จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์แบบครบวงจร แบบรวมอะไหล่ ประจำปีงบประมาณ 2569

ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 69029463545
฿1,908,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 2 มี.ค. 2569 เชียงใหม่
รายละเอียดการจ้าง

ศูนย์ศรีพัฒน์ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ มีความจำเป็นต้องจัดจ้างหน่วยงานภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมการแพทย์ เพื่อบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์แบบครบวงจร แบบรวมอะไหล่ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ เนื่องจากเครื่องมือแพทย์หลายรายการมีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากร และต้องการให้การดูแลเครื่องมือแพทย์เป็นไปตามข้อกำหนดของ Joint Commission International (JCI) และมาตรฐาน ECRI

ขอบเขตงานแบ่งเครื่องมือแพทย์ออกเป็น ๓ ประเภท ได้แก่ ประเภท ก (อยู่ในประกัน – บริหารข้อมูลและประสานงานบริษัทผู้จำหน่าย) ประเภท ข (หมดประกันและอยู่ในสัญญา – ซ่อมแบบรวมอะไหล่ โดยผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่าย วงเงินคุ้มครองสูงสุด ๗๐ เท่าของค่าบริการรายเดือนหลังหักส่วนลดต่ออุปกรณ์) และประเภท ค (หมดประกันและไม่อยู่ในสัญญา – เสนอราคาเพิ่มเติมต่อโรงพยาบาล)

งานหลักประกอบด้วย การจัดทำฐานข้อมูลทะเบียนเครื่องมือแพทย์ ๑,๔๕๘ รายการ พร้อมติดป้ายและสติกเกอร์ ID Code/QR Code ให้แล้วเสร็จภายใน ๖ เดือนนับจากทำสัญญา การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (เครื่องความเสี่ยงสูงอย่างน้อย ๒ ครั้ง/ปี เครื่องอื่นอย่างน้อย ๑ ครั้ง/ปี) การสอบเทียบตามมาตรฐานสากล การซ่อมแซมตามระดับความเสี่ยง (สูงไม่เกิน ๓ วัน กลางไม่เกิน ๕ วัน ต่ำไม่เกิน ๗ วัน) พร้อมบริการ On-call ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และตอบรับแจ้งเหตุฉุกเฉินภายใน ๓๐ นาที โดยไม่รวมเครื่องมือกลุ่มรังสีและระบบ PACS

วงเงินงบประมาณ ๑,๙๐๘,๐๐๐ บาท ระยะเวลาสัญญาตั้งแต่วันลงนามจนถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙ ชำระค่าจ้างรายเดือนเท่าๆ กัน ผู้เสนอราคาต้องมีประสบการณ์ในโรงพยาบาลมากกว่า ๓๐๐ เตียง เป็นสมาชิก ECRI มีผลงานสนับสนุนโรงพยาบาลผ่านการรับรอง JCI มีวิศวกรเครื่องมือแพทย์ที่ผ่านการอบรมสอบเทียบ และมีเครื่องมือสอบเทียบมาตรฐานสากลอย่างน้อย ๔๐ รายการ

English summary

Sriphat Center, a tertiary care hospital, seeks to engage an external specialized service provider for comprehensive medical equipment management with included spare parts for Fiscal Year 2569 (2026). The scope covers 1,458 medical devices, divided into three categories: Type A (under warranty – data management and vendor coordination), Type B (out of warranty, in contract – full-service repair with included parts, capped at 70 times the monthly service fee per device after discount), and Type C (out of warranty, not in contract – additional quotation required). Key deliverables include establishing a medical equipment registry database with ID/QR code labeling within 6 months of contract signing, preventive maintenance (at least twice yearly for high-risk devices, once yearly for others), calibration per international standards, and corrective maintenance with response times based on risk level (high-risk: within 30 minutes response, repair within 3 days; medium-risk: 1 hour response, 5 days; low-risk: 6 hours response, 7 days), plus 24-hour on-call service with 30-minute emergency acknowledgment. Radiology equipment and PACS systems are excluded. Budget: 1,908,000 THB. Contract period: from signing date until 30 September 2569, with equal monthly payments. Bidders must have experience in hospitals with over 300 beds, ECRI membership, a track record of supporting hospitals to achieve JCI accreditation, certified biomedical engineers, and at least 40 internationally calibrated calibration instruments.

สถานที่ดำเนินการ

ศูนย์ศรีพัฒน์ (โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้มีระบบบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์แบบครบวงจรตามมาตรฐานสากล
  • เพื่อให้เครื่องมือแพทย์ทุกชิ้นได้รับการบำรุงรักษา สอบเทียบ และซ่อมแซมอย่างถูกต้องและทันเวลา
  • เพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรจากการใช้เครื่องมือแพทย์
  • เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของโรงพยาบาลให้เป็นไปตาม JCI, ECRI และมาตรฐานวิศวกรรมการแพทย์
  • เพื่อให้มีข้อมูลทะเบียนเครื่องมือแพทย์ที่ครบถ้วน ถูกต้อง และพร้อมตรวจสอบได้ตลอดเวลา

