จ้างก่อสร้างยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำคลองเตาอิฐ

กรุงเทพมหานคร 69029282035
฿45,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 17 เม.ย. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมและระบบระบายน้ำ พ.ศ. 2557 เป็นเอกสารมาตรฐานหลักที่สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์และมาตรฐานอ้างอิงในการออกแบบและก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมและระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ เขื่อน เครื่องเก็บขยะอัตโนมัติ ฯลฯ โดยปรับปรุงจากรายการมาตรฐานฉบับเดิม พ.ศ. 2549 ให้เป็นปัจจุบัน พร้อมรวบรวมข้อเสนอแนะจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน

เนื้อหาครอบคลุม 17 บทหลัก ได้แก่ การดำเนินงานทั่วไป (นิยาม ขอบข่ายสัญญา หน้าที่ผู้รับจ้าง ข้อปฏิบัติในการก่อสร้าง ความปลอดภัย) วัสดุก่อสร้าง (ดิน คอนกรีต เหล็กเสริม เหล็กอัดแรง เข็มพืดเหล็ก วัสดุรอยต่อ แผ่นกันน้ำ) การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง (การทดสอบวัสดุ งานดิน คอนกรีต ฝีมือช่าง) เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก งานฐานรากและโครงสร้างพิเศษ งานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก งานสุขาภิบาล งานสี งานเขื่อน ประตูระบายน้ำชนิดล้อเลื่อน (Roller Gate) ประตูระบายน้ำชนิด Sliding Guide เครื่องสูบน้ำชนิดจุ่ม (Submersible Pump) ประตูน้ำกันน้ำไหลย้อนกลับ (Flap Gate) เครื่องเก็บขยะอัตโนมัติ เครนไฟฟ้า และงานระบบไฟฟ้า

ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานตามแบบรูปและรายการก่อสร้าง จัดหาวิศวกรโยธาประจำงาน จัดทำ Shop Drawing เสนอแผนงาน ควบคุมคุณภาพวัสดุผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน มอก./ASTM/AASHTO/ACI/JIS รวมถึงปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบต่อชุมชนและความปลอดภัยในการทำงาน เอกสารนี้ต้องใช้ควบคู่กับแบบแปลนและข้อกำหนดเฉพาะงานของแต่ละสัญญา

English summary

This document is the “Standard Specifications for Flood Protection and Drainage System Construction, B.E. 2557 (2014),” prepared by the Drainage Department of the Bangkok Metropolitan Administration (BMA). It serves as the reference criteria and standards for the design and construction of Bangkok’s flood protection and drainage infrastructure, including pumping stations, drainage gates, embankments, and automatic trash removal equipment. This edition updates the previous 2006 version to reflect current technological advancements and incorporates feedback from government agencies, state enterprises, and private sector entities. The specifications cover 17 main chapters: general provisions, construction materials, construction quality control, prestressed concrete piles, reinforced concrete piles, foundation works and special structures, concrete and reinforced concrete works, building sanitary plumbing, painting works, embankment construction, roller gates and winches, sliding guide gates and actuators, submersible pumps, flap gates, automatic trash removal equipment, electric cranes, and electrical systems. Contractors must comply with all drawings, material testing requirements (TISI, ASTM, AASHTO, ACI, JIS standards), shop drawing submissions, community impact mitigation measures, and occupational safety management systems.

สถานที่ดำเนินการ

กรุงเทพมหานคร (เขตพื้นที่ปกครองของกรุงเทพมหานคร — สำนักการระบายน้ำ)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • จัดทำหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงในการออกแบบและก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมและระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร (สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ เขื่อน เครื่องเก็บขยะอัตโนมัติ ฯลฯ)
  • ปรับปรุงรายการมาตรฐานฉบับเดิม พ.ศ. 2549 ให้มีเนื้อหาเป็นปัจจุบัน ทันต่อความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีและงานทางด้านวิชาการ
  • รวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ด้านงานก่อสร้าง เพื่อให้มาตรฐานสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
  • ยกระดับมาตรฐานและคุณภาพของงานก่อสร้างของกรุงเทพมหานคร
  • เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานราชการและภาคเอกชนที่นำไปใช้ในการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง

ขอบเขตของงาน

1. การดำเนินงานทั่วไป (บทที่ 1)

  • การวิเคราะห์ศัพท์ ขอบข่ายของสัญญาจ้าง หน้าที่และความรับผิดชอบของคู่สัญญา
  • การกำหนดแนวและระดับงาน การดูแลรักษาหมุดมาตรฐาน
  • การจัดสถานที่ทำการให้ผู้ควบคุมงานและกรรมการตรวจการจ้าง (แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับจากวันลงนามสัญญา)
  • การอำนวยความสะดวกในการจราจร การป้องกันความเสียหายต่อสาธารณูปโภค
  • การประกันภัยลูกจ้าง การจัดทำป้ายประกาศ การรื้อถอนโรงงานชั่วคราวภายใน 7 วันหลังตรวจรับงาน
  • ข้อปฏิบัติในการก่อสร้าง: จัดหาวิศวกรโยธาประจำงาน เสนอแผนงานและ Progressive Schedule จัดทำ Shop Drawing มาตรการลดผลกระทบ (เสียงไม่เกิน 70 dBA เฉลี่ย / 115 dBA สูงสุด) และมาตรการลดมลพิษ
  • ระบบการจัดการความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้างตามมาตรฐานกระทรวงแรงงาน (สำหรับงานงบประมาณเกิน 300 ล้านบาท)

2. วัสดุก่อสร้าง (บทที่ 2)

  • งานดิน คอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก (ปูนซีเมนต์ประเภท 1, 3, 5 หินย่อย ทรายหยาบ น้ำ)
  • คอนกรีตพิเศษสำหรับโครงสร้างสัมผัสซัลเฟต/คลอไรด์ และคอนกรีตกันน้ำ
  • เหล็กเสริมคอนกรีต (SR24, SD30, SD40, SD50) ลวดเหล็กอัดแรง ตะแกรงเหล็กเชื่อม
  • สารเคมีผสมเพิ่มสำหรับคอนกรีต สารกระจายกักฟองอากาศ สารทำคอนกรีตไหล
  • เข็มพืดเหล็ก เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ เหล็กโครงสร้างพิเศษ
  • แผ่นยางรองสะพาน วัสดุอุดรอยต่อ วัสดุทารอยต่อ แผ่นใยใส่รอยต่อ แผ่นกันน้ำ (Water Stop) วัสดุยารอยต่อ

3. การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง (บทที่ 3)

  • การทดสอบวัสดุก่อสร้าง การทดสอบความแน่นงานดิน การทดสอบกำลังอัดคอนกรีต (7 วัน / 28 วัน)
  • การเจาะตัวอย่างคอนกรีตตรวจสอบเพิ่มเติม การส่งตัวอย่างทดสอบที่โรงงานผู้ผลิต
  • การควบคุมฝีมือช่าง รูปลักษณ์สิ่งก่อสร้าง ความมั่นคงแข็งแรง และวิธีการทำงาน

4. เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง (บทที่ 4)

  • ขนาด คุณสมบัติ คอนกรีตกำลังอัดไม่น้อยกว่า 350 กก./ตร.ซม. ที่อายุ 28 วัน
  • มาตรฐานโรงงานผลิต (รับรอง มอก. 396-2549 มีภาคีวิศวกรโยธาประจำโรงงาน)
  • วิธีการตอกเสาเข็ม การบันทึกผลการตอก การทดสอบรับน้ำหนัก (Pile Load Test)

5. เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก (บทที่ 5)

  • เสาเข็มหล่อสำเร็จ เสาเข็มแบบแรงเหวี่ยง (Spun Pile) เสาเข็มเจาะหล่อแบบแห้งและแบบเปียก

6. งานฐานราก เข็มพืดเหล็ก และโครงสร้างพิเศษ (บทที่ 6)

  • นั่งร้าน ทำนบชั่วคราวปิดกั้นคลอง การขุดดินและถมดิน งานเข็มพืดเหล็ก สะพานเบี่ยง

7. งานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก (บทที่ 7)

8. งานสุขาภิบาลสำหรับอาคาร (บทที่ 8)

  • ท่อประปา บ่อเกรอะ บ่อซึม บ่อพัก บ่อดักไขมัน การขอมิเตอร์ประปา

9. งานสีและสีกันสนิม (บทที่ 9)

  • สีพลาสติกอิมัลชั่น สีน้ำมัน น้ำมันวานิช สีซีเมนต์ การชุบสังกะสี (Hot-Dip Galvanizing)

10. งานเขื่อน (บทที่ 10)

  • วัสดุและหลักเกณฑ์ การทดสอบ ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ การปรับปรุงคุณภาพดินเหนียวอ่อนด้วยวิธี Jet Mixing

11. ประตูระบายน้ำชนิดล้อเลื่อน (Roller Gate) และเครื่องกว้าน (Winches) (บทที่ 11)

  • ระบบขับเคลื่อน ความประณีตงานโลหะ การเคลือบผิวกันสนิม การทดลองเปิด-ปิด

12. ประตูระบายน้ำชนิด Sliding Guide และระบบขับเคลื่อน Actuators (บทที่ 12)

13. เครื่องสูบน้ำชนิดจุ่ม (Submersible Pump) พร้อมตู้ควบคุมอุปกรณ์ (บทที่ 13)

  • การติดตั้ง การทดสอบคุณภาพ การรับประกัน ท่อเหล็ก Column Pipe

14. ประตูน้ำชนิดกันน้ำไหลย้อนกลับ (Flap Gate) (บทที่ 14)

15. เครื่องเก็บขยะอัตโนมัติ (Automatic Trash Removal Equipment) (บทที่ 15)

  • เครื่องลำเลียงขยะแนวนอนและแนวเอียง ระบบควบคุม การทดสอบ

16. เครนไฟฟ้า (Crane) (บทที่ 16)

17. งานระบบไฟฟ้า (บทที่ 17)

ภาคผนวก

  • ก: ระเบียบการติดตั้งเครื่องหมายและสัญญาณสำหรับงานจัดซ่อมถนนและงานสาธารณูปโภค
  • ข: ประกาศ กทม. กำหนดหลักเกณฑ์การก่อสร้างอาคารและสาธารณูปโภค (23 ก.ย. 2539)
  • ค: ข้อกำหนดการติดตั้งรั้วกั้นบริเวณก่อสร้างในที่สาธารณะ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • งานก่อสร้างที่แล้วเสร็จตามแบบรูป รายการก่อสร้าง และรายการมาตรฐานฉบับนี้
  • ภาพขยายรายละเอียดขณะก่อสร้าง (Shop Drawing) ที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ออกแบบ (2 ชุด ลงนามรับรองโดยวิศวกร/สถาปนิกผู้มีใบอนุญาต)
  • แผนงานและวิธีดำเนินงาน (Progressive Schedule) ที่ได้รับความเห็นชอบ
  • แผนวิธีการดำเนินงานงานที่สำคัญ/อันตราย (งานป้องกันดินพัง งานขุดดิน งานตอกเสาเข็ม งานถมดิน) เสนอล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน
  • ผลการทดสอบวัสดุก่อสร้างทุกชนิด (คอนกรีต 7/28 วัน งานดิน เหล็กเสริม ฯลฯ)
  • บันทึกการตอกเสาเข็มทุกต้น (Blow Count Record) พร้อมลายมือชื่อวิศวกรผู้รับผิดชอบ
  • รายงานผลการทดลองรับน้ำหนักบรรทุกเสาเข็ม (Pile Load Test) ไม่น้อยกว่า 3 ชุด (กรณีมีการทดสอบ)
  • ป้ายประกาศต่าง ๆ ณ บริเวณสถานที่ก่อสร้างตามที่ผู้ควบคุมงานกำหนด
  • สถานที่ทำการสำหรับผู้ควบคุมงาน/กรรมการตรวจการจ้าง พร้อมอุปกรณ์และห้องน้ำ (ภายใน 30 วันนับจากลงนามสัญญา)
  • กรมธรรม์ประกันภัยลูกจ้างพร้อมหลักฐานการชำระเบี้ยประกัน
  • เอกสารเกี่ยวกับการใช้บำรุงรักษาสิ่งก่อสร้าง (คู่มือการใช้อุปกรณ์ ผังเดินสายไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ใบเสร็จมิเตอร์) จัดใส่แฟ้มส่งมอบเมื่อส่งงาน
  • กุญแจทุกชนิดพร้อมป้ายถาวรและรายละเอียดลูกกุญแจตรงกับแม่กุญแจ
  • การซ่อมแซมสิ่งที่เสียหายจากการก่อสร้างให้สภาพเดิมก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย
  • การรื้อถอนโรงงานชั่วคราวและวัสดุก่อสร้างภายใน 7 วันหลังตรวจรับงาน

ระยะเวลาดำเนินการ

  • เอกสารนี้เป็นรายการมาตรฐานอ้างอิง ไม่ได้ระบุระยะเวลาโครงการโดยตรง (ระยะเวลาตามสัญญากำหนดในหนังสือเสนอราคาของแต่ละโครงการ)
  • กำหนดเวลาสำคัญตามมาตรฐาน:
    • จัดสถานที่ทำการให้ผู้ควบคุมงานแล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
    • เสนอแผนวิธีดำเนินงานงานที่สำคัญ/อันตรายล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนลงมือทำงาน
    • เสนอรายละเอียดแบบรูป/เครื่องจักร/อุปกรณ์ไฟฟ้าล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนดำเนินการ
    • ประกาศแจ้งประชาชนกิจกรรมเสียงดังล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
    • รื้อถอนโรงงานชั่วคราวและวัสดุภายใน 7 วัน นับแต่วันตรวจรับงาน
    • งานคอนกรีตเสริมเหล็กถือแล้วเสร็จสมบูรณ์เมื่อบ่มคอนกรีตครบ 7 วัน
    • ยื่นคำร้องขอต่ออายุสัญญาก่อนสิ้นสุดสัญญาหรือไม่เกิน 15 วัน นับแต่วันสิ้นสุดสัญญา
    • การเจาะตัวอย่างคอนกรีตตรวจสอบเพิ่มเติมต้องดำเนินการภายใน 60 วัน นับจากวันเทคอนกรีต

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: เป็นบุคคล/คณะบุคคล/นิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญากับกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้ตกลงว่าจ้าง); ห้ามจ้างช่วงงานทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง

  • Standards Compliance:

    • วัสดุก่อสร้างต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตรวจสอบรับรองคุณภาพจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เช่น มอก.15 (ปูนซีเมนต์), มอก.20/24 (เหล็กเสริม), มอก.95/420 (ลวดเหล็กอัดแรง), มอก.396/397 (เสาเข็ม), มอก.1390 (เข็มพืดเหล็ก), มอก.1227/1228 (เหล็กโครงสร้าง), มอก.951 (แผ่นยางรองสะพาน), มอก.1079/479 (วัสดุรอยต่อ), มอก.733/874/985 (สารเคมีผสมคอนกรีต)
    • มาตรฐานสากลที่อ้างอิง: AASHTO, ASTM (C1012, C1202, C595, A36), ACI (201.2R), JIS (G3101), BS (EN 197-1), AWS Welding Code
    • โรงงานผลิตเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงต้องได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 396-2549
    • ระบบการจัดการความปลอดภัยตามมาตรฐานกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม (งานงบประมาณเกิน 300 ล้านบาท)
  • Experience: ไม่ได้ระบุข้อกำหนดประสบการณ์โดยตรงในเอกสารนี้ (ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดเฉพาะงานของแต่ละสัญญา)

  • Previous Project Cost: ไม่ได้ระบุ (ยกเว้นเกณฑ์งบประมาณเกิน 300 ล้านบาทสำหรับระบบจัดการความปลอดภัย)

  • Technical Capabilities:

    • จัดหาเครื่องมือ เครื่องจักร และเครื่องทุ่นแรงที่จำเป็นเพียงพอกับขนาดและปริมาณงาน
    • โรงงานผลิตเสาเข็มต้องมี Plant ผสมคอนกรีต (สอบเทียบทุก 3 เดือน), เครื่องดึงลวดอัดแรงรองรับ SPC9B ขึ้นไป (สอบเทียบทุก 6 เดือน), เครื่องทดสอบกำลังอัดคอนกรีต (สอบเทียบทุก 6 เดือน)
    • หากใช้ลูกตุ้มปล่อยตกตอกเสาเข็ม ต้องหนักไม่น้อยกว่า 50% ของน้ำหนักเสาเข็มและไม่น้อยกว่า 3.5 ตัน
    • จัดหาอุปกรณ์ความปลอดภัยทุกชนิดสำหรับผู้ควบคุมงานตรวจสอบ
  • Personnel:

    • วิศวกรสาขาวิศวกรรมโยธาเป็นหลัก และ/หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องประจำงานก่อสร้างอย่างน้อยสาขาละ 1 คน (เสนอชื่อให้ผู้ว่าจ้างเห็นชอบก่อนเริ่มงาน)
    • วิศวกรที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ใบอนุญาตไม่ขาดอายุ) จำนวนไม่น้อยกว่าที่ระบุในรายการก่อสร้าง แต่ไม่น้อยกว่า 1 คน พร้อมนายช่างเทคนิคตามจำนวนที่เห็นชอบ
    • ช่างฝีมือเฉพาะด้าน (ช่างปูน ช่างไม้ ช่างเหล็ก ฯลฯ) จำนวนเพียงพอ
    • โรงงานผลิตเสาเข็มต้องมีวิศวกรระดับภาคีวิศวกรโยธาประจำโรงงานอย่างน้อย 1 คน
    • ผู้แทนที่มีอำนาจเต็มประจำ ณ ที่ก่อสร้าง
    • Shop Drawing ด้านสถาปัตยกรรมต้องมีสถาปนิกผู้มีใบอนุญาตลงนามรับรอง / งานวิศวกรรมต้องมีวิศวกรผู้มีใบอนุญาตในสาขานั้นลงนามรับรอง

เกณฑ์การพิจารณา

  • เอกสารนี้เป็นรายการมาตรฐานงานก่อสร้าง ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินราคา/ข้อเสนอโดยตรง (เกณฑ์การคัดเลือกผู้รับจ้างกำหนดในเอกสารประกวดราคาของแต่ละโครงการ)
  • เกณฑ์การตรวจรับงานตามมาตรฐานฉบับนี้ ได้แก่:
    • งานต้องเป็นไปตามแบบรูป รายการก่อสร้าง และข้อตกลงในสัญญาจ้าง
    • วัสดุทุกชนิดต้องผ่านการทดสอบคุณภาพตามเกณฑ์ก่อนใช้งาน
    • คอนกรีตต้องมีค่าความต้านแรงอัดไม่น้อยกว่าที่กำหนด (อนุญาตให้ต่ำกว่าได้ไม่เกิน 1 แท่ง แต่ไม่น้อยกว่า 85% ของค่าที่กำหนด และค่าเฉลี่ย 3 แท่งไม่น้อยกว่าค่าที่กำหนด)
    • การตรวจรับมอบงานใช้หมุดระดับมาตรฐานที่ผู้ควบคุมงานกำหนดเป็นหลักฐาน
    • ผู้รับจ้างต้องแก้ไขงานบกพร่องทุกประเภท (ฝีมือไม่ดี วัสดุด้อยคุณภาพ) ก่อนสิ้นสุดระยะค้ำประกันโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ข้อกำหนดทางเทคนิค

งานคอนกรีต:

  • คอนกรีตสัมผัสซัลเฟต: วัสดุประสานขั้นต่ำ 380 กก./ลบ.ม., W/B ≤ 0.45, การขยายตัวจากซัลเฟต (ASTM C1012) น้อยกว่าคอนกรีตปูนประเภท 5
  • คอนกรีตสัมผัสซัลเฟต+คลอไรด์: เพิ่มเกณฑ์ต้านทานคลอไรด์ (ASTM C1202) ≤ 1,000 คูลอมบ์
  • คอนกรีตกันน้ำ: วัสดุประสานขั้นต่ำ 350 กก./ลบ.ม., W/B ≤ 0.50, ค่าการซึมผ่านน้ำ (k) < 3×10⁻¹¹ ม./วินาที
  • ปูนซีเมนต์ประเภท 1 (ทั่วไป), ประเภท 3 (แรงสูงเร็ว), ประเภท 5 (ทนซัลเฟต)

เหล็กเสริมคอนกรีต: SR24 (คลาก 24 กก./ตร.มม., ยืด 21%), SD30 (30 กก./ตร.มม., 17%), SD40 (40 กก./ตร.มม., 15%), SD50 (50 กก./ตร.มม., 13%)

เข็มพืดเหล็ก: แรงดึง ≥ 490 MPa, จุดคลาก ≥ 295 MPa, ความยืด ≥ 17%, P/S ≤ 0.04%, Cu ≥ 0.25%; เคลือบ Coal Tar Epoxy 3 ชั้น รวม ≥ 300 ไมครอน

เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง: กำลังอัดประลัย ≥ 350 กก./ตร.ซม. ที่อายุ 28 วัน; ตัดลวดอัดแรงที่กำลัง ≥ 245 กก./ตร.ซม.; รับ Bending Moment ขณะยก ≥ 1.5 เท่า; ความคดงอ ≤ 1/360 ของความยาว; เยื้องศูนย์ตอก ≤ 150 มม.; จมดินเดิม ≥ 1/3 ของความยาวและ ≥ 3.50 ม.

งานดิน: ผ่านตะแกรง 3/8" 100%, ผ่านตะแกรง #200 ≤ 20%; ถมดินหลังเขื่อนชั้นละ 0.20-0.50 ม. บดอัดทุกชั้น

งานเสียง: ระดับเสียงรวมเฉลี่ย ≤ 70 dBA, สูงสุด ≤ 115 dBA (ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 พ.ศ. 2540)

อุปกรณ์เฉพาะทาง (บทที่ 11-17): ประตูระบายน้ำ Roller Gate/Sliding Guide พร้อม Winches/Actuators, เครื่องสูบน้ำจุ่มพร้อมตู้ควบคุม, Flap Gate พร้อม Counter Weight, เครื่องเก็บขยะอัตโนมัติพร้อมเครื่องลำเลียง, เครนไฟฟ้า, ระบบไฟฟ้า — ทั้งหมดต้องผ่านการทดลองเปิด-ปิด/ทดสอบคุณภาพก่อนส่งมอบ พร้อมการเคลือบผิวกันสนิมตามมาตรฐาน

เงื่อนไขสัญญา

  • การวัดปริมาณงานและการจ่ายค่างาน: จ่ายตามราคาต่อหน่วยของงานที่ทำเสร็จจริง โดยราคาต่อหน่วยไม่เปลี่ยนแปลงจากที่กำหนดในสัญญา; ปริมาณงานในสัญญาเป็นจำนวนโดยประมาณ ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์เพิ่ม/ลดปริมาณงานได้
  • ค่าใช้จ่ายอันพึงมี: ค่าทดสอบวัสดุก่อสร้างทั้งหมด ค่าจ้างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ค่าตรวจสอบหมุดเขตที่ดินโดยสำนักงานที่ดิน ค่ารื้อถอนโครงสร้างเดิม ค่ารื้อย้ายบ้านรุกล้ำ — ผู้รับจ้างรับผิดชอบทั้งสิ้น
  • การประกันภัย: ผู้รับจ้างต้องจัดประกันภัยลูกจ้างทุกคนครอบคลุมความรับผิดทั้งปวง รวมผู้รับจ้างช่วง และส่งมอบกรมธรรม์เมื่อผู้ว่าจ้างเรียกร้อง
  • การจ้างช่วง: ห้ามจ้างช่วงทั้งหมด/บางส่วนโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ; ผู้รับจ้างยังคงรับผิดต่อความผิดของผู้รับจ้างช่วง
  • งานบกพร่อง: ต้องรื้อถอนและทำใหม่ตามข้อกำหนดโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม ไม่ว่าผู้ควบคุมงานจะรับรู้หรือมองข้ามไปก่อนหน้า
  • ความเสียหายต่อบุคคลที่สาม: ผู้รับจ้างรับผิดแต่ฝ่ายเดียวต่ออุบัติภัย/ความเสียหายต่อทรัพย์สินและบุคคลจากการกระทำของผู้รับจ้าง
  • การต่ออายุสัญญา: ยื่นคำร้องก่อนสิ้นสุดสัญญาหรือไม่เกิน 15 วันนับแต่วันสิ้นสุดสัญญา; อุทธรณ์ภายใน 15 วันนับแต่ทราบผล
  • การบอกเลิกสัญญา: ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์บอกเลิกพร้อมเรียกค่าเสียหาย กรณีผู้รับจ้างเพิกเฉย/บิดพลิ้ว/ล่าช้าในการซ่อมแซมสิ่งสาธารณูปโภค หรือขาดเครื่องมือจนงานล่าช้า
  • การไม่ตรวจรับงาน: ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ไม่ตรวจรับงานงวดนั้นๆ หากผู้รับจ้างไม่เปิดทางระบายน้ำ ไม่รักษาสภาพคลอง หรือไม่ซ่อมแซมความเสียหาย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: รายการมาตรฐานฉบับนี้ใช้กับงานประเภทใด?
    ตอบ: ใช้กับงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมและระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ เขื่อน เครื่องเก็บขยะอัตโนมัติ และโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง

  • คำถาม: หากแบบรูปและรายการก่อสร้างมีเนื้อหาขัดแย้งกัน ให้ถือปฏิบัติตามอะไร?
    ตอบ: หากแบบรูปขัดแย้งกับรายการก่อสร้างเฉพาะงาน ให้ถือตามรายการก่อสร้างเฉพาะงาน หากแบบรูปขัดแย้งกับรายการมาตรฐาน ให้ถือตามแบบรูป และข้อขัดแย้งอื่นให้ถือตามข้อยุติของผู้ออกแบบ

  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดหาวิศวกรประจำงานกี่คน?
    ตอบ: อย่างน้อยสาขาละ 1 คน โดยใช้วิศวกรสาขาวิศวกรรมโยธาเป็นหลัก และ/หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ผู้ว่าจ้างระบุ โดยต้องเสนอชื่อให้ผู้ว่าจ้างเห็นชอบก่อนเริ่มงาน

  • คำถาม: คอนกรีตที่ใช้กับโครงสร้างสัมผัสน้ำเสีย/น้ำทะเลต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    ตอบ: ต้องมีวัสดุประสานขั้นต่ำ 380 กก./ลบ.ม. อัตราส่วน W/B ไม่เกิน 0.45 และกรณีมีคลอไรด์ต้องผ่านการทดสอบ ASTM C1202 ไม่เกิน 1,000 คูลอมบ์ พร้อมการขยายตัวจากซัลเฟต (ASTM C1012) น้อยกว่าคอนกรีตปูนประเภท 5

  • คำถาม: โรงงานผลิตเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    ตอบ: ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 396-2549 มี Plant ผสมคอนกรีตสอบเทียบทุก 3 เดือน เครื่องดึงลวดอัดแรงและเครื่องทดสอบกำลังอัดสอบเทียบทุก 6 เดือน และมีภาคีวิศวกรโยธาประจำโรงงานอย่างน้อย 1 คน

  • คำถาม: การตอกเสาเข็มต้องจมลงในดินเดิมลึกเท่าใด?
    ตอบ: ต้องมีส่วนจมลงในดินเดิมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของความยาวเสาเข็มจากปลายถึงท้องคาน/ตอม่อ และไม่น้อยกว่า 3.50 เมตร

  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องเสนอ Shop Drawing อย่างไร?
    ตอบ: จัดทำ 2 ชุด เสนอผู้ออกแบบตรวจแก้ไขและเห็นชอบ โดยงานสถาปัตยกรรมต้องมีสถาปนิกผู้มีใบอนุญาตลงนามรับรอง งานวิศวกรรมต้องมีวิศวกรผู้มีใบอนุญาตในสาขานั้นลงนามรับรอง เมื่อเห็นชอบแล้วคืน 1 ชุดเก็บเป็นหลักฐาน

  • คำถาม: งานก่อสร้างที่มีงบประมาณเกิน 300 ล้านบาทต้องปฏิบัติอะไรเพิ่มเติม?
    ตอบ: ต้องจัดทำและดำเนินการระบบการจัดการความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้างตามมาตรฐานความปลอดภัยของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • คำถาม: การทดสอบคอนกรีตต้องทำเมื่อใดและเกณฑ์การยอมรับเป็นอย่างไร?
    ตอบ: หล่อแท่งตัวอย่างทุกวันที่เทคอนกรีตและทุกส่วนโครงสร้างที่แตกต่างกัน อย่างน้อย 2 ชุด (6 ตัวอย่าง) ทดสอบอายุ 7 วันและ 28 วัน อนุญาตให้มีแท่งต่ำกว่าเกณฑ์ได้ไม่เกิน 1 แท่งแต่ไม่น้อยกว่า 85% ของค่าที่กำหนด และค่าเฉลี่ย 3 แท่งไม่น้อยกว่าค่าที่กำหนด

  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบเอกสารอะไรเมื่อส่งมอบงาน?
    ตอบ: คู่มือการใช้อุปกรณ์ ผังการเดินสายไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ใบเสร็จ/ใบมัดจำมิเตอร์ จัดใส่แฟ้มเรียบร้อย รวมถึงกุญแจทุกชนิดพร้อมป้ายถาวรและรายละเอียดลูกกุญแจตรงกับแม่กุญแจ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

รายการมาตรฐาน
งานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วม และระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
สํานักการระบายน้ํา
กรุงเทพมหานคร
(นายวีรยุทธ เมธยาภา) วิศวกรโยธาชํานาญการ กลุ่มงานพัฒนาระบบระบายน้ํา กองพัฒนาระบบหลัก สํานักการระบายน้ํา
คํานํา
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา ปี พ.ศ. 2557
เล่มนี้เป็นเอกสารที่จัดทําขึ้น เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงในการออกแบบ และก่อสร้าง ระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ําของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สถานีสูบน้ํา ประตูระบายน้ํา เขื่อน เครื่องเก็บขยะอัตโนมัติ ฯลฯ โดยสํานักการระบายน้ํา ทําการปรับปรุงรายการมาตรฐานเล่มเดิม พ.ศ. 2549 ให้มีเนื้อหาที่เป็นปัจจุบัน ก้าวทันกับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีและงานทางด้านวิชาการ ที่เปลี่ยนแปลงเจริญรุดหน้าไปจากเดิมอย่างรวดเร็ว รวมทั้งได้นําข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ที่เป็นประโยชน์จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีประสบการณ์ในด้านงานก่อสร้างทั้งจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน มาประมวลร่วมกัน เพื่อให้รายการมาตรฐานฉบับนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
สํานักการระบายน้ํา หวังว่ารายการมาตรฐานฉบับนี้จะช่วยให้มาตรฐานและคุณภาพ
ของงานก่อสร้างของกรุงเทพมหานครดีขึ้น
และหวังว่ารายการมาตรฐานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์
สําหรับหน่วยงานราชการและภาคเอกชนที่สนใจนําไปใช้ในการดําเนินการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องต่อไป

(นายอดิศักดิ์ ขันตี)
ผู้อํานวยการสํานักการระบายน้ํา
สารบัญ
หน้า
คํานํา
บทที่ 1 การดําเนินงานทั่วไป
1.1 รายการทั่วไป
1.2 สัญลักษณ์และอักษรย่อ
1.3 ค่าใช้จ่ายอันพึงมี
บทที่ 2 วัสดุก่อสร้าง
2.1 การเตรียมวัสดุ
2.2 งานดิน
2.3 งานคอนกรีตและงานคอนกรีตเสริมเหล็ก
2.4 สารเคมีผสมเพิ่มสําหรับคอนกรีต (Chemical Admixtures of Concrete)
2.5 สารกระจายกักฟองอากาศสําหรับคอนกรีต (Air – Entraning Admixtures
for Concrete)
2.6 สารเคมีผสมเพิ่มสําหรับทําคอนกรีตไหล (Chemical Admixtures for Producing Flowing
Concrete)
2.7 งานเข็มพืดเหล็ก
2.8 งานเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ
2.9 เหล็กโครงสร้างพิเศษ
2.10 แผ่นยางรองสะพาน ( Bridge Bearing Pad)
1
1
10
12
13
13
13
14
14
21
22
22
23
24
25
26
2.11 วัสดุอุดรอยต่อ (Joint Filler)
27
2.12 วัสดุทารอยต่อ (Joint Primer)
28
2.13 แผ่นใยใส่รอยต่อคอนกรีต (Preformed Elastic Filler)
28
2.14 แผ่นกันน้ํา (Water Stop)
2.15 วัสดุยารอยต่อ (Joint Sealant)
บทที่ 3 การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง
3.1 การควบคุมคุณภาพของวัสดุก่อสร้าง
3.2 การควบคุมคุณภาพของงานดิน 3.3 การควบคุมคุณภาพของคอนกรีต
3.4. การนําส่งวัสดุเพื่อทดสอบ
3.5 การส่งตัวอย่างทดสอบที่โรงงานผู้ผลิต
28
29
31
31
31
33
34
35
3.6 การควบคุมฝีมือช่าง รูปลักษณะสิ่งก่อสร้าง ความมั่นคงแข็งแรง และวิธีการทํางาน
36
บทที่ 4 เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
4.1 ทั่วไป
4.2
ขนาดคุณสมบัติ และการใช้งาน
4.3 คอนกรีต
4.4 เหล็กเสริมสําหรับคอนกรีตอัดแรง
4.5 เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง รับโมเมนต์ดัด
4.6 เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง รับแรงตามแนวแกน
4.7 การกําหนดจุดยกและการขนส่ง
4.8 ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้
4.9 มาตรฐานโรงงานผลิต
4.10 วิธีการก่อสร้าง
4.11 การวัดปริมาณงานและการจ่ายค่างาน
บทที่ 5 เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก
5.1 ทั่วไป
5.2 ขนาด คุณสมบัติ และการใช้งาน
5.3 คอนกรีต
5.4 เหล็กเสริมคอนกรีต
5.5 เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กหล่อสําเร็จ (Precast Reinforced Concrete Pile) 5.6 เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กหล่อสําเร็จแบบแรงเหวี่ยง (Reinforced Spun
Concrete Piles)
5.7 งานเสาเข็มเจาะหล่อแบบแห้ง (Bored Pile by Dry Process)
5.8 งานเสาเข็มเจาะหล่อแบบเปียก (Bored Pile by Wet Process)
บทที่ 6 งานฐานราก เข็มพืดเหล็ก และโครงสร้างพิเศษ
6.1 นั่งร้าน
6.2 งานก่อสร้างทํานบชั่วคราวปิดกั้นคลอง
6.3 การขุดดินและถมดินเพื่อการก่อสร้าง
6.4 งานเข็มพืดเหล็ก
6.5 เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ
6.6 เหล็กโครงสร้างพิเศษ
6.7 เสาเข็มคอนกรีต
6.8 งานคอนกรีตหยาบ
6.9 คอนกรีต
37
37
37
37
38
38
38
39
39
39
39
42
45
45
45
45
46
46
46
47
51
57
57
57
58
59
59
59
59
60
680
60
6.10 งานเหล็กเสริมคอนกรีต
6.11 งานคอนกรีตอัดแรง 6.12 สะพานเบี่ยง
บทที่ 7 งานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก
7.1 งานทั่วไป
7.2 วัสดุ
7.3 การเก็บรักษาวัสดุ
7.4 ข้อกําหนดในการใช้วัสดุ
บทที่ 8 งานสุขาภิบาลสําหรับอาคาร
8.1 การดําเนินงานทั่วไป
8.2 ชนิด ขนาด และการต่อท่อชนิดต่าง ๆ
60
60
60
61
61
61
61
61
67
67
67
8.3
การยึดท่อ
69
8.4 การทดสอบ
8.5
การทําความสะอาด
8.6 บ่อเกรอะ บ่อซึม บ่อพัก บ่อดักไขมัน และท่อระบายน้ํา
8.7
การขอมิเตอร์ประปา
บทที่ 9 งานสีและสีกันสนิม
69
69
69
69
71
9.1 ขอบเขตของงานสี
71
9.2 ข้อปฏิบัติทั่วไป
9.3 ประเภทของสี
9.4 การเตรียมงานและรองพื้น
9.5 สีพลาสติกอิมัลชั่น (สีน้ํา สีพลาสติก)
9.6 สีน้ํามัน
71
71
71
72
73
9.7 น้ํามันวานิช ชนิดเงา ซาติน และด้าน และอื่น ๆ
73
9.8 น้ํามันทีคออยส์
9.9 สีซีเมนต์ (สีน้ําปูน)
9.10 การเคลือบผิวโลหะโดยวิธีชุบสังกะสี (Hot - Dip Galvanizing)
73
74
74
9.11 ส่วนที่ไม่ทาสี
บทที่ 10 งานเขื่อน
10.1 งานทั่วไป
77
79
79
10.2 วัสดุและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ
81
10.3 การทดสอบ
10.4 ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้
10.5 การปรับปรุงคุณภาพดินเหนียวอ่อน ด้วยวิธี Jet Mixing
บทที่ 11 ประตูระบายน้ําชนิดล้อเลื่อน (Roller Gate) และ มาตรฐานเครื่องกว้าน (Winches)
11.1 ลักษณะทั่วไป
11.2 วัสดุ
11.3 ระบบขับเคลื่อน
81
81
82
87
87
87
88
90
90
90
91
93
93
93
94
96
96
96
96
97
97
97
98
99
1 2 2 2 2 5 5 5 8 20
11.4 ความประณีตของงานโลหะ
11.5 การเคลือบผิวโลหะของประตูระบายน้ําและระบบขับเคลื่อน
11.6 การทดลองเปิด-ปิด
11.7 การส่งมอบงาน
บทที่ 12 ประตูระบายน้ําชนิด Sliding Guide และ มาตรฐานระบบขับเคลื่อน Actuators
12.1. ลักษณะทั่วไป
12.2 วัสดุ
12.3 ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและมือหมุน
12.4 ความประณีตของงานโลหะ
12.5 ผิวโลหะของส่วนประกอบประตูระบายน้ําและระบบขับเคลื่อน
12.6 การทดลองเปิด – ปิด
12.7 เมื่อติดตั้งและส่งมอบงาน
บทที่ 13 เครื่องสูบน้ําชนิดจุ่ม (Submersible Pump) พร้อมตู้ควบคุมอุปกรณ์
13.1 ภาวะการใช้งาน
13.2 มาตรฐานที่ใช้
13.3 แบบและเอกสาร
13.4 รายละเอียดเครื่องสูบน้ําและอุปกรณ์
13.5 อุปกรณ์อื่น
13.6 การติดตั้งเครื่องสูบน้ําและอุปกรณ์
13.7 การทดสอบคุณภาพ
13.8 การแนะนําการใช้เครื่องสูบน้ําและการซ่อมบํารุง
13.9 การทํางานของเครื่องสูบน้ํา
13.10 การรับประกัน
13.11 ท่อเหล็กเหนียว และท่อเหล็ก Column Pipe
104
104
104
105
105
105
106
บทที่ 14 ประตูน้ําชนิดกันน้ําไหลย้อนกลับ (Flap Gate)
14.1 ลักษณะทั่วไป
14.2 วัสดุ
14.3 ความประณีตของงานโลหะ
14.4 ความแข็งแรง
14.5 ผิวโลหะของส่วนประกอบประตูน้ํา
14.6 Counter Weight
บทที่ 15 รายการเครื่องเก็บขยะอัตโนมัติ (Automatic Trash Removal Equipment)
15.1 ลักษณะทั่วไป
15.2 ส่วนประกอบที่สําคัญของเครื่องเก็บขยะ ประกอบด้วย
15.3 คุณสมบัติของเครื่องเก็บขยะอัตโนมัติ
15.4 คุณสมบัติเครื่องลําเลียงขยะแนวนอน มีดังต่อไปนี้
15.5 คุณสมบัติเครื่องลําเลียงขยะแนวเอียง มีดังต่อไปนี้ 15.6 ส่วนประกอบของเครื่องเก็บขยะอัตโนมัติ
15.7 ความประณีตของงานโลหะ
15.8 ความแข็งแรง
15.9 งานเคลือบสีกันสนิม
15.10 ข้อกําหนดทั่วไป
15.11 ระบบควบคุมเครื่องเก็บขยะอัตโนมัติ 15.12 การทดสอบเครื่องเก็บขยะอัตโนมัติ
บทที่ 16 เครนไฟฟ้า (Crane)
16.1 ลักษณะทั่วไป
16.2 ลักษณะเฉพาะ 16.3 ข้อกําหนดเฉพาะการติดตั้ง
16.4 อุปกรณ์อื่น ๆ
บทที่ 17 งานระบบไฟฟ้า
17.1 ทั่วไป
17.2 ระบบไฟฟ้า
109
109
109
110
110
110
110
111
111
111
113
116
117
119
119
119
120
120
121
121
123
123
124
128
128
129
129
132
ภาคผนวก ก ระเบียบว่าด้วยการติดตั้งเครื่องหมายและสัญญาณสําหรับงานจัดซ่อมถนนและงาน 177
สาธารณูปโภคของหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ สํานักงานคณะกรรมการป้องกัน
อุบัติภัยแห่งชาติ สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ภาคผนวก ข ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ในการก่อสร้างอาคารและ
สาธารณูปโภค ฉบับลงวันที่ 23 กันยายน 2539
ภาคผนวก ค ข้อกําหนด การติดตั้งรั้วกั้นบริเวณก่อสร้างในที่สาธารณะ คําสั่งแต่งตั้งคณะทํางาน จัดทํารายการมาตรฐานงานก่อสร้าง พ.ศ.2557
215
233
247
1.1 รายการทั่วไป
บทที่ 1
การนําเนินงานทั่วไป
รายการมาตรฐานนี้ให้เรียกว่า “รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วม และระบบ
ระบายน้ํา พ.ศ. 2557”
1.1.1 การวิเคราะห์ศัพท์
1.1.1.1 ผู้ว่าจ้าง หมายถึง กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็น ผู้ตกลงว่าจ้าง “ผู้รับจ้าง” ให้ปฏิบัติการงานใด ๆ แทนผู้ว่าจ้างรวมถึงเจ้าหน้าที่ ของกรุงเทพมหานคร ซึ่ง ได้รับมอบหมายตามระเบียบแบบแผนของทางราชการให้ปฏิบัติราชการในนามของผู้ว่าจ้างด้วย
1.1.1.2 ผู้รับจ้าง หมายความถึง บุคคลหรือคณะบุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งเป็น คู่สัญญากับผู้ว่าจ้าง รวมถึงตัวแทน ลูกจ้าง บริวารและบุคคลอื่น ๆ ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้รับจ้างให้ ปฏิบัติงานต่าง ๆ ตามสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร หรือผู้รับช่วงสิทธิ์ที่ได้รับความยินยอมจากผู้ว่าจ้าง แล้ว นอกจากในข้อความที่กล่าวถึงจะระบุอย่างชัดเจนถึงตัวผู้รับจ้าง โดยเฉพาะ
1.1.1.3 งานก่อสร้าง หมายความถึง งานที่ผู้รับจ้างมีพันธะกรณีที่จะต้องปฏิบัติให้ เป็นไปตามสัญญาจ้าง
1.1.1.4 ผู้ออกแบบ หมายความถึง วิศวกร สถาปนิก นายช่างหรือช่าง ของฝ่ายผู้ ว่าจ้าง ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการพิจารณา ออกแบบ คํานวณโครงสร้าง กําหนดรายการของงานก่อสร้าง และ ผู้ที่ได้รับมอบหมายตามระเบียบแบบแผนของทางราชการไม่ว่าจะเป็นประจําหรือเป็นครั้งคราว รวมถึง
ผู้บังคับบัญชาตามสายงานของผู้ออกแบบ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการนั้นด้วย
1.1.1.5 คณะกรรมการตรวจการจ้าง หมายความถึง คณะกรรมการตรวจการจ้างซึ่งได้รับ มอบหมายตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ให้เป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบรายงานการปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้าง และเหตุการณ์แวดล้อมที่ผู้ควบคุมงานรายงาน โดยตรวจสอบให้เป็นไปตามแบบรูปรายการ ก่อสร้าง ข้อตกลงในสัญญาจ้าง และระเบียบราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
1.1.1.6 ผู้ควบคุมงาน หมายความถึง ผู้ควบคุมงานซึ่งได้รับมอบหมายตามระเบียบ แบบแผนของทางราชการให้เป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจและควบคุมงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบรูป รายการก่อสร้าง ข้อตกลงในสัญญาจ้าง และระเบียบราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องรวมถึงผู้บังคับบัญชาตามสายงาน ของผู้ควบคุมงาน ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการนั้นด้วย
1.1.1.7 แบบรูป หมายความถึง แบบแปลนรายละเอียดซึ่งระบุถึง แผนผังรูปร่าง ขนาด ลักษณะ จํานวนและรายการก่อสร้างของงานต่าง ๆ สําหรับงานก่อสร้างที่ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติให้
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
เป็นไปตามที่กําหนดไว้ รวมทั้งการแก้ไขใด ๆ ในแบบแปลนดังกล่าวนั้น โดยได้รับความเห็นชอบจาก ผู้ออกแบบ ทั้งนี้ให้รวมถึงแบบแปลนเพิ่มเติมที่ได้กระทําขึ้นก่อนหรือในระหว่างการก่อสร้าง โดยได้รับ ความเห็นชอบจากผู้ออกแบบเพื่อดัดแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติมรายละเอียดเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน
ก่อสร้างตามสัญญางานนั้น ๆ
1.1.1.8 รายการก่อสร้างเฉพาะงาน หมายความถึง รายการก่อสร้างซึ่งผู้ออกแบบได้ กําหนดไว้เป็นการเฉพาะสําหรับงานก่อสร้าง และการแก้ไขใด ๆ ในรายการก่อสร้างดังกล่าวนั้นต้อง ได้รับความเห็นชอบจากผู้ออกแบบ ทั้งนี้รวมถึงรายการก่อสร้างเพิ่มเติมที่ได้กระทําขึ้นก่อนหรือใน ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อดัดแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติมรายละเอียดเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของงานก่อสร้าง
1.1.1.9 รายการมาตรฐาน หมายความถึง รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบ ป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557 ที่กําหนดเกี่ยวกับลักษณะและขอบเขตของงาน รายการ ก่อสร้าง วัสดุที่จะนํามาใช้ และวิธีการก่อสร้าง ตลอดจนรายละเอียดอื่น ๆ ซึ่งไม่อาจกําหนดไว้ให้หมดได้ ในแบบแปลน รายการมาตรฐานนี้จะต้องใช้ควบคู่ไปกับแบบแปลนและข้อกําหนดเฉพาะงาน
1.1.1.10 รายการก่อสร้าง หมายความถึง รายการก่อสร้างเฉพาะงานและรายการมาตรฐาน 1.1.1.11 ระยะเวลาตามสัญญา หมายความถึง ระยะเวลา (เป็นจํานวนวันหรือเดือน ตามปีปฏิทินสากล) ที่แสดงไว้ในหนังสือเสนอราคาให้เป็นเวลาสําหรับการทํางานตามสัญญาให้แล้วเสร็จ
1.1.2 ขอบข่ายของสัญญาจ้าง
1.1.2.1 งานก่อสร้างตามสัญญาจ้างต้องเป็นไปตามแบบรูปและรายการก่อสร้าง ซึ่ง
ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างได้ลงลายมือชื่อในฐานะคู่สัญญาและยอมรับเป็นส่วนหนึ่งแห่งสัญญาจ้าง
1.1.2.2 ผู้รับจ้างได้ตรวจดูสถานที่ก่อสร้าง รายละเอียดสัญญาข้อกําหนดพิเศษต่าง ๆ รวมทั้งแบบรูปและรายการก่อสร้างทุกฉบับโดยตลอด และเข้าใจความหมาย โดยแจ้งชัดแล้วจะแสดงการ ไม่รับรู้สภาพใด ๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติงานตามสัญญานี้ไม่ได้
1.1.2.3 ในกรณีที่แบบรูปและรายการก่อสร้างเฉพาะงานมีส่วนขัดแย้งกันให้ถือ ปฏิบัติตามรายการก่อสร้างเฉพาะงาน ถ้าแบบรูปและรายการมาตรฐานขัดแย้งกัน ให้ถือปฏิบัติตามแบบรูป
หากมีข้อขัดแย้งนอกเหนือจากที่กล่าวแล้วให้ถือปฏิบัติตามข้อยุติของผู้ออกแบบ
1.1.2.4 งานปลีกย่อยส่วนใดที่มิได้ระบุไว้ในแบบรูปและรายการก่อสร้างแต่มี
ความจําเป็นต้องกระทําเพื่อให้งานก่อสร้างสําเร็จไปโดยเรียบร้อยตามหลักวิชาช่างที่ดีและ/หรือเพื่อให้
งานก่อสร้างบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ หรือมีคําวินิจฉัยของผู้ออกแบบให้แก้ไขเกี่ยวกับแบบรูปและรายการ ก่อสร้างแล้ว ผู้รับจ้างสัญญาว่าจะยินยอมทํางานนั้น ๆ ให้แล้วเสร็จเรียบร้อยโดยไม่คิดค่าจ้างเพิ่มเติมจากที่ ได้ตกลงกันไว้ตามสัญญาจ้าง ผู้ควบคุมงานมีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบแปลนต่าง ๆ หรือดูลักษณะ ของงานที่อาจเห็นว่าจําเป็นระหว่างการดําเนินงานเพื่อที่จะให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามสัญญาจ้างและการ
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
แก้ไขใหม่เหล่านั้นจะไม่ถือว่าเป็นการสละเงื่อนไขใด ๆ ของสัญญา อีกทั้งจะไม่ทําให้บทบัญญัติใด ๆ ใน สัญญานั้นใช้ไม่ได้ ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ในการเพิ่มหรือลดจํานวนปริมาณงานที่กําหนดไว้ในสัญญา รายการก่อสร้าง หรือใบแจ้งปริมาณงานที่กําหนดไว้ในสัญญารายการก่อสร้าง หรือใบแจ้งปริมาณงานและ ราคานั้น ซึ่งเป็นจํานวนโดยประมาณเท่านั้น จํานวนปริมาณงานที่แท้จริงอาจจะมีมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้
ซึ่งผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามราคาต่อหน่วยของงานแต่ละรายการที่ได้ทําเสร็จจริง โดย
ราคาต่อหน่วยจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากที่กําหนดไว้ในสัญญา
1.1.2.5 การที่ผู้ว่าจ้างแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจการจ้าง และ/หรือผู้ควบคุมงาน เพื่อกํากับตรวจสอบการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะยกขึ้นเป็นเหตุอ้างเพื่อปฏิเสธ หรือขอผ่อนภาระความรับผิดชอบที่ผู้รับจ้างจึงมีตามสัญญาจ้างหาได้ไม่
1.1.3 หน้าที่และความรับผิดชอบของคู่สัญญา
1.1.3.1 ในส่วนที่เกี่ยวกับงานก่อสร้าง เรื่องแนวและระดับที่ผู้รับจ้างจะต้อง ดําเนินการมีรายละเอียด ดังนี้
หมุดระดับมาตรฐาน หมายความถึง หมุดหลักฐานทางดิ่งในบริเวณกรุงเทพมหานคร
จัดทําโดยสํานักการโยธา กรุงเทพมหานคร
หมุดแนวเขตที่ดิน หมายความถึง หมุดที่แสดงขอบเขตที่ดิน หรือขอบเขต ที่สาธารณะ
บริเวณงานก่อสร้าง
หมุดแนว หมายความถึง หมุดที่แสดงขอบเขตงานก่อสร้าง
หมุดอ้างอิง หมายความถึง หมุดที่ทําการถ่ายค่าระดับจากหมุดระดับมาตรฐาน
หมุดอื่นๆ หมายความถึง หมุดที่ผู้ว่าจ้างจะกําหนดเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการก่อสร้าง 1.1.3.2 ผู้ควบคุมงานจะเป็นผู้กําหนดหมุดระดับมาตรฐานที่จําเป็นให้ผู้รับจ้างเพื่อ
ดําเนินการกําหนดแนวและระดับแสดงตําแหน่งของงานทุกช่วง นับจากจุดเริ่มต้นไปจนถึงสิ้นสุดความ
ยาวที่จะทําการก่อสร้างเป็นหน้าที่ผู้รับจ้างที่จะต้องดูแลรักษาหมุดดังกล่าวไม่ให้เกิดความเสียหาย
เปลี่ยนแปลง ตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง ในการตรวจรับมอบงานของคณะกรรมการตรวจการจ้างจะใช้
หมุดมาตรฐานที่ผู้ควบคุมงานกําหนดให้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบเท่านั้น
ในกรณีที่หมุดแนวเขตที่ดินไม่สามารถตรวจสอบได้ และจะต้องให้สํานักงานที่ดินเป็น
ผู้ตรวจสอบ โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการนี้ทั้งหมด
1.1.3.3 สิ่งใดที่สงสัยว่าจะมีการคลาดเคลื่อน ผู้รับจ้างจะต้องเสนอขอรับความ เห็นชอบจากผู้ว่าจ้างเป็นผู้วินิจฉัยให้ โดยผู้ว่าจ้างจะถือเอาความถูกต้องในวิชาช่างและความเหมาะสม เป็นหลักในการปฏิบัติ หากปรากฏว่าแบบรูปหรือรายการก่อสร้างส่วนใดส่วนหนึ่งคลาดเคลื่อน ผู้รับจ้าง จะต้องทําการแก้ไขและดําเนินการก่อสร้างตามคําแนะนําของผู้ว่าจ้างทันทีในเมื่อการแก้ไขนั้นไม่ผิดไป
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
3
จากรายการก่อสร้างสําคัญในแบบรูปและรายการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องยอมทํางานนั้น ๆ ให้เสร็จ เรียบร้อยโดยไม่คิดเงินเพิ่มจากที่กําหนดไว้ในสัญญา
1.1.3.4 สิ่งใดที่ได้กําหนดไว้ในแบบรูปหรือรายการก่อสร้างแล้ว แต่ในทางปฏิบัติงาน ผู้ออกแบบไม่อาจระบุไว้ได้ครบถ้วน เช่น ความอ่อนแก่ของสี การติดตั้ง รูปร่างลักษณะ และสิ่งปลีกย่อย ต่าง ๆ ตลอดจนภาพขยายรายละเอียด (Shop Drawing) ผู้ออกแบบของผู้ว่าจ้างจะชี้แจงอธิบายรายละเอียด ให้ขณะทําการก่อสร้าง การชี้แจงรายละเอียดนี้ถือเป็นส่วนประกอบของแบบรูปและรายการก่อสร้างครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้การชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวมิใช่เป็นการเพิ่ม ลดหรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียดปริมาณงานการ
ก่อสร้างแต่อย่างใดทั้งสิ้น แต่เป็นการชี้แจงรายละเอียดให้เข้าใจชัดเจนเพื่อกําหนดให้งานที่ทําการ
ก่อสร้างถูกต้องสมบูรณ์ทุกประการและการเสนอรายละเอียดหรือแบบรูปต่าง ๆ เพื่อขอความเห็นชอบ หรือเพื่อใช้ในงานก่อสร้างชั่วคราว ต้องมีวิศวกรผู้รับผิดชอบลงนามกํากับในเอกสารทุกรายการ อนึ่ง ให้ ถือเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องวางแผนงาน และเสนอภาพขยายรายละเอียด (Shop Drawing) เพื่อขอรับ ความเห็นชอบและข้อแนะนําจากผู้ออกแบบรายการก่อสร้างของผู้ว่าจ้างในระยะเวลาอันสมควรเพื่อมี
เวลาเตรียมงานหรือสิ่งของได้ทันกับเวลาที่จะใช้ในการดําเนินการตามสัญญา
1.1.3.5 ค่าใช้จ่ายใด ๆ อันจะพึงมีจากการที่จะต้องจ้างเจ้าหน้าที่ตํารวจ เพื่อพิทักษ์ ทรัพย์สินหรือสิ่งของใด ๆ หรือเพื่ออํานวยความปลอดภัยใด ๆ อันเนื่องจากการก่อสร้าง ผู้รับจ้างมีหน้าที่ จัดจ้างและจ่ายเงินค่าจ้างเองทั้งสิ้น
1.1.3.6 ให้ผู้รับจ้างจัดทําป้ายประกาศต่าง ๆ มีข้อความประกาศ และมีจํานวนตามที่ผู้ ควบคุมงานกําหนด ติดตั้งไว้ ณ บริเวณสถานที่ก่อสร้าง และจะต้องดูแลรักษาไม่ให้เกิดการเสียหาย หรือ เกิดการลบเลือนของข้อความที่ประกาศตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง
1.1.3.7 ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีสถานที่ทําการตั้งอยู่ภายในหรือใกล้เคียงกับบริเวณ ก่อสร้างสําหรับผู้ควบคุมงาน กรรมการตรวจการจ้าง ผู้ตรวจงาน พร้อมจัดหาสิ่งของที่จําเป็นเช่น โต๊ะทํางาน เก้าอี้ เครื่องใช้สํานักงาน ฯลฯ รวมทั้งการจัดให้มีห้องน้ํา ห้องส้วมที่ถูกสุขลักษณะภายในสถานที่ทําการ ดังกล่าว ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
1.1.3.8 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแต่ฝ่ายเดียวต่ออุบัติภัยและความเสียหายใด ๆ
อันเกิดแก่ทรัพย์สินและ/หรือบุคคลซึ่งเป็นผลจากการกระทําของผู้รับจ้าง ทั้งนี้ไม่ว่าอุบัติภัยหรือความ เสียหายนั้นจะเกิดขึ้นแก่ฝ่ายผู้รับจ้าง ฝ่ายผู้ว่าจ้าง หรือบุคคลภายนอกก็ตาม การละเลยหรืองดเว้นสิ่งที่ ผู้รับจ้าง พึงกระทําเพื่อป้องกันอุบัติภัยและความเสียหายในการก่อสร้าง ให้ถือว่าเป็นการกระทําของผู้รับจ้างด้วย
1.1.3.9 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแต่ฝ่ายเดียวต่อการชํารุดเสียหายที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับ สิ่งสาธารณูปโภคทั้งปวง รวมทั้งทรัพย์สินอื่น ทั้งที่เป็นของทางราชการและของเอกชนอันเกิดจากการกระทํา ของผู้รับจ้างไม่ว่าจะโดยจงใจหรือโดยประมาทเลินเล่อก็ตาม
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
ในกรณีที่เกิดการชํารุดเสียหายแก่สิ่งดังกล่าวในวรรคก่อน ผู้รับจ้างจะต้อง
ชดใช้เงิน หรือต้องทําการบูรณะซ่อมแซม หรือทําขึ้นใหม่ให้กลับคืนสภาพดีตามเดิมโดยเร็วและจะต้อง แล้วเสร็จก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากผู้รับจ้างเพิกเฉยหรือบิดพลิ้ว ไม่ดําเนินการ หรือผู้ว่าจ้างเห็นว่าผู้ รับจ้างกระทําการล่าช้า ผู้ว่าจ้างจะเข้าดําเนินการดังกล่าวแทนโดยผู้รับจ้างจะต้องออกเงินค่าใช้จ่ายในการนี้ ทั้งหมด หรือผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างเสียก็ได้พร้อมทั้งมีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายอื่น ๆ ด้วย
1.1.3.10 สิ่งสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่กีดขวางการก่อสร้างและมีความจําเป็น ต้อง เคลื่อนย้ายให้พ้นออกไป ให้ผู้รับจ้างรีบแจ้งผู้ว่าจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อผู้ว่าจ้างจะได้พิจารณา
ช่วยเหลือติดต่อขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการย้ายให้
1.1.3.11 ผู้รับจ้างต้องอํานวยความสะดวกในการจราจรระหว่างการก่อสร้าง ตลอดเวลา และจะต้องติดตั้งเครื่องหมายการจราจร สัญญาณป้องกันอันตรายต่าง ๆ ให้ถูกต้องตาม กฎหมายและระเบียบข้อบังคับของทางราชการ ตลอดจนคําสั่งของเจ้าพนักงานจราจรทุกประการ โดย ผู้รับจ้างจะต้องดูแลรักษาไว้ตลอดเวลาการดําเนินการ หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดดังกล่าว ผู้
ควบคุมงานมีสิทธิ์สั่งการให้หยุดการทํางานไว้ก่อนจนกว่าผู้รับจ้างจะปฏิบัติตามข้อกําหนดดังกล่าวนี้
1.1.3.12 ผู้รับจ้างให้สัญญาว่าโรงงานชั่วคราว หรือวัสดุก่อสร้าง หรือการจอด
รถยนต์ ผู้รับจ้างจะไม่ทําให้กีดขวางการสัญจรของประชาชนและยานพาหนะที่ผ่านไปมาและเมื่อเลิกงาน แล้วผู้รับจ้างจะต้องเก็บเครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องทุ่นแรง ยานพาหนะ อุปกรณ์การก่อสร้างไว้ภายใน บริเวณที่กําหนดเท่านั้น
1.1.3.13 ถ้าระหว่างการก่อสร้างนั้นยังมิได้ปิดถนน ตรอก ซอย ให้เป็นหน้าที่ของ ผู้รับจ้างต้องทําการบํารุงรักษาซ่อมแซม ถนน ตรอก ซอยในบริเวณที่ก่อสร้างให้อยู่ในสภาพดี
1.1.3.14 ผู้รับจ้างต้องหาทางป้องกันมิให้ดิน ทราย หิน หรือวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ตกลงใน บ่อพักหรือท่อระบายน้ําเป็นอันขาด และถ้ามีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ผู้รับจ้างต้องรีบจัดการ กวัสดุดังกล่าวขึ้นจากบ่อพักหรือท่อระบายน้ําให้หมดสิ้นโดยไม่ชักช้าในกรณีที่เป็นคูคลอง ช่วงที่ผู้รับจ้าง
ต้องดําเนินการก่อสร้างเขื่อน ให้ผู้รับจ้างเปิดทางระบายน้ําให้สามารถระบายน้ําได้โดยสะดวกตลอดเวลา หากบิดพลิ้วผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ไม่ตรวจรับ การส่งมอบงานงวดนั้นๆ
1.1.3.15 การขุดดินเพื่อวางท่อระบายน้ํา ซึ่งอาจทําให้ถนนหรือทางเท้าชํารุดนั้น ผู้รับจ้างต้องดําเนินการทํากําแพงกันดินชั่วคราว เพื่อป้องกันการทรุดและดินที่ขุดขึ้นมาต้องไม่กองรุกล้ําผิว
จราจร ในกรณีที่ไม่มีสถานที่กองให้ผู้รับจ้างรีบจัดการขนย้ายไปทันที
1.1.3.16 การซ่อมแซมบูรณะทางเท้าที่ชํารุด เศษวัสดุที่รื้อถอนออก ห้ามมิให้ผู้รับจ้าง กองไว้เป็นการกีดขวางการสัญจร หากไม่มีความจําเป็นต้องใช้ ผู้รับจ้างต้องจัดการขนย้ายไปให้พ้น บริเวณก่อสร้างทันที สําหรับวัสดุก่อสร้างบางอย่างที่จําเป็นต้องใช้ เช่น หินทราย ผู้ว่าจ้างอนุญาตให้กองบน ทางเท้าได้ แต่ผู้รับจ้างต้องจัดทําคอกใส่ โดยไม่กีดขวางการสัญจรไปมา
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
5
1.1.3.17 โรงงานชั่วคราวและวัสดุก่อสร้างทั้งหมด เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องรื้อ ถอนขนย้ายให้หมดสิ้นภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการตรวจรับการจ้างได้ตรวจรับงานหรือตรวจ รับสภาพงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากผู้รับจ้างไม่อาจดําเนินการให้เสร็จสิ้นภายในกําหนดระยะเวลาดังกล่าว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ที่เข้ารื้อถอนขนย้ายเอง โดยคิดค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายในการดําเนินการจากผู้รับจ้างได้
ทั้งสิ้น
1.1.3.18 งานก่อสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กทุกประการ ให้ถือวันแล้วเสร็จสมบูรณ์ เมื่อได้มีการบ่มคอนกรีตครบ 7 วัน นับตั้งแต่วันงานเสร็จเรียบร้อย
1.1.3.19 ให้ผู้รับจ้างเก็บวัสดุและอุปกรณ์การก่อสร้างที่อยู่ในคลอง เช่นนั่งร้าน เป็นต้น ให้แล้วเสร็จก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย
1.1.3.20 เอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บํารุงรักษาสิ่งก่อสร้างนี้ เช่นคู่มือการ ใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ผังการเดินสายไฟฟ้า ประปา และโทรศัพท์ ใบเสร็จหรือใบมัดจํามิเตอร์ไฟฟ้า ประปา เป็นต้น ต้องส่งมอบให้ผู้ว่าจ้างเมื่อทําการส่งมอบงาน โดยจัดใส่แฟ้มให้เรียบร้อย
1.1.3.21 กุญแจต่าง ๆ ผู้รับจ้างต้องจัดทําป้ายถาวรและแจ้งรายละเอียดกับลูกกุญแจ ให้ตรงกับแม่กุญแจทุกชนิด และต้องส่งมอบให้ผู้ว่าจ้างทั้งหมดทันทีเมื่อผู้รับจ้างรับมอบงานแล้ว อนึ่ง ใน ระหว่างที่ยังมิได้ทําการรับมอบงาน ลูกกุญแจเหล่านี้จะต้องอยู่ในความดูแลรักษาของผู้รับจ้างอย่างดี และ ห้ามจําลองลูกกุญแจเหล่านี้ โดยเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้นหากผู้รับจ้างทําลูกกุญแจหาย ผู้รับจ้างจะต้อง เปลี่ยนกุญแจชุดใหม่ และจะคิดเงินเพิ่มอีกไม่ได้
1.1.3.22 ในกรณีที่ผู้รับจ้างมีความประสงค์จะขอต่ออายุสัญญา หรือขออุทธรณ์การต่อ อายุสัญญา ให้ยื่นคําร้องเป็นลายลักษณ์อักษรแสดงเหตุผลแห่งการนั้น พร้อมทั้งหลักฐานต่าง ๆ (ถ้ามี) โดยยื่นที่กองกลาง สํานักปลัดกรุงเทพมหานคร ภายในระยะเวลาดังต่อไปนี้
(1) การต่ออายุสัญญา ให้ยื่นคําร้องต่อผู้ว่าจ้างก่อนสิ้นสุดสัญญาหรืออย่างช้าไม่
เกิน 15 วัน นับแต่วันสิ้นสุดสัญญา
(2) การขออุทธรณ์การต่ออายุสัญญา ให้ยื่นคําร้องต่อผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครภายในเวลาไม่เกิน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบการพิจารณาต่ออายุสัญญา
การยื่นคําร้องขอต่ออายุสัญญาหรือขออุทธรณ์การต่ออายุสัญญาที่ยื่นเกิน
กําหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้รับจ้างสละสิทธิ์ในการต่ออายุสัญญา
1.1.3.23 ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือบางส่วนแห่งสัญญาไปจ้างช่วงอีกต่อ หนึ่งโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างก่อน ทั้งนี้นอกจากในกรณีที่สัญญานี้จะได้ระบุไว้เป็น
อย่างอื่น ความยินยอมดังกล่าวนั้นไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิดหรือพันธะหน้าที่ตามสัญญา นี้ และผู้รับจ้างจะยังคงต้องรับผิดในความผิด และความประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้างช่วง หรือของตัวแทน หรือลูกจ้างของผู้รับจ้างช่วงนั้นทุกประการ
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
1.1.3.24 งานบกพร่องใด ๆ ไม่ว่าเกิดจากฝีมือไม่ดี ใช้วัสดุที่ด้อยคุณภาพความ เสียหายจากความไม่ระมัดระวังหรือเหตุอื่นใดที่พบว่ามีอยู่ก่อนสิ้นสุดการค้ําประกันตามระยะเวลาใน สัญญา ให้รื้อถอนในทันทีและให้ทําใหม่โดยการทํางานและวัสดุที่ใช้ให้เป็นไปตามข้อกําหนด และ รายการก่อสร้างหรือแก้ไขโดยวิธีอื่น ในลักษณะที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบและอนุญาตให้ทําได้ ข้อกําหนด ดังกล่าวนี้ให้มีผลบังคับอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องคํานึงว่างานบกพร่องดังกล่าวข้างต้นนั้นได้ทําโดยที่ ผู้
ควบคุมงานได้รู้แล้วและข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ควบคุมงานที่รับผิดชอบ อาจมองข้ามความบกพร่องดังกล่าวไป ก่อนหน้านั้น หากเป็นการยอมรับส่วนหนึ่งส่วนใดของงานนั้นไม่
1.1.3.25 การดําเนินการก่อสร้างใดๆ เพื่อการก่อสร้างให้ได้ตามแบบรูปและรายการ ประกอบแบบให้ผู้รับจ้างตรวจสอบอาคารบ้านเรือนเดิม สิ่งสาธารณูปโภค หรือสิ่งก่อสร้างใดๆที่อยู่ใน ระยะที่อาจจะเกิดความเสียหายจากการดําเนินการก่อสร้างของผู้รับจ้าง เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้อง จัดการแก้ไข ปรับปรุง หรือจัดหามาตรการป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ก่อนที่จะเริ่มดําเนินการ ก่อสร้าง เช่น การตอกเสาเข็มเขื่อน, การขุดดินเพื่อก่อสร้างอาคารใต้ดิน, การถมดินหลังเขื่อน และหาก เกิดความเสียหายขึ้นเนื่องจากการก่อสร้างดังกล่าว ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น
1.1.3.26 ผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซมสิ่งที่เสียหายที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้าง นอกเหนือจากปริมาณงาน เช่น รั้ว อาคาร และอื่นๆ ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยเหมือนเดิม และผู้รับจ้าง จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น ทั้งนี้หากผู้รับจ้างไม่ดําเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ผู้ว่า จ้างสงวนสิทธิ์ไม่ตรวจรับการส่งมอบงานงวดนั้นๆจนกว่าผู้รับจ้างจะดําเนินการซ่อมแซมแล้วเสร็จ ทั้งนี้
ก่อนการส่งมอบงานงวดสุดท้าย ผู้รับจ้างต้องดําเนินการซ่อมแซมให้เรียบร้อยหรือทําความตกลงกับ ผู้เสียหายจนได้ข้อยุติในเรื่องการชดเชยค่าเสียหาย ผู้รับจ้างจึงจะส่งมอบงานได้
1.1.3.27 บ้านรุกล้ําที่อยู่ในเขตพื้นที่ก่อสร้าง เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง จะต้องรื้อย้าย หรืออํานวยความสะดวกแก่เจ้าของบ้านในการรื้อย้าย ค่าใช้จ่ายผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น และการประมาณราคาค่าใช้จ่ายหรือดําเนินการ ดังนี้
(1) ค่ารื้อถอนและเก็บขนวัสดุให้เจ้าของอาคาร
(2) ค่าก่อสร้างใหม่ โดยใช้วัสดุเดิมและวัสดุใหม่เท่าที่จําเป็น โดยให้สร้าง อาคารใหม่ โดยให้มีพื้นที่ใช้สอยเท่าเดิมที่รื้อถอน หรือชดเชยเท่ากับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียดังกล่าวข้างต้น
1.1.3.28 การก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. หากจะต้องรื้อถอนโครงสร้างเดิมออกเพื่อทําการ
ก่อสร้าง ให้เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างในการรื้อถอนและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าวทั้งสิ้น
1.1.3.29 ในระหว่างการก่อสร้างให้ผู้รับจ้างรักษาสภาพคลอง และจัดเก็บขยะ ในคลองให้สามารถระบายน้ําได้สะดวก และต้องควบคุมดูแลกองวัสดุก่อสร้างไม่ให้ก่อปัญหาความ เดือดร้อนแก่ประชาชนที่สัญจรไปมา หากบิดพลิ้วผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ไม่ตรวจรับการส่งมอบงานงวดนั้นๆ จนกว่าปัญหานั้นๆ จะได้รับการแก้ไขเสร็จ
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557 7
1.1.3.30 ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้ประกันภัย สําหรับลูกจ้างทุกคนที่จ้างมาทํางาน โดย ให้ครอบคลุมถึงความรับผิดชอบทั้งปวงของผู้รับจ้าง รวมทั้งผู้รับจ้างช่วงอันหากจะพึงมีในกรณีความ เสียหายที่คิดค่าสินไหมทดแทนได้ตามกฎหมาย ซึ่งเกิดจากอุปัทวเหตุหรือภยันตรายใดๆ ต่อลูกจ้างหรือ บุคคลอื่นที่ผู้รับจ้างหรือผู้รับจ้างช่วงจ้างมาทํางาน ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าว ทั้งหลักฐานการชําระเบี้ยประกันให้แก่ผู้ว่าจ้างเมื่อผู้ว่าจ้างเรียกร้อง
1.1.4 ข้อปฏิบัติในการก่อสร้าง
1.1.4.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวิศวกร สาขาวิศวกรรมโยธาเป็นหลัก และหรือสาขา วิศวกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ผู้ว่าจ้างจะระบุเพิ่มเติมประจํางานก่อสร้าง อย่างน้อยสาขาละ 1 คน และให้ผู้รับ จ้างเสนอชื่อวิศวกรผู้รับผิดชอบประจํางานก่อสร้าง ให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาเห็นชอบก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
ก่อสร้าง
1.1.4.2 ให้ผู้รับจ้างเสนอแผนงานและวิธีดําเนินงานแต่ละขั้นตอนให้ผู้ควบคุมงาน พิจารณาเห็นชอบก่อน แผนงานและวิธีการดังกล่าวนี้ อย่างน้อยจะต้องมีProgressive Schedule แสดง กําหนดเวลาเริ่มต้นและแล้วเสร็จของแต่ละประเภทงาน การใช้เครื่องจักรกล แรงงาน และวิธีการของแต่
ละขั้นตอน
1.1.4.3 การดําเนินงานที่สําคัญและอาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น งานระบบป้องกัน ดินพัง งานขุดดิน งานตอกเสาเข็ม งานถมดิน เป็นต้น ให้ผู้รับจ้างแสดงแผนวิธีการดําเนินงานนั้นเป็นลาย ลักษณ์อักษรเสนอขอรับความเห็นชอบต่อผู้ว่าจ้างเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนลงมือทําการใน ส่วนนั้น ๆ สําหรับประเภทงานใดบ้างที่จะต้องเสนอรายละเอียดดังกล่าว ผู้ว่าจ้างจะได้กําหนดให้อีกครั้ง
1.1.4.4 วัสดุก่อสร้างที่เป็นส่วนสําคัญแม้จะมิได้ระบุไว้ในรายการก่อสร้าง
ประกอบสัญญาก็จะต้องได้รับการทดสอบทางวิศวกรรม หรือมีหนังสือรับรองคุณภาพจากบริษัทผู้ผลิต และจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ออกแบบ
1.1.4.5 แบบรูป และคุณภาพของสิ่งก่อสร้าง เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ สําหรับงานก่อสร้างจะต้องได้รับการพิจารณา หรือพิจารณาเห็นชอบก่อนผลิต หรือดําเนินการนั้น ให้ ผู้รับจ้างเสนอรายละเอียดดังกล่าวให้ผู้ออกแบบพิจารณาเป็นการล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อน
คําเนินการ
1.1.4.6 สิ่งก่อสร้างส่วนใดก็ตามที่ระบุให้ดําเนินการ แต่มิได้กําหนดแบบ รายละเอียดไว้ ให้ผู้รับจ้างเสนอแบบรูปและรายการก่อสร้าง ตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้สําหรับ สิ่งก่อสร้างนั้น ๆ เพื่อขอรับความเห็นชอบต่อผู้ออกแบบ
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
1.1.4.7 ในระหว่างดําเนินการก่อสร้าง หากจําเป็นต้องปิดคู คลอง หรือทางระบาย น้ําของเดิมเพื่อปฏิบัติงานตามสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําการระบายน้ําขึ้นใหม่ เป็นการชั่วคราวให้ สามารถระบายน้ําได้เพียงพอตลอดเวลา
1.1.4.8 การตัดต้นไม้ ในกรณีที่ต้นไม้นั้นกีดขวางสิ่งก่อสร้างหรืออยู่ในบริเวณ พื้นที่ก่อสร้าง ให้ผู้รับจ้างจัดทําผังรายละเอียดต้นไม้ดังกล่าว โดยระบุขนาดลําต้นจํานวน และประเภท ส่ง ให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการ และหากจําเป็นต้องขนย้ายให้พ้นสถานที่ก่อสร้าง ให้ปฏิบัติตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด โดยค่าใช้จ่ายในการดําเนินการ ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น และผู้รับ จ้างจะถือเป็นข้ออ้างขอขยายอายุสัญญาก่อสร้างไม่ได้
1.1.4.9 ผู้รับจ้างจะต้องแต่งตั้งผู้แทนที่มีอํานาจเต็ม ซึ่งสามารถจะรับผิดชอบและ แก้ไขเหตุการณ์ต่าง ๆ แทนผู้รับจ้างได้มาประจํา ณ ที่ก่อสร้าง เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการก่อสร้าง
1.1.4.10 การรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิมของผู้ว่าจ้าง กรณีการก่อสร้างจําเป็นต้องรื้อถอน สิ่งก่อสร้างเดิมของผู้ว่าจ้าง แต่รายการก่อสร้างมิได้กําหนดไว้ ให้ผู้รับจ้างเสนอขออนุมัติต่อผู้ว่าจ้างก่อน และเมื่ออนุมัติแล้วจึงกระทําการรื้อถอนได้ การรื้อถอนสิ่งต่าง ๆ นั้นให้เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างเป็น ผู้ดําเนินการ และเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น ส่วนวัสดุที่เกิดจากการรื้อถอนถือเป็นของผู้ว่าจ้างทั้งหมด ผู้รับจ้างจะต้องนําไปเก็บไว้ ณ สถานที่อันสมควรที่ผู้ว่าจ้างจะกําหนดให้ โดยค่าใช้จ่ายในการดําเนินการเป็น ของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น เว้นแต่สัญญาจะระบุไว้อย่างชัดเจนเป็นอย่างอื่น
1.1.4.11 ภาพขยายรายละเอียดขณะก่อสร้าง (Shop Drawing) ได้แก่ ภาพขยายต่าง ๆ ที่จัดทําขณะก่อสร้าง เช่น ผังการเดินท่อต่าง ๆ แบบขยายเท่าของจริง ให้ถือเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้อง จัดทําภาพขยายรายละเอียดขึ้นและเสนอให้ผู้ออกแบบรายการก่อสร้างของผู้ว่าจ้างตรวจแก้ไขและ เห็นชอบเสียก่อน จึงจะนําไปใช้ทําการก่อสร้างในส่วนนั้น ๆ ได้ งานใดที่เป็นรายละเอียดทางด้าน สถาปัตยกรรมจะต้องจัดทําขึ้นโดยมีสถาปนิกของผู้รับจ้าง ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ สถาปัตยกรรมเซ็นชื่อรับรองไว้ ส่วนงานทางด้านวิศวกรรม เช่น งานโครงสร้าง ต้องจัดทําขึ้นโดยมีวิศวกร ของผู้รับจ้างที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมในสาขานั้นเซ็นชื่อรับรอง การเสนอภาพขยาย รายละเอียด ให้ผู้รับจ้างจัดทําขึ้น 2 ชุดเสนอให้ผู้ออกแบบรายการก่อสร้างของผู้ว่าจ้างตรวจแก้ไขและ เห็นชอบ เมื่อเห็นชอบแล้วให้ลงชื่อรับรองและคืนให้ผู้รับจ้าง 1 ชุด เก็บไว้เป็นหลักฐาน 1 ชุด อนึ่งภาพ ขยายรายละเอียดดังกล่าวนี้มิใช่เป็นการเพิ่มปริมาณงานก่อสร้าง หรือเปลี่ยนแปลงงานก่อสร้างแต่อย่างใด
ทั้งสิ้น แต่เป็นการขยายรายละเอียดที่ได้กําหนดไว้แล้วให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้รับจ้างทําการก่อสร้างได้ อย่างถูกต้อง
1.1.4.12 มาตรการลดผลกระทบในการปฏิบัติงาน
ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมดูแลการก่อสร้างให้เป็นไปตามข้อกําหนด
รายละเอียดดังต่อไปนี้ เพื่อลดผลกระทบเนื่องจากการปฏิบัติงาน
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
9
10
(1) กรณีที่จะมีกิจกรรมที่ส่งเสียงดังเป็นพิเศษ ต้องประกาศแจ้ง ให้
ประชาชนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
(2) การก่อสร้างจะต้องไม่ทําให้เกิดเสียงดัง และเป็นไปตามประกาศ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2540) ค่าระดับเสียงรวมเฉลี่ยต้องไม่เกิน 70 dBA
และค่าระดับเสียงสูงสุดไม่เกิน 115 dBA
1.1.4.13 มาตรการลดมลพิษต่าง ๆ
ผู้รับจ้างจะต้องเสนอมาตรการต่าง ๆ ต่อหน่วยงาน ในอันที่จะลดมลพิษต่าง ๆ
ที่เกิดจากการที่จะมีผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่อาศัยทั่วไปด้านเสียงรบกวน อุณหภูมิอากาศ น้ํา การจราจรขยะ มูลฝอย การป้องกันน้าท่วม และความสั่นสะเทือนที่จะเกิดขึ้น
1.1.5 เกณฑ์กําหนดสําหรับความปลอดภัยในงานก่อสร้าง
1.1.5.1 ให้ผู้รับจ้างจัดทําและดําเนินการระบบการจัดการความปลอดภัยในการ ทํางานก่อสร้าง ตามมาตรฐานความปลอดภัยฯ ของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และกฎหมาย อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยให้กําหนดเฉพาะประเภทของงานก่อสร้างที่มีงบประมาณค่าก่อสร้างเกิน 300 ล้าน
บาท
1.1.5.2 ในกรณีที่เห็นสมควร ผู้ควบคุมงานอาจมีคําสั่งให้เสริมมาตรการเป็นพิเศษ เพิ่มเติมจากมาตรฐานที่กล่าวไว้ในข้อ 1.1.5.1 ได้ ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามโดยไม่บิดพลิ้ว และ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด
1.1.5.3 ก่อนหรือในระหว่างดําเนินการก่อสร้าง ผู้ควบคุมงานอาจสั่งให้ผู้รับจ้าง ชี้แจงรายละเอียดของมาตรการเพื่อความปลอดภัยในการทํางาน ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด
ของงานก่อสร้าง ผู้ควบคุมงานมีสิทธิ์ไม่อนุญาตให้ใช้มาตรการเพื่อความปลอดภัยดังกล่าวนั้นที่ไม่น่า ไว้วางใจหรือไม่เหมาะสม
สัญลักษณ์และอักษรย่อ
1.2
0
RB
DB

ASSHTO
ASTM
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใช้กับวัสดุทั่วไป ซึ่งมีภาคตัดขวางเป็น
รูปกลม
เหล็กเส้นกลม (Round Bar)
เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar)
สัญลักษณ์ที่ใช้บอกขนาดของตะแกรงเหล็ก
American Association of State Highway and
Transportation Officials
American Society for Testing and Materials
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
AWS
BS
ACI
JIS
f’.
f.
ci
PC
SPC
SR 24
SD 30
มอก.
American Welding Society Reinforcing
Steel Welding Code
British Standard
American Concrete Institute
Japanese Industrial Standard
ความเค้นอัดสูงสุดที่แท่งคอนกรีตรูปทรงกระบอกมาตรฐานสามารถรับได้ ความเค้นอัดสูงสุดที่แท่งคอนกรีตรูปทรงกระบอกมาตรฐาน
สามารถรับได้ก่อนจะตัดหรือปล่อยลวดเหล็ก สําหรับงาน คอนกรีตอัดแรงหรือลวดเหล็กตีเกลียว (Maximum
Compressive Stress of Concrete at Stress Transfer)
ความเค้นอัดที่ยอมให้คอนกรีตรับได้มากที่สุด ขณะตัดหรือ
ปล่อยลวดเหล็ก สําหรับงานคอนกรีตอัดแรงหรือลวดเหล็กตี
เกลียว (Allowable Compressive Stress in
Concrete at or Shortly After Stress Transfer)
ความเค้นอัดใช้งานที่ยอมให้คอนกรีตรับได้มากที่สุด
ตลอดเวลาที่รับน้ําหนักอยู่ โดยรวมความเค้นอัดของลวดเหล็ก
สําหรับงานคอนกรีตอัดแรงหรือลวดเหล็กตีเกลียวและน้ําหนัก
บรรทุก (Allowable Compressive Stress Inclusive of Prestress in
Concrete Under Design Loads in Service)
ความเค้นดึงที่ยอมให้คอนกรีตรับได้มากที่สุดขณะขนส่งหรือ ยกขึ้นดอกและการใช้งาน (Allowable Tensile Stress in Concrete
Corresponding to its Conditions)
ความเค้นดึงสูงสุดที่ลวดเหล็กสําหรับงานคอนกรีตอัดแรง
หรือลวดเหล็กตีเกลียวสามารถรับได้ (Maximum Tensile
Stress of Wire or Strand)
ขนาดของลวดเหล็กแรงดึงสูงสําหรับงานคอนกรีตอัดแรง
ขนาดของลวดเหล็กตีเกลียวแรงดึงสูงสําหรับงานคอนกรีตอัดแรง
ชั้นคุณภาพของเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กเส้นกลม ชั้นคุณภาพของเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กข้ออ้อย
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
ว.ส.ท.

วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
11
1.3 ค่าใช้จ่ายอันพึงมี
1.3.1 ค่าใช้จ่ายเนื่องจากการทดสอบวัสดุก่อสร้างทั้งหมดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ
งานก่อสร้าง
1.3.2 ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ใน รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกัน น้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
12 รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
บทที่ 2
วัสดุก่อสร้าง
วัสดุก่อสร้าง หมายถึง วัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ในการก่อสร้างหรือส่วนประกอบในการ ก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. สะพาน และโครงสร้างพิเศษอื่น ๆ วัสดุต่าง ๆ ในบทนี้นอกจากวัสดุธรรมชาติ หาก มีผลิตภัณฑ์ที่ได้ผ่านการตรวจสอบรับรองคุณภาพจากสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแล้วให้
ใช้ผลิตภัณฑ์ซึ่งได้รับรองแล้วเท่านั้น
2.1 การเตรียมวัสดุ
2.1.1 สิ่งของที่ปรากฏหรือไม่ได้ปรากฏอยู่ในแบบรูปหรือรายการก่อสร้าง แต่จําเป็นต้อง ใช้เป็นส่วนหรือเครื่องประกอบในการก่อสร้าง ให้ถูกต้องตามหลักวิชาช่าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดหามา
รวมอยู่ในงานนี้ทั้งสิ้น
2.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาและใช้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพดีให้ครบตามแบบรูป รายการ ก่อสร้างทุกประการและต้องจัดหามาให้ครบถ้วนทันเวลา วัสดุที่จําเป็นต้องสั่งจากต่างประเทศ หรือทํา ขึ้นใหม่เป็นพิเศษ หรือสิ่งของที่มีจําหน่ายในท้องตลาดจํานวนจํากัด ผู้รับจ้างจะต้องสั่งทันทีเพื่อให้ทันกับ ระยะเวลาที่ใช้ในการก่อสร้างจะอ้างภายหลังว่าวัสดุนั้น ๆ ขาดตลาด เพื่อขออนุญาตเปลี่ยนแปลงวัสดุ ลด เนื้องานหรือใช้เป็นเหตุผลในการขอต่ออายุสัญญาการก่อสร้างไม่ได้
2.1.3 วัสดุที่นํามาใช้ในการก่อสร้าง จะต้องเป็นของใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อน ยกเว้นกรณี ที่ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ต้องมีคุณภาพดี ถูกต้องตามแบบรูป รายการก่อสร้างและเป็นไปตามสัญญา วัสดุที่ จะนํามาใช้ จะต้องนําตัวอย่างมาให้ผู้ออกแบบตรวจรับรองว่าถูกต้องก่อนจึงจะทําการสั่งหรือติดตั้งได้
2.1.4 วัสดุต่าง ๆ ที่กําหนดคุณภาพเทียบเท่าไว้ในแบบรูปหรือรายการก่อสร้าง หากผู้รับจ้าง ประสงค์จะใช้วัสดุที่มีคุณภาพเทียบเท่าจะต้องเสนอผู้ว่าจ้างวินิจฉัยและให้ความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์ อักษรเสียก่อนทุกครั้ง เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจึงนําไปใช้ในการก่อสร้างตามสัญญาได้ ห้ามนําไปใช้ โดยพลการเด็ดขาด ทั้งนี้หากวัสดุที่ขอใช้เทียบเท่ามีราคาต่ํากว่าวัสดุที่ระบุไว้เป็นมาตรฐาน ผู้รับจ้าง จะต้องลดค่าก่อสร้างลงตามราคาของวัสดุที่แตกต่างกัน หากวัสดุที่ขอใช้เทียบเท่ามีราคาสูง ผู้รับจ้างจะ คิดเงินเพิ่มขึ้นอีกไม่ได้ การพิจารณาคุณภาพเทียบเท่าคุณภาพของวัสดุนั้น ๆ จะต้องไม่ต่ํากว่าวัสดุที่ระบุไว้ จึงถือว่าเทียบเท่าได้ หากจําเป็นจะต้องมีการทดสอบ จะต้องทําการทดสอบโดยสถาบันที่เชื่อถือได้ โดย ได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างเสียก่อน ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ติดต่อและออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
2.1.5 วัสดุก่อสร้าง และเครื่องมือในการก่อสร้างต้องอยู่ในความดูแลรักษาของผู้รับจ้างและ ต้องเก็บไว้ในที่ซึ่งมีเครื่องป้องกันที่ดีมิให้เกิดการเสียหายขึ้น สิ่งใดที่เสียหายมีคุณภาพไม่ดีหรือไม่ถูกต้องตาม แบบรูปและรายการก่อสร้าง ห้ามมิให้ผู้รับจ้างนําเข้ามาในบริเวณก่อสร้าง มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับจ้างมีเจตนาที่ จะหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามแบบรูปและรายการก่อสร้างที่กําหนดไว้ในสัญญา
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
13
14
2.2 งานดิน
งานดิน รวมความถึงวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับงานถมดินหลังเขื่อน หรือคอสะพาน เป็นวัสดุธรรมชาติหรือวัสดุผสม และมีคุณสมบัติดังนี้
2.1.1 ดินจะต้องปราศจากอินทรียวัตถุ เช่น ใบไม้ รากไม้ หญ้า ขยะ และสิ่งปฏิกูลอื่น ๆ
2.2.2 มีขนาดเม็ดผ่านตะแกรง 3/8" ได้ 100% และผ่านตะแกรงเบอร์ 200 ไม่เกิน 20%
หรือตามคําวินิจฉัยของผู้ออกแบบ
2.3 งานคอนกรีตและงานคอนกรีตเสริมเหล็ก
2.3.1 งานคอนกรีตและงานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป
2.3.1.1 ปูนซีเมนต์ คุณภาพของปูนซีเมนต์แต่ละประเภท ให้เป็นไปตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม การเลือกใช้ประเภทของปูนซีเมนต์ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ผู้ออกแบบก่อน และต้องเป็นปูนซีเมนต์ประเภทใดประเภทหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) ประเภท 1 เป็นปูนซีเมนต์ที่ใช้ในงานก่อสร้าง ทําคอนกรีต หรือทํา
ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่ต้องการคุณภาพพิเศษ
(2) ประเภท 3 เป็นปูนซีเมนต์ที่ให้ความต้านแรงสูงเร็วในระยะแรก
(3) ประเภท 5 เป็นปูนซีเมนต์ที่ทนซัลเฟตสูงได้
หรือปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์อื่นใดที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือที่ระบุไว้
ในแบบเป็นอย่างอื่น โดยทั่วไปแล้วให้ใช้ปูนซีเมนต์ประเภท 1 ในงานโครงสร้าง เช่น ผนังกั้นน้ํา คานทับ หลัง เป็นต้น สําหรับปูนซีเมนต์ประเภท 3 นั้นจะใช้แทนปูนซีเมนต์ประเภท 1 ในกรณีพิเศษ โดยได้รับ ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ออกแบบ และใช้ปูนซีเมนต์ประเภท 5 ในส่วนผสมของคอนกรีต ของส่วนที่ต้องป้องกันการกัดกร่อนของน้ําเค็ม ดินเค็ม หรือสภาวะแวดล้อมที่มีซัลเฟตสูง
ปูนซีเมนต์ที่ใช้จะต้องเป็นประเภทและเครื่องหมายการค้าเดียวกัน
ผลิตจากโรงงานและแหล่งวัสดุเดียวกัน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานเป็นอย่างอื่น
ปูนซีเมนต์ผงหรือปูนซีเมนต์ถุงซึ่งใช้ในแต่ละครั้ง จะต้องไม่เป็นเม็ด
หรือเป็นก้อนห้ามนําปูนซีเมนต์จากถุงเก่าที่เปิดใช้แล้วมาใช้
2.3.2 งานคอนกรีตและงานคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ให้มีมาตรฐานดังนี้
2.3.2.1 มาตรฐานคอนกรีตสําหรับโครงสร้างที่สัมผัสกับซัลเฟต
โครงสร้างคอนกรีตที่สัมผัสกับน้ํา และเมื่อทดสอบตัวอย่างน้ําแล้วมี ปริมาณซัลเฟตสูงกว่าข้อกําหนดมาตรฐานวัสดุและการก่อสร้างสําหรับโครงสร้างคอนกรีต มาตรฐาน วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เช่น น้ําเสียในลําคลอง หรือบ่อบําบัดน้ําเสียที่มีสารซัลเฟต ให้ใช้คอนกรีต ที่มีคุณสมบัติดังนี้
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
(1) วัสดุประสานขั้นต่ํา (Minimum Binder Content) ไม่น้อยกว่า 380
(2) อัตราส่วนน้ําต่อวัสดุประสาน (Water to Binder Ratio: W/B) ไม่มากกว่า 0.45 (3) ค่าที่ได้จากการทดสอบการขยายตัวของคอนกรีตเนื่องจากซัลเฟต ตาม มาตรฐาน ASTM C1012 น้อยกว่าการขยายตัวของคอนกรีตที่ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 5 ค่าการขยายตัวของคอนกรีตเนื่องจากซัลเฟตอ้างอิงตาม ACI 201.2R
2.3.2.2 มาตรฐานคอนกรีตสําหรับโครงสร้างที่สัมผัสกับซัลเฟตและคลอไรด์
โครงสร้างคอนกรีตที่สัมผัสกับน้ํา และเมื่อตรวจสอบตัวอย่างน้ําแล้วมี ปริมาณซัลเฟตและคลอไรด์สูงกว่าข้อกําหนดมาตรฐานวัสดุและการก่อสร้างสําหรับโครงสร้างคอนกรีต มาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เช่น โครงสร้างที่สัมผัสกับน้ําทะเล หรือน้ํากร่อย ให้ใช้ คอนกรีตที่มีคุณสมบัติดังนี้
กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
(1) วัสดุประสานขั้นต่ํา (Minimum Binder Content) ไม่น้อยกว่า 380
(2) อัตราส่วนน้ําต่อวัสดุประสาน (Water to Binder Ratio: W/B) ไม่มากกว่า 0.45 (3) ค่าที่ได้จากการทดสอบความสามารถในการต้านทานคลอไรด์ของ
คอนกรีตตามมาตรฐาน ASTM C1202 ต้องมีค่าไม่มากกว่า 1,000 คูลอมบ์
(4) ค่าที่ได้จากการทดสอบการขยายตัวของคอนกรีตเนื่องจากซัลเฟต ตาม มาตรฐาน ASTM C1012 น้อยกว่าการขยายตัวของคอนกรีตที่ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 5
2.3.2.3 มาตรฐานปูนซีเมนต์สําหรับโครงสร้างที่สัมผัสกับซัลเฟตหรือคลอไรด์ หรือสัมผัสกับซัลเฟตและคลอไรด์
โครงสร้างคอนกรีตที่สัมผัสกับน้ํา และเมื่อตรวจสอบตัวอย่างน้ําแล้วมี ปริมาณซัลเฟตและคลอไรด์สูงกว่าข้อกําหนดมาตรฐานวัสดุและการก่อสร้างสําหรับโครงสร้างคอนกรีต มาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เช่น โครงสร้างที่สัมผัสกับน้ําทะเล หรือน้ํากร่อย ในกรณีที่ไม่ สามารถจัดส่งคอนกรีตผสมเสร็จได้ ให้ใช้ซีเมนต์ที่มีคุณสมบัติดังนี้
(1) ปูนซีเมนต์สําหรับผลิตคอนกรีตที่ต้องเผชิญกับการกัดกร่อนทาง ทะเลควรเป็นปูนซีเมนต์ทนซัลเฟตและคลอไรด์ หรือปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ปอซโซลาน (Portland Pozzolan Cement) ผลิตตามมาตรฐาน ASTM C595 หรือ BS EN 197-1 Type CEM III/A หรือ CEM
IV/B หรือ CEM V/B
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
15
16
(2) ก้อนคอนกรีตตัวอย่างต้องมีค่าการต้านทานการซึมผ่านของคลอไรด์
ต่ํากว่า 1,000 คูลอมบ์ (ASTM C1202) และค่าการขยายตัวจากซัลเฟต (ASTM C1012) น้อยกว่าการขยายตัว ของคอนกรีตที่ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 5
ไม่มากกว่า 0.45
(3) ควรมีอัตราส่วนน้ําต่อวัสดุประสาน (Water to Binder Ratio: W/B)
2.3.2.4 มาตรฐานคอนกรีตสําหรับโครงสร้างกันน้ํา ให้ใช้คอนกรีตที่มี คุณสมบัติ ดังนี้
กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
มากกว่า 0.50
2.3.3 หินย่อย ข้อกําหนด ดังนี้
2.3.3.1
(1) วัสดุประสานขั้นต่ํา (Minimum Binder Content) ไม่น้อยกว่า 350
(2) อัตราส่วนน้ําต่อวัสดุประสาน (Water to Binder Ratio, W/B) ไม่
(3) ค่าการซึมผ่านของน้ํา (k) ต้องมีค่าต่ํากว่า 3 x 10 เมตรต่อวินาที จะต้องเป็นหินโม่ซึ่งแข็งแรง ทนทาน เหนียว ไม่ผุ และให้เป็นไปตาม
มีปริมาณของหินที่มีความยาวเกิน 3 เท่าของความหนาไม่เกิน 2%
2.3.3.2 ปราศจากอินทรีย์วัตถุเจือปน
2.3.3.3 มีความแกร่ง เมื่อทดสอบตามวิธี Los Angeles Abrasion Test แล้วมีส่วน
สึกหรอไม่เกิน 40%
ตารางที่ 2.1
2.3.3.4 ปริมาณการดูดซึมน้ําไม่เกิน 10%
2.3.3.5 มีขนาดหินใหญ่และเล็กคละกัน ตามตารางที่ 2.1
% ผ่านตะแกรงโดยน้ําหนัก
ขนาด
1'4"
1"
3/8"
#4
#8
#16
1/2"-#4
90-100
30-70
10-30
0-15
1"- #4
100
90-100
20-60
0-10
0-5
31"- #4
100
90-100
20-60
0-10
0-5
" - #4
100
90-100 40-70
0-15
0-5
3/8"- #4
100
80-100 10-30 0-10
0-5
2.3.4 ทรายหยาบ
ต้องเป็นทรายน้ําจืด มีเม็ดแข็งทนทาน หยาบ คม และให้เป็นไปตามข้อกําหนด ดังนี้
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
2.3.4.1 ปราศจากอินทรียวัตถุ ดิน เถ้าถ่าน หญ้า และ Organic Impurities ต่าง ๆ 2.3.4.2 ขนาดของเม็ดซึ่งผ่านตะแกรงเบอร์ 200 ไม่เกิน 4%
2.3.4.3 มีค่า Fineness Modulus ระหว่าง 2.5 - 3
2.3.4.4 มีขนาดเม็ดใหญ่และเล็กคละกัน ตามส่วนดังนี้
ขนาดของตะแกรง
% ผ่านตะแกรงโดยน้ําหนัก
3/8"
100
เบอร์ 4
95-100
เบอร์ 8
70-90
เบอร์ 16
45-80
เบอร์ 30
27-56
เบอร์ 50
10-30
2-10
เบอร์ 100
2.3.5 น้ํา น้ําจะต้องเป็นน้ําจืดที่สะอาดปราศจากน้ํามัน ไขมันและตะกอนแขวนลอยปนอยู่ ไม่มีต้นไม้ ใบไม้ที่ผุเน่า และขยะเจือปน โดยปกติแล้วให้ถือว่าน้ําสะอาดที่ใช้ดื่มได้สามารถนําใช้ผสม คอนกรีต ยกเว้นน้ําที่มีเกลือโซเดียม หรือเกลือโปแตสเซียม หรือน้ําตาลละลายอยู่ ไม่ให้นํามาใช้ในการ ผสมคอนกรีต ห้ามใช้น้ําจากท่อระบายน้ํา คูคลอง หรือแหล่งอื่นใด ก่อนได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่
ควบคุมงาน
2.3.6 งานเหล็กเสริมคอนกรีต
2.3.6.1 เหล็กเส้นกลม (Round Bar) จะต้องมีคุณสมบัติถูกต้องตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กเส้นกลม มอก. 20 เหล็กเส้นกลม ต้องมีความต้าน แรงดึงที่จุดคลากและความยืด ตามที่กําหนดไว้ในตารางที่ 2.2
2.3.6.2 เหล็กข้ออ้อย (Deformed
Bar) จะต้องมีคุณสมบัติถูกต้องตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กข้ออ้อย มอก.24 เหล็กข้ออ้อย ต้องมีความต้านแรงดึง ที่จุดคลากและความยืด ตามที่กําหนดไว้ในตารางที่ 2.2
2.3.6.3 ลวดผูกเหล็ก (Binding Wire) ให้ใช้เบอร์ 18 S.W.G.
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
17
ตารางที่ 2.2 ความต้านทานแรงดึงที่จุกคลาก และความยืดของเหล็กเส้นกลม และเหล็กข้ออ้อย
ชันคุณภาพ
ความต้านทานแรงดึง
ความต้านทานแรงดึงที่จุด
ไม่น้อยกว่า (กก./มม.) กลากไม่น้อยกว่า (กก./มม.)
39
SR 24
SD 30
49
SD 40
57
SD 50
63
24
30
40
50
ความยืดไม่น้อยกว่า
(%)
21
17
15
13
2.3.6.4 ลวดเหล็กกล้า ดึงเย็นเสริมคอนกรีต (Cold Drawn Steel Wire for Concrete Reinforcement) เป็นลวดเหล็กที่ทําขึ้นโดยการรีดเย็นเหล็กลวด ซึ่งได้จากการรีดร้อนเหล็กแท่ง ที่ได้จากเตาหลอมแบบโอเพนฮาร์ท (Open Hearth) หรืออิเล็กทริกเฟอร์เนซ (Electric Furnace) หรือ เบสิกออกซิเจน(Basic-Oxygen) ซึ่งมีขนาดเกณฑ์ความคลาดเคลื่อน สมบัติทางกล และการทดสอบ เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมลวดเหล็กกล้าดึงเย็นเสริมคอนกรีต มอก. 747-2531 ลวด เหล็กกล้าดึงเย็นเสริมคอนกรีต ต้องมีลักษณะปราศจากสนิมขุม แต่อาจมีสนิมที่ผิวได้ ซึ่งเมื่อแปรงด้วย แปรงทองเหลืองแล้วจะหายไป โดยที่เส้นผ่าศูนย์กลางของลวดเหล็กไม่เปลี่ยนแปลง และต้องมีสมบัติใน การดึง ตามตารางที่ 2.3
ตารางที่ 2.3 สมบัติในการดึง
ความต้านแรงดึง
ความเค้นพิสูจน์
ต่ําสุด
ล่าสุด
การลดทอนพื้นที่ต่ําสุด ต่ําสุด
เมกะพาสคัล
(กิโลกรัม/ตารางมิลลิเมตร) (กิโลกรัม/ตารางมิลลิเมตร)
เมกะพาสคัล
ร้อยละ
550(56)
485(49.5)
30
18
หมายเหตุ : 1. หาค่าความเค้นพิสูจน์ที่ความยืด ร้อยละ 0.5
ร้อยละ 25
2. ถ้าความต้านทานแรงดึงของลวด เกิน 690 เมกะพาสคัล การลดทอนพื้นที่ต้องไม่น้อยกว่า
2.3.6.5 ตะแกรงเหล็กกล้าเชื่อมติดเสริมคอนกรีต แบบลวดเดี่ยว (Wire Mesh) ชนิด ทําจากลวดเหล็กกล้าดึงเย็นเสริมคอนกรีต ตามข้อ 2.3.6.4 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 4 มิลลิเมตรถึง 16 มิลลิเมตรมีลักษณะเป็นผืนหรือม้วน ทําขึ้นโดยนําลวดเหล็กกล้าดึงเย็นเสริมคอนกรีตมาเชื่อมแบบความ ต้านทานไฟฟ้า (Electrical Resistance Welding) ติดกันเป็นตะแกรง โดยที่ตาตะแกรงเป็นรูปสี่เหลี่ยม
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
จัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้าก็ได้ โดยมีคุณสมบัติถูกต้องตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 737 - 2549 และมีคุณสมบัติทางกลและการทดสอบเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมลวดเหล็กกล้า ดึงเย็นเสริมคอนกรีต มอก. 747 - 2531
2.3.7 งานเหล็กเสริมคอนกรีตอัดแรง
เหล็กเสริมสําหรับคอนกรีตอัดแรง จะต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
2.3.7.1 ลวดเหล็กแรงดึงสูง (Steel Wire) เป็นลวดแบบกลม มีรอยประเภท คลายแรงจะต้องมีคุณสมบัติถูกต้องตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมลวดเหล็ก สําหรับงานคอนกรีต
อัดแรงมอก.95 ลวดเหล็กแรงดึงสูงจะต้องม้วนเป็นขดกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลางภายในของม้วนไม่น้อยกว่า 1.20 เมตรสําหรับลวดเหล็กแรงดึงสูงที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 มิลลิเมตรและ 5 มิลลิเมตร และมี เส้นผ่าศูนย์กลางภายในของม้วนไม่น้อยกว่า 1.80 เมตร สําหรับลวดเหล็กแรงดึงสูงที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 7 มิลลิเมตร และ 9 มิลลิเมตร ลวดแต่ละขดจะต้องเป็นเส้นเดียวกันตลอด ปราศจากส่วนที่หงิกงอ ผิวลวด ต้องมีฉลากระบุขนาด ประเภท น้ําหนักสุทธิ ความยาว ชั้นคุณภาพ หมายเลขการหลอม และชื่อ และ เครื่องหมายของผู้ผลิตติดแน่นไว้ที่ขดลวดทุกขด ลวดเหล็กแรงดึงสูงต้องมีสมบัติทางกลตามที่กําหนดไว้
ในตารางที่ 2.4
ตารางที่ 2.4 ความต้านทานแรงดึงและความเค้นพิสูจน์ของลวดเหล็กแรงดึงสูง
ความต้านทานแรงดึง
ชอบขนาด
ขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลาง
มิลลิเมตร
(Tensile Stress)
เมกะพาสคัล
(กิโลกรัม/ตารางมิลลิเมตร)
ไม่น้อยกว่า 1 ไม่มากกว่า
ความเค้นพิสูจน์ที่ระยะร้อยละ 0.2
(Proof Stress)
เมกะพาสคัล
(กิโลกรัม/ตารางมิลลิเมตร)
ไม่มากกว่า
ไม่น้อยกว่า
PC 4
1750(175)
2000 (200)
1300 (130)
1500 (150)
4.00
PC 4A
1750 (175)
2000 (200)
1500 (150)
1700 (170)
PC 5
1750 (175)
2000 (200)
1300 (130)
1500 (150)
5.00
PC 5A
1750 (175)
2000 (200)
1500 (150)
1700 (170)
PC 7
1600 (160)
1850 (185)
1200 (120)
1400 (140)
7.00
PC 7A
1600 (160)
1850 (185)
1350 (135)
1600 (160)
PC 9A
9.00
1400 (140)
1700 (170)
1250 (125)
1500 (150)
A หลังขนาดหมายถึง ลวดเหล็กประเภทคลายแรง (Stress-Relieved)
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
19
20
2.3.7.2 ลวดเหล็กตีเกลียวแรงดึงสูง (Uncoated 7-Wire Stress Relieved Strand) เป็นชนิดที่ ประกอบด้วยเส้นลวด 7 เส้น ซึ่งไม่เคลือบผิว และเป็นประเภทคลายแรง จะต้องมีคุณสมบัติถูกต้องตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมลวดเหล็กตีเกลียวชนิด 7 เส้นสําหรับงานคอนกรีตอัดแรง มอก,420 และ
จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ด้วย
(1) ลวดเหล็กตีเกลียวต้องประกอบด้วยลวดคาร์บอนสูงจํานวน 7 เส้น เส้นหนึ่งเป็น แกนกลาง อีก 6 เส้นพันรอบเป็นเกลียวแนบแน่น มีระยะเกลียวสม่ําเสมอ และมีระยะครบรอบเกลียวไม่น้อยกว่า 12 เท่า และไม่มากกว่า 16 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางระบุของลวดตีเกลียวนั้น และเมื่อตัดลวดตีเกลียวนั้น โดย ไม่ได้มัดหรือจับปลายที่ตัดไว้ ปลายเส้นลวดจะต้องไม่แยกกระจายออกจากตําแหน่ง
(2) ลวดเหล็กตีเกลียวแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือประเภทความล้าธรรมดา (NR)
และประเภทความล้าต่ํา (LR)
(3) ลวดเหล็กตีเกลียวแต่ละประเภทแบ่งออกเป็น 2 ชั้นคุณภาพ คือ ชั้นคุณภาพ 1725 ซึ่งมีความต้านแรงดึงไม่น้อยกว่า 1,725 เมกะพาสคัล และชั้นคุณภาพ 1860 ซึ่งมีความต้านแรงดึง ไม่น้อยกว่า 1,860 เมกะพาสคัล
(4) ลวดเหล็กตีเกลียวต้องม้วนเป็นขดกลมมัดแน่นมีเส้นผ่าศูนย์กลางของแกนใน ไม่น้อยกว่า 600 มิลลิเมตร ในม้วนหรือขดหนึ่ง ๆ ลวดเหล็กตีเกลียวจะต้องเป็นเส้นเดียวกันตลอด โดยไม่มี รอยต่อเชื่อมหรือรอยต่อเหลื่อมซ้อนและจะต้องห่อหุ้มป้องกันอย่างดี เพื่อมิให้เกิดความเสียหายจากการขนส่ง พร้อมทั้งมีฉลากที่แข็งแรงระบุน้ําหนักสุทธิ ขนาด ชั้นคุณภาพ หมายเลขขด หมายเลขการหลอมและชื่อ หรือเครื่องหมายของผู้ผลิตไว้อย่างมั่นคง และเห็นได้ชันเจนที่ขดลวดทุกขด ผิวของลวดเหล็กตีเกลียว จะต้องปราศจากคราบน้ํามันหรือสารอื่นใดที่จะมีผลทําให้แรงยึดระหว่างคอนกรีตกับลวดเหล็กเสียไป
และไม่เป็นสนิมขุม
ลวดเหล็กตีเกลียวแรงดึงสูง ต้องมีสมบัติทางกล ตามที่กําหนดไว้ในตารางที่ 2.5 และ 2.6
ตารางที่ 2.5 สมบัติทางกลของลวดเหล็กตีเกลียวแรงดึงสูงประเภทความล้าธรรมดา
ความด้านแรงดึงที่จุดยืด
ความ แรงดึงสูงสุด
ความล้า
ชื่อขนาด
แรงดึงเริ่มต้น
กิโลนิวตัน
ความด้านแรงที่จะยืดร้อย ยด
ละ 1 ต่ําสุดกิโลนิวตัน
ต่ําสุด
(10 ชั่วโมง)
(ประมาณกิโลกรัมแรง)
ต่ําสุด กิโลนิวตัน
(ประมาณกิโลกรัมแรง) | ร้อยละ (ประมาณกิโลกรัมแรง) ร้อยละ
สูงสุด
SPC 9 A
8.9 (910)
75.6 (7710)
89.0 (9070)
SPC 12 A
16.0 (1630)
136.2 (13880)
160.1 (16320)
SPC 15 A
24.0 (2450)
204.2 (20802)
3.5
240.2 (24490)
3.0
SPC 9 B
10.2 (1040)
87.0 (8870)
102.3 (10430)
SPC 12 B
18.4 (1880)
156.1 (15910)
183.7 (18730)
SPC 15 B
26.1 (2660)
221.5 (22580)
260.7 (26580)
หมายเหตุ : ค่าความยืดในตารางนี้เป็นค่าที่ได้ขณะทดสอบก่อนที่ลวดเหล็กตีเกลียวจะขาดออกจากกัน
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
ตารางที่ 2.6 สมบัติทางกลของลวดเหล็กตีเกลียวแรงดึงสูงประเภทความล้าต่ํา
ความ
ความต้านแรงดึงที่จุดยืด
แรงดึงสูงสุด
ยด
ต่ําสุด
ต่ําสุด
กิโลนิวตัน
ชื่อขนาด
แรงดึงเริ่มต้น
ความต้านแรงที่จะยืด ร้อยละ 1 ต่ําสุด
กิโลนิวตัน
(ประมาณกิโลกรัมแรง)
ความล้า
(10 ชั่วโมง) สูงสุดร้อยละ
100
100
กิโลนิวตัน
(ประมาณกิโลกรัมแรง)
ร้อยละ (ประมาณกิโลกรัมแรง) ชั่วโมง ชั่วโมง
SPC 9 A
8.9 (910)
SPC 12 A
16.0 (1630)
SPC 15 A
24.0 (2450)
80.1 (8163)
144.1 (14688)
216.2 (22041)
89.0 (9070)
160.1 (16320)
3.5
240.2 (24490)
1.75
3.5
SPC 9 B
10.2 (1040)
92.1 (9387)
102.3 (10430)
SPC 12 B
18.4 (1880)
165.3 (16857)
183.7 (18730)
SPC 15 B
26.1 (2660)
234.7 (23922)
260.7 (26580)
หมายเหตุ : ค่าความยืดในตารางนี้เป็นค่าที่ได้ขณะทดสอบก่อนที่ลวดเหล็กตีเกลียวจะขาดออกจากกัน
2.3.8 การเก็บรักษาวัสดุ
2.3.8.1 ปูนซีเมนต์ สําหรับปูนซีเมนต์บรรจุถุงจะต้องเก็บในสถานที่แห้ง คลุม ปกปิดมิดชิดจากฝนและความชื้น ที่เก็บจะต้องสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 30 ซม. ส่วนปูนซีเมนต์ผงต้องเก็บ ในถัง (Bin) ที่ใช้สําหรับปูนซีเมนต์ผงโดยเฉพาะ
2.3.8.2
ทรายหยาบ หินย่อย ให้กองเก็บมิให้ปะปนกัน พื้นที่สําหรับกองจะต้อง
ปรับระดับเรียบ แข็งแรง มีระดับลาดระบายน้ําได้ง่าย
2.3.8.3 เหล็กเส้น จะต้องเก็บกองแยกเป็นขนาด มิให้คละกัน มีสิ่งรองรับ มิให้ วางกองกับพื้นดินโดยตรง
2.4 สารเคมีผสมเพิ่มสําหรับคอนกรีต (Chemical Admixtures of Concrete)
สารเคมีผสมเพิ่มสําหรับคอนกรีต หมายถึง สารเคมีที่ใช้เติมลงในส่วนผสมคอนกรีตก่อนผสม
หรือขณะผสม ซึ่งมีคุณสมบัติที่กําหนดไว้ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุสาหกรรมสารเคมีผสมเพิ่มสําหรับ คอนกรีต มอก. 733 แบ่งตามวัตถุประสงค์การใช้งานได้ 7 ประเภท
2.4.1 สารลดน้ํา (Water - Reducing Admixture) หมายถึง สารผสมเพิ่มที่เติมลงใน ส่วนผสมคอนกรีต เพื่อลดปริมาณน้ําที่จะต้องใช้ผสมคอนกรีต เพื่อให้ได้ความข้นเหลวตามกําหนด
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557 21
22
2.4.2 การหน่วงการก่อตัว (Retarding Admixture) หมายถึง สารผสมเพิ่มที่เติมลงใน ส่วนผสมของคอนกรีต เพื่อหน่วงเวลาการก่อตัว
2.4.3 สารเร่งการก่อตัว (Accelerating Admixture) หมายถึง สารผสมเพิ่มที่เติมลงใน ส่วนผสมคอนกรีต เพื่อลดเวลาการก่อตัว ทําให้คอนกรีตรับแรงได้เร็วขึ้น
2.4.4 สารลดน้ําและหน่วงการก่อตัว (Water - Reducing and Retarding Admixture) หมายถึง สารผสมเพิ่มที่เติมลงในส่วนผสมคอนกรีต เพื่อลดปริมาณน้ําที่จะต้องใช้ผสมคอนกรีตและหน่วง
เวลาการก่อตัว
2.4.5 สารลดน้ํา และเร่งการก่อตัว (Water - Reducing and Accelerating Admixture) หมายถึง สารผสมเพิ่มที่เติมลงในส่วนผสมคอนกรีต เพื่อลดปริมาณน้ําที่จะต้องใช้ผสมคอนกรีตและลด เวลาการก่อตัว ทําให้คอนกรีตรับแรงได้เร็วขึ้น
2.4.6 สารลดน้ําพิเศษ (Water - Reducing Admixture, High Range) หมายถึง สารผสมเพิ่ม ที่เติมลงในส่วนผสมคอนกรีต เพื่อลดปริมