จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการประเมินผลการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมการขนส่งทางบก 69029464501
฿1,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 25 ก.พ. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

กรมการขนส่งทางบก มีความประสงค์จ้างบริษัทหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกเพื่อดำเนิน “โครงการประเมินผลการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙” วัตถุประสงค์หลักเพื่อประเมินผลการรับรู้และประสิทธิผลของกิจกรรมประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยทางถนนที่กรมดำเนินการในปีงบประมาณดังกล่าว รวม 3 โครงการหลัก ได้แก่ 1) โครงการ “ขนส่งไอดอล Club D ร่วมสร้างสังคมแห่งการขับขี่ปลอดภัย” 2) การออกแบบผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การประมูลหมายเลขทะเบียนรถ 3) โครงการสารคดีสั้นทางวิทยุ นาที กับ กปถ.

ขอบเขตงานที่ผู้รับจ้างต้องดำเนินการมีหลากหลายด้าน ได้แก่ การจัดทำแผนงานและกรอบแนวทางการประเมิน การประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของโครงการประชาสัมพันธ์ การประเมินความคุ้มค่าการใช้งบประมาณ และที่สำคัญคือ การสำรวจและประเมินการรับรู้รับทราบและความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย โดยต้องใช้วิธีการวิจัยทั้งเชิงปริมาณ (Quantitative Research) จากกลุ่มประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไปและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่น้อยกว่า 1,000 ตัวอย่าง และเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มตัวอย่างต่างๆ ไม่น้อยกว่า 10 ราย

ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานเป็นระยะตามกำหนดเวลา พร้อมจัดทำรายงานสรุปผลการประเมินฉบับสมบูรณ์ งบประมาณโครงการมีราคากลาง 1,183,332 บาท และกำหนดระยะเวลาดำเนินงานทั้งสิ้น 240 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา

English summary

The Department of Land Transport (DLT) is inviting bids for the “Project to Evaluate Public Relations Promoting Road Safety for Fiscal Year 2026.” The main objective is to assess the awareness and effectiveness of the DLT’s road safety public relations campaigns conducted in the specified fiscal year, focusing on three key projects.

The scope of work for the contractor includes developing an evaluation plan and framework, assessing the efficiency and effectiveness of the PR projects, evaluating the cost-effectiveness of the budget usage, and crucially, conducting surveys to measure target audience awareness and satisfaction. This requires employing both quantitative research (with a minimum of 1,000 samples from the general public and stakeholders) and qualitative research (through in-depth interviews with at least 10 key informants).

The contractor must deliver outputs according to a phased schedule, culminating in a comprehensive final evaluation report. The project has an estimated budget of 1,183,332 Baht and a total implementation period of 240 days from the contract signing date.

สถานที่ดำเนินการ

กรมการขนส่งทางบก ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ (ที่อยู่สำหรับติดต่อสอบถามและยื่นข้อเสนอ)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อประเมินผลการรับรู้ รับทราบ การประชาสัมพันธ์การส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
  • เพื่อนำผลการประเมินผล ใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและประชาชนทั่วไป
  • เพื่อให้ข้อเสนอแนะการดำเนินงานประชาสัมพันธ์หรือการจัดทำแผนงาน/โครงการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

ขอบเขตของงาน

  • จัดทำแผนการดำเนินงาน กรอบแนวทางการสำรวจและประเมินการรับรู้รับทราบและความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย กรอบแนวคิดและวิธีการในการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ตามกิจกรรม/โครงการประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนที่กลุ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรรับผิดชอบ หรือโครงการอื่นที่กรมการขนส่งทางบกเห็นสมควร และที่ผ่านความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก จำนวน ๓ โครงการ (ขนส่งไอดอล Club D, ประชาสัมพันธ์การประมูลหมายเลขทะเบียนรถ, สารคดีสั้นทางวิทยุ นาที กับ กปถ.)
  • ดำเนินการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลการดำเนินงานกิจกรรม/โครงการประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยรายงานผลต้องมีการวิเคราะห์ประเด็นปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงและพัฒนา
  • ดำเนินการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของการดำเนินงาน และการเลือกใช้สื่อและช่องทางการนำเสนอตามการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ของกรมการขนส่งทางบกในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
  • ดำเนินการประเมินความคุ้มค่าการใช้งบประมาณของกิจกรรม/โครงการประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ พร้อมวิเคราะห์ผลและให้ข้อเสนอแนะ
  • ดำเนินการสำรวจและประเมินการรับรู้ รับทราบการประชาสัมพันธ์ และความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยต้องมีทฤษฎี/กรอบแนวคิดรองรับ กำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่างตามหลักสถิติ สร้างเครื่องมือที่เชื่อถือได้
    • การดำเนินงานเชิงปริมาณ (Quantitative Research): สำรวจกลุ่มประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (ผู้ประกอบการขนส่ง, ผู้ให้บริการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะ, ผู้โดยสารรถโดยสารสาธารณะ) จำนวนรวมไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ตัวอย่าง
    • การดำเนินงานเชิงคุณภาพ (Qualitative Research): สัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ใช้รถใช้ถนน, กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย, บุคคลด้านวิชาการการสื่อสาร, บุคคลวิชาการด้านความปลอดภัยทางถนน, และหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนเครือข่าย จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐ ราย
  • เสนอข้อคิดเห็นและกำหนดแนวทางในการดำเนินงานประชาสัมพันธ์และรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐
  • จัดหาบุคลากรในการดำเนินงานทั้งหมด ประกอบด้วย หัวหน้าโครงการ ๑ ท่าน, ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์ ๑ ท่าน, และคณะทำงาน ๕ ท่าน
  • ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานในสังกัดกรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • เข้าร่วมประชุมเมื่อกรมเรียกประชุมตลอดระยะเวลาสัญญา
  • รับผิดชอบค่าใช้จ่าย (ที่พัก อาหาร เดินทาง) ของเจ้าหน้าที่กรมกรณีร่วมสังเกตการณ์การเก็บข้อมูลภาคสนาม

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

ภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่ลงนามสัญญา (เอกสาร ๓ ชุด):

  • แผนการดำเนินงานของโครงการ (Action Plan)
  • กรอบแนวทางการสำรวจและประเมินการรับรู้รับทราบและความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย
  • กรอบแนวคิดและวิธีการในการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลการดำเนินงาน
  • โครงร่างของเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอทั้งหมดตามเงื่อนไขกรม
  • โครงการด้านการประชาสัมพันธ์ที่กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบ

ภายใน ๒๑๐ วัน นับจากวันที่ลงนามสัญญา (เอกสาร ๓ ชุด):

  • สรุปผลการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลการดำเนินงานเบื้องต้น
  • สรุปผลการสำรวจและประเมินการรับรู้และความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้น
  • สรุปการประเมินความคุ้มค่าการใช้งบประมาณของกิจกรรม/โครงการประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
  • ร่างของรายงานทั้งหมดที่ต้องการนำเสนอ

ภายใน ๒๔๐ วัน นับจากวันที่ลงนามสัญญา:

  • รายงานสรุปการเก็บข้อมูลและการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนฉบับย่อ (เอกสาร ๕ ชุด)
  • รายงานการเก็บข้อมูลและการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ฉบับสมบูรณ์ที่นำเสนอผลการดำเนินงานครบถ้วนตามขอบเขตงาน (เอกสาร ๕ ชุด และไฟล์ดิจิทัลในรูปแบบ Word และ PDF บน USB Flash drive ๕ ชุด)

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินงานทั้งโครงการ ๒๔๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยมีกำหนดส่งมอบงานสำคัญคือ ภายใน 30 วัน, 210 วัน และ 240 วัน ตามลำดับ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ, ไม่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอ/ทำสัญญาชั่วคราวเนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินผลปฏิบัติงาน, ไม่ถูกระบุชื่อในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน, ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่ คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นหรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม, ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันที่ปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย (เว้นแต่สละสิทธิ์)
  • Standards Compliance: ไม่ระบุ
  • Experience: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา ที่ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ สัญญา วงเงินไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่กรมการขนส่งทางบกเชื่อถือ
  • Previous Project Cost: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันในวงเงินไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท ต่อสัญญา (ตามคุณสมบัติพื้นฐาน) และในการพิจารณาคะแนน (ข้อ 10.2.3) กำหนดให้มีผลงานที่ผ่านมาเป็นประเภทเดียวกับงานที่เสนอ ตามวัตถุประสงค์โครงการฯ ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ต่อสัญญา ย้อนหลังไม่เกิน ๕ ปี
  • Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการออกแบบและดำเนินการวิจัยทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูลสถิติ สร้างเครื่องมือวิจัยที่เชื่อถือได้
  • Personnel: ต้องจัดหาบุคลากรที่มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ ดังนี้
    • หัวหน้าโครงการ ๑ ท่าน: ต้องมีวุฒิการศึกษาที่เกี่ยวข้องด้านประชาสัมพันธ์ และมีประสบการณ์ในการประเมินโครงการฯ และด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์
    • ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์ ๑ ท่าน: ต้องมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไปที่เกี่ยวข้องด้านประชาสัมพันธ์ และมีประสบการณ์ในการประเมินโครงการฯ และด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์
    • คณะทำงาน ๕ ท่าน: ต้องมีวุฒิการศึกษา (ระดับปริญญาตรีขึ้นไปได้คะแนนสูงกว่า) และมีประสบการณ์ในการประเมินโครงการฯ และด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์
    • บุคลากรทุกรายต้องมีประสบการณ์เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นๆ

เกณฑ์การพิจารณา

กรมใช้หลักเกณฑ์ ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณา โดยมีน้ำหนักดังนี้

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price): น้ำหนักร้อยละ 20
  • ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ: น้ำหนักร้อยละ 80 (คิดจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน) แบ่งเป็น:
    1. กรอบแนวคิด ขั้นตอน แผนการดำเนินงาน และข้อเสนอที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์และขอบเขตการดำเนินงาน (30 คะแนน): ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดตาม TOR
    2. ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของบุคลากร (55 คะแนน): ประเมินจากคุณสมบัติและประสบการณ์ของหัวหน้าโครงการ (15 คะแนน), ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (10 คะแนน) และคณะทำงาน 5 ท่าน (30 คะแนน)
    3. ผลงานที่ผ่านมา (15 คะแนน): ประเมินจากจำนวนสัญญาที่มีผลงานประเภทเดียวกันกับโครงการฯ ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท ต่อสัญญา ย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี (ไม่น้อยกว่า 3 สัญญา = 15 คะแนน, 2 สัญญา = 10 คะแนน, 1 สัญญา = 5 คะแนน)

คณะกรรมการฯ มีสิทธิ์ไม่รับราคาต่ำสุดหรือราคาใดก็ได้เพื่อประโยชน์ของทางราชการ และการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด

ข้อกำหนดทางเทคนิค

โครงการนี้เป็นงานบริการวิชาการด้านการวิจัยและประเมินผล (Research and Evaluation Service) ไม่ใช่โครงการก่อสร้างหรือจัดซื้อวัสดุ จึงไม่มีสเปคทางวิศวกรรมหรือวัสดุก่อสร้าง

ข้อกำหนดทางเทคนิคของโครงการมุ่งเน้นไปที่ ระเบียบวิธีวิจัย (Methodology) และ คุณภาพของกระบวนการประเมินผล ซึ่งได้ระบุในขอบเขตงานอย่างชัดเจน:

  • ต้องใช้การวิจัยทั้ง เชิงปริมาณ (Quantitative) และ เชิงคุณภาพ (Qualitative)
  • ตัวอย่างเชิงปริมาณ: ไม่น้อยกว่า 1,000 ตัวอย่าง จาก 2 กลุ่มเป้าหมายหลัก (ประชาชนทั่วไปและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย) โดยอ้างอิงหลักวิชาการทางสถิติ
  • ตัวอย่างเชิงคุณภาพ: สัมภาษณ์เชิงลึกไม่น้อยกว่า 10 ราย จากกลุ่มผู้ใช้รถใช้ถนน, ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย, และผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร/ความปลอดภัยทางถนน
  • ต้องมี ทฤษฎีหรือกรอบแนวคิด ที่รองรับการออกแบบการสำรวจและประเมินผล
  • ต้องมีการสร้าง เครื่องมือวิจัย (เช่น แบบสอบถาม, แนวคำถามสัมภาษณ์) ที่เชื่อถือได้
  • ต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาประเด็นปัญหา อุปสรรค และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นรูปธรรม
  • ผลงานทั้งหมดที่ได้ถือเป็น ลิขสิทธิ์ของกรมการขนส่งทางบกแต่ผู้เดียว

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดคุณสมบัติทางเทคนิคของทีมงานผู้ดำเนินการอย่างละเอียดในส่วนของคะแนนประเมิน ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการได้ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประเมินผลโครงการและด้านการประชาสัมพันธ์

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินงบประมาณ: 9,000,000 บาท (ตาม TOR ข้อ 9) / ราคากลาง: 1,183,332 บาท (ตามเอกสารประกวดราคา)
  • ระยะเวลาสัญญา: 240 วัน นับจากวันลงนาม
  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด
    • งวดที่ 1 (ร้อยละ 20): เมื่อส่งมอบงานตามข้อ 6.1/7.1 (เอกสารแผนภายใน 30 วัน) และตรวจรับเรียบร้อย
    • งวดที่ 2 (ร้อยละ 40): เมื่อส่งมอบงานตามข้อ 6.2/7.2 (รายงานเบื้องต้นภายใน 210 วัน) และตรวจรับเรียบร้อย
    • งวดที่ 3 (ร้อยละ 40): เมื่อส่งมอบงานตามข้อ 6.3/7.3 (รายงานฉบับสมบูรณ์ภายใน 240 วัน) และตรวจรับเรียบร้อย
  • ค่าปรับ: หากส่งมอบงานล่าช้า จะต้องชำระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑ (0.1%) ของราคาค่าจ้างทั้งสัญญา นับถัดจากวันครบกำหนด
  • หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นเงินสด เช็ค หนังสือค้ำประกันธนาคาร/บริษัทเงินทุน หรือพันธบัตรรัฐบาลไทย เป็นจำนวนร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาได้
  • สิทธิในผลงาน: ผลการประเมินและผลงานทั้งหมดถือเป็นลิขสิทธิ์ของกรมการขนส่งทางบกแต่ผู้เดียว
  • การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ อย่างเคร่งครัด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: กลุ่มเป้าหมายในการสำรวจเชิงปริมาณแบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม อะไรบ้าง?
    A: แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) กลุ่มประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป และ 2) กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งประกอบด้วยผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะ และผู้โดยสารรถโดยสารสาธารณะ

  • Q: จำนวนตัวอย่างขั้นต่ำสำหรับการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพคือเท่าไร?
    A: การวิจัยเชิงปริมาณต้องมีตัวอย่างรวมไม่น้อยกว่า 1,000 ตัวอย่าง จากทั้งสองกลุ่มเป้าหมาย การวิจัยเชิงคุณภาพต้องสัมภาษณ์เชิงลึกไม่น้อยกว่า 10 ราย จากกลุ่มตัวอย่างต่างๆ ที่กำหนด

  • Q: โครงการประชาสัมพันธ์หลักที่ต้องนำมาประเมินผลมีโครงการอะไรบ้าง?
    A: มี 3 โครงการหลัก ได้แก่ 1) โครงการ “ขนส่งไอดอล Club D ร่วมสร้างสังคมแห่งการขับขี่ปลอดภัย” 2) การออกแบบผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การประมูลหมายเลขทะเบียนรถ 3) โครงการสารคดีสั้นทางวิทยุ นาที กับ กปถ.

  • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้างนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปกติ?
    A: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย (ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง) ของเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก ในกรณีที่เจ้าหน้าที่กรมร่วมสังเกตการณ์การเก็บข้อมูลภาคสนาม (ถ้ามี)

  • Q: ผลงานหรือรายงานที่ได้จากโครงการนี้มีสถานะทางลิขสิทธิ์อย่างไร?
    A: ผลการประเมินและผลงานทั้งหมดที่เกิดจากโครงการนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของกรมการขนส่งทางบกแต่ผู้เดียว หากผู้รับจ้างต้องการนำไปใช้ต้องได้รับอนุญาตจากกรมเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน

  • Q: โครงการนี้ใช้งบประมาณจากแหล่งใด?
    A: ใช้งบประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

  • Q: หากกรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินจากกองทุน กปถ. จะเกิดอะไรขึ้น?
    A: กรมสามารถยกเลิกการจัดหา (การประกวดราคา) ได้ หากไม่ได้รับการจัดสรรเงินจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเพื่อการจัดหาครั้งนี้

  • Q: ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องประสานงานกับหน่วยงานใดบ้าง?
    A: ผู้รับจ้างต้องทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับทุกหน่วยงานในสังกัดกรมการขนส่งทางบกและ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานประเมินผลสำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์

  • Q: ในระหว่างดำเนินโครงการ หากกรมเรียกประชุม ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติอย่างไร?
    A: ผู้ประเมิน (ผู้รับจ้าง) ต้องพร้อมที่จะเข้าร่วมประชุมตลอดระยะเวลาของสัญญา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานที่ได้รับมอบหมาย

  • Q: นอกจากการประเมินผลโครงการในอดีตแล้ว ผู้รับจ้างมีหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะสำหรับอนาคตหรือไม่?
    A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องเสนอข้อคิดเห็นและกำหนดแนวทางในการดำเนินงานประชาสัมพันธ์และรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ด้วย

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการประเมินผลการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๑.
หลักการและเหตุผล
การประชาสัมพันธ์ ถือเป็นวิธีการหนึ่งในการนําเสนอข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ผลการดําเนินงาน ของหน่วยงานทั้งในด้านการบริหารจัดการ ด้านนโยบาย ด้านกิจกรรมโครงการต่าง ๆ รวมไปถึง เกร็ดความรู้อื่น ๆ เพื่อเผยแพร่ให้กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ ก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจอันดีต่อกัน ระหว่างหน่วยงานกับประชาชน และเพื่อนําองค์กรไปสู่ความสําเร็จตามเป้าหมายหรือนโยบายที่ตั้งไว้ให้สัมฤทธิ์ผล สื่อประชาสัมพันธ์จึงมีการพัฒนาทั้งด้านเทคโนโลยี รูปแบบ รวมไปถึงการเพิ่มขึ้นของแพลตฟอร์มใหม่ ๆ อยู่เสมอ ดังนั้นการประชาสัมพันธ์ที่จะสื่อไปถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงตามความต้องการและเลือกใช้รูปแบบการสื่อสาร
ได้ตรงกับแพลตฟอร์มจึงเป็นสิ่งจําเป็น ทั้งนี้เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและประชาชนทั่วไป การประเมินผลของการรับรู้และความเข้าใจต่อเรื่องที่สื่อสารจึงเป็นสิ่งสําคัญ เพื่อให้ทราบถึงการรับรู้ ความคิดเห็น ความเข้าใจของประชาชนต่อเรื่องที่สื่อสาร เพื่อนําผลการศึกษามาเป็นข้อมูลในการปรับปรุงและพัฒนา การประชาสัมพันธ์ให้มีความประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด
กลุ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร สํานักงานเลขานุการกรม
หน่วยงานที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร กิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย จึงเล็งเห็นถึงการปรับตัว และเปลี่ยนแปลง ในการรับข่าวสาร และช่องทางการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อให้กรมการขนส่งทางบกมีความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อรับมือกับการแข่งขันด้านการสื่อสารต่าง ๆ และความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ใช้ในการทําการประชาสัมพันธ์ อย่างเข้มข้นในปัจจุบัน และเพื่อเสริมสร้างจิตสํานึกความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้แก่ผู้ขับขี่ทุกประเภท เพื่อให้มีวินัยในการขับขี่ ปฏิบัติตามกฎจราจร และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นสร้างการตระหนักรู้ การมีส่วนร่วมในการลดความรุนแรงจากการเกิดอุบัติเหตุ และอัตราการสูญเสียชีวิตบนท้องถนน ในกลุ่มประชาชนทั่วไป เช่น การคาดเข็มขัดนิรภัย การสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งในขณะขับขี่ เพื่อเป็นการแสดงถึง ความรับผิดชอบ ความห่วงใย ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของกรมการขนส่งทางบกที่มีต่อประชาชน จึงจําเป็นต้องมีการประเมินผลการดําเนินงานอย่างสม่ําเสมอ ซึ่งการประเมินผลการดําเนินงานจะช่วยให้ทราบปัญหา หรืออุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อการดําเนินงาน สามารถนํามาปรับปรุงให้การดําเนินงานมีประสิทธิภาพและ
บรรลุเป้าหมายได้ อีกทั้งสามารถเป็นเครื่องมือในการชี้วัดประสิทธิภาพประสิทธิผลการดําเนินโครงการ ด้านประชาสัมพันธ์ การรับรู้ และความคุ้มค่าในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตามที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) กรมการขนส่งทางบก เพื่อนํามาพัฒนาและบริหาร โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อการสร้างการรับรู้ภารกิจของกรมการขนส่งทางบก กองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) และการสร้างการรับรู้ต่อประเด็นความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในทุก ๆ มิติ อันเป็นส่วนหนึ่งที่จะนํามาซึ่งการก่อให้เกิดความปลอดภัยทางถนนได้อย่างแท้จริง
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อประเมินผลการรับรู้ รับทราบ การประชาสัมพันธ์การส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๒.๒ เพื่อนําผลการประเมินผล ใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ส่งเสริม ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและ ประชาชนทั่วไป
Lo
бниу
-๒-
๒.๓ เพื่อให้ข้อเสนอแนะการดําเนินงานประชาสัมพันธ์หรือการจัดทําแผนงาน/โครงการประชาสัมพันธ์
และรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
๓. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรมการขนส่งทางบก ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคา อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
20 80 брой
-60-
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ
ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไป ก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้ ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า - บาท
๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก
ที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมี แต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
ไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น
4
&Q Blury
-G-
ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวม ของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
5. กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้

