ประกวดราคาจ้างสื่อสารภาพลักษณ์ รฟม. ผ่านสื่อโทรทัศน์ ประจำปีงบประมาณ 2569
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีความประสงค์จะดำเนินโครงการสื่อสารภาพลักษณ์องค์กรเพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในบทบาทภารกิจหลัก ในการเป็นองค์กรชั้นนำที่กำกับดูแลและพัฒนาระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองหลักของภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความเชื่อถือในหมู่ประชาชน
ขอบเขตงานหลักมุ่งเน้นไปที่การผลิตสื่อโฆษณาคุณภาพสูง ประกอบด้วย 1) สื่อโฆษณาทางโทรทัศน์ (TVC) ความยาว 30 วินาที จำนวน 1 เรื่อง ที่มี Mood & Tone ทันสมัย เป็นมิตร และเข้าถึงง่าย 2) สื่อโฆษณาออนไลน์ (Online Video Clip) ในรูปแบบแนวตั้ง เช่น เรื่องสั้นหรือซีรีส์สั้น ความยาวไม่เกิน 3 นาที จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คลิป ซึ่งจะต้องเป็นการขยายความและต่อยอดเนื้อหาจาก TVC โดยทั้งสองสื่อจะต้องใช้อุปกรณ์และเทคนิคการผลิตที่มีคุณภาพ และมี Influencer เดียวกันร่วมแสดงอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีผู้ติดตามในช่องทางโซเชียลมีเดียรวมกันไม่น้อยกว่า 1,000,000 คน
สำหรับแผนเผยแพร่ TVC จะต้องออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไม่น้อยกว่า 3 สถานี จากสถานีที่มี Rating อันดับ 1-10 ในกลุ่มผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไป ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยออกอากาศทุกวัน วันละไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง เป็นระยะเวลา 2 เดือน (รวม 62 วัน) และมีความถี่การออกอากาศรวมไม่น้อยกว่า 200 ครั้ง ส่วน Online Video Clip จะต้องเผยแพร่ผ่านช่องทาง Social Media ของ รฟม. (Facebook Reel, YouTube Short, TikTok) และช่องทางของ Influencer ที่เสนอ โดยต้องมียอดวิวตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดในแต่ละช่องทาง โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินงานทั้งหมดภายใน 180 วัน นับจากวันลงนามสัญญา
English summary
The Mass Rapid Transit Authority of Thailand (MRTA) intends to procure a corporate image communication project through television and online media for the fiscal year 2026. The project aims to create public awareness and understanding of MRTA’s core mission as a leading organization in overseeing and developing mass rapid transit systems in Bangkok and regional cities, as well as to promote a positive image and build public trust.
The primary scope of work focuses on producing high-quality advertisements, including: 1) A 30-second Television Commercial (TVC), 1 story, with a modern, friendly, and accessible Mood & Tone; 2) Online Video Clips in vertical format, such as short stories or series, not exceeding 3 minutes each, with no less than 2 clips, which must expand upon and extend the content of the TVC. Both media must be produced using high-quality equipment and techniques and feature the same Influencer(s) (at least 1 person) with a combined follower count of no less than 1,000,000 across social media platforms.
For the dissemination plan, the TVC must be broadcast on no less than 3 television stations ranked 1-10 in ratings among viewers aged 15+ in Bangkok and its vicinity. It must air every day, no less than 2 times per day, for a continuous period of 2 months (total 62 days), with a total broadcast frequency of no less than 200 spots. The Online Video Clips must be published through MRTA’s official Social Media channels (Facebook Reel, YouTube Short, TikTok) and the proposed Influencer’s channels, achieving minimum required view counts for each channel. The total project duration is 180 days from the contract signing date.
อาคารสำนักงาน รฟม. ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร (สำหรับการนำเสนอข้อเสนอด้านเทคนิค)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อสร้างการรับรู้ภารกิจหลักของ รฟม. ในการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนและการให้บริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน
- เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีแก่ รฟม. ในฐานะองค์กรชั้นนำในการขับเคลื่อนระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน
- เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีความเชื่อถือและให้การสนับสนุน รฟม. ในการดำเนินภารกิจกำกับดูแลการให้บริการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนอย่างเต็มศักยภาพ
ขอบเขตของงาน
- การผลิตสื่อโฆษณา:
- ผลิต TVC ความยาว 30 วินาที จำนวน 1 เรื่อง เนื้อหาสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และวัตถุประสงค์ของ รฟม. Mood & Tone ทันสมัย เป็นมิตร (Friendly) และเข้าถึงง่าย
- ผลิต Online Video Clip รูปแบบแนวตั้ง (เช่น เรื่องสั้น ละครสั้น) ความยาวไม่เกิน 3 นาที จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คลิป เพื่อขยายความและต่อยอดเนื้อหาจาก TVC
- นำเสนอ Influencer เดียวกันสำหรับแสดงในทั้ง TVC และ Online Video Clip จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน โดยต้องมีผู้ติดตาม (Followers) ทาง Facebook, Instagram, YouTube และ/หรือ TikTok รวมกันไม่น้อยกว่า 1,000,000 Followers และมีภาพลักษณ์ที่ดี สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย
- ใช้อุปกรณ์บันทึกภาพ-เสียง ตัดต่อ ทำสี คุณภาพสูง และใช้เทคนิคพิเศษ (CG, 3D Animation, Motion Graphic, VFX) ตามความเหมาะสม
- เนื้อหา ภาพ เสียง ต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา
- ดำเนินการผลิตด้วยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์
- ประสานงานกับ รฟม. ในทุกขั้นตอนและดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามที่ รฟม. เห็นสมควร
- ขออนุญาตและปฏิบัติตามกฎระเบียบในการถ่ายทำภายในเขตระบบรถไฟฟ้า (หากจำเป็น)
- ประสานงานกับคณะกรรมการตรวจพิจารณาทางวิทยุโทรทัศน์ (กองเซนเซอร์) เพื่อขออนุญาตออกอากาศ TVC
- การวางแผนและการเผยแพร่สื่อ:
- เผยแพร่ TVC ทางสถานีโทรทัศน์ไม่น้อยกว่า 3 สถานี จากสถานีที่มี Rating อันดับ 1-10 (กลุ่มผู้ชมอายุ 15+ กทม.และปริมณฑล)
- ออกอากาศ TVC ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00-08.00 น. หรือ 18.00-23.00 น. และ เสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-23.00 น.
- ออกอากาศ TVC ต่อเนื่องทุกวัน วันละไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง เป็นเวลา 2 เดือน (เริ่มเดือนกรกฎาคม 2569) รวมความถี่การออกอากาศไม่น้อยกว่า 200 ครั้ง
- เผยแพร่ Online Video Clip ทาง Social Media ของ รฟม. 3 ช่องทาง (Facebook Reel, YouTube Short, TikTok) แต่ละคลิปต้องมียอดชม (Views) ไม่น้อยกว่า 100,000 Views ต่อคลิป ต่อช่องทาง
- เผยแพร่ Online Video Clip ทาง Social Media ของ Influencer ที่เสนอ โดยต้องมียอดชม (Views) รวมทุกช่องทางไม่น้อยกว่า 200,000 Views ต่อคลิป
- วางแผนเผยแพร่ Online Video Clip ช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน 2569
- วางแผนและดำเนินการโปรโมทการออกอากาศ TVC และการเผยแพร่ Online Video Clip ทางสื่อสังคมออนไลน์
- การจัดทำรายงาน:
- จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน พร้อมสรุปมูลค่าการประชาสัมพันธ์เป็นรายงวด ในรูปแบบไฟล์ PDF บรรจุใน USB Flash Drive
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- สื่อที่ผลิต:
- TVC ความยาว 30 วินาที จำนวน 1 เรื่อง (ไฟล์สมบูรณ์)
- Online Video Clip ความยาวไม่เกิน 3 นาที จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คลิป (ไฟล์สมบูรณ์)
- ไฟล์ต้นฉบับ (Footage) เพลง/เสียงดนตรีประกอบ เสียงผู้บรรยาย ไฟล์ภาพกราฟิกทั้งหมดของ TVC และ Online Video Clip บันทึกลงใน External Hard Disk
- เอกสารและรายงาน:
- รายงานสรุปผลการดำเนินงานและสรุปมูลค่าการประชาสัมพันธ์เป็นรายงวด (PDF บน USB)
- สรุปผลการออกอากาศ TVC ประจำเดือนที่ 1 และ 2 (ระบุช่อง, รายการ, วันเวลา, จำนวนสปอต)
- สรุปผลการเผยแพร่ Online Video Clip ประจำเดือนที่ 2 และ 3
- ใบมอนิเตอร์การออกอากาศ TVC จากบริษัท AGB Nielsen Media Research
- หนังสือรับรองการออกอากาศ TVC จากสถานีโทรทัศน์หรือบริษัทเจ้าของเวลา
- การนำเสนอ (ระหว่างดำเนินการเสนอราคา):
- เนื้อเรื่อง/โครงเรื่อง TVC ในรูปแบบ Storyboard 1 เรื่อง
- เนื้อเรื่อง/โครงเรื่อง Online Video Clip อย่างน้อย 2 เรื่อง
- แผนการออกอากาศ TVC ทางโทรทัศน์ (ระบุรายการ, วัน, เวลา, สถานี, Rating, กลยุทธ์, GRPs)
- แผนการเผยแพร่ Online Video Clip ผ่าน Social Media ของ รฟม. และ Influencer พร้อมกลยุทธ์
- แผนการประชาสัมพันธ์การออกอากาศทางสื่อสังคมออนไลน์
- แผนปฏิบัติงาน (Action Plan) เบื้องต้น ในกรอบ 180 วัน
- ข้อเสนออื่นๆ ที่เป็นประโยชน์
- สำเนาหนังสือรับรองผลงานและสำเนาสัญญาจ้าง/PO ที่เกี่ยวข้อง
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินงานภายใน 180 วัน นับจากวันที่ลงนามสัญญาจ้าง
- TVC เริ่มออกอากาศครั้งแรกภายในเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ออกอากาศต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลา 2 เดือน (62 วัน)
- เผยแพร่ Online Video Clip ช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน 2569
- ส่งมอบงานแบ่งเป็น 3 งวด งวดละ 30 วันหลังจากปฏิบัติงานงวดนั้นๆ ครบถ้วน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- Standards Compliance: -
- Experience: ต้องมีผลงานในประเทศไทย ในลักษณะหรือประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ได้แก่ ผลงานด้านการผลิตและออกอากาศ TVC ทางโทรทัศน์หรือผลงานการผลิตและเผยแพร่ Video Clip ทางสื่อสังคมออนไลน์ให้แก่งานส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่น่าเชื่อถือ อย่างน้อย 1 ผลงาน ซึ่งเป็นผลงานที่ตรวจรับสมบูรณ์แล้วในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา นับถึงวันยื่นเอกสารประกวดราคา
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการผลิตสื่อโฆษณาโดยใช้อุปกรณ์คุณภาพสูงและเทคนิคพิเศษ (Computer Generated, 3D Animation, Motion Graphic, Visual Effect) ตามความเหมาะสม
- Personnel: ต้องมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ชำนาญ หรือมีประสบการณ์ในการผลิตสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ สามารถให้คำแนะนำหรือข้อเสนอแนะที่เหมาะสมได้ เจ้าหน้าที่ประสานงานต้องมีความเข้าใจในรายละเอียดงานและระบบการดำเนินงานของ รฟม. มีความสามารถในการประสานงานและบริหารจัดการ
เกณฑ์การพิจารณา
รฟม. จะพิจารณาผู้ชนะโดยใช้เกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) โดยมีน้ำหนักคะแนนดังนี้:
- ราคา (Price): น้ำหนัก 20%
- คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ: น้ำหนัก 80% (คะแนนเต็ม 100) แบ่งเป็น:
- การผลิต TVC และ Online Video Clip (30 คะแนน): Creative Idea, วิธีการนำเสนอ/เทคนิค, การเสนอรายชื่อ Influencer, ความสอดคล้องเชื่อมโยงระหว่างสื่อทั้งหมด
- แผนการเผยแพร่ TVC (30 คะแนน): กลยุทธ์และการวางแผนเผยแพร่, ค่าผลรวมความนิยม (GRPs), จำนวนสปอตทั้งหมด
- แผนการเผยแพร่ Online Video Clip (15 คะแนน): แผนเผยแพร่ผ่านช่องทางของ รฟม. และ Influencer
- แผนการโปรโมท TVC และ Online Video Clip (10 คะแนน): ความสร้างสรรค์และประสิทธิภาพในการสร้างการรับรู้
- ข้อเสนออื่นๆ ที่เป็นประโยชน์กับ รฟม. (10 คะแนน): การเพิ่มช่องทางการเผยแพร่/การรับรู้
- ประสบการณ์/ผลงานที่ผ่านมาของผู้ยื่นข้อเสนอ (5 คะแนน): จำนวนผลงานที่ตรงตามเงื่อนไข
ข้อกำหนดทางเทคนิค
โครงการนี้ต้องการสื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์องค์กรที่มีคุณภาพสูงและมีความสร้างสรรค์
- TVC: ความยาว 30 วินาที, Mood & Tone “ทันสมัย เป็นมิตร (Friendly) และเข้าถึงง่าย”, เนื้อหาสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และภารกิจของ รฟม.
- Online Video Clip: รูปแบบแนวตั้ง (Vertical), ความยาวไม่เกิน 3 นาที, เนื้อหาเป็นการขยายความและต่อยอดจาก TVC, จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คลิป
- Influencer: จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน (แสดงทั้งใน TVC และ Online Clip), มีผู้ติดตามทาง Facebook/Instagram/YouTube/TikTok รวมกันไม่น้อยกว่า 1,000,000 Followers, มีภาพลักษณ์ดีและ Lifestyle สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า
- คุณภาพการผลิต: ใช้อุปกรณ์บันทึกภาพ-เสียง ตัดต่อ ทำสี คุณภาพสูง, อาจใช้เทคนิคพิเศษเช่น CG, 3D Animation, Motion Graphic, VFX เพื่อให้สื่อมีความละเอียด คมชัด สร้างสรรค์ ทันสมัย น่าสนใจ
- การเผยแพร่ TVC: ต้องเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ไม่น้อยกว่า 3 สถานี จากสถานีที่มี Rating อันดับ 1-10 (กลุ่มผู้ชมอายุ 15+ กทม.และปริมณฑล ตามข้อมูล AGB Nielsen มกราคม 2569), ออกอากาศในเวลาที่กำหนด (วันธรรมดาเช้าหรือเย็น-ค่ำ, วันหยุดเต็มวัน), ความถี่รวมไม่น้อยกว่า 200 ครั้ง ใน 2 เดือน
- การเผยแพร่ Online Clip: ยอดวิวขั้นต่ำ 100,000 Views ต่อคลิปต่อช่องทางของ รฟม. (Facebook Reel, YouTube Short, TikTok) และ 200,000 Views ต่อคลิป สำหรับช่องทางของ Influencer
- การประสานงาน: ต้องขออนุญาตและปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดหากต้องถ่ายทำในเขตระบบรถไฟฟ้า และต้องดำเนินการขออนุญาตออกอากาศ TVC จากคณะกรรมการตรวจพิจารณาทางวิทยุโทรทัศน์ (กองเซนเซอร์)
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ: 7,500,000 บาท (เจ็ดล้านห้าแสนบาทถ้วน) ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
- การจ่ายเงิน: แบ่งชำระเป็น 3 งวด
- งวดที่ 1: 40% ของวงเงิน หลังส่งมอบงานงวดที่ 1 และผ่านการตรวจรับ
- งวดที่ 2: 30% ของวงเงิน หลังส่งมอบงานงวดที่ 2 และผ่านการตรวจรับ
- งวดที่ 3: 30% ของวงเงิน หลังส่งมอบงานงวดที่ 3 และผ่านการตรวจรับ
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- กรณีส่งมอบงานงวดล่าช้า: ปรับรายวัน อัตราร้อยละ 0.1 ของเงินค่าจ้างตามงวดงานนั้น
- กรณีไม่สามารถออกอากาศ TVC ได้ตามแผน (นอกเหนือจากเหตุสุดวิสัย/รายการพิเศษ): ปรับรายวัน อัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้างในแต่ละงวด จนกว่าจะได้ออกอากาศชดเชย
- สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา: งานผลิตทั้งหมด (TVC, Online Video Clip, ต้นฉบับ, Footage, เสียง, กราฟิก ฯลฯ) ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ รฟม. โดยสิทธิ์ขาด ผู้รับจ้างห้ามเผยแพร่หรือดำเนินการใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก รฟม. ล่วงหน้า และต้องรับผิดชอบหากมีการละเมิดสิทธิ์ของบุคคลอื่น
- หลักประกัน: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องวางหลักประกันสัญญา ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: Influencer ที่นำเสนอสามารถเป็นคนละคนระหว่าง TVC และ Online Video Clip ได้หรือไม่?
A: ไม่ได้ ตามขอบเขตงานระบุชัดเจนว่า Influencer จะต้องเป็นคนเดียวกันทั้งใน TVC และ Online Video Clip -
Q: หากถ่ายทำในเขตระบบรถไฟฟ้า ต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง?
A: ผู้รับจ้างต้องยื่นหนังสือขออนุญาตใช้พื้นที่ล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทำการ พร้อมระบุรายละเอียดการถ่ายทำทั้งหมด และต้องได้รับการอนุมัติจาก รฟม. และบริษัทผู้รับสัมปทานก่อนเริ่มถ่ายทำ รวมถึงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและไม่รบกวนผู้โดยสารอย่างเคร่งครัด -
Q: การคำนวณจำนวนผู้ติดตาม (Followers) 1,000,000 คน ของ Influencer ต้องเป็นอย่างไร?
A: ต้องเป็นจำนวนผู้ติดตามรวมกันทาง Facebook และ/หรือ Instagram และ/หรือ YouTube และ/หรือ TikTok รวมกันไม่น้อยกว่า 1,000,000 Followers -
Q: Online Video Clip 2 คลิป จำเป็นต้องเป็นคนละเนื้อเรื่องหรือเชื่อมโยงกันเป็นซีรีส์หรือไม่?
A: เอกสารระบุว่า Online Video Clip เป็นการขยายความและต่อยอดจากเนื้อหาของ TVC และต้องมีความสอดคล้องเชื่อมโยงระหว่าง TVC และ Online Video Clip ทั้งหมด โดยสามารถเป็นเรื่องสั้น ละครสั้น หรือซีรีส์สั้นก็ได้ -
Q: หากสถานีโทรทัศน์มีรายการพิเศษหรือถ่ายทอดสดจนต้องเปลี่ยนเวลาออกอากาศ TVC จะมีผลอย่างไร?
A: ในกรณีนี้ รฟม. จะอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงเวลาได้โดยไม่คิดค่าปรับ แต่ผู้รับจ้างต้องดำเนินการออกอากาศชดเชยจนครบถ้วนในสถานีเดิม และอยู่ในช่วงเวลา/รายการเดิมหรือที่มีอัตราค่าโฆษณาเท่ากัน/มากกว่า พร้อมแจ้งคณะกรรมการตรวจรับงานเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 5 วัน -
Q: ไฟล์ต้นฉบับ (Footage) ที่ต้องส่งมอบ ต้องมีคุณภาพระดับใด?
A: เอกสารระบุว่าต้องบันทึกลงใน External Hard Disk และ รฟม. สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิต ตัดต่อ และเผยแพร่ในงานของ รฟม. ต่อไปได้ ดังนั้นควรเป็นไฟล์ต้นฉบับที่มีความละเอียดสูง (High Resolution) และคุณภาพเหมาะสมสำหรับการนำไปใช้ต่อ -
Q: การเสนอแผนการเผยแพร่ TVC ต้องอ้างอิงข้อมูล Rating จากแหล่งใด?
A: ต้องอ้างอิงข้อมูล Rating จาก AGB Nielsen Media Research โดยใช้ค่าเฉลี่ยความนิยมของรายการโทรทัศน์ทั้งเดือนมกราคม 2569 -
Q: “มูลค่าสุทธิของกิจการ” หมายถึงอะไร และต้องมีหลักฐานอย่างไร?
A: สำหรับนิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน 1 ปี หมายถึงผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบการเงินตรวจรับรองแล้ว 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ซึ่งต้องมีค่าเป็นบวก หรืออาจใช้ทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท (กรณีนิติบุคคลใหม่) หรือใช้วงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่าโครงการ -
Q: หากชนะการประกวดราคาแล้ว ไม่ไปทำสัญญาภายในเวลาที่กำหนด จะเกิดอะไรขึ้น?
A: รฟม. จะริบหลักประกันการเสนอราคา หรือเรียกร้องจากผู้ค้ำประกันทันที และอาจพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบ -
Q: รฟม. สามารถเปลี่ยนแปลงผู้ประสานงานของบริษัทผู้รับจ้างได้หรือไม่?
A: ได้ รฟม. ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงผู้ประสานงาน หากพิจารณาแล้วว่าการประสานงานนั้นส่งผลให้การดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตการดําเนินงาน (Term of Reference : TOR)
จางสื่อสารภาพลักษณ รฟม. ผานสื่อโทรทัศน ประจําปงบประมาณ 2569
- ความเปนมา หลักการ และเหตุผล
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีภารกิจ หลักในการพัฒนาและขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและเมืองหลักของประเทศ โดยได้ กำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ เริ่มใช้ในปีงบประมาณ 2569 คือ “องค์กรชั้นนำในการขับเคลื่อนระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน” เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ รฟม. ต้องมีบทบาทในการกำกับดูแลการให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร หรือ รถไฟฟ้า MRT รวม 4 สาย ได้แก่ สายเฉลิม รัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) สายนัคราพิพัฒน์ (สายสีเหลือง) และสายวิวัฒน์นคร (สายสีชมพู) รวมถึงการรองรับความเป็นไปได้ในอนาคตตามแนวนโยบายของกระทรวงคมนาคม
โดย รฟม. ตั้งเป้าหมายที่จะกำกับการให้บริการรถไฟฟ้าให้มีมาตรฐานที่ดีและปลอดภัย ตรงต่อเวลา มีสิ่งอำนวย ความสะดวกครบครัน รองรับการเข้าถึงของคนทุกคนอย่างเท่าเทียม มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ตอบสนองวิถีชีวิต คนยุคใหม่ ทั้งยังมีราคาที่เหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องต่อความคาดหวังของประชาชนผู้ใช้บริการในทุกมิติ นอกจากนี้ รฟม. ยังได้รับมอบหมายจากรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมให้ดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนในเมืองหลักของ ภูมิภาค อาทิ จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา พิษณุโลก และสงขลา ซึ่งเป็นความท้าทายใหม่ของ รฟม. ที่จะ บุกเบิกรูปแบบใหม่ของการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะในพื้นที่จังหวัดดังกล่าว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของ ประชาชน ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจในเมืองหลักของภูมิภาคอีกด้วย
ดังนั้น รฟม. จึงมีความประสงค์จะดำเนินการสื่อสารประชาสัมพันธ์ภารกิจดังกล่าวข้างต้นของ รฟม. ให้ สาธารณชนเกิดการรับรู้ เข้าใจ มีความเชื่อถือและให้การสนับสนุน รฟม. ในการดำเนินภารกิจกำกับดูแลการให้บริการ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนอย่างเต็มศักยภาพ โดยดำเนินการสื่อสารผ่านสื่อโทรทัศน์ ซึ่งถือเป็นสื่อหลักที่มีความน่าเชื่อถือ ควบคู่กับการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่ม ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต ที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ คนวัยทำงาน ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้อย่าง ครอบคลุมทั่วถึง และก่อให้เกิดทัศนคติที่ดีแก่ รฟม. - วัตถุประสงค
2.1 เพื่อสร้างการรับรู้ภารกิจหลักของ รฟม. ในการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนและการให้บริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดนิ ทางและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน
2.2 เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีแก่ รฟม. ในฐานะองค์กรชั้นนำในการขับเคลื่อนระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดนิ ทางและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน
2.3 เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีความเชื่อถือและให้การสนับสนุน รฟม. ใน การดำเนินภารกิจกำกับดูแลการให้บริการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนอย่างเต็มศักยภาพ - กลุมเปาหมาย
3.1 ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT
3.2 ประชาชนทั่วไป อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
3.3 ประชาชนทั่วไปที่อยู่ในจังหวัดอื่นที่มีโครงการระบบขนส่งมวลชนของ รฟม.
-2- - คุณสมบัติของผยื่นขอเสนอ ู
4.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
4.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
4.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
4.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือการทำสัญญากับหน่วยงานรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
4.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้เวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
4.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
4.7 เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรบัจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
4.8 ไม่เป็นผู้มผีลประโยชน์ร่วมกันกับผูยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ ้ รฟม. ณ วันประกาศประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกสค์ รั้งนี้
4.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความค้มุ กัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
4.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
4.11 กำหนดรายละเอียดของกิจการร่วมค้า ตามหนังสือด่วนที่สุดที่ กค (กวจ)0405.2/ว581 ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2563 ดังนี้
- ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรอื มูลค่า ตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับ ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมี คุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงระหว่าง ผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือ มอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมคา้
4.12 กำหนดรายละเอียด มูลค่าสุทธิ ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค(กวจ) 0405.2/ว124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566 เรื่อง แนวทาง ปฏิบัติในการเร่งรัดการปฏิบัติงานตามสัญญาและการกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นข้อเสนอ ดังน้ี
-3- - ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นไปตามเงื่อนไขข้อ 1.1 – 1.2 ของหนังสือคณะกรรมการ วินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566 เรื่องแนวทางปฏิบัติในการเร่งรัดการปฏิบัติงานตามสัญญาและการกำหนดคุณสมบัติของ ผู้มีสิทธิยื่นข้อเสนอ และเป็นไปตามเงื่อนไขข้อ 1.1 – 1.4 ของหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว814 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2567 เรื่อง แนวทางปฏิบัติการพิจารณามูลค่าสุทธิของกิจการสำหรับนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย
- ขอบเขตการดําเนินงาน
5.1 ผู้รับจ้างจะต้องผลิตสื่อโฆษณาดังต่อไปนี้
5.1.1 ผู้รับจ้างจะต้องผลิตสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์ (TVC) ความยาว 30 วินาที จำนวน 1 เรื่อง โดยมี เนื้อหาที่สอดคล้องตามวิสัยทัศน์ ความเป็นมา หลักการและเหตุผล และวัตถุประสงค์ เน้น Mood&Tone ที่ทันสมัย เป็นมิตร (Friendly) และเข้าถึงง่าย (หน้า 9) ทั้งนี้ สามารถศึกษาข้อมูลภารกิจการดำเนินงานของ รฟม. เพิ่มเติมได้ จากเว็บไซต์ รฟม. (www.mrta.co.th) เฟซบุ๊กแฟนเพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย Youtube PR MRTA Official และ Tiktok PR MRTA Official
5.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องผลิตสื่อโฆษณาออนไลน์ (Online Video Clip) ในรูปแบบแนวตั้ง เช่น เรื่องสั้น (Short Story) ละครสั้น หรือซีรีส์สั้น เป็นต้น ความยาวไม่เกิน 3 นาที จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คลิป โดยเป็นการขยายความ และต่อยอดจากเนื้อหาของ TVC ข้อ 5.1.1 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและตอกย้ำภารกิจของ รฟม.
5.1.3 ผู้รับจ้างจะต้องนำเสนอ Influencer เพื่อแสดงทั้งใน TVC และ Online Video Clip (เป็น Influencer เดียวกันทั้ง 2 สื่อ) จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน โดย Influencer จะต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี มี Lifestyle ที่ สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า และต้องมีผู้ติดตาม (Followers) ทาง Facebook และ/หรือ Instragram และ/หรือ Youtube และ/หรือ Tiktok รวมกันไม่น้อยกว่า 1,000,000 Followers
5.1.4 ผู้รับจ้างจะต้องใช้อุปกรณ์ในการบันทึกภาพ เสียง ตัดต่อ ทำสี ด้วยอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ ตลอดจนมีการใช้เทคนิคพิเศษ เช่น Computer Generated, 3D Animation, Motion Graphic, Visual Effect เป็นต้น ตามความเหมาะสม เพื่อให้ TVC และ Online Video Clip มีความละเอียด คมชัด มีความสร้างสรรค์ ทันสมัย และน่าสนใจ
5.1.5 เนื้อหา ภาพ เสียง เพลงประกอบ คลิปวิดีโอหรือสิ่งอื่นใดที่ใช้ในการผลิต TVC และ Online Video Clip ทั้งหมด จะตองไมละเมิดกฎหมายวาดวยลิขสิทธิ์และทรัพยสินทางปญญา ทั้งนี้ หาก รฟม. ทราบหรือ ตรวจพบภายหลังว่ามีส่วนหนึ่งใดหรือทั้งหมดในสปอตโฆษณามีการละเมิดสิทธิ์ของผลงานผู้อื่น หรือมีการร้องเรียน/ ฟ้องร้อง ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
5.1.6 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการผลิต TVC และ Online Video Clip ด้วยบุคลากรที่มีความ เชี่ยวชาญ ชำนาญ หรือ มีประสบการณ์ในการงานผลิตสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยสามารถให้คำแนะนำหรือ ข้อเสนอแนะที่เหมาะสมแก่ รฟม. ได้อย่างเป็นอย่างดี เพื่อให้ TVC และ Online Video Clip ของ รฟม. มีความ สมบูรณ์มากที่สุด
5.1.7 ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับ รฟม. ในทุกขั้นตอน เพื่อให้การผลิต TVC และ Online Video Clip มีความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ทั้งเนื้อหาและคุณภาพ รวมถึงผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไข ตามที่ รฟม. เห็นสมควร และจะต้องผ่านการเห็นชอบจาก รฟม. ก่อนนำไปเผยแพร่
-4-
ทั้งนี้ในกรณีที่มีความจําเปนตองถายทําภายในเขตระบบรถไฟฟา ผูรับจางจะตองมี หนังสือขออนุญาตเขาใชพ้ืนที่ในการถายทํา และตองไดรับการอนุญาตกอนถายทํา รวมถึงจะตองปฏิบัติตาม คําแนะนํา กฎ ระเบียบ หรือ ขอบังคับ ในการเขาใชพื้นที่อยางเครงครัด เพื่อมิใหเปนการรบกวน กีดขวาง หรือ ทําใหผูใชบริการไมไดรับความสะดวกในการใชบริการรถไฟฟา (หน้า 10 )
5.1.8 ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการประสานงานทุกขั้นตอนกับคณะกรรมการตรวจ พิจารณาทางวิทยุโทรทัศน์ (กองเซนเซอร์) เพื่อขออนุญาตนำ TVC ตามข้อ 5.1.1 ไปเผยแพร่ออกอากาศทาง สถานีโทรทศัน์
5.2 ผู้รับจ้างจะต้องวางแผนการเผยแพร่สื่อโฆษณาตามข้อ 5.1 ดังนี้
5.2.1 เผยแพร่ TVC ทางสถานีโทรทัศน์ รวมจํานวนทั้งสิ้น ไมนอยกวา 3 สถานีโดยจะต้องคัดเลือก จากสถานีโทรทัศน์ที่ได้รับการจัดอันดับความนิยม (Rating) ในช่วงอันดับ 1 - 10 จากกลุ่มผู้ชมช่วงอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รายละเอียดปรากฏตามเอกสารอ้างอิง 1 (หน้า 11) ในช่วงเวลาดังนี้ ทุกวันจันทร์- วันศุกร์เวลา 06.00 - 08.00 น. หรอื เวลา 18.00 - 23.00 น.
ทุกวันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 10.00 - 23.00 น.
5.2.2 ผู้รับจ้างจะต้องเผยแพร่ TVC ทางสถานีโทรทัศน์ ต่อเนื่องทุกวันๆ ละไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง เป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยเริ่มออกอากาศครั้งแรกภายในเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป (รวม 62 วัน) และมี ความถี่ในการออกอากาศ TVC รวมทั้งสิ้นไมน่ ้อยกว่า 200 ครั้ง ทั้งนี้ในกรณทีี่มีการเปลี่ยนแปลงการออกอากาศ
- รฟม. จะอนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลงเวลาออกอากาศโดยไมคิดคาปรับเฉพาะกรณีที่มี รายการถายทอดสด หรือมีการถายทอดรายการพิเศษของทางสถานีหรือกรณีที่เปนเหตุสุดวิสัยเทาน้ัน ทั้งนี้ ผู้รับจ้าง จะต้องดำเนินการออกอากาศชดเชยจนครบถ้วนในสถานีเดิม และจะต้องอยู่ในช่วงเวลาและรายการเดิมที่เสนอไว้ หรือช่วงเวลาใกล้เคียง หรือรายการอื่นที่มีอัตราค่าโฆษณามากกว่าหรือเท่ากับในสถานีเดิม และจะต้องแจ้งให้ คณะกรรมการตรวจรับงานทราบเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง ภายใน 5 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากทางสถานี หรอืรายการ โดยแนบหนังสือแจ้งการงดออกอากาศของสถานีหรือรายการ พรอ้ มระบุสาเหตุมาด้วยทุกครั้ง
- หากผู้รบัจ้างไม่สามารถดำเนินการออกอากาศได้ตามที่เสนอไว้ โดยมีสาเหตุนอกเหนือจาก ข้อ 1) ผูรับจางจะตองถูกปรับเปนรายวันในอัตรารอยละ 0.10 ของราคางานจางในแตละงวดจนกวาจะได ออกอากาศชดเชย ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการออกอากาศชดเชยจนครบถ้วนในสถานีเดิม และจะต้องอยู่ใน ช่วงเวลาและรายการเดิมที่เสนอไว้ หรือช่วงเวลาและรายการอื่นที่มีอัตราค่าโฆษณามากกว่าหรือเท่ากับในสถานีเดิม และจะต้องแจ้งให้คณะกรรมการตรวจรับงานทราบเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง (พร้อมระบุสาเหตุ) ภายใน 5 วัน ก่อนถึงวันที่กำหนดออกอากาศ
5.2.3 เผยแพร่ Online Video Clip ทาง Social Media ของ รฟม. จำนวน 3 ช่องทาง ได้แก่ Facebook (Reel) Youtube (Short) และ Tiktok โดยจะต้องมียอดชม (Views) ในแต่ละช่องทาง ไม่น้อยกว่า 100,000 Views ต่อคลิป
5.2.4 เผยแพร่ Online Video Clip ทาง Social Media ของ Influencer ที่เสนอตามข้อ 5.1.3 โดย จะต้องมียอดชม (Views) ทุกช่องทาง ได้แก่ Facebook และ/หรือ Instragram และ/หรือ Youtube และ/หรือ Tiktok รวมกันไม่น้อยกว่า 200,000 Views ต่อคลิป
5.2.5 ผู้รับจ้างจะต้องวางแผนเผยแพร่ Online Video Clip ตามข้อ 5.2.3 และ 5.2.4 ในช่วงระหว่าง เดือนสิงหาคม - กันยายน 2569
5.2.6 ผู้รับจ้างจะต้องวางแผนและดำเนินการโปรโมทการออกอากาศ TVC และการเผยแพร่ Online Video Clip ทางสื่อสังคมออนไลน์
-5-
5.3 การจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานตามข้อ 5.1 - 5.2 พร้อมทั้งสรุปมูลค่าการ ประชาสัมพันธ์เป็นรายงวด โดยจัดส่งข้อมูลในรูปแบบไฟล์ PDF บรรจุในรูปแบบ USB Flash Drive 1 ชุด
6.หลักฐานการยื่นขอเสนอ
6.1 ผ้ยูื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานพร้อมกับรับรองสำเนาถูกต้องมาพร้อมกับการเสนอราคา ดังนี้ 6.1.1 สำเนาหนังสือรบัรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
6.1.2 สำเนาหนังสือบรคิณห์สนธิ
6.1.3 บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
6.1.4 บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
6.1.5 ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี)
6.1.6 หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
6.1.7 ในกรณผีู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนาสัญญาของการ เข้ารว่ มค้า ตามข้อ 4.11
6.1.8 งบแสดงฐานะการเงินที่ตรวจรับรองแล้ว 1 ปีสุดท้าย และหากเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียน เกินกว่า 1 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม หากไม่มีมูลค่าสุทธิเพียงพอ สามารถยื่นหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมลูค่า โครงการ ตามข้อ 4.12
6.2 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนำข้อเสนอด้านเทคนิคมาเสนอต่อ รฟม. ด้วยตนเอง ณ อาคารสำนักงาน รฟม. ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ภายใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันที่ยื่นเสนอราคา โดย รฟม. จะเป็นผู้กำหนดวันและเวลา ซึ่งจะแจ้งให้ทราบภายหลัง และ รฟม. จะพิจารณาไม่ผ่านคุณสมบัติด้าน เทคนิค หากผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่นำเสนองานตามวันและเวลาที่ รฟม. กำหนด
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายจะต้องจัดเตรียมเอกสารเพื่อประกอบการนำเสนอจำนวน 3 ชุด พร้อม Presentation หรือคลิปวีดิโอ และมีเวลาในการนำเสนอไม่เกิน 40 นาที (รวมตอบข้อซักถาม 10 นาที) โดยรายละเอียดของงานที่นำเสนอจะต้องเป็นไปตามเอกสารที่ยื่นมาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ผู้ยื่นข้อเสนอปรับเปลี่ยนข้อมูลแตกต่างไปจากเอกสารที่ยื่นเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอนำเสนอ นอกเหนือไปจากเอกสารที่ยื่นมาข้างต้นอย่างมีนัยสำคัญ รฟม. ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา โดยมีข้อเสนอด้านเทคนิค ดังนี้
6.2.1 เนื้อเรื่อง/โครงเรื่อง TVC ในรูปแบบ Storyboard จำนวน 1 เรื่อง และเนื้อเรื่อง/โครงเรื่อง Online Video Clip อย่างน้อย 2 เรื่อง พร้อมอธิบายรายละเอียดการผลิต เช่น แนวคิด (Concept) Key Message รูปแบบ /เทคนิคการนำเสนอ/เทคนิคพิเศษ จุดเด่น/ความน่าสนใจ ความคิดสร้างสรรค์ การสร้างการจดจำ ตัวอย่างที่นำมา เทียบเคียง (Reference) ตลอดจนอุปกรณ์ที่ใช้ในการบันทึกภาพ เสียง ตัดต่อ ทำสีที่แสดงถึงคุณภาพของการผลิต ทั้งนี้ สามารถเสนอแนวคิดการผลิต TVC และ Online Video Clip ได้เพียงอย่างละ 1 Option เท่านั้น และ รฟม. จะไม่รับ พิจารณา Option อื่นเกินกว่าที่กำหนดไว้
6.2.2 แผนการออกอากาศ TVC ทางโทรทัศน์ โดยระบุ รายการ วัน เวลา สถานีโทรทัศน์ และ Rating ของรายการที่จะออกอากาศให้ชัดเจน กลยุทธ์การเผยแพร่ TVC ไปสู่กลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งสรปุ ผลรวมของจำนวน TCV และผลรวมของ Rating (Gross of Rating Points:GRPs) โดยใช้ค่าเฉลี่ยความนิยมของรายการโทรทัศน์ทั้งเดือน มกราคม 2569 ในกลุ่มผู้ชมชาย-หญิงอายุ 15 ปีขึ้นไปในเขตกรุงเทพมหานคร (แยก Rating วันจันทร์ - ศุกร์ และ วันเสาร์ - อาทิตย์) และจะต้องมาจาก AGB Nielsen Media Research ทั้งนี้ ในการสรุปผลรวมของจำนวนสปอต โฆษณาและผลรวมของ Rating ไม่รวมจำนวนสปอตที่แถมเพิ่มเติม
-6-
6.2.3 แผนการเผยแพร่ Online Video Clip ผ่านทาง Social Media ของ รฟม. และ Influencer พร้อมกลยุทธ์การเผยแพร่ Online Video Clip ไปสู่กลุ่มเป้าหมาย
6.2.4 แผนการประชาสัมพันธ์การออกอากาศ TVC และ Online Video Clip ทางสื่อสังคมออนไลน์ 6.2.5 แผนปฏิบัติงาน (Action Plan) เบื้องต้น ในกรอบระยะเวลา 180 วัน ของงานจ้างฯ นี้ 6.2.6 ข้อเสนออื่นๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ รฟม.
6.2.7 สำเนาหนังสือรับรองผลงาน และสำเนาสัญญาจ้างหรือใบสั่งซื้อสั่งจ้าง (Purchase Order) และ ลงนามโดยผู้มีอำนาจ โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานในประเทศไทย ในลักษณะหรือประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวด ราคาจ้าง ได้แก่ ผลงานด้านการผลิตและออกอากาศ TCV ทางโทรทัศน์หรือผลงานการผลิตและเผยแพร่ Video Clip ทางสื่อสังคมออนไลน์ให้แก่งานส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่น่าเชื่อถือ โดยมีผลงานอย่างน้อย 1 ผลงาน และ ต้องเป็นผลงานที่ตรวจรับสมบูรณแ์ ล้วในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา นับถึงวันยื่นเอกสารประกวดราคา
ทั้งนี้ คาใชจายใดๆ ที่เกิดจากการยื่นขอเสนอ ผูยื่นขอเสนอจะตองเปนผูรับผิดชอบ และไมมีผล ผกูพันตอ รฟม. แตอยางใด
7.เกณฑการพจิารณา
รฟม. จะพิจารณาผู้ชนะการประกวดราคาครั้งนี้ โดยใช้เกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) โดยพิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนกัที่กำหนด ดังนี้ - ราคาที่ยื่นข้อเสนอราคา (Price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 20 2) คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 80 ซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณาคะแนน ดังนี้
ลําดับ เกณฑการพิจารณา คะแนน 1) ราคาที่ยื่นเสนอ (ร้อยละ 20) 100 - คุณภาพและคุณสมบัติฯ (ร้อยละ 80)
(1) การผลิต TVC และ Online Video Clip โดยแบ่งการพิจารณาให้คะแนนตามหัวข้อดังนี้ - Creative Idea ของ TVC และ Online Video Clip
- วิธีการนำเสนอ / เทคนิคที่ใช้เล่าเรื่อง
- การเสนอรายชื่อ Influencer
- ความสอดคล้อง เชื่อมโยงระหว่าง TVC และ Online Video Clip ทั้งหมด (2) แผนการเผยแพร่ TCV
- กลยุทธ์และการวางแผนเผยแพร่ TVC
- ค่าผลรวมความนิยม (Gross of Rating Points: GRPs)
- จำนวนสปอตทั้งหมด
(3) แผนการเผยแพร่ Online Video Clip
(4) แผนการโปรโมท TVC และ Online Video Clip
(5) ข้อเสนออื่นๆ ที่เป็นประโยชน์กับ รฟม. ในการสร้างรับรู้สปอตโฆษณา รฟม. หรือ ข่าวสารของ รฟม. มากขึ้น
(6) ประสบการณ์/ ผลงานที่ผ่านมาของผู้ยื่นข้อเสนอ
100
30
(5)
(5)
(10)
(10)
30
(15)
(10)
(5)
15
10
10
5
-7-
8. ระยะเวลาในการดําเนินการ
ระยะเวลาดำเนินงานภายใน 180 วัน นับจากวันที่ลงนามสัญญาจ้าง
9. การสงมอบงาน
ผู้รบัจ้างจะต้องส่งมอบงาน จำนวน 3 งวด ให้รฟม. ดังนี้
งวดที่ 1 ภายใน 30 วัน หลังจากผลิตและเผยแพร่ TVC เดือนที่ 1 ครบถ้วนแล้ว
- หนังสือส่งมอบงาน / ใบแจ้งหนี้ งวดที่ 1
- ต้นฉบับ TVC ภาพเคลื่อนไหวที่ถ่ายทำทั้งหมด (Footage) เพลง/เสียงดนตรีประกอบ เสียง ผู้บรรยาย และไฟล์ภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกที่มีปรากฏใน TVC บันทึกลงใน External Hard Disk และ รฟม. สามารถ นำไปใช้ประโยชน์ในการผลิต ตัดต่อ และเผยแพรใ่ นงานของ รฟม. ต่อไปได้
- สรุปผลการออกอากาศ TVC เดือนที่ 1 โดยระบุช่อง รายการโทรทัศน์ วัน เดือน ปี และช่วงเวลาที่ ทำการเผยแพร่ รวมถึงจำนวนสปอตทั้งหมดที่ออกอากาศ
- ใบมอนิเตอร์การออกอากาศ TVC จากบรษิัท เอจีบีนีลเส็น มีเดียรีเสิร์ช จำกัด (ประเทศไทย) 5) หนังสือรับรองการออกอากาศ TVC จากสถานีโทรทัศน์หรือจากบริษัทเจ้าของเวลาผู้ได้รับ สัมปทานจากสถานีโทรทศั น์
- สรุปมูลค่าการประชาสัมพันธ์
งวดที่ 2 ภายใน 30 วัน หลังจากเผยแพร่ TVC และ Online Video Clip เดือนที่ 2 ครบถ้วนแล้ว 1) หนังสือส่งมอบงาน / ใบแจ้งหนี้ งวดที่ 2 - สรุปผลการออกอากาศ TVC เดือนที่ 2 โดยระบุช่อง รายการโทรทัศน์ วัน เดือน ปี และช่วงเวลาที่ ทำการเผยแพร่ รวมถึงจำนวนสปอตทั้งหมดที่ออกอากาศ
- ใบมอนิเตอร์การออกอากาศ TVC จากบรษิัท เอจีบีนีลเส็น มีเดียรีเสิร์ช จำกัด (ประเทศไทย) 4) หนังสือรับรองการออกอากาศ TVC จากสถานีโทรทัศน์หรือจากบริษัทเจ้าของเวลาผู้ได้รับ สัมปทานจากสถานีโทรทศั น์
- ไฟล์ต้นฉบับ Online Video Clip และภาพเคลื่อนไหวที่ถ่ายทำทั้งหมด (Footage) เพลง/ เสียงดนตรีประกอบ เสียงผู้บรรยาย และไฟล์ภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกที่มีปรากฏใน Online Video Clip บันทึกลงใน External Hard Disk และ รฟม. สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิต ตัดต่อ และเผยแพร่ในงานของ รฟม. ต่อไปได้ 6) สรุปผลการเผยแพร่ Online Video Clip เดือนที่ 2
- สรุปมูลค่าการประชาสัมพันธ์
งวดที่ 3 ภายใน 30 วัน หลังจากเผยแพร่ Online Video Clip เดือนที่ 3 ครบถ้วนแล้ว - หนังสือส่งมอบงาน / ใบแจ้งหนี้ งวดที่ 3
- สรุปผลการเผยแพร่ Online Video Clip เดือนที่ 3
- สรุปมูลค่าการประชาสัมพันธ์
10.การจายเงิน
รฟม. จะชำระค่าจ้างเป็นงวด จำนวน 3 งวด ดังน้ี
งวดที่ 1 เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินงานและส่งมอบงานงวดที่ 1 ครบถ้วนถูกต้อง และผ่านการตรวจรับจาก คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ รฟม. เรียบร้อยแล้วร้อยละ 40 ของวงเงิน
-8-
งวดที่ 2 เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินงานและส่งมอบงานงวดที่ 2 ครบถ้วนถูกต้อง และผ่านการตรวจรับจาก คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ รฟม. เรียบร้อยแล้วร้อยละ 30 ของวงเงิน
งวดที่ 3 เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินงานและส่งมอบงานงวดที่ 3 ครบถ้วนถูกต้อง และผ่านการตรวจรับจาก คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ รฟม. เรียบร้อยแล้วร้อยละ 30 ของวงเงิน
11.งบประมาณในการดําเนินการ
ภายในวงเงิน 7,500,000 บาท (เจ็ดล้านห้าแสนบาทถ้วน) ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
- อตัราคาปรับ
12.1 กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก รฟม. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าว เป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น 12.2 กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานตามงวดงานให้ รฟม. ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดตามข้อ 9 ผู้รับจ้างยินยอมให้ รฟม. ปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.1 ของเงินค่าจ้างตามงวดงานนั้น นับถัดจากวันที่กำหนด แล้วเสร็จของสัญญา หรือวันที่ รฟม. ได้ขยายให้จนถึงวันที่ทำงานแล้วเสรจ็จริง - เงื่อนไข
เจ้าหน้าที่ประสานงานของผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องมีความเข้าใจในรายละเอียดงานตามสัญญา และระบบ การดำเนินงานของ รฟม. มีความสามารถที่จะประสานงานและบริหารจัดการให้การดำเนินงานเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพ โดย รฟม. ขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงผูประสานงาน หากพิจารณาแลววาการประสานงานนั้น สงผลใหการดําเนินงานไมเปนไปตามเปาหมาย - สิทธิ์ในทรัพยสินทางปญญา
การดำเนินงานที่เกี่ยวข้องสำหรับงานจ้างนี้ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ รฟม. ทั้งหมด ผู้รับจ้างต้องส่ง มอบงานผลิต TVC และ Online Video Clip ที่ผลิตสมบูรณ์ ต้นฉบับ ภาพถ่าย ภาพ Footage เสียงดนตรีประกอบ เสียงผู้บรรยาย ไฟล์งานกราฟิก พร้อมทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ ในการผลิตให้ รฟม. โดยถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญา ของ รฟม. ทั้งหมด โดย รฟม. สามารถนำสื่อที่ผู้รับจ้างจัดทำ ไปพัฒนา ปรับปรุง และเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ใน ช่องทางของ รฟม. ได้ในอนาคต ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะนำไปเผยแพร่ หรือดำเนินการอย่างอื่นอย่างใดโดยไม่ผ่านความ เห็นชอบของ รฟม. ก่อนมิได้ และสื่อที่ผู้รับจ้างทำจะต้องไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเด็ดขาด หากเกิด ปัญหาหรือความเสียหายขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวและไม่มีผลผูกพันต่อ รฟม. แต่อย่างใด - ผูประสานงาน
15.1 นางสาวภัทรสุดา หวานแหลม พนักงานประชาสัมพันธ์ ระดับ 7 แผนกสื่อสารองค์กร กองประชาสัมพันธ์ สำนักสื่อสารองค์กร รฟม.
โทรศัพท์ 0 2716 4000 ต่อ 1738
15.2 นางสาวอริสา เชยพันธุ์ พนักงานประชาสัมพันธ์ ระดับ 7 แผนกสื่อสารองค์กร กองประชาสัมพันธ์ สำนักสื่อสารองค์กร รฟม. โทรศัพท์ 0 2716 4000 ต่อ 1746
-9-
เอกสารอางอิง 1
วิสัยทัศน รฟม. “องค์กรชั้นนําในการขับเคลื่อนระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน”
“ชั้นนํา” - ผู้นําในการบริหารจัดการระบบการให้บริการรถไฟฟ้าขนส่งมวลขนทั้งการเดินรถ การกํากับดูแล และ การให้บริการรวมถึงการสร้างมูลคา่ เพิ่มทางเศรษฐกิจ
“เพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง” - นวัตกรรมเพื่อลดระยะเวลาการเดินทาง และระยะเวลาในการเชื่อมต่อระบบ ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง เพื่อความปลอดภัย
“ความยั่งยืน” – การสร้างการยอมรับและความเชื่อมั่นของทุกกลุ่มผู้มีส่วนไดส้ ่วนเสีย
Mood&Tone - ทันสมัย เป็นมิตร (Friendly) และเข้าถึงง่าย
-10-
เอกสารอางอิง 2
ขอปฏิบัติเบื้องตนในการใชพ้ืนที่ภายในระบบรถไฟฟา บันทึก/ถายทําสื่อโฆษณา/ประชาสัมพันธตางๆ 1. ผู้รับจ้างจะต้องนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับการถ่ายทำทั้งหมดให้ รฟม. พิจารณาล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทำการ โดยระบุวัน เวลา บริเวณสถานี/พื้นที่ที่ใช้ถ่ายทำ จำนวนและขนาดอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายทำ และผู้ประสานงาน หมายเลขโทรศัพท์ ทั้งนี้ จะต้องได้รับการอนุญาตจาก รฟม. และบริษัทผู้รับสัมปทานให้บริการรถไฟฟ้าก่อน เริ่มถ่ายทำ - จัดทำป้ายข้อความ ขนาด 1 A4 เพื่อแจ้งผู้โดยสารภายในระบบรถไฟฟ้าทราบ ตัวอย่างเช่น “อยู่ระหว่างการ ถ่ายทำสปอตโฆษณา ขออภัยในความไม่สะดวก”
- การถ่ายทำจะต้องไม่กีดขวาง หรือรบกวน หรือเป็นอุปสรรคต่อการใช้บริการของผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้า 4. ไม่อนุญาตให้เสียบปลั๊กไฟ/ต่อสายไฟ หรือ ชาร์จอุปกรณ์ใดๆ ภายในระบบรถไฟฟ้า
- หลีกเลี่ยงการถ่ายทำภายในขบวนรถไฟฟ้าและสถานี ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า 06.00 – 10.00 น. และ เย็น 16.00 – 20.00 น. โดยเฉพาะในสถานีที่มีผู้โดยสารหนาแน่น
- ขอความร่วมมือผู้ปฏิบัติงานแต่งกาย สุภาพ เรียบร้อย สวมกางเกงขายาว ไม่ฉีกขาด รองเท้าหุ้มส้น 7. ขอความร่วมมือปฏิบัติตามข้อแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำสถานีอย่างเคร่งครัด
-11-
การจัดอันดับ Rating สถานีโทรทัศน ณ เดือนมกราคม 2569
กลุมเปาหมาย : ประชาชนทั่วไป อายุตั้งแต 15 ปขึ้นไป ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
Month Date
group Target
January January #A15+ABKK
Channel\Variable 000s (r) TVR
CH3 140 1.91
CH7 72 0.98
THAIRATH TV 64 0.88
ONE 57 0.78
WORKPOINT TV 55 0.75
AMARIN TV 54 0.74
CH8 47 0.64
MONO 29 39 0.54
PPTV 23 0.31
TRUE4U 18 0.24
NATION TV 17 0.23
MCOT HD 15 0.20
GMM25 11 0.16
TNN 7 0.10
NBT 3 0.04
T SPORTS 7 3 0.04
CH5 0 0.00
THAI PBS 0 0.00
BRIGHT TV 0 0.00
SPRING26 0 0.00
3SD 0 0.00
3HD 0 0.00
SPRING NEWS 0 0.00
THAI TV 0 0.00
MVTV FAMILY 0 0.00
3FAMILY 0 0.00
JKN-TOP News 18 0 0.00
MCOT FAMILY 0 0.00
VOICE TV
0
0.00
เอกสารอางอิง 3
หลักเกณฑการใหคะแนนในการพจิารณาคัดเลือกขอเสนอ
งานจางสื่อสารภาพลักษณ รฟม. ผานสื่อโทรทัศน ประจําปงบประมาณ 2569
ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์คร้งันี้รฟม. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance)
- ราคาที่เสนอ (Price) กําหนดน้ําหนักเทากับรอยละ 20 (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) หลักเกณฑ์ในการพิจารณาราคา (Price) โดยระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) จะคำนวณคะแนนให้อัตโนมัติ โดยผู้ที่เสนอราคาต่ำสุดจะได้ 100 คะแนน
- คุณภาพและคุณสมบัติที่เปนประโยชนตอทางราชการ กําหนดนํ้าหนักเทากับรอยละ 80 (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
หลักเกณฑ์การพิจารณาแบ่งออกเป็น 6 หัวข้อ โดยมีคะแนนเต็มในการพิจารณาทั้งหมด 100 คะแนน ซึ่งมีรายละเอียดการให้คะแนนตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอด้านเทคนิคแต่ละหัวข้อ ดังนี้ 2.1 การผลิตสื่อโฆษณาทางโทรทัศน (TVC) และ Online Video Clip (30 คะแนน) 2.1.1) Creative Idea ของ TVC และ Online Video Clip (5 คะแนน)
เกณฑ์ นิยาม คะแนน
ดีกว่าเกณฑ์ มีการนำเสนอ Concept และ key Message ที่สอดคล้องตาม
5
วิสัยทัศน์ และ/หรือ แสดงถึงภารกิจของ รฟม. และ/หรือแสดงสื่อสาร
ความเป็น รฟม. ได้อย่างชัดเจน ดีเยี่ยม มีความสร้างสรรค์ แปลกใหม่
โดดเดน่
ตามเกณฑ์ มีการนำเสนอ Concept และ key Message ที่สอดคล้องตาม
3
วิสัยทัศน์ และ/หรือ แสดงถึงภารกิจของ รฟม. และ/หรือแสดงสื่อสาร
ความเป็น รฟม. ได้ดี และ/หรือ มีความสร้างสรรค์
ต่ำกว่าเกณฑ์ มีการนำเสนอ Concept และ key Message ไม่สอดคล้องตาม
1
วิสัยทัศน์ และ/หรือ ไม่แสดงถึงภารกิจของ รฟม. และ/หรือ ไม่แสดง
หรือไม่สื่อสารความเป็น รฟม. และ/หรือ มีความสร้างสรรค์น้อย หรือ
ไม่แปลกใหม่
ไม่มีการนำเสนอ
ไม่มีการนำเสนอ Concept และ key Message หรือคำอธิบายใดๆ เกี่ยวกับ Concept และ key Message
0
2.1.2) วิธีการนำเสนอ / เทคนิคที่ใช้เล่าเรื่อง (5 คะแนน)
เกณฑ์ นิยาม คะแนน
ดีกว่าเกณฑ์ มีความน่าสนใจ สร้างการจดจำได้อย่างดีเยี่ยม ผู้รับสารดูแล้วเข้าใจ
5
ได้ง่าย มี Mood & Tone ตรงตามที่ รฟม. กำหนด
ตามเกณฑ์ มีความน่าสนใจ ผู้รับสารดูแล้วเข้าใจได้ง่าย มี Mood & Tone ตรง
3
ตามที่ รฟม. กำหนด แต่ยังไม่โดดเด่นและสร้างการจดจำได้พอสมควร
ต่ำกว่าเกณฑ์ มีความน่าสนใจน้อย ไม่สร้างการจดจำ และ/หรอืเข้าใจยาก และ/หรือ
1
มี Mood & Tone ไม่ตรงตามที่ รฟม. กำหนด
ไม่มีการนำเสนอ
ไม่มีการนำเสนอหรือคำอธิบายใดๆ เกี่ยวกับวิธีการนำเสนอ / เทคนิค ที่ใช้เล่าเรื่อง
0
- 2 -
2.1.3) การเสนอรายชื่อ Influencer (10 คะแนน)
2.1.3.1) การเสนอจำนวน Influencer และยอดผู้ติดตาม (8 คะแนน)
เกณฑ์ นิยาม คะแนน
ดีกว่าเกณฑ์ เสนอ Influencer จำนวน 2 คนขึ้นไป โดยทุกคนมีจำนวนผู้ติดตาม
8
(Followers) ทาง Facebook และ/หรือ Instragram และ/หรือ
Youtube และ/หรือ Tiktok รวมกันไม่น้อยกว่า 1,000,000 Followers
ตามเกณฑ์ เสนอ Influencer อย่างน้อย 1คน ที่มียอด Followers ทาง Facebook
4
และ/หรือ Instragram และ/หรือ Youtube และ/หรือ Tiktok รวมกัน
ไม่น้อยกว่า 1,000,000 Followers
ต่ำกว่าเกณฑ์/
ไม่มีการนำเสนอ
เสนอ Influencer ไม่เป็นไปตามที่ขอบเขตงานกำหนด / ไม่มีการ นำเสนอหรือคำอธิบายใดๆ เกี่ยวกับรายชื่อ Influencer
0
2.1.3.2) ภาพลักษณ์ Influencer (2 คะแนน)
เกณฑ์ นิยาม คะแนน
ดีกว่าเกณฑ์ Influencer ที่นำเสนอทุกคนมีภาพลักษณ์ที่ดี และมี Lifestyle ที่
2
สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า
ตามเกณฑ์ Influencer ที่นำเสนออย่างน้อย 1 คน มีภาพลักษณ์ที่ดี / มี
1
Lifestyle ที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า
ต่ำกว่าเกณฑ์/
ไม่มีการนำเสนอ
Influencer ที่นำเสนอทุกคน มีภาพลักษณ์/ Lifestyle ที่ไม่สอดคล้อง กับกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า / ไม่มีการนำเสนอหรือคำอธิบาย ใดๆ เกี่ยวกับภาพลักษณ์/ Life Lifestyle ของ Influencer
0
2.1.4) ความสอดคล้อง เชื่อมโยงระหว่าง TVC และ Online Video Clip ทั้งหมด (10 คะแนน) 2.1.4.1) ความสอดคลอ้ ง เชื่อมโยง (5 คะแนน)
เกณฑ์ นิยาม คะแนน
ดีกว่าเกณฑ์ มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกันเป็นอย่างดี ทำให้ผู้รับสารรับรู้ได้ว่า
5
TVC และ Online Video Clip เป็นแคมเปญเดียวกันได้อย่างชัดเจน
ดีเยี่ยม
ตามเกณฑ์ มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกัน ทำให้ผู้รับสารรับรู้ได้ว่า TVC และ
3
Online Video Clip เป็นแคมเปญเดียวกัน
ต่ำกว่าเกณฑ์ ไม่มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกัน ไม่สามารถทำให้ผู้รับสารรับรู้ได้
1
ว่า TVC และ Online Video Clip เป็นแคมเปญเดียวกัน
ไม่มีการนำเสนอ
ไม่มีการนำเสนอหรือคำอธิบายใดๆ เกี่ยวกับความสอดคล้องและ เชื่อมโยงกันระหว่าง TVC และ Online Video Clip
0
- 3 -
2.1.4.2) การขยายความ หรือ ต่อยอดเนื้อหาจาก TVC สู่ Online Video Clip (5 คะแนน) เกณฑ์ นิยาม คะแนน
ดีกว่าเกณฑ์ ผลิต Online Video Clip อย่างน้อย 3 ตอนขึ้นไป โดยเป็นเรื่องราวที่
5
ขยายความ / ต่อยอดเพิ่มเติม จาก TVC ซึ่งทำให้ผู้รับสารรับรู้และ
เข้าใจวิสัยทัศน์ / ภารกิจของ รฟม. เพิ่มมากขึ้น ชัดเจนมากขึ้น และ
ครอบคลุมประเด็นต่างๆ อย่างครบถ้วน
ตามเกณฑ์ ผลิต Online Video Clip อย่างน้อย 2 ตอนขึ้นไป โดยเรื่องราวที่
3
ขยาย / ต่อยอดเพิ่มเติมจาก TVC ซึ่งทำให้ผู้รับสารรับรู้และเข้าใจ
วิสัยทัศน์ / ภารกิจของ รฟม. เพิ่มมากขึ้น
ต่ำกว่าเกณฑ์ ผลิต Online Video Clip น้อยกว่า 2 ตอน และ/หรือเรื่องราวนั้น
1
มีเนื้อหาไม่แตกต่างจาก TVC หรือไม่สามารถทำให้ผู้รับสารรับรู้และ
เข้าใจวิสัยทัศน์ / ภารกิจของ รฟม. เพิ่มขึ้นได้
ไม่มีการนำเสนอ
ไม่มีการนำเสนอหรือคำอธิบายใดๆ เกี่ยวกับการขยายความ หรือ ต่อยอดเนื้อหา Online Video Clip จาก TVC
0
2.2 แผนการเผยแพร TVC (30 คะแนน)
2.2.1) กลยุทธ์และการวางแผนเผยแพร่ TVC (15 คะแนน)
รฟม. จะพิจารณาให้คะแนนการนำเสนอกลยุทธ์และการวางแผนเผยแพร่ TVC ทางสื่อ โทรทัศน์ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีข้อเสนอตรงตามที่ขอบเขตงานกำหนด จากองค์ประกอบดังต่อไปนี้ 2.2.1.1) จำนวนสถานีโทรทัศน์ที่เผยแพร่ TVC (5 คะแนน)
เกณฑ์ นิยาม คะแนน ดีกว่าเกณฑ์ มีจำนวนสถานีมากกว่าขอบเขตงานกำหนด 5 ตามเกณฑ์ มีจำนวนสถานีตรงตามขอบเขตงานกำหนด 3
ต่ำกว่าเกณฑ์/
ไม่มีการนำเสนอ
มีจำนวนสถานีน้อยกว่าขอบเขตงานกำหนด / ไมม่ ีข้อเสนอ
0
2.2.1.2) Rating สถานีโทรทัศน์ (5 คะแนน)
เกณฑ์ คะแนน
มีข้อเสนอตามที่ขอบเขตงานกำหนด โดยเผยแพร่ TVC ในสถานีโทรทัศน์ที่มี Rating ในช่วง
5
อันดับ 1, 2 และ 3
มีข้อเสนอตามที่ขอบเขตงานกำหนด โดยเผยแพร่ TVC ในสถานีโทรทัศน์ที่มี Rating ในช่วง
3
อันดับ 1-3 จำนวน 2 ช่อง
มีข้อเสนอตามที่ขอบเขตงานกำหนด โดยเผยแพร่ TVC ในสถานีโทรทัศน์ที่มี Rating ในช่วง
1
อันดับ 1-3 จำนวน 1 ช่อง
ข้อเสนอไม่เป็นไปตามที่ขอบเขตงานกำหนด / ไม่มีข้อเสนอ
0
- 4 -
2.2.1.3) การเสนอจำนวน TVC ตาม Rating สถานีโทรทัศน์ (5 คะแนน) เกณฑ์ คะแนน
มีผลรวม TVC ในช่องที่ Rating อันดับ 1 จำนวนไม่น้อยกว่า 100 สปอตขึ้นไป 5 มีผลรวม TVC ในช่องที่ Rating อันดับ 1 จำนวน 70 - 99 สปอต 4 มีผลรวม TVC ในช่องที่ Rating อันดับ 1 จำนวน 50 - 79 สปอต 3 มีผลรวม TVC ในช่องที่ Rating อันดับ 1 จำนวน 20 - 49 สปอต 2 มีผลรวม TVC ในช่องที่ Rating อันดับ 1 จำนวนน้อยกว่า 20 สปอต 1
ไม่มี TVC ในช่องที่ Rating อันดับ 1
0
2.2.2) ค่าผลรวมความนิยม (Gross of Rating Points: GRPs) (10 คะแนน) รฟม. จะพิจารณาให้คะแนนโดยเปรียบเทียบการนำเสนอค่า GRPs ระหว่างผู้ยื่นข้อเสนอ ด้วยกัน ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอค่า GRPs สูงสุดจะได้คะแนนเต็ม 10 คะแนน ส่วนผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอต่ำลงมา จะได้คะแนนลดหลั่นลงมาตามลำดับ ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีการนำเสนอค่า GPRs จะได้ 0 คะแนน 2.2.3) จำนวนสปอตทั้งหมด (5 คะแนน)
รฟม. จะพิจารณาให้คะแนนโดยเปรียบเทียบการนำเสนอจำนวนสปอตทั้งหมด ระหว่างผู้ยื่นข้อเสนอด้วยกัน ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอจำนวนสปอตไม่น้อยกว่าที่ขอบเขตงานกำหนด และ มีจำนวนสูงสุดจะได้คะแนนเต็ม 5 คะแนน ส่วนผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอต่ำลงมาจะได้คะแนนลดหลั่นลงมา ตามลำดบั ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำเสนอจำนวนสปอตน้อยกว่าที่ขอบเขตงานกำหนด หรือไม่มีการนำเสนอ จำนวนสปอต จะได้คะแนน 0 คะแนน
2.3 แผนการเผยแพร Online Video Clip (15 คะแนน)
2.3.1) เผยแพร่ Online Video Clip ทาง Social Media ของ รฟม. ทั้ง 3 ช่องทาง ได้แก่ Facebook YouTube และ TikTok ของ รฟม. (5 คะแนน)
เกณฑ์ นิยาม คะแนน ดีกว่าเกณฑ์ กำหนดยอด Views ต่อคลิป มากกว่า 200,000 Views ทุกช่องทาง 5 ตามเกณฑ์ กำหนดยอด Views ต่อคลิป 100,000 - 199,999 Views ทุกช่องทาง 3
ต่ำกว่าเกณฑ์ /
ไม่มีการนำเสนอ
กำหนดยอด Views ต่อคลิป น้อยกว่า 100,000 Views / ไม่มีการ นำเสนอ
0
2.3.2) เผยแพร่ Online Video Clip ทาง Social Media ของ Influencer (10 คะแนน) เกณฑ์ นิยาม คะแนน ดีกว่าเกณฑ์ มียอด Views ต่อคลิป รวมกันทุกช่อทาง มากกว่า 300,000 Views 10 ตามเกณฑ์ มียอด Views ต่อคลิป รวมกันทุกช่องทาง 200,000 - 299,999 Views 5
ต่ำกว่าเกณฑ์ /
ไม่มีการนำเสนอ
มียอด Views ต่อคลิป รวมกันทุกช่องทาง น้อยกว่า 200,000 Views / ไม่มีการนำเสนอ
0
- 5 -
2.4 แผนการโปรโมท TVC และ Online Video Clip (10 คะแนน)
เกณฑ์ นิยาม คะแนน
ดีกว่าเกณฑ์ มีความสร้างสรรค์ โดดเด่น สามารถสร้างการรับรู้ TVC และ Online
10
Video Clip ในกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม
ตามเกณฑ์ สามารถสร้างการรับรู้ TVC และ Online Video Clip ในกลุ่มเป้าหมาย
7
ได้พอสมควร แต่อาจยังไม่โดดเด่น
ต่ำกว่าเกณฑ์ ไม่สามารถสร้างการรับรู้ TVC และ Online Video Clip ในกลุ่มเป้าหมายได้ 4
ไม่มีการนำเสนอ
ไม่มีการนำเสนอหรือคำอธิบายใดๆ เกี่ยวกับการขยายความ หรือ ต่อ ยอดเนื้อหา Online Video Clip จาก TVC
0
2.5 ขอเสนออ่นืๆ ที่เปนประโยชนกับ รฟม. (10 คะแนน)
รฟม. จะพิจารณาให้คะแนนโดยเปรียบเทียบข้อเสนออื่นๆ ที่เป็นประโยชน์กับ รฟม. ของผู้ยื่น ข้อเสนอด้วยกัน จากองค์ประกอบดังต่อไปนี้
- เป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ในการเพิ่มช่องทางการเผยแพร่ / การรับรู้ TVC หรือ Online Video Clip มากขึ้น หรือช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น (3 คะแนน)
- เป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ในการเพิ่มช่องทางการเผยแพร่และสร้างรับรู้ข่าวสารของ รฟม. เช่น การจัดทำสกู๊ปข่าว / คลิปวีดิโอ / Vlog เพิ่มเติมให้ รฟม. การจัดทำ VTR / เผยแพร่ตราสัญลักษณ์ รฟม. / การพูดประชาสัมพันธ์ข่าวสาร รฟม. ในท้ายรายการโทรทัศน์ที่ได้รบัความนิยมสูง เป็นต้น (3 คะแนน) - มูลค่า / ความค้มุ ค่า (4 คะแนน)
- ไม่มีข้อเสนอ (0 คะแนน)
2.6 ประสบการณและผลงานที่ผานมาของผูยื่นขอเสนอ (5 คะแนน)
รฟม. จะพิจารณาให้คะแนนผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอ จากผลงานลักษณะหรือประเภท เดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ผลงานด้านการผลิตและออกอากาศ TCV ทางโทรทัศน์ หรือผลงานการ ผลิตและเผยแพร่ Video Clip ทางสื่อสังคมออนไลน์ อย่างน้อย 1 ผลงาน โดยเป็นผลงานที่ตรวจรับสมบูรณ์แล้ว ในช่วง 3 ปีท่ผี่านมา นับถึงวันยื่นเอกสารประกวดราคา และเป็นผลงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ ส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงาน เอกชนที่เชื่อถือได้ ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณากำหนดระดับคะแนน ดังนี้ - มีผลงานตรงตามที่กำหนดมากกว่า 2 ผลงานขึ้นไป (5 คะแนน)
- มีผลงานตรงตามที่กำหนด 1 ผลงาน (3 คะแนน)
- ไม่มีการนำเสนอผลงาน (0 คะแนน)ราง
ประกาศการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
เรื่อง ประกวดราคาจ้างสื่อสารภาพลักษณ์ รฟม. ผ่านสื่อโทรทัศน์ ประจําปีงบประมาณ ๒๕๖๙
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างสื่อสาร
ภาพลักษณ์ รฟม. ผ่านสื่อโทรทัศน์ ประจําปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e- bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๔๙๕,๔๗๓.๓๓ บาท (เจ็ดล้านสี่ แสนเก้าหมื่นห้าพันสี่ร้อยเจ็ดสิบสามบาทสามสิบสามสตางค์) จํานวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ระหว่างเวลา
ราคา
ลงวันที่
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
น. ถึง
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.mrta.co.th หรือ www.gprocurement.go.th
ประกาศ ณ วันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายพัฒนพงษ์ พงศ์ศุภสมิทธิ์) รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (บริหาร)
ปฏิบัติการแทน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
สําเนาถูกต้อง
ทวิช พึ่งตน (นายทวิช พึ่งตน)
ผอ.ฝจบ.
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดย นายทวิช พึ่งตน ผอ.ฝจบ.ร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างสื่อสารภาพลักษณ์ รฟม. ผ่านสื่อโทรทัศน์ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙
ตามประกาศ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ลงวันที่ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “รฟม.” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างสื่อสารภาพลักษณ์ รฟม. ผ่านสื่อโทรทัศน์ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างสื่อสารภาพลักษณ์ รฟม. ผ่านสื่อ
โทรทัศน์ ประจำปีงบประมาณ
๒๕๖๙
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ รฟม. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่าง เป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ
บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่
๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) ยื่นข้อเสนอจะต้องนำข้อเสนอด้านเทคนิคมาเสนอต่อ รฟม. ด้วยตนเอง ณ อาคารสำนักงาน รฟม. ถนนพระราม ๙ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ภายใน ๕ วันทำการ นับถัดจากวันที่ยื่นเสนอราคา โดย รฟม. จะเป็นผู้กำหนดวันและเวลา ซึ่งจะแจ้งให้ทราบภายหลัง และ รฟม. จะพิจารณาไม่ผ่านคุณสมบัติด้าน เทคนิค หากผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่นำเสนองานตามวันและเวลาที่ รฟม. กำหนด ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายจะต้องจัดเตรียมเอกสารเพื่อประกอบการนำ เสนอจำนวน ๓ ชุด พร้อม Presentation หรือคลิปวีดิโอ และมีเวลาในการนำเสนอไม่เกิน ๔๐ นาที (รวมตอบ ข้อซักถาม ๑๐ นาที) โดยรายละเอียดของงานที่นำเสนอจะต้องเป็นไปตามเอกสารที่ยื่นมาในระบบจัดซื้อจัดจ้า งภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ผู้ยื่นข้อเสนอปรับเปลี่ยนข้อมูลแตกต่างไปจากเอกสารที่ ยื่นเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอนำเสนอ นอกเหนือไปจากเอกสารที่ยื่นมาข้างต้นอย่างมีนัยสำคัญ รฟม. ขอสงวน สิทธิ์ไม่รับพิจารณา โดยมีรายละเอียดข้อเสนอด้านเทคนิค ตามข้อ ๖ ของขอบเขตการดำเนินงานจ้างสื่อสาร ภาพลักษณ์ รฟม. ผ่านสื่อโทรทัศน์ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙
(๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๑๘๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่รฟม.ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และรฟม. จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่รฟม.จะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของรฟม.
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน
เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๓๗๕,๐๐๐.๐๐ บาท (สามแสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้รฟม. ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ รฟม. ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐาน การชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่
สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ รฟม.จะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่รฟม.ได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อ ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ รฟม.จะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ รฟม.
จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๖.๒.๑ จ้างสื่อสารภาพลักษณ์ รฟม. ผ่านสื่อโทรทัศน์ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ เกณฑ์การพิจารณาด้านคุณภาพคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน (คิดเป็นร้อยละ ๘๐) ประกอบด้วย ๑) การผลิต TVC และOnline Video Clip ๓๐ คะแนน ๒) แผนการเผยแพร่ TVC ๓๐ คะแนน ๓) แผนการเผยแพร่ Online Video Clip ๑๕ คะแนน ๔) แผนการโปรโม ท TVC และ Online Video Clip ๕) ข้อเสนออื่นๆ ที่เป็นประโยชน์กับ รฟม. ในการสร้างการรับรู้สปอต โฆษณา รฟม. หรือข่าวสารของ รฟม. มากขึ้น ๑๐ คะแนน ๖) ประสบการณ์/ผลงานที่ผ่านมาของผู้ยื่นข้อ เสนอ ๕ คะแนน
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่รฟม.กำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ รฟม.สงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ใน
กรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือรฟม. มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ รฟม.มีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ รฟม.ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของรฟม.เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่า ใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งรฟม.จะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการ ยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล อื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือรฟม. จะให้ผู้ยื่น ข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ รฟม. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือ ไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากรฟม.
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญารฟม. อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับรฟม. ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้รฟม. ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่รฟม. ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้
เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งรฟม. ได้รับมอบไว้ แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
ค่าจ้างและการจ่ายเงิน รายละเอียดตามขอบเขตการดำเนินงานจ้างสื่อสารภาพลักษณ์ รฟม. ผ่านสื่อโทรทัศน์ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจาก รฟม. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้าง ช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานตามงวดงานให้ รฟม. ได้ตามระยะเวลาที่ กำหนดตามข้อ 9 ผู้รับจ้างยินยอมให้ รฟม. ปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑ ของเงินค่าจ้างตามงวดงาน นั้น นับถัดจากวันที่กำหนด แล้วเสร็จของสัญญา หรือวันที่ รฟม. ได้ขยายให้จนถึงวันที่ทำงานแล้วเสร็จจริง ๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ รฟม.ได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๐.๒ เมื่อรฟม.ได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตาม การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง
ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งรฟม.ได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ รฟม.จะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออก หนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะ พิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ รฟม.สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของรฟม. คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๐.๖ รฟม. อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากรฟม.ไม่ได้
(๑) รฟม.ไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่รฟม. หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
รฟม. สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับรฟม. ไว้ชั่วคราว
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ทวิช พึ่งตน
(นายทวิช พึ่งตน)
ผอ.ฝจบ.
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
โดย นายทวิช พึ่งตน ผอ.ฝจบ.