ประกวดราคาจ้างจ้างซ่อมยานพาหนะ สาย ขส. จำนวน ๑๘ คัน
โครงการจ้างซ่อมยานพาหนะ สาย ขส. จำนวน ๑๘ คัน กรมการขนส่งทหารบก ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ มีวัตถุประสงค์เพื่อคืนสภาพยานพาหนะของหน่วยให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน สามารถสนับสนุนภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยครอบคลุมการซ่อมระบบสำคัญ ๗ ระบบ ได้แก่ ระบบเครื่องยนต์ ระบบเบรก ระบบส่งกำลัง ระบบเครื่องล่าง ระบบไฟฟ้า ระบบตัวถัง และระบบปรับอากาศ
ขอบเขตงานกำหนดให้ผู้รับจ้างต้องซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนครบทุกรายการตามที่กำหนด ใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบยานพาหนะทั้งปวง เติมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถังทุกคันในวันส่งมอบ จัดทำรูปเล่มรายคัน (รูปถ่ายก่อน-ระหว่าง-หลังซ่อม บัญชีชิ้นส่วนที่เปลี่ยน ผลตรวจกำลังอัดเครื่องยนต์) พร้อมส่งคืนซากอะไหล่ที่เปลี่ยนใหม่ทุกรายการ และจัดทำแผนการปฏิบัติงานภายใน ๑๕ วันนับจากวันลงนามสัญญา
งบประมาณรวม ๔๑,๕๔๑,๙๕๙.๕๐ บาท ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้ประกอบการ SME ที่ขึ้นทะเบียนกับ สสว. หรือผู้มีอาชีพรับจ้างซ่อมรถยนต์โดยตรง มีใบประกอบกิจการโรงงานตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ และลงทะเบียน e-GP การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์ Price Performance โดยราคามีน้ำหนัก ๖๕% และเกณฑ์อื่น ๓๕% (มาตรฐาน ISO ๕% การรับประกัน ๑๐% เครื่องมือ-ระยะเวลาส่งมอบ-ผลงาน ๒๐%) ผู้ชนะต้องส่งมอบงานภายใน ๑๘๐ วัน รับประกันความชำรุดบกพร่องไม่น้อยกว่า ๑ ปี วางหลักประกันสัญญา ๕% และมีสิทธิขอเงินล่วงหน้า ๑๕% พร้อมหลักประกัน
English summary
The Royal Thai Army Transportation Department invites bids for the repair of 18 Transportation Corps vehicles with a total budget of THB 41,541,959.50 (VAT inclusive). The project aims to restore seven key vehicle systems—engine, brake, power transmission, chassis, electrical, body, and air conditioning—to full operational readiness supporting Army missions. Contractors must complete all specified repairs using domestically produced materials (minimum 50% of material value), deliver within 180 days of contract signing, provide a minimum 1-year defect warranty, return all replaced parts, submit per-vehicle photo documentation, and cover all testing costs. Bidders must be OSMEP-registered SMEs or licensed vehicle repair businesses holding a Factory License under the Factory Act B.E. 2535, registered on the e-GP system. Evaluation uses the Price Performance method: price weighted 65%, other criteria 35% (ISO certification 5%, warranty period 10%, equipment/delivery time/track record 20%). A 5% performance bond is required; advance payment of up to 15% is available against a guarantee. Vehicle pickup and delivery take place at the Repair Division, Army Transportation Department, Phra Athit Road, Dusit District, Bangkok.
กองซ่อม กรมการขนส่งทหารบก เลขที่ ๖ ถนนประดิพัทธ์ แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐ (สถานที่รับรถเข้าซ่อมและส่งมอบรถหลังซ่อมเสร็จ)
ผู้เสนอราคาและผู้ชนะ
ผู้ชนะการประมูล (1)
ผู้เสนอราคาทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลผู้เสนอราคา
โครงการนี้ไม่มีรายชื่อผู้เสนอราคา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- จ้างซ่อมยานพาหนะ สาย ขส. จำนวน ๑๘ คัน เพื่อคืนสภาพระบบต่างๆ ได้แก่ ระบบเครื่องยนต์ ระบบเบรก ระบบส่งกำลัง ระบบเครื่องล่าง ระบบไฟฟ้า ระบบตัวถัง และระบบปรับอากาศ
- ให้ยานพาหนะของหน่วยอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน สามารถสนับสนุนภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
- สนับสนุนภารกิจการส่งกำลังและซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์สายขนส่งของกรมการขนส่งทหารบกให้พร้อมใช้งานอย่างเพียงพอ ต่อเนื่อง ทันเวลา และปลอดภัย
ขอบเขตของงาน
- ซ่อมยานพาหนะ สาย ขส. จำนวน ๑๘ คัน ครอบคลุม ๗ ระบบ: เครื่องยนต์ เบรก ส่งกำลัง เครื่องล่าง ไฟฟ้า ตัวถัง และปรับอากาศ
- ซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนตามที่กำหนดให้ครบทุกรายการ ห้ามเลือกซ่อมเฉพาะบางรายการ หากเกิดความชำรุดที่ทางราชการไม่ได้กำหนดไว้แต่ทำให้ระบบใช้การไม่ได้ ผู้รับจ้างต้องซ่อม/เปลี่ยนโดยไม่คิดมูลค่าเพิ่ม
- ใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของมูลค่าพัสดุที่ใช้ในงานจ้างทั้งหมด
- ชิ้นส่วนอะไหล่และอุปกรณ์ในการซ่อมทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
- จัดทำบัญชีรายการชิ้นส่วนอะไหล่ที่เปลี่ยนใหม่ทุกรายการ พร้อมส่งคืนซากชิ้นส่วนเดิมทั้งหมดในวันส่งมอบยานพาหนะ
- รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบยานพาหนะทั้งปวง
- เติมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถังทุกคันในวันส่งมอบ
- จัดทำแผนการปฏิบัติงานภายใน ๑๕ วันนับจากวันลงนามสัญญา กำหนดขั้นตอนและห้วงเวลาการซ่อมเป็นรายคัน
- ยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่ประกอบกิจการโรงงาน (แจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๕ วัน)
- ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี กรณีนำเข้าสิ่งของทางเรือ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ยานพาหนะที่ซ่อมเสร็จสมบูรณ์ ๑๘ คัน พร้อมใช้งานตามรายการซ่อมปรับปรุงทุกรายการ
- รูปเล่มประจำรถยนต์รายคัน ประกอบด้วย: ข้อมูลรายละเอียดการจ้างซ่อมตามสัญญา, รูปถ่ายรถก่อนซ่อม/ระหว่างซ่อม/หลังซ่อม, บัญชีรายการชิ้นส่วนซ่อมส่งคืน, ผลการตรวจสอบค่ากำลังอัดเครื่องยนต์ (กรณีมีรายการซ่อมระบบเครื่องยนต์)
- ซากชิ้นส่วนอะไหล่เดิมที่เปลี่ยนใหม่ ส่งคืนครบทุกรายการ
- แผนการปฏิบัติงานรายคัน (ภายใน ๑๕ วันหลังลงนามสัญญา)
- รถที่เติมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถังในวันส่งมอบ
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลายืนราคา: ไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน นับแต่วันเสนอราคา
- ระยะเวลาส่งมอบงาน: ภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
- การทำสัญญา: ภายใน ๑๐ วันทำการ นับจากวันที่ได้รับแจ้งผู้ชนะ
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบพัสดุ (แก้ไขให้ใช้การได้ภายใน ๓๐ วันนับจากวันรับแจ้ง)
- งบประมาณ: ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ (การลงนามสัญญาจะกระทำได้เมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณแล้วเท่านั้น)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ขึ้นบัญชีกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) หรือบุคคลธรรมดา/นิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว
- เป็นผู้ประกอบกิจการโรงงาน และมีใบประกอบกิจการโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)
- ลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- มีมูลค่าสุทธิของกิจการ/ทุนจดทะเบียน/วงเงินสินเชื่อ ตามเกณฑ์หนังสือ กค (กวจ) (กรณีนิติบุคคลจดทะเบียนเกิน ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิเป็นบวกจากงบการเงินตรวจรับรองปีล่าสุด)
- กรณีกิจการร่วมค้า ต้องกำหนดผู้เข้าร่วมค้าหลักพร้อมสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบ หรือผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน
- Standards Compliance: หนังสือรับรอง ISO 9001 (ขอบข่ายเกี่ยวข้องกับการซ่อมรถยนต์) และ ISO 14001 หรือหนังสือรับรองมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมของโรงงานจากหน่วยงานราชการ (ใช้ประกอบการให้คะแนน — มีทั้งสองใบได้ ๑๐๐ คะแนน มีใบใดใบหนึ่งได้ ๕๐ คะแนน)
- Experience: มีผลงานรับจ้างซ่อมรถยนต์ประเภทเดียวกัน (ประเภทรถดับเพลิง) ในสัญญาเดียวกัน มูลค่าวงเงินสัญญาไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐ ของวงเงินงบประมาณ (ประมาณ ๔.๑๕ ล้านบาท) อย่างน้อย ๑ ผลงาน โดยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่กรมเชื่อถือ พร้อมหนังสือรับรองผลงาน
- Previous Project Cost: ผลงานซ่อมรถดับเพลิงมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐ ของวงเงินงบประมาณโครงการ (≈ ๔,๑๕๔,๑๙๖ บาท)
- Technical Capabilities:
- ห้องพ่นสีและอบสีตัวถังรถยนต์แบบระบบปิดตามมาตรฐานสากล (มีตัวอัดดูดอากาศและเครื่องทำความร้อน) ขนาดรองรับประเภทรถที่จ้างซ่อม
- เครื่องอัดไฮดรอลิก
- เครื่องตรวจเช็คชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องยนต์ (ECU Diagnostic)
- เครื่องดัดแชสซี
- เครื่องวัดกำลังอัดเครื่องยนต์
- เครื่องตั้งมุมและศูนย์ถ่วงล้อ
- Personnel: ไม่ระบุข้อกำหนดด้านบุคลากรโดยตรง ("-")
เกณฑ์การพิจารณา
ใช้หลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) พิจารณาผู้ได้คะแนนสูงสุด:
๑. เกณฑ์ราคา (น้ำหนัก ๖๕%) — คะแนนเต็ม ๑๐๐
- ผู้เสนอราคาต่ำสุดได้ ๑๐๐ คะแนน
- รายอื่นคำนวณ: คะแนน = ๑๐๐ − [(ราคาของผู้เสนอ − ราคาต่ำสุด) ÷ ราคาต่ำสุด] × ๑๐๐
๒. เกณฑ์อื่น (น้ำหนัก ๓๕%) — คะแนนเต็ม ๑๐๐
- ๒.๑ มาตรฐานสินค้า/บริการ (น้ำหนัก ๕%): มาตรฐานโรงงาน — ISO 9001 + ISO 14001 (หรือมาตรฐานสิ่งแวดล้อมจากหน่วยงานราชการ) ครบ = ๑๐๐ คะแนน / มีเพียงหนึ่งใบ = ๕๐ คะแนน / ไม่มี = ๐ คะแนน
- ๒.๒ บริการหลังการขาย/การรับประกัน (น้ำหนัก ๑๐%): ๑ ปี = ๐ / ๑ ปี ๖ เดือน = ๒๕ / ๒ ปี = ๕๐ / ๒ ปี ๖ เดือน = ๗๕ / ๓ ปี = ๑๐๐ คะแนน
- ๒.๓ ข้อเสนอด้านเทคนิค (น้ำหนัก ๒๐%):
- เครื่องมือ (๕%): ห้องพ่นสี-อบสีระบบปิดมาตรฐานสากล = ๕๐ คะแนน / เครื่องมือพิเศษครบ ๕ รายการ (เครื่องอัดไฮดรอลิก, เครื่องตรวจ ECU, เครื่องดัดแชสซี, เครื่องวัดกำลังอัด, เครื่องตั้งมุม-ศูนย์ถ่วงล้อ) รายละ ๑๐ คะแนน รวม ๕๐ คะแนน
- ระยะเวลาส่งมอบ (๕%): ≤๑๘๐ วัน = ๐ / ≤๑๕๐ วัน = ๕๐ / ≤๑๒๐ วัน = ๑๐๐ คะแนน
- ผลงานการจ้างซ่อม (๑๐%): ผลงานซ่อมรถดับเพลิงมูลค่า ≥๑๐% ของงบประมาณ อย่างน้อย ๑ ผลงาน พร้อมหนังสือรับรอง = ๑๐๐ คะแนน / ไม่มี = ๐ คะแนน
กรณีไม่รับพิจารณา: ไม่กรอกชื่อ/ไม่ลงนามในใบเสนอราคา, เสนอราคาแตกต่างจากเงื่อนไขสาระสำคัญ, ราคามีการขูดลบแก้ไขโดยไม่ลงนามกำกับ
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การซ่อมครอบคลุม ๗ ระบบหลักของยานพาหนะ: ระบบเครื่องยนต์, ระบบเบรก, ระบบส่งกำลัง, ระบบเครื่องล่าง, ระบบไฟฟ้า, ระบบตัวถัง, ระบบปรับอากาศ
- พัสดุที่ใช้ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า ๕๐% ของมูลค่าพัสดุทั้งหมดตามสัญญา
- ใช้รายละเอียดประกอบการจ้างซ่อมยานพาหนะ สายขนส่ง ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ของกรม (ตามเอกสารแนบ)
- โรงงานผู้เสนอราคาต้องมีห้องพ่นสีและอบสีตัวถังแบบระบบปิดตามมาตรฐานสากล (มีตัวอัดดูดอากาศและเครื่องทำความร้อน) ขนาดรองรับประเภทรถที่จ้างซ่อม
- ต้องมีเครื่องมือพิเศษครบ ๕ ประเภท: เครื่องอัดไฮดรอลิก, เครื่องตรวจเช็คชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์เครื่องยนต์, เครื่องดัดแชสซี, เครื่องวัดกำลังอัดเครื่องยนต์, เครื่องตั้งมุมและศูนย์ถ่วงล้อ
- ต้องตรวจสอบและรายงานผลค่ากำลังอัดเครื่องยนต์ (กรณีมีรายการซ่อมระบบเครื่องยนต์)
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ: ๔๑,๕๔๑,๙๕๙.๕๐ บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวง)
- การชำระเงิน: จ่ายครั้งเดียวเมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา และกรมตรวจรับมอบงานเรียบร้อยแล้ว
- เงินล่วงหน้า: มีสิทธิขอได้ไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของราคาที่เสนอ โดยต้องวางหลักประกันเงินล่วงหน้า (พันธบัตรไทย/หนังสือค้ำประกัน/หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์) — คืนหลักประกันเมื่อหักเงินล่วงหน้าจากงวดงานครบถ้วน
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ ๕ ของมูลค่าพัสดุ (เงินสด/เช็คธนาคาร/หนังสือค้ำประกันธนาคารหรือบริษัทเงินทุน/พันธบัตรรัฐบาล) ต้องมีอายุครอบคลุมตลอดสัญญา — คืนภายใน ๑๕ วันหลังพ้นข้อผูกพัน (กรณีส่งมอบบางส่วน คืนตามอัตราส่วน)
- ค่าปรับ: ร้อยละ ๐.๒๐ ต่อวัน ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบ นับจากวันครบกำหนดส่งมอบจนถึงวันส่งมอบถูกต้องครบถ้วน
- การทำสัญญา: ภายใน ๑๐ วันทำการนับจากวันได้รับแจ้ง — หากไม่ไปทำสัญญา กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ และอาจพิจารณาเป็นผู้ทิ้งงาน
- การรับประกัน: ไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับจากวันรับมอบพัสดุ ต้องซ่อมแก้ไขให้ใช้การได้ดังเดิมภายใน ๓๐ วันนับจากวันรับแจ้งความชำรุด
- เงื่อนไขอื่น: การลงนามสัญญาขึ้นอยู่กับการได้รับอนุมัติงบประมาณปี ๒๕๖๙ / กรมสงวนสิทธิ์ไม่รับราคาต่ำสุดหรือยกเลิกการจัดจ้างเพื่อประโยชน์สูงสุดของทางราชการ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คำถาม: โครงการนี้ซ่อมยานพาหนะระบบใดบ้าง?
ตอบ: ครอบคลุม ๗ ระบบ ได้แก่ ระบบเครื่องยนต์ ระบบเบรก ระบบส่งกำลัง ระบบเครื่องล่าง ระบบไฟฟ้า ระบบตัวถัง และระบบปรับอากาศ -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องใช้อะไหล่แบบใด และมีเงื่อนไขการนำเข้าหรือไม่?
ตอบ: ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า ๕๐% ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด กรณีต้องนำเข้าของทางเรือ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี (แจ้งกรมเจ้าท่าภายใน ๗ วัน และใช้เรือไทยบรรทุก เว้นแต่ได้รับอนุญาต) -
คำถาม: หากพบความชำรุดนอกเหนือจากรายการที่กำหนดไว้ ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้นด้วย โดยไม่คิดมูลค่าเพิ่มจากผู้ว่าจ้าง -
คำถาม: ซากอะไหล่เดิมที่เปลี่ยนใหม่ต้องดำเนินการอย่างไร?
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดทำบัญชีรายการชิ้นส่วนที่เปลี่ยนใหม่ทุกรายการ พร้อมนำส่งซากชิ้นส่วนเดิมคืนทั้งหมดให้ผู้ว่าจ้างในวันส่งมอบยานพาหนะ -
คำถาม: ต้องจัดทำเอกสารอะไรมาพร้อมวันส่งมอบรถ?
ตอบ: ต้องจัดทำรูปเล่มรายคัน ประกอบด้วย ข้อมูลรายละเอียดการซ่อมตามสัญญา รูปถ่ายก่อน/ระหว่าง/หลังซ่อม บัญชีรายการชิ้นส่วนส่งคืน และผลตรวจค่ากำลังอัดเครื่องยนต์ (กรณีมีรายการซ่อมเครื่องยนต์) -
คำถาม: ค่าใช้จ่ายในการทดสอบยานพาหนะและน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นความรับผิดชอบของใคร?
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทดสอบทั้งปวง และต้องเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถังทุกคันในวันส่งมอบ -
คำถาม: ผลงานที่ใช้ประกอบการให้คะแนนต้องเป็นงานประเภทใด?
ตอบ: ต้องเป็นผลงานรับจ้างซ่อมรถยนต์ประเภทรถดับเพลิง ในสัญญาเดียวกัน มูลค่าไม่น้อยกว่า ๑๐% ของวงเงินงบประมาณ อย่างน้อย ๑ ผลงาน พร้อมหนังสือรับรองผลงานจากหน่วยงานคู่สัญญา -
คำถาม: ระยะเวลาส่งมอบส่งผลต่อคะแนนอย่างไร?
