จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องวัดความหนาแน่นกระดู (BMD) จำนวน ๑ งาน (ระยะเวลา 12 เดือน)

โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า 69029311621
฿1,500,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 17 ก.พ. 2569 นครนายก
รายละเอียดการจ้าง

โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มีความประสงค์จ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก (BMD) เพื่อให้บริการตรวจวินิจฉัยความหนาแน่นของกระดูกส่วนต่างๆ ของร่างกายแก่ผู้ป่วยทุกเพศทุกวัยที่มีภาวะแร่ธาตุในกระดูกลดลง ช่วยวินิจฉัยภาวะกระดูกพรุน ติดตามผลการรักษา และประเมินโอกาสการเกิดกระดูกหัก (osteoporotic fractures) โดยใช้งบประมาณจากรายรับสถานพยาบาล วงเงิน 1,500,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) จัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

ขอบเขตงานครอบคลุมการจัดหาและติดตั้งเครื่อง BMD แบบรังสีเอกซ์สองค่าพลังงาน (Dual Energy X-Ray) จำนวน 1 เครื่อง พร้อมชุดคอมพิวเตอร์ควบคุม อุปกรณ์ประกอบ เช่น UPS เครื่องพิมพ์สี และ Quality Control Spine Phantom รวมถึงการปรับปรุงห้องตรวจให้ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยทางรังสี และผ่านการสอบเทียบจากสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้รับจ้างต้องจัดหานักรังสีการแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลปะและมีประสบการณ์ตรวจ BMD ประจำให้บริการในวันและเวลาราชการ รวมถึงนอกเวลาราชการตามความต้องการ พร้อมดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมเครื่องตลอดอายุสัญญา โดยต้องซ่อมภายใน 48 ชั่วโมงเมื่อเกิดขัดข้อง และต้องมีเครื่องสำรองกรณีเครื่องหลักใช้งานไม่ได้

ระยะเวลาสัญญา 365 วัน ณ แผนกรังสีกรรม โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โดยต้องติดตั้งและพร้อมให้บริการภายใน 30 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา การชำระเงินเรียกเก็บทุก 30 วัน ต่อผู้ป่วย 1 ราย ต่อการตรวจแต่ละส่วนอวัยวะ (Part Examination) ผู้รับจ้างต้องมีประสบการณ์ติดตั้งเครื่องในโรงพยาบาลภาครัฐอย่างน้อย 1 แห่ง และต้องวางหลักประกันสัญญาร้อยละ 5 ของราคางาน พร้อมประกันความชำรุดบกพร่อง 1 ปีนับแต่วันตรวจรับ

English summary

Chulachomklao Royal Military Academy Hospital intends to procure outsourced Bone Mineral Density (BMD) scanning services with a budget of 1,500,000 THB (inclusive of 7% VAT) through electronic bidding (e-bidding). The objective is to provide diagnostic services measuring bone density in various parts of the body for patients of all ages with reduced bone mineral content, supporting osteoporosis diagnosis, treatment monitoring, and assessment of osteoporotic fracture risk.

The scope of work covers supplying and installing one Dual Energy X-Ray (DEXA) BMD machine with a control computer set and accessories such as UPS, color printer, and Quality Control Spine Phantom, including renovating the examination room to meet radiation safety standards and passing calibration by the Division of Radiation and Medical Devices, Department of Medical Sciences. The contractor must provide licensed radiographers experienced in BMD scanning during and outside official hours, maintain and repair the machine throughout the contract period (repairs within 48 hours), and provide backup equipment when needed.

The contract duration is 365 days at the Radiology Department of Chulachomklao Royal Military Academy Hospital. Installation and service readiness must be completed within 30 days of contract signing. Payments are invoiced every 30 days per patient per part examination. Bidders must have experience installing BMD machines in at least one public hospital, provide a contract guarantee of 5%, and offer a 1-year defect warranty from acceptance.

สถานที่ดำเนินการ

แผนกรังสีกรรม โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้บริการตรวจวินิจฉัยถึงความหนาแน่นของกระดูกส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อช่วยในการตรวจวินิจฉัยโรคให้ตรงตามอาการของโรคนั้นๆ
  • เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้มากขึ้น ซึ่งจะนำสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
  • ใช้สำหรับการตรวจวัดเพื่อวินิจฉัยภาวะกระดูกพรุน ติดตามผลการรักษา และประเมินโอกาสของการเกิดกระดูกหัก (osteoporotic fractures)

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาและติดตั้งเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก (BMD) แบบรังสีเอกซ์สองค่าพลังงาน (Dual Energy X-Ray) จำนวน 1 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ประกอบและระบบปฏิบัติการที่จำเป็น ให้พร้อมใช้งานทันทีหลังติดตั้งเสร็จ
  • ปรับปรุงห้องติดตั้งเครื่อง BMD ให้เป็นไปตามมาตรฐานห้องตรวจ เช่น ระบบไฟฟ้า สวิตช์ ปลั๊กไฟ ระบบปรับอากาศ ระบบระบายอากาศ จุดเชื่อมต่อสาธารณูปโภค โทรศัพท์ เพิ่มแสงสว่าง ติดตั้งสัญญาณไฟสีแดงหน้าห้องขณะเอกซเรย์ และระบบความปลอดภัยทางรังสี โดยผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • ดำเนินการให้ห้องตรวจและเครื่อง BMD ผ่านเกณฑ์สอบเทียบของสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในเขตรับผิดชอบ โดยผู้รับจ้างรับผิดชอบทั้งหมด
  • ให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่อง BMD ภายในสถานที่ของโรงพยาบาล ในวันและเวลาราชการตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด และเปิดบริการนอกเวลาราชการได้ตามความต้องการ
  • จัดหาบุคลากร (นักรังสีการแพทย์/เจ้าหน้าที่ผ่านการอบรม) พร้อมเครื่องแบบ และรับผิดชอบค่าตอบแทนทั้งหมด หากบุคลากรไม่สามารถปฏิบัติงานได้ต้องจัดหาคนทดแทนทันที
  • บริหารจัดการ ดูแลรักษา และซ่อมแซมเครื่อง BMD อย่างสม่ำเสมอตลอดอายุสัญญา ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง หากเครื่องขัดข้องต้องส่งช่างมาซ่อมภายใน 48 ชั่วโมง และรายงานผลภายใน 2 วันทำการ
  • จัดหาเครื่องมือแพทย์สำรองที่มีคุณลักษณะเทียบเท่าหรือดีกว่า กรณีเครื่องหลักชำรุด อยู่ระหว่างซ่อม หรือให้การวินิจฉัยไม่ได้ตามมาตรฐาน
  • จัดหาอุปกรณ์ประจำห้องตรวจ: คอมพิวเตอร์พร้อมจอและอินเทอร์เน็ตสำหรับลงทะเบียน/รายงานผล เครื่องพิมพ์ โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เอกสาร ตู้เก็บเสื้อผ้าผู้รับบริการ และฉากกันรังสีชนิดล้อเลื่อน
  • รับผิดชอบค่าสาธารณูปโภค (ติดตั้งมาตรวัดไฟฟ้า) วัสดุสิ้นเปลือง เช่น กระดาษ หมึกพิมพ์ แผ่น CD/DVD พร้อมซอง และการทำความสะอาดประจำวันในพื้นที่บริการ
  • ให้ความร่วมมือกับบุคลากรแผนกรังสีกรรม และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการโรงพยาบาล
  • ห้ามนำผู้ป่วยจากภายนอกโรงพยาบาลมาตรวจโดยไม่ผ่านระบบของแพทย์ประจำโรงพยาบาลทุกกรณี
  • เก็บผลตรวจทั้งหมดของผู้ใช้บริการ และจัดส่งภาพและผลการตรวจทั้งหมดให้ผู้ว่าจ้างเมื่อสิ้นสุดสัญญา

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • เครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก (BMD) แบบ Dual Energy X-Ray จำนวน 1 เครื่อง ติดตั้งแล้วและผ่านการสอบเทียบมาตรฐานเครื่องเอกซเรย์จากสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
  • ชุดคอมพิวเตอร์ควบคุมและประมวลผล (CPU Core i5 ขึ้นไป, RAM ≥ 4 GB, Hard Disk ≥ 1 TB, MS Windows XP หรือสูงกว่า, จอสี ≥ 24 นิ้ว, DVD Drive, Optical mouse และ Keyboard)
  • อุปกรณ์ประกอบการใช้งาน: เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) ขนาด 5,000 VA จำนวน 1 เครื่อง, เครื่องพิมพ์สี 1 เครื่อง, หมอนหนุน/หมอนรองยึดสำหรับ Spine, Femur และ DVA อย่างละ 1 ชุด, Quality Control Spine Phantom 1 ชุด
  • อุปกรณ์ประจำห้องตรวจ: คอมพิวเตอร์พร้อมระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต, เครื่องพิมพ์รายงานผล 1 ชุด, โต๊ะพร้อมเก้าอี้ 1 ชุด, ตู้เอกสาร, ตู้เก็บเสื้อผ้าผู้รับบริการ 1 ชุด, ฉากกันรังสีชนิดล้อเลื่อน 1 ชุด
  • คู่มือการใช้งานและบำรุงรักษา ฉบับภาษาไทย 1 ชุด และฉบับภาษาอังกฤษ 1 ชุด
  • ห้องตรวจที่ปรับปรุงแล้วและได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
  • บุคลากรนักรังสีการแพทย์/เจ้าหน้าที่ผ่านการอบรม ประจำให้บริการตลอดอายุสัญญา
  • ผลตรวจและภาพทั้งหมดของผู้มารับบริการ จัดส่งให้ผู้ว่าจ้างเมื่อสิ้นสุดสัญญา

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาสัญญา: 365 วัน ณ แผนกรังสีกรรม โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
  • ติดตั้งเครื่องและพร้อมให้บริการได้ภายใน 30 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา (หากพ้นกำหนด ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 ของราคาจ้างทั้งสัญญา)
  • ต้องได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก่อนเริ่มให้บริการ หากพ้น 30 วันหลังลงนามสัญญาโดยยังไม่ผ่านการรับรอง ถือว่าผิดข้อตกลงในสัญญา
  • กำหนดยืนราคา: 120 วัน นับถัดจากวันที่เสนอราคา
  • ประกันความชำรุดบกพร่อง: 1 ปี นับแต่วันที่คณะกรรมการตรวจรับได้รับมอบ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    • จดทะเบียนวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการให้เช่าเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมทั้งรับเป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำทางเทคนิค แก้ไขปัญหาการใช้งาน และให้บริการซ่อมบำรุงรักษา
    • ลงทะเบียนข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
    • กรณียื่นข้อเสนอแบบกิจการร่วมค้า ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขสัดส่วนผู้เข้าร่วมค้าหลักและการมอบอำนาจตามที่กำหนด
  • Standards Compliance:
    • เครื่องและห้องตรวจต้องผ่านการสอบเทียบมาตรฐานจากสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (ไม่ได้ระบุข้อกำหนด ISO โดยตรง)
  • Experience:
    • มีประสบการณ์การให้บริการจ้างเหมาตรวจมวลกระดูก โดยมีเครื่องติดตั้งในโรงพยาบาลภาครัฐในปัจจุบันอย่างน้อย 1 แห่ง พร้อมแนบสำเนาสัญญาเป็นหลักฐาน
    • มีช่างผ่านการฝึกอบรมและมีประสบการณ์ในการติดตั้ง (ต้องแสดงเอกสารรับรอง)
  • Previous Project Cost: ไม่ได้ระบุ
  • Technical Capabilities:
    • มีเครื่อง BMD ที่ตรงตามคุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิคที่กำหนด พร้อมอุปกรณ์ประกอบครบถ้วน
    • มีทีมงานสำหรับเชื่อมต่อระบบลงทะเบียนของโรงพยาบาล
  • Personnel:
    • นักรังสีการแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลปะ และมีประสบการณ์ทางด้านการตรวจ BMD มาก่อน หรือเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความชำนาญจบทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมเอกสารอ้างอิงว่าได้รับการอบรมจากรังสีแพทย์หรือนักรังสีการแพทย์แล้ว
  • Financial Requirements:
    • มูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิหักหนี้สินสุทธิ) จากงบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีล่าสุดที่ตรวจรับรองแล้ว ต้องแสดงค่าเป็นบวก หรือกรณียังไม่มีการรายงานงบการเงิน ต้องมีทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
    • กรณีไม่มีมูลค่าสุทธิเพียงพอ สามารถใช้วงเงินสินเชื่อจากธนาคาร/บริษัทเงินทุน 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ (คิดเป็น 375,000 บาท) ออกให้ไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ

เกณฑ์การพิจารณา

  • ใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผ่านระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาทุกข้อ รวมถึงเอกสารแสดงมูลค่าสุทธิของกิจการ สำเนาสัญญาผลงานติดตั้งเครื่องในโรงพยาบาลภาครัฐอย่างน้อย 1 แห่ง และเอกสารรับรองช่างผ่านการฝึกอบรม
  • ผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านคุณสมบัติและเสนอราคาต่ำสุดตามหลักเกณฑ์ของวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะการประกวดราคา
  • ราคาที่เสนอต้องรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 ไว้ด้วยแล้ว

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เครื่องวัดความหนาแน่นกระดูกแบบรังสีเอกซ์สองค่าพลังงาน (Bone Mineral Density, Dual Energy X-Ray) จำนวน 1 เครื่อง
  • ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ 220 โวลต์ 50-60 เฮิร์ท มีเตียงติดตั้งนิ่งกับที่ แหล่งกำเนิดรังสีใต้เตียง หัววัดรังสีเหนือเตียง
  • วิธีการให้ได้มาซึ่งข้อมูลแบบ Digital Fast beam Technology เครื่องกำเนิดเอกซเรย์แบบให้พลังงานต่อเนื่องความถี่สูง (High frequency monoblock)
  • Nominal High Voltage 90 kV (พลังงานสูงสุดตามที่ระบุใน TOR 990 kV), Nominal Tube Current 2 mA (สูงสุด 2.4 mA)
  • หลอดเอกซเรย์ Tungsten Fixed Anode, Focal Point 0.6 x 0.5 มม., Anode angle 12 องศา, ลำรังสีแบบ Pencil Beam, กรองรังสี 2 ระดับพลังงาน
  • ความจุความร้อน Anode 40k หรือ 54 KHU, Housing Tube 500k หรือ 675 kHU
  • หัววัดรังสี (Detector) แบบ Scintillator and Photomultiplier (High Performance Photomultiplier Tube) จำนวน 1
  • สแกนแบบ Rectilinear scan พื้นที่สูงสุด 200 x 65 ซม. ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแนว X-Y kinematics
  • เวลาสแกน: Lumbar Spine / Femur / Forearm 90 วินาที, Whole Body 7 นาที มีปุ่มหยุดฉุกเฉิน (Emergency stop button)
  • มีระบบ DICOM เชื่อมต่อ HIS/RIS/PACS ได้ ค่าความคลาดเคลื่อนการวิเคราะห์ไม่เกิน 1.0% (in vivo)
  • แสดงค่า BMC, BMD, Area, Z-Score, T-Score มีโปรแกรม Patient follow up, Automatic/Manual Region of Interest Location
  • โปรแกรมวิเคราะห์: AP Spine, Forearm, Femur, Dual Femur, In-Row Scan, Whole Body BMD, Lateral Spine BMD, Pediatrics, Orthopedics, DVA, Cobb Angle Measurement (AP-DVA), Whole Body Composition, Hip Structural Analysis, Morphometric tools และประเมินความเสี่ยงกระดูกหัก 10 ปี
  • มีโปรแกรมค่าอ้างอิงสำหรับกลุ่มประชากรเชื้อชาติต่างๆ ปรับขนาดช่องหน้าต่างสแกนได้ตามส่วนของผู้ป่วย

