ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ เครื่องที่ 4-5 เลขที่ หจฟชพ2 (จ.) 1/2569
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จัดจ้างเหมาก่อสร้าง Warehouse และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สำหรับโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ เครื่องที่ 4-5 วงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 4,500,000 บาท ณ เขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
วัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อก่อสร้าง Warehouse แบบถาวรในตำแหน่งเดิม เพื่อใช้จัดเก็บอุปกรณ์ที่ส่งมาจากคู่สัญญาต่างประเทศ ไม่ให้เกิดความเสียหาย ก่อนนำไปติดตั้งกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ตามแผน LOI วันที่ 31 มกราคม 2567 และ COD วันที่ 30 ตุลาคม 2572
ขอบเขตงานประกอบด้วยงานเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง การวางผัง งานสกัดพื้นและตอม่อ งานก่อสร้างฐานราก งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก งานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ งานสถาปัตยกรรม งานจัดหาติดตั้งและทดสอบระบบไฟฟ้าและสื่อสาร ระบบสายดิน และเชื่อมต่อเข้ากับสายเมนไฟฟ้าเดิมของ กฟผ. ตามแบบก่อสร้างจำนวน 20 แผ่น
ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด และใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมด สัญญาเป็นแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ระยะเวลาก่อสร้าง 120 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน รับประกันความชำรุดบกพร่องไม่น้อยกว่า 2 ปี การจ่ายเงินแบ่งเป็น 7 งวด โดยหักเงินประกันผลงานร้อยละ 10 ต่องวด
การประกวดราคาใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) พิจารณาโดยรับราคาต่ำสุดจากผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทย มีผลงานก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กหรือประเภทเดียวกัน ราคาสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 2,000,000 บาท และต้องมีวิศวกรโยธาระดับภาคีวิศวกรขึ้นไปควบคุมงาน
English summary
The Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) intends to procure construction services for a Warehouse and related works for the Srinagarind Dam Hydropower Plant Renovation Project, Units 4-5, with a total budget of 4,500,000 Baht (VAT inclusive), located at Srinagarind Dam, Si Sawat District, Kanchanaburi Province.
The project objective is to construct a permanent Warehouse at the original location to store equipment delivered from international contractors, preventing damage before installation on the power generators, in accordance with the LOI dated January 31, 2024, and COD dated October 30, 2029.
The scope of work includes site preparation, layout and leveling, excavation and pile cap removal, foundation construction, reinforced concrete structures, structural steel framing, architectural works, and installation and testing of electrical and communication systems, grounding systems, and connection to EGAT’s existing main power lines, following 20 construction drawings.
The contractor must use domestically produced materials of no less than 60% of total material value and domestically produced steel of no less than 90% of total steel quantity. The contract is a price-adjustable type (K factor). Construction period is 120 days from the notice to proceed, with a minimum 2-year defect liability warranty. Payment is divided into 7 installments with 10% performance guarantee retention per installment.
The procurement uses e-bidding method with lowest price evaluation. Bidders must be Thai-registered legal entities with completed reinforced concrete building construction experience of at least 2,000,000 Baht per single contract, and must have a civil engineer at Associate level or above for site supervision.
เขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ (ค่าพิกัด 14°24'20.2"N 99°08'07.2"E)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- ก่อสร้าง Warehouse แบบถาวรในตำแหน่งเดิม เพื่อใช้ในการจัดเก็บอุปกรณ์ที่ส่งมาจากคู่สัญญาต่างประเทศ ไม่ให้เกิดความเสียหาย ก่อนนำไปติดตั้งกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
- สนับสนุนการเตรียมงานโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ เครื่องที่ 4-5 ให้เป็นไปตามแผนงาน (LOI วันที่ 31 มกราคม 2567 และ COD วันที่ 30 ตุลาคม 2572)
- ให้งานก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ สามารถใช้งานได้ดีและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ กฟผ.
ขอบเขตของงาน
- งานจ้างเหมาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดำเนินการ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามแบบก่อสร้างจำนวน 20 แผ่น
- งานเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง การวางผัง แนว ระยะ และหาค่าระดับต่างๆ ในการก่อสร้าง
- งานสกัดพื้น ตอม่อ พร้อมขนทิ้งนอกบริเวณ กฟผ. (ไม่ต้องดำเนินงานพื้น ค.ส.ล. ยกเว้นพื้น ค.ส.ล. ส่วนที่ต้องสกัดออกเพื่อทำฐานราก)
- งานก่อสร้างฐานราก งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.)
- งานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ (Truss TR1, TR2)
- งานสถาปัตยกรรม (หลังคา/ผนังโลหะ COLORBOND, งานทาสี)
- งานจัดหา ติดตั้งและทดสอบระบบไฟฟ้าและสื่อสาร ระบบสายดินภายในและภายนอกอาคาร และเชื่อมต่อเข้ากับสายเมนไฟฟ้าเดิมของ กฟผ.
- งานจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE)
- งานจัดหาและติดตั้งป้ายสัญญาณ ป้ายเตือน ธงราวขาว-แดง และไฟแสงสว่างชั่วคราว
- งานทำความสะอาดพื้นที่และซ่อมแซม
- งานสิ่งอำนวยความสะดวกชั่วคราว: โรงเก็บวัสดุอุปกรณ์ สำนักงานชั่วคราวสำหรับผู้ควบคุมงาน กฟผ. (ไม่ต่ำกว่า 18 ตร.ม. พร้อมระบบปรับอากาศ) ห้องน้ำ ห้องส้วม ป้ายชื่อโครงการ รั้วชั่วคราวสูงไม่ต่ำกว่า 2.00 เมตร ถนน/ที่จอดรถ/ทางเดินชั่วคราว ระบบไฟฟ้าและน้ำประปาชั่วคราว สัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สาย
- งานสำรวจ (Survey) จัดหากล้องสำรวจระดับและแนวอย่างละ 1 ชุด ประจำสถานที่ก่อสร้าง
- การทดสอบ Plate Bearing Test ยืนยันค่ากำลังรับแรงแบกทานของดินก่อนก่อสร้าง
- การบดอัดดินถม DRY DENSITY มากกว่า 95% STANDARD PROCTOR TEST
- ปฏิบัติตามระเบียบความปลอดภัย กฟผ. ฉบับที่ 396, 129, 100 และระบบ EGAT SHE
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- อาคาร Warehouse และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามแบบก่อสร้าง 20 แผ่น
- กุญแจทั้งหมดที่ใช้ในอาคาร ชุดละ 3 ดอก แยกเป็นชุดเป็นระบบ
- คู่มือการใช้งานและการดูแลรักษาอุปกรณ์หลักของระบบต่างๆ จำนวนระบบละ 3 ชุด (รูปเล่มใส่แฟ้มปกแข็ง)
- การอบรมและแนะนำบุคลากร กฟผ. เกี่ยวกับการใช้งานและดูแลรักษาอุปกรณ์หลักแต่ละระบบ โดยวิทยากรผู้ชำนาญงานของบริษัทผู้ผลิต
- เครื่องมือและชิ้นส่วนอะไหล่ที่มากับอุปกรณ์หรือตามระบุในสัญญา
- แบบสร้างจริง (As-built Drawing) ขนาด A3 จำนวน 3 ชุด และไฟล์ DWG และ PDF ใน CD/DVD จำนวน 4 ชุด ส่งมอบภายใน 30 วันนับจากส่งมอบงานงวดสุดท้าย
- หนังสือรับประกันคุณภาพจากบริษัทผู้ผลิตหรือผู้ติดตั้งสำหรับวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิด
- รายการวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ในงานก่อสร้าง พร้อมข้อมูลผู้ติดต่อ
- ตารางรายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ (ส่งก่อนตรวจรับงานงวดสุดท้าย)
- แผนการทำงาน (Work Schedule) พร้อมรายการ Shop Drawing แผนงานจัดส่งวัสดุอุปกรณ์ และแผนงานความปลอดภัย ภายใน 15 วันนับจากวันลงนามสัญญา
- สำเนากรมธรรม์ประกันภัยงานระหว่างการก่อสร้าง (CAR) ส่งภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา
- สำเนาสัญญา แบบก่อสร้าง และเอกสารแนบสัญญาเก็บรักษาไว้ในสถานที่ก่อสร้างอย่างละ 1 ชุด
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาก่อสร้าง: 120 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
- เริ่มทำงาน: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
- เสนอแผนการทำงาน: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- จัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศและแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ: ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา
- ส่งมอบแบบสร้างจริง (As-built Drawing): ภายใน 30 วันนับจากส่งมอบงานงวดสุดท้าย
- ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง: ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ กฟผ. ได้รับมอบงานงวดสุดท้าย
- กำหนดยืนราคา: ไม่น้อยกว่า 90 วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายจดทะเบียนในประเทศไทย ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
- เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ข้อ 2
- Standards Compliance: ไม่ระบุข้อกำหนด ISO หรือมาตรฐานสากลโดยตรงสำหรับผู้ยื่นข้อเสนอ (แต่มีมาตรฐานวัสดุ มอก. และ ASTM สำหรับงานก่อสร้าง)
- Experience:
- ต้องมีผลงานจ้างก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กหรืองานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา
- ผลงานต้องเป็นสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างได้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา ส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
- เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือ
- Previous Project Cost:
- ราคางานสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 2,000,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- Technical Capabilities:
- ต้องมีเครื่องจักรกลที่มีสภาพพร้อมทำงานในจำนวนเพียงพอ
- ต้องจัดหากล้องสำรวจชนิดสำรวจระดับและสำรวจแนวอย่างละ 1 ชุด ประจำสถานที่ก่อสร้าง
- ต้องมีระบบควบคุมคุณภาพในการปฏิบัติงานที่ดี เครื่องมือเครื่องจักรทันสมัยและมีประสิทธิภาพ
- Personnel:
- วิศวกรที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพจากคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม (ก.ว.) สาขาวิศวกรรมโยธา ระดับภาคีวิศวกรขึ้นไป มีประสบการณ์ 3 ปี จำนวน 1 คนขึ้นไป เพื่อควบคุมงาน
- ช่างที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่าง หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช./ปวส./ปวท. หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรอง ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง แต่ต้องมีอย่างน้อย 1 คน ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 ปี ในแต่ละสาขา: ช่างโยธา/ช่างก่อสร้าง และช่างสำรวจ
- ช่างไฟฟ้าภายในอาคารต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร
- เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยที่ผ่านการอบรมจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมใบแสดงคุณวุฒิแต่ละระดับ
เกณฑ์การพิจารณา
- ใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
- กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา โดยรับราคาผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอรายละเอียดถูกต้องตามข้อกำหนด กฟผ. และมีราคารวมต่ำสุด
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาให้ครบถ้วนตามขอบเขตของงาน
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอราคาต่ำสุดเสนอราคาต่ำจนคาดหมายว่าไม่อาจดำเนินงานตาม TOR ได้ กฟผ. จะให้ชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่าสามารถดำเนินการให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กฟผ. มีสิทธิไม่รับข้อเสนอ
- ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือเอกสารไม่ครบถ้วน จะไม่ได้รับการพิจารณา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- งานเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง: ถางป่า โค่นต้นไม้ ปราบพื้นที่ ขุดตอ ตกแต่งผิวดิน รื้อทำลายสิ่งที่ไม่ต้องการ การขุด การถม การบดทับ การขุดคูระบายน้ำ
- งานแบบหล่อคอนกรีต: ตามมาตรฐาน ACI 347-68 แบบหล่อต้องแข็งแรง รอยต่อแนบสนิท ถอดแบบข้างเสา/คาน/กำแพง 2 วัน แบบใต้ท้องพื้น 14 วัน แบบใต้ท้องคาน 14 วัน
- งานเหล็กเสริมคอนกรีต: เหล็กเส้นเหนียวตาม มอก.20-2559 และ มอก.24-2559 ระยะเหลื่อมต่อเหล็กกลม 50 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลาง เหล็กข้ออ้อย 40 เท่า
- งานคอนกรีตสำหรับโครงสร้าง: ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ตาม มอก.15 เล่ม 1-2555 คอนกรีตผสมเสร็จตาม มอก.213-2560 ควบคุมค่ายุบตัว (Slump) ตามชนิดงาน บ่มคอนกรีตไม่น้อยกว่า 7 วัน ทดสอบกำลังอัดประลัยที่ 7 และ 28 วัน
- งานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ: ตาม มอก.1227-2558, ASTM A-22, มอก.528-2548/2560 การเชื่อมตามมาตรฐาน AWS สลักเกลียวตาม มอก.291-2530
- งานหลังคา/ผนังโลหะ: แผ่นเหล็ก COLORBOND เคลือบซิงคาลุม AZ150 ตาม มอก.2753-2559 ประเภท 22 และ AS1397 ความต้านทานแรงดึง G550 (550 MPa) หรือ G300 (300 MPa) ผ่านการทดสอบ Cyclic Corrosion Test ไม่น้อยกว่า 2,000 ชั่วโมง และ Salt Spray Test ไม่ต่ำกว่า 3,000 ชั่วโมง
- งานทาสี: ตามรายละเอียดงานทาสี
- งานระบบไฟฟ้า: แปลนระบบแสงสว่าง ระบบเตรียมรับไฟฟ้า Load Schedule และ Main Single Line Diagram
- การทดสอบดิน: Plate Bearing Test ยืนยันค่ากำลังรับแรงแบกทานของดิน บดอัดดินถม DRY DENSITY > 95% STANDARD PROCTOR TEST
- วัสดุที่ผลิตในประเทศ: ไม่น้อยกว่า 60% ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด เหล็กที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่า 90% ของปริมาณเหล็กทั้งหมด
เงื่อนไขสัญญา
- ประเภทสัญญา: สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) - งานอาคาร ใช้สูตร K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของมูลค่าตามสัญญา
- เงินประกันผลงาน: หักร้อยละ 10 ของเงินที่ต้องจ่ายแต่ละงวด คืนพร้อมงวดสุดท้าย (หรือใช้หนังสือค้ำประกันธนาคารแทนเมื่อหักครบตามเงื่อนไข)
- เงินจ่ายล่วงหน้า: ไม่มี
- การจ่ายเงิน 7 งวด:
- งวดที่ 1: 10% เมื่องาน >10% (30 วัน)
- งวดที่ 2: 10% เมื่องาน >20% (45 วัน)
- งวดที่ 3: 10% เมื่องาน >30% (60 วัน)
- งวดที่ 4: 20% เมื่องาน >50% (75 วัน)
- งวดที่ 5: 20% เมื่องาน >70% (90 วัน)
- งวดที่ 6: 20% เมื่องาน >80% (105 วัน)
- งวดสุดท้าย: 10% เมื่องานแล้วเสร็จทั้งหมด (120 วัน)
- ค่าปรับล่าช้า: รายวัน 0.10% ของราคางานทั้งหมดตามสัญญา แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
- ค่าปรับจ้างช่วงโดยฝ่าฝืน: 10% ของวงเงินงานที่จ้างช่วง
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับจากวันรับมอบงานงวดสุดท้าย
- ประกันภัยงานระหว่างการก่อสร้าง (CAR): ทุนประกันไม่ต่ำกว่ามูลค่างานตามสัญญา ส่งสำเนากรมธรรม์ภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา
- การเปลี่ยนแปลงงาน: กฟผ. มีสิทธิแก้ไขเพิ่มเติมหรือลดงานได้โดยไม่ต้องเลิกสัญญา
- การบังคับค่าปรับ/ค่าเสียหาย: ชดใช้ภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง มิฉะนั้น กฟผ. มีสิทธิหักจากค่าจ้าง เงินประกันผลงาน หรือหลักประกันสัญญา
- การเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานตามสัญญาปรับราคาได้: ต้องเรียกร้องภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันส่งมอบงานงวดสุดท้าย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- คำถาม: โครงการนี้ก่อสร้าง Warehouse เพื่อวัตถุประสงค์อะไร?
คำตอบ: เพื่อใช้จัดเก็บอุปกรณ์ที่ส่งมาจากคู่สัญญาต่างประเทศสำหรับโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ เครื่องที่ 4-5 ไม่ให้เกิดความเสียหายก่อนนำไปติดตั้งกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า - คำถาม: งานก่อสร้างครอบคลุมงานใดบ้าง?
คำตอบ: ครอบคลุมงานเตรียมพื้นที่ งานสกัดพื้นและตอม่อ งานฐานราก งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก งานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ งานสถาปัตยกรรม งานหลังคา/ผนังโลหะ งานทาสี และงานระบบไฟฟ้าพร้อมเชื่อมต่อสายเมนเดิมของ กฟผ. - คำถาม: ผู้รับจ้างต้องใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศเท่าไร?
คำตอบ: ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด และใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมด - คำถาม: สัญญาเป็นประเภทใด?
คำตอบ: เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) สำหรับงานอาคาร โดยใช้สูตร K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So - คำถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกชั่วคราวอะไรบ้าง?
คำตอบ: ต้องจัดเตรียมโรงเก็บวัสดุอุปกรณ์ สำนักงานชั่วคราวสำหรับผู้ควบคุมงาน กฟผ. (ไม่ต่ำกว่า 18 ตร.ม. พร้อมแอร์) ห้องน้ำ ห้องส้วม ป้ายชื่อโครงการ รั้วชั่วคราวสูงไม่ต่ำกว่า 2 เมตร ถนน/ที่จอดรถชั่วคราว ระบบไฟฟ้าและน้ำประปาชั่วคราว และสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สาย - คำถาม: กฟผ. อนุญาตให้สร้างที่พักคนงานในพื้นที่หรือไม่?
คำตอบ: ไม่อนุญาต กฟผ. ไม่อนุญาตให้ผู้รับจ้างปลูกสร้างอาคารที่พักคนงาน รวมทั้งไม่อนุญาตให้คนงานเข้าพำนักอาศัยภายในพื้นที่ กฟผ. - คำถาม: ต้องทำการทดสอบดินอะไรบ้างก่อนก่อสร้าง?
คำตอบ: ต้องทำ Plate Bearing Test เพื่อยืนยันค่ากำลังรับแรงแบกทานของดิน (Allowable Bearing Capacity) ไม่ต่ำกว่าค่าที่ผู้ออกแบบกำหนด และงานดินถมต้องบดอัดให้ DRY DENSITY มากกว่า 95% STANDARD PROCTOR TEST - คำถาม: แบบสร้างจริง (As-built Drawing) ต้องส่งมอบเมื่อไรและในรูปแบบใด?
คำตอบ: ต้องส่งมอบภายใน 30 วันนับจากส่งมอบงานงวดสุดท้าย ประกอบด้วยแบบขนาด A3 จำนวน 3 ชุด และไฟล์ DWG และ PDF จัดเก็บใน CD/DVD จำนวน 4 ชุด โดยใช้กรอบมาตรฐานและ Title Box ของ กฟผ. - คำถาม: ระเบียบความปลอดภัยที่ต้องปฏิบัติตามมีอะไรบ้าง?
คำตอบ: ต้องปฏิบัติตามระบบ EGAT SHE, ระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วยการจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง, ระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 129 ว่าด้วยความปลอดภัยงานก่อสร้าง, ระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 100 มาตรฐานเครื่องหมายความปลอดภัย และกฎกระทรวงด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน - คำถาม: หากงานล่าช้า ค่าปรับคิดอย่างไร?
คำตอบ: คิดเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานทั้งหมดตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท นับจากวันครบกำหนดเวลาแล้วเสร็จจนถึงวันที่ทำงานแล้วเสร็จจริง นอกจากนี้ กฟผ. ยังเรียกค่าเสียหายส่วนที่เกินค่าปรับได้อีกด้วย
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (TOR)
งานจ้างเหมาก่อสร้าง Warehouse และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ เครื่องที่ 4-5
ด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างเหมาก่อสร้าง Warehouse และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ เครื่องที่ 4-5 จำนวน 1 งาน ณ เขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรีวงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 4,500,000 บาท โดยมีรายละเอียดสาระสำคัญของขอบเขตของงาน (TOR) และคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ดังต่อไปนี้.-
- ความเป็นมา
เนื่องจากโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ เครื่องที่ 4-5 ตามแผน LOI วันที่ 31 มกราคม 2567 และ COD วันที่ 30 ตุลาคม 2572 ดังนั้นเพื่อให้การเตรียมงานโครงการฯ เป็นไปตามแผนงาน และด้วยความเรียบร้อย จึงมีความจำเป็นต้องก่อสร้าง WAREHOUSE ใหม่แบบถาวร ในตำแหน่งเดิม เพื่อใช้ใน การจัดเก็บอุปกรณ์ที่ส่งมาจากคู่สัญญาต่างประเทศ ไม่ให้เกิดความเสียหาย ก่อนนำไปติดตั้งกับเครื่องกำเนิด ไฟฟ้า - ขอบเขตของงาน
งานจ้างเหมาก่อสร้าง Warehouse และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อน ศรีนครินทร์ เครื่องที่ 4-5 ประกอบด้วยงาน จ้างเหมาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่า ดำเนินการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดตามแบบรูปและรายละเอียด เงื่อนไขข้อกำหนด และข้อปฏิบัติ ต่าง ๆ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องรับผิดชอบในการก่อสร้าง ตามแบบก่อสร้างจำนวน 20 แผ่น ดังนี้
-แบบเลขที่ SNR-CD-B-6702-S-001 ถึง SNR-CD-B-6702-S-003 (รายละเอียดทั่วไป) -แบบเลขที่ SNR-CD-B-6702-S-004 ถึง SNR-CD-B-6702-S-016 (รายละเอียดงานโยธา) -แบบเลขที่ SNR-CD-B-6702-EE-001 ถึง SNR-CD-B-6702-EE-004 (รายละเอียดงานไฟฟ้า) โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องรับผิดชอบในการก่อสร้าง ให้ครบถ้วนตามที่ปรากฏในแบบและรายละเอียด ต่าง ๆ ของสัญญาทุกประการ
ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และต้องใช้เหล็กที่ ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา (ถ้ามี) งานก่อสร้างนี้เป็นสัญญาแบบ “สัญญาแบบปรับราคาได้(ค่า K)”
สถานที่ก่อสร้าง บริเวณเขื่อนศรีนครินทร์อำเภอศรีสวัสดิ์จังหวัดกาญจนบุรี
รูปแสดงตำแหน่งพื้นที่ตั้งสถานที่ก่อสร้าง (ค่าพิกัด 14°24'20.2"N 99°08'07.2"E)
3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ข้อ 2 คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายจดทะเบียนในประเทศไทยผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
3.3 ต้องมีผลงานจ้างก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กหรืองานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ ประกวดราคางานจ้างก่อสร้าง ซึ่งผลงานดังกล่าวของผู้รับจ้าง ต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็น สัญญาที่ผู้รับจ้างได้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และเป็น ผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือ โดยมีราคางานสัญญา เดียวไม่ต่ำกว่า 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
4. เอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารอย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาในวันที่กำหนดยื่น ข้อเสนอ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์
4.1 เป็นไปตามข้อ 3 หลักฐานการยื่นข้อเสนอ เอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
4.2 หลักฐานยืนยันคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอตามที่กำหนดในข้อ 3
4.2.1 หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ตามข้อ 3.2
4.2.2 หนังสือรับรองผลงาน และในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการทำงานให้ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็น เอกชน ให้แนบสำเนาสัญญาด้วย ตามข้อ 3.3
4.3 เอกสารอื่นๆ
ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะไม่รับพิจารณา ข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
5. หลักเกณฑ์การเสนอราคา
5.1 เป็นไปตามข้อ 4. การเสนอราคาของเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
5.2 ให้ผู้ยื่นข้อเสนอกรอกรายละเอียดการเสนอราคาในใบเสนอราคาตามที่แนบในเอกสารประกวด ราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ครบถ้วน โดยไม่ต้องยื่นใบแจ้งปริมาณ งานและราคาและใบบัญชีรายการก่อสร้าง ในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
5.3 ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญา แบบรูป และรายการละเอียด ฯลฯ ให้ถี่ถ้วน และเข้าใจทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตามเงื่อนไขที่ กฟผ. กำหนด
5.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องคำนวณหาปริมาณงาน และจะต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดของปริมาณงาน ที่เสนอ หากมีข้อสงสัยในปริมาณงาน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องไปตรวจสอบเอง ณ สถานที่ก่อสร้าง ผู้ยื่นข้อเสนอจะ นำมาเป็นข้ออ้างในการขอเบิกค่าใช้จ่ายจาก กฟผ. อีกไม่ได้ เว้นในกรณีที่มีการแก้ไขงานหรือเปลี่ยนแปลง รายละเอียดในแบบ ซึ่ง กฟผ. สงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาจ่ายให้หรือหักคืนจากผู้รับจ้าง
5.5 สำหรับผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ก่อนลงนามในสัญญา กฟผ. จะจัดทำแบบแสดงรายการ ปริมาณ งาน และราคา โดยปรับราคาทุกรายการตามอัตราร้อยละที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอราคา โดยเทียบกับราคากลาง ในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ และนำรายละเอียดในการปรับลดราคาในแบบแสดงรายการ ปริมาณงาน และราคา ไปเป็นเอกสารแนบท้ายของสัญญา ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ ที่ กค (กวจ) 0405.3/ว 651 ลงวันที่ 26 กันยายน 2568
5.6 ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดย ภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้ และจะถอนการเสนอราคามิได้
6. หลักเกณฑ์การพิจารณา
6.1 เป็นไปตามหัวข้อหลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาของเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วย
วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
6.2 กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา โดยรับราคาผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอรายละเอียด ถูกต้องตามข้อกำหนด กฟผ. และมีราคารวมต่ำสุด
6.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาให้ครบถ้วนตามขอบเขตของงาน
6.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจดำเนินงาน ตามขอบเขตของงาน (TOR) ได้ กฟผ. จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่น ข้อเสนอสามารถดำเนินการตามขอบเขตของงาน (TOR) ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กฟผ. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้อง ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จาก กฟผ.