(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ที่ดําเนินการ เสร็จเรียบร้อย จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ สัญญา วงเงินไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) และ เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่กรมการขนส่งทางบกเชื่อถือ โดยต้องยื่นหลักฐานสําเนาหนังสือรับรองผลงานพร้อมรับรองสําเนาถูกต้องในวันที่ยื่นข้อเสนอ
๔. ขอบเขตและวิธีการการดําเนินงาน
๔.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงาน กรอบแนวทางการสํารวจและประเมินการรับรู้รับทราบ และความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย กรอบแนวคิดและวิธีการในการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลการ
ดําเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ตามกิจกรรม/โครงการประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
ที่กลุ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรรับผิดชอบ หรือโครงการอื่นที่กรมการขนส่งทางบกเห็นสมควร และที่ ผ่านความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก จํานวน ๓ โครงการ ดังนี้ ๑. โครงการ “ขนส่งไอดอล Club D ร่วมสร้างสังคมแห่งการขับขี่ปลอดภัย ๒. ออกแบบผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การประมูลหมายเลข ทะเบียนรถเพื่อให้ทราบถึงการประมูลหมายเลขทะเบียนรถในหมวดอักษรพิเศษ ๓. โครงการสารคดีสั้นทางวิทยุ นาที กับ กปถ. เสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งเป็นโครงการที่กลุ่มประชาสัมพันธ์และ สื่อสารองค์กรรับผิดชอบ หรือโครงการอื่นที่กรมการขนส่งทางบกเห็นสมควร
I so
-&-
๔.๒ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลการดําเนินงานกิจกรรม/โครงการโครงการ
ประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ซึ่งเป็นโครงการที่กลุ่ม ประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรรับผิดชอบ หรือโครงการอื่นที่กรมการขนส่งทางบกเห็นสมควร โดยในการ รายงานผลจะต้องมีการวิเคราะห์ประเด็นปัญหา อุปสรรคต่อการดําเนินงาน รวมถึงข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงและ พัฒนาการดําเนินการให้ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีความคุ้มค่าของโครงการดียิ่งขึ้นต่อไป
๔.๓ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของการดําเนินงาน และการเลือกใช้สื่อ และช่องทางการนําเสนอตามการดําเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ของกรมการขนส่งทางบก
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๔.๔ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการประเมินความคุ้มค่าการใช้งบประมาณของกิจกรรม/โครงการประชาสัมพันธ์ ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยในการรายงานผลจะต้องมีการวิเคราะห์ผล
ความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณของโครงการและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมด้วย
๔.๕ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการสํารวจและประเมินการรับรู้ รับทราบการประชาสัมพันธ์ และความพึงพอใจ ของกลุ่มเป้าหมาย และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยในการสํารวจต้องมีทฤษฎี กรอบแนวคิดรองรับ มีการกําหนด ประชากรและกลุ่มตัวอย่างตามหลักการทางสถิติ มีการสร้างเครื่องมือที่ใช้การสํารวจและวิเคราะห์ผลที่เชื่อถือได้
ทั้งนี้ ในการดําเนินการสํารวจต้องดําเนินการทั้งในรูปแบบการดําเนินงานเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการดําเนินงานเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ดังนี้
(๑) การดําเนินงานเชิงปริมาณ แบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น ๒ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะ และผู้โดยสารรถโดยสารสาธารณะ) จํานวนรวมไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ตัวอย่าง ซึ่งอ้างอิงหลักวิชาการ
ที่มีความเหมาะสมเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอต่อการดําเนินโครงการ
(๒) การดําเนินงานเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ใช้รถใช้ถนนและ กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะ และผู้โดยสาร รถโดยสารสาธารณะ) บุคคลด้านวิชาการด้านการสื่อสาร บุคคลวิชาการด้านความปลอดภัยทางถนน และ หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่เป็นเครือข่ายการดําเนินงานกับกรมการขนส่งทางบก จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๐ ราย เพื่อศึกษาถึงความต้องการและความคาดหวังเกี่ยวกับเนื้อหาในการประชาสัมพันธ์ของกลุ่มเป้าหมาย
๔.๗ ผู้รับจ้างต้องเสนอข้อคิดเห็นและกําหนดแนวทางในการดําเนินงานประชาสัมพันธ์และรณรงค์ส่งเสริม ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐
๔.๔ ให้ผู้รับจ้างดําเนินการ สํารวจ เก็บข้อมูลและดําเนินการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของ โครงการทั้ง ๓ โครงการให้อยู่ในระยะเวลาการดําเนินโครงการประเมินผลการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความ ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ เท่านั้น
๔.๙ ข้อเสนออื่น ๆ
๔.๔.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรในการดําเนินงานทั้งหมด โดยให้มีรายละเอียด ดังนี้
๑) หัวหน้าโครงการ ๑ ท่าน และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์ ๑ ท่าน โดยต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความชํานาญ มีประสบการณ์ด้านการศึกษา สํารวจ วิเคราะห์ ติดตามประเมินผล ของกิจกรรม/โครงการ หรือด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์หรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับ การดําเนินงานด้านประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานภาครัฐรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่น ๆ และต้องวุฒิการศึกษา ที่เกี่ยวข้องด้านประชาสัมพันธ์ พร้อมระบุรายชื่อและตําแหน่งอย่างชัดเจนพร้อมจัดทําเอกสารรับรองและ
ลงนามยืนยันว่าจะรับผิดชอบต่อการดําเนินงานตามที่ได้รับ
La ɣlway
-b-
๒) คณะทํางาน ๕ ท่าน โดยต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความชํานาญ มีประสบการณ์ ด้านการศึกษา สํารวจ วิเคราะห์ ติดตามประเมินผลของกิจกรรม/โครงการ หรือด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การประชาสัมพันธ์ หรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับการดําเนินงานด้านประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่น ๆ พร้อมระบุรายชื่อและตําแหน่งอย่างชัดเจนพร้อมจัดทําเอกสารรับรองและ ลงนามยืนยันว่าจะรับผิดชอบต่อการดําเนินงานตามที่ได้รับ

๔.๔.๒ ผู้รับจ้างต้องทําหน้าที่ติดต่อประสานงานกับทุกหน่วยงานในสังกัดกรมการขนส่งทางบก
และหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับเพื่อให้การดําเนินงานประเมินผลสําเร็จบรรลุวัตถุประสงค์
๔.๔.๓ ในกรณีที่กรมการขนส่งทางบกเรียกประชุม ผู้ประเมินต้องพร้อมที่จะเข้าร่วมประชุม ตลอดระยะเวลาของสัญญาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานที่ได้รับมอบหมาย
๔.๔.๔ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย (ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง) ของเจ้าหน้าที่ กรมการขนส่งทางบก กรณีการร่วมสังเกตการณ์การเก็บข้อมูลภาคสนาม (ถ้ามี)
๔.๔.๕ ผลการประเมินถือเป็นลิขสิทธิ์ของกรมการขนส่งทางบกแต่ผู้เดียว
๕. ระยะเวลาการดําเนินงาน
๒๔๐ วัน นับถัดวันที่ลงนามในสัญญา
๖. การส่งมอบงาน
ให้ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานการเก็บข้อมูลและการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของการดําเนินงาน
ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกําหนด และส่งรายงานสรุปการเก็บข้อมูลและการประเมิน
ประสิทธิภาพประสิทธิผลของการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยให้ดําเนินการ
ดังนี้
๖.๑ ภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่ลงนามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องจัดทําเอกสารจํานวน ๓ ชุด สาระสําคัญในประเด็นต่อไปนี้
(๑) แผนการดําเนินงานของโครงการ (Action Plan)
ซึ่งต้องมี
(๒) กรอบแนวทางการสํารวจและประเมินการรับรู้รับทราบและความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย (๓) กรอบแนวคิดและวิธีการในการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลการดําเนินงาน
(๔) โครงร่างของเนื้อหาที่ต้องการนําเสนอทั้งหมดตามเงื่อนที่กรมการขนส่งทางบกกําหนด (๕) โครงการด้านการประชาสัมพันธ์ที่กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบ
๖.๒ ภายใน ๒๑๐ วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างต้องจัดทําเอกสารจํานวน ๓ ชุด ซึ่งต้องมี สาระสําคัญในประเด็นต่อไปนี้
(๑) สรุปผลการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลการดําเนินงานเบื้องต้น ซึ่งเป็นไปตามแผน การดําเนินงานของโครงการ (Action Plan)
(๒) สรุปผลการสํารวจและประเมินการรับรู้และความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้น ซึ่งเป็นไป
ตามกรอบแนวทางการสํารวจและประเมินการรับรู้รับทราบและความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย
(๓) สรุปการประเมินความคุ้มค่าการใช้งบประมาณของกิจกรรม/โครงการประชาสัมพันธ์ ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งเป็นไปตามกรอบแนวคิดและวิธีการในการประเมินประสิทธิภาพ
ประสิทธิผลการดําเนินงาน
(๔) ร่างของรายงานทั้งหมดที่ต้องการนําเสนอ
๖.๓ ภายใน ๒๔๐ วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างต้องจัดทําเอกสารซึ่งประกอบด้วย
0 80 65-
f
-671-
(๑) รายงานสรุปการเก็บข้อมูลและการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนฉบับย่อ โดยนําเสนอในรูปแบบเอกสารจํานวน ๕ ชุด
(๒) รายงานการเก็บข้อมูลและการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ที่นําเสนอผลการดําเนินงานตามที่ระบุในขอบเขตของงานข้อ ๔ ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก โดยนําเสนอในรูปแบบเอกสารจํานวน ๕ ชุด และไดร์ฟ บันทึกข้อมูล (USB Flash drive) ที่บรรจุผลการดําเนินงานในรูปแบบ Word ไฟล์ และ PDF ไฟล์ จํานวน ๕ ชุด
๗. การจ่ายเงิน
งวดที่ ๑ จ่ายเงินร้อยละ ๒๐ ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานตามข้อ ๖.๑ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ พิจารณาตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๒ จ่ายเงินร้อยละ ๔๐ ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานตามข้อ ๖.๒ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ พิจารณาตรวจรับเรียบร้อยแล้ว

