูปกำรต่ำงๆ รวมถึง ท่อระบำยน ำ ท่อสำยไฟฟ้ำ สำยโทรศัพท์ และอื่นๆ ทั งที่อยู่บนดินและอยู่ใต้ดิน และจะใช้วิธีกำรก่อสร้ำงซึ่งจะ ท ำให้มั่นใจว่ำจะไม่เกิดควำมเสียหำยใดๆ ต่อสำธำรณูปโภคและสำธำรณูปกำรเหล่ำนั น ซึ่งอำจจะเกิดจำกกำร ด ำเนินกำรของผู้รับจ้ำงเอง โดยกำรด ำเนินกำรต่ำงๆ ของผู้รับจ้ำงจะต้องเป็นที่ยอมรับและเป็นไปตำม ค ำแนะน ำของเจ้ำของหรือส่วนรำชกำรที่เกี่ยวข้องอันเนื่องจำกกำรกระท ำของผู้รับจ้ำงต่อสำธำรณูปโภค และ สำธำรณูปกำรเหล่ำนั น ผู้รับจ้ำงต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อกำรเรียกร้องค่ำเสียหำยจำกกำรนี ทั งสิ น
1.2.15 การก่อให้เกิดมลภาวะในแม่น ้า ทางน ้า บ่อน ้าและอ่างเก็บน ้า
ผู้รับจ้ำงจะต้องท ำให้เกิดควำมมั่นใจว่ำกำรไหลของน ำหรือน ำเสียในท่อระบำยน ำ คลอง ระบำยน ำธรรมชำติ หรือทำงน ำที่เกี่ยวข้องกับกำรก่อสร้ำงจะเป็นปกติดังเดิมตลอดระยะเวลำกำรก่อสร้ำง จนถึงระยะที่งำนก่อสร้ำงในส่วนที่เกี่ยวข้องเสร็จแล้ว ยกเว้น ปริมำณน ำซึ่งผู้รับจ้ำงต้องกำรใช้ส ำหรับ งำนก่อสร้ำง หรือนอกจำกจะได้รับค ำแนะน ำเป็นอย่ำงอื่นจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง
(1) ระหว่ำงกำรก่อสร้ำงส่วนต่ำงๆ ของงำนก่อสร้ำงตำมสัญญำ หรืองำนก่อสร้ำงชั่วครำว ซึ่ง จะมีกำรสร้ำงสิ่งกีดขวำงกำรไหลของน ำในคลองหรือทำงน ำ ผู้รับจ้ำงจะต้องผันปริมำณน ำดังกล่ำวไปสู่คลอง หรือ ทำงน ำทำงด้ำนท้ำยน ำของสิ่งก่อสร้ำงเหล่ำนี หรือตำมที่ได้รับค ำแนะน ำจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง ผู้รับจ้ำง จะไม่ท ำให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงอัตรำกำรไหลของน ำ นอกจำกจะได้รับอนุมัติจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง
(2) ในกรณีที่ไม่สำมำรถจะยืนยันอัตรำกำรไหลและคุณภำพของน ำได้ เพรำะอำจเกิด ผลกระทบจำกกำรก่อสร้ำง ผู้รับจ้ำงจะต้องชดเชยปริมำณน ำให้ครบตำมควำมต้องกำรกำรใช้น ำทำงด้ำนท้ำย
๑๔
น ำอันตรำยและกำรกีดขวำงล ำน ำใดๆ ที่เกิดจำกกำรด ำเนินกำรของผู้รับจ้ำงอันจะท ำให้ปริมำณน ำลดลง ผู้รับจ้ำง จะต้องท ำให้เป็นดังเดิมด้วยค่ำใช้จ่ำยของตนเอง ผู้รับจ้ำงจะต้องรื อถอนสิ่งก่อสร้ำงเพื่อกำรผันน ำออกไปเมื่อ เสร็จสิ นงำนก่อสร้ำงแล้ว และจะต้องด ำเนินกำรให้อัตรำกำรไหลของน ำกลับมำเป็นดังเดิม
(3) ผู้รับจ้ำงจะต้องด ำเนินกำรมำตรกำรป้องกันทำงน ำที่เกี่ยวข้องทั งหมดอย่ำงมี ประสิทธิภำพจำกมลภำวะทำงน ำ รวมถึงกำรรั่วไหลของน ำมันซึ่งจะท ำให้เกิดอันตรำยต่อสัตว์น ำและพืชน ำ และจะต้องไม่ท ำให้ผู้ว่ำจ้ำงต้องรับผิดชอบจำกกำรเรียกเก็บเงินค่ำชดเชยหรือจำกข้อร้องเรียนอันเนื่องจำก มลภำวะที่เกิดจำกกำรปฏิบัติงำนของผู้รับจ้ำงทั งในระยะก่อสร้ำงและระยะบ ำรุงรักษำ ผู้รับจ้ำงต้องเป็น ผู้รับผิดชอบต่อกำรเรียกร้องค่ำเสียหำยจำกกำรนี ทั งสิ น
1.2.16 การดูแลรักษาและป้องกันทรัพย์สิน
ผู้รับจ้ำงจะต้องสร้ำงระบบรั วเพื่อป้องกันทรัพย์สิน ทำงเดิน พุ่มไม้ ต้นไม้ และสิ่งอื่นๆ ที่จะได้รับ ผลกระทบจำกงำนก่อสร้ำงและหำกสิ่งเหล่ำนั นได้รับผลกระทบก็จะต้องบูรณะหรือฟื้นฟูให้ดีดังเดิม ผู้รับจ้ำงจะต้องฟื้นฟูบูรณะทำงเท้ำ ผิวจรำจรและทำงน ำเดิมทั งหมดที่ได้รับผลกระทบจำกกำร ด ำเนินกำรของผู้รับจ้ำงให้มีสภำพดังเดิมหรือมีลักษณะเดิมด้วยกำรใช้วัสดุก่อสร้ำงที่คล้ำยคลึงกับของเดิม ซึ่ง กำรกระท ำดังกล่ำวจะต้องได้รับอนุมัติจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง
1.2.17 การป้องกันน ้าจากบริเวณก่อสร้าง
(1) เพื่อไม่ให้เกิดปัญหำอุปสรรคในกำรก่อสร้ำง ผู้รับจ้ำงจะต้องมีกำรป้องกันน ำ ในบริเวณก่อสร้ำง โดยจะต้องจัดหำติดตั งเครื่องสูบน ำ ตำมจ ำนวนที่จ ำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์นี นอกจำกจะมี กำรก ำหนดไว้เป็นอย่ำงอื่น
(2) แม้ว่ำจะได้รับกำรอนุมัติใดๆ จำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงเพื่อกำรด ำเนินกำรป้องกันน ำ ท่วมจำกบริเวณก่อสร้ำงแล้วก็ตำม ผู้รับจ้ำงก็ยังคงรับผิดชอบต่อควำมเสียหำยที่เกิดขึ นทั งหมดจะต้อง รับผิดชอบต่อกำรท ำให้งำนก่อสร้ำงปลอดภัยจำกควำมเสียหำยอันเนื่องมำจำกน ำ และจะต้องแก้ไขควำม เสียหำยให้ดีดังเดิมด้วยค่ำใช้จ่ำยของผู้รับจ้ำงเอง ไม่ว่ำควำมเสียหำยนั นจะเกิดจำกเหตุใด กำรสูญเสีย ควำมก้ำวหน้ำของงำน และค่ำด ำเนินกำรที่เพิ่มขึ น หรือค่ำใช้จ่ำยที่ต้องกำรเพิ่มขึ นประเภทใดๆ ก็ตำมซึ่งจะ เป็นผลมำจำกควำมเสียหำยนั นจะถือว่ำเป็นควำมเสี่ยงของผู้รับจ้ำงและผู้รับจ้ำงจะต้องรับผิดชอบค่ำใช้จ่ำย นั นๆ เอง
1.2.18 การดูแลรักษาแม่น ้า และอ่างเก็บน ้า
(1) ผู้รับจ้ำงจะต้องมีควำมรับผิดชอบเต็มที่ต่อกำรดูแลรักษำแม่น ำ ล ำคลองและอ่ำงเก็บน ำใน กำรวำงแผนท ำงำนและในกำรปฏิบัติงำนก่อสร้ำงต่ำงๆ ของโครงกำร เช่น ประตูระบำยน ำ อำคำรผันน ำ ระหว่ำงก่อสร้ำง ท ำนบดินชั่วครำวปิดกั นล ำน ำเดิม ฯลฯ ในระหว่ำงกำรก่อสร้ำง โดยให้ผู้รับจ้ำงเสนอวิธีกำร ก่อสร้ำงเพื่อให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงพิจำรณำอนุมัติก่อนด ำเนินกำร