ตอบ: ส่งมอบไม่เกิน ๑๘๐ วันได้ ๐ คะแนน, ไม่เกิน ๑๕๐ วันได้ ๕๐ คะแนน, ไม่เกิน ๑๒๐ วันได้ ๑๐๐ คะแนน (น้ำหนัก ๕%) -
คำถาม: ระยะเวลารับประกันที่เสนอส่งผลต่อคะแนนอย่างไร?
ตอบ: รับประกัน ๑ ปี = ๐ คะแนน, ๑ ปี ๖ เดือน = ๒๕, ๒ ปี = ๕๐, ๒ ปี ๖ เดือน = ๗๕, ๓ ปี = ๑๐๐ คะแนน (น้ำหนัก ๑๐%) — ยิ่งรับประกันนาน ยิ่งได้คะแนนสูง -
คำถาม: ทางราชการสามารถเข้าตรวจสอบโรงงานของผู้รับจ้างได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ ผู้เสนอราคาต้องยินยอมอนุญาตให้เข้าตรวจสอบสถานที่ประกอบกิจการโรงงานตามที่ราชการกำหนด โดยราชการจะแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๕ วัน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
๑. ความเป็นมา
ร่างขอบเขตของงาน (Term of Reference: TOR) โครงการจ้างซ่อมยานพาหนะ สาย ขส. จํานวน ๑๘ คัน
กรมการขนส่งทหารบก ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” เป็นกรมฝ่ายยุทธบริการที่รับผิดชอบสิ่งอุปกรณ์ สายขนส่ง มีหน้าที่ในการส่งกําลัง และซ่อมบํารุงยุทโธปกรณ์ สายขนส่ง ให้พร้อมใช้งานอย่างเพียงพอต่อเนื่อง ทันเวลา และปลอดภัย เพื่อใช้ในการสนับสนุนภารกิจของหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพบก
๒. วัตถุประสงค์
เป็นการจ้างซ่อมยานพาหนะ สาย ขส. จํานวน ๑๘ คัน เพื่อคืนสภาพระบบต่างๆ ได้แก่ ระบบเครื่องยนต์, ระบบเบรก, ระบบส่งกําลัง, ระบบเครื่องล่าง, ระบบไฟฟ้า, ระบบตัวถัง และระบบประบอากาศ เพื่อให้ ยานพาหนะของหน่วยอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานสามารถสนับสนุนภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้อย่างต่อเนื่อง และ
มีประสิทธิภาพ
๓. คุณสมบัติผู้เสนอราคา
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนี่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ได้ขึ้นบัญชีไว้กับสํานักงาน ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) หรือบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้าง งานดังกล่าว โดยเป็นผู้ประกอบกิจการโรงงาน และมีใบประกอบกิจการโรงงานตามพระราชบัญญัติ โรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่มีบังคับใช้ในปัจจุบัน
๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรม ณ วันยื่น ข้อเสนอ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคาครั้งนี้
๓.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีที่ข้อตกลง ๆ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมี การกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้า หลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลง ฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
พ
von Olyan
๓.๑๑
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการ จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว๑๒๔ ลงวันที่ 9 มีนาคม ๒๕๖๖ และหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/๑๘๑๔ ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือตามกฎหมายของ ต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหัก ด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปี
สุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือตามกฎหมายของ
ต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน หรือยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรม พัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียน ที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
(๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน (๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุน
จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
(๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุน
จดทะเบียนไม่ตากว่า ๒ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
(๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท
៨
(๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
(๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่กิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
(๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้อง มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน
ไม่ต่ํากว่า ๒๐๐ ล้านบาทง
(๓) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย
สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทย จะต้องยื่นหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่
Pe
๓
ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงิน
ฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ (๑), (๒) และ (๓)
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียง
พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ําประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน
หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ
ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบ อํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) ทั้งนี้ สําหรับธนาคาร ภายในประเทศหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามแบบที่กําหนด
กรณีตาม (๒), (๓) และ (๔) สําหรับนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของ ต่างประเทศ มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-
GP) หรือมีหนังสือเชิญชวน จนถึงวันเสนอราคา
(๕) กรณีตาม (๑) – (๔) ให้ใช้บังคับฯ ยกเว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
(๕.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๕.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว
และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้
แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๕.๔) งานก่อสร้างบํารุงทาง หมายถึง งานก่อสร้างในกรณีที่ทางมีความชํารุดในลักษณะ เป็นหลุมเป็นบ่อจึงจําเป็นต้องซ่อมแซม หรือบูรณะผิวทางโดยการปะซ่อมจุดที่ชํารุด หรือกรณีที่ผิวทางชํารุด หรือหลุดร่อนจึงจําเป็นต้องดําเนินการปรับปรุงผิวทางใหม่
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๕.๕) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(๕.๖) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
-&-