7. กำหนดเวลาแล้วเสร็จ
ภายในกำหนด 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแผนการทำงานให้ เป็นที่พอใจแก่ กฟผ. โดยแสดงถึงขั้นตอนของการทำงานและกำหนดเวลาที่ต้องใช้ในการทำงานหลักต่าง ๆ ให้ แล้วเสร็จ
7.1 กรณีสัญญาอายุเกิน 60 วัน ผู้รับจ้างจะต้องทำตารางการจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิต ภายในประเทศ, ตารางการจัดทำแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ มานำเสนอให้ กฟผ. ตามตัวอย่าง เอกสารแนบท้ายสัญญา (ถ้ามี) ดังนี้
7.1.1 จัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ภายใน 60วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา ตามตาราง การจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
7.1.2 จัดทำแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา ภายใน 60วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา ตามตาราง การจัดทำแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
7.1.3 หากผู้รับจ้างไม่สามารถจัดหาพัสดุที่ผลิตในประเทศหรือการใช้เหล็กที่ผลิต ภายในประเทศตามที่ได้เคยแจ้งไว้ในแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศหรือแผนการ ใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศดังกล่าว ให้ผู้รับจ้างแก้ไขตารางการจัดทำแผนการใช้พัสดุ ที่ผลิตในประเทศหรือแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศส่งให้ กฟผ. พิจารณาก่อน การส่งมอบงาน
ผู้รับจ้างต้องเริ่มทำงานที่รับจ้างภายในกำหนด 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้ เริ่มงานและจะต้องทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 120 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้ เริ่มงาน
8. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่ น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ กฟผ. ได้รับมอบงานงวดสุดท้ายของงานทั้งหมดตามสัญญา หากมีเหตุชำรุด บกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้างอันเกิด จากการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้องหรือทำไว้ไม่เรียบร้อย หรือทำไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา ผู้รับจ้างจะต้อง รีบทำการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดย กฟผ. ไม่ต้องออกเงินใดๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างไม่กระทำ การดังกล่าวภายในกำหนด 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. หรือไม่ทำการแก้ไขให้ถูกต้อง เรียบร้อยภายในเวลาที่ กฟผ. กำหนด กฟผ. มีสิทธิที่จะทำการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้น โดยผู้รับจ้างต้องเป็น ผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
9. หลักประกันสัญญา
กำหนดเป็นจำนวนเต็มในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าตามสัญญา
10. การเปลี่ยนแปลงงาน
กฟผ. มีสิทธิ์ที่จะทำการแก้ไขเพิ่มเติมหรือลดงานจากแบบ และรายการเดิมได้ทุกอย่าง โดยไม่ต้องเลิก สัญญานี้ ราคาที่เปลี่ยนแปลงของการเพิ่มหรือลดงานจะคิดราคาต่อหน่วยในสัญญา (ถ้ามี) ในกรณีที่ไม่มีราคา ต่อหน่วย จะคิดและตกลงราคากันใหม่เพื่อความเหมาะสม
11. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กฟผ. จะจ่ายเงินค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว โดยถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ และกำหนดการจ่ายเงินเป็นจำนวน 7 งวดดังนี้
งวดที่ 1 เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ10 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้าง ได้ปฏิบัติงาน ตาม แบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ10 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงาน ก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับถัดจากวันที่รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
งวดที่ 2 เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ10 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้าง ได้ปฏิบัติงาน ตาม แบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ20 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงาน ก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญาให้แล้วเสร็จภายใน 45 วันนับถัดจากวันที่รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
งวดที่ 3 เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ10 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้าง ได้ปฏิบัติงาน ตาม แบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ30 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงาน ก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับถัดจากวันที่รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
งวดที่ 4 เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ20 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้าง ได้ปฏิบัติงาน ตาม แบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ50 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงาน ก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญาให้แล้วเสร็จภายใน 75 วันนับถัดจากวันที่รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
งวดที่ 5 เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ20 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้าง ได้ปฏิบัติงาน ตาม แบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ70 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงาน ก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับถัดจากวันที่รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
งวดที่ 6 เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ20 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้าง ได้ปฏิบัติงาน ตาม แบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ80 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงาน ก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญาให้แล้วเสร็จภายใน 105 วันนับถัดจากวันที่รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 10 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญา รวมทั้งทำสถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อยให้แล้วเสร็จ ภายใน 120 วัน นับถัดจากวันที่รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. ให้เริ่มงาน
การจ่ายเงินให้แก้ผู้รับจ้างแต่ละงวด กรณีมีเศษสตางค์ กฟผ. อาจจะหักเศษสตางค์ออก และนำไปรวม จ่ายในงวดสุดท้าย
12. การจ่ายเงินล่วงหน้า
- ไม่มี
-
ค่าปรับ
13.1 ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแห่งสัญญานี้ไปจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง เว้นแต่การ จ้างช่วงงานแต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก กฟผ. กรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่บางส่วนโดยฝ่าฝืน ผู้รับจ้างต้องชำระค่าปรับให้แก่ กฟผ. เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ10 ของวงเงินของงานที่จ้างช่วงตาม สัญญา ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิ กฟผ. ในการบอกเลิกสัญญา
13.2 หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา และ กฟผ. ยังมิได้ บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ กฟผ. เป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานทั้งหมดตามสัญญา แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท และจะต้องชำระค่าใช้จ่ายในการ ควบคุมงาน (ถ้ามี) ในเมื่อ กฟผ. ต้องจ้างผู้ควบคุมงานอีกต่อหนึ่งเป็นจำนวนเงินวันละ…-…..บาท นับถัดจาก วันที่ครบกำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลาทำงานให้จนถึงวันที่ทำงาน
แล้วเสร็จจริง นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ กฟผ. เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทำงานล่าช้า เฉพาะส่วนที่เกินกว่าจำนวนค่าปรับและค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อีกด้วย -
การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และค่าใช้จ่าย
ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่งด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุให้เกิดค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแก่ กฟผ. ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่ กฟผ. โดยสิ้นเชิงภายในกำหนด 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ให้ ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าว กฟผ. มีสิทธิที่จะหักเอาจากจำนวนเงินค่าจ้างที่ต้องชำระ หรือจาก
เงินประกันผลงานของผู้รับจ้าง หรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ทันที หากค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่บังคับจากเงินค่าจ้างที่ต้องชำระ เงินประกันผลงาน หรือ หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาแล้วยังไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างยินยอมชำระส่วนที่เหลือที่ยังขาดอยู่จนครบถ้วน ตามจำนวนค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายนั้น ภายในกำหนด 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็น หนังสือจาก กฟผ.
หากมีเงินค่าจ้างตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแล้วยังเหลืออยู่อีกเท่าใด กฟผ. จะคืนให้แก่ผู้รับจ้างทั้งหมด -
การหักเงินประกันผลงาน
ในการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างแต่ละงวด กฟผ. จะหักเงินจำนวนร้อยละ 10 ของเงินที่ต้องจ่ายใน งวดนั้นเพื่อเป็นประกันผลงาน
ในกรณีที่เงินประกันผลงานถูกหักไว้ทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 6 เดือน (สำหรับสัญญาที่เป็นราคาต่อหน่วย) หรือ ในกรณีที่เงินประกันผลงานถูกหักไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ของค่าจ้างทั้งหมด (สำหรับสัญญาที่เป็นราคาเหมารวม) ผู้รับจ้างมีสิทธิที่จะขอเงินประกันผลงานคืน โดยผู้รับจ้างจะต้องนำหนังสือค้ำประกันของธนาคาร หรือหนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งออกโดยธนาคารภายในประเทศ มามอบให้ กฟผ. เพื่อเป็นหลักประกันแทน
กฟผ. จะคืนเงินประกันผลงาน และ/หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารดังกล่าวโดยไม่มีดอกเบี้ยให้แก่ ผู้รับจ้างพร้อมกับการจ่ายเงินค่าจ้างงวดสุดท้าย -
มาตรฐานฝีมือช่าง (ถ้ามี)
16.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีวิศวกร ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพจาก คณะกรรมการควบคุมการ ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม (ก.ว.) สาขา วิศวกรรมโยธา ระดับ ภาคีวิศวกร ขึ้นไป มีประสบการณ์ 3 ปี จำนวน 1 คน ขี้นไป เพื่อทำหน้าที่ควบคุมงานจ้างในครั้งนี้ โดยจะต้องยื่นหนังสือรับรองการเป็นวิศวกร พร้อมสำเนา
ใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพ (ก.ว.) ดังกล่าว โดยที่ใบอนุญาตต้องมีกำหนดอายุครอบคลุมจนงานก่อสร้างแล้ว เสร็จ ให้เสนอมาภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
16.2 ผู้รับจ้างตกลงเป็นเงื่อนไขสำคัญว่า ผู้รับจ้างจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่าง จากคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานและทดสอบฝีมือแรงงาน หรือสถาบันของราชการอื่น หรือสถาบันเอกชนที่ ทางราชการรับรอง หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. หรือ ปวท. หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับราชการได้ ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง แต่จะต้องมีช่างจำนวนอย่างน้อย 1 คน ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 ปี ในแต่ละสาขาช่างดังต่อไปนี้
16.2.1 ….ช่างโยธา/ช่างก่อสร้าง….
16.2.2 ……….-………………………….
16.3 ช่างไฟฟ้าภายในอาคารจะต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาช่างไฟฟ้า ภายในอาคาร ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 -
แผนการทำงาน
คูสัญญาตองจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ….15….วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทำ แผนการทำงานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เวนแต่เปนกรณีการเชา หรือกรณี สัญญาอายุไมเกิน 90 วัน หรือกรณีการซื้อซึ่งสัญญากำหนดสงงานงวดเดียว หรือกรณีการซื้อ การเชา การจ้าง และการจ้างก่อสร้าง ซึ่งสัญญาหรือบันทึกขอตกลงเปนหนังสือมีวงเงินไมเกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ แผนการ ทำงานดังกลาวใหถือเปนเอกสารสวนหนึ่งของสัญญา -
แนวทางการติดตามและเร่งรัดการทำงาน (อ้างอิงตาม หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566)
เมื่อลงนามในสัญญาแล้ว คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะดำเนินการบริหารสัญญา ให้เป็นไปตามนัย มาตรา 100 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ ดังนี้
18.1 การเร่งรัดให้เข้าปฏิบัติงานตามสัญญา
1.8.1.1 เมื่อลงนามในสัญญาแล้ว หากคู่สัญญาไม่เข้าดำเนินการตามสัญญา กฟผ. จะมีหนังสือ แจ้งเร่งรัดให้คู่สัญญาเข้าดำเนินการตามสัญญา โดย กฟผ. จะกำหนดระยะเวลาในการที่คู่สัญญาต้องเร่งเข้ามา ดำเนินการตามสัญญา ซึ่งหากคู่สัญญาไม่เข้าดำเนินการ ตามสัญญาภายในระยะเวลาที่ กฟผ. กำหนดไว้ กฟผ. จะใช้ดุลพินิจในการพิจารณาบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัด จ้างฯ
1.8.1.2 กรณีคู่สัญญาเข้าดำเนินการตามสัญญา แต่การดำเนินการตามสัญญา มีความล่าช้าไม่ เป็นไปตามแผนงานหรือระยะเวลาที่กำหนดไว้ กฟผ. จะมีหนังสือแจ้งเร่งรัด ให้คู่สัญญาดำเนินการให้เป็นไป ตามแผนการทำงานหรือระยะเวลาดังกล่าว หากคู่สัญญายังมีความล่าช้า กฟผ. จะใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา บอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ โดยการพิจารณาจะ ดำเนินการตามข้อ 18.2 ต่อไป
18.2 แนวทางการประเมินผลการทำงานและการบอกเลิกสัญญา
กฟผ. จะประเมินผลการดำเนินงานตามแผนการทำงาน โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์และ เงื่อนไขดังนี้
18.2.1 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามี ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 25 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา 18.2.2 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้วปรากฏกรณี ดังต่อไปนี้
(1) คู่สัญญามีผลงานประจำเดือนที่ตั้งไว้ไม่ถึงร้อยละ 50 ของแผนงานประจำเดือน และ
(2) ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 50 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็น ความผิดของคู่สัญญา
18.2.3 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 3 ใน 4 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามี ผลงานไม่ถึงร้อยละ 65 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา 18.2.4 เมื่อครบกำหนดส่งมอบตามสัญญา ผลงานสะสมน้อยกว่าร้อยละ 85 ของวงเงินค่า พัสดุหรือค่าจ้าง
18.2.5 เมื่อครบกำหนดส่งมอบสัญญา หากสัญญาหรือข้อตกลงมีจำนวนค่าปรับจะเกินร้อย ละ 10 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง กฟผ. จะดำเนินการตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหา การจัดซื้อ จัดจ้างและการบริหารพัสดุของรัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 83 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่อง การซ้อมความเข้าใจการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 183
หากปรากฏว่า เข้าเงื่อนไขกรณีหนึ่งกรณีใดตามข้อ 18.2.1 - ข้อ 18.2.5 กฟผ. จะใช้ดุลพินิจ ในการพิจารณาบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
18.3 การดำเนินการภายหลังบอกเลิกสัญญา
กรณีที่ กฟผ. ได้ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาบอกเลิกสัญญาแล้ว กฟผ. จะดำเนินการตาม หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 108 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 เรื่อง แนวทางปฏิบัติการดำเนินการภายหลังหน่วยงานของรัฐบอก
เลิกสัญญาซื้อหรือจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) หรือ (4) ต่อไป -
ข้อกำหนดเพิ่มเติม
19.1 ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน
19.2 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้ รับจ้าง (บัญชี 3-5) หมวดที่ 5 ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย (ตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396)
สารบัญ -
เงื่อนไขเฉพาะงาน ก - 1 ถึง ก - 26
-
หมวดงานทั่วไป ก - 1 ถึง ก - 13 - หมวดรายละเอียดงาน ก - 14 ถึง ก - 25
-
ขอปฏิบัติหลังลงนามสัญญาจาง ก - 26
-
รายการแบบกอสราง ข - 1
-
ขอกําหนดทางวิชาการ ค - 1 ถึง ค - 31
-
แบบฟอรม ง - 1 ถึง ง - 10
-
เอกสารแนบทาย
- นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดลอมในการทํางาน อพพ.
- ระเบียบการไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย ฉบับที่ 129 วาดวย ขอกําหนด
สําหรับการดําเนินการดานความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับงานกอสราง - ระเบียบการไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย ฉบับที่ 100 มาตรฐานเครื่อง
หมายความปลอดภัย
- แบบฟอรมบัญชี 3, บัญชี 4 และบัญชี 5 ของระเบียบ กฟผ. ที่ 396 วาดวย
ความปลอดภัยผูรับจาง
ผูรับจางตองปฏิบัติตามเงื่อนไข, มาตรฐานวิชาชีพ และกฎหมายที่เกี่ยวของอยางเครงครัด
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
เงื่อนไขเฉพาะงาน
หมวดงานทั่วไป
- หลักเกณฑ์ทั่วไป
1.1 กฟผ. อนุญาตให้ผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างงานนี้ นอกเวลาทำการในวันเสาร์ - อาทิตย์และ วันหยุดราชการ
1.2 ในกรณีที่มีข้อความขัดแย้งระหว่างสัญญา แบบก่อสร้าง เอกสารจ้างเหมาก่อสร้าง ให้ผู้รับจ้างถือ ปฏิบัติตามลำดับก่อนหลัง ดังนี้คือ
1.2.1 สัญญาจ้าง
ทั้งนี้ บัญชีแสดงแสดงการคำนวณราคาค่าก่อสร้างของผู้รับจ้างตามสัญญา เป็นรายการ สำหรับการเสนอราคา ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดของปริมาณงานที่เสนอ โดยการก่อสร้างต้องเป็นไปตามเงื่อนไขเฉพาะงาน แบบก่อสร้างและข้อกำหนดวิชาการ 1.2.2 เงื่อนไขเฉพาะงาน
1.2.3.1 หมวดงานประกวดราคา
1.2.3.2 หมวดรายละเอียดงาน
1.2.3.3 หมวดงานทั่วไป
1.2.3 แบบก่อสร้าง
1.2.4 ข้อกำหนดทางวิชาการ และข้อกำหนดทั่วไปสำหรับการดำเนินงานด้านความปลอดภัย 1.3 ก่อนเริ่มงานก่อสร้างส่วนใดๆ ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบ สัญญาจ้าง แบบก่อสร้างและเอกสารแนบ สัญญาทั้งหมด ให้เข้าใจชัดเจน หากมีข้อสงสัยให้สอบถามเป็นลายลักษณ์อักษรจากกฟผ.ก่อน 1.4 ในระหว่างการก่อสร้างมิให้ผู้รับจ้างทำงานโดยปราศจากแบบก่อสร้างและเอกสารแนบสัญญาห้าม ตัวแทนผู้รับจ้าง หรือลูกจ้างของผู้รับจ้างกระทำไปโดยพลการ - หลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัย
2.1 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามระบบบริหารจัดการคุณภาพและความปลอดภัย สุขอนามัยและ สิ่งแวดล้อม (EGAT SHE) กฟผ., ระเบียบการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 129 ว่าด้วย ข้อกำหนดสำหรับการดำเนินการด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง, ระเบียบ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 100 มาตรฐานเครื่องหมายความปลอดภัย ระเบียบการ ไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง, เงื่อนไขด้าน ความปลอดภัย (Safety Criteria) และจะต้องปฏิบัติตามระเบียบและข้อกำหนด ด้านความ ปลอดภัยของผู้รักษาบริเวณอย่างเคร่งครัดในระหว่างดำเนินการก่อสร้าง
2.2 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความ ปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง และกฎหมายด้านความ ปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
ก- 1
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
2.3 ในการดำเนินการก่อสร้างตามสัญญานี้ หากทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของ กฟผ. ผู้รับจ้าง จะต้องรับผิดชอบซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิมหรือดีกว่า โดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น 2.4 ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสารด้านความปลอดภัย ตามข้อกำหนดสำหรับการดำเนินการด้านความ
ปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง รวมทั้งรายชื่อเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย พร้อมใบแสดง คุณวุฒิแต่ละระดับที่ผ่านการอบรม จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานและ สวัสดิการสังคม ให้ กฟผ. ภายใน 15 วัน นับจากวันเริ่มสัญญา และแต่งตั้งให้ทำหน้าที่รับผิดชอบ ความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานตลอดระยะเวลาที่มีการทำงานจน งานแล้วเสร็จ โดยต้องอยู่ปฏิบัติงานประจำ ณ สถานที่ก่อสร้าง - หลักเกณฑ์ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกชั่วคราว
🗹 3.1 โรงเก็บวัสดุอุปกรณ์
ผู้รับจ้างจะต้องสร้างโรงเก็บวัสดุอุปกรณ์ เพื่อเก็บและป้องกันความเสียหายของวัสดุอุปกรณ์ ทุกชนิดที่นำมาใช้ในการก่อสร้าง โดยมีขนาดตามความเหมาะสมและเพียงพอกับความต้องการ ทั้งนี้ ห้ามผู้รับจ้างนำวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ในงานก่อสร้างนี้มาเก็บไว้ในโรงเก็บดังกล่าว
🗹 3.2 สำนักงานชั่วคราว
◻ สำหรับผู้ควบคุมงาน กฟผ.
