จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจ้างเหมาบริการพัฒนาระบบสำนักงานดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการองค์กร (NIA Digital Office)

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 69029313817
฿13,500,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 23 มี.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ต้องการพัฒนาระบบสำนักงานดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการองค์กร (NIA Digital Office) ต่อยอดจากระบบสำนักงานดิจิทัลระยะที่ 1 ที่ใช้งานอยู่แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และออกแบบกระบวนการทำงานเชิงสนับสนุนของหน่วยงานให้เหมาะสมกับระเบียบข้อบังคับ ปรับปรุงกระบวนการเร่งด่วน และพัฒนาระบบสารสนเทศและกระบวนการทำงานเพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรอัจฉริยะ (SMART Organization)

โครงการนี้เน้นการขยายการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ไปยังงานบริหารด้านการคลัง เช่น งานงบประมาณ การเงิน บัญชี พัสดุ และการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้อง และความรวดเร็วในการทำงาน ตลอดจนเตรียมความพร้อมสำหรับการบริหารงานบุคคลแบบเต็มรูปแบบในระบบดิจิทัล

ขอบเขตงานหลักประกอบด้วย การศึกษาวิเคราะห์กระบวนการทำงานและความต้องการของผู้ใช้ (User Requirement) การออกแบบกระบวนการปฏิบัติงานใหม่ การพัฒนาปรับปรุงซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (ERP) ให้สอดคล้องกับกระบวนการที่ออกแบบ การทดสอบระบบในหลายด้าน (UAT, Performance, Security) การจัดอบรมผู้ใช้ การสนับสนุนการถ่ายโอนข้อมูลจากระบบเดิม การนำระบบขึ้นใช้งานจริง (Go-live) บนเซิร์ฟเวอร์ของ สนช. รวมถึงการให้บริการทีมสนับสนุน (Help Desk) หลังการส่งมอบและการบำรุงรักษาระบบเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี (พร้อมบริการสนับสนุนต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ปี)

English summary

The National Innovation Agency (Public Organization) intends to procure services for the development of a Digital Office System for Organizational Management (NIA Digital Office). This project aims to expand the use of electronic documents to cover financial management functions such as budgeting, finance, accounting, procurement, and inventory, building upon the existing Phase 1 digital office system. The goal is to enhance operational efficiency, accuracy, and speed, and to prepare for comprehensive digital human resource management, ultimately striving to become a fully paperless organization.

Key project objectives include analyzing and redesigning support processes to comply with regulations, improving urgent processes, and developing information systems and workflows to transition into a SMART Organization.

The scope of work encompasses studying and analyzing current workflows and user requirements, designing new operational processes, customizing and developing an Enterprise Resource Planning (ERP) software system accordingly, conducting comprehensive system testing (UAT, Performance, Security), providing user training, supporting data migration from legacy systems, implementing the system (Go-live) on NIA’s servers, and providing post-implementation support (Help Desk) and system maintenance for at least one year (with support services available for up to 10 years).

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อวิเคราะห์และทราบถึงปัญหาของระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับกระบวนการทำงานเชิงสนับสนุนของหน่วยงานในปัจจุบัน เช่น ระบบบริหารงบประมาณ บัญชี การเงิน พัสดุ งานจัดซื้อจัดจ้าง และทำการออกแบบกระบวนการทำงานที่เหมาะสมกับระเบียบข้อบังคับและการปฏิบัติของหน่วยงาน
  • เพื่อออกแบบกระบวนการทำงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และพัฒนาบางกระบวนการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน (ถ้ามี) ที่หากไม่ปรับปรุงจะมีผลกระทบเชิงลบในการปฏิบัติงาน
  • เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศ กระบวนการทำงาน และกำหนดคุณลักษณะในการพัฒนา ที่เหมาะสมต่อหน่วยงานให้ก้าวสู่องค์กรอัจฉริยะ (SMART Organization)

ขอบเขตของงาน

  • ศึกษาและจัดเตรียมรายละเอียดแผนการดำเนินงาน (Project Planning) และจัดประชุม Kick off Meeting
  • เก็บข้อมูลและวิเคราะห์กระบวนการที่เกี่ยวข้องจากระบบบริหารการเงิน (งบประมาณ บัญชี การเงิน พัสดุ) ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล และระบบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อสรุปกระบวนการและความต้องการของผู้ใช้งาน (User Requirement)
  • วิเคราะห์วิธีการทำงานปัจจุบันเพื่อหาปัญหาและอุปสรรค และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุง แก้ไข หรือพัฒนาการปฏิบัติงานและระบบสารสนเทศ
  • ออกแบบกระบวนการปฏิบัติงานใหม่ให้รองรับการพัฒนาระบบและลดขั้นตอนการทำงาน
  • ให้สิทธิในการใช้งานซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (ERP) และพัฒนาปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้สอดคล้องกับกระบวนการที่ออกแบบ
  • ทดสอบการใช้งานระบบโดยผู้ใช้งานจริง (User Acceptance Test)
  • ทดสอบด้านประสิทธิภาพของระบบ (Performance Test)
  • ทดสอบด้านความมั่นคงปลอดภัย (Security Test) ให้ผ่านมาตรฐานที่กำหนด
  • ทดสอบการสำรองข้อมูลและการกู้คืนระบบ (Backup & Restore)
  • จัดทำรายงานสรุปผลการทดสอบและแก้ไขข้อผิดพลาด
  • จัดอบรมการใช้งานระบบ (Training) ให้กับผู้ปฏิบัติงาน
  • สนับสนุนการตรวจสอบและถ่ายโอนข้อมูลจากระบบงานเดิมไปยังระบบใหม่ รวมถึงข้อมูลพื้นฐานและข้อมูลยกมา
  • ดำเนินการนำระบบที่พัฒนาขึ้นไปใช้งานจริง (Go live) โดยติดตั้งบน Server และ SSL Certificate ที่ สนช. จัดหา
  • จัดให้มีทีมสนับสนุน (Help Desk) สำหรับให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์ อีเมล ไลน์ หรือ Remote Desktop หลังส่งมอบงานงวดสุดท้าย ต้องจัดหาเจ้าหน้าที่สนับสนุนอย่างน้อย 2 คน เป็นเวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ณ สำนักงาน
  • ให้การสนับสนุนการบำรุงรักษาระบบไม่น้อยกว่า 1 ปี และสามารถให้บริการสนับสนุนบำรุงรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ปี หากพบช่องโหว่ต้องจัดเตรียมแพตช์ภายใน 1 เดือน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงาน (Project Plan)
  • รายงานสรุปผลการประชุม Kick off Meeting
  • รายงานสรุปกระบวนการและความต้องการของผู้ใช้งาน (User Requirement Document)
  • ข้อเสนอแนะการปรับปรุงกระบวนการและระบบสารสนเทศ
  • เอกสารออกแบบกระบวนการปฏิบัติงานใหม่
  • ซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (ERP) ที่พัฒนาปรับปรุงแล้ว พร้อมสิทธิใช้งาน
  • รายงานสรุปผลการทดสอบระบบทุกประเภท (UAT, Performance, Security, Backup & Restore)
  • ระบบที่ติดตั้งและพร้อมใช้งาน (Go-live) บนเซิร์ฟเวอร์ของ สนช.
  • เอกสารคู่มือการใช้งานระบบ
  • หลักฐานการจัดอบรมการใช้งานระบบ (Training)
  • การถ่ายโอนข้อมูลจากระบบเดิมสู่ระบบใหม่สำเร็จ
  • บริการทีมสนับสนุน (Help Desk) หลังการส่งมอบ
  • บริการบำรุงรักษาระบบตามระยะเวลาที่กำหนด

ระยะเวลาดำเนินการ

กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 210 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพให้บริการ/รับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น และไม่ขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
  • Standards Compliance: -
  • Experience: ต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) ในวงเงินไม่น้อยกว่า 6,750,000 บาท โดยเป็นผลงานในสัญญาเดียวที่แล้วเสร็จและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ, หน่วยงานท้องถิ่น, รัฐวิสาหกิจ, หน่วยงานของรัฐอื่น หรือภาคเอกชนที่ สนช. เชื่อถือ
  • Previous Project Cost: อย่างน้อย 6,750,000 บาท ต่อสัญญา
  • Technical Capabilities: ความสามารถในการพัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (ERP) ให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ
  • Personnel: หลังส่งมอบงานงวดสุดท้าย ต้องจัดหาเจ้าหน้าที่สนับสนุนการใช้งานระบบจำนวนอย่างน้อย 2 คน เป็นเวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ณ สำนักงานของ สนช.
  • Financial Requirements:
    • นิติบุคคลไทย จดทะเบียนเกิน 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิ - หนี้สินสุทธิ) เป็นบวกในงบการเงินตรวจรับรองล่าสุด
    • นิติบุคคลไทย/ต่างประเทศ ที่ยังไม่มีงบฯ: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท
    • บุคคลธรรมดา (กรณีวงเงินเกิน 500,000 บาท): ต้องมีเงินฝากคงเหลือ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ หรือมีวงเงินสินเชื่อในอัตราส่วนเดียวกัน

เกณฑ์การพิจารณา

ใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price Performance)

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: น้ำหนัก 20.00% คำนวณคะแนนจากสูตร 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
  • ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ: น้ำหนัก 80.00% โดยผู้ยื่นต้องเข้านำเสนอผลงานที่เกี่ยวกับการพัฒนาระบบสำนักงาน ประสบการณ์ทำงาน และทีมงาน ณ สำนักงาน ตามวันและเวลาที่กำหนด

ข้อกำหนดทางเทคนิค

ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (ERP) ที่พัฒนาขึ้นต้องมีคุณลักษณะทั่วไปดังนี้

  1. อ้างอิงตามกฎหมาย ระเบียบ มาตรฐาน หรือแนวทางที่เกี่ยวข้องของภาครัฐ เช่น พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534, พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ, พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546, ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุภาครัฐ
  2. รองรับการทำงานได้พร้อมกัน (Concurrent multi-users)
  3. ครอบคลุมการทำงานด้านบริหารการเงิน (งบประมาณ, บัญชี, การเงิน, พัสดุ) และเตรียมความพร้อมสำหรับงานบริหารทรัพยากรบุคคลแบบเต็มรูปแบบ
  4. ต้องผ่านการทดสอบด้านประสิทธิภาพ (Performance Test) และความมั่นคงปลอดภัย (Security Test) ตามมาตรฐานที่คณะกรรมการหรือผู้รับผิดชอบโครงการของ สนช. กำหนด
  5. ต้องสามารถติดตั้งและทำงานบน Server และกับ SSL Certificate ที่ สนช. เป็นผู้จัดหา
  6. ต้องมีกระบวนการสำรองข้อมูลและกู้คืนระบบ (Backup & Restore)

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินประมาณการ: ราคากลาง 13,241,120.00 บาท
  • หลักประกันเสนอราคา: จำนวน 675,000 บาท
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาได้
  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 4 งวด
    • งวดที่ 1 (10%): ตรวจรับแล้วเสร็จภายใน 30 วัน
    • งวดที่ 2 (30%): ตรวจรับแล้วเสร็จภายใน 90 วัน
    • งวดที่ 3 (50%): ตรวจรับแล้วเสร็จภายใน 180 วัน
    • งวดสุดท้าย (10%): เมื่องานทั้งหมดแล้วเสร็จและตรวจรับมอบงานเรียบร้อย
  • ค่าปรับ: กรณีฝ่าฝืนสัญญานอกเหนือจากการจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
  • ระยะเวลารับประกันงาน: ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถัดจากวันที่สำนักงานได้รับมอบงาน
  • การบำรุงรักษา: ต้องให้การสนับสนุนการบำรุงรักษาไม่น้อยกว่า 1 ปี และสามารถให้บริการสนับสนุนบำรุงรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ระบบ ERP นี้จะต้องเชื่อมโยงกับระบบเดิมของ สนช. หรือไม่? ใช่ ขอบเขตงานรวมถึงการสนับสนุนการตรวจสอบและถ่ายโอนข้อมูลจากระบบงานเดิมไปยังระบบงานที่พัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์
  • ผู้รับจ้างต้องจัดหา Hardware หรือ Software License ด้วยหรือไม่? ไม่ต้อง จัดหาเฉพาะสิทธิในการใช้งานซอฟต์แวร์ ERP และพัฒนาปรับปรุงซอฟต์แวร์ดังกล่าว ส่วน Server และ SSL Certificate เป็นหน้าที่ของ สนช. ในการจัดหาและกำหนด
  • การทดสอบ Security Test มีเกณฑ์มาตรฐานใดเป็นหลัก? ระบบต้องผ่านมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศตามที่คณะกรรมการตรวจรับ หรือผู้รับผิดชอบโครงการของ สนช. เป็นผู้กำหนด
  • หลังส่งมอบระบบแล้ว มีการ Support อะไรบ้าง? มีบริการ Help Desk ผ่านโทรศัพท์ อีเมล ไลน์ หรือ Remote Desktop และหลังส่งมอบงวดสุดท้าย ต้องจัดเจ้าหน้าที่สนับสนุนอย่างน้อย 2 คน ทำงานที่สำนักงาน สนช. เป็นเวลา 4 สัปดาห์
  • หากพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในระบบหลังการส่งมอบ ผู้รับจ้างมีหนทางแก้ไขอย่างไร? ต้องจัดเตรียมแพตช์สำหรับปิดช่องโหว่ของระบบภายใน 1 เดือน นับจากวันที่ได้รับแจ้งให้แก้ไขจาก สนช.
  • การบำรุงรักษาระบบ 1 ปี ครอบคลุมบริการอะไรบ้าง? เอกสารระบุว่าต้องให้การสนับสนุนการบำรุงรักษาไม่น้อยกว่า 1 ปี และสามารถให้บริการสนับสนุนบำรุงรักษาต่อเนื่องได้อย่างน้อย 10 ปี
  • ผู้ใช้งานระบบจะได้รับการอบรมอย่างไร? ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดอบรมการใช้งานระบบ (Training) ให้กับผู้ปฏิบัติงานของ สนช.
  • การนำเสนอผลงาน (Presentation) เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินหรือไม่? ใช่ เป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์ข้อเสนอด้านเทคนิค (น้ำหนัก 80%) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเข้านำเสนอผลงาน ประสบการณ์ และทีมงาน ณ สำนักงาน ตามวันเวลาที่กำหนด
  • ระบบที่พัฒนาต้องรองรับการทำงานของหน่วยงานภายใน สนช. กี่หน่วยงาน? ระบบต้องออกแบบเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงในการทำงานของแต่ละหน่วยงานใน สนช. และอำนวยความสะดวกลดขั้นตอนการทำงาน
  • มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการจ้างช่วงงานหรือไม่? มี หากผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน จะถูกปรับเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) โครงการจ้างเหมาบริการพัฒนาระบบสํานักงานดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการองค์กร
(NIA Digital Office)

