ประกวดราคาจ้างเหมาตรวจสอบ และบำรุงรักษาอุปกรณ์โหลดเบรกสวิตช์ 22 kV และอุปกรณ์ควบคุม FRTU-RCS Interface ประจำไตรมาส 1/2569
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 (ภาคกลาง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กฟก.1) มีความประสงค์จ้างเหมาตรวจสอบ ทดสอบ และบำรุงรักษาอุปกรณ์ Load Break Switch (SF6) และอุปกรณ์ควบคุม FRTU (Feeder Remote Terminal Unit) ที่ติดตั้งในระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูง 22 kV หรือ 33 kV ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อให้อุปกรณ์มีความพร้อมใช้งานตลอดเวลา ลดระยะเวลากระแสไฟฟ้าขัดข้อง เพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายไฟ และเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า
ขอบเขตงานครอบคลุมการเก็บรวบรวมข้อมูลและภาพถ่ายอุปกรณ์ การตรวจสอบความสมบูรณ์ของเสาและอุปกรณ์ที่ติดตั้ง การทดสอบการทำงานของ Load Break Switch ทั้งฟังก์ชัน Close-Open และ Mechanical Lock การตรวจสอบตู้ควบคุมรวมถึงระบบ Battery Charger และแบตเตอรี่ การตรวจสอบ Voltage Transformer (VT) และการทดสอบชุดอุปกรณ์ควบคุม FRTU ร่วมกับศูนย์สั่งการ SCADA หรือ Simulation Box นอกจากนี้ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมความชำรุดโดยง่ายที่พบ แผ้วถางวัชพืชรอบโคนเสา และจัดทำรายงานผลการทดสอบตามแบบฟอร์มที่กำหนด
ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องมือปฏิบัติงาน เครื่องมือทดสอบ อุปกรณ์ความปลอดภัย ยานพาหนะ เครื่องปั่นไฟฟ้า และอุปกรณ์ทดสอบ Universal Simulation Box พร้อมโปรแกรม ASE2000 หรือ Application ที่มีความสามารถใกล้เคียงกันด้วยตนเอง โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อนใช้งาน ระยะเวลาดำเนินงาน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างอนุมัติแผนงาน เบิกจ่ายเป็นงวดเดียวเมื่องานแล้วเสร็จทั้งหมดและผ่านการตรวจรับ พร้อมการรับประกันงานจ้าง 60 วันหลังบำรุงรักษาแล้วเสร็จ
English summary
The Provincial Electricity Authority (PEA) Area 1 (Central Region), Phra Nakhon Si Ayutthaya Province, intends to procure inspection, testing, and maintenance services for Load Break Switch (SF6) equipment and FRTU (Feeder Remote Terminal Unit) control devices installed in the 22 kV/33 kV electricity distribution system within its service area. The scope includes visual inspections, functional testing of switches and control cabinets, battery charger and battery performance checks, voltage transformer verification, FRTU testing with SCADA or simulation equipment, minor repairs, vegetation clearing around poles, and comprehensive reporting. The contractor must provide all tools, testing equipment, safety gear, vehicles, generators, and licensed testing software independently. The project duration is 60 days with single-installment payment upon completion and acceptance, plus a 60-day warranty period.
เขตพื้นที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 (ภาคกลาง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- ตรวจสอบ ทดสอบ และบำรุงรักษาอุปกรณ์ Load Break Switch (SF6) และอุปกรณ์ควบคุม FRTU (ถ้ามี) ที่ติดตั้งในระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ กฟก.1 ให้มีความพร้อมใช้งาน
- ให้อุปกรณ์สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา
- ลดระยะเวลาของกระแสไฟฟ้าขัดข้อง เพิ่มประสิทธิภาพในการจ่ายไฟ และเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า
- ดำเนินการบำรุงรักษาตามวาระแบบ Preventive Maintenance
ขอบเขตของงาน
-
การเก็บรวบรวมข้อมูลอุปกรณ์
- เก็บรวบรวมรายละเอียด พร้อมภาพถ่ายของ Load Break Switch (SF6) และ FRTU (ถ้ามี)
- บันทึกข้อมูล Nameplate, Serial No. และ Location ของจุดติดตั้งลงในแบบฟอร์มรายงานผลการทดสอบ
-
การตรวจสอบเสาและสภาพแวดล้อม
- ตรวจสอบความสมบูรณ์ของเสา อุปกรณ์ที่ติดตั้ง สายควบคุม และการต่อกราวด์ตามมาตรฐาน กฟภ.
- แผ้วถางวัชพืชในรัศมี 2 เมตร รอบโคนเสา
-
การตรวจสอบ Load Break Switch
- Visual Check ความสมบูรณ์ของอุปกรณ์และอุปกรณ์ประกอบ
- ทดลอง Close – Open อุปกรณ์ (กรณีดับไฟปฏิบัติงาน)
- ทดสอบฟังก์ชัน Mechanical Lock (กรณีดับไฟปฏิบัติงาน)
-
การตรวจสอบตู้ควบคุม (Control Cabinet)
- Visual Check ตู้ควบคุม ทำความสะอาดภายนอก/ภายใน อุดช่องโหว่ จัดระเบียบสายคอนโทรล
- ตรวจสอบหลอดไฟแสดงสถานะทุกดวง (Lamp/Target Test)
- ทดสอบคำสั่ง Close/Open และไฟแสดงสถานะ
- ทดสอบฟังก์ชัน Low Gas Alarm, Low Gas Lock และ Mechanical Lock
- ตรวจสอบวงจร Battery Charger และการจ่ายไฟเลี้ยงตู้
- ตรวจสอบอายุและประสิทธิภาพแบตเตอรี่ เปลี่ยนใหม่หากไม่อยู่ในเกณฑ์ (ผู้ว่าจ้างจัดหาแบตเตอรี่ ผู้รับจ้างนำส่งแบตเตอรี่เก่า)
-
การตรวจสอบ Voltage Transformer (VT)
- Visual Check ความสมบูรณ์ของอุปกรณ์
- ตรวจสอบแรงดันใช้งานว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ
-
การตรวจสอบชุดอุปกรณ์ควบคุม FRTU และเสาสื่อสาร (ถ้ามี)
- Visual Check ความสมบูรณ์ของชุดอุปกรณ์ควบคุมและเสาอากาศ
- ทดสอบการทำงานร่วมกับศูนย์สั่งการ (SCADA) หรือ Simulation Box
-
การซ่อมแซมความชำรุดโดยง่าย เช่น ฟิวส์ขาด สายไฟหลวม/หลุด หลอดไฟแสดงผลขาด พร้อมจัดทำรายงาน
-
การจัดหาทรัพยากรด้วยตนเอง
- เครื่องมือปฏิบัติงาน เครื่องมือทดสอบ อุปกรณ์ความปลอดภัย ยานพาหนะ
- เครื่องปั่นไฟฟ้า (Generator) กรณีจุดปฏิบัติงานไม่มีไฟฟ้าแรงต่ำ
- Universal Simulation Box และโปรแกรม ASE2000 หรือ Application ที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน (ต้องถูกต้องตามลิขสิทธิ์และได้รับความเห็นชอบจาก กฟก.1)
- เครื่องมือวัดประสิทธิภาพ Battery (Battery Load Test)
-
การรายงานผล
- ใช้แบบฟอร์มการทดสอบตามคู่มือภาคผนวก A1 (Check Sheet)
- ส่งเอกสารรายงานผลการทดสอบ (Hard Copy) จำนวน 2 ชุด
- กรอกแบบฟอร์มข้อมูลการบำรุงรักษาผ่านระบบ Airtable
-
การปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย
- ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2558
-
การปฏิบัติงานตามแผน ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด โดยผู้ว่าจ้างเป็นผู้ประสานงานกับศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ผลการตรวจสอบ ทดสอบ และบำรุงรักษา Load Break Switch (SF6) และ FRTU ครบตามขอบเขตงาน
- แบบฟอร์มรายงานผลการทดสอบ (Check Sheet) ตามภาคผนวก A1 พร้อมภาพถ่ายและข้อมูล Nameplate, Serial No., Location
- เอกสารรายงานผลการทดสอบ (Hard Copy) จำนวน 2 ชุด
- ข้อมูลการบำรุงรักษาที่กรอกผ่านระบบ Airtable
- แบตเตอรี่เก่าที่เปลี่ยน (ส่งคืนผู้ว่าจ้าง) พร้อมระบุวันที่ติดตั้งบนแบตเตอรี่ใหม่ทุกลูก
- รายงานการซ่อมแซมความชำรุดที่พบระหว่างปฏิบัติงาน
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาการจ้าง: 60 วัน (รวมวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
- เริ่มนับ: นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา หรือนับถัดจากวันที่ กฟก.1 ให้ความเห็นชอบแผนงานของผู้รับจ้าง
- การรับประกันงานจ้าง: 60 วันหลังจากบำรุงรักษาแล้วเสร็จ
- ระยะเวลายืนราคา: 120 วัน นับจากวันเสนอราคา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
-
Eligibility Requirements:
- ต้องเป็นนิติบุคคล
- ต้องมีความสามารถตามกฎหมาย ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
- ไม่เป็นผู้ทิ้งงานตามบัญชีรายชื่อของกรมบัญชีกลาง
- ต้องลงทะเบียนในระบบ e-Government Procurement (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
- ต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร
-
Standards Compliance:
- ต้องปฏิบัติงานทุกขั้นตอนตามหลักวิศวกรรมและมาตรฐานสากล (International Standard) เช่น International Electrotechnical Commission (IEC)
- ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2558
-
Experience: ไม่ระบุจำนวนปีหรือมูลค่าโครงการที่ผ่านมาโดยตรง แต่ต้องมีผู้ผ่านการอบรมจาก กฟภ.
-
Previous Project Cost: -
-
Technical Capabilities:
- ต้องจัดหาเครื่องมือปฏิบัติงาน เครื่องมือทดสอบ อุปกรณ์ความปลอดภัย และยานพาหนะด้วยตนเอง
- ต้องมี Universal Simulation Box สำหรับทดสอบตู้ควบคุมได้ทุกผลิตภัณฑ์
- ต้องมีโปรแกรม ASE2000 หรือ Application ที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน (ถูกต้องตามลิขสิทธิ์)
- ต้องมีเครื่องมือวัดประสิทธิภาพ Battery (Battery Load Test)
- ต้องมีเครื่องปั่นไฟฟ้า (Generator)
- ต้องแสดงบัญชีรายการเครื่องมือที่ใช้กับงาน และได้รับความเห็นชอบจาก กฟก.1 ก่อนใช้งาน
- ต้องมีใบรับรองผลการสอบเทียบอุปกรณ์ (Certificate of Calibration) ที่นำมาใช้ทดสอบ
-
Personnel:
- ผู้ปฏิบัติงาน/ทีมงานต้องจบสาขาภาควิชาไฟฟ้า ภาควิชาอิเล็กทรอนิกส์ หรือสาขางานที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้า
- ต้องผ่านการอบรมการใช้งานและบำรุงรักษาอุปกรณ์ Load Break Switch (SF6) และอุปกรณ์ควบคุม FRTU/RCS จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในผลิตภัณฑ์และรุ่นที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
- ต้องมีผู้ผ่านการอบรมตามข้อกำหนดเป็นผู้ควบคุมงานอย่างน้อย 1 คน
- ต้องสามารถเข้าปฏิบัติงานได้ระหว่างเวลา 8.00 น. – 17.00 น.
เกณฑ์การพิจารณา
- ผู้เสนอราคาต้องยื่นเอกสารหลักฐานแบ่งเป็น 2 ส่วน:
- ส่วนที่ 1: เอกสารนิติบุคคล/บุคคลธรรมดา (หนังสือรับรองการจดทะเบียน, บัญชีรายชื่อกรรมการ, บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ฯลฯ)
- ส่วนที่ 2: รายละเอียดการดำเนินงานตามข้อ 4, หนังสือมอบอำนาจ (ปิดอากรแสตมป์), ใบรับรองผลการสอบเทียบอุปกรณ์ (Certificate of Calibration), ใบรับรอง/ใบประกาศนียบัตรที่ผ่านการอบรม RCS/FRTU จาก กฟภ.
- การเสนอราคาเป็นสกุลเงินบาท ยืนราคา 120 วัน
- ราคาที่เสนอต้องรวมค่าวัสดุอุปกรณ์ วัสดุสิ้นเปลือง ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายทั้งปวง
- หากผู้เสนอราคาที่ได้รับคัดเลือกไม่ยอมทำสัญญา กฟก.1 อาจเรียกชดใช้ความเสียหาย ตัดสิทธิการรับจ้าง และลงโทษเป็นผู้ทิ้งงาน
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- อุปกรณ์ Load Break Switch (SF6): ต้องทดสอบ Close-Open, Mechanical Lock, Low Gas Alarm, Low Gas Lock
- ตู้ควบคุม (Control Cabinet): ต้องมี Lamp/Target Test, การทดสอบคำสั่ง Close/Open, ระบบ Battery Charger
- อุปกรณ์ Voltage Transformer (VT): ตรวจสอบแรงดันใช้งานให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ชุดอุปกรณ์ควบคุม FRTU: ทดสอบการทำงานร่วมกับ SCADA/DMS หรือ Simulation Box
- อุปกรณ์ทดสอบ: Universal Simulation Box, โปรแกรม ASE2000 หรือเทียบเท่า, Battery Load Tester
- มาตรฐานการปฏิบัติงาน: หลักวิศวกรรมและมาตรฐานสากล IEC
- ระบบไฟฟ้า: 22 kV หรือ 33 kV
- การสื่อสาร: ระบบ SCADA/DMS สำหรับการควบคุมและสั่งการระยะไกล
เงื่อนไขสัญญา
- การเบิกจ่าย: เบิกจ่ายค่าจ้าง 1 งวด เมื่อดำเนินการตามขอบเขตงานแล้วเสร็จทั้งหมด พร้อมหนังสือขอส่งมอบงาน และคณะกรรมการตรวจรับงานเห็นชอบ
- อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ของมูลค่างานจ้าง (รวม VAT) ต่อวัน กรณีปฏิบัติงานไม่แล้วเสร็จตามกำหนด แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
- การรับประกันงานจ้าง: 60 วันหลังบำรุงรักษาแล้วเสร็จ หากมีปัญหาการใช้งาน ผู้รับจ้างต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนับถัดจากได้รับแจ้ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- ความรับผิดชอบความเสียหาย: ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจากความเสียหายทั้งหมดที่เกิดจากความประมาทหรือการปฏิบัติงานไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ต้องซ่อมแซมหรือจัดหาอุปกรณ์ทดแทนที่มีคุณภาพไม่ต่ำกว่าเดิมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
- การเปลี่ยนแปลงสัญญา: กฟก.1 มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหากผู้รับจ้างไม่อาจปฏิบัติตามเงื่อนไข และขอสงวนสิทธิเพิ่มหรือยกเลิกบริการบางส่วนโดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
- การรักษาความลับ: ผู้รับจ้างต้องลงนามในสัญญาการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (NDA) และปฏิบัติตามนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
- การหยุดงาน: หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย ผู้ว่าจ้างสามารถสั่งหยุดงานได้ทันที
- เวลาทำการ: 8.00 น. – 17.00 น. หากต้องทำงานนอกเวลาต้องแจ้งผู้ว่าจ้างเป็นกรณีไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Load Break Switch (SF6) คืออะไร และมีบทบาทอย่างไรในระบบจำหน่ายไฟฟ้า?
Load Break Switch (SF6) เป็นอุปกรณ์ตัดตอนที่ใช้ในการถ่ายเทโหลดกับวงจรข้างเคียงเมื่อเกิดกระแสไฟฟ้าขัดข้อง ช่วยลดระยะเวลาไฟฟ้าขัดข้อง เพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายไฟ และเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบ โดย 1 ชุดประกอบด้วยตัวสวิตช์ ตู้ควบคุม และ Voltage Transformer (VT) -
FRTU มีหน้าที่อะไรในโครงการนี้?
FRTU (Feeder Remote Terminal Unit) เป็นอุปกรณ์ควบคุมที่ติดตั้งร่วมกับ Load Break Switch เพื่อให้สามารถควบคุมและสั่งการจากระบบ SCADA/DMS ได้แบบระยะไกล ผู้รับจ้างต้องทดสอบการทำงานร่วมกับศูนย์สั่งการหรือใช้ Simulation Box -
หากพบความชำรุดเล็กน้อยระหว่างตรวจสอบ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมความเสียหายที่พบทันที เช่น ฟิวส์ขาด สายไฟหลวม/หลุด หลอดไฟแสดงผลขาด ให้อุปกรณ์กลับสู่สถานะพร้อมใช้งาน พร้อมจัดทำรายงานแจ้งผู้ว่าจ้าง -
ใครเป็นผู้จัดหาแบตเตอรี่สำหรับเปลี่ยนทดแทน?
ผู้ว่าจ้าง (กฟก.1) เป็นผู้จัดหาแบตเตอรี่ใหม่ ส่วนผู้รับจ้างต้องนำส่งแบตเตอรี่เก่าคืนให้ผู้ว่าจ้าง พร้อมระบุวันที่ติดตั้งลงบนแบตเตอรี่ใหม่ทุกลูก -
ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ทดสอบใดบ้าง?
ต้องจัดหา Universal Simulation Box สำหรับทดสอบตู้ควบคุมทุกผลิตภัณฑ์, โปรแกรม ASE2000 หรือ Application ที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน (ต้องถูกลิขสิทธิ์และได้รับความเห็นชอบจาก กฟก.1), เครื่องมือวัดประสิทธิภาพ Battery (Battery Load Test), เครื่องปั่นไฟฟ้า และอุปกรณ์ความปลอดภัย -
รายงานผลการทดสอบต้องส่งในรูปแบบใด?
ต้องใช้แบบฟอร์มการทดสอบตามคู่มือภาคผนวก A1 (Check Sheet) ส่งเอกสาร Hard Copy จำนวน 2 ชุด และกรอกข้อมูลการบำรุงรักษาผ่านระบบ Airtable ตามลิงก์ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด -
กฎหมายความปลอดภัยใดที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม?
ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 หากไม่ปฏิบัติตาม ผู้ว่าจ้างสั่งหยุดงานได้ทันที -
หากอุปกรณ์เสียหายจากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง จะมีผลอย่างไร?
ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ต้องซ่อมแซมหรือจัดหาอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและความสามารถไม่ต่ำกว่าเดิมมาเปลี่ยนทดแทน ให้ใช้งานได้ตามปกติโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ จาก กฟก.1 -
ระหว่างรับประกันงานจ้าง 60 วัน หากอุปกรณ์มีปัญหา ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
ผู้รับจ้างต้องเข้าแก้ไขปัญหาให้อุปกรณ์กลับมาใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ภายใน 7 วันนับถัดจากได้รับแจ้งจาก กฟก.1 โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดย กฟก.1 จะแจ้งผ่านช่องทางเอกสาร โทรศัพท์ โทรสาร หรืออีเมล -
ผู้รับจ้างสามารถปฏิบัติงานนอกเวลา 8.00-17.00 น. ได้หรือไม่?
ได้ แต่ต้องแจ้งผู้ว่าจ้างเป็นกรณีไป โดยปกติต้องปฏิบัติงานภายในเวลาทำการ 8.00 น. – 17.00 น. และผู้ว่าจ้างเป็นผู้ประสานงานกับศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟสำหรับการดับไฟปฏิบัติงาน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียด และขอบเขต
งานจ้างเหมาตรวจสอบและบำรุงรักษาโหลดเบรกสวิตช์ 22 kV (SF6) และอุปกรณ์ควบคุม FRTU-RCS Interface ที่ติดตั้งในระบบจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
- ชื่อโครงการ
งานจ้างเหมาตรวจสอบ, ทดสอบ และบำรุงรักษาอุปกรณ์ Load Break Switch (SF6) ที่ติดตั้งใน ระบบจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 (ภาคกลาง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา - หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันอุปกรณ์ Load Break Switch (SF6) ใน 1 ชุด ประกอบด้วย ตัว Load Break Switch (SF6), ตู้ควบคุม (Control Cabinet), อุปกรณ์ Voltage Transformer (VT) และหากติดตั้งอุปกรณ์ควบคุม FRTU (Feeder Remote Terminal Unit) จะทำให้สามารถควบคุม และสั่งการจากระบบ SCADA/DMS ได้ โดยอุปกรณ์ฯ มีการติดตั้งเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุก ๆ ปีตามการเพิ่มขึ้นของระบบจำหน่ายไฟฟ้า (ระบบ 22 เควี หรือ 33 เควี) ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 (ภาคกลาง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กฟก.1) และเป็น
อุปกรณ์ตัดตอนที่ใช้ในการถ่ายเทโหลดกับวงจรข้างเคียงกรณีที่เกิดเหตุการณ์กระแสไฟฟ้าขัดข้องในระบบ จำหน่ายไฟฟ้า ทำให้สามารถลดระยะเวลาของกระแสไฟฟ้าขัดข้อง เพิ่มประสิทธิภาพในการจ่ายไฟ และเพิ่ม ความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบ, ทดสอบ และ บำรุงรักษา ตามวาระ แบบ Preventive Maintenance เพื่อให้อุปกรณ์ดังกล่าวมีความพร้อมในการใช้งานตลอดเวลา - วัตถุประสงค์
กฟก.1 มีความประสงค์จะจ้างเหมาตรวจสอบ, ทดสอบ และบำรุงรักษาอุปกรณ์Load Break Switch (SF6) และอุปกรณ์ควบคุม FRTU (ถ้ามี) ที่ติดตั้งในระบบจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 (ภาคกลาง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้มีความพร้อมใช้งาน และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ - ขอบเขตการดำเนินงาน
ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ, ทดสอบ และบำรุงรักษาอุปกรณ์ Load Break Switch (SF6) และอุปกรณ์ควบคุม FRTU (ถ้ามี) ในระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ กฟก.1 โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ดำเนินการจัดหาเครื่องมือปฏิบัติงาน เครื่องมือทดสอบ อุปกรณ์ความ ปลอดภัยและยานพาหนะดำเนินการด้วยตนเอง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
4.1 ขอบเขตพื้นที่ในการจ้างเหมาตรวจสอบ, ทดสอบ และบำรุงรักษาอุปกรณ์ Load Break Switch (SF6) และอุปกรณ์ควบคุม FRTU
4.2 เก็บรวบรวมรายละเอียด พร้อมภาพถ่ายของอุปกรณ์Load Break Switch (SF6) และอุปกรณ์ ควบคุม FRTU (ถ้ามี) รวมทั้งข้อมูล Nameplate, Serial No. และอื่น ๆ ตามที่ กฟภ. กำหนด รวมถึงระบุ Location ของจุดติดตั้งลงในแบบฟอร์มรายงานผลการทดสอบ
4.3 ตรวจสอบความสมบูรณ์ของเสา และอุปกรณ์ที่ติดตั้งทั้งหมด ความสมบูรณ์ของสายควบคุม การต่อ กราวด์ตามมาตรฐานของ กฟภ. และสภาพแวดล้อมบริเวณรอบ ๆ จุดติดตั้ง หากพบวัชพืชขึ้นรก ให้ผู้รับจ้างดำเนินการแผ้วถางให้โล่งเตียนในรัศมี2 เมตร รอบโคนเสา
4.4 อุปกรณ์โหลดเบรกสวิตช์(Load Break Switch) ให้ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตรวจสอบ, ทดสอบ และบำรุงรักษา ไม่น้อยกว่าหัวข้อดังต่อไปนี้
a. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ Load Break Switch และอุปกรณ์ประกอบ ถึงความสมบูรณ์และเหมาะสมแก่การใช้งาน (Visual Check)
2
b. ทดลอง Close – Open อุปกรณ์(ในกรณีที่ดับไฟปฏิบัติงาน)
c. ทดสอบการทำงานของฟังก์ชัน Mechanical Lock (ในกรณีที่ดับไฟปฏิบัติงาน) 4.5 ตู้ควบคุม (Control Cabinet) ให้ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตรวจสอบ, ทดสอบ และบำรุงรักษา ไม่น้อยกว่าหัวข้อดังต่อไปนี้
a. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของตู้ควบคุมโดยรวม (Visual Check) และความพร้อมใช้งาน ของสายคอนโทรล และอุปกรณ์ประกอบ พร้อมทำความสะอาดภายนอกและภายใน ของตู้ควบคุม รวมทั้งอุดช่องโหว่ที่อาจทำให้สัตว์ หรือแมลงเข้าภายในตู้ควบคุมได้ และ จัดระเบียบสายคอลโทรลให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
b. ตรวจสอบหลอดไฟแสดงสถานะทุกดวงหรือ Indicator/Target (Lamp /Target Test) c. ตรวจสอบการทำงานของชุดควบคุมโดยสามารถสั่งงานกับอุปกรณ์จริงหรือใช้อุปกรณ์ จำลองเสมือน (Simulation Box) ดังนี้
(a) คำสั่ง Close และไฟแสดงสถานะ Close (อาจใช้คำว่า “ปิด, สับ หรือ ON”) (b) คำสั่ง Open และไฟแสดงสถานะ Open (อาจใช้คำว่า “เปิด, ปลด หรือ OFF”) (c) ทดสอบฟังก์ชัน Low Gas Alarm และไฟแสดงสถานะ
(d) ทดสอบฟังก์ชัน Low Gas Lock และไฟแสดงสถานะ
(e) ทดสอบฟังก์ชัน Mechanical Lock และไฟแสดงสถานะ
d. ตรวจสอบฟังก์ชันการทำงานของชุดวงจรแบตเตอรี่ชาร์จเจอร์ (Battery Charger) และ การจ่ายไฟเลี้ยงตู้ ถ้าไม่ได้ติดตั้งแบตเตอรี่
e. ตรวจสอบอายุ และประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ พร้อมทั้งเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่หากค่า ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด โดยผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ดำเนินการจัดหาแบตเตอรี่เพื่อเปลี่ยน ทดแทน และให้ผู้รับจ้าง นำส่งแบตเตอรี่เก่าให้ผู้ว่าจ้าง พร้อมให้ระบุวันที่ติดตั้ง แบตเตอรี่ลงไปบนแบตเตอรี่ที่เปลี่ยนใหม่ทุกลูก
4.6 อุปกรณ์ Voltage Transformer (VT) ให้ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตรวจสอบ , ทดสอบ และบำรุงรักษา ไม่น้อยกว่าหัวข้อดังต่อไปนี้
a. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ Voltage Transformer รวมถึงอุปกรณ์ประกอบ ว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์เหมาะสมแก่การใช้งานหรือไม่ (Visual Check)
b. ตรวจสอบแรงดันใช้งาน ของอุปกรณ์ Voltage Transformer ว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ หรือไม่
4.7 ชุดอุปกรณ์ควบคุม (FRTU) และเสาสื่อสาร (ถ้ามี) ให้ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตรวจสอบไม่น้อยกว่า หัวข้อการทดสอบดังนี้โดยให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้กำหนดขอบเขตของการทดสอบ
a. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของชุดอุปกรณ์ควบคุม รวมถึงเสาอากาศภายนอก (Visual Check) b. ทดสอบการทำงานของชุดอุปกรณ์ควบคุม ร่วมกับศูนย์สั่งการ (SCADA) หรือใช้อุปกรณ์ จำลองเสมือน (Simulation Box)
c. หัวข้ออื่น ๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างในครั้งนั้น ๆ กำหนด
4.8 ตามการทดสอบในข้อ 4.3-4.5 หากผู้รับจ้างพบการชำรุดโดยง่าย เช่น ฟิวส์ขาด สายไฟหลวม/หลุด หลอดไฟแสดงผลขาด หรืออื่น ๆ ให้ผู้รับจ้างดำเนินการซ่อมแซมความเสียหายที่พบ ให้อุปกรณ์ กลับไปอยู่ในสถานะพร้อมใช้งาน พร้อมจัดทำรายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบด้วย
3
4.9 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาเครื่องปั่นไฟฟ้า (Generator) ด้วยตนเอง สำหรับใช้ในการ ปฏิบัติงานในกรณีที่บริเวณจุดปฏิบัติงานไม่สามารถจัดหาระบบไฟฟ้าแรงต่ำ (220 Vac) เพื่อใช้ใน การปฏิบัติงานได้
๔.๑๐ ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างจะเป็นต้องผู้จัดหาอุปกรณ์ทดสอบตู้ควบคุม Universal Simulation Box เพื่อให้สามารถทดสอบอุปกรณ์ฯ ได้ทุกผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ว่าจ้างระบุ, โปรแกรม ASE2000 หรือ Application อื่น ที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน โดยจะต้องถูกต้องตามลิขสิทธิ์ และได้รับความ เห็นชอบจาก กฟก.1 ก่อน เพื่อใช้ทดสอบ FRTU, เครื่องมือวัดประสิทธิภาพของ Battery
(Battery Load Test) และ อุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องรวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือป้องกันความ ปลอดภัยในการปฏิบัติงานด้วยตนเอง
4.11 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างจะต้องรายงานผลการปฏิบัติงานโดยใช้แบบฟอร์มการทดสอบอุปกรณ์ในคู่มือ ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์โหลดเบรกสวิตช์(SF6) ภาคผนวก A1 แบบฟอร์มการบำรุงรักษา (Check Sheet) และสรุปรายงานผลการทดสอบให้ผู้ว่าจ้างในรูปแบบของเอกสารรายงานผลการ ทดสอบ (Hard Copy) จำนวน 2 ชุด และกรอกแบบฟอร์มข้อมูลการบำรุงรักษาผ่านลิ้งค์ https://airtable.com/appi6sQEeuvhwIDzY/pageqh4RtJ910azfK/edit
4.12 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 รวมทั้งกฎกระทรวงและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับลักษณะงานตามขอบเขตงานนี้ อย่างเคร่งครัด หาก ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยฯ ผู้ว่าจ้างสามารถสั่งหยุดการ ปฏิบัติงานได้ทันที จนกว่าผู้รับจ้างจะแก้ไขให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยฯ
4.13 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างจงใจ ประมาทเลินเล่อ หรือไม่มีความรู้เพียงพอ กระทำ หรืองดเว้นการกระทำ ซึ่งเป็นเหตุให้อุปกรณ์ของการไฟฟ้าส่วน ภูมิภาคได้รับความเสียหาย หรือใช้งานไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซมแก้ไข หรือจัดหาอุปกรณ์ที่มี คุณภาพ และมีความสามารถในการใช้งานได้ไม่ต่ำกว่าเดิมมาเปลี่ยนทดแทน ให้สามารถใช้งานได้ ตามปกติโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นจาก กฟก.1
4.14 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานตามแผนการเข้าดำเนินงาน ตามจุดติดตั้งอุปกรณ์ Load Break Switch ตามที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้กำหนด โดยผู้ว่าจ้างเป็นผู้ประสานงานกับศูนย์ควบคุม การจ่ายไฟ ทั้งนี้หากมีการเปลี่ยนแปลงแผนการดำเนินการ ให้ผู้ว่าจ้างแจ้งผู้รับจ้างอย่างน้อย 1 วัน - ระยะเวลาดำเนินงาน
ระยะเวลาการจ้าง 60 วัน (รวมวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) นับถัดจากวันที่ลงนามใน สัญญา หรือนับถัดจาก กฟก.1 ให้ความเห็นชอบแผนงานของผู้รับจ้าง
4 - คุณสมบัติผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้าง
6.1 ผู้ปฏิบัติงาน/ทีมงาน ของผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ที่จบจากสาขาภาควิชาไฟฟ้า, ภาควิชา อิเล็กทรอนิกส์ หรือสาขางานที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้า และผ่านการอบรมการใช้งานอุปกรณ์ บำรุงรักษาอุปกรณ์ Load Break Switch (SF6) และอุปกรณ์ควบคุม FRTU จากการไฟฟ้าส่วน ภูมิภาคในผลิตภัณฑ์และรุ่น ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
6.2 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างจะต้องมีความสามารถตามกฎหมาย
6.3 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างจะต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
6.4 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างจะต้องไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
6.5 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างจะต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอ หรือทำสัญญากับ หน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของ ผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ใน ระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
6.6 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างจะต้องไม่เป็นผู้ซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน และได้แจ้งเวียนชื่อให้ เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติ บุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานใน กิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
6.7 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างจะต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบาย การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
6.8 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างรายอื่น ณ วันยื่น ข้อเสนอ
6.9 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๖.๑๐ ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกประเมินสิทธิผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างในสถานะที่ห้ามเข้า
เสนอราคาและห้ามทำสัญญาตามที่ คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) กำหนดผู้เสนอราคา/ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นนิติบุคคล
6.11 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ
6.12 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานภาครัฐซึ่งได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ด้วย ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ต้องลงทะเบียนในระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลาง ที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
6.13 คู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่า ไม่เกิน สามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้
6.14 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานทุกขั้นตอนให้เป็นไปตามหลักวิศวกรรม และตาม มาตรฐานสากล (International Standard) เช่น International Electrotechnical Commission (IEC) เป็นต้น
5
6.15 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างต้องแสดงบัญชีรายการเครื่องมือที่ใช้กับงานที่รับจ้าง และต้องได้รับความ เห็นชอบจาก กฟก.1 ก่อนที่จะนำไปใช้งาน
6.16 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างจะต้องมีผู้ที่ผ่านการอบรมตามข้อ 6.1 เป็นผู้ควบคุมงานอย่างน้อย 1 คน ทั้งนี้หากเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างไม่มีความพร้อมในการให้บริการตรวจสอบ, ทดสอบ และ บำรุงรักษา หรือหากพบว่าเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงพอ กฟก.1 ขอสงวนสิทธิ์ที่จะหยุดการดำเนินงานจนกว่า ผู้รับจ้างจะพร้อมให้บริการ โดยให้ อยู่ในดุลยพินิจของ กฟก.1 ซึ่งผู้รับจ้างจะนำมาอ้างเป็นเหตุยกเว้นความรับผิดตามสัญญาไม่ได้
6.17 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างจะต้องสามารถเข้าปฏิบัติงานได้ระหว่างเวลา 8.00 น. ถึง 17.00 น. หาก มีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติงานนอกเวลาข้างต้น ให้แจ้งผู้ว่าจ้างเป็นกรณีไป - การเสนอราคา
7.1 การเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นสกุลเงินบาท มีกำหนดยืนราคา 120 วัน นับจากวันเสนอราคา 7.2 การเสนอราคาค่าบริการงานจ้างตรวจสอบ, ทดสอบ และบำรุงรักษาอุปกรณ์ บำรุงรักษาอุปกรณ์ Load Break Switch (SF6) และอุปกรณ์ควบคุม FRTU (ถ้ามี) ในระบบจำหน่ายไฟฟ้า ผู้เสนอราคา/ ผู้รับจ้างต้องเสนอราคาค่าจ้างตรวจสอบ ทดสอบ และ บำรุงรักษาอุปกรณ์ Load Break Switch โดยมี รายละเอียดตามข้อ 4 โดยราคาที่เสนอให้คิดรวมค่าใช้จ่ายค่าวัสดุอุปกรณ์ หรือวัสดุสิ้นเปลืองที่ จำเป็นต้องใช้ในการตรวจสอบ, ทดสอบ และบำรุงรักษา รวมทั้งค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายทั้งปวง ไปด้วย
7.3 ผู้เสนอราคา/ผู้รับจ้างซึ่ง กฟก.1 ได้คัดเลือกแล้ว ไม่ยอมไปทำสัญญาหรือข้อตกลงภายในเวลาที่ กฟก.1 กำหนด กฟก.1 อาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาตัดสิทธิการ รับจ้างและลงโทษเป็นผู้ทิ้งงาน ตามข้อบังคับและประกาศของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือระเบียบอื่น ของทางราชการที่ กฟก.1 นำมาใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นด้วย - หลักฐานการเสนอราคา
๘.๑ ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอเอกสารหลักฐาน ยื่นมาพร้อมกันกับซองใบเสนอราคา โดยแยกไว้ในซอง ใบเสนอราคา เป็น 2 ส่วน คือ
8.1.1. ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
ก. ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นนิติบุคคล
a. ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนสามัญ ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุมพร้อมรับรองสำเนา
ถูกต้อง
b. บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติ บุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม และ
บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
6
ข. ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
ค. ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นผู้เสนอราคาร่วมกันในฐานะผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนาสัญญาของ การเข้าร่วมค้า สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร่วมค้า และในกรณีที่ผู้เข้าร่วมค้า ฝ่ายใดเป็นบุคคลธรรมดาที่มิใช่สัญชาติไทย ก็ให้ยื่นสำเนาหนังสือเดินทาง หรือผู้ร่วมค้าฝ่าย ใดเป็นนิติบุคคลให้ยื่นเอกสารตามที่ระบุไว้ในข้อ ก.
ง. เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ
a. สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
b. สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
c. บัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับซองใบเสนอราคา
๘.๑.๒ ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
ก. รายละเอียดการดำเนินงานตามข้อ 4.
ข. หนังสือมอบอำนาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมายในกรณีที่ผู้เสนอราคามอบ อำนาจใหบุคคลอื่นลงนามในใบสัญญาแทน
ค. ใบรับรองผลการสอบเทียบอุปกรณ์ (Certificate of Calibration) ที่นำมาใช้ในการทดสอบ สภาพทางไฟฟ้า
ง. ใบรับรอง/ใบประกาศนียบัตร ที่ผ่านการอบรมใช้งานอุปกรณ์ บำรุงรักษาอุปกรณ์ Remote Controlled Switch (RCS) และอุปกรณ์ควบคุม FRTU จากการไฟฟ้าส่วน ภูมิภาคในผลิตภัณฑ์และรุ่น ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
จ. บัญชีเอกสารส่วนที่ 2 ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับซองใบเสนอราคา - การเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญา
9.1 ในระหว่างอายุสัญญา หาก กฟก.1 เห็นว่าผู้รับจ้างไม่อาจปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาข้อใดข้อหนึ่งได้ กฟก.1 มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้
9.2 ในระหว่างอายุสัญญา กฟก.1 ขอสงวนสิทธิในการเพิ่ม หรือยกเลิกการให้บริการบางส่วน หากมี ความจำเป็น โดย กฟก.1 จะแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 30 (สามสิบ) วัน - เงื่อนไขการเบิกจ่าย
ผู้รับจ้างสามารถเบิกจ่ายค่าจ้างดำเนินการได้จำนวน 1 งวด เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการตรวจสอบ ทดสอบ และ บำรุงรักษา ของอุปกรณ์Load Break Switch (SF6) และอุปกรณ์ควบคุม FRTU (ถ้ามี) ในระบบ จำหน่ายไฟฟ้า ตามขอบเขตงานข้อ 4 แล้วเสร็จทั้งหมด พร้อมมีหนังสือขอส่งมอบงานให้กฟก.1 และคณะกรรมการ ตรวจรับงานจ้างฯ ของ กฟภ. ได้มีความเห็นชอบแล้ว - ความรับผิดชอบในความชำรุดบกพร่อง
ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายจากความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในการปฏิบัติงานของ ผู้รับจ้าง ที่มีสาเหตุมาจากการกระทำโดยประมาท และหรือไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการของผู้รับจ้าง และผู้รับจ้าง ต้องดำเนินการซ่อมแซมจนอุปกรณ์ที่ชำรุดให้สามารถใช้งานได้ดังเดิม โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกับ กฟก.1
7 - อัตราค่าปรับ
กรณีผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติงานได้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามรายละเอียดในข้อ 4 ให้คิดอัตราค่าปรับร้อยละ 0.10 ของมูลค่างานจ้าง (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน) - การรับประกันงานจ้าง
ภายในระยะเวลา 60 วัน หลังจากผู้รับจ้างดำเนินการบำรุงรักษาแล้วเสร็จ หากมีปัญหาการใช้งาน อุปกรณ์ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กลับมาใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม ซึ่งจะต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน นับถัดจากได้รับแจ้งจาก กฟก.1
ทั้งนี้ กฟก.1 จะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร หรือโทรศัพท์ หรือโทรสาร หรือ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หากเวลาแจ้งให้เข้าดำเนินการแก้ไขระหว่าง กฟก.1 และผู้รับจ้างไม่ตรงกัน ถ้าผู้รับจ้าง ไม่มีเอกสารหลักฐานยืนยัน ให้ยึดถือตามเวลาแจ้งให้เข้าดำเนินการแก้ไขของ กฟก.1 - การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับและการปฏิบัติตามนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ผู้รับจ้าง ภายใต้นิติกรรมสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือฉบับนี้ต้องรับทราบและลงนามในสัญญา การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (Non-Disclosure Agreement) และปฏิบัติตามนโยบายด้านความมั่นคง ปลอดภัยสารสนเทศ โดยคู่สัญญาต้องทำความเข้าใจกับหนังสือสัญญาโดยละเอียดและลงลายมือชื่อพร้อม ประทับตรา (ถ้ามี)
- อื่นๆ
ในกรณีผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลง กฟก.1 จะพิจารณาตัดสิทธิการรับจ้างและ ลงโทษเป็นผู้ทิ้งงาน ตามข้อบังคับและประกาศของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือระเบียบอื่นของทางราชการที่ กฟก.1 นำมาบังคับใช้อยู่ในขณะนั้นด้วย