งวดที่ ๓ จ่ายเงินร้อยละ ๔๐ ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานตามข้อ ๖.๓ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ พิจารณาตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
๘. ค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่ดําเนินการตามที่กําหนดภายในระยะเวลาที่กําหนดไว้ จะต้องชําระค่าปรับเป็นรายวัน
ในอัตราร้อยละ ๐.๑ ของราคาค่าจ้างทั้งสัญญา นับถัดจากวันครบกําหนดการส่งมอบงาน
๙. วงเงินงบประมาณ
จํานวน 9,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)
๑๐. หลักเกณฑ์การพิจารณา
ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ จะใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
กรมการขนส่งทางบกจะพิจารณาข้อเสนอทางเทคนิคและข้อเสนออื่นๆ ของผู้เสนอราคาที่มีคุณสมบัติ และเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามข้อกําหนด น้ําหนักรวมทั้งหมดเท่ากับ ร้อยละ ๑๐๐ โดยเกณฑ์การพิจารณา
ให้คะแนน ตามรายละเอียดดังนี้
๑๐.๑ ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กําหนดน้ําหนักเท่ากับ
๑๐.๒ ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ กําหนดน้ําหนักเท่ากับ
ร้อยละ ๒๐
ร้อยละ ๘๐
(คิดจากคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน) โดยผู้เสนอราคาจะต้องจัดทําข้อเสนอโครงการเป็นภาษาไทย จะต้องมี รายละเอียดครอบคลุม ดังนี้
๑๐.๒.๑ กรอบแนวคิด ขั้นตอน แผนการดําเนินงาน และข้อเสนอที่จะทําให้บรรลุวัตถุประสงค์ และขอบเขตการดําเนินงาน ซึ่งจะต้องมีรายละเอียดครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในข้อกําหนดการจ้าง
(๓๐ คะแนน) ประกอบด้วย
(๒๐ คะแนน)
๑. กรอบแนวคิด ขั้นตอน ที่จะทําให้บรรลุวัตถุประสงค์และขอบเขตการดําเนินงาน
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
นําเสนอแนวคิด ขั้นตอนกระบวนการ ทํางานที่เหมาะสม รายละเอียดครอบคลุม เนื้อหา ครบถ้วน ถูกต้องทั้งหมด และ มีความหลากหลายกว่าที่ระบุไว้ใน TOR
คะแนน
วิธีการประเมิน
๒๐
วิธีการให้คะแนน
เอกสารผู้ยื่นข้อเสนอจัดทํามา คณะกรรมการจะพิจารณา โดยให้จัดทําแนวคิด และ โดยเปรียบเทียบจาก ขั้นตอนกระบวนการทํางาน เอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ ที่ได้มาซึ่งข้อมูลที่ใช้ในการ ได้เสนอมาและให้คะแนน
Jas. I sa
80 Kong
wr
-๘-
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
นําเสนอแนวคิด ขั้นตอนกระบวนการ ทํางานที่เหมาะสม รายละเอียดครอบคลุม เนื้อหา ครบถ้วน ถูกต้องทั้งหมดครบถ้วน
ตาม TOR
นําเสนอแนวคิด ขั้นตอนกระบวนการ ทํางานที่เหมาะสม แต่มีรายละเอียด ไม่ครบถ้วน
ไม่มีการนําเสนอแนวคิด ขั้นตอน กระบวนการทํางาน
ดําเนินงาน (๑๐ คะแนน)
คะแนน
๑๐


วิธีการประเมิน
ประเมิน โดยจัดทําเป็น คิดจากแนวคิด ขั้นตอน
รูปแบบเอกสาร
วิธีการให้คะแนน
กระบวนการที่ได้มาซึ่ง
ข้อมูลที่ใช้ในการประเมิน
ที่มีความชัดเจนตั้งแต่เริ่ม
ดําเนินการไปจนจบ
โครงการโดยจะเรียงลําดับ
ลงมาตามเกณฑ์การ
พิจารณา
๒. แผนการดําเนินงาน และข้อเสนอที่จะทําให้บรรลุวัตถุประสงค์และขอบเขตการ
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน นําเสนอแผนการดําเนินงาน และข้อเสนอ
อื่นที่จะทําให้บรรลุวัตถุประสงค์ และ
ขอบเขตการดําเนินงานใน TOR มีรายละเอียด ที่ชัดเจนและเป็นลําดับขั้น
นําเสนอแผนการดําเนินงาน และข้อเสนอ อื่นที่จะทําให้บรรลุวัตถุประสงค์และ ขอบเขตการดําเนินงานใน TOR แต่รายละเอียด ไม่ชัดเจน หรือมีแผนการทํางานที่กว่างเกินไป
ไม่นําเสนอแผนการดําเนินงาน และ
ข้อเสนออื่นที่จะทําให้บรรลุวัตถุประสงค์
และขอบเขตการดําเนินงานใน TOR
คะแนน
๑๐
วิธีการประเมิน
วิธีการให้คะแนน เอกสารผู้ยื่นข้อเสนอจัดทํามา คณะกรรมการจะพิจารณา โดยให้จัดทําแผนการ โดยเปรียบเทียบจาก ดําเนินงาน รวมถึงข้อเสนอ เอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ อื่นที่จะทําให้บรรลุ ได้เสนอมาและให้คะแนน วัตถุประสงค์และขอบเขต คิดจากแผนการดําเนินงาน การดําเนินงานโดยจัดทํา ที่มีความชัดเจนตั้งแต่เริ่ม เป็นรูปแบบเอกสาร
ดําเนินการไปจนจบ
โครงการโดยจะเรียงลําดับ
ลงมาตามเกณฑ์การ
พิจารณา
વેન
๑๐.๒.๒ ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในด้านประเมินผลโครงการฯ หรือมีประสบการณ์ เกี่ยวกับการดําเนินงานด้านประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นๆ เป็นที่ประจักษ์ ของบุคลากร ได้แก่ หัวหน้าโครงการ ๑ ท่าน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์ ๑ ท่าน และคณะทํางาน ไม่น้อยกว่า ๕ ท่าน (๕๕ คะแนน) ประกอบด้วย
๑. หัวหน้าโครงการ
ต้องมีคุณสมบัติและประสบการณ์การทํางานของหัวหน้าโครงการ กําหนด ๑๕ คะแนน
๑.๑ วุฒิการศึกษา (๕ คะแนน)
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
คะแนน
วิธีการประเมิน
วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก

วุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท
9
******…………
วิธีการให้คะแนน
สําเนาวุฒิการศึกษาของ คณะกรรมการจะพิจารณา ผู้ยื่นข้อเสนอที่เกี่ยวข้อง จากเอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ ด้านประชาสัมพันธ์ ได้เสนอมาและให้คะแนน โดยต้องระบุชัดเจนว่าเป็น เรียงลําดับลงมาตามเกณฑ์ หัวหน้าโครงการ
การพิจารณา
Blur,
f & Biwers
*๙-
๑.๒ ประสบการณ์ในการประเมินโครงการฯ และด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์
ของหัวหน้าโครงการ (๑๐ คะแนน)
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ๗ ปีขึ้นไป
คะแนน
๑๐
ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน

ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ 5 ปีขึ้นไป
ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ๕ ปีขึ้นไป

ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ น้อยกว่า ๕ ปี

3
วิธีการให้คะแนน
วิธีการประเมิน เอกสารที่เกี่ยวกับ คณะกรรมการจะพิจารณา ประสบการณ์ทํางาน หรือ จากเอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ ผลงานที่เกี่ยวข้องกับ ได้เสนอมาและให้คะแนน รายละเอียดงาน โดยให้ เรียงลําดับลงมาตามเกณฑ์ จัดทําในรูปแบบเอกสาร การพิจารณา ที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า
ผู้ยื่นข้อเสนอในตําแหน่ง
หัวหน้าโครงการเป็นผู้
มีประสบการณ์ และต้อง
ระบุปีที่จัดทําโครงการ
หรือกิจกรรมนั้นอย่างชัดเจน
ตามเกณฑ์การพิจารณา
๒. ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์
กําหนด ๑๐ คะแนน
ต้องมีคุณสมบัติและประสบการณ์การทํางานของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์
๒.๑ วุฒิการศึกษา (๕ คะแนน)
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน วุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท ขึ้นไป
วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี
คะแนน
วิธีการประเมิน
วิธีการให้คะแนน
๕ สําเนาวุฒิการศึกษาของผู้ คณะกรรมการจะพิจารณา ยื่นข้อเสนอที่เกี่ยวข้อง จากเอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ ด้านประชาสัมพันธ์ ได้เสนอมาและให้คะแนน โดยต้องระบุชัดเจนว่าเป็น เรียงลําดับลงมาตามเกณฑ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการ การพิจารณา
3
ประชาสัมพันธ์
๒.๒ ประสบการณ์ในการประเมินโครงการฯ และด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
การประชาสัมพันธ์ของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (๕ คะแนน)
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
คะแนน
ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน

ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ๗ ปีขึ้นไป
ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน

ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ 5 ปีขึ้นไป
ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน

ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ๕ ปีขึ้นไป
ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ น้อยกว่า ๕ ปี
………….
วิธีการประเมิน
วิธีการให้คะแนน
เอกสารที่เกี่ยวกับ คณะกรรมการจะพิจารณา ประสบการณ์ทํางาน หรือ จากเอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ ผลงานที่เกี่ยวข้องกับ ได้เสนอมาและให้คะแนน รายละเอียดงาน โดยให้ เรียงลําดับลงมาตามเกณฑ์ จัดทําในรูปแบบเอกสาร การพิจารณา ที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า
ผู้ยื่นข้อเสนอในตําแหน่ง
หัวหน้าโครงการเป็นผู้
0 Ro Bikeg
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
คะแนน
วิธีการประเมิน
มีประสบการณ์ และต้อง
ระบุปีที่จัดทําโครงการ
วิธีการให้คะแนน
๓. คณะทํางาน
หรือกิจกรรมนั้นอย่างชัดเจน
ตามเกณฑ์การพิจารณา
ต้องมีคุณสมบัติและประสบการณ์การทํางานของคณะทํางานกําหนด ๓๐ คะแนน
๓.๑ คุณสมบัติและประสบการณ์การทํางานของคณะทํางานคนที่ ๑ (5 คะแนน)

  • วุฒิการศึกษา (๓ คะแนน)
    เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
    คะแนน
    วิธีการประเมิน
    วิธีการให้คะแนน
    วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือสูงกว่า วุฒิการศึกษาที่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี

    สําเนาวุฒิการศึกษาของ คณะกรรมการจะพิจารณา ผู้ยื่นข้อเสนอ โดยต้องระบุ จากเอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ ชัดเจนว่าเป็นคณะทํางาน ได้เสนอมาและให้คะแนน
    เรียงลําดับลงมาตามเกณฑ์
    การพิจารณา
  • ประสบการณ์ในการประเมินโครงการฯ และด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
    วิธีการให้คะแนน เอกสารที่เกี่ยวกับ คณะกรรมการจะพิจารณา ประสบการณ์ทํางาน หรือ จากเอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ ผลงานที่เกี่ยวข้องกับ ได้เสนอมาและให้คะแนน รายละเอียดงาน โดยให้ เรียงลําดับลงมาตามเกณฑ์ จัดทําในรูปแบบเอกสาร การพิจารณา ที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า
    การประชาสัมพันธ์ของคณะทํางาน (๓ คะแนน)
    เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
    คะแนน
    วิธีการประเมิน
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน

    ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ๗ ปีขึ้นไป
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน
    ๒.๕
    ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ 5 ปีขึ้นไป
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน

    ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ๕ ปีขึ้นไป
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน
    ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ น้อยกว่า ๕ ปี
    ผู้ยื่นข้อเสนอในคณะทํางาน
    เป็นผู้มีประสบการณ์ และ
    ต้องระบุปีที่จัดทําโครงการ
    หรือกิจกรรมนั้นอย่างชัดเจน
    ตามเกณฑ์การพิจารณา
    ๓.๒ คุณสมบัติและประสบการณ์การทํางานของคณะทํางานคนที่ ๒ (5 คะแนน)
    คะแนน
  • วุฒิการศึกษา (๓ คะแนน) เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือสูงกว่า วุฒิการศึกษาที่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี
    วิธีการประเมิน
    วิธีการให้คะแนน
    สําเนาวุฒิการศึกษาของ คณะกรรมการจะพิจารณา ผู้ยื่นข้อเสนอ โดยต้องระบุ จากเอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ ชัดเจนว่าเป็นคณะทํางาน ได้เสนอมาและให้คะแนน
    เรียงลําดับลงมาตามเกณฑ์
    การพิจารณา
    f 80 Arg
  • ประสบการณ์ในการประเมินโครงการฯ และด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
    การประชาสัมพันธ์ของคณะทํางาน (๓ คะแนน)
    เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ๗ ปีขึ้นไป
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน
    ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ 5 ปีขึ้นไป
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน
    ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ๕ ปีขึ้นไป
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ น้อยกว่า ๕ ปี
    คะแนน

    ๒.๕
    6
    วิธีการประเมิน
    วิธีการให้คะแนน เอกสารที่เกี่ยวกับ คณะกรรมการจะพิจารณา ประสบการณ์ทํางาน หรือ จากเอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ ผลงานที่เกี่ยวข้องกับ ได้เสนอมาและให้คะแนน รายละเอียดงาน โดยให้ เรียงลําดับลงมาตามเกณฑ์ จัดทําในรูปแบบเอกสาร การพิจารณา ที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า
    ผู้ยื่นข้อเสนอในคณะทํางาน
    เป็นผู้มีประสบการณ์ และ
    ต้องระบุปีที่จัดทําโครงการ
    หรือกิจกรรมนั้นอย่างชัดเจน
    ตามเกณฑ์การพิจารณา
    ๓.๓ คุณสมบัติและประสบการณ์การทํางานของคณะทํางานคนที่ ๓ (5 คะแนน)
    คะแนน
  • วุฒิการศึกษา (๓ คะแนน) เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือสูงกว่า วุฒิการศึกษาที่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี


    G
    วิธีการประเมิน
    วิธีการให้คะแนน
    สําเนาวุฒิการศึกษาของ คณะกรรมการจะพิจารณา ผู้ยื่นข้อเสนอ โดยต้องระบุ จากเอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ ชัดเจนว่าเป็นคณะทํางาน ได้เสนอมาและให้คะแนน
    เรียงลําดับลงมาตามเกณฑ์
    การพิจารณา
  • ประสบการณ์ในการประเมินโครงการฯ และด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
    การประชาสัมพันธ์ของคณะทํางาน (๓ คะแนน)
    เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
    คะแนน
    วิธีการประเมิน
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ๒ ปีขึ้นไป


    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน
    ๒.๕
    วิธีการให้คะแนน เอกสารที่เกี่ยวกับ คณะกรรมการจะพิจารณา ประสบการณ์ทํางาน หรือ จากเอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ ผลงานที่เกี่ยวข้องกับ ได้เสนอมาและให้คะแนน รายละเอียดงาน โดยให้ เรียงลําดับลงมาตามเกณฑ์ จัดทําในรูปแบบเอกสาร การพิจารณา ที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า
    ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ 5 ปีขึ้นไป
    ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ๕ ปีขึ้นไป
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน
    ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ น้อยกว่า ๕ ปี
    เป็นผู้มีประสบการณ์ และ
    ผู้ยื่นข้อเสนอในคณะทํางาน
    ต้องระบุปีที่จัดทําโครงการ
    หรือกิจกรรมนั้นอย่างชัดเจน
    ตามเกณฑ์การพิจารณา
    ๓.๔ คุณสมบัติและประสบการณ์การทํางานของคณะทํางานคนที่ ๔ (5 คะแนน)
  • วุฒิการศึกษา (๓ คะแนน)
    I se
    Blue)
    -๑๒-
    เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือสูงกว่า วุฒิการศึกษาที่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี
    คะแนน


    วิธีการประเมิน
    วิธีการให้คะแนน
    สําเนาวุฒิการศึกษาของ คณะกรรมการจะพิจารณา ผู้ยื่นข้อเสนอ โดยต้องระบุ จากเอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ ชัดเจนว่าเป็นคณะทํางาน ได้เสนอมาและให้คะแนน
    เรียงลําดับลงมาตามเกณฑ์
    การพิจารณา
  • ประสบการณ์ในการประเมินโครงการฯ และด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
    วิธีการให้คะแนน เอกสารที่เกี่ยวกับ คณะกรรมการจะพิจารณา ประสบการณ์ทํางาน หรือ จากเอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ ผลงานที่เกี่ยวข้องกับ ได้เสนอมาและให้คะแนน รายละเอียดงาน โดยให้ เรียงลําดับลงมาตามเกณฑ์ จัดทําในรูปแบบเอกสาร การพิจารณา ที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า
    การประชาสัมพันธ์ของคณะทํางาน (๓ คะแนน)
    เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
    คะแนน
    วิธีการประเมิน
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน

    ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ๗ ปีขึ้นไป
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน
    ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ 5 ปีขึ้นไป
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน

    ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ๕ ปีขึ้นไป
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน
    ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ น้อยกว่า ๕ ปี
    ๒.๕

    ผู้ยื่นข้อเสนอในคณะทํางาน
    เป็นผู้มีประสบการณ์ และ
    ต้องระบุปีที่จัดทําโครงการ
    หรือกิจกรรมนั้นอย่างชัดเจน
    ตามเกณฑ์การพิจารณา
    ๓.๕ คุณสมบัติและประสบการณ์การทํางานของคณะทํางานคนที่ ๕ (5 คะแนน)
  • วุฒิการศึกษา (๓ คะแนน)
    เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
    คะแนน
    วิธีการประเมิน
    วิธีการให้คะแนน
    วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือสูงกว่า วุฒิการศึกษาที่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี


    สําเนาวุฒิการศึกษาของ คณะกรรมการจะพิจารณา ผู้ยื่นข้อเสนอ โดยต้องระบุ จากเอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ ชัดเจนว่าเป็นคณะทํางาน | ได้เสนอมาและให้คะแนน
    เรียงลําดับลงมาตามเกณฑ์
    การพิจารณา
  • ประสบการณ์ในการประเมินโครงการฯ และด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
    การประชาสัมพันธ์ของคณะทํางาน (๓ คะแนน)
    เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
    คะแนน
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน

    ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ๗ ปีขึ้นไป
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน
    ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ 5 ปีขึ้นไป
    ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน
    ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ๕ ปีขึ้นไป
    J
    ๒.๕
    วิธีการประเมิน
    วิธีการให้คะแนน เอกสารที่เกี่ยวกับ คณะกรรมการจะพิจารณา ประสบการณ์ทํางาน หรือ โดยเปรียบเทียบจาก ผลงานที่เกี่ยวข้องกับ เอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ
    รายละเอียดงาน โดยให้ ได้เสนอมาและให้คะแนน
    จัดทําในรูปแบบเอกสาร คิดจากผู้ที่นําเสนอได้ ที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า
    po
    ๑๓-
    เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน ประสบการณ์รายบุคคล ในทํางาน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ น้อยกว่า ๕ ปี
    คะแนน
    วิธีการประเมิน
    วิธีการให้คะแนน
    ผู้ยื่นข้อเสนอในคณะทํางาน ดีที่สุดเรียงลําดับลงมาตาม เป็นผู้มีประสบการณ์ และ เกณฑ์การพิจารณา
    ต้องระบุปีที่จัดทําโครงการ
    หรือกิจกรรมนั้นอย่างชัดเจน
    ตามเกณฑ์การพิจารณา
    ๑๐.๒.๓ ต้องมีผลงานที่ผ่านมาเป็นประเภทเดียวกับงานที่เสนอตามวัตถุประสงค์โครงการฯ ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า 9,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ต่อสัญญา ซึ่งต้องเป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน ๕ ปี กําหนด
    ๑๕ คะแนน
    เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน ผลงานที่ผ่านมา จํานวนไม่น้อยกว่า ๓
    คะแนน
    ๑๕
    สัญญา
    ผลงานที่ผ่านมา จํานวนไม่น้อยกว่า ๒
    สัญญา
    ผลงานที่ผ่านมา จํานวนไม่น้อยกว่า ๑
    สัญญา
    વેન
    วิธีการประเมิน
    วิธีการให้คะแนน
    เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอ คณะกรรมการจะพิจารณา จัดทํามา โดยต้องแสดงให้ โดยเปรียบเทียบจาก เห็นชัดเจนถึงสัญญาหรือ เอกสารผู้ยื่นข้อเสนอ ใบสั่งจ้างที่สอดคล้องกับ ได้เสนอมาและให้คะแนน วัตถุประสงค์โครงการฯ คิดจากผู้ที่นําเสนอได้ ในวงเงินไม่น้อยกว่า ดีที่สุดเรียงลําดับลงมาตาม
    ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท
    เกณฑ์การพิจารณา
    ๑๐.๓ คณะกรรมการฯ ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ําสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสําคัญ และให้ถือว่าการตัดสิน ของกรมการขนส่งทางบกเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ มิได้
    QQ.
    เงื่อนไขอื่นๆ และข้อสงวนสิทธิ์