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินจัดจ้าง: 1,500,000 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 แล้ว
  • การชำระเงิน: เรียกเก็บค่าจ้างทุกวงรอบ 30 วัน โดยคิดต่อผู้ป่วย 1 ราย ต่อการตรวจแต่ละส่วนอวัยวะ (Part Examination) เมื่อคณะกรรมการตรวจรับตรวจสอบถูกต้องครบถ้วน
  • หากภาพตรวจไม่ได้มาตรฐาน (เช่น ภาพไม่ชัด) ผู้รับจ้างต้องตรวจใหม่โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
  • ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ลดหย่อนค่าบริการหรือไม่คิดค่าใช้จ่ายในผู้ป่วยบางราย ตามดุลยพินิจของผู้อำนวยการโรงพยาบาล
  • ค่าปรับ: หากเริ่มให้บริการล่าช้ากว่ากำหนด ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของค่าจ้างตามสัญญา
  • ค่าปรับกรณีไม่จัดนักรังสีการแพทย์/เจ้าหน้าที่ตามกำหนด หรือไม่หาเจ้าหน้าที่ทดแทน: ปรับเงิน 338 บาท ต่อผู้ป่วย 1 คน ต่อการตรวจในครั้งนั้น โดยหักจากค่าจ้างค้างจ่ายหรืองวดถัดไป
  • เงื่อนไข Downtime: ต้องไม่เกิน 7 วันต่อปี หากเกิน ผู้รับจ้างต้องจ่ายวันละ 50,000 บาท หรือจัดหาเครื่องที่มีคุณลักษณะเทียบเท่าหรือดีกว่ามาทดแทน (ซ่อมเสร็จภายใน 6 ชั่วโมงไม่นับ Downtime, เกิน 6–24 ชั่วโมงนับ 1 วัน)
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคางานจ้างตามสัญญา มีอายุครอบคลุมตลอดอายุสัญญา คืนเมื่อพ้นข้อผูกพันทั้งปวง
  • ประกันความชำรุดบกพร่อง: 1 ปี นับแต่วันตรวจรับ หากชำรุดต้องซ่อมแซมให้ใช้ได้ดังเดิมภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
  • กำหนดยืนราคา: 120 วัน นับถัดจากวันที่เสนอราคา
  • ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการติดตั้ง ปรับปรุงห้อง สอบเทียบ สาธารณูปโภค วัสดุสิ้นเปลือง และค่าตอบแทนบุคลากร
  • หากต้องการเคลื่อนย้าย/เปลี่ยนแปลงเครื่องมือ ต้องเสนอแผนการให้บริการล่วงหน้าและได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างก่อน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: เครื่องวัดความหนาแน่นกระดูกที่ต้องจัดหาเป็นแบบใดและมีเทคโนโลยีอะไร?
    คำตอบ: เป็นแบบรังสีเอกซ์สองค่าพลังงาน (Dual Energy X-Ray) ใช้เทคโนโลยี Digital Fast beam และลำรังสีแบบ Pencil Beam พร้อมระบบ DICOM ที่เชื่อมต่อ HIS/RIS/PACS ได้ และมีโปรแกรมวิเคราะห์ครบทั้ง AP Spine, Femur, Whole Body, Pediatrics, Orthopedics และ DVA
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องติดตั้งเครื่องและเริ่มให้บริการได้ภายในกี่วัน?
    คำตอบ: ต้องติดตั้งและพร้อมให้บริการภายใน 30 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา และต้องได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก่อนเริ่มให้บริการ หากพ้น 30 วันโดยยังไม่ผ่านการรับรองถือว่าผิดข้อตกลง
  • คำถาม: หากเครื่อง BMD ขัดข้อง ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไรและภายในเวลาเท่าใด?
    คำตอบ: ต้องรายงานผู้ว่าจ้างทันทีที่เกิดเหตุ ส่งช่างมาซ่อมแซมให้ใช้งานได้ดังเดิมภายใน 48 ชั่วโมง และรายงานผลการซ่อมผ่านหัวหน้าแผนกรังสีกรรมภายใน 2 วันทำการ พร้อมทั้งต้องมีเครื่องสำรองให้ตรวจได้อย่างต่อเนื่อง
  • คำถาม: เงื่อนไข Downtime ของเครื่องเป็นอย่างไร?
    คำตอบ: Downtime ต้องไม่เกิน 7 วันต่อปี หากเกินกำหนด ผู้รับจ้างต้องจ่ายค่าขาดประโยชน์วันละ 50,000 บาท หรือจัดหาเครื่องมือแพทย์ที่มีคุณลักษณะเทียบเท่าหรือดีกว่ามาใช้ทดแทนจนกว่าจะใช้งานได้ปกติ
  • คำถาม: บุคลากรที่ผู้รับจ้างต้องจัดหามีคุณสมบัติอย่างไร?
    คำตอบ: ต้องเป็นนักรังสีการแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลปะและมีประสบการณ์ตรวจ BMD มาก่อน หรือเจ้าหน้าที่ที่จบทางวิทยาศาสตร์การแพทย์พร้อมเอกสารยืนยันว่าได้รับการอบรมจากรังสีแพทย์หรือนักรังสีการแพทย์แล้วเท่านั้น
  • คำถาม: ผู้รับจ้างสามารถรับตรวจผู้ป่วยจากภายนอกโรงพยาบาลได้หรือไม่?
    คำตอบ: ไม่ได้ ผู้รับจ้างต้องไม่นำผู้ป่วยจากภายนอกโรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ามาทำการตรวจโดยไม่ผ่านระบบของแพทย์ประจำโรงพยาบาล ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • คำถาม: การเรียกเก็บค่าบริการคิดอย่างไร และหากภาพตรวจไม่ได้มาตรฐานต้องทำอย่างไร?
    คำตอบ: เรียกเก็บทุกวงรอบ 30 วัน โดยคิดต่อผู้ป่วย 1 ราย ต่อการตรวจแต่ละส่วนอวัยวะ (Part Examination) หากแพทย์ผู้สั่งตรวจหรือรังสีแพทย์เห็นว่าภาพไม่ได้มาตรฐาน ผู้รับจ้างต้องตรวจซ้ำโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้างนอกจากค่าเครื่อง?
    คำตอบ: รับผิดชอบค่าติดตั้ง ค่าปรับปรุงห้องตรวจ ค่าสอบเทียบเครื่องและห้อง ค่าสาธารณูปโภค (ติดตั้งมาตรวัดไฟฟ้า) ค่าวัสดุสิ้นเปลือง เช่น กระดาษ หมึกพิมพ์ แผ่น CD/DVD ค่าบำรุงรักษา ค่าเครื่องสำรอง และค่าตอบแทนบุคลากรทั้งหมด
  • คำถาม: ผลตรวจของผู้ป่วยเมื่อสิ้นสุดสัญญาต้องดำเนินการอย่างไร?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องเก็บผลตรวจทั้งหมดของผู้ใช้บริการ และเมื่อสิ้นสุดสัญญาต้องจัดส่งภาพและผลการตรวจทั้งหมดของผู้มาใช้บริการให้กับผู้ว่าจ้าง
  • คำถาม: ห้องติดตั้งเครื่อง BMD ต้องปรับปรุงให้ได้มาตรฐานอย่างไร?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องปรับปรุงระบบไฟฟ้า สวิตช์ ปลั๊กไฟ ระบบปรับอากาศ ระบบระบายอากาศ แสงสว่าง ระบบสื่อสาร ติดตั้งสัญญาณไฟสีแดงหน้าห้องขณะเอกซเรย์ และระบบความปลอดภัยทางรังสี โดยห้องตรวจต้องผ่านเกณฑ์สอบเทียบของสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

