ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยาง แบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายบ้านบุใหญ่ หมู่ที่ 4 ตำบลท่าตาล อำเภอบางกระทุ่ม เชื่อมต่อ ตำบลวังน้ำคู้ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก (กองช่าง) (635 015)
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายบ้านบุใหญ่ หมู่ที่ 4 ตําบลท่าตาล อําเภอบางกระทุ่ม เชื่อมต่อ ตําบลวังน้ําคู้ อําเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานทางถนนให้มีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนน โดยมีขอบเขตงานก่อสร้างแบ่งเป็น 2 ช่วง รวมความยาว 2,100 เมตร กว้าง 6 เมตร
งานหลักประกอบด้วย:
- งานปรับปรุงคันทางเดิม (Reshaping and Levelling) ตามมาตรฐาน มทส 219-2552
- งานชั้นพื้นทาง (Base) โดยใช้หินคลุกบดอัดแน่นตามมาตรฐาน มทส 223-2562
- งานราดยาง Prime Coat เพื่อเตรียมผิวทางก่อนปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
- งานผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphalt Concrete) ที่ต้องผ่านการควบคุมอุณหภูมิและส่วนผสมตามวิธี Marshall Mix Design
- งานติดตั้งป้ายจราจรและตีเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสงตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท
ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตามมาตรฐานงานทางของ อบจ.พิษณุโลก อย่างเคร่งครัด รวมถึงการจัดทำแผนการใช้พัสดุและเหล็กที่ผลิตภายในประเทศ (Local Content) ตามกฎกระทรวงฯ โดยต้องมีวิศวกรโยธาและช่างโยธาประจำหน้างานเพื่อควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามแบบรูปรายการที่กำหนด
English summary
The Phitsanulok Provincial Administrative Organization (PAO) is initiating a project to improve the asphaltic concrete road surface for the Ban Bu Yai route (Moo 4, Tha Tan Subdistrict, Bang Krathum District) connecting to Wang Nam Khu Subdistrict, Mueang Phitsanulok District. The project involves a 2,100-meter-long, 6-meter-wide road improvement. Key tasks include reshaping the existing subgrade, installing a crushed rock base, applying a prime coat, and laying asphaltic concrete. The project also requires the installation of traffic signs and thermoplastic road markings in accordance with the Department of Rural Roads standards. Contractors must adhere to local content requirements for materials and steel, and provide qualified engineering staff for site supervision.
สายบ้านบุใหญ่ หมู่ที่ 4 ตําบลท่าตาล อําเภอบางกระทุ่ม เชื่อมต่อ ตําบลวังน้ําคู้ อําเภอเมืองพิษณุโลก
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อปรับปรุงสภาพผิวจราจรให้มีความเรียบสม่ำเสมอและได้มาตรฐาน
- เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการสัญจรของประชาชนในพื้นที่อำเภอบางกระทุ่มและอำเภอเมืองพิษณุโลก
- เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางถนนให้มีความคงทนถาวรตามมาตรฐานงานทาง
ขอบเขตของงาน
- ปรับปรุงคันทางเดิมและบดอัดแน่น
- เสริมหินคลุกพื้นทางบดอัด (รวม 1,292 ลบ.ม. สำหรับทั้ง 2 ช่วง)
- งานราดยาง Prime Coat (รวม 12,600 ตร.ม.)
- งานผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (รวม 12,600 ตร.ม.)
- ติดตั้งป้ายจราจรและอุปกรณ์ความปลอดภัย
- ตีเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6 เมตร ยาว 2,100 เมตร
- ป้ายจราจรและอุปกรณ์จราจรครบถ้วนตามแบบ
- เส้นจราจรเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสง
- รายงานผลการทดสอบวัสดุและผลการทดสอบความแน่น (Field Density Test)
- แบบก่อสร้างจริง (As-Built Drawing)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการ: ตามที่ระบุในสัญญาจ้าง (ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการดำเนินงานและส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณา)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์รับเหมาก่อสร้าง
- Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานงานทาง มทส 219, 223, 225 และ มอก. ที่เกี่ยวข้อง
- Experience: มีประสบการณ์งานก่อสร้างทางลาดยาง
- Technical Capabilities: ต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) ที่มีระยะขนส่งไม่เกิน 110 กม. และกำลังผลิตไม่น้อยกว่า 60 ตัน/ชม.
- Personnel: ต้องจัดหาวิศวกรโยธา (มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ) อย่างน้อย 1 คน และช่างโยธา/ช่างก่อสร้าง (วุฒิ ปวส. ขึ้นไป) อย่างน้อย 1 คน
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาจากความถูกต้องตามแบบรูปรายการและข้อกำหนดทางเทคนิค
- การเสนอแผนการใช้พัสดุและเหล็กที่ผลิตในประเทศ (Local Content)
- ความพร้อมของเครื่องจักรและบุคลากรตามที่ TOR กำหนด
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- Asphalt Concrete: ต้องออกแบบส่วนผสมตามวิธี Marshall Mix Design
- Aggregate: ต้องเป็นไปตาม มทช. 209
- Asphalt Cement: ใช้ AC 60-70 หรือ AC 40-50 ตาม มอก. 851
- Compaction: ความแน่นแห้งไม่น้อยกว่า 95% (สำหรับชั้นพื้นทาง) และตามเกณฑ์ของชั้นผิวทาง
- Traffic Paint: วัสดุเทอร์โมพลาสติกตาม มอก. 542
เงื่อนไขสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุในประเทศไม่น้อยกว่า 60% และเหล็กไม่น้อยกว่า 90% ภายใน 60 วันหลังลงนามสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุทั้งหมด
- ต้องมีการประชุมติดตามงานร่วมกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นระยะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ระยะทางขนส่งแอสฟัลท์จากโรงงานผสมต้องไม่เกินเท่าใด? A: ไม่เกิน 110 กิโลเมตร
- Q: กำลังการผลิตขั้นต่ำของโรงงานผสมแอสฟัลท์คือเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง
- Q: ต้องใช้บุคลากรระดับใดในการควบคุมงาน? A: วิศวกรโยธา (มีใบอนุญาต) 1 คน และช่างโยธา (ปวส.) 1 คน
- Q: การทดสอบความแน่นในสนามใช้วิธีใด? A: วิธี Sand Cone หรือ Nuclear Method
- Q: วัสดุเทอร์โมพลาสติกต้องมีลูกแก้วสะท้อนแสงเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ำหนัก
- Q: หากพบอุปสรรคหน้างานต้องทำอย่างไร? A: แจ้ง อบจ.พิษณุโลก เป็นลายลักษณ์อักษรทันที
- Q: การปูแอสฟัลท์ห้ามทำในสภาวะใด? A: ห้ามทำขณะฝนตกหรือผิวทางเปียกชื้น
- Q: ต้องติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการหรือไม่? A: ต้องติดตั้ง ณ จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการตามแบบที่กำหนด
- Q: เกณฑ์ความแน่นของชั้นพื้นทางหินคลุกคือเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า 95% ตามมาตรฐานการทดสอบในสนาม
- Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุหรือไม่? A: ใช่ ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมทั้งหมด
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อบัญญัติงบประมาณปี 2569
บ
หนา 635 ขอ 15
การปริท
รบริหารส่วนจังหวัดพ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กระทรวงมหาดไทย
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายบ้านบุใหญ่ หมู่ที่ 4 ตําบลท่าตาล อําเภอบางกระทุ่ม เชื่อมต่อ ตําบลวังน้ําคู้ อําเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
โดยทําการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 2,100.00 เมตร
กองช่าง โทร (055)223718-20 ต่อ 300-304 www.ppao.go.th องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
¦
ภาพถ่ายทางอากาศ
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
บ
สายบ้านบุใหญ่ หมู่ที่ 4 ตําบลท่าตาล อําเภอบางกระทุ่ม เชื่อมต่อ ตําบลวังน้ํา อําเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยทําการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 2,100.00 เมตร
เริ่มต้นโครงการช่วงที่ 2
กม.2+049 เมตร
16.660266, 100.296321
จุดกึ่งกลางโครงการ กม.14-050 เมตร
16.658510,100.303862
ย
Z
สิ้นสุดโครงการช่วงที่ 2
L2+71 เมตร 16.660145, 100.295185
Google Earth
9,9 17 2025 Arbu:
จุดสิ้นสุดโครงการช่วงที่ 1
กม.1+978 เมตร
16.660064, 100.296936
โครงการ
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสคอนกรีต
ย บ้านบุใหญ่ หมู่ที่ 4 สาบลท่าสาย อําเภอบางกระทุ่ม เชื่อมต่อ สายงา อาเภอเมืองพิศนุโลก จังหวัดพิษณุโลก
สถานที่
การบริหารส่วนท
ยาว ออกแบบ
จุดเริ่มต้นโครงการช่วงที่ 1
กม.0+000 เมตร 16.653501, 100.309966
600 m
!
นางสาวศรีสุรางค์ ทอง
นายภัทร ใจอม
พt เอกพงษ์ กุลเจริ
นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์
ปลัด อบจ.พล.จากคอกองช่าง
รองปลัดองคการบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
วัน/เดือน/ปี
แบบแผนที่
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด บนโลก
รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก แบบเลขที่
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
สารวจ
เขียนแบบ
นายไมตรี ศรีน้อย
Bern
นายช่างโยธาชานาญงาน
FF
นายภัทร ใจเอย
นายพงศกร เพชรโพธิ์
PAA.
ຜູ້ຮ້າຍາຍຫ່າວຢາແບບ
ขียนเบบ
เทินสอบ
วิศวกร
นายพลกฤต ม่วงดิษฐ
วิศวกรโยธาปฏิบัตการ
เห็นสอบ
J
วิศวกร
นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์
วิศวกรโยธา านาญการ
เห็นสอบ
maka
PS4
- บายศราวุธ แสงเกตุ
to core
อนุมัติ
!
ผังบริเวณโดยสังเข
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
สายบ้านบุใหญ่ หมู่ที่ 4 ตําบลท่าตาล อําเภอบางกระทุ่ม เชื่อมต่อ ตําบลวังน้ําคู้ อําเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยทําการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 2,100.00 เมตร
จุดสิ้นสุดโครงการช่วงที่ 2
กม.2+171 เมตร
16.660145, 100.295185
2
จุดเริ่มต้นโครงการช่วงที่ 2
กม.2+049 เมตร
16.660266, 100.296321
จุดกึ่งกลางโครงการ กม.1+050 เมตร
16.658510,100.303862
N
ป้ายและอุปกรณ์จราจร
1 บาย อน
รวม
10
ชุด
บ้าย บ
รวม
3. ปาเยนะ
ก
| รวม
ชุด
4. ปาย าโค้ง
รวม
ด
5. ท าโค้ง
รวม ..
หลัก
6. ไฟกระพริบ
ม.
7. GUARD RAL
18. Aทย โม ทอง+ชาว
รวมพื้นที่ไม่น้อยกว่า
รวม
รวม
ตรม
ทางเรือม
ตร.ม.
หมายเหตุ
หน่ง -หฺ
ทางเชื่อมอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ก่อสร้างฯ ทั้งนี้ปริมาณรวมแล้วต้องเท่าเดิม ตามที่กําหนดไว้ในแบบ
คลองแม่เทียบ
จุดสิ้นสุดโครงการช่วงที่ 1
กม.1+978 เมตร
16.660064, 100.296936
ช่วงที่ 1 กม. 0+000- 1978 กว้าง 6.00 เมตร ยาว 1,978 เมตร
ทําการปรับพื้นทางเดิมแล้วบดอัด
- ทําการเสริมหินคลุกพื้นทางบดอัด จํานวน 1,217 ลบ.ม.
—
— - ทําการ PRIME COAT จํานวน 11,868 ตร.ม.
-ทําผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีต จํานวน 11,868 ตร.ม.
ช่วงที่ 2 กม. 2+049 24171 กว้าง 6.00 เมตร ยาว 122 เมตร
2
—
ทําการปรับพื้นทางเดิมแล้วบดอัด - ทําการเสริมหินคลุกพื้นทางบดอัด จํานวน 75 ลบ.ม.
— - ทําการ PRIME COAT จํานวน 732 ตร.ม.
—
ทําผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีต จํานวน 732 ตร.ม.
รวมทั้งหมดผิวทางจราจรลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 2,100 เมตร
AX {}
จุดเริ่มต้นโครงการช่วงที่ 1
กม.0+000 เมตร 16.653501, 100.309966
โครงการ
Àารวจ
นายไมตรี ศรีน้อย
นายช่างโยธาชํานาญงาน
ตรง
นายภัทร ใจเอม
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต | เขียนแบบ
นายพงศกร เพชรโพธิ์
ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
เห็นชอบ
วิศวกร
นายพลกฤต ม่วงษ
วิศวกรโยธาปฏิบัติทาง
เห็นชอบ
นายภัทร ใจอม
สถานที่
สาย บ้านบุใหญ่ หมู่ที่ 4 ตําบลท่าตาล อําเภอบางกระทุ่ม
พวกร
นายวุฒิวงศ์ อนันตาร
วิศวกรโยธา านาญการ
เห็นชอบ
นายเอกพงษ์ กุลเจริญ
นางสาวศรีสุรางค์ ทอง
ปลัด อบจ.พล.ร.ผอ.กองช่าง
วัน/เทียน/ป
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก แบบแผ่นที่
ปลีกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก แบบเลขที่
เชื่อมต่อ ศาลา ชายเมืองสนุก จังหวัดพิษณุโลก
Ametammku
สน
ตรวจ
นายศราวุธ แสงเกตุ
mus แบบ
อนุมัติ
นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
1.
2.
3.
ขอบข่าย
วัสดุ
มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยกันทางเดิม (Reshaping and Levelling) โดยอ้างอิงจาก มทส 219 - 2552
การตกแต่งเกลี่ยคันทางเดิม หมายถึง การเกลี่ยปรับระดับของพื้นถนนและไหล่ทางเดิม ให้ได้ระดับ รวมทั้งเอาวัชพืช และสิ่งสกปรกออกให้หมด
วัสดุที่ใช้ในการตกแต่งเกลี่ยกันทางเดิม ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติ ตาม มาณ 204 : มาตรฐานวัสดุคัดเลือก (Selected Material) ซึ่งได้ผ่านการทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
วิธีการก่อสร้าง
3.1 ให้ใช้รถเกรด หรือเครื่องมืออื่น ปรับ เกลี่ย แต่งผิวหน้าของคันทางเดิม ตลอดความกว้างของคันทางรวมทั้งไหล่ทางทั้งสองข้างด้วย
3.2 ให้เก็บวัชพืช และสิ่งสกปรกบนคันทางเดิมออกให้หมด
3.3 บริเวณใดที่สูงให้ปาดออกให้ได้ระดับและบริเวณใดเป็นหลุมบ่อ หรือแอ่ง ให้ทําการขุดแต่ง แล้วใช้วัสดุคัดเลือกลงบนคันทางเกลี่ยเป็นชั้นๆ ให้สม่ําเสมอตลอดพื้นที่ พรมน้ําแล้วทําการบดอัดแน่น โดยให้มีความแน่น
แห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มท (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.4 การตกแต่งเกลี่ยคันทางเดิม เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผิวของคันทางเดิมต้องเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับ สะอาด
กองทาง
าย rrari ww
แบบแสดง
มาตรฐานงานตกแต่งท
โ
(Rashoping and Levelling)
ไค าง ลาก เทค 219
เขียนแบบ
PRARO-
2582
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายช่างรียนแบบ
ปรก
Aona
(นาย รพ
ส า . .. .
บาก
Anone
( นาย อนันตาภรณ์ )
วิศวกรโยธา านาญการ
( นายสรา แสง
วิศวกรโยธา านาญการ ร
1
ثم
( นายกอง กร บุญรวย)
หัวหน้าฝ่า
ละออกแบบ
เห็นชอบ
( นาย ย น ย ด
ผู้ า ว การกองช่าง
CAS
( นาง สุรางค์ )
รองปลิง การบริหารส่วนจังหวัด ษ โลก:
เห็นชอบ
( นายภัทร ใจเอม
ปอง การบริหารส่วนจังหวัด โลก
อนุมั
CR
( นายมน วัฒน์ธนา ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
1.
2.
3.
ขอบข่าย
มาตรฐานงานในพื้นทาง
(Bose)
โดยอ้างอิงจาก มท 223 - 2562
มทส
งานในพื้นทาง หมายถึง การก่อสร้างขึ้นพื้นทางโดยการถมและบดอัดวัสดุพื้นทางให้ได้รูปร่างและระดับ ตามแบบก่อสร้าง
วัสดุ
วัสดุที่จะนํามาใช้ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตาม มาก 203 : มาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base)
วิธีการก่อสร้าง
3.1 ต้องตรวจสอบระดับและความเรียบร้อยต่างๆ ของชั้นรองพื้นทางหรือคันทางให้ถูกต้องก่อน
3.2 ถ้าแบบกําหนดความหนาในพื้นทางมากกว่า 20 เซนติเมตร ให้แบ่งทําเป็น 2 ชั้น หนาชิ้นละเท่าๆกัน โดยประมาณ
3.3 นําวัสดุพื้นทางลงบนชั้นรองพื้นทางแล้วพ่นน้ําผสมคลุกเคล้าโดยให้มีความชื้นสม่ําเสมอและใกล้เคียงกับ Optimum Moisture Content + 2 % โดยประมาณ จึงเกลี่ยแล้วบดอัดทันทีด้วยรถบดล้อยางหรือ เครื่องจักรกล บดอัดที่เหมาะสม
ให้มีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก (ท) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.4 ในระหว่างการบดอัดให้มีการเกลี่ยแต่งช่วยเพื่อให้ผิวหน้าเรียบ ปราศจากหลุมบ่อและวัสดุหลวมและเพื่อให้ผิวหน้าราบเรียบแน่นสม่ําเสมอ ให้บดอัดตบแต่งชิ้นสุดท้ายด้วยรถบดล้อเหล็ก
3.5 บริเวณใดหรือช่วงใด พบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยบทอด จะต้องขุดคุ้ยออก (Scarity) และผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากมีความชื้นลดลงให้พ่นน้ําเพิ่มเติม หากวัสดุพื้นทางที่ขุดคุ้ยท การผสมคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด จะต้องขนวัสดุนั้นออกและน่าวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
3.6 ในระหว่างก่อสร้าง หากมีน้ําขังหรือเกิดมีฝนตกหรือมีน้ําในพื้นทางมากกว่าปริมาณที่กําหนด เพื่อการบดอัดจนเป็นเหตุให้ชั้นรองพื้นทางเสียหาย ต้องรื้อฟื้นทางออกและทําการตบแต่งบดอัดชั้นรองพื้นทางใหม่ให้ถูกต้อง 3.7 เมื่อทําการก่อสร้างพื้นทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีหน้าเรียบสม่ําเสมอ มีระดับถูกต้องตามแบบก่อสร้าง
4. ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerance)
เมื่อวัดสอบด้วยไม้บรรทัดข้างตรงยาว 3.00 เมตร กับผิวหน้าของพื้นทางในทิศทางขนานกับแนว ศูนย์กลาง ระดับต่างกันต้องไม่เกิน 1.25 เซนติเมตร หากเกินกว่าที่กําหนดนี้ต้องปรับระดับโดยวิธีเสริม พื้นทางที่ต่ํา และปาดพื้นทางที่สูงออกบดอัดให้แน่นแล้วเกลี่ยแต่งจนได้ระดับที่กําหนด
ม า ง ม า
กองทาง
แบบแสดง
เกมงาน
นนทพ
(Bo)
โดย า พ มา 223
2562
เขียนแบบ
( นาย ระ วนมณี )
ว่า นาย
างเขียนแบบ
สถาปนิก
นาย ภพงษ์ ฟัง )
สถาป
ป ส ก
An
Pte
A229
( มา ทาง อนันดากรณ์) วิศวกรโยธา านาญกา
นายสราวุธ แสง พวกรโยราชานาญการพิเศษ
كم
( นายกรียงไกร Spot)
หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
( นาย ย ห อ . )
อ่าว กา ก ง าง
เช่น อบ
CX
( นางสาวศรีสุรางค์ )
รองปลีดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
UN
{ นายภัทร ในนม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
Oys
( นายมน ย น บ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
KULLAN
Au G
1.
ขอบข่าย
มาตรฐานงาน พรมโคท
(Prime Coat)
โดยอ้างอิงจาก มทส 225 - 2562
งาน Prime Coat หมายถึง การราดยางแอสฟัสต์ลงบนพื้นทางที่ได้ตบแต่งและเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้วัสดุ ผิวหน้าฟันทางกาะยึดได้ดี และช่วยป้องกันมิให้ไหลซึมเข้าไปในพื้นทางได้ด้วย
2.
วัสดุ
—
2.1 แอสฟัลต์เหลวที่จะนํามาใช้ ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตามมาตรฐานแอสฟัสต์แต่ละประเภทและเกรด
ดังนี้
2.1.1 Cut Back
RC 70 - 250 MC 30
250
SC 70 CSS - 1 CSS
2.1.2 Asphalt Emulsions
ชนิดแอสฟัล
AC 80-100
ตารางอุณหภูมิของแอสฟัลต์ที่ใช้ราค
ወር
145-175
ช่วงอุณหภูมิที่ใช้ลาภ
AC 60-70
RC 3000
RC 800 CRS-1 “CRS-2′′
140-175
120-160
100-120
40-65
50-85
OF
295-345 285-345
250-310
210-250
100-150
125-185
2.1.3 ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ประมาณ 0.8 - 1.4 ลิตรต่อตารางเมตร จํานวนยางที่ราดจะมีปริมาณเท่าไรขึ้น
อยู่กับลักษณะผิวของพื้นทางให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
2.1.4 สูตรการคํานวณปริมาณยางแอสฟัลต์ ใช้ท่า Prime Coat
ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ทํา Prime Coat - P/ R (1 - (8) มิตรต่อตารางเมตร
เมื่อ Pe
ความลึกที่จะให้ยางแอสฟัลต์ซึมลงไปเป็นมิลลิเมตร
R = ค่าของ Residual Asphalt
ความแน่นแห้งสูงสุด (Maximum Dry Density) เป็นกรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตรของวัสดุพื้นทาง
Modified Proctor
G = ค่าความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทาง
ค่า P ขึ้นอยู่กับความพรุน (Porosity) ของวัสดุพื้นทาง ชนิดและเกรดของยางแอสฟัลต์ที่ใช้ราด สําหรับค่า P แนะ นําให้ใช้เท่ากับ 4.5 มิลลิเมตร แทนค่าในสูตรข้างบน คํานวณอัตรายาง แอสฟัลต์ที่จะใช้ราด และทดลองราดยาง แอสฟัลต์ตามปริมาณที่คานวณได้ ถ้าเห็นว่ามีปริมาณ ยางแอสฟัสต์มากหรือน้อยไปยังไม่พอเหมาะให้เปลี่ยนค่า P ใหม่ หรือเปลี่ยนชนิดและเกรด ของยางแอสฟัลต์ตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้ค่าอัตรายางแอสฟัสต์เมื่อใช้ราดแล้วมี ปริมาณที่ พอเหมาะต่อไป ค่า R ให้ใช้ตามตาราง ดังนี้
ชนิดและเกรดของยางแอสฟัลต์
MC
AC -
7
30
70
SC - 70 S$ - K
CSS — 1 CSS
TH
100
R
0.62
0.73
0.80
0.75
0.75
0.75
ค่า 6 ให้คํานวณจากสูตร
C = P1 + P2
เมื่อ P1 =
P2
8 +8
หรือเท่ากับ
G =
+
คือส่วนของวัสดุพื้นทางที่ค้างอยู่บนตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร) เป็นร้อยละ คือส่วนของวัสดุพื้นทางที่ผ่านตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร) เป็นร้อยละ
4.
3.