เมื่อได้ใช้งำนเสร็จแล้วผู้รับจ้ำงจะต้องรื อย้ำยสิ่งก่อสร้ำงชั่วครำวเหล่ำนั นออกไป โดยต้องได้รับ อนุมัติจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงเสียก่อน จำกนั นจึงท ำกำรปรับระดับพื นที่ให้เรียบร้อยและ ไม่ท ำให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงทำงด้ำนขีดควำมสำมำรถหรือกำรท ำงำนของแม่น ำและล ำคลอง และอัตรำกำร ระบำยของอำคำรควบคุมต่ำงๆ ที่มีอยู่
งำนดูแลรักษำแม่น ำ ล ำคลองและอ่ำงเก็บน ำนี จะท ำตำมแผนท ำงำนหรือแบบรูปรำยละเอียดที่ ได้รับอนุมัติจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง ผู้รับจ้ำงจะต้องรับผิดชอบที่จะดูแลรักษำแม่น ำและอ่ำงเก็บน ำตำม รำยละเอียดในข้อเสนอของผู้รับจ้ำงทุกประกำร
๑๕
ผู้รับจ้ำงจะต้องไม่ท ำให้กำรไหลตำมธรรมชำติของน ำในช่วงหนึ่งช่วงใดของคลองหรือล ำน ำหยุด ลง หรือเปลี่ยนแปลงไปเมื่อไหลผ่ำนสิ่งก่อสร้ำงหลักต่ำงๆ ดังกล่ำวข้ำงต้น หรือผ่ำนบริเวณหนึ่งบริเวณใดที่ผู้ รับจ้ำงก ำลังท ำกำรก่อสร้ำงอยู่ โดยไม่ได้รับอนุมัติจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง
(2) ก่อนจะลงมือท ำกำรก่อสร้ำงใดๆ ที่มีผลกระทบต่อแม่น ำ ล ำคลองและอ่ำงเก็บน ำ ผู้รับจ้ำงจะต้องส่งแผนงำนให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงอนุมัติล่วงหน้ำเป็นเวลำอย่ำงน้อย 30 (สำมสิบ) วัน แผน ควบคุมจะประกอบด้วยวิธีกำรที่เสนอจะจัดกำรกับอัตรำกำรไหลของน ำในแม่น ำและกำรกั นกำรไหลของน ำใน แม่น ำ ในอ่ำงเก็บน ำและน ำใช้เพื่อกำรก่อสร้ำงองค์ประกอบของโครงกำรตำมข้อก ำหนดในสัญญำ และจะต้อง ออกแบบส่วนต่ำงๆ ของงำนก่อสร้ำงชั่วครำวที่ต้องกำรจะป้องกันคลองในระยะเวลำของกำรก่อสร้ำง นอกจำกนี ก็จะต้องเสนอระยะเวลำในกำรเริ่มก่อสร้ำงและกำรรื อย้ำยองค์ประกอบต่ำงๆ ออกไปด้วย
(3) แผนงำนของผู้รับจ้ำงจะต้องประกอบด้วยแผนกำรระบำยน ำออกจำกบริเวณก่อสร้ำง และ งำนตำมที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงเห็นสมควร
ควำมเสียหำยและควำมผิดพลำดใดๆ ที่เกิดจำกกำรกระท ำของผู้รับจ้ำง ซึ่งมีผลท ำให้เกิดควำม ล่ำช้ำของงำนก่อสร้ำงที่มีผลมำจำกควำมเสียหำยและควำมผิดพลำดดังกล่ำวข้ำงต้นจะต้องตกเป็นควำม รับผิดชอบของผู้รับจ้ำงแต่เพียงผู้เดียว ผู้รับจ้ำงจะต้องท ำให้สภำพดังกล่ำวกลับดีดังเดิม เช่น ซ่อมแซมด้วย ค่ำใช้จ่ำยของผู้รับจ้ำงเองและรับผิดชอบต่อควำมเสี่ยงที่เกิดจำกควำมล่ำช้ำ โดยเป็นค่ำใช้จ่ำยของผู้รับจ้ำงเอง
1.2.19 การอ้านวยความสะดวกด้านสุขาภิบาลชั่วคราว
ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดสร้ำงห้องสุขำ ระบบช ำระล้ำงท ำควำมสะอำด ระบบแสงสว่ำงและบริกำร อื่นๆ ที่จ ำเป็น เพื่อให้เจ้ำหน้ำที่ของตนเอง ตัวแทนของผู้ว่ำจ้ำงและผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงใช้ตำมจุดต่ำงๆ ในบริเวณที่ก่อสร้ำง ให้มีปริมำณเพียงพอตำมควำมเหมำะสมและจะต้องด ำเนินกำรให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ ของทำงรำชกำรที่เกี่ยวข้อง กำรจัดกำรทั งมวลดังกล่ำว จะต้องน ำเสนอผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงเพื่อพิจำรณำ อนุมัติก่อน
1.2.20 การวัดปริมาณงานและการจ่ายเงิน
งำนดังกล่ำวข้ำงต้นนี จะไม่มีกำรจ่ำยเงินให้ใน ข้อ 1.2.1 - 1.2.19 แต่ให้ผู้รับจ้ำง คิดค่ำใช้จ่ำยในส่วนนี ให้คิดรวมอยู่ใน “ค่ำด ำเนินกำร” ในใบแจ้งปริมำณงำนและรำคำของงำนในสัญญำนี
1.3 การป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
1.3.1 ขอบเขตของงาน
(1) ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดให้มีมำตรกำรป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่ำงเคร่งครัด
ในงำนทุกประเภท
(2) ผู้รับจ้ำงจะต้องปฏิบัติ ดังนี

  • ด ำเนินงำนทุกอย่ำงโดยใส่ใจต่อสภำพแวดล้อม
  • ไม่ท ำกำรใดๆ ที่นอกเหนือจำกงำนที่ระบุในพื นที่ก่อสร้ำง โดยไม่ได้รับควำมเห็นชอบเป็น หนังสือจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง
  • ด ำเนินงำนต่ำงๆ ที่เห็นสมควรว่ำมีควำมจ ำเป็น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อคุณภำพน ำ ใน ล ำน ำ หรืออ่ำงเก็บน ำ
  • ดูแลรักษำให้พื นที่ก่อสร้ำงสะอำด และเป็นระเบียบอยู่ตลอดเวลำ
    ๑๖
    1.3.2 การควบคุมคุณภาพน ้า
    (1) ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดให้มีห้องน ำ ห้องส้วมอย่ำงเพียงพอ พร้อมกับจัดให้มีระบบบ ำบัดน ำ เสีย ซึ่งสำมำรถบ ำบัดน ำเสียได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ
    (2) ระบบบ ำบัดน ำเสียที่เป็นบ่อเกรอะบ่อซึม จะต้องห่ำงจำกแหล่งน ำผิวดินและบ่อน ำใต้ดิน ไม่น้อยกว่ำ 15 เมตร
    (3) ผู้รับจ้ำงจะต้องจัดวำงถังรองรับขยะมูลฝอยชนิดมีฝำปิด ตั งกระจำยทั่วไปในบริเวณ ส ำนักงำนก่อสร้ำงและบ้ำนพักคนงำนอย่ำงเพียงพอ แล้วท ำกำรขนขยะไปก ำจัดทุกวัน ณ บริเวณสถำนที่ก ำจัด ขยะ
    1.3.3 การป้องกันป่าไม้และสัตว์ป่า
    (1) กำรตัดถนนชั่วครำวเพื่อกำรขนส่งวัสดุอุปกรณ์ ส ำหรับกำรก่อสร้ำงต้องอยู่เฉพำะ ในบริเวณที่ผู้ว่ำจ้ำงอนุมัติแล้วเท่ำนั น
    (2) ต้องมีข้อห้ำมมิให้คนงำนก่อสร้ำง ลักลอบตัดไม้ในเขตอุทยำน เขตป่ำสงวนและ ล่ำสัตว์ป่ำเป็นอันขำด โดยควรมีกำรชี แจงให้ผู้เกี่ยวข้องโครงกำรทุกคนรับทรำบก่อน พร้อมทั งก ำหนดโทษ อย่ำงรุนแรงต่อผู้ฝ่ำฝืนไว้ด้วย
    1.3.4 การวัดปริมาณงานและการจ่ายเงิน