๑. ความเป็นมา
ขอบเขตงาน (Terms of Reference:TOR) งานจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก ( BMD ) โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มีการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยในส่วนของกระดูกและข้อ ซึ่งมีภาวะแร่ธาตุภายในกระดูกลดลง และมีผู้ป่วยทุกเพศทุกวัย ทุกช่วงอายุที่กําลังประสบปัญหานี้ และการตรวจเพื่อดู
ภาวะดังกล่าว จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เครื่องมือแพทย์เฉพาะที่เรียกว่างานจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องวัดความ หนาแน่นกระดูก(BMD) โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าได้เห็นความสําคัญถึงการตรวจวัดความ หนาแน่นของกระดูก เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับรู้ถึงโรคที่กําลังประสบปัญหาอยู่เป็นจํานวนมาก ด้วยวิทยาการและเทคโนโลยี สมัยใหม่ๆทางการแพทย์ ทําให้การเอกซเรย์ด้วยเครื่องมือแพทย์ที่มุ่งสู่อวัยวะนั้นๆ โดยตรงมีความจําเป็นมากในการ รักษาและวินิจฉัยโรคได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังเพิ่มสมรรถนะของการตรวจด้วยเครื่องมือที่มีอยู่อีกด้วย ด้วยเหตุผลนี้ โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
มีความประสงค์ในการจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องวัดความ
หนาแน่นกระดูก(BMD) อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อในด้านการให้บริการของโรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระ จุลจอมเกล้า ได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไปโดยจัดจ้างหน่วยงานภายนอกให้บริการตรวจด้วยเครื่องวัด ความหนาแน่นกระดูก(BMD) โดยงบรายรับสถานพยาบาลนี้ โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าวงเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อให้บริการตรวจวินิจฉัยถึงความหนาแน่นของกระดูกส่วนต่างๆของร่างกาย เพื่อช่วยในการ ตรวจวินิจฉัยโรคให้ตรงตามอาการของโรคนั้นๆ
ขึ้นได้
๓.
๒.๒ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้มากขึ้นซึ่งจะนําสู่คุณภาพชีวิตที่ดี
• คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้
ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการ บริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ โรงพยาบาล ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้า หลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
ผู้เข้าร่วม
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้
ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า
ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วม ค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๓.๑๑
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย
อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
9.
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จด ทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบ แสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะ การเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้ เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วง ระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะ
การเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้

๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
๓.

สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น
ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมี เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่
ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มี
มูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียง พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจาก ยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจาก สํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัท เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ํา ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อ
การพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคาร กลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่
เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตาม ประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของ
กิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย
การรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่
ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๖. 5. กรณีตาม ข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้

(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้าง
แล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้ แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(5.5) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง
พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๔. วัตถุประสงค์ในการใช้งาน
ใช้สําหรับการตรวจวัดเพื่อวินิจฉัยภาวะกระดูกพรุน ติดตามผลการรักษาและประเมินโอกาสของการ
เกิดกระดูกหัก (osteoporotic fractures)
๕. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะและรายละเอียดทางเทคนิค
เครื่องวัดความหนาแน่นกระดูกแบบรังสีเอกซ์สองค่าพลังงาน (Bone Mineral Density, Dual
Energy X-Ray) จํานวน ๑ เครื่อง
๕.๑ คุณลักษณะทั่วไป
๕.๑.๑ ใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ ๒๒๐ โวลต์ ๕๐-๖๐ เฮิร์ท
๕.๑.๒ ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการควบคุมการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูล ๕.๑.๓ มีเตียงที่ติดตั้งอยู่นิ่งกับที่โดยมีแหล่งกําเนิดรังสีอยู่ใต้เตียงและมีหัววัดรังสีอยู่เหนือ
เตียง
๕.๒ คุณลักษณะในทางเทคนิค
๕.๒.๑ วิธีการให้ได้มาซึ่งข้อมูลจากการตรวจเป็นแบบ Digital Fast beam Technology ๕.๒.๒ เครื่องกําเนิดไฟฟ้าสําหรับผลิตพลังงานเอกซเรย์เป็นแบบให้พลังงานอย่างต่อเนื่อง
ชนิดกระแสไฟฟ้าความถี่สูง (X-ray continuous generator – High frequency
monoblock)
๕.๒.๓ ระดับพลังงานปกติที่ใช้ในการสแกน( Nominal High Voltage)มีค่าความต่างศักย์
ของไฟฟ้าแรงสูง ๙๐ KVและระดับพลังงานสูงสุดมีค่า 990 kV
๕.๒.๔ กระแสไฟฟ้าที่ใช้ปกติของหลอดเอกซเรย์ (Nominal Tube Current) ๒ mA และ
ใช้กระแสได้สูงสุด ๒.๔ mA
๕.๒.๕ หลอดเอกซเรย์มีขั้วบวกชนิดอยู่นิ่งกับที่ทําจากทังสเตน (Tungsten Fixed
Anode)
๕.๒.๖ หลอดเอกซเรย์มีขนาดของจุดโฟกัส (Focal Point Dimensions)
๐.๖ มม. X 0.5 มม.
๕.๒.๗) หลอดเอกซเรย์มีมุมเอียงของขั้วบวก (Anode angle) ๑๒ องศา ๕.๒.๘ หลอดเอกซเรย์ให้ลํารังสีในการสแกนเป็นแบบ Pencil Beam ๕.๒.๙ การกรองรังสีของหลอดเอกซเรย์ให้ค่าระดับพลังงานสูงสุดได้ ๒ ระดับ
ค่าพลังงาน
๕.๒.๑๐ ความจุความร้อนของขั้ว Anode ๔๐ k หรือ ๕๔ KHU
๕.๒.๑๑ ความจุความร้อนของเครื่องหุ้มหลอดเอกซเรย์ (Housing Tube)
หรือ ๖๗๕ kHU
๕๐๐ k
๕.๒.๑๒ หัววัดรังสี (Detector) มีจํานวน ๑ ( Scintillator and Photomultiplier ) ๕.๒.๑๓ รูปแบบหรือชนิดของการวัดของหัววัดรังสีเป็นแบบHigh Performance
Photomultiplier Tube
๕.๒.๑๔ มีโปรแกรมการรายงานผลให้เลือกได้หลายรูปแบบ
๕.๒.๑๕ วิธีการสแกนเป็นแบบ Rectilinear scan
๕.๒.๑๖ สามารถสแกนได้พื้นที่สูงสุด ๒๐๐ ซม. X ๖๕ ซม.
๕.๒.๑๗ วิธีการสแกนเป็นแบบขับเคลื่อนชุดหัววัดด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าไปตามแนวยาวและ
แนวขวาง (X and Y kinematics)
๕.๒.๑๘ มีโปรแกรมค่าอ้างอิงสําหรับกลุ่มประชากรเชื้อชาติต่างๆ
๕.๒.๑๙ สามารถปรับขนาดของช่องหน้าต่างในการสแกนได้ตามส่วนของผู้ป่วยที่จะทําการ
ตรวจวัด
๕.๒.๒๐ สามารถเพิ่มความเร็วในการสแกนแต่ละส่วนได้ โดยมีระยะเวลาในการสแกน