G1
H
ความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทางชนิดหยาบซึ่งค้างอยู่ตะแกรงมาตรฐาน
เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร)
2 = ความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทางชนิดละเอียดซึ่งผ่านตะแกรงมาตรฐาน เบอร์: 4 (4.75 มิลลิเมตร)
2.2 ทรายละเอียด ถ้ามีความจําเป็นที่จะทับหน้า Prime Coat ทรายที่ใช้จะต้องมีส่วนละเอียดผ่านตะแกรงเบอร์ 4
ซึ่งไม่มีหญ้าหรือวัสดุอื่นเจือปน และจะต้องได้รับการยินยอมอนุญาตให้สาดทรายได้จาก ผู้ควบคุมงานเสียก่อน
วิธีการก่อสร้าง
3.1 การทํา Prime Coat ด้วยยาง Cut Back
3.1.1 หนทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใดโดยการกวาด
และเป่าเศษวัสดุออกด้วยเครื่องจักร หรือวิธีอื่นที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
3.1.2 ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห้งและมีฝุ่นเกาะให้พรมน้ําบาง ๆ เล็กน้อยก่อนราดยาง
3.1.3 เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตรา จํานวนยาง ราดบนพื้นทางได้สม่ําเสมอ
3.1.4 การราดยางควรรดให้เต็มความกว้างของถนน หากจําเป็นต้องราดยางทีละครึ่งของความกว้างหรือ
ทีละช่องทางวิ่งก็สามารถทําได้
3.1.5 บริเวณรอยต่อการราดยางต่อเนื่องแต่ละครั้งต้องมีอัตรายางสม่ําเสมอ โดยเฉพาะรอยต่อตามขวางที่ราค
โดยวิธีการใช้ท่อพ่นยาง (Spray bor) ที่ติดกับรถวิ่งราดให้ใช้กระดาษแข็งหรือวัสดุที่ไม่ดูดซึมกว้างไม่ น้อยกว่า 40 เซนติเมตร ปิดผิวยางที่ราดไปแล้ว
3.1.6 หลังจากราดยางแล้วให้ทิ้งบ่ม (Curing) ยางไว้ 24-48 ชั่วโมง โดยไม่ให้ยวดยานวิ่งผ่านเข้าไปใน
บริเวณที่ราดไว้เป็นอันขาด หลังจากพ้นกําหนดเวลานี้แล้วจะอนุญาตให้ยวดยานวิ่งผ่านได้ หากมียาง ส่วนเกินเหลือปรากฏอยู่ให้ใช้ทรายละเอียดสาดรับบางส่วนที่เกินให้แห้งได้ในกรณีที่ว่าเป็นจริงๆ เช่น
ทางเข้าบ้านหรือทางแยกที่มียวดยานผ่าน
การท่า Prime Coat โดยทั่วไปควรทาในสภาวะอากาศแจ่มใสปราศจากฝน พื้นทางแห่งหรือ วัสดุพื้นทางมีความชื้น (Moisture Content) ไม่เกินร้อยละ 5 ให้ใช้ยาง Cut Back และชนิดยาง
Cut Back ที่จะใช้นั่นแล้วแต่ลักษณะของสภาพพื้นทางความหนาแน่นของปริมาณจราจรของ เส้นทาง นั่นๆ ส่วนพื้นทางที่มีความชื้นสูงเปียก (ไม่แฉะ) สภาวะอากาศไม่ดีหรือมีลักษณะ ความจําเป็นเร่ง ส่วนอนุญาตให้ใช้ยาง Asphalt Emulsions ได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานเสียก่อน 3.2 การท่า Prime Coat ด้วยยาง Asphalt Emulsions
3.2.1 หนทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นหรือหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นไดและผู้ควบคุม
งานตรวจสอบเห็นชอบแล้ว
3.2.2 ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห้งต้องพรมน้ําให้เปียกชื้นเสียก่อน
3.2.3 เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตรา จ่านวนยางที่ราดบนพื้นผิวทางได้สม่ําเสมอ
3.2.4 เมื่อราดยางแล้วต้องทิ้งไว้จนกว่า Asphalt จะแยกตัวออกเสียก่อนจึงจะทําชั้นผิวทางได้ การแยกตัว ของ Emulsified Asphalt คือส่วนผสมของน้ําที่อยู่ใน Emulsion ระเหยออกไปจะ สังเกตได้จากการ เปลี่ยนสีของ Emulsion ซึ่งปกติมีสีน้ําตาลเข้มเปลี่ยนเป็นสีดา การแยกตัวนี้ จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับชนิด ของ Emulsion Asphalt ในอุณหภูมิธรรมดาจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
3.2.5 เมื่อ Asphalt แยกตัวแล้ว ถ้ายังไม่สามารถทําผิดทางได้ทันทีและมีความจําเป็นต้องเปิดให้ยวดยานวิ่ง
บนชั้น Prime Coat ให้ใช้ทรายละเอียดสาดปิดหน้าได้
3.2.6 ห้ามราดยาง Asphalt Emulsion ในขณะที่มีฝนตกเป็นอันขาด หรือเมื่อราดยางเสร็จใหม่ๆ แล้วพบว่า ก่อนที่ Emulsion แตกตัวมีฝนตกจนซะบางส่วนของ Emulsion บนผิวหน้าออกไปจะต้องทําการ ราด Emulsion เพิ่มเติมในส่วนนั้นๆ ใหม่
ข้อควรระวัง
4.1 ยาง Cut Back เป็นยางชนิดติดไฟได้ง่ายมาก ดังนั้นในขณะต้มยางหรือขณะทําการราดยางจะต้องระมัดระวัง
มิให้มีเปลวไฟจากภายนอกมาถูกยางได้
ot โ
กองบาง
แบบแสดง
บางฐานงานไรรมโดท (Prime Coat)
โดย าง งจาก พาด 223 - 2552
เขียนแบบ
( นายจิระศักดิ์ ปานม ) รวยนายช่างเทนแนน
สาป ก
(นายพีรพงษ์
สถาปนิกป การ
บ้าง
หากร
วิวกร
51224
FAA
เห็นชอบ
นายวงศ์ นัน วิศวกร โยรส
านาญชร
{ นายศร แสง ) Pan โลการานาญการพิเศษ
كم
นายกรียงไกร บุญรวย ) จ่าหน้าฝ่าย ารวนละ อกแบบ
2
( นาย ชัย น ช DA
การกองพ
HTAN รองปลีดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
ON
นายโทร ในบ
ป ต การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
Oxs
( นายมน ย ม นาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
44 0
5.
4.2 ยาง Emulsified Asphalt เป็น Asphalt ที่แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ กระจายอยู่ในสารละลายซึ่งประกอบด้วยน้ํา
อิมัลซิไฟอิงเอเจนต์ (Emulsifying Agent) และอื่นๆ ผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน มีลักษณะง่ายต่อการแยกตัวจึง ต้องระมัดระวัง ดังนี้
เพราะอาจจะทําให้เกิดการแยกตัวขึ้น
4.2.1 การขนส่งต้องกระทําด้วยความระมัดระวังมิให้ถังบรรจุ Emulsion ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง 4.2.2 Emulsion ชนิดบรรจุถึง ถ้าเก็บไว้นานๆ จะต้องกลึงถึงไปมาทุกด้านหลายๆครั้งเป็นประจําอย่างน้อย อาทิตย์ละครั้ง เพื่อให้ Emulsion มีลักษณะเหลวเป็นเนื้อเดียวกันทั่วทั้งถึง
4.2.3 เมื่อเปิดถังบรรจุ Emulsion ออกใช้ควรใช้ให้หมดถึงหรือต้องปิดฝาให้แน่น มิฉะนั้นน้ําในส่วผสม Emulsion)
จะระเหยทําให้ Asphalt เกิดการแยกตัวและหมดคุณภาพ
4.2.4 ทุกครั้งที่บรรจุ Emulsion ลงในรถราดยางหรือเครื่องพ่นยางควรใช้ให้หมดแล้วใช้น้ําล้างให้สะอาด โดย เฉพาะที่หัวฉีด เพราะถ้าไม่ล้างออกทันที “Asphalt จะแยกตัวเกาะติดแน่น ทําให้มีปัญหาในการใช้งาน ของวันต่อไปและยังป้องกันการกัดกร่อนของกรดใน Emulsion
4.2.5 Emulsion ต้องเหลวเป็นเนื้อเดียวกันและมีสีน้ําตาลเข้ม ถ้าหากมีลักษณะเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นให้ใช้ไม่
พายกวนผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจึงจะนําไปใช้ได้ แต่หากกวนผสมแล้ว Emulsion ไม่เข้าเป็นเนื้อเดียว กันแสดงว่า Emulsion นั้นเสื่อมคุณภาพ ห้ามนําไปใช้เป็นอันขาด
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแคด ออนิกแอสฟัลต์ มัลชั่นสําหรับถนน หรือ Emulsified Asphalt Prime (CAP) มีคุณสมบัติเป็นไปตาม มท.214: วัสดุแอสฟัลต์อิมัลชัน ไพรม Emulsified Asphalt Prime (AP.) และให้ใช้แอสฟัลต์ กับพื้นทางแต่ละชนิดตาม มท. 225-2562
ปริมาณอัตราการลาดแอสฟัสต์ที่แนะนํา
พื้นทางหินคลุก
ชนิดของพื้นทาง
พื้นทางหินคลุกผสมซีเมนต์ หรือพื้นทางดินซีเมนต์
พื้นทางที่ได้จากการหมุนเวียนวัสดุในงทางเดิมมาใช้ ใหม่ปรับปรุงคุณภาพด้วยวัสดุผสมเพิ่ม
- ปูนซีเมนต์ หรือปูนขาว หรือ เถ้าลอยู
อัตราการสาด ลิตร/ตร.ม
0.8-1.4
0.6-1.0
0.6-1.0
หมายเหตุ : ในกรณีพื้นทางที่ได้จากการหมุนเวียนวัสดุชั้นทางเดิมมาใช้ใหม่ปรับปรุงคุณภาพด้วยแอสฟัลต์อิมัลชัน
หรือโฟมแอสฟัลต์ ให้พิจารณาอัตราการลาดจากสภาพจริง และต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
อุณหภูมิ 20-70 องศาเซลเซียส - ชนิดของแอสฟัลต์ EAP.
กองข่าง
แบบแสดง
มาทราบงานไพรมใจก (Prime Coat)
โดย งงจาก มากก 225
เขียนแบบ
สถาปนิก
2562
นาย ก ยมล ) ว นาย าง
ยนแบบ
المية
( นาย
า ง บ ง ) สถาปนิก..
ลวดร
วก
( นามวงศ์ บรรณ์ ) วกรโยธาชํานาญการ
นายศร ผสมก วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
( นายเรืองไกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
BAA
ตรวจ
كم
เห็นชอบ
( นาย ชีท พล 003 )
H า ท ง ง
ATA)
นา รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ
เห็นชอบ
( นายภัทร ใจเอม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัต
( นายมน รับ วันน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด โลก
unemine
เรแบน
SIDE SLOPE
EQ.-
รายการประกอบแบบงานปรับปรุง ถนนลาดยาง แบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ฝ่ายสํารวจและออกแบบ กองช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ผิวจราจร 6.23
ม
·EQ.-
ระดับก่อสร้าง
2.5 %
2.5%
SIDE SLOPE
กรณีไม่มีไหล่ทาง
A:
เขียนแบบ
สถาป
กองบาง
ร่างพร, แบบ
แบบแสดง
มาตราฐาน งานแ ส ค กลอนกรีต (ASPHALT CONCRETE)
( กรณีไม่มีไหล่ทาง
( นายระศักดิ์ ปานมณี )
..
ยนายข้างร้อนแบบ
4 นาย พงษ์ ป
สถาปนิก การ
…
1
มาตรฐานในงานทาง มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยกันทางเดิม ตาม มาก 219
2) มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง ตาม มทส. 222
2562
มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง ตาม มทส 223 - 2552
ที่ 5 cm.
(3)
4
อื่น
2562
A01
( นาย อนันการณ์
วกรโยธา
านาญการ
วิศวกร
( นายสรธ แห่ง)
วิศวกรโยธา านาญการ ศษ
D
ผิวจราจร ลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา 13 4 cm. พื้นทาง M D2 13 14 หนา 0.15 ม
1
(4)
نم
รูปตัดแสดงโครงสร้างถนน และ คุณสมบัติวัสดุ
ข้อกําหนดการออกแบบผิวทางและส่งตัวอย่างเพื่อตรวจสอบคุณภาพ
- ผลการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตตามวิธีของมาร์แซล (Marshall Mix Design Method)
- ผลทดสอบหาค่าความแน่น (Density) ของส่วนผสมฯ เมื่อทดลองตามวิธีมาร์แซล และคํานวณ Void Analysis
- ผลทดสอบหาหาค่า Marshall Stability และ Marshall flow ของก้อนตัวอย่าง
- ผลทดสอบหาขนาดคละของวัสดุ Hot Bin
- ผลทดสอบหาหาปริมาณแอสฟัลต์ และขนาดและของวัสดุมวลรวมในส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเมื่อทดลองโดยวิธี Centrifuge โดยที่ค่าต่าง ๆ ที่ทดลองได้ จะต้องเป็นไปตามข้อกําหนดของแบบสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula)
ๆ
เห็นชอบ
( นาย ยง :: บุญรวย ) หัวหน้าฝ่ายสาว
เตะออกแบบ
น
ช้า
( นาย ย ม อ มิติ ) ผู้อํานวยการกองข่าง
รายการและรายละเอียดประกอบแบบ
ต้องได้ความกว้างและความยาวและความลึกหรือความสูงที่ได้แนวและระยะโดยตลอดตามโครงการ กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความกว้าง ที่ต้องเจอต้นไม้ใหญ่ ตอไม้ เสาไฟฟ้า ที่ดินชาวบ้าน
รางระบายน้ํา เสารั้วชาวบ้าน ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของท้องถิ่น เสาป้าย ฯลฯ หรือเหตุอื่นใดที่เป็นเหตุให้ ความกว้าง ณ จุดบริเวณ นั้น ความกว้างไม่ได้ตลอด ตามข้อความที่ปรากฏในสัญญาจ้างและรายการ ให้ผู้รับจ้างทํางานจ้างชดเชย โดยทํางาน ทางด้านความกว้างในระยะทางอื่นๆ ที่ทําได้ให้กว้างออกไป หรือความยาว เมื่อทํางานจ้างเสร็จแล้ว ปริมาณงานโดยรวมแล้วต้องไม่น้อยกว่าในสัญญาจ้าง โดยให้ผู้ควบคุมงานรายงานและจัดทํา A3 BULT Drawing แบบก่อสร้างจริง) รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้าง ของผู้รับจ้าง 2.กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความยาว ให้ผู้ควบคุมงานใช้ดุลยพินิจ ว่าสมควรต่อความยาวหรือชดเชยด้าน
ความกว้างทางด้านใด โดยที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ และปฏิบัติเช่นเดียวกันกับกรณีความกว้าง
3.กรณีที่ต้องเป็นต้นทางหรือมีการเพิ่มเติมงานวางท่อหรือเหตุอื่นใดที่บังเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและการสาธารณะ และเป็นผลดี
ต่อทางราชการ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานดําเนินการประกอบ การจัดทํารายงานและจัดทํา A3 BUILT Drawing แบบก่อสร้างจริง) รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้างของผู้รับจ้าง
4.งานก่อสร้างลาดยางของผู้รับจ้างต้องราบเรียบดูเรียบร้อยโดย ให้ยึดถือการทํางานที่ดีในสามัญสํานึกของความเป็นช่างและของผู้รับจ้าง และไม่ได้หมายความว่าต้องราบเรียบเหมือนในแบบแปลน ทั้งนี้ต้องยึดงานระดับและภูมิประเทศของท้องถิ่นนั้นเป็นเกณฑ์ด้วย
- K
ทง ก
การแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ ให้ยึดถือว่าเป็นงานเหมารวมโดยไม่ต้องไปแก้ไขสัญญาจ้างหลัก เพื่อให้การบริหารจัดการทางพัสดุ
ของภาครัฐเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ
( หมายเหตุ เฉพาะกรณีที่ไม่เกิดปัญหาที่ถือว่าเป็นค่างานเงินเพิ่มหรือค่างานเงินสด อันเป็นผลให้ราคาตกลงจ้างตามสัญญาเปลี่ยนแปลง)
รองปลัดองค์การบริหาร - พิษ
เห็นรอบ
نیا
( นาย ทร ใน ม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
Oks
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนา ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
- ขอบข่าย
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete)
แอสฟัลต์คอนกรีตหมายถึงวัสดุที่ได้จาก การผสมร้อนระหว่างมวลรวม(Aggregate) กับแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Cererit) ที่โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) โดยการควบคุมอัตรา ส่วนผสมและอุณหภูมิตามที่กําหนด มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง งานบูรณะและบํารุงทาง โดยการปูหรือ เกลี่ยแต่งและบดทับบนชั้นทางใดๆ ที่ได้เตรียมไว้ และผ่านการตรวจสอบแล้ว ให้ถูกต้องตามแนว ระดับ ความ ลวด ขนาด ตลอดจนรูปตัดตามที่ได้แสดงไว้ในแบบ - วัสดุ
งานแอสฟัลต์คอนกรีต ประกอบด้วยวัสดุมวลรวมที่ได้จากการผสมวัสดุมวลหยาบ (Coarse Aggregate) กับวัสดุมวลละเอียด (Fine Aggregate) และแอสฟัลต์ซีเมนต์ หรืออาจเพิ่มวัสดุผสมแทรก (Mineral Filler) ได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้มีขนาดและตามตารางที่ 1
2.1 แอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้ใช้ AC 40-50 หรือ AC 60-70 ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.851 : มาตรฐานแอสฟัลต์ซีเมนต์สําหรับงานทาง กรณีที่แบบระบุให้ใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์อื่นๆ หรือแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ ปรับปรุงคุณสมบัติด้วยสารใดๆ นอกเหนือจากนี้ จะต้องมีคุณภาพเท่าหรือดีกว่า ทั้งนี้ต้องผ่านการทดสอบ คุณภาพและพิจารณาความเหมาะสม รวมทั้งต้องได้รับอนุญาตให้ใช้ได้จาก อบจ.พิษณุโลก เป็นกรณีไป สําหรับปริมาณการใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์โดยประมาณ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
2.2 มวลรวม ให้เป็นไปตาม บทช. 209 : มาตรฐานวัสดุมวลรวมสําหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีต - การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
3.1 ก่อนเริ่มงานไม่น้อยกว่า 30 วัน ผู้รับจ้างต้องเสนอเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ของตนเองต่อผู้ควบคุมงาน แล้วผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุพร้อมเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีต ส่งให้ อบจ.พิษณุโลก เพื่อทําการตรวจสอบ ผู้รับจ้างอาจร้องขอให้ อบจ.พิษณุโลก เป็น ผู้ออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ก็ได้ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการออกแบบทั้งหมด
3.2 ขนาดคละและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
3.3 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 60-70 ให้เป็นไปตามตารางที่ 2 3.4 ข้อกาหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ 40-50 ให้เป็นไปตามตารางที่ 3 3.5 อบจ.พิษณุโลก จะเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารการออกแบบ หรือทําการออกแบบส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต พร้อมทั้งพิจารณากําหนดสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula) ซึ่งมีเกณฑ์ ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerant Limit) ของวัสดุต่างๆ ตามตารางที่ 4 เพื่อใช้ควบคุมงานนั้นๆ กรณีที่
อบจ.พิษณุโลก เห็นควรให้กําหนดขอบเขตของสูตรส่วนผสมเฉพาะงานแตกต่างไปจากตารางที่ 4 ก็สามารถ ดําเนินการได้ตามความเหมาะสม
3.6 การผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม ถ้ามวลรวมขนาดหนึ่งขนาดใด หรือปริมาณแอสฟัสต์ ซีเมนต์ หรือคุณสมบัติอื่นใดคลาดเคลื่อนเกินกว่าขอบเขตที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ให้ถือว่า ส่วนผสมของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมไว้ในแต่ละครั้งนั้น มีคุณภาพไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ผู้รับจ้างจะต้องทํา
การปรับปรุงแก้ไข ค่าใช้จ่ายในการนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
3.7 ผู้รับจ้างอาจขอเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานใหม่ได้ ถ้าวัสดุที่ใช้ผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเกิดการ เปลี่ยนแปลง โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก อบจ.พิษณุโลก ก่อน
3.8 อบจ.พิษณุโลก สามารถตรวจสอบ แก้ไข เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือกําหนดสูตรส่วนผสม เฉพาะงานใหม่ได้ตามความเหมาะสม ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
ความหนา
ตารางที่ 1 ขนาดและของมวลรวมและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
ปริมาณผ่านตะแกรง ร้อยละโดยมวล
ก
กองทาง
รายงา
แบบแสดง
มาตรฐานงานแ
ส ด จนท (Aphalt Concrete)
เคนแบบ
สถาปนิก
มิลลิเมตร
9.5
12.5
19.0
25.0
ขนาดที่ใช้เรียก
(นิ้ว)
(3/8)
(1/2)
(3/4)
(1)
สําหรับชั้นทาง
Wearing
Y: aring
Binder
Base
arans
Course
Course
Course
Course
มิลลิเมตร
25-35
40-70
40-80
70-100
Baans
บนวดตะแกรง
มิลลิเมตร
(นิ้ว)
E-
AA
37.5
(1 1/2)
25.0
(1)
100
100
90-100
19.0
(3/4)
100
90-100
ЯЗА
12.5
(1/2)
100
80-100
56-80
9.5
(3/8)
90-100
56-80
4.75
(เบอร์ 4)
55-85
44-74
35-65
29.59
เห็น
2.36
(เบอร์ 8)
32-67
28-58
23-49
19-45
1.18
(เบอร์ 16)
0.600
(เบอร์ 30)
0.300
(เบอร์ 50}
7-23
5-21
5-19
5-17
0.150
(เบอร์ 100)
0.075
(เบอร์ 200)
2-10
2-10
2-8
1-7
อนุมัติ
ปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์
(ร้อยละโดยน้ําหนักของมวลรวม
4.0-8.0
3.0-70
3.0-6.5
3.0-6.0
( นายระพี ปานมณี)
VI
รวยนายร่างเรียนแบบ
นาย พงษ์มง
เทป กงกร
( นาย วฟ อนันตนา )
วิวกร โช ก านาญการ
7 นายศร แส
ศวกรโยธา านาญการพิเศษ
๕ นาย ไกร บุญชาย) หัวหน้ าย ชวนคละออกแบบ
( บาย ย ห ชนิด)
นวยการกองช่าง
cli
( นพศร ทอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
en
( นายภัทร ใจม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
: บายมนต์ ย น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
La
R
4
หมายเหตุ อบจ.พิษณุโลก อาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงขนาดคละของมวลรวม และปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ** แตกต่างจากตาราง: 1 ก็ได้ ทั้งนี้แอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้ต้องมีคุณสมบัติและความแข็งแรง ถูกต้องตามตารางที่ 2 หรือตารางที่ 3 แล้วแต่แอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
ตารางที่ 2 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 60-70
ตารางที่ 3 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 40-50
การส่วน
ินทาง
vairastamenssmsakang la
กองบาง
รายการ
Wearing
Course
Wearing
Course
Binder Base
Course Course
Shoulder
รายการ
Wearing Wearing
:
ทาง
Binder
Aggregate Size
Blows
9.5 mm.
12.5 กก.
min.
19.0 กพท. · 25.0 mm. 25.0 กก.
75
75
75
75
75
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
Base
Stability Min,
N
9786
9786
9786
9786
9786
Shoulder
Course
Course | Course
เขียนแบบ
· Course
lb.
2,200
2,200
2,200
2,200
2,200
Aggregate Size
9.5 mm.
12.5 mm. 19.0 mm.
25.0 บากา. 25.0 กก.
Flow 0.25 การา 0.01_in}
9-17
9-17
9-17
9-17
9-17
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี )
ช่วยนาย ปิยมแบบ
Blows
75
75
75
75
75
Percent Air Voids
3-5
3-5
3-6
3-6
3-5
สาป ก
محدودة
Stability Min.
N
8,006
8,006
8,006
7,117
7,117
Percent Voids In Mineral Aggregate(VMA)
15
14
13
12
12
lb.
1,800
1,800
1,800
1,600
1,600
Min.
( นาย พงษ์
สถาปนิกประ การ
พิง
Flow 0.25 mm.(0.01 in)
8-16
8-16
8-16
8-16
8-16
Stabitity / Flow Min,
N/0.25 กก.
750
750
750
750
750
laone
Percent Air Vuids
3-5
3-5
3-6
3-6
3-5
16/0.01 in.
170
170
Percent Voids in Mineral Aggregate(VMA)
15
14
13
12
12
Percent Strength Index Min.
75
75
Min.
หมายเหตุ
Stability/Flow Min.
N/0.25 mm.
712
712
712
645
645
tb./0.01 in.
160
160
160
145
145
Percent Strength Index Min.