    กำรป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมดังกล่ำวข้ำงต้นนี จะไม่มีกำรจ่ำยเงินให้ แต่ให้ผู้รับจ้ำงคิด ค่ำใช้จ่ำยในส่วนนี ให้คิดรวมอยู่ใน “ค่ำด ำเนินกำร” ในใบแจ้งปริมำณงำนและรำคำของงำนในสัญญำนี
    ๑๗
    บทที่ 2
    งานขุดและขนย้าย
    2.1 ขอบเขตของงานขุด
    ผู้รับจ้ำงต้องท ำกำรถำงป่ำ ขุดตอรำกไม้ รื อถอนและขนย้ำยต้นไม้ ขุดลอกหน้ำดิน ขุดดินขุด ด้วยกำระเบิด ขุดปรับแต่งล ำน ำ และขุดเพื่อสร้ำงอำคำรคอนกรีต ให้ได้ตำมขอบเขตที่ก ำหนดไว้ในแบบรูป รำยละเอียดหรือตำมที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงพิจำรณำสั่งกำร โดยผู้รับจ้ำงจะต้องจัดหำเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์และแรงงำนในกำรท ำงำนนี ทั งหมดเพื่อให้งำนบรรลุวัตถุประสงค์งำนในบทนี มีขอบเขตและ ควำมสัมพันธ์กับงำนโดยแยกประเภทของงำนไว้ ดังนี
  1. งำนถำกถำง
  2. งำนขุดเปิดหน้ำดิน
  3. งำนดินขุดด้วยเครื่องจักร
  4. งำนดินขุดยำก
    ในกรณีที่มีกำรแยกรำยกำรงำนขุด หรืองำนดินขุดยำกเพื่อกำรจ่ำยเงินไว้ในสัญญำ ผู้รับจ้ำง จะต้องจัดท ำแผนที่ส ำรวจภูมิประเทศ รูปตัดตำมยำว รูปตัดตำมขวำง แสดงระดับดินเดิมไว้ก่อนที่ผู้รับจ้ำงจะลง มือท ำงำน ซึ่งแผนที่ส ำรวจดังกล่ำวผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง และผู้รับจ้ำงจะต้องลงนำมตรวจรับรองควำมถูกต้อง และได้รับควำมเห็นชอบจำกคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุซึ่งถือไว้เป็นหลักฐำนร่วมกันทั ง 3 ฝ่ำย ประกอบด้วย
    คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ ผู้รับจ้ำง และผู้ควบคุมงำน เพื่อใช้เปรียบเทียบค ำนวณหำปริมำตรของวัสดุที่จะท ำ กำรขุดออก หรือถมตำมหลักวิชำช่ำง ในกรณีที่แผนที่ส ำรวจดังกล่ำวปรำกฏว่ำ เส้นแสดงระดับดินเดิม ไม่ ถูกต้องหรือคลำดเคลื่อนให้ผู้รับจ้ำงแจ้งเป็นเอกสำรต่อคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ หรือผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง ทันทีก่อนลงมือท ำงำนนั นๆ หำกผู้รับจ้ำงได้ลงนำมรับรองควำมถูกต้องของแผนที่ส ำรวจไปแล้วหรือลงมือท ำ กำรขุดไปก่อนแล้วผู้รับจ้ำงจะคัดค้ำนว่ำแผนที่นั นไม่ถูกต้องหรือคลำดเคลื่อนไม่ได้เป็นอันขำด
    กำรควบคุมจัดท ำแผนที่จัดเก็บรำยละเอียดภูมิประเทศดังกล่ำว ต้องอยู่ในกำรควบคุมของผู้ ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงตลอดเวลำที่และเมื่อเลิกงำนในแต่ละวันต้องลงนำมรับรองสมุดสนำมร่วมกันของผู้ ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง และผู้รับจ้ำง
    2.2 งานถากถาง
    งำนถำกถำง ครอบคลุมงำนถำงป่ำ ขุดตอและรำกไม้ทั งหมดในกำรด ำเนินกำรก่อสร้ำงงำน ถำวร ซึ่งแสดงไว้ในแบบรูปรำยละเอียดหรือตำมค ำแนะน ำของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง ส ำหรับกำรถำงป่ำใน บริเวณบ่อยืมดิน แหล่งวัสดุและบริเวณส ำนักงำนสนำมจะไม่รวมอยู่ในงำนถำวรนี แต่ให้คิดรวมไว้ในงำนที่ เกี่ยวข้อง
    ๑๘
    งำนถำงป่ำ ขุดตอและรำกไม้ มีรำยละเอียด ดังนี
    (1) งำนถำงป่ำ
    (ก) ภำยในอำณำบริเวณที่ต้องท ำกำรก่อสร้ำงอำคำรและต้องท ำงำนขุด หรืองำนขุด เพื่อ ถมบดอัด ผู้รับจ้ำงต้องท ำกำรถำงป่ำ เช่น ต้นไม้ ตอไม้ หญ้ำและสิ่งกีดขวำงต่ำงๆ รวมถึงรั ว ตำมดุลพินิจของผู้ ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงหรือตำมที่ก ำหนดในแบบรูปรำยละเอียดและต้องมีขอบเขตกว้ำงเพียงพอโดยเฉพำะ เมื่อต้องท ำงำนดินถม
    (ข) วัสดุทุกประเภทที่ได้จำกกำรถำงป่ำยังเป็นสมบัติของรำชกำร กรณีผู้ควบคุมงำนของ ผู้ว่ำจ้ำงเห็นว่ำวัสดุที่ได้จำกกำรถำงป่ำสำมำรถน ำไปใช้ประกอบกับงำนก่อสร้ำงได้ กำรกองเก็บวัสดุต้องกองไว้ ตำมต ำแหน่งที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงสั่งกำร โดยเฉพำะหน้ำดินที่มีอินทรีย์สำรสูงให้กองเก็บส ำหรับใช้คลุม พื นที่หลังจำกปรับแต่งดินแล้ว (Cover on Land Grading)
    (ค) วัสดุทุกประเภทที่เกิดขึ นจำกกำรถำงป่ำ กรณีที่ต้องขนย้ำยทิ งต้องขนย้ำยและทิ งใน บริเวณที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงเห็นชอบ ผู้รับจ้ำงต้องไม่ตัดล้ม และท ำลำยต้นไม้นอกอำณำเขตพื นที่ที่ ก ำหนด
    (ง) ผู้รับจ้ำงต้องจัดกองวัสดุที่ต้องกำรเผำให้เป็นที่ บริเวณกองวัสดุเพื่อกำรเผำต้องกอง ไว้ในบริเวณที่ปลอดภัยไม่เป็นอันตรำยอันน ำไปสู่กำรเผำไหม้อย่ำงรุนแรง โดยผู้รับจ้ำงต้องเตรียมป้องกันไม่ให้ เกิดไฟไหม้รุนแรงและมีมำตรกำรป้องกันเหตุอัคคีภัย
    (จ) ในบริเวณพื นที่ที่จะใช้เป็นพื นที่จัดกำรวัสดุขุดจำกหน้ำงำนหรือพื นที่ที่ผู้ควบคุม งำนของผู้ว่ำจ้ำง หรือคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเห็นสมควรจะต้องรอให้ตัวแทนของผู้ว่ำจ้ำงท ำกำรขุดล้อม ต้นไม้ยืนต้นออกเพื่อรอไปปลูกกลับ
    (ฉ) ในกรณีผู้ควบคุมงำนหรือคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเห็นสมควร ให้ขุดล้อมต้นไม้ เพื่อน ำไปปลูกกลับ จะต้องท ำโดยกำรขุดล้อมต้นไม้ให้มีดินอุ้มและหุ้มด้วยถุง หรือกระสอบที่ระบำยน ำได้ดี พร้อมทั งตัดแต่งกิ่งใบให้เหมำะสมท ำกำรขนย้ำยไปยังบริเวณที่ก ำหนด ดูแลรักษำต้นไม้อย่ำงเหมำะสมใน ระหว่ำงกำรปลูกกลับในบริเวณพื นที่ที่ก ำหนด
    (2) งำนขุดตอและรำกไม้
    (ก) งำนขุดตอและรำกไม้ประกอบด้วย กำรรื อย้ำยตอไม้และอื่นๆ ตำมควำมเห็นของผู้ ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง โดยกำรขุดรื อลึกจำกผิวดินดังแสดงในแบบรูปรำยละเอียดหรือตำมที่ผู้ควบคุมงำนของ ผู้ว่ำจ้ำงสั่งกำร กรณีแบบรูปรำยละเอียดไม่ระบุให้ขุดลึกอย่ำงน้อย 0.30 เมตร
    (ข) ในอำณำเขตพื นที่ที่ไม่มีงำนขุด กรณีที่ต้องท ำกำรรื อถอนรำกพืชและตอไม้ลึกจำกผิว ดินเดิม ผู้รับจ้ำงต้องท ำกำรถมกลับสู่ระดับเดิมด้วยวัสดุที่เหมำะสมตำมควำมเห็นชอบของผู้ควบคุมงำนของผู้ ว่ำจ้ำง
    ๑๙
    (ค) อำณำเขตพื นที่ที่ต้องท ำงำนขุดตอและรำกไม้ จะแสดงในแบบรูปรำยละเอียดหรือ ตำมที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงเห็นสมควร ผู้รับจ้ำงควรขยำยพื นที่อำณำเขตงำนถำงป่ำขุดตอและรำกไม้ออก ประมำณ 15 เมตร จำกขอบเขตที่ก ำหนดงำนดินขุดและงำนถมบดอัด หรือตำมที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง เห็นสมควร
    2.3 งานขุดเปิดหน้าดิน
    เมื่อได้ท ำกำรถำงป่ำ ขุดตอและรำกไม้แล้ว ผู้รับจ้ำงต้องท ำกำรขุดเปิดหน้ำดินบริเวณก่อสร้ำง ถำวรออกให้ได้ควำมหนำตำมที่ก ำหนดไว้ในแบบรูปรำยละเอียดหรือตำมควำมเห็นของผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง พิจำรณำ ในกรณีที่แบบรูปรำยละเอียดไม่ได้ระบุควำมหนำของชั นขุดเปิดหน้ำดินไว้ ให้ขุดเปิดหน้ำดินลึกไม่น้อย กว่ำ 0.30 เมตร ส ำหรับงำนทั่วไป และไม่น้อยกว่ำ 0.50 เมตร ส ำหรับงำนเขื่อน หรือถึงระดับที่ปรำศจำกดิน อ่อนที่ไม่สำมำรถรับน ำหนักอำคำรต่ำงๆ ได้ตำมที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงเห็นสมควร
    วัสดุที่ขุดเปิดออกนี จะต้องขนไปทิ งและเกลี่ยในบริเวณที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงก ำหนดให้ และท ำกำรเกลี่ยตกแต่งให้เรียบร้อย วัสดุขุดเปิดหน้ำดินนี สำมำรถเลือกเอำมำท ำเป็นหน้ำดิน (Top Soil) ส ำหรับปลูกต้นไม้และปลูกหญ้ำได้ แต่ห้ำมน ำมำใช้ในงำนดินถมบดอัดแน่น
    2.4 งานขุด
    2.4.1 บททั่วไป
    (1) กรณีที่วัสดุที่ได้จำกงำนขุดสำมำรถน ำมำใช้ในกำรก่อสร้ำง ซึ่งอำจได้จำกกำรระเบิด หรือ งำนขุด วัสดุที่เหมำะสมกับงำนก่อสร้ำงเหล่ำนี ต้องท ำกำรแยกกองออกจำกกองวัสดุที่ปนเศษวัชพืชหรือวัสดุที่ มีคณสมบัติไม่เหมำะกับงำนก่อสร้ำง ขั นตอนกำรท ำงำนขุดนี จะสอดคล้องกับเงื่อนไขที่ก ำหนดในรำยกำร รำยละเอียดด้ำนวิศวกรรม ทั งนี รวมถึงกำรใช้เครื่องจักรในกำรท ำงำนดินขุดต้องเหมำะสมกับลักษณะดินและ ประเภทของดินที่ต้องกำรเพื่อน ำกลับไปใช้ต่อไป
    (2) กำรพิจำรณำควำมเหมำะสมของวัสดุที่ได้จำกงำนขุดนี เป็นไปตำมแบบรูปก ำหนดหรือที่ ก ำหนดในรำยกำรรำยละเอียดด้ำนวิศวกรรมหรือตำมที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงเห็นสมควร
    (3) ในกรณีที่ผู้รับจ้ำงท ำกำรขุดเกินขอบเขตที่ก ำหนดผู้รับจ้ำงต้องท ำงำนดินถมบดอัดเสริม หรือใช้คอนกรีตถมกลับแทนที่ส่วนที่ขุดเกิน พร้อมทั งผู้รับจ้ำงต้องรับผิดชอบค่ำใช้จ่ำยที่เกิดขึ นยกเว้น เมื่อผู้ ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงสั่งกำรหรือเกิดจำกอุปสรรคที่เลี่ยงไม่ได้ วัสดุที่ใช้ในกำรถมกลับซึ่งอำจเป็นดิน หรือ คอนกรีตต้องได้รับกำรอนุมัติจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง
    (4) หำกดินที่ได้จำกงำนขุดเป็นวัสดุที่ไม่เหมำะสมในกำรใช้งำน ให้กองไว้ในบริเวณที ่ผู้ ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงก ำหนด
    (5) ดินที่กองรวมแยกประเภทเพื่อใช้ในงำนถมบดอัดแต่ละประเภทให้แยกกองให้ชัดเจนมี ป้ำยปักแสดงประเภทวัสดุ เช่น วัสดุคัดเลือก ก., วัสดุคัดเลือก ข., ดินทึบน ำ (Impervious) ดินถมอำคำร (Random Backfill) เป็นต้น
    ๒๐
    2.4.2 รูปร่างของงานขุด
    (1) งำนขุดดินจะต้องขุดให้ตรงตำมแนว ระดับและขนำดตำมที่แสดงในแบบรูปรำยละเอียด หรือตำมที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงพิจำรณำ
    (2) ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงอำจสั่งให้ ผู้รับจ้ำงท ำงำนขุดถึงชั นควำมลึกที่ต้องท ำงำนขุด
    (3) ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงอำจสั่งให้ผู้รับจ้ำงท ำงำนขุดถึงชั นควำมลึกที่เหมำะสมส ำหรับ ฐำนรำก
    (4) ผู้รับจ้ำงต้องออกแบบ จัดหำ ติดตั งและดูแลรักษำงำนขุดด้วยงำนชั่วครำว เพื่อให้เกิด ควำมปลอดภัยในกำรท ำงำนตำมควำมจ ำเป็น
    2.4.3 แนวแตก รูโพรง และรอยแตกของหิน
    (1) จำกกำรส ำรวจธรณีฐำนรำก กำรก ำหนดทิศทำงของแนวหินส ำหรับงำนขุดบริเวณฐำน รำก บริเวณลำดควำมชันและบริเวณอื่นๆ สำมำรถเปลี่ยนแปลงได้ตำมสภำพธรณีวิทยำที่ขุดพบเส้นแนวกำรขุด ที่ก ำหนดในแบบรูปรำยละเอียดเป็นเพียงเส้นสมมุติ ขอบเขตงำนขุดในสถำนที่ก่อสร้ำงก ำหนดตำมสภำพธรณีที่ พบจริงในสนำม โดยได้รับควำมยินยอมจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงทั งนี ผู้รับจ้ำงต้องจัดท ำแผนที่ธรณีวิทยำ บริเวณงำนขุดตำมที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงสั่งกำร เพื่อประกอบกำรพิจำรณำ