ขอบเขตของงาน

  • การบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ ๓ ประเภท:
    • ประเภท ก: เครื่องมือที่อยู่ในประกัน – บริหารจัดการข้อมูล ประสานงานแจ้งบริษัทผู้จำหน่ายเมื่อเกิดความชำรุดบกพร่อง และบันทึกประวัติ
    • ประเภท ข: เครื่องมือที่หมดประกันและอยู่ในรายการสัญญา – บำรุงรักษา สอบเทียบ และซ่อมแบบรวมอะไหล่ โดยผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่าย (วงเงินคุ้มครองสูงสุด ๗๐ เท่าของค่าบริการรายเดือนหลังหักส่วนลดต่ออุปกรณ์)
    • ประเภท ค: เครื่องมือที่หมดประกันและไม่อยู่ในรายการสัญญา – เสนอราคาค่าบริการรายเดือนต่ออุปกรณ์ให้โรงพยาบาลพิจารณา หากไม่ได้รับอนุมัติต้องประสานงานบริษัทผู้จำหน่ายให้เข้ามาซ่อมแซม
  • งานจัดทำฐานข้อมูลเครื่องมือแพทย์:
    • บันทึกข้อมูลรายละเอียดตัวเครื่อง สถานที่จัดเก็บ หน่วยงานที่ใช้งาน สถานะการใช้งาน ความเป็นเจ้าของ (ซื้อ/เช่า/วาง)
    • จัดประเภทเครื่องมือตามเกณฑ์มาตรฐาน ECRI แบ่งเป็นความเสี่ยงสูง กลาง ต่ำ
    • แล้วเสร็จภายใน ๖ เดือนนับจากทำสัญญา พร้อมติดป้ายทะเบียนและสติกเกอร์ ID Code/QR Code ตรวจสอบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และทำให้เป็นปัจจุบันตลอดอายุสัญญา
  • งานซ่อมบำรุง (Corrective Maintenance):
    • รับเครื่องมือไปซ่อมภายใน ๒๔ ชั่วโมงหลังได้รับแจ้ง เพื่อประเมินความขัดข้องเบื้องต้น
    • กลุ่มความเสี่ยงสูง: ซ่อมเฉลี่ยไม่เกิน ๓ วัน เข้าแก้ไขภายใน ๓๐ นาทีหลังได้รับแจ้ง
    • กลุ่มความเสี่ยงปานกลาง: ซ่อมเฉลี่ยไม่เกิน ๕ วัน เข้าแก้ไขภายใน ๑ ชั่วโมงหลังได้รับแจ้ง
    • กลุ่มความเสี่ยงต่ำ: ซ่อมเฉลี่ยไม่เกิน ๗ วัน เข้าแก้ไขภายใน ๖ ชั่วโมงหลังได้รับแจ้ง
    • จัดเจ้าหน้าที่รับแจ้งซ่อมตลอด ๒๔ ชั่วโมง (On-call service) ในนอกเวลาราชการ
  • งานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance):
    • เครื่องมือความเสี่ยงสูง: บำรุงรักษาอย่างน้อย ๒ ครั้ง/ปี เครื่องมืออื่นๆ: อย่างน้อย ๑ ครั้ง/ปี
    • ดำเนินการตามมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตแนะนำหรือมาตรฐาน ECRI พร้อมทำ Qualitative Tests (ตรวจสอบ Chassis/Housing, Mount, Caster/Brakes, AC Plug, Line Cord, Strain Reliefs, Circuit Breaker/Fuse ฯลฯ)
  • งานสอบเทียบ (Calibration): สอบเทียบเครื่องมือแพทย์โดยอ้างอิงมาตรฐานสากล
  • งานจัดทำศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน: เสนอรายละเอียดการแจ้งเหตุฉุกเฉินภายใน ๑๐ วันนับจากวันเริ่มสัญญา และตอบรับ/ติดต่อกลับภายใน ๓๐ นาที
  • การจัดบุคลากร: จัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลตามจำนวนและคุณสมบัติที่กำหนด หากพนักงานไม่สามารถปฏิบัติงานได้ต้องจัดหาแทนทันที
  • ข้อยกเว้น: ไม่รวมรายการบำรุงรักษา ซ่อมแซม และสอบเทียบ เครื่องมือกลุ่มรังสี และระบบ PACS (DICOM)
  • ความปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูล: ปฏิบัติตาม PDPA จัดการของเสีย/อะไหล่/สารเคมีตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม จัดหา PPE ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง และศึกษาคู่มือความปลอดภัยของศูนย์ศรีพัฒน์ฯ ก่อนเข้าดำเนินงาน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ฐานข้อมูลทะเบียนเครื่องมือแพทย์ ๑,๔๕๘ รายการ (ปีงบประมาณ ๒๕๖๙) ในโปรแกรมบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ แล้วเสร็จภายใน ๖ เดือนนับจากทำสัญญา
  • ป้ายแสดงการจัดทำทะเบียนเครื่องมือแพทย์ และสติกเกอร์ ID Code หรือ QR Code ติดครบทุกเครื่อง
  • ระบบตรวจสอบและติดตามประวัติเครื่องมือแพทย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อัปเดตตลอดอายุสัญญา)
  • รายงานผลการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) พร้อมแบบตรวจสอบ Qualitative Tests
  • ใบรับรองการสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ (Calibration Certificate)
  • รายงานประวัติการซ่อมและสถานะเครื่องมือแต่ละรายการ
  • รายละเอียดการแจ้งเหตุฉุกเฉินเสนอผู้ว่าจ้างภายใน ๑๐ วันนับจากวันเริ่มสัญญา
  • ระบบศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินพร้อมบริการ On-call ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
  • รายงานเอกสารลดหนี้ในกรณีเครื่องมือยกเลิกการผลิตอะไหล่ (ส่งในเดือนถัดไป)
  • การชี้แจงราคาค่าบริการรายเดือนต่อเครื่องตามเอกสารแนบท้ายทุกรายการ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาสัญญา: ตั้งแต่วันลงนามในสัญญา จนถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙
  • ฐานข้อมูลทะเบียนเครื่องมือแพทย์: แล้วเสร็จภายใน ๖ เดือนนับจากวันทำสัญญา
  • รายละเอียดการแจ้งเหตุฉุกเฉิน: เสนอผู้ว่าจ้างภายใน ๑๐ วันนับจากวันเริ่มสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่อยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
    • ไม่เป็นผู้ทิ้งงานตามบัญชีรายชื่อของกรมบัญชีกลาง (รวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นผู้บริหาร)
    • มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณโครงการ (วงเงินสินเชื่อจากธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต ออกให้ไม่เกิน ๙๐ วันนับถึงวันยื่นข้อเสนอ) และต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากอีกครั้งในวันลงนามสัญญา
  • Standards Compliance:
    • ต้องเป็นสมาชิก ECRI (Emergency Care Research Institute) ปัจจุบัน พร้อมแสดงหลักฐานในวันยื่นข้อเสนอ
    • ต้องบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ได้ตามมาตรฐาน JCI แนะนำ
  • Experience:
    • มีประสบการณ์บริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ในสถานพยาบาล โดยต้องมีประสบการณ์ในโรงพยาบาลที่มีจำนวนเตียงมากกว่า ๓๐๐ เตียงขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑ งาน (แสดงหลักฐานในวันยื่นข้อเสนอ)
    • มีผลงานที่ทำให้โรงพยาบาลที่ให้บริการผ่านการรับรองมาตรฐาน JCI (แสดงเอกสารรับรองผลงานในวันยื่นข้อเสนอ)
  • Previous Project Cost: ไม่ระบุในเอกสาร (ระบุเพียงประสบการณ์ในโรงพยาบาลมากกว่า ๓๐๐ เตียง ไม่น้อยกว่า ๑ งาน)
  • Technical Capabilities:
    • มีเครื่องมือที่ใช้ในการสอบเทียบที่ได้รับการสอบเทียบตามมาตรฐานระดับสากล อย่างน้อย ๔๐ รายการ พร้อมเอกสารยืนยันจำนวนและรายการเครื่องมือ และหลักฐานการสอบเทียบครั้งล่าสุดของแต่ละรายการ
    • สามารถให้บริการรับแจ้งซ่อมตลอด ๒๔ ชั่วโมง (On-call service)
  • Personnel:
    • มีวิศวกรด้านเครื่องมือแพทย์ที่มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการสอบเทียบเครื่องมือทางการแพทย์
    • วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้อง และผ่านการอบรมการสอบเทียบเครื่องมือทางการแพทย์ (แสดงเอกสารรับรองการอบรมในวันยื่นข้อเสนอ)
    • ต้องรับรองว่ามีบุคลากรตามจำนวนและคุณสมบัติที่โรงพยาบาลกำหนด

เกณฑ์การพิจารณา

  • การประเมินข้อเสนอเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ (ตามข้อกำหนด ๔.๑) ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อศูนย์ศรีพัฒน์:
    • เสนอระบบบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์มากกว่าที่กำหนด ๑ ระบบ: ได้ ๑๐ คะแนน
    • เสนอระบบบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์มากกว่าที่กำหนด ๒ ระบบขึ้นไป: ได้ ๑๕ คะแนน
    • รวมคะแนนส่วนนี้ทั้งหมด ๑๕ คะแนน
  • หมายเหตุ: เกณฑ์การประเมินส่วนอื่นๆ (ราคา/คุณภาพ) ไม่ปรากฏครบถ้วนในเอกสารที่ให้มา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ครอบคลุมเครื่องมือแพทย์ ๑,๔๕๘ รายการ (ปีงบประมาณ ๒๕๖๙) ตามเอกสารแนบท้าย
  • จัดประเภทความเสี่ยงเครื่องมือแพทย์ตามเกณฑ์มาตรฐาน ECRI แบ่งเป็น ๓ ระดับ (สูง/กลาง/ต่ำ)
  • ฐานข้อมูลทะเบียนต้องบันทึก: รายละเอียดตัวเครื่อง สถานที่จัดเก็บ หน่วยงานที่ใช้งาน สถานะการใช้งาน ความเป็นเจ้าของ (ซื้อ/เช่า/วาง)
  • ระบบบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์พร้อมระบบตรวจสอบอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน ID Code/QR Code
  • มาตรฐานการบำรุงรักษาอ้างอิงตามมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตแนะนำหรือมาตรฐาน ECRI
  • การซ่อมแบบรวมอะไหล่ (ยกเว้นอุปกรณ์ต่อพ่วงและอุปกรณ์สิ้นเปลือง) วงเงินคุ้มครองสูงสุด ๗๐ เท่าของค่าบริการรายเดือนหลังหักส่วนลดต่ออุปกรณ์
  • เวลาตอบสนองและซ่อมตามระดับความเสี่ยง: สูง (๓๐ นาที/๓ วัน) กลาง (๑ ชั่วโมง/๕ วัน) ต่ำ (๖ ชั่วโมง/๗ วัน) — ไม่รวมระยะเวลาสั่งซื้ออะไหล่
  • เครื่องมือสอบเทียบมาตรฐานสากลอย่างน้อย ๔๐ รายการ
  • ไม่รวมเครื่องมือกลุ่มรังสีและระบบ PACS (DICOM)

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: จ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน งวดละเท่าๆ กันตามเดือนปฏิทิน เมื่อผู้รับจ้างให้บริการครบรอบเดือนตามเงื่อนไข และคณะกรรมการตรวจรับตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
  • อัตราค่าปรับ: หากดำเนินงานไม่เสร็จตามระยะเวลา ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข หรือผิดสัญญา ต้องชำระค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา จนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จถูกต้องครบถ้วน
  • กรณีบอกเลิกสัญญา: ผู้รับจ้างยินยอมชำระค่าปรับรายวันร้อยละ ๐.๑๐ ของมูลค่างานทั้งหมดจนถึงวันบอกเลิกสัญญา และยินยอมให้ริบหลักประกันทั้งหมด พร้อมเรียกค่าเสียหายอื่นๆ อันพึงมีได้อีก
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ผู้รับจ้างรับผิดชอบและยินยอมชดใช้ค่าเสียหายหรือซ่อมแซมทรัพย์สินของศูนย์ศรีพัฒน์ฯ อันเนื่องจากความประมาทเลินเล่อหรือทุจริตของพนักงาน ภายใน ๓๐ วันนับตั้งแต่มีข้อสรุปว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
  • การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA): ต้องรักษาความลับข้อมูลผู้ป่วยและบุคลากรตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ หากข้อมูลรั่วไหลต้องชดเชยความเสียหายแก่โรงพยาบาล
  • ความปลอดภัย: จัดหา PPE ที่เหมาะสมและได้มาตรฐานด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งหมด และจัดการของเสีย/อะไหล่/สารเคมีตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม
  • การปรับเปลี่ยนรายการเครื่องมือ: กรณีเพิ่ม/ลดจำนวนเครื่องมือ ผู้รับจ้างต้องชี้แจงราคาค่าบริการรายเดือนต่อเครื่องก่อนนำเข้าสัญญา และทำรายงานลดหนี้ในเดือนถัดไปหากเครื่องยกเลิกการผลิตอะไหล่

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: เครื่องมือแพทย์ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสัญญานี้มีจำนวนเท่าไร?
    ตอบ: ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ มีจำนวน ๑,๔๕๘ รายการ ตามรายละเอียดเอกสารแนบท้าย และผู้รับจ้างต้องชี้แจงราคาค่าบริการรายเดือนต่อเครื่องทุกรายการ
  • คำถาม: สัญญานี้ครอบคลุมเครื่องมือกลุ่มรังสีหรือระบบ PACS หรือไม่?
    ตอบ: ไม่รวม รายการบำรุงรักษา ซ่อมแซม และสอบเทียบ เครื่องมือกลุ่มรังสี และระบบบริหารจัดการจัดเก็บภาพ/สำรองข้อมูล X-Ray หรือระบบที่จัดเก็บตามมาตรฐาน DICOM (ระบบ PACS) ถูกยกเว้นออกจากสัญญา
  • คำถาม: ฐานข้อมูลทะเบียนเครื่องมือแพทย์ต้องแล้วเสร็จภายในเมื่อไร และต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง?
    ตอบ: แล้วเสร็จภายใน ๖ เดือนนับจากวันทำสัญญา โดยต้องบันทึกรายละเอียดตัวเครื่อง สถานที่จัดเก็บ หน่วยงานที่ใช้งาน สถานะการใช้งาน ความเป็นเจ้าของ (ซื้อ/เช่า/วาง) พร้อมติดป้ายทะเบียนและสติกเกอร์ ID Code/QR Code และต้องทำให้เป็นปัจจุบันตลอดอายุสัญญา
  • คำถาม: วงเงินคุ้มครองในการซ่อมเครื่องมือประเภท ข คือเท่าไร?
    ตอบ: สูงสุด ๗๐ เท่าของค่าบริการรายเดือนหลังหักส่วนลดแล้ว ต่ออุปกรณ์ ต่อการซ่อมแซมแต่ละครั้ง
  • คำถาม: หากเครื่องมือแพทย์ความเสี่ยงสูงขัดข้อง ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
    ตอบ: ต้องเข้าแก้ไขภายใน ๓๐ นาทีหลังได้รับแจ้ง และระยะเวลาเฉลี่ยการซ่อมไม่เกิน ๓ วัน (ไม่รวมระยะเวลาสั่งซื้ออะไหล่) ส่วนเครื่องความเสี่ยงกลาง/ต่ำ ต้องเข้าแก้ไขภายใน ๑ ชั่วโมง/๖ ชั่วโมง และซ่อมเฉลี่ยไม่เกิน ๕ วัน/๗ วัน ตามลำดับ
  • คำถาม: ความถี่ในการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) เป็นเท่าไร?
    ตอบ: เครื่องมือความเสี่ยงสูงต้องบำรุงรักษาอย่างน้อย ๒ ครั้งต่อปี เครื่องมืออื่นๆ อย่างน้อย ๑ ครั้งต่อปี โดยอ้างอิงมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตแนะนำหรือมาตรฐาน ECRI
  • คำถาม: ผู้เสนอราคาต้องเป็นสมาชิกองค์กรใด และต้องมีผลงานมาตรฐานใด?
    ตอบ: ต้องเป็นสมาชิกปัจจุบันของ ECRI (Emergency Care Research Institute) และต้องมีผลงานบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ที่ทำให้โรงพยาบาลที่ให้บริการผ่านการรับรองมาตรฐาน JCI
  • คำถาม: ผู้เสนอราคาต้องมีเครื่องมือสอบเทียบกี่รายการ และต้องแสดงหลักฐานอะไร?
    ตอบ: ต้องมีเครื่องมือสอบเทียบที่ได้รับการสอบเทียบตามมาตรฐานระดับสากลอย่างน้อย ๔๐ รายการ พร้อมเอกสารยืนยันจำนวนและรายการเครื่องมือ รวมถึงหลักฐานการสอบเทียบครั้งล่าสุดของแต่ละรายการ
  • คำถาม: ในนอกเวลาราชการผู้รับจ้างต้องให้บริการอย่างไร?
    ตอบ: ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รับแจ้งซ่อมได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (On-call service) และต้องดำเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จโดยไม่กระทบต่อการให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วย รวมถึงตอบรับแจ้งเหตุฉุกเฉินภายใน ๓๐ นาที
  • คำถาม: กรณีเครื่องมือแพทย์ประเภท ค (หมดประกันและไม่อยู่ในสัญญา) เสีย ผู้รับจ้างมีหน้าที่อย่างไร?
    ตอบ: ผู้รับจ้างต้องเสนอราคาค่าบริการรายเดือนต่ออุปกรณ์ให้โรงพยาบาลพิจารณา หากได้รับอนุมัติต้องดำเนินการเหมือนเครื่องมือประเภท ข แต่หากไม่ได้รับอนุมัติ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบประสานงานระหว่างโรงพยาบาลกับบริษัทผู้จำหน่ายให้เข้ามาซ่อมแซม

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม


ขอบเขตของงาน (Term Of Reference : TOR)
จ้างเหมาบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์แบบครบวงจร แบบรวมอะไหล่ ประจําปีงบประมาณ ๒๕๖๙
๑. ความเป็นมา
ศูนย์ศรีพัฒน์ เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิที่มีปริมาณและความซับซ้อนของเครื่องมือแพทย์เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง เครื่องมือแพทย์หลายรายการมีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากร
จําเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ที่เป็นมาตรฐานสากล ครอบคลุมการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) การสอบเทียบ (Calibration) และการซ่อมบํารุง (Corrective Maintenance) รวมถึงการจัดทําทะเบียนเครื่องมือแพทย์ การติดตามเหตุขัดข้อง การควบคุมความเสี่ยงด้านอุปกรณ์ และการ เฝ้าระวังประกาศเตือนด้านความปลอดภัยจากองค์กรต่างประเทศ เช่น ECRI และ FDA
ความรู้
เนื่องจากงานด้านการบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์เป็นงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ด้านวิศวกรรมการแพทย์ เครื่องมือสอบเทียบตามมาตรฐานสากล และบุคลากรที่มีประสบการณ์ และ ดําเนินการครอบคลุมช่วงเวลาที่โรงพยาบาลเปิดทําการ ดังนั้น จึงจําเป็นต้องจัดจ้างหน่วยงานภายนอกที่มี ความรู้ ความสามารถ และผ่านการรับรองตามมาตรฐาน และให้บริการครอบคลุมช่วงเวลาทั้งหมด เพื่อให้การ ดูแลเครื่องมือแพทย์ของโรงพยาบาลเป็นไปตามข้อกําหนดของ Joint Commission International (JCI),
มาตรฐาน ECRI และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติงานของสถานพยาบาลขนาดใหญ่
ดังนั้น เพื่อให้การดูแลและซ่อมบํารุงเครื่องมือแพทย์มีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงในการให้บริการ ผู้ป่วย และสนับสนุนคุณภาพการรักษาตามมาตรฐานสากล จึงมีความจําเป็นต้องดําเนินการจัดจ้างบริการ บริหารจัดการเครื่องมือแพทย์แบบเหมารวมอะไหล่ตามขอบเขตที่กําหนด
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อให้มีระบบบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์แบบครบวงจรตามมาตรฐานสากล
๒.๒ เพื่อให้เครื่องมือแพทย์ทุกชิ้นได้รับการบํารุงรักษา สอบเทียบ และซ่อมแซมอย่างถูกต้องและทันเวลา ๒.๓ เพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรจากการใช้เครื่องมือแพทย์ ๒.๔ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของโรงพยาบาลให้เป็นไปตาม JCI, ECRI และมาตรฐานวิศวกรรมการแพทย์ ๒.๕ เพื่อให้มีข้อมูลทะเบียนเครื่องมือแพทย์ที่ครบถ้วน ถูกต้อง และพร้อมตรวจสอบได้ตลอดเวลา
คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการคลังกําหนด ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน และได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
(ลงชื่อ) -สุทธิภา พงศ์มณี ประธานกรรมการ
(อ.น.พ. สุทธิภาค พงศ์มณี)
(ลงชื่อ) -ณัฐชยา เสาร์สุวรรณ กรรมการ (นางสาวณัฐชยา เสาร์สุวรรณ)
(ลงชื่อ) - ชุติกาญจน์ หิรัณจารุกร กรรมการ (นางสาวชุติกาญจน์ หิรัณจารุกร)
FM-PRC-019 Rev.01
Date 22/10/2567

ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัท เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ
ค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียน
ให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณี ได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
(๕) กรณีตาม (๑) - (๔) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้

(๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๕๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์การบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ในสถานพยาบาล ต้องมี ประสบการณ์ในโรงพยาบาลที่มีจํานวนเตียงมากกว่า ๓๐๐ เตียงขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑ งาน โดยแสดงหลักฐาน
ในวันที่ยื่นข้อเสนอ
๓.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ ดําเนินการซ่อม บํารุงรักษา และสอบเทียบ เครื่องมือ โดยอ้างอิงกับมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์ ได้แก่ Emergency Care Research Institute (ECRI) พร้อมทั้งเป็นสมาชิก ECRI พร้อมทั้งสามารถทํางาน โดยอ้างอิงกับมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง กับเครื่องมือแพทย์ ได้แก่ Emergency Care Research Institute (ECRI) และสามารถยืนยันได้ว่าปัจจุบันเป็น สมาชิกขององค์กรดังกล่าว โดยแสดงในวันยื่นข้อเสนอ
๓.๑๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ได้ตามมาตรฐาน JCI แนะนําจนทําให้ โรงพยาบาลที่ทางผู้ยื่นข้อเสนอให้บริการ ผ่านการรับรองมาตรฐาน JCI โดยแสดงเอกสารในรับรองผลงานในวัน
ยื่นข้อเสนอ
๓.๑๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีวิศวกรทางด้านเครื่องมือแพทย์ ที่มีความรู้ ความชํานาญและประสบการณ์ใน การสอบ เทียบเครื่องมือทางการแพทย์ โดยมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ในสาขาที่เกี่ยวข้อง และผ่านการ อบรมการสอบเทียบเครื่องมือทางการแพทย์ โดยมีเอกสารรับรองการ อบรมของวิศวกรที่เข้ามาดําเนินการบริหาร จัดการ เนื่องจากเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูง มีผลต่อการ ให้บริการผู้ป่วย ซึ่งอาจเกิดอันตรายในการ ใช้งาน จึงจําเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญ หรือมีประสบการณ์ในการซ่อมบํารุง การสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ โดยต้องมี คุณสมบัติตามข้อกําหนด ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับรองว่ามีบุคลากรตามจํานวน และคุณสมบัติตามที่โรงพยาบ กําหนด ในการเข้าดําเนินงานจ้างเหมาบริการบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ แบบ รวมอะไหล่ ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องยื่นเอกสารใบรับรองการผ่านอบรมการสอบเทียบของบุคลากรในวันยื่นข้อเสนอ
๓.๑๗ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีเครื่องมือที่ใช้ในการสอบเทียบที่ได้รับการสอบเทียบตามมาตรฐานระดับ สากล อย่างน้อย ๔๐ รายการ และสามารถแสดงเอกสารยืนยันจํานวนและรายการเครื่องมือ รวมทั้งหลักฐาน การสอบเทียบครั้งล่าสุดของ เครื่องมือแต่ละรายการมาแสดง พร้อมแสดงหลักฐาน
(ลงชื่อ) -สุทธิภา พงศ์มณี ประธานกรรมการ
(อ.น.พ. สุทธิภาค พงศ์มณี)
(ลงชื่อ) -ณัฐชยา เสาร์สุวรรณ กรรมการ (นางสาวณัฐชยา เสาร์สุวรรณ)
(ลงชื่อ) - ชุติกาญจน์ หิรัณจารุกร กรรมการ
FM-PRC-019 Rev.01
(นางสาวชุติกาญจน์ หิรัณจารุกร)
Date 22/10/2557
๔. รายละเอียดของงาน
บริการบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ (แบบรวมอะไหล่) คือ การจัดการบริหารอย่างเป็นระบบแบบครบ วงจร ประกอบด้วย การซ่อม (Corrective Maintenance) การบํารุงรักษา ตามระยะเวลา (Preventive Maintenance) การจัดทําทะเบียนเครื่องมือและประวัติการซ่อม และการสอบเทียบ (Calibration) ของ เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ในโรงพยาบาลตามรายการที่กําหนด โดยรวมอะไหล่ ยกเว้น อุปกรณ์ต่อพ่วง และอุปกรณ์สิ้นเปลือง รวมถึงการบริหารจัดการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ และการ จัดเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานในโรงพยาบาลฯ โดย การบริหารจัดการโดยแบ่งเครื่องมือแพทย์ เป็น ๓ ประเภท
ดังนี้
(๑) ประเภท ก : เป็นเครื่องมือแพทย์ที่อยู่ในประกัน ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการบริหารจัดการข้อมูล และประสานงานแจ้งบริษัทผู้จําหน่ายในกรณีเกิดความชํารุดบกพร่อง รวมทั้งแจ้งให้เข้ามาซ่อม บํารุงรักษาสอบ เทียบตามเงื่อนไขในสัญญานั้นๆ และลงบันทึกประวัติไว้
(๒) ประเภท ข : เป็นเครื่องมือแพทย์ที่หมดประกัน และอยู่ในรายการสัญญาจ้างเหมาบริการ ผู้รับจ้าง ต้อง บริการจัดการข้อมูลและตรวจสอบข้อมูล ดําเนินการบํารุงรักษาและสอบเทียบ รวมถึงดําเนินการซ่อมแบบ รวมอะไหล่ จากบริษัทผู้จําหน่ายหรือบริษัทอื่นๆ ตามความจําเป็น โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตามวงเงิน คุ้มครองในการซ่อมของการซ่อมแซมแต่ละครั้งสูงสุดคือ ๗๐ เท่าของค่าบริการรายเดือน หลังหักส่วนลดแล้วต่ออุปกรณ์
(๓) ประเภท คะ เป็นเครื่องมือแพทย์ที่หมดประกัน และไม่ได้อยู่ในรายการสัญญาจ้างเหมาบริการ ผู้รับ จ้างจะทําการเสนอราคาค่าบริการ รายเดือนต่ออุปกรณ์ให้โรงพยาบาลฯ พิจารณาเพื่อนําเข้าสัญญา หากได้รับ การอนุมัติจากทางโรงพยาบาลฯแล้ว ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตามเครื่องมือประเภท ข ในกรณีหากไม่ได้รับการ อนุมัติจากทางโรงพยาบาลฯ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบการประสานงานโรงพยาบาลฯ และบริษัทผู้จําหน่าย ให้ เข้ามาซ่อมแซม กรณีเกิดความชํารุดบกพร่อง
๔.๑ งานการจัดทําฐานข้อมูลเครื่องมือแพทย์
๔.๑.๑ ผู้รับจ้างต้องนําข้อมูลทะเบียนเครื่องมือแพทย์จากทางโรงพยาบาลฯ ที่ได้รับและจากการสํารวจ ไป จัดทําทะเบียนเครื่องมือโดย ทําการบันทึกข้อมูล ไม่น้อยกว่า ดังนี้
๑. รายละเอียดของตัวเครื่อง
๒. สถานที่จัดเก็บ
60.
หน่วยงานที่ใช้งาน
๔. สถานะการใช้งาน
๕. ความเป็นเจ้าของ เช่น เครื่องซื้อ เครื่องเช่า หรือ เครื่องวาง
5. จัดประเภทเครื่องมือแพทย์โดยใช้เกณฑ์มาตรฐาน ECRI โดยแยกประเภทเครื่องออกเป็นดังนี้
๑.ความเสี่ยงสูง ๒.ความเสี่ยงกลาง ๓.ความเสี่ยงต่ํา
ดําเนินการทั้งหมดลงในโปรแกรมบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ โดยแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ได้ทําสัญญา พร้อมทั้งติดป้ายแสดงการจัดทําทะเบียนของเครื่องมือแพทย์ และสติกเกอร์ไอดีโค้ด หรือคิว อาร์โค้ด เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบ และติดตามประวัติเครื่องมือแพทย์ ผ่านระบบอิเล็คทรอนิกส์และ หลังจากนั้นทําให้เป็นปัจจุบันตลอดอายุสัญญา
(ลงชื่อ) -สุทธิภา พงศ์มณี ประธานกรรมการ
(อ.น.พ. สุทธิภาส พงศ์มณี)
(ลงชื่อ) -ณัฐชยา เสาร์สุวรรณ กรรมการ (นางสาวณัฐชยา เสาร์สุวรรณ)
(ลงชื่อ) ชุติกาญจน์ หิรัณจารุกร กรรมการ
FM-PRC-019 Rev.01
(นางสาวชุติกาญจน์ หิรัณจารุกร)
Date 22/10/2567
๔.๒.๓ กรณีที่พนักงานตามรายชื่อที่ส่งให้ผู้ว่าจ้างไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ หรือหากมีการเปลี่ยน พนักงาน ใหม่ ผู้รับจ้างต้องจัดหาพนักงานแทน เพื่อให้มีจํานวน ครบถ้วนตามที่ระบุไว้
พนักงานมาปฏิบัติงาน
ซึ่งต้องมีคุณสมบัติตรงตามข้อกําหนดของแต่ละตําแหน่ง โดยแจ้งรายชื่อพร้อมประวัติให้กับผู้ว่าจ้างทราบก่อนหรืออย่างช้าในวันที่
๔.๒.๔ ในกรณีเครื่องมือแพทย์ขัดข้องใช้การไม่ได้ ผู้รับจ้างต้องรับเครื่องมือนําไปซ่อมภายใน ๒๔ ชั่วโมง หลังจากที่ได้รับแจ้งเพื่อประเมินการขัดข้องในเบื้องต้น กรณีไม่สามารถซ่อมได้เองจําเป็นต้องส่งซ่อมบริษัท ภายนอก ช่างต้องประเมินสภาพเครื่องมือก่อนส่งซ่อม และรายงานโรงพยาบาลฯ ก่อน
๔.๒.๕ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการซ่อมเครื่องมือแพทย์ที่อยู่ในรายการซ่อมเครื่องมือแพทย์ โดยจําแนก ระยะเวลา เฉลี่ยในการซ่อม ตามกลุ่มเสี่ยงของเครื่องมือแพทย์ดังนี้
ระยะเวลาเฉลี่ยการซ่อมเครื่องมือแพทย์ กลุ่มความเสี่ยงสูง ไม่เกิน ๓ วัน โดยต้องเข้าแก้ไขภายใน ๓๐
นาทีหลังได้รับแจ้ง
ระยะเวลาเฉลี่ยการซ่อมเครื่องมือแพทย์ กลุ่มความเสี่ยงปานกลาง ไม่เกิน ๕ วัน โดยต้องเข้าแก้ไข ภายใน ๑ ชั่วโมงหลังได้รับแจ้ง