ตามปกติ ดังนี้

  • Lumbar Spine ใช้เวลา ๙๐วินาที

Femur ใช้เวลา ๙๐ วินาที
Forearm ใช้เวลา ๙๐ วินาที
Whole body ใช้เวลา ๗ นาที
๕.๒.๒๑ มีปุ่มหยุดการสแกนได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน (Emergency stop button) ๕.๒.๒๒ สามารถจัดท่าหรือวางตําแหน่งใหม่ด้วยคอมพิวเตอร์ในการสแกนเพื่อให้ได้ท่าที่
ถูกต้อง
๕.๒.๒๓ มีระบบ DICOM ในการเชื่อมต่อ สามารถเชื่อมต่อกับ HIS/RIS/PACS ได้ ๕.๒.๒๔ มีค่าความคลาดเคลื่อนในการวิเคราะห์มวลสารของกระดูกส่วนต่างๆของร่างกาย
ไม่มากกว่า๑.๐% (in vivo)
๕.๒.๒๕ สามารถแสดงค่าการวิเคราะห์กระดูกส่วนต่างๆของร่างกายได้ ดังนี้
๕.๒.๒๕.๑ ค่าองค์ประกอบของแร่ธาตุในกระดูก (Bone Mineral
Content - BMC) หน่วยเป็นกรัม
๕.๒.๒๕๒ ค่าความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูก (Bone Mineral
Density – BMD) หน่วยเป็นกรัม/ตารางเซนติเมตร ๕.๒.๒๕.๓ ค่าพื้นผิวหรือพื้นที่ของส่วนที่ตรวจวัด(Area) หน่วยเป็นตาราง
เซนติเมตร
๕.๒.๒๕.๔ ค่าความแตกต่างของผู้ป่วยกับค่าเฉลี่ยในกลุ่มคนที่มีอายุเท่ากัน
(Z-Score)
๕.๒.๒๕.๕ ค่าความแปรผันทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบค่าของผู้ป่วยกับค่าเฉลี่ยของ กลุ่มประชากรวัยหนุ่มสาวที่เป็นเพศและเชื้อชาติเดียวกัน
(T-Score)
๕.๒.๒๖ มีโปรแกรมเปรียบเทียบการสแกนของกระดูกกับผลครั้งก่อน
(Patient follow up)
๕.๒.๒๗ มีโปรแกรมวิเคราะห์บริเวณกระดูกที่สนใจต้องการตรวจได้โดยอัตโนมัติ
(Automatic Region of Interest Location)
๕.๒.๒๘ โปรแกรมวิเคราะห์บริเวณกระดูกที่สนใจต้องการตรวจโดยผู้ใช้เป็นผู้กําหนดเอง
(Manual Region of Interest Location)
๕.๒.๒๙ มีโปรแกรมสําหรับการตรวจวินิจฉัยและวิเคราะห์ของส่วนต่างๆ ดังต่อไปนี้
๕.๒.๒๙.๑ AP Spine
๕.๒.๒๙.๒ Forearm
๕.๒.๒๙.๓ Femur
๕.๒.๒๙.๔ Dual Femur
๕.๒.๒๙.๕ การตรวจ Lumbar Spine และ Left/Right Femur ในการสแกน
ต่อเนื่องสําหรับการจัดท่า เพียงครั้งเดียว (In-Row Scan)
๕.๒.๒๙.๖ โปรแกรมวินิจฉัยความหนาแน่นกระดูกทั่วร่างกาย
(Whole Body BMD)
๕.๒.๒๙.๗ โปรแกรมตรวจวินิจฉัยวัดความหนาแน่นกระดูกสันหลังด้านข้าง
(Lateral Spine BMD)
๕.๒.๒๙.๘ โปรแกรมตรวจวินิจฉัยสําหรับเด็ก (Pediatrics)
๕.๒.๒๙.๙ โปรแกรมการตรวจวัดทางด้านกระดูกสําหรับผู้ป่วยที่ผ่าตัดใส่เหล็ก
(Orthopedics) ในส่วนต่างๆ เช่น Femur, Knee, Shoulder, Elbow เป็นต้น
๕.๒.๒๙.๑๐ โปรแกรมการตรวจกระดูกสันหลังตลอดความยาวในท่าด้านข้างเพื่อ
ดูความผิดรูปหรือการ กดทับของกระดูก(Digital Vertebral
Assessment - DVA )
๕.๒.๒๙.๑๑ โปรแกรมการตรวจกระดูกสันหลังตลอดความยาวในท่า AP สําหรับ
การวัดมุมเพื่อดูกระดูกสันหลังบิดโค้งไปด้านข้าง (Cobb Angle Measurement with AP-DVA)
๕.๒.๒๙.๑๒ โปรแกรมวิเคราะห์ไขมันและเนื้อเยื่อ (Whole Body
Composition)
๕.๒.๓๐ สามารถวัดวิเคราะห์กระดูกสะโพกเพื่อดูความเสี่ยงของการเกิดกระดูกหักได้
(Hip Structural Analysis)
๕.๒.๓๑ สามารถวัดขนาดพื้นผิว ระยะทาง และมุมจากรูปร่างลักษณะได้หลายส่วน
(Morphometric tools)
๕.๒.๓๒ สามารถประเมินโอกาสในการเกิดกระดูกหัก (osteoporotic fractures) ใน
ระยะเวลา ๑๐ ปี
5. ชุดคอมพิวเตอร์สําหรับควบคุมและประมวลผล
๖.๑ มีหน่วยประมวลผลกลางไม่น้อยกว่า Core i๕
๖.๒ มีหน่วยความจําหลัก (RAM) ไม่น้อยกว่า 4 GB
๖.๓ มีหน่วยความจําสํารอง (Hard Disk) ไม่น้อยกว่า ๑ TB
๖.๔ ใช้ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ MS Windows XP หรือ หรือสูงกว่า
๖.๕ มีจอแสดงภาพชนิดจอสี ความคมชัดสูง ขนาดไม่น้อยกว่า ๒๔ นิ้ว
๖.๖ มี DVD drive สามารถอ่านและเขียนบันทึกได้พร้อมทั้งโปรแกรมในการเขียนแผ่น DVD
๖.๗ มี Optical mouse และ Keyboard
๗. อุปกรณ์ประกอบการใช้งาน
๗.๑ เครื่องสํารองไฟฟ้า (UPS) ขนาด 5,000 VA (๑ kVA) จํานวน ๑ เครื่อง
๗.๒ เครื่องพิมพ์ชนิดสี จํานวน ๑ เครื่อง
๗.๓ หมอนหนุน หรือหมอนรองยึดในการจัดท่าขณะทําการตรวจวัด Spine, Femur และ Digital Vertebral Assessment จํานวนอย่างละ ๑ ชุด
๗.๔ แห่งกระดูกเทียมของกระดูกสันหลังในการควบคุมคุณภาพของเครื่อง (Quality Control Spine Phantom) จํานวน ๑ ชุด
4. หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
ผู้รับจ้างต้องให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก (BMD) ภายในสถานที่ของ
โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
๔.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการบริการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก(BMD) จํานวน
๑ ชุด ภายในสถานที่ของโรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โดยจัดให้มีการตรวจในวันและเวลาราชการ ตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
และสามารถเปิดบริการนอกเวลาราชการได้ตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง
๔.๒ ผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุงห้องที่จะติดตั้งเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก (BMD) ให้เป็นไปตาม มาตรฐานของห้องตรวจเช่น ระบบไฟฟ้า และระบบแจ้งเตือนขณะทําการเอกซเรย์ เช่น ติดตั้งสัญญาณไฟสีแดงหน้า ห้องตรวจ เป็นต้น รวมทั้งห้องตรวจจะต้องผ่านเกณฑ์สอบเทียบของสํานักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในเขตรับผิดชอบนั้นๆ โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
๔.๓ ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก (BMD) พร้อมอุปกรณ์ประกอบ และ ระบบปฏิบัติการอื่นๆที่จําเป็นต่อการใช้งาน และอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้ทันทีหลังจากที่ติดตั้งเสร็จ นอกจากนี้ เครื่องดังกล่าวจะต้องผ่านการสอบเทียบมาตรฐานเครื่องเอกซเรย์ โดยสํานักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในเขตรับผิดชอบนั้นๆ โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
๘.๔ ผู้รับจ้างจะต้องแนบเอกสารในส่วนของ คุณลักษณะเฉพาะของเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก
(BMD) ที่นํามาติดตั้งให้ตรงกับเครื่องที่นํามาวางภายในสถานที่ของโรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
ע
๔.๕ ผู้รับจ้างต้องกําหนดรูปแบบงานระบบไฟฟ้า สวิตซ์ไฟฟ้า ปลั๊กไฟ ระบบปรับอากาศ ระบบ ระบายอากาศ รายการติดตั้งจุดเชื่อมต่อด้านสาธารณูปโภค โทรศัพท์ เปลี่ยนเครื่องปรับอากาศใหม่ พร้อมปิดระบบน้ํา ภายในห้อง เพิ่มแสงสว่างภายในห้อง และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสื่อสารต่างๆ ระบบความปลอดภัยทาง
รังสีให้เหมาะสมและถูกต้องและผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
๔.๖ ผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือและช่วยเหลือกับบุคลากรของแผนกรังสีกรรม ซึ่งเป็นที่ติดตั้ง ของเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก (BMD) เช่น ด้านเอกสาร หรืองานด้านต่างๆ ที่ร้องขอให้ช่วย และ งานที่เกี่ยวกับผู้ มารับบริการในส่วนของเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก (BMD)ทั้งปวง
๔.๗ ผู้รับจ้างต้องติดตั้งเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก (BMD) และชุดอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ รวมทั้งต้องมีเอกสารผ่านการสอบเทียบเครื่องเอกซเรย์ของ สํานักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทั้งปวงผู้รับจ้างสามารถบริการได้ภายใน ๓๐ วันนับถัดจากวันลงนามสัญญาหากพ้นกําหนดผู้รับจ้างยินยอมให้ โรงพยาบาลฯปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑ ของราคาจ้างเหมาบริการทั้งสัญญาจนกว่าจะสามารถให้บริการได้
ตามปกติ
๔.๔ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบในค่าใช้จ่ายทั้งหมด สําหรับการติดตั้งเครื่องวัดความหนาแน่น กระดูก (BMD)และชุดอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามมาตรฐานและสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี
๔.๔ ผู้รับจ้างต้องบริหารจัดการ ดูแลรักษา และซ่อมแซมเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก (BMD) อย่างสม่ําเสมอ เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดอายุสัญญา ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง ดังต่อไปนี้
๔.๔.๑ มีคู่มือในการใช้งานและบํารุงรักษา ฉบับภาษาไทยจํานวน ๑ ชุด และฉบับ ภาษาอังกฤษจํานวนอย่างละ ๑ ชุด
๘.๔.๒ มีหน้าที่ทํานุบํารุงรักษาเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก (BMD) ให้อยู่ในสภาพที่ใช้ งานได้ดีเสมอหากเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก (BMD) ชํารุดหรือขัดข้องอันเนื่องมาจากการใช้งานตามเวลาปกติหรือ นอกเวลาปกติ ผู้รับจ้างต้องรายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบทันทีที่เกิดเหตุการณ์ ผู้รับจ้างจะต้องส่งช่างมาทําการซ่อมแซม หรือแก้ไขให้ใช้งานได้ดีดังเดิม ภายใน ๔๘ ชั่วโมงและรายงานผลการซ่อมแซมให้ผู้ว่าจ้างทราบผ่านหัวหน้าแผนกรังสี กรรม ภายใน ๒ วันทําการ
๔.๔.๓ หากเครื่องที่ติดตั้งอยู่ในสถานที่ของโรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ชํารุด หรือไม่สามารถให้บริการได้ หรือคุณภาพไม่สามารถให้การวินิจฉัยได้อย่างเหมาะสมตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด หรือ อยู่ระหว่างการซ่อม ผู้รับจ้างต้องมีเครื่องมือแพทย์สํารองเพื่อให้มีการตรวจได้อย่างต่อเนื่อง โดยผู้รับจ้างต้องเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
๔.๔.๔ ผู้รับจ้างต้องรับประกันคุณภาพการใช้งานของเครื่องให้สามารถใช้งานได้ โดยมี Downtime ไม่เกิน ๗ วัน ใน ๑ ปี หากเป็นผู้รับจ้างต้องยินยอมจ่ายค่าขาดประโยชน์วันละ 50,000 บาท หรือหา
Downtime
เครื่องมือทางการแพทย์ที่มีคุณลักษณะเทียบเท่าหรือดีกว่ามาใช้ทดแทนจนกว่าจะใช้งานได้โดยมีการนับ
ดังนี้

  • เมื่อเครื่องเกิดการขัดข้องจนไม่สามารถให้การตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยได้ให้เริ่มนับ Downtime
    ตั้งแต่โรงพยาบาลติดต่อแจ้งไปยังผู้รับจ้าง
  1. ทําแล้วเสร็จภายใน 6 ชั่วโมง ไม่นับ Downtime

    ii.ทําแล้วเสร็จเกินกว่า ๒ ชั่วโมง ถึง 5 ชั่วโมง นับ Downtime ครึ่งวัน
    iii. ทําแล้วเสร็จเกินกว่า 5 ชั่วโมง ถึง ๒๔ ชั่วโมง นับ Downtime 9 วัน