ผู้รับจ้างจะต้องสร้างสำนักงานชั่วคราว พื้นที่ไม่ต่ำกว่า 18 ตร.ม. พร้อมระบบปรับ อากาศ สำหรับเป็นที่ทำงานของผู้ควบคุมงาน กฟผ. ประกอบด้วย สำนักงาน ห้องน้ำ-ห้องส้วม และ อุปกรณ์สำนักงานที่จำเป็น เช่น โต๊ะทำงาน เก้าอี้ โต๊ะวางแบบ ตู้เอกสาร ตู้น้ำดื่ม หรือตู้เย็น เป็นต้น 🗹 สำหรับผู้รับจ้าง
สำนักงานของผู้รับจ้าง ให้ผู้รับจ้างพิจารณาตามความเหมาะสม ส ่ว น ต ำ แ ห น ่งข อ ง สถานที่ก่อสร้างให้ผู้รับจ้างเสนอผู้ควบคุมงานอนุมัติก่อนดำเนินการ
🗹 3.3 สาธารณูปโภค
ผู้รับจ้างจะต้องสร้าง ห้องน้ำ ห้องส้วม และสิ่งสาธารณูปโภคที่จำเป็น โดยมีการดูแลให้อยู่ ในสภาพที่ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ มีการขจัดขยะมูลฝอยเป็นประจำ ห้ามผู้รับจ้างหรือลูกจ้างปลูก สร้างที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร ภายในที่ดินของกฟผ.เป็นอันขาด
🗹 3.4 ป้ายชื่อโครงการ
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำป้ายชื่อโครงการขนาด ตามแบบฟอร์ม หน้าบริเวณที่ก่อสร้าง โดยมี ข้อความให้ถูกต้องครบถ้วนตามข้อกำหนดป้ายดังกล่าว จะต้องมั่นคงแข็งแรงตลอดระยะเวลา ก่อสร้าง
🗹 3.5 แบบรายละเอียดและผังแสดงสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว
ผู้รับจ้างต้องจัดทำแบบผังแสดงการจัดวางตำแหน่งสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว ให้กฟผ.พิจารณา ให้ความเห็นชอบก่อน ในกรณีที่ต้องมีถนนชั่วคราวควรจัดวางตำแหน่งให้ตรงกับถนนที่จะสร้างจริง ตามแบบก่อสร้าง และจะต้องจัดลำดับตำแหน่งสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวให้สัมพันธ์กับงานก่อสร้าง
ก- 2
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
รวมทั้งจัดระบบการจราจรทั้งภายในและภายนอกให้มีประสิทธิภาพไม่ก่อให้เกิดการกีดขวางต่องาน ก่อสร้างและการจราจรส่วนรวมภายนอกบริเวณก่อสร้าง
🗹 3.6 เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ประกอบงานก่อสร้าง
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาและติดตั้งนั่งร้านที่แข็งแรง มั่นคง ติดตั้งลิฟต์ส่งของหรืออุปกรณ์ เครื่องยกต่างๆ หรือ Tower Crane ให้ถูกต้องตามมาตรฐานความปลอดภัย และตามกฎหมายที่ เกี่ยวข้อง การติดตั้ง เคลื่อนย้าย รื้อถอน จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟผ.ก่อน 🗹 3.7 การดูแลรักษา
ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคนงานประจำ เพื่อดูแลความสะอาดสำหรับสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว มีช่าง ประจำสำหรับการบำรุงรักษาและซ่อมแซมเครื่องจักร เครื่องมือ ให้อยู่ในสภาพปลอดภัย และใช้ งานได้ดีตลอดระยะเวลาก่อสร้าง
🗹 3.8 ค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ การขออนุญาต การ ดูแลรักษาความสะอาดและซ่อมบำรุงระบบสาธารณูปโภคต่างๆ รวมถึงการรื้อถอนและทำความ สะอาดเมื่องานก่อสร้างแล้วเสร็จ เป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
◻ 3.9 รั้วชั่วคราว
ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีรั้วชั่วคราวรอบบริเวณก่อสร้าง ตามแนวเขตก่อสร้าง หรือที่ระบุใน แบบ และต้องตรวจสอบให้ถูกต้องตามแบบก่อสร้าง โดยทำด้วยโครงไม้หรือเหล็กและบุด้วยแผ่น สังกะสีสีเขียว หรือแผ่นเหล็กเคลือบสังกะสี สูงไม่ต่ำกว่า 2.00 เมตร จากพื้นดิน มีความมั่นคง แข็งแรง ส่วนที่ติดกับที่สาธารณะและอาคารข้างเคียง จะต้องมีการป้องกันวัสดุตกลงมาเป็นอันตราย ต่อชีวิต หรือสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินที่อยู่ข้างเคียง และต้องรักษาซ่อมแซมให้อยู่ดีเสมอตลอด ระยะเวลาก่อสร้าง โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจัดทำติดตั้งทั้งหมด การขออนุญาต ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุงรักษา รวมถึงค่ารื้อถอน
🗹 3.10 ถนน ที่จอดรถ และทางเดินชั่วคราว
🗹 3.10.1 ถนนและที่จอดรถชั่วคราว
ในระหว่างการก่อสร้างผู้รับจ้างต้องจัดให้มีทางเข้าออกบริเวณที่ก่อสร้างและที่จอด รถชั่วคราว โดยใช้วัสดุที่สามารถรับน้ำหนักบรรทุกของรถขนส่งได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความ เสียหายต่อระบบระบายน้ำหรือกีดขวางทางสัญจร และทางน้ำสาธารณะ ผู้รับจ้างต้องดูแล รักษาทางเข้าออกดังกล่าว ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีตลอดระยะเวลาก่อสร้าง เมื่องาน ก่อสร้างแล้วเสร็จ ให้ปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีดังเดิม
🗹 3.10.2 ทางเดินชั่วคราว
ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีทางเดินและบันไดชั่วคราวในบริเวณก่อสร้างตามความจำเป็น และตามขั้นตอนของงานก่อสร้าง เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริเวณต่างๆ ของงานก่อสร้างได้ทุก
ก- 3
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
แห่ง มีสภาพที่แข็งแรง ปลอดภัย และเมื่อหมดความจำเป็นให้รื้อถอนออกไป พร้อมทั้ง ซ่อมแซมส่วนก่อสร้างที่เสียหายให้เรียบร้อย โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
◻ 3.10.3 การตัดทางเท้าและต่อเชื่อมท่อระบายน้ำ
ในกรณีที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ตัดทางเท้า ต่อเชื่อมท่อระบาย น้ำกับท่อระบายน้ำสาธารณะ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบดำเนินการขออนุญาตต่อทางราชการ ให้ถูกต้อง โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
🗹 3.11 ไฟฟ้าและน้ำ ที่ใช้ในงานก่อสร้าง
🗹 3.11.1 ระบบไฟฟ้าชั่วคราว
ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีระบบไฟฟ้าชั่วคราวเพื่อใช้ในงานก่อสร้าง ตั้งแต่เริ่มงานจน งานแล้วเสร็จ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายตั้งแต่การขออนุญาตติดตั้งระบบไฟฟ้าชั่วคราว รวมทั้งค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ทั้งหลาย ค่ากระแสไฟฟ้าค่าบำรุงรักษา รวมถึงค่ารื้อถอน
🗹 3.11.2 ความปลอดภัยจากการใช้ไฟฟ้าชั่วคราว
ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์และดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าชั่วคราวที่ใช้ในงาน ก่อสร้าง ให้มีความปลอดภัยโดยทั้งมีระบบการป้องกันการลัดวงจรและการตัดตอนไฟฟ้าได้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ และเป็นไปตามกฎระเบียบของพื้นที่ หรือตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 🗹 3.11.3 ขนาดของกระแสไฟฟ้าชั่วคราว
ขนาดของกระแสไฟฟ้าชั่วคราวที่ใช้ในงานก่อสร้าง ให้เป็นความรับผิดชอบของผู้ รับจ้างที่ต้องจัดให้มีเพียงพอกับการใช้งานดังกล่าว ตั้งแต่เริ่มงานจนงานแล้วเสร็จ รวมถึง การทดสอบระบบไฟฟ้าทั้งหมดก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย กฟผ. อาจออกคำสั่งให้ผู้รับจ้าง แก้ไขเพิ่มเติม ขนาดของกระแสไฟฟ้าชั่วคราวให้เหมาะสมได้ โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง ทั้งสิ้น
🗹 3.12 ระบบน้ำประปาชั่วคราว
ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบน้ำประปาชั่วคราว เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง ตั้งแต่เริ่มงานจนงาน แล้วเสร็จ รวมถึงการทดสอบระบบน้ำใช้และระบบสุขาภิบาลทั้งหมดก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายตั้งแต่การขออนุญาตติดตั้งระบบน้ำประปาชั่วคราวเอง รวมทั้งค่า อุปกรณ์ต่างๆ ค่าน้ำประปา ค่าบำรุงรักษา รวมถึงค่ารื้อถอน
กรณีที่ผู้รับจ้างขอใช้น้ำและ/หรือ ไฟฟ้า ของ กฟผ. กฟผ. มีสิทธิ์ระงับการจำหน่ายน้ำ และ/หรือ ไฟฟ้าดังกล่าวได้ทุกเวลา ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะถือเป็นสาเหตุเรียกร้องค่าเสียหาย หรือขอต่อ อายุสัญญาจาก กฟผ. มิได้
◻ 3.13 สัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สาย
เฉพาะกรณีงานก่อสร้างที่มีสำนักงานชั่วคราว ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์เพื่อส่งสัญญาณ เครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สาย ให้มีจำนวนและความเร็วของสัญญาณให้เพียงพอต่อการใช้งานทั้งใน
ก- 4
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
ส่วนสำนักงานชั่วคราวผู้รับจ้างและสำนักงานชั่วคราวของผู้ควบคุมงาน กฟผ. เพื่อการติดต่อ ประสานงานและจัดส่งข้อมูลทาง Electronic กับสำนักงาน กฟผ. และผู้เกี่ยวข้อง ตลอดระยะเวลา ก่อสร้างตามสัญญา
🗹 3.14 ที่พักคนงาน
กฟผ. ไม่อนุญาตให้ผู้รับจ้างปลูกสร้างอาคารที่พักคนงาน รวมทั้งไม่อนุญาตให้คนงานเข้าพำนักอาศัย ภายในพื้นที่ กฟผ. - หลักเกณฑ์ด้านวัสดุและอุปกรณ์
4.1 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบรายละเอียดวัสดุอุปกรณ์ที่ปรากฏอยู่ในแบบก่อสร้างและสัญญา หรือที่มิได้ อยู่ในแบบก่อสร้าง และสัญญาก็ดี แต่เป็นส่วนประกอบของการก่อสร้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพใน การก่อสร้าง และเพื่อให้เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดี ผู้รับจ้างจะต้องจัดหามาเพื่อใช้ในงานก่อสร้างนี้ ทั้งสิ้น
4.2 วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างจะต้องได้รับการอนุมัติจาก กฟผ. ก่อนการจัดซื้อ และติดตั้ง 4.3 กฟผ. ใช้เวลาในการอนุมัติวัสดุอุปกรณ์แต่ละรายการไม่เกิน 30 วัน นับจากวันที่ลงเลขรับสารบรรณ กฟผ. ดังนั้นผู้รับจ้างจะต้องวางแผนการจัดส่งวัสดุอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับระยะเวลาตามแผนงาน ก่อสร้าง รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ หรือต้องใช้ระยะเวลาในการผลิตนานผู้รับ จ้างจะต้องวางแผนการขออนุมัติใช้งานให้ทันเวลา
กรณีผู้รับจ้างไม่ตรวจสอบรายการขออนุมัติให้ครบถ้วน ถูกต้องตามแบบและ
ข้อกำหนดในสัญญา เป็นเหตุให้ กฟผ. ต้องเรียกขอหลักฐานเพิ่มเติม และผู้รับจ้างไม่สามารถจัดหา ได้ตามกำหนด เป็นเหตุให้ กฟผ. อนุมัติรายการนั้นล่าช้ากว่ากำหนด 30 วัน ผู้รับจ้างจะอ้างเหตุ ดังกล่าวในการขอขยายเวลาก่อสร้างเนื่องจากการอนุมัติวัสดุอุปกรณ์ล่าช้าไม่ได้
4.4 วัสดุที่ไม่ใช้แล้วในส่วนที่เป็นของผู้รับจ้างจะต้องนำออกนอกเขต กฟผ. และส่วนที่เป็นของ กฟผ จะต้องนำไปกองไว้อย่างมีระเบียบ ณ จุดที่ กฟผ. กำหนด และห้าม ผู้รับจ้างนำวัสดุอุปกรณ์ที่ ไม่ได้รับการอนุมัติเข้ามาในสถานที่ก่อสร้าง
4.5 วัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ในการก่อสร้างนี้จะต้องเป็นของใหม่ที่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน จะต้องมี คุณภาพดี ไม่มีรอยชำรุด เสียหาย และถูกต้องตรงตามที่ระบุในแบบก่อสร้าง และสัญญา หรือตามที่ ได้รับอนุมัติ
4.6 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบ และมีผลการตรวจสอบคุณภาพวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดที่จะนำมาใช้ ในงานก่อสร้าง โดยแสดงใบรับรองผลการตรวจสอบดังกล่าวให้ กฟผ.พิจารณา เพื่อแสดงว่าวัสดุ อุปกรณ์นั้นๆ ได้รับการตรวจสอบถูกต้องตามมาตรฐานที่ดีแล้ว
ก- 5
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
4.7 ในกรณีที่มีข้อกำหนดให้ทดสอบ ให้ผู้รับจ้างนำวัสดุอุปกรณ์นั้น ไปทดสอบที่หน่วยราชการ หรือ สถาบันที่ กฟผ. เห็นชอบ ในการทดสอบผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ กฟผ. ทราบล่วงหน้า เพื่อจะได้อยู่ร่วม ในการทดสอบด้วย ในกรณีที่ กฟผ. ได้มีหนังสืออนุญาตให้ตัวแทนของบริษัทผู้ทดสอบ หรือผู้ผลิต วัสดุอุปกรณ์รายใดเข้าไปในบริเวณก่อสร้าง เพื่อตรวจสอบหรือทดสอบ บริเวณก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้อง ให้ความสะดวกกับตัวแทนดังกล่าว
4.8 ในกรณีที่งานหรือวัสดุบางอย่าง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ปรากฏในแบบ แต่มิได้มี มาตรฐานควบคุมงานก่อสร้างกำหนดไว้ หรือมิได้มีข้อกำหนดของวัสดุนั้นๆ ไว้ ให้ผู้รับจ้างถือปฏิบัติ ตามมาตรฐานการควบคุมงานก่อสร้าง ของสถาบันใดสถาบันหนึ่งเป็นหลัก หรือในกรณีที่เป็นวัสดุให้ ใช้วัสดุซึ่งมีมาตรฐานเทียบเท่า หรือไม่ต่ำกว่า มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ของกระทรวง อุตสาหกรรม (มอก.) หากไม่มีมาตรฐานที่กล่าวมารองรับ ให้ใช้มาตรฐานผู้ผลิตหรือโรงงาน แต่ทั้งนี้ จะต้องได้รับความเห็นชอบและอนุมัติจาก กฟผ. ทุกครั้ง ในกรณีดังกล่าว
4.9 ก่อนการติดตั้ง วัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดจะต้องได้รับการตรวจสอบจาก กฟผ. ก่อน หากผู้รับจ้าง ดำเนินการติดตั้งก่อน ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนให้ใหม่ทันทีตามคำสั่งของ กฟผ. โดยจะขอขยาย ระยะเวลาก่อสร้าง หรือคิดราคาเพิ่มมิได้ วัสดุอุปกรณ์ที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว ยังไม่พ้นความ รับผิดชอบของผู้รับจ้าง ในกรณีที่วัสดุอุปกรณ์นั้นไม่ได้คุณภาพ หรือการติดตั้งไม่เป็นไปตาม มาตรฐานของผู้ผลิตหรือตามหลักวิชาช่างที่ดี
4.10 การจัดส่งขออนุมัติใช้งานวัสดุอุปกรณ์
- กรณีที่ 1 ผู้รับจ้างจัดส่งเอกสารขออนุมัติใช้งานวัสดุอุปกรณ์ ผ่านระบบสารบรรณ กฟผ. ประกอบด้วยเอกสารต้นฉบับ 1 ชุด สำเนา 2 ชุด
กฟผ. จะแจ้งผลการอนุมัติผ่านทางไปรษณีย์ หรือ - กรณีที่ 2 ผู้รับจ้างจัดส่งเอกสารขออนุมัติใช้งานวัสดุอุปกรณ์ ผ่านระบบสารบรรณ กฟผ. ประกอบด้วยเอกสารต้นฉบับ 1 ชุด ไม่ต้องมีสำเนา
กฟผ. จะแจ้งผลการอนุมัติโดยการ Scan File จัดส่งให้ทางระบบ Electronic - การจะพิจารณาว่าจะเป็นกรณีที่ 1 หรือกรณีที่ 2 ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสถานที่ก่อสร้าง บุคลากร ทั้งของผู้รับจ้างและ กฟผ. โดยจะแจ้งให้ทราบในวัน First Meeting
- รายละเอียด ขั้นตอน แบบฟอร์ม ที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่งเอกสารขออนุมัติวัสดุอุปกรณ์ ทั้งหมดโดยละเอียด กฟผ. จะแจ้งให้ทราบในวัน First Meeting
4.11 การขอเทียบเท่าวัสดุอุปกรณ์
รายการที่ กฟผ. ระบุยี่ห้อในแบบหรือข้อกำหนด เป็นเพียงตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่อย่างน้อย สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์การออกแบบ และเป็นข้อมูลที่ใช้อ้างอิงในการจัดทำราคากลาง ของ กฟผ. และเป็นการอำนวยความสะดวกในการสืบค้นของผู้รับจ้าง ทั้งนี้ผู้รับจ้างยังคงสามารถยื่น ขอเทียบเท่าวัสดุอุปกรณ์ได้ทุกรายการ ได้ดังนี้
ก- 6
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5 - ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายละเอียดการเปรียบเทียบ วัสดุอุปกรณ์ที่ขอเทียบเท่ากับวัสดุตาม แบบ/รายการ/ข้อกำหนด โดยอย่างน้อยประกอบด้วยการเปรียบเทียบ คุณสมบัติผลการ ทดสอบ มาตรฐานรองรับ การรับประกัน ความสวยงาม ความแข็งแรง ความปลอดภัย การบำรุงรักษา ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ในส่วนที่เกี่ยวข้องได้เทียบเท่าหรือดีกว่า ให้ถือคำ วินิจฉัยของ กฟผ. เป็นข้อยุติ
- กฟผ. ใช้เวลาในการอนุมัติรายการขอเทียบเท่าในแต่ละรายการ ไม่เกิน 30 วันนับจาก วันที่ลงเลขรับสารบรรณ กฟผ. ในกรณีรายการไม่ผ่านการอนุมัติ ผู้รับจ้างไม่สามารถ เรียกร้องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือเวลาที่สูญเสียไปเนื่องจากการขอใช้วัสดุเทียบเท่า
ผู้รับจ้างจะต้องเผื่อระยะเวลาในการพิจารณาการขอใช้วัสดุเทียบเท่า ที่ต้องออกแบบใหม่ หรือต้องขออนุญาตที่เกี่ยวข้องใหม่ด้วย โดยจะขอขยายระยะเวลามิได้
- หลักเกณฑ์ด้านคุณภาพงาน
5.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝีมือ และความชำนาญ มีระบบควบคุม คุณภาพในการปฏิบัติงานที่ดี มีเครื่องมือเครื่องจักรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ สำหรับการก่อสร้าง งานต่างๆ ตามระบุในแบบก่อสร้างและสัญญา
5.2 เอกสารสัญญา
สัญญา แบบก่อสร้าง และเอกสารแนบสัญญาทั้งหมด ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำสำเนาจาก คู่สัญญาต้นฉบับ เก็บรักษาไว้ในสถานที่ก่อสร้างอย่างละ 1 ชุด โดยให้อยู่ในสภาพที่ดีสามารถ ตรวจสอบได้ตลอดเวลา
5.3 ความคลาดเคลื่อนหรือขาดตกบกพร่อง
5.3.1 หากมีส่วนหนึ่งส่วนใดของแบบก่อสร้างและสัญญามีความคลาดเคลื่อนหรือขาดตกบกพร่อง ผู้รับจ้างจะต้องรีบแจ้งแก่กฟผ. เพื่อพิจารณาแก้ไขในทันทีที่พบ โดยให้ถือคำวินิจฉัยของ กฟผ. เป็นข้อยุติ
5.3.2 หากพบส่วนใดที่ระบุไว้ในแบบก่อสร้าง แต่มิได้ระบุไว้ในสัญญา หรือระบุไว้ในสัญญา แต่ มิได้ระบุไว้ในแบบก่อสร้าง ให้ถือว่าได้ระบุไว้ทั้งสองที่ หากมิได้ระบุไว้ทั้งสองที่ แต่เพื่อ ความมั่นคงแข็งแรง หรือให้ถูกต้องตามมาตรฐานและตามหลักวิชาช่างที่ดี ผู้รับจ้างจะต้อง ดำเนินการตามคำวินิจฉัยของ กฟผ. โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาเพิ่มเติม
5.4 การวางผัง แนว ระยะและระดับต่างๆ
5.4.1 ระยะสำหรับการก่อสร้างให้ถือตัวเลขที่ระบุไว้ในแบบก่อสร้างเป็นสำคัญ การใช้ระยะที่วัด จากแบบโดยตรง อาจเกิดความผิดพลาดได้ หากมีข้อสงสัยในเรื่องระยะให้สอบถาม กฟผ. เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนที่จะดำเนินการในส่วนนั้นๆ
ก- 7
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
5.4.2 ผู้รับจ้างจะต้องทำการปักผัง จัดทำ Reference Points และระดับต่างๆ รวมทั้งแนวศูนย์ อื่นๆ ให้เป็นไปตามแบบและข้อกำหนด พร้อมให้ กฟผ. สามารถตรวจสอบได้หากปรากฏว่า ผู้รับจ้างได้ทำการก่อสร้างผิด
ไปจากตำแหน่งที่ระบุไว้ในแบบ และ/หรือ รายละเอียดการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องเป็น ผู้รับผิดชอบ และจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามแบบก่อสร้าง และ/หรือ รายละเอียดการก่อสร้างทุกประการ
5.5 การจัดทำแบบ Shop Drawing
5.5.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำรายละเอียด และรายการShop Drawing เพื่อขออนุมัติโดยจะต้องมีระยะเวลา ล่วงหน้าเพียงพอต่อการพิจารณา และทยอยส่ง Shop Drawingตามลำดับขั้นตอนของงานก่อสร้าง การที่ผู้รับจ้างจัดทำ Shop Drawing ล่าช้า หรือมีระยะเวลาตรวจสอบไม่เพียงพอ จะถือ เป็นสาเหตุในการขอขยายระยะเวลาไม่ได้
