ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานจ้างปรับปรุงห้องน้ำ ชาย-หญิง อาคารวิศวกรรม และงานที่เกี่ยวข้อง เลขที่ จล.16-2568
โครงการปรับปรุงห้องน้ำชาย-หญิง อาคารวิศวกรรม และงานที่เกี่ยวข้อง เป็นโครงการของการประปานครหลวง (กปน.) ดำเนินการโดยกองออกแบบงานโยธา ฝ่ายออกแบบระบบผลิตส่งน้ำและงานโยธา มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงห้องน้ำให้ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตงานครอบคลุมการรื้อถอนสุขภัณฑ์เดิม งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก งานสถาปัตยกรรม (ทาสี กระเบื้องพอร์ซเลน ผนังห้องน้ำสำเร็จรูป ฝ้าเพดานยิปซัม ประตู-หน้าต่าง) งานระบบไฟฟ้า (LED Lighting แผงควบคุมวงจรย่อย) และงานสุขาภิบาล (ระบบประปา ระบบระบายน้ำเสียและน้ำฝน)
การดำเนินงานแบ่งเป็น 4 งวด งวดละ 25% โดยเริ่มจากห้องน้ำฝั่งทิศเหนือทั้ง 2 ชั้นก่อน จากนั้นจึงปรับปรุงฝั่งทิศใต้ โดยระหว่างก่อสร้างฝั่งหนึ่ง อีกฝั่งต้องสามารถใช้งานได้ตามปกติ ระยะเวลาสัญญา 240 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งให้เริ่มทำงาน
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามมาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อกำหนดด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 60% ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด และเหล็กภายในประเทศไม่น้อยกว่า 90% ของปริมาณเหล็กทั้งหมด
English summary
This project involves the renovation of male and female bathrooms in the Engineering Building of the Metropolitan Waterworks Authority (MWA). The scope includes demolition of existing sanitary fixtures, structural concrete work, architectural finishes (porcelain tiles, prefabricated bathroom partitions, gypsum ceilings, painting), electrical systems (LED lighting, panel boards), and plumbing systems (water supply, drainage, sewage). The work is divided into 4 installments of 25% each, starting with the north side bathrooms on both floors, followed by the south side. During construction of one side, the other must remain operational. The contract duration is 240 days. Contractors must comply with Thai engineering standards (EIT), Thai Industrial Standards (TISI), and international standards. Domestic materials must comprise at least 60% of total material value, and domestic steel at least 90% of total steel quantity.
อาคารวิศวกรรม การประปานครหลวง
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- ปรับปรุงห้องน้ำชาย-หญิงในอาคารวิศวกรรม การประปานครหลวง ให้มีสภาพใหม่ สะอาด ทันสมัย และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ติดตั้งระบบสุขาภิบาลที่มีคุณภาพและปลอดภัย
- ปรับปรุงระบบไฟฟ้าและแสงสว่างให้เหมาะสม
- ใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ขอบเขตของงาน
งานรื้อถอน:
- รื้อถอนชุดสุขภัณฑ์นั่งราบ นั่งยอง โถปัสสาวะชาย อ่างล้างมือ ฝักบัว ที่กั้นโถปัสสาวะ กระจกเงา Floor Drain
- รื้อกระเบื้องปูพื้น/ผนัง ผนังห้องน้ำสำเร็จรูป ผนังก่ออิฐ เคาน์เตอร์ ค.ส.ล.
- รื้อประตู-หน้าต่าง ฝ้าเพดาน ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง ระบบสุขาภิบาล
งานวิศวกรรมโครงสร้าง:
- งานโลหะและเหล็กรูปพรรณ (SSC400, STK400, SM400, SS400)
- งานเหล็กเสริมคอนกรีต (SR-24, SD-30, SD-40, SD-50)
- งานคอนกรีต (กำลังอัด 240 ksc สำหรับฐานราก/เสา/คาน, 210 ksc สำหรับแผ่นพื้น)
- งานแต่งผิวคอนกรีต งานรอยต่อคอนกรีต งานนั่งร้าน
งานสถาปัตยกรรม:
- งานทาสี (สีอะคริลิกแท้ 100% มอก.2321-2564)
- งานผนังก่ออิฐมวลเบาฉาบปูนเรียบทาสี
- งานผนังห้องน้ำสำเร็จรูป (PU Foam / UPVC Foam Board + HPL)
- งานกรุกระเบื้องพอร์ซเลน (ชั้นคุณภาพ 1, มอก.2508)
- งานฝ้าเพดานยิปซัมบอร์ดฉาบเรียบ/ทีบาร์ (มอก.219)
- งานประตู-หน้าต่างอลูมิเนียม (Alloy 6063-T5)
- งานประตูบานไม้ งานกระจก Glazing
- งานระบบกันซึมห้องน้ำ (มอก.257)
งานไฟฟ้า:
- ระบบไฟฟ้าแรงต่ำ (แผงควบคุมวงจรย่อย Panelboard)
- สวิตช์ เต้ารับ เต้าเสียบ และอุปกรณ์
- โคมไฟและหลอดไฟฟ้า LED (Tube T8, Bulb, Floodlight)
- อุปกรณ์เดินสายไฟฟ้า
งานสุขาภิบาล:
- ระบบประปา (ท่อ PVC ชั้นคุณภาพ 13.5 / PP-R PN10 / HDPE PN10)
- ระบบระบายน้ำเสียและน้ำฝน (ท่อ PVC ชั้นคุณภาพ 8.5 / HDPE PN10)
- การทดสอบระบบและการทำความสะอาด
งานอื่นๆ:
- งานป้ายประชาสัมพันธ์/ป้ายก่อสร้าง
- ระบบป้องกันฝุ่นละอองและเศษวัสดุระหว่างก่อสร้าง
- ทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้าง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ห้องน้ำชาย-หญิงฝั่งทิศเหนือ ชั้น 1 และชั้น 2 ปรับปรุงแล้วเสร็จพร้อมใช้งาน
- ห้องน้ำชาย-หญิงฝั่งทิศใต้ ชั้น 1 และชั้น 2 ปรับปรุงแล้วเสร็จพร้อมใช้งาน
- ระบบสุขาภิบาลครบถ้วน ผ่านการทดสอบแรงดัน 10 bar (150 psi) ไม่น้อยกว่า 60 นาที
- ระบบไฟฟ้าครบถ้วน ผ่านการทดสอบการใช้งานต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง
- Shop Drawings สำหรับงานโครงสร้างชั่วคราว งานเหล็ก งานกระเบื้อง งานอลูมิเนียม
- As-built Drawings และ Design Notes (ถ้ามี)
- แผนการทำงาน (Bar Chart / Critical Path Method) ภายใน 15 วันนับจากวันลงนามสัญญา
- แผนการใช้พัสดุภายในประเทศ (≥60%) และแผนการใช้เหล็กภายในประเทศ (≥90%) ภายใน 60 วัน
- รายงานการปฏิบัติงานรายวัน พร้อมภาพถ่าย
- รายงานประจำเดือน (ทุกวันที่ 25 ของเดือน)
- รายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (ส่งพร้อมงวดสุดท้าย)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการตามสัญญา: 240 วัน นับถัดจากวันที่ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุได้แจ้งให้เริ่มทำงาน
- งวดที่ 1 (25%): แล้วเสร็จภายใน 60 วัน (ห้องน้ำฝั่งทิศเหนือ ชั้น 1-2)
- งวดที่ 2 (25%): แล้วเสร็จภายใน 120 วัน (ห้องน้ำฝั่งทิศเหนือ ชั้น 1-2 พร้อมใช้งาน)
- งวดที่ 3 (25%): แล้วเสร็จภายใน 180 วัน (ห้องน้ำฝั่งทิศใต้ ชั้น 1-2)
- งวดที่ 4 (25%): แล้วเสร็จภายใน 240 วัน (ห้องน้ำฝั่งทิศใต้ ชั้น 1-2 พร้อมใช้งาน + งานที่เหลือทั้งหมด)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- กรณีผู้รับจ้างเป็นนิติบุคคลต่างด้าว ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542
- Standards Compliance:
- ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2565
- ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554
- ต้องสอดคล้องกับระบบบริหารจัดการคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities:
- ต้องมีวิศวกรผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ.2542 (หนังสือรับรองผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม)
- ต้องมีวิศวกรไฟฟ้าที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาไฟฟ้ากำลัง
- ต้องมีวิศวกรสิ่งแวดล้อมหรือผู้มีความรู้ด้านระบบบำบัดน้ำเสียโดยเฉพาะ
- ต้องมีช่างเชื่อมที่ผ่านการทดสอบจากสถาบันที่เชื่อถือได้
- ต้องมีช่างฝีมือที่มีความชำนาญในการติดตั้งงานต่างๆ
- Personnel:
- บุคลากรทุกคนต้องได้รับการฝึกอบรมหลักสูตรความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (6 ชั่วโมง)
- ต้องส่งหลักฐานการผ่านการฝึกอบรมของลูกจ้างก่อนวันเริ่มปฏิบัติงาน
เกณฑ์การพิจารณา
- การประเมินผลการดำเนินงานตามแผนการทำงาน (Bar Chart / CPM)
- เงื่อนไขการบอกเลิกสัญญา:
- เมื่อล่วงเลยระยะเวลาเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงาน ผลงานสะสมไม่ถึง 25% ของวงเงินค่าก่อสร้าง
- เมื่อล่วงเลยระยะเวลาเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลา ผลงานประจำเดือนไม่ถึง 50% ของแผนงานประจำเดือน และผลงานสะสมไม่ถึง 50% ของวงเงิน
- เมื่อล่วงเลยระยะเวลาเกิน 3 ใน 4 ของระยะเวลา ผลงานไม่ถึง 65% ของวงเงิน
- เมื่อครบกำหนดส่งมอบ ผลงานสะสมน้อยกว่า 85% ของวงเงินค่าก่อสร้าง
- เมื่อครบกำหนดส่งมอบ ค่าปรับเกิน 10% ของวงเงินค่าก่อสร้าง
- การประเมินผลงานและบุคลากรตามเกณฑ์ที่การประปานครหลวงกำหนด
ข้อกำหนดทางเทคนิค
งานโครงสร้าง:
- เหล็กรูปพรรณ: มอก.1228 (SSC400), มอก.107 (STK400/STKR400), มอก.1227 (SM400), มอก.1479 (SS400/ASTM A-36)
- สแตนเลส: มอก.1006 Grade 304 หรือ JIS G 3459 หรือ ASTM A312
- เหล็กเสริม: มอก.20 (SR-24), มอก.24 (SD-30, SD-40, SD-50)
- คอนกรีต: กำลังอัด 240 ksc (ฐานราก/เสา/คาน), 210 ksc (แผ่นพื้น), 180 ksc (คอนกรีตหยาบ)
- ปูนซีเมนต์: มอก.15 หรือ มอก.2594
งานสถาปัตยกรรม:
- สี: อะคริลิกแท้ 100% มอก.2321-2564, มอก.2514-2564 (ภายนอก), ฉลากเขียว TGL-4-R4-14 (ภายใน)
- อิฐมวลเบา: มอก.1505 ขนาด 0.20x0.60 ม. หนา 7.5 ซม.
- กระเบื้องพอร์ซเลน: มอก.2508 ชั้นคุณภาพ 1 ดูดซึมน้ำ ≤0.5% รับน้ำหนัก ≥350 kg/m²
- ยิปซัมบอร์ด: มอก.219 หรือ ASTM C1396 หนา ≥9 มม.
- อลูมิเนียม: Alloy 6063-T5 หรือ 50S-T5 มอก.284
- กันซึม: มอก.257 ชนิดซีเมนต์
งานไฟฟ้า:
- แผงควบคุม: IEC 61439-1/2/3, มอก.2425-2560, มอก.1436-2564
- เซอร์กิตเบรกเกอร์: IEC 60898, IEC 60947-2, มอก.909-2548
- LED Tube T8: 9W/18W/20W, Flux ≥800/1700/2000 lm, CRI ≥80, อายุ ≥25,000 ชม.
- LED Bulb: 5W/11W/20W/40W, Flux ≥400/900/1800/4000 lm, CRI ≥70
- LED Floodlight: 30W/50W/70W/100W, IP65, IK07
งานสุขาภิบาล:
- ท่อประปาภายใน: PVC ชั้น 13.5 (มอก.17) หรือ PP-R PN10 (DIN 8077/8078, NSF 61)
- ท่อประปาภายนอก: HDPE PN10 (มอก.982)
- ท่อระบาย: PVC ชั้น 8.5 (มอก.17) หรือ HDPE PN10
- ประตูน้ำ: W.O.G. Pressure Rating ≥150 psi
- ถังเก็บน้ำ: มอก.989 (สแตนเลส) หรือ มอก.1379 (Polymer)
- การทดสอบแรงดัน: 10 bar (150 psi) ไม่น้อยกว่า 60 นาที
- การฆ่าเชื้อ: คลอรีน 50 ppm แช่ 24 ชั่วโมง
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 4 งวด งวดละ 25% ของราคาตามสัญญา (ราคาเหมารวม)
- ผู้รับจ้างสามารถส่งมอบงานงวดใดก่อนหรือหลังได้ หรือส่งพร้อมกันหลายงวดได้
- ก่อนเบิกเงินงวดสุดท้าย ต้องส่ง As-built Drawings และ Design Notes
- ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการทดสอบระบบ การฝึกอบรมความปลอดภัย และการจัดหาไฟฟ้า/น้ำประปาสำหรับก่อสร้าง
- ผู้รับจ้างต้องจัดหาที่ดินสำหรับดำเนินงานเอง
- ต้องปฏิบัติงานตามวันและเวลาทำการของการประปานครหลวง (ยกเว้นได้รับอนุญาต)
- ต้องจัดทำโครงสร้างชั่วคราวป้องกันฝุ่นละอองและเศษวัสดุ
- ต้องขออนุมัติแผนการปฏิบัติงานรายวันกับผู้ควบคุมงานก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
- ต้องส่งรายงานการปฏิบัติงานทุกวัน และสรุปความก้าวหน้าทุกวันที่ 25 ของเดือน
- ต้องใช้พัสดุภายในประเทศ ≥60% ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด
- ต้องใช้เหล็กภายในประเทศ ≥90% ของปริมาณเหล็กทั้งหมด
- ต้องใช้พัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามบัญชีของกรมควบคุมมลพิษ (หากมีประเภทเดียวกัน)
- การรับประกันผลงาน: กปน. เริ่มรับประกันนับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานงวดสุดท้าย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: โครงการนี้ต้องปรับปรุงห้องน้ำกี่ฝั่งและกี่ชั้น?
A: ปรับปรุงห้องน้ำชาย-หญิง 2 ฝั่ง (ทิศเหนือและทิศใต้) จำนวน 2 ชั้น (ชั้น 1 และชั้น 2) รวมทั้งหมด 4 ชุดงาน -
Q: ระหว่างก่อสร้างห้องน้ำฝั่งหนึ่ง อีกฝั่งต้องใช้งานได้หรือไม่?
A: ใช่ ระหว่างปรับปรุงห้องน้ำฝั่งทิศเหนือ ห้องน้ำฝั่งทิศใต้ทั้ง 2 ชั้นต้องสามารถใช้งานได้ตามปกติตลอดเวลา และเมื่อปรับปรุงฝั่งทิศใต้ ห้องน้ำฝั่งทิศเหนือต้องพร้อมใช้งานแล้ว -
Q: ต้องใช้พัสดุภายในประเทศเท่าไร?
A: ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 60% ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด และเหล็กภายในประเทศไม่น้อยกว่า 90% ของปริมาณเหล็กทั้งหมด -
Q: การทดสอบระบบท่อประปาต้องทำอย่างไร?
A: สูบอัดน้ำสะอาดเข้าระบบท่อจนได้แรงดัน 10 bar (150 psi) หรือไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของแรงดันใช้งานจริง ทิ้งไว้ไม่น้อยกว่า 60 นาที หากพบรั่วซึมต้องแก้ไขและทดสอบใหม่ -
Q: การฆ่าเชื้อโรคในระบบท่อประปาทำอย่างไร?
A: ใช้สารละลายคลอรีนเข้มข้น 50 ppm (50 mg/L) เติมลงในระบบท่อ แช่ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง จากนั้นไล่ออกด้วยน้ำสะอาดจนคลอรีนเหลือไม่ถึง 0.2 mg/L -
Q: ต้องส่งเอกสารอะไรบ้างก่อนเริ่มงาน?
A: ต้องส่งแผนการทำงาน (Bar Chart/CPM) ภายใน 15 วันนับจากวันลงนามสัญญา และแผนการใช้พัสดุ/เหล็กภายในประเทศภายใน 60 วัน พร้อมหลักฐานการฝึกอบรมความปลอดภัยของลูกจ้างทุกคน -
Q: หลอดไฟ LED ที่ใช้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
A: ต้องเป็นของใหม่ ผ่านมอก. มีค่า Luminous Flux และ Color Rendering Index ตามที่กำหนด เช่น LED Tube T8 18W ต้องมี Flux ≥1,700 lm CRI ≥80 อายุใช้งาน ≥25,000 ชั่วโมง -
Q: กระเบื้องพอร์ซเลนที่ใช้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
A: ต้องเป็นชั้นคุณภาพ 1 ตามมอก.2508 มีอัตราการดูดซึมน้ำเฉลี่ยไม่เกิน 0.5% รับน้ำหนักได้ไม่น้อยกว่า 350 kg/m² ทนทานต่อสารเคมีและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ -
Q: ผนังห้องน้ำสำเร็จรูปใช้วัสดุอะไร?
A: ใช้ PU Foam (Polyurethane Foam) หรือ UPVC Foam Board ปิดผิวด้วย HPL (High-Pressure Laminates) ได้มาตรฐาน GREEN GUARD ความหนา 0.8 มม. ความหนารวม 25 มม. มีคุณสมบัติ Anti-bacterial -
Q: ระบบกันซึมห้องน้ำใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดใด?
A: ใช้กันซึมชนิดซีเมนต์ที่ผ่านมาตรฐาน มอก.257 ทา 2 ชั้น อัตรา 1.5-2.0 kg/m²/ชั้น พร้อมผ้าตาข่ายไฟเบอร์ยืดหยุ่นปิดรอยต่อระหว่างพื้น-ผนัง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
การประป
หลวง
การประปานครหลวง
รายการละเอียดประกอบแบบ
งานปรับปรุงห้องน้ําชาย - หญิง อาคารวิศวกรรม และงานที่เกี่ยวข้อง
เลขที่ จล.16-2568
กองออกแบบงานโยธา
ฝ่ายออกแบบระบบผลิตส่งน้ําและงานโยธา โทร. 0-2504-0123 ต่อ 1692
แบบแปลนเลขที่ ฝอผ. 055
つ
สารบัญ
รายละเอียดประกอบแบบ
งานปรับปรุงห้องน้ําชาย - หญิง อาคารวิศวกรรม และงานที่เกี่ยวข้อง
ขอบเขตและข้อกําหนดของงาน
- ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการ
- ขอบเขตของงาน
- การแบ่งงวดงาน
- การดําเนินการทั่วไป
- การปรับราคา
- การใช้พัสดุส่งเสริมภายในประเทศ 7. การใช้พัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- แผนการทํางานและการประเมินผล
ภาคผนวก ขอบเขตและข้อกําหนดของงาน
ภาคผนวก ก
ภาคผนวก ข
ภาคผนวก ค
หนังสือรับรองผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ตารางการจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
ภาคผนวก ง ตารางรายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
รายการละเอียดประกอบแบบ
บทที่ 1 ความต้องการทั่วไป
บทที่ 2 งานวิศวกรรมโครงสร้าง
2.1 งานโลหะและเหล็กรูปพรรณ
2.2 เหล็กเสริมคอนกรีต
2.3
2.4
2.5
คอนกรีต
งานแต่งผิวคอนกรีต
งานรอยต่อคอนกรีต
2.6 งานนั่งร้าน
หน้า
1
1
2
3
7
7
9
9
つ
อ
11
12
13
14
15
16
20
23
27
29
220
30
สารบัญ
รายละเอียดประกอบแบบ
งานปรับปรุงห้องน้ําชาย - หญิง อาคารวิศวกรรม และงานที่เกี่ยวข้อง
บทที่ 3 งานสถาปัตยกรรม
3.1 งานทาสี
3.2 พื้นผิวกรวดล้าง ทรายล้าง
3.3 ผนังก่ออิฐมวลเบาฉาบปูนเรียบทาสี
3.4 ผนังห้องน้ําาสําาเร็จรูป
3.5 ผนัง/พื้นกรุกระเบื้องพอร์ซเลน
3.6
ฝ้าเพดานยิปซัมบอร์ดฉาบเรียบ/ทีบาร์
3.7 ผนังยิปซัมบอร์ด
3.8 อุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง (Door and Window Hardware)
3.9
กระจก Glazing
3.10 ประตูบานไม้
3.11 งานประตู-หน้าต่างอลูมิเนียม ALUMINIUM DOORS AND WINDOWS
3.12 งานระบบกันซึมห้องน้ํา
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์และผู้ผลิต/ผู้แทนจําหน่าย
บทที่ 4 งานไฟฟ้า
4.1 ความต้องการทั่วไป
4.2 งานที่ต่างออกไป
4.3 มาตรฐานเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์
4.4 รายละเอียดทั่วไป
4.5 ระบบไฟฟ้าแรงต่ํา
4.6 สวิตช์ เต้ารับ เต้าเสียบ และอุปกรณ์
4.7 โคมไฟ และหลอดไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ 4.8 อุปกรณ์เดินสายไฟฟ้า
Д
つ
รอ
หน้า
31
33
B w w ☺ ☺ ☺ 34
40
37
37
36
35
35
41
41
43
45
47
47
47
48
49
52
53
55
สารบัญ
รายละเอียดประกอบแบบ
งานปรับปรุงห้องน้ําชาย - หญิง อาคารวิศวกรรม และงานที่เกี่ยวข้อง
บทที่ 5 งานสุขาภิบาล
5.1 ความต้องการทั่วไป
หน้า
56
5.2 ระบบประปา
5.3 ระบบระบายน้ําเสียและน้ําฝน
60
62
5.4 การทดสอบระบบ และการทําความสะอาด
64
D
ว
بر
2.7 งานงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น งานป้ายประชาสัมพันธ์/ป้ายก่อสร้าง เป็นต้น
2.8 เริ่มปรับปรุงห้องน้ําฝั่งทิศเหนือทั้ง 2ชั้นก่อนจนแล้วเสร็จ ผ่านการทดสอบระบบท่อ และอุปกรณ์ ต่างๆ จนสามารถใช้งานได้ ซึ่งในขณะทําการก่อสร้าง ระบบน้ําประปา และระบบสุขาภิบาลของห้องน้ําฝั่ง ทิศใต้ทั้ง 2ชั้น ต้องสามารถใช้งานได้ตามปกติตลอดเวลา จึงสามารถปรับปรุงห้องน้ําฝั่งทิศใต้ทั้ง 2ชั้น ต่อไป - การแบ่งงวดงาน
การจ่ายเงินตามสัญญานี้จะจ่ายให้ผู้รับจ้างเป็นราคาเหมารวมตามที่ตกลงทําสัญญาว่าจ้างโดย การประปานครหลวงจะจ่ายเงินค่าจ้าง โดยแบ่งออกเป็น 4 งวด ทั้งนี้ผู้รับจ้างสามารถส่งมอบงานงวดใดก่อน หรือหลังก็ได้ หรือจะส่งพร้อมกันทีละหลายงวดก็ได้ เมื่อผู้รับจ้างได้ทําการก่อสร้างงานนั้นแล้วเสร็จ เรียบร้อย ครบถ้วนตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในแต่ละงวด
งวดที่ 1 จ่ายร้อยละยี่สิบห้า (25%) ของราคาตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการ ดังรายการต่อไปนี้ (ห้องน้ําฝั่งทิศเหนือบริเวณชั้น1 และชั้น2 เท่านั้น)
งานรื้อถอน รื้อทิ้ง ชุดสุขภัณฑ์นั่งราบ นั่งยอง โถปัสสาวะชาย อ่างล้างมือ ฝักบัว ที่กั้นโถ ปัสสาวะกระจกเงา Floor Drain กระเบื้องปูพื้น/ผนัง ผนังห้องน้ําสําเร็จรูป ผนังก่ออิฐ เคาน์เตอร์ ค.ส.ล. ประตู-หน้าต่าง ฝ้าเพดาน ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง ระบบสุขาภิบาล และอื่นๆระบุตามแบบ
งานจัดทําระบบป้องกันฝุ่นละอองและเศษวัสดุระหว่างก่อสร้างแล้วเสร็จ งานก่อสร้างผนัง/เคาน์เตอร์ ค.ส.ล.แล้วเสร็จ
งานก่อสร้างระบบสุขาภิบาล ภายนอกอาคารห้องน้ําฝั่งทิศเหนือบริเวณชั้น1 ชั้น2
แล้วเสร็จ
งานติดตั้งกระเบื้อง พื้น/ผนัง และกระเบื้องหินแกรนิต แล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 50% งานติดตั้งฝ้าเพดาน แล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 50%
ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้แจ้งให้เริ่มทํางาน
งวดที่ 2 จ่ายร้อยละยี่สิบห้า (25%) ของราคาตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการ ดังรายการต่อไปนี้ (ห้องน้ําฝั่งทิศเหนือบริเวณชั้น1 และชั้น2 เท่านั้น)
งานก่อสร้างระบบสุขาภิบาล แล้วเสร็จพร้อมใช้งาน
งานติดตั้งกระเบื้อง พื้น/ผนัง และกระเบื้องหินแกรนิต แล้วเสร็จพร้อมใช้งาน
งานติดตั้งผนังห้องน้ําสําเร็จรูป แล้วเสร็จพร้อมใช้งาน
งานติดตั้งสุขภัณฑ์ห้องน้ําทั้งหมด แล้วเสร็จพร้อมใช้งาน งานติดตั้งฝ้าเพดาน แล้วเสร็จ
งานติดตั้งระบบไฟฟ้า แล้วเสร็จพร้อมใช้งาน
งานทาสี งานป้าย และอื่นๆระบุตามแบบ แล้วเสร็จ
งานสถาปัตย์ตกแต่ง และอื่นๆระบุตามแบบ แล้วเสร็จ
งานก่อสร้างโครงสร้าง และอื่นๆระบุตามแบบ แล้วเสร็จ
ทดสอบระบบ และอุปกรณ์ต่างๆ จนได้รับการยอมรับจากการประปานครหลวง ทําความสะอาดบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง และ ดําเนินการงานที่เหลือแล้วเสร็จพร้อมใช้งาน
ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับถัดจากวันที่ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้แจ้งให้เริ่มทํางาน
2
دبیر ہو
ชัย |
งวดที่ 3 จ่ายร้อยละยี่สิบห้า (25%) ของราคาตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการ ดังรายการต่อไปนี้ (ห้องน้ําฝั่งทิศใต้บริเวณชั้น1 และชั้น2 เท่านั้น)
งานรื้อถอน รื้อทิ้ง ชุดสุขภัณฑ์นั่งราบ นั่งยอง โถปัสสาวะชาย อ่างล้างมือ ฝักบัว ที่กั้นโถ ปัสสาวะกระจกเงา Floor Drain กระเบื้องบุพื้น/ผนัง ผนังห้องน้ําสําเร็จรูป ผนังก่ออิฐ เคาน์เตอร์ ค.ส.ล. ประตู-หน้าต่าง ฝ้าเพดาน ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง ระบบสุขาภิบาล และอื่นๆระบุตามแบบ
งานจัดทําระบบป้องกันฝุ่นละอองและเศษวัสดุระหว่างก่อสร้างแล้วเสร็จ งานก่อสร้างผนัง/เคาน์เตอร์ ค.ส.ล.แล้วเสร็จ
งานก่อสร้างโครงสร้าง แล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 50%
งานก่อสร้างระบบสุขาภิบาล ภายนอกอาคารห้องน้ําฝั่งทิศใต้บริเวณชั้น1 ชั้น2 แล้วเสร็จ งานติดตั้งกระเบื้อง พื้น/ผนัง และกระเบื้องหินแกรนิต แล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 50% งานติดตั้งผนังห้องน้ําสําเร็จรูป แล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 50% งานติดตั้งฝ้าเพดาน แล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 50%
ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับถัดจากวันที่ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้แจ้งให้เริ่มทํางาน งวดที่ 4 (งวดสุดท้าย) จ่ายร้อยละยี่สิบห้า (25%) ของราคาตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการ ดัง รายการต่อไปนี้ (ห้องน้ําฝั่งทิศใต้บริเวณชั้น1 และชั้น2 เท่านั้น)
งานก่อสร้างระบบสุขาภิบาล แล้วเสร็จพร้อมใช้งาน
งานติดตั้งกระเบื้อง พื้น/ผนัง และกระเบื้องหินแกรนิต แล้วเสร็จพร้อมใช้งาน งานติดตั้งผนังห้องน้ําสําเร็จรูป แล้วเสร็จพร้อมใช้งาน งานติดตั้งสุขภัณฑ์ห้องน้ําทั้งหมด แล้วเสร็จพร้อมใช้งาน
งานติดตั้งฝ้าเพดาน แล้วเสร็จ
งานติดตั้งระบบไฟฟ้า แล้วเสร็จพร้อมใช้งาน
งานทาสี งานป้าย และอื่นๆระบุตามแบบ แล้วเสร็จ งานสถาปัตย์ตกแต่ง และอื่นๆระบุตามแบบ แล้วเสร็จ
งานก่อสร้างโครงสร้าง และอื่นๆระบุตามแบบ แล้วเสร็จ
ทดสอบระบบ และอุปกรณ์ต่างๆ จนได้รับการยอมรับจากการประปานครหลวง
ทําความสะอาดบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง และ ดําเนินการงานที่เหลือแล้วเสร็จพร้อมใช้งาน
ดําเนินการงานที่เหลือ อื่นๆ ทั้งหมดตามระบุในสัญญาให้แล้วเสร็จทั้งหมด
ให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน นับถัดจากวันที่ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้แจ้งให้เริ่มทํางาน - การดําเนินการทั่วไป
4.1 กรณีที่ผู้รับจ้างเป็นนิติบุคคลต่างด้าว จะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ให้ถูกต้องก่อนเริ่มดําเนินงานตามสัญญา
4.2 ผู้รับจ้างจะต้องทําการสํารวจ/ตรวจสอบสภาพหน้างานจริง เพื่อให้ทราบถึงงานที่ต้องดําเนินการ ขอบเขตงานทั้งหมด ปริมาณงานรื้อถอน รื้อย้ายชั่วคราว และอุปกรณ์สิ่งกีดขวางในการก่อสร้าง เพื่อให้งาน ก่อสร้างสามารถดําเนินไปได้ โดยประสานงานกับผู้ควบคุมงาน
4.3 หลังปรับปรุงห้องน้ําฝั่งทิศเหนือทั้ง 2ชั้นแล้วเสร็จ พร้อมใช้งาน ให้ผู้รับจ้างเสนอแผนก่อนเริ่ม ดําเนินการทดลองใช้ห้องน้ําฝั่งทิศเหนือทั้ง 2ชั้น โดยไม่ถือเป็นเวลารับประกันผลงาน กปน. จะเริ่มรับประกัน
นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานงวดสุดท้าย
3
ว
อย
อนุญาตผ่านเข้า-ออกของการประปานครหลวง ตลอดจนปฏิบัติตามกฎระเบียบที่การประปานครหลวงกําหนด
ระยะเวลาที่ผู้รับจ้างต้องใช้ทําบัตรอนุญาตนี้ได้รวมไว้ในระยะเวลาก่อสร้างที่กําหนดแล้ว
4.9 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติและดําเนินการให้สอดคล้องกับกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานเกี่ยวกับ ระบบการจัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2565 ของกระทรวงแรงงานและปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 รวมทั้งให้สอดคล้องกับระบบ บริหารจัดการคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัด โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดให้บุคลากรทุกคนได้รับการฝึกอบรมหลักสูตรความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางาน (6 ชั่วโมง) สําหรับลูกจ้างทั่วไป และลูกจ้างเข้าทํางานใหม่ (การฝึกอบรมฯ) โดย ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมฯ ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ และให้ส่งหลักฐานการผ่านการฝึกอบรมฯ ของลูกจ้าง หรือมีหนังสือแสดงคํารับรองว่าลูกจ้างที่จะเข้ามาปฏิบัติงานผ่านการฝึกอบรมฯ เรียบร้อยแล้วให้
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนวันที่เริ่มปฏิบัติงาน หากพบว่าผู้รับจ้างไม่ส่งหลักฐานการผ่านการฝึกอบรมฯ หรือมีหนังสือแสดงคํารับรองว่าลูกจ้างที่จะเข้ามาปฏิบัติงานผ่านการฝึกอบรมฯ กปน. ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้ บุคคลนั้นเข้าปฏิบัติงาน และผู้รับจ้างไม่มีสิทธิขอขยายระยะเวลาสัญญาจากเหตุนี้ได้
ະ
บ
ทั้งสน
4.10 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการจัดหาที่ดินที่จะต้องใช้ในการดําเนินงานเพื่อการก่อสร้างเอง
4.11 ไฟฟ้าและน้ําประปาสําหรับใช้เพื่อการก่อสร้าง ให้ผู้รับจ้างจัดหาเองทั้งสิ้น
4.12 ระยะเวลาดําเนินการตามสัญญา 240 วัน นับถัดจากวันที่ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ แจ้งให้เริ่มทํางาน ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานตามวันและเวลาทําการของการประปานครหลวง หากผู้รับจ้าง
ประสงค์จะปฏิบัติงานนอกเหนือจากวันและเวลาดังกล่าว ให้ผู้รับจ้างมีหนังสือขออนุญาตผ่านผู้ควบคุมงาน
การประปานครหลวงจะอนุญาตให้ปฏิบัติงานได้เฉพาะกรณีที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของการประปา นครหลวง ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาสิ่งอํานวยความสะดวกแก่ผู้ควบคุมงาน และพนักงานของการประปา นครหลวงสําหรับการปฏิบัติงานนอกเวลา โดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น
4.13 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําโครงสร้างชั่วคราว เพื่อสนับสนุนการดําเนินการและป้องกันการฟุ้งกระจาย ของเศษวัสดุ ฝุ่นละออง ฯลฯ จากการปฏิบัติงาน เช่น การตั้งนั่งร้านเหล็กและคลุมด้วยผ้าใบหรือรูปแบบอื่นที่ เหมาะสม แข็งแรง โดยต้องไม่ก่อความเดือดร้อนและความเสียหายใด ๆ ต่อการดําเนินการของการประปา นครหลวง หรือสิ่งปลูกสร้าง หรืออุปกรณ์ข้างเคียง หรือบุคคลใด ๆ รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลใด ๆ และ สามารถป้องกันปัญหาดังกล่าวได้ตลอดการดําเนินการ ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องเสนอ Shop Drawings ของ โครงสร้างชั่วคราวให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินการ
4.14 ในการปฏิบัติงานแต่ละวัน ผู้รับจ้างจะต้องขออนุมัติแผนการปฏิบัติงานรายวันกับผู้ควบคุมงาน ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
4.15 ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งรายงานการปฏิบัติงานให้ผู้ควบคุมงานทราบทุกวัน ประกอบด้วย แผนงาน ผลงานที่ดําเนินการ สภาพปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนแนวทางในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งภาพถ่ายแสดง ผลงานที่ได้ดําเนินการ และหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และจะต้องสรุปความก้าวหน้าของงานก่อสร้างทุกวันที่
25 ของเดือน (รายงานประจําเดือน)
4.16 กรณีระหว่างดําเนินการก่อสร้าง หากเกิดปัญหาหรือขัดข้องเกี่ยวกับแบบแปลน หรือรายการ ละเอียดประกอบแบบให้ผู้รับจ้างเสนอ Shop Drawing พร้อมรายการคํานวณให้ผู้ควบคุมงานอนุมัติ การให้ ความเห็นและการพิจารณาปัญหาหรือข้อขัดข้องของ Shop Drawing จะถือเอาความถูกต้องในวิชาช่างและ ความเหมาะสมเป็นหลักเพื่อให้เป็นไปตามแบบแปลน รายการละเอียดประกอบแบบ และข้อกําหนดของงาน
5
D
つ
TEEJA
กรณีมีปัญหาอุปสรรคหรือข้อขัดข้องเกี่ยวกับงานก่อสร้าง อันมิใช่ปัญหาหรือขัดข้องเกี่ยวกับ แบบแปลนหรือรายการละเอียดประกอบแบบ ตามที่กล่าวมาวรรคหนึ่ง ให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่รายงานปัญหา
ดังกล่าวพร้อมแนวทางแก้ไขปัญหา
และรายการคํานวณตลอดจนระยะเวลาการดําเนินการในการแก้ไขเสนอ
ให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบ และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อพิจารณาวินิจฉัย
คําวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือว่าเป็นอันที่สุด ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามคํา
วินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโดยเร็ว เพื่อให้งานแล้วเสร็จบริบูรณ์ภายในกําหนดระยะเวลาสัญญา
ทั้งนี้ ในกรณีดังกล่าวไม่ทําให้ผู้รับจ้างพ้นจากความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น อันเนื่องมาจากการ ดําเนินการข้างต้น หากเกิดความเสียหายขึ้นไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบความเสียหายนั้น ทั้งสิ้น
เอกสารตามที่ผู้รับจ้างจัดส่งตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง จะต้องลงนามรับรองโดยวิศวกรผู้ได้รับ
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ.2542
4.17 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นต่อสิ่งที่เกี่ยวข้องในขณะปฏิบัติงาน และหลังการปฏิบัติงาน
4.18 ในระหว่างดําเนินการ ผู้รับจ้างจะต้องจัดเก็บวัสดุ เครื่องมือ อุปกรณ์ในการก่อสร้างไม่ให้เป็นที่ กีดขวางทางสัญจรหรือเป็นการรบกวนต่อการใช้งานตามปกติของอาคารรอบข้างและการดําเนินการต่าง ๆ ใน บริเวณ และเมื่องานก่อสร้างแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องขนย้ายเศษวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือสิ่งสกปรกอื่นจาก การดําเนินงานออกนอกพื้นที่ของการประปานครหลวง พร้อมทั้งทําความสะอาดพื้นที่ในบริเวณดําเนินงานให้
อยู่ในสภาพเรียบร้อย
4.19 มาตรฐานทั่วไปที่ระบุในแบบแปลนและรายการละเอียดประกอบแบบ เพื่อใช้อ้างอิง หรือ เปรียบเทียบคุณภาพ หรือทดสอบวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ตลอดจนกรรมวิธีการปฏิบัติ วิธีการติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ สําหรับงานก่อสร้างนี้ หากไม่ได้ระบุไว้ในแบบแปลนหรือรายการละเอียดประกอบแบบ ให้ถือปฏิบัติตาม มาตรฐานวิชาช่างวิศวกรรมหรือสถาปัตยกรรมที่ดี เช่น มาตรฐาน วสท. เป็นต้น
กรณีที่รายการประกอบแบบไม่ได้ระบุชนิดของผลิตภัณฑ์ ให้ผู้รับจ้างเสนอแคตตาล็อกและ เอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยต้องทําการตรวจสอบและระบุ/ทําเครื่องหมายให้ชัดเจน (Highlight) ถึงรุ่นที่ต้องการใช้ คุณสมบัติของรายละเอียดตามที่กําหนด ของผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ เสนอผู้ควบคุมงานพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนดําเนินการติดตั้ง
ๆ
การเทียบเท่าคุณภาพของวัสดุและอุปกรณ์ เพื่อนํามาใช้ติดตั้งแทนวัสดุและอุปกรณ์ที่ระบุไว้ใน รายการละเอียดประกอบแบบนี้ วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เสนอขอเทียบเท่าต้องมีคุณภาพไม่ด้อยกว่าวัสดุที่ ระบุ หรือมีคุณภาพที่ดีกว่าที่ระบุในแบบแปลนหรือรายการละเอียดประกอบแบบ สําหรับวัสดุและอุปกรณ์ที่ เกี่ยวข้องกับความสวยงาม การประปานครหลวงสงวนสิทธิ์การพิจารณาและอนุมัติวัสดุและอุปกรณ์ที่นํามาขอ
เทียบเท่า
ในกรณีที่ผู้รับจ้างยื่นข้อเสนอขอใช้วัสดุที่มีคุณภาพที่ดีกว่าหรือเทียบเท่ากับสิ่งของ ให้ผู้รับจ้าง ยื่นข้อเสนอพิสูจน์ให้เป็นที่เชื่อถือและยอมรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ถ้าคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ยอมรับวัสดุสิ่งนั้นแล้ว ก็ให้ยอมรับว่าเป็นวัสดุเทียบเท่าได้ และความเห็นของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือ เป็นที่สุดเฉพาะคราวนั้น
4.20 ก่อนเบิกเงินค่างานงวดสุดท้าย ผู้รับจ้างจะต้องส่ง As-built Drawings และเอกสารการออกแบบ (Design Notes) (ถ้ามี) ซึ่งผ่านการตรวจสอบของผู้ควบคุมงานของการประปานครหลวงให้การประปานคร
6
D
つ
โทรศ
6.1 ข้อกําหนดทั่วไป
ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ในงานก่อสร้าง เป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดย
ต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศก่อน ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็ก
ที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา
6.2 การจัดทําแผนการใช้พัสดุ
(1) ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่ จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา (ภาคผนวก ข) โดยส่งให้การประปานครหลวงภายใน 60 วัน นับถัด จากวันที่ลงนามในสัญญา เพื่อให้การประปานครหลวงอนุมัติ
(2) ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณ เหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา (ภาคผนวก ค) โดยส่งให้การประปานครหลวงภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ ลงนามในสัญญา เพื่อให้การประปานครหลวงอนุมัติ
หากมูลค่าพัสดุหรือปริมาณเหล็กไม่สามารถดําเนินการตามข้อ 1) หรือ 2) สามารถ แก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนฯ ได้ โดยเป็นการดําเนินการระหว่างคณะกรรมการตรวจรับพัสดุกับผู้รับจ้าง ทั้งนี้เมื่อ ผู้รับจ้างมีความประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนฯ เมื่อดําเนินการเรียบร้อยแล้วให้ผู้รับจ้างส่งแผนฯ ให้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนการส่งมอบงานในแต่ละงวด
6.3 การตรวจรับพัสดุ
(1) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะตรวจสอบว่าพัสดุที่ส่งมอบเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศตาม เงื่อนไขที่กําหนดไว้ในสัญญา
(2) การตรวจสอบพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ จะดําเนินการดังนี้
(2.1) กรณีเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศที่ได้รับการรับรองจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ
ไทย จะตรวจสอบรายการพัสดุที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
(2.2) กรณีที่เป็นพัสดุที่ไม่ใช่รายการพัสดุตามข้อ 2.1) จะตรวจสอบจากข้อมูลที่ปรากฏบน ฉลากของสินค้าที่ติดบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้า
(3) ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดทําข้อมูลตามข้อ 2) ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจสอบพร้อม การส่งมอบทุกครั้ง
6.4 การแก้ไขสัญญา
หากปรากฏภายหลังว่า ผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบพัสดุที่ผลิตภายในประเทศตามเงื่อนไขและ อัตราที่กําหนดไว้ในสัญญาได้ ให้ผู้รับจ้างจัดส่งเอกสารหลักฐานพร้อมเหตุผลประกอบให้การประปานครหลวง พิจารณา ทั้งนี้การประปานครหลวงจะพิจารณาแก้ไขสัญญาให้เป็นไปตามหลักการของมาตรา 97 แห่ง
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหการพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560
2 )
8 D
ติดฟ
!
6.5 การจัดทํารายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
การส่งงานงวดสุดท้าย ผู้รับจ้างจะต้องสรุปรายงานการใช้พัสดุภายในประเทศตามรายการใน
(ภาคผนวก ง) ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจัดทํารายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศพร้อมกับ รายงานผลการตรวจรับงานงวดสุดท้าย - การใช้พัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
หากพัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างเป็นประเภทและชนิดเดียวกันกับพัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามบัญชี
รายชื่อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของกรมควบคุมมลพิษ ให้ผู้รับจ้างใช้พัสดุตามบัญชีสินค้า และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของกรมควบคุมมลพิษ - แผนการทํางานและการประเมินผล
แผนการทํางานและการประเมินผลให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
8.1 แผนการทํางาน
ภายใน 15 (สิบห้า) วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการทํางานในรูป ของแผนภูมิแท่ง (Bar Chart) และเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติ ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการ จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว124 ลงวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2566 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการเร่งรัดการปฏิบัติงานตามสัญญาและการกําหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นข้อเสนอ
ให้การประปานครหลวงเพื่อขออนุมัติ แผนการทํางานที่ได้รับอนุมัติจากการประปานครหลวงแล้วจะถือว่าเป็น ส่วนหนึ่งของเอกสาร
ๆ
ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการทํางานเพื่อขออนุมัติจากผู้ควบคุมงานก่อนเริ่มงานก่อสร้าง แผนการ ทํางานดังกล่าวจะต้องอยู่ในรูปของแผนภูมิแท่ง (Bar Chart) หรือผังงานซึ่งใช้วิธีเส้นทางวิกฤต (Critical Path Method) ซึ่งแสดงกิจกรรมในการก่อสร้างที่สําคัญ ๆ ทั้งหมด รวมทั้งขั้นตอนการทํางานซึ่งจะต้องพิจารณาถึง เวลาที่จะต้องใช้สําหรับงานฝีมือต่าง ๆ เวลาที่ใช้ในการสั่งซื้อ เวลาที่ใช้ในการอนุมัติแบบแปลนรายละเอียด การก่อสร้าง เวลาที่ใช้ในการส่งและประกอบของปัจจัยอื่น ๆ ที่กินเวลาลักษณะเดียวกันนี้ นอกจากนี้ผู้รับจ้าง จะต้องส่งรายการคํานวณแสดงรายละเอียดวิธีการประเมินหาระยะเวลาที่ใช้ในการทํางานต่าง ๆ เพื่อใช้ในการ จัดทําแผนการทํางานตามที่เสนอ มาพร้อมกับผังงานด้วย ทั้งนี้ผู้ควบคุมงานมีอํานาจที่จะสั่งหยุดงาน หรือ เปลี่ยนแปลงแผนการทํางานได้ทุกเวลาเมื่อเห็นว่ามีความจําเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานเป็นไปอย่าง ถูกต้องเหมาะสมหรือเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนทั่วไป ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามคําสั่งการของผู้ควบคุม งานโดยปราศจากข้อเรียกร้องใด ๆ ทั้งสิ้น
8.2 แนวทางการประเมินผลการทํางานและการบอกเลิกสัญญา
การประปานครหลวงจะประเมินผลการดําเนินงานตามแผนการทํางาน โดยพิจารณาตาม
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้
(1) เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้วผู้รับจ้างมีผลงานสะสมไม่ ถึงร้อยละ 25 ของวงเงินค่าก่อสร้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของผู้รับจ้าง
(2) เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว ปรากฎกรณีดังต่อไปนี้
(2.1) ผู้รับจ้างมีผลงานประจําเดือนที่ตั้งไว้ไม่ถึงร้อยละ 50 ของแผนงานประจําเดือน และ
9
ว
ออฟ
รับจ้าง
(2.2) ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 50 ของวงเงินค่าก่อสร้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของผู้
(3) เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 3 ใน 4 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้วผู้รับจ้างมีผลงานไม่ถึงร้อย ละ 65 ของวงเงินค่าก่อสร้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของผู้รับจ้าง
(4) เมื่อครบกําหนดส่งมอบตามสัญญา ผลงานสะสมน้อยกว่าร้อยละ 85 ของวงเงินค่าก่อสร้าง
(5) เมื่อครบกําหนดส่งมอบตามสัญญา หากสัญญาหรือข้อตกลงมีจํานวนค่าปรับจะเกินร้อยละ 10 ของวงเงินค่าก่อสร้าง ให้ดําเนินการตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 83 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่อง การซ้อมความเข้าใจการ บอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 183
หากปรากฏว่า เข้าเงื่อนไขกรณีหนึ่งกรณีใดตามข้อ 1) – 5) การประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ใช้ ดุลพินิจในการพิจารณาบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
8.3
การประเมินผลงาน
การประปานครหลวงจะทําการประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยพิจารณาถึงความสามารถในการ
ปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตามสัญญา และอาจประเมินผลการปฏิบัติงานอื่นนอกจากความสามารถในการ ปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตามสัญญา หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลเป็นไปตามที่กรมบัญชีกลางกําหนด
กรณีที่กรมบัญชีกลางยังไม่กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผล ให้ใช้เกณฑ์การประเมินผล
ของการประปานครหลวงตามข้อ 8.5
8.4 การดําเนินการภายหลังบอกเลิกสัญญา
กรณีที่การประปานครหลวงได้ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาบอกเลิกสัญญาแล้ว การประปานคร หลวงจะดําเนินการตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วน ที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว108 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 เรื่อง แนวทางปฏิบัติการดําเนินการภายหลัง หน่วยงานของรัฐบอกเลิกสัญญาซื้อหรือจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) หรือ (4) ต่อไป
8.5 การประเมินผลงานตามเกณฑ์ที่การประปานครหลวงกําหนด
นอกจากแนวทางปฏิบัติ ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว124 แล้ว การประปานครหลวงจะทําการประเมินผลงาน และบุคลากรของผู้รับจ้างตามเกณฑ์ที่การประปานครหลวงกําหนด และแจ้งผลการประเมินให้ผู้รับจ้างทราบ
เป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ผลการประเมินผลงานอาจจะมีผลในทางเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้รับจ้างตาม หลักเกณฑ์ที่การประปานครหลวงกําหนด
2 ศ
10
ภาคผนวก ก
ข้าพเจ้า
ตรอก/ซอย
ตําบล/แขวง
จังหวัด
สาขา
หนังสือรับรองผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
จดทะเบียนประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ระดับ
เลขที่ใบอนุญาต
ข้าพเจ้าเป็นวิศวกรประจํา (ห้างฯ/บริษัทฯ) ซึ่งสถานที่ทํางานตั้งอยู่ที่
ถนน
อําเภอ/เขต
วันที่
อยู่ที่
ถนน
อําเภอ/เขต
คุณวุฒิ
สถาบัน
เดือน
พ.ศ………….
สาขา
หมายเลขสมาชิกสภาวิศวกร
ตรอก/ซอย
ตําบล/แขวง
จังหวัด
ข้าพเจ้าจะควบคุมงานตามสัญญานี้ ให้เป็นไปตามข้อกําหนดทางด้านวิศวกรรมทุกประการ พร้อมนี้
ข้าพเจ้าได้แนบสําเนาหลักฐานมาด้วย ดังนี้
- สําเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
- สําเนาบัตรสมาชิกสภาวิศวกร
ลงชื่อ
(……..
11
2
・Food
)
ตารางจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
โครงการ………….
รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ
แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
ภาคผนวก ข
ลําดับ
รายการ หน่วย ปริมาณ ราคาต่อหน่วย เป็นเงิน
(บาท)
(รวม)
พัสดุ ในประเทศ
พัสดุ
ต่างประเทศ
២
๓
๔
ค
๕
รวม
อัตรา
(ร้อยละ)
XXX
XXX
XXX
๑๐๐
๗๐
୩୦
ลงชื่อ
(
)
12
ช่ว
(คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
โฟ
ภาคผนวก ค
ตารางจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
โครงการ………..
รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ แผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ ปริมาณเหล็กทั้งโครงการ
ลําดับ
รายการ
XxX (ตัน)
หน่วย ปริมาณ
เหล็ก
เหล็ก
ในประเทศ
ต่างประเทศ
๑
เหล็กเส้น
ตัน
២
เหล็กข้องอ
ตัน
เหล็กเส้นกลม
ตัน
ค
๔
๕
รวม
อัตรา
(ร้อยละ)
XXX
XXX
XXX
๑๐๐
๙๐
ลงชื่อ
(
)
(คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
13
ชา
26.tacd
J
ตารางรายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
ภาคผนวก ง
การใช้พัสดุทั้งโครงการ รายการใช้พัสดุทั้งโครงการ มูลค่าพัสดุทั้งโครงการ
XXX รายการ
XXX บาท
มูลค่าการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
รายการ
มูลค่าพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
มูลค่าพัสดุที่ผลิตจากต่างประเทศ
ปริมาณการใช้เหล็กทั้งโครงการ
ปริมาณการใช้เหล็กทั้งโครงการ
รายการ
ปริมาณการใช้เหล็ก
สรุป
หน่วย (บาท)
จํานวนเงิน
อัตรา (ร้อยละ)
xxx ตัน มูลค่าเหล็กทั้งโครงการ
หน่วย
ตัน
xxx บาท
จํานวน
อัตรา (ร้อยละ)
ตัน
เป็นไปตามกฎกระทรวงกําหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม
หรือสนับสนุน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๓ ๑. ร้อยละ ๖๐ พัสดุทั่วไป (มูลค่า)
๒. ร้อยละ ๙๐ เหล็ก (ปริมาณ)
ไม่เป็นไปตามกฎกระทรวงกําหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม
หรือสนับสนุน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๓ เหตุผล/ความจําเป็นที่หน่วยงานของรัฐไม่สามารถดําเนินการได้
ลงชื่อ
(
)
(ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ)
14
โรค
รายการละเอียดประกอบแบบ
งานปรับปรุงห้องน้ําชาย - หญิง อาคารวิศวกรรม และงานที่เกี่ยวข้อง
บทที่ 1 ความต้องการทั่วไป
ผู้รับจ้างต้องจัดหาและใช้แต่วัสดุใหม่ที่ไม่เคยใช้งานมาก่อนและมีคุณภาพดีเท่านั้น เว้นแต่กรณีที่ได้มี
การระบุแน่ชัดให้เป็นอย่างอื่นแล้ว
โดยเป็นไปตามกฎและมาตรฐานฉบับล่าสุดที่อ้างถึงฉบับใดฉบับหนึ่งในเรื่อง
ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจไม่ได้แสดงไว้แต่จําเป็นต้องทําเพื่อให้งานเสร็จสมบูรณ์จนใช้งานได้ มาตรฐานของวัสดุและ วิธีการติดตั้งอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงให้ยึดตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง (ฉบับล่าสุด) ดังนี้
มาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ
มาตรฐานกรมโยธาธิการและผังเมือง
ว.ส.ท.
มยผ.
มอก.
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
ACI
American Concrete Institute
AISC
American Institute of Steel Construction
ASTM
American Society for Testing and Materials
AWS
American Welding Society
นอกจากนี้ยังรวมถึงมาตรฐานต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป หรือเป็นมาตรฐานของผู้ผลิตวัสดุ หรืออุปกรณ์เฉพาะอย่าง ซึ่งต้องมีคุณภาพเทียบเท่ากับมาตรฐานดังกล่าวข้างต้น
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิต/ผู้แทนจําหน่าย เป็นการยกตัวอย่างเพื่ออํานวยความสะดวกในการสืบค้น สืบหาวัสดุดังกล่าว มิได้เป็นการเฉพาะเจาะจงให้ใช้ ผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิต/ผู้แทนจําหน่าย ตามที่ระบุไว้ ผู้รับจ้าง สามารถเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิต/ผู้แทนจําหน่าย ที่แตกต่างจากข้างต้นได้ โดยให้ยึดถือคุณสมบัติ/ คุณลักษณะเฉพาะที่ได้กําหนดไว้ในรายละเอียดประกอบแบบเป็นเกณฑ์
ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดของวัสดุให้การประปานครหลวงเพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนการก่อสร้าง หากมีข้อขัดแย้งในเอกสารสัญญา ให้ถือสัญญาเป็นหลัก หากมีข้อขัดแย้งในงานด้านเทคนิคให้ถือลําดับ ความสําคัญที่กําหนดไว้ข้างล่างเป็นหลัก เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น
ลําดับความสําคัญของเอกสารสัญญามีดังนี้
ลําดับแรก เงื่อนไขจําเพาะ
ลําดับสอง แบบแปลน
ลําดับสาม รายละเอียดประกอบแบบ
หากมีสัญญาเพิ่มเติม หรือข้อตกลงเพิ่มเติม หรือมีการแก้ไขรายละเอียดในแบบแปลนและรายการ ละเอียดประกอบแบบให้สอดคล้องกับสภาพจริงในสนามซึ่งผู้รับจ้างยอมรับ ให้ถือลําดับความสําคัญสูงกว่าที่
กําหนดไว้ข้างต้น แบบรายละเอียดหรือแบบขยายให้มีลําดับความสําคัญสูงกว่าแบบแปลนทั่วไป
15
ว
J
บทที่ 2 งานวิศวกรรมโครงสร้าง
2.1 งานโลหะและเหล็กรูปพรรณ
2.1.1 วัสดุ
- เหล็กรูปตัวซี เป็นเหล็กรูปพรรณผลิตเย็น ผลิตตามมาตรฐาน มอก.1228 (ฉบับล่าสุด) ชั้น คุณภาพไม่ด้อยกว่า SSC400 หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า
- เหล็กกลมกลวง เป็นเหล็กรูปพรรณผลิตเย็น ชนิดท่อเหล็กผสมคาร์บอน ผลิตตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ท่อเหล็กกล้าคาร์บอนสําหรับงานโครงสร้างทั่วไป มอก.107 (ฉบับล่าสุด) ชั้น คุณภาพไม่ด้อยกว่า STK400 หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า
- เหล็กสี่เหลี่ยมจัตุรัส, เหลี่ยมผืนผ้ากลวง เป็นเหล็กรูปพรรณผลิตเย็น ผลิตตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ท่อเหล็กกล้าคาร์บอนสําหรับงานโครงสร้างทั่วไป มอก. 107 (ฉบับล่าสุด) ชั้นคุณภาพ ไม่ด้อยกว่า STKR400 หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า
- เหล็กฉาก, เหล็กรางน้ํา, เหล็กรูปตัวไอ, เหล็กรูปตัว H เป็นเหล็กรูปพรรณผลิตร้อน ผลิต ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน มอก.1227 (ฉบับล่าสุด) ชั้นคุณภาพไม่ ด้อยกว่า SM400 หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า
- เหล็กแผ่นเรียบ, เหล็กแผ่นลาย เป็นเหล็กผลิตร้อน ผลิตตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สําหรับงานโครงสร้างทั่วไป มอก. 1479 (ฉบับล่าสุด) ชั้นคุณภาพไม่ด้อยกว่า SS400 หรือ ASTM A-36 หรือ JIS G3101 SS400 หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า
- เหล็กไร้สนิมหรือสแตนเลส (Stainless Steel) สําหรับงานราวบันไดหรือราวระเบียง ขนาดตามที่ระบุในแบบ ให้ใช้สแตนเลสผลิตตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ท่อเหล็กกล้าไร้สนิมออสเท ไนต์สําหรับงานอุณหภูมิสูงและทนการกัดกร่อนทั่วไป มอก.1006 (ฉบับล่าสุด) Grade 304 หรือ JIS G 3459 หรือ ASTM A312 หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า
- ลวดตาข่าย หากไม่ระบุขนาดในแบบ ให้ใช้ลวดตาข่ายถักสําเร็จรูปชุบสังกะสี ตาสี่เหลี่ยม จัตุรัส 1% x 12 นิ้ว ขนาดลวด 3.2 มิลลิเมตร หรือตามวัตถุประสงค์ของผู้ออกแบบ เชื่อมติดกับโครงเหล็ก กลมกลวง เส้นผ่านศูนย์กลาง 50 มิลลิเมตร หนา 3.2 มิลลิเมตร ระยะ 1.50x1.50 เมตร หรือตามระบุในแบบ 8) ตะแกรงเหล็กรางระบายน้ํา หากไม่ระบุในแบบ ให้ใช้ตะแกรงเหล็กสําเร็จรูปชุบสังกะสี ขนาดตามระบุในแบบงานสุขาภิบาล หรือตามวัตถุประสงค์ของผู้ออกแบบ
- งานโลหะและเหล็กรูปพรรณอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุข้างต้น ต้องมีขนาดและรูปร่างตามที่ระบุ ในแบบแปลน และต้องเป็นเหล็กโครงสร้างที่ผลิตได้ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กกล้าทรงแบน รีดร้อนสําหรับงานโครงสร้างทั่วไป มอก. 1479 (ฉบับล่าสุด) หรือ ASTM A-36 หรือ JIS G3101 SS400 หรือ มาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า
- ตะแกรงเหล็กฉีก ขนาด ลาย และรุ่นตามระบุในแบบ หรือตามวัตถุประสงค์ของผู้ออกแบบ สีป้องกันสนิม ให้ใช้สีรองพื้นเหล็ก Red oxide primer หรือสีรองพื้นเหล็กชุบสังกะสี Zinc chromate หรือ ตามระบุในหมวดงานทาสี
16
2
つ
1
2.1.2 การดําเนินการ - ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหา วัสดุ อุปกรณ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะงาน ตลอดจนแรงงาน โรงงาน การติดตั้ง การเคลื่อนย้าย และสิ่งที่จําเป็นสําหรับงานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ
- เหล็กรูปพรรณทั้งปวงที่ระบุในแบบรวมหมายถึง งานป้องกันสนิม ด้วยกรรมวิธีที่เหมาะสม
- ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างเหล็กและวัสดุประกอบงานเหล็กอื่นๆ ที่ใช้งานเสนอผู้ ควบคุมงาน หากมีข้อสงสัยด้านคุณภาพของวัสดุที่นํามาใช้งาน ผู้ควบคุมงานมีสิทธิ์ขอข้อมูลทางเทคนิคของ ผู้ผลิตพร้อมผลการทดสอบจากสถาบันที่รัฐรับรอง หรือเลือกสุ่มทดสอบวัสดุในชุดนั้น เพื่อตรวจสอบและ
ควบคุมคุณภาพ - ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแบบขยายเพื่อแสดงรายละเอียดและวิธีการทํางานเสนอผู้ควบคุม งาน เพื่อให้การทํางานและควบคุมงานถูกต้อง โดยผู้รับจ้างอาจเลือกใช้แนวทางการจัดทําแบบขยายตาม “คู่มือการจัดทํารายละเอียดโครงสร้างเหล็ก” ของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย
- ระหว่างการดําเนินการก่อสร้าง หากผู้ควบคุมงานตรวจพบว่าผลงานก่อสร้างไม่มั่นคงหรือ มีข้อบกพร่อง ผู้ควบคุมงานมีสิทธิ์สั่งให้ผู้รับจ้างตรวจสอบคุณภาพงานและทดสอบ โดยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็น ของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
ชนิด - บทกําหนดหมวดนี้ครอบคลุมถึงเหล็กรูปพรรณ ท่อกลม ท่อเหลี่ยม (Steel Tubing) ทุก
- รายละเอียดเกี่ยวกับเหล็กรูปพรรณที่มิได้ระบุในแบบและบทกําหนดนี้ ให้ถือปฏิบัติตาม “มาตรฐานสําหรับอาคารเหล็กรูปพรรณ (ฉบับล่าสุด)” ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
- การกองเก็บวัสดุ
เหล็กรูปพรรณทั้งที่ประกอบแล้วและยังไม่ได้ประกอบจะต้องเก็บไว้บนพื้นยกเหนือพื้นดิน
จะต้องรักษาเหล็กให้ปราศจากฝุ่น ไขมัน หรือสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ และต้องระวังรักษาอย่าให้เหล็กเป็นสนิม ในกรณีที่ใช้เหล็กที่มีคุณสมบัติต่างกันหลายชนิดต้องแยกเก็บและทําเครื่องหมาย เช่น โดยการทาสีแบ่งแยกให้
เห็นอย่างชัดเจน - การจัดทํา Shop Drawings งานโลหะและเหล็กรูปพรรณ
ก่อนที่จะทําการประกอบเหล็กรูปพรรณทุกชิ้น ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํา Shop Drawings เสนอผู้ควบคุมงานให้ความเห็นชอบก่อน โดย Shop Drawings นั้น จะต้องประกอบด้วย
9.1) แบบที่สมบูรณ์แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการตัดต่อ การประกอบ และการติดตั้ง
รูสลักเกลียว รอยเชื่อม และรอยต่อที่กระทําในโรงงาน
9.2)
9.3)
สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ใช้จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล
สําเนาเอกสารแสดงบัญชีวัสดุ และวิธีการยกติดตั้ง ตลอดจนการยึดโยงชั่วคราว - รูและช่องเปิด
การเจาะ การตัด หรือกดทะลุให้เป็นรู ต้องกระทําตั้งฉากกับผิวของเหล็ก นอกจากจะระบุ เป็นอย่างอื่น ห้ามใช้วิธีเจาะรูด้วยไฟ หากรูที่เจาะไว้ไม่ถูกต้องจะต้องอุดให้เต็มด้วยวิธีเชื่อมและเจาะรูใหม่ให้ ถูกตําแหน่งในเสาที่เป็นเหล็กรูปพรรณซึ่งต่อกับคาน คสล.