75
75
75
75
75
(1) การทดสอบเพื่อออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตาม บทช.(ท)607 :
มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธีมาร์แชลล์
(2) การออกแบบไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามข้อกําหนดในตารางที่ 2 หรือตารางที่ 3 ให้ใช้มวล รวมขนาด 12.5 มิลลิเมตร ยกเว้นกรณีที่แบบกําหนดให้ชั้น Binder Course เป็นไหล่ทางด้วยให้ใช้ข้อกําหนดใน การออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้น Binder Course เป็นข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของไหล่
ทาง
(3) การทดสอบหาค่า Percent Strength index ให้ดําเนินการตาม บทช.(1)611 : มาตรฐานการ ทดสอบหาค่าดัชนีความแข็งแรงของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
ตารางที่ 4 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้สําหรับสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
ผ่านตะแกรงขนาด
ร้อยละ
2.36 มม. (เบอร์ 8) และขนาดใหญ่กว่า
±5
1.18 มม.(เบอร์ 16) 0.600 มม. เบอร์ 30) และ 0.300 มม. (เบอร์ 50)
±4
0.150 มม.(เบอร์ 100)
0.075 มม. เบอร์ 200)
±3
ปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์
±2
±0.3
เห็นรอบ
4 นาย สระ ยากรณ์ )
ลิวกรโยธา านวณ
การ
“นายราก วิศวกรโยธา านาญการ ศษ
(นายเกรียงไกร บุญช่วย) นํ้าหน้าฝาย วางและสอดแบบ
B
( นายชัย หลอด)
จ านวนการกรง
! นพสาวศรีสุรางค์ ) รองเท้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นรอบ
UN
( นายภัทร ใจเยน) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัน
170
170
170
75
75
75
Aan
ск
( นายมน ย นาย
นายกองค์การบ ารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
EN
B14
4. เครื่องจักรและเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้าง
เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิดที่จะนํามาใช้งาน จะต้องมีสภาพใช้งานได้ดี โดยจะต้องผ่านการ ตรวจสอบและสอบเทียบ และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ ในระหว่างการก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษา
เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ
4.1 โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) ระยะขนส่งจากโรงงานผสม ถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง ต้องมีระยะทางไม่เกิน 110 กิโลเมตร และต้องมีกําลังการผลิต (Rated Capacity) ไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถควบคุมอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้ ตามที่กําหนด โดยจะเป็นโรงงานผสมแบบชุด (Batch Type) หรือแบบผสมต่อเนื่อง (Continuous Type) ก็ ได้ แต่ต้องสามารถผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเพื่อป้อนเครื่องปู (Paver) ให้สามารถปูได้อย่างต่อเนื่อง และ เป็นส่วนผสมที่มีคุณภาพสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน มีอุณหภูมิถูกต้องตามข้อกําหนด
โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ต้องมีห้องปฏิบัติการทดสอบขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 40 ตาราง เมตร หรือตามแบบที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด อยู่ในบริเวณที่สามารถมองเห็นการทํางานของโรงงานผสม จากห้องนั้นได้ พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์อํานวยความสะดวกที่จําเป็นตามที่กําหนด มีเครื่องมือทดสอบที่ได้ มาตรฐานและสภาพใช้งานได้ดี เพื่อใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น ชุด เครื่องมือทดสอบ Marshall, ชุดเครื่องมือทดสอบหาปริมาณยางแอสฟัลต์ซีเมนต์ในส่วนผสม, ชุดเครื่องมือ ทดสอบหาขนาดคละของมวลรวม เป็นต้น และต้องอนุญาตให้ผู้ควบคุมงานใช้เครื่องทดสอบเพื่อตรวจสอบ คุณภาพแอสฟัลต์คอนกรีดระหว่างการก่อสร้างได้
โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ อย่างน้อยดังต่อไปนี้
4.1.1 อุปกรณ์สําหรับการเตรียมแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Equipment for Preparation of Asphalt Cement) โรงงานผสมต้องมีถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Storage Tank) ซึ่งมีอุปกรณ์ให้ความร้อนประเภทท่อ เวียนไอน้ําร้อนหรือน้ํามันร้อน (Stearn or Oil Coil) หรือประเภทใช้ไฟฟ้า (Electricity) หรือประเภทอื่น ไม่มีเปลวไฟสัมผัสกับถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์โดยตรง อุปกรณ์ทุกประเภทต้องสามารถทํางานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ มีเครื่องควบคุมให้อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ได้ตรงตามข้อกําหนด และต้องมีระบบทําให้ แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียน (Circulating System) ที่เหมาะสม ที่ทําให้แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียนได้อย่าง ต่อเนื่องตลอดเวลาขณะทํางาน พร้อมกันนี้ต้องมีอุปกรณ์ให้หรือรักษาความร้อนที่ระบบท่อไหลเวียน โดยอาจ เป็นประเภทใช้ไอน้ํา (Steam) Jacket) หรือน้ํามันร้อน (Hot Oil Jacket) หรือประเภทนวนรักษาความร้อน (Insulation) เพื่อรักษาอุณหภูมิของแอสฟัสต์ซีเมนต์ในท่อส่งแอสฟัลต์ มาตรวัดแอสฟัลต์ ท่อพ่นแอสฟัลต์ ถัง บรรจุแอสฟัลต์ และอื่นๆ ให้มีอุณหภูมิตามที่กําหนด ปลายท่อไหลเวียนแอสฟัลต์ต้องอยู่ที่ใต้ระดับแอสฟัลต์ใน ถังเก็บแอสฟัลต์ขณะปั้นแอสฟัลต์ทํางาน
4.1.2 ยังหินเย็น (Cold Bin) และเครื่องป้อนหินเย็น (Aggregate Feeder) โรงงานผสมต้องมียัง หินเย็นไม่น้อยกว่า 4 กุ้ง สําหรับแยกใส่วัสดุหินหรือวัสดุอื่นๆ แต่ละขนาด ช่องเปิดปากยังจะต้องเป็นแบบปรับ ได้ ยังหินเย็นต้องประกอบด้วยเครื่องป้อนหินเย็นแบบที่เหมาะสมสามารถป้อนหินเย็นได้อย่างสม่ําเสมอไปยัง หม้อเผา (Dryer) ได้ถูกต้องตามอัตราส่วนที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องป้อนหินเย็นสําหรับยังมวล ละเอียด เช่น หินฝุ่น หรือทราย จะต้องเป็นแบบสายพานยางต่อเนื่อง หรือสายพานอื่นใดที่ให้ผลเทียบเท่า
4.1.3 หม้อเผา (Dryer) โรงงานผสมต้องมีหม้อเผาอยู่ในสภาพดี มีประสิทธิภาพในการทํางานดี พอที่จะทําให้มวลรวมแห้งและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด โดยต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิที่เหมาะสม เช่น เครื่องวัด อุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่าไฟฟ้า (Electric Pyrometer) ที่อ่านอุณหภูมิได้ละเอียดถึง 2.5 องศา เซลเซียส ติดตั้งอยู่ที่ปากทางที่มวลรวมเคลื่อนตัวออก และจะต้องมีเครื่องบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่วัดได้
โดยอัตโนมัต
4.1.4 ชุดตะแกรงร่อน (Screening Unit) โรงงานผสมต้องมีชุดตะแกรงร่อนมวลรวมที่ผ่านมา จากหม้อเผา เพื่อแยกมวลรวมเป็นขนาดต่างๆ ตามที่ต้องการ โดยในชุดตะแกรงร่อนนี้ต้องประกอบด้วย ตะแกรงตัด (Scalping Screen) สําหรับคัดมวลรวมก้อนโตเกินขนาดที่กําหนด (Oversize) ออกทิ้งตะแกรง ทุกขนาดต้องอยู่ในสภาพดี เหล็กตะแกรงไม่ขาดหรือสึกหรอมากเกินไป อันจะให้มวลรวมที่ร่อนออกมาผิดขนาด ไปจากที่ต้องการ
4.1.5 ยังหินร้อน (Hot Bin) โรงงานผสมต้องมียังหินร้อนอย่างน้อย 4 ยัง ทั้งนี้ไม่รวมยังวัสดุผสม แทรก สําหรับเก็บมวลรวมร้อนที่ผ่านตะแกรงแยกขนาดแล้ว ยังหินร้อนนี้ต้องมีผนังแข็งแรงไม่มีรอยรั่ว มีความ สูงพอที่จะป้องกันไม่ให้มวลรวมไหลข้ามยังไปปะปนกันได้ และต้องมีความจุมากพอที่จะป้อนมวลรวมร้อน ให้กับห้องผสม (Puenmill Mixer) ได้อย่างสม่ําเสมอเมื่อโรงงานผสมทําการผสมเต็มกําลังผลิต ในแต่ละยังต้องมี ท่อสําหรับให้มวลรวมไหลออกไปข้างนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ไปผสมกับมวลรวมที่อยู่ในยังอื่นๆ ในกรณีที่มีมวล รวมในยุ้งนั้นๆ มากเกินไป
4.1.6 ยังเก็บวัสดุผสมแทรก (Mineral Filler Storage Bin) โรงงานผสมต้องมียังเก็บวัสดุผสม แทรกต่างหาก พร้อมกับมีเครื่องชั่ง หรือเครื่องป้อนวัสดุผสมแทรกซึ่งสามารถควบคุมปริมาณวัสดุเข้าสู่ห้อง ผสมอย่างถูกต้อง และสามารถปรับเทียบ (Calibrate) ได้
4.1.7 เครื่องเก็บฝุ่น (Dust Collector) โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่น สําหรับเก็บวัสดุส่วน ละเอียดหรือฝุ่น ที่มีประสิทธิภาพดีและเหมาะสมที่สามารถเก็บฝุ่นกลับไปใช้ได้อย่างสม่ําเสมอหรือนําไปทิ้งได้ ทั้งหมด หรือบางส่วน และเครื่องเก็บฝุ่นดังกล่าวต้องสามารถควบคุมฝุ่นไม่ให้มีฝุ่นเหลือออกสู่อากาศภายนอก
มากจนทําให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่นทั้งชุดหลัก (Priinary) และชุดรอง (Secondary) ชุดหลักให้เป็น แบบแห้ง (Dry Type) และชุดรองเป็นแบบเปียก (Wet Type) หรือแบบอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน
4.1.8 เครื่องวัดอุณหภูมิ (Therinartetric Equipment) โรงงานผสมต้องมีเทอร์โมมิเตอร์แบบ แท่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Armoured Thermottieter) หรือแบบอื่นใดซึ่งวัดอุณหภูมิได้ระหว่าง 90-200 องศาเซลเซียส ติดตั้งไว้ที่ท่อส่งแอสฟัลต์ ที่ตําแหน่งที่เหมาะสมใกล้ทางออกของแอสฟัลต์ ที่ห้อง ผสม นอกจากนี้จะต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิ เช่น เทอร์โมมิเตอร์แบบใช้ปรอท ชนิดมี หน้าปัทม์ (Diat Scale Mercury Activated Thermometer) เครื่องวัดอุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่า ไฟฟ้า (Electric Pyrometer) หรือแบบอื่นๆ ที่เหมาะสม ที่ อบจ.พิษณุโลก อนุญาตให้ใช้ได้ ติดตั้งที่ปลาย ทางออกของมวลรวม เพื่อใช้วัดอุณหภูมิของมวลรวมร้อนที่ออกจากหม้อเผา เครื่องวัดอุณหภูมิชนิดใดๆ ที่ใช้ ต้องมีความสามารถแสดงอุณหภูมิได้อย่างถูกต้อง เมื่อมีอัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเร็วกว่า 5 องศาเซลเซียส
ต่อนาที
พบบ
Ac”: n
มรา
Baan
AO
เห็นชอบ
จังหว
เวรสวน
การจาก ton
กองทาง
ไอ : ร
แบบแสดง
มาตรฐานงาน ส ค คอนกรี (Asphalt Conerete)
ร
( นาย ก บ้านมณี )
ร่วยนายช่าง บบบบบ
( นายพงษ์ รับฟัง ) สถาปนิกปลาร
( นาย รค์ อนันดากรณ์ )
ra โยธา นา
…
3 นายสราวุธ ส วิศวกร โย า านาญการ ศษ
a
( นายเกย กร บุญย)
หัวหน้าสาย หวะ แบบ
( นาย ย ห ว 94
สุ านวยการกรร่าง
cli
(N)
รองป คอ การบริหารส่วนจังหวัด ior
เห็นชอบ
( นายภัทร ใจเจน) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมั
Okr
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
False
!
4.1.9 ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Control Unit) โรงงานผสมต้องมี ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ซึ่งอาจใช้วิธีชั่งน้ําหนักหรือวิธีวัดปริมาตรก็ได้ แต่ต้องสามารถ ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้ให้อยู่ในช่วงที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน กรณีใช้วิธีชั่งน้ําหนัก เครื่องชั่งที่ใช้ต้องมีความละเอียดไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 ของน้ําหนักแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้ผสม กรณีที่ใช้ วิธีวัดปริมาตร มาตรที่ใช้วัดอัตราการไหลของแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่ปล่อยเข้าสู่ห้องผสมจะต้องเที่ยงตรง โดยยอม ให้คลาดเคลื่อนจากปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้เมื่อเทียบเป็นน้ําหนักไม่เกินร้อยละ 2
4.1.10 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบชุด
(1) ถังชั่งมวลรวม (Weigh Box or Hopper) โรงงานผสมแบบชุดต้องมีอุปกรณ์สําหรับ ซึ่งมวลรวมที่ปล่อยออกมาแต่ละกุ้งได้อย่างละเอียดถูกต้อง ถังชั่งน้ําหนักต้องแขวนอยู่กับเครื่องชั่ง และต้องมี ขนาดใหญ่พอที่จะบรรจุมวลรวมได้เต็มชุด (Batch) โดยมวลรวมไม่ล้นถัง ถังชั่งน้ําหนักจะต้องวางบนฟิลครัม (Fulcruit) ซึ่งวางอยู่บนขอบใบมีด (Knife Edge) อย่างแน่นหนาอีกทีหนึ่ง ซึ่งเมื่อขณะทํางานฟิลครัมและขอบ ใบมีดต้องไม่เคลื่อนตัวออกจากแนวเดิม ประตูยังหินร้อนและถังชั่งน้ําหนักต้องแข็งแรงและไม่รั่ว
(2) ห้องผสม (Pungunill Mixer) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบชุดนี้จะต้องเป็นชนิดมี เพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และสามารถผลิตแอสฟัลต์ได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ประตูปล่อย ส่วนผสมเมื่อปิดจะต้องปิดสนิทโดยไม่มีวัสดุรั่วไหล ต้องมีเครื่องตั้งเวลาและควบคุมเวลาการผสมเป็นแบบ
อัตโนมัติ ซึ่งจะควบคุมไม่ให้ประตูห้องผสมเปิดจนกว่าจะได้เวลาตามที่กําหนดไว้ ภายในห้องผสมประกอบด้วย ใบพาย (Paddle Tip) จํานวนเพียงพอจัดเรียงตัวกันอย่างเหมาะสมที่จะผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้
อย่างถูกต้องสม่ําเสมอระยะห่างระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสม จะต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวล
รวมก้อนโตสุด
(3) เครื่องชั่ง (Plant Scale) เครื่องชั่งต้องมีความละเอียด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของ มวลรวมสูงสุดที่ต้องการชั่ง หน้าปัทม์เครื่องชั่งต้องมีขนาดใหญ่พอ ซึ่งสามารถอ่านน้ําหนักได้ในระยะห่างอย่าง น้อย 7 เมตร และต้องอยู่ในตําแหน่งที่พนักงานควบคุมเครื่องมองเห็นได้ชัดเจน หน้าปัทม์เครื่องซึ่งมวลรวม จะต้องมีเข็มชี้น้ําหนักแต่ละยัง มีตุ้มน้ําหนักมาตรฐานหนักคุ้มละ 5 กิโลกรัม จํานวนไม่น้อยกว่า 2 ตุ้ม, ตุ้ม น้ําหนัก 10 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 1 ตุ้ม และหนักคุ้มละ 25 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 40 ตุ้ม หรือมีจํานวนเพียง พอที่จะใช้ในการสอบเทียบเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่ง
อัตโนมัติ
(4) การควบคุมปริมาณมวลรวม และแอสฟัลต์ที่ใช้ผสมในแต่ละชุด จะต้องเป็นแบบ
4.1.11 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง
(1) ชุดอุปกรณ์ควบคุมมวลรวม (Gradation) Control Unit) โรงงานผสมแบบนี้ต้อง มีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณมวลรวมที่ไหลออกมาจากกุ้งหินร้อนแต่ละยังได้อย่างถูกต้องแน่นอน ประกอบด้วย
เครื่องป้อนหิน (Feeder) อยู่ภายใต้ยังหินร้อน สําหรับการป้อนวัสดุผสมแทรกจะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณ ต่างหาก ติดตั้งในตําแหน่งที่ทําให้ควบคุมการป้อนวัสดุผสมแทรกลงในห้องผสมเพื่อผสมกับมวลรวมในจังหวะ ของการผสมแห้ง (Dry Mixing) ก่อนที่จะไปผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่จ่ายเข้ามาภายหลังในจังหวะของการ ผสมเปียก (Wet Mixing)
(2) จังหวะสัมพันธ์ของการควบคุมการป้อนมวลรวม และแอสฟัสต์ ซีเมนต์ (Synchronization of Aggregate and Asphalt Cerment Feed) โรงงานผสมแบบนี้ต้องมีอุปกรณ์ควบคุม การป้อนมวลรวมแต่ละขนาดและแอสฟัลต์ซีเมนต์เข้าสู่ห้องผสม เป็นแบบขับเคลื่อนที่สัมพันธ์กัน เพื่อให้ได้
อัตราส่วนผสมที่คงที่ตลอดเวลา
(3) ชุดห้องผสม (Pungrill Mixer Unit) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบต่อเนื่องนี้ต้อง เป็นแบบทํางานต่อเนื่อง (Continuous Mixer) เป็นชนิดมีเพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และ สามารถผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ใบหายจะต้องเป็นชนิดปรับมุมให้ไปในทางเดียวกัน
เพื่อให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวได้เร็ว หรือให้กลับทางกัน เพื่อถ่วงเวลาให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวช้าลงได้ และห้องผสม จะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมระดับของส่วนผสมด้วย ระยะห่างระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสมจะต้องน้อย กว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวลรวมก้อนโตสุด ที่ห้องผสมจะต้องมีแผ่นแสดงปริมาตรของห้องผสม เมื่อมีส่วนผสม บรรจุในห้องผสมที่ความสูงต่างๆ ติดตั้งไว้อย่างถาวร นอกจากนั้นจะต้องมีตารางแสดงอัตราการป้อนวัสดุมวล
รวมต่อนาที เมื่อโรงงานผสมทํางานในอัตราเร็วปกติ
เมื่อ A =
การคํานวณเวลาในการผสม ให้กําหนดโดยใช้น้ําหนักตามสูตรดังนี้ คือ
เวลาในการผสม (วินาที) = A/B
ปริมาณของส่วนผสมทั้งหมดในห้องผสม (Purguilt Dead Capacity) มีหน่วยเป็นกิโลกรัม ส่วนผสม ออกจากห้องผสม (Pungrill Output) มีหน่วยเป็นกิโลกรัมต่อวินาที
(4) ยังพักส่วนผสม (Discharge Hopper) โรงงานผสมแบบนี้ต้องประกอบด้วยกุ้ง สําหรับพักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออกมาจากห้องผสม ยังพักส่วนผสมนี้มีประตูเปิดที่ด้านล่างของกุ้งและ จะปล่อยส่วนผสมได้เมื่อส่วนผสมเต็มกุ้งแล้ว
(5) สัญญาณแจ้งปริมาณมวลรวมในยังหินร้อนโรงงานผสมต้องมีสัญญาณซึ่งจะแจ้งให้ ทราบว่าปริมาณมวลรวมในยุ้งหินร้อน ยังมีปริมาณเพียงพอที่จะดําเนินการต่อไปได้หรือไม่ ถ้าปริมาณมวลรวม ยังใดขาดหรือน้อยไป สัญญาณดังกล่าวจะทําให้ผู้ควบคุมทราบทันที ผู้รับจ้างต้องหยุดการดําเนินการและทํา การแก้ไข จนกว่าผู้ควบคุมจะเห็นสมควร จึงจะอนุญาตให้ดําเนินการต่อไปได้
4.2 รถบรรทุก (Haut Truck)
รถบรรทุกที่นํามาใช้จะต้องมีจํานวนพอเพียงกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และความสามารถใน
การปูของเครื่องปู ทั้งนี้เพื่อให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุดในแต่ละ วันที่ปฏิบัติงาน จํานวนรถบรรทุกที่ใช้ ให้คํานวณให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม ความจุของ รถบรรทุก เวลาในการบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงรถบรรทุก ระยะทางและระยะเวลาในการขนส่ง เวลาในการรอและการเทส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงในเครื่องปู ความสามารถในการปูของเครื่องปู และอื่นๆ กระบะรถบรรทุกจะต้องไม่รั่ว พื้นกระบะจะต้องเป็นแผ่นโลหะเรียน ภายในกระบะจะต้องสะอาด ปราศจากวัสดุที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ตกค้างอยู่ ก่อนใช้ขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องพ่นหรือ
ๆ
AL
เขียนแบบ
สถาปนิก
ant
Aควร
เครด
ฟังเท
ส่วน
meinud madakariadhra, tacı กองสาง าร
แบบแสดง
มาตรฐานงานแ ส ด คนกรีก
Asphalt Concrete)
( นายก ปาน) ผู้ช่วยนายทาง บบบบ
( นาย ร พ ยากฟัง) สถาปนิก การ
( นามวงศ์ อนันทกรณ์ )
โย า านาญการ
นายศรทุก แห่ง วิศวกรโย หาญการ เพ
REARERO
تم
PTA
( นายกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่าย รวจและ ลูกแบบ
เห็นชอบ
( นาย หล่อ มิติ ) น่วยการกองร่า
นาง สุราง The ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
เบสบ
อนุมัติ
ON
( นายภัทร โนน
ป ล ะ การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Oks
( นายมน รีย นั น )
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
หน
14
9
10
เคลือบภายในกระบะด้วยน้ําสบู่ น้ําปูนขาว หรือสารเคมีเคลือบชนิดใดๆ ที่มีน้ําหนักผสมไม่เกินร้อยละ 5 โดย ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ห้ามใช้น้ํามันเบนซิน น้ํามันก๊าด น้ํามันดีเซล หรือน้ํามันประเภท เดียวกัน การพ่นหรือเคอบภายในกระบะให้ทําเพียงบางๆ เท่านั้น และก่อนบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ลงกระบะ ให้ยกกระบะเทวัสดุหรือสารเคลือบที่อาจมีมากเกินความจําเป็นออกให้หมด ในการขนส่งจะต้องมี ผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกัน
น้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ด้วย
4.3 เครื่องปู (Paver or Finisher)
เครื่องปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองโดยจะเป็นชนิดล้อ
เหล็กตีนตะขาบ หรือชนิดล้อยางที่มีคุณภาพเทียบเท่า มีกําลังมากพอและสามารถควบคุมความเร็วในการ เคลื่อนที่ได้อย่างสม่ําเสมอ ทั้งในขณะที่เคลื่อนไปพร้อมกับรถบรรทุกส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตและในขณะ เคลื่อนตัวไปตามลําพัง เครื่องปูจะต้องสามารถปรับความเร็วการได้หลายอัตรา และปูสวนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตได้ความลาดถูกต้องตามแบบ
4.3.1 ส่วนขับเคลื่อน (Tractor Unit) ประกอบด้วยเครื่องยนต์ต้นกําลังมีอุปกรณ์ควบคุมความเร็ว รอบเครื่องยนต์ (Governor) ให้คงที่ระหว่างทํางาน กระบะบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Hopper) จะต้อง เป็นแบบข้างกระบะหุบได้ สายพานป้อนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Slat Conveyor) เกลียวเกลี่ยง่าย ส่วนผสมแอสฟัล คอนกรีต (Auger หรือ Screw Conveyor) แยกเป็น 2 ข้าง ซ้ายและขวา ซึ่งสามารถแยก ทํางานเป็นอิสระแก่กันได้ ประตูควบคุมการไหล (Flow (Gate) ของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตสามารถปรับ ระดับความสูงของช่องประตูได้
4.3.2 ส่วนเตารีด (Automatic Screed Unit) ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุมความหนา (Thickness Control) อุปกรณ์ควบคุมความลาดเอียงที่ผิว (Crown Control) อุปกรณ์ให้ความร้อนแผ่นเตารีด (Screed Healer) แผ่นเตารีด (Screed Plate) และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ที่จําเป็น ระบบการควบคุมความ ลายซัน (Grade Control) และระดับแอสฟัลต์คอนกรีตควรเป็นแบบอัตโนมัติ โดยอาจเป็นแบบ (1) Erected
Grade Line (2) Mobile String Line (3) Ski (4) Floating Bean) หรือ (5) Joint-matching Shoe สําหรับ แบบที่ (2) แบบที่ (3) และแบบที่ (4) ต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 9 เมตร แผ่นเตารีด จะต้องมีความยาวไม่น้อย กว่า 2.4 เมตร และสามารถขยายได้ยาวไม่น้อยกว่า 3.5 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องตรงแนวและได้ระดับ ไม่บิดงอ หรือสึกหรอมากเกินสมควร ไม่สึกเป็นหลุม มีระบบการอัดแอสฟัลต์คอนกรีตชั้นต้นเป็นแบบสั่นสะเทือน (Vibratory Screed) หรือแบบคานกระแทก (Tamper Bar) หรือเป็นทั้ง 2 แบบ ประกอบกัน ซึ่งสามารถปรับ ความถี่ของการสั่นสะเทือนหรือการกระแทกได้ตามต้องการ สําหรับแบบคานกระแทกจะต้องมีระยะห่าง ระหว่างแผ่นเตารีดกับคานกระแทก 0.25-0.50 มิลลิเมตร ผิวของคานกระแทกด้านล่างที่ใช้อัดแอสฟัลต์ คอนกรีตต้องอยู่ในสภาพดี และไม่สึกหรอมากกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดความหนาของใหม่
4.4 รถเกลี่ยปรับระดับ (Motor Grader)
รถเกลี่ยปรับระดับนี้ถ้าจําเป็นต้องนํามาใช้งาน จะต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มีล้อยาง ผิวเรียบ มีใบมีดยาวไม่น้อยกว่า 3.6 เมตร และมีความยาวของช่วงเพลา (Wheel Base) ไม่น้อยกว่า 4.8 เมตร การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.5 เครื่องจักรบดทับ
เครื่องจักรบดทับทุกชนิดจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ต้องมีน้ําหนักและคุณสมบัติอื่นๆ ถูกต้องตามที่ได้ระบุไว้ในรายละเอียดที่กําหนดสําหรับเครื่องจักรบดทับแต่ละชนิด น้ําหนักในการปิดทับของ เครื่องจักรบดทับแต่ละชนิดจะต้องเหมาะสมกับชนิดและลักษณะของส่วนผสมความหนาของชั้นที่ ขั้นตอ