  • ระยะเวลาเฉลี่ยการซ่อมเครื่องมือแพทย์ กลุ่มความเสี่ยงต่ําไม่เกิน ๗ วัน โดยต้องเข้าแก้ไขภายใน 6 ชั่วโมงหลังได้รับแจ้ง
    ทั้งนี้ไม่รวมถึงระยะเวลาในการดําเนินการสั่งซื้ออะไหล่เพื่อเปลี่ยนในการซ่อมเครื่องมือแพทย์
    ๔.๒.๔ ในกรณีนอกเวลาราชการ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ สามารถรับแจ้งซ่อมได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (On call service) และต้องดําเนินการซ่อมแซม ให้แล้วเสร็จโดยไม่กระทบต่อการให้บริการรักษาพยาบาล ผู้ป่วยของหน่วยงานที่แจ้ง
    ๔.๓ งานบํารุงรักษาเครื่องมือแพทย์
    ๔.๓.๑ ผู้เสนอราคาต้องวางแผนงานและการดําเนินการบํารุงรักษา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาล โดยจะดําเนินการแบ่งตามความเสี่ยง โดยความเสี่ยงสูง บํารุงรักษาอย่างน้อย ๒ ครั้ง นอกเหนือจากนั้นเป็น บํารุงรักษาอย่างน้อย ๑ ครั้ง และจะดําเนินการอ้างอิงตาม มาตรฐานโรงงานผู้ผลิต แนะนํา หรือตามมาตรฐาน ECRI (Emergency Care Research Institute)กําหนด
    ๔.๓.๒ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการบํารุงรักษาไม่น้อยกว่า ดังนี้
    Qualitative Tests เป็นการตรวจสอบในรายละเอียดของเครื่องโดยรวม

    G
    વેબ
    g
    รายการ
    Chassis / Housing
    Mount
    Caster / Brakes
    AC Plug / Receptacles
    Line Cord
    Strain Reliefs
    Circuit Breaker / Fuse
    การดําาเนินการ
    ตรวจสอบ สภาพตัวเครื่อง, รอยแตก, รอยร้าว ตรวจสอบ พุกน็อตยึดของเครื่อง, ฐานรอง, ผนัง
    ตรวจสอบ ล้อ / เบรกของล้อ
    ตรวจสอบ สายไฟ AC มีขา Ground / เต้ารับ มี Ground
    ตรวจสอบ สภาพสายไฟ AC ไม่มีรอยหรือจุดเปลือยของสายทองแดง
    ตรวจสอบ หัวปลั๊ก AC แน่นหนา
    ตรวจสอบ อุปกรณ์ตัดไฟฟ้า / ฟิวส์
    (ลงชื่อ) -สุทธิภาศ พงศ์มณี ประธานกรรมการ
    (อ.น.พ. สุทธิภา พงศ์มณี)
    (ลงชื่อ) -ณัฐชยา เสาร์สุวรรณ กรรมการ (นางสาวณัฐชยา เสาร์สุวรรณ)
    (ลงชื่อ) - ชุติกาญจน์ หิรัณจารุกร กรรมการ
    (นางสาวชุติกาญจน์ หิรัณจารุกร)
    FM-PRC-019 Rev.01
    Date 22/10/2567
    ๔.๔.๑๑ ผู้รับจ้างต้องจัดทําศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน
    นับจากวันเริ่มสัญญา
    ๑) ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายละเอียดการแจ้งเหตุฉุกเฉินเสนอต่อผู้ว่าจ้างภายใน
    ๑๐ วัน
    ๒) เมื่อผู้รับจ้างได้รับการแจ้งเหตุฉุกเฉินจากผู้ว่าจ้างหรือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลฯ ผู้รับจ้างจะต้องทําการตอบรับ หรือติดต่อกลับเจ้าหน้าที่ที่แจ้งงานซ่อมภายใน
    ๔.๔.๑๒ รายการเครื่องมือแพทย์
    เอกสารแนบท้าย)
    เอกสารแนบท้ายทุกรายการ
    ๓๐ นาที
    ๑) ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ จํานวนครุภัณฑ์ ๑,๔๕๘ รายการ (รายละเอียดตาม
    ๒) ผู้รับจ้างจะต้องทําการชี้แจงราคาค่าบริการรายเดือนต่อเครื่องตาม
    ๓) กรณีที่มีการเพิ่มเติมหรือลดจํานวนเครื่องมือแพทย์ที่ต้องบริหารจัดการตามที่ผู้ ว่าจ้างกําหนดไว้ แต่ละปี ผู้รับจ้างจะต้องทําการชี้แจงราคาค่าบริการรายเดือนต่อเครื่องให้ทางโรงพยาบาล รับทราบก่อน นําเข้าสัญญา และหรือกรณีลดจํานวนเครื่องมือแพทย์เนื่องจาก เครื่องดังกล่าวได้ประกาศยกเลิก การผลิต อะไหล่ และไม่สามารถหาอะไหล่ในการซ่อมแซมได้ ให้ทางผู้รับจ้างทํารายงานเอกสารเพื่อลดหนี้ให้แก่
    ทาง โรงพยาบาลฯในเดือนถัดไป
    ๔) ไม่รวมรายการบํารุงรักษา ซ่อมแซม และสอบเทียบ เครื่องมือกลุ่มรังสี และระบบ บริหาร จัดการ จัดเก็บภาพ เก็บสํารองข้อมูลทาง X-Ray หรือระบบบริหารจัดการ จัดเก็บภาพ เก็บสํารอง ข้อมูลในกลุ่ม เครื่องมือแพทย์อื่นๆ จัดเก็บตามมาตรฐาน DICOM(ระบบ PACS)
    ๔.๔.๑๓ มาตรการด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานโดยคํานึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย บุคลากร และทรัพย์สินของโรงพยาบาล ตลอดจน ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม โดยไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลหากพบจะต้องทําการ ชดเชยความเสียหายแก่โรงพยาบาล
    ๔.๔.๑๔ ผู้รับจ้างต้องจัดการกับของเสีย อะไหล่ หรือสารเคมีจากการซ่อมบํารุง ตามกฎหมาย สิ่งแวดล้อมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    ๔.๔.๑๕. ผู้รับจ้างต้องรักษาความลับข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยและบุคลากรที่อาจ ได้รับรู้จากการปฏิบัติงาน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
    ๔.๔.๑๖ ผู้รับจ้างต้องทําความเข้าใจคู่มือความปลอดภัยในการทํางานของศูนย์ศรีพัฒน์ฯ ก่อน เข้าดําเนินงาน รวมทั้งต้องจัดหา PPE ที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน สําหรับการทํางานโดยเป็นค่าใช้จ่ายของ ทางผู้รับจ้างทั้งหมด
    ๕. ระยะเวลาดําเนินการ
    ระยะเวลาในการดําเนินการจ้างเหมาบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์แบบครบวงจร ประจําปี
    งบประมาณ ๒๕๖๙ เริ่มดําเนินการตั้งแต่วันลงนามในสัญญา จนถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙
    (ลงชื่อ) -ณัฐชยา เสาร์สุวรรณ กรรมการ (นางสาวณัฐชยา เสาร์สุวรรณ)
    (ลงชื่อ) -สุทธิภาศ พงศ์มณี ประธานกรรมการ
    (อ.น.พ. สุทธิภาศ พงศ์มณี)
    (ลงชื่อ) ชุติกาญจน์ หิรัณจารุกร กรรมการ (นางสาวชุติกาญจน์ หิรัณจารุกร)
    FM-PRC-019 Rev.01
    Date 22/10/2567