17
หัว
ช็อค
12.7) ช่างเชื่อมจะต้องมีความชํานาญในเรื่องการเชื่อมเป็นอย่างดี โดยช่างเชื่อมทุกคน จะต้องมีหนังสือรับรองว่าผ่านการทดสอบจากสถาบันที่เชื่อถือได้ เช่น คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือ
แรงงาน เป็นต้น
12.8) สําหรับเหล็กหนาตั้งแต่ 25 มม.ขึ้นไป ต้อง Preheat ก่อนเชื่อม โดยให้ผู้รับจ้าง เสนอวิธีการต่อผู้ควบคุมงานเพื่อรับความเห็นชอบ
12.9) สําหรับเหล็กหนา 50 มม.ขึ้นไป ให้เชื่อมแบบ Submerged Arc Welding (SAW) 12.10) การเชื่อมสแตนเลส
(1) ให้เป็นไปตามมาตรฐาน AWS สําหรับการเชื่อมในงานก่อสร้างอาคาร (2) ผิวหน้าที่ทําการเชื่อมจะต้องสะอาดปราศจากสะเก็ดกร่อน, ตะกรัน, ไขมัน, สี และวัสดุแปลกปลอมอื่น ๆ ที่จะทําให้เกิดผลเสียต่อการเชื่อมได้
สนิท
(3) ในระหว่างการเชื่อมจะต้องยึดชิ้นส่วนที่เชื่อมติดกันให้แน่นเพื่อให้ผิวแนบ
(4) ชิ้นส่วนที่จะต่อเชื่อมแบบทาบจะต้องวางให้ชิดกันที่สุดเท่าที่จะมากได้ และ ไม่ว่ากรณีใดจะต้องห่างไม่เกิน 2 มิลลิเมตร - การตรวจสอบรอยเชื่อม
รอยเชื่อมทุกรอยเชื่อมจะต้องได้รับการตรวจสอบด้วยวิธีการตรวจพินิจ (Visual
Method) ตามมาตรฐาน มยผ.1561-51 (ฉบับล่าสุด) โดยผู้ควบคุมงานหรือตัวแทนที่ผู้ควบคุมงานแต่งตั้ง ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมใบสั่งเทคนิคการทํางาน (Written Procedure) ใบรายงานการตรวจสอบ (Inspection Report) ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณ์ในการตรวจสอบต่าง ๆ ไว้ให้พร้อมต่อการใช้งาน เกณฑ์ ยอมรับรอยบกพร่องของรอยเชื่อมให้ใช้ตามมาตรฐาน มยผ.1561-51 (ฉบับล่าสุด) - การซ่อมแซมรอยเชื่อม
14.1) บริเวณที่ได้รับการตรวจสอบรอยเชื่อมแล้วพบว่ามีปัญหา จะต้องทําการขจัดทิ้ง และทําการเชื่อม แล้วตรวจสอบใหม่
14.2) ในบริเวณโลหะเชื่อมที่มีรอยแตกจะต้องขจัดรอยเชื่อมออกวัดจากปลายรอยแตก
ไม่น้อยกว่า 50 มม. และทําการเชื่อมใหม่
14.3) หากองค์อาคารเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างขึ้นจากการเชื่อมจะต้องทําการแก้ไข ให้ได้รูปทรงที่ถูกต้อง หรือเสริมความแข็งแรงให้มากกว่าหรือเทียบเท่ากับรูปทรงที่เกิดจากการเชื่อมที่ถูกต้อง
การขันเกลียว - งานสลักเกลียว
15.1) การตอกสลักเกลียวจะต้องกระทําด้วยความประณีตโดยไม่ทําให้เกลียวเสียหาย 15.2) ต้องแน่ใจว่าผิวรอยต่อเรียบ และผิวที่รองรับจะต้องสัมผัสกันเต็มหน้าก่อนจะทํา
15.3) ขึ้นรอยต่อด้วยสลักเกลียวทุกแห่งให้แน่นโดยใช้กุญแจปากตายที่ถูกขนาด 15.4) ให้ขันสลักเกลียวให้แน่นโดยมีเกลียวโผล่จากสลักเกลียวไม่น้อยกว่า 3 เกลียว หลังจากนั้นให้ทุบปลายเกลียวเพื่อป้องกันมิให้สลักเกลียวคลายตัว
19
ชีว
- โรย
I
- การต่อและประกอบในสนาม
16.1) ให้ปฏิบัติตามที่ระบุในแบบขยายและคําแนะนําในการแยกติดตั้งโดยเคร่งครัด
16.2) ค่าผิดพลาดที่ยอมให้ ให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานสากล
16.3) จะต้องทํานั่งร้าน ค้ํายัน ยึดโยง ฯลฯ ให้พอเพียง เพื่อยึดโครงสร้างให้แน่นอยู่ใน แนวและตําแหน่งที่ต้องการ เพื่อความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานจนกว่างานประกอบจะเสร็จเรียบร้อยและ
แข็งแรงดีแล้ว
16.4) ห้ามใช้วิธีตัดด้วยแก๊สเป็นอันขาด นอกจากจะได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน
16.5) สลักเกลียวยึดและสมอให้ติดตั้งโดยใช้แบบนําเท่านั้น
16.6) แผ่นรอง (Base Plate)
(1) ใช้ตามที่กําหนดในแบบขยาย
(2) ให้รองรับและปรับแนวด้วยลิ่มเหล็ก
(3) หลังจากได้ยกติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้อัดมอร์ต้าชนิดที่ไม่หดตัว (Non- Shrink Mortar) ใต้แผ่นรองให้แน่นแล้วตัดขอบลิ่มให้เสมอกับขอบแผ่นรองโดยทิ้งส่วนที่ เหลือไว้ในที่
(4) ในกรณีที่ใช้ Anchor Bolt จะต้องฝัง Anchor Bolt ให้ได้ตําแหน่งและ ความสูงที่ถูกต้อง และระวังไม่ให้หัวเกลียวบิด งอ เสียรูปหรือขึ้นสนิม และถ้าไม่มีการระบุ ในแบบ ให้ยึดขันกับแผ่นรองโดยใช้ Double Nuts - การป้องกันไฟ
กรณีที่แบบแปลนกําหนดให้มีการป้องกันไฟไหม้สําหรับชิ้นส่วนเหล็กรูปพรรณชิ้นใด ให้
ถือปฏิบัติตาม “มาตรฐานป้องกันอัคคีภัย (ฉบับล่าสุด)” ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ
2.2 เหล็กเสริมคอนกรีต
2.2.1 รายการทั่วไป
หากไม่ได้กําหนดไว้ในแบบแปลนหรือให้เป็นอย่างอื่นแล้ว ให้มีรายละเอียดดังนี้
คุณภาพของเหล็กที่ใช้เสริมคอนกรีตจะต้องตรงตามเกณฑ์กําหนดของมาตรฐานผลิตภัณฑ์
อุตสาหกรรมไทย ทั้งขนาด น้ําหนัก และคุณสมบัติอื่น ๆ สําหรับพื้นที่หน้าตัดของเหล็กเสริมโดยเฉลี่ยแล้ว จะต้องเท่ากับที่คํานวณได้จากเส้นผ่านศูนย์กลางที่กําหนดในแบบ
ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างเหล็กเสริมไปทดสอบที่ห้องปฏิบัติการของการประปานครหลวง หรือสถาบันที่เป็นหน่วยงานของรัฐ และผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการทดสอบและอื่นๆ ที่ เกี่ยวข้อง รายงานผลการทดสอบให้จัดส่งต้นฉบับพร้อมส่งสําเนารวม 2 ชุด ให้ทําการทดสอบทุก ๆ 200 ตัน ของเหล็กแต่ละขนาดเป็นอย่างน้อย หรือทุกครั้งที่มีการนําเหล็กเสริมเข้าพื้นที่ก่อสร้าง หรือเมื่อผู้ควบคุมงาน
เห็นสมควร
ๆ
20
P 2
2.2.2 วัสดุ
คุณสมบัติอื่น ๆ
เหล็กเสริมที่ใช้ต้องผลิตได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไทย ทั้งขนาด น้ําหนัก และ - เหล็กเสริมกลมผิวเรียบ จะต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.20 (ฉบับล่าสุด) ชั้นคุณภาพ SR – 24
- เหล็กข้ออ้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 มม. จะต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม มอก.24 (ฉบับล่าสุด) ชั้นคุณภาพ SD – 30 (สามารถใช้เหล็กข้ออ้อย ชนิด SD-40 แทนได้ โดย ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างทั้งหมด)
- เหล็กข้ออ้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 - 32 มม. จะต้องมีคุณภาพตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.24 (ฉบับล่าสุด) ชั้นคุณภาพ SD – 40
- เหล็กข้ออ้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 32 มม. สําหรับเสา จะต้องมีคุณภาพตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.24 (ฉบับล่าสุด) ชั้นคุณภาพ SD – 50
- ลวดผูกเหล็ก จะต้องเป็นลวดเหล็กกล้าอ่อนอบเหนียวอย่างดีที่สุด ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 1.6 มม.หรือมีขนาดลวดผูกเหล็กไม่ต่ํากว่าเบอร์ 18
2.2.3 การดําเนินการ - รายละเอียดเกี่ยวกับกับเหล็กเสริมคอนกรีต การงอขอ การต่อเหล็กเสริม และระยะทาบ ของเหล็กเสริม หากมิได้ระบุในแบบและบทกําหนดนี้ให้ถือปฏิบัติตาม “มาตรฐานสําหรับอาคารคอนกรีตเสริม เหล็ก (ฉบับล่าสุด)” ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ
- การเก็บรักษาเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต จะต้องเก็บเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตไว้เหนือพื้นดิน และอยู่ในอาคารหรือทําหลังคาคลุม และต้องเก็บไว้ในลักษณะที่เหล็กเส้นจะไม่ถูกดัดจนงอไปจากเดิม เมื่อ จัดเรียงเหล็กเส้นเข้าที่พร้อมจะเทคอนกรีตแล้ว เหล็กนั้นจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น น้ํามัน สี สนิมขุม หรือ สะเก็ด หรือสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ๆ
ตารางที่ 2 - ความหนาของคอนกรีตหุ้มเหล็กเสริมสําหรับส่วนของโครงสร้างต่าง ๆ ให้เป็นไปตาม
ตารางที่ 2 ความหนาของคอนกรีตหุ้มเหล็กเสริม
ส่วนของโครงสร้าง
เหล็กล่างของฐานราก
ด้านที่สัมผัสกับดิน หรือเปิดเผยต่อสภาพอากาศ หรือน้ํา
เสา คานและกําแพงรับแรงเฉือน
แผ่นพื้นบนดิน
เหล็กล่างของแผ่นพื้นภายใน
ระยะหุ้มเหล็ก (ซม.)
7.5
5.0
4.0
4.0
2.5
2.0
2.5
เหล็กบนของแผ่นพื้นภายใน
ด้านภายในของผนัง - เหล็กเสริมจะต้องประกอบให้ถูกต้องตามขนาดที่กําหนดในแบบ ต้องระวังไม่ให้เหล็ก ปลอกมีขนาดใหญ่เกินไปเพื่อให้คอนกรีตสามารถคลุมได้ทั้งหมด เหล็กปลอกและเหล็กยึดต้องดัดรอบปลอก สําหรับดัดเหล็ก (Revolving Collar) ซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ํากว่าสองเท่าครึ่งของความหนาต่ําสุด
21
به دو
โรค
ของเหล็กเส้น การดัดเหล็กอื่น ๆ จะต้องทํารอบเสาที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ํากว่า 6 เท่าของความหนาต่ําสุด ของเหล็กเส้น ยกเว้นเหล็กที่ใหญ่กว่าขนาด 25 มม. ซึ่งในกรณีนี้ต้องดัดเหล็กรอบเสาที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 เท่าของเหล็กเส้น เหล็กเส้นทั้งหมดต้องดัดโค้งเย็น และจะไม่ใช้เหล็กเส้นที่มีหน้าตัดลดลงหรือมีความโค้งที่ ไม่ได้แสดงไว้ในแบบแปลน - ในระหว่างการประกอบหรือการติดตั้ง ต้องไม่เชื่อมเหล็กเสริมทั้งหมดก่อนได้รับอนุมัติ เป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ควบคุมงาน ในกรณีที่ผู้ควบคุมงานอนุมัติให้ทําการเชื่อมเหล็กเสริม ผู้รับจ้างต้อง เสนอตัวอย่างของชิ้นงานที่เชื่อมแล้ว ซึ่งค่ากําลังของชิ้นงานที่เชื่อมแล้วต้องไม่ต่ํากว่าค่ากําลังของเหล็กเสริม ดังกล่าว เหล็กเสริมที่เชื่อมรวมทั้งการเชื่อม Tack ที่ไม่ได้รับอนุมัติก่อนจะถูกรื้อออกจากงานทันที
ๆ - ก่อนจัดวางตามตําแหน่ง ต้องทําความสะอาดเหล็กเส้นต่างๆ จากสะเก็ดสนิม ความ สกปรก และวัสดุเคลือบต่าง ๆ ที่จะลดหรือทําลายความสามารถในการยึดหน่วง ในกรณีที่เกิดความล่าช้าใน การเทคอนกรีต หลังจากที่จัดเรียงเหล็กเสริมเข้าที่เรียบร้อยแล้ว ควรตรวจสอบและทําความสะอาดเหล็กเสริม ซ้ําอีกครั้งเมื่อจําเป็น
- เหล็กเสริมคอนกรีตจะต้องจัดวางให้ถูกต้องตามตําแหน่งที่ระบุในแบบแปลน และต้องยึด ให้แน่นด้วยลวดผูกเหล็กที่ไม่ต่ํากว่าเบอร์ 18 หรือใช้เหล็กหนีบที่มีขนาดเหมาะสมตรงจุดแยก เพื่อป้องกันการ
เปลี่ยนตําแหน่ง - อุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ เช่น ขารับและเหล็กรองรับ (Chair Bar) เป็นส่วนหนึ่งของงาน เหล็กเสริมกําลัง ซึ่งจะต้องจัดหาและติดตั้งให้มีจํานวนที่เพียงพอสําหรับวางเหล็กในตําแหน่งต่างๆ ตาม ACI 315 เรื่อง คู่มือมาตรฐานการปฏิบัติสําหรับกําหนดรายละเอียดโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (Manual of
Standard Practice for Detailing Reinforced Concrete Structures) - เว้นแต่จะได้กําหนดไว้ในแบบเป็นอย่างอื่น เหล็กเสริมในแผ่นพื้น คาน และคานขนาด ใหญ่ต้องทาบตามตาราง “ความยาวระยะทาบต่ําสุด” ใน ACI 315 การต่อตามและการทาบที่เสา ตอม่อ และ ค้ํายันต้องเพียงพอสําหรับการถ่ายโอนหน่วยแรงทั้งหมดได้ด้วยการยึดหน่วง อาจต้องมีการดามเหล็กที่อยู่ ติดกันถ้าจําเป็น ระยะหุ้มคอนกรีต หมายถึง ระยะที่วัดจากผิวคอนกรีตถึงผิวนอกสุดของเหล็กปลอกเดี่ยว เหล็กปลอกเกลียว หรือเหล็กลูกตั้ง ในกรณีที่ไม่มีเหล็กดังกล่าว ให้วัดถึงผิวนอกของเหล็กเส้นที่อยู่นอกสุด โดย ข้อกําหนดในงานก่อสร้างสําหรับคอนกรีตเสริมเหล็กให้ยึดถึงตามมาตรฐาน ACI 350
- เหล็กเสริมที่แผ่นพื้นจะต้องวางอยู่บนคอนกรีตรูปลูกบาศก์หรือแผ่นวัสดุรองซึ่งมีความสูง ที่ถูกต้อง แผ่นวัสดุรองจะประกอบด้วยลวดเหล็กอ่อนที่ฝังอยู่ภายในเพื่อยึดกับเหล็กเสริม โดยแผ่นวัสดุรอง ต้องมีค่ากําลังแรงอัดต่ําสุด 240 กก./ตร.ซม. และจะต้องบ่มตามค่าที่กําหนดสําหรับคอนกรีต ไม่อนุญาตให้ก่อ อิฐเพื่อเป็นฐานรองรับเหล็กหรืออื่นๆ สําหรับการรองรับเหล็กด้านบนแผ่นพื้น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเหล็กรองรับ เพิ่มเติมหากจําเป็น เช่น เหล็กรางน้ํา (Channel) และจะต้องสร้างบล็อกคอนกรีตที่มีคุณภาพเดียวกับที่ กําหนดไว้ในโครงสร้างเพื่อใช้รองรับเหล็ก (Mat Steel) ที่อยู่ด้านบนและด้านล่าง ไม่อนุญาตให้ใช้ฐานรองที่ทํา จากไม้ หิน เศษอิฐ บล็อกที่ทําจากเถ้าแกลบ หรือคอนกรีตบล็อก อาจใช้วิธีอื่นในการรองรับเหล็กด้านบนของ แผ่นพื้น เช่น อาจใช้เหล็กแนวดิ่งยึดกับฐานด้านบนและด้านล่างถ้าได้รับอนุญาต
อาจใช้วิธีอื่นในการรองรับเหล็กด้านล่างของแผ่นพื้นและคานที่ไม่ต้องพบกับสภาพอากาศ
(เช่น ขารับพลาสติก แต่ไม่ใช่หมอนรองที่มีปลายเป็นพลาสติก) แต่ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน - เหล็กเสริมสําหรับพื้นผิวในแนวดิ่ง (คาน เสา ผนัง) ต้องวางให้อยู่ในตําแหน่งที่ถูกต้องและ แน่นหนา โดยอยู่ให้ห่างจากแบบหล่อทุกจุดโดยใช้หมอนรองที่มีปลายเป็นเหล็กสแตนเลสหรือสิ่งที่ใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน
ด
22 - เหล็กเสริมที่จะโผล่ออกมาเป็นเวลานานหลังจากที่เทคอนกรีตแล้ว ต้องเคลือบด้วยน้ําปูน
ข้น (Neat Cement Slurry) ให้หนา หากผู้ควบคุมงานต้องการ - ไม่ว่าในกรณีใด ๆ เหล็กเสริมต่าง ๆ ต้องเคลือบทับไว้ด้วยคอนกรีตจนกว่าผู้ควบคุมงาน จะตรวจสอบปริมาณและตําแหน่งของเหล็กเสริม และอนุมัติให้เริ่มเทคอนกรีตได้ ผู้ควบคุมงานต้องได้รับ หนังสือแจ้งถึงการจัดเตรียมเหล็กเสริมสําหรับการตรวจสอบล่วงหน้าเป็นเวลาพอสมควร หรือไม่น้อยกว่า 6
ชั่วโมง - เหล็กเสริมกําลังจะต้องไม่ถูกดัดหรือยึดให้ตรงในลักษณะที่จะทําให้เกิดความเสียหายกับ
วัสดุ และหากผู้ควบคุมงานตรวจพบจะไม่อนุญาตให้ใช้เหล็กเสริมดังกล่าว
2.3 คอนกรีต
2.3.1 วัสดุ
วัสดุต่าง ๆ ที่เป็นส่วนผสมของคอนกรีต หากมิได้ระบุเป็นอย่างอื่นจะต้องมีคุณสมบัติตรงตาม เกณฑ์กําหนดของมาตรฐาน ASTM หรือ มอก. - ปูนซีเมนต์จะต้องเป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.15 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ฉบับล่าสุด หรือปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก มอก.2594 ฉบับ ล่าสุด ชนิดที่เหมาะสมกับงานและต้องเป็นปูนซีเมนต์ที่แห้งสนิทไม่จับตัวเป็นก้อน
- น้ําที่ใช้ผสมคอนกรีตจะต้องสะอาด ปราศจากกรด ด่าง น้ํามันและสารอินทรีย์อื่น ๆ ใน ปริมาณที่จะเป็นอันตรายต่อคอนกรีตหรือเหล็กเสริม น้ําประปาถือว่ามีคุณภาพดีพอสําหรับใช้ผสมคอนกรีต ในกรณีที่สงสัยจะต้องทําการทดสอบ
- มวลรวม
3.1) มวลรวมที่ใช้สําหรับคอนกรีตจะต้องแข็งแกร่ง มีความคงตัว เฉื่อย ไม่ทําปฏิกิริยา กับด่างในปูนซีเมนต์สะอาดปราศจากดิน ด่างและเกลือเจือปน
3.2) มวลรวมหยาบและมวลรวมละเอียด ให้ถือเป็นวัสดุคนละอย่าง มวลรวมหยาบแต่ ละขนาดหรือหลายขนาดผสมกัน จะต้องมีส่วนขนาดคละตรงตามเกณฑ์กําหนดของข้อกําหนด ASTM C33 ที่
เหมาะสม - สารผสมเพิ่ม สําหรับคอนกรีตส่วนที่เป็นโครงสร้างห้องใต้ดิน บ่อ กําแพงกันดิน มิใช่ฐาน ราก ให้ผสมตัวยากันน้ําซึมชนิดทนแรงและกันน้ําได้ โดยใช้ตามคําแนะนําของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด สําหรับ คอนกรีตที่มีมวลใหญ่มากๆ เช่นฐานรากหนาเกิน 1.00 ม. หากไม่กําหนดเป็นอย่างอื่นให้ใช้สารผสมเพิ่ม ประเภท Super Plasticizerเพื่อลดการแตกร้าวในคอนกรีต นอกจากที่กล่าวนี้ห้ามใช้สารผสมเพิ่มชนิดอื่น หรือปูนซีเมนต์ที่ผสมสารเหล่านั้น นอกจากจะได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุมงานก่อน
2.3.2 การเก็บวัสดุ - ให้เก็บปูนซีเมนต์ไว้ในอาคาร ถังเก็บหรือไซโลที่ป้องกันความชื้นและความสกปรกได้และ
ในการขนส่งให้ส่งในปริมาณเพียงพอที่จะไม่ทําให้งานคอนกรีตต้องชะงักหรือล่าช้าไม่ว่ากรณีใดจะต้องแยก
วัสดุที่ส่งมาแต่ละครั้งให้เป็นสัดส่วนไม่ปะปนกัน - การส่งมวลรวมหยาบ ให้ส่งแยกขนาดไปยังสถานที่ก่อสร้าง นอกจากจะได้รับอนุมัติจาก ผู้ควบคุมงานให้เป็นไปอย่างอื่น
23
2.3.3 คุณสมบัติของคอนกรีต - องค์ประกอบ
คอนกรีตต้องประกอบด้วยปูนซีเมนต์ ทราย มวลรวมหยาบ น้ํา และสารผสมเพิ่มตามแต่
จะกําหนด ผสมให้เข้ากันอย่างดีโดยมีความข้นเหลวที่พอเหมาะ - ความข้นเหลว
คอนกรีตที่จะใช้กับทุกส่วนของงานจะต้องผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน โดยมีความข้น
เหลวที่พอเหมาะที่จะสามารถทําให้แน่นได้
ภายในแบบหล่อและรอบเหล็กเสริมหลังจากอัดแน่นโดยการ
กระทุ้งด้วยมือ หรือโดยวิธีสั่นที่ได้รับการเห็นชอบแล้ว จะต้องไม่มีน้ําที่ผิวคอนกรีตมากเกินไป และจะต้องมี ผิวหน้าเรียบปราศจากโพรง การแยกแยะ รูพรุน เมื่อแข็งตัวแล้วจะต้องมีกําลังตามที่ต้องการตลอดจนความ ทนทานต่อการแตกสลาย ความคงทน ความทนต่อการขัดสี ความสามารถในการกันน้ํา รูปลักษณะและ คุณสมบัติอื่น ๆ ตามที่กําหนด - กําลังอัดของคอนกรีต
กําลังอัดสําหรับแต่ละส่วนขององค์อาคาร ต้องมีกําลังตามที่แสดงในตารางที่ 3 นอกจาก จะกําหนดในแบบรูปหรือรายการละเอียดเป็นอย่างอื่น กําลังอัดสูงสุดให้คิดที่อายุ 28 วันเป็นหลัก แต่หากเป็น ปูนซีเมนต์ชนิดแข็งตัวเร็ว (High-early-strength) ให้คิดที่อายุ 7 วัน ทั้งนี้ให้ใช้แท่งตัวอย่างทดสอบ ทรงกระบอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 150 มิลลิเมตร สูง 300 มิลลิเมตร
ลําดับ
ตารางที่ 3 การแบ่งประเภทคอนกรีตและเกณฑ์กําหนดเกี่ยวกับกําลังอัด
ชนิดของการก่อสร้าง
ประเภท ค่าต่ําสุดของกําลังอัดของแท่งกระบอก
1
ฐานรากและเสา
2
คาน คานซอย ผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก
คอนกรีตหลังเทแล้ว 28 วัน (กก./ซม)
ก
240
ข
240
3
ที่ใช้รับน้ําหนักหนาตั้งแต่ 100 มม. ขึ้นไป
แผ่นพื้น และถังเก็บน้ํา
ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กที่บางกว่า 100 มม. ที่ไม่ได้รับน้ําหนักและครีบ ค.ส.ล.
4 คอนกรีตหยาบ
ค
210
ง
180
การทดสอบกําลังรับแรงอัดสําหรับคอนกรีตที่จะใช้กับองค์อาคารต่างๆ ให้เก็บจากแท่ง
ตัวอย่างอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง หรือ อย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อการเทคอนกรีตที่ติดต่อกัน ๆ 50 ลูกบาศก์เมตร หรือตามที่ผู้ควบคุมงานจะกําหนด จํานวน 3 แท่ง โดยคอนกรีตดังกล่าวจะยอมรับได้ต่อเมื่อผลการทดสอบ แท่งตัวอย่างคอนกรีตที่เก็บมาเมื่ออายุครบ 28 วันหรือตามที่ผู้ออกแบบกําหนดนั้นเป็นไปตามข้อกําหนดดังนี้
กําลังอัดประลัยเฉลี่ยของแท่งคอนกรีตทั้ง 3 ก้อนต่อเนื่องกันให้ค่าเท่ากับหรือสูง
3.1)
กว่ากําลังอัดประลัยที่กําหนด
3.2) กําลังอัดประลัยของแท่งคอนกรีตแต่ละก้อน จะต่ํากว่ากําลังอัดประลัยตามชนิด ของคอนกรีตที่ต้องการ ได้ไม่เกิน 3.5 MPa (35 ksc.) สําหรับคอนกรีตที่มีค่ากําลังอัดประลัยไม่เกิน 35 MPa (350 ksc.) หรือต่ํากว่าได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของค่ากําลังอัดประลัยที่ต้องการ สําหรับคอนกรีตที่มีค่ากําลังอัด ประลัยมากกว่า 35 MPa (350 ksc.)
24 9 22
JESA
สําหรับคอนกรีตที่กําหนดค่ากําลังอัดประลัยที่ 28 วัน หากมีการทดสอบกําลังของคอนกรีตเมื่ออายุ 7 วัน ค่ากําลังอัดประลัยของแต่ละก้อนต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนดเมื่ออายุครบ 28 วัน การ พิจารณาตัดสินกําลังคอนกรีตขั้นสุดท้าย ถือเมื่อก้อนคอนกรีตอายุครบ 28 วัน เป็นเกณฑ์ - หากปรากฏว่าค่ากําลังอัดประลัยของผลการทดสอบไม่เป็นไปตามที่กําหนดไว้ข้อ 3) ผู้รับจ้างจะต้องทําการสกัดหรือรื้อส่วนที่เทคอนกรีตไปแล้วนั้นออกเสียแล้วทําการหล่อใหม่โดยใช้คอนกรีตซึ่งมี
กําลังอัดประลัยไม่ต่ํากว่าที่ต้องการ หรือดําเนินการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงขององค์อาคารตาม มยผ. 1101 (ฉบับล่าสุด) ดังต่อไปนี้
4.1) ดําเนินการวิเคราะห์ทางวิศวกรรมโครงสร้างหรือการทดสอบเพิ่มเติม หรือใช้ทั้ง
สองส่วนควบคู่กันไป แล้วแต่กรณี
4.2)
การทดสอบตัวอย่างที่ได้จากการเจาะโครงสร้างที่ต้องการตรวจสอบ (Core Test) โดยให้ดําเนินการตาม มยผ.1210 : มาตรฐานการทดสอบกําลังต้านทานแรงอัดของคอนกรีต ว่าด้วย เรื่องการทดสอบตัวอย่างที่ได้จากการเจาะ โดยกําลังอัดประลัยของตัวอย่างที่ได้จากการเจาะโครงสร้าง เฉลี่ย แล้วต้องไม่ต่ํากว่าร้อยละ 85 ของค่ากําลังอัดประลัยที่กําหนดไว้ และกําลังอัดประลัยของตัวอย่างแต่ละก้อน ต้องไม่ต่ํากว่าร้อยละ 75 ของค่ากําลังอัดประลัยที่กําหนดไว้
4.3) หากผลการทดสอบต่าง ๆ ตามข้อ 4.1) และ ข้อ 4.2) ไม่สามารถเป็นที่ยุติ หรือไม่สามารถปฏิบัติได้ หรือการวิเคราะห์ทางวิศวกรรมโครงสร้างไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้จะต้อง ดําเนินการทดสอบการรับน้ําหนักบรรทุก (Load Test) ขององค์อาคาร โดยขั้นตอนและเกณฑ์การทดสอบให้ เป็นไปตามมาตรฐานสําหรับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยวิธีกําลังของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศ ไทย (ว.ส.ท.1008) ว่าด้วยการทดสอบการรับน้ําหนักบรรทุกขององค์อาคาร ทั้งนี้การทดสอบการรับน้ําหนัก
บรรทุกให้ใช้ได้เฉพาะกับองค์อาคารที่รับแรงดัด ส่วนการตรวจสอบองค์อาคารที่รับแรงประเภทอื่น เช่น
แรงอัด ควรเลือกวิธีการตรวจสอบโดยใช้การวิเคราะห์ทางวิศวกรรมโครงสร้างที่เหมาะสม
4.4) ในกรณีที่ผลการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงตาม ข้อ 4.1) ถึงข้อ 4.3) แสดงว่า อาคารและส่วนต่าง ๆ ของอาคารมีเสถียรภาพหรือความสามารถในการรับน้ําหนักบรรทุกไม่เพียงพอ จะต้อง ดําเนินการแก้ไขหรือเสริมกําลังเพื่อให้อาคารและส่วนต่าง ๆ ของอาคารดังกล่าวมีเสถียรภาพและสามารถรับ
น้ําหนักบรรทุกได้
ๆ - ขนาดโตสุดของมวลรวมหยาบไม่ควรเกิน 1/5 ของมิติที่แคบที่สุดของโครงสร้าง หรือ 1/3 ของความหนาของแผ่นพื้น หรือ 2/3 ของระยะห่างของเหล็กเสริมที่ท้ายที่สุด ขนาดโตสุดของมวลรวมหยาบ แสดงในตารางที่ 4
ตารางที่ 4 ขนาดโตสุดของมวลรวมหยาบสําหรับงานคอนกรีตชนิดต่างๆ
ลําดับ
ชนิดของงานก่อสร้าง
ขนาดโตสุด (มม.)
1
ฐานราก เสา และคาน
40
2
ผนัง ค.ส.ล. หนาตั้งแต่ 150 มม. ขึ้นไป
40
3
ผนัง ค.ส.ล. หนาตั้งแต่ 100 มม. ลงมา
20 หรือ 25
4 แผ่นพื้น ครีบ ค.ส.ล.
20 หรือ 25 - การยุบของคอนกรีตซึ่งมีน้ําหนักปกติ ซึ่งหาโดย วิธีทดสอบค่าการยุบคอนกรีตซึ่งใช้
ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (ASTM C 143) จะต้องเป็นไปตามค่าที่ให้ไว้ในตารางที่ 5
25
D
2 2 E
ตารางที่ 5 ค่าการยุบสําหรับงานก่อสร้างชนิดต่างๆ
ชนิดของการก่อสร้าง
ฐานราก
พื้นถนน แผ่นพื้น คาน ผนัง ค.ส.ล.
โครงสร้างทั่วไป
เสา
ผนังบางและครีบ ค.ส.ล.
โครงสร้างที่เสริมเหล็กแน่น
ค่าการยุบ (ซม.)
5.0-7.5
5.0-10.0
5.0-10.0
5.0-12.5
5.0-15.0
10.0-15.0
2.3.4 คอนกรีตผสมเสร็จ
กรณีใช้คอนกรีตผสมเสร็จ ต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 15 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ เล่ม 1 ฉบับล่าสุด หรือ ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก.2594 ปูนซีเมนต์ไฮดรอ ลิก ฉบับล่าสุด โดยการผสมและการขนส่งให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.213 คอนกรีต ผสมเสร็จ หรือ ASTM C 94 Specification of Ready-Mixed Concrete
2.3.5 การบ่มคอนกรีต
ให้กระทําหลังจากเทคอนกรีตไปแล้วประมาณ 12 ชั่วโมง โดยรักษาเนื้อคอนกรีตให้ขึ้นอยู่เสมอ เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร วิธีการบ่มคอนกรีตกระทําโดยห่อหุ้ม หรือคลุมคอนกรีตที่จะทําการบ่มด้วยผ้ากระสอบแล้วทําการฉีดน้ําหรือพรมน้ําให้คอนกรีตอยู่ในสภาพที่เปียก
อยู่ตลอดเวลา หรือวิธีการตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
2.3.6 แบบหล่องานคอนกรีต - แบบหล่อจะต้องได้รับการตรวจและอนุมัติก่อนจึงจะเรียงเหล็กเสริมได้ 2) แบบหล่อจะต้องแน่นเพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้มอร์ต้าจากคอนกรีตไหลออกมา 3) แบบหล่อจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น มอร์ต้า และสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ในกรณีที่ไม่ สามารถเข้าถึงก้นแบบจากภายในได้จะต้องจัดช่องเปิดไว้เพื่อให้สามารถขจัดสิ่งที่ไม่ต้องการต่าง ๆ ออกก่อนเท
คอนกรีต
ๆ - ห้ามนําแบบหล่อที่ชํารุดจากการใช้งานครั้งหลังสุด จนถึงขั้นที่อาจทําลายผิวหน้าหรือ คุณภาพคอนกรีตได้มาใช้อีก
ๆ - ให้หลีกเลี่ยงการบรรทุกน้ําหนัก เช่น การกองวัสดุ ห้ามโยนของหนัก ๆ เช่น มวลรวมไม้ กระดาน เหล็กเสริม หรืออื่น ๆ ลงบนคอนกรีตที่เทใหม่ ๆ และยังไม่มีกําลังสูงพอ
ๆ - ห้ามโยนหรือกองวัสดุก่อสร้างแบบหล่อ ในลักษณะที่จะทําให้แบบหล่อนั้นชํารุดหรือเป็น การเพิ่มน้ําหนักมากเกินไป
- การถอดแบบหล่อและที่รองรับจะต้องคงที่รองรับไว้กับที่เป็นเวลาไม่น้อยกว่าที่กําหนด
ข้างล่างนี้ โดยนับจากเวลาที่เทคอนกรีตแล้วเสร็จ ยกเว้นในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดแข็งตัวเร็ว ให้ ถือกําหนดถอดแบบได้ทั้งหมดเมื่อคอนกรีตมีอายุครบ 7 วัน ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
ก่อนดําเนินการ
برد
26
22
ค้ํายันใต้คาน
14 วัน
ค้ํายันใต้แผ่นพื้น
14 วัน
ผนัง
2 วัน
เสา
2 วัน
ข้างคานและส่วนอื่น ๆ 2 วัน
เมื่อถอดแล้วให้ค้ําตามจุดต่าง ๆ ที่เหมาะสมไว้อีก 14 วัน
ในกรณีที่ผู้รับจ้างใช้คอนกรีตที่ให้กําลังสูงเร็ว (High-Early-Strength Concrete) หรือ
โดยวิธีบ่มพิเศษหรืออย่างอื่น และต้องการที่จะถอดแบบก่อนที่กําหนดไว้ ให้ทําข้อเสนอต่อผู้ควบคุมงานเพื่อ อนุมัติโดยการหล่อลูกปูนเพิ่มขึ้นจากเดิมและทดสอบหากําลังอัดก่อนที่จะถอดแบบ อย่างไรก็ดี ผู้ควบคุมงาน อาจสั่งให้ยืดเวลาการถอดแบบออกไปอีกได้หากเห็นเป็นการสมควร ถ้าปรากฏว่ามีส่วนหนึ่งส่วนใดของงาน เกิดชํารุดเนื่องจากถอดแบบเร็วกว่ากําหนด ผู้รับจ้างอาจต้องทุบส่วนนั้นทิ้งและสร้างขึ้นใหม่แทนทั้งหมด
2.3.7 การแก้ไขผิวคอนกรีตที่ไม่เรียบร้อย - ทันทีที่ถอดแบบหล่อจะต้องทําการตรวจแบบ หากพบว่าผิวคอนกรีตไม่เรียบร้อย ชํารุด เป็นโพรงจะต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานทราบทันที พร้อมทั้งเสนอวิธีแก้ไขเมื่อผู้ควบคุมงานให้ความเห็นชอบวิธีการ แก้ไขแล้วผู้รับจ้างต้องดําเนินการซ่อมในทันที โดยการประนครหลวงขอสงวนสิทธิ์การพิจารณาความเห็น ดังกล่าวตามความเหมาะสมในหลักการทางวิศวกรรม หากมีความเห็นว่าไม่ปลอดภัยต่อโครงสร้าง การประปา
นครหลวงมีสิทธิ์ในการรื้อโครงสร้างในส่วนดังกล่าวและให้ผู้รับจ้างก่อสร้างโครงสร้างในส่วนนั้นใหม่ - หากปรากฏว่ามีการซ่อมแซมผิวคอนกรีตก่อนได้รับการตรวจสอบจากผู้ควบคุมงาน คอนกรีตส่วนนั้นอาจถือเป็นคอนกรีตเสียก็ได้การประปานครหลวงมีสิทธิ์ในการรื้อโครงสร้างในส่วนดังกล่าว
และให้ผู้รับจ้างก่อสร้างโครงสร้างในส่วนนั้นใหม่
2.4 งานแต่งผิวคอนกรีต
2.4.1 รายการทั่วไป
พื้นผิวคอนกรีตทั้งหมด รวมทั้งพื้นผิวที่ไม่ได้แต่ง เช่น พื้นผิวที่ถูกฝังหรือปิดทับด้วยวัสดุอื่น ด้านในและบริเวณที่เข้าไม่ถึงต้องขจัดครีบ บั้ง และส่วนที่ยื่นออกไปให้หมด นอกจากนี้ต้องอุดและปะบริเวณที่
เป็นช่องหรือรูพรุน
ต้องระวังป้องกันการลบเหลี่ยมให้มนหรือขจัดแนวที่เป็นมุมลาดเมื่อถอดแบบหล่อออกหรือ
ทํางานที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน
ไม่อนุญาตให้โรยที่ผิวคอนกรีตด้วยวัสดุแห้งเพื่อดูดซับความชื้นหรือทําให้ส่วนผสมแข็ง รวมทั้ง
ห้ามฉีดพ่นน้ําเพื่อทําให้พื้นผิวเรียบ
ผิวด้านบนของคอนกรีต รวมทั้งทับหน้าและผนังคอนกรีตต้องเกลี่ยผิว อัด และปาดให้เรียบ ผู้รับจ้างต้องปกป้องพื้นไม่ให้ได้รับความเสียหายหลังจากที่ทําเสร็จแล้ว โดยใช้แผ่นไม้วางกันไว้
และให้มีการสัญจรบนพื้นดังกล่าวน้อยที่สุด
27
つ
โรค
2.4.2 ประเภทของผิวสําเร็จสําหรับคอนกรีตหล่อในที่ - การทําความสะอาดและการปะซ่อม
ผิวคอนกรีตทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผิวสําเร็จหรือไม่ จะต้องทําความสะอาดและปะซ่อม - ผิวในแนวราบ
ผิวด้านบนหรือผิวสําเร็จของคอนกรีตทั้งหมดจะต้องแต่งตามตารางที่ 6 เว้นแต่แบบ
แปลนจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
ตารางที่ 6 ประเภทของผิวสําเร็จสําหรับคอนกรีตหล่อในที่ (ผิวในแนวราบ)
ตําแหน่งของพื้นผิว
พื้นที่จะทําเป็นพื้นคอนกรีต
ด้านในของอ่างเก็บน้ําและถัง
ประเภทของการแต่งผิว
ขัดด้วยเกรียงไม้
ขัดมัน
ขัดด้วยเกรียงไม้
แผ่นพื้นหลังคาที่มองเห็นและส่วนคลุมผิวหลังคา
แผ่นพื้นหลังคาที่มองเห็นและส่วนคลุมผิวหลังคา ขัดมัน*
ฐานเครื่องจักร
กระเบื้อง
กระเบื้องยาง
ผิวทาง ทางเดิน และทางลาด
แผ่นพื้นหลังคาที่ฝังไว้ข้างใน
ขัดมัน
หยาบ
ขัดมัน
แปรงแต่งผิว
ด้านในของลูกนอนบันได
ข้ พนยก
ฉาบปูน
- ขึ้นอยู่กับข้อกําหนดของผู้รับจ้างช่วงที่ทําหลังคา
- วิธีแต่งผิวสําเร็จ
เกลี่ยผิว (Screed)
แปรงแต่งผิว
แปรงแต่งผิว
แปรงแต่งผิว
การแต่งผิวคอนกรีตในขั้นสุดท้ายจะเริ่มหลังจากคอนกรีตแข็งตัวแล้ว ประเภทของผิว
สําเร็จในแนวราบมีดังต่อไปนี้
3.1) อุปกรณ์เกลี่ยผิวหน้า (Screed)
ต้องทําการเกลี่ยผิวหน้าก่อน เพื่อให้สามารถวางแผ่นพื้นตามระดับหรือความลาด
ที่แสดงได้ โดยต้องระวังไม่ให้มีบริเวณที่ลุ่มต่ําที่ไม่ระบายน้ําและกลายเป็นแอ่งน้ํา บริเวณที่เกลี่ยผิวหน้าต้อง ทนต่อการบิดเบี้ยวได้ในระหว่างที่เทและปรับระดับแผ่นพื้น และจะต้องได้รับการป้องกันอย่างถูกต้อง จนกระทั่งนําอุปกรณ์และส่วนรองรับออก รวมทั้งอุดช่องโหว่เรียบร้อยแล้ว
3.2) ปาดด้วยเกรียง (Wood Float)
หลังจากปาดผิวหน้าจนได้ระดับที่ต้องการแล้ว ให้ใช้ด้านที่เรียบของไม้ปาด (Wood Float) เกลี่ยพื้นผิวให้ทั่วบริเวณเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีบริเวณที่สูงหรือต่ําเกินกว่าที่ต้องการเหลืออยู่ การ
ปาดคอนกรีตต้องทําอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานพอที่จะทําให้ผิวหน้าเรียบเสมอกัน ไม่ควรปาดคอนกรีตนาน
เกินไป
28
つ
- โฟ
3.3)
แปรงแต่งผิว (Broom)
พื้นและแผ่นพื้นคอนกรีต เช่น ตัวสะพาน (Bridge Deck) และผิวทาง ซึ่งต้องการ พื้นผิวที่ไม่ลื่นจะต้องใช้แปรงแต่งผิว (Broom) หลังจากเกลี่ยผิว (Screed) แล้ว ทันทีที่สภาพคอนกรีตอํานวย และก่อนจะแข็งตัวดี (และภายใน 4 ชั่วโมงหลังจากเทตามปกติ) ต้องขจัดน้ํา รอยที่เกิดโดยไม่ตั้งใจ ฝ้าน้ําปูน และเศษกรวดทรายออกไปจากผิวคอนกรีตโดยใช้แปรงลวดหรือแปรงแข็งในลักษณะที่ทําให้เศษกรวดทราย ออกไปเบาๆ และผิวคอนกรีตสะอาดและไม่ลื่น แปรงแต่งผิวจะต้อง “กวาด” รอยเปื้อนและฝ้าน้ําปูน (ถ้ามี) ออกจากแผ่นพื้นให้หมด หลีกเลี่ยงการทําให้พื้นผิว “เป็นรอย” โดยการกวาดเร็วเกินไป ห้ามทําการขุดคราด และไม่ควรให้มีพื้นที่ต่ําและไม่สม่ําเสมอกันเป็นบริเวณกว้าง
ถ้าผู้ควบคุมงานเห็นว่าผิวสําเร็จยังทําได้ไม่ถูกต้องและผิวสําเร็จที่ได้ไม่เป็นที่น่า
พอใจ ผู้รับจ้างต้องสกัดผิวคอนกรีตเพื่อทําใหม่จนกว่าจะเป็นที่พึงพอใจของผู้ควบคุมงาน
3.4) ขัดมันด้วยเกรียงเหล็กฉาบปูน
ขั้นตอนการใช้เกรียงเหล็กฉาบปูนอาจเริ่มทันทีที่ผิวคอนกรีตซึ่งแต่งผิวด้วยไม้
ปาดแล้วแข็งตัวพอ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันครีบส่วนเกินจากบนพื้นผิว ขั้นตอนนี้ต้องใช้คนหรือเครื่องปาด (Toweling Machine) เพื่อให้แรงกดทําให้พื้นผิวที่หนาและเรียบไม่มีรอยตําหนิ การปาดด้วยเกรียงเร็วเกินไป หรือมากเกินไปจะทําให้ผิวสําเร็จไม่แข็งแรง เมื่อกําหนดให้ปาดด้วยเกรียงเหล็กแบบเบาๆ ให้ทําการปาดด้วย
แรงคน
2.4.3 ปูนฉาบ
ให้ใช้ปูนซีเมนต์ชนิดสําเร็จรูปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.1776 (ฉบับล่าสุด)
และใช้น้ําผสมตามคําแนะนําของผู้ผลิต
2.4.4 ปูนก่อ
ให้ใช้ปูนก่อสําเร็จรูปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.598-2547
2.5 งานรอยต่อคอนกรีต
2.5.1 รายการทั่วไป
รอยต่อก่อสร้างให้ทําตามที่กําหนดไว้ในแบบแปลนหรือแผนการเทคอนกรีตเท่านั้น เว้นแต่ผู้
ควบคุมงานกําหนดให้เป็นอย่างอื่น
ถ้าไม่ได้กําหนดไว้ในแบบแปลนหรือในกรณีฉุกเฉินจะต้องทํารอยต่อก่อสร้างตามที่ผู้ควบคุม
งานกําหนด ลิ่มรับแรงเฉือนหรือเหล็กเสริมเอียงให้ทําตามที่จําเป็นเพื่อถ่ายทอดแรงเฉือนหรือยึดหน่วง
โครงสร้าง 2 ส่วนเข้าด้วยกัน
2.5.2 การยึดหน่วง
ก่อนจะเทคอนกรีตใหม่ต่อกับคอนกรีตเดิมที่แข็งตัวแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องปรับแบบหล่อให้แน่น ทําผิวคอนกรีตเดิมให้ขรุขระตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด ปัดกวาดเศษมวลรวมหยาบหรือคอนกรีตที่ทุบออกให้ หมด ขจัดวัตถุไม่พึงประสงค์รวมทั้งผ้าปูนออก หลังจากนั้นทําผิวให้ชุ่มด้วยน้ํา ขั้นต่อไปให้ได้ผิวคอนกรีตเดิม นั้นด้วยปูนสอหรือปูนซีเมนต์บาง ๆ แล้วจึงเทคอนกรีตใหม่ก่อนที่ปูนสอจะก่อตัว
การเทคอนกรีตให้กระทําจากรอยต่อหนึ่งไปยังอีกรอยต่อหนึ่งอย่างต่อเนื่อง เส้นขอบที่ปรากฏ
ขึ้นบนผิวรอยต่อทุกแห่งจะต้องได้รับการตกแต่งให้ได้แนวและระดับ
29 9
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารอยต่อต่าง ๆ ตามตําแหน่งที่กําหนดให้มีขนาดตามที่แสดงไว้ในแบบ
แปลนอย่างถูกต้อง
2.5.3 วัสดุสําหรับรอยต่อ
Joint Filler โดยใช้ขนาดตามที่ระบุในแบบแปลน สามารถขยายตัวได้ตามมาตรฐาน AASHTO M153 หรือ ASTM 1753
แผ่นยาง Neoprene โดยใช้ขนาดตามที่ระบุในแบบแปลน สามารถยืดหยุ่นและทนต่อการ
กระแทกและการเสียดสี
Joint Sealer เป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง มีคุณสมบัติในการประสานรอยต่อ เป็นไปตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.479 (ฉบับล่าสุด) หรือ ASTM D 1190-97
2.6 งานนั่งร้าน
เพื่อความปลอดภัยผู้รับเหมาควรปฏิบัติตาม “ข้อกําหนดนั่งร้านงานก่อสร้างอาคาร” ในมาตรฐานความ ปลอดภัยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ และต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องความ ปลอดภัยในการทํางานก่อสร้างโดยเคร่งครัด
30
โรค
つ
บทที่ 3 งานสถาปัตยกรรม
3.1 งานทาสี
3.1.1 ขอบเขตงาน
- ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่ดี และแรงงานที่มีความชํานาญสําหรับการทาสีอาคาร ทั้งหมดที่ระบุในแบบ และรายการประกอบแบบ พร้อมการรับประกันคุณภาพ
- สีที่ใช้และสีรองพื้นจะต้องปฏิบัติตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิตโดยเคร่งครัด ห้ามการ ผสมสีอื่นใด นอกเหนือไปจากนั้นในการทาสีภายหลังจากที่แห้งแล้ว สีเดียวกันจะต้องปรากฏเหมือนกันทุก ประการ หากสีที่ทาไม่เท่ากันผู้รับจ้างจะต้องทําการทาสีบริเวณที่ต่างกันใหม่
- สีที่นํามาใช้จะต้องเป็นสินค้าใหม่ โดยบรรจุอยู่ในถัง หรือภาชนะที่ปิดสนิทเรียบร้อยมา จากโรงงาน มีสัญลักษณ์หรือฉลากระบุ รุ่นสี เฉดสี และหมายเลขรุ่นที่ผลิต, มีใบส่งของจากโรงงานผู้ผลิตหรือ ตัวแทนจําหน่ายที่ได้การรับรองจากผู้ผลิต ที่สามารถตรวจสอบได้
- การเก็บรักษาจะต้องแยกห้องสําหรับเก็บสีเฉพาะ โดยไม่มีวัสดุอื่นเก็บรวม เป็นห้องที่ไม่มี ความชื้น และมีการระบายอากาศได้ดี, ต้องกําหนดให้เป็นเขตระวังอัคคีภัย โดยติดตั้งป้ายกําหนดให้เป็นเขต ห้ามสูบบุหรี่ และห้ามประกอบกิจที่จะให้เกิดความร้อนสูงหรือประกายไฟ รวมทั้งต้องเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิง ให้เหมาะสมกับขนาดและปริมาณของสี สีที่เหลือจากการผสม หรือการทาแต่ละครั้ง จะต้องนําไปทําลายทันที พร้อมภาชนะที่บรรจุสีนั้น หรือตามความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน
- การผสมสี และขั้นตอนการทาสี จะต้องปฏิบัติตามวิธีการของผู้ผลิตสีอย่างเคร่งครัด โดย ได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน
- ห้ามทาสีขณะฝนตก อากาศชื้นจัด หรือบนพื้นผิวที่ยังไม่แห้งสนิท และจะต้องมีเครื่องตรวจ วัดความชื้นของผนังก่อนการทาสีทุกครั้ง
- งานทาสีทั้งหมด จะต้องเรียบร้อยสม่ําเสมอ ไม่มีรอยแปรงหรือลูกกลิ้ง รอยหยดสี หรือ ข้อบกพร่องอื่นใด และจะต้องทําความสะอาดรอยสีเปื้อนส่วนอื่น ๆ ของอาคารที่ไม่ต้องทาสี เช่น พื้น ผนัง กระจก อุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นต้น
ง ๆ
3.1.2 การเตรียมพื้นผิวก่อนทาสี
พื้นผิวที่จะทาสีต้องแห้งสะอาด ปราศจากฝุ่นและคราบน้ํามัน บริเวณรอยเชื่อมจะต้องขจัด
สะเก็ด รอยเชื่อมและคราบเขม่าให้สะอาดก่อนทาสี
3.1.3 งานทาสีภายนอกอาคาร สําหรับผนังปูนฉาบ/ผิวคอนกรีต
งานสีภายนอกอาคาร ให้ทาสีน้ําอะคริลิกแท้ 100% ได้มาตรฐาน มอก. 2321-2564(สีอิมัลชัน ทนสภาวะอากาศ) และ มอก.2514-2564 (สีอิมัลชันลดความร้อนจากแสงอาทิตย์)เกรดรับประกัน 15 ปีขึ้นไป โดยทาสีรองพื้น 1 ชั้น แล้วทับสีทับหน้า 2 ชั้น ให้ได้ความหนาสีเป็นไปตามคําแนะนําของผู้ผลิต สําหรับงาน ปรับปรุงงานทาสีเดิม ให้ผู้รับจ้างต้องเตรียมพื้นผิวเดิมตามคําแนะนําของผู้ผลิตและให้ใช้สีรองพื้นปูนเก่า คุณภาพระดับเดียวกับสีทับหน้า
31 9 2
นา
- โรค
3.1.4 งานทาสีภายในอาคาร สําหรับผนังปูนฉาบ/ผิวคอนกรีต
งานทาสีภายในอาคาร ให้ทาสีน้ําอะคริลิกแท้ 100% ชนิดเช็ดล้างทําความสะอาดได้ มาตรฐาน มอก.2321-2564 (สีอิมัลชันทนสภาวะอากาศ) และ ฉลากเขียว TGL-4-R4-14 โดยทาสีรองพื้น 1 ชั้น แล้วทับ สีทับหน้า 2 ชั้น ให้ได้ความหนาสีเป็นไปตามคําแนะนําของผู้ผลิต สําหรับงานปรับปรุงงานทาสีเดิม ให้ผู้รับจ้าง ต้องเตรียมพื้นผิวเดิมตามคําแนะนําของผู้ผลิตสีและให้ใช้สีรองพื้นปูนเก่าคุณภาพระดับเดียวกับสีทับหน้า
3.1.5 งานทาสีภายในอาคาร ส่วนฝ้าเพดาน (ชนิดด้าน)
ให้ทาสีน้ําอะคริลิกแท้ 100% มอก.2321-2564 โดยทาสีรองพื้น 1 ชั้น แล้วทับสีทับหน้า 2 ชั้น ให้ได้ความหนาสีเป็นไปตามคําแนะนําของผู้ผลิตสี
3.1.6 สําหรับงานปรับปรุงงานทาสีเดิม
ให้ผู้รับจ้าง ทําความสะอาดผิวเดิมตามคําแนะนําของผู้ผลิตสีและให้ใช้สีรองพื้นปูนเก่าคุณภาพ
ระดับเดียวกับสีทับหน้า
3.1.7 งานทาสีสําหรับโครงสร้างเหล็ก ท่อเหล็ก และงานไม้
สําหรับงานเหล็ก ให้ทารองพื้นด้วยสีรองพื้นที่ไม่มีส่วนผสมของตะกั่ว หรือคุณภาพเกรด เดียวกับสีทับหน้า แล้วจึงทาสีทับหน้า 2 ชั้น โดยให้ได้ความหนาของสีเป็นไปตามคําแนะนําของผู้ผลิต
3.1.8 งานทาสีสําหรับสีย้อมไม้
สําหรับงานไม้ ให้ทารองพื้นด้วยสีรองพื้นที่คุณภาพเกรดเดียวกับสีทับหน้า แล้วจึงทาสีทับหน้า
2 ชั้น โดยให้ได้ความหนาของสีเป็นไปตามคําแนะนําของผู้ผลิต
3.1.9 งานทาสีสําหรับงานโลหะ
สําหรับงานโลหะ ที่ระบุใช้สีประเภทโพลียูรีเทน (Polyurethane) ให้ทารองพื้นด้วยสีรองพื้นที่ มีคุณภาพเกรดเดียวกับสีทับหน้า แล้วจึงทาสีทับหน้า 2 ชั้น โดยให้ได้ความหนาของสีเป็นไปตามคําแนะนํา
ของผู้ผลิต
3.1.10 งานทาสีเครื่องหมายจราจร สีทาถนนผิวจราจร
ให้ใช้สีตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 415-(ล่าสุด) โดยให้ผู้รับจ้างเสนอ Shop
Drawings รายละเอียดและคุณสมบัติของสีให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินการ
3.1.11 งานสีฉาบลายหินทราย
เคลือบใส เป็นสีพ่นอะคริลิกสูตรน้ําชนิดเม็ดหินธรรมชาติ สําหรับผนังภายนอกมีความคงทน ไม่จืดจางง่าย ทนทาน ต่อแสง UV ทนต่อสภาวะอากาศร้อนชื้น ป้องกันการซึมผ่านของน้ําและความชื้นมี การยึดเกาะต่อพื้นผิวสูง ทําการเคลือบใสด้วยน้ํายาเคลือบผิวตะไคร่น้ําและเชื้อราสูตรน้ํามัน
3.1.12 งานทาสีแผ่นยิปซั่มบอร์ดหรือแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด
ให้ทารองพื้นด้วยน้ํายารองพื้นปูนเก่า แล้วจึงทาสีทับหน้าตามมาตรฐานผู้ผลิต
3.1.13 ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งแคตตาล็อกสี หรือตัวอย่างสีที่ใช้ สีรองพื้น และอื่น ๆ ให้ผู้ควบคุมงาน พิจารณาตรวจสอบ คัดเลือกก่อนดําเนินการสั่งซื้อและก่อสร้าง
ค
32 ฿ 2
3.2 พื้นผิวกรวดล้าง ทรายล้าง
3.2.1 วัสดุที่ใช้
- ใช้เกล็ดหิน ขนาดตามระบุในแบบแปลน ล้างจนสะอาด ปราศจากสิ่งอื่นเจือปน ขนาด ใกล้เคียงกันโดยร่อนผ่านตะแกรง หากไม่ระบุในแบบ ให้ใช้ขนาด 3-4 มิลลิเมตร ชนิด ขนาด และสีของหิน จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน และ/หรือ ผู้ออกแบบก่อนดําเนินการ
- ปูนซีเมนต์ ให้ใช้ปูนซีเมนต์ขาวสําหรับงานหินล้างในสัดส่วนที่พอเหมาะ คือ น้ํา : ปูนซีเมนต์ขาว : หินฝุ่น : หินเกล็ด เท่ากับ 1 : 2 : 3 : 4
หรือตวงทุกครั้ง
และก่อสร้าง - สีผสม ให้ใช้สีฝุ่นอย่างดีที่ใช้ผสมปูนซีเมนต์โดยเฉพาะ การผสมสีฝุ่นกับปูนซีเมนต์ต้องชั่ง
- น้ํา เป็นน้ําจืดที่สะอาด ปราศจากสิ่งเจือปนจําพวกแร่ธาตุ กรด ด่าง และสารอินทรีย์ต่าง ๆ 5) ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผ่นตัวอย่างหินล้าง กรวดล้างเพื่อคัดเลือกก่อนดําเนินการสั่งซื้อ
3.2.2 การเตรียมและการทําผิวพื้น - ทําพื้น, ผนังให้หยาบเพื่อช่วยการยึดเกาะของชั้นปูนทรายและป้องกันการหลุดร่อน 2) รดหรือพรมน้ําให้เปียกทั่วพื้นที่ ได้น้ําปูนบนพื้นที่ที่เตรียมไว้ด้วยแปรงน้ํา 3) ฉาบปูนทรายหยาบสัดส่วนปูนซีเมนต์ต่อทรายหยาบ 1:3 รองพื้นหนา 2 ซม. 4) ทําผิวหน้าชั้นปูนทรายให้หยาบโดยใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวตัดปลายขุดขณะที่ปูนกําลัง หมาด ๆ ทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชม.