(๕.๒) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงงาน
ขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๔. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ใช้รายละเอียดประกอบการจ้างซ่อมยานพาหนะ สายขนส่ง ประจําปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ของกรม โดยใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในงานจ้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่ใช้งานจ้างทั้งหมดตามสัญญา เป็นหลักในการพิจารณาการจ้างในครั้งนี้ รายละเอียดตามเอกสารที่แนบ
๕. ระยะเวลาดําเนินการ
๕.๑ ผู้เสนอราคาจะต้องกําหนดยืนราคาที่เสนอไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน นับแต่วันเสนอราคา ๕.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอราคาต้องส่งมอบพัสดุภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง 5. สถานที่รับรถยนต์เพื่อการนําเข้าซ่อม และสถานที่ส่งมอบรถยนต์เมื่อซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
สถานที่รับรถยนต์ ณ กองซ่อม กรมการขนส่งทหารบก ถนนประดิพัทธ์ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร หรือสถานที่ตามที่ราชการกําหนด
สถานที่ส่งมอบรถยนต์ ณ กองซ่อม กรมการขนส่งทหารบก ถนนประดิพัทธ์ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร หรือสถานที่ตามที่ราชการกําหนด
๗. การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
ผู้ชนะการคัดเลือก ซึ่งได้ทําข้อตกลงเป็นหนังสือหรือทําสัญญาจ้าง แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความ ชํารุดบกพร่องของพัสดุที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ (หนึ่ง) ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบพัสดุ โดยผู้รับจ้างต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๓๐ (สามสิบ) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง
ความชํารุดบกพร่อง
๔. เงื่อนไขการชําระเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้วให้แก่ผู้ยื่น ข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานถูกต้องและครบถ้วนตามสัญญาจ้างหรือ
ข้อตกลง และกรมได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
๙. การจ่ายเงินล่วงหน้า(ถ้ามี)
ผู้ยื่นข้อเสนอมีสิทธิเสนอขอรับเงินล่วงหน้าจํานวนร้อยละ ๑๕ ของราคาพัสดุที่เสนอขายทั้งหมด แต่ทั้งนี้ จะต้องส่งมอบหลักประกันเงินล่วงหน้า เป็นพันธบัตรไทย หรือหนังสือค้ําประกัน หรือหนังสือค้ําประกัน อิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ให้แก่กรมก่อนการรับเงินล่วงหน้านั้น
กรมจะคืนหลักประกันดังกล่าวตามวรรคหนึ่งให้แก่ผู้รับจ้างเมื่อกรมได้หักเงินที่ได้จ่ายล่วงหน้า
จากเงินค่าของหรือค่าของในแต่ละงวดครบถ้วนแล้ว
๑๐. อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบพัสดุตามเวลาที่กําหนดให้ไว้ในสัญญา จะต้องชําระค่าปรับให้แก่ทาง ราชการเป็นรายวันในอัตราตายตัวร้อยละ ๐.๒๐ (ศูนย์จุดสองศูนย์) ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบ นับถัด จากวันครบกําหนดตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้รับจ้างได้นําสิ่งของมาส่งมอบให้แก่ผู้ว่าจ้างจนถูกต้องครบถ้วนตาม
สัญญา
men Organn
๑๑. วงเงินในการจัดซื้อจัดจ้าง
เงินงบประมาณในการจัดจ้าง จํานวน วงเงินรวม ๔๑,๕๔๑,๙๕๙.๕๐ บาท (สี่สิบเอ็ดล้านห้าแสนสี่หมื่น หนึ่งพันเก้าร้อยห้าสิบเก้าบาทห้าสิบสตางค์) ซึ่งเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายไว้
ทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
๑๒. การทําสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการเสนอราคา จะต้องทําสัญญาจ้างตามแบบสัญญาของ กรมการขนส่งทหารบก ภายใน ๑๐ (สิบ) วันทําการ นับจากวันที่ได้รับแจ้ง โดยจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจํานวนเงินเท่ากับร้อย ละ ๕ (ห้า) ของมูลค่าพัสดุ มามอบไว้แก่ทางราชการเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา และ หลักประกันจะต้องมีอายุครอบคลุมความรับผิดชอบทั้งปวงของผู้รับจ้าง/ผู้ขาย ตลอดอายุสัญญาทาง ราชการจะคืนหลักประกันสัญญาให้แก่ ผู้รับจ้าง/ผู้ขาย เมื่อผู้รับจ้าง/ผู้ขายพ้นจากข้อผูกพัน และความ รับผิดทั้งปวงตามสัญญาแล้ว โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๑๒.๑ เงินสด
๑๒.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย “กรมการขนส่งทหารบก เพื่อการรับเงินทางอิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชําระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทําสัญญา หรือก่อนวันนั้น
ไม่เกิน ๓ วันทําการ
๑๒.๓ หนังสือค้ําประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการนโยบาย กําหนด หรือจะเป็นหนังสือค้ําประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกําหนด
๑๒.๔ หนังสือค้ําประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้
ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่ง ประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้
ตามตัวอย่างหนังสือค้ําประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด
๑๒.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ผู้ชนะการคัดเลือก (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของพัสดุที่จะจ้าง ซึ่งกรมได้รับมอบไว้แล้ว ๑๓. หลักเกณฑ์และสิทธิ์ในการพิจารณาราคา
๑๓.๑ จ้างซ่อมยานพาหนะ สาย ขส. จํานวน ๑๔ คัน
๑๓.๒ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ กรมจะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ ราคาประกอบ เกณฑ์อื่น
การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม จะใช้หลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) โดยพิจารณาคะแนนตามปัจจัยหลักและน้ําหนักที่กําหนดประกอบด้วย เกณฑ์ราคา กําหนดน้ําหนักคะแนนร้อยละ ๖๕ และเกณฑ์อื่นกําหนดน้ําหนักคะแนนร้อยละ ๓๕ โดยพิจารณาจากผู้ได้ คะแนนสูงสุด มีรายละเอียดดังนี้
:
๑๓.๓.๑ เกณฑ์ราคา : ข้อเสนอราคา (Price) กําหนดน้ําหนักคะแนนเท่ากับร้อยละ ๖๕ โดยให้ใช้ราคาจากการยื่นเสนอราคา คะแนนตามปัจจัยเต็ม ๑๐๐ คะแนน พิจารณาดังนี้
..
- ผู้เสนอราคาต่ําสุด จะได้คะแนน ๑๐๐ คะแนน
- ผู้เสนอราคารายอื่นจะคิดสูตรคํานวณดังนี้
คะแนน = ๑๐๐ - (ราคาของผู้เสนอราคารายอื่น - ราคาต่ําสุด) x
X ๑๐๐
ราคาต่ําสุด
พ.ท.
