ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบผู้ช่วยอัจฉริยะสนับสนุนงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (Ombudsman Intelligent Assistant System)
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานผู้ตรวจการแผ่นดินอัจฉริยะเพื่อธรรมาภิบาล (OMEGA) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนสายงานสอบสวนของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบที่พัฒนาขึ้นจะเป็น “ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ (Intelligent Assistant System)” ที่ให้บริการผ่าน Chatbot โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น RAG (Retrieval-Augmented Generation) เพื่อค้นหาข้อมูลจากคลังความรู้, NLP (Natural Language Processing) สำหรับทำความเข้าใจภาษา และ Business Intelligence สำหรับวิเคราะห์ข้อมูล
ขอบเขตการทำงานของระบบครอบคลุมกระบวนการสอบสวนหลัก 6 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการต่าง ๆ แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่, (2) รับเรื่องร้องเรียนเบื้องต้น, (3) สนับสนุนการแสวงหาข้อเท็จจริงและจัดทำคำวินิจฉัย เช่น ช่วยค้นคว้ากฎหมายและคำวินิจฉัยที่คล้ายกัน, (4) ติดตามสถานะการดำเนินการของเรื่องร้องเรียน, (5) ค้นหาและเชื่อมโยงเรื่องร้องเรียนที่มีเนื้อหาคล้ายกันเพื่อวิเคราะห์ปัญหาเชิงระบบ และ (6) มีโครงสร้างที่รองรับการพัฒนาต่อยอดในอนาคต
ข้อกำหนดสำคัญของโครงการคือระบบต้องติดตั้งและดำเนินการแบบ On-Premise ภายในศูนย์ข้อมูลของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินโดยสมบูรณ์ เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล โดยมุ่งหวังให้ระบบช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนยกระดับคุณภาพการบริการประชาชนและการอำนวยความยุติธรรม
English summary
This project is part of the Ombudsman Management Enhancement and Governance by Agentic AI (OMEGA) initiative for the fiscal year 2026. The primary objective is to develop an Artificial Intelligence (AI) system, specifically an “Intelligent Assistant System,” to enhance the efficiency of the Ombudsman’s investigation division. The system will be delivered as a Chatbot utilizing advanced technologies such as RAG (Retrieval-Augmented Generation) for knowledge retrieval, NLP (Natural Language Processing) for language understanding, and Business Intelligence for data analysis.
The system’s scope covers six key investigation processes: (1) Providing guidance on various procedures to citizens and staff, (2) Initial receipt of complaints, (3) Supporting fact-finding and drafting of rulings (e.g., legal research and finding similar cases), (4) Tracking the status of complaint handling, (5) Searching and linking similar complaints to analyze systemic issues, and (6) Having an architecture that supports future expansion.
A critical requirement is that the system must be deployed and operated entirely On-Premise within the Ombudsman’s data center to ensure data security and sovereignty. The project aims to reduce redundant tasks, increase the speed and accuracy of data analysis, and ultimately improve the quality of public service and justice administration.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อพัฒนาระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ (Intelligent Assistant System) สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจสายงานสอบสวนของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
- เพิ่มประสิทธิภาพและลดภาระงานซ้ำซ้อนในกระบวนการสอบสวน
- เพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูลและให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย
- ยกระดับคุณภาพการบริการประชาชนและการอำนวยความยุติธรรม
- เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลและการนำ AI มาใช้ในภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม
ขอบเขตของงาน
ขอบเขตงานประกอบด้วยการพัฒนา Chatbot AI ที่ใช้เทคโนโลยี RAG, NLP และ Business Intelligence เพื่อสนับสนุนกระบวนการทำงาน 6 ด้าน ดังนี้
- การให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการต่าง ๆ: ระบบให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการร้องเรียนและขั้นตอนต่าง ๆ แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่
- การรับเรื่องร้องเรียน: ระบบมีช่องทางสำหรับรับเรื่องร้องเรียนเบื้องต้นจากประชาชน
- การแสวงหาข้อเท็จจริงและจัดทำคำวินิจฉัย: ระบบสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่โดย
- ช่วยค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อกฎหมาย ระเบียบ และคำวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องหรือคล้ายคลึงกัน
- เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลภายในและภายนอก (เช่น eMENSCR, NRIIS) เพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของปัญหา
- ช่วยยกร่างรายงานและคำวินิจฉัยเบื้องต้น (AI-Assisted Drafting) อ้างอิงจากข้อเท็จจริงและรูปแบบมาตรฐาน
- การติดตามเรื่องร้องเรียน: ระบบช่วยติดตามสถานะการดำเนินการของหน่วยงานรัฐตามคำวินิจฉัยแบบอัตโนมัติ และแจ้งเตือนเมื่อมีการล่าช้าหรือเพิกเฉย
- การค้นหาเรื่องร้องเรียนที่มีเนื้อหาคล้ายกัน: ระบบสามารถค้นหาและเชื่อมโยงเรื่องร้องเรียนที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ปัญหาเชิงระบบ (Systemic Issues)
- การพัฒนาต่อยอดในส่วนที่เกี่ยวข้อง: โครงสร้างระบบต้องรองรับการขยาย功能和และการพัฒนาต่อยอดในอนาคต
- ข้อกำหนดด้านการติดตั้งและความปลอดภัย: ระบบต้องถูกพัฒนาติดตั้งและทำงานแบบ On-Premise ภายในศูนย์ข้อมูลของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินโดยสมบูรณ์ ห้ามส่งข้อมูลออกไปประมวลผลบนคลาวด์สาธารณะ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะสนับสนุนงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (Ombudsman Intelligent Assistant System) ที่ทำงานผ่านช่องทาง Chatbot
- ระบบที่รวมคุณสมบัติครบตามขอบเขตงาน 6 ด้าน
- ระบบที่มีการ integrate เทคโนโลยี RAG สำหรับการค้นคืนข้อมูลจากคลังความรู้ที่กำหนด
- ระบบที่มีความสามารถในการเข้าใจและประมวลผลภาษาไทย (NLP)
- ระบบที่รองรับการวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล (Business Intelligence)
- ระบบที่ติดตั้งและสามารถให้บริการได้อย่างสมบูรณ์ภายในเครือข่าย On-Premise ของสำนักงาน
- เอกสารประกอบระบบ เช่น คู่มือการใช้งาน คู่มือผู้ดูแลระบบ เอกสารการออกแบบ
- การฝึกอบรมการใช้งานระบบให้กับเจ้าหน้าที่
- การสนับสนุนและบำรุงรักษาระบบหลังการติดตั้ง (ตามที่ระบุในสัญญา)
ระยะเวลาดำเนินการ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: -
- Standards Compliance: -
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities:
- ความสามารถในการพัฒนาและ deploy ระบบ AI/Chatbot โดยใช้เทคโนโลยี RAG (Retrieval-Augmented Generation)
- ความสามารถในการพัฒนาและ integrate ระบบประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing - NLP) โดยเฉพาะสำหรับภาษาไทย
- ความสามารถในการพัฒนาและ integrate ระบบ Business Intelligence สำหรับการวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล
- ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบที่ต้องทำงานแบบ On-Premise อย่างสมบูรณ์ โดยไม่พึ่งพาการประมวลผลบน Cloud API/External Service
- ความสามารถในการจัดการและ integrate กับฐานข้อมูลความรู้ (Knowledge Base) ขนาดใหญ่
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- สถาปัตยกรรมและเทคโนโลยีหลัก: ระบบต้องพัฒนาบนพื้นฐานของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้เทคนิค RAG-AI, NLP (Natural Language Processing) และ Business Intelligence
- รูปแบบการให้บริการ: ให้บริการในรูปแบบระบบโต้ตอบคำถามอัตโนมัติ (Chatbot)
- รูปแบบการติดตั้ง: ระบบต้องติดตั้งและประมวลผล แบบ On-Premise ภายในศูนย์ข้อมูลและเครือข่ายของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเท่านั้น
- ห้ามส่งข้อมูลของสำนักงานออกไปประมวลผลหรือจัดเก็บบนระบบภายนอก (No Cloud API/External Service)
- ห้ามมีการวัดและส่งข้อมูลทางไกล (Telemetry) หรือ Log ข้อมูลออกนอกเครือข่าย ยกเว้นการสื่อสารเพื่อให้บริการกับผู้ใช้งานผ่านช่องทางที่อนุมัติ
- ความสามารถด้านภาษา: ระบบต้องสามารถประมวลผลและเข้าใจภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การทดสอบระบบ: ระบบต้องสามารถผ่านการทดสอบด้วยชุดคำถามและคำตอบมาตรฐาน (Gold Standard) และการทดสอบโดยชุดข้อมูลที่สุ่มขึ้น (Blind Test)
- ความสามารถในการค้นคืนข้อมูล: ระบบต้องสามารถค้นหาข้อมูลจากคลังความรู้ที่กำหนด (Retrieval) ก่อนนำมาสร้างคำตอบ (Generation) เพื่อความถูกต้องและสามารถอ้างอิงที่มาได้
เงื่อนไขสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
ถาม: ระบบนี้จะช่วยกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนได้อย่างไร?
ตอบ: ระบบจะทำหน้าที่เป็นช่องทางรับเรื่องร้องเรียนเบื้องต้นจากประชาชนผ่าน Chatbot และยังช่วยคัดกรอง/จัดประเภทคำร้องเบื้องต้นตามเนื้อหาและความยากง่าย ก่อนส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อไป -
ถาม: ระบบช่วยงานแสวงหาข้อเท็จจริงได้จริงหรือ?
ตอบ: ได้ ระบบออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการแสวงหาข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการช่วยค้นคว้าข้อกฎหมาย ระเบียบ และคำวินิจฉัยเก่าที่มีเนื้อหาคล้ายคลึงกัน จากคลังความรู้ของสำนักงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลอ้างอิงที่ครบถ้วนและรวดเร็วขึ้น -
ถาม: “AI-Assisted Drafting” ในโครงการนี้หมายถึงอะไร?
