ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบ IoT อัจฉริยะ (Smart Watch) การแจ้งเตือนหกล้มในผู้สูงอายุนำร่องโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาระบบ IoT อัจฉริยะ (Smart Watch) สำหรับการแจ้งเตือนการหกล้มในผู้สูงอายุ เพื่อนำร่องในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super Aged Society) และการหกล้มเป็นสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บและเสียชีวิตในกลุ่มนี้ ระบบที่พัฒนาขึ้นจะประกอบด้วยการจัดหา Smart Watch จำนวน 35 เรือน พร้อมคุณสมบัติที่จำเป็น เช่น การตรวจจับการหกล้ม การโทรออก และการรองรับ 4G รวมถึงการตั้งค่าเริ่มต้น การลงทะเบียน และระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย นอกจากนี้ ยังต้องพัฒนาระบบ IoT Gateway และ Dashboard เพื่อรับส่งข้อมูลสุขภาพ เช่น สัญญาณชีพ อุณหภูมิ และประวัติการหกล้ม จาก Smart Watch ไปยังแพลตฟอร์มกลางแบบอัตโนมัติ โดยรองรับมาตรฐาน Health ID และ Provider ID ของกระทรวงสาธารณสุข ระบบจะมีการแจ้งเตือนเหตุการณ์ผ่าน Web Portal การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน และการแสดงผลข้อมูลแบบเรียลไทม์บน Dashboard สำหรับผู้บริหาร รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลบน Cloud ที่มีความปลอดภัยสูงและเป็นไปตามกฎหมาย PDPA และ Sovereign Cloud โดยมีข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) ไม่ต่ำกว่า 99.95% ต่อเดือน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้สูงอายุ ป้องกันการบาดเจ็บ และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านสุขภาพ
English summary
This project aims to develop a Smart Watch-based IoT system for fall detection and alerts for the elderly, to be piloted in Ministry of Public Health hospitals. Thailand is rapidly becoming a super-aged society, and falls are a major cause of injury and death among the elderly. The system will include the procurement of 35 Smart Watches with essential features like fall detection, calling capabilities, and 4G support, along with initial setup, registration, and safety alert functions. Furthermore, an IoT Gateway and Dashboard will be developed to automatically receive and transmit health data (e.g., vital signs, temperature) from the Smart Watches to a central platform, supporting Ministry of Public Health’s Health ID and Provider ID standards. The system will feature event alerts via a Web Portal, user access control, and real-time data display on an executive Dashboard. Data will be stored on a highly secure cloud compliant with PDPA and Sovereign Cloud regulations, with a Service Level Agreement (SLA) of at least 99.95% per month. This initiative aims to enhance elderly care, prevent injuries, and promote the use of digital health technologies.
พื้นที่นำร่องโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- พัฒนาและทดสอบระบบ IoT Gateway ร่วมกับอุปกรณ์ Smart Watch สำหรับตรวจจับและแจ้งเตือนการหกล้ม รวมถึงบันทึกข้อมูลสุขภาพพื้นฐานของผู้สูงอายุในพื้นที่นำร่อง
- พัฒนาระบบต้นแบบสำหรับรับ-ส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ Smart Watch สู่แพลตฟอร์มกลาง เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพและเหตุหกล้มของผู้สูงอายุแบบเรียลไทม์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ประเมินการใช้งานจริงของอุปกรณ์ Smart Watch ในกลุ่มผู้สูงอายุ รวมถึงความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ปัญหา และข้อจำกัดของการใช้งานในพื้นที่นำร่อง
ขอบเขตของงาน
- การจัดการอุปกรณ์นาฬิกาอัจฉริยะ (Smart Watch):
- จัดหานาฬิกา Smart Watch จำนวน 35 เรือน พร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น
- คุณสมบัติของ Smart Watch: หน้าจอสัมผัส, แบตเตอรี่ไม่น้อยกว่า 400 mAh, ตรวจจับการหกล้ม, รับสาย/โทรออก, รองรับ 4G, ตั้งค่าภาษาไทยได้, มาตรฐานกันน้ำ/กันฝุ่น IP67, พร้อมสายรัดข้อมือ 1 เส้น, ทำงานบน Android
- การตั้งค่าเริ่มต้น: ลงทะเบียน, เชื่อมต่อ Cloud, ตั้งค่าเบอร์ฉุกเฉิน, บันทึกข้อมูลผู้รับบริการ/ผู้สูงอายุ (ชื่อ, ที่อยู่, พิกัด, เบอร์โทร)
- ระบบแจ้งเตือนและความปลอดภัย: เข้ารหัสข้อมูล (Encryption), ยืนยันตัวตน (Authentication), ปฏิบัติตาม PDPA
- การรับประกันและการฝึกอบรม: รับประกัน 12 เดือน, ฝึกอบรม 2 ครั้ง
- พัฒนาระบบจัดเก็บและแสดงผลข้อมูลสุขภาพ (IoT Gateway & Dashboard):
- ระบบจัดเก็บและเชื่อมต่อข้อมูล: รับ-ส่งข้อมูลจาก Smart Watch เข้าสู่แพลตฟอร์มกลางอัตโนมัติ, รองรับ Health ID และ Provider ID
- ระบบแจ้งเตือนเหตุการณ์: แจ้งเตือนผ่าน Web Portal, บันทึกเหตุการณ์ฉุกเฉิน
- การกำหนดสิทธิ์และผู้ใช้งาน: รองรับผู้ดูแล (Caregiver) มากกว่า 3 คน, ผู้ดูแลเข้าถึงข้อมูลผู้รับบริการภายใต้หน่วยบริการ
- การแสดงผลข้อมูลแบบเรียลไทม์: แสดงค่าสัญญาณชีพ, อุณหภูมิ, ออกซิเจนในเลือด, ประวัติการหกล้ม, สถานะอุปกรณ์
- ระบบจัดเก็บข้อมูลบน Cloud และ Dashboard: จัดเก็บข้อมูลบน Cloud ปลอดภัยสูง, พัฒนา Dashboard เชิงวิเคราะห์สำหรับผู้บริหาร (จำนวน รพ., จำนวนอุปกรณ์, จำนวนแจ้งเตือน, แนวโน้มการเกิดเหตุ, จำนวนเหตุการณ์, ตำแหน่ง, เวลาดำเนินการ, ระบบกรองข้อมูล)
- ความมั่นคงปลอดภัยของระบบ (System Security):
- รองรับการยืนยันตัวตนบุคลากรด้วย Provider ID
- รองรับการยืนยันตัวตนผู้รับบริการด้วย Health ID
- มาตรฐานการประมวลผลและระบบคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ (Cloud Computing Standards):
- ข้อมูลสามารถโยกย้าย (Data Portability) ได้
- จัดหาบริการ Infrastructure as a Service (IaaS) แบบ Sovereign Cloud (ข้อมูลจัดเก็บ/ประมวลผลภายใต้กฎหมายไทย) เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี
- ผู้ให้บริการต้องมี Data Center และสำรองในประเทศไทยที่ให้บริการมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
- ข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) ไม่ต่ำกว่า 99.95% ต่อเดือน
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- อุปกรณ์ Smart Watch จำนวน 35 เรือน พร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น
- ระบบ IoT Gateway สำหรับรับ-ส่งข้อมูลจาก Smart Watch
- ระบบ Dashboard สำหรับแสดงผลข้อมูลสุขภาพและการแจ้งเตือน
- ระบบแจ้งเตือนเหตุการณ์ผ่าน Web Portal
- เอกสารรับรองการให้บริการ, รับรองมาตรฐาน และหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย (สำหรับผู้ให้บริการ Cloud)
- การฝึกอบรมการใช้งานอุปกรณ์และระบบ จำนวน 2 ครั้ง
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาโครงการ: ไม่ระบุชัดเจน แต่ระบุว่าการให้บริการ IaaS ต้องมีระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- มีความสามารถตามกฎหมาย
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นผู้ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
- ไม่เป็นผู้ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