    ข้อเสนอเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์
    (ตามข้อกําหนด ๔.๑) ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อเพิ่มศูนย์ศรีพัฒน์
    ๕.๑ เสนอระบบบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์มากกว่าที่กําหนด ๑ ระบบ
    ได้ ๑๐ คะแนน
    ๕.๒ เสนอระบบบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์มากกว่าที่กําหนด ๒ ระบบ ขึ้นไป ได้ ๑๕ คะแนน
    รวมคะแนนทั้งหมด
    ๑๕
    ๗. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
    งบประมาณประจําปี พ.ศ.๒๕๖๙ จํานวนเงินทั้งสิ้น ๑,๙๐๘,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนแปดพันบาท ถ้วน) รวมตลอดค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว
    ๘. งวดงานและการจ่ายเงิน
    ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างเป็นรายเดือน งวดละเท่าๆกันตามเดือนปฏิทิน โดยจะดําเนินการชําระเงิน เมื่อผู้รับจ้างดําเนินการให้บริการในแต่ละรอบเดือน แล้วเสร็จตามเงื่อนไขที่ทางศูนย์ศรีพัฒน์ฯ กําหนด และ คณะกรรมการตรวจรับได้ตรวจรับงานจ้างในแต่ละเดือนเรียบร้อยแล้ว
    ๙. อัตราค่าปรับ
    ๔.๑ หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถดําเนินงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาหรือไม่ ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดในสัญญา หรือทําผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด ทางผู้ยื่นข้อเสนอต้องชําระค่าปรับเป็น รายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา นับตั้งแต่วันครบกําหนด
    ระยะเวลาตามสัญญาหรือครบกําหนดการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดในสัญญาหรือนับตั้งแต่วันผิดสัญญาข้อใด ข้อหนึ่ง จนกว่าผู้ยื่นข้อเสนอจะดําเนินการแล้วแต่กรณีจนเสร็จสิ้นโดยถูกต้องและครบถ้วน
    ๔.๒ หากศูนย์ศรีพัฒน์ฯ ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ผู้ยื่นข้อเสนอตกลงและยินยอมที่จะชําระค่าปรับเป็น รายวันในอัตราร้อยละ 0.00
    ๐.๑๐ (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของมูลค่างานทั้งหมดตามสัญญา นับถัดจากวันที่ผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่สามารถดําเนินงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดใน สัญญา หรือทําผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด จนถึงวันบอกเลิกสัญญา และยินยอมให้ริบหลักประกันทั้งหมด นอกจากนั้นผู้ยื่นข้อเสนอยินยอมให้ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ เรียกค่าเสียหายประการอื่นใดอันพึงมีขึ้นจากการผิดสัญญา ของผู้ยื่นข้อเสนอได้อีกด้วย
    ©0.
    การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
    ๑๐.๑ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบ และยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย หรือซ่อมแซมทรัพย์สินของศูนย์ ศรีพัฒน์ฯ อันเนื่องจากการกระทําที่ประมาทเลินเล่อ หรือทุจริตของพนักงานผู้รับจ้าง และได้มีการพิสูจน์ เช่นนั้นแล้ว ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่มีข้อสรุปว่าอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง หากมีเจตนาไม่ชดใช้
    (ลงชื่อ) -สุทธิภา พงศ์มณี ประธานกรรมการ
    (อ.น.พ. สุทธิภา พงศ์มณี)
    (ลงชื่อ) -ณัฐชยา เสาร์สุวรรณ กรรมการ (นางสาวณัฐชยา เสาร์สุวรรณ)
    (ลงชื่อ) ชุติกาญจน์ หิรัณจารุกร กรรมการ
    FM-PRC-019 Rev.01
    (นางสาวชุติกาญจน์ หิรัณจารุกร)
    Date 22/10/2567