- Ogan
-b-
๑๓.๓.๒ เกณฑ์อื่น: กําหนดน้ําหนักเท่ากับคะแนนร้อยละ ๓๕ มีรายละเอียดดังนี้
๑๓.๓.๒.๑ ข้อเสนอด้านมาตรฐานของสินค้าหรือบริการ กําหนดน้ําหนักเท่ากับ
ร้อยละ ๕ โดยมีคะแนนตามปัจจัยเต็ม ๑๐๐ คะแนน มีปัจจัยการพิจารณาดังนี้
๘
มาตรฐานโรงงาน กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ ๕ และคะแนนตามปัจจัย
เต็ม ๑๐๐ คะแนน มีปัจจัยการพิจารณาดังนี้
(๑.) ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นสําเนาหนังสือรับรองมาตรฐาน ISO 9001 โดยมี
ขอบข่ายการรับรองที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมรถยนต์และหนังสือรับรองมาตรฐาน ISO 14001 หรือหนังสือรับรอง มาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมของโรงงานจากหน่วยงานราชการ ซึ่งใบรับรองยังไม่หมดอายุในวันยื่น
เอกสารเสนอราคา ได้คะแนน ๑๐๐ คะแนน
(๒.) ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นสําเนาหนังสือรับรองมาตรฐานโรงงาน อย่างใด อย่างหนึ่งตามข้อ (๒.๑) (หนังสือรับรองมาตรฐาน ISO 9001 หรือ หนังสือรับรองมาตรฐาน ISO 14001 หรือ หนังสือรับรองมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมของโรงงานจากหน่วยงานราชการ) ซึ่งใบรับรองยังไม่ หมดอายุในวันยื่นเอกสารเสนอราคา ได้คะแนน ๕๐ คะแนน
(๓.) ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นหนังสือรับรองมาตรฐานโรงงาน ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือไม่ครอบคลุมตามเงื่อนไขในข้อ (๒.๑) หรือ (๒.๒) หรือไม่ยื่นหนังสือรับรองฯ ได้คะแนน 0 คะแนน
๑๓.๓.๒.๒ ข้อเสนอบริการหลังการขายหรือการจ้าง กําหนดน้ําหนักคะแนนเท่ากับ
ร้อยละ ๑๐ คะแนนตามปัจจัยเต็ม ๑๐๐ คะแนน มีปัจจัยการพิจารณาดังนี้
(๓)
(๑) ผู้ยื่นข้อเสนอประกันชํารุดบกพร่องไม่น้อยกว่า ๑ ปี
ได้ 0 คะแนน (๒) ผู้ยื่นข้อเสนอประกันชํารุดบกพร่องไม่น้อยกว่า ๑ ปี ๖ เดือน ได้ ๒๕ คะแนน ผู้ยื่นข้อเสนอประกันชํารุดบกพร่องไม่น้อยกว่า ๒ ปี ได้ ๕๐ คะแนน (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอประกันชํารุดบกพร่องไม่น้อยกว่า ๒ ปี ๖ เดือน ได้ ๗๕ คะแนน (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอประกันชํารุดบกพร่องไม่น้อยกว่า ๓ ปี ได้ ๑๐๐ คะแนน ๑๓.๓.๒.๓ ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ กําหนดน้ําหนักคะแนนเท่ากับร้อยละ ๒๐ คะแนน ตามปัจจัยเต็ม ๑๐๐ คะแนน มีปัจจัยการพิจารณาดังนี้
ଗ
(๑) ด้านเครื่องมือ กําหนดน้ําหนักคะแนนเท่ากับร้อยละ ๕
คะแนนตามปัจจัยเต็ม ๑๐๐ คะแนน มีปัจจัยการพิจารณาดังนี้
(๑.๑) มีห้องพ่นสีและอบสีตัวถังรถยนต์แบบระบบปิดตาม มาตรฐานสากล (มีตัวอัดดูดอากาศ และเครื่องทําความร้อน) มีขนาดสามารถพ่นสีรถตามประเภทรถที่จ้าง ซ่อมฯ โดยแนบรูปถ่ายพร้อมเอกสารรายละเอียดทางเทคนิคของห้องพ่นสีและอบสีตัวถังรถยนต์ หรือเอกสาร รับรองมาตรฐานจากบริษัทผู้ผลิตหรือจําหน่ายห้องพ่นสีและอบสีตัวถังรถยนต์ในวันยื่นเอกสารเสนอราคา ได้ คะแนน ๕๐ คะแนน หากไม่มีหรือมีแต่ไม่ได้มาตรฐานได้ 0 คะแนน
(๑.๒) มีเครื่องมือพิเศษ คะแนน ๕๐ คะแนน โดยแนบรูปถ่ายพร้อม เอกสารรายละเอียดทางเทคนิคของเครื่องมือพิเศษที่กําหนด ประกอบด้วยเครื่องมือพิเศษ และปัจจัยการ
พิจารณาดังนี้
ยื่นหรือยื่นไม่ถูกต้องได้คะแนน 0 คะแนน
(๑) เครื่องอัดไฮดรอลิก
ได้คะแนน ๑๐ คะแนน หากไม่
(๒) เครื่องตรวจเช็คชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องยนต์
ได้คะแนน ๑๐ คะแนน หากไม่ยื่นหรือยื่นไม่ถูกต้องได้คะแนน 0 คะแนน
๐
(๓) เครื่องดัดแชสซี
ได้คะแนน ๑๐ คะแนน หากไม่
พ.ค.
QC
- ๗ -
(๔) เครื่องวัดกําลังอัดเครื่องยนต์ ได้คะแนน ๑๐ คะแนน
ยื่นหรือยื่นไม่ถูกต้องได้คะแนน 0 คะแนน
หากไม่ยื่นหรือยื่นไม่ถูกต้องได้คะแนน 0 คะแนน
(๕) เครื่องตั้งมุมและศูนย์ถ่วงล้อ ได้คะแนน ๑๐ คะแนน
หากไม่ยื่นหรือยื่นไม่ถูกต้องได้คะแนน 0 คะแนน
(๒) ระยะเวลาการส่งมอบ น้ําหนักเท่ากับร้อยละ ๕ โดยกําหนดระยะเวลาการ
ส่งมอบ คะแนนตามปัจจัยเต็ม ๑๐๐ คะแนน มีปัจจัยการพิจารณาดังนี้ - ระยะเวลาการส่งมอบไม่เกิน ๑๘๐ วัน ระยะเวลาการส่งมอบไม่เกิน ๑๕๐ วัน
ระยะเวลาการส่งมอบไม่เกิน ๑๒๐ วัน
ได้
๐ คะแนน
ได้ ๕๐ คะแนน
ได้ ๑๐๐ คะแนน
(๓) ด้านผลงานการจ้างซ่อม กําหนดน้ําหนักคะแนนเท่ากับร้อยละ ๑๐
คะแนนตามปัจจัยเต็ม ๑๐๐ คะแนน มีปัจจัยการพิจารณาดังนี้
มีผลงานการรับจ้างซ่อมรถยนต์ประเภทเดียวกันกับที่ทางกรมประกาศ แผนการจ้างซ่อมฯ (ประเภทรถดับเพลิง) จะต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวกันมีมูลค่าในวงเงินสัญญาไม่น้อย กว่าร้อยละ ๑๐ ของวงเงินงบประมาณการจ้างซ่อม เป็นผลงานที่ดี อย่างน้อย ๑ ผลงาน และเป็นผลงานที่เป็น คู่สัญญา โดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่กรมการขนส่งทหารบกเชื่อถือ โดยต้องมีหนังสือรับรอง ผลงานจากหน่วยงานนั้น ๆ แนบยื่นในวันยื่นข้อเสนอ ได้คะแนน ๑๐๐ คะแนน หากไม่มีหรือไม่ยื่น ได้คะแนน
๐ คะแนน
๑๓.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะจ้าง ไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกําหนดไว้ในหนังสือเชิญชวน ในส่วนที่มิใช่ สาระสําคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทําให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการ
ผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๑๓.๕ กรม ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาราคาของผู้เสนอราคา โดยไม่มีการผ่อนผันในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา หรือลงลายมือชื่อผู้ยื่นข้อเสนออย่างหนึ่งอย่างใดหรือ ทั้งหมดในใบเสนอราคา