ตอบ: หมายถึงความสามารถของระบบในการช่วยยกร่างรายงานหรือคำวินิจฉัยเบื้องต้นโดยอัตโนมัติ โดยอ้างอิงจากข้อเท็จจริงของเรื่องและรูปแบบรายงานมาตรฐาน ช่วยลดงานเอกสารและข้อผิดพลาดทางเทคนิค ทำให้เจ้าหน้าที่มีเวลาโฟกัสกับการวิเคราะห์เชิงลึกมากขึ้น -
ถาม: ทำไมระบบต้องติดตั้งแบบ On-Premise เท่านั้น?
ตอบ: เนื่องจากข้อมูลที่ระบบจะประมวลผลเป็นข้อมูลความลับและข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนที่ร้องเรียน การติดตั้งแบบ On-Premise ภายในเครือข่ายของสำนักงานช่วย гаранียบความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล สอดคล้องกับนโยบายการรักษาความลับของภาครัฐ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง -
ถาม: ระบบสามารถวิเคราะห์แนวโน้มปัญหาจากเรื่องร้องเรียนได้หรือไม่?
ตอบ: หนึ่งในขอบเขตงานคือการค้นหาเรื่องร้องเรียนที่มีเนื้อหาคล้ายกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการวิเคราะห์ปัญหาเชิงระบบ (Systemic Issues) ในอนาคต ระบบสามารถช่วยระบุประเด็นหรือพื้นที่ที่เกิดปัญหาซ้ำๆ ได้ -
ถาม: ระบบจะให้คำปรึกษากฎหมายกับประชาชนได้อย่างไร?
ตอบ: ระบบสามารถให้คำปรึกษาด้านกฎหมายเบื้องต้นได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่าน Chatbot โดยอาศัยการค้นหาข้อมูลจากคลังความรู้กฎหมายและคำวินิจฉัย ช่วยลดภาระการตอบคำถามซ้ำซ้อนของเจ้าหน้าที่และเพิ่มการเข้าถึงบริการสำหรับประชาชน -
ถาม: เทคโนโลยี RAG สำคัญต่อโครงการนี้อย่างไร?
ตอบ: RAG (Retrieval-Augmented Generation) เป็นหัวใจของระบบ เพราะช่วยให้ AI สามารถ “ค้นหา” ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันจากแหล่งข้อมูลที่กำหนด (เช่น กฎหมาย, คลังคำวินิจฉัย) ก่อนจะ “สร้าง” คำตอบ ทำให้คำตอบมีความน่าเชื่อถือ ถูกต้อง และสามารถอ้างอิงแหล่งที่มาได้ ซึ่งสำคัญมากสำหรับงานด้านกฎหมายและการสอบสวน -
ถาม: ระบบรองรับการทำงานร่วมกับฐานข้อมูลภายนอกอื่นๆ ของรัฐไหม?
ตอบ: ตาม TOR ระบุว่ามีแนวคิดให้ระบบสามารถเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลภายนอกที่เกี่ยวข้อง เช่น eMENSCR หรือ NRIIS ได้ เพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงหรือความซ้ำซ้อนของปัญหากับโครงการรัฐอื่นๆ -
ถาม: หลังพัฒนาแล้ว ระบบจะมีการติดตามผลการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยอย่างไร?
ตอบ: ระบบจะมีฟังก์ชันการติดตามสถานะการดำเนินการของหน่วยงานรัฐที่ได้รับคำวินิจฉัยแบบอัตโนมัติ และสามารถแจ้งเตือนให้สำนักงานทราบเมื่อหน่วยงานดังกล่าวปฏิบัติล่าช้าหรือไม่ปฏิบัติตาม -
ถาม: โครงการนี้เป็น Phase แรกของแผน OMEGA หมายความว่าอย่างไร?
ตอบ: แสดงว่าแผนใหญ่ OMEGA มีขอบเขตกว้างครอบคลุมทั้งสายงานสอบสวนและสนับสนุน แต่ในปีงบประมาณ 2569 นี้ จะเริ่มต้นด้วยการพัฒนาระบบสำหรับสนับสนุนสายงานสอบสวนเป็นอันดับแรกก่อน ซึ่งก็คือระบบ Chatbot AI นี้
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
(นายเมธี มั่นคง)
ประธานกรรมการ
- ความเป็นมา
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างพัฒนาระบบผู้ช่วยอัจฉริยะสนับสนุนงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (Ombudsman Intelligent Assistant System)
แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการบริการประชาชนและประสิทธิภาพภาครัฐ
(พ.ศ. 2561 – 2580) มุ่งเน้นการปฏิรูประบบบริหารจัดการภาครัฐให้มีความทันสมัย มีขนาดที่เหมาะสม และมีสมรรถนะสูง เพื่อตอบสนองต่อบริบทการเปลี่ยนแปลงและยกระดับประเทศไทยสู่ “ประเทศไทย 4.0” อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดรับกับแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566 – 2570 ที่มุ่งเน้นการเพิ่ม ประสิทธิภาพการบริการเพื่อลดความเหลื่อมล้ําและสร้างความโปร่งใส โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ (1) การยกระดับบริการดิจิทัลภาครัฐให้มีคุณภาพและเข้าถึงง่าย (2) การส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยี ดิจิทัลในการบริหารจัดการ และ (3) การเพิ่มความยืดหยุ่นในการดําเนินงานตามพระราชบัญญัติ การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562
ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐไทยมุ่งเน้นการผลักดันและบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
(Artificial Intelligence: Al) เข้าสู่ระบบการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับสมรรถนะองค์กร และขับเคลื่อนแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมในหลากหลายมิติ อาทิ (1) การเพิ่มประสิทธิภาพการ บริการประชาชน ผ่านระบบสนทนาอัตโนมัติและผู้ช่วยเสมือน (Chatbot Assistant), เทคโนโลยีตรวจ อัตลักษณ์บุคคล (Biometrics), การแปลภาษา (Translate) (2) การบริหารจัดการข้อมูล ผ่านการวิเคราะห์ ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) การตรวจจับความผิดปกติและการทุจริต (Fraud Detection), การจัดการเอกสาร เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาบริบทการดําเนินงานของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินในปัจจุบัน
พบว่ายังมีข้อจํากัดในหลายมิติที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ทั้งในด้านภารกิจหลัก ตามรัฐธรรมนูญและภารกิจสนับสนุนการบริหารจัดการภายในองค์กร ซึ่งอาจส่งผลให้การแก้ไขความเดือดร้อน
ของประชาชนยังไม่บรรลุประสิทธิผลสูงสุด โดยสามารถสรุปประเด็นข้อจํากัดเชิงโครงสร้างและกระบวนงานได้
ดังนี้
ข้อจํากัดงานด้านสอบสวน (งานแสวงหาข้อเท็จจริงรายกรณี / งานแก้ไขปัญหาเชิงระบบ
/ งานหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ)
จากการวิเคราะห์กระบวนการปฏิบัติงาน ทั้งในส่วนของการแสวงหาข้อเท็จจริงรายกรณี การแก้ไขปัญหาเชิงระบบ และการตรวจสอบหน้าที่ของรัฐตามหมวด 5 แห่งรัฐธรรมนูญ พบประเด็นข้อจํากัด เชิงโครงสร้างและกระบวนงาน ดังนี้
Management) - ข้อจํากัดด้านการบริหารจัดการข้อมูลและองค์ความรู้ (Data & Knowledge
•
การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น (Data Analytics): ขาดเครื่องมือบูรณาการข้อมูลเชิงลึก ที่รอบด้าน ทั้งในมิติของปัจจัยมูลเหตุ ผลกระทบเชิงโครงสร้าง และความเชื่อมโยงของข้อกฎหมาย กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้การจัดทํารายงานในบางกรณีขาดความสมบูรณ์
การประเมินผลลัพธ์ทางสังคม (Social Impact Assessment): การติดตามผลสําเร็จ ของการแก้ไขปัญหาเชิงระบบในปัจจุบันต้องใช้ระยะเวลานาน ขาดระบบพยากรณ์ (Forecasting System
9
(นางสาวปิยพร กิตติเวช)
(นางสาวบุณฑรี โฉมศิริ)
กรรมการ
กรรมการ
mess
(นายพิสุทธิรักษ์ รัตนธนนท์)
กรรมการ
(นางสาวสุปรีชา ศิริเจียม)
กรรมการ
E Am 2 Water &
