จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างศึกษาและวิเคราะห์โครงการ Mystery Shopper

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 69029506588
฿1,011,150 ปีงบ 2569 ประกาศ 21 เม.ย. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการท่าอากาศยาน โดยเฉพาะการบริหารรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non Aeronautical Revenue) ผ่านระบบรับรู้รายได้ (Revenue Recognition System: RR System) เพื่อให้ได้ข้อมูลรายได้ที่รวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล ทอท. ได้ติดตั้งระบบ RR System ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.), ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.), ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.), ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.), ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.), ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) และเขตปลอดอากร เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและเกิดความเชื่อมั่น จึงจำเป็นต้องตรวจสอบการใช้เครื่อง POS ในการออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี ของผู้ประกอบการ โดยวิธีที่เหมาะสมคือการตรวจสอบแบบ Mystery Shopper ซึ่งเป็นการตรวจสอบจากมุมมองของลูกค้าในการซื้อสินค้าและบริการจริง เพื่อทราบถึงความโปร่งใสในการประกอบการ ชี้ให้เห็นจุดที่ต้องปรับปรุง และนำไปสู่มาตรฐานการให้บริการที่ดีขึ้น โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและตรวจสอบการจัดเก็บรายได้กิจกรรมเชิงพาณิชย์ของผู้ประกอบการที่ใช้ระบบ POS ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง และเขตปลอดอากร 1 แห่ง ให้ครบถ้วน ถูกต้อง สอดคล้องกับนโยบายภาษีมูลค่าเพิ่ม ตรวจสอบความถูกต้องในการออกใบเสร็จ และการให้บริการ โดยมีระยะเวลาจ้าง 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569

English summary

Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) intends to procure services for a Mystery Shopper study and analysis project. The objective is to inspect the revenue collection of commercial activities by operators using the POS system at 6 airports and 1 duty-free zone, ensuring accuracy, transparency, and compliance with the Revenue Department’s VAT collection policy. This includes verifying the correctness of receipts/tax invoices and the service quality of operators. The project duration is 5 months, from May 1, 2026, to September 30, 2026.

สถานที่ดำเนินการ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานหาดใหญ่, ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้ ทอท.ได้รับทราบรายได้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง และสนองตอบต่อนโยบายในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร
  • เพื่อให้ ทอท.ได้ทราบถึงการตรวจสอบความถูกต้องในการออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกํากับภาษี
  • เพื่อให้ ทอท.ได้ทราบถึงการตรวจสอบการให้บริการของร้านค้า

ขอบเขตของงาน

  • สุ่มตรวจร้านค้า Food & Beverage และ Retail จำนวน 315 ร้านค้าต่อเดือน โดยจะมีการระบุร้านค้าที่สำรวจร่วมกันระหว่าง ทอท. และผู้รับจ้าง
    • ทสภ. จำนวน 37 ร้านค้า
    • ทดม. จำนวน 64 ร้านค้า
    • ทภก. จำนวน 46 ร้านค้า
    • ทชม. จำนวน 88 ร้านค้า
    • ทหญ. จำนวน 36 ร้านค้า
    • ทชร. จำนวน 38 ร้านค้า
    • เขตปลอดอากร จำนวน 6 ร้านค้า
  • ใช้งบประมาณในการสุ่มตรวจประมาณ 500 บาทต่อร้านค้า โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความจำเป็นเมื่อหารือร่วมกัน
  • ทำการสำรวจตามจำนวนร้านค้าที่กำหนดเป็นรายเดือน รวม 5 ครั้ง
  • จัดทำข้อมูลการสุ่มตรวจสอบร้านค้า โดยมีรายละเอียดดังนี้:
    • หลักฐานการซื้อสินค้า (ชื่อร้าน, วัน, เวลา, รูปภาพสินค้า, รายละเอียดอื่น ๆ ตามที่ ทอท. กำหนด)
    • ตรวจสอบความถูกต้องของใบเสร็จรับเงินที่ออกจากเครื่อง POS
    • ตรวจสอบการให้บริการของร้านค้า (การพูดจา, อัธยาศัย, ความสะดวกรวดเร็ว, ความสะอาด)
  • จัดทำสรุปรายงานประจำเดือนส่งให้ ทอท. ภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป โดยรายงานต้องประกอบด้วย:
    • ชื่อร้านค้า
    • วัน เวลาที่ทำการสุ่มซื้อสินค้า
    • รายการสินค้า และรูปสินค้า
    • ราคาสินค้า
    • ใบเสร็จรับเงิน (รูปภาพชัดเจน, การออกใบเสร็จ, รูปแบบถูกต้องตามที่ ทอท. กำหนด หรือรูปแบบเดิมของร้านค้า หรือบิลเงินสด)
    • รูปภาพสลิปการโอนเงิน (ถ้ามี)
    • ชื่อ-นามสกุลของพนักงานที่ทำการสุ่มซื้อสินค้า
  • จัดทำรายงานสรุปผลการสำรวจทั้งโครงการเมื่อสำรวจครบถ้วน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงาน
  • รายงานผลการสำรวจเป็นรายเดือน (เอกสาร 3 ชุด, เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 1 ชุด)
  • รายงานสรุปผลการสำรวจทั้งโครงการ (เอกสาร 1 ชุด, เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 1 ชุด)

ระยะเวลาดำเนินการ

5 เดือน (1 พฤษภาคม 2569 – 30 กันยายน 2569)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
  • Standards Compliance:
  • Experience:
  • Previous Project Cost:
  • Technical Capabilities:
  • Personnel:
    • พนักงานที่ผู้รับจ้างจัดเข้ามาปฏิบัติงานต้องเป็นผู้ที่มีความชํานาญงาน และผ่านการอบรมความรู้ในงานที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี
  • Exclude the basic requirements(valid business license, has a legal entity…)

เกณฑ์การพิจารณา

เกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การสุ่มตรวจร้านค้า Food & Beverage และ Retail จำนวน 315 ร้านค้าต่อเดือน
  • การตรวจสอบความถูกต้องของใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีที่ออกจากเครื่อง POS
  • การตรวจสอบการให้บริการของร้านค้า (การพูดจา, อัธยาศัย, ความสะดวกรวดเร็ว, ความสะอาด)
  • การจัดทำรายงานสรุปผลการสำรวจรายเดือนและรายงานสรุปผลทั้งโครงการ
  • การใช้เอกสารหลักฐานการซื้อสินค้า, รูปภาพสินค้า, รูปภาพใบเสร็จ, รูปภาพสลิปการโอนเงิน
  • การตรวจสอบรูปแบบใบเสร็จรับเงินให้ถูกต้องตามที่ ทอท. กำหนด (มี RC Code) หรือรูปแบบเดิมของร้านค้า หรือบิลเงินสด

เงื่อนไขสัญญา

  • การแบ่งงวดงานและการจ่ายเงินค่าจ้าง: 3 งวด
    • งวดที่ 1 (40%): เมื่อส่งแผนดำเนินงานและผลสำรวจเดือนที่ 1-2 แล้วเสร็จ
    • งวดที่ 2 (50%): เมื่อส่งผลสำรวจเดือนที่ 3-5 แล้วเสร็จ
    • งวดที่ 3 (10%): เมื่อส่งรายงานสรุปผลทั้งโครงการแล้วเสร็จ
  • อัตราค่าปรับ:
    • กรณีสุ่มตรวจร้านค้าไม่ครบจำนวน: ลดค่าจ้างตามอัตราที่เสนอ และปรับ 600 บาทต่อร้านค้าที่ไม่ได้ดำเนินการ
    • กรณีส่งมอบรายงานล่าช้า: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างตามสัญญา แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำบัตรรักษาความปลอดภัยและค่าขอประวัติอาชญากรรม
  • รายงานและเอกสารที่จัดทำถือเป็นกรรมสิทธิ์ของ ทอท.
  • ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ ทอท. เข้าร่วมสังเกตการณ์ทุกขั้นตอน
  • ห้ามจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันและแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของ ทอท.
  • ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการ Mystery Shopper นี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    A: เพื่อตรวจสอบการจัดเก็บรายได้กิจกรรมเชิงพาณิชย์ของผู้ประกอบการที่ใช้ระบบ POS ณ ท่าอากาศยานต่างๆ ของ ทอท. ให้มีความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามนโยบายภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • Q: ท่าอากาศยานใดบ้างที่อยู่ในขอบเขตการสำรวจ?
      A: ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.), ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.), ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.), ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.), ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.), ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) และเขตปลอดอากร
    • Q: จำนวนร้านค้าที่ต้องสุ่มตรวจต่อเดือนมีเท่าใด?
      A: จำนวน 315 ร้านค้าต่อเดือน โดยแบ่งตามแต่ละท่าอากาศยาน
    • Q: งบประมาณสำหรับการสุ่มตรวจต่อร้านค้าประมาณเท่าใด?
      A: ประมาณ 500 บาทต่อร้านค้า และสามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อหารือร่วมกัน
    • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานประเภทใดบ้าง?
      A: รายงานผลการสำรวจเป็นรายเดือน และรายงานสรุปผลการสำรวจทั้งโครงการ
    • Q: การตรวจสอบการให้บริการของร้านค้าครอบคลุมถึงเรื่องใดบ้าง?
      A: ครอบคลุมถึงการพูดจา, อัธยาศัย, ความสะดวกรวดเร็ว, ความสะอาดของร้านค้า
    • Q: รูปแบบใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้องตามที่ ทอท. กำหนดเป็นอย่างไร?
      A: ต้องมี RC Code ระบุในใบเสร็จ หรือเป็นรูปแบบเดิมของร้านค้า หรือบิลเงินสด
    • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้างนอกเหนือจากค่าบริการ?
      A: ค่าใช้จ่ายในการทำบัตรรักษาความปลอดภัยเพื่อเข้าพื้นที่สำรวจ และค่าขอประวัติอาชญากรรม
    • Q: มีการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการจ้างช่วงหรือไม่?
      A: ห้ามจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก ทอท. แต่หากได้รับอนุญาต ผู้รับจ้างยังคงรับผิดชอบงานที่ให้ช่วงไปทั้งหมด
    • Q: นโยบายที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามนอกเหนือจากขอบเขตงานมีอะไรบ้าง?
      A: นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน, แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า, และนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดรายละเอียดในการจัดหาของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) งานจ้างศึกษาและวิเคราะห์โครงการ Mystery Shopper