5.5.2 การที่ กฟผ. ได้อนุมัติ Shop Drawing ให้ผู้รับจ้างแล้ว มิได้หมายความว่า ผู้รับจ้างจะ ได้รับการยกเว้นความรับผิดชอบในการก่อสร้างส่วนนั้นๆ ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบการ แก้ไขให้ถูกต้อง ในกรณีที่ตรวจพบว่างานก่อสร้างส่วนนั้นไม่ถูกต้องตามสัญญาในภายหลัง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาเพิ่มเติม
5.6 แผนการปฏิบัติงาน ความรับผิดชอบ และการรายงาน
5.6.1 แผนการปฏิบัติงาน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนการปฏิบัติงาน และตารางดำเนินงาน (Work schedule) แสดงระยะเวลาและลำดับการดำเนินงานแต่ละประเภท ขณะเดียวกันต้อง แสดงแผนการปฏิบัติงานร่วมกับผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างอื่นที่ กฟผ.จัดหา (ถ้ามี) อย่าง น้อยจะต้องมีรายละเอียด ดังนี้
5.6.1.1 ตารางแผนงานก่อสร้างโดย กำหนดวันเริ่มงานและวันสิ้นสุดงานแต่ละส่วนของงาน ก่อสร้างโดยละเอียด
5.6.1.2 รายการ Shop Drawing
5.6.1.3 แผนงานจัดส่งวัสดุอุปกรณ์เพื่อขออนุมัติ
5.6.1.4 แผนงานความปลอดภัย
5.6.2 การรวบรวมข้อมูลเพื่อวางแผนการปฏิบัติงาน
ในการจัดทำแผนการปฏิบัติงาน ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นต่างๆ จาก ทีมงาน เพื่อวางแผนงานและประสานงานกันให้รัดกุมที่สุด กฟผ.อาจออกคำสั่งให้ผู้รับจ้าง เปลี่ยนแปลงแผนการปฏิบัติงานบางส่วน เพื่อให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพได้
ก- 8
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
5.6.3 การยื่นขออนุมัติแผนการปฏิบัติงาน
การจัดทำแผนการปฏิบัติงานจะต้องยื่นขออนุมัติต่อ กฟผ.ภายใน 15 วัน นับแต่ วันที่ลงนามสัญญา พร้อมทั้งชี้แจงรายละเอียด ทั้งนี้ผู้รับจ้างหรือตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้ง จะต้องลงนามรับรองแผนการปฏิบัติงานนี้ และการที่ กฟผ. พิจารณาอนุมัติแผนการ
ปฏิบัติงาน หรือออกคำสั่งเพิ่มเติม มิได้หมายความว่าผู้รับจ้างได้รับการยกเว้นความ รับผิดชอบในแผนการปฏิบัติงานดังกล่าว
5.6.4 การบันทึกการทำงานจริงเทียบกับแผนการปฏิบัติงาน
ผู้รับจ้างจะต้องบันทึกการทำงานที่เป็นจริงเปรียบเทียบกับแผนการปฏิบัติงาน ที่ วางไว้ เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติงาน และประเมินผลการ ปฏิบัติงานได้ถูกต้องหรือใกล้เคียง ตั้งแต่เริ่มต้นงานจนงานแล้วเสร็จสมบูรณ์ 5.6.5 ความรับผิดชอบ
ถ้างานบางส่วนที่ผู้รับจ้างปฏิบัติอยู่ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ผู้รับจ้าง อื่น (ถ้ามี) ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมงานให้สัมพันธ์กัน ติดตามผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง อื่น อย่างสม่ำเสมอ ในกรณีที่ผู้รับจ้างพบว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามแผนการปฏิบัติงาน จะต้องแจ้งให้กฟผ.ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรในทันที หากผู้รับจ้างไม่สนใจติดตาม ผู้รับ จ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแก้ไขความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น เว้นแต่งานที่เสียหายนั้น เป็นหน้าที่โดยตรงของผู้รับจ้างอื่นที่กฟผ.จัดหา การก่อสร้างส่วนใดที่ผิดจากรูปแบบหรือ ไม่ได้คุณภาพงานที่ดี หรือไม่ถูกต้องตามมาตรฐานและวิชาช่างที่ดี กฟผ. มีสิทธิสั่งหยุดงาน บางส่วนหรือทั้งหมดได้ จนกว่าผู้รับจ้างจะดำเนินการแก้ไขงานส่วนนั้นให้เรียบร้อยตาม ความเห็นชอบของ กฟผ. โดยจะเรียกร้องค่าเสียหายและขอขยายระยะเวลาไม่ได้
5.6.6 การปรับปรุงแผนการปฏิบัติงาน
หาก กฟผ.เห็นว่าจะต้องปรับปรุงแผนการปฏิบัติงานบางส่วน เพื่อให้เหมาะสมและ มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนการปฏิบัติงานใหม่ ส่งให้กฟผ. พิจารณาอนุมัติทันที
5.6.7 การรายงาน
เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานและติดตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง ผู้รับจ้าง จะต้องจัดส่งเอกสารเพื่อเป็นหลักฐานแสดงการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ส่งให้ กฟผ. ตรวจสอบ ดังนี้
5.6.7.1 การทำงานจริงเทียบกับแผนงานก่อสร้างทุกสิ้นเดือน
5.6.7.2 รายงานความก้าวหน้า ปัญหาและอุปสรรคของงานก่อสร้างทุกสิ้นเดือน 5.6.7.3 รูปถ่ายงานก่อสร้าง แสดงให้เห็นผลงานความก้าวหน้าของงานก่อสร้างทุกส่วนของ อาคารทุกสิ้นเดือน
ก- 9
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
5.6.7.4 อื่นๆ ที่กฟผ. ร้องขอ
ทั้งนี้ในกรณีที่งานก่อสร้างล่าช้า กฟผ.อาจสั่งการให้ผู้รับจ้างจัดทำรายงานเป็นรายสัปดาห์ 5.7 การประชุมระหว่างการก่อสร้าง (Site Meeting)
การประชุมที่กฟผ. ได้จัดให้มีขึ้นเป็นประจำในระหว่างการก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องให้ตัวแทนผู้ รับจ้างเข้าร่วมประชุมด้วยทุกครั้ง พร้อมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ และผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม ข้อตกลงที่มีขึ้นในระหว่างการประชุมนั้น
5.8 ตัวอย่างงานตกแต่งและการเตรียมผิวเพื่องานตกแต่งภายหลัง
5.8.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำตัวอย่างที่แสดงให้เห็นความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรม ไม่ว่าจะ เป็นแผงตัวอย่าง หรือชิ้นงานตัวอย่าง ตามคำสั่งของ กฟผ. เพื่อแสดงให้เห็นสีหรือลวดลาย ของวัสดุที่จะใช้ติดตั้งจริง เช่น พื้นปูกระเบื้อง หิน ไม้ ผนังฉาบปูนเรียบทาสี บุกระเบื้อง บุ Wallpaper ฝ้ายิบซั่ม ไม้ระแนง สวิทซ์ ปลั๊ก ดวงโคม เป็นต้น เพื่อแสดงให้เห็นฝีมือการ ติดตั้งวัสดุดังกล่าว เป็นการอนุมัติตัวอย่าง ความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรมที่จะใช้เป็น มาตรฐานในการตรวจรับงานที่ก่อสร้างจริงต่อไป
5.8.2 ในกรณีที่มีการกำหนดพื้นที่บางส่วนให้เตรียมผิวไว้สำหรับงานตกแต่งภายหลัง เช่น ผิวพื้น ผู้รับจ้างจะต้องลดระดับและทำการเตรียมผิวพื้นไว้ให้ถูกต้องพอดีกับวัสดุที่จะนำมาตกแต่ง ผิวภายหลัง การเตรียมผิวจะต้องทำด้วยความประณีตและต้องใช้ช่างที่มีฝีมือดีในกรณีที่กฟผ. ลงความเห็นว่าการเตรียมผิวที่ผู้รับจ้างทำไว้ไม่ถูกต้อง และสั่งให้ผู้รับจ้างแก้ไข ผู้รับจ้าง จะต้องทำให้ใหม่จนถูกต้อง โดยจะเรียกร้องค่าเสียหายและขอขยายระยะเวลาไม่ได้ โดยถือ ว่าเป็นหน้าที่ที่ผู้รับจ้างจะต้องวางแผนและประสานงานการเตรียมผิวให้พอดีกับการติดตั้ง วัสดุตกแต่งในภายหลัง - หลักเกณฑ์ด้านบุคลากร
6.1 ในการจ้างแรงงาน/ช่างฝีมือของผู้รับจ้าง จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน หรือ พระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 โดยเคร่งครัด
6.2 ตัวแทนของผู้รับจ้าง ช่างฝีมือ และความรับผิดชอบ
6.2.1 ผู้รับจ้างจะต้องแต่งตั้งตัวแทนของผู้รับจ้างหรือผู้จัดการโครงการฝ่ายผู้รับจ้าง ที่มี ความสามารถ มีประสบการณ์ และเหมาะสมกับงานก่อสร้างนี้ เป็นผู้มีอำนาจเต็มประจำอยู่ ในสถานที่ก่อสร้างตลอดเวลา คำสั่งใดที่กฟผ.ได้สั่งแก่ตัวแทนของ ผู้รับจ้าง ซึ่งเป็นไปตาม สัญญา ให้ถือเสมือนว่าได้สั่งแก่ผู้รับจ้างโดยตรง กฟผ.สงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนตัวแทนของผู้ รับจ้างได้ หากเห็นว่าไม่เหมาะสม
6.2.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาสถาปนิก วิศวกร ที่มีประสบการณ์ และช่างฝีมือทุกประเภทมา ปฏิบัติงานก่อสร้างนี้ กฟผ. อาจออกคำสั่งให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนตัวผู้หนึ่งผู้ใดได้ หากผู้นั้น ประพฤติผิดมิชอบ หรือไม่มีความสามารถ หรือไม่เหมาะสม โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดหาผู้ที่ เหมาะสมเข้าปฏิบัติงานแทนโดยทันที วิศวกรและสถาปนิกให้กรอกรายละเอียดใน
ก - 10
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
แบบฟอร์มหนังสือรับรองการเป็นวิศวกรและสถาปนิก โดยเสนอมาภายใน 15 วัน นับจาก วันเริ่มสัญญา
6.2.3 ให้ถือว่าผู้รับจ้างเป็นผู้มีความสามารถ มีฝีมือ และมีความชำนาญในงานก่อสร้างนี้ โดยมี สถาปนิก วิศวกร ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน การที่ กฟผ. พิจารณาอนุมัติวัสดุอุปกรณ์หรืองานก่อสร้างใดๆ ไปแล้ว มิได้หมายความว่า ผู้รับจ้างจะ ความรับผิดชอบ หากมีการตรวจพบความผิดพลาดของงานก่อสร้างในภายหลัง ผู้รับจ้าง จะต้องแก้ไขให้ถูกต้องสมบูรณ์ตามสัญญา โดยจะเรียกร้องค่าเสียหายและขอขยาย
ระยะเวลาไม่ได้
6.3 ผู้รับจ้างจะต้องแต่งตั้ง สถาปนิก และ/หรือวิศวกร เพื่อลงชื่อเป็นผู้ควบคุมงานตามกฎหมายว่าด้วย การควบคุมงาน
6.4 มาตรฐานฝีมือช่าง
6.4.1 ผู้รับจ้างตกลงเป็นเงื่อนไขสำคัญว่า ผู้รับจ้างจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือ ช่าง จากคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานและทดสอบฝีมือแรงงาน หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช.ปวส.หรือ ปวท. หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับราชการได้
ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง แต่จะต้องมีช่างจำนวนอย่างน้อย 1 คน ใน แต่ละสาขาช่าง ดังต่อไปนี้
6.4.1.1 สาขาช่างโยธา/ช่างก่อสร้าง ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 ปี
6.4.1.2 สาขาช่างสำรวจ ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 ปี
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำบัญชีแสดงจำนวนช่างทั้งหมดโดยจำแนกตามแต่ละสาขาช่าง และ ระดับช่าง พร้อมระบุรายชื่อช่างผู้ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างหรือผู้มีวุฒิบัตรดังกล่าวใน วรรคหนึ่ง นำมาแสดงพร้อมหลักฐานต่างๆ ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ควบคุมงานก่อน เริ่มลงมือทำงาน และพร้อมที่จะให้ผู้ว่าจ้างหรือเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างตรวจสอบดูได้ตลอดเวลา ทำงานตามสัญญานี้ของผู้รับจ้าง
6.5 สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการตรวจงานก่อสร้าง
กฟผ. หรือตัวแทน กฟผ. มีสิทธิเข้าไปตรวจงานก่อสร้างได้ตลอดเวลา และตลอดระยะเวลาก่อสร้าง โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดสิ่งอำนวยความสะดวกชั่วคราวให้ เช่น บันได ทางเดิน ไฟฟ้าส่องสว่าง และ อื่นๆ ให้แข็งแรงและปลอดภัย - หลักเกณฑ์การส่งมอบงาน
7.1 การส่งมอบงานแต่ละงวด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในสัญญาและ กฟผ.มีสิทธิที่จะไม่จ่าย เงินงวดในเมื่อเห็นว่า
ก - 11
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
7.1.1 ปริมาณงานและมูลค่างานไม่เป็นไปตามสัญญา
7.1.2 คุณภาพของงานและฝีมือการทำงาน ไม่ได้ตามมาตรฐานหรือตามหลักวิชาช่างที่ดี
7.2 หลักฐานต่างๆ ที่ผู้รับจ้างจะต้องแนบมาพร้อมกับการส่งมอบงานแต่ละงวด
7.2.1 รายละเอียดการเบิกเงินงวด พร้อมตารางสรุปเงินที่เบิกไปแล้ว เงินที่ขอเบิกงวดนี้เงินที่ คงเหลือ และงานเพิ่ม-ลด (ถ้ามี)
7.2.2 รูปแบบ เช่น แปลน รูปด้าน รูปตัด และภาพถ่าย แสดงผลงานก่อสร้างของงวดนี้ ให้ชัดเจน และเข้าใจได้ง่าย
7.2.3 ผลการทดสอบต่างๆ ของงานงวดนี้ แผนปฏิบัติงาน และอื่นๆ ตามที่ กฟผ.ร้องขอ 7.3 กฟผ.สงวนสิทธิในการไม่รับมอบงาน ในกรณีที่เห็นว่างานบางส่วน จะต้องมีการแก้ไข และหาก ระยะเวลาการแก้ไขดังกล่าวเกินจากสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องเสียค่าปรับเนื่องจากงานก่อสร้างไม่ แล้วเสร็จตามสัญญา
7.4 การส่งมอบวัสดุอุปกรณ์และเอกสาร
7.4.1 กุญแจทั้งหมดที่ใช้ในอาคาร ชุดละ 3 ดอก การส่งมอบกุญแจ ให้แยกเป็นชุดเป็นระบบที่ ชัดเจนสะดวกต่อการใช้งาน (ถ้ามี)
7.4.2 เอกสารคู่มือสำหรับการใช้งานและการดูแลรักษาอุปกรณ์หลักของระบบต่างๆ ของ บริษัทผู้ผลิต และติดตั้งตามที่ กฟผ.กำหนด จำนวนระบบละ 3 ชุด ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำ เป็นรูปเล่มใส่แฟ้มปกแข็งที่ได้มาตรฐาน โดยแต่ละระบบจัดเรียงเป็นหมวดหมู่
7.4.3 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวิทยากรผู้ชำนาญงานของบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์หลักหรือผู้จัดจำหน่าย แต่ละระบบ มาอบรมและแนะนำให้บุคลากรของ กฟผ.รับทราบเกี่ยวกับการใช้งาน การดูแล รักษา และอื่นๆ ตามระบุในคู่มือข้างต้น จนมีความเข้าใจสามารถปฏิบัติงานได้
7.4.4 ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบเครื่องมือและชิ้นส่วนอะไหล่ที่มีมากับอุปกรณ์ หรือตามระบุใน สัญญา ให้ กฟผ.ทั้งหมด
7.4.5 แบบสร้างจริง (As-built Drawing) จัดเป็นรูปเล่ม ประกอบด้วยขนาด A3 จำนวน 3 ชุด และข้อมูลของแบบดังกล่าวเป็นไฟล์คอมพิวเตอร์รูปแบบ DWG และ PDF จัดเก็บไว้ในแผ่น CD หรือ DVD จำนวน 4 ชุด ส่งมอบให้ กฟผ. ภายใน 30 วันนับจากส่งมอบงานงวด สุดท้าย แบบสร้างจริงจะต้องมีมาตราส่วนและขนาดเท่ากับแบบคู่สัญญา แสดงอุปกรณ์ ระยะการติดตั้งวัสดุ อุปกรณ์ในผนัง พื้น หรือกลบฝังใต้ดินให้ถูกต้องตามที่สร้างจริง แสดง ส่วนที่เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่ม-ลดจากแบบคู่สัญญาอย่างชัดเจน
การจัดทำแบบสร้างจริงให้ใช้กรอบมาตรฐาน และ Title Box ของ กฟผ. และในกรณีที่ผู้รับจ้างต้องการไฟล์คอมพิวเตอร์รูปแบบ DWG เพื่อไปจัดทำแบบสร้างจริง
ก - 12
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
ให้ผู้รับจ้างทำบันทึกขอพร้อมระบุรายละเอียดหมายเลขแบบที่ต้องการเฉพาะแบบที่ เกี่ยวข้องเท่านั้น
7.4.6 หนังสือรับประกันคุณภาพจากบริษัทผู้ผลิต หรือผู้ติดตั้งสำหรับวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดตาม สัญญา โดยระบุรายชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ และกำหนดระยะเวลา รับประกันอย่างน้อยตามสัญญา
7.4.7 รายการวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ในงานก่อสร้างนี้ ระบุชื่อบริษัท ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และชื่อผู้ที่ติดต่อได้เพื่อสะดวกในการซ่อมบำรุงหรือสั่งซื้อเพิ่มเติม
7.4.8 หากระบุไว้ในแบบก่อสร้างหรือสัญญา ให้ผู้รับจ้างจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์งานตกแต่ง สถาปัตยกรรม อุปกรณ์ซ่อมบำรุงงานระบบต่างๆ เพื่อสำรองในการซ่อมบำรุงรักษาอาคาร ในปริมาณที่กำหนดตามสัญญา หรือตามความจำเป็น ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบพร้อมกับการ ส่งมอบงานงวดสุดท้าย
7.5 การซ่อมแซมบริเวณโดยรอบสถานที่ก่อสร้างที่เกิดความเสียหาย อันเนื่องมาจากการทำงาน ผู้รับจ้าง จะต้องดำเนินการซ่อมแซมให้เสร็จเรียบร้อย ก่อนการส่งมอบงานงวดสุดท้าย
7.6 การทำความสะอาดอาคาร ผู้รับจ้างจะต้องทำความสะอาดอาคารทุกส่วนให้เรียบร้อย โดย กฟผ. สามารถใช้งานได้ทันทีหลังจากการรับมอบงานแล้ว ส่วนการทำความสะอาดบริเวณ ผู้รับจ้างจะต้อง กลบเกลี่ยพื้นดินให้เรียบร้อย เศษวัสดุก่อสร้างต่างๆ และสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวทั้งหมด จะต้องเก็บขน ย้ายออกไปให้พ้นบริเวณ ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ. ตรวจรับมอบงานเรียบร้อยแล้ว
7.7 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อปฏิบัติ หลังลงนามในสัญญาจ้าง ตามที่ระบุไว้ใน หน้า ก – 26
ก - 13
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
หมวดรายละเอียดงาน - ขอบเขตของงาน เป็นงานจ้างเหมาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดำเนินการ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่องานก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 งาน ตามแบบก่อสร้าง จำนวน 20 แผ่น ประกอบด้วย
-แบบเลขที่ SNR-CD-B-6702-S-001 ถึง SNR-CD-B-6702-S-003 (รายละเอียดทั่วไป) -แบบเลขที่ SNR-CD-B-6702-S-004 ถึง SNR-CD-B-6702-S-016 (รายละเอียดงานโยธา) -แบบเลขที่ SNR-CD-B-6702-EE-001 ถึง SNR-CD-B-6702-EE-004 (รายละเอียดงานไฟฟ้า) 1.1 งานก่อสร้าง Warehouse
ผู้รับจ้างไม่ต้องดำเนินงานพื้น ค.ส.ล.(ยกเว้นพื้น ค.ส.ล. ส่วนที่ต้องสกัดออกเพื่อทำฐานราก) 1.1.1 งานเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง, การวางผัง แนว ระยะและหาค่าระดับต่างๆ ในการก่อสร้าง 1.1.2 งานสกัดพื้น,ตอม่อ พร้อมขนทิ้งนอกบริเวณ กฟผ.
1.1.3 งานก่อสร้างฐานราก, งานโครงสร้าง คสล.,งานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณและงานสถาปัตยกรรม 1.1.4 งานจัดหา, ติดตั้งและทดสอบ ระบบไฟฟ้าและสื่อสาร, ระบบสายดิน ภายในและภายนอก อาคาร และเชื่อมต่อเข้ากับสายเมนไฟฟ้าเดิมของ กฟผ.
1.2 งานที่แสดงในแบบและรายการประกอบแบบ รวมทั้งงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้งานแล้วเสร็จสมบูรณ์ สามารถใช้งานได้ดีและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ กฟผ.
1.3 งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
1.3.1 งานจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล เช่น หมวกนิรภัย รองเท้าหุ้มส้น Safetybelt สำหรับขึ้นที่สูง ถุงมือ เสื้อสะท้อนแสง หน้ากากปิดจมูก เป็นต้น
1.3.2 งานจัดหาและติดตั้งป้ายสัญญาณ เช่น ป้ายเตือน ธงราวขาว-แดง และติดตั้งไฟแสงสว่างใน เวลากลางคืน (ชั่วคราว) บริเวณงานก่อสร้างในกรณีที่มีต้องดำเนินการกลางคืน
1.3.3 งานทำความสะอาดพื้นที่และซ่อมแซม ผู้รับจ้างต้องทำให้พื้นที่ก่อสร้าง มีความสะอาดอยู่ เสมอ ต้องจัดสถานที่จัดเก็บเศษวัสดุ ต้องจัดให้มีถังขยะในพื้นที่งาน
ขอบเขตของงานที่ระบุไว้ ดังกล่าวข้างต้น เพียงเพื่อให้ทราบขอบเขตของงานโดยทั่วไป ผู้รับจ้าจะต้อง ศึกษาพื้นที่ก่อนทำการก่อสร้าง และจะต้องรับผิดชอบในการดำเนินการก่อสร้างให้ครบถ้วนตามที่ปรากฏใบ แบบ รายการประกอบแบบ รายละเอียดต่างๆ ของสัญญา และให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางวิชาการ สามารถใช้ งานได้ดีและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ กฟผ. ตลอดจนงานเบ็ดเตล็ดอื่นๆ เพื่อให้งานแล้วเสร็จสมบูรณ์ เช่น
งานจัดหาสถานที่ทิ้งเศษวัสดุต่างๆ จากการก่อสร้าง งานทำความสะอาดพื้นที่ก่อนส่งมอบงาน กฟผ. ขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกการประกวดราคาจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ หากไม่ได้รับ การจัดสรรงบประมาณ หรือด้วยเหตุจำเป็นอื่นของ กฟผ.