(๒) เสนอราคารายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กําหนดในหนังสือเชิญชวน ที่เป็นสาระสําคัญ
หรือมีผลทําให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
(๓) ราคาที่เสนอมีการขูดลบ ตก เติม แก้ไข เปลี่ยนแปลง โดยผู้ยื่นข้อเสนอมิได้ลงลายมือชื่อพร้อม ประทับตรา (ถ้ามี) กํากับไว้
๑๓.๖ ในการตัดสินการเสนอราคาหรือในการทําสัญญา คณะกรรมการฯ หรือกรมมีสิทธิ์ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ชี้แจงข้อเท็จจริง สภาพ ฐานะ หรือข้อเท็จจริงอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้ยื่นข้อเสนอได้ และกรม มีสิทธิ์ที่จะไม่รับ ราคาหรือไม่ทําสัญญา หากหลักฐานดังกล่าวไม่มีความเหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง
๑๓.๗ กรม ขอทรงไว้ซึ่งสิทธิ์ที่จะไม่รับราคาต่ําสุด หรือราคาหนึ่งราคาใดหรือราคาที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจํานวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการ เสนอราคาโดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของทางราชการเป็น สําคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ มิได้รวมทั้ง กรม จะพิจารณา ยกเลิกการเสนอราคา และลงโทษผู้เสนอราคาเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับก คัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่า การเสนอราคากระทําการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอราคาอันเป็น เท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมาเสนอราคาแทน เป็นต้น
ๆ
Agana
๘ -
1
๑๔. ข้อสงวนสิทธิ์ในการเสนอราคาและข้อกําหนดอื่น ๆ
๑๔.๑ เงินงบประมาณค่าจ้างซ่อมยานพาหนะครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทําได้ ต่อเมื่อกรมได้รับอนุมัติเงินค่าพัสดุ จากเงินงบประมาณ ประจําปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๔.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างแล้ว ถ้าผู้รับจ้าง จะต้องสั่งหรือนําสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ และของนั้นต้องนําเข้ามาโดย
ทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ คมนาคมประกาศกําหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้าง
และสามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้ (๑) แจ้งการสั่งหรือนําสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่ง หรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้นโดยเรือ อื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยการ ส่งเสริม การพาณิชยนาวี
๑๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทําสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือภายในเวลา ที่กําหนด ดังระบุไว้ในข้อ ๑๒ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ําประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะ พิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงาน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๔.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกําหนดในแบบสัญญาหรือข้อตกลงเป็น หนังสือ ให้เป็นไปตามความเห็นของสํานักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๔.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายนี้ มีความขัดหรือแย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคํา วินิจฉัยของกรม คําวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม
๑๔.๖ กรมอาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้อง ค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจ้างหรือที่ได้รับจัดสรรแต่ไม่เพียงพอที่จะทํา การจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทําที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการคัดเลือกมี ผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทําการทุจริตอื่น
ใดในการเสนอราคา
สาธารณะ
(๓) การทําการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือกระทบต่อประโยชน์
ནང་སྒ་གདང་
๙ -
(๔) กรณีอื่นในทํานองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออก ตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๔.๗ เอกสารใดๆ ที่ทําในต่างประเทศ ซึ่งผู้เสนอราคา (หรือผู้ขาย/ผู้รับจ้าง/ผู้รับสัญญาอื่นใด กรณีเป็น ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ขาย/ผู้รับจ้าง/ผู้รับสัญญาอื่นใด) นําไปแสดงเป็นหลักฐานต่อทาง ราชการเพื่อประกอบการเสนอราคา การทําสัญญา การแก้ไขสัญญา การขอขยายเวลาทําการตามสัญญาการขอ งดหรือลดค่าปรับหรือการอื่นใด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดําเนินการ (ซื้อ/จ้าง/สัญญาอื่นใด) ของทางราชการในครั้งนี้ ผู้ที่ทําเอกสารหรือลงลายมือชื่อ ในเอกสารจะต้องเป็นผู้มีอํานาจในการลงลายมือชื่อในเอกสารนั้นในนาม หน่วยงาน หรือนิติบุคคล หรือโดยส่วนตัวแล้วแต่กรณี และเอกสารดังกล่าวจะต้องได้รับการตรวจสอบ และ รับรองลายมือชื่อจากเจ้าหน้าที่โดยลําดับ แล้วแต่กรณี ตามข้อ ๑๔.๗.๑ - ๑๔.๗.๔ จึงถือว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้อง ๑๔.๗.๑ เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของกระทรวงการต่างประเทศ หรือโนตารีพับลิค หรือหน่วยงานอื่น ตามกฎหมายของประเทศผู้ที่ทําเอกสาร เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจลงนามในการรับรองลายมือชื่อในนามสถานทูต