การปิดทับและอื่นๆ เครื่องจักรบดทับต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ดําเนินไปได้โดยปกติไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบ และ คุณสมบัติอื่นๆ ตามกําหนด การกําหนดน้ําหนักเครื่องจักรบดทับ น้ําหนักในการบดทับของเครื่องจักรแต่ละคัน ตลอดจนการเพิ่มจํานวนเครื่องจักรนดทับจากจํานวนขั้นต่ําที่กําหนดไว้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน เครื่องจักรบดทับจะประกอบด้วยเครื่องจักรชนิดต่างๆ ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้ได้จากผู้ ควบคุมงานก่อน โดยมีจํานวนอย่างน้อยดังต่อไปนี้
ก. รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คัน และรถบดสั่นสะเทือนชนิด 2 ล้อ จํานวน ไม่น้อยกว่า 1 คัน หรือรถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ ไม่น้อยกว่า 2 คัน ใน:::::::::::::::
ข. รถบดล้อยาง ไม่น้อยกว่า 3 คัน รายละเอียดของเครื่องจักรชนิดต่างๆ เป็นดังนี้
4.5.1 รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ (Steel-Tired Tandem Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 8 ตัน และสามารถเพิ่มน้ําหนักได้จนมีน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน จะต้องมีน้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบดไม่ น้อยกว่า 37.9 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถขับเคลื่อนเดินหน้าและถอยหลังได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุด และการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อเหล็กทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรงตาม แนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบไม่เป็นร่อง (Groove) อีกเป็นหลุมหรือเป็นรอยบุ๋ม (Pit) สลักยึดล้อ (king Pin) และลูกปืนล้อ (Wheel Bearing) ต้องไม่สึกหรอมากเกินไปจนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา (Sprinkler System) มีอุปกรณ์ตราดผิวล้อเหล็ก (Scraper) และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ํา สําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้การได้ดี และถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อ
ณะบดทับ
4.5.2 รถบดล้อยาง (Pneumatic-Tired Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน และ สามารถเพิ่มน้ําหนักได้ มีล้อยางไม่น้อยกว่า 7 ล้อ ล้อรถบดต้องเป็นชนิดผิวหน้าเรียบ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ของล้อ (Rim Damneter) ไม่น้อยกว่า 500 มิลลิเมตร มีผิวหน้าล้อยางกว้างไม่น้อยกว่า 225 มิลลิเมตร มีขนาด และจํานวนชั้นผ้าใบเท่ากันทุกล้อ ส่วนล้อและเพลาเคลื่อนตัวขึ้นลงได้อิสระอย่างน้อย 1 แถว มีแรงอัดที่ผิวหน้า สัมผัสของล้อรถบดขณะบดอัดไม่มากกว่า 520 กิโลปาสกาล (90 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และต้องมีถังน้ํา มีระบบ ฉีดน้ํา มีอุปกรณ์ตราดผิวล้อยาง และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ําสําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้ได้ ดีและถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะปิดทับ รถบดล้อยางขณะใช้ งานจะต้องมีความดันลมยางเท่ากันทุกล้อ โดยอนุญาตให้มีความดันลมยางและล้อแตกต่างกันได้ไม่เกิน 35 กิโลปาสกาล (5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
4.5.3 รถบดสั่นสะเทือน (Vibratory Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 4 คัน สําหรับบด ทับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตหนาไม่เกินชั้นละ 35 มิลลิเมตร และต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 6 ตัน สําหรับบดทับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตหนาตั้งแต่ชั้นละ 10 มิลลิเมตรขึ้นไป โดยอาจเป็นแบบสั่นสะเทือนล้อ
40 เดียวหรือสองล้อก็ได้ ต้องมีความถี่การสั่นสะเทือน (frequency) ไม่น้อยกว่า 33 เฮิรตซ์ (2,000 รอบต่อ
เขียนแบบ
สาป ก
ราค
วิศวกร
rat
เป็นรอบ
จังหว
การจราจรด่าน คนโลก
กรงวาง ย ร ล
แบบแสดง
มาตรฐานงานแส คอนกรี
(Aphall Concrete)
( นายจิระศักดิ์ ปานมณี)
ร่านมา
ร่างเรียบแบบ
( นายพีรพงษ์ ลับ ฟัง )
๔. ปก
( นายวงศ์ บินกรณ์ )
วิวกรโยธา านาญการ
{ นาย พล พวกรโยธา านาญการ คร
تم
( นายกรี กร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่าย ารวจและออกแบบ
4 บาย ย ห อ ) ผู้อ้านวยการถลุง ง
( นางสาว รางๆลง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เ น ธน
( นายภัทร ในย ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด โลก
( นายมน ใน วัฒนา) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ษณุโลก
www.ww
4
นาที) และมีระยะเต้น (Amplitude) ระหว่าง 0.20-0.80 มิลลิเมตร มีน้ําหนักต่อความกว้างของรถบดไม่น้อย กว่า 22 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถบดทับโดยการเดินหน้าและถอยหลัง ได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุดและการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรง แนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบ ไม่ลึกเป็นหลุมหรือเป็นรอยบุ๋ม สลักล้อและลูกปืนล้อต้องไม่สึกหรอมาก เกินไป จนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา มีอุปกรณ์ตราดผิวล้อ และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและ เกลี่ยกระจายน้ําเลี้ยงล้อรถบด เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะบดทับ มีระบบการ สั่นสะเทือนที่อยู่ในสภาพดี
4.6 เครื่องพ่นแอสฟัลต์ (Asphalt Distributor)
ต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองมีถังบรรจุแอสฟัลต์ติดตั้งบนรถบรรทุกหรือรถพ่วง และ
ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่จําเป็นในการใช้งาน ดังนี้
4.6.1 ไม้วัด (Dipstick) หรือเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ในถัง
4.6.2 หัวเผาให้ความร้อนแอสฟัลด์ (Burner)
4.6.3 เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิแอสฟัลต์ (Them torrteter)
4.6.4 ปั้นแอสฟัลต์ (Asphalt Pump)
4.6.5 เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย (Power Unit)
4.6.6 ท่อพ่นแอสฟัลต์ (Spray Bar) พร้อมหัวฉีด (Nozzle)
4.6.7 ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือ (Hand Spray)
4.6.8 อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ (Bitartreter)
4.6.9 ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ (Asphalt Tank)
เครื่องพ่นแอสฟัลต์ต้องมีระบบหมุนเวียน (Circulating System) มีปั๊มแอสฟัลต์ที่สามารถใช้ได้ดี ตั้งแต่กับแอสฟัลต์เหลวจนถึงแอสฟัลต์ซีเมนต์ และต้องทํางานได้ดังนี้
(1) ดูดแอสฟัลต์เข้าถึงได้
(2) หมุนเวียนแอสฟิลด์ในท่อพ่นแอสฟัลต์ และในถังบรรจุแอสฟัลต์ได้
(3) พ่นแอสฟัลต์ผ่านทางท่อพ่นแอสฟัลต์ หรือผ่านท่อพ่นแอสฟัสต์แบบมือถือไต้
(4) ดูดแอสฟัลต์จากถังบรรจุหรือท่อพ่นแอสฟัสต์แบบมือถือเข้าสู่ถังได้
(5) ปั้มแอสฟัลต์จากถังบรรจุประจํารถพ่นแอสฟัลต์ไปยังถังเก็บแอสฟัลต์ภายนอกได้ (6) เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย ต้องมีมาตรบอกความดัน หรืออื่นๆ
ความดัน หรืออื่นๆ
เครื่องปั๊มแอสฟัลต์ ต้องติดเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ที่ผ่านปั๊ม โดยวัดเป็นรอบหรือวัดเป็น
ท่อพ่นแอสฟัลต์ อาจประกอบด้วยท่อหลายท่อนต่อกัน มีหัวฉีดติดตั้งโดยมีระยะห่างระหว่าง หัวฉีดเท่าๆ กัน หัวฉีดปรับทํามุมกับท่อพ่นแอสฟัลต์ใต้ และต้องมีอุปกรณ์ปิดเปิดได้ ท่อพ่นแอสฟัลต์ต้องเป็น แบบที่แอสฟัลต์หมุนเวียนผ่านได้ เมื่อใช้งานต้องมีความดันสม่ําเสมอตลอดความยาวของท่อและสามารถปรับ ความสูงและความกว้างในการพ่นแอสฟัลต์ได้
ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือที่เคลื่อนที่ได้อิสระ ต้องเป็นแบบใช้หัวฉีด ใช้พ่นแอสฟัลต์บนพื้นที่
ที่รถพ่นแอสฟัลต์เข้าไปไม่ได้
อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ ประกอบด้วยล้อวัดความเร็ว (ล้อที่ห้า) ต่อสายเชื่อมไปยัง มาตรวัดความเร็วในเก๋งรถ มาตรวัดความเร็วนี้ต้องวัดความเร็วเป็นเมตรต่อนาที หรือฟุตต่อนาที พร้อม ทั้งนี้มีตัวเลขบอกระยะทางรวมที่รถวิ่ง
ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ เป็นชนิดมีฉนวนหุ้มป้องกันความร้อน ภายในถังประกอบด้วยท่อน้ ความร้อนจากหัวเผา (หนึ่งหัวเผาหรือมากกว่า) มีแผ่นโลหะช่วยกระจายความร้อน มีท่อระบายแอสฟัลต์ ที่ถึง ต้องมีเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์เป็นแบบไม้วัด หรือเข็มวัดบอกปริมาณหรือทั้งสองชนิด มีเทอร์โมมิเตอร์วัด อุณหภูมิเป็นแบบหน้าปัทม์ (Dial) หรือแบบแท่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Armoured Thermometer) หรือทั้ง สองชนิด ที่อ่านได้ละเอียดถึง 1 องศาเซลเซียส
อุปกรณ์สําหรับเครื่องพ่นแอสฟัลต์ต่างๆ เหล่านี้ ก่อนนําไปใช้งานต้องตรวจสอบให้อยู่ในสภาพ ใช้งานได้ดี การตรวจสอบและตรวจปรับอุปกรณ์ต้องดําเนินการตามวิธีที่กําหนด ซึ่งแอสฟัลต์ที่พ่นออกมา จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างและความยาวและเมื่อตรวจสอบโดยวิธีทดสอบหาปริมาณแอสฟัลต์
ซีเมนต์ที่ลาดตามขวางและตามยาว จะต้องถูกต้องตามข้อกําหนดกล่าวคือปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ลาดตาม ขวางคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 17 และปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ลาดตามยาวคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ
15 ตามลําดับ
4.7 เครื่องจักรและเครื่องมือทําความสะอาดพื้นที่ที่จะก่อสร้าง
4.7.1 รถบรรทุกน้ํา (Water Truck) ต้องอยู่ในสภาพดี มีท่อพ่นน้ําและอุปกรณ์ฉีดน้ําที่ใช้การได้ดี 4.7.2 เครื่องกวาดฝุ่น (Rotary Broon) อาจเป็นแบบลาก แบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองหรือแบบ ติดตั้งที่รถไถนา (Farina Tractor) หรือรถอื่นได้ แต่ต้องเป็นแบบไม้กวาดหมุน โดยเครื่องกล ขนไม้กวาดอาจทํา ด้วยไฟเบอร์ ลวดเหล็ก ไนล่อน หวาย หรือวัสดุอื่นๆ ที่เหมาะสมโดยความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน ทั้งนี้ต้องมี ประสิทธิภาพพอที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด
4.7.3 เครื่องเป่าลม (Blower) เป็นแบบติดตั้งที่รถไถนาหรือรถอื่นใด มีใบพัดขนาดใหญ่ ให้กําลัง ลมแรงและมีประสิทธิภาพพอเพียงที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด
4.8 เครื่องมือประกอบ
4.8.1 เครื่องมือบุคทับแบบสั่นสะเทือนขนาดเล็ก (Small Vibratory Cowpactor) ต้องมีขนาด น้ําหนักเหมาะสมที่จะใช้บดทับแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่รถบดไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้ หรือใช้ในงาน
ซ่อมขนาดเล็ก การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.8.2 เครื่องมือกระทั่งแอสฟัลต์คอนกรีต (Hand Taniper) ต้องเป็นแบบและมีขนาดน้ําหนัก เหมาะสม ที่จะใช้กระทั่งอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เครื่องบดทับขนาดเล็กเข้าไปบดทับไม่ได้ หรือใช้งานซ่อม ขนาดย่อย การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.8.3 เครื่องมือตัดรอยต่อ อาจเป็นแบบติดกับรถบดล้อเหล็กหรือเป็นแบบรถเข็นขนาดเล็ก หรือ จะมีทั้ง 2 แบบก็ได้ หรือมีแบบอื่นๆ ซึ่งสามารถตัดแนวรอยต่อได้เรียบร้อย ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุม
งาน
เขียนแบบ
สถาปนิก
Bean
PEA
2239
เ น น
ตกก
ริหารสา
いる
วง
กองช่าง
แบบแสดง
คราบงานแยล คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี )
ช่วยนาย
าง ชนแบบ Dar
(นายพีรพงษ์ บาง
สถาปนิกปรก
( นายวงศ์ อนันตาภรณ์ ) วิศวกรโบรา านาญ
นายสรวง แสง วิศวกรโยธา านาญการ ร
لم
นายเกรียง ท ญ ย ) หัวหน้าฝ่าย รวมและออกแบบ
ww
มา ย หล่อ มิ H า ว การกองร่าง
( นางสาว สุรา กล รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
g
( นายภัทร ใจเอย
ปลัด การบรีนา ล้วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
ск
4 นายมนต น 25 น
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
fumes d 16 14
4.8.4 เครื่องมือเจาะตัวอย่าง อาจเป็นชนิดใช้เครื่องยนต์หรือใช้ไฟฟ้าที่สามารถใช้เจาะตัวอย่างที่มี ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร ได้อย่างเรียบร้อย
4.8.5 ไม้บรรทัดวัดความเรียบ (Straight-edge) ต้องเป็นไม้บรรทัดวัดความเรียบที่มีขนาด
เหมาะสม มีความยาว 3.00 เมตร
เครื่องจักร เครื่องมือ หรืออุปกรณ์อื่นใด นอกเหนือจากที่กําหนดไว้แล้วข้างต้น การนํามาใช้งาน และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
5. การเตรียมการก่อนการก่อสร้าง
5.1 การเตรียมสถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุ
สถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุจะต้องเหมาะสม มีบริเวณกว้างพอที่จะดําเนินการได้โดยสะดวก
นอกจากนั้นจะต้องจัดให้มีการระบายน้ําที่ดี อันจะเป็นการป้องกันมิให้มีน้ําท่วมกองวัสดุได้ พื้นที่สําหรับกอง วัสดุที่นํามาใช้งานจะต้องสะอาดปราศจากวัสดุไม่พึงประสงค์ เช่น วัชพืช สิ่งสกปรกอื่นๆ ควรรองพื้นด้วยวัสดุ หินหรือปูด้วยแผ่นวัสดุที่เหมาะสม สถานที่กองวัสดุจะต้องราบเรียบได้ระดับพอควร การกองวัสดุแต่ละ ขนาด จะต้องกองแยกไว้อย่างชัดเจน โดยการกองแยกให้ห่างกันตามสมควรหรือทํากุ้งกั้นไว้เพื่อป้องกันวัสดุที่ จะใช้แต่ละชนิด แต่ละขนาด ไม่ให้ปะปนกัน หรือปะปนกับวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ การกองวัสดุต้อง ดําเนินการให้ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเกิดการแยกตัวโดยการกองวัสดุเป็นชั้นๆ สูงชั้นละไม่เกินความสูงของ กองวัสดุของเดี่ยวๆ เมื่อเทจากรถบรรทุกเทท้ายคันหนึ่งๆ ถ้าจะกองวัสดุชั้นต่อไปจะต้องแต่งระดับยอดกองให้ เสมอ และไม่ควรกองวัสดุสูงเป็นรูปกรวย
5.2 การเตรียมมวลรวมและวัสดุผสมแทรก
กองวัสดุที่ใช้ทุกชนิด จะต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้วัสดุเปียกน้ําฝน โดยการกองวัสดุในโรงที่มีหลังคา คลุม หรือคลุมด้วยผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นๆที่เหมาะสม หรือโดยวิธีอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน วัสดุที่ใช้ทุกชนิดเมื่อป้อนเข้าโรงงานผสม ต้องไม่มีความชื้นเกินกําหนด ตามข้อแนะนําของบริษัทผู้ผลิตโรงงาน
ผสมที่ใช้งานนั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้โรงงานผสมทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มวลรวมที่ใช้แต่ละชนิด ก่อนนําไปใช้งานจะต้องบรรจุอยู่ในยังพื้นเย็น แยกกันแต่ละยัง และการผสม มวลรวมแต่ละชนิดจะต้องดําเนินการโดยผ่านยังหินเย็นเท่านั้น ห้ามนํามาผสมกันภายนอกยังหินเย็นในทุกกรณี
วัสดุผสมแทรก หากนํามาใช้จะต้องแยกใส่ยังวัสดุผสมแทรกโดยเฉพาะ การป้อนวัสดุผสมแทรกจะต้อง แยกต่างหากโดยไม่ปะปนกับวัสดุอื่นๆ และจะต้องป้อนเข้าห้องผสมโดยตรง
5.3 การเตรียมแอสฟัลต์ซีเมนต์
แอสฟัลต์ซีเมนต์ในถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อผสม กับมวลรวมที่โรงงานผสมจะต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 159 - 8 องศาเซลเซียส หรือมีอุณหภูมิที่แอสฟัลต์ ซีเมนต์ มีความหนืด 170 + 20 เซนติสโตกส์ (Centistokes) หรือมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสม เฉพาะงาน การจ่ายแอสฟัลต์ซีเมนต์ไปยังห้องผสม จะต้องเป็นไปโดยต่อเนื่องและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด
สม่าเสมอตลอดเวลา
5.4 การเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง
เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดตามที่ระบุไว้ในข้อ 4 ที่นํามาใช้งานต้องมีสภาพใช้งาน ได้ดี โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบและหรือตรวจปรับ ตามรายการและวิธีการที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ก่อน เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดต้องมีจํานวนพอเพียงที่จะ อํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ดําเนินไปโดยต่อเนื่อง ไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก และในระหว่าง
การก่อสร้างจะต้องบํารุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอตลอดระยะเวลาทํางาน
5.5 การเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง
5.5.1 รองพื้นทาง พื้นทาง หรือไหล่ทาง จะต้องเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตาม รูปแบบก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทัน กรณีรองพื้นทางหรือพื้นทางหรือไหล่ทางมีความเสียหายเป็นคลื่น เป็นหลุมบ่อ มีจุดอ่อนตัว (Soft Spot) หรือไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อนโดยได้รับความ เห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
5.5.2 ผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับมีผิวหน้าไม่สม่ําเสมอ หรือเป็น คลื่น และไม่มีการทําชั้นปรับระดับ ให้ปรับแต่งให้สม่ําเสมอ ถ้ามีหลุมบ่อ รอยแตก จุดอ่อนตัวหรือความ เสียหายของชั้นทางใดๆ จะต้องตัด หรือขุดออก แล้วปะซ่อม หรือชุดซ่อมแล้วแต่กรณี แล้วบดทับให้แน่นและมี ผิวหน้าที่เรียบสม่ําเสมอ โดยให้มีระดับและความลาดถูกต้องตามแบบ วัสดุที่นํามาใช้จะต้องมีคุณภาพดี ขนาด และปริมาณวัสดุที่ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะความเสียหายและพื้นที่ที่จะซ่อม
5.5.3 ขึ้นทางหรือไหล่ทาง ที่มีไพรมโคท (Prime Coat หลุดหรือเสียหาย ต้องแก้ไขใหม่ให้ เรียบร้อยตามวิธีการที่ผู้ควบคุมงานกําหนด แล้วทิ้งไว้จนครบกําหนดเวลาบ่มตัวของแอสฟัลต์ที่ใช้ซ่อมก่อน จึง ท่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับได้
5.5.4 พื้นทางหรือไหล่ทางที่ทํา ไพรมโคท ทิ้งไว้ มีผิวหลุดเสียหายเป็นพื้นที่ต่อเนื่องมากเกินกว่าที่ จะซ่อมตามข้อ 5.5.3 ให้ได้ผลดี ให้พิจารณาตราด (Scarify) พื้นทางหรือไหล่ทางนั้น แล้วบดทับใหม่ให้ได้ความ แน่นตามที่กําหนด แล้วทําไพรมโคทใหม่ทิ้งไว้จนครบกําหนดเวลาบ่มตัวของแอสฟัลต์ที่ใช้ทําไพรมโคทก่อน จึง ท่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับได้
5.5.5 พื้นทางหรือไหล่ทางที่ทําไพรมโคททิ้งไว้นาน โดยไม่ได้ทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตตาม ขั้นตอนการก่อสร้างปกติ แต่ไพรมโคทไม่หลุดเสียหายก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับอาจพิจารณาให้ ทําแทคโคท (Tack Coat) โดยให้ดําเนินการตาม บทช.227 : มาตรฐานงานเทคโคท (Tack Coat) ทั้งนี้ให้อยู่ ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
5.5.6 ในงานเสริมผิวทาง (Overlay) ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเดิมซึ่งเกิดการยุบตัว Sag and Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว ให้ดําเนินการดังนี้
(1) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะ ส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปูรวมไปพร้อมกับการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลย พินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่ปูจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนารวมเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบด้วยหรือเป็นแอ่งก่อน
(2) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร
เรียนแบบ
สถาปนิก
วิศวกร
Anna
A324
เห็นรอบ
จังหวั
geúmutandout velafbaroqları องทาง ShoŘI PRAPORTUL
แบบA AN
มาตรฐานงานแส ม คอนกรีต (Asphalt Concrete)
( นาย ก ปานมณี ทยนาย งร้อนแบบ
นายหิรพงษ์ ดักฟัง
สถาปip.pt
( นาย ว อนันดากรณ์)
วาโยรา าาญ
( นายสราวุธ แสง ควรโยธารานาญการ
( นายเกรียงไกร บุญย) หัวหน้าฝ่าย งวดะรอก
นาย หล่อ อ่านวล า ก ง า
A
งงค์การบริหางานจังหวัดพิษณุโ
เห็นชอบ
is
( นายภัทร ในยม ) ปลีก การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมั
OK
( นายมนต์ชัย 5 จน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
LAKSAN
L-14
การแยกปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต นี้ให้บด ทับด้วยรถบดล้อยางจนได้ความแน่นตามที่กําหนด แล้วจึงปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป
5.5.7 รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ต้องสะอาดปราศจากฝุ่น วัสดุสกปรก หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ ปะปน
5.5.8 การทําความสะอาดรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตทับ โดยการกวาดฝุ่น วัสดุหลุดหลวม ทรายที่สาดทับไพรมโคท สําหรับพื้นทางหรือไหล่ ทางออกจนหมดด้วยเครื่องกวาดฝุ่น ต้องปรับอัตราเร็วการหมุนและน้ําหนักกดที่กดลงบนรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทางหรือผิวทางลาดยางเดิมให้พอดี โดยไม่ทําให้รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางเดิมเสียหาย เสร็จ
แล้วให้ใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกจนหมด
5.5.9 กรณีที่มีคราบฝุ่นหรือวัสดุจับตัวแข็งอยู่ที่พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะทํา ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ให้กําจัดคราบแข็งดังกล่าวออกโดยการใช้เครื่องมือใดๆ ที่เหมาะสมตามที่ผู้ ควบคุมงานกําหนดหรือเห็นชอบ ขูดออก ล้างให้สะอาด ทิ้งไว้ให้แห้ง ใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาด แล้วใช้เครื่อง เป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกให้หมด
5.5.10 ผิวทางลาดยางเดิมที่มีแอสฟัลต์เยิ้ม ก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับจะต้องแก้ไขให้ เรียบร้อยก่อน โดยการปาดแอสฟัลต์ที่เยิ้มออก หรือโดยวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานกําหนดหรือ เห็นชอบ
5.5.11 ผิวทางลาดยางเดิมหรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใดๆ ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ทับ จะต้องทําแทคโดยก่อน โดยให้ดําเนินการตาม บทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
5.5.12 ขอบของโครงสร้างคอนกรีตใดๆ หรือผิวหน้าตัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตเดิมที่ต่อเชื่อม กับ แอสฟัลต์คอนกรีตที่จะก่อสร้างใหม่ จะต้องทําแทคโคทก่อน โดยให้ดําเนินการตามมาช,227 :มาตรฐานงาน แทคโคท (Tack Coat)
5.5.13 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขูดวัสดุยาแนวรอย แตกและรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลม เป่าฝุ่นออกให้หมด แล้วทําแทคโคท โดยให้ดําเนินการตาม มทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
6. วิธีการก่อสร้าง
6.1 การควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม
การดําเนินการควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 5.1.1 การควบคุมคุณภาพส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต มวลรวมและแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมี คุณสมบัติตามข้อ : คุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตต้องสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงานที่ ได้กําหนดขึ้นสําหรับแอสฟัลต์คอนกรีตนั้นๆ สูตรส่วนผสมเฉพาะงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุผลในข้อ 3.5
และ ข้อ 3.6
ร้องตั้งเวลาและ
6.1.2 การควบคุมเวลาในการผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต โรงงานผสมต้องมีเครื่อง ควบคุมเวลาแบบอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งและปรับเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกได้ตามต้องการ
สําหรับโรงงานผสมแบบชุด ระยะเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกควรใช้ประมาณ 15 วินาที และ
30 วินาที ตามลําดับ
สําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง ระยะเวลาในการผสมให้คํานวณจากสูตรตามข้อ 4.1.11 (3) ในการ ผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตโดยโรงงานผสมทั้ง 2 แบบ ต้องได้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่สม่ําเสมอ ใน กรณีที่ผสมกันตามเวลาที่กําหนดไว้แล้ว แต่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังผสมกันได้ไม่สม่ําเสมอตามต้องการ ก็ให้เพิ่มเวลาในการผสมขึ้นอีกก็ได้ แต่เวลาที่ใช้ในการผสมทั้งหมดต้องไม่เกิน 60 วินาที ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน การกําหนดเวลาในการผสมของโรงงานผสมใดๆให้กําหนดโดยการทดสอบหาปริมาณที่ แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวม ตามวิธีการทดสอบ AASHTO T 195 “Determining Degree of Particle Coating of Bituminous-Aggregate Mixtures” โดยให้ถือหลักเกณฑ์กําหนดตามตารางที่ 5
2
ตารางที่ 5 ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวนวลรวม
ชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
พื้นทาง
ผิวทาง รองผิวทาง ไหล่ทาง ปรับระดับ
ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวมร้อยละโดยพื้นที่
ไม่น้อยกว่า 90
ไม่น้อยกว่า 95
- .-
6.1.3 การควบคุมอุณหภูมิของวัสดุก่อนการผสมและอุณหภูมิของส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต
(1) มวลรวม ก่อนการผสมต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 163 18 องศาเซลเซียส และมี ความชื้นไม่เกินร้อยละ 1 โดยมวล และขณะผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ จะต้องมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร
ส่วนผสมเฉพาะงาน
(2) แอสฟัลต์ซีเมนต์ ขณะเก็บในถังเก็บรอใช้งานต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อจะผสมกับมวลรวมต้องให้ความร้อนเพิ่มจนได้อุณหภูมิ 159 18 องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิที่แอสฟัลต์ ซีเมนต์ มีความหนืด 170 +20 เซนติสโตกส์ (Centistokes) หรืออุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสม
เฉพาะงาน
(3) แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมเสร็จ ก่อนออกจากห้องผสมจะต้องมีอุณหภูมิระหว่าง121-168 องศาเซลเซียส หรือตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ถ้ามีอุณหภูมิแตกต่างไปกว่าที่กําหนดนี้ ห้ามนํา
ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวไปใช้งาน
(4) ต้องมีการบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่ผ่านหม้อเผา อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ขณะก่อน ผสมกับมวลรวม และอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน โดยใช้เครื่องบันทึก อุณหภูมิแบบอัตโนมัติ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา และผู้รับจ้างจะต้องส่งบันทึกรายการอุณหภูมิ ดังกล่าวประจําวัน แก่ผู้ควบคุมงานทุกวันที่ปฏิบัติงาน
(5) การวัดอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่อยู่ในรถบรรทุก ต้องใช้เครื่องวัดอุณหภูมิที่ อ่านอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว การวัดอุณหภูมิให้วัดผ่านรูที่เจาะไว้ข้างกระบะรถบรรทุกทั้ง 2 ด้าน ที่ประมาณ
เขียนแบบ
สปป
Atlant
MA
หารส่วน
ซึ่งบริหาร
ทองราง
แบบ คง
มาตรฐานงานแอด คอนกรีต
(Asphall Concrete)
( นายจีระศัก ปานมณี ) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
( นาย พงษ์ บ ง ) สถาปนิกปฏิบัติการ
( นา ๆ วงศ์ อนันตาภรณ์ )
วิศวกรโยธา
านาญการ
นายคราง แสบ วกรโนรา านาญการพิเศษ
( นายเกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าฝาย วงละออกแบบ
เฟินรอบ
นาย ห นิมิ านวยการกองช่าง
wit ทอง)
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นรอบ
( นายภัทร โอม ) ปริตองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
: นายมนต์ชัย มน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด โลก
OA
Au day t
Lett
4
กลางความยาวของกระบะ และสูงจากพื้นกระบะประมาณ 150 มิลลิเมตร การวัดอุณหภูมิให้วัดจาก รถบรรทุกทุกคันแล้วจดบันทึกอุณหภูมิไว้
6.2 การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจากโรงงานผสมไปยังสถานที่ก่อสร้าง ต้องใช้รถบรรทุกที่เตรียมไว้แล้ว โดยถูกต้องตามข้อ 4.2 ในการขนส่งจะต้องมีผ้าใบ หรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกันน้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ
6.3 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องใช้เครื่องปูที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.3 โดยต้องผ่านการ ตรวจสอบ ตรวจปรับ และอนุญาตให้ใช้ได้แล้วจากผู้ควบคุมงาน การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้อง คํานวณความเร็วของเครื่องปูให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ การปูจะต้อง ดําเนินการไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ด้วยความเร็วการปูที่สม่ําเสมอ ปริมาณส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออก จากเตารีดของเครื่องปู จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างของพื้นที่ที่ปู โดยขณะปูควรป้อนส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตจากกระบะบรรจุผ่านไปยังเกลียวเกลี่ยจ่ายทั้ง 2 ข้าง จนถึงส่วนเตารีดโดยสม่ําเสมอ มี ระดับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตคงที่ และในการปฏิบัตินี้ให้เป็นไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ในส่วนของเตารีด อัตราเร็วการกระแทกของคานกระแทก และจํานวนรอบการสั่นสะเทือนของเตารีดแบบสั่นสะเทือนตลอดจน
ระยะเต้นจะต้องคงที่ และใช้ให้เหมาะสมกับชนิดลักษณะของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตความหนาของชั้นทาง และอื่นๆ ในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ผิวหน้าของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ขณะยังไม่ได้บดทับ จะต้องมีลักษณะผิวหน้าที่มีความเรียบ ความแน่น สม่ําเสมอทั้งทางด้านตามขวางและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหรือลักษณะความ เสียหายอื่นๆ ขณะปูหากปรากฏว่ามีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขในทันที ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ มีลักษณะจับตัวเป็นก้อนแข็ง ห้ามนํามาใช้
6.3.1 สภาพผิวชั้นทางก่อนการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องแห้ง ห้ามปูส่วนผสมแอสฟัลต์
คอนกรีตขณะฝนตกหรือเมื่อผิวขั้นทางที่จะปูเปียกชื้น
6.3.2 อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขณะปู ไม่ควรคลาดเคลื่อนไปจากอุณหภูมิเมื่อออกจาก โรงงานผสมที่กําหนดให้โดยผู้ควบคุมงาน เกินกว่า 14 องศาเซลเซียส แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ต่ํากว่า 120 องศา เซลเซียส การตรวจวัดอุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูแล้วบนถนน จะต้องดําเนินการเป็นระยะๆ ตลอดเวลาของ การปูหากปรากฏว่าอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ให้ตรวจสอบหาสาเหตุและ
แก้ไขโดยทันที
6.3.3 การวางแนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ก่อนการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทุกชั้น จะต้องวางแนวขอบชั้นทางที่จะปูก่อน โดยการใช้เชือกจึงวางแนว และยึดติดกับพื้นที่ที่จะปูส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตให้แน่น หรือวิธีการกําหนดแนวอื่นใดที่เหมาะสมตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ จะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรกของชั้นทางแต่ละชั้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ตรง แนวเรียบร้อยตามแบบ การดําเนินการนี้ไม่รวมถึงการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตติดกับคันหิน (Curb) และร่อง ระบายน้ํา (Gutter) หรือส่วนของโครงสร้างใดๆ ที่มีแนวถูกต้องตามแบบอยู่แล้ว
6.3.4 ลําดับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้อง ดําเนินการปูช่องจราจรหลักหรือทางตรงก่อน ส่วนช่องจราจรหรือบริเวณอื่นๆ เช่นทางแยก ทางเชื่อม ส่วน ขยาย หรือบริเวณย่อยอื่นๆ ให้ดําเนินการภายหลัง
6.3.5 การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง รอยต่อตามขวางหมายถึง แนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามขวางที่ปลายแปลงก่อสร้างที่สิ้นสุดการก่อสร้างประจําวัน การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง อาจดําเนินการได้
2 วิธี คือ
(1) การใช้ไม้แบบ โดยใช้ไม้แบบที่มีความหนาเท่ากับความหนาของชั้นทางที่ปู วางที่จุดสิ้นสุด ของการปูแต่ละแปลงให้ตั้งฉากกับแนวการปู เมื่อปูแอสฟัลต์คอนกรีตถึงไม้แบบนี้ให้ปูเลยไปเป็นทางลาดที่มี
ความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ยวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่านและอาจอนุญาตให้ใช้ทรายรองพื้นส่วนลาดได้เพื่อ
ความสะดวกในการลอกแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เป็นทางลาดออก โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
(2) การใช้กระดาษแข็งสําเร็จรูปหรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปใดๆ ที่ใช้สําหรับทํารอยต่อตามขวาง โดยเฉพาะ ซึ่งใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์และผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยนํามาวางที่จุดสิ้นสุดของการปูแต่ละ แปลงให้ตั้งฉากกับแนวการปู แล้วปูแอสฟัลต์คอนกรีตทับเป็นทางลาดที่มีความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ ขวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่าน
เมื่อจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อจากรอยต่อตามขวางนั้น ก็ให้ยกไม้แบบ แผ่นกระดาษแข็ง หรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปนั้น รวมทั้งชั้นทางส่วนที่ปูเป็นทางลาดออกไป ตรวจสอบระดับด้วยไม้บรรทัดวัดความ เรียบ หากระดับหรือความหนาของชั้นทางส่วนใดไม่ถูกต้องตามแบบ ให้ตัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนนั้น
ออกไปจนถึงชั้นทางส่วนที่มีระดับและความหนาถูกต้องตามแบบด้วยเครื่องตัดรอยต่อแอสฟัลต์คอนกรีตให้ได้ แนวตรงและตั้งฉากโดยเรียบร้อย ก่อนที่จะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป ให้หารอยต่อตามขวางนั้นด้วย แอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะปูใหม่ได้ดี การทารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ให้ดําเนินการ ตาม บทช.227: มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
ในกรณีที่การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหยุดชะงักด้วยเหตุใดก็ตามในระหว่างการก่อสร้าง ประจําวัน จนทําให้อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณหน้าเตารีดลดลงต่ํากว่าที่กําหนด ก็ให้ทํา
รอยต่อตามขวางที่บริเวณนั้นด้วย โดยให้ตัดรอยต่อถึงบริเวณที่มีความหนาตามแบบและได้บดทับเรียบร้อย
แล้ว โดยตัดให้ตั้งฉากพร้อมกับตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่ตัดออกทิ้งไป ให้หารอยต่อตามขวางนั้น ด้วยแอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะปูไหมได้ดี การทารอยต่อด้วยแอสฟัลต์ให้ดําเนินการ ตาม มทบ.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อเชื่อมกับรอยต่อตามขวางในครั้งใดๆ เมื่อเริ่มส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตไปได้กระบะแรก ให้ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบระดับที่รอยต่อ หากไม่ได้ระดับ
ตามที่กําหนด ให้ดําเนินการแก้ไขโดยด่วนขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่นั้นยังร้อนอยู่
ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตแต่ละช่องจราจร รอยต่อตามขวางของการก่อสร้างชั้นทางที่ ช่องจราจรข้างเคียงต้องไม่อยู่ในแนวเดียวกัน โดยต้องก่อสร้างให้มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 5 เมตร ทั้งนี้เพื่อ ไม่ให้เกิดเป็นจุดอ่อนทําให้เกิดความเสียหายภายหลังได้
ในกรณีที่ปูแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น รอยต่อตามขวางของแต่ละชั้นจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า
5 เมตร และจะต้องห่างจากรอยต่อตามขวางของช่องจราจรข้างเคียงไม่น้อยกว่า 5 เมตร ด้วย
เขียนแบบ
สถาปนิก
คว
Ans
77
N
เ น ชน
ด
ส่วนจึง
จ อ ย า ก กอง N ฝ่ายค้าน พ
แบบแสดง
มาตรฐานงานผลิตคอนกรีต
Asphalt Concrete)
( นายจิระ
ปานมณี)
นิยาย าง ยนแบบ
( นาย พงษ์ พิง
สถาปนิกปฏิบัติการ
( นา วง ปันตาภรณ์ ) วิวารโยธา พวกร
)
นาย พล วิศวกรโยธาร่ามา ร เ ข
a
( นายเกรียงไกร บุญย) หัวหน้าฝาย ชวนละออกแบบ
( นาย น พ ช มิด
อ่านว การกองร่าง
นางสรวง ทล) รองปฉัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เ น รม
( นาย ท โ ม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัน
(นายมนตรัย วัฒน์ธนาฒ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
utterst
น
B14
6.3.6 การก่อสร้างรอยต่อตามยาว ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประกบกับชั้นทางช่องจราจร ข้างเคียงที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้วนั้น อาจทําได้ 2 วิธี คือ
(1) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลื่อมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร แล้วดันส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เหลื่อมเข้าไปนี้ให้ชนแนว รอยต่อ โดยให้สูงกว่าระดับที่ด้านนอกถัดไปให้มากพอที่เมื่อบดทับแล้ว รถบดจะไปอัดส่วนผสมแอสฟัลต์ตึกคอ นกรีตตรงรอยต่อนั้นแน่นและเรียบได้ระดับสม่ําเสมอกับผิวชั้นทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
(2) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลื่อมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร คัดเม็ดวัสดุก้อนโดบริเวณที่เหลื่อมกันตรงรอยต่อนั้นออกทิ้งไป ซึ่ง เมื่อบดทับจะได้รอยต่อตามยาวที่แน่น ไม่ขรุขระ และเรียบได้ระดับสม่ําเสมอกับผิวทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
ก่อนจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ประกบกับชั้นทางของช่องจราจรที่ได้ดําเนินการ
เรียบร้อยแล้ว ให้ตัดแต่งรอยต่อตามยาวนั้นด้วยเครื่องมือตัดรอยต่อตามระบุไว้ในข้อ 4.8.3 โดยตัดให้ตั้งฉาก กับชั้นทางที่ปูทับ และรอยต่อนั้นจะต้องตรงแนว เรียบร้อย คม ไม่ฉีกขาด เสร็จแล้วให้ทารอยต่อนั้นด้วย แอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกันได้ดีกับชั้นทางที่ประกบ การทารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ ให้ดําเนินการ ตาม มทบ.227 : มาตรฐานงานเทคโคท (Tack Coat)
ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น แต่ละชั้นให้ก่อสร้างให้มีรอยต่อตามยาวเหลื่อมกัน ไม่น้อยกว่า 150 มิลลิเมตร ถ้าเป็นชั้นทาง 2 ช่องจราจร รอยต่อตามยาวของชั้นทางชั้นบนสุดให้อยู่ในแนวขอบ
ช่องจราจรตามแบบ
การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน โดยใช้เครื่องปูหลายเครื่อง การปูชั้น
ทางโดยเครื่องปูที่ตามหลัง ให้ปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเหลื่อมเข้าไปในชั้นทางที่กําลังปูโดยเครื่องปูเครื่อง หน้า 25-50 มิลลิเมตร ในกรณีเช่นนี้ไม่จําเป็นต้องตัดรอยต่อตามยาว และไม่ต้องทําแพคโคท
6.3.7 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในทางโค้ง ให้ปูช่องจราจรด้านโค้งในก่อนไปตามลําดับจนถึง โค้งนอก แต่ถ้าก่อสร้างในฤดูฝนจะต้องดําเนินการก่อสร้างให้เสร็จเต็มโค้งโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันน้ําขังบนชั้น
ทาง
6.3.8 การตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่ปูแล้วแต่ยังไม่ได้บดทับเป็นระยะๆ ช่วงละไม่เกิน 8 เมตร โดยให้ตรวจวัดความหนาตลอดความกว้าง ของชั้นทาง หากปรากฏว่าความหนาของชั้นทางคลาดเคลื่อนไปจากความหนาที่กําหนด ให้แก้ไขโดยทันที ขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด กรณีที่มีความหนาน้อยกว่าที่กําหนด ให้คราดผิว แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพถูกต้องมาปูเสริม เกลี่ยให้ได้ระดับสม่ําเสมอแล้วตรวจสอบระดับ
ให้ถูกต้อง
6.3.9 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้วยรถเกลี่ยปรับระดับ การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต บริเวณที่เครื่องปูไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้หรือไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปดําเนินการ อาจพิจารณาให้ใช้รถ เกลี่ยปรับระดับที่ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.4 ดําเนินการได้แล้วตรวจสอบด้วยไม้บรรทัดวัดความเรียบให้ได้ ระดับถูกต้อง ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
6.3.10 การปูด้วยแรงคน กรณีที่เป็นพื้นที่จํากัด หรือพื้นที่ที่ต้องการปรับระดับพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง และอื่นๆ ที่เครื่องปูและรถเกลี่ยปรับระดับเข้าไปดําเนินการไม่ได้ ไม่เหมาะสมหรือไม่สะดวกที่จะเข้าไป
ดําเนินการ อาจพิจารณาใช้คนปูส่วนผสมแอลฟัลต์คอนกรีตในบริเวณดังกล่าวได้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ ควบคุมงาน ในการใช้คนดําเนินการนี้ ให้ใช้พลั่วตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไปกองเรียงกันบนพื้นที่ที่ต้องการ ปู แต่ละกองเป็นกองเดี่ยวๆ ห้ามกองทับกันเป็นกองสูง เกลี่ยแต่งให้เรียบสม่ําเสมอ แล้วตรวจสอบด้วยไม้ บรรทัดวัดความเรียบให้ได้ระดับถูกต้อง
6.3.11 การตรวจสอบความเรียบในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตรวจสอบภาย หลังจากการปิดทับเที่ยวแรก โดยใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบวางทาบไปบนผิวหน้าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต หากต้องเสริมแต่งปรับระดับใหม่ ให้ดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด
6.4 การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้องใช้เครื่องจักรบดทับที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.5 และจะต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้โดยปกติ ไม่ติดขัด หรือหยุดชะงัก เครื่องจักรบดทับต่างๆ ดังกล่าว ก่อนนําไปใช้งานจะต้องผ่านการตรวจสอบ ตรวจปรับ ให้ เหมาะสมตามรายการและวิธีการตามที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด และอนุญาตให้ใช้ได้จากผู้ควบคุมงาน
การปิดทับจะต้องกระทําทันทีหลังจากการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเริ่มบดทับขณะที่ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังร้อนอยู่ โดยมีอุณหภูมิระหว่าง 120-150 องศาเซลเซียส เมื่อมดทับแล้ว จะต้อง ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตามแบบ ไม่มีรอยแตก รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง รอยคลื่น รอยล้อรถบด หรือความเสียหายของผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นๆ
6.4.1 หลักการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทั่วๆไป ในกรณีที่ข้อกําหนดไม่ได้ระบุวิธีการปิดทับเป็น อย่างอื่น การบดทับให้พิจารณาดําเนินการตามหลักการบดทับดังนี้
ในเบื้องต้นให้บดทับรอยต่อต่างๆ ก่อนโดยทันที ต่อจากนั้นก็ให้บดทับขั้นต้น (Initial or Breakdown Rolling) โดยให้รถบดทับตามหลังเครื่องปูให้ใกล้ชิดเครื่องปูมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และในการ
บดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับต้องไม่มีรอยแตก ไม่มีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ต่อไปเป็นการปิดทับขั้นกลาง (Intermediate Rolling) โดยให้ปิดทับตามติดการบดทับในขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด เท่าที่สามารถจะทําได้ และต้องดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิเหมาะสมที่จะทําให้ได้ ความแน่นตามที่กําหนด ต่อจากนั้นเป็นการบดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling) ซึ่งจะต้องดําเนินการขณะที่ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิที่รถบดจะสามารถลบรอยล้อรถบดทับที่ผ่านมาได้เรียบร้อย
ในการบดทับจะต้องเริ่มบดทับที่ขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่ําหรือด้านขอนนอกก่อน
แล้วจึงค่อยๆ บดทับเหลื่อมเข้าไปสู่ด้านเส้นแบ่งกึ่งกลางถนน เว้นแต่การบดทับช่วงการยกโค้ง ซึ่งจะต้องบดทับ ทางด้านต่ําก่อน แล้วจึงปิดทับเหลื่อมไปทางด้านสูง การปิดทับแต่ละเที่ยวให้บดทับขนานไปกับเส้นแบ่งกึ่งกลาง ถนน และให้แนวบดทับเหลื่อมกัน (Overlap) ประมาณ 150 มิลลิเมตร แต่ถ้าบดทับแล้วเกิดเป็นคลื่นตามขวาง หรือส่วนผสมเคลื่อนตัวเป็นแอ่งก็ให้เปลี่ยนเป็นบดทับเหลื่อมกันครึ่งหนึ่งของความกว้างของล้อรถบด การหยุด รถบดแต่ละเที่ยวของการบดทับ ต้องไม่หยุดที่แนวเดียวกับรอยหยุดของรถบดเดี่ยวก่อน แต่ควรหยุดรถบดให้ เหลื่อมกันเป็นระยะห่างพอสมควร
ในระหว่างการปิดทับ หากมีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ควรใช้น้ําหรือสาร สําหรับเคลือบล้อรถบดใดๆ ที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ พ่นล้อรถบดบางๆ เพียงเพื่อเคลือบผิวหน้าล้อ รถบดให้เปียกชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด หากหมดความจําเป็นแล้วให้เลิกใช้
เขียนแบบ
สาป ก
Aont
ว
31
เห็นชอบ
นครสงข
- การเรย - โลก กองช่าง
แบบแสดง
มาตรฐานงานแ ส ด คอนกรีต (Asphalt Concrete)
( นายจีระ ปานมณี) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ!