ก - 14
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5 - การประกันภัย
2.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำประกันภัยงานระหว่างการก่อสร้าง โดยต้องครอบคลุมระยะเวลางานก่อสร้าง จนกว่าผู้รับจ้างจะส่งมอบงานให้ กฟผ.โดยมีความคุ้มครองดังนี้
2.1.1 กรมธรรม์ประกันภัยงานระหว่างการก่อสร้าง (Contractor’s All Risks Insurance) จะต้อง คุ้มครองความเสียหายที่มีต่องานที่ทำการก่อสร้าง โดยมีทุนประกันภัยไม่ต่ำกว่ามูลค่างานตาม สัญญา
2.1.2 กรมธรรม์ประกันภัยจะต้องคุ้มครองรวมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สินทุกชนิดที่มีอยู่เดิมของผู้ ว่าจ้าง ซึ่งอยู่ในสถานที่ที่ทำการก่อสร้าง
2.1.3 กรมธรรม์ประกันภัยจะต้องคุ้มครองความสูญเสีย หรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน รวมถึงการ บาดเจ็บเสียชีวิตของบุคคลภายนอกที่เกิดจากงานที่ทำการก่อสร้าง
2.2 การประกันภัยระหว่างการก่อสร้าง จะต้องทำกับบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่ได้รับใบ อนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยและส่งมอบสำเนากรมธรรม์ประกันภัยให้ กฟผ.ภายใน 30 วัน หลังลงนามในสัญญา กฟผ. สงวนไว้ซึ่งสิทธิที่จะให้ผู้รับจ้างทำการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงในข้อความ และเงื่อนไขในกรมธรรม์นี้ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของ กฟผ.โดย กฟผ. จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จาก การประกันภัยนี้ - รายละเอียดงานก่อสร้างเพิ่มเติม
3.1 ผู้รับจ้างต้องทำการยืนยันค่ากำลังรับแรงแบกทานของดินที่ยอมให้ (Allowable Bearing Capacity) ไม่ต่ำกว่าค่าที่ผู้ออกแบบกำหนดไว้ในบริเวณที่จะทำการก่อสร้าง โดยการทดสอบ Plate Bearing Test ก่อนทำการก่อสร้าง ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องส่งผลการทดสอบให้ผู้ออกแบบรับทราบและอนุมัติก่อน ดำเนินการก่อสร้าง
3.2 งานดินถมจะต้องทำการบดอัดที่มี DRY DENSITY มากกว่า 95% STANDARD PROCTOR TEST ปริมาณน้ำอยู่ในช่วง 0 ถึง ±2% OPTIMUM WATER CONTENT (OMC) ซึ่งผู้รับจ้างต้องทำการสุ่ม ทดสอบเป็นจำนวน 20% ของจำนวนฐานรากทั้งหมด โดยตำแหน่งที่ทำการทดสอบ กฟผ.จะเป็นผู้ กำหนด
3.3 ในกรณีที่มีการรื้อถอน สิ่งก่อสร้างชั่วคราว ผู้รับจ้างจะต้องปรับพื้นที่ และทำความสะอาด คืนสภาพ เดิม หลังจากสิ้นสุดสัญญา
3.4 ผู้รับจ้างจะต้องทำดังนี้
3.4.1 ตารางการจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
3.4.2 ตารางการจัดทำแผนการใช้ที่ผลิตภายในประเทศ (ถ้ามี)
มานำเสนอให้ กฟผ. พิจารณาก่อนขออนุมัติใช้วัสดุ ตามตัวอย่างเอกสารแนบท้ายใน60 วัน นับ ถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา
ก - 15
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
3.5 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำตารางรายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ โดยจัดส่งให้ กฟผ. พิจารณาก่อน ทำการตรวจรับงานงวดสุดท้าย - การดำเนินการก่อสร้าง
4.1 ผู้รับจ้างจะต้องวางแผนการก่อสร้างให้งานแล้วเสร็จตามกำหนดสัญญา โดยผู้รับจ้างจะต้องเสนอ แผนงานก่อสร้างให้ กฟผ. พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการก่อสร้าง และจะต้องมีวิศวกร สนามประจำอยู่หน้างานในสนามตลอดเวลา ทำหน้าที่บริหารการก่อสร้างจัดทำตามแผนที่เสนอ
4.2 ผู้รับจ้างต้องมีเครื่องจักรกลที่มีสภาพพร้อมที่จะทำงานได้ ในจำนวนเพียงพอ ในกรณีที่ กฟผ. พิจารณาเห็นว่าจะต้องเพิ่มจำนวนเครื่องจักรกล ผู้รับจ้างจะต้องจัดหามาในจำนวนที่ กฟผ. ต้องการ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถหาเครื่องจักรกลมาให้พอเพียงกับความต้องการใช้งาน กฟผ. มีสิทธิ์สั่ง หยุดการทำงานได้ โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มจากสัญญาเดิม และจะขอขยายเวลา ก่อสร้างเพิ่มเติมไม่ได้ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการก่อสร้างใหม่ถูกต้องตามรายละเอียดในแบบทุกประการ
4.3 บรรดาเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ที่จะใช้ในการดำเนินงานตามประกาศนี้ ตลอดจนวัตถุระเบิด ถ้าต้องใช้ ให้เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจัดหาเองทั้งสิ้น
4.4 ผู้รับจ้างต้องหา จัดทำ และติดตั้งป้ายเครื่องหมาย และสัญญาณจราจรชั่วคราวตามมาตรฐานที่กำหนด และตามแนวทางปฏิบัติการติดตั้งเครื่องหมาย และสัญญาณ สำหรับการจัดซ่อมถนนและงาน สาธารณูปโภคของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันภัยอุบัติภัยแห่งชาติกำหนดไว้ เพื่อให้ความสะดวกและความปลอดภัยต่อการสัญจรของยานพาหนะและคนเดินเท้าในบริเวณงาน ก่อสร้าง โดยผู้รับจ้างเพิ่มเติมการติดตั้งป้ายเครื่องหมายและสัญญาณจราจรนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ ในมาตรฐานหรือแนวทางปฏิบัติที่กล่าวไว้ เมื่อเห็นว่าจะทำให้เกิดความปลอดภัยยิ่งขึ้น
4.5 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติเกี่ยวกับน้ำหนักบรรทุกในการสัญจรภายในพื้นที่ก่อสร้างของ กฟผ. ไม่ให้เกินตาม ข้อกำหนดกฎหมายที่กำหนดเพื่อป้องกันอันตรายและความเสียหายต่อผิวถนนตามที่ทาง กฟผ. แจ้ง โดยเคร่งครัด
4.6 หากงานที่กำลังก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ หรือไม่เรียบร้อย และมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อการเกิดอันตราย ให้แจ้งกับผู้ควบคุมงาน กฟผ. เสมอ พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตาม “ระบบการจัดการความปลอดภัยในการ ทำงานก่อสร้าง” ของ กฟผ. อย่างเคร่งครัด
4.7 ผู้รับจ้างต้องป้องกันไม่ให้เศษดินหรือลูกรังหรือวัสดุอื่นใด เปรอะเปื้อนผิวจราจรสาธารณะที่เปิด การจราจรอยู่
- รถบรรทุกวัสดุก่อสร้าง เมื่อออกจากแหล่งวัสดุขึ้นสู่ทางสาธารณะ จะต้องไม่มีเศษดิน, ลูกรังติดล้อรถบรรทุกที่จะทำให้ทางสาธารณะเปรอะเปื้อน
- ทางเข้า - ทางออก ระหว่างคันทางที่กำลังก่อสร้างและคันทางที่เปิดการจราจรจะต้องมี การป้องกันไม่ให้มีเศษดิน, ลูกรัง ติดล้อรถบรรทุกที่จะทำให้ผิวจราจรเปรอะเปื้อน โดยผู้รับ จ้างต้องจัดให้มีผู้รับผิดชอบคอยควบคุมไม่ให้คันทางที่เปิดจราจรอยู่เปรอะเปื้อน
ก - 16
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
4.8 งานสำรวจ (Survey)
4.8.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหากล้องสำรวจ ชนิดสำรวจระดับ และสำรวจแนว อย่างละ 1 ชุด ประจำ ณ สถานที่ก่อสร้าง จนกว่างานจะแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องสำรวจสภาพเดิมของพื้นที่ เสนอผู้ควบคุม งาน กฟผ. พิจารณาก่อนดำเนินการก่อสร้าง โดย กฟผ. จะให้ค่ากำหนดและมอบจุดมาตรฐาน (Datum Points) ที่ กฟผ. จัดทำไว้ให้แก่ผู้รับจ้าง งานสำรวจอื่นๆ ที่จำเป็นในการวางผัง (Layout) ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำเอง และผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบค่ากำหนดจุดมาตรฐานทุกจุด (ที่ กฟผ. ส่งมอบ) ให้ กฟผ. เห็นชอบ ถ้ามีการคลาดเคลื่อนไป กฟผ. จะเป็นผู้แก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องรักษาจุดมาตรฐานต่างๆ เหล่านี้ไว้ให้อยู่ในสภาพดี ถ้าจำเป็นจะต้อง เคลื่อนย้าย การเคลื่อนย้ายให้กระทำได้โดยคำแนะนำจาก กฟผ. พร้อมบันทึกการคำนวณและ อื่นๆ ที่ผู้รับจ้างทำในการสำรวจ ให้รวบรวมและบันทึกในสภาพที่สามารถทำการตรวจสอบได้ แล้วส่งให้ กฟผ. ตรวจสอบความเห็นชอบ และ กฟผ. สงวนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบงานสำรวจได้ทุก เวลา ถ้าพบว่างาน สำรวจไม่ละเอียดไม่ถูกต้องจะสั่งการให้ผู้รับจ้างแก้ไข ค่าใช้จ่ายในการ สำรวจแก้ไขให้เป็นของผู้รับจ้าง
4.8.2 เครื่องมือและบุคลากรปฏิบัติงานสำรวจ (Survey Equipment and Personnel) ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหากล้องสำรวจ เครื่องมือ และวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในงานสำรวจให้มีสภาพดีความละเอียด สูงพอที่จะทำงานตามที่ กฟผ. ให้ความเห็นชอบและจะต้องจัดหามาทดแทนให้มีสภาพ เหมาะสมใหม่ตามที่ กฟผ. ต้องการ ซึ่งบุคลากรที่จะปฏิบัติงานสำรวจ จะต้องมีความชำนาญ เพียงพอ งานสำรวจทุกงานจะกระทำอยู่ภายใต้การควบคุมของช่างสำรวจ
-
สัญญาแบบปรับราคาได
เงื่อนไข หลักเกณฑ ประเภทงานกอสราง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใชกับสัญญาแบบปรับราคาได ก. เงื่อนไขและหลักเกณฑ -
สัญญาแบบปรับราคาไดนี้ใหใชกับงานกอสรางทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุง และซอมแซมซึ่ง เบิกจายคางานในลักษณะหมวดคาครุภัณฑ ที่ดินและสิ่งกอสราง หมวดเงินอุดหนุนและหมวดรายจายอื่นที่ เบิกจายในลักษณะคาที่ดินและสิ่งกอสราง ที่อยูในเงื่อนไขและ หลักเกณฑตามที่ไดกําหนดนี้
-
สัญญาแบบปรับราคาไดนี้ใหใชทั้งในกรณีเพิ่มหรือลดคางานจากคางานเดิมตามสัญญา เมื่อดัชนี ราคาซึ่งจัดทําขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากเดิม ขณะเมื่อวันเปดซองประกวด ราคา สําหรับกรณีที่จัดจางโดยวิธีอื่น ใหใชวันเปดซอง ราคาแทน
-
การนําสัญญาแบบปรับราคาไดไปใชนั้น ผูวาจางตองแจงและประกาศใหผูรับจาง ทราบ เชน ใน ประกาศประกวดราคาฯ และตองระบุในสัญญาจางดวยวางานจางเหมานั้น ๆ จะใชสัญญาแบบปรับราคาได พรอมทั้งกําหนดประเภทของงานกอสราง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใหมีการปรับเพิ่มหรือลดคางานไวใหชัดเจน
ก - 17
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
ในกรณีที่มีงานกอสรางหลายประเภทในงานจางคราวเดียวกัน จะตองแยกประเภทงานกอสรางแต ละประเภทใหชัดเจนตามลักษณะของงานกอสรางนั้นๆ และใหสอดคลองกับสูตรที่กําหนดไว 4. การขอเงินเพิ่มคางานกอสรางตามสัญญาแบบปรับราคาไดนี้ เปนหนาที่ของผูรับจางที่จะตอง เรียกรองภายในกําหนด 90 วัน นับตั้งแตวันที่ผูรับจางไดสงมอบงานงวดสุดทาย หากพนกําหนดนี้ไปแลว ผูรับ จางไมมีสิทธิที่จะเรียกรองเงินเพิ่มคางานกอสรางจากผูวาจางไดอีกตอไป และในกรณีที่ผูวาจางจะตองเรียกเงิน คืนจากผูรับจาง ใหผูวาจางที่เปนคูสัญญารีบเรียกเงินคืนจากผูรับจางโดยเร็ว หรือใหหักคางานของงวดตอไป หรือใหหักเงินจากหลักประกันสัญญาแลวแตกรณี -
การพิจารณาคํานวณเงินเพิ่มหรือลด และการจายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนจากผูรับจางตาม เงื่อนไขของสัญญาแบบปรับราคาได ตองไดรับการตรวจสอบและเห็นชอบจาก กฟผ. และใหถือการพิจารณา วินิจฉัยของ กฟผ. เปนที่สิ้นสุด
ข. ปรับประเภทกอสรางและสูตรที่ใชกับสัญญาแบบปรับราคาได
ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาคางานจางเหมากอสรางใหคํานวณตามสูตรดังนี้
P = (Po) x (K)
กําหนดให P = ราคาคางานตอหนวย หรือราคาคางานเปนงวดที่จะตองจายใหผูรับจาง Po = ราคาคางานตอหนวยที่ผูรับจางประมูลได หรือราคาคางานเปนงวด ซึ่ง ระบุไวในสัญญาแลวแตกรณี
K = ESCALATION FACTOR ที่หักดวย 4% เมื่อตองเพิ่มคางาน
หรือบวกเพิ่ม 4% เมื่อตองเรียกคางานคืน
ESCALATION FACTOR K หาไดจากสูตร ซึ่งแบงตามประเภทและลักษณะงาน ดังนี้
□ หมวดที่ 1 งานอาคาร
งานอาคาร หมายถึง ตัวอาคาร เชน ที่ทําการ โรงเรียน โรงพยาบาล หอพัก ที่พักอาศัย หอประชุม อัฒจันทร ยิมเนเซียม สระวายนํ้า โรงอาหาร คลังพัสดุ โรงงาน รั้ว เปนตน และใหความหมาย รวมถึง
1.1 ไฟฟาของอาคารบรรจบถึงสายเมนจําหนาย แตไมรวมถึงหมอแปลงและระบบ
ไฟฟาภายในบริเวณ
1.2 ประปาของอาคารบรรจบถึงทอเมนจําหนาย แตไมรวมถึงระบบประปาภายในบริเวณ 1.3 ระบบทอหรือระบบสายตางๆ ที่ติดหรือฝงในสวนของอาคาร เชน ทอปรับอากาศ ทอ กาซ สายไฟฟาสําหรับเครื่องปรับอากาศ สายลอฟา ฯลฯ
1.4 ทางระบายนํ้าของอาคารจนถึงทางระบายนํ้าภายนอก
1.5 สวนประกอบที่จําเปนสําหรับอาคาร เฉพาะสวนที่ติดกับอาคารโดยตองสรางหรือ ประกอบพรอมกับการกอสรางอาคาร แตไมรวมถึงเครื่องจักรหรือเครื่องมือกลที่นํามาประกอบหรือติดตั้ง เชน ลิฟท เครื่องคอมพิวเตอร เครื่องสูบนํ้า เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ
1.6 ทางเทารอบอาคาร ดินถม ดินตัก หางจากอาคารโดยรอบไมเกิน 3 เมตร
ก - 18
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
ใชสูตร K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
□ หมวดที่ 2 งานดิน
2.1 งานดิน หมายถึง การขุดดิน การตักดิน การบดอัดดิน การขุดเปดหนาดิน การเกลี่ยบด อัดดิน การขุด-ถมบดอัดแนนเขื่อน คลอง คันคลอง คันกั้นนา คันทาง ซึ่งตองใชเครื่องจักรเครื่องมือกล ปฏิบัติงาน
สําหรับการถมดินใหหมายความถึงการถมดินหรือทรายหรือวัสดุอื่น ที่มีการควบคุม คุณสมบัติ ของวัสดุนั้น และมีขอกาหนดวิธีการถม รวมทั้งมีการบดอัดแนนโดยใชเครื่องจักร เครื่องมือกล เพื่อใหได มาตรฐานตามที่กําหนดไว เชนเดียวกับงานกอสรางถนนหรือเขื่อน ชลประทาน
ทั้งนี้ใหรวมถึงงานประเภท EMBANKMENT , EXCAVATION , SUBBASE , SELECTED MATERIAL , UNTREATED BASE และ SHOULDER
ใชสูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.40 Et/Eo + 0.20 Ft/Fo
2.2 งานหินเรียง หมายถึง งานหินขนาดใหญนามาเรียงกันเปนชั้นใหเปนระเบียบจนไดความ หนาที่ตองการ โดยในชองวางระหวางหินใหญจะแซมดวยหินยอย หรือกรวดขนาดตางๆ และทราย ใหเต็ม ชองวาง มีการควบคุมคุณสมบัติของวัสดุและมีขอกาหนดวิธีปฏิบัติ โดยใชเครื่องจักร เครื่องมือกล หรือแรงคน และให หมายความรวมถึงงานหินทิ้ง งานหินเรียง ยาแนว หรืองานหินใหญที่มีลักษณะคลายคลึงกัน เพื่อการ ปองกันการกัดเซาะพังทลายของลาดตลิ่งและทองลํานํ้า
ใชสูตร K = 0.40 + 0.20 It/Io + 0.20 Mt/Mo + 0.20 Ft/Fo
2.3 งานเจาะระเบิดหิน หมายถึง งานเจาะระเบิดหินทั่ว ๆ ไป ระยะทางขนยายไป-กลับ ประมาณ ไมเกิน 2 กิโลเมตร ยกเวนงานเจาะระเบิดอุโมงคซึ่งตองใชเทคนิคชั้นสูง
ใชสูตร K = 0.45 + 0.15 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
□ หมวดที่ 3 งานทาง
3.1 งานผิวทาง PRIME COAT , TACK COAT , SEAL COAT
ใชสูตร K = 0.30 + 0.40 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
ก - 19
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
3.2 งานผิวทาง SURFACE TREATMENT SLURRY SEAL
ใชสูตร K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.30 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo 3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE , PENETRATION MACADAM
ใชสูตร K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.40 At/Ao + 0.10 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
3.4 งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใชเหล็กเสริม ซึ่ง ประกอบดวย ตะแกรงเหล็กเสนหรือตะแกรงลวดเหล็กกลาเชื่อมติด (MELDED STEEL WIRE FARRIC) เหล็ก เดือย (DOWEL BAR) เหล็กยึด (DEFORMED TIE BAR) และรอยตอตาง ๆ (JOINT) ทั้งนี้ใหหมายความรวม ถึง แผนพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณคอสะพาน (R.C.BRIDGE APPROACH) ดวย
ใชสูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.35 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.15 St/So
3.5 งานทอระบายนํ้าคอนกรีตเสริมเหล็กและงานบอพัก หมายถึง ทอคอนกรีตเสริมเหล็ก สําหรับงาน ระบายนํ้า (PRECAST REINFORCED CONCRETE DRAINAGE PIPE) งานรางระบายนํ้าคอนกรีต เสริมเหล็กและบริเวณลาดคอสะพานรวมทั้งงานบอพักคอนกรีตเสริมเหล็กและงานคอนกรีตเสริมเหล็กอื่น ที่มี รูปแบบและลักษณะงานคลายคลึงกัน เชน งานบอพัก (MANHOLE) ทอรอยสายโทรศัพท ทอรอยสายไฟฟา เปนตน
ใชสูตร K = 0.35 + 0.20 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.15 Mt/Mo + 0.15 St/So