  1. บทนํา
    ปัจจุบัน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) ได้กําหนดนโยบายในการเพิ่มประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลในการบริหารจัดการท่าอากาศยาน มุ่งเน้นการบริหารจัดการรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non Aeronautical Revenue) โดยให้มีการนําระบบรับรู้รายได้ (Revenue Recognition System : RR System) มาใช้ในการดําเนินงาน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ ทอท.ก้าวไปสู่เป้าหมายในการดําเนินการ เนื่องจากจะช่วยให้ ได้รับข้อมูลรายได้ที่รวดเร็ว ถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ จะส่งผลทําให้เกิดความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย ทําให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีในการตรวจสอบถึงความโปร่งใสในการบริหารงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการตรวจสอบรายได้ เชิงพาณิชย์ที่เป็นการยืนยันถึงการทํางานที่โปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance)
    ส้
    ทอท.ได้มีการติดตั้งและเชื่อมต่อระบบรับรู้รายได้ของผู้ประกอบการ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) และ เขตปลอดภาษีอากร ดังนั้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลในการดําเนินงาน นําไปสู่ความถูกต้อง โปร่งใส และเกิดความเชื่อมั่นในการดําเนินงาน จึงจําเป็นต้องมีการ ตรวจสอบการใช้เครื่อง POS ในการออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกํากับภาษี ของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ ทอท. ได้พิจารณาแล้ว พบว่าวิธีที่เหมาะสมในการตรวจสอบการใช้เครื่อง POS คือ การตรวจสอบด้วยวิธี Mystery Shopper ที่จะเป็นการ ตรวจสอบจากมุมมองของลูกค้า ในการซื้อสินค้าและการให้บริการที่เกิดขึ้นจริงซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ทราบถึงความ โปร่งใสในการประกอบการและการให้บริการ และชี้ให้เห็นจุดที่ยังต้องปรับปรุงได้ชัดเจน เพื่อนําไปสู่มาตรฐานในการ ให้บริการ และความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสีย
  2. วัตถุประสงค์
    ทอท. ต้องการสํารวจและตรวจสอบการจัดเก็บรายได้กิจกรรมเชิงพาณิชย์ของผู้ประกอบการที่ใช้ระบบ POS ณ ท่าอากาศยานที่อยู่ในการกํากับดูแล ทั้ง 6 แห่ง และเขตปลอดภาษีอากร 1 แห่ง ได้แก่ ทสภ., ทดม., ทภก., ทชม., ทหญ., ทชร. และเขตปลอดภาษีอากร จึงมีความประสงค์จะจ้างสํารวจการจัดเก็บรายได้เชิงพาณิชย์ของ ผู้ประกอบการ ด้วยวิธี Mystery Shopper จํานวน 1 งาน โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
    2.1 เพื่อให้ ทอท.ได้รับทราบรายได้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง และสนองตอบต่อนโยบายในการจัดเก็บ ภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร
    2.2 เพื่อให้ ทอท.ได้ทราบถึงการตรวจสอบความถูกต้องในการออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกํากับภาษี
    2
  3. ระยะเวลาจ้าง
    ระยะเวลาจ้าง 5 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 – 30 กันยายน 2569
  4. ขอบเขตงาน
    4.1 ผู้รับจ้างต้องสุ่มตรวจร้านค้า Food & Beverage and Retail จํานวน 315 ร้านค้า ต่อเดือน ดังนี้
    4.1.1 ทสภ. จํานวน 37 ร้านค้า
    4.1.2 ทดม. จํานวน 64 ร้านค้า
    4.1.3 ทภก. จํานวน 46 ร้านค้า
    4.1.4 ทชม. จํานวน 88 ร้านค้า
    4.1.5 ทหญ. จํานวน 36 ร้านค้า
    4.1.6 ทชร. จํานวน 38 ร้านค้า
    4.1.7 เขตปลอดอากร จํานวน 6 ร้านค้า
    โดย ทอท.และผู้รับจ้างจะมีการระบุร้านค้าในการสํารวจร่วมกันก่อนดําเนินการ
    4.2 งบประมาณในการสุ่มตรวจใบเสร็จรับเงิน/ใบกํากับภาษี โดยจะใช้งบประมาณในการสุ่มตรวจประมาณ 500.- บาท ต่อร้านค้า โดยหากมีความจําเป็นในการปรับเปลี่ยนยอดงบประมาณต่อร้านค้า ให้มีการหารือร่วมกันระหว่าง ทอท.กับผู้รับจ้างเป็นกรณีไป
    4.3 ผู้รับจ้างต้องทําการสํารวจตามข้อ 4.1 เป็นรายเดือน รวมจํานวน 5 ครั้ง
    4.4 ผู้รับจ้างต้องจัดทําข้อมูลการสุ่มตรวจสอบร้านค้าตามข้อ 4.1 โดยต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้