    ๔.๔.๕. ในระหว่างที่เครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก (BMD) ติดตั้งอยู่ในโรงพยาบาลฯ หาก
    จะมีการเคลื่อนย้ายเปลี่ยนแปลงเครื่องมือดังกล่าว
    ผู้รับจ้างจะต้องทําหนังสือพร้อมแผนการให้บริการผู้มารับบริการ
    เสนอต่อผู้ว่าจ้างล่วงหน้าและจะสามารถดําเนินการได้เมื่อได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างแล้วเท่านั้น
    ๔.๔.๖. ในระหว่างสัญญาจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก(BMD) ผู้รับจ้างจะต้องไม่ทําการใดๆเพื่อประโยชน์หรือธุรกรรมใดๆอันมีผลกระทบต่อความ
    จะอยู่ในควบคุมของโรงพยาบาลฯ ผูกพันตามสัญญา
    ๔.๔.๗. ผู้รับจ้างจะต้องเริ่มให้บริการ หลังจากได้หนังสือรับรองมาตรฐานจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ถึงแม้ว่าการลงนามสัญญาจะเสร็จแล้วก็ตาม หากพบว่ายังไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก กรมวิทยาศาสตร์ แล้วพ้นระยะเวลา ๓๐ วันหลังจากลงนามสัญญา ก็จะถือว่าผิดข้อตกลงในสัญญา
    ๔.๔.๔. ในกรณีที่ภาพจากเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก(BMD) ไม่ได้มาตรฐาน เป็นเหตุที่ ไม่สามารถใช้ในการวินิจฉัยได้อย่างเหมาะสม เช่น ภาพไม่ชัด ผู้รับจ้างจะต้องตรวจให้ใหม่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ
    ๔.๔.๔. ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อผู้ป่วยตลอดระยะเวลาการให้บริการจนกว่าผู้ป่วยจะ
    ออกจากพื้นที่ให้บริการแล้วเท่านั้น
    ๔.๔.๑๐. ผู้รับจ้างจะต้องไม่นําผู้ป่วยจากภายนอกโรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระ จุลจอมเกล้า ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆก็ตามแต่ มาทําการตรวจโดยไม่ผ่านระบบของแพทย์ประจําโรงพยาบาลฯ
    ๔.๔.๑๑. ในส่วนของการนัดตรวจ, การลงทะเบียน, การดําเนินการตรวจด้วยเครื่องวัดความ หนาแน่นกระดูก(BMD) ผู้รับจ้างยินยอมให้โรงพยาบาลฯตรวจสอบการทํางานของผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา
    ๘.๔.๑๒. ผู้รับจ้างจะต้องทําการส่งข้อมูล การส่งตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องวัดความ หนาแน่นกระดูก(BMD), การรายงานผล หรือข้อมูลที่เกี่ยวกับการดําเนินการจ้างเหมาบริการทั้งปวง ให้แก่ผู้ว่าจ้างร้อง
    เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทางโรงพยาบาล
    ๔.๑๐. การจัดหาบุคลากรเพื่อปฏิบัติงานในการจ้างเหมาบริการผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดหาบุคลากรและ
    รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจ้างค่าตอบแทนบุคลากรของผู้รับจ้างในการปฏิบัติงานดังนี้
    ๔.๑๐.๑. ผู้รับจ้างจะต้องจัดหานักรังสีการแพทย์ ที่มีใบประกอบโรคศิลปะ และมี ประสบการณ์ทางด้านการตรวจ BMD มาก่อน หรือ เจ้าหน้าที่ ที่มีความรู้ ความชํานาญ ที่จบทางด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ โดยต้องมีเอกสารอ้างอิงที่ว่าได้รับการอบรมจากรังสีแพทย์ หรือ นักรังสีการแพทย์แล้วเท่านั้น เพื่อสําหรับ ปฏิบัติงานเครื่องตรวจมวลกระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมทั้งคอยช่วยเหลือในการดูแลผู้มารับบริการ
    ทุกขั้นตอน รวมทั้งหากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ไม่ว่าด้วยกรณีใดใดผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการจัดหาบุคลากร
    มาปฏิบัติหน้าที่แทนทันทีโดยทางผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
    ๔.๑๐.๒. ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการหาเครื่องแบบให้กับเจ้าหน้าที่ ที่มาปฏิบัติงาน
    ประจําห้องตรวจมวลกระดูกโดยเจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องแต่งกายให้ถูกระเบียบและเหมาะสม
    ๔.๑๐.๓. บุคลากรของผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในโรงพยาบาลจะต้องปฏิบัติตาม กฎระเบียบนโยบาย มาตรฐานวิชาชีพ และระบบคุณภาพของโรงพยาบาล ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนด ขั้นตอนการให้บริการและทําให้โรงพยาบาลได้รับความเสียหายหรือไม่ได้รับค่าบริการจากผู้มารับบริการ ให้ผู้รับจ้าง
    รับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าวตามจํานวนที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด
    ๔.๑๐.๔. การให้บริการของผู้รับจ้างจะต้องอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของคณะกรรมการ โรงพยาบาลหรือ ผู้ที่เป็นคณะกรรมการโรงพยาบาลมอบหมายเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางและมาตรฐานการบริการของ
    โรงพยาบาล
    ๔.๑๐.๕. ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนตัวบุคลากรทุกประเภทของผู้รับจ้างที่ส่งมา
    ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาล หากเห็นว่าบุคคลนั้นไม่มีความรู้ความสามารถหรือไม่เหมาะสม
    ๘.๑๑. ค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
    ๔.๑๑.๑. ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งมาตรวัดไฟฟ้ารวมทั้งค่าสาธารณูปโภคอื่นๆและชําระตามที่
    ได้ใช้จริงให้กับทางหน่วยงาน
    ๔.๑๑.๒. ผู้รับจ้างจะ ต้องดําเนินการและรับผิดชอบค่าใช้จ่าย กรณีต้องการข้อมูลในรูปแบบ ของซีดีหรือ DVD และผลการตรวจตลอดจนวัสดุสํานักงานและวัสดุสิ้นเปลืองที่เกี่ยวกับการดําเนินงานเช่นเครื่องพิมพ์ กระดาษ น้ําหมึกเครื่องพิมพ์ และแผ่น CD/DVD พร้อมซองเป็นต้น ให้เพียงพอตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการ
    ๔.๑๑.๓. ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบการดําเนินการผลตรวจของผู้มาใช้บริการโดยผู้รับจ้าง
    จะต้องเก็บผลตรวจทั้งหมดของผู้ใช้บริการเมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้างภาพและผลการตรวจทั้งหมดของผู้มาใช้บริการจะต้อง
    จัดส่งให้กับผู้ว่าจ้าง
    ๔.๑๑.๔. ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการทําความสะอาดประจําวันดูแลความเรียบร้อยใน พื้นที่บริการที่เกี่ยวข้องเช่น ภายในห้องตรวจ, และบริเวณโดยรอบของห้องตรวจและจะต้องมีอุปกรณ์ทําความสะอาด
    ๘.๑๑.๕. ผู้ว่าจ้างจะต้องมีเครื่องมือสื่อสารเช่น โทรศัพท์ ประจําห้องตรวจเพื่อใช้ ติดต่อสื่อสารกับผู้มารับบริการ ซึ่งจะต้องดําเนินการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
    ๔.๑๒. การจัดหาอุปกรณ์ประจําห้องตรวจ ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ประจําห้องตรวจเครื่องวัด ความหนาแน่นกระดูก (BMD)ดังต่อไปนี้
    ๘.๑๒.๑. เครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมจอและอุปกรณ์ที่จําเป็นสําหรับเครื่องวัดความหนาแน่น
    กระดูก (BMD) และต้องมีอุปกรณ์ให้สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เนทเพื่อใช้ในการลงทะเบียนและรายงานผล โดยผู้รับ จ้างจะต้องมีทีมงาน สําหรับปฏิบัติงานเพื่อเชื่อมต่อระบบลงทะเบียนของทางโรงพยาบาล พร้อมทั้งดําเนินการและ รับผิดชอบในส่วนของวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมด
    ๔.๑๒.๒. เครื่องพิมพ์สําหรับการรายงานผล จํานวน ๑ ชุด
    ๔.๑๒.๓. โต๊ะพร้อมเก้าอี้ทํางาน จํานวน ๑ ชุด และตู้เอกสาร รวมทั้งอุปกรณ์สํานักงานที่
    จําเป็น ให้เพียงพอต่อผู้ปฏิบัติงาน
    ๔.๑๒.๔. ตู้เก็บเสื้อผ้าผู้มารับบริการ จํานวน ๑ ชุด
    ๔.๑๒.๕. ฉากกันรังสีชนิดล้อเลื่อน จํานวน ๑ ชุด
    ๔.๑๓ ผู้รับจ้างจะต้องมีประสบการณ์ การให้บริการจ้างเหมาตรวจมวลกระดูก โดยมีเครื่องติดตั้งใน โรงพยาบาลภาครัฐในปัจจุบัน อย่างน้อย ๑ แห่ง พร้อมแนบสําเนาสัญญาไว้เป็นหลักฐาน
    ๔.๑๔ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ โดยมี การจดทะเบียนวัตถุประสงค์ เพื่อประกอบกิจการให้เช่าเครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมทั้งรับเป็นที่ ปรึกษาและให้คําแนะนําทางด้านเทคนิคและแก้ไขปัญหาในการใช้งานของเครื่องมือดังกล่าว รวมทั้งให้บริการรับ
    ซ่อมแซมบํารุงรักษา
    ซ่อมบํารุง
    ๘.๑๕ ผู้รับจ้างจะต้องแสดงเอกสารรับรองว่ามีช่างผ่านการฝึกอบรมและมีประสบการณ์ในการติดตั้ง
    ๔. กําหนดส่งมอบงานจ้าง
    พระจุลจอมเกล้า
    กําหนดส่งมอบงานจ้าง ภายใน ๓๖๕ วัน ณ แผนกรังสีกรรม โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อย
    ๑๐. วงเงินในการจัดจ้าง
    งบประมาณสําหรับใช้ในการจ้างเหมายริการตรวจด้วยเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก (BMD) วงเงิน
    ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) ซึ่งเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ ๗ ไว้ด้วยแล้ว
    ๑๑. กําหนดยืนราคา
    กําหนดยืนภายใน ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันที่เสนอราคา
    ๑๒. การประกันความชํารุดบกพร่องของพัสดุที่ส่งมอบ
    ผู้เสนอราคาต้องประกันความชํารุดบกพร่อง หรือขัดข้องของพัสดุเป็นเวลา ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุโรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าได้รับมอบ โดยภายในกําหนดเวลาดังกล่าว หากพัสดุเกิดชํารุดบกพร่อง หรือขัดข้อง ผู้เสนอราคาจะต้องจัดการซ่อมแซม หรือแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดี ดังเดิม ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจาก โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ใดๆทั้งสิ้น
    ๑๓. เงื่อนไขการชําระเงิน
    การเรียกเก็บค่าจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก (BMD)ผู้รับจ้างจะเรียกเก็บ ทุกวงรอบ ๓๐ วันโดยเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ว่าจ้างต่อผู้ป่วย ๑ ราย ในการตรวจแต่ละส่วนอวัยวะ (Part Examination) หากผู้ป่วยรายเดียวกันเมื่อทําการตรวจแล้วแพทย์ผู้สั่งตรวจหรือรังสีแพทย์ผู้รายงานผลการตรวจมี
    ความเห็นว่าคุณภาพของภาพการตรวจไม่ได้ตามมาตรฐาน ผู้รับจ้างต้องทําการตรวจซ้ําโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
    โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าจะดําเนินงานการกระบวนการชําระเงินค่าจ้างเหมาบริการให้แก่ผู้ รับจ้าง เมื่อทางคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าได้ทําการตรวจสอบเป็นที่ ถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้มีการลดหย่อนค่าบริการตรวจหรือไม่คิดค่าใช้จ่ายในผู้ป่วยบางราย
    ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้อํานวยการโรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
    ๑๔. ค่าปรับ
    0.00
    หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานตามสัญญา และ/หรือ เริ่มให้บริการตรวจด้วยเครื่องวัดความหนาแน่น กระดูก(BMD) ตามระยะเวลาที่กําหนดไว้ข้างต้น จะต้องชําระค่าปรับให้แก้ผู้ว่าจ้างเป็นรายวันในอัตราร้อยละ (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของค่าจ้างตามสัญญานี้ ซึ่งคิดเป็นจํานวนเงินต่อวันนับถัดจากวันที่พ้นกําหนดเวลาเริ่มให้บริการ ตรวจด้วยเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก(BMD)ตามสัญญา
    หากไม่จัดนักรังสีการแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความชํานาญในการควบคุมและใช้งาน เครื่องตรวจมวลกระดูก ตามข้อ ๔.๑๐.๑ มาทําการตรวจเครื่องตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูกในวันเวลาที่กําหนด หรือไม่สามารถหาเจ้าหน้าที่ทดแทนในกรณีที่เจ้าหน้าที่ประจํา ลาหรือหยุดปฏิบัติงานโดยไม่แจ้งทางผู้ว่าจ้างทราบผู้ ว่าจ้างมีสิทธิ์ปรับผู้รับจ้างเป็นเงิน ๓๓๘.- บาท (สามร้อยสามสิบแปดบาทถ้วน)ต่อผู้ป่วย ๑ (หนึ่ง) คน ต่อการตรวจใน ครั้งนั้นโดยผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์หักเอาจากค่าจ้างค้างจ่ายหรือค่าจ้างงวดถัดไป
    ๑๕. หลักประกันสัญญา
    ผู้รับจ้างจะต้องนําหลักประกันอัตราร้อยละ ๕ ของราคางานจ้างฯ ตามสัญญามามอบไว้ให้แก่ โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา และหลักประกันจะต้องมี
    อายุครอบคลุมความรับผิดทั้งปวงของผู้รับจ้างตลอดอายุสัญญา โรงพยาบาลจะคืนหลักประกันสัญญาให้แก่ผู้รับจ้าง
    เมื่อผู้รับจ้างพ้นจากข้อผูกพัน และความรับผิดชอบทั้งปวงตามสัญญาแล้ว
    พ.อ.
    พ.ท.
    (อนุสรณ์ นําศรีเจริญกุล)
    ประธานกรรมการร่างขอบเขตงาน
    (ณรงค์ ผมงาม)
    กรรมการฯ
    พ.ต.
    (วุฒิพงษ์ บุญโกศล)
    กรรมการฯ