    (2) แนวแตก รูโพรงและรอยแตก ที่ปรำกฏให้เห็นตำมผิวอำจท ำกำรแก้ไขโดยกำรถมกลับ ด้วยวัสดุแน่นแข็งที่ได้จำกงำนขุด และเสนอให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงอนุมัติรวมทั งคอนกรีตหรือท ำกำรพ่น คอนกรีตซึ่งก ำหนดโดยผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง
    (3) ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงอำจให้ท ำกำรเสริมปรับปรุงฐำนรำกตำมรำยกำรรำยละเอียด ด้ำนวิศวกรรมเฉพำะพื นที่บำงบริเวณ
    2.4.4 ข้อควรระวังในการขุด
    (1) ผู้รับจ้ำงต้องระมัดระวังไม่รบกวนหรือท ำให้ควำมแข็งแรงของฐำนรำกบริเวณแนวขุดเกิด ควำมเสียหำย ในกรณีที่เกิดควำมเสียหำยจำกกำรท ำงำนขุดด้วยกำรระเบิด รวมถึงวัสดุที่แตกละเอียดหรือหลุด หลวมจำกงำนขุด ผู้รับจ้ำงต้องรับผิดชอบโดยกำรซ่อมแซมด้วยค่ำใช้จ่ำยของผู้รับจ้ำงเอง
    (2) ผู้รับจ้ำงต้องเพิ่มควำมระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดควำมเสียหำยกับงำนคอนกรีตและงำนพ่น คอนกรีต หรืองำนอัดฉีดน ำปูน ขณะที่ก ำลังด ำเนินงำนดังที่กล่ำวใกล้แล้วเสร็จ กำรท ำงำนระเบิด โดยทั่วไปต้อง ห่ำงจำกสถำนที่ท ำงำนคอนกรีตหรืองำนพ่นคอนกรีตที่แล้วเสร็จ เป็นระยะไม่น้อยกว่ำ 60 เมตร แต่หำก จ ำเป็นต้องท ำกำรระเบิดต้องท ำกำรเสนอขออนุมัติและต้องแสดงหรือรับประกันว่ำวิธีกำรระเบิดตำมที่ขออนุมัติ
    จะไม่ท ำให้งำนคอนกรีตที่ท ำก่อนหน้ำนี เกิดควำมเสียหำย
    (3) ผู้รับจ้ำงต้องท ำกำรก ำจัดดินโคลนตำมผิวงำนขุดเพื่อควำมปลอดภัย ชำนพักทุกแห่งต้อง รักษำให้สะอำดมีควำมกว้ำงเพียงพอต่อกำรสัญจร
    ๒๑
    (4) ผู้รับจ้ำงต้องจัดท ำทำงเดิน รำวกันตกและอุปกรณ์ประกอบข้ำงๆ ผิวงำนขุดเพื่อป้องกัน อันตรำย
    2.4.5 การแยกประเภทของงานขุด
    กำรแยกประเภทงำนขุดเพื่อเป็นหลักเกณฑ์ในกำรเบิกจ่ำยเงิน นิยำมงำนขุดดินทั่วไป และ งำนขุดด้วยกำรระเบิด มีรำยละเอียดดังต่อไปนี
    (1) งำนขุดดิน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี
    งำนดินขุด หมำยถึง งำนขุดดินธรรมดำหรือวัสดุอื่นทั่วไปที่ไม่อยู่ในประเภทงำนดินขุด ยำก หรืองำนขุดระเบิดหิน
    งำนดินขุดยำก หมำยถึง งำนขุดวัสดุที่อำจเป็นหินผุ ดินดำน ดินลูกรัง หินก้อนหรือวัสดุ อื่นที่ไม่สำมำรถขุดโดยใช้เครื่องจักรเครื่องมือทั่วไป จะต้องใช้รถแทรกเตอร์ตีนตะขำบขนำด 230 แรงม้ำ ติด Ripper จ ำนวน 1-3 ฟัน งัดให้หลวมหรือเคลื่อนย้ำยออกได้หรือเป็นชั นวัสดุที่มี ค่ำ Blow Count มำกกว่ำ 30 (N>30) ขึ นไป โดยได้รับควำมเห็นชอบจำกผู้ควบคุมของผู้ว่ำจ้ำงก่อนจึงจะเริ่มท ำกำรขุดได้
    ส ำหรับงำนขุดดินในสัญญำรำยกำรใดที่ไม่ได้ระบุประเภทของดินขุดไว้ให้ถือว่ำเป็นงำน ดินขุด
    2.5 งานขุดปรับแต่งล้าน ้า
    2.5.1 การด้าเนินงาน
    ผู้รับจ้ำงต้องท ำกำรขุดดิน ขุดระเบิดหินบริเวณล ำน ำให้ได้รูปร่ำง ขนำด ระดับ ตำมที่แสดงใน แบบรูปรำยละเอียดหรือตำมที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง
    2.5.2 งานขุดดินปรับแต่งล้าน ้า
    (1) ผู้รับจ้ำงต้องเสนอแบบรูปเพิ่มเติม (Shop Drawings) แสดงแนวขุด รูปร่ำง ระดับ วิธีกำร ขุด เครื่องจักร - เครื่องมือที่ใช้ในกำรขุด ปริมำณดินหรือหินที่ขุดกำรน ำวัสดุที่ขุดไปใช้งำนและน ำส่วนที่ใช้ไม่ได้ ไปทิ ง
    (2) ก่อนที่จะด ำเนินกำรขุดผู้รับจ้ำงต้องเตรียมเครื่องจักรกลส ำหรับขุดดินและขนย้ำยเครื่อง สูบน ำส ำหรับลดระดับน ำใต้ดินและแรงงำนให้เรียบร้อย พร้อมที่จะท ำกำรขุดโดยไม่มีอุปสรรค
    (3) ผู้รับจ้ำงจะต้องท ำกำรขุดให้ได้รูปร่ำง ขนำด ระดับตำมที่แสดงไว้ในเสนอแบบรูปเพิ่มเติม หรือควำมกว้ำงของล ำน ำจะมีควำมกว้ำงไม่ต่ ำกว่ำควำมกว้ำงที่ก ำหนดไว้ในแบบรูปรำยละเอียด
    (4) ในกรณีที่มีควำมจ ำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงรูปร่ำง ควำมลำดเอียงด้ำนข้ำง (Slope) หรือ ควำมกว้ำงของก้นล ำน ำเพื่อควำมเหมำะสมในสนำม ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงจะเป็นผู้พิจำรณำอนุมัติและ เสนอให้คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเห็นชอบ
    ๒๒
    (5) เมื่อผู้รับจ้ำงขุดปรับแต่งล ำน ำเสร็จแล้ว จะต้องได้รับกำรตรวจสอบและเห็นชอบจำกผู้ ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงก่อนจึงจะด ำเนินกำรในขั นตอนต่อไป
    (6) กำรขุดปรับแต่งล ำน ำจะตรวจวัดงำนเพื่อกำรจ่ำยเงินให้ตำมประเภทงำนขุดที่เกี่ยวข้อง 2.6 งานขุดเพื่อสร้างอาคารคอนกรีต
    (1) ผู้รับจ้ำงจะต้องขุดให้ได้ควำมลึกและรูปร่ำงตำมที่แสดงไว้ในแบบรูปรำยละเอียด ถ้ำขุด ได้ควำมลึกตำมที่ก ำหนดไว้ในแบบรูปรำยละเอียด เมื่อทดสอบแล้วปรำกฏว่ำดินฐำนรำกนี ไม่สำมำรถรับ น ำหนักอำคำรได้ ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงอำจจะให้ผู้รับจ้ำงด ำเนินกำรขุดต่อไป จนถึงชั นฐำนรำกที่สำมำรถ รับน ำหนักอำคำรได้ ในปริมำณงำนและรำคำงำนที่เกินจำกแบบรูปรำยละเอียดเดิมให้จ่ำยตำมปริมำณที่ขุดจริง และใช้รำคำต่อหน่วยตำมใบแจ้งปริมำณงำนและรำคำงำนตำมสัญญำนี กำรขุดจะต้องขุดในสภำพที่แห้งไม่มีน ำ ขัง ถ้ำมีน ำขังผู้รับจ้ำงต้องสูบออกให้หมด ดินหรือหินที่ขุดถ้ำมีคุณภำพ คุณสมบัติ และขนำด ตำมที่ก ำหนดใน รำยกำรรำยละเอียดด้ำนวิศวกรรมสำมำรถน ำมำใช้งำนได้ แต่ต้องได้รับควำมเห็นชอบจำกผู้ควบคุมงำนของผู้