(นายสนธยา ทองดี) (นายประจักษ์ธรรม โรจนะภิรมย์)
กรรมการ
กรรมการ
(นายพิศุทธิ์ เหลาทุม) (นายพงศธร ศุภนรากุล)
กรรมการ
กรรมการและ
ผู้ช่วยเลขานุการ
Ya
(นายเมธี มั่นคง) ประธานกรรมการ
-2-
หรือการจําลองสถานการณ์ (Simulation) เพื่อประเมินความคุ้มค่าและทิศทางการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ ชีวิตของประชาชนในมิติเศรษฐกิจและสังคมก่อนและหลังการดําเนินงาน - ข้อจํากัดด้านการปฏิบัติงานเชิงรุกและการตอบสนอง (Proactive Approach)
การพยากรณ์แนวโน้มปัญหา: ขาดระบบวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติการณ์เพื่อคาดการณ์
แนวโน้มปัญหาความเดือดร้อนในอนาคต ทําให้การดําเนินงานส่วนใหญ่ยังเป็นลักษณะการตั้งรับ (Reactive) มากกว่าการกําหนดประเด็นยุทธศาสตร์เชิงรุก (Proactive Strategy) เพื่อแก้ไขปัญหาล่วงหน้า
การบริการและคําปรึกษาด้านกฎหมาย: การพึ่งพากําลังคน (Manual Process) ในการให้คําปรึกษาเบื้องต้นแก่ประชาชนเป็นหลัก ส่งผลให้เกิดภาระงานสะสมและลดทอนขีดความสามารถ ในการปฏิบัติงาน เชิงลึกของเจ้าหน้าที่
Making) - ข้อจํากัดด้านการบริหารงานสอบสวนและตัดสินใจ (Operational Decision
กระบวนการจําแนกและคัดกรองเรื่องร้องเรียน: การคัดกรองความยากง่าย และการวินิจฉัยเขตอํานาจหน้าที่ยังคงใช้ดุลยพินิจส่วนบุคคลเป็นหลัก (Human Judgment) ขาดระบบ สนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System: DSS) ที่อ้างอิงฐานข้อมูลเชิงวิเคราะห์เพื่อให้เกิด ความแม่นยําและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
การบริหารจัดการภาระงาน: ขาดกลไกการกระจายงานที่เป็นรูปธรรมและตรวจสอบ ได้ ทําให้การมอบหมายงานอาจไม่สอดคล้องกับปริมาณงานจริง (Workload) ของแต่ละส่วนงานที่เกี่ยวข้อง - ข้อจํากัดด้านมาตรฐานงานวิชาการและการติดตามผล (Academic Standard &
Follow-up)
คุณภาพและมาตรฐานรายงาน: การจัดทํารายงานคําวินิจฉัยยังขาดระบบช่วยเขียน (Al-Assisted Drafting) ที่จะช่วยให้งานมีมาตรฐานทางวิชาการที่สม่ําเสมอ ถูกต้อง และมีความรวดเร็ว
ระบบติดตามผลการปฏิบัติตามคําวินิจฉัย: ขาดระบบบริหารจัดการการติดตามผล
(Tracking System) อย่างเป็นทางการ เพื่อประเมินว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะ ของผู้ตรวจการแผ่นดินอย่างครบถ้วนและทันการณ์หรือไม่
ข้อจํากัดสายงานด้านสนับสนุน
กระบวนการทํางานของสายงานสนับสนุนของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ปัจจุบัน
มีความท้าทายในเชิงประสิทธิภาพและต้นทุน ทั้งในมิติด้านคน เงิน และงาน ซึ่ง 3 มิติดังกล่าวเป็นสิ่งสําคัญ อย่างยิ่งในการขับเคลื่อนภาครัฐให้ทันสมัยและตอบสนองการบรรลุเป้าหมายขององค์กรผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ ข้อจํากัดของสายงานสนับสนุนของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวโดยสรุปดังนี้ - งานซ้ําซ้อนและใช้เวลานาน: งานสนับสนุนจํานวนมาก เช่น การจัดเก็บข้อมูล การจัดทํา รายงาน การตรวจสอบเอกสาร ใช้เวลามาก และบางงานเป็นงานที่ซ้ําซ้อน
- การใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่า: บุคลากรที่มีทักษะอาจต้องเสียเวลาไปกับงานธุรการ ทําให้ ไม่สามารถนําศักยภาพไปใช้ในงานที่ซับซ้อนที่ต้องใช้การตัดสินใจของมนุษย์ได้เต็มที่ การวางแผนการใช้จ่าย งบประมาณเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า และเพียงพอ รวมทั้งกระบวนการทํางานที่เหมาะสม
- ข้อมูลกระจัดกระจายและเข้าถึงยาก: การมีข้อมูลจํานวนมากในหลายแหล่งข้อมูล ข้อมูลเหล่านั้นทําให้เกิดการกระจัดกระจาย ไม่สามารถนํามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการการรวบรวม วิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้อมูลได้
Down
(นางสาวปิยพร กิตติเวช)
กรรมการ
0
(นางสาวบุณฑรี โฉมศิริ)
(นายพิสุทธิรักษ์ รัตนธนนท์)
(นางสาวสุปรีชา ศิริเอี่ยม)
(นายสนธยา ทองดี)
(นายประจักษ์ธรรม โรจนะภิรมย์)
(นายพิศุทธิ์ เหลาทุม)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
Webs
(นายพงศธร ศุภนรากุล)
กรรมการและ
เลขานุการ
-3- - ขาดข้อมูลเชิงลึก ทําให้ขาดความสามารถในการคาดการณ์และป้องกันปัญหา: ไม่สามารถ ค้นพบรูปแบบ แนวโน้ม หรือความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในข้อมูล ซึ่งเป็นสิ่งสําคัญในการวางแผน การตัดสินใจ และการแก้ไขปัญหาเชิงรุก
- การขาดความแม่นยําของข้อมูล: อันเนื่องจากการมีข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ครบถ้วน ทําให้ ไม่สามารถวิเคราะห์และประมวลผลได้อย่างถูกต้อง เป็นผลให้เกิดความผิดพลาดในการตัดสินใจ
จากสภาพปัญหาดังกล่าว สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจึงมีแนวคิดในการจัดทําแผนงาน/ โครงการผู้ตรวจการแผ่นดินอัจฉริยะเพื่อธรรมาภิบาล (Ombudsman Management Enhancement and Governance by Agentic Al : OMEGA) โดยการนําเครื่องมือ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ในการสนับสนุน การทํางานของผู้ตรวจการแผ่นดินทั้งสายงานสอบสวน และสายงานสนับสนุน ทั้งนี้ โดยมุ่งหวังในการเพิ่ม ขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน ลดภาระงานซ้ําซ้อน เพิ่มความรวดเร็วและแม่นยําในการวิเคราะห์ข้อมูล และยกระดับคุณภาพการให้บริการประชาชน-การอํานวยความยุติธรรม-การลดภาระและขั้นตอน
การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีแนวคิดการดําเนินงาน ดังนี้ - แนวคิดการนํา AI เพื่อใช้ในการสนับสนุนสายงานสอบสวนของสํานักงานผู้ตรวจการ แผ่นดิน สามารถแบ่งออกเป็นมิติต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาข้อจํากัดด้านทรัพยากรบุคคล ระยะเวลา และความ แม่นยําของข้อมูล ประกอบด้วย
(1) การคัดกรองและจําแนกเรื่องร้องเรียนอัจฉริยะ (Al Complaint Categorization) โดยสามารถวิเคราะห์เนื้อหาคําร้องเพื่อจําแนกประเภทความยากง่าย และตรวจสอบเบื้องต้นว่าอยู่ในเขต อํานาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งสามารถวิเคราะห์ภาระงาน (Workload) ของเจ้าหน้าที่แต่ละคน และส่งต่อเรื่องผู้ที่ได้รับมอบหมายอย่างเหมาะสมโดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการกระจายงาน
(2) การค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อกฎหมาย (Legal Al Assistant) โดยการค้นหา ข้อกฎหมาย ระเบียบ และคําวินิจฉัยที่บรรทัดฐานใกล้เคียงกัน ช่วยให้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องเสียเวลากับการอ่าน เอกสารที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลหรือข้อมูลจากหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง (เช่น eMENSCR, NRIIS) เพื่อวิเคราะห์ความซ้ําซ้อนหรือความเชื่อมโยงของปัญหากับโครงการรัฐอื่น ๆ
(3) การวิเคราะห์แนวโน้มและการทํางานเชิงรุก (Predictive & Proactive Analytics) โดยการวิเคราะห์อุบัติการณ์การร้องเรียนเพื่อตรวจจับ “สัญญาณ” ของปัญหาเชิงระบบ (Systemic Issues) ก่อนที่จะขยายตัวเป็นวงกว้าง ช่วยให้สํานักงานฯ สามารถหยิบยกประเด็นขึ้นพิจารณาเองได้โดยไม่ต้องรอ ให้มีการร้องเรียน รวมทั้งใช้ AI จําลองผลลัพธ์ว่าหากมีการแก้ไขตามคําวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ต่อเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงเชิงมูลค่าเศรษฐกิจและ/หรือคุณภาพชีวิต-ความเป็นที่ดีขึ้นของประชาชนอย่างไร
เพื่อเพิ่มน้ําหนักความน่าเชื่อถือให้กับข้อเสนอแนะ
จะส่งผล
(4) ระบบช่วยร่างรายงานและคําวินิจฉัย (Al-Assisted Drafting) โดยให้ AI ช่วยยกร่าง รายงานเบื้องต้น (Drafting) โดยอ้างอิงจากข้อเท็จจริงในสํานวนและรูปแบบคําวินิจฉัยที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ลดโอกาสการเกิดข้อผิดพลาดเชิงเทคนิคและช่วยให้เจ้าหน้าที่เน้นไปที่การใช้ดุลยพินิจเชิงลึก
(5) ช่องทางบริการประชาชนและการติดตามผล (Virtual Citizen Service & Tracking) โดยการให้คําปรึกษาด้านกฎหมายเบื้องต้นแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดภาระการตอบคําถามซ้ําซ้อน ของเจ้าหน้าที่ อีกทั้งการติดตามสถานะการดําเนินการของหน่วยงานรัฐตามคําวินิจฉัยแบบอัตโนมัติ และแจ้ง
เตือนเมื่อหน่วยงานเพิกเฉยหรือล่าช้ากว่าที่กฎหมายกําหนด
A
(นายเมธี มั่นคง)
ด
ww.
(นางสาวปิยพร กิตติเวช)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
ช) จ
(นางสาวบุณฑรี โฉมศิริ)
(นายพิสุทธิรักษ์ รัตนธนนท์)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
(นางสาวสุปรีชา ศิริเอี่ยม) (นายสนธยา ทองดี) (นายประจักษ์ธรรม โรจนะภิรมย์) (นายพิศุทธิ์ เหลาทุ่ม)
9*~ -
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
Ward &
(นายพงศธร ศุภนรากุล)
กรรมการและ
เลขานุการ
-4-
แผ่นดิน - แนวคิดการนํา AI เพื่อใช้ในการสนับสนุนสายงานสนับสนุนของสํานักงานผู้ตรวจการ
สําหรับสายงานสนับสนุนของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน การนํา AI มาใช้จะมุ่งเน้น ไปที่การ “เพิ่มความคล่องตัว (Agility)” และ “ลดภาระงานซ้ําซ้อน (Reduce redundant tasks)” เพื่อให้ การสนับสนุนสายงานหลักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อาทิ - ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล โดย AI สามารถช่วยคัดกรองใบสมัครและประเมินทักษะ ของผู้สมัครงานให้ตรงกับสมรรถนะ (Competency) เช่น ตําแหน่งงานสอบสวนต้องการ รวมถึงการวิเคราะห์ ช่องว่างทางทักษะ (Skill Gap) ของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดโปรแกรมฝึกอบรมรายบุคคล รวมทั้งช่วยในการวิเคราะห์ ปริมาณงานในมือของเจ้าหน้าที่แต่ละสํานัก เพื่อช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจกระจายภาระงานอย่างเป็นธรรม และเหมาะสมตามขีดความสามารถ
- ด้านงานสารบรรณและการจัดการเอกสาร โดยใช้ระบบจดจําตัวอักษร (Optical Character Recognition: OCR) เพื่อแปลงเอกสารคําร้องเรียนหรือหนังสือราชการที่เป็นกระดาษให้เป็นข้อมูล ดิจิทัลที่สืบค้นได้ทันที พร้อมระบบลงรับและจําแนกหนังสือเข้า-ออกโดยอัตโนมัติ และการจัดเก็บเอกสาร อัจฉริยะที่ไม่ได้ค้นหาแค่จาก “ชื่อไฟล์” แต่ค้นหาจาก “เนื้อหาและความหมาย” ช่วยให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน สืบค้นระเบียบ คําสั่ง หรือรายงานการประชุมย้อนหลังได้อย่างรวดเร็ว
- ด้านงานงบประมาณและการพัสดุ โดยใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณ ย้อนหลังเพื่อพยากรณ์ความต้องการงบประมาณเพื่อนําไปสู่การจัดทําคําของบประมาณของสํานักงานฯ ในอนาคต ช่วยในการวางแผนงบประมาณให้สอดคล้องกับกิจกรรมการสอบสวนที่อาจเพิ่มขึ้นในบางช่วงเวลา
ตรวจสอบความผิดปกติในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยการเปรียบเทียบราคาตลาดและประวัติคู่สัญญา เพื่อป้องกันความเสี่ยงและสร้างความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล - ด้านการประชาสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ ในการติดตามและวิเคราะห์ความคิดเห็น ของประชาชนบนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีต่อการทํางานของสํานักงานฯ เพื่อให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์สามารถชี้แจง หรือปรับปรุงการสื่อสารได้ทันสถานการณ์ รวมทั้งการใช้ AI แปลเอกสารกฎหมายหรือรายงานจากผู้ตรวจการ แผ่นดินต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนงานวิเทศสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับสากล
- ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการรักษาความปลอดภัย ในการเฝ้าระวังเครื่องแม่ข่าย (Server) และเครือข่าย โดยการพยากรณ์ความเสี่ยงที่ระบบจะขัดข้องก่อนที่จะเกิดปัญหาจริง เพื่อให้ การปฏิบัติงานสามารถดําเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการมีระบบตอบคําถามอัตโนมัติสําหรับเจ้าหน้าที่ ภายใน (IT Helpdesk/HR FAQ) เพื่อให้คําแนะนําเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้งานระบบไอทีหรือสิทธิสวัสดิการ
- ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล (Human Resources: HR) โดยการใช้ Al ประมวลผลข้อมูลการปฏิบัติงานเพื่อสนับสนุนการบริหารผลงาน (Performance Management) ที่อิงตาม ข้อมูลจริงและผลสัมฤทธิ์ของงาน (Data-driven Performance) เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและเป็นธรรม ในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของงานรายบุคคล
- ด้านการบริหารจัดการการเงินและพัสดุ (Financial Management) โดยการนําระบบ AI
มาช่วยในกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารหลักฐานการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ
เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและลดข้อผิดพลาดในขั้นตอนการดําเนินงานทางบัญชี รวมถึงการใช้ระบบวิเคราะห์ ข้อมูลเชิงลึกเพื่อจัดทํารายงานสรุปสถานะงบประมาณได้ตลอดเวลา และการประเมินความคุ้มค่าของการใช้
12105 21 Jun
(นายเมธี มั่นคง)
ประธานกรรมการ
(นางสาวปิยพร กิตติเวช)
กรรมการ
ทุกข์รักษ์
I’m as lands grond
(นางสาวบุณฑรี โฉมศิริ) (นายพิสุทธิรักษ์ รัตนธนนท์)
กรรมการ
กรรมการ
(นางสาวสุปรีชา ศิริเยี่ยม) (นายสนธยา ทองดี)
กรรมการ
กรรมการ
an
ad
(นายประจักษ์ธรรม โรจนะภิรมย์) (นายพิศุทธิ์ เหลาทุ่ม)
Walms
(นายพงศธร ศุภนรากุล)
กรรมการและ
เลขานุการ
กรรมการ
กรรมการ
-5-
Ka
(นายเมธี มั่นคง)
ประธานกรรมการ
จ่ายเงินงบประมาณในโครงการต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจปรับแผนการดําเนินงานได้อย่างทัน
สถานการณ์และโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล
ทั้งนี้ภายใต้แผนงานโครงการผู้ตรวจการแผ่นดินอัจฉริยะเพื่อธรรมาภิบาล
(Ombudsman
management Enhancement and Governance by Agentic Al : Omega) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการดําเนินโครงการเฉพาะในส่วนของการสนับสนุนสายงาน
สอบสวนของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นสําคัญ โดยการขับเคลื่อนโครงการระยะที่ 1 “โครงการจ้าง พัฒนาระบบผู้ช่วยอัจฉริยะสนับสนุนงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (Ombudsman Intelligent Assistant System) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจสายงานสอบสวน โดยการใช้เทคโนโลยี RAG-AI, NLP, Business Intelligence และเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ข้อมูล โดยการให้บริการผ่านระบบ Chatbot ซึ่งจะเป็นระบบ โต้ตอบคําถามอัตโนมัติ เพื่อรองรับภารกิจสายงานสอบสวนในกระบวนงานและขั้นตอนการปฏิบัติงาน ดังนี้
(1) การให้คําแนะนําเกี่ยวกับขั้นตอนการดําเนินการต่าง ๆ
(2) การรับเรื่องร้องเรียน
(3) การแสวงหาข้อเท็จจริงและจัดทําคําวินิจฉัย (4) การติดตามเรื่องร้องเรียน
(5) การค้นหาเรื่องร้องเรียนที่มีเนื้อหาคล้ายกัน
(6) การพัฒนาต่อยอดในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ การดําเนินโครงการจ้างพัฒนาระบบผู้ช่วยอัจฉริยะสนับสนุนงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (Ombudsman Intelligent Assistant System) ถือเป็นส่วนหนึ่งในการรองรับแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพ บริการดิจิทัลภาครัฐเพื่อให้บริการประชาชนโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent: Al) และจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการวิเคราะห์ข้อมูล/ และการให้คําปรึกษา
ด้านกฎหมายแก่ประชาชน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความไม่เป็นธรรมของประชาชน ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพต่อไป
นิยามคําสําคัญ
• On-Premise: หมายถึง การติดตั้งและประมวลผล (Inference/RAG/Fine- tuning/Indexing) ภายในศูนย์ข้อมูลและเครือข่ายของสํานักงานฯ โดยสมบูรณ์ ห้ามส่งข้อมูลของสํานักงานฯ ออกไปประมวลผลหรือจัดเก็บบนระบบภายนอก ไม่ว่ากรณีใด (เช่น Cloud API/External Service) และห้าม มีการวัดและส่งข้อมูลทางไกล (Telemetry) หรือ การบันทึกการและส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ (Log) ออกนอกเครือข่าย ยกเว้น “การสื่อสารเพื่อให้บริการกับผู้ใช้งาน/ช่องทางที่สํานักงานฯ อนุมัติ” (เช่น การรับ- ส่งข้อความกับผู้ใช้ผ่านเว็บไซต์/แอปพลิเคชัน/อีเมล/ช่องทางสื่อสาร) ซึ่งต้องอยู่ภายใต้นโยบายความมั่นคง
ปลอดภัยของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
• RAG (Retrieval-Augmented Generation): กระบวนการที่ปัญญาประดิษฐ์ค้นหาข้อมูล จากคลังความรู้ที่กําหนดก่อนนํามาสร้างคําตอบ เพื่อความถูกต้องและอ้างอิงได้
• Gold Standard: ชุดคําถามและคําตอบมาตรฐานที่ผ่านการตรวจสอบตามที่สํานักงานฯ กําหนด เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินความถูกต้อง
โจทย์ล่วงหน้า
Jame
(นางสาวปิยพร กิตติเวช)
กรรมการ
• Blind Test: การทดสอบโดยใช้ชุดข้อมูลที่คณะกรรมการสุ่มขึ้นมา โดยที่ผู้รับจ้างไม่ทราบ
Tum’s Ward’s signosho
(นางสาวบุณฑรี โฉมศิริ)
กรรมการ
(นายพิสุทธิรักษ์ รัตนธนนท์)
กรรมการ
(นางสาวสุปรีชา ศิริเยี่ยม)
|
(นายสนธยา ทองดี)
กรรมการ
กรรมการ
میں
Bid Wechs
24
(นายประจักษ์ธรรม โรจนะภิรมย์) (นายพิศุทธิ์ เหลาทุ่ม)
กรรมการ
กรรมการ
(นายพงศธร ศุภนรากุล)
กรรมการและ
เลขานุการ