3.6 งานโครงสรางคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเขื่อนกันตลิ่ง หมายถึง สะพานคอนกรีตเสริม เหล็ก โครงสรางฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (R.C.BEARING UNIT) ทอเหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็ก (R.C.BOX CULVERT) หอถังนํ้าโครงสรางคอนกรีตเสริมเหล็ก เขื่อนกันตลิ่งคอนกรีตเสริมเหล็ก ทาเทียบเรือ คอนกรีตเสริมเหล็กและสิ่งกอสรางอื่นที่มีลักษณะคลายคลึงกัน
ใชสูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.25 St/So
3.7 งานโครงสรางเหล็ก หมายถึง สะพานเหล็กสําหรับคนเดิมขามถนนโครงเหล็กสําหรับ ติดตั้งปาย จราจรชนิดแขวนสูง เสาไฟฟาแรงสูง เสาวิทยุ เสาโทรทัศนหรืองานโครงเหล็กอื่นที่มีลักษณะ คลายคลึงกัน แตไมรวมถึงงานติดตั้งเสาโครงเหล็กสายสงของการไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย
ก - 20
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
ใชสูตร K = 0.25 + 0.10 It/Io + 0.05 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.40 St/So
□ หมวดที่ 4 งานชลประทาน
4.1 งานอาคารชลประทานไมรวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดตางๆ ที่กอสรางในแนวคลองสงนํ้าหรือคลองระบายนํ้า เพื่อควบคุมระดับและหรือปริมาณนํ้า ไดแก ทอระบายนํ้า นํ้าตก รางเท สะพานนํ้า ทอลอด ไขฟอน และอาคารชลประทานชนิดอื่นๆ ที่ไมมีบานระบายเหล็ก แตไมรวมถึง อาคารชลประทานขนาดใหญ เชน ฝาย ทางระบายนํ้าลน หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน เปนตน
ใชสูตร K = 0.40 + 0.20 It/lo + 0.10 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.20 St/So
4.2 งานอาคารชลประทานรวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชนิด ตางๆที่ กอสรางในแนวคลองสงนํ้าหรือคลองระบายนํ้า อาคารอัดนํ้า ทอลอดและอาคารชลประทานชนิดตางๆ ที่มีบาน ระบายนํ้า แตไมรวมถึงอาคารชลประทานขนาดใหญ เชน ฝาย ทางระบายนํ้าลน หรืออาคารชลประทาน ประกอบของเขื่อน เปนตน
ใชสูตร K = 0.35 + 0.20 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.25 St/So
4.3 งานบานระบาย TRASHRACK และ STEEL LINER หมายถึง บานระบายเหล็กเครื่อง กวานและโครงยก รวมทั้ง BULK HEAD GATE งานและทอเหล็ก
ใชสูตร K = 0.35 + 0.20 It/Io + 0.45 Gt/Go
4.4 งานเหล็กเสริมคอนกรีต และ ANCHOR BAR หมายถึง เหล็กเสนที่ใชเสริมในงาน คอนกรีตและเหล็ก ANCHOR BAR ของฝาย ทางระบายนํ้าลน หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน ซึ่งมี สัญญาแยกจายเฉพาะงานเหล็กดังกลาวเทานั้น
ใชสูตร K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.60 St/So
4.5 งานคอนกรีตไมรวมเหล็กและคอนกรีตตาดคลอง หมายถึง งานคอนกรีตเสริมเหล็กที่หัก สวนของเหล็กออกมาแยกคํานวณตางหากของงานฝาย ทางระบายนํ้าลนหรืออาคารชลประทานประกอบของ เขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจายเฉพาะงานคอนกรีตดังกลาวเทานั้น
ก - 21
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
ใชสูตร K = 0.40 + 0.15 It/Io + 0.25 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo
4.6 งานเจาะ หมายถึง การเจาะพรอมทั้งฝงทอกรุขนาดรูไมนอยกวา 48 มิลลิเมตรในชั้นดิน หินผุหรือหินที่แตกหัก เพื่ออัดฉีดนํ้าปูน และใหรวมถึงงานซอมแซมฐานรากอาคารชลประทานถนนและอาคาร ตางๆ โดยการอัดฉีดนํ้าปูน
ใชสูตร K = 0.40 + 0.20 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
4.7 งานอัดฉีดนํ้าปูน คาอัดฉีดนํ้าปูนจะเพิ่มหรือลด ใหเฉพาะราคาซีเมนตที่เปลี่ยนแปลงตาม ดัชนีราคาของซีเมนต ที่กระทรวงพาณิชยจัดทําขึ้น ในเดือนที่สงงานแตละงวด กับเดือนที่เปดซองประกวดราคา
□ หมวดที่ 5 งานระบบสาธารณูปโภค
5.1 งานวางทอ AC และ PVC
5.1.1 ในกรณีที่ผูวาจางเปนผูจัดหาทอและหรืออุปกรณให
ใชสูตร K = 0.50 + 0.25 It/Io + 0.25 Mt/Mo
5.1.2 ในกรณีที่ผูวาจางเปนผูจัดหาทอ AC หรืออุปกรณ
ใชสูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 ACt/ACo
5.1.3 ในกรณีที่ผูรับจางเปนผูจัดหาทอ PVC และหรืออุปกรณ
ใชสูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 PVCt/PVCo
5.2 งานวางทอเหล็กเหนียวและทอ HYDENSITY POLYETHYLENE
5.2.1 ในกรณีที่ผูวาจางเปนผูจัดหาทอและหรืออุปกรณให
ใชสูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.15 Ft/Fo
5.2.2 ในกรณีที่ผูวาจางเปนผูจัดหาทอเหล็กเหนียวและหรืออุปกรณใหรวมถึงงาน TRANSMISSION CONDUIT
ใชสูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.10 Et/Eo + 0.30 GIPt/GIPo
ก - 22
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
5.2.3 ในกรณีที่ผูวาจางเปนผูจัดหาทอ HYDENSITY POLYETHYLENE และหรืออุปกรณ ใชสูตร K = 0.50 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.30 PEt/PEo
5.3 งานปรับรุงอุโมงคสงนํ้าและงาน SECONDARY LINING
ใชสูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Et/Eo + 0.35 GIPt/GIPo
5.4 งานวางทอ PVC หุมดวยคอนกรีต
ใชสูตร K = 0.30 + 0.10It/Io + 0.20Ct/Co + 0.05Mt/Mo + 0.05St/So + 0.30PVCt/PVCo 5.5 งานวางทอ PVC กลบทราย
ใชสูตร K = 0.25 + 0.05 It/Io + 0.05 Mt/Mo + 0.65 PVCt/PVCo 5.6 งานวางทอเหล็กอาบสังกะสี
ใชสูตร K = 0.25 + 0.25 It/Io + 0.50 GIPt/GIPo
ดัชนีราคาที่ใชคํานวณตามสูตรที่ใชกับสัญญาปรับราคาได จัดทําขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย K = ESCALATION FACTOR
It = ดัชนีราคาผูบริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่สงงานแตละงวด
Io = ดัชนีราคาผูบริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่เปดซองประกวดราคา Ct = ดัชนีราคาซีเมนต ในเดือนที่สงงานแตละงวด
Co = ดัชนีราคาซีเมนต ในเดือนที่เปดซองประกวดราคา
Mt = ดัชนีราคาวัสดุกอสราง (ไมรวมเหล็กและซีเมนต) ในเดือนที่สงงานแตละงวด Mo = ดัชนีราคาวัสดุกอสราง (ไมรวมเหล็กและซีเมนต) ในเดือนที่เปดซองประกวดราคา St = ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่สงงานแตละงวด
So = ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปดซองประกวดราคา
Gt = ดัชนีราคาเหล็กแผนเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่สงงานแตละงวด Go = ดัชนีราคาเหล็กแผนเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่เปดซองประกวดราคา At = ดัชนีราคาแอสฟลท ในเดือนที่สงงานแตละงวด
Ao = ดัชนีราคาแอสฟลท ในเดือนที่เปดซองประกวดราคา
ก - 23
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
Et = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ ในเดือนที่สงงานแตละงวด
Eo = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ ในเดือนที่เปดซองประกวดราคา
Ft = ดัชนีราคานํ้ามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่สงงานแตละงวด
Fo = ดัชนีราคานํ้ามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่เปดซองประกวดราคา
ACt = ดัชนีราคาทอซีเมนตใยหิน ในเดือนที่สงงานแตละงวด
ACo = ดัชนีราคาทอซีเมนตใยหิน ในเดือนที่เปดซองประกวดราคา
PVCt = ดัชนีราคาทอ PVC ในเดือนที่สงงานแตละงวด
PVCo = ดัชนีราคาทอ PVC ในเดือนที่เปดซองประกวดราคา
GIPt = ดัชนีราคาทอเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่สงงานแตละงวด
GIPo = ดัชนีราคาทอเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่เปดซองประกวดราคา
PEt = ดัชนีราคาทอ Hydensity Polyethylene ในเดือนที่สงงานแตละงวด
PEo = ดัชนีราคาทอ Hydensity Polyethylene ในเดือนที่เปดซองประกวดราคา Wt = ดัชนีราคาสายไฟฟา ในเดือนที่สงงานแตละงวด
Wo = ดัชนีราคาสายไฟฟา ในเดือนที่เปดซองประกวดราคา
ค. วิธีการคํานวณที่ใชกับสัญญาแบบปรับราคาได -
การคํานวณคา K จากสูตรตามลักษณะงานนั้นๆ ใหใชตัวเลขดัชนีราคาวัสดุกอสรางของ กระทรวงพาณิชย โดยใชฐานของป 2530 เปนเกณฑในการคํานวณ
-
การคํานวณคา K สําหรับกรณีที่มีงานกอสรางหลายประเภทรวมอยูในสัญญาเดียวกัน จะตองแยกคางานกอสรางแตละประเภทใหชัดเจนตามลักษณะของงานนั้น และใหสอดคลองกับสูตรที่ได กําหนดไว
-
การคํานวณหาคา K กําหนดใหใชเลขทศนิยม 3 ตําแหนงทุกขั้นตอนโดยไมมีการปดเศษ และกําหนดใหทําเลขสัมพันธ (เปรียบเทียบ) ใหเปนผลสําเร็จกอน แลวจึงนําผลลัพธไปคูณกับตัวเลขคงที่หนา เลขสัมพันธนั้น
-
ใหพิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาคางานจากราคาที่ผูรับจางทําสัญญาตกลงกับผูวาจาง เมื่อ คา K ตามสูตรสําหรับงานกอสรางนั้นๆ ในเดือนที่สงมอบงานมีคาเปลี่ยนแปลงไปจากคา K ในเดือนเปดซอง ราคามากกวา 4% ขึ้นไป โดยนําเฉพาะสวนที่เกิน 4% มาคํานวณปรับเพิ่มหรือลดคางานแลวแตกรณี (โดยไม คิด 4% แรกให)
-
ในกรณีที่ผูรับจางไมสามารถทําการกอสรางใหแลวเสร็จตามระยเวลาในสัญญา โดยเปน ความผิดของผูรับจางคา K ตามสูตรตางๆ ที่จะนํามาใชในการคํานวณคางานใหใชคา K ของเดือนสุดทายตาม อายุสัญญา หรือคา K ของเดือนที่สงมอบงานจริง แลวแตวาคา K ตัวใดจะมีคานอยกวา
ก - 24
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5 -
การจายเงินแตละงวดใหจายคาจางงานที่ผูรับจางทําไดแตละงวดตามสัญญาไปกอน สวน คางานเพิ่มหรือคางานลดลงซึ่งจะคํานวณไดตอเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุกอสราง ซึ่งนํามาคํานวณคา K ของ เดือนที่สงมอบงานงวดนั้นๆ เปนที่แนนอนแลว เมื่อคํานวณเงินเพิ่มไดใหขอทําความตกลงเรื่องการเงินกับสํานัก งบประมาณ
ก - 25
งานจ้างเหมาก่อสร้าง WAREHOUSE และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์เครื่องที่ 4 - 5
ข้อปฏิบัติหลังลงนามในสัญญาจ้าง
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างก่อสร้างงานของ กฟผ. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และถูกต้อง ตามวัตถุประสงค์หลังจากผู้รับจ้างลงนามในสัญญาแล้ว ก่อนเริ่มงานให้ติดต่อกับผู้ควบคุมงานของ กฟผ. เพื่อ ปฏิบัติ ดังนี้ -
ขออนุญาตก่อสร้างสำนักงานชั่วคราว โรงเก็บพัสดุชั่วคราว
-
ขออนุญาตใช้กระแสไฟฟ้าของ กฟผ.
-
ขออนุญาตใช้น้ำของ กฟผ. (หากระบบน้ำของ กฟผ.ไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างต้องจัดหาน้ำมาใช้ในการก่อสร้าง เอง)
-
ทำรายละเอียดราคางานลงในแบบฟอร์มตารางราคางานเพื่อการเบิกจ่ายเงิน ขออนุมัติต่อ กฟผ. ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญาจ้าง
-
ทำแผนงานก่อสร้าง แผนการจัดส่งวัสดุ และเอกสารด้านความปลอดภัย ส่งให้ กฟผ. อนุมัติ ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญาจ้าง หากไม่ปฏิบัติ กฟผ. สงวนสิทธิ์สั่งให้ผู้รับจ้างหยุดงาน โดยผู้รับจ้างจะใช้ เป็นข้ออ้างในการต่อสัญญาไม่ได้ และหากผลงานไม่เป็นตามแผนงานที่ได้ทำไว้ ผู้รับจ้างต้องเสนอขอ ปรับปรุงแผนงานเพื่อขออนุมัติใหม่
-
ขออนุญาตใช้วัสดุก่อสร้างที่จะนำมาใช้ในการก่อสร้างให้เป็นไปตามรายการตรวจสอบวัสดุ (Approval List) ของ กฟผ.
-
แต่งตั้งตัวแทนควบคุมงานประจำแทนผู้รับจ้าง และตัวแทนจะต้องอยู่ประจำ ณ สถานที่ทำงานตลอดเวลา ถ้าไม่อยู่ กฟผ. อาจจะสั่งให้หยุดงานตามที่เห็นสมควร
-
แต่งตั้งวิศวกรควบคุมงาน ตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ.2542 และตามข้อบังคับสภาวิศวกร โดยให้ กรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มหนังสือรับรองการเป็นวิศวกร พร้อมแนบสำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบ วิชาชีพวิศวกรรมควบคุม เสนอต่อ กฟผ. ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญาจ้าง
-
การกำหนดขอบเขตบริเวณงาน ผู้รับจ้างจะต้องตกลงกับผู้ควบคุมงาน และผู้รักษาบริเวณของ กฟผ. โดย ทำหนังสือขออนุญาตใช้พื้นที่ขออนุมัติจาก กฟผ. โดยจะรุกล้ำเกินขอบเขตที่ตกลงกันไม่ได้ หากผู้รับจ้างรุก ล้ำ ผู้ควบคุมงานอาจสั่งให้จัดการปรับปรุงแก้ไข โดยคิดค่าใช้จ่ายจากผู้รับจ้าง
-
จัดทำประกันภัยระหว่างการก่อสร้าง กับบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบ ธุรกิจประกันวินาศภัย และส่งมอบสำเนากรมธรรม์ประกันภัยให้ กฟผ. ภายใน 30 วันนับจากวันที่ลงนาม ในสัญญา
ก - 26
รายการแบบกอสราง
งานกอสราง WAREHOUSE และงานอื่นๆที่เกี่ยวของ
โครงการปรับปรุงโรงไฟฟาพลังน้ําเขื่อนศรีนครินทร เครื่องที่ 4-5
ลําดับ
เลขที่แบบ
หมวดงานทั่วไป
ชื่อแบบ
1.
SNR-CD-B-6702-S-001
รายการและขอกําหนดงานโครงสราง (1)
2.
SNR-CD-B-6702-S-002
รายการและขอกําหนดงานโครงสราง (2)
3.
SNR-CD-B-6702-S-003
รายการและขอกําหนดงานโครงสราง (3)แบบเลขที่
หมวดงานโยธา
ชื่อแบบ
4.
SNR-CD-B-6702-S-004
แปลนฐานราก
5.
SNR-CD-B-6702-S-005
แปลนพื้น
6.
SNR-CD-B-6702-S-006
แปลนโครงสรางหลังคา
7.
SNR-CD-B-6702-S-007
แปลนหลังคา
8.
SNR-CD-B-6702-S-008
รูปดาน 1 และรูปดาน 2
9.
SNR-CD-B-6702-S-009
รูปดาน 3 และรูปดาน 4
10.
SNR-CD-B-6702-S-010
รูปตัด A – A, รูปตัด GL. 1
11.
SNR-CD-B-6702-S-011
แบบขยาย GRID LINE A
12.
SNR-CD-B-6702-S-012
แบบขยาย GRID LINE F
13.
SNR-CD-B-6702-S-013
แบบขยาย GRID LINE 1
14.
SNR-CD-B-6702-S-014
แบบขยาย GRID LINE 9
15.
SNR-CD-B-6702-S-015
แบบขยาย TRUSS TR1, TR2 และแบบขยายจุดเชื่อมตอ TRUSS TR1, TR2
16.
SNR-CD-B-6702-S-016
แบบขยายฐานราก , แบบขยาย BP1, BP2แบบเลขที่
หมวดงานไฟฟา
ชื่อแบบ
17.
SNR-CD-B-6702-EE-001
แปลนระบบแสงสวาง
18.
SNR-CD-B-6702-EE-002
แปลนระบบเตารับไฟฟา
19.
SNR-CD-B-6702-EE-003
LOAD SCHEDULE
20.
SNR-CD-B-6702-EE-004
MAIN SINGLE LINE DIAGRAM
ข 1
หจฟชพ2 (จ.) 1/2569
ขอกําหนดทางวิชาการ
ลําดับที่ หนา
1 2
งานเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง งานแบบหล่อคอนกรีต
ค-2 ค-4
3 งานเหล็กเสริมคอนกรีต ค-6 4 งานคอนกรีตสำหรับโครงสร้าง ค-8 5 งานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ ค-13
6
งานหลังคา/ผนังโลหะ (Sheet Metal Roofing/ Siding)
7
งานทาสี
8
งานระบบไฟฟ้า
รายละเอียดอื่นๆ ที่มิได้กำหนดไว้ในข้อกำหนดทางวิชาการ
ค-18 ค-20 ค-23
ให้ผู้รับจ้างถือปฏิบัติตามรายการควบคุมงานก่อสร้างของ กฟผ. (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2524)
ค - 1
- งานเตรียมพื้นที่กอสราง
- ความตองการทั่วไป ประกอบด้วยงานถางป่า โค่นต้นไม้ ปราบพื้นที่ ขุดตอ ตกแต่งผิวดิน รื้อทำลาย สิ่งที่ไม่ต้องการออก การขุด การถม การบดทับ การขุดคูระบายน้ำ การก่อสร้างบ่อพักน้ำ การฝังท่อ ระบายน้ำ การปรับปรุง และการขุดลอกทางน้ำธรรมชาติ รวมทั้งงานอย่างอื่นที่กำหนดไว้ในแบบ
- เครื่องมือ เครื่องมือที่จะนำมาใช้ในงานจะต้องมีสภาพดี มีขนาดและจำนวนเพียงพอที่จะทำงานให้เสร็จ ทันตามกำหนดสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งชนิดและจำนวนของเครื่องมือให้กฟผ. ทราบก่อนดำเนินการ 3. งานถางปาและโคนตนไม จะดำเนินการได้เฉพาะในพื้นที่และต้นไม้ที่ กฟผ.กำหนดเท่านั้น 4. การปรับพื้นที่ ประกอบด้วยการย้ายหรือทำลายตอไม้พุ่มไม้ หญ้า รั้ว เสา ท่อนไม้ และสิ่งอื่นๆ ที่ ไม่ต้องการ เว้นแต่บางสิ่งที่ต้องการจะคงไว้ซึ่งจะต้องป้องกันอย่างดี ถ้าเกิดการเสียหายขึ้นผู้รับจ้าง จะต้องซ่อมแซม หรือทำให้กลับสู่สภาพเดิม หรือดีกว่าโดยผู้รับจ้างออกค่าใช้จ่ายเอง
- การขุดตอ ประกอบด้วยการเอาตอไม้และรากไม้ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางโตกว่า 5 ซม. ออกจาก บริเวณทั้งหมด การขุดตอนี้อาจจะไม่จำเป็นต้องทำในพื้นที่ ที่จะถมดินสูงกว่าพื้นดินเดิมเกินกว่า 1 เมตร หรือเมื่อได้รับอนุมัติจาก กฟผ. แล้ว
ในพื้นที่ๆ จะถมสูงไม่เกิน 1 เมตร จะต้องขุดตอ และรากไม้ออกให้ลึกลงไปจากพื้นเดิมไม่น้อย กว่า 15 ซม. หรือขุดจนหมดตอและรากไม้
ในพื้นที่ๆ จะขุดดินออกเพื่อทำการก่อสร้างต้องขุดตอให้ลึกลงไปกว่าระดับที่กำหนด ไม่น้อยกว่า 15 ซม. โดยต้องเอาตอไม้และรากไม้ออกจนหมด - การกําจัดสิ่งที่ไมตองการ สิ่งที่ไม่ต้องการซึ่งเกิดจากการโค่นต้นไม้ ปราบพื้นที่และขุดตอ ต้องจัดการ ทำให้เรียบร้อยหรือกองให้เป็นระเบียบ สิ่งที่ไม่ต้องการเหล่านี้อาจฝังดินไว้ณ บริเวณนั้นได้ในเมื่อได้รับ อนุญาตจาก กฟผ.