    ว่ำจ้ำงก่อน
    (2) ผิวพื นด้ำนล่ำงและควำมลำดด้ำนข้ำงของงำนขุดบ่อก่อสร้ำง ขึ นกับขอบเขตงำนคอนกรีตตำม แนว ระดับและขนำดที่แสดงในแบบรูปรำยละเอียด พร้อมขุดเผื่อเพื่อกำรท ำงำน กรณีที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ ว่ำจ้ำงสั่งกำรให้ขุดเพิ่ม บริเวณส่วนที่ขุดเพิ่มต้องแทนที่ด้วยคอนกรีต เช่น ส่วนเสียหำยที่เกิดจำกกำรระเบิด ค่ำใช้จ่ำยของงำนคอนกรีตดังกล่ำวถือเป็นควำมรับผิดชอบของผู้รับจ้ำง
    (3) เมื่อผู้รับจ้ำงขุดฐำนรำกอำคำรเสร็จแล้ว จะต้องได้รับกำรตรวจสอบและเห็นชอบจำกผู้ ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงก่อนจึงจะด ำเนินกำรในขั นตอนต่อไปได้
    2.7 การรวมกองวัสดุที่ได้จากงานขุด
    2.7.1 บททั่วไป
    (1) ผู้รับจ้ำงต้องรวมกองวัสดุที่ได้จำกงำนขุดและมีคุณสมบัติไม่เหมำะสมขนย้ำยไปยังสถำนที่ รวมกองดังแสดงในแบบรูปรำยละเอียดหรือบริเวณที่ได้รับควำมเห็นชอบจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง
    (2) สถำนที่รวมกองวัสดุต้องไม่กีดขวำงทำง ท ำกำรรวมกองในระดับที่ไม่สูงเกิน และไม่เกิน ขอบเขตที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงอนุมัติเห็นชอบ
    (3) กรณีที่ไม่มีกำรอนุมัติอื่นใด นอกเหนือจำกที่ก ำหนดข้ำงต้น ควำมลำดชันของวัสดุ ที่รวมกอง ไม่ควรมีควำมลำดชันเกิน 1 ต่อ 3 (ตั ง:รำบ)
    (4) ผู้รับจ้ำงไม่สำมำรถน ำวัสดุที่ได้จำกกำรขุดและมีคุณสมบัติเหมำะสมเพื่อใช้กับ งำนก่อสร้ำงไปใช้ท ำงำนทันที ผู้รับจ้ำงต้องท ำกำรรวมกองตำมบริเวณที่แสดงในแบบรูปรำยละเอียด หรือตำม บริเวณที่ได้รับควำมเห็นชอบจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงและต้องได้รับกำรตรวจสอบว่ำมีคุณสมบัติเหมำะสม ก่อนจึงสำมำรถน ำไปใช้งำนได้
    ๒๓
    2.7.2 ส่วนประกอบของวัสดุที่ไม่เหมาะสมกับงานก่อสร้าง
    ผู้รับจ้ำงต้องท ำกำรกองวัสดุที่ไม่เหมำะสมกับงำนก่อสร้ำงตำมบริเวณที่ก ำหนด พร้อมทั งท ำ กำรปูเกลี่ยวัสดุออกเป็นชั นๆ
    2.7.3 การปรับแต่งบริเวณพื นที่กองวัสดุ
    (1) ผู้รับจ้ำงต้องท ำกำรปรับระดับของกองวัสดุที่ไม่เหมำะสมกับงำนก่อสร้ำง ภำยในพื นที่ที่ ก ำหนด พร้อมทั งก่อสร้ำงระบบระบำยน ำและระบบป้องกันอื่นๆ เพื่อไม่ให้น ำฝนกัดเซำะผิวดิน
    (2) ถ้ำไม่ก ำหนดไว้เป็นอย่ำงอื่น บริเวณพื นที่ทิ งวัสดุอำจท ำกำรปูหน้ำดินหนำ 0.50 เมตร แล้วปลูกหญ้ำตำมวิธีกำรที่ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงสั่งกำร
    2.8 การวัดปริมาณงานและการจ่ายเงิน
    2.8.1 บททั่วไป
    (1) วัสดุที่ขุดจะวัดปริมำณเพื่อกำรจ่ำยเงินตำมขอบเขตที่แสดงในแบบรูปรำยละเอียดหรือ ตำมที่ได้รับควำมเห็นชอบจำกผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง
    (2) ผู้รับจ้ำงต้องท ำกำรส ำรวจทั งก่อนเริ่มงำนขุดและหลังงำนขุดแล้วเสร็จเพื่อค ำนวณหำ ปริมำณงำนขุด
    (3) ก่อนเริ่มงำนส ำรวจไม่น้อยกว่ำ 7 (เจ็ด) วัน ผู้รับจ้ำงต้องเสนอผังกำรส ำรวจ ขอบเขต อ้ำงอิง รูปตัดและวิธีกำรท ำงำน ให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงอนุมัติ
    (4) ขอบเขตและต ำแหน่งที่ใช้ประกอบในกำรท ำงำนส ำรวจ ต้องอ้ำงอิงจำกหมุดมำตรฐำน ข้อมูลที่กล่ำวนี ต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงทรำบอย่ำงน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเริ่มงำน ข้อมูลดิบที่ได้จำกกำร ส ำรวจในสนำมและจุดพิกัดอ้ำงอิงต่ำงๆ ให้แนบพร้อมกับเอกสำรค ำนวณปริมำณงำน เสนอให้ผู้ควบคุมงำนของผู้ ว่ำจ้ำงพิจำรณำ
    (5) กำรวัดปริมำณงำนเพื่อกำรจ่ำยเงิน ให้ด ำเนินกำรโดยควำมเห็นชอบของผู้ควบคุมงำนของ ผู้ว่ำจ้ำง โดยผู้รับจ้ำงต้องแจ้งผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงทรำบอย่ำงน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนด ำเนินกำรส ำรวจวัด ปริมำณงำน
    (6) อัตรำต่อหน่วยที่ใช้จะรวมถึงค่ำใช้จ่ำยทั งหมดที่ใช้ในกำรขุด กำรขนส่ง กำรรวมกอง กำร ท ำควำมสะอำดตำมผิวหน้ำงำนขุดและกำรปรับแต่งให้คืนสภำพเดิมในบำงพื นที่ เช่นผิวถนน หรือทำง สำธำรณะ
    ๒๔
    2.8.2 งานถากถาง
    การวัดปริมาณงาน
    คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุจะตรวจวัดปริมำณงำนถำกถำง ตำมรำยกำรที่แสดงไว้ในใบแจ้ง ปริมำณงำนและรำคำของสัญญำนี เมื่อผู้รับจ้ำงได้ท ำงำนเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุจะ ท ำกำรตรวจวัดปริมำณงำนนั นมีหน่วยเป็นตำรำงเมตร ตำมขอบเขตที่แบบรูปรำยละเอียดก ำหนดไว้หรือตำม ปริมำณที่ท ำได้จริงภำยในขอบเขตที่คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุสั่งกำร โดยให้ยึดถือกำรวัดปริมำณงำนของ คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเป็นที่สุด
    การจ่ายเงิน
    ผู้ว่ำจ้ำงจะจ่ำยเงินให้ในอัตรำต่อหน่วยเป็นตำรำงเมตร ตำมรำยกำรที่แสดงไว้ในใบแจ้ง ปริมำณงำนและรำคำของสัญญำนี ซึ่งประกอบด้วยค่ำใช้จ่ำยในกำรจัดหำเครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์แรงงำน และ ค่ำใช้จ่ำยอื่นๆ เพื่อให้งำนบรรลุวัตถุประสงค์