- ควรฉีดหรือพรมน้ําให้ทั่วจนแน่ใจว่าพื้นผิวนั้นดูดอมน้ําไว้เต็มที่ทั้งนี้เพื่อป้องกันการดูดน้ํา ส่วนผสมของหินเกล็ดล้าง
3.2.3 การผสม - ในงานหินเกล็ดล้าง กรวดล้าง อาจมีฝุ่นหินในส่วนผสมเพื่อให้สามารถแต่งและล้างผิวได้ ง่ายขึ้นแต่ควรจํากัดให้อยู่ ในสัดส่วนที่พอเหมาะคือ สัดส่วนปูนซีเมนต์ขาวต่อหินฝุ่นเท่ากับ 4 : 1 เพื่อป้องกัน ปูนยุ่ย
- ในกรณีต้องการผสมสี ต้องคลุกเคล้าแม่สีกับปูนซีเมนต์ขาวให้เข้ากันดีและได้สีที่ต้องการ เสียก่อน แล้วจึงนําไปผสมกับ หินเกล็ด และน้ํา จดทันทึกส่วนผสมไว้เพื่อต้องการใช้ในภายหลัง เพื่อสีที่ กลมกลืนกับงานในส่วนที่ทําก่อนหน้า
3.2.4 การฉาบแต่งผิวและล้างผิว - ฉาบและแต่งผิวครั้งที่ 1 ฉาบปูนซีเมนต์ขาวข้นเหนียวรองพื้นบนชั้นปูนทรายหยาบก่อน แล้วจึงฉาบตามด้วย ส่วนผสม หินเกล็ดล้าง กรวดล้างที่เตรียมไว้ให้เสนอระดับเดียวกับไม้แนว
- ฉาบและแต่งผิวครั้งที่ 2 รอจนผิวหน้าเริ่มหมาดจึงใช้แปรงลูบไล้ไล่น้ําปูนให้เข้าอุดรูหรือ โพรงเล็ก ๆ แล้วถึงคลึงแต่งผิวให้แน่น และแต่งผิวครั้งที่ 3 รอจนผิวปูนเริ่มหมาดอีกครั้งจึงได้ผิวให้น้ําปูน กระจายให้ทั่วพื้นที่เพื่อให้งานเรียบอัดแน่นยิ่งขึ้น
ๆ
ชัยฟ
33 - ล้างผิวรอจนหมาดจริง ๆ โดยใช้นิ้วกดที่ผิวงาน หากไม่มีรอยยุบตัวหรือขยับตัวจึงลูบไล้ ผิวหน้าด้วยแปรงน้ําให้ทั่วแล้วรดน้ําที่ผิวงานน้ําปูนก็จะถูกชักล้างออกไปคงเหลือไว้แต่ผิวหน้าของหินเกล็ดหรือ กรวดซึ่งเรียกว่า “หินเกล็ดกรวดล้าง” ผิวหินเกล็ดล้างที่ทําสําเร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีเม็ดหินเรียงกันเรียบ และแน่นสม่ําเสมอกับผิว หินล้างส่วนใดที่ไม่เรียบ หรือเม็ดหินไม่สม่ําเสมอจะต้องเอาออกและทําใหม่ทั้งแผ่น
- การแบ่งช่อง หากไม่ระบุในแบบ ให้ใช้ไม้สักขนาด 5x10 มิลลิเมตร สําหรับการเซาะร่อง หรือใช้ PVC ขนาด 6x10 มิลลิเมตร สําหรับการฝังเส้นแบ่งช่องของ APACE หรือ KOENIG หรือ INFINITE (ของ INFINITY) หรือเทียบเท่า ขนาดช่องไม่เกิน 2.00x2.00 เมตร
3.2.5 การทําความสะอาดและการเคลือบผิว - ขอบเส้นแบ่งแนวที่ไม่เรียบร้อยจะต้องได้รับการตกแต่งให้เรียบร้อย
- หลังจากทําผิวหินล้าง กรวดล้างแล้วเสร็จ ทิ้งให้ผิวหินล้าง กรวดล้างแห้งโดยไม่ถูก กระทบกระเทือนเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 วัน แล้วล้างทําความสะอาดอีกครั้งด้วยน้ํา และเช็ดให้แห้งด้วยผ้า สะอาด จากนั้นเคลือบผิวด้วย ซิลิโคนใสป้องกันตะไคร่อย่างน้อย 2 ชั้น
3.3 ผนังก่ออิฐมวลเบาฉาบปูนเรียบทาสี
3.3.1 วัสดุที่ใช้ - ใช้อิฐคอนกรีตมวลเบา ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.1505-(ล่าสุด) ขนาด 0.20x0.60 ม. ความหนา 7.5 ซม. สําหรับผนังทั่วไป หรือที่ระบุตามแบบ
- การเซาะร่องผนัง ให้ติดตั้งรางเซาะร่องผนัง (PVC) สําหรับผนังภายนอก ติดตั้งในตําแหน่ง
ตามรูปด้าน
3.3.2 การติดตั้ง - ระยะในการก่อและสัดส่วนการผสมให้ยึดตามมาตรฐานของผู้ผลิต
- การก่อชนกันเป็นมุม การก่อชนผนังอื่น การเว้นร่องสําหรับติดตั้งประตูหน้าต่าง ต้องมีเสา เอ็นหรือทับหลัง ค.ส.ล. ขนาดหนาเท่าผนังที่ก่อกว้างไม่น้อยกว่า 15 ซม. เสริมเหล็ก 0 6 มม. 2 เส้น มีปลอก เหล็ก 0 6 มม. ทุกระยะ 20 ซม. เหล็กเสาเอ็นต้องยึดต่อกับเหล็กที่ยื่นออกมาจากพื้นเสา ผนัง หรือคาน ค.ส.ล. ที่ยื่นเหล็กไว้ก่อนแล้ว เฉพาะผนังที่ก่ออิฐยาวติดต่อกัน 9.00 ม.ขึ้นไป ใช้เสาเอ็นเสริมเหล็ก ปี 9 มม. 2 เส้น ปลอกเหล็ก Ø 6 มม. @ 0.15 ม.
- ทุกระยะที่เกินกว่า 2 ม. ของความสูงของผนังและทุกระยะเกินกว่า 3 ม. ของความยาว ของผนังให้มีทับหลังหรือเอ็น ค.ส.ล. ทุกระยะ
- การก่ออิฐชนท้องพื้นหรือคาน ค.ส.ล. ต้องเว้นช่องไว้ไม่ต่ํากว่า 10 ซม.และทิ้งไว้เป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 3 วัน จึงจะก่อปิดช่องนี้ได้
- อิฐที่ก่อใหม่จะต้องไม่ถูกกระทบกระเทือน หรือรับน้ําหนักเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 วัน 6) ส่วนผสมของปูนก่อ ให้ยึดตามมาตรฐานของผู้ผลิต
- การเตรียมผิวสําหรับการฉาบปูนผนังอิฐที่ก่อไว้แล้วต้องราดน้ําให้ทั่วก่อนฉาบปูน 8) การเตรียมผิวสําหรับผิวคอนกรีตที่จะฉาบปูนต้องสกัดผิวให้ขรุขระก่อนแล้วล้างผิวให้
สะอาด ทาด้วยน้ําปูน 1 ครั้ง และต้องสลัดปูนทรายที่มีส่วนผสม - การฉาบปูนและส่วนผสมของปูนฉาบ ให้ใช้ชนิดของปูนฉาบตามมาตรฐานผู้ผลิต
34
22/
Teen
3.4 ประตู/ผนังห้องน้ําสําเร็จรูป
3.4.1 วัสดุที่ใช้ - ใช้ชุดประตู/ผนังห้องน้ําสําเร็จรูป ตามมาตรฐานของผู้ผลิต ประตู/ผนังระบุใช้วัสดุ PU Foam (Polyurethane Foam) หรือ UPVC Foam Board ปิดทับผิวหน้าด้วยแผ่นลามิเนตชนิด High-Pressure Laminates ได้รับมาตรฐาน GREEN GUARD ความหนา 0.8 มม. มาประกบกันทําการฉีด PU Foam หรือ UPVC Foam เข้าไปในเนื้อระหว่างกลางแผ่น HPL ไม่เป็นสื่อลามไฟ และไม่นําไฟฟ้า บานพับใช้แกนหมุนฝังลงในตัว บานประตูด้านบนและด้านล่าง ชุดกลอนเป็นรูปทรงวงรี ทรงวงกลม เคลือบสารป้องกันแบคทีเรีย (Anti- bacterial Bolt) โดยเป็นชุดติดตั้งตามมาตรฐานของผู้ผลิต แผ่นผนังไม่มีรอยต่อระหว่างแผ่นกั้นกลาง ขอบปิดทับ ด้วย PVC เกรด A ความหนา 2 มม. ทั้ง 4 ด้านด้วยระบบกาวร้อน อุปกรณ์เป็น Stainless มีความหนารวมของ แผ่น 25 มม. และควบคุมการผลิตและวัสดุทุกขั้นตอน ด้วยมาตรฐาน ISO 9001:2000 (เฉดสีลายไม้แนวตั้ง
กําหนดรายละเอียดขณะก่อสร้าง) - การติดตั้ง ติดตั้งตามมาตรฐานของผู้ผลิต ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์แรงงาน สําหรับ การติดตั้งผนังห้องน้ําสําเร็จรูป ผู้รับจ้างจะต้องสํารวจพื้นที่บริเวณที่จะทําการติดตั้งเพื่อเตรียมงาน และจัดทํา Shop Drawings แสดงรายละเอียดการติดตั้งเสนอต่อผู้ควบคุมงานพิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินงาน
- ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งแคตตาล็อก และแผ่นตัวอย่างวัสดุที่ใช้ ให้ผู้ควบคุมงานพิจารณา ตรวจสอบ และส่งให้กองออกแบบงานโยธา เพื่อคัดเลือกตามวัตถุประสงค์ของผู้ออกแบบก่อนดําเนินการสั่งซื้อ
และก่อสร้าง
3.5 ผนัง/พื้นกรุกระเบื้องพอร์ซเลน
3.5.1 วัสดุที่ใช้ - กระเบื้องพอร์ซเลน porcelain ชั้นคุณภาพ 1 ขนาดระบุตามแบบ
- ตามมาตรฐาน มอก. 2508-(ล่าสุด)
- อัตราการดูดซึมน้ําต่ํา เฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 0.5
- รับน้ําหนักได้ไม่น้อยกว่า 350 กก./ตร.ม.
- ทนทานต่อสารเคมี กรด-ด่าง และสารทําความสะอาด
- ทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโดยเฉียบพลัน
- กาวซีเมนต์ติดตั้งกระเบื้องพอร์ซเลนขนาดใหญ่ 60x60 ซม.ขึ้นไป ให้ใช้กาวซีเมนต์ที่มี มอก. 2703-2566 (ชั้นคุณภาพทั่วไป) และมาตรฐานกาวซีเมนต์ ANSI A118.1-2012, A118.4-2012 หรือ มาตรฐาน EN 12004 :2007 หรือดีกว่า
- กาวยาแนว ให้ใช้กาวยาแนวที่มีคุณสมบัติพิเศษยับยั้งราดํา และแบคทีเรีย โดยผ่านการ
ทดสอบตามมาตรฐาน มอก.2892-2563
3.5.2 การติดตั้ง - กาวซีเมนต์จะต้องเกลี่ยให้เรียบและได้เต็มแผ่นที่จะปูกระเบื้องแต่ละครั้ง ความหนาของ กาวซีเมนต์ ตามมาตรฐานผู้ผลิต
35
ตัว
โฟ - กระเบื้องที่จะมาใช้ในการกรุจะต้องแช่ในน้ําสะอาด เมื่อกรุกระเบื้องแล้วต้องทําความ สะอาดคราบปูนที่ผิวกระเบื้องทันทีอย่าปล่อยทิ้งไว้จนแห้ง การกรุต้องได้แนว ได้ระดับ และได้ดิ่ง การตัด กระเบื้องต้องตัดด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม ขอบที่ขรุขระให้ขัดจนเรียบ
- ผู้รับจ้างต้องจัดทํา Shop Drawings แบบขยายการติดตั้งบริเวณ ขอบ มุม รอยต่อ แนว เส้นแบ่งช่อง หรือเส้นขอบคิ้ว แสดงอัตราความลาดเอียง ทิศทางการไหลของน้ําของพื้นแต่ละส่วน และแบบ ขยายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือจําเป็น เพื่อให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาอนุมัติก่อนการติดตั้ง
- ทําความสะอาดผิวพื้นเดิมให้สะอาด ให้แต่งพื้นที่จะปูด้วยปูนทรายผสมน้ํายากันซึมให้มี ความลาดเอียงประมาณ 1:200 ลงสู่ท่อระบายน้ําหรือบริเวณที่กําหนดให้เป็นจุดระบายน้ํา หลังจากพื้นแห้งดี แล้วจึงปูกระเบื้อง ให้ผิวหน้าเรียบเสมอกันจัดแนวให้ตรง เมื่อแห้งแล้วให้ล้างทําความสะอาด หากมีร่องที่เกิด จากการปูให้อุดรอยต่อด้วยซีเมนต์ผสมสีใกล้เคียงกับกระเบื้องที่ทําการปู
3.5.3 ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งแคตตาล็อก และแผ่นตัวอย่างวัสดุที่ใช้ ให้ผู้ควบคุมงานและ/หรือ ผู้ออกแบบก่อนดําเนินการ พิจารณาตรวจสอบก่อนดําเนินการสั่งซื้อและก่อสร้าง
3.6 ฝ้าเพดานยิปซัมบอร์ดฉาบเรียบ/ทีบาร์
3.6.1 วัสดุที่ใช้ - ฝ้าเพดานยิปซัมฉาบเรียบ ให้ใช้แผ่นยิปซัมแบบขอบลาดสําหรับผนังหรือ แผ่นยิปซัมแบบ ขอบลาด 4 ด้านสําหรับฝ้าฉาบเรียบ ชนิดธรรมดา, ทนชื้น, กันความร้อน, ทนไฟ, หรือทนแรงกระแทกสูง ตาม ระบุในแบบ ขนาด 1200 x 2400 มม. หนาไม่ต่ํากว่า 9 มม. โดยทุกชนิดต้องได้มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 219 (ล่าสุด) หรือ ASTM C1396
- โครงคร่าวฝ้าเพดานฉาบเรียบไร้รอยต่อ ให้ใช้เหล็กชุบสังกะสี ขนาดไม่เล็กกว่า 14 x 37 มม. ความหนาของแผ่นเหล็กไม่ต่ํากว่า 0.50 มม. ระยะห่างของโครงคร่าวหลัก (วางตั้ง) ทุก 1,000 มม. โครง คร่าวรอง (วางนอน) ทุก 400 มม. ลวดแขวนขนาด Dia. 4 มม. ทุกระยะ 1,000 x 1,200 มม. พร้อมสปริง ปรับระดับทําด้วยสเตนเลสรูปผีเสื้อ ให้ใช้รุ่นตามคําแนะนําหรือมาตรฐานของผู้ผลิต
- แผ่นฝ้าเพดานทีบาร์ ให้ใช้แผ่นยิปซัมชนิดเคลือบสีสําเร็จ ขอบเรียบหรือขอบบังใบ สําหรับงานภายใน ขนาด 600 x 600 มม. หรือ 600 x 1200 มม. ความหนาไม่ต่ํากว่า 9 ตามระบุในแบบ โดยทุกชนิดต้องได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 219 (ล่าสุด) หรือ ASTM C1396
- โครงคร่าวฝ้าเพดานทีบาร์ ให้ใช้เหล็กชุบสังกะสีเคลือบสีขาวด้าน ความหนาของแผ่น เหล็กไม่ต่ํากว่า 0.30 มม. โครงหลักสูงไม่น้อยกว่า 38 มม. หน้าโครงไม่น้อยกว่า 24 มม. ลวดแขวนขนาดเส้น ผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 4 มม. ทุกระยะ 1210 x 1210 มม. พร้อมสปริงปรับระดับทําด้วยสเตนเลสรูปผีเสื้อ
- คิ้วเข้ามุมต่าง ๆ สําหรับผนังและฝ้าเพดานยิปซัม ให้ใช้คิ้วสําเร็จรูป
3.6.2 การติดตั้งโครงคร่าว ให้เป็นไปตามมาตรฐานผู้ผลิต
36
つ
ช็อ
3.6.3 การดําเนินการ - ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบแบบก่อสร้างให้สอดคล้องกับงานระบบไฟฟ้า สายสัญญาณ ระบบปรับอากาศ และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผนัง และงานฝ้าเพดานยิปซัมบอร์ด
- ระดับความสูงของฝ้าเพดาน ให้ถือตามระบุในแบบ แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อย ตาม
ความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน - งานยิปซัมบอร์ดฉาบเรียบที่ติดตั้งเสร็จแล้ว จะต้องได้แนวระดับ และแนวฉากที่เรียบร้อย สวยงาม งานฝ้าเพดานทีบาร์ จะต้องได้แนวของทีบาร์ ที่ตรง ไม่คดเคี้ยว ได้แนวระดับ และแนวฉากที่เรียบร้อย สวยงาม งานทาสีให้ปฏิบัติตามที่ระบุไว้ในงานทาสี ผู้รับจ้างจะต้องป้องกันไม่ให้งานยิปซัมบอร์ดสกปรก หรือ
เสียหายตลอดระยะเวลาก่อสร้าง
3.7 ผนังซีเมนต์บอร์ด
3.7.1 วัสดุที่ใช้ - ใช้ผนังซีเมนต์บอร์ดสําหรับภายใน หนาไม่ต่ํากว่า 10 มม. ฉาบเรียบ ทาสี
- โครงคร่าวผนังเหล็กกล่อง ขนาดไม่เล็กกว่า 75 x 45 มม. ความหนาหลักไม่ต่ํากว่า 2.3 มม. ระยะห่างของโครงคร่าวทุก 600 มม. ให้ใช้รุ่นตามคําแนะนําหรือมาตรฐานของผู้ผลิต
- คิ้วเข้ามุมต่าง ๆ สําหรับผนัง ให้ใช้คิ้วสําเร็จรูป
3.8 อุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง (Door and Window Hardware)
3.8.1 ข้อกําหนดทั่วไป - ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง ตามที่ได้ระบุไว้ใน รายการชุดอุปกรณ์ ประตู-หน้าต่าง (Hardware Group) เพื่อดําเนินการติดตั้ง ตามตารางรายการประตู-หน้าต่าง
- ผู้รับจ้างจะต้องเสนอตัวอย่างและรายละเอียด เพื่อพิจารณาอนุมัติ ก่อนการติดตั้ง 3) ผู้รับจ้างจะต้องพิจารณาตามหลักวิชาการ และความเหมาะสมของอุปกรณ์ที่ระบุไว้ หาก พบว่าไม่ถูกต้อง ให้ผู้รับจ้างนําเสนออุปกรณ์ที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ออกแบบพิจารณา
3.8.2 วัสดุ - นอกจากระบุไว้เป็นอย่างอื่นในแบบก่อสร้างและหมวดอื่น ๆ แล้ว ให้ใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติ และคุณภาพตามความมุ่งหมายของผู้ออกแบบและต้องได้รับอนุมัติจากผู้ออกแบบก่อนการติดตั้ง
- บานพับ (Hinge)
2.1)
บานพับประตูบานเปิดเหล็กทั่วไปต้องเป็นชนิด Ball Bearing (ชนิดมีลูกปืน) ทํา
จากสแตนเลส ขนาด 5”x 4” จํานวน 3 ตัว ต่อบานประตู ต้องได้มาตรฐานผู้ผลิต
2.2)
บานพับประตูเปิดไม้อัดทั่วไป ต้องเป็นชนิดสแตนเลส Rings ชนิด 4 แหวน
ขนาด 4"x 3” จํานวน 3 ตัวต่อบานประตู ต้องได้มาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 759-ปีล่าสุด
2.3)
บานพับปรับมุม สําหรับหน้าต่างบานเปิดหรือบานกระทุ้ง ต้องได้มาตรฐาน
อุตสาหกรรม มอก 862-(ล่าสุด)
ช็อค
37 - กุญแจลูกบิด (Lock Set)
3.1) Lock And Door Knob ลูกบิดโดยทั่ว ๆ ไป ต้องผ่านการทดสอบ มาตรฐาน
ANSI A156.2-2003 Bored and Preassembled Locks and Latches
3.2)
ไส้กุญแจต้องมีจํานวนไม่ต่ํากว่า 6 Pin Cylinders ทําจาก Solid Brass
3.3) ลูกกุญแจต้องทําจาก Nickel Silver
3.4)
ประตูบานเปิดทั่วไปให้ใช้ลูกบิด Heavy Duty ผิว Satin Finish - กุญแจติดตาย (Deadbolt Set)
4.1)
ต้องเป็นชนิด 1” (25 mm) Throw, ประกอบด้วย Concealed Hardened Steel
Roller สามารถป้องกันการตัด และเลื่อย Bolt
4.2)
ไส้กุญแจต้องมีจํานวนไม่ต่ํากว่า 6 Pin Cylinders ทําจาก Solid Brass
4.3) ได้มาตรฐาน ANSI A156.5-2001 Auxiliary Locks Grade 2 และ Grade 3 5) อุปกรณ์กันกระแทกประตูและผนัง (Door and Wall Bumper)
5.1)
และกรอบ Stainless Steel
ประตูบานเปิดให้ติดตั้งที่กันกระแทก (Door Bumper) ทําด้วยยางกันกระแทก
5.2) ประตูบานเปิดสําหรับห้องส้วมในห้องน้ํารวม (Public Rest Room) ให้ติดตั้งที่ กันกระแทกชนิดมีขอแขวนทําจาก Stainless Steel ยางกันกระแทกทําจากยางชนิดแข็ง - กลอน (Bolt)
6.1) กลอนที่ใช้ติดประตูบานเปิดคู่ ให้ใช้กลอน Stainless Steel ขนาด 6” ฝังเรียบ ในบานประตูทั้งบนและล่าง เฉพาะด้านที่ไม่ติดกุญแจลูกบิด
ล่างขนาด 4”
6.2) กลอนที่ใช้ติดหน้าต่าง ให้ใช้กลอน Stainless Steel บน ขนาด 6” และกลอน - แถบกันฝนและธรณีประตู (Weather Strip and Threshold) สําหรับประตูภายนอก ให้ ติดตั้งแถบกันฝนและธรณีประตู
- มือจับและแป้นผลัก (Handel and Push Plate)
8.1) มือจับหน้าต่างหรือบานประตูที่ไม่ได้ติดกุญแจ ลูกบิดให้ติดมือจับเหล็กชุบ
โครเมียม ขนาด 4” 1 ชุด/บาน
0.30 ซม.
8.2) ประตูที่เปิด 2 ทาง (2-Way Swing) ให้ติดตั้งแป้นผลัก Stainless ขนาด 0.10 x
8.3) มือจับฝังในบานผิว Stainless สําหรับบานเลื่อน และบานเฟี้ยม
8.4)
มือจับบานกระทุ้ง
(1) มือจับผิว Stainless สําหรับบานไม้
(2) มือจับเหล็กสําหรับหน้าต่างเหล็กตามมาตรฐานผู้ผลิต
(3) มือจับสําหรับบานอลูมิเนียม (Fastener) สีเหมือนกับกรอบบานอลูมิเนียม
38
Besid
4” แบบมือหมุน - อุปกรณ์รางเลื่อน (Sliding Door Equipment)
9.1)
รางเลื่อน สําหรับบานเลื่อนและบานเฟี้ยมไม้
9.2)
รางเลื่อน สําหรับบานเลื่อนขนาดใหญ่ จะต้องมี Guide Rail ด้วย - อุปกรณ์บานเกล็ดปรับมุม (Adjustable Louver) ให้ใช้อุปกรณ์บานเกล็ดปรับมุม ขนาด
- ขอรับ-ขอสับ (Hook Set) สําหรับบานหน้าต่างที่ติดบานพับธรรมดา ให้ติดขอรับ-ขอสับ เหล็กชุบโครเมียม
- อุปกรณ์ประสานปิดประตูก่อน-หลัง (Co-Coordinator) สําหรับประตูบานเปิดคู่ ที่มีบัง ใบและติดตั้ง Door Closer ให้ใช้อุปกรณ์ประสาน ปิดประตู
- ลูกกุญแจ (Keys) ให้ผู้รับจ้างจัดทําระบบกุญแจ Grand Master Key, Master Key, Sub Master Key เสนอให้กับผู้ควบคุมงานก่อนการติดตั้ง
13.1) ลูกกุญแจต้องทําจากวัสดุ Nickel Silver
13.2) กุญแจและลูกบิดประตูแต่ละชั้น ให้จัดทําลูกกุญแจ “Sub Master Key สําหรับลูกบิดแต่ละชั้น จํานวนชั้นละ 5 ดอก
ลูกบิดละ 2 ดอก
13.3) กุญแจและลูกบิดประตูทุกบานให้จัดทําลูกกุญแจเฉพาะแต่ละลูกบิด จํานวน
3.8.3 การดําเนินงาน - ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุที่จะใช้แต่ละชนิด ไม่น้อยกว่า 2 ตัวอย่าง เพื่อขออนุมัติและ ตรวจสอบตามความต้องการของ ผู้ควบคุมงาน ก่อนที่จะนําไปติดตั้ง เช่น
ตัวอย่างของ Hardware ที่จะใช้ในงานก่อสร้างแสดงถึง ขนาด ลวดลาย สี และ
Finishing
รายละเอียดประกอบตัวอย่างของ Hardware แสดงถึง ระบบกุญแจ (Key System), Function และ Specification แสดงถึงคุณสมบัติและข้อแนะนําในการติดตั้งจาก บริษัทผู้ผลิต
ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดแสดงระยะ ตําแหน่ง การติดตั้งของ Hardware ให้ ผู้ควบคุมงานได้รับรู้และอนุมัติก่อนการติดตั้ง Hardware - ผู้รับจ้างต้องจัดหาช่างฝีมือที่ดีมีความชํานาญในการติดตั้ง ทุกส่วนที่ติดตั้งแล้วจะต้องได้ ระดับในแนวตั้ง และแนวนอน ด้วยความประณีตเรียบร้อยถูกต้องตามหลักวิชาช่างที่ดี
- ผู้รับจ้างต้องมีการประสานงานร่วมกันกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกําหนดตําแหน่งต่าง ๆ ในการ ติดตั้ง Hardware รวมถึงงานประตู-หน้าต่าง ที่จะมีการติดตั้งให้สมบูรณ์เรียบร้อย ถ้ามีข้อบกพร่องใด ๆ ให้ แก้ไขถูกต้องก่อนทําการติดตั้ง
- Hardware ที่ติดตั้งแล้วต้องมีความมั่นคงแข็งแรง มีอายุการใช้ยาวนาน เปิด-ปิดได้สะดวก เมื่อเปิดปิดจะต้องมีอุปกรณ์รองรับมิให้เกิดความเสียหายกับประตู-หน้าต่างหรือผนัง และสิ่งเกี่ยวข้องต่าง ๆ
- ตะปูควง หรือตะปูเกลียว ทุกตัวที่ขันติดกับไม้ วัสดุที่เป็นโลหะ ผนัง ค.ส.ล. กําแพงก่ออิฐ ฉาบปูน จะต้องใช้ร่วมกับพุกพลาสติกที่แข็งแรง ทําด้วย Nylon หรือเทียบเท่า และใช้ถูกต้องตามหลักวิชาช่าง
39
นว
Bas
ที่ดี การยึดทุกจุดต้องมั่นคงแข็งแรงประณีตเรียบร้อย ตะปูควงหรือตะปูเกลียวที่แสดงหัวให้ใช้แบบหัวฝังเรียบ (Phillips Head) ทั้งหมด - จะต้องเตรียมกุญแจ Master Key, Grand Master Key, Locks และ Cylinders ต้อง ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน หรือระบุเป็นอย่างอื่น
- จะต้องมีกุญแจที่ใช้ระหว่างการก่อสร้าง (Construction Keying) เป็นกุญแจชั่วคราว เท่านั้น ให้ยกเลิกกุญแจชั่วคราวหลังจากโครงการได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว และให้ใช้กุญแจจริง จํานวนกุญแจจริง
ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน - ผู้รับจ้างต้องทําความสะอาดทุกแห่งที่เกี่ยวข้องหลังจากการติดตั้ง โดยปราศจากรอยขูด ขีดหรือมีตําหนิต่าง ๆ และต้องไม่เปรอะเปื้อน
ๆ - ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันคุณภาพคุณสมบัติของวัสดุและการติดตั้ง หลังจากการติดตั้ง แล้วต้องแข็งแรงปราศจากตําหนิต่าง ๆ หากเกิดตําหนิต่าง ๆ ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนให้ใหม่หรือซ่อมแซมแก้ไข ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์
3.9 กระจก Glazing
อย่างอื่น
3.9.1 ข้อกําหนดทั่วไป - ให้ใช้กระจกที่ผลิตภายในประเทศ กรรมวิธีผลิตแบบ Float Glass นอกจากจะระบุเป็น
- กระจกที่ใช้จะต้องมีคุณภาพดี ผิวเรียบสม่ําเสมอตลอดทั้งแผ่น ปราศจากริ้วรอยขีดข่วน
ไม่หลอกตา หรือฝ้า - กระจกที่ใช้จะต้องเป็นกระจกใส กระจกตัดแสง หรืออื่น ๆ ตามที่ระบุในแบบก่อสร้าง และจะต้องมีการแต่งลบมุมให้เรียบร้อย มีขนาด และความหนาตามที่ต้องการ
ความหนาของกระจก หากไม่ได้ระบุในแบบ ให้ใช้ความหนาของกระจกดังนี้ ก. สําหรับหน้าต่างโดยทั่วไป ความหนาไม่น้อยกว่า
6
มม.
ข. สําหรับประตู ความหนาไม่น้อยกว่า
ค. สําหรับกระจกติดตาย ความหนาไม่น้อยกว่า
6
มม.