    4.4.1 หลักฐานการซื้อสินค้าที่ประกอบไปด้วย ชื่อร้าน, วัน, เวลา, รูปภาพสินค้า และรายละเอียดอื่นๆ ตามที่ ทอท.กําหนด
    4.4.2 ตรวจสอบความถูกต้องของใบเสร็จรับเงินที่ออกจากเครื่อง POS ของร้านค้า
    4.4.3 ตรวจสอบการให้บริการของร้านค้า เช่น การพูดจา อัธยาศัย ความสะดวกรวดเร็วและเต็มใจในการ ให้บริการ ความสะอาดของร้านค้า เป็นต้น
    4.5 หลังจากเสร็จสิ้นการสุ่มตรวจในแต่ละเดือน ผู้รับจ้างต้องจัดทําสรุปรายงานประจําเดือนส่งให้ ทอท.เป็น ประจําทุกเดือนภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป โดยรายงานจะต้องประกอบไปด้วยข้อมูลขั้นต่ํา ดังนี้
    4.5.1 ชื่อร้านค้า
    4.5.2 วัน เวลาที่ทําการสุ่มซื้อสินค้า
    4.5.3 รายการสินค้า และรูปสินค้า
    4.5.4 ราคาสินค้า
    4.5.5 ใบเสร็จรับเงิน
    4.5.5.1 รูปภาพใบเสร็จที่แสดงข้อมูลชัดเจน
    4.5.5.2 มีการออกใบเสร็จให้ทันที หรือ ร้องขอแล้วจึงออกใบเสร็จ หรือ ร้องขอแล้วไม่ได้ใบเสร็จ 4.5.5.3 ใบเสร็จมีรูปแบบถูกต้องตามที่ ทอท.กําหนด (มี RC Code ระบุในใบเสร็จ) หรือ ใบเสร็จ รูปแบบเดิมของร้านค้า หรือ บิลเงินสด
    3
    4.5.6 รูปภาพสลิปการโอนเงินที่แสดงข้อมูลชัดเจน
    4.5.7 ชื่อ – นามสกุล ของพนักงานที่ทําการสุ่มซื้อสินค้า
  5. เงื่อนไขที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ
    5.1 ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการดําเนินงาน ภายใน 7 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    5.2 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือสิทธิใดๆ ในสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ของ บุคคลที่สาม ซึ่งผู้รับจ้างนํามาใช้ในการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง
    5.3 ผู้รับจ้างต้องกําหนดแนวทาง รูปแบบและวิธีการตรวจสอบตามขอบเขตงาน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของ ข้อกําหนดงานจ้างนี้
    5.4 นอกจากผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดและขอบเขตงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของข้อกําหนด งานจ้างนี้ ซึ่งได้กําหนดรายละเอียดไว้ในเอกสารนี้แล้ว ผู้รับจ้างยังต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน ขอบเขต และหน้าที่การ ให้บริการวิชาชีพ และการบริหารงานที่กําหนด รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
    5.5 ผู้รับจ้างต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของงานนี้ไปให้ผู้อื่นรับจ้างช่วงต่ออีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้ รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก ทอท. ในกรณีที่ ทอท.อนุญาตให้ผู้รับจ้างดําเนินการจ้างช่วงได้ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบ งานที่ให้ช่วงไปนั้นทุกประการ
    5.6 พนักงานที่ผู้รับจ้างจัดเข้ามาปฏิบัติงานต้องเป็นผู้ที่มีความชํานาญงาน และผ่านการอบรมความรู้ในงานที่ ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี
    5.7 รายงานและเอกสารต่างๆ ที่จัดทําขึ้นโดยผู้รับจ้างและเสนอต่อ ทอท. ให้ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของ ทอท. โดยผู้รับจ้างต้องไม่เปิดเผย เผยแพร่ กระจาย ทําซ้ํา หรือคัดลอกผลตรวจสอบส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด อันเกิดจาก สัญญาจ้าง หากมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจาก ทอท.
    5.8 ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ของ ทอท.เข้าไปมีส่วนร่วม เกี่ยวข้อง และสังเกตการณ์ในทุกขั้นตอนของ การตรวจสอบตามขอบเขตงานในข้อกําหนดงานจ้างนี้
    5.9 ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการทําบัตรรักษาความปลอดภัยเพื่อเข้าพื้นที่สํารวจ ภายในท่าอากาศยานทุกแห่ง
    5.10 ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการขอประวัติอาชญากรรมกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ
  6. การส่งมอบงาน