- เป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างในงานดังกล่าว (การออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล)
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
- ไม่เป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายหรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วน
- ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance:
- รองรับ Health ID และ Provider ID ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข
- ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
- ระบบ Cloud ต้องเป็น Sovereign Cloud (ไม่ถูกแทรกแซงจากกฎหมายต่างประเทศ)
- Experience:
- ไม่ระบุประสบการณ์เฉพาะเจาะจงใน TOR
- Previous Project Cost:
- ไม่ระบุ
- Technical Capabilities:
- สามารถพัฒนาระบบ IoT Gateway และ Dashboard
- สามารถจัดหาและตั้งค่า Smart Watch ตามคุณสมบัติที่กำหนด
- มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐาน Health ID, Provider ID, PDPA
- มีความสามารถในการให้บริการ Cloud Infrastructure as a Service (IaaS)
- Personnel:
- ไม่ระบุคุณสมบัติเฉพาะของบุคลากร
- Financial Requirements:
- กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและจดทะเบียนเกิน 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวกในปีงบประมาณสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
- กรณีเป็นนิติบุคคลที่ยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
- กรณีวงเงินเกิน 500,000 บาท (บุคคลธรรมดา): ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ
- กรณีไม่มีมูลค่าสุทธิ/ทุนจดทะเบียนเพียงพอ: สามารถขอวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ
- ยกเว้นสำหรับหน่วยงานของรัฐ และนิติบุคคลที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ
เกณฑ์การพิจารณา
ไม่ได้ระบุใน TOR ส่วนที่ให้มา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- อุปกรณ์ Smart Watch: หน้าจอสัมผัส, แบตเตอรี่ 400 mAh ขึ้นไป, ตรวจจับการหกล้ม, โทรออกได้, 4G, ภาษาไทย, IP67, Android
- ระบบ IoT Gateway: รับ-ส่งข้อมูลอัตโนมัติ, รองรับ Health ID/Provider ID
- ระบบ Dashboard: แสดงสัญญาณชีพ, อุณหภูมิ, ออกซิเจน, ประวัติหกล้ม, สถานะอุปกรณ์, วิเคราะห์ข้อมูลผู้บริหาร
- ระบบความปลอดภัย: Encryption, Authentication, PDPA Compliance
- ระบบ Cloud: Sovereign Cloud, Data Localization ในประเทศไทย, SLA 99.95%
เงื่อนไขสัญญา
- การรับประกันอุปกรณ์: ไม่น้อยกว่า 12 เดือน นับจากวันส่งมอบ
- การฝึกอบรม: จำนวน 2 ครั้ง
- การให้บริการ Cloud (IaaS): อย่างน้อย 1 ปี
- ข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA): ไม่ต่ำกว่า 99.95% ต่อเดือน
- การชำระเงิน: ไม่ระบุใน TOR ส่วนที่ให้มา
- ค่าปรับ: ไม่ระบุใน TOR ส่วนที่ให้มา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Smart Watch ที่จัดหามาต้องมีคุณสมบัติใดบ้าง?
- ระบบ IoT Gateway ทำหน้าที่อะไร?
- Dashboard สำหรับผู้บริหารจะแสดงข้อมูลอะไรบ้าง?
- ระบบ Cloud ที่ใช้ต้องมีมาตรฐานอย่างไร?
- การรับประกันอุปกรณ์ Smart Watch นานเท่าใด?
- ต้องมีการฝึกอบรมการใช้งานระบบหรือไม่? จำนวนกี่ครั้ง?
- ระบบมีความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูลอย่างไร?
- ระบบรองรับการเชื่อมต่อกับมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างไร?
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติทางการเงินอย่างไรบ้าง?
- โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาใด?