6
มม.
ง. สําหรับกระจกติดตาย ที่มีขนาดกว้างเกินกว่า 1.50 ม. ความหนาไม่น้อยกว่า 8
จ. สําหรับกระจกบานเกล็ด ความหนาไม่น้อยกว่า
มม.
5
มม.
2. สําหรับกระจกประตูหรือหน้าต่างที่มีการเจียรขอบ ความหนาไม่น้อยกว่า ช. สําหรับกระจกหลังคา Skylight ต้องใช้กระจกนิรภัยชนิดอัดซ้อน 2 ชั้น
(Laminated Glass) ความหนาไม่น้อยกว่า
8
มม.
8
มม.
5) รายการอ้างอิง
ก. กระจกโฟลตใส
ข. กระจกโฟลตสีตัดแสง
มอก.880-ปีล่าสุด มอก.1344-ปีล่าสุด
ค. กระจกสําหรับอาคาร : กระจกนิรภัยเทมเปอร์
มอก.965-ปีล่าสุด
ง. กระจกสําหรับอาคาร : กระจกนิรภัยหลายชั้น
จ. กระจกแผ่นสีตัดแสง
มอก.1222-ปีล่าสุด มอก.1345-ปีล่าสุด
40
หัว
JSSA
3.9.2 การดําเนินงาน
- การบรรจุกระจกเข้ากรอบทั่วไป ผู้รับจ้างจะต้องระมัดระวังในการใช้วัสดุอุดยาแนว ซึ่ง อาจจะก่อให้เกิดความสกปรก หรือความเสียหายกับกระจก หรือกรอบบานในภายหลัง
- การล้างหรือทําความสะอาดนั้น ผู้รับจ้างจะต้องใช้ทินเนอร์ หรือน้ํายาอื่น ๆ ที่ผู้ผลิตได้ แนะนําไว้เท่านั้น ห้ามมิให้ผสมน้ํายาใด ๆ อันจะทําให้ความเข้มข้นของวัสดุอุดยาแนวลดน้อยลง
- ห้ามมิให้บรรจุกระจกเข้ากรอบในขณะที่สียังไม่แห้ง
- ผิวของกรอบบานและกระจก ก่อนใช้วัสดุยาแนวต้องทําความสะอาดให้ปราศจาก ความชื้น ไขมันและฝุ่นละออง หลังจากยาแนวจะต้องตกแต่งวัสดุยาแนวส่วนที่เกินให้เรียบร้อย ก่อนที่วัสดุยา แนวนั้นจะแข็งตัว
- กระจกทั้งหมดจะต้องสะอาด และปราศจากรอยขีดข่วน แตกร้าว หรือความคลาดเคลื่อน ใด ๆ ในเวลาส่งมอบงาน
(ข้อควรระวังการเลือกความหนาของกระจกควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อคํานวณขนาดและแรงลมในพื้นที่ติดตั้ง โดยละเอียด เนื่องจากกระจกที่บางเกินไปอาจแตกได้ง่ายเมื่อโดนแรงลมหรือแรงกระแทก)
3.10 ประตูบานไม้
3.10.1 วัสดุที่ใช้
วงกบไม้เนื้อแข็ง 2" x 4" (หรือเท่ากับความหนาของผนัง) ทาสี บานประตูไม้ ปิดผิวหน้าบาน ด้วยแผ่น HDF ผิวเสี้ยนไม้ ขนาดตามแบบขยายประตู-หน้าต่าง
3.10.2 อุปกรณ์ประกอบ - มือจับก้านโยก Stainless ผิว Hair Line พร้อมอุปกรณ์ครบชุด หรือลูกบิดทรงกลม Stainless ผิว Hair Line พร้อมอุปกรณ์ครบชุด (ระบุตามแบบขยาย) หรือแผ่นผลักและดึงประตูพร้อมมือจับ สําหรับห้องน้ําใช้ชนิด Privacy Lock และให้ทํา MASTER KEY ชั้นละ 1 ชุด (3 ดอก) ทุกห้อง
- บานพับใช้ชนิดสเตนเลส ขนาด 4" x 4" หนา 2.5 มม. ติดบานประตูละ 3 ตัว หรือตาม มาตรฐานผู้ผลิต
3.11 งานประตู-หน้าต่างอลูมิเนียม ALUMINIUM DOORS AND WINDOWS
(1) ข้อกําหนดทั่วไป
ประตูและหน้าต่างอลูมิเนียมที่ได้ระบุไว้ในแบบก่อสร้างทั้งหมด ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมเขียน แบบประกอบการติดตั้ง Shop Drawing รวมถึงส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั่วไป ซึ่งจะต้องแสดงรายละเอียดการ ติดตั้ง (Installation) การยึด (Fixed) แสดงระบบการกันน้ําไหลซึม (Watertight) และแสดงระยะต่างๆ ตลอดจนความคลาดเคลื่อน (Tolerance) โดยละเอียด ให้ถูกต้องตามมาตรฐาน มอก. 744 ปีล่าสุด วงกบและ กรอบบานโลหะสําหรับประตูและหน้าต่าง : หน้าต่างอะลูมิเนียม และ มอก.829-ปีล่าสุด วงกบและกรอบบาน โลหะสําหรับประตูและหน้าต่าง : ประตูอะลูมิเนียม เพื่อขออนุมัติและตรวจสอบตามความต้องการของ
ผู้ออกแบบ
41
ห้า
ช็อค
(2) วัสดุ
2.1 เนื้อของอลูมิเนียม (Aluminium Extrusion) ที่เป็น Alloy ชนิด 6063-T5 หรือ 50S- T5 ซึ่งมีคุณสมบัติคงทนต่อแรงดึงไม่น้อยกว่า 22,000 ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว และได้รับมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอลูมิเนียมเจือหน้าตัดที่ มอก. 284-ปีล่าสุด ซึ่งมีคุณสมบัติตาม ASTM Specification
ดังต่อไปนี้
Ultimate Tensile Strength
ไม่น้อยกว่า 22,000
PSI
Yield
ไม่น้อยกว่า 21,000
PSI
Shear
ไม่น้อยกว่า 17,000
PSI
Elastic Modulus
ไม่น้อยกว่า 10,000,000
PSI
2.2 กรอบวงกบและส่วนประกอบต่าง ๆ ที่เป็น Aluminium ให้เป็นสีตามที่ระบุในแบบ ถ้า เป็นการชุบผิวด้วยไฟฟ้าต้องเป็นการชุบชนิดอโนไดซ์ (ANODIZED) ตามกรรมวิธี ANOLOK และความหนา ของผิวชุบ (Anodic Film) จะต้องไม่ต่ํากว่า 15 MICRON ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (ALLOWABLE TOLERANCE) ±2 MICRON หากเป็นสีเคลือบผิว สีเคลือบผิวจะต้องเป็นชนิด POWDER COATING การ เคลือบและการเตรียมผิวก่อนเคลือบสีให้ดําเนินการตามกรรมวิธีที่ได้กําหนด ในกําหนดมาตรฐานเลขที่ ASTM
D1730-03 Standard Practices for Preparation of Aluminum and Aluminum-Alloy Surfaces for Painting a ASTM B-449-93 Standard Specification for Chromates on Aluminum (ALLOWABLE TOLERANCE) ±2 MICRON และระบบการชุบเป็นลายลักษณ์อักษรจากโรงงานผู้ผลิต
2.3 ขนาดและความหนาหน้าตัดอลูมิเนียมที่ใช้โดยทั่วไปจะต้องเหมาะสมกับลักษณะของ
ตําแหน่งที่จะใช้ โดยมีความหนาตามรายการคํานวณ แต่ไม่ต่ํากว่าที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้
ช่องแสง หรือกรอบติดตาย ความหนาไม่ต่ํากว่า 2.0 มม. ประตู-หน้าต่างชนิดบานเลื่อน ความหนาไม่ต่ํากว่า 1.8 มม.
บานประตูสวิง ความหนาไม่ต่ํากว่า 2.5 มม. ใช้กรอบบานขนาดไม่เล็กกว่า 43 X 49 มม. อลูมิเนียมตัวประกอบต่างๆ ความหนาไม่ต่ํากว่า 1.2-1.5 มม.
วงกบอลูมิเนียมสําหรับประตูภายในทั่วไป ถ้าไม่ได้ระบุไว้ในแบบก่อสร้างเป็นอย่างอื่น ให้ใช้ ขนาดไม่เล็กกว่า 1%" X 4" ความหนาไม่ต่ํากว่า 2.0 มม.
หน้าต่างชนิดผลักกระทุ้ง ความหนาไม่ต่ํากว่า 2.0 มม. ขนาดของวงกบให้มีขนาดเท่ากับ ความหนาของผนัง หรือตามที่สถาปนิกกําหนดให้
เกล็ดอลูมิเนียม ชนิดพับปลายกันน้ําฝน ความหนาไม่ต่ํากว่า 1.2 มม. Flashing อลูมิเนียมในส่วนที่มองไม่เห็น ความหนาไม่น้อยกว่า 2.0 มม.
Flashing อลูมิเนียมในส่วนที่มองเห็น และ/หรือเป็นแผ่นผิวของผนังอาคาร ความหนาไม่ต่ํา
กว่า 3.0 มม.
กรอบบานมุ้งลวด หนาไม่ต่ํากว่า 1.2 มม. ขนาดต้องสามารถติดตั้งอุปกรณ์ปิด-เปิดได้
2.4 มุ้งลวดให้ใช้มุ่งลวดไนล่อน โดยจะต้องมีจํานวนช่องตาข่ายด้านตามยาวของม้วนไม่ต่ํา กว่า 16 ช่องต่อ 1 นิ้ว จํานวนช่องตาข่ายด้านตามขวางของม้วนไม่ต่ํากว่า 18 ช่องต่อ 1 นิ้ว จัดชุดให้เหมาะสม
กับขนาดของช่องเปิด
2.5 ผลิตภัณฑ์ งานประตู-หน้าต่างอลูมิเนียม ตลอดจนการติดตั้งใช้ตามมาตรฐาน ของผู้ผลิต (3) การดําเนินงาน
3.1 งานอลูมิเนียมทั้งหมด จะต้องติดตั้งโดยช่างผู้ชํานาญงานโดยเฉพาะ และให้เป็นไปตามแบบขยายและ รายละเอียดต่างๆ วงกบและกรอบบานของงานอลูมิเนียมจะต้องได้ดิ่ง และฉากถูกต้องตามหลักวิชา ช่างที่ดี
42
ว
รฟ
3.2 ตะปูเกลียวสําหรับยึดงานอลูมิเนียมติดกับปูน จะต้องใช้ร่วมกับพุกชนิดที่ทําด้วยไนล่อน ระยะที่ยึดจะ ต้องไม่เกินกว่า 50 เซนติเมตร การยึดจะต้องมั่นคงแข็งแรง ตะปูเกลียวที่ใช้ทั้งหมดให้ใช้ชนิด สเตน
เลส
3.3 รอยต่อรอบๆวงกบ ประตู-หน้าต่าง ทั้งภายในและภายนอก ส่วนที่แนบติดกับปูนคอนกรีตหรือวัสดุอื่น ใด จะต้องอุดด้วย One Part Silicone Sealant และรองรับด้วย Joint Backing ชนิด Polyethylene โดยจะต้องทําความสะอาดรอยต่อให้สะอาด ปราศจากคราบน้ํามันและสิ่งสกปรกเสียก่อน ในกรณี จําเป็นจะต้องใช้ Primer ช่วยในการอุดยาแนว ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกรรมวิธีของผู้ผลิตวัสดุอุดยา แนวอย่างเคร่งครัด โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง แล้วแต่งแนวให้เรียบร้อย ขนาดของรอยต่อจะ ต้องกว้างไม่น้อยกว่า 6 มม. แต่ไม่เกิน 10 มม.
3.4 ยางอัดกระจก ให้ทํามาจากวัสดุ EPDM โดยใช้ขนาดที่เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน
3.5 Weather Strip ให้ทํามาจากวัสดุประเภท Polypropylene มีความสูงของใบที่ใช้ต้องมากกว่าช่อง
ห่างประมาณ 15% ตลอดแนว
3.6 ประตู-หน้าต่างบานเลื่อน จะต้องมีระบบป้องกันมิให้บานหลุดได้อย่างปลอดภัย ช่องเปิดประตู หน้าต่างอลูมิเนียมจะต้องเตรียมช่องระบายน้ําออกได้อย่างเพียงพอเมื่อน้ําฝนสาดเข้าในช่องเปิด
3.7 ภายหลังการติดตั้งประตู หน้าต่างอลูมิเนียม พร้อมอุปกรณ์ประกอบทั้งหมด จะต้องได้รับการปรับให้
อยู่ในลักษณะที่เปิด-ปิด ได้สะดวกไม่ติดขัด
3.8 วงกบและกรอบบานประตู-หน้าต่างอลูมิเนียม เมื่อติดตั้งแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างจะต้องติด Plastic Tape ป้องกันผิวของวัสดุเอาไว้ เพื่อให้ปลอดภัยจากน้ําปูนหรือสิ่งอื่นใดที่อาจจะทําความเสียหายกับวงกบ และกรอบบาน ห้ามใช้น้ํามันเครื่อง หรือน้ํามันทาผิวอลูมิเนียม เพื่อป้องกันน้ําปูนเป็นอันขาด
3.9 ผู้รับจ้างต้องทําความสะอาดผิวอลูมิเนียมของบานประตู-หน้าต่าง ทั้งด้านนอกและด้านในให้สะอาด ปราศจากคราบปูน สี หรือสิ่งอื่นใด เพื่อให้ดูเรียบร้อยไม่กีดขวางการยาแนวของ Sealant และการ ทํางานของอุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง ผู้รับจ้างจะต้องไม่ใช้เครื่องมือทําความสะอาดที่อาจก่อให้เกิดความ เสียหายแก่ผิวของอลูมิเนียม
3.12 งานระบบกันซึมห้องน้ํา 3.12.1 วัสดุที่ใช้
กันซึมชนิดซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ซีเมนต์พิเศษสําหรับฉาบหรือทา ป้องกันน้ํารั่วซึมผ่านได้ 100% สามารถทาหรือกลิ้งเพื่อทําระบบกันซึมก่อนการปูกระเบื้องห้องน้ําหรือบริเวณอื่น ๆ และสามารถใช้กับถังเก็บ น้ํา สระว่ายน้ํา ฯลฯ ใช้งานง่าย ไม่เป็นพิษ ใช้กับน้ําดื่มได้ และทาสีทับได้ ผ่านมาตรฐาน มอก.257-(ล่าสุด) และผ้าตาข่ายไฟเบอร์ยืดหยุ่น ปิดรอยต่อระหว่างพื้น ผนัง
3.12.2 การเตรียมพื้นผิว - พื้นผิวที่จะทาหรือฉาบต้องแข็งแรง สะอาดปราศจากฝุ่นผง เศษซีเมนต์ คราบไขต่าง ๆ 2) พรมน้ําให้พื้นผิวชุ่ม เปียกชื้นก่อนทุกครั้ง แต่ต้องไม่มีน้ําขัง
- บริเวณที่เกิดเชื้อราหรือตะไคร้น้ํา ควรขัดล้างด้วยน้ํายาฆ่าเชื้อราให้สะอาด
- ทิ้งให้แห้งอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
43
หัว
Fred
3.12.3 วิธีการติดตั้ง - ให้ผสมกันซึมชนิดซีเมนต์ลงในภาชนะทีละน้อย ในขณะที่ใช้สว่านติดใบพัดปั่น (ผสม ความเร็วรอบต่ํา) เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันจนหมดและเป็นเนื้อเดียวกัน(อัตราส่วนผสมตามมาตรฐานผู้ผลิต)
- พักส่วนผสม นําส่วนผสมที่ได้ ฉาบหรือทาบนพื้นผิวบริเวณที่ต้องการ โดยทา 2 ชั้น ทา ขวางตัดกันในอัตรา 1.5 – 2.0 กิโลกรัม / 1 ตารางเมตร / 1 ชั้น
– 1 / - ผ้าตาข่ายไฟเบอร์ยืดหยุ่น ปิดรอยต่อระหว่างพื้น ผนัง
- ทิ้งชั้นที่ 1 ให้แห้งประมาณ 3-6 ชั่วโมงก่อน จึงทาชั้นที่ 2
3.12.4 การส่งตัวอย่าง
ให้ผู้รับจ้างทําแผ่นตัวอย่างขนาดประมาณ 0.15 x 0.15 ม. จํานวน 2 แผ่น ให้ผู้ควบคุมงาน
พิจารณาตรวจสอบ ก่อนดําเนินการสั่งซื้อและก่อสร้าง
44
つ
โด
งานทาสี
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ และผู้ผลิต/ผู้แทนจําหน่าย (ให้ใช้เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้อง)
รายการวัสดุ
- สีภายนอกอาคาร สําหรับผนังปูนฉาบ/ผิว
คอนกรีต - สีภายในอาคาร ส่วนฝ้าเพดาน
ตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิต/ผู้แทนจําหน่าย - SUPERSHIELD ADVANCE : TOA
- BEGER COOL DIAMOND SHIELD 15Y : BEGER
PARASHIELD ACRYLIC PU HYBRID : CAPTAIN - WEATHER BOND : NIPPON PAINT
หรือเทียบเท่า - SHIELD 1 NANO : TOA
- BEGER COOL ALL PLUS : BEGER
- JOTATOUGH HISHIELD MATT : JOTUN
SHIELD PLUS: CAPTAIN
- สีสําหรับงานเหล็ก และงานไม้
งานก่ออิฐมวลเบา
งานฝ้าเพดาน/ผนังยิปซัมบอร์ด - VINLEX: NIPPON PAINT
หรือเทียบเท่า - TOA GLIPTON ENAMEL : TOA
- BEGER SHIELD SUPERGLOSS ENAMEL : BEGER
- GARDEX ENAMEL : JOTUN
- HIGLOSS ENAMEL : CAPTAIN
- BODELAC GLOSS : NIPPON PAINT
หรือเทียบเท่า - Q-CON
- SUPER BLOCK
หรือเทียบเท่า - GYPROC
- ตราช้าง
- KNUAF
- TOA
หรือเทียบเท่า
กระจก - กระจกประเภท Float Glass
- วัสดุยาแนวประเภท Silicone ชนิด
Architectural Grade - อาซาฮี (บ.กระจกไทยอาซาฮี จก.)
- การ์เดียน (บ.การ์เดียนอินดัสทรีส์ คอร์ป)
- บ.พีเอ็มเค ไดมอนด์กลาส จก.
หรือเทียบเท่า - DOW CORNING
- GE (บ.จีคอนส์ (ประเทศไทย) จํากัด)
- GS
หรือเทียบเท่า
ราค
つ
รายการวัสดุ
ผนังห้องน้ําสําเร็จรูป
งานระบบกันซึมห้องน้ํา
กาวซีเมนต์
ตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิต/ผู้แทนจําหน่าย
- WILLY 25 MFF Series 56
- DOLPHIN LFF25 M24 antibacterial
- SANA LFF 25 mm.
-VALOR 25 MFF
หรือเทียบเท่า - Cement Waterproof : TOA
Hydroseal Duracrete - BEGER
- ECOSHILED : CROCODILE
หรือเทียบเท่า - RED CROCODILE : จระเข้
- WEBER TAIGRESS : WEBER
- TOA PREMIUMTILE: TOA
หรือเทียบเท่า
สุขภัณฑ์ - โถส้วมนั่งราบแบบ DUAL FLUSH
- โถปัสสาวะชายแขวนผนัง แบบมี SENSOR
(ชนิดใช้ไฟฟ้า พร้อมอุปกรณ์ครบชุด) - อ่างล้างหน้าชนิดวางบนเคาน์เตอร์
- C105337 : COTTO
- TF-2531SC TL : AMERICAN STANDARD
-SVN28104100N01(NICE) : NAHM
หรือเทียบเท่า - C31237AC : COTTO
- CCAS6507-3120410CO: AMERICAN STANDARD
-K-5777X-2ER-0: KOHLER
หรือเทียบเท่า - C00123 : COTTO
- L710CS : TOTO
-K-2660X : KOHLER
หรือเทียบเท่า - CT4918AC : COTTO
- ก๊อกน้ําอัตโนมัติ ชนิดใช้ไฟฟ้า
- A-8601-000-50 : AMERICAN STANDARD
-BT-5607CP: BATH&BATH หรือเทียบเท่า
หมายเหตุเพิ่มเติม
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิต/ผู้แทนจําหน่าย ดังที่ระบุข้างต้น เป็นการยกตัวอย่างเพื่ออํานวยความสะดวก ในการสืบค้น สืบหาวัสดุดังกล่าว มิได้เป็นการเฉพาะเจาะจงให้ใช้ ผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิต/ผู้แทนจําหน่าย ตามที่ระบุ ไว้ ผู้รับจ้างสามารถเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิต/ผู้แทนจําหน่าย ที่แตกต่างจากข้างต้นได้ โดยให้ยึดถือคุณสมบัติ/ คุณลักษณะเฉพาะที่ได้กําหนดไว้ในรายละเอียดประกอบแบบเป็นเกณฑ์
46
つ
บทที่ 4 งานไฟฟ้า
4.1 ความต้องการทั่วไป
หากมิได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ แรงงาน เครื่องมือเครื่องใช้อื่น ๆ และ ติดตั้งงานทั้งหมดตามแบบและรายละเอียด ข้อกําหนดนี้ตลอดจนงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจไม่ได้แสดงไว้แต่ จําเป็นต้องทําเพื่อให้งานไฟฟ้าเสร็จสมบูรณ์ จนใช้งานได้ โดยเป็นไปตามกฎและมาตรฐานฉบับล่าสุดที่อ้างถึง ฉบับใดฉบับหนึ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้
INTERNATIONAL ELECTROTECHNICAL COMMISSION
IEC
EIT
THE ENGINEERING INSTITUTE OF THAILAND
TISI
THAI INDUSTRIAL STANDARDS INSTITUTE
MEA
METROPOLITAN ELECTRICITY AUTHORITY
PEA
PROVINCIAL ELECTRICITY AUTHORITY
NEMA
NATIONAL ELECTRICAL MANUFACTURERS ASSOCIATION
NFPA
NATION FIRE PROTECTION ASSOCIATION
UL
UNDERWRITERS LABORATORIES
ANSI
AMERICAN NATIONAL STANDARDS INSTITUTE
NEC
NATIONAL ELECTRICAL CODE
BS
BRITISH STANDARDS
JIS
JAPANESS INDUSTRAIL STANDARDS
ๆ
นอกจากนี้ยังรวมถึงมาตรฐานต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป หรือเป็นมาตรฐานของผู้ผลิตวัสดุ หรืออุปกรณ์เฉพาะอย่าง ซึ่งวัสดุและอุปกรณ์อื่น ๆ มีคุณภาพเทียบเท่ากับมาตรฐานดังกล่าวข้างต้น
4.2 งานที่ต่างออกไป
หากผู้รับจ้างต้องการที่จะกระทําสิ่งใดนอกเหนือจากแบบ จําเป็นต้องมีการเสนอแผนงาน รายละเอียด และเหตุผลต่อผู้ควบคุมงานของการประปานครหลวงก่อนที่จะดําเนินการกระทํา เพื่อขอความเห็นชอบ และ ดําเนินการต่อไปได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเท่านั้น ถ้ามีการกระทําก่อนได้รับ
ความเห็นชอบแล้วผิดแผกออกไป ทางผู้รับจ้างจําเป็นต้องรื้อถอนและปรับปรุงให้ใหม่โดยไม่คิดมูลค่าจากการ
ประปานครหลวง
4.3 มาตรฐานเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในงาน จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทางสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ได้รับรองคุณภาพไว้แล้วเท่านั้น ในกรณีวัสดุอุปกรณ์ยังไม่ได้รับการรับรองจากทางสํานักงานมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) วัสดุอุปกรณ์จําเป็นต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพ มีการผลิตหรือจัดจําหน่าย จากบริษัทที่เชื่อถือได้ และมีความชํานาญในอุปกรณ์นั้น ๆ เป็นเวลานาน
د شده
TESA
4.4 รายละเอียดทั่วไป
- แหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าที่จะจ่ายแก่บริเวณที่ก่อสร้างใหม่ ให้ทําการต่อจากแผงควบคุม ไฟฟ้าเดิม โดยผู้รับจ้างจะต้องมีวิศวกรไฟฟ้า ซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขา ไฟฟ้ากําลัง ทําหน้าที่รับผิดชอบควบคุมดูแล และตรวจสอบในการเชื่อมต่อก่อนที่จะดําเนินการเชื่อมต่อระบบ ไฟฟ้าใหม่เข้ากับระบบไฟฟ้าเดิม โดยผู้รับจ้างยังคงต้องผูกพันรับผิดชอบต่อความเสียหายต่าง ๆ ของระบบ ไฟฟ้าที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้ผู้ควบคุมงานได้ทําการพิจารณาแล้ว
ๆ - ตําแหน่งการติดตั้งของอุปกรณ์ไฟฟ้า อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน ขึ้นอยู่กับสภาพหน้างานและความสะดวกในการทํางาน ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดกับหลักความถูกต้องทางวิศวกรรม วัตถุประสงค์ และผลประโยชน์ของการประปานครหลวง
- การติดตั้งระบบไฟฟ้าต้องเป็นไปตามกฎและมาตรฐานที่อ้างถึง ต้องติดตั้งอย่างดีที่สุดตาม วิธีการที่โรงงานผู้ผลิตวัสดุและอุปกรณ์นั้น ๆ แนะนํามา ผู้จ้างต้องใช้ช่างฝีมือที่มีความชํานาญในสาขานี้ โดยเฉพาะเป็นผู้ทําการติดตั้ง ผู้รับจ้างต้องศึกษาแบบและรายละเอียดทางโครงสร้าง ปรับอากาศสุขาภิบาล และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้แน่ใจว่าวัสดุและอุปกรณ์สามารถติดตั้งได้ในแนวหรือพื้นที่ที่กําหนดไว้ โดยให้ สอดคล้องกับงานอื่น วิธีการติดตั้งต้องง่ายต่อการบํารุงรักษามีความประณีต และถูกต้องตามหลักวิชาโดยช่าง ผู้ชํานาญ
- อุปกรณ์ไฟฟ้าที่นําไปใช้ต้องเป็นของใหม่ อยู่ในสภาพดี และเป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุสาหกรรม (มอก.) หรือ มาตรฐาน IEC ยกเว้นอุปกรณ์ดังกล่าวไม่มีในมาตรฐานไทย หรือ IEC ให้ใช้มาตรฐาน NEC, ANSI, NEMA, BS, JIS ก่อนทําการติดตั้งต้องนําตัวอย่างเสนอผู้ออกแบบพิจารณาตรวจสอบและ เห็นชอบเสียก่อน หากนําอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ตรงตามความต้องการของการประปานคร หลวง ผู้รับจ้างต้องรื้อถอนและเปลี่ยนใหม่ให้ถูกต้อง โดยผู้รับจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
- ผู้รับจ้างต้องรับประกันแก้ไขงานที่ไม่ถูกต้อง เปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียและเสื่อมคุณภาพ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ภายในระยะเวลาการรับประกันอาคารที่กําหนด สําหรับหลอดไฟฟ้าทุกชนิดให้ รับประกันเพียงเฉพาะในกรณีที่หลอดเสียก่อนหมดอายุการใช้งาน
- แบบแสดงการติดตั้งจริง (As-built Drawings) หลังจากการติดตั้งแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้อง จัดทําแบบแสดงการติดตั้งจริง เสนอต่อผู้ควบคุมงานเพื่ออนุมัติเมื่อได้รับการตรวจอนุมัติแล้ว ผู้รับจ้างจึงขอรับ เงินงวดสุดท้ายได้
- ก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย ผู้รับจ้างต้องทําการทดสอบการใช้งานของระบบไฟฟ้า โดย ทําการทดสอบการใช้งานของอุปกรณ์ทั้งหมดหรือตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด เป็นเวลาต่อเนื่องกัน 8 ชั่วโมง ระหว่างช่วงเวลาการทดสอบ หากเกิดความเสียหายขึ้นกับระบบไฟฟ้าและ/หรือ อุปกรณ์ไฟฟ้าผู้รับจ้างต้องทํา การแก้ไข และ/หรือ เปลี่ยนแปลงแล้วทําการทดสอบใหม่ จนกว่าจะผ่านการทดสอบตามความเห็นของผู้ควบคุม งาน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
48
2
ว
ค
4.5 ระบบไฟฟ้าแรงต่ํา
4.5.1 แผงควบคุมวงจรย่อย - แผงย่อย (Panelboard) จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานจากทางโรงงานผู้ผลิตเท่านั้น และเป็นไปตามมาตรฐานของ NEMA, UL, IEC, มอก, หรือได้รับความเห็นชอบต่อผู้ควบคุมงานของการประปา นครหลวง โดยที่แผงย่อยต้องเป็นแผงที่ออกแบบไว้ให้ติดตั้งในตู้หรือกล่องสะพานไฟที่ติดบนผนัง ซึ่งสามารถ เข้าถึงได้ทางด้านหน้าเท่านั้น
- ตู้ (Cabinet) ต้องได้รับการทดสอบตามมาตรฐาน IEC 61439-1 หรือ IEC 61439-2 หรือ IEC 61439-3 หรือ มอก. 2425-2560 หรือ มอก.1436-2564 โดยจะต้องติดตั้งตารางหรือผังวงจรเพื่อแส
แสดง รายละเอียดหน้าที่ของเซอร์กิตเบรกเกอร์แต่ละตัวด้านในประตูตู้ทุกครั้งที่เพิ่มจํานวนวงจร และขอบล่างต้อง
อยู่ที่ความสูงจากพื้น 1.60 เมตร - บัสบาร์ (Bus Bar)
บัสบาร์ทองแดงต้องมีความบริสุทธิ์ของทองแดงไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ต้องเป็นแบบที่สามารถถอดหรือเพิ่มสวิตช์ตัดตอนอัตโนมัติได้โดยที่ไม่จําเป็นต้องเจาะรูบัสบาร์ หรือทําการ
แก้ไขที่ตัวบัสบาร์ - สวิตช์ตัดตอนอัตโนมัติในแผงจ่ายไฟย่อยต้องเป็นแบบเซอร์กิตเบรกเกอร์
- เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ต้องเป็นแบบปลดได้อิสระ และสามารถปลดสับได้ ด้วยมือ มีเครื่องหมายแสดงชัดเจนว่าอยู่ในตําแหน่งปลดหรือสับ มีเครื่องหมายแสดงพิกัดของแรงดัน กระแส และความสามารถในการตัดกระแสที่เห็นได้ชัดเจน และถาวรหลังจากการติดตั้งแล้วในกรณีที่มีการเพิ่มเติม
เซอร์กิตเบรกเกอร์ภายหลัง ต้องเป็นของใหม่และต้องเป็นยี่ห้อและรุ่นเดียวกันกับของเดิม ยกเว้นในกรณีที่หา ซื้อไม่ได้แล้วสามารถใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ที่ต่างจากของเดิมได้ แต่จําต้องเทียบเท่าหรือดีกว่าของเดิม และต้อง ได้รับการทดสอบตามมาตรฐาน IEC 60898 หรือ IEC 60947-2 หรือ IEC 61009 หรือ IEC 61643-1 หรือ
มอก.909-2548 - แผงสวิทซ์ในตู้ต้องติด Name Plate บอกสถานที่ หรือวงจรที่ควบคุมทุกครั้งหลังจาการ เพิ่มวงจรใหม่ โดยที่ Name Plate ต้องทําด้วยแผ่นพลาสติก ขนาดความสูงของแผ่นพลาสติกไม่ต่ํากว่า 0.8 เซนติเมตร โดยใช้แผ่นพลาสติกสีดําตัวหนังสือสีขาว หรือแผ่นพลาสติกสีขาวตัวหนังสือสีดํา 4.5.2 สายไฟ บัสบาร์ การเดินสายไฟ ท่อร้อยสายและการติดตั้งอุปกรณ์
ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เท่านั้น และถูกต้อง
ตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสําหรับประเทศไทย ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย - ระบบของสายไฟและบัสบาร์ ดังนี้
1.1)
สายไฟฟ้าแกนเดียว
ขนาดสายไม่เกิน 16 ตร.มม.