    6.1 รายงานผลการสํารวจเป็นรายเดือนตามข้อ 4 โดยต้องส่งภายใน 10 วัน นับถัดจากวันสิ้นเดือนที่สํารวจ โดยจัดส่งในรูปแบบเอกสาร 3 ชุด และเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 1 ชุด
    3
    6.2 รายงานสรุปผลการสํารวจทั้งโครงการ หลังจากสํารวจครบถ้วนตามข้อ 4 โดยจัดส่งในรูปแบบเอกสาร ชุด และเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 1 ชุด
    เานัสส
    4
  7. การแบ่งงวดงานและการจ่ายเงินค่าจ้าง
    ทอท.จะจ่ายเงินค่าจ้างให้ผู้รับจ้าง จํานวน 3 งวด ดังนี้
    7.1 งวดที่ 1 จ่ายร้อยละ 40 (ร้อยละสี่สิบ) ของเงินค่าจ้างทั้งหมดตามที่ระบุในสัญญา เมื่อผู้รับจ้างจัดส่ง แผนการดําเนินงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และผู้รับจ้างส่งผลการสํารวจรายเดือน เดือนที่ 1 – 2 ตามข้อ 6.1 และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท.ได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว
    7.2 งวดที่ 2 จ่ายร้อยละ 50 (ร้อยละห้าสิบ) ของเงินค่าจ้างทั้งหมดตามที่ระบุในสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งผลการ สํารวจรายเดือน เดือนที่ 3 – 5 ตามข้อ 6.1 และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท.ได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว 7.3 งวดที่ 3 จ่ายร้อยละ 10 (ร้อยละสิบ) เมื่อผู้รับจ้างส่งจัดสรุปผลการสํารวจทั้งโครงการฉบับสมบูรณ์ ตามข้อ 6.2 และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท.ได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว
  8. อัตราค่าปรับ
    8.1 หากผู้รับจ้างไม่สามารถสุ่มตรวจร้านค้า Food & Beverage and Retail ได้ครบตามจํานวน 315 ร้านค้า ต่อเดือน ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ ทอท.ลดค่าจ้างลงตามอัตราค่าจ้างที่เสนอไว้ และชําระค่าปรับเป็นจํานวน 600.- บาท ต่อร้านค้าที่ไม่ได้ดําเนินการสุ่มตรวจ
    8.2 หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบรายงานผลการสํารวจรายเดือนตามระยะเวลาที่กําหนดในข้อ 6.1 ผู้รับจ้าง ต้องยินยอมให้ ทอท.ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของราคาค่าจ้างตามสัญญา แต่ต้อง ไม่ต่ํากว่าวันละ 100.- บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน)
  9. นโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของ ทอท.
    คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของ ทอท. ที่กําหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท. ต้องไม่เข้าไป เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันในทุกรูปแบบไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อมและต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้าน คอร์รัปชัน
    ของ ทอท.อย่างเคร่งครัด
    ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการต้อนรับและ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือส่งผลกระทบต่อการดําเนินงานของบริษัท ให้แก่บุคลากรของ ทอท.
  10. การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
    คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ตามรายละเอียดภาคผนวก ก พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้า ของ ทอท. มีการดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลชีวอนามัย และคํานึงถึงความปลอดภัย ของลูกจ้าง รวมถึงการดําเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านการกํากับดูแล กิจการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
    เงานิส ก็
  11. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.
    5
    ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องปฏิบัติตามประกาศ ทอท. เรื่อง นโยบายการคุ้มครองส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) และแนวปฏิบัติสําหรับการ ดําเนินการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.ที่กําหนดไว้ ตลอดจนคําสั่ง ประกาศ หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกโดย ทอท. ซึ่ง ทอท.จะได้แจ้งให้ทราบต่อไป อย่างเคร่งครัด