ถ้าจะขนสิ่งที่ไม่ต้องการออกไปทิ้งนอกสถานที่ ผู้รับจ้างจะต้องได้รับอนุมัติจาก กฟผ. ก่อนหรือ ตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขสัญญา - วัสดุที่ขายได ยกเว้นสิ่งที่กำหนดไว้ในสัญญาจะตกเป็นทรัพย์สินของผู้รับจ้าง ซึ่งจะต้องขนย้ายหรือ กำจัดออกไป ข้อนี้รวมทั้งไม้อันเป็นผลมาจากการโค่นต้นไม้ด้วย เว้นแต่กรรมสิทธิ์หรือการกำจัดนั้น ไม่อาจจะทำได้โดยขัดกับกฎหมาย หรือข้อบังคับอื่น ๆ
- การเตรียมพื้นที่สําหรับการถมดิน ก่อนจะเริ่มงานถมดินจะต้องทำการถางป่า โค่นต้นไม้ปราบพื้นที่ ขุด ตอไม้ ถางหญ้า วัชพืช และกำจัดวัสดุที่ไม่เหมาะสมอื่น ๆ ออกไป รวมทั้งจะต้องกลบหลุมบ่อ โดยบดอัด ดินให้แน่นเป็นชั้น ๆ โดยสม่ำเสมอเสียก่อน เว้นแต่กำหนดไว้ในแบบหรือเงื่อนไขสัญญาเป็นอื่นเมื่อเตรียม พื้นที่เสร็จแล้ว จะต้องให้วิศวกรผู้ควบคุมงานตรวจสอบเห็นชอบก่อนที่จะทำการถมดินต่อไป
ค - 2 - การระบายน้ําและการขุดคูระบายน้ํา ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีการระบายน้ำออกไปจากพื้นที่ๆ ก่อสร้าง ได้ตลอดเวลาไม่ให้มีน้ำขังได้ถ้าจำเป็นจะต้องปิดกั้นทางน้ำเดิมผู้รับจ้างจะต้องจัดการให้มีการระบายน้ำ ไปทางอื่นโดยไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ๆ และต่องานที่กำลังก่อสร้างอยู่
- แหลงวัสดุ กฟผ.จะจัดเตรียมแหล่งวัสดุดินถมไว้ให้ ห่างจากพื้นที่ก่อสร้างไม่เกิน 100 เมตร ซึ่งผู้รับจ้าง ต้องขนย้ายมายังพื้นที่ทำงานด้วยเครื่องจักร เครื่องมือ และแรงงานของผู้รับจ้างเอง
- การถมและการบดทับ ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาช่าง ด้วยวิธีการที่เห็นชอบโดยผู้ควบคุมงาน กฟผ. 12. การกลบหลุมบอ หลุมบ่อและร่องรอยที่ปรากฏจะต้องถม หรือกลบทับด้วยวัสดุที่ได้รับอนุมัติแล้ว 13. การทําระดับ แนวและระดับต่าง ๆ จะต้องจัดทำโดยผู้รับจ้าง แต่จะต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบ
จากผู้ควบคุมงาน กฟผ. ก่อนจึงจะดำเนินการต่อไปได้ แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้รับจ้างจะ พ้นจาก ความรับผิดชอบเมื่อเกิดการคลาดเคลื่อนขึ้น - การระวังรักษาถนนของเดิม ผู้รับจ้างจะต้องทำงานด้วยความระมัดระวังรอบคอบ ไม่ทำให้ถนนหรือ ทางเข้าที่มีอยู่เดิมชำรุดเสียหาย หากมีการชำรุดเสียหายเกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องชดใช้โดยทำการก่อสร้าง ซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีดังเดิม และจะต้องทำการก่อสร้างซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาของ สัญญา กฟผ. จะไม่อนุญาตต่ออายุสัญญาเพราะสาเหตุการก่อสร้างหรือซ่อมแซม ดังกล่าว
- การปรับปรุงและขุดลอกทางน้ําธรรมชาติ ผู้รับจ้างจะต้องถางหญ้า วัชพืช ตัดต้นไม้ในคูน้ำ หรือทาง น้ำธรรมชาติ ซึ่งอยู่ติดกับบริเวณก่อสร้างตามที่ระบุไว้ในแบบหรือเงื่อนไขสัญญา ออกไปให้พ้นบริเวณ ดังกล่าวเพื่อให้น้ำไหลผ่านไปได้โดยไม่ทำความเสียหายแก่ดินถมถนนและสิ่งก่อสร้างภายในบริเวณ ก่อสร้าง และจะต้องขุดลอกคูระบายน้ำให้กลมกลืนกับทางน้ำธรรมชาติเพื่อให้น้ำไหลผ่านติดต่อกันไปได้
ค - 3 - งานแบบหลอคอนกรีต
- ความตองการทั่วไป
ผู้รับจ้างจะต้องทำการจัดหาวัสดุ เพื่อนำมาใช้เป็นแบบหล่อในการเทคอนกรีต เพื่อให้เป็นไปตามที่ กำหนดไว้ในแบบรายละเอียดอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุในแบบ และ/หรือบทกำหนดนี้ให้ถือปฏิบัติตาม มาตรฐานกำหนดของ ACI. “RECOMMENDED PRACTICE FOR CONCRETE FORMWORK” (ACI. 347- 68) และประกาศของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่องความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้างทุก ประการ - วัสดุ
วัสดุที่ใช้อาจเป็นแบบเหล็กหรือแบบไม้ก็ได้ ยกเว้นผนังคสล. เปลือยผิว (ถ้ามี) ให้ใช้ไม้อัดยางเป็นแบบ หล่อ - ขอกําหนดทั่วไป
3.1 แบบหล่อคอนกรีต จะต้องแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักคอนกรีตเหลว และน้ำหนักบรรทุกได้โดยไม่ แอ่นหรือเสียรูปทรง และรอยต่อของแบบต้องแนบสนิทมิให้น้ำรั่วซึมได้ ถ้าใช้แบบหล่อเป็นไม้จะต้อง ใช้ไม้ที่ไม่ผุ โก่งบิดงอ หรือแตก ผิวหน้าต้องเรียบสม่ำเสมอ ต้องประกอบด้วยไม้ได้ขนาดโยงยึดแน่น หนา และสามารถรองรับน้ำหนักได้แข็งแรงเพียงพอ ต้องจัดทำรอยต่อให้สนิทมิให้น้ำรั่วซึมได้ ไม้ค้ำ ยันแบบคานและพื้นต้องค้ำยันให้แข็งแรงจนสามารถรับน้ำหนักได้ โดยไม่ตกหรือแอ่น ในกรณีที่ค้ำ ยันอยู่บนดินอ่อนต้องทำการยึดโดยมีไม้ค้ำยัน (Bracing) เพื่อป้องกันการเสียระดับในขณะเท คอนกรีตคานช่วงที่ยาวเกิน 5.00 เมตร ต้องยกระดับตอนกลางให้สูงขึ้นเพื่อกันคานตกด้วยอย่าง น้อย 20 มิลลิเมตร ถ้าใช้แบบหล่อเป็นเหล็กจะต้องมีขนาดลักษณะ และความแข็งแรงทางโครงสร้าง สามารถที่จะรับน้ำหนักได้
3.2 การทาแบบหล่อ แบบก่อนใช้งานจะต้องใช้น้ำยาทาแบบทาภายในแบบทั้งหมด 3.3 การถอดแบบหล่อ แบบหล่อจะถอดออกไม่ได้จนกว่าจะครบกำหนดเวลาหลังจากการเทคอนกรีต แล้ว ดังนี้
แบบข้างเสา ข้างคาน ข้างกำแพง 2 วัน
แบบใต้ท้องพื้น 14 วัน
แต่เมื่อถอดแล้ว ให้ค้ำกลางพื้นไว้อีก 14 วัน
แบบใต้ท้องคาน 14 วัน
แต่เมื่อถอดแล้วให้ค้ำยันกลางคานไว้อีก 15 วัน ทั้งนี้ยกเว้นในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์แข็งเร็ว (ตาม มอก.15 เล่ม 1-2555) ซึ่งให้ถือกำหนดถอดแบบออกได้ทั้งหมดเมื่ออายุครบ 7 วัน แต่ต้อง ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
3.4 การแก้ไขผิวที่ไม่เรียบร้อย
ค - 4
3.4.1 ทันทีที่ถอดแบบ จะต้องทำการตรวจสอบหากพบว่าผิวคอนกรีตไม่เรียบร้อยจะต้องแจ้ง ให้ผู้ควบคุมงานของ กฟผ. ทราบทันที เมื่อผู้ควบคุมงานให้ความเห็นชอบวิธีแก้ไขแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการซ่อมในทันที
3.4.2 หากปรากฏว่ามีการซ่อมแซมผิวคอนกรีตก่อนได้รับการตรวจสอบ โดยผู้ควบคุมงาน คอนกรีตส่วนนั้นอาจถือเป็นคอนกรีตเสียก็ได้
ค - 5 - งานเหล็กเสริมคอนกรีต
- ความตองการทั่วไป
ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดหาวัสดุที่มีขนาดและคุณสมบัติพร้อมทั้งติดตั้ง ได้ถูกต้องตามที่ระบุไว้ ในแบบ - วัสดุ
เหล็กเสริมจะต้องเป็นเหล็กเส้นเหนียว ปราศจากสนิมขุมหรือน้ำมันจับเกาะ เส้นตรงไม่คดงอ เป็นชนิดที่ตรงกับที่ระบุไว้ในแบบ คือเหล็กกลม (Plain Bars) หรือเหล็กข้ออ้อย (Deformed Bars) ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.20-2559 และ มอก.24-2559 3. การเก็บรักษา
เหล็กเส้นจะต้องเก็บกองแยกเป็นขนาดมิให้คละกัน มีสิ่งรองรับมิให้เปื้อนดินโคลน และมีหลังคา ป้องกันฝนและน้ำค้าง - ขอกําหนดทั่วไป
4.1 ลวดผูกเหล็กให้ใช้เบอร์ 18 ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.138-2562 4.2 การดัดงอเหล็กให้ใช้รัศมีโค้งอย่างน้อย 3 เท่า ของเส้นผ่าศูนย์กลาง
4.3 การงอเหล็กเสริม การงอขอ (180 องศา) จะต้องมีรัศมีอย่างน้อย 3 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลาง และ เหลือปลายไว้อย่างน้อย 6 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลาง การงอฉาก (90 องศา) จะต้องมีรัศมีอย่าง น้อย 6 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลาง และเหลือปลายไว้อย่างน้อย 12 เท่า ของเส้นผ่าศูนย์กลาง
4.4 การต่อเหล็ก จะต้องมีระยะเหลื่อมกันอย่างน้อย 50 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางสำหรับเหล็กกลม (Plain Bars) และ 40 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางสำหรับเหล็กข้ออ้อย (Deformed Bars) ห้ามต่อ เหล็ก ตรงส่วนที่เป็นหน้าตัดวิกฤต (Critical Section) หรือตรงจุดที่รับแรงดึงสูงสุด นอกจากจะต่อ ด้วยการเชื่อม แต่ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
4.5 เหล็กเสริม จะต้องยื่นเข้าใน Support ซึ่งเป็นคานหรือเสาอย่างน้อยเท่ากับความกว้างของ Support สำหรับกรณีที่เป็น Simply Support และต้องยื่นเข้าใน Support อย่างน้อย 50 เท่า ของเส้นผ่าศูนย์กลาง ในกรณีที่เป็นคานยื่นหรือ Slab ยื่น (Cantilever)
4.6 การเสริมเหล็ก นอกจากจะต้องห่างจากแบบหล่อไม่น้อยกว่า 20 มิลลิเมตร และไม่มากกว่า 75 มิลลิเมตร เว้นแต่ระบุไว้ในแบบเป็นอื่น
4.7 ในกรณีที่มีเหล็กเสริมหลายชั้น จะต้องเสริมเหล็กโดยมีช่องว่างระหว่างผิวเหล็ก (Clear Distance) ไม่น้อยกว่า 25 มิลลิเมตร เมื่อผูกเหล็กเสริมเรียบร้อยแล้ว จะต้องให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบความ เรียบร้อยก่อนเทคอนกรีตทุกครั้ง
ค - 6
4.8 การทดสอบและนำส่งตัวอย่างเหล็กเสริม ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหาพร้อมทดสอบเหล็กเสริมทุกครั้ง ที่มีการส่งเหล็กเข้ามาใหม่โดยทำการเก็บ และทดสอบเหล็กเสริม จำนว 3 ท่อน ยาวท่อนละ 600 มิลลิเมตร ในแต่ละขนาดที่นำมาใช้งาน
ค - 7 - งานคอนกรีตสําหรับโครงสราง
- ความตองการทั่วไป
งานประกอบด้วยการทำงานคอนกรีตสำหรับโครงสร้างให้เสร็จเรียบร้อยถูกต้องตาม ข้อกำหนดแบบและสัญญา - วัสดุ
วัสดุที่ใช้สำหรับงานคอนกรีต จะต้องประกอบด้วยปูนซีเมนต์ ทราย หินย่อย หรือกรวด และน้ำ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
2.1 ปูนซีเมนต์ ต้องเป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ มีคุณสมบัติเทียบเท่า หรือดีกว่าปูนซีเมนต์ตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 15 เล่ม 1-2555 และต้องแห้งไม่เกาะตัวเป็นก้อน หรือเป็นเม็ดหยาบ 2.2 ทราย ต้องเป็นทรายธรรมชาติหรือทรายเทียม มีลักษณะเป็นเม็ดกลม หรือเป็นก้อนเหลี่ยมแข็ง ทนทาน สะอาด ไม่มีสารอินทรีย์เจือปน หรือมีวัสดุอื่นที่ไม่ต้องการเจือปนอยู่ไม่เกินกำหนด ดังนี้ ดิน ไม่เกินร้อยละ 1.0 เม็ดทรายที่ผ่านตะแกรงเบอร์ 200 ไม่เกินร้อยละ 4.0 Loss in Soudness Test (ASTM-C 38) ไม่เกินร้อยละ 12.0 Fineness Modulus (ASTM-C 136) ระหว่าง 2.5-3.0 มีอัตราส่วนคละขนาด ดังนี้
ขนาดตะแกรงร่อน ร้อยละโดยน้ำหนักของเม็ดทรายที่ผ่านตะแกรง 3/8" 100
เบอร์ 4 95 - 100 เบอร์ 8 80 - 100 เบอร์ 16 50 - 85 เบอร์ 30 25 - 60 เบอร์ 50 10 - 30 เบอร์ 100 2 - 10
2.3 หินย่อยหรือกรวด ต้องมีลักษณะก้อนกลม หรือก้อนเหลี่ยมมีก้อนขนาดด้านยาวต้องไม่เกิน 3 เท่า ของด้านกว้าง ก้อนยาวหรือแบนจะมีปะปนได้ไม่เกินร้อยละ 20 โดยน้ำหนัก ต้องแข็งแกร่ง ไม่ผุ ไม่มี ฝุ่น ดิน หรือสิ่งสกปรกเจือปน ก่อนนำไปใช้ต้องล้างให้สะอาด และปล่อยให้หมาดน้ำก่อน 2.3.1 ปริมาณสารเจือปนต้องไม่เกิน ดังนี้
ดินเหนียว ร้อยละ 0.25 วัตถุที่มีขนาดละเอียดกว่าตะแกรง 200 ร้อยละ 1.0 อินทรีย์วัตถุ ร้อยละ 0
ค - 8
2.3.2 ความแกร่งต้องมีค่าความแกร่งที่ผ่านการทดลองตามวิธีมาตรฐานกำหนด ดังนี้ Crushing Value ร้อยละ 35 Impact Value ร้อยละ 35 Abrasive Value (ASTM-C 131) ร้อยละ 50 Loss in Soundness Test(ASTM-C 38) ร้อยละ 12 2.3.3 ขนาดใหญ่สุดของมวลรวมหยาบที่ใช้กับคอนกรีต
ชนิดของงานก่อสร้าง ขนาดใหญ่สุด/ซม. ฐานราก,เสาและคาน 4
ผนัง คสล.หนาตั้งแต่ 15 ซม. ขึ้นไป 4
ผนัง คสล.หนาตั้งแต่ 10 ซม. ลงมา 2
แผ่นพื้น ครีบ คสล.และผนังกั้นห้อง คสล. 2
2.4 น้ำ น้ำสำหรับผสมคอนกรีตต้องใสสะอาดใช้บริโภคได้ปราศจากน้ำมันกรดต่างๆ สารอินทรีย์ และสิ่งสกปรกอื่นๆ เจือปน
2.5 วัสดุผสมเพิ่ม
2.5.1 คอนกรีตในส่วนที่ระบุในแบบหรือเงื่อนไขให้ผสมด้วยน้ำยากันซึม ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Sika, Grace, Conlite CW., Sealocrete หรือเทียบเท่า
2.5.2 วัสดุผสมเพิ่มอื่นๆ จะต้องเสนอให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบและเห็นชอบก่อนนำมาใช้งาน 3. การเก็บรักษา
3.1 ปูนซีเมนต์ จะต้องเก็บในสถานที่แห้ง มีหลังคาและผนังคลุมมิดชิด ตลอดจนมีที่รองรับสูง จากพื้นดินไม่ต่ำกว่า 0.30 เมตร และมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก
3.2 ทราย กรวด หิน จะต้องเก็บในที่ซึ่งมีการป้องกันไม่ให้วัสดุอื่นเข้าปะปนได้ พื้นที่ใช้กองต้องเป็น พื้นที่แข็งปรับระดับเรียบ ระบายน้ำได้สะดวก ทราย หิน และกรวดขนาดเล็กหากเปียกน้ำ จะต้อง เก็บกองไว้ให้หมาดน้ำเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมง ก่อนใช้งาน - ขอกําหนดทั่วไป
4.1 การเทคอนกรีต ให้ผสมคอนกรีตด้วยเครื่องผสม ซึ่งหมุนด้วยความเร็ว ไม่เกิน 30 รอบต่อนาที และจะต้องผสมครั้งหนึ่งใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 1/2 นาที และไม่เกิน 5 นาที เครื่องผสมจะต้อง สะอาดปราศจากคอนกรีตที่แข็งตัว และเกาะอยู่ในเครื่องผสม ในการผสม ผู้รับจ้างจะต้องทำกระบะ สำหรับตวงส่วนผสมให้เรียบร้อย คอนกรีตเมื่อผสมแล้วจะต้องใช้ภายใน 30 นาทีหรือภายใน กำหนดระยะการแข็งตัวขั้นต้น (Initial Setting Time) ห้ามนำคอนกรีตที่ผสมไว้นานเกินกำหนดนี้ มาใช้งานเป็นอันขาด
4.2 คอนกรีตผสมเสร็จ ในกรณีที่กำหนดให้ใช้คอนกรีตผสมเสร็จ ลำเลียง โดยรถผสมเครื่องเคลื่อนที่ (Truck Mixer) จะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ ดังนี้
ค - 9
4.2.1 คอนกรีตจะต้องมีคุณสมบัติต่างๆ กล่าวคือ อัตราส่วนผสมวัสดุความเหลวความแข็งได้ ตามที่กำหนด
4.2.2 รถสำหรับลำเลียงคอนกรีต จะต้องเป็นรถบรรทุกที่มีตัวถังทำพิเศษเพื่อการนี้สามารถเท คอนกรีตลงในแบบด้วยวิธีการที่เหมาะสมและสะดวกในสถานที่ก่อสร้าง
4.2.3 คอนกรีตผสมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องใช้ภายในระยะเวลาก่อนระยะการแข็งตัวขั้นต้น (Initial Setting Time) ยกเว้นกรณีการใช้ Retarding Agent
4.2.4 คอนกรีตผสมเสร็จจะต้องมีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าตาม มอก. 213-2560 4.3 ความเหลวของคอนกรีต เพื่อควบคุมปริมาณน้ำของคอนกรีต ผู้รับจ้างต้องควบคุมความเหลว ของ คอนกรีตซึ่งหาโดยวิธีทดสอบค่าการยุบตัวตามวิธีมาตรฐาน (Slump Test-ASTM C 143) และค่ายุบตัวไม่เกิน ดังนี้
ชนิดของงาน ค่ายุบตัวสูงสุด
ฐานราก 50 มม.
แผ่นพื้น, คาน, ผนัง คสล. 60 มม.
เสา คสล. 75 มม.
ผนังบางและครีบ คสล. 125 มม.
ทางถนนและลาน คสล. 75 มม.
4.4 ส่วนผสมของคอนกรีต คอนกรีตจะต้องใช้อัตราส่วนผสมโดยน้ำหนักให้ได้กำลังอัด ตามกำหนดไว้ ในแบบ ความแข็งแรงของคอนกรีตใช้กำลังอัดประลัย (Ultimate Compressive Strength) ของคอนกรีตที่ 7 วัน และ 28 วันเป็นเกณฑ์ ถ้าหากว่าไม่ได้ระบุในรูปแบบรายการเป็นอย่างอื่น ให้ ใช้วิธีทดสอบกำลังอัดประลัย โดยการทดสอบจากแท่งคอนกรีตรูปทรงกระบอก (Cylinder ASTM - C 31) ขนาด 150x300 มิลลิเมตร เมื่อคอนกรีตมีอายุครบ 28 วัน
ส่วนผสมของคอนกรีตอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามผลการคำนวณออกแบบส่วนผสม (Mixed Design) ซึ่งผู้รับจ้างต้องเสนอ พร้อมผลการทดสอบให้ กฟผ. พิจารณาและยินยอมเสียก่อน อย่างไร ก็ตามการยอมรับผลของงานให้ถือเกณฑ์การทดสอบในสนามเป็นสำคัญ
ส่วนงานคอนกรีตหยาบจะต้องมีส่วนผสม โดยปริมาณ 1 ลบ.ม. ดังนี้
ปูนซีเมนต์ 270 กิโลกรม
ทราย 550 ลิตร
หิน 920 ลิตร
4.5 การเทคอนกรีต
ค - 10
4.5.1 ก่อนเทคอนกรีต จะต้องตรวจดูแบบหล่อว่าสะอาด แข็งแรงมั่นคงสามารถรับน้ำหนัก คอนกรีตเหลว และรับน้ำหนักบรรทุกได้ ตรวจสอบการวางเหล็กเสริมให้ถูกต้องตามแบบ หรือรายการจึงจะเทคอนกรีตได้ ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบก่อนเท คอนกรีตทุกครั้ง
4.5.2 ในการเทคอนกรีต ให้เทชั้นหนึ่งๆ ไม่เกิน 150 มิลลิเมตร และจะต้องใช้เครื่องสั่น (Vibrator) คอนกรีตเขย่าให้คอนกรีตแน่นตัวเต็มแบบหล่อ และจับเหล็กแน่น ถ้าหากผู้รับจ้างเทคอนกรีต แล้วเกิดเป็นรูพรุนหรือโพรงอันมีลักษณะแสดงว่า ไม่มีความ แข็งแรงพอผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการแก้ไขความบกพร่องดังกล่าว ตามคำวินิจฉัยของผู้ ควบคุมงานทันที
4.5.3 ถ้าการเทคอนกรีตไม่สามารถเทต่อเนื่องจนแล้วเสร็จได้ให้หยุดเทในตำแหน่งตามที่กำหนด ดังนี้
4.5.3.1 สำหรับเสา ให้เทถึงระดับ 25 มิลลิเมตร ต่ำจากท้องคาน
4.5.3.2 สำหรับคาน ให้เทถึงกลางคาน
4.5.3.3 สำหรับคานใหญ่ ให้เทรวดเดียวตลอด
4.5.3.4 สำหรับพื้นให้เทถึงกลางแผ่น ยกเว้นกันสาดยื่นเมื่อเทคอนกรีตต่อจากที่หยุดไว้ ให้กระเทาะหน้าคอนกรีตเก่า และแปรงด้วยแปรงลวด ราดน้ำแล้วใช้น้ำผสม
ปูนซีเมนต์ราดให้ทั่วพื้นที่ๆ จะเทต่อ แล้วจึงเทคอนกรีตต่อไปได้
4.6 การบ่มคอนกรีต เมื่อหน้าคอนกรีตหมาดแข็ง (Initial Set) แล้วต้องทำการบ่มคอนกรีต เพื่อป้องกันมิให้น้ำระเหยออกไป ป้องกันการเปลี่ยนอุณหภูมิโดยรวดเร็ว ป้องกันการเสียหาย เนื่องจากฝนและป้องกันมิให้ถูกรบกวน หรือสะเทือนโดยเฉพาะภายในระยะ 24 ชั่วโมงแรก แล้วทำการบ่มคอนกรีตให้ชุ่มน้ำเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือให้พ่นด้วย น้ำยาเคมี แต่ต้องได้รับ การตรวจสอบและเห็นชอบ จากผู้ควบคุมงานก่อนการบ่มคอนกรีตอาจใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้ 4.6.1 ใช้กระสอบคลุม แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
4.6.2 การคลุมด้วยทราย แล้วรดน้ำให้ชุ่มตลอดเวลา
4.6.3 การกั้นขอบหล่อน้ำ
4.6.4 ใช้สารเคมีผสมพ่นเคลือบผิวคอนกรีต ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพิจนิจของผู้ควบคุมงาน
ค - 11
4.7 การทดสอบและนำส่งตัวอย่างวัสดุและคอนกรีต ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดหาพร้อมทดสอบตัวอย่างวัสดุ และคอนกรีตตามตารางที่กำหนดไว้ ดังนี้
วัสดุ
ปริมาณ
กำหนดการนำส่งและการทดสอบ
คอนกรีต
หินย่อย
ทราย
4 ลูก
40 ลิตร
40 ลิตร
ทุกวันที่เทคอนกรีต, 1 ลูก ทดสอบเมื่ออายุครบ 7 วัน และ 3 ลูก ทดสอบเมื่ออายุ ครบ 28 วัน
แต่ละครั้งที่เปลี่ยนแปลงแหล่งวัสดุ หรือสั่ง เข้ามาใหม่ แต่ละครั้งที่เปลี่ยนแปลงแหล่งวัสดุ หรือสั่ง เข้ามาใหม่
4.8 ปริมาตรปูนซีเมนต์ขั้นต่ำ ในกรณีที่แบบและเงื่อนไขไม่ได้ระบุคุณสมบัติของคอนกรีตเป็นอย่างอื่น ให้ใช้ปริมาตรปูนซีเมนต์ขั้นต่ำในคอนกรีตตามตาราง ดังนี้
กำลังอัดประลัยของแท่ง
คอนกรีตทรงกระบอกที่
28 วัน (kg/cm2)
ค่าความยุบของคอนกรีต* SLUM (cm.)
ปริมาตรปูนซีเมนต์ขั้นต่ำ (kg/cm3)
175
7.5 ± 2.5
10.0 ± 2.5
300
325
210
7.5 ± 2.5
10.0 ± 2.5
325
350
240
7.5 ± 2.5
10.0 ± 2.5
350
375
280
7.5 ± 2.5
10.0 ± 2.5
375
400
300
7.5 ± 2.5
10.0 ± 2.5
400
425
320
7.5 ± 2.5
10.0 ± 2.5
425
450
350
7.5 ± 2.5
10.0 ± 2.5
450
475
- ค่าการยุบตัว 7.5 ± 2.5 ให้ใช้สำหรับงานฐานราก, พื้น และคาน 10.0 ± 2.5 ให้ใช้สำหรับงานเสา, ผนัง และครีบ คสล.