สายนิวทรัล
สีฟ้า
สายไฟฟ้า 1 เฟส
สีน้ําตาล
สายไฟฟ้า 3 เฟส
เฟส 1
สีน้ําตาล
เฟส 2
สีดํา
49
เฟส 3
D
สีเทา
ออฟ
つ
สายดิน
สีเขียวแถบเหลือง และอนุโลมให้ใช้สีเขียว หรือเป็น สายเปลือย
ขนาดสายใหญ่กว่า 16 ตร.มม.
สีฟ้า หรือเป็นสีดําพร้อมทําเครื่องหมายสีฟ้าหรือ อักษร N ทุกจุดต่อสาย และทุกปลายสาย
สายนิวทรัล
สายไฟฟ้า 1 เฟส
สีน้ําตาล หรือเป็นสีดําพร้อมทําเครื่องหมายสีน้ําตาล หรืออักษร L ทุกจุดต่อสาย และทุกปลายสาย
สายไฟฟ้า 3 เฟส
เฟส 1
สายดิน
เฟส 2
สีน้ําตาล หรือเป็นสีดําพร้อมทํา
เครื่องหมายสีน้ําตาล หรืออักษร L1 ทุกจุดต่อสาย และทุกปลายสาย สีดํา หรือเป็นสีดําพร้อมทํา เครื่องหมายสีดํา หรืออักษร L2 ทุก
จุดต่อสาย และทุกปลายสาย
เฟส 1
สีเทา หรือเป็นสีดําพร้อมทํา
เครื่องหมายสีเทา หรืออักษร L3 ทุก
จุดต่อสาย และทุกปลายสาย
สีเขียวแถบเหลือง และอนุโลมให้ใช้สีเขียว หรือเป็น สายเปลือย หรือเป็นสีดําพร้อมทําเครื่องหมายสีเขียว แถบเหลือง หรืออักษร PE ทั้งนี้ยอมให้ใช้อักษร G หรือ E หรือเครื่องหมายสีเขียวแทนได้ ทุกจุดต่อสาย และทุกปลายสาย
1.2)
สายไฟหลายแกน
ระบบไฟฟ้า 1 เฟส
สายเส้นไฟ
สีน้ําตาล
สายทิวทรัล
สีฟ้า
สายดิน
สีเขียวแถบเหลือง
ระบบไฟฟ้า 3 เฟส สายเส้นไฟ
เฟส 1 สีนําตาล
เฟส 2 สีดํา
เฟส 3 สีเทา
สายนิวทรัล
สายดิน
สีฟ้า
สีเขียวแถบเหลือง
1.3)
บัสบาร์
ระบบไฟฟ้า 1 เฟส บาร์นิวทรัล
ระบุอักษร N หรือ เครื่องหมายสีฟ้า
บาร์เฟส
ระบุอักษร L หรือ เครื่องหมายสี
น้ําตาล
บาร์ดิน
ระบุอักษร PE ยอมให้ใช้ G หรือ E ได้ หรือเครื่องหมายสีเขียวแถบเหลือง
ระบบไฟฟ้า 3 เฟส บาร์นิวทรัล
ระบุอักษร N หรือ เครื่องหมายสีฟ้า
50 2 2
รองพ
บาร์เฟส 1
ระบุอักษร L1 หรือ เครื่องหมายสี
น้ําตาล
บาร์เฟส 2
ระบุอักษร L2 หรือ เครื่องหมายสีดํา
บาร์เฟส 3
ระบุอักษร L3 หรือ เครื่องหมายสีเทา
บาร์ดิน
ระบุอักษร PE ยอมให้ใช้ G หรือ E ได้ หรือเครื่องหมายสีเขียวแถบเหลือง - การเดินสายในท่อร้อยสาย สําหรับแต่ละจุดที่มีการต่อสาย ปลายท่อ จุดต่อท่อ จุดต่อ ไฟฟ้า จุดต่อแยกจุดติดตั้งสวิตช์ หรือจุดดึงสาย ต้องติดตั้งกล่องหรือเครื่องประกอบการเดินท่อ ยกเว้นการต่อ สายในเครื่องห่อหุ้มสายที่มีฝาเปิดออกได้ และเข้าถึงได้ภายหลังการติดตั้ง
- จุดเปลี่ยนการเดินสายจากวิธีใช้ท่อร้อยสายเป็นวิธีเดินสายในที่โล่งหรือเดินสายซ่อน ต้อง ใช้กล่องหรือเครื่องประกอบการเดินท่อ เช่น ตัวต่อตัวนําประธาน (Service-entrance Connector) ตรง ปลายท่อที่มีรูเป็นบูชชิงแยกกัน 1 รู สําหรับ 1 สาย อนุญาตให้ใช้บุชชิง แทนการใช้กล่อง หรือเครื่องประกอบ ที่ปลายท่อ (Terminal Fitting) ในเมื่อปลายของท่อร้อยสายดินเดินล้ําเข้าไปในแผงสวิตช์แบบเปิด หรือแผง ควบคุมแบบเปิดได้
- สายไฟฟ้าชนิดเดินลอยเกาะผนัง ต้องเป็นสายทองแดงหุ้มฉนวน มีเปลือกนอก สําหรับ วงจรเต้ารับไฟฟ้า โดยให้เดินตีกับทุกระยะไม่เกิน 15 เซนติเมตร นอกจากได้ระบุไว้ในแบบว่าเป็นอย่างอื่น
- การเดินท่อร้อยสายไฟฟ้านอกจากได้ระบุไว้ในแบบว่าเป็นอย่างอื่น
ท่อ EMT ใช้งานในอาคารเท่านั้น ใช้เดินลอยเกาะผนัง เดินซ่อนบนฝ้าเพดาน หรือฝังใน ผนังคอนกรีตได้ แต่ห้ามฝังดิน และใช้กับงานระบบไฟฟ้าแรงสูง หรือบริเวณที่อาจเกิดความเสียหายทาง
กายภาพ
ท่อ IMC ใช้งานทั่วไป ใช้เดินนอกอาคาร และภายในอาคาร ฝังในผนัง พื้นคอนกรีตได้ และฝังดินได้ แต่ไม่ควรฝังดินบริเวณที่มีรถวิ่งผ่าน หากไม่มีการป้องกันด้วยแผ่นคอนกรีต
ท่อ RSC ใช้ได้กับทุกสถานที่ และทุกสภาพอากาศ ใช้เดินนอกอาคาร และภายในอาคาร ฝังในผนัง-พื้นคอนกรีตได้ และสามารถฝังดินได้ สามารถรับน้ําหนักในบริเวณพื้นที่ที่มีรถวิ่งผ่านได้
ท่อ HDPE ใช้กับงานท่อใต้ดิน
ท่อชนิดอ่อน (Flexible Metallic Conduit) ใช้กับพื้นที่ที่เกิดการเคลื่อนไหวสั่นสะเทือน 6) ท่อร้อยสายต้องยึดกับที่ให้มั่นคงด้วยอุปกรณ์ยึดจับที่เหมาะสม โดยมีระยะห่างระหว่างจุด ยึดจับไม่เกิน 3 เมตร และห่างจากกล่องต่อสาย หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่เกิน 9 เมตร
ๆ - การต่อท่อชนิด EMT ให้ใช้ Coupling แบบ Set Screw ท่อชนิด IMC ให้ใช้ข้อต่อเกลียว เท่านั้น และต้องทาน้ํายาที่เกลียวก่อนใส่ข้อต่อทุกครั้งเพื่อกันน้ํา นอกจากได้ระบบไว้ในแบบว่าเป็นอย่างอื่น
- ท่อชนิด EMT ที่ต่อเข้ากับกล่องต่อสายและอุปกรณ์จะต้องใช้ Connector สําหรับกล่อง ต่อสาย ท่อชนิด IMC จะต้อใช้ Lock nut ยึดทั้งภายในและภายนอก พร้อมทั้งใส่ Conduit Bushing
- ท่อที่ไม่ได้ฝังอยู่ในพื้นและผนัง ต้องจับยึดด้วยประกับโลหะ หรือประกับสําหรับแขวนท่อ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ตามที่ NEC. กําหนด การยึดประกับติดกับปูน ต้องใส่สกรูเกลียว หรือสกรูสําหรับยึดติดกับ ปูนโดยเฉพาะ หรือเทียบเท่า
- Tead
ว
!
51
- การวางท่อจะต้องไม่ทําให้ผิวนอกและปลายท่อทั้งสองข้างชํารุด ก่อนที่จะต่อท่อเข้ากับ ข้อต่อ หรือกล่องต่อสายต้องลบคมหรือทําให้ปลายมน โดยใช้ Conduit Reamer เพื่อป้องกันไม่ให้ฉนวนหุ้ม สายชํารุดขณะร้อยสาย
- การต่อลงดิน ผู้รับจ้างอาจจะต้องต่อลง Ground Rod หรือ Grounding System ขึ้นอยู่ กับแบบที่กําหนด
- กล่องดึงสาย (Pull Box) สําหรับร้อยสายไฟฟ้า ขนาดของกล่องดึงสายคํานวณจากขนาด ของท่อทางด้านเข้า โดยต้องมีขนาดไม่ต่ํากว่าที่กําหนดไว้ดังนี้
กล่องดึงสายทางตรง ความยาวของกล่องดึงสาย จะต้องไม่น้อยกว่า 8 เท่าของท่อที่ ใหญ่ที่สุด (ขนาดทางการค้า)
กล่องดึงสายทางมุมฉาก ความยาวของกล่องแต่ละด้านที่ติดตั้งท่อดึงสายไฟฟ้า จะต้องไม่น้อยกว่า 6 เท่าของท่อ (ขนาดทางการค้า) ที่มีขนาดท่อที่ใหญ่ที่สุด บวก เพิ่มขนาดท่อที่เหลือทั้งหมดในแถวเดียวกัน และผนังกล่องเดียวกัน กรณีที่มีหลาย แถวให้คํานวณแยกแต่ละแถวแล้วเลือกแถวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ระยะห่างระหว่างท่อ ร้อยสายไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด จะต้องมีระยะไม่น้อยกว่า 6 เท่าของขนาดท่อที่ใกล้ที่สุด 13) ขนาดของสายไฟฟ้าสําหรับดวงโคม 1 ชุด ต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 1.0 ตร.มม. ฉนวนต้อง เหมาะสมกับกระแสแรงดัน และอุณหภูมิใช้งาน - ขนาดของสายไฟฟ้าสําหรับเต้ารับใช้งานทั่วไป 1 ชุด ต้องไม่เล็กกว่า 2.5 ตร.มม. หรือ ตามที่กําหนดในแบบ และสําหรับเต้ารับใช้งานเฉพาะ สายไฟฟ้าต้องมีขนาดกระแสไม่ต่ํากว่าพิกัดเต้ารับ แต่ ต้องไม่ใหญ่กว่าขนาดของวงจรย่อยนั้น
- การต่อสายไฟ จะทําได้เฉพาะในกล่องต่อสายในดวงโคม แผงสวิตช์ เต้ารับ กล่องดึงสาย และบ่อพักสายเท่านั้นโดยผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน
- สายไฟที่มีขนาดไม่เกิน 6 ตร.มม. การต่อสายให้ใช้ Wire Nut, UL Approved ชนิดขัน เกลียวหรือใช้เครื่องมือกลบีบ ฉนวนต้องเป็นไวนิลพลาสติกอ่อนที่สามารถทนแรงดันไฟฟ้าได้ไม่ต่ํากว่า 600 โวลต์ โดยขนาดต้องมีความสัมพันธ์กับสายไฟ และเป็นไปตามมาตรฐานของผู้ผลิต สายไฟที่มีขนาด 10 ตร.มม. และสายเคเบิลที่มีขนาดใหญ่กว่า การต่อสายให้ใช้ Connector, UL Approved ชนิดใช้เครื่องมือกลบีบ และ พันเทปอย่างน้อย 3 ชั้น โดยมีความหนาไม่น้อยกว่าฉนวนหุ้มสายไฟ
- การต่อสายเข้ากับอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ใช้ขั้วต่อแบบมีสกรูยึดสาย ต้องใส่หางปลาแบบใช้ เครื่องมือกลบีบ ห้ามใช้เทปพันรอบสกรู ยกเว้นสายที่ต่อเข้ากับเต้ารับหรือสวิตช์
4.6 สวิตช์ เต้ารับ เต้าเสียบ และอุปกรณ์
ต้องได้รับการทดสอบตามมาตรฐาน IEC 60669-1: 2007 หรือ IEC 60906-1 หรือ IEC 60364 หรือ IEC 60884-1 หรือ IEC 60950-1 หรือ มอก.166-2549 หรือ มอก.824-2551 หรือ มอก.1955-2551 หรือ เทียบเท่า
4.6.1 สวิตช์และเต้ารับไฟฟ้า (งานภายในอาคาร ยกเว้นหากระบุไว้เป็นอย่างอื่นในแบบแปลน) ชนิด และขนาดเป็นไปตามที่กําหนด ขั้วต่อสายของสวิตช์ต้องมีรูสําหรับสอดสายและสกรูขันอัดโดยตรง หรือแบบ ขั้วเสียบอเนกประสงค์ สวิตช์พร้อมเต้ารับต้องเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน ขั้ว Ground ของเต้ารับจะต้องต่อสาย
Jaan
52
Ground ขนาด 2.5 ตร.มม. โดยใช้ Code สีของฉนวนเป็นสีเขียวแถบเหลือง และอนุโลมให้ใช้สีเขียว ตําแหน่ง ติดตั้งสวิตช์และเต้ารับ ให้ดูรายละเอียดจากแบบงานระบบออกแบบตกแต่งภายใน
4.6.2 เต้ารับไฟฟ้าแบบชนิดกันน้ํา (งานภายในและภายนอกอาคาร ยกเว้นหากระบุไว้เป็นอย่างอื่น ในแบบแปลน) ทนกระแสไฟฟ้าได้ไม่ต่ํากว่า 16 A 250 V เว้นเสียแต่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น เต้ารับให้ใช้ชนิด 2 ขั้ว 3 สาย (มีสายดิน) และมีฝาปิดกันน้ําใส่กล่องครอบ
4.7 โคมไฟ และหลอดไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์
IP65 - สําหรับโคมไฟภายนอก หากไม่ระบุในแบบ ให้ใช้โคมไฟที่มีระดับการป้องกัน ไม่น้อยกว่า
2.1) - หลอดไฟ LED จะต้องเป็นของใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน และผ่านมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และมีรายละเอียดด้านเทคนิค (Technical Specifications) ดังนี้
LED Tube T8 ความยาว 60 เซนติเมตร กําลังไฟฟ้าไม่เกิน 9 W
สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้า 220-240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง (Luminous Flux) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 800 ลูเมน ค่าความถูกต้องสี (Color Rendering Index) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 80 หลอดไฟมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 25,000 ชั่วโมง
2.2)
2.3)
2.4)
2.5)
LED Tube T8 ความยาว 120 เซนติเมตร กําลังไฟฟ้าไม่เกิน 18 W สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้า 220-240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์
ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง (Luminous Flux) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1,700 ลูเมน - ค่าความถูกต้องสี (Color Rendering Index) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 80 - หลอดไฟมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 25,000 ชั่วโมง
LED Tube T8 ความยาว 120 เซนติเมตร กําลังไฟฟ้าไม่เกิน 20 W
สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้า 220-240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง (Luminous Flux) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 2,000 ลูเมน ค่าความถูกต้องสี (Color Rendering Index) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 80 หลอดไฟมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 25,000 ชั่วโมง
LED Bulb กําลังไฟฟ้าไม่เกิน 5 W
ขั้วหลอด E27
สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้า 220-240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์
ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง (Luminous Flux) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 400 ลูเมน ค่าความถูกต้องสี (Color Rendering Index) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 70 หลอดไฟมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10,000 ชั่วโมง
LED Bulb กําลังไฟฟ้าไม่เกิน 11 W
ขั้วหลอด E27
สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้า 220-240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์
ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง (Luminous Flux) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 900 ลูเมน ค่าความถูกต้องสี (Color Rendering Index) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 70 หลอดไฟมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10,000 ชั่วโมง
53 D
ว
โยค
2.6)
LED Bulb กําลังไฟฟ้าไม่เกิน 20 W
ขั้วหลอด E27
สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้า 220-240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์
ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง (Luminous Flux) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1,800 ลูเมน ค่าความถูกต้องสี (Color Rendering Index) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 70 หลอดไฟมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10,000 ชั่วโมง
2.7) LED Bulb กําลังไฟฟ้าไม่เกิน 40 W
2.8)
ขั้วหลอด E27
สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้า 220-240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง (Luminous Flux) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 4,000 ลูเมน ค่าความถูกต้องสี (Color Rendering Index) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 70 หลอดไฟมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 8,000 ชั่วโมง
LED Floodlight กําลังไฟฟ้าไม่เกิน 30 W
สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้า 220-240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง (Luminous Flux) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 2,000 ลูเมน ค่าความถูกต้องสี (Color Rendering Index) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 70 หลอดไฟมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 30,000 ชั่วโมง มีระดับการป้องกันน้ําและฝุ่นไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ IP 65 มีระดับการกันกระแทกไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ IKO7
2.9) LED Floodlight กําลังไฟฟ้าไม่เกิน 50 W
2.10)
2.11)
สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้า 220-240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง (Luminous Flux) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 3,500 ลูเมน ค่าความถูกต้องสี (Color Rendering Index) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 70
- หลอดไฟมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 30,000 ชั่วโมง
มีระดับการป้องกันน้ําและฝุ่นไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ IP 65
มีระดับการกันกระแทกไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ IKO7
LED Floodlight กําลังไฟฟ้าไม่เกิน 70 W
สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้า 220-240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง (Luminous Flux) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 5,500 ลูเมน ค่าความถูกต้องสี (Color Rendering Index) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 70 หลอดไฟมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 30,000 ชั่วโมง มีระดับการป้องกันน้ําและฝุ่นไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ IP 65
มีระดับการกันกระแทกไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ IKO7
LED Floodlight กําลังไฟฟ้าไม่เกิน 100 w
สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้า 220-240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง (Luminous Flux) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 8,000 ลูเมน ค่าความถูกต้องสี (Color Rendering Index) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 70 หลอดไฟมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 30,000 ชั่วโมง มีระดับการป้องกันน้ําและฝุ่นไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ IP 65
ว
54 9 2 2
D
องค
มีระดับการกันกระแทกไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ IK07
4.8 อุปกรณ์เดินสายไฟฟ้า แต่ละระบบให้มีรหัสสีดังต่อไปนี้
ลําดับ
รายละเอียด
1
ช่องเดินสาย สายไฟฟ้ากําลัง
ตัวอักษร | รหัสสี (1) สีสัญลักษณ์
N
(2)
ดํา
2
ช่องเดินสาย สายไฟฟ้าวงจรไฟฟ้าช่วยชีวิต
LS
แดง
ดํา
3
ช่องเดินสาย สายไฟฟ้าฉุกเฉิน
E
เหลือง
ดํา
4
ช่องเดินสาย สายสัญญาณระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ FA
ส้ม
ดํา
5
ช่องเดินสาย สายสัญญาณระบบเสียงและประกาศเรียก
PA
ขาว
ดา
6
ช่องเดินสาย สายสัญญาณระบบโทรทัศน์รวม
MATV
ขาว
ดํา
7
ช่องเดินสาย สายสัญญาณ BAS
BAS
ฟ้า
ด่า
8
ช่องเดินสาย สายสัญญาณระบบโทรทัศน์วงจรปิด
CCTV
น้ําเงิน
ขาว
9
ช่องเดินสาย สายสัญญาณระบบควบคุมประตูเข้า-ออก ACC
น้ําเงิน
ขาว
10
ช่องเดินสาย สายสัญญาณระบบเรียกพยาบาล
NC
น้ําเงิน
ขาว
11
ช่องเดินสาย สายสัญญาณระบบนาฬิการวม
CL
น้ําตาล
ขาว
12
ช่องเดินสาย สายสัญญาณระบบโสตทัศนูปกรณ์
AV
น้ําตาล
ขาว
13
ช่องเดินสาย สายสัญญาณระบบ ICT
ICT
ดํา
ขาว
14
อุปกรณ์ยึดหรือแขวนช่องเดินสายไฟฟ้าและสายสัญญาณ
เทาเข้ม
หมายเหตุ
- รหัสสี หมายถึง แถบสีที่ใช้ทําเครื่องหมายที่ช่องเดินสาย และฝากกล่องไฟฟ้าหรือฝากล่องดึงสาย
เพื่อให้ทราบว่าเป็นช่องเดินสายของระบบใด - สีสัญลักษณ์ หมายถึง สีของตัวอักษรที่อยู่บนฝากล่องไฟฟ้า ฝากล่องดึงสาย เพื่อให้ทราบว่าเป็นกล่อง
ไฟฟ้าหรือกล่องดึงสายของระบบใด - ลําดับที่ 1,2 และ 3 ตัวอักษรตามสีสัญลักษณ์ วงจรแสงสว่างใช้ “LTG” วงจรเต้ารับใช้ “RCT 4) การแสดงรหัสสีของช่องเดินสาย ให้แสดงรหัสสีที่ตัวจับยึดของท่อร้อยสาย สําหรับฝากล่องไฟฟ้าและ ฝากล่องดึงสายต้องมีตัวอักษรตามสัญลักษณ์ด้วย (ในกรณีที่กล่องดึงสายมีงานหลายระบบดึงผ่าน อนุญาตให้ไม่ต้องทํารหัสสีและสีสัญลักษณ์ที่ฝากล่องดึงสายได้) ส่วนรางเดินสายให้แสดงรหัสสีทุก ระยะไม่เกิน 3 เมตร และห่างจากกล่องดึงสายหรืออุปกรณ์ไม่เกิน 0.90 เมตร โดยรหัสสีกว้างไม่น้อย กว่า 30 มิลลิเมตร และตัวอักษรตามสีสัญลักษณ์สูงไม่น้อยกว่า 20 มิลลิเมตร
559
0-
つ
โฟ
บทที่ 5 งานสุขาภิบาล
5.1 ความต้องการทั่วไป
5.1.1
ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างต้องจัดหาแรงงาน เครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ประกอบติดตั้ง ทดสอบระบบ
ๆ
ๆ
และให้บริการอื่น ๆ ที่จําเป็น เพื่อให้งานก่อสร้างระบบสุขาภิบาลเรียบร้อยสมบูรณ์ตามวัตถุประสงค์ของการ ประปานครหลวง โดยรายละเอียดประกอบแบบนี้จะครอบคลุมถึงระบบต่าง ๆ ดังนี้ - ระบบประปา
- ระบบระบายน้ําเสียและน้ําฝน
(ท่อน้ําทิ้ง ท่อน้ําโสโครก ท่อระบายอากาศ ท่อน้ําฝน และระบบบําบัดน้ําเสีย) - การทดสอบระบบ และการทําความสะอาด
5.1.2 ข้อกําหนดที่ใช้เป็นมาตรฐาน
หากมิได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น วัสดุอุปกรณ์ การประกอบติดตั้ง และการควบคุม จะต้องเป็นไป ตามมาตรฐาน กฎเกณฑ์ และข้อบังคับล่าสุดที่เกี่ยวข้องของสถาบันวิชาชีพและสมาคมต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ - วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (วสท.)
- สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
- กรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.)
- การประปานครหลวง (กปน.)
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
- กรุงเทพมหานคร (กทม.)
- กระทรวงหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรฐานควบคุมการระบายน้ําทิ้งจาก อาคารบางประเภทและบางขนาด ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
ในกรณีที่ไม่มีมาตรฐาน กฎเกณฑ์ และข้อบังคับควบคุม ให้ใช้ตามมาตรฐานผู้ผลิต
5.1.3 ข้อกําหนดทั่วไป - หากมิได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่นในแบบแปลน ให้ใช้วัสดุอุปกรณ์ การติดตั้ง และข้อกําหนด ตามรายการละเอียดประกอบแบบของงานสุขาภิบาลนี้
- ท่อและข้อต่อต่าง ๆ ที่ยังติดตั้งไม่แล้วเสร็จจะต้องใช้ปลั๊กอุดท่อให้แน่นหนา เพื่อป้องกัน ผงปูน เศษวัสดุ ฯลฯ เข้าไปอุดตันในเส้นท่อ
- ตําแหน่งของระบบต่างๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับสภาพหน้า งานและความสะดวกในการทํางาน ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดกับหลักความถูกต้องทางวิศวกรรม วัตถุประสงค์ และ ผลประโยชน์ของการประปานครหลวง
- การติดตั้งท่อน้ําทุกชนิดจะต้องติดตั้งให้มีความลาดเอียงไปในทิศทางที่สามารถระบายน้ํา
ออกจากระบบได้จนหมด
569 2
เคยค - ข้อต่อ (Fittings) ต้องทําด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติและความแข็งแรงเทียบเท่าหรือดีกว่าวัสดุ ที่ใช้ผลิตตัวท่อ และต้องผลิตจากโรงงานเดียวกัน
- การต่อเชื่อมท่อแต่ละชนิดให้ดําเนินการตามมาตรฐานของผู้ผลิตของท่อชนิดนั้นๆ 7) การทาสีและเครื่องหมายระบบท่อ
7.1) ระบบท่อที่เดินอยู่ในที่เปิด สามารถมองเห็นได้เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ เช่น ข้างอาคาร, ในตัวอาคารซึ่งไม่มีฝ้าปิด, เหนือพื้นดิน เป็นต้น ให้ทาสีใหม่ทั้งหมดตามรหัสสี หรือทาสีให้ กลมกลืนกับตัวอาคาร พร้อมกํากับสัญลักษณ์แสดงชนิดของท่อและทิศทางการไหล
7.2) ระบบท่อที่เดินอยู่ในที่ปิด เช่น เหนือฝ้าเพดาน ในช่องท่อ เป็นต้น ให้ทาแถบสี น้ํามันกว้างไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร กํากับสัญลักษณ์แสดงชนิดของท่อและทิศทางการไหล
ตารางที่ 1 แสดงรหัสสีและสัญลักษณ์แสดงชนิดของท่อ
สี
ระบบท่อ
สัญลักษณ์ สีตัวอักษรและลูกศร
ท่อน้ําประปา
น้ําเงิน
CW
ขาว
ท่อส่งน้ําประปาจาก Pump
น้ําเงิน
CW-P
ขาว
ท่อส่งน้ําประปาจาก Main
น้ําเงิน
CW-M
ขาว
ท่อน้ําทิ้ง
นาตาล
W
ขาว
ท่อน้ําทิ้งจากอ่างล้างจาน
น้ําตาล
KW
ขาว
ท่อน้ําโสโครก
ดํา
ท่อระบายอากาศ
ขาว
S>
ขาว
V
น้ําตาล
ท่อน้ําฝน
ขาว
RL
ฟ้า
7.3)
ขนาดตัวอักษรและลูกศร ให้พิจารณาตามความเหมาะสมและความเห็นชอบของ
ผู้ควบคุมงาน โดยความสูงของตัวอักษรต้องไม่น้อยกว่า 20 มิลลิเมตร และหนาไม่น้อยกว่า 4 มิลลิเมตร
7.4)
ระยะทาแถบรหัสสี ตัวอักษรและลูกศร กําหนดไว้ดังนี้
(1) ทุก ๆ ระยะไม่เกิน 6 เมตรของท่อแนวตรง
(2) ใกล้ตําแหน่งวาล์วทุกตัว
(3) ตําแหน่งที่มีการเปลี่ยนทิศทาง และ/หรือ มีท่อแยก (4) ตําแหน่งที่ท่อผ่านกําแพงหรือทะลุพื้น
(5) บริเวณช่องเปิดบริการ - ท่อปลอก (Sleeve and Block Out)
8.1) หากต้องการจะติดตั้งท่อปลอก ณ จุดใด ให้ติดตั้งในขณะเทคอนกรีต ส่วนผนังอิฐ ให้ติดตั้งในขณะที่ก่ออิฐมาถึงจุดนั้น
8.2)
ท่อปลอกที่ผ่านกําแพงภายนอก เช่น ผนัง พื้น หรือคาน ต้องป้องกันไม่ให้น้ําซึม ผ่านได้ และทําด้วยเหล็กอาบสังกะสี ติดตั้งพร้อม Water Stop Ring กว้าง 100 มิลลิเมตร
8.3) ท่อปลอกที่ผ่านกําแพงอิฐ คอนกรีต หรือวัสดุอื่นๆ ที่ไม่จําเป็นต้องป้องกันน้ําซึม
ผ่าน ให้ใช้ท่อเหล็กเหนียวหรือเหล็กกล้า
ซอยค
572 2
J
8.4) ท่อปลอกต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายในใหญ่กว่าเส้นผ่านศูนย์กลาง ภายนอกของท่อ (รวมฉนวนหุ้ม (ถ้ามี)) ที่ลอดผ่าน ไม่ต่ํากว่า 15 มิลลิเมตร และให้อุดช่องว่างระหว่างท่อกับ ท่อปลอกด้วยวัสดุประเภทพลาสติกหรือใยแร่ให้แน่นและเรียบร้อย ในกรณีที่เป็นผนังกันไฟ ให้อุดช่องว่างด้วย วัสดุทนไฟ โดยทั้งระบบต้องสามารถทนเพลิงไหม้ได้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง
8.5) ในกรณีขุดวางท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตรหรือใหญ่กว่า ผ่านช่วง ถนน ทางเท้า ลานคอนกรีต หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ให้ใช้ท่อ ค.ส.ล. ชั้น 3 มอก.128 (ฉบับล่าสุด) เป็นท่อ ปลอก และให้ใช้ท่อเหล็กอาบสังกะสีหรือท่อเหล็กเหนียว ในกรณีดันท่อลอด ส่วนท่อที่ขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลางเล็กกว่า 100 มิลลิเมตร ให้ใช้ท่อเหล็กอาบสังกะสีหรือท่อเหล็กเหนียว
8.6) ท่อปลอกที่พื้นอาคาร ต้องฝังให้ปลอกสูงกว่าระดับพื้นที่ตกแต่งแล้ว 40
มิลลิเมตร และให้อัดช่องว่างระหว่างท่อกับท่อปลอกด้วยวัสดุประเภทซิลิโคนให้แน่นและเรียบร้อยจนแน่ใจว่า น้ํารั่วซึมผ่านไม่ได้
8.7)
หากมีสิ่งก่อสร้างใดกีดขวางแนวเดินท่อ ผู้รับจ้างต้องเสนอวิธีการตัดเจาะสิ่งกีด ขวางนั้นพร้อมวิธีการซ่อมกลับคืนให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ - ที่ยึดท่อ ที่แขวนท่อ และที่รองรับท่อ (Hanger and Support)
9.1) ที่ยึดท่อ ที่แขวนท่อ และที่รองรับท่อ จะต้องมีขนาดและตําแหน่งที่เหมาะสม มี ความแข็งแรงเพียงพอกับการรับน้ําหนักท่อ และสามารถปรับระดับสูง-ต่ําได้
9.2) ท่อที่เดินภายในอาคาร และไม่ได้ฝังในโครงสร้างอาคาร จะต้องแขวนโยงหรือยึด ติดไว้กับโครงสร้างอาคารอย่างมั่นคง แข็งแรง มิให้โยกคลอนหรือแกว่งไกว
9.3) หากมีหลายท่อเดินตามแนวราบขนานกันเป็นแพ จะใช้สาแหรกแขวนรับไว้ทั้งชุด
แทนการใช้เหล็กรัดท่อแขวนแต่ละท่อก็ได้
9.4) ท่อที่ติดตั้งในแนวราบหรือแนวระดับ และในแนวดิ่งหรือแนวตั้ง ให้ยึดแขวนท่อ ตามระยะดังตารางที่ 2
ตารางที่ 2 ระยะระหว่างที่ยึดท่อ ที่แขวนท่อ หรือที่รองรับท่อต่างๆ ในแนวราบและแนวดิ่ง
ขนาดท่อ
ท่อเหล็กดําา หรือ ท่อ GI
ท่อ PVC
ท่อ PE หรือ ท่อ PB
มม. (นิ้ว)
ม.