    งำนถำงป่ำ ขุดตอและรำกไม้ เพื่อก่อสร้ำงส ำนักงำนโรงเก็บวัสดุ อำคำรชั่วครำวเพื่อกำรใช้ งำนของผู้รับจ้ำงและบริเวณแหล่งวัสดุจะไม่มีกำรเบิกจ่ำยในรำยกำรงำนขุด เนื่องจำกค่ำใช้จ่ำยดังกล่ำวได้รวม ไว้ในงำนตำมรำยกำรงำนก่อสร้ำงแต่ละประเภทนั นแล้ว
    2.8.3 การขุดเปิดหน้าดิน
    การวัดปริมาณงาน
    คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุจะตรวจวัดปริมำตรงำนขุดเปิดหน้ำดิน ตำมรำยกำรที่แสดงไว้ในใบ แจ้งปริมำณงำนและรำคำของสัญญำนี เมื่อผู้รับจ้ำงได้ท ำงำนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตำมที่คณะกรรมกำรตรวจรับ พัสดุเห็นสมควร โดยคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุจะท ำกำรตรวจวัดปริมำณงำนนั นมีหน่วยเป็นลูกบำศก์เมตร ตำมขอบเขตที่แบบก ำหนดไว้หรือปริมำณที่ท ำได้จริงภำยในขอบเขตที่คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุสั่งกำร โดย ให้ยึดถือกำรวัดปริมำณงำนของคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเป็นที่สุด
    การจ่ายเงิน
    ผู้ว่ำจ้ำงจะจ่ำยเงินให้ในอัตรำต่อหน่วยเป็นลูกบำศก์เมตร ตำมรำยกำรที่แสดงไว้ในใบแจ้ง ปริมำณงำนและรำคำของสัญญำนี ซึ่งประกอบด้วยค่ำใช้จ่ำยในกำรจัดหำเครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์ ค่ำจัดหำ สถำนที่กอง (ถ้ำมี) ค่ำขนย้ำย ค่ำเกลี่ย แรงงำนและค่ำใช้จ่ำยอื่นๆ เพื่อให้งำนบรรลุวัตถุประสงค์
    2.8.4 งานดินขุด
    การวัดปริมาณงาน
    คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุจะตรวจวัดปริมำตรงำนดินขุดด้วยแรงคน งำนดินขุดด้วย เครื่องจักร งำนขุดรื อย้ำยท ำนบดินชั่วครำวและงำนดินขุดยำก ตำมรำยกำรที่แสดงไว้ในใบแจ้งปริมำณงำนและ รำคำของสัญญำนี เมื่อผู้รับจ้ำงได้ท ำงำนเสร็จเรียบร้อยแล้วตำมที่คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเห็นสมควร โดย
    ๒๕
    คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุจะท ำกำรตรวจวัดปริมำณงำนนั นมีหน่วยเป็นลูกบำศก์เมตร ตำมขอบเขตที่แบบรูป รำยละเอียดก ำหนดไว้หรือตำมปริมำณที่ท ำได้จริงภำยในขอบเขตที่คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ สั่งกำร โดยให้ ยึดถือกำรวัดปริมำณงำนของคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเป็นที่สุด
    ส ำหรับงำนอำคำรตำมรำยกำรที่แสดงไว้ในใบแจ้งปริมำณงำนและรำคำที่มีหน่วยเป็นแห่ง คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุจะไม่แยกตรวจวัดปริมำณงำนดังกล่ำวให้ แต่จะคิดรวมไว้ในงำนอำคำรแต่ละแห่งที่ เกี่ยวข้อง
    การจ่ายเงิน
    ผู้ว่ำจ้ำงจะจ่ำยเงินให้ในอัตรำต่อหน่วยเป็นลูกบำศก์เมตร ตำมรำยกำรที่แสดงไว้ในใบแจ้ง ปริมำณงำนและรำคำของสัญญำนี ซึ่งประกอบด้วยค่ำใช้จ่ำยในกำรจัดหำเครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์ค่ำจัดหำบ่อ ยืมดิน สถำนที่กอง (ถ้ำมี) ค่ำขนส่ง ค่ำเกลี่ย แรงงำน และค่ำใช้จ่ำยอื่นๆ เพื่อให้งำนบรรลุวัตถุประสงค์
    2.8.5 งานขุดฐานรากอาคาร
    ค่ำใช้จ่ำยงำนขุดฐำนรำกอำคำรนี ผู้ว่ำจ้ำงจะจ่ำยเงินให้ในอัตรำต่อหน่วยเป็นลูกบำศก์เมตร ตำมรำยกำรที่แสดงไว้ในใบแจ้งปริมำณงำนและรำคำของสัญญำนี
    2.8.6 งานรวมกองวัสดุจากงานขุด
    ค่ำใช้จ่ำยในงำนขุด และขนย้ำยวัสดุที่ขุดได้ งำนรวมกอง งำนคัดเลือกวัสดุออกเพื่อใช้งำน เช่น วัสดุมวลคละที่ใช้ในกำรผสมคอนกรีต วัสดุที่ใช้ในกำรถมบดอัดและวัสดุที่ใช้ในกำรท ำงำนถนน และงำนอื่นๆ จะคิดค่ำใช้จ่ำยรวมไว้ในอัตรำต่อหน่วยงำนขุดประเภทต่ำงๆจะไม่มีกำรจ่ำยเพิ่มส ำหรับรำยกำรงำนนี
    ๒๖
    บทที่ 3
    งานถมกลับบดอัด
    3.๑ งานถมกลับบดอัด
    (๑) ขอบเขตของงำน
    (ก) ผู้รับจ้ำงจะต้องถมกลับบดอัดให้ได้ตำมแนว ขนำด ระดับและต ำแหน่งที่แสดงไว้ในแบบ รำยละเอียด หรือตำมที่คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเห็นชอบ
    (ข) วัสดุที่จะน ำมำใช้ถมกลับบดอัด จะต้องน ำมำจำกวัสดุที่เหมำะสมที่ได้จำกงำนขุดหรือ จำก แหล่งอื่นตำมที่คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุอนุมัติงำนถมกลับในส่วนที่เป็น Random Backfill วัสดุที่น ำมำ ถมจะต้องปรำศจำกเศษวัชพืช รำกไม้ ตอไม้ หรือสิ่งที่ไม่พึงประสงค์อื่นๆ ดินถมกลับภำยในระยะ 0.00 ม. จำกตัวอำคำร จะต้องเป็นวัสดุที่ผ่ำนกำรคัดเลือกแล้ว โดยหินที่ปนอยู่ต้องมีขนำดไม่โตกว่ำ ๗๕ มิลลิเมตร บด อัดด้วยเครื่องมือแบบกระทุ้งหรือแบบแผ่นสั่นสะเทือนและระมัดระวังมิให้เกิดควำมเสียหำยแก่ตัวอำคำร
    (ค) ในกรณีงำนบดกลับติดกับอำคำรคอนกรีต ซึ่งบดอัดโดยเครื่องจักรขนำดใหญ่ไม่ได้ เครื่องมือ และวิธีกำรในกำรบดอัดนี จะต้องได้รับกำรอนุมัติจำกผู้ว่ำจ้ำงเสียก่อน
    (๒) วิธีกำรถมกลับบดอัด
    วิธีกำรถมกลับบดอัดจะจัดให้วัสดุคละขนำดต่ำงๆ เศษหิน หรือก้อนหิน (Boulder) กระจำยตัว สม่ ำเสมอและจะต้องท ำกำรถมเป็นขั นๆ แต่ละชั นหนำไม่เกิน ๓๐ ซม. โดยใช้เครื่องจักรเครื่องมือ ตำมควำม เห็นชอบของคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุ หำกปรำกฏว่ำส่วนใดเกิดเป็นแอ่งหรือเว้ำลงเนื่องจำกกำรทรุด ตัว จะต้องท ำกำรถมกลับให้เต็มตำมที่ก ำหนดไว้ในแบบ งำนดินถมบดอัดแน่นด้วยเครื่องจักร ไม่น้อยกว่ำ 8๕% S.P.C.T. และดินลูกรังบดอัดแน่นด้วยเครื่องจักร ๙๕% M.P.C.T.