( นายพงษ์
ประทิง
สถาปนิก การ
( นาย ว นิมากรณ์ วิศวกรโยธาชาวญma
นายสร แสง จากรโยราชานาญการพิเศษ
4 นาย.กรียงไกร บุญช่วย)
หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
4 นาย น ท ย มิ
H านวยการกองร่าง
(นวงสาว รพ ลง รองปลัดอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล เนิน งบ
( นายภัทร ใจเอม) ปลัด ง้ การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
( นายมน ย น ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
11914
การบดทับรถบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและสม่ําเสมอ โดยใช้ล้อขับ (Drive Wheel) นําหน้าให้ใกล้ชิดเครื่อง ปูมากที่สุด หากมีการเปลี่ยนความเร็วรถบดขณะปิดทับ จะต้องค่อยๆ เปลี่ยนความเร็วทีละน้อย ในช่องทางการ บดทับช่องทางใดๆ การบดทับเดินหน้าและถอยหลังให้อยู่ในแนวช่องทางการบดทับเดียวกัน ก่อนเดินหน้าและ ถอยหลังรถบดจะต้องหยุดนิ่งก่อน ถ้าเป็นรถบดสั่นสะเทือนจะต้องหยุดการสั่นสะเทือนก่อนด้วย การเปลี่ยน แนวช่องทางบดทับจะต้องค่อยๆ เปลี่ยน โดยให้ไปเปลี่ยนบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่ได้บดทับและ
เย็นตัวแล้ว ห้ามเปลี่ยนบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับหรือที่ยังร้อนอยู่ การปิดทับของทางบด ทับถัดไปจะต้องขนานกับช่องทางเดิม การจอดรถบดขณะบดทับหรือบดทับเสร็จแล้ว ให้จอดบนผิวชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เย็นตัวแล้ว ห้ามจอดบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ยังร้อนอยู่ ถ้าในการบดทัน ทําให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเกิดการเคลื่อนตัวออกไปต้องแก้ไขโดยด่วน โดยการคราดส่วนผสมแอสฟัลต์
คอนกรีตบริเวณดังกล่าวให้หลวม แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพและอุณหภูมิถูกต้องมาเพิ่ม
พร้อมกับแต่งระดับให้สม่ําเสมอได้ระดับถูกต้องแล้วจึงปิดทับใหม่
6.4.2. ความเร็วของรถบดในการบอทับ ในการบดทับโดยทั่วๆ ไป รถบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและ สม่ําเสมอ ความเร็วสูงสุดที่ใช้ในการบดทับขึ้นอยู่กับชนิดของรถบด อุณหภูมิ ชนิด ลักษณะ และความหนาของ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ขั้นตอนการบดทับ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ความเร็วสูงสุดในการบดทับ สําหรับรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน รถบดล้อเหล็กแบบสั่นสะเทียนซึ่งบดทับโดยไม่สั่นสะเทือน และรถบด ล้อยาง ในการบดทับขั้นตอนต่างๆ ควรจะเป็นไปตามตารางที่ 6
ชนิดของรถบด
คารางที่ 6 ความเร็วของรถบดในการบดทับ
ความเร็วของการบดในการบิดทัน
การบดทับบน การบดทับขั้นกลาง
T
กม./ชม. ไมล์/ชม. กม./ชม. ไมล์/ชม.
seminuneadbarayTan กองท
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรี
(Asphalt Concrete)
ความถี่การสั่นสะเทือน
ตารางที่ 7 ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็ว ความถี่ และจํานวนครั้งการกระแทก
(ช่วงที่ควรใช้อยู่ในกรอบเส้นหีบ)
จ่านวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 เมตร
เรตซ์ (รอบต่อนาที)
(จํานวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 ฟุต)
30 (1,800)
45.0
33.8
27.0
22.5
19.3
(13.6)
(10.2)
(8.2)
(6.8)
(5.8)
33 (2,000)
50.0
37.5
30.0
25.0
21.4
(15.2)
(11.4)
(9.1)
(7.6)
(6.5)
37 (2,200)
55.0
41.3
33.0
27.5
23.6
เรียนแบบ
(16.7)
(12.5)
(10.0)
(8.3)
(7.1)
40 (2,400)
60.0
45.0
36.0
30.0
25.7
(18.2)
(13.6)
(10.9)
(9.1)
(7.8)
ปก
43 (2,600)
65.0
48.8
39.0
32.5
27.9
(19.7)
(14.8)
(11.8)
(9.8)
(8.4)
47 (2,800)
70.0
52.5
42.0
35.0
30.0
Prane
(21.2)
(15.9)
(12.7)
(10.6)
(9.1)
50 (3,000)
75.0
56.3
45.0
37.5
32.1
(22.7)
(17.0)
(13.0)
(11.4)
(9.7)
prana
กม./ชม.
2.4
3.2
4.0
4.8
5.6
ความเร็ว ไมล์/ชม.
1.5
2.0
2.5
3.0
3.S
รถบด
ม./นาที ฟุต/นาที
40.0
53.3
66.7
80.0
93.3
AM
132
176
220
264
308
་་་
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี) ผู้ป่วยนายช่างเทือบแบบ
3 นาย รพงษ์ ติม 3
สถาป กปฏิกร
( นาง นันวรณ์
ควกรโยธารานุกร
( นายศร แสง)
วกรโยธา านาญการ
การบดทับขั้นสุดท้าย
ไมล์/ชม.
กม./ชม.
รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ
3
2
S
3
5*
3.
!
รถบดล้อยาง
5
3
5
3
8
5
E
รถบดสั่นสะเทือน**
4-5
2.5-3
4-5
2.5-3
หมายเหตุ
รวมถึงรถบดสั่นสะเทือนบดทับโดยไม่สั่นสะเทือน / ดูตารางที่ 7 ประกอบ
ความเร็วสูงสุดของการปิดทับสําหรับรถบดสั่นสะเทือนที่มีความถี่ในการสั่นสะเทือนใดๆ ขึ้นอยู่
กับระยะกระแทกของล้อรถบด (Impact Spacing) ซึ่งตามปกติระยะการกระแทกของล้อรถบดจะน้อยกว่าความ หนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่บดทับแล้ว ในการบดทับระยะกระแทกของล้อรถบตไม่ควรน้อยกว่า 10 ครั้ง ต่อระยะทาง 300 มิลลิเมตร (หรือ33 ครั้งต่อระยะทาง 1 เมตร) ที่รถบดเคลื่อนตัวไป สําหรับความเร็วที่ เหมาะสมในการบดทับของรถบดสั่นสะเทือนที่ความถี่การสั่นสะเทือนใดๆที่ใช้และระยะกระแทกของล้อรถบด
กําหนด ควรจะเป็นไปตามตารางที่ 7
6.4.3 การทําแปลงทดลองเพื่อกําหนดรูปแบบของการบดทับ ก่อนเริ่มการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีต เพื่อให้ใช้เครื่องจักรบดทับที่มีอยู่ได้ถูกต้องเหมาะสมต่องานและเกิดประโยชน์สูงสุด ควรทําแปลง ทดลองในสนามยาวประมาณ 100-150 เมตร เพื่อกําหนดรูปแบบของการปิดทับ (Pattern of Rolling) ที่ เหมาะสมกับชนิด จํานวน สภาพเครื่องจักรที่นํามาใช้งาน โดยเมื่อพูดทับเสร็จแล้วจะต้องได้ชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่มีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอ ได้ระดับความลาดตามแบบ และมีคุณสมบัติอื่นๆ ถูกต้องตามที่ กําหนด การทําแปลงทดลองบดทับนี้ให้ดําเนินการแก้ไข ปรับการใช้งาน หรือเพิ่มจํานวนเครื่องจักรบดทับได้ แล้วแต่กรณี จนกว่าจะสามารถบดทับได้ถูกต้องตามที่กําหนด และผู้ควบคุมงานเห็นชอบแล้ว จึงนําไปใช้เป็น บรรทัดฐานในการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในงานนั้นๆ ต่อไป ในระหว่างการก่อสร้าง หากมีการ เปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือเครื่องจักรบดทับที่ใช้งานและอื่นๆ ผู้ควบคุมงาน อาจพิจารณาให้ปรับปรุงแก้ไขหรือทําแปลงทดลองในสนาม เพื่อทดลองหาความเหมาะสมใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ให้อยู่ใน
ดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
การกําหนดรูปแบบการบดทับที่เหมาะสมสําหรับเครื่องจักรบดทับชุดใด ที่ใช้งานนั้น ให้ผู้รับจ้าง
ดําเนินการทดลองบดทับ เพื่อกําหนดขนาดพื้นที่บดทับที่สัมพันธ์กับกําลังผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตของ โรงงานผสม อัตราการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเพื่อทราบจํานวนเที่ยวการบดทับเต็มผิวหน้าชั้นทาง
AMA
เห็นชอบ
( unit บุญย หัวหน้าฝ่าย
แกะออก บ
1 นาย
ย ห ย ป อ้านวยการกอง จ
( นางสาวสุรา ทอง) รองปหัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด
เห็นชอบ
()
( นายภัทร ในม ปอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
นายมน ย น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
A - 1
[1114
แอสฟัลต์คอนกรีต (Coverage) จํานวนเที่ยวการบดทับซ้ําที่ของทางบดทับแต่ละช่อง (Pass) ความเร็วของรถ ยดแต่ละชนิดในการบดทับและอื่นๆ
6.4.4 ลําดับขั้นตอนการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
(1) เมื่อปูนั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรก หรือเต็มผิวจราจรในคราวเดียว การบดทับ
จะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
ก. บดทับรอยต่อตามขวาง
ข. บดทับขอบผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีดด้านนอก
ค. บดทับขั้นต้น
ง. นาทับขั้นกลาง
จ. บดทับขั้นสุดท้าย
(2) เมื่อปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน หรือปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ใหม่ประกบกับช่องจราจรเดิมที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว หรือประกบกับแนวโครงสร้างใดที่มีอยู่แล้ว การบด
ทับจะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
ก. บดทับรอยต่อตามขวาง
ข. บดทับรอยต่อตามยาว
ค. บดทับขอบผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
ง. บดทับขั้นต้น
3. บดทับขั้นกลาง
อ. บดทับขั้นสุดท้าย
6.4.5 การบดทับรอยต่อตามขวาง ให้ใช้รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือรถบดสั่นสะเทือน แต่ให้บดทับโดยไม่ สั่นสะเทือน
สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรก ก่อนการบดทับรอยต่อตามขวาง
ควรใช้แผ่นไม้ :: ::::: เหมาะสม วางรองชิดขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณรอยต่อตามขวางทั้ง 2 ด้าน เพื่อรองรับล้อรถบดเวลาบดทันเลยขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตออกไป เป็นการป้องกันมิให้ขอบชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปลายรอยต่อตามขวางเสียหาย เสร็จแล้วจึงพูดทับรอยต่อตามขวาง โดยในการบดทับ เที่ยวแรกให้รถบดวิ่งบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปใน บริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ ประมาณ 150 มิลลิเมตร ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบความ เรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที และในการบดทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้แนวบดทับค่อยๆ เลื่อนเข้าไปในบริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่เที่ยวละ 150-200 มิลลิเมตร จนในที่สุดล้อรถบดจะเข้า ไปบดทับบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ทั้งหมด
สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรประกบกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ช่อง
จราจรที่ได้ก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว การปิดทับในครั้งแรกให้บดทับบริเวณปลายรอยต่อตามขวางด้านที่บรรจบกับ
รอยต่อตามยาว โดยให้บดทับขนานไปตามรอยต่อตามยาวเป็นระยะประมาณ 0.5-1 เมตร แล้วใช้ไม้บรรทัดวัด ความเรียบตรวจสอบความเรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที ต่อจากนั้นให้เริ่มบดทับ
รอยต่อตามขวาง ก่อนบดทับควรใช้แผ่นไม้ที่มีความหนาเหมาะสม วางรองชิดขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต บริเวณรอยต่อตามขวางด้านนอก เสร็จแล้วให้บดทับรอยต่อตามขวาง โดยให้ดําเนินการตามวิธีการบดทับ
ดังกล่าวข้างต้น
6.4.6 การปิดทับรอยต่อตามยาว รอยต่อตามยาวแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
(1) รอยต่อเย็นหรือรอยต่อเก่า (Cold Joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวระหว่างช่องจราจรที่ได้ ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต และบดทับเรียบร้อยแล้ว กับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ที่ก่อสร้าง
ประกบกัน
ในการบดทับรอยต่อตามยาว เมื่อใช้รถบดล้อเหล็กชนิดไม่สั่นสะเทือน การบดทับเที่ยวแรกให้ ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว โดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ 100-150 มิลลิเมตร และในการปิดทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้ล้อรถบดค่อยๆ เลื่อน แนวบดทับเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางที่ก่อสร้างใหม่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งล้อรถบดทั้งหมดจะอยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ ในกรณีใช้รถบดสั่นสะเทือนบดทับ การบดทับจะต้องให้ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่สร้างใหม่ โดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างสร้าง แล้ว 100-150 มิลลิเมตร และให้ดําเนินการปิดทับซ้ําตามแนวบดทับดังกล่าว จนกระทั่งได้รอยต่อตามยาวที่ เรียบร้อยและได้ความแน่นตามที่กําหนด
(2) รอยต่อร้อนหรือรอยต่อใหม่ (Hot Joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวของชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีต ระหว่างช่องจราจร 2 ช่อง ที่ก่อสร้างพร้อมกัน โดยการปูด้วยเครื่องปู 2 ชุด
ในการบดทับรอยต่อตามยาวแบบนี้ให้ใช้รถบดล้อเหล็กเข้ายึดทับพื้นที่บริเวณรอยต่อทั้ง 2 ข้าง ของรอยต่อตามยาว กว้างประมาณ 400 มิลลิเมตร ที่เว้นไว้ในการบดทับขั้นต้น การบดทับให้แนวรอยต่อ คามยาวอยู่กึ่งกลางความกว้างของล้อรถบด โดยให้ปิดทับจนกว่าจะได้รอยต่อตามยาวที่เรียบร้อยและได้ความ
แน่นตามที่กาหนด
6.4.7 การบดทับขั้นต้น (Initial or Breakdown Rolling) ภายหลังจากที่ได้ปิดทับรอยต่อต่างๆ เสร็จ เรียบร้อยแล้ว ให้ดําเนินการปิดทับขั้นต้นเมื่อส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 120 องศา เซลเซียส การบดทับให้ใช้ได้ทั้งรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือรถบดสั่นสะเทือน เครื่องจักรบดทันทีใช้ ต้องถูกต้องตามข้อ 4.5 โดยน้ําหนักรถบด น้ําหนักบดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การ สั่นสะเทือน ระยะเต้นของล้อรถบด ความเร็วของรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จะต้องพิจารณาใช้ให้ เหมาะสมกับชนิด ลักษณะ ความคงตัว อุณหภูมิ ความหนาของชั้นทางที่ปู และสภาพของชั้นทางที่อยู่ภายใต้ที่ จะก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ การปิดทับให้เริ่มบดทับจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่ํา หรือขอบชั้นทางด้านนอก ไปหาขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านสูงหรือขอบชั้นทางด้านใน
การบดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน ควรใช้ความถี่การสั่นสะเทือน และระยะเต้นของล้อรถบดให้ เหมาะสม ความถี่การสั่นสะเทือนควรอยู่ระหว่าง 33-50 เฮิรตช์ (2,000-3,000 รอบต่อนาที) และระยะเต้นของ ล้อรถบดควรอยู่ระหว่าง 0.2-0.8 มิลลิเมตร สําหรับการบดทับชั้นผิวทางหรือผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควร ใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นด้านต่ํา แต่ถ้าเป็นชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้น ผิวทางและมีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร อาจใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านต่ํา และใช้ค่าระยะเต้นด้าน
เขียนแบบ
สถาปนิก
Are
Prant
Me
คง
เห็นชอบ
สารส่วน
จาร - - โลก กองทาง หร
แบบแสดง
มาตรฐานงานแส คอนเด
(Asphalt Concrete)
RARERN
( นายระศักดิ์ ปานมณี )
ช่วยนายช่าง ยนแบบ
विर्स
Dirt
( นาย พงษ์ ชากพิง ) ปนิกปฏิกร
( นายวงศ์ อนันตวรณ์ ) วิศวกรโยธาชํานาญการ
1 นายครก แสง
วิศวกรโยธา
านาญการพิเศษ
( นาย เกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่ายร่างและออกแบบ
( นาย ย ห ย
อ้านวยการกองช่าง
( นาง ศ ร ท ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
ม
….
OR
( นาย ท ในคม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
KULMÁN
( นายมน รัช วัฒนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
นน
v v 1 12
T41
สูงได้ อย่างไรก็ตามการใช้ค่าความ การสั่นสะเทือนและค่าระยะเต้นของล้อรถบดในการบดทับ ให้พิจารณาจาก ผลการค้าแปลงทดลองตามข้อ 6.4.3
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาน้อยกว่า 25 มิลลิเมตร ต้องพิจารณาความ เหมาะสมเป็นพิเศษ หากใช้รถบดล้อเหล็ก ไม่ควรบดทับโดยการสั่นสะเทือนหากจะใช้รถบดบดทับโดยการ สั่นสะเทือนก็ให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดด้านค่าต่ําโดยเมื่อปิดทับแล้ว จะต้องไม่เกิดความเสียหายของชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น เกิดการยุบตัว ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาระหว่าง 25-50 มิลลิเมตร หากใช้รถบด สั่นสะเทือนบดทับ ควรใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบด้าน
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร ด้วยรถบด สั่นสะเทือน สําหรับการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้นผิวทาง อาจใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบด้าน สูงได้ แต่สําหรับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควรจะใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้น ของล้อรถบดด้านต่ํา
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร และไม่มีแนว สิ่งก่อสร้าง เช่น คันหิน หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้วช่วยอัดด้านข้างไว้ หากบดทับตามวิธีการ ปกติแล้วปรากฏว่ามีการเคลื่อนตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้านข้างให้เปลี่ยนวิธีการปิดทับใหม่ โดยให้ รุ่นแนวบดทับเที่ยวแรกเข้าไปให้ห่างจากขอบขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประมาณ 300 มิลลิเมตร หลังจากนั้นให้
บดทับต่อไปตามปกติ เสร็จแล้วจึงกลับมาบดทับขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เว้นไว้นั้นในเที่ยวสุดท้าย ของการบิดทับเต็มหน้าเที่ยวแรกต่อไป
การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต 2 ช่องจราจรพร้อมกัน การบดทับในขั้นต้นนี้ให้ ดําเนินการพร้อมกันทั้ง 2 ช่องจราจร โดยให้เว้นระยะของแนวบดทับให้ห่างจากรอยต่อร้อนหรือรอยต่อใหม่ของ แต่ละช่องจราจร ไว้ข้างละประมาณ 200 มิลลิเมตร พื้นที่แนวรอยต่อดังกล่าวนี้ ให้ดําเนินการบดทับตามข้อ 6.4.6 (2) ต่อเนื่องกันไป
6.4.8 การปิดทับชั้นกลาง (Intermediate Rolling) ให้เริ่มดําเนินการบดอัดเมื่อชั้นทางแอสฟัสต์ คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 95 องศาเซลเซียส การบดทับขั้นกลางควรดําเนินการตามรูปแบบการบดทับขั้นต้น โดยให้ปิดทับตามหลังการปิดทับขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด และให้บดทับโดยต่อเนื่องไปจนกว่าจะได้ความแน่นตามที่ กําหนดและสม่ําเสมอทั่วทั้งแปลงที่ก่อสร้าง
การบดทับขั้นกลางตามปกติให้ใช้รถบดล้อยางเป็นหลัก โดยเฉพาะชั้นผิวทางและผิวไหล่ ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ปรับน้ําหนักรถบด และความดันลมยาง เพื่อให้ได้แรงอัดที่ผิวหน้าสัมผัสของล้อรถบด ที่เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นๆ หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนา มากกว่า 50 มิลลิเมตร ที่ไม่ใช่ชั้นผิวทางและผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต อาจพิจารณาให้ใช้รถบดล้อเหล็ก รถบดสั่นสะเทือนบดทับร่วมกับรถบดล้อยางด้วยได้ตามความเหมาะสม โดยรถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักบดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การสั่นสะเทือนระยะเต้นของล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
6.4.9 การบดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling) มีจุดประสงค์เพื่อลบรอยล้อรถบดที่ผิวหน้าและทําให้ ผิวหน้าเรียบสม่ําเสมอเท่านั้น ทั้งนี้ให้เริ่มดําเนินการเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 66 องศา เซลเซียส โดยให้ใช้รถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือใช้รถบดสั่นสะเทือนแต่บดทับโดยไม่สั่นสะเทือน เท่านั้น รถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักบดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
6.4.10 การปิดทับพื้นที่พิเศษ
(1) การบดทับบนพื้นที่ลาดชันสูง (Steep Grade) สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้าง บนพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง หรือในทางโค้งที่มีการยกโค้งสูง การบดทับโดยรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน ให้ใช้ล้อตาม (Tiller Wheel) เดินหน้า โดยให้บดทับตามหลังเครื่องปู โดยใกล้ชิดที่สุด ไม่ว่าเครื่องปูจะ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขึ้นทางลาดชันหรือปูลงตามทางลาดชันก็ตาม ในการบดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน นั้น การปิดทับในเที่ยวแรกให้บดทับโดยไม่สั่นสะเทือน แต่หลังจากที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้นทางมี ความคงตัว (Stability) สูงขึ้นมากพอที่จะบดทับโดยการสั่นสะเทือนได้ ก็ให้บดทับต่อไปโดยการสั่นสะเทือน โดยให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดด้านต่ํา
(2) การบดทับบนพื้นที่ที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ (Inaccessible Area) สําหรับพื้นที่ที่ ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ เช่น บริเวณที่ชิดกับ คันหินและร่องระบายน้ํา สะพาน ขอบบ่อพัก และสิ่งกีดขวางอื่นๆ จะต้องใช้เครื่องจักรหรือเครื่องมือบดทับขนาดเล็กที่ถูกต้องตามข้อ 4.8.1 และหรือข้อ 4.8.2 การนํามาใช้ และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
(3) การบดทับบริเวณทางแยก ทางเชื่อม (Belt Mouth Area) อาจดําเนินการได้ 2 วิธี คือ
ก. การปิดทับทะแยงมุม ในขั้นแรกให้ดําเนินการปิดทับในแนวทะแยงมุมก่อน ต่อจากนั้น
จีงบ ทับขนานกับขอบทางโค้ง
ข. การบดทับขนาน ในขั้นแรกให้ดําเนินการปิดทับในแนวขนาน โดยตั้งฉากกับแนวเส้น แบ่งกึ่งกลางทางแยกก่อนต่อจากนั้นจึงบททันขนานกับขอบทางโค้ง
7. การตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว
หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีอย่าง
น้อย 3 ประการดังต่อไปนี้
7.1 ลักษณะผิว (Surface Texture)
ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องได้ระดับและความลาดตามแบบ มี ลักษณะผิว และลักษณะการปิดทับที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น แอสฟัลต์คอนกรีดที่ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Torn) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏความเสียหายดังกล่าว จะต้องดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยตามที่ผู้ควบคุมงาน
เห็นสมควร
7.2 ความเรียบที่ผิว (Surface Tolerance)
เขียนแบบ
สถาปนิก
A
cons
ant
เห็นรถบ
รองปลัด
เห็นชอบ
วารสา
swimsuit und entary Car กองบาง
แบบแสดง
มาตรฐานงานแ ส ด คอนกรีต
(Asphalt Conerete)
( นายจีระ ก ปานมณี ) ว่านนายร่างเขียนแบบ
25:
..
( นาย รหงษ์ ดักฟัง )
สถาปนิกปล H
( นามวงศ์ อนันตาภรณ์ )
ลังกา โนรา านาญการ
( นายสรร แสง
วิศวกรโมราร่านาญการพิเศษ
(นายก? บุญช่วย) หัวหน้าฝ่ายสาราพละออกแบบ
(บาง ย น วน )
อ่านว การ ลงพ
! นางสาว รางค์ทอง )
บริหารจีนจัดพิษ โด
( นาย
ก ใ น )
ป สรงการ หารส่วนจังหวัด ษณุโลก
อนุมั
( นายมน รับ 3 ธนช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
Lara
A
ช่น อบ
เมื่อใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตามข้อ 4.8.5 วางทาบบนผิวของชิ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในแนวตั้งฉาก และในแนวขนานกับแนวเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนระดับผิวของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตภายใต้ไม้บรรทัดวัดความ
เรียบจะแตกต่างจากระดับของไม้บรรทัดวัดความเรียบได้ไม่เกิน 6 มิลลิเมตรและ 3 มิลลิเมตร ตามลําดับ
7.3 ความแน่น (Density)
การตรวจสอบรับรองความแน่นของขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้จากการ
เปรียบเทียบค่าความแน่นของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต กับค่าความแน่นของตัวอย่างที่บดอัดใน ห้องปฏิบัติการตาม บทช.(ท)607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ โดยคํานวณเป็น ค่าความแน่นร้อยละของค่าความแน่นของตัวอย่างที่บดอัดในห้องปฏิบัติการ ตามรายละเอียดดังนี้
7.3.1 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างแอสฟัลต์คอนกรีตในห้องปฏิบัติการ ให้เก็บตัวอย่างส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต จากรถบรรทุกที่โรงงานผสมก่อนส่งออกไปยังสถานที่ก่อสร้าง โดยการสุ่มตัวอย่างจาก รถบรรทุกจากการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตประจําวัน เป็นระยะๆ แล้วนําไปดําเนินการใน ห้องปฏิบัติการ โดยให้ได้ก้อนตัวอย่างอย่างน้อย 8 ก้อนตัวอย่างในแต่ละวันที่ปฏิบัติงาน ทดสอบหาค่าความ แน่น แล้วนําค่าความแน่นที่ทดสอบได้จากก้อนตัวอย่างทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ย เป็นความแน่นในห้องปฏิบัติการ ประจําวัน สําหรับใช้ในการคํานวณเปรียบเทียบเป็นค่าความแน่นร้อยละของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ในสนาม
การเก็บตัวอย่างและการเตรียมตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ดําเนินการตามรายละเอียดและ
วิธีการที่กําาหนด การทดสอบหาค่าความแน่นให้ดําเนินการตาม บทช.(1)607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์ คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ในห้องปฏิบัติการ จะต้องตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร ส่วนผสมเฉพาะงาน และมีอุณหภูมิในขณะบดอัดก้อนตัวอย่างตรงตามที่กําหนด สําหรับตัวอย่างส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตที่ดําเนินการในห้องปฏิบัติการนั้นอนุญาตให้นําเข้าอบในเตาอบเพื่อรักษาอุณหภูมิไว้ได้นาน ไม่เกิน 30 นาที ในระหว่างดําเนินการถ้าอุณหภูมิของตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลดลงต่ํากว่าอุณหภูมิ การบดอัดที่กําหนด ให้นําตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวนั้นทิ้งไป ห้ามนําไปอบ เพื่อนํามาใช้บด
อัดทาก้อนตัวอย่างทดสอบอีกต่อไป
7.3.2 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม ให้เจาะก้อนตัวอย่าง ตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยเครื่องเจาะตัวอย่างที่ถูกต้อง ตามข้อ 4.8.4 โดยให้เจาะเก็บก้อนตัวอย่างไม่น้อยกว่าจํานวน 1 ก้อนตัวอย่างทุกๆ ระยะทางประมาณ 250 เมตรต่อช่องจราจร หรือทุกๆ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่นํามาใช้งานประมาณ 100 ตัน แล้วนําไปทดสอบหา ค่าความแน่นตาม บทช.(ท)607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์
สําหรับชั้นผิวทางชั้นรองผิวทาง และชั้นปรับระดับแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาไม่น้อยกว่า
25 มิลลิเมตร ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่าความ
แน่นเฉลี่ยของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้เปรียบเทียบประจําวัน
สําหรับชั้นพื้นทาง และผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 97 และ 96 ของค่าความแน่นของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้
เปรียบเทียบประจําวัน ตามล่าดับ
8. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
ในระหว่างการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านชั้น
ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตจะเย็นตัวลงมากพอที่เมื่อเปิดให้
การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทําให้เกิดร่องรอยบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น โดยจะต้องติดตั้งป้ายจราจร พร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที อบจ.พิษณุโลก กําหนด พร้อมจัดบุคลากรเพื่อ อํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่
ก่อสร้างใหม่นั้นเสียหาย ระยะเวลาในการปิดและเปิดการจราจรให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
9. หนังสืออ้างอิง
9.1 กรมทางหลวงมาตรฐานที่ ทล. ม.408/2532 “แอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete or Hot-Mix Asphalti 9.2 American Society Of Testing Meterials Aston, Standard D-1559
9.3 The Asphalt Institute Mix Design Method, For Asphalt Concrete And The Hot - Mix
Types” Manual Series No.2 (Ms-2)
DA
ส่วนจึง
นางสว
กาบ - โ
กองบาง
ทา รา
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอสฟัสต์คอนกรีต
เขียนแบบ
conkin
(Asphalt Concrete
( นายจิระ ป่ามณี ) ผู้ช่วยนายต่าง ยบแบบ
นาย ร ง ก ง )
สถาปนิกปฏิ
Ane
( น เ วงศ์ อนันดากรณ์
วิวกรโยธา
านาญการ
: นายศร แสงม วิวกรโยธา านาญการ
AT
( นายเกรียงไกร ช่วย หัวหน้าฝ่าย
และออกแบบ
เห็นชอบ
FERRAR
( นาย ย น น ห อ่านวยการกองม
( นางสาว สุรางค์ จุทอง ) กองปรางค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
O
( นายภัทร ไชยม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมั
( นายมนตรัย นาส) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด โลก
E A D
ไทยล
14
1.วิธีทําเนินการจัดทํา
1.I
ข้อกําหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (TRAFFIC PAINT) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLASTIC) ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้
การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจร ที่ทําการตีเส้น หรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลบทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชํารุด การลงวัสดุรองพื้นต้องใช้วิธีพ่น เพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อนในกรณีที่
เครื่องหมายจราจรเติมไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกันเครื่องหมายจราจรที่จะทําชั้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเต็มออกโดยใช้เครื่องจักรกล
1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจร บนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังจากการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
1.3 การเตรียมผิววัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้ผิดเพี้ยน หรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจาก ให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้ ต้องใช้วัสดุเทอร์โมพลาสติก ให้เพียงพอกับความร้อนในการเตาต้มที่มีการกวนอยู่
ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขนาดใดๆ เมื่อวัสดุเหลวแล้ว ต้องรีบใช้ทันที่ห้ามมิให้นําวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องให้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้งาน ปริมาณของวัสดุจะต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชั้นขึ้นไป ต้องขอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน
2 ข้อกําหนดคุณสมบัติ
2. สีจราจร (TRAFFIC PAINT) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําให้ประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 215 จราจร ชนิดที่ 2
2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLOSTIC) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีฟน รีด หรือปาดลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 542
วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้นเทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400 - 500 กรัมต่อตารางเมตร 2.3 ลูกแก้ว (GLASS BEADS) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 543 ไว้ที่พิพิธภัณฑ์
2.4 วัสดุรองพื้น (TooK COAT หรือ PRIMER) เป็นน้ํายาเคมี ใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิตวัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด
รายการที่ทําหนด
1 วัสดุ
ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
สีจราจร
วัสดุเทอร์โมพลาสติก
เนยบ
สถาปนิก
Aon
การปม จี โก
กองชาง
แบบแสดง
แบบมาตรฐาน ข้อก้าหนดการ นจราจร
( นายจีระ ปานมณี) ผู้ร้ายนายช่างบอบบ
( นายพีรพงษ์ : : :
daniraju?;
( นาย อนันตวรณ์ ) วิรากรโยธา านาญการ
( นายศร แสงเกตุ
1.1 ข้อกําหนด
1.2 การใช้งาน
2 การตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
2.1 ความหนาเมื่อแห้ง มิลลิลิตร
L
รีต หรือปาต
2.2 อัตราการใช้ลูกแก้วโรยจากเครื่อง
3.ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อตีเสร็จทันที ตรวจรับงาน)
มอก.จุด 45 -254) ชนิดที่ 2
วิลเวล โยธา านาญการพิเศษ
มอก. 542 - 2530 ระดับ 1
AI
พ่น
ฟินรี หรือปาดลาก
:
0.2
400
3.0
3.0
400
3.1 ความหนาเมื่อแห้ง, มิลลิเมตร
3.2 การมองเห็นในเวลากลางคืน
0.23.0
3.2.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), mcd.xn
สีขาว สีเหลือง
300 200
N N
300 >
200
- การตรวจสอบคุณลักษณะการใช้งานระยะเวลาประกัน
- การมองเห็นในเวลากลางคืน
6 เดือน 1 ครั้ง
4.1.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), med. k
12 เดือน ครั้ง
สีขาว สีเหลือง
≥
5 ระยะเวลาประกัน
150
100
12 เดือน
24 เดือน
NA
12 เดือน 1 ครั้ง
24 เดือน 1 ครั้ง
150
100
:
ทรง
เส้นรอบ
( นายเกรียงไกร บุญช่วย)
หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
( นาย ย เ ล ) หน่วยการทรงช่าง
( นางสาวศรีสุดา ทอง) รองปลัดองค์การ พิหารส่วนจังหวัด . เห็นชอบ
( นายภัทร ในยม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
a uni
a Be O
เว
(150 31.1
- บปะ เ ท 1 ม. 1 ระยะ 2 ม.
1 UMN
เสนป - นลอบทาง ลาว
ไท ช
เส้นรีบยาวไม่น้อยกว่า 24 ม
-ส้นแบ่งพิศทาง รางทอง
เนตอบราฟ
ลาว
เนทบ
1-1032
-0.30-0.89
งบ้านต
เราค
1
Anama –
:
ไหล่ทาง
A
ANAL-DLNA
ไห ทาง
การตีเส้นจราจรทางแยก
(ทางสาธารณะ
9 ม. - บลอบทางเท
เ น ทาง —
โห ทาง
พบ ทาง ราจร เห อง
ใช้ติดตั้งบ้าน -22
(150 3 MIN)
นทีน-
ขอบทาง ขาว
(150 W. MIN)
FO W
ไหล่ทาง
การตีเส้นจราจรกรณีความกว้างสะพานมากกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
แสดงมา ส่วน
ให้สั่งง่าย -23
130 L
-เล่น อบทรง ลาว - บทับตีเหลือง
A
[150 11. MIN)
นเบ่ง หง จราจา หม
KO WHN
เส้นขอบทาง ขาว
150, H.
ก กษ ให้บ้าน -25
การตีเส้นจราจรกรณีความกว้างสะพานน้อยกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
รายการประกอบแบบ
ม
ไม่แพ้ค มาตราส่วน
1.มิติทั้งหมด นเมตร ยกเงิน ระบุเป็นอย่างอื่น
2.เครื่องหมายจราจรบนผิวทางสําหรับผิวจราจรลาดยาง และผิวจราจรคอนกรีต จะเป็นวัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสงตาม มอก 542-2549 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม
ท
จบแบบทาง กา
ทางเ
MILLION UGA – LAY
-ส้นแบ่ง คราง
ราว พ
Anam - ประ เส้น 1 ซ. เจร 2 4.
การตีเส้นจราจรทางเชื่อม (ทางเขียม เข้า - ออก เอกชน)
การง
waadaaruķeršancy for. กองชาง
แบบน ง
แบบมาตรงน เครื่องหมายทาง
(นารา)
เรียนแบบ
นาย ปานมอ
ยนา ทงเรียนแบบ
สถาปนิก
จราจร
หง
an
เจอทาง ว
-หยาง
พบกับ หลง
UD AWAY
(นายพีรพงษ์ เราคง
สถาปนิกปรก
( นายทา อนันตาภรณ์ )
วิวกรโยธา
านาญ
ครป แล โบ านาญการพิเศษ
AF
-ไฟ
ทน
(นาย ลง 1 ) หัวหน้าฝาย
และออกแบบ
21
เ น น าง บ บ
การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของช่องจราจรลดลง
ไม่เด่นมาตราส่วน
เป็นขอบ
นาย ย ห ย นวยการกองช่าง
CO/1
( นางสาว ทอง) รองปลัดองค์การ มารส่วนจังหวัด t ian
เห็นรอบ
es
( นายก้า ใน ) ปรการบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เนเน่ ค ฟ ทางเห
ไท กษ
เบลอ ง ล็อก
เ บ บ ห ง
-ใน กาง
อนุมัต
การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของไหล่ทางลดลง
ไม่เ ค า ก
หมายเหตุ
ลัดลอก อ้างอิง จากแบบมาตรฐานงานทาง สําหรับ อปท. โดยกรมทางหลวงชนบท
(นายมน ย น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ชญใก
ให้ทาง
,
A
ประเภทป้ายบังคับ (1)
ประเภทป่วยบังคับ (1)
คั
คองหมาย
รหัส
ล่าดับที สื่อเครื่องหมาย
1
หยุด
U-1
NA
2
ใบทาง
U-2
3
U-1
ท
บ-2
ให้ทดสวนทางมาก่อน
-10 ทางโค พ 11-20 ทางบก 43.
ประเภทป้ายเตือน (ต.)
รหัส
A-1 โง A-10
A-11 ถึง -20
U-3
21 วง นางทนา
R-21
U-3
1-4
U-5
U-6
U-7
U-B
u-o
U-10
U-ร
U-12
ท่านแสง
U-4
22
ทางแคบท้องคาน
A-22
ทํานา
U-5
23
กาแคบคาน บ
R-23
0
40
6
ห้ามกลับรถไปทางขวา
U-8
24
ทางแคบคาพวา
R-24
Biolanense Sattery Tan กองบาง
7
หามากลับรถไปทาบ้าน
U-7
25
งานแคน
R-25
8
พานเลี้ยวง่าย
บ-เ
26
สองจราจร
คาบาน
A-26
U-13
U-14
U-15
U-10
U-17
U-18
U-19
9
1-20
1-21
U-22
U-23
1-24
พาและขวา
V-0
27
ปองจราจร ลานควา
R-27
10
ทําแปล บ เ นมาไปทางสาย
9-30
20
ทางข้ามมาไฟไม่มีเครื่องกั้นทาง
A-24
หยุด
2514
50
21
ท่านเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา
1-11
29
ทางข้ามรถไฟ เครื่องกั้นทาง
A-29
▶2.5μ4
2.5ม.
12
ทํานเขียนวาหนีบ
U-12
30
ทางข้ามรถไฟ ทางร
6-30
ทาน ยว า ท ก ร
U-13
at
วงเคย
-31
ป-25
U-26
บ-27
14
U-20
U-29
1-30
U1-31
พาชม ข
U-14
32
ทางลอด า
R-32
U-32
U-33
U-34
U-35
U-38
แบบแสดง
แบบมาตราฐาน ป้ายจรา ประมาท ายจราจร งับ บ่าย น
และ ป้ายแนะป่า
15
พานบรร
U-15
33
ทาง บลาครับ
A-33
16
ชามาก กง - by
34
ทางลงลาบ
A-34
เขียนแบบ
17
ทาม
พม
11-17
35
เนม
กระโดด
A-35
เ
18
ทามพยายามลด
11-18
36
ผิวทางขรุขระ
A-36
19
ย-37
U-38
U-30
U-40
หายรถสามส
37
ทางป่นแดง
A-37
บ-40
U-42
U-45
U-44
U-45
U-46
U-47
U-48
20
พามรถจักรยาน
3-20
38
ทางลื่น
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) ร่ววนายช่างเรียนแบบ
..
R-38
U-49
U-50
U-51
U-52
0-53
U-54
:
U-55
ประเภทป้ายเตือน (ต)
21
ห้ามล้อเลื่อน น
U-21
39 วางรวน
K-39
สต
22
ทําแรก บที่ใช้ในการเกษตร
U-22
40 ระวังหีบรวง
R-40
23
พค ป
U-23
41
สะดาษเปิดได้
R-41
24
ทํามรสกรยานยน และ รถยนต์
1-24
42-43 ให้เปลี่ยน องจราจร
R-42 ÎN A-43
25
หัวมน ก าน รถสามล้อ
U-25
44
ออกทางขนาน
-44
( นายพีรพงษ์ ป สปก.
และ ล้อเลื่อนลานน
20
1
27
28
หาม จักรยานยนต์และ
ขนสามสอ บ้านใช้เสียง
หามคน
U-26
48
U-27
U-28
44 นาทางหลัก
46-47 ทางรวม
ทางคู่ช่างหน้า
49 ลับสุดทาง
50-51 náuso
0-45
A-40 Åง A-47
Ana :
F-48
T-49
A-S0 ถึง G-51
29
หวมา คงค
U-20
- $2
30
¿T)*
R-1
Я-2
-3
ทามหยุดร
U-30
A-5
2-7
การ สองทา สัญญาณจราจร
R-52
2-53
Aศวกร
A-8
9-9
A-10
A-11
R-12
JI
คราง
U-31
54
T
Z
32
จ่าดความ ว
T-32
พลางน ทรงล้างหน้า
A-54
WERNERRAR
A-55
33
ทามรบ หน าหนด
U-33
56
ระวังคนด้านถนน
A-56
34
หาร กว่า น าหนด
1-34
57
โรงเรียบระวัง ก
A-37
35
A-13
A-14
A-15
A-18
A-17
ทารกสูงเกิน าหนด
U-35
R-18
A-10
-23
G-21
3-72
R-23
A-24
36
มรณา น าหน
58
ระวังสัตว
A-SU
บ-30
37
H
ให้เดินรถทางเดียวไปข้างหน้า
59
ระวังเรื่อง น นา
A-50
1-37
(2.5ม.) 2.5H
38
ทางเดินง ทางเดียวไปทางจ่าย
60
ระวังบราย
A-30
U-36
61
พาน ง
39
ทางเดินรถทางเดียวไปทางขวา
R-51
4-30
40
โห คชา
-62-73 เตียบแนวทางต่างๆ
R-82 ถึง R-73
เจ
( นาย อนันดากรณ์ :
วิศวกรโยราชานาญการ
( ::: แสงรุ
วิศวกรโยธา กระ การจร
A
( นายเกรียงไกร บุญย) หัวหน้าฝ่าย ชวนและอกแบบ
A-25
A-26
A-27
A-28
R-29
A-30
R-31
P-32
A-33
R-34
A-35
41
ให้ ค วา
U-40
74 สลับกันไป
REA
B-74
ให้ไปทางซ้ายหรือ ทางขวา
บ-41
75
พบ
Я-75
A
43
ให้เสียงข่า
U-42
76
ปายเตือนความร่ว
A-70
1-43
77
44
ใน ยวขวา
ปาลดความ
R-77
45
เลี้ยว า พ
เลี้ยวขวา
B-44
75
ปาม งความ
R-78
A-37
G-38
R-39
A-40
U-45
A-41
A-42
P-43
R-44
Я-45
P-40
K-47
A-48
46
ให้ตรงไปหรือ เตียว ย
U-46
47
ให้ตรงไปหรือ เลี้ยวขวา
รายการ ประกอบแบบ
A-49
S-C
A-S1
N
A-52
U-47
วงรียบ
U-48
- แผ่นป้ายสะท้อนแสงสําหรับไทยบังคับและนายอน
49
ของดินรถประจําทาง
U-40
50
สอง มาดมวลชน
P-S3
A-54
R-55
A-50
A-57
R-58
A-59
51
องเดินรถง้าา า ยนต์
U-50
G-60
11-51
52
หาแพ
<
โอม นวด กาวยาบ
V-52
53
เฉพาะคน บ
54
ให้ ความ ว
11-53
U-54
5$
สุดด คับ
U-55
F-62
R-61
«<»>
7-09
30 เมน ก./ชม.
ARTAl
A-70
ใช้เกียร่า
USE LOW DIM
R-71
Z
R-63
R-64
P-65
c-oo
A-67
A-66
ใช้ตาม มอก 06 สมประสิท
การสะท้อนแสงแบบที่ 1
ยก น ย -1.25 -30 และ A-1 4-73 ใช้สัมประสิทธิ์การสะท้อนแสงแบบที่ 9
2. ขนาดนายจราจรสําหรับถนนชนบทโดยทั่วไปให้ใช้ขนาดที่ 2
นอกจากระบุเปนอย่าง นในแบบก่อสร้า
3. ป้าย 6-77 และ 73 ขนาดป้ายและ วามปรับปลี่ยน
ใ ตาม
วาม มาะ
( นาย ย ห 60 )
H ส วยการกองง
Ou
gros)
นาง สุราษ ของ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เม
( นาย ทร ในยม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
เห็นรอบ
A-72
A-73
Я-75
A-74
ข้อกําหนดติดตั้งป้ายจราจรและการตรวจสอบคุณภาพ
ให้เป็นไปตามข้อกําหนด ตามแบบมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
7-78
A-77
( นายมน ย นิรนาม นาย องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษ
ORA!