ค - 12
- งานโครงสรางเหล็กรูปพรรณ
- หลักเกณฑทั่วไป
ผู้รับจ้างจะต้อง จัดหา ประกอบและติดตั้งเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างให้ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในแบบและ สัญญา เหล็กและวัสดุอื่น ๆ ที่นำมาใช้จะต้องมีคุณภาพตามมาตรฐาน ก่อนที่จะนำเหล็กและวัสดุอื่นมาใช้ใน การติดตั้ง ผู้รับจ้างจะต้องเสนอตัวอย่างวัสดุหรือรูปแบบและแบบรายละเอียดการติดตั้ง (Shop Drawings) ให้ ผู้ควบคุมงานตรวจสอบและอนุมัติเสียก่อน จึงจะนำวัสดุนั้น ๆ เข้ามาใช้ประกอบติดตั้งได้ - วัสดุ
2.1 มาตรฐานคุณภาพวัสดุ
วัสดุที่จะนำมาใช้ในการก่อสร้าง จะต้องมีมาตรฐาน ขนาด และรูปร่างสอดคล้องกับแบบแปลน หากมิได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น วัสดุที่จะนำมาใช้ในงานก่อสร้าง จะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานดังระบุ หรือเทียบเท่า ตามตารางดังต่อไปนี้
ชนิดของวัสดุ
มาตรฐาน
(1) เหล็กรูปพรรณ
(2) เหล็กแผ่น
(3) เหล็กกลวง
(4) ท่อเหล็กกล้าอาบสังกะสี
(5) เหล็กหล่อ
(6) เหล็กกล้าไร้สนิม (STAINLESS STEEL)
- สลักเกลียว แป้นเกลียว และ แหวนรองแป้นเกลียว
- ลวดเชื่อมเหล็ก
มอก. 1227 -2558 “เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ”
ASTM. DESIGNATION A-22 หรือ มอก. 528-2548 และ มอก. 528-2560 “เหล็กกล้าละมุนรีดร้อนชนิดแผ่นหนา แผ่น บาง และแผ่นแคบ”
มอก. 107 “เหล็กกลวงสำหรับงานก่อสร้าง”
มอก. 277 “ท่อเหล็กกล้าอาบสังกะสีชนิด
ต่อด้วยเกลียว”
ASTM DESIGNATION : A-48, CLASS 30
ASTM DESIGNATION : A-264 หรือ
JIS G4303, 4304, 4317
มอก. 1378-2559
มอก. 191-2530,มอก. 672-2530, มอก.
258-2521“สลักเกลียว หัวหกเหลี่ยม แป้น
เกลียว หกเหลี่ยม หมุดเกลียว และแหวน
รองแป้นเกลียว”
มอก. 49-2556 “ลวดเชื่อมมีสารพอกหุ้มใช้เชื่อมเหล็กกล้า ละมุนด้วยอาร์ก”
ค - 13
2.2 การเตรียมวัสดุ
เหล็ก ที่จะนำมาใช้ต้องไม่มีรอยสนิม มีพื้นที่หน้าตัดขวางคงที่ตลอดไม่มีตำหนิ ยกเว้นรอยพับตัดวัสดุที่ ประกอบเสร็จแล้ว จะต้องได้รูปและขนาดตามที่กำหนดไว้ในแบบแปลน โดยไม่มีรอยหักเป็นมุมหรือรอยโค้ง เหล็กที่ผ่านการเชื่อมมาแล้วห้ามนำมาใช้ในการก่อสร้าง ยกเว้นตามที่ระบุไว้ในแบบแปลนหรือได้รับความ เห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
การตัดเหล็กให้ตัดด้วยความประณีตให้ตั้งฉากกับแนว หรือศูนย์กลางของท่อนเหล็ก ยกเว้นรอยเว้าที่ ไม่เป็นเส้นตรง ต้องตัดด้วยเครื่องตัดที่มีรูปแบบแน่นอนสอดคล้องกัน เมื่อต้องตัดหรือตัดโดยใช้ความร้อนช่วย ต้องลนโดยใช้ความร้อนพอเหมาะ และทำให้เย็นลงโดยวิธีที่ไม่ทำให้เหล็กนั้นเสียคุณภาพ
ระยะความยาวของเหล็ก ให้ใช้วิธีเทียบโดยใช้เทปโลหะมาตรฐานที่ได้รับการตรวจสอบรับรองระยะ แล้ว โดยยอมให้มีความคลาดเคลื่อน จากความยาวตามที่กำหนดในแบบแปลนได้ดังนี้ - สำหรับชิ้นส่วนเหล็กที่มีความยาวน้อยกว่า 10 เมตร ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ไม่เกิน 2 มิลลิเมตร - สำหรับชิ้นส่วนเหล็กที่มีความยาวมากกว่า 10 เมตร ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ไม่เกิน 3 มิลลิเมตร 2.3 การกองเก็บวัสดุ
การกองเก็บชิ้นส่วนวัสดุ ทั้งที่ประกอบแล้ว และยังไม่ได้ประกอบจะต้องกองเก็บไว้บนยกพื้นเหนือ พื้นดิน โดยจะต้องระวังรักษาชิ้นส่วนวัสดุให้ปราศจาก ฝุ่น ไขมัน สนิม และสิ่งแปลกปลอม อื่น ๆ
3. การกอสราง
3.1 การตัดเหล็ก
การตัดเหล็กโดยทั่วไปอนุญาตให้ใช้ไฟเผาให้ร้อนได้ ในกรณีที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ยกเว้นสำหรับเหล็กที่ปริมาณคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Steel) ให้ตัดด้วยเครื่องตัดเหล็ก (Cutting Machine) หรือตัดด้วยไฟแก๊ส (Torches)
เหล็กที่ทำการตัดด้วยเครื่องตัดเหล็ก หรือเครื่องตัดไฟแก๊ส ไม่ต้องทำการขัดเจียร์ผิวแต่ให้ขัดเอาขี้ เชื่อมออก สำหรับเหล็กที่ตัดด้วยไฟแก๊สมือถือ จะต้องทำการขัดเจียร์ผิวหน้าที่ตัดให้เรียบด้วยเครื่องขัด (Grinder) ยกเว้นส่วนปลายข้างที่จะต้องมีการเชื่อมต่อกับชิ้นส่วนอื่น
3.2 การต่อเหล็ก
การต่อเหล็ก ให้กระทำโดยใช้วิธีเชื่อมต่อด้วยประกายไฟฟ้า หรือวิธีการต่อโดยใช้สลักเกลียว ตามที่แสดงไว้ใน แบบก่อสร้าง
3.2.1 การเชื่อมเหล็ก (Welding)
การเชื่อมต่อชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็ก จะต้องกระทำโดยวิธีเชื่อมด้วยประกายไฟฟ้า (Shielded Electric Arc) ตามมาตรฐานวิธีการเชื่อมซึ่งกำหนดโดย American Welding Society (AWS) และจะต้องใช้ช่างเชื่อมที่มี ความรู้ความชำนาญ สามารถปฏิบัติงานตามมาตรฐานงานเชื่อมได้เป็นอย่างดี และเพื่อเป็นการพิสูจน์ถึง ความสามารถช่างเชื่อมผู้ควบคุมงานอาจจัดให้มีการทดสอบฝีมือของช่างเชื่อมได้
ค - 14
รอยแผลและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชิ้นส่วนเหล็กที่อาบสังกะสี รวมทั้งสะเก็ดโลหะจากการ เชื่อม จะต้องทำความสะอาดโดยขูดออกด้วยแปรงลวดให้เรียบร้อยแล้วทาด้วยวัสดุรองพื้น ซึ่งเป็นส่วนผสมของ Zinc Oxide : Zinc Dust ในอัตราส่วน 1:4 โดยน้ำหนัก หรือวัสดุรองพื้นชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติเหมือนกันตาม ความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน เป็นจำนวน 2 ชั้นก่อนเริ่มทาสี
การลดความร้อนชิ้นส่วนวัสดุที่เชื่อม โดยการนำไปจุ่มลงในน้ำ หรือราดด้วยน้ำไม่อนุญาตให้ ปฏิบัติ แต่จะปล่อยให้ชิ้นส่วนวัสดุที่เชื่อมแล้วค่อย ๆ เย็นลงทีละน้อย
3.2.2 การต่อด้วยสลักเกลียว (Bolt)
(ก) รูสำหรับสลักเกลียว
โดยทั่วไปถ้ามิได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่นในแบบก่อสร้าง รูที่เจาะไว้สำหรับสลักเกลียวชนิดไม่ได้ตบ แต่งผิว จะต้องมีขนาดใหญ่กว่าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสลักเกลียวไม่เกิน 1.6 มิลลิเมตร รูที่เจาะไว้สำหรับสลัก เกลียวชนิดธรรมดา โดยทั่วไป จะต้องมีขนาดใหญ่กว่าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสลักเกลียวไม่เกิน 0.5 มิลลิเมตร เมื่อความหนาของเหล็กที่จะเจาะรูมีขนาดใหญ่กว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของก้านสลักเกลียว การเจาะรู นำสำหรับสลักเกลียวชนิดไม่ได้ตบแต่งผิว ให้ใช้วิธีเจาะนำก่อนตรงกลางตำแหน่งที่ต้องการเจาะ แล้วจึงทำการ เจาะคว้านรูให้ใหญ่ขึ้นจนได้ขนาด และแต่งด้วยตะไบให้เรียบร้อย การเจาะรูสำหรับสลักเกลียวชนิดธรรมดา โดยทั่วไป ต้องวางชิ้นวัสดุที่จะเจาะรูประกบกันให้ได้รูปแบบลักษณะตามต้องการ และเจาะรูพร้อมกันทั้งสอง ชิ้น การเจาะรูให้ใช้แผ่นแม่แบบเป็นแบบในการเจาะชิ้นวัสดุ
(ข) สลักเกลียว และแป้นเกลียว
สลักเกลียวที่ใช้สำหรับงานเหล็กโดยทั่วไป จะต้องเป็นสลักเกลียวหัวหกเหลี่ยมชนิดธรรมดา ซึ่ง มีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 291-2530 สลักเกลียวที่ใช้เป็นเหล็กสมอ (Anchor Bolt) ฝังในคอนกรีต จะต้องทำจากเหล็กกล้าละมุน (Mild Steel) โดยชนิดของเกลียวที่จัดทำขึ้น จะต้องมีลักษณะสอดคล้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 291-2530 การติดตั้งสลักเกลียวเหล็กสมอ ต้องให้ตรงตำแหน่งและยึดให้แน่น ก่อนการเทคอนกรีตโดยใช้แผ่นซีเมนต์ หรือ แป้นไม้ หรือแผ่นโลหะ เป็นแป้นยึดให้ตรงตำแหน่งตามความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน สลักเกลียวเหล็กสมอ แต่ละตำแหน่งให้ใช้อย่างน้อย 3 ตัว
(ค) แป้นเกลียว
แป้นเกลียว จะต้องเป็นแป้นเกลียวสำหรับสลักเกลียวหัวหกเหลี่ยม และมีคุณสมบัติเป็นไปตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 672-2530
(ง) แหวนรองแป้นเกลียว
แหวนรองแป้นเกลียว ให้ใช้แหวนรองแบบเรียบ ประเภทกลมเล็กผิวมัน หรือกลมผิวมัน แล้วแต่ ขนาดของสลักเกลียว โดยจะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 258-2521 ใน การติดตั้งสลักเกลียว และแป้นเกลียวทุกตำแหน่งจะต้องรองแป้นเกลียวด้วยแหวนรอง (จ) การขันสลักเกลียว
ค - 15
ก่อนจะทำการขันสลักเกลียว จะต้องขจัดเศษขุยโลหะที่ติดอยู่ที่ขอบรูออกให้หมด และทำความ สะอาดชิ้นวัสดุส่วนที่จะมาประกอบกันให้สะอาด แล้วจึงทำการจับสลักเกลียวให้แน่นพอดี โดยไม่ให้แน่นเกิน กว่าที่สลักเกลียวจะทนได้ ไม่อนุญาตให้ใช้แรงตอกหรือฆ้อนตอกสลักเกลียวเข้าไป ปลายของสลักเกลียวที่โผล่ พ้นจากแป้นเกลียวจะต้องมีความยาวอย่างน้อย 5 มิลลิเมตร
3.3 เหล็กแผ่นและเหล็กฉาก
เหล็กแผ่นและเหล็กฉาก ที่ใช้สำหรับการปิดมุมคอนกรีตจะต้องทำการติดตั้งให้ตรงตามแนวและได้ ระดับ ตามเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ดังนี้ ที่ขอบของแนวตั้ง หรือแนวนอนจะบิดเบี้ยวจาก แนวได้ไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ในระยะความยาว 1 เมตร และในแต่ละชิ้นวัสดุต้องไม่บิดเบี้ยวเกินกว่า 1 มิลลิเมตร หากชิ้นส่วนใดบิดเบี้ยวเกินกว่า 1.5 มิลลิเมตร ให้ใช้เหล็กสมอยึดชิ้นส่วนนั้นให้ถี่ขึ้น เพื่อปรับให้เข้าแนว
3.4 การประกอบโครงสร้าง
3.4.1 การประกอบโครงสร้างจากโรงงาน
โครงสร้างงานเหล็กบางส่วน ที่สามารถประกอบเสร็จเรียบร้อยจากโรงงานได้ ให้กระทำที่ โรงงานตามความต้องการดังระบุในแบบก่อสร้าง ในการประกอบโครงสร้าง จะต้องมีการตรวจสอบความ ถูกต้องของโครงสร้างเหล่านี้โดยตลอด เพื่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด โครงสร้างที่จะต้องนำมา ประกอบในสนาม จะต้องมีการทดลองประกอบในโรงงานและถอด ก่อนที่จะส่งมาประกอบในสนามเพื่อจะได้ ทำการแก้ไขส่วนที่ผิดพลาด ทั้งนี้ก่อนกระทำการถอดชิ้นส่วนโครงสร้างออกจะต้องทำเครื่องหมายและ หมายเลขไว้ด้วยทุกแห่ง การทำเครื่องหมายนี้ให้กระทำหลังจากที่มีการทาสีรองพื้นกันสนิมเรียบร้อยแล้ว
3.4.2 การประกอบโครงสร้างที่สถานที่ก่อสร้าง
ทุกชิ้นส่วนโครงสร้างที่จะนำมาประกอบติดตั้ง จะต้องทำให้สะอาดปราศจากสนิม ฝุ่น ผง หรือ สิ่งสกปรกอื่น ในกรณีที่เป็นชิ้นส่วนโครงสร้างประกอบสำเร็จจากโรงงาน การประกอบกลับ และการติดตั้ง จะต้องได้รับการตรวจสอบจากผู้ควบคุมงาน เพื่อตรวจสอบการขันสลักเกลียวให้แน่นหนา แต่ละส่วนโครงสร้าง จะต้องตั้งให้ตรงตามตำแหน่งโดยการใช้แผ่นเหล็กปรับหรือวิธีอื่นที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน เพื่อ ไม่ให้เกิดการเคลื่อนตัว ความยาวของส่วนประกอบโครงสร้างแต่ละชิ้นส่วนจะต้องอยู่ในเกณฑ์ความคลาด เคลื่อนที่ระบุไว้
4. การทดสอบ
ในกรณีที่ผู้ควบคุมงานเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความแข็งแรงของชิ้นส่วนหรือรอยเชื่อมต่าง ๆ ของ โครงสร้าง ผู้ควบคุมงานอาจสั่งให้ผู้รับจ้างทำการทดสอบแบบคงสภาพ (Non-destructive) โดยวิธีพิเศษด้วย การใช้เครื่อง X-Ray, Gamma Ray หรือวิธีการตรวจสอบอย่างอื่นที่เห็นสมควร โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระ ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบ
ค - 16
ข้อบกพร่องในส่วนประกอบของโลหะหรือในโครงสร้างทางโลหะวิทยา เมื่อตรวจพบจะเป็นสาเหตุที่ทำ ให้ปฏิเสธไม่ยอมรับงานส่วนนั้นได้ ผู้รับจ้างจะต้องทำการแก้ไข และทำการทดสอบใหม่ โดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้ รับจ้าง
5. การทาสี
ถ้าหากไม่ได้ระบุไว้ในแบบ การทาสีให้ดำเนินการตามรายละเอียดว่าด้วยการทาสี
5.1 การทาสีเหล็กที่ประกอบในโรงงาน
เหล็กโครงสร้าง ถ้าจะต้องประกอบภายในโรงงาน เมื่อประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องได้รับการ ตรวจสอบจากผู้ควบคุมงานก่อนทาสี การทาสีจะต้องทาด้วยสีกันสนิมหรือสีรองพื้น ตามข้อกำหนดของงาน ทาสี อย่างน้อย 1 ชั้น และต้องดำเนินกรรมวิธีการทาสีตามข้อกำหนดของบริษัทผู้ผลิต 5.2 การทาสีเหล็กที่สถานที่ก่อสร้าง
เหล็กโครงสร้างเมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ทุกส่วนบริเวณที่ติดต่อกันรวมทั้งโลหะที่เชื่อมสลักเกลียว สลักย้ำ และ บริเวณที่ทาสีจากโรงงานถลอกหรือจางไป ต้องทาซ่อมด้วยสีเดิมจนเรียบร้อย แล้วจึงทาด้วยสีตามข้อกำหนด ของงานทาสี
ค - 17
6. งานหลังคา/ ผนังโลหะ (Sheet Metal Roofing/ Siding)
- หลักเกณฑทั่วไป
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพงานทั้งสิ่งจำเป็นในการก่อสร้าง พร้อมทั้งจัดหาช่างที่มี ฝีมือ มีความชำนาญ เพื่อใช้ในการประกอบและติดตั้งหลังคา และวัสดุอื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของหลังคา ตามที่ระบุไว้ในแบบก่อสร้าง และกำหนดทางเทคนิค ทั้งนี้ให้เป็นไปตามมาตรฐานของผู้ผลิต 2. วัสดุ
COLORBOND - แผ่นเหล็กเคลือบกันสนิมด้วยโลหะซิงคาลุม ประกอบด้วยอะลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสีมีปริมาณ การเคลือบบนแผ่นเหล็กทั้งสองด้านไม่ต่ำกว่า 150 กรัมต่อตารางเมตร (AZ150) รุ่น Colorbond (แผ่นเหล็ก เคลือบสีคัลเลอร์บอนด์) ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน มอก. 2753-2559 ประเภท 22 และผลิตตามาตราฐาน AS1397.
- มีค่าความต้านทานแรงดึง ณ จุดคราก (Minimum Yield Strength) ต้องไม่น้อยกว่า 550 Mpa (G550) หรือ 300 Mpa (G300) ขึ้นอยู่กับรูปลอน
- ความหนาแผ่นเหล็กและชั้นนเคลือบ อ้างอิงตามมาตรฐานมอก. 2753-2559 ดังนี้ - ความหนาแผ่นเหล็กไม่รวมชั้นเคลือบ (Base Metal Thickness; BMT) ความหนาระบุ 0.42 มม. ความหนาแผ่นเหล็กรวมชั้นเคลือบสี(After Paint Thickness; APT) ความหนาระบุ0.51 มม. - ความหนาแผ่นเหล็กไม่รวมชั้นเคลือบ (Base Metal Thickness; BMT) ความหนาระบุ 0.45 มม. ความหนาแผ่นเหล็กรวมชั’นเคลือบสี(After Paint Thickness; APT) ความหนาระบุ0.54 มม. - ความหนาแผ่นเหล็กไม่รวมชั้นเคลือบ (Base Metal Thickness; BMT) ความหนาระบุ 0.48 มม. ความหนาแผ่นเหล็กรวมชั’นเคลือบสี(After Paint Thickness; APT) ความหนาระบุ0.57 มม. - ความหนาแผ่นเหล็กไม่รวมชั้นเคลือบ (Base Metal Thickness; BMT) ความหนาระบุ 0.55 มม. ความหนาแผ่นเหล็กรวมชั้นเคลือบสี(After Paint Thickness; APT) ความหนาระบุ0.64 มม. 4. เคลือบสีด้วยระบบสีโพลีเอสเตอร์(Polyester) ที่มีClean Technology ลดการยึดเกาะของคราบ ฝุ่นบนพื้นผิว และ Thermatech Technology สะท้อนความร้อน ซึ่งมีส่วนผสมของ Inorganic Pigment โดย มีความหนาชั้นเคลือบดังนี้
- ความหนาชั้นเคลือบสีด้านบน โพลีเอสเตอร์20 ไมครอน
- ความหนาชั้นเคลือบสีรองพื้นด้านบน โพลีเอสเตอร์5 ไมครอน
- ความหนาชั้นเคลือบสีด้านหลัง โพลีเอสเตอร์5 ไมครอน
- ความหนาชั้นเคลือบสีรองพื้นด้านหลัง โพลีเอสเตอร์5 ไมครอน
สําหรับงานติดฉนวนทุกประเภท ระบบสีด้านหลัง เป็นระบบสีอีพ็อกซี่ 5 ไมครอน
ค - 18
- มาตรฐานอ้างอิง ดังนี้
- มอก. 2753-2559 ประเภท 22 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น เคลือบอะลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้อนและเคลือบสี
- AS 1397-2021 Continuous hot-dip metallic coated steel sheet and strip – Coating of zinc and zinc alloyed with aluminium and magnesium.
- AS/NZS 1365-1996 Tolerances for flat-rolled steel products
- AS/NZS 2728-2013 Prefinished/ prepainted sheet metal products for
interior/exterior building
- ผ่านการทดสอบความทนทานต่อการกัดกร่อนในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง (Cyclic Corrosion Test) ไม่น้อยกว่า 2,000 ชั่วโมง แสดงถึงความทนทานของผลิตภัณฑ์ต่อการเร่งสภาวะการกัดกร่อนภายใต้ สภาพอากาศเสมือนจริง เป็นการรวมการทดสอบทนละอองน้ำเกลือ กับสภาพแวดล้อมอื่นๆ (ไอเกลือ / ความ แห้ง / ความชื้น) โดยใช้มีดกรีดชิ้นทดสอบตามแนวเส้นทแยงมุม เป็นรูปกากบาท โดยไม่เกิดสนิมแดงจากรอย กากบาทเกิน 1 มม. และไม่เกิดการกัดกร่อนบนพื้นผิวโลหะ อ้างอิงการทดสอบตามมาตรฐาน AS 2331.2.13- 2006 Cycle E
- ผ่าน การทดสอบความทนทานต่อการกัดกร่อนด้วยละอองน้ำเกลือ (Salt Spray Test) ไม่ต่ำกว่า 3,000 ชั่วโมง โดยใช้มีดกรีดชิ้นทดสอบตามแนวเส้นทแยงมุม เป็นรูปกากบาท โดยไม่เกิดสนิมแดงจากรอย กากบาทเกิน 2 มม. และไม่เกิดการกัดกร่อนบนพื้นผิวโลหะ อ้างอิงการทดสอบตามมาตรฐาน ASTM B117- 2016
- ผ่านการทดสอบการเร่งสภาวะอากาศด้วยแสงยูวีด้วยเครื+องจําลองสภาวะการใช้งานจริง ทั’งการ ฉายแสงยูวีเอและความชื้นต่ำกว่า 2000 ชั่วโมง ค่าความต่างหรือการเปลี่ยนแปลงของสี(Delta E-CIE Lab) ไม่เกิน 1.00 ตามมาตรฐาน ASTM G154:2016 ยกเว้นสีNight Sky
- ผ่านการทดสอบการคํานวนดัชนีการสะท้อนรังสีดวงอาทิตย์(SRI) ตามมาตรฐาน ASTM E1980-11 โดยมีค่า SRI แต่ละเฉดสี
ค - 19