    ทั้งนี้ผู้รับจ้างสามารถศึกษารายละเอียดของประกาศและแนวทางในการปฏิบัติฯ ดังกล่าวได้ที่ https://wwww.airportthai.co.th > เกี่ยวกับ ทอท. > กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ทอท. > ประกาศ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) เรื่องนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data
    Protection Policy)
  12. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
    ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
  13. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา
    ทอท.พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น
  14. เงื่อนไขอื่นๆ
    ผู้เสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องทําใบประมาณราคาซึ่งแสดงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในแต่ละรายการยื่น
    ให้กับ ทอท. ภายใน 3 วันทําการ หลังจากได้รับแจ้งจาก ทอท.
    น็
    (น.ส.ชญานัสถ์ อึ้งสุวรรณพานิช)
    ผู้ออกข้อกําหนด
    10 ก.ม. 69
    ผนวก ก.
    สัญญา…………..
    แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้าพเจ้า ……. มีสํานักงาน/ภูมิลําเนาตั้งอยู่ ณ
    (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)
    ……………
    ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) ตามสัญญาเลขที่ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คู่ค้าของ ทอท.” ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.รายละเอียดดังนี้
    บทนํา
    ทอท.มีความมุ่งมั่นต่อการดําเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการ ดังนั้น “แนวทางการปฏิบัติ อย่าง ยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.” จึงได้ถูกกําหนดขึ้น โดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกําหนดและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. ดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของลูกจ้าง คํานึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดําเนินงาน ผ่านการกํากับดูแลกิจการและแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้
    มิติเศรษฐกิจ - การกํากับดูแลกิจการที่ดี
  15. การปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และความซื่อสัตย์สุจริต คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจอย่าง เคารพกฎหมายของประเทศและระเบียบข้อบังคับของ ทอท.อย่างเคร่งครัด และดําเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม โดยปราศจากการติดสินบน หรือทุจริตในทุกรูปแบบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย
  16. การรักษาความลับ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเก็บรักษาข้อมูลและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ
    ของ ทอท. และไม่นําข้อมูลของ ทอท.ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล หรือ เพื่อประโยชน์ทางการค้า
  17. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องแจ้งให้ ทอท.ทราบเป็น ลายลักษณ์อักษร หากพบการดําเนินการใด ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ทอท. และคู่ค้า
  18. การแข่งขันเสรีและกฎหมายการแข่งขันทางการค้า: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องปฏิบัติตนภายใต้การแข่งขันที่เสรี เป็นธรรมและดําเนินการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเคร่งครัด และไม่กระทําการอื่นใดซึ่งจะ
    ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคู่แข่งทางการค้า
    มิติสังคม - การจ้างงานและการเคารพสิทธิมนุษยชน
  19. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดูแลแรงงานด้านอาชีวอนามัยและ
    ความปลอดภัยให้เหมาะสม อาทิ สถานที่และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และการดูแลสุขภาพของลูกจ้างและ ผู้รับเหมาช่วงให้สอดคล้องตามกฎหมายหรือมาตรฐานสากล
  20. อิสรภาพของการจ้างงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับ ต้องไม่มีการใช้ แรงงานไม่สมัครใจ และเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มเพื่อเจรจาและต่อรองได้ตามกฎหมายของ