  1. ความเป็นมา
    1.1 ความเป็นมา
    ตามที่สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) ได้จัดทําและเปิดใช้งานระบบ สํานักงานดิจิทัล ระยะที่ 1 ซึ่งประกอบด้วย ระบบสร้าง-ส่ง/เวียน-ลงนามเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสาร บรรณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบตั้งค่าบุคลากรสําหรับงานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ระบบตั้งค่า นําเข้าข้อมูล บุคลากร รักษาความปลอดภัยส่วนบุคคล และออกรายงานด้านบุคลากรเพื่อการบริหาร ระบบบันทึกเวลา และการขออนุมัติและเบิกเงินค่าทํางานล่วงเวลา ระบบลา ระบบขอและจัดทําบัตรประจําตัว และระบบขอ และออกหนังสือรับรองฯ ซึ่งเน้นการใช้งานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ตามนโยบายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ ประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) ของรัฐบาลไทย และได้เห็นถึงประสิทธิภาพการทํางานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการลดการใช้กระดาษและค่าใช้จ่าย
    ได้อย่างมีนัยสําคัญในระดับหนึ่งแล้วนั้น
    สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จึงมีความประสงค์จะจัดหาและพัฒนาระบบ สํานักงานดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการองค์กร (NIA Digital Office) เพื่อขยายการใช้งานระบบดังกล่าว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด โดยการขยายขอบเขตการใช้งานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้
    ในงานอื่นๆ ที่เหลืออยู่ขององค์กรเพื่อให้เป็นองค์กรไร้กระดาษที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยใช้เอกสาร อิเล็กทรอนิกส์เป็นสื่อกลางในการดําเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานบริหารด้านการคลัง ซึ่งจะช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพในการจัดทํางบประมาณ การบริหารการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ การบริหารงานโครงการ การจัดซื้อ-จัดจ้าง การบันทึกรายรับ-รายจ่าย และการจัดทํารายงานทางบัญชี ได้สะดวก ถูกต้อง และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการเตรียมการเพื่อรองรับต่อการใช้งานในอนาคตที่จะต้องมีการ
    บริหารงานด้านเอกสารบุคคลอย่างเต็มรูปแบบในระบบสํานักงานดิจิทัลทั้งหมด เพื่อพุ่งเป้าไปสู่การเป็น
    องค์กรไร้กระดาษทั้งองค์กรต่อไป
    1.2 วัตถุประสงค์
    1.2.1 เพื่อวิเคราะห์และทราบถึงปัญหาของระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับกระบวนการทํางานเชิง สนับสนุนของหน่วยงานในปัจจุบัน เช่น ระบบบริหารงบประมาณ บัญชี การเงิน พัสดุ งานจัดซื้อจัดจ้าง และทําการออกแบบกระบวนการทํางานที่เหมาะสมกับระเบียบข้อบังคับและการปฏิบัติของหน่วยงาน
    1.2.2 เพื่อออกแบบกระบวนการทํางานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และพัฒนาบาง กระบวนการที่มีความจําเป็นเร่งด่วน (ถ้ามี) ที่หากไม่ปรับปรุงจะมีผลกระทบเชิงลบในการปฏิบัติงาน
    ther
    (นายเทวัญ นาคเทวัญ)
    Zak
    (นายศักดิ์ชัย จงยิ่งเจริญยศ)
    (นางสาวศหลิน เดี่ยวสุรินทร์)
    หน้าที่ 1 จาก 46
    1.2.3 เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศ กระบวนการทํางาน และกําหนดคุณลักษณะในการพัฒนา ที่เหมาะสมต่อหน่วยงานให้ก้าวสู่องค์กรอัจฉริยะ (SMART Organization)
  2. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    2.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 2.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 2.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    2.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    2.5 ไม่เป็นนิติบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
    หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    2.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
    การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    2.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพให้บริการที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    2.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน นวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทําการ อันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    2.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ ผู้เสนอราคาได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    2.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) ในวงเงินไม่น้อย กว่า 6,750,000 บาท (หกล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) และผลงานดังกล่าวของผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผลงาน ในสัญญาเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นผลงานที่แล้วเสร็จตามสัญญา ส่งมอบถูกต้องครบถ้วนและได้มีการตรวจรับเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐอื่น หรือภาคเอกชนที่ สนช. เชื่อถือ พร้อมยื่นสําเนาสัญญาหรือ หลักฐานแห่งข้อผูกพัน และหนังสือรับรองของผลงานดังกล่าว ลงลายมือรับรองสําเนาถูกต้อง และประทับตรา (ถ้ามี) พร้อมกับการยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้ สนช. ขอสงวนสิทธิที่จะตรวจสอบวินิจฉัยตามที่ สนช. เห็นว่าเหมาะสม
    2.11 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    (นายเทวัญ นาคเทวัญ)
    ack
    (นายศักดิ์ชัย จงยิ่งเจริญยศ)
    (นางสาวศหลิน เดี่ยวสุรินทร์)
    หน้าที่ 2 จาก 46
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
    ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือ
    มูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
    กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
    ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้
    ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน
    นามกิจการร่วมค้า
    2.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Goverment Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
    2.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการดังนี้
    1
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการจากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 1 ล้านบาท
    (3) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดย ต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชี
    เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณที่ ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่ง ประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน
    Nak

    02-
    (นายเทวัญ นาคเทวัญ)
    (นายศักดิ์ชัย จงยิ่งเจริญยศ)
    (นางสาวศหลิน เดี่ยวสุรินทร์)
    หน้าที่ 3 จาก 46
    รวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอํานาจจาก
    สํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
    (5) กรณีตาม (1) - (4) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
    (5.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
    (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561
  3. ขอบเขตงาน
    3.1 ศึกษาและจัดเตรียมรายละเอียดแผนการดําเนินงาน ประกอบด้วยกิจกรรมตั้งแต่เริ่ม ดําเนินงาน จนกระทั่งสิ้นสุดระยะเวลาดําเนินงานที่ระบุถึงระยะเวลา ขั้นตอนการดําเนินการตั้งแต่การ วางแผนการพัฒนา การทดสอบ ผู้รับผิดชอบดูแลงานแต่ละขั้นตอน ข้อเสนอด้านซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ที่ จําเป็น (Project Planning) และจัดประชุมร่วมกับ สนช. พร้อมทั้งจัดทํารายงานสรุปผลการประชุมวาง
    แผนการดําเนินงาน (Kick off Meeting)
    3.2 เก็บข้อมูลและวิเคราะห์กระบวนการที่เกี่ยวข้องโดยมีรายละเอียด ดังนี้
    3.2.1 จัดเก็บข้อมูลจากผู้ใช้งานระบบบริหารการเงินที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน (งบประมาณ บัญชี การเงิน พัสดุ) ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล และระบบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อทราบกระบวนการทํางาน การเชื่อมโยงข้อมูล และสรุปผลกระบวนการที่มีและความต้องการของผู้ใช้งาน (User Requirement)
    3.2.2 วิเคราะห์วิธีกระบวนการทํางานที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรค ทั้งในทางเทคนิคและทางปฏิบัติ และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุง แก้ไข หรือพัฒนาการปฏิบัติงาน และระบบสารสนเทศที่สนับสนุนภารกิจของ สนช. ให้สอดคล้องกับกระบวนการทํางานของผู้ปฏิบัติงานที่ เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงในการทํางานของแต่ละหน่วยงานใน สนช.
    3.3 ออกแบบกระบวนการปฏิบัติงานให้รองรับกับการพัฒนาระบบสารสนเทศ และการบริหารจัดการ ภายใน สนช. เพื่ออํานวยความสะดวกและลดขั้นตอนการทํางาน และซักซ้อมความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้อง
    3.4 ให้สิทธิในการใช้งานซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร และพัฒนาปรับปรุงซอฟต์แวร์ ให้สอดคล้องกับกระบวนการปฏิบัติงานที่ออกแบบในข้อ 3.3 และมีคุณลักษณะของระบบงานตามข้อ 4.
    3.5 ทดสอบการใช้งานระบบ
    3.5.1 ทดสอบโดยผู้ใช้งานจริง (User Acceptance Test)
    3.5.2 ทดสอบด้านประสิทธิภาพของระบบ (Performance Test)
    3.5.3 ทดสอบด้านความมั่นคงปลอดภัย (Security Test) จนกว่าจะผ่านมาตรฐานด้านความมั่นคง ปลอดภัยระบบสารสนเทศตามที่คณะกรรมการตรวจรับ หรือผู้รับผิดชอบโครงการของ สนช. หรือ สนช. กําหนด
    3.5.4 ทดสอบการสํารองข้อมูลและการกู้คืนระบบ (Backup & Restore)
    2_2
    สอง
    de
    (นายเทวัญ นาคเทวัญ)
    (นายศักดิ์ชัย จงยิ่งเจริญยศ)
    (นางสาวศหลิน เดียวสุรินทร์)
    หน้าที่ 4 จาก 46
    ระบบ
    3.5.5 จัดทํารายงานสรุปผลการทดสอบ พร้อมทั้งแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดจากขั้นตอนการทดสอบ
    3.6 จัดอบรมการใช้งานระบบ (Training) ให้กับผู้ปฏิบัติงาน
    3.7 ให้การสนับสนุนการตรวจสอบและถ่ายโอนข้อมูลจากระบบงานเดิมไปยังระบบงานที่ พัฒนาขึ้นใหม่ เช่น ข้อมูลพื้นฐาน (Master File) และข้อมูลที่ยอดยกมา (Opening Balance) รวมถึง ข้อมูลอื่น ๆ เพื่อให้สามารถดําเนินการรายการที่ค้าง เช่น รายการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องรอตรวจรับตามงวด รวมถึงแสดงสถิติภาพรวม ตามปีงบประมาณได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถใช้งานระบบได้อย่างสมบูรณ์
    3.8 ดําเนินการนําระบบที่พัฒนาขึ้นระบบ (Go live)
    3.8.1 ติดตั้งบน Server ที่ สนช. จัดหาและกําหนด
    3.8.2 ดําเนินการติดตั้งใบรับรองความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ (SSL Certificate) ตามที่
    สนช. จัดหาและกําหนด
    3.9 จัดให้มีทีมสนับสนุน (Help Desk) สําหรับให้คําปรึกษาและแนะนําการใช้งานระบบแก่ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องผ่านทางโทรศัพท์ อีเมล ไลน์ หรือ Remote Desktop ทั้งนี้หลักจากส่งมอบงานงวด สุดท้าย ต้องจัดหาเจ้าหน้าที่สนับสนุนการใช้งานระบบจํานวนอย่างน้อย 2 คน เป็นเวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ณ สํานักงาน โดยวันที่เริ่มให้การสนับสนุน ณ สํานักงานนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจาก สนช.
    3.10 การสนับสนุนการบํารุงรักษา จะต้องให้การสนับสนุนการบํารุงรักษาไม่น้อยกว่า 1 ปี และ สามารถให้บริการสนับสนุนบํารุงรักษาระบบต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ปี และเมื่อพบว่าส่วนประกอบของระบบมี ช่องโหว่ ต้องมีการจัดเตรียมแพตช์สําหรับปิดช่องโหว่ของระบบภายใน 1 เดือน นับจากวันที่ได้รับแจ้งให้แก้ไข
    จาก สนช.
  4. คุณลักษณะของระบบงาน
    ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร โดยมี
    คุณลักษณะดังต่อไปนี้
    น้อยดังนี้
    4.1 คุณลักษณะทั่วไปของระบบ
    การพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร จะต้องมีคุณลักษณะทั่วไปของระบบอย่าง
  1. อ้างอิงตามกฎหมาย ระเบียบ มาตรฐาน หรือแนวทางที่เกี่ยวข้องของภาครัฐ เช่น พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534, พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ, พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546, ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ
    ภาครัฐ ฯลฯ
  2. รองรับการทํางานได้พร้อมกัน (Concurrent multi-users)
  • 2 9
    (นายเทวัญ นาคเทวัญ)
    amude
    (นายศักดิ์ชัย จงยิ่งเจริญยศ)
    (นางสาวศหลิน เดียวสุรินทร์)
    หน้าที่ 5 จาก 46ร่าง
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่
    การจ้างจ้างเหมาบริการพัฒนาระบบสำนักงานดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการองค์กร (NIA Digital Office) ตามประกาศ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
    ลงวันที่ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
    สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความประสงค์ จะ ประกวดราคาจ้างจ้างเหมาบริการพัฒนาระบบสำนักงานดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการองค์กร (NIA Digital Office) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
    จ้างเหมางานพัฒนาระบบข้อมูล
    สารสนเทศ
    โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    จำนวน ๑ งาน
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันการเสนอราคา
    (๒) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน
    ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๖,๗๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท (หกล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรง กับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สำนักงาน เชื่อถือ
    ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้
    เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๓ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ
    เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
    ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๓ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
    (๖) สำเนาแบบลงทะเบียนในระบบ e-GP (ถ้ามี)
    (๗) สำเนา ภพ.๒๐ (ถ้ามี)
    (๘) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด
    ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
    (๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
    (๓) สำเนาคู่ฉบับสัญญา
    (๔) ข้อเสนอโครงการ - ข้อเสนอทางเทคนิค
    (๕) ข้อเสนอด้านราคา (ใบเสนอราคาของบริษัท)
    (๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๑๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
    เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน
    ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    ๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๖๗๕,๐๐๐.๐๐ บาท (หกแสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
    ๕.๑ เงินสด
    ๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
    ๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    ๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
    กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้สำนัก งานตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
    โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๙๘๐๐๒๕๖๕๗๑ ชื่อ บัญชี สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
    และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ สำนัก งาน ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่ง หลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคา เท่านั้น
    กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ สำนักงานจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกัน
    ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่สำนักงานได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคา เรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
    การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
    ๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงาน
    จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
    ๖.๒.๑ จ้างเหมางานพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ
    (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาครั้งนี้ สำนักงานจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) โดยผู้ยื่นต้องเข้านำ เสนอผลงานที่เกี่ยวกับการพัฒนาระบบสำนักงาน ประสบการณ์ทำงาน ทีมงาน ณ สำนักงาน ตามวันและเวลา ที่กำหนด
    โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
    ๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๖.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
    ๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
    ๗. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนัก งานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    ๗.๑ เงินสด
    ๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
    ๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ มอบไว้แล้ว
    ๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๔ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างส่งมอบงานงวดที่ ๑ แล้วเสร็จ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจรับและเห็นว่าถูกต้อง ตามรายละเอียดสัญญาจ้างครบทุกประการแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
    งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างส่งมอบงานงวดที่ ๒ แล้วเสร็จ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจรับและเห็นว่าถูกต้อง ตามรายละเอียดสัญญาจ้างครบทุกประการแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน
    งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างส่งมอบงานงวดที่ ๓ แล้วเสร็จ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจรับและเห็นว่าถูกต้อง ตามรายละเอียดสัญญาจ้างครบทุกประการแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน
    งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ สำนักงาน ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
    ๙. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
    ๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    ๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่สำนักงานได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๑ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
    ๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
    ๑๑.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    ๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๑๑.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
    (๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
    สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
    กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    วศวรรณ รู้รักดี
    (นางสาววศวรรณ รู้รักดี)

ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
โดย นางสาววศวรรณ รู้รักดี -ร่าง
ประกาศสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
เรื่อง ประกวดราคาจ้างจ้างเหมาบริการพัฒนาระบบสำนักงานดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการองค์กร (NIA Digital Office)
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างจ้างเหมา บริการพัฒนาระบบสำนักงานดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการองค์กร (NIA Digital Office) ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๓,๒๔๑,๑๒๐.๐๐ บาท (สิบสามล้านสองแสนสี่หมื่นหนึ่งพันหนึ่งร้อยยี่สิบบาทถ้วน) จำนวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ https://www.nia.or.th หรือ www.gprocurement.go.th ทั้งนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน โปรดสอบถามมายัง สำนักงานนวัตกรรมแห่ง
ชาติ (องค์การมหาชน) ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือช่องทางตามที่กรมบัญชี กลางกำหนด ภายในวันที่ ในเวลาราชการ โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จะชี้แจง รายละเอียดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ https://www.nia.or.th และ www.gprocurement.go.th ในวันที่
ประกาศ ณ วันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
วศวรรณ รู้รักดี
(นางสาววศวรรณ รู้รักดี) -
(นางสาวกริชผกา บุญเฟื่อง)
ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดย นางสาววศวรรณ รู้รักดี -