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างพัฒนาระบบ IoT อัจฉริยะ (Smart Watch) การแจ้งเตือนหกล้มในผู้สูงอายุ
๑. ความเป็นมา
นําร่องโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
ประเทศไทยกําลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครั้งสําคัญ เมื่อสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องจนก้าวใกล้สู่ภาวะ “สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super Aged Society)” ตามนิยามขององค์การ สหประชาชาติ ซึ่งระบุว่าประเทศที่มีประชากรอายุ 50 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ ๒๐ ของประชากรทั้งหมดถือเป็น สังคมสูงวัยระดับสุดยอด โดยข้อมูลปี พ.ศ. ๒๕๖๗ จากสํานักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ จํานวน ๑๔.๑๖ ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ ๒๐.๒ ของประชากรทั้งประเทศ นอกจากนี้ ข้อมูลจากรายงาน UN World Population Prospects ๒๐๒๒ ยังชี้ว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนประชากรอายุ ๖๕ ปีขึ้นไปสูงที่สุดใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ที่ร้อยละ ๑๕.๒๑ สูงกว่าสิงคโปร์และเวียดนาม แสดงให้เห็นว่าไทยเป็นหนึ่งใน ประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วที่สุดในภูมิภาค การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้ระบบการดูแลสุขภาพ
การบริหารจัดการภาคสังคม และการจัดบริการทางการแพทย์จําเป็นต้องปรับตัวเพื่อรองรับภาวะเสี่ยงและความ ต้องการดูแลระยะยาวของผู้สูงอายุในอนาคต โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ ๘๐ ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงวัยที่มีภาวะ เปราะบางสูงจากการเสื่อมถอยของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และการทรงตัว ทําให้มีความเสี่ยงต่อการหกล้มสูง กว่าวัยอื่น งานวิชาการและรายงานขององค์การอนามัยโลกระบุว่า การหกล้มเป็นสาเหตุสําคัญของการบาดเจ็บ การทุพพลภาพ และการเสียชีวิตในผู้สูงอายุทั่วโลก และกว่า ร้อยละ ๘๐ ของเหตุการณ์หกล้มเกิดขึ้นภายในบ้าน หรือชุมชน ซึ่งมักไม่มีผู้พบเห็นในทันที ส่งผลให้การช่วยเหลือล่าช้าและเพิ่มความรุนแรงของการบาดเจ็บ อาทิ ภาวะกระดูกสะโพกหัก การเคลื่อนไหวลําบาก และการสูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง ซึ่งล้วนเป็น ปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ครอบครัว และภาระของระบบสาธารณสุขโดยรวม
เพื่อตอบสนองต่อบริบทดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขได้กําหนดนโยบายสําคัญในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ภายใต้ประเด็น “สร้างสุขภาพดีทุกช่วงวัย คนไทยแข็งแรง” โดยมุ่งเน้นการดูแลผู้สูงอายุเชิงรุก การป้องกันการบาดเจ็บจากการหกล้ม และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านสุขภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแล ทั้งในระดับครัวเรือนและชุมชน รวมถึงการพัฒนาระบบเฝ้าระวังสุขภาพที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่าง ทันท่วงที แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางระบบสุขภาพโลกที่ส่งเสริมการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีอัจฉริยะ และระบบติดตามระยะไกล (Remote Monitoring) เพื่อสนับสนุนการดํารงชีวิตอย่างปลอดภัยของผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยยังขาดระบบเฝ้าระวังเหตุหกล้มแบบอัตโนมัติที่สามารถใช้งานได้จริงอย่าง แพร่หลายในระดับปฏิบัติการ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่ลําพังหรืออาศัยในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งมักต้องพึ่งพา
การสังเกตของบุคคลในครอบครัวหรือชุมชนเพียงอย่างเดียว ทําให้การตรวจพบเหตุการณ์ล่าช้าและเพิ่มโอกาส
เกิดภาวะแทรกซ้อน
ดังนั้น จึงมีความจําเป็นในการพัฒนาระบบ IoT อัจฉริยะสําหรับเฝ้าระวังและแจ้งเตือนการหกล้มใน ผู้สูงอายุ ซึ่งไม่เพียงทําหน้าที่ตรวจจับเหตุฉุกเฉินและส่งสัญญาณแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์เท่านั้น แต่ยังรองรับ การวัดค่าพื้นฐานด้านสุขภาพที่สําคัญ อาทิ อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ระดับออกซิเจนในเลือด อุณหภูมิร่างกาย และรูปแบบการเคลื่อนไหวผ่านอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Smart Watch) เพื่อให้สามารถ ติดตามแนวโน้มสุขภาพของผู้สูงอายุได้อย่างต่อเนื่องและแม่นยํา อีกทั้งยังช่วยรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลจาก
……wแน นางสาวกมลพรรณ อินนุพัฒน์ ประธานกรรมการ
Ty
นางสาวสุมิตรา ช่วยชุม นางสาวสุพิชญา วางพรม
กรรมการ
กรรมการ
-๒-
อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความหลากหลาย ลดปัญหาความไม่เป็นมาตรฐานของข้อมูลที่เกิดจากอุปกรณ์หลาย รูปแบบในโรงพยาบาลและหน่วยบริการสุขภาพ การจัดทําระบบต้นแบบดังกล่าวยังจะช่วยพัฒนากลไกกลาง สําหรับการรับ-ส่งข้อมูลสุขภาพ (Data Gateway) ให้เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบดิจิทัลสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข ได้อย่างเป็นเอกภาพ ทําให้ข้อมูลมีความถูกต้อง เชื่อถือได้ นําไปใช้วางแผนด้านสาธารณสุขได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ลดภาระงานของบุคลากร และสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัลของประเทศ
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อพัฒนาและทดสอบระบบ IoT Gateway ร่วมกับอุปกรณ์ Smart Watch สําหรับตรวจจับ และแจ้งเตือนการหกล้ม รวมถึงบันทึกข้อมูลสุขภาพพื้นฐานของผู้สูงอายุในพื้นที่นําร่อง
๒.๒ เพื่อพัฒนาระบบต้นแบบสําหรับรับ-ส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ Smart Watch สู่แพลตฟอร์มกลาง
เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพและเหตุหกล้มของผู้สูงอายุแบบเรียลไทม์ได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ
๒.๓ เพื่อประเมินการใช้งานจริงของอุปกรณ์ Smart Watch ในกลุ่มผู้สูงอายุ รวมถึงความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ปัญหา และข้อจํากัดของการใช้งานในพื้นที่นําร่อง
๓.
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจกรรมของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ
บริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างในงานดังกล่าว ได้แก่ การออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล ๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็น การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายหรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่าย ไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสําคัญ ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด
………………. นางสาวกมลพรรณ อินนุพัฒน์ ประธานกรรมการ
&
นางสาวสุมิตรา ช่วยชุม
นางสาวสุพิชญา วางพรม
กรรมการ
กรรมการ
-60-
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ที่ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร
๓.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกิน กว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
๑
๓.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ๓.๑๒.๓ สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง
หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๓.๑๒.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้
ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) ๓.๑๒.๕ กรณีตาม ๓.๑๒.๑ - ๓.๑๒.๔ ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
๓.๑๒.๕.๑ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
๓.๑๒.๕.๒ นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ
ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
๔. ขอบเขตการดําเนินงาน
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องดําเนินการพัฒนาและทดสอบระบบ IoT อัจฉริยะ (Smart Watch) สําหรับการแจ้ง เตือนการหกล้มในผู้สูงอายุในพื้นที่นําร่องโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
๔.๑ การจัดการอุปกรณ์นาฬิกาอัจฉริยะ (Smart Watch)
๔.๑.๑ การจัดหาอุปกรณ์ ประกอบด้วย
โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑) จัดหานาฬิกา Smart Watch จํานวน ๓๕ เรือน พร้อมอุปกรณ์ที่จําเป็นสําหรับการใช้งาน ๒) คุณสมบัติของอุปกรณ์ Smart Watch
หน้าจอสัมผัส (Touch Screen)
- แบตเตอรี่ความจุต้องไม่น้อยกว่า 400 mAh สามารถตรวจจับการหกล้มของผู้ใช้งานได้
- สามารถรับสายและโทรออกได้
ลฟแฝ
นางสาวกมลพรรณ อินนุพัฒน์ นางสาวสุมิตรา ช่วยชุม
282
นางสาวสุพิชญา วางพรม
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
-6-
รองรับการโทรออกได้ไม่เกิน ๕๐ นาที และรวมค่าบริการซิมการ์ดและอินเทอร์เน็ต
ในรอบ ๑๒ เดือนนับจากวันส่งมอบ - ใช้ระบบอินเตอร์เน็ต 4G เป็นอย่างน้อย
รองรับการตั้งค่าภาษาไทย - ผ่านมาตรฐานกันน้ําและกันฝุ่น IP67 เป็นอย่างน้อย
- มาพร้อมสายรัดข้อมือไม่น้อยกว่า ๑ เส้น
- ทํางานบนระบบปฏิบัติการ Android
๓) การตั้งค่าเริ่มต้นของอุปกรณ์ - ลงทะเบียนอุปกรณ์และเชื่อมต่อนาฬิกาเข้ากับระบบคลาวด์
- ตั้งค่าหมายเลขโทรฉุกเฉินได้จํานวน ๑ หมายเลข
(Cloud) สําหรับจัดเก็บข้อมูล - บันทึกข้อมูลผู้รับริการหรือผู้สูงอายุ ได้แก่ ชื่อ-สกุล ที่อยู่ พิกัดบ้าน หมายเลขโทรศัพท์
สามารถเปลี่ยนข้อมูลผู้รับบริการหรือผู้สูงอายุ ได้ทุกเมื่อ ระบบสามารถแสดงพิกัดบ้านข้อมูลผู้รับบริการหรือผู้สูงอายุได้
๔) ระบบแจ้งเตือนและความปลอดภัย - รองรับการตั้งค่าการแจ้งเตือน (Notification) ระหว่างหมายเลขนาฬิกากับ หมายเลขฉุกเฉิน
- มีระบบเข้ารหัสข้อมูล (Encryption)
มีการยืนยันตัวตน (Authentication) - ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ๕) การรับประกันและการฝึกอบรม
และผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้อง
รับประกันอุปกรณ์ไม่น้อยกว่า ๑๒ เดือน นับจากวันส่งมอบ
ดําเนินการฝึกอบรมการใช้งานอุปกรณ์และระบบจํานวน ๒ ครั้ง สําหรับเจ้าหน้าที่
๔.๒ พัฒนาระบบจัดเก็บและแสดงผลข้อมูลสุขภาพ (IoT Gateway & Dashboard)
๔.๒.๑ ระบบจัดเก็บและเชื่อมต่อข้อมูล
๑) พัฒนาระบบสําหรับรับ-ส่งข้อมูลจาก Smart Watch เข้าสู่แพลตฟอร์มกลางแบบ
อัตโนมัติ
๒) ระบบต้องรองรับการเข้าถึงข้อมูลด้วย Health ID และ Provider ID ตามมาตรฐาน
กระทรวงสาธารณสุข
๔.๒.๒ ระบบแจ้งเตือนเหตุการณ์
๑) มีระบบแจ้งเตือนเหตุการณ์ผ่าน Web Portal
๒) สามารถบันทึกเหตุการณ์ฉุกเฉินได้
๔.๒.๓ การกําหนดสิทธิ์และผู้ใช้งาน
๑) ผู้ดูแล (Caregiver) สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้รับบริการหรือผู้สูงอายุที่อยู่ใน
การดูแล ภายใต้หน่วยบริการระดับปฐมภูมิหรือโรงพยาบาล ได้
๒) ระบบสามารถรองรับผู้ดูแล (Caregiver) มากกว่า ๓ ผู้ใช้งาน
aaw a นางสาวกมลพรรณ อินนุพัฒน์
ประธานกรรมการ
दम
นางสาวสุมิตรา ช่วยชุม นางสาวสุพิชญา วางพรม
กรรมการ
กรรมการ
-&-
๔.๒.๔ การแสดงผลข้อมูลแบบเรียลไทม์
ระบบต้องสามารถแสดงข้อมูลของผู้สูงอายุแต่ละราย ได้แก่
๑) ค่าสัญญาณชีพ
๒) ค่าอุณหภูมิร่างกาย
๓) ค่าระดับออกซิเจนในเลือด
๔) ประวัติการหกล้ม
๕) สถานะอุปกรณ์
๔.๒.๕ ระบบจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ (Cloud) และ Dashboard
๑) จัดเก็บข้อมูลทั้งหมดบนระบบคลาวด์ (Cloud) ที่มีความปลอดภัยสูง
๒) พัฒนาระบบ Dashboard เชิงวิเคราะห์สําหรับผู้บริหาร โดยอย่างน้อยต้องแสดง
ข้อมูลต่อไปนี้ - จํานวนโรงพยาบาลและจํานวนอุปกรณ์ที่ใช้งาน
- จํานวนการแจ้งเตือน แยกตามสถานะ
แนวโน้มการเกิดพลัดตกหกล้มรายวัน - จํานวนเหตุหกล้มแยกตามช่วงเวลา
ตําแหน่งเกิดเหตุบนแผนที่
ค่าเฉลี่ยเวลาการดําเนินการ แยกตามโรงพยาบาล - ระบบกรองข้อมูลตาม วัน เวลา หน่วยบริการ จังหวัด และเขตสุขภาพ
๔.๓ ความมั่นคงปลอดภัยของระบบ (System Security)
๔.๓.๑ ระบบต้องรองรับการยืนยันตัวตนบุคลากรหน่วยบริการสุขภาพด้วย Provider ID ตาม มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข
๔.๓.๒ ระบบต้องรองรับการยืนยันตัวตนของผู้รับบริการหรือผู้สูงอายุด้วย Health ID ตาม มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข
๔.๔ มาตรฐานการประมวลผลและระบบคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ (Cloud Computing Standards)
๔.๔.๑ ข้อมูลและระบบทั้งหมดภายใต้การพัฒนาระบบ IoT อัจฉริยะ (Smart Watch) การแจ้ง เตือนหกล้มในผู้สูงอายุ ต้องสามารถโยกย้าย (Data Portability) ไปยังระบบหรือแหล่งอื่นตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดได้ หลังเสร็จสิ้นโครงการ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการดําเนินงานและการให้บริการ
๔.๔.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดหาบริการโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure as a Service : IaaS) ของระบบ IoT อัจฉริยะ (Smart Watch) การแจ้งเตือนหกล้มในผู้สูงอายุนําร่องโรงพยาบาลสังกัดกระทรวง สาธารณสุข ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยข้อมูลทั้งหมดถูกจัดเก็บ ประมวลผล และควบคุมภายใต้ กฎหมายไทยซึ่งไม่ถูกแทรกแทรงจากกฎหมายต่างประเทศ (Sovereign Cloud) เพื่อรองรับการติดตั้งและ ใช้งานระบบเป็นระยะเวลาอย่างน้อย ๑ ปี ซึ่งผู้ให้บริการต้องมีศูนย์ข้อมูลหลัก (Primary Data Center) และศูนย์สํารองในประเทศไทย (Data Localization) ที่ให้บริการมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี พร้อมแนบเอกสาร หนังสือรับรองการให้บริการ รับรองมาตรฐาน และหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจําหน่ายประกอบการยื่นข้อเสนอ
๔.๔.๓ ระบบประมวลผลและโครงสร้างพื้นฐานต้องสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง โดยมี ข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement: SLA) ไม่ต่ํากว่า ๙๙.๙๕% ต่อเดือน
เวลา)
นางสาวกมลพรรณ อินนุพัฒน์ นางสาวสุมิตรา ช่วยชุม
SUBMI grows
นางสาวสุพิชญา วางพรม
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