    ประเทศ
  21. ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องจ่ายค่าจ้างและให้สิทธิประโยชน์อื่นใดที่ลูกจ้างจึงได้รับ
    อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และตรงตามกําหนดเวลา
  22. การใช้แรงงานเด็ก: คู่ค้าของ ทอท.ต้องไม่จ้างแรงงานเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกําหนด และ
    ไม่อนุญาตให้เด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ํากว่า 18 ปี ทํางานในเวลากลางคืน หรือในสถานที่ที่มีลักษณะ
    เป็นอันตราย
  23. ระยะเวลาในการทํางาน: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องดูแลไม่ให้แรงงานทํางานนานเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด
    ทั้งนี้จะรวมถึงการทํางานล่วงเวลาและการทํางานในวันหยุด
  24. การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อลูกจ้าง โดยไม่เลือกปฏิบัติในการ
    จ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การเข้ารับการฝึกอบรม การเลื่อนตําแหน่ง การเลิกจ้างหรือการให้ออกจากงาน อันเนื่องมาจากการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ถิ่นกําเนิด สีผิว ศาสนา อายุ ความนิยมทางการเมือง สถานภาพ การสมรส สภาพการตั้งครรภ์ หรือความพิการ
  25. การเลิกจ้าง: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติและการดําเนินการเลิกจ้างในแต่ละขั้นตอนตามกฎหมายกําหนด และ
    ไม่ยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความไม่เป็นธรรม
  26. การเคารพสิทธิมนุษยชน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและมีการปฏิบัติต่อลูกจ้างของตนอย่าง
    เป็นธรรม ตามกฎหมายและมาตรฐานสากล และห้ามมิให้มีการกระทําอันเป็นการล่วงละเมิดทางร่างกายและ วาจา รวมถึงการคุกคามและการข่มขู่ใด ๆ แก่ลูกจ้าง
  27. แรงงานต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหากมีการจ้างแรงงาน
    ต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสัญญาจ้างในภาษาแม่ของแรงงานหรือภาษาที่แรงงาน อ่านแล้วเข้าใจก่อนการจ้างงาน รวมทั้ง หนังสือเดินทางและเอกสารประจําตัวของแรงงานต้องเก็บโดยเจ้าของ เอกสารตลอดเวลา นายจ้างหรือบุคคลที่สามไม่สามารถถือครองเอกสารดังกล่าวของแรงงานได้
  28. ความรับผิดชอบต่อสังคม: คู่ค้าของ ทอท.ควรแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบ
    ต่อสังคม
    มิติสิ่งแวดล้อม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
  29. การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ข้อกําหนด และ
    แนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้อง ในทุกกระบวนการผลิตและการให้บริการ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างความเดือดร้อนรําคาญให้กับชุมชนรอบข้าง
  30. มาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องดําเนินมาตรการป้องกันและ ควบคุมมลพิษ อาทิ ของเสีย น้ําเสีย เสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก โดยต้องควบคุมหรือ บําบัดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามกฎหมายและมาตรฐานสากล
    ทอท.คาดหวังให้คู่ค้าพิจารณานําแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ ทั้งการกํากับดูแลกิจการที่ดี การจ้างงานและ การเคารพสิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มาปรับใช้ในการดําเนินงานของคู่ค้า พร้อมส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองตามความเหมาะสม
    ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และรับทราบ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และตกลงที่จะปฏิบัติ ตามแนวทางดังกล่าวนี้ในทุกประเด็นที่การดําเนินธุรกิจของบริษัทข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ลูกจ้างของบริษัท ที่เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบรวมถึงเก็บข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานการปฏิบัติตามแนวทางนี้ไว้ และส่งมอบให้ตามที่ ทอท.
    ร้องขอ
    (ลงชื่อ)…….
    (………
    (ประทับตราบริษัท)
    (คู่ค้าของ ทอท.)
    .)