    3.๒ การวัดปริมาณและการจ่ายเงิน
    (ก) กำรวัดปริมำณงำนเพื่อกำรจ่ำยเงินส ำหรับกำรถมกลับบดอัดดิน จะคิดจำกปริมำตรของวัสดุที่ ใช้บดอัดจนได้แนว ระดับระยะตำมที่แสดงไว้ในแบบรำยละเอียด หรือตำมค ำสั่งของผู้ว่ำจ้ำง
    (ข) กำรจ่ำยเงินส ำหรับกำรถมบดอัดดังกล่ำว จะจ่ำยในอัตรำรำคำต่อหน่วยลูกบำศก์เมตร ตำมที่ แสดงไว้ในบัญชีรำคำงำน
    ๒๗
    บทที่ 4
    งานคอนกรีต (Concrete Work)
    4.1 คอนกรีต
    4.1.1 ขอบเขตงาน
    งำนคอนกรีต หมำยถึง กำรจัดหำวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องจักรเครื่องมือในกำรผลิต ขนย้ำย ก่อสร้ำง ติดตั งและรื อย้ำยแบบพร้อมนั่งร้ำน เท ตกแต่ง บ่ม และงำนรอยต่อ ตลอดจนงำนอื่นๆ ส ำหรับงำน ก่อสร้ำงเขื่อนดินและอำคำรประกอบ ในส่วนที่เป็นงำนคอนกรีตที่ก ำหนดในแบบ หรือตำมที่คณะกรรมกำร ตรวจรับพัสดุพิจำรณำเห็นสมควร
    4.1.2 หลักเกณฑ์ทั่วไป
    งำนคอนกรีตทั งหมดจะต้องด ำเนินกำรก่อสร้ำงให้ได้ แนว ระดับ ขนำด รำยละเอียดอื่นๆ และควำมแข็งแรงของคอนกรีต (Concrete Strength) ในแต่ละส่วนจะต้องไม่ต่ ำกว่ำที่ก ำหนดไว้ในแบบ โดยทั่วไปอัตรำส่วนผสมของคอนกรีตจะต้องออกแบบส่วนผสมให้ได้คอนกรีตที่ท ำงำนได้สะดวก มีควำมแน่น ควำมทึบน ำและควำมแข็งแรงตำมที่ต้องกำร ส่วนผสมคอนกรีตที่จะน ำไปใช้กับงำนคอนกรีตในที่ต่ำงๆ จะต้อง ก ำหนดเป็นครำวๆ ไป คุณลักษณะและคุณภำพของวัสดุที่ใช้ผสมคอนกรีต ผู้รับจ้ำงจะต้องขออนุมัติจำกผู้ ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงหรือคณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุก่อนจึงจะเริ่มงำนคอนกรีตได้
    ก่อนเทคอนกรีตในส่วนต่ำงๆ ของอำคำร หรือในส่วนอื่น จะต้องได้รับกำรตรวจสอบ และ เห็นชอบจำกผู้ควบคุมงำนเสียก่อน งำนคอนกรีตทั งหมดจะต้องปรำศจำกข้อบกพร่องอันอำจจะก่อให้เกิดควำม เสียหำยต่อควำมแข็งแรง ทนทำน หรือคุณสมบัติทึบน ำของคอนกรีต
    4.1.3 โรงผสมคอนกรีต (Batching Plant)
    ผู้รับจ้ำงจะต้องเสนอแบบแสดงรำยละเอียดที่สมบูรณ์ส ำหรับโรงผสมคอนกรีตและเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรผสมคอนกรีต กำรขนส่ง กำรเทคอนกรีต รวมทั งวิธีกำรควบคุมกำรด ำเนินกำรดังกล่ำวให้ คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุอนุมัติ ซึ่งกำรเสนอแบบและวิธีกำรด ำเนินงำนนี จะต้องท ำก่อนที่จะสั่งซื อ ประกอบ หรือขนส่งโรงผสมคอนกรีตและเครื่องมืออุปกรณ์ไม่น้อยกว่ำ 60 วัน
    4.1.4 ส่วนประกอบของคอนกรีต
    คอนกรีตประกอบด้วยส่วนผสมของปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ ทรำย วัสดุหยำบ น ำ หรืออำจมี สำรเคมีผสมคอนกรีต (Chemical Admixture) รวมอยู่ด้วย ส่วนผสมทั งหมดนี จะต้องน ำมำผสมในอัตรำส่วน ที่เหมำะสมคลุกเคล้ำกันอย่ำงดี และมีควำมเหลวที่เหมำะสมส ำหรับงำนแต่ละชนิด ส่วนประกอบของคอนกรีต แต่ละอย่ำงจะต้องมีลักษณะและคุณสมบัติ ดังนี
    (1) ซีเมนต์ (Cement)
    ปูนซีเมนต์ที่ใช้ต้องเป็นปูนปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ และมีคุณสมบัติตำมมำตรฐำน ASTM C 150 หรือตำมมำตรฐำนผลิตภัณฑ์อุตสำหกรรม มอก.15-2562 หรือเป็นปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก (Hydraulic Cement) ต้องเป็นปูนซีเมนต์ที่ใหม่ ไม่เสื่อมคุณภำพ ไม่เปียกชื น และต้องมีคุณภำพตำมมำตรฐำน ผลิตภัณฑ์อุตสำหกรรม มอก. 2594 - 2556 หรือมำตรฐำน ASTM C1157
    ปูนซีเมนต์ที่ใช้อำจบรรจุในถุงกระดำษชนิดหลำยชั นหรือเป็นถัง (Bulk) ก็ได้ กำรเลือก ประเภทปูนซีเมนต์จะต้องเหมำะสมกับงำนแต่ละงำนตำมที่ระบุในแบบ หรือตำมที่ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำงหรือ คณะกรรมกำรตรวจรับพัสดุเป็นผู้ก ำหนด
    ๒๘