    ๑๑.๑ กรมการขนส่งทางบกสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการดําเนินงาน เพื่อให้ บรรลุวัตถุประสงค์ได้ตามความเหมาะสม โดยจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบล่วงหน้า
    ๑๑.๒ หากมีเหตุขัดข้องเป็นเหตุให้การดําเนินงานตามขอบเขตการดําเนินงานไม่เป็นไปตามที่กําหนด
    ผู้รับจ้างต้องแจ้งเป็นหนังสือให้กรมการขนส่งทางบกทราบ โดยกรมการขนส่งทางบกจะพิจารณาดําเนินการ
    ตามที่เห็นสมควรต่อไป
    ๑๑.๓ ผลงานทั้งหมดถือเป็นลิขสิทธิ์ของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งกรมการขนส่งทางบกสามารถนําไปทําซ้ํา แก้ไข ดัดแปลง หรือผลิตเพิ่มเติม รวมทั้งเผยแพร่ซ้ําได้ ในกรณีที่ผู้รับจ้างมีความประสงค์จะนําไปใช้ ต้องได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน
    ๑๒. การรักษาความลับ
    ข้อมูล เอกสารใด ๆ ทั้งที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นข้อมูลอื่นที่กรมการขนส่งทางบก ที่ส่งมอบให้ผู้รับจ้าง เพื่อดําเนินการตามงานที่จ้างนี้ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเก็บรักษาข้อมูล เอกสารดังกล่าวไว้เป็นความลับ อย่างเคร่งครัด และไม่เปิดเผย ส่งมอบ เผยแพร่ ข้อมูล เอกสารที่เป็นความลับทั้งหมดไม่ว่าทั้งหมด หรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกหรือหน่วยงานภายนอก เว้นแต่เป็นการเปิดเผย ส่งมอบ เผยแพร่ ข้อมูล
    เอกสารความลับให้แก่เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกเพื่อประกอบการดําเนินการตามงานที่จ้าง
    &a
    1 & &&r
    -๑๔-
    การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    ของอีกฝ่ายหนึ่ง
    การดําเนินการใด ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตงานนี้ ผู้รับจ้างตกลงจะปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมถึงกฎ ระเบียบ ประกาศ และคําสั่งอื่นใดที่ออกตาม พระราชบัญญัติดังกล่าว และที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคตอย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงการดําเนินการใด ๆ ที่จําเป็นเพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้อ่านและเข้าใจรายละเอียดที่ระบุไว้ในคําประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว และได้ดําเนินการให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ความยินยอม ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วยแล้ว ในกรณีที่ ขอบเขตงานนี้ เป็นกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีหน้าที่ที่จะต้องเก็บ รวมรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอนไปต่างประเทศ ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลตามคําสั่งของอีกฝ่ายหนึ่ง ในกรณีดังกล่าวทั้งสองฝ่ายตกลงลงนามในสัญญาเกี่ยวกับ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) ตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกําหนด ๑๔. ปัญหาข้อขัดแย้งและการตีความ
    ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องตีข้อความใด หรือมีข้อความใดที่ขัดแย้งในประกาศ หรือเอกสารเสนอราคา
    หรือในเอกสารอื่นใดก็ตาม ซึ่งมีความจําเป็นต้องวินิจฉัยตัดสิน เพื่อให้การจ้างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
    บรรลุวัตถุประสงค์ของผู้ว่าจ้าง ทางผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ที่จะเป็นผู้ตีความและวินิจฉัยข้อขัดแย้ง ซึ่งได้ถือเป็นอันเด็ดขาดและถึงที่สุด
    ๑๕. ผู้รับผิดชอบโครงการ
    กลุ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร สํานักงานเลขานุการกรม กรมการขนส่งทางบก
    бод
    ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
    ส่วนพัสดุและแผ่นป้ายทะเบียนรถ สํานักบริหารการคลังและรายได้ กรมการขนส่งทางบก
    ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐
    หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๒๒๗๑-๔๖๒๗ หมายเลขโทรสาร ๐-๒๒๗๑-๘๖๒๗
    E-mail address: [email protected]
    และหากท่านต้องการเสนอแนะวิจารณ์ หรือมีความเห็นเกี่ยวกับงานดังกล่าว โปรดให้ความเห็นเป็น ลายลักษณ์อักษรหรือทางเว็บไซต์ไปยังหน่วยงานโดยเปิดเผยตัวตามรายละเอียด ที่อยู่ข้างต้น ประกาศ ณ วันที่ ๒๕….กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สิ้นสุดการวิจารณ์วันที่ ๒… มีนาคม ๒๕๖๙
    :ร่าง
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่
    การจ้างโครงการประเมินผลการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
    ตามประกาศ กรมการขนส่งทางบก
    ลงวันที่ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
    กรมการขนส่งทางบก ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างโครงการ ประเมินผลการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ณ กรมการขนส่งทางบก โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดัง ต่อไปนี้
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ รายละเอียดและขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทั่วไป
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ
    ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ ที่ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย จำนวนไม่น้อยกว่า 1 สัญญา วงเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (ห้า แสนบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่กรมการขนส่ง ทางบกเชื่อถือ โดยต้องยื่นหลักฐานสำเนาหนังสือรับรองผลงานพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องในวันที่ยื่นข้อเสนอ ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้
    เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
    ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
    จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์, สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี) (๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ
    ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงาน ตามข้อ 2.10 พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (๒) ยื่นข้อเสนอตามขอบเขตของงาน (TOR) จ้างโครงการประเมินผลการ ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    (๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
    ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๔๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
    ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
    เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
    ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
    ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
    ๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม
    จะพิจารณาจากราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 20 และพิจารณาข้อเสนอ ด้านเทคนิค หรือข้อเสนออื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 80 (คิดจากคะแนนเต็มร้อย) ๕.๒.๑ กรอบแนวคิด ขั้นตอน แผนการดำเนินงาน และข้อเสนอที่จะทำให้บรรลุ วัตถุประสงค์และขอบเขตการดำเนินงาน ซึ่งจะต้องมีรายละเอียดครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดตามที่ระบุไว้ใน ข้อกำหนดการจ้าง (30 คะแนน)
    ๕.๒.๒ ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในด้านประเมินผลโครงการฯ หรือ มีประสบการณ์เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นๆ เป็นที่ประจักษ์ของบุคลากร ได้แก่ หัวหน้าโครงการ 1 ท่าน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์ 1 ท่าน และคณะทำงานไม่น้อยกว่า 5 ท่าน (55 คะแนน)
    ๕.๒.๓ ต้องมีผลงานที่ผ่านมาเป็นประเภทเดียวกับงานที่เสนอตามวัตถุประสงค์ โครงการฯ ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ต่อสัญญา ซึ่งต้องเป็นผลงานย้อนหลังไม่ เกิน 5 ปี กำหนด 15 คะแนน
    คณะกรรมการฯ ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือ ราคา
    ที่เสนอทั้งหมดก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสิน ของกรมการขนส่งทางบกเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ มิได้ ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๕.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด
    อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    ๖.๑ เงินสด
    ๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
    ๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต
    ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
    ๗. การส่งมอบงาน
    ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานการเก็บข้อมูลและการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของ การดำเนินงานให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด และส่งรายงานสรุปการเก็บข้อมูลและ การประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยให้ ดำเนินการ ดังนี้
    7.1 ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ลงนามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารจำนวน 3 ชุด ซึ่งต้องมีสาระสำคัญในประเด็นต่อไปนี้
    (1) แผนการดำเนินงานของโครงการ (Action Plan)
    (2) กรอบแนวทางการสำรวจและประเมินการรับรู้รับทราบและความพึงพอใจของ กลุ่มเป้าหมาย
    (3) กรอบแนวคิดและวิธีการในการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลการดำเนินงาน (4) โครงร่างของเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอทั้งหมดตามเงื่อนที่กรมการขนส่งทางบก กำหนด
    (5) โครงการด้านการประชาสัมพันธ์ที่กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบ 7.2 ภายใน 210 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารจำนวน 3 ชุด ซึ่ง ต้องมีสาระสำคัญในประเด็นต่อไปนี้
    (1) สรุปผลการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลการดำเนินงานเบื้องต้น ซึ่งเป็นไปตาม แผน
    การดำเนินงานของโครงการ (Action Plan)
    (2) สรุปผลการสำรวจและประเมินการรับรู้และความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้น ซึ่งเป็นไปตามกรอบแนวทางการสำรวจและประเมินการรับรู้รับทราบและความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย (3) สรุปการประเมินความคุ้มค่าการใช้งบประมาณของกิจกรรม/โครงการประชาสัมพันธ์ ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งเป็นไปตามกรอบแนวคิดและวิธีการในการประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผลการดำเนินงาน
    (4) ร่างของรายงานทั้งหมดที่ต้องการนำเสนอ
    7.3 ภายใน 240 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารซึ่งประกอบด้วย (1) รายงานสรุปการเก็บข้อมูลและการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของการ ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนฉบับย่อ โดยนำเสนอในรูปแบบเอกสารจำนวน 5 ชุด (2) รายงานการเก็บข้อมูลและการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของการ ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ที่นำเสนอผลการดำเนินงานตามที่ระบุในขอบเขต ของงานข้อ 4 ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก โดยนำเสนอในรูปแบบเอกสารจำนวน 5 ชุด และไดร์ฟบันทึกข้อมูล (USB Flash drive) ที่บรรจุผลการดำเนินงานในรูปแบบ Word ไฟล์ และ PDF ไฟล์ จำนวน 5 ชุด
    ๘. การเบิกจ่ายเงิน
    งวดที่ ๑ จ่ายเงินร้อยละ 20 ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงาน ตามข้อ 7.1 และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ พิจารณาตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ ๒ จ่ายเงินร้อยละ 40 ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานตาม ข้อ 7.2 และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ พิจารณาตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ ๓ จ่ายเงินร้อยละ 40 ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานตาม ข้อ 7.3 และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ พิจารณาตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    ๙. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๙.๑ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ 10 (สิบ) ของ วงเงินของงานที่จ้างช่วงตามสัญญา
    ๙.๒ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ 8.๑ จะกำหนดค่า ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของค่าจ้างตามสัญญา นับถัดจากวันครบกำหนดการ ส่งมอบงาน
    ๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙
    การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อกรมได้รับอนุมัติเงินจากกองทุนเพื่อ ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 แล้วเท่านั้น กรณีที่ไม่ได้รับการจัดสรรเงิน กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อการจัดหาในครั้งนี้ กรม สามารถยกเลิกการจัดหาได้ ราคากลางของงานประกวดราคาครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น ทั้งสิ้น 1,183,332 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นสามพันสามร้อยสามสิบสองบาทถ้วน
    ๑๐.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ
    ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
    ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    ๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๑๐.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
    (๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๐. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๑. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
    กรมการขนส่งทางบก
    กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    รวิภา เตโช
    (นางสาวรวิภา เตโช)
    หัวหน้าส่วนพัสดุและแผ่นป้ายทะเบียนรถ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
    โดย นางสาวรวิภา เตโช หัวหน้าส่วนพัสดุและ
    แผ่นป้ายทะเบียนรถราง
    ประกาศกรมการขนส่งทางบก
    เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการประเมินผลการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
    ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    กรมการขนส่งทางบก มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างโครงการประเมินผลการ ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๑๘๓,๓๓๒.๐๐ บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นสามพันสามร้อยสามสิบสองบาทถ้วน)
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
    วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ระหว่างเวลา
    ราคา
    ลงวันที่
    ๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
    น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
    น. ถึง
  1. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.dlt.go.th หรือ www.gprocurement.go.th หรือสอบถาม ทางโทรศัพท์หมายเลข
    ๐ ๒๒๗๑ ๘๖๒๗ ในวันและเวลาราชการ
    ประกาศ ณ วันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
    (นางสาวฐิฏิมา นิวาศะบุตร) ผู้อํานวยการสํานักบริหารการคลังและรายได้ ปฏิบัติราชการแทน
    อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
    สําเนาถูกต้อง
    รวิภา เตโช
    (นางสาวรวิภา เตโช)
    หัวหน้าส่วนพัสดุและแผ่นป้ายทะเบียนรถ ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดย นางสาวรวิภา เตโช หัวหน้าส่วนพัสดุและ แผ่นป้ายทะเบียนรถ