รับรองลายมือชื่อในนามกระทรวงการต่างประเทศไทย
ไทย หรือสถานกงสุลไทยที่มีเขตอาณาในประเทศของผู้ที่ทําเอกสารและเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจลงนามในการ
๑๔.๗.๒ เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจลงนามในการรับรองลายมือชื่อในนามสถานทูตไทย หรือสถาน กงสุลไทยที่มีเขตอาณาในประเทศของผู้ที่ทําเอกสาร และเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจลงนามในการรับรองลายมือชื่อใน นามกระทรวงการต่างประเทศไทย (กรณีผู้ที่ทําเอกสารได้มายังสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทยที่มี เขตอาณาในประเทศของผู้ที่ทําเอกสารด้วยตนเอง และลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสถานทูต หรือสถานกงสุลไทย)
๑๔.๗.๓ เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของกระทรวงการต่างประเทศ หรือโนตารีพับลิค หรือหน่วยงาน อื่นตามกฎหมายของประเทศผู้ที่ทําเอกสาร เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจลงนามในการรับรองเอกสารในนามสถานทูต หรือสถานกงสุลของประเทศของผู้ที่ทําเอกสารในประเทศไทยและเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจลงนามในการรับรอง
ลายมือชื่อในนามกระทรวงการต่างประเทศไทย
๑๔.๗.๔ เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจลงนามในการรับรองเอกสารในนามสถานทูตหรือสถานกงสุลของ ประเทศของผู้ที่ทําเอกสารซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจลงนาม ในการรับรองลายมือชื่อใน นามกระทรวงการต่างประเทศไทย (กรณีผู้ที่ทําเอกสารได้มายังสถานทูต หรือสถานกงสุลของประเทศของผู้ที่ ทําเอกสารในประเทศไทยด้วยตนเอง และลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสถานทูตหรือสถานกงสุล)
๑๔.๘ เอกสารที่ทําขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ของสถานทูต หรือสถานกงสุลของต่างประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ใน ประเทศไทย ซึ่งผู้เสนอราคา (หรือผู้ขาย/ผู้รับจ้าง/ผู้รับสัญญาอื่นใด) นําไปแสดงต่อทางราชการต้องได้รับการ ตรวจสอบและรับรองจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจรับรองเอกสารในนามสถานทูต หรือสถานกงสุลของประเทศนั้นๆ และเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจ ลงนามในการรับรองลายมือชื่อในนามกระทรวงการต่างประเทศไทย
๑๔.๙ เอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศจะต้องผ่านการแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้เชี่ยวชาญการแปลที่จด ทะเบียนไว้กับสํานักงานศาลยุติธรรม กรณีคําแปลเอกสารที่เป็นภาษาไทยกับต้นฉบับที่เป็นภาษาต่างประเทศมี ข้อความขัดแย้งกัน ทางราชการจะถือเอาภาษาไทยเป็นหลักในการพิจารณาซึ่งข้อความภาษาไทยนี้จะใช้เป็นหลักใน การทําสัญญาด้วย และหากทางราชการเห็นว่ากรณีคําแปลภาษาไทยที่ขัดแย้งกับภาษาต่างประเทศนี้ ก่อให้เกิด
การได้เปรียบเสียเปรียบกับผู้เสนอราคารายอื่นอย่างเห็นได้ชัด ทางราชการจะถือว่าเป็นการปฏิบัติที่ผิดเงื่อนไขซึ่งอาจจะ ไม่รับพิจารณาราคาของผู้เสนอราคารายนั้นก็ได้
๑๔.๑๐ ชิ้นส่วนอะไหล่และอุปกรณ์ในการซ่อมปรับปรุงทั้งหมดเป็นของผู้รับจ้าง สําหรับชิ้นส่วนอะไหล่ และชิ้นส่วนต่างๆ ที่เปลี่ยนใหม่ตามรายการซ่อมปรับปรุง ผู้รับจ้างจะต้องทําบัญชีรายการของชิ้นส่วนอะไหล่ และชิ้นส่วนต่างๆ ที่เปลี่ยนใหม่ทุกรายการ พร้อมกับนําส่งซากชิ้นส่วนอะไหล่ที่จะต้องส่งคืนทั้งหมดให้ผู้ว่าจ้าง พร้อมกับส่งมอบยานพาหนะในงวดนั้น ๆ
๑๔.๑๑ ผู้รับจ้างจะต้องต้องดําเนินการซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนตามที่กําหนดให้ครบทุกรายการจะเลือก ซ่อม หรือเปลี่ยนเฉพาะรายการใดรายการหนึ่งไม่ได้แม้แต่ชิ้นส่วนใดที่ทางราชการไม่ได้กําหนดไว้ หากเกิดการ
ชํารุดขึ้นทําให้ระบบไม่สามารถใช้การได้ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการซ่อม หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้น ๆ ด้วย โดยผู้รับจ้างจะไม่คิดมูลค่าเพิ่มจากผู้ว่าจ้างอีก
๑๔.๑๒ ผู้เสนอราคาจะต้องจัดทําแผนการปฏิบัติงานภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา โดยกําหนดขั้นตอนและห้วงเวลาในการดําเนินการซ่อมระบบต่างๆ เป็นรายคันเพื่อรับการตรวจติดตามจาก
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุและคณะกรรมการสังเกตการณ์และติดตามผลการซ่อมบํารุงสิ่งอุปกรณ์ของ
กรมการขนส่งทหารบก โดยผู้เสนอราคาจะต้องยินยอมอนุญาตให้เข้าตรวจสอบสถานที่ประกอบกิจการโรงงาน
ตามที่ราชการกําหนดโดยจะแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๕ วัน
๑๔.๑๓ ในการทดสอบยานพาหนะผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งปวง ๑๔.๑๔ ผู้รับจ้างจะต้องเติมน้ํามันเชื้อเพลิงเต็มถังทุกคันในวันส่งมอบ
๑๔.๑๕ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารูปเล่มเป็นรายคันมาพร้อมในวันส่งมอบโดยมีรายละเอียดดังนี้
(๑) ข้อมูลรายละเอียดการจ้างซ่อมตามสัญญา
(๒) รูปถ่ายรถยนต์ก่อนซ่อม, ระหว่างซ่อมและหลังการซ่อม
(๓) บัญชีรายการชิ้นส่วนซ่อมส่งคืนตามสัญญา
(๔) ผลการตรวจสอบค่ากําลังอัดของเครื่องยนต์ (กรณีมีรายการซ่อมระบบเครื่องยนต์)
๑๕. ผู้รับผิดชอบโครงการ
២
กองจัดหา กรมการขนส่งทหารบก เลขที่ 6 ถนนประดิพัทธ์ แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๒๒๔๑-๕๐๔
คณะกรรมการร่างขอบเขตของงาน
พันโท
ประธานกรรมการ
(ทนุพงษ์ ผุดผาด)
ร้อยเอก
กรรมการ
(คมกฤช สุขเกิด)
ร้อยโท
กรรมการและเลขานุการ
(คารมณ์
ลอแท)