:
0.60
T
D.60
L
3.B
0.60-
เจาะ ก ย 5/8” ร้านวน 2 ตัว
8
จ่านวน 2 ตัว
ให้ทาง
คง
ป้ายแปดเหลี่ยมด้านเทา
เกษร ส กยศ
ในวน 2 ตัว
สา
ป้ายสามเหลี่ยมด้านเท่า
ง
„zvizą kašmirākus 5/8′′
ใว่ านวน 2 หัว
มา
ระดับ :… T
พลัง
อบางบ่อ
มาตรฐานเครื่องหมายควบคุมการจราจร
การติด งป้ายบังคับและป่ายเดือน
อบจ
พล
o ก ก ห น า บริเวณบ้านป่า
ทํางาน
.:.10
::: ท ม
ช
ห น า นงาน สามารถ
ดีหาระยะที่ก้านส ให้ติดตั้งความเหมาะสมเอง
Muzakasnumuru (40)
- ทาง::::
D2 18
Turk46)
ระดับถนน ท ท
0.25
มา : : เ งานไม่สามารถ ตามนะยะ หนดไ
ในควา เพมาะสม ต้อง - เกาะสม อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
in
6.60
150
A )
- -mim
- เกล ไล่ม
มา นที านินงานไม่สามารถ
::: :::ยะ Tหนดได้
งานมาะสมแสง
ในยุค ป้ายมงาน
ในทางหรือ
จา
ระดับขอบ วงจร
0.25
ใน ทางหรือ
จงหร i
VARIES
T
ค่า
1080
1 - ทนหนานโ
กองช่าง าาาบบ
แบบแสดง
แบบมาตรฐาน ฝ่ายรา ประจ ายจราจร บ บ้าน
เขียนแบบ
สถาปนิก
คะ ป้าแบะน่า
N
( นายรส ปานมณี ) ราชนายเรียนแบบ
( นาย พงษ์ ปาก
tm ht
į
ป้ายวงกลม
-1.20-
ความเร็ว
เกาะ ไล เย 3/e เยØ3/e จ่านวน 4 คา
1.50
CITY : MT
E
REDUCE SPEED
1
0.80
ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
-.1.20
เหตุ
าง ห่า
ACCIDENT AHEAD,
0
ป้ายสีเหลี่ยมผืนผ้า
-เจาะรู ก ค้ า 3/8
: จํานวน 4 ก้า
เจาะ สลักเกลียด 3/8
ใน 2
0.80
0.80
ป้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัสมุมตั้งขึ้น
-1.50
เจาะอุโ ล ก กลีบด
ใช้จ่านวน 4
บ่ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
··· -1.25-
ใช้โบรา
USE LOW CEAR
0
19zzimašnodus 3/8′′
ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
เบต
30
ห้ามแซง
0.75
ค
Į
เจาะ สสก.ท
3/e
จ่านวน 2 ทีว
ปาย .หลี่ยมจัตุรัส
ป้ายสีเหลี่ยมหน้าจั่ว
ใช้จ่ายวน 4 ตัว
0.30-0.3
ชนิดและขนาดเสาป้ายจราจร
-เหล็กปิดหัวเสา หนา 2.3 มม
-เสาเหล็ก : 95x95x2.3 มม
2
เสาป้ายเหล็ก ขนาด 95x95x2.3 มม. โดยทาสีรองพื้นด้วยสีกันสนิม เสาป้าย ทาสีกันสนิมรองพื้น แล้วจึง พ่นหรือทาสี สีขาว ทับหน้า 2 ชั้น บริเวณโคน เสาทาสีน้ํามันสีดําและติดสติกเกอร์สสันสะท้อนแสง เกรด าหรับงาน “รา เบ
ส่วนบนสุดของเสาเหล็กให้ปัดด้วยแผ่นเหล็กหนา 2.3 มม. เชื่อมปิดโดยรอบ)
ขนาดเพลาหล็ก 5 มม
มาด 0.20x0.20 ม
ทา ด่า
::::T
คนไ
รูปขยาย A
1 ว พุกเหล็กหรือพุกตะกั่วขนาด
1
ข้อกําหนด ลักษณะป้าย
-กรณีใช้เสาป้ายเหล็กให้ดูรูปขยาย A
1.1 โดยทั่วไป ป้ายบังคับมีรูปร่างแผนกลมโดยมีเครื่องหมาย
สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษรเป็นสีดําอยู่บนพื้นป้ายสีขาว เส้นขอบป้ายและกลางเป็นสีแดง นอกจาก
1.1.1 ป้ายหยุด (Stop SIGN) เป็นรูปแปดเหลี่ยมด้านเท่า ตัวอักษรสีขาวบนพื้นป้ายสีแดงขอบป้ายสีขาว
11.2 ป้ายให้ทาง (GIVEWAY SIGN) เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า
มุมของ ตัวอักษรว่า ขอบป้ายสีแดง
1 1.3 ป้ายห้ามจอดรถและป้ายห้ามหยุดรถ เป็นรูปแผนกลม
พื้นป่ายสีน้ําเงิน เส้นขอบป้ายและกลางวง
- 1.4 ป้ายสุดเขตบังคับ เป็นรูปแผ่นกลม พื้นป้ายสีขาว
ไม่มีส้นขอบป้าย เมจิกสีดําท่านวน 7 13 มุม 45 กับแนวระดับ จากทางขวาของป้ายมาทางซ้ายของฝ่าย
ไม่น้อยกว่า 12 จํานวน 4 ตัว 12 ป้ายเดือน โดยทั่วไปเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตรัสสั่งมุมขึ้น
โดยมีเครื่องหมาย สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษรสีดํา พื้นป่าสีเหลือง 2. ส่วนประกอบแผ่นป้ายประกอบด้วย
พื้นคอนกรีตเดิมต้องมีพื้นที่ กว้างไม่น้อยกว่า 100x1,00 ม และหนาไม่น้อยกว่า 0 10 ซม
แบบการติดตั้งบนพื้น คสล เติม
หมายเหตุ ขนาดของเสาเหล็ก 95x95 มม. หนา 2.3 มม. เกณฑ์ ความคลาดเคลื่อนยอมให้ 4 1.5 มม.
หมายเหตุ: เส้นขอบ ป้าย สัญลักษณ์ และ อักษรข้อความ บนป้ายสติกเกอร์สีขาวสะท้อนแสง หรือทึบแสง (ตามชนิดของป้าย “รอสําหรับงานจราจร มอก. 606-2553
2 พื้นชายไว้ สกเกอร์สมวง เกรดสําหรับงานจราจร มอก 506 - 2563
2
- เสาบ้าน ทาสีกันสนิมรองพื้น แล้วจึง พ่นหรือทาสีน้ํามันสีขาว หันหน้า 2 ชั้น บริเวณโคน เอาทาสีน้ํามันสี และสติกเกอร์สีส้มสะท้อนแสง เกรดสําหรับงานจราจรตามแบบ
2.1 แผ่นเหล็กอาบสังกะสี ความหนาไม่น้อยกว่า 1.20 มม
Sons
and
( มา นักรณ์)
จาก: โยราชานานุกร
เห็นชอบ
TEXT WAN
ก า โ ร า า การ
له
ปาพองไท บุญย) หัวหน้าฝาย ารวจและออกแบบ
(นายนิ ย แ ช 0)
หน่วยการทรงÓN
OL.
( นาสาร “ทอง )
พล รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด โลก
KN
( นายภัทร )
ปตอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
2.2 สีพื้นป่าย สติกเกอร์ชนิด สะท้อนแสง
เห็นรอบ
เกรดส่าหรับงานจราจร
เครื่องหมาย สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษร และเส้นขอบป้าย เชสติกเกอร์ ชนิด สะท้อนแสง หรือทึบแสง
จน
(ตามชนิดของป้าย) เทรดสําหรับงานจราจร
สําหรับด้านหลังแผ่นป้ายพ่นสีรองพื้น กันสนิมสีเทา ข้อกําหนดติดตั้งป้ายจราจรและการตรวจสอบคุณภาพ - ให้เป็นไปตามข้อกาหนด ตามแบบมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
- ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดของวัสดุที่ใช้ในการจัดทําป้ายให้
กานน่าไป ด ง ณ สถานที่ ที่ 211 พล กําหนดไว้
2 dia b c
KANNAAH
นาย น ย น นา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
บ
สิ้นสุดเขตก่อสร้าง
ความร่ว
ป้ายประชาสัมพันธ์รายละเอียดงานก่อสร้าง
งาน นางข้างหน้า
สระ กระจัง
ขนาดป่าย 0.90x1.80 เมตร
งานก่อสร้าง ช้างหน้า
ป้ายประชาสัมพันธ์รายละเอียดงานก่อสร้าง
งานก่อสร้างข้างหน้า
โปรดระมัดระวังขน
ป้ายเตือนงานก่อสร้าง
100.00 เมตร
ความเร็ว
ลดความเร็ว
ขนาด ย 0.90x1.80 เมตร
เขียนแบบ
50,00 เมตร
-จุดสิ้นสุดโครงการฯ
ป้ายเตือนลดความเร็ว
พื้นทีก่อสร้าง
สิ้นสุดเขตก่อสร้าง ขนาดป้าย 0.45x1.80 เมตร
ป้ายสิ้นสุดเขตก่อสร้าง
หมายเหตุ
ทางก่อสร้างติดตั้งป้ายเตือน - แผ่นป้ายสีแสด ตัวอักษรสีดํา เส้นขอบสีดํา
ตามสภาพทาง - ระยะการติดตั้งป้ายเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
พื้นทีก่อสร้าง - ติดตั้ง ณ จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดโครงการ
- ขนาดและข้อความบนป้าย อาจคลาดเคลื่อนได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องอยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
- ข้อความในแบบเป็นเพียงตัวอย่างแนะนําเท่านั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
จุดเริ่มต้นโครงการฯ
โครงเคร่าไม้
สิ้นสุดเขาก่อสร้าง
แผ่นป้ายไม้อัดหรือแผ่นไวนิล
หรือแมนเหล็ก
เสาไม้หรือหลักทั่วไป ติดตั้งในบริเวณที่เห็นได้ชัดเจนและมีความมั่นคงแข็งแรง
หรือติดตั้งตามสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม
ปรก
Ant
ant
AYA
ATA
กองชาง
แบบแสดง
ป้ายจราจร ระหว่างการก่อสร้างทาง
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี
ว นายอง ยนแบบ
( นาย รพงษ์ บาง
สรา จกปก
( นาย าง นากรณ์ ลวกรโยธาร่านาญก
นายส1 แส วิศวกรโยธาชานาญการพิเศษ
لم
( นายม ยงไกร บุญช่วย) หัวหน่าย วางและออกแบบ
เปนชอบ
นาย ส ห อ อ่านวยการกองร่วง
( นางสาว รางทอง ) รองปลัด งค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เ บ บ
( บาย ทรู โยน ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
- ระดับดินเดิมทั่วไป
อนุมัติ
ป้ายจราจรระหว่างการก่อสร้างทาง
หมายเหตุ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้างรวมทั้งป้องกันอันตราย
แก่บุคคลภายในและภายนอก และต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนรักษาความสะอาดของสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอ หากเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากการปฏิบัติ อันประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย รวมไปถึงความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
- นายมนตรี 2 ธนา นาย องค์การบริหารส่วนจังหวัด ; โลก
NULLÁM
ray
Sy A 1
ตราสัญลักษณ์ อบจ พล 2 25
2.40
1.20
4 องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
3 โครงการ
ปริมาณงาน
ผู้รับจ้าง
โทร 0 5598 7718-20 ต่อ 304
..troy.
(6) ระยะเวลาดําเนินการ เริ่มสัญญาวันที่
7 ค่าก่อสร้าง
(3) ผู้ควบคุมงาน 1.
รวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น
สิ้นสุดสัญญาวันที
บาท
Furuja……
irena…..
โทรศัพ …
โทรศัพท์
โทรศัพท์..
2 กําลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน
เลา หรือหลักทั่วไปที่แข็งแรงและงงกันเช่นล้ม ติดตั้งจนบริเวณ เห็นได้ชัดเจนและมีความมั่นคงแข็งแรง หรือติดตั้งตามสภาพพื้น ที่เหมาะสม
“—–ม.
รายละเอียดแผ่นป้าย
แผ่นป่ายเป็นแผ่นใบขัดทั่วไปทาสี7รงพื้น หลากสี เงิน กรอบและอักษรสีขาว หรือแผ่นไวนิล กับโครงเคร่าไม่ให้แข็งแรง โยงชิดให้มั่นคงแข็งแรง ชาดไม่น้อยกว่า 120 2.40 4
2. การปักป้ายควรอยู่ในเกณ - รัศมีของโครงการที่ดําเนินการและประชาชนสัญจรไปมามองเห็นชัดเจน
3. วงกรามน้อง ดามแบบ านค
ดวงตราสัญลักษณ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ส่วนราชการเจ้าของโครงการและเบอร์โทรศัพท์
4
ลักษณะนาย
แมนปายเป็นไมงัดทั่วไป ขนาด 1.20.2.40 มหาสีฟัน น้าพลาสติกสี เงิน ตัวอักษรสีขาว หรือใช้แผ่นไวนิล ขนาด 1,292.40 2 ปีกับโครงเคร่าไม่ให้แข็งแรง การปักป้ายควรอยู่ในบริเวณรัศมีของโครงการที่ดําเนินการ ประชาชนสัญจร - มา มองเห็นได้ชัดเจน
ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการจัดท่า และติดตั้งแผ่นป้ายภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญาจ้าง
เผ่นป่า ครึ่งระหว่างค่าเนินการก่อสร้าง มีสภาพจงาน ลอดระยะเวลาการก่อสร้าง
- มูลค่างานจ้างไม่ถึง สามแสนบาทไม่ต้องติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ แต่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการ
- 8 ชื่อผู้ควบคุมงานและหมายเลขโทรศัพท์
3 ประเภทและชนิดของสิ่งก่อสร้าง
12 6 ระบุข้อความ “กําลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน
มูลค่างานจ้างตั้งแต่สามแสนบาทขึ้นไปประเภทก่อสร้างปรับปรุง งานทาง คลองหรือลําน้ําให้ติดแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์แบบชั่วคราวไว้ ณ จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดงานก่อสร้าง มูลค่างานจ้างตั้งแต่สามแสนบาทขึ้นไปประเภท สร้างปรับปรุง อาหาร ให้ติดแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์แบบชั่วคราวไว้ ณ จุดดําเนินการก่อสร้าง จุด
7.
4 ปริมาณงานก่อสร้าง จํานวนหน่ายที่ดําเนินการ
13 0) OR Code sua 0.15 × 0.15
x
3 ซึ่งผู้รับจ้าง ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์
9.
ระยะเวลา, เต้น และระยะเวลาสิ้นสุด รวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งน
**มายเหตุ 1. ขนาดตัวอักษร, ข้อความ ปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม
10.
(3) วงเงินค่า สร้าง…..
2. ข้อความสัญลักษณ์ รายละเอียดตัวอักษร QR Code จะถ่านตระหว่างดําเนินการ
ย จ
..
:
เ ห ม st
ทรง N
แบบแสดง
ปาย
สงราชกะวกันก่อสง่าง
ง ง ร ร ว ส่วนทางน
Am Ar
( นาระ ก ปานมณี ช่วยนายช่างเขียนแบบ
الله عليكم
นาย พงษ์ รับฟัง
สถาปนิก ก
สวาร
( นายทรง อนิพรณ์
วิศวกรโยธาร
นายสรา บ การโบชารานาญการ
นายก ลงไก่ บุญช่วย)
วงน้ าย ววจและออกแบบ
14
เห็น บ
( นายสุรัช หล่อนิมิต) อ้านวยการกองช่าง
นางสา
ทอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ษณุโลก
เห็นชอบ
ex
( นายทร โพยม ) ปลัดองค์การบริหาร จังหวัดพิษณุโลก
อนุมั
( นายมนต์ชัย 5 นา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
1
U a
|
¡
หน้าที่ และข้อปฏิบัติของผู้รับจ้างระหว่างดําเนินการตามสัญญาจ้างก่อสร้างฯ
- ผู้รับจ้างมีหน้าที่สํารวจตรวจสอบพื้นที่หน้างาน จัดเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง ตลอดจนจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการดําเนินการก่อสร้าง ให้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง หากพบอุปสรรคปัญหาให้แจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เป็นลายลักษณ์อักษร - ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงานตามสัญญาโดยละเอียด และส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาและแผนงานนี้จะต้องแสดงถึงการเชื่อมต่อระหว่างขั้นตอนและหมวดงานต่างๆในสัญญาอย่างสมควรแก่เหตุผล เพื่อที่ผู้รับจ้างจะสามารถดําเนินการตามสัญญา โดยเป็นไปตามแผนงานและบรรลุผลให้งานเสร็จสิ้นจนผ่านกระบวนการทดสอบและตรวจรับงานตามเงื่อนไขของสัญญาได้ ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งตัวแทนที่สามารถประสานงานก่อสร้าง ทั้งหมดประจําอยู่ ณ สถานที่ก่อสร้าง และผู้ควบคุมงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกสามารถติดต่อสั่งการได้ตลอดเวลาที่ท่าการก่อสร้าง
- ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งวิศวกรควบคุมงาน (สาขาวิศวกรรมโยธา) หรือสถาปนิก (กรณีงานสถาปัตยกรรม) โดยกําหนดให้เป็นไปตาม ข้อบังคับสภาวิศวกร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรกรรมควบคุมแต่ละระดับ สาขาวิศวกรรมโยธา พ.ศ. 2551 และข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยหลักเกณฑ์ของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมแต่ละระดับ พ.ศ. 2554 พร้อมทั้งแนบสําเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือสถาปัตยกรรมควบคุม ซึ่งยังไม่หมดอายุ ถูกพักการใช้หรือเพิกถอนการใช้ใบอนุญาต อย่างน้อย 1 คน และช่างโยธา หรือช่างก่อสร้าง ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ํากว่าประกาศประกาศนียบัติวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พร้อมทั้งแนบสําเนาเอกสารแสดงการจบการศึกษา อย่างน้อย 1 คนพร้อมรับรองสําเนาโดยเจ้าตัว และผู้มีอํานาจลงนามของผู้รับจ้างและประทับตรา
- วิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมพ.ศ. 2565 แห่งพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ.2542 มีหน้าที่ควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูปรายการ แห่งสัญญาจ้างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และวิชาการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก วิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในบันทึกรายงานผลการปฏิบัติงานฯ ประจําสัปดาห์ หากไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องแจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างจักต้องจัดหาวิศวกรควบคุมงานมาทดแทนโดยมิให้ขาดช่วง โดยวิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม และการประพฤติผิด จรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีสิทธิขาดที่จะแจ้งมูลเหตุต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ สภาวิศวกร เพื่อดําเนินการลงโทษต่อไป
- (กรณีงานสถาปัตยกรรม) สถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ. 2549 ออกตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 มีหน้าที่ควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูป รายการแห่งสัญญาจ้าง ถูกต้องตามหลักสถาปัตยกรรม และวิชาการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก สถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในบันทึกรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจําสัปดาห์ หากไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องแจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างจักต้องจัดหาสถาปนิกควบคุมงานมาทดแทนโดยมิให้ขาดช่วง โดยสถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปนิก และการประพฤติผิด จรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีสิทธิขาดที่จะแจ้งมูลเหตุต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ สภาสถาปนิก เพื่อดําเนินการลงโทษต่อไป
- เพื่อให้งานก่อสร้างแล้วเสร็จถูกต้องตามเงื่อนไขแห่งสัญญาจ้างเป็นไปตามกําหนดเวลา และแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างตัวแทนผู้รับจ้าง ผู้ควบคุมงานทั้งสองฝ่าย คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
และผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารสัญญาจ้างฯ เพื่อติดตามงานตามช่วงเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ - การควบคุมคุณภาพงานเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องดําเนินการจัดส่งวัสดุฯเพื่อทําการทดสอบคุณภาพโดยผ่านการควบคุมจากผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก โดยการทดสอบ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก หรือ หน่วยงานที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเห็นสมควร โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมในการทดสอบวัสดุดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้สิทธิและความร่วมมืออันดีแก่เจ้าหน้าที่ ที่เข้าเก็บตัวอย่างวัสดุ ทดสอบคุณภาพของงาน และสงวนสิทธิที่จะเข้าไปดําเนินการสุ่มตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างจัดหา หรือดําเนินการที่หน้างานหากไม่ตรงกับรายละเอียดที่ระบุไว้ ผู้ควบคุมงานของ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีสิทธิขาดที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการนําวัสดุอุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุดโดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น
- ผู้รับจ้างมีหน้าที่เสนอขออนุมัติใช้วัสดุอุปกรณ์ที่จําเป็นจัดหามาเพื่อดําเนินการก่อสร้างผ่านทางผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เพื่อทําการตรวจสอบให้ถูกต้องและเป็นไปตามตามรายละเอียดเงื่อนไข
หากตรวจสอบพบภายหลังว่าวัสดุที่นํามาติดตั้งหรือใช้งานไม่ตรงตามที่เสนอขออนุมัติใช้ ผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีสิทธิขาดที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการนําวัสดุอุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุด โดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น - รายละเอียดแบบรูปและปริมาณงานในการก่อสร้างผู้รับจ้างได้ดําเนินการตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงนามในสัญญาจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากระหว่างดําเนินการก่อสร้างผู้รับจ้างต้องการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุใดก็ตาม อันเป็นเหตุให้ราคาค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวหากมิได้เป็นสาระสําคัญ ที่ไม่ได้ทําให้ มิติ ระยะ รูปลักษณ์ หรือความมั่นคงแข็งแรงเปลี่ยนแปลงไปให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน ในการพิจารณา หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบทําให้ทําให้ มิติ ระยะ รูปลักษณ์ หรือความมั่นคงแข็งแรงเปลี่ยนแปลงไป จะต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนที่จะดําเนิน
ในส่วนที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อไป - ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้างรวมทั้งป้องกันอันตราย แก่บุคคลภายในและภายนอก และต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนรักษาความสะอาดของสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอ หากเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากการปฏิบัติ อันประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย รวมไปถึงความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
ก ก โ โด กองช่าง
ครอบบน
แบบแสดง
หน้าที่ และข้อปฏิบัติ ของผู้รับจ้างระหว่างค่าเนินการ
เขียนแบบ
สถาปนิก
ר
141
ามสัญญาจ้างก่อสร้างฯ
N
นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) รายงานถ่านแบบ
( นายพีรพงษ์ ดับปาก ง )
( นายกุลวงศ์ ธนากรณ์ ) วิศวกร โ ร า านาญการ M
นาย นาวุธ ดาวกรโยธา านาญการพิเศษ
ค
0
( นายยง ดร บุญชาย) หัวหน้าฝ่ายสาวละออกแบบ
เห็นชอบ
( นายย หล่อ
ข่าน่วยการของทาง
( นางสาวศรีสุรางค์ ทอง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
LM
( นาย โคม) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
!
นาย
LUN
O
( นายมนตชัย วิวัฒน์ธนน )
การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
A AN O
รายการประกอบแบบมาตรฐานงานทาง (เพิ่มเติม) - อนุญาตให้ใช้เครื่องทดสอบหาปริมาณความชื้นและความหนาแน่นของดินในสนามแบบ (Nuclear density gauge) ในการทดสอบ วิเคราะห์
และรับรองผลทดสอบความหนาแน่นและความชื้นวัสดุภาคสนาม ในกิจการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้เกิดความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ - แบบมาตรฐานองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
2.1
มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยคันทางเดิม (Reshaping and Levelling)
2.2 มาตรฐานงานผมคันทาง (Embank)
2.3 มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง (Subbase)
2.4
มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง (Base)
2.5 มาตรฐานอื่นๆที่อ้างถึงและเกี่ยวข้องกับแบบมาตรฐานองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก - ข้อกําหนดในแบบมาตรฐานองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ได้กําหนดให้มีการบดอัดวัสดุเป็นชั้นๆ โดยใช้เครื่องจักร โดยมีรายละเอียดปราฏในข้อกําหนด ให้วัสดุประเภทต่างๆมีความหนาแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อย 95 ตาม มาถ (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม
( Field Density Test ) - เพื่อให้การก่อสร้าง/ปรับปรุงงานถนนประเภทต่างๆ ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ จึงอนุญาตให้ใช้ผลทดสอบความหนาแน่นและความชื้นวัสดุภาคสนาม โดยวิธีทางนิวเคลียร์ (Nuclear Method) โดยอาจใช้ควบคู่กับวิธีการ ใช้ทรายแทนที่ปริมาตรของหลุม (Sand Cone Method) อาจจะเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือทั้งสองวิธีก็ได้
14
ท าย จัดช
กองทาง นาย พบบ
แบบ N
รายการประกอบแบบมาตฐานงานทาง
เขียนแบบ
(เพิ่มเม
นายจิระ ปานม
ขายนาย า ในแบบ
สถาปนก
( นายพีรพงษ์ บ ก ง )
im
Acant
( นาย ว
an
A4
นั่นการณ์
ค่าาร โอรา
านาญการ
นายกราด แล วิศวกรโยธารามาก การเด
a
( นาย ยง กร บุญชาย)
หัวหน้าฝ่าย วรละออกแบบ
เห็นชอบ
(นาย หนี) ผู้อ่านวยการกางร่าง
( นางสาว จุทอง)
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
. นชอบ
es
( นายภัทร โช ม
ปลัด การบริหารส่วนจังหวัด ษณุโลก
อนุมั
Ок
- นาย น ย บ ) บาก การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Av Ve
ข้อกําหนดตามกฎกระทรวงฯ ที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ
- ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา - ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมด
ตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา ยกเว้น กรณีที่งานจ้างก่อสร้าง ที่มีสัญญาอายุไม่เกิน 60 วัน
หรือกรณีที่วงเงินการจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐไม่ต้องให้คู่สัญญาจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ - ผู้รับจ้างต้องทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมด
ตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา ยกเว้น กรณีที่งานจ้างก่อสร้าง ที่มีสัญญาอายุไม่เกิน 60 วัน
หรือกรณีที่วงเงินการจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐไม่ต้องให้คู่สัญญาจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ - ผู้รับจ้างต้องแสดงเอกสารการรับรองจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกรณีที่พัสดุผลิตในประเทศ
ถ้าไม่มีเอกสารการรับรองให้ติดฉลากของสินค้าบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าให้ชัดเจน
เขียนแบบ
สถาปนิก
Baans
PA
เห็นชอบ
พา กิรา ส่วน ง ค ชนโลก กองบ้าง ปารวตะพาน
แบบสดง
อาหารตามกฎกระทรวง
( นาย ก ปานมณี )
ช่วยนาง แบบ
นาย
ก บ ฟัง ) สถาปนิกปา ก
เนยสดวงศ์ ธนันกรณ์ ) ศวกรโยรารานาญการ
นายศราช นค วิศวกรโยธารามา การศ
( นายเกรียงไกร บุญรวย)
หัวหน้าฝ่าย จะออกแบบ
( นายชย หล่อ มิด
จํานวยการกองช่าง
( นางสาว สุรา ง ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เน่ ชอบ
( นาย โสมม )
ปลัดองค์การบริหารวนจังหวัดพิษณุโล
อนุมัติ
(นายมนตชัย วิวัฒน์ นาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Suru O
warin