ม.
ม.
แนวราบ
แนวดิ่ง
แนวราบ
แนวดิ่ง
แนวราบ
แนวดิ่ง
15 (12)
2.0
2.4
0.9
1.2
0.3
ดูหมายเหตุ
20 (34)
2.4
3.0
1.0
1.2
(2)
0.4
25 (1)
2.4
3.0
1.0
1.2
0.5
32 (114)
2.4
3.0
1.2
1.8
0.6
40 (112)
3.0
3.6
1.3
1.8
0.8
50 (2)
3.0
3.6
1.5
1.8
0.9
65 (212)
3.0
4.5
1.8
2.4
1.0
80 (3)
3.6
4.5
2.0
2.4
1.1
100 (4)
4.0
4.5
2.4
2.4
1.3
125 (5)
4.8
4.5
2.4
3.0
1.5
150 (6)
4.8
4.5
2.4
3.0
1.6
องค
58 1
ง
ขนาดท่อ
มม. (นิ้ว)
ท่อเหล็กดําา หรือ ท่อ GI
ม.
ท่อ PVC
ท่อ PE หรือ ท่อ PB
ม.
ม.
แนวราบ
แนวดิ่ง
แนวราบ
แนวดิ่ง
แนวราบ
แนวดิ่ง
200 (8)
6.0
4.8
3.0
3.6
1.9
250 (10)
6.0
4.8
300 (12)
6.0
4.8
หมายเหตุ : (1) ท่อแต่ละท่อนจะต้องมีที่ยึดหรือแขวนหรือรองรับอย่างน้อย 1 แห่ง
(2) ทุก ๆ ชั้นของอาคาร และทุกช่วงข้อต่อ และไม่มากกว่าความยาวท่อแต่ละท่อ (3) ระยะติดตั้งที่ยึดท่อ ที่แขวนท่อ หรือที่รองรับของท่อ PP-R ต้องคํานึงถึงอุณหภูมิใน
การติดตั้งและการใช้งานจริง ดังนั้น ให้ใช้ตามคําแนะนําของผู้ผลิต
9.5) ท่อที่เดินในแนวระดับ จะต้องรองรับด้วยที่แขวนหรือที่รองรับแบบชิงช้า โดย เหล็กเส้นที่ใช้แขวนให้มีขนาดดังตารางที่ 3
ตารางที่ 3 ขนาดของเหล็กเส้นที่ใช้แขวนท่อเดินในแนวระดับ
ขนาดของท่อ, มม. (นิว)
ขนาดของเหล็กเส้น, มม.
15-40 (12 -1 1/2 )
50-80 (2-3)
9
12
100-150 (4-6)
15
200-300 (8-12)
25
9.6) ท่อในแนวตั้ง จะต้องเพิ่มการยึดตรงฐานของท่อบริเวณจุดหักเลี้ยวท่อด้วย
ที่ยึดท่อ ที่แขวนท่อ หรือที่รองรับท่อ ให้ใช้เหล็กชุบสังกะสี หรือใช้เหล็กทาสีกัน
9.7)
สนิม 2 ชั้น แล้วทาสีน้ํามันทับ
9.8) ที่ยึดท่อ ที่แขวนท่อ หรือที่รองรับท่อ ที่ติดตั้งอยู่ภายนอกอาคาร หรือฝังอยู่ใต้ดิน หรือบริเวณที่มีความชื้นและการกัดกร่อน เช่น ห้องเครื่องทําความเย็น ห้องครัว ห้องซักรีด ในรางคอนกรีต เป็นต้น ให้ใช้เหล็ก Hot Dip Galvanized น็อต สกรู แหวน และเหล็กรัดท่อจะต้องทําด้วย Stainless Steel - แคตตาล็อกและของตัวอย่าง
10.1) กรณีที่รายการประกอบแบบไม่ได้ระบุชนิดของผลิตภัณฑ์ ให้ผู้รับจ้างเสนอแคต ตาล็อกและเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยต้องทําการตรวจสอบและระบุ/ทําเครื่องหมายให้ชัดเจน (Highlight) ถึงรุ่น ที่ต้องการใช้ คุณสมบัติของรายละเอียดตามที่กําหนดของผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ให้วิศวกรผู้ออกแบบพิจารณาให้ ความเห็นชอบก่อนดําเนินการติดตั้ง กรณีที่ผู้รับจ้างมีความจําเป็นต้องใช้วัสดุ ผลิตภัณฑ์ที่เทียบเท่า ผู้รับจ้าง ต้องพิสูจน์ให้เป็นที่เชื่อถือและยอมรับของคณะกรรมการตรวจสอบการจ้างว่าวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่ามี
คุณภาพดีกว่าหรือเทียบเท่ากับสิ่งของตามที่ได้ระบุไว้ และได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจแก้ไขก่อน การอนุมัติของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือเป็นที่สิ้นสุดเฉพาะคราวนั้น และระยะเวลาที่เสียไปในการขอ เทียบเท่านี้ ผู้รับจ้างจะถือเป็นสาเหตุต่อสัญญาไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในการขอเทียบเท่านั้นหาราคาของ วัสดุ/ผลิตภัณฑ์ที่เทียบเท่าต่ํากว่าวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ในรายการที่ได้ระบุไว้ผู้รับจ้างจะต้องยอมให้หักเงินส่วนที่ขาด ไป แต่หากราคาของวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ที่เทียบเท่าสูงกว่าวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ในรายการที่ได้ระบุไว้ ผู้รับจ้างจะ
เรียกร้องค่าใช้จ่ายส่วนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ โดยผู้รับจ้างจะต้องมีหนังสือยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะ
กรรมการตรวจรับพัสดุมาพร้อมกับการขอใช้วัสดุผลิตภัณฑ์ที่เทียบเท่า
P 2
2
2 ออฟ
بھر
10.2) การประปานครหลวงสงวนสิทธิที่จะให้ผู้รับจ้างส่งมอบของตัวอย่าง วัสดุ อุปกรณ์ ที่จะต้องใช้ติดตั้งในระบบสุขาภิบาลนี้ เพื่อเป็นมาตรฐานในการเปรียบเทียบกับของที่ติดตั้ง
5.2 ระบบประปา
อาคาร
5.2.1 ขอบเขต - ระบบประปาภายในอาคาร ประกอบด้วย
1.1) ระบบประปาที่อยู่ภายในตัวอาคาร บริเวณทางเท้าของอาคาร และรางระบายน้ํา
1.2)
รอบอาคาร
ถังเก็บน้ําของอาคาร ระบบสูบจ่ายน้ํา และท่อต่อเชื่อมเข้าตัวอาคาร - ระบบประปาภายนอกอาคาร ประกอบด้วย ท่อเมนส่งน้ําประปาถึงระบบประปาภายใน
5.2.2 วัสดุ - ท่อน้ําประปาภายในอาคาร ให้ใช้ท่อ PVC ชั้นคุณภาพ 13.5 มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก.17 (ฉบับล่าสุด) และข้อต่อ PVC แข็ง มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก.1131 (ฉบับล่าสุด) หรือท่อ PP-R (80) PN10 (SDR 11) ผลิตจาก Polypropylene Random Copolymer มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน DIN 8077 / 8078 หรือ ISO 15874 อุปกรณ์ข้อต่อมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน DIN 16962-5 และผ่านการทดสอบ มาตรฐานความสะอาด NSF 61 และ NSF 372 หรือ BS 6920 Part II
- ท่อน้ําประปาภายนอกอาคารหรือฝังดิน ให้ใช้ท่อ High Density Polyethylene (HDPE) PN10 ที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก.982 (ฉบับล่าสุด) โดยท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า 90 มิลลิเมตรให้ต่อเชื่อมความร้อน ส่วนท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 90 มิลลิเมตรและเล็กกว่า ให้ใช้ข้อต่อแบบ สวมอัด ในกรณีที่มีการต่อกับท่อชนิดอื่นหรืออุปกรณ์ที่มีหน้าจาน ให้ทําการต่อโดยใช้ข้อต่อแบบหน้าจาน (Flange Adapter or Stub End) แล้วใช้สกรูยึดระหว่างแหวนหน้าจาน (Backing Ring) โดยใช้น็อตเป็นส แตนเลสทั้งหมด หรือสําหรับท่อ Main น้ําประปา ให้ใช้ท่อ PP-R (80) PN20 (SDR 6) แบบ Fiber Composite Pipe มีคุณสมบัติเหมือนมาตรฐานท่อ PP-R ตามข้อ 1)
- ประตูน้ํา และอุปกรณ์ประกอบ (Valve and Accessories) เช่น Gate Valve, Ball Valve, Check Valve, Float Valve, Relief Valve, Strainer, Expansion Joint เป็นต้น ต้องสามารถทน ความดันใช้งาน (W.O.G. Pressure Rating) ได้ไม่น้อยกว่า 150 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (psi)
- ถังเก็บน้ําชนิดตั้งบนพื้น ให้ใช้ถังสแตนเลส ตามมาตรฐาน มอก.989 (ฉบับล่าสุด) หรือถัง Polymer ทึบแสง ตามมาตรฐาน มอก. 1379 (ฉบับล่าสุด) ผลิตจากวัสดุ Elixer หรือ Polyethylene Innova
5.2.3 การติดตั้ง - การติดตั้งระบบประปาภายในอาคาร
1.1)
ห้ามเดินท่อน้ําประปาใต้พื้นชั้น 1 (ชั้นล่างสุด) ในทุกกรณี เนื่องจากตรวจสอบ
และซ่อมแซมได้ยากเมื่อมีการรั่วซึม
1.2) ท่อน้ําประปาแยก (Branch Pipe) ที่แยกจากท่อแนวดิ่ง ให้เดินเหนือฝ้าเพดาน ส่วนท่อแยกเข้าสุขภัณฑ์ให้เดินในผนัง เว้นแต่แบบแปลนจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
60
PD 2
جے
Feed
7
1.3) การเดินท่อน้ําประปาบริเวณทางเท้า หรือรางระบายน้ํารอบอาคาร ให้เดินท่อที่ ผนังอาคารเหนือทางเท้ารอบอาคาร หรือเดินท่อบริเวณปากรางระบายน้ํารอบอาคาร
1.4) ข้อต่อ Union มิให้ติดตั้งฝังในกําแพง ผนัง ฝากั้น หรือมีสิ่งห่อหุ้มใดๆ ทั้งสิ้น
แนวของท่อประปาที่ต้องเดินขนานหรือตัดกับแนวท่อโสโครกหรือท่อน้ําทิ้ง ต้อง
1.5)
อยู่เหนือท่อโสโครกหรือท่อน้ําทิ้งเป็นระยะไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร - การติดตั้งระบบประปาภายนอกอาคาร
กําหนดในตารางที่ 4
2.1) หากมิได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ต้องวางท่อให้ระดับความลึกหลังท่อไม่น้อยกว่าที่
ตารางที่ 4 ความลึกหลังท่อน้ําประปา
เส้นผ่านศูนย์กลางท่อ ความลึกเฉลี่ยจากพื้นดิน – หลังท่อ | ทรายรองท่อและ ทรายกลบหลังท่อ
ข้างท่อ (ม.)
(ม.)
50-75
(มม.)
(ม.)
15-40
ไม่น้อยกว่า 0.20
ไม่น้อยกว่า 0.30
ไม่น้อยกว่า 0.60
0.10
0.30
2.2)
ไม่น้อยกว่า 0.80
เมื่อวางท่อและกลบดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องคืนสภาพพื้นผิวตามเดิมหรือดี
0.10
0.30
100-150
ใหญ่กว่า 150
กว่าเดิม หรือตามที่กําหนดในแบบแปลน
2.3)
หากแนวท่อน้ําประปาต้องเดินตัดแนวท่อน้ําโสโครกหรือท่อน้ําทิ้ง หรือเดินขนาน
ห่างไม่เกิน 3 เมตร ท่อน้ําประปาต้องอยู่เหนือท่อน้ําโสโครกหรือท่อน้ําทิ้งเป็นระยะไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร - การติดตั้งประตูน้ําและอุปกรณ์ประกอบ
3.1) ผู้รับจ้างต้องติดตั้งประตูน้ํารวมและประตูน้ําแยกแต่ละชั้นหรือแต่ละส่วน เพื่อ สะดวกในการซ่อมแซม แก้ไข หรือติดตั้งเพิ่มเติมในอนาคต โดยตําแหน่งที่ติดตั้งต้องสามารถเข้าถึง ตรวจสอบ ถอดซ่อมหรือเปลี่ยนได้ง่าย และให้ใช้ประตูน้ําชนิดทองเหลืองที่ทนความดันใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 125 ปอนด์ต่อ
ตารางนิ้ว (psi)
3.2)
การต่อท่อน้ําประปาแยกเข้าสายอ่อนของเครื่องสุขภัณฑ์ทุกแห่ง เช่น โถส้วม
สายชําระ อ่างล้างหน้า เป็นต้น ห้ามต่อโดยตรง ให้ติดตั้ง Stop Valve ก่อน โดยมีขนาดเดียวกับท่อ
3.3) อุปกรณ์ประกอบท่อ PVC ของระบบประปา ในส่วนที่ต่อเข้ากับก๊อกน้ําหรือ ประตูน้ํา ให้ใช้ชนิดเกลียวในทองเหลือง
3.4) ผู้รับจ้างต้องติดตั้ง Air Chamber ไว้ที่ปลายสุดของท่อแยกที่จ่ายให้กับเครื่อง สุขภัณฑ์ โดยต้องมีขนาดไม่เล็กกว่าท่อที่แยกเข้าเครื่องสุขภัณฑ์นั้น ๆ และยาวไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร และที่ ปลาย Air Chamber ให้ใส่ Cap อุดและเชื่อมโดยรอบ เพื่อกันลมรั่วจาก Chamber
ๆ
61
25
2 บาค
Esad
I
5.3 ระบบระบายน้ําเสียและน้ําฝน
5.3.1 ขอบเขต - ระบบระบายน้ําเสียและน้ําฝนภายในอาคาร ประกอบด้วย
1.1) ท่อน้ําทิ้ง ท่อน้ําโสโครก ท่อระบายอากาศ และท่อระบายน้ําฝน ภายในตัวอาคาร
และบริเวณทางเท้าของอาคาร
1.2)
ระบบบําบัดน้ําเสีย เช่น ถังดักไขมัน ถังบําบัดน้ําเสีย เป็นต้น และท่อต่อเชื่อมเข้า
ตัวอาคาร - ระบบระบายน้ําเสียและน้ําฝนภายนอกอาคาร ประกอบด้วย ท่อระบายน้ําจากระบบ บําบัดน้ําเสีย ท่อน้ําฝนจากตัวอาคารหรือจากบ่อพักน้ําฝนข้างอาคารต่อเข้าระบบระบายน้ําภายนอก
5.3.2 วัสดุ - ท่อน้ําทิ้ง ท่อน้ําโสโครก และท่อระบายอากาศ ให้ใช้ท่อ PVC ชั้นคุณภาพ 8.5 มีคุณสมบัติ ตามมาตรฐาน มอก.17 (ฉบับล่าสุด) และข้อต่อ PVC แข็ง สําหรับงานระบายสิ่งปฏิกูลน้ําเสียและอากาศ มี คุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก.1410 (ฉบับล่าสุด)
- ท่อน้ําทิ้งและท่อน้ําโสโครกภายนอกอาคารหรือฝังดิน ให้ใช้ท่อ HDPE PN10 ที่มี คุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก.982 (ฉบับล่าสุด) หรือท่อ PVC แบบปลายบาน (ปากระฆัง) ชั้นคุณภาพ 13.5 ตามมาตรฐาน มอก.17 (ฉบับล่าสุด) ต่อด้วยแหวนยางที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน ASTM F 477
- ท่อน้ําฝนภายในอาคาร สําหรับท่อแนวดิ่ง ให้ใช้ท่อ PVC ชั้นคุณภาพ 8.5 มีคุณสมบัติตาม มาตรฐาน มอก.17 (ฉบับล่าสุด) และข้อต่อ PVC แข็ง มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก. 1131 (ฉบับล่าสุด) หรือ ท่อเหล็กอาบสังกะสี มีคุณสมบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม มอก.276 (ฉบับล่าสุด)
- ท่อน้ําฝนภายนอกอาคารหรือฝังดิน ให้ใช้ท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก ชั้นคุณภาพ 3 ที่มี คุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก.128 (ฉบับล่าสุด) หรือท่อ HDPE PN10 ที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม มอก.982 (ฉบับล่าสุด)
- ช่องทําความสะอาดท่อ(ที่พื้น) ((Floor) Clean Out – (F)CO) ฝา CO ทําด้วยทองเหลือง ส่วนฝา FCO ทําด้วยสแตนเลส (SUS304)
- ช่องระบายน้ําฝน (Roof Drain - RD) เป็นโครงเหล็กหล่อ มีปีกกันซึม หล่อเป็นเนื้อ เดียวกัน ช่องเปิดรับน้ําเป็นตะแกรงดักผงทรงนูนสูง ชนิดถอดออกได้ โดยเมื่อรวมพื้นที่ช่องเปิดแล้วต้องไม่น้อย กว่า 2 เท่าของขนาดท่อน้ําฝน ขนาดข้อต่อของช่องเปิดรับน้ําจะต้องเท่ากับขนาดท่อน้ําฝน และต่อแบบเกลียว
- ระบบบําบัดน้ําเสีย ให้ใช้ถังบําบัดน้ําเสียสําเร็จรูป (รับน้ําทิ้งและ/หรือน้ําโสโครก) และ ถังดักไขมัน (รับน้ําทิ้งจากครัว อ่างล้างจาน) ที่สามารถบําบัดน้ําเสียได้คุณภาพน้ําทิ้งตามมาตรฐานน้ําทิ้งของ กฎกระทรวงต่างๆ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือบังคับใช้ ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแบบแปลน รายการคํานวณ ชนิด ขนาด และขั้นตอนการติดตั้งของถังบําบัดฯ ที่เลือกใช้ ให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินการ
จัดหา
5.3.3 การติดตั้ง - ท่อน้ําทิ้งและท่อน้ําโสโครกในแนวระดับที่มีขนาดเล็กกว่า 75 มิลลิเมตร (3 นิ้ว) ต้องมี ความลาดเอียงไม่น้อยกว่า 1:50 สําหรับท่อขนาด 100 มิลลิเมตร (4 นิ้ว) หรือใหญ่กว่า ต้องติดตั้งให้มีความ
62
دو
เคยค
ลาดเอียงไม่น้อยกว่า 1:100 ส่วนท่ออากาศในแนวระดับต้องมีความลาดเอียง 1:100 โดยลาดขึ้นจากเครื่อง สุขภัณฑ์ไปยังท่อเมนของระบบท่ออากาศ ห้ามต่อท่อลดระดับที่ทําให้น้ําขังโดยเด็ดขาด - การเปลี่ยนทิศทางของท่อน้ําทิ้งและท่อน้ําโสโครก ให้ใช้ข้อต่อตัว Y หรือทีวาย หรือข้อ โค้งรัศมีกว้าง ห้ามใช้ข้องอฉากหรือสามทางฉากโดยเด็ดขาด เพื่อให้ได้แนวตามความต้องการ เว้นแต่กรณีที่ท่อ
น้ําโสโครกไหลจากแนวราบลงสู่แนวดิ่ง อาจใช้ข้อโค้งสั้น 90 องศาได้ - ท่ออากาศต้องต่อออกไปนอกอาคารเสมอ โดยให้ปลายท่อเป็นข้อต่อตัวที (T) ปิดปลาย ท่อทั้งสองด้านด้วยลวดกรงไก่ตาถี่ โผล่พ้นชายคาหรือดาดฟ้า หรืออย่างน้อยเหนือระดับช่องเปิดบนสุดของชั้น บนสุดเป็นระยะไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร และต้องมีการป้องกันไม่ให้น้ํารั่วซึมได้ในกรณีเดินท่อทะลุหลังคา
หรือผนัง - ช่องระบายน้ําที่พื้น (Floor Drain - FD) มีที่ดักกลิ่นในตัว โดยพื้นชั้นล่างสุดให้ใช้ที่ดัก กลิ่นชนิด Bell Trap ขนาดของช่องระบายน้ําจะต้องมีขนาดเท่ากับขนาดของท่อแยกที่ต่ออกมารับหัวช่อง ระบายน้ํานั้นๆ แต่ต้องไม่เล็กกว่า 50 มิลลิเมตร (2 นิ้ว) ส่วนช่องระบายน้ําที่พื้นถัดจากชั้นล่างสุดขึ้นไป รวมถึง โถปัสสาวะ อ่างล้างมือ อ่างล้างจาน ให้ใช้ที่ดักกลิ่นชนิด P-Trap และต้องมีที่สําหรับทําความสะอาด หรือมี ส่วนของที่ดักกลิ่นเองที่ถอดออกทําความสะอาดได้
- ช่องทําความสะอาดท่อ(ที่พื้น) ((Floor) Clean Out – (F)CO) ต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า ขนาดของท่อน้ําทิ้งหรือท่อโสโครกที่ต่ออยู่ โดยมีแนวทางการติดตั้ง ดังนี้
5.1) ติดตั้งทุกระยะ 15 เมตร สําหรับท่อน้ําทิ้งหรือท่อน้ําโสโครกในแนวนอนที่มีขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร (4 นิ้ว) หรือเล็กกว่า และทุกระยะ 30 เมตร สําหรับท่อที่ขนาดใหญ่กว่า 100 มิลลิเมตร (4 นิ้ว) ขึ้นไป
5.2)
ติดตั้งในกรณีที่ท่อน้ําทิ้งหรือท่อน้ําโสโครกเปลี่ยนทิศทางเกิน 45 องศา
5.3) ติดตั้งที่ฐานของท่อน้ําทิ้งหรือท่อน้ําโสโครกในแนวดิ่ง
5.4) พื้นชั้นล่างสุดให้ติดตั้ง FCO ส่วนพื้นถัดจากชั้นล่างสุดขึ้นไปให้ติดตั้ง CO 6) การวางท่อหรือรางระบายน้ําจะต้องมีรอยต่อสนิทแนบเนียน ได้แนวตรง และมีระดับลาด เอียงไม่น้อยกว่า 1:200 หรือเพียงพอให้น้ําไหลได้ด้วยความเร็วไม่ต่ํากว่า 0.6 เมตรต่อวินาที - บ่อพักสําหรับตรวจการระบายน้ํา ให้ก่อสร้างทุกมุมเลี้ยว และทุกระยะไม่เกิน 12 เมตร สําหรับท่อระบายน้ําที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 0.10 เมตร และทุกระยะไม่เกิน 24 เมตร สําหรับ ท่อระบายน้ําที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 0.60 เมตรขึ้นไป เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
- ผู้รับจ้างต้องเสนอแบบแสดงระดับของท่อระบายน้ํา (Invert Elevation) ทั้งหมดให้ผู้ ควบคุมงานพิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินการก่อสร้าง
- การติดตั้งถังบําบัดน้ําเสียและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และการเริ่มต้นการทํางาน (Start Up) ให้เป็นไปตามมาตรฐานผู้ผลิต ทั้งนี้ ทุกขั้นตอนผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวิศวกรสิ่งแวดล้อมหรือผู้ที่มีความรู้ใน ด้านระบบบําบัดน้ําเสียโดยเฉพาะดูแลการติดตั้ง จนกระทั่งระบบมีการทํางานคงที่
63
تو
โฟ
!
5.4
การทดสอบระบบ และการทําความสะอาด
5.4.1
การทดสอบระบบ - ทุกระบบจะต้องได้รับการทดสอบและตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนที่ผู้รับจ้างจะติดตั้งฝ้า เพดาน กลบดิน หรือกระทําการใด ๆ ที่ปิดบังท่อ โดยแรงงาน วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ที่จําเป็น และ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการทดสอบและตรวจสอบระบบเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
- การทดสอบระบบท่อน้ําประปาด้วยแรงดัน เมื่อติดตั้งท่อน้ําประปาเสร็จ ก่อนต่อท่อเข้า เครื่องสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ทั้งหมด ให้ปิดก๊อกน้ําทั้งหมด และสูบอัดน้ําสะอาดเข้าระบบท่อจนได้แรงดัน 10 บาร์ (150 psi) หรือไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของแรงดันใช้งานที่อาจเกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินความดันตามชั้นคุณภาพ ของท่อ ทิ้งไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 60 นาที หากพบส่วนใดของระบบท่อรั่วซึมหรือชํารุดจะต้องแก้ไขให้ เรียบร้อยโดยวิธีถอดออกต่อใหม่หรือเปลี่ยนของใหม่เท่านั้น แล้วทดสอบใหม่อีกครั้งจนกว่าจะไม่พบการรั่วซึม
ใด ๆ ในระบบ - การทดสอบระบบท่อน้ําทิ้ง ท่อน้ําโสโครก ท่อระบายอากาศ และท่อน้ําฝน ให้ใช้ปลั๊กอุด ทางออกท่อทั้งหมดของระบบที่จะทําการทดสอบให้แน่น ยกเว้นช่องที่อยู่ระดับสูงสุด ให้ต่อท่อขึ้นในแนวดิ่ง 3 อให้เกิดแรงกดของน้ํา เติมน้ําจนเต็มท่อ หรืออาจใช้เครื่องสูบน้ําให้เกิดแรงดันเท่ากับความดันน้ําสูง 3 เมตรก็ได้ และทิ้งไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 60 นาที แล้วตรวจระดับน้ํา หากระดับน้ําลดลงไม่เกิน 10 เซนติเมตร ก็ถือว่าใช้ได้ ในกรณีทดสอบท่อเป็นส่วน ๆ แยกจากกัน ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้างต้น
ๆ - การทดสอบระบบต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นอาจใช้วิธีอื่นได้ตามความเหมาะสมแต่ต้องได้รับ อนุมัติจากผู้ควบคุมงานเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนดําเนินการ
- จากผลการทดสอบและตรวจสอบระบบต่าง ๆ หากปรากฏว่ามีท่อรั่วซึมหรือชํารุดบุบ สลาย หรือระบบทํางานไม่สมบูรณ์ หรือคุณภาพน้ําทิ้งไม่ได้ตามมาตรฐานน้ําทิ้ง หรือไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ของการประปานครหลวง ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขให้ทันที และต้องทําการทดสอบใหม่อีกครั้ง จนกว่า ผลนั้นจะเรียบร้อยสมบูรณ์ตามวัตถุประสงค์ของการประปานครหลวง ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นของผู้รับจ้าง
เองทั้งสิ้น
5.4.2 การทําความสะอาด - เมื่อผ่านการติดตั้ง ทดสอบและตรวจสอบระบบท่อประปาเรียบร้อยแล้ว จะต้องทําความ สะอาดทั้งหมด รวมถึงเครื่องสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ที่ติดตั้งในระบบทุกชิ้นอย่างทั่วถึงทั้งภายนอกและภายใน โดยเช็ดถูขัดล้างน้ํามันจาระบี เศษโลหะ และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกให้หมด หากการติดตั้งหรือการทําความ สะอาดนี้กระทําความชํารุดเสียหายต่อส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคารหรือวัสดุตกแต่งอาคาร ผู้รับจ้างจะต้อง ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนส่วนนั้น ๆ ให้ใหม่ทันที โดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้าง
- การฆ่าเชื้อโรคในระบบท่อน้ําประปา ให้ใช้สารละลายคลอรีนเข้มข้นเติมลงไปในระบบท่อ ประปาหรือส่วนของระบบท่อประปาที่มีน้ําขังอยู่เต็ม เปิดให้น้ํามีการหมุนเวียนจนกระทั่งน้ําในระบบท่อมี คลอรีนเข้มข้นไม่ต่ํากว่า 50 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือ 50 ส่วนในล้านส่วน (50 ppm) แล้วแช่ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เมื่อครบกําหนด ให้เปิดวาล์วทุกวาล์ว แล้วใช้น้ําสะอาดไล่สารละลายคลอรีนออกจากระบบท่อประปา จนกระทั่งน้ํามีคลอรีนเหลืออยู่ไม่ถึง 0.2 มิลลิกรัมต่อลิตร จึงหยุดได้และถือว่างานทําความสะอาดระบบท่อ น้ําประปาแล้วเสร็จ
64 D
โฟ - การทําความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคถังเก็บน้ําประปา ให้ใช้แปรงขนแข็งทําความสะอาดผิว ภายในถัง พร้อมทั้งล้างผิวด้วยน้ําสะอาด เพื่อขจัดคราบและสิ่งสกปรกออกจนหมด ใช้คลอรีนผสมน้ําสะอาด ให้มีความเข้มข้นไม่ต่ํากว่า 200 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือ 200 ส่วนในล้านส่วน (200 ppm) ฉีดหรือชโลมผิว ถังเก็บน้ําประปาให้ทั่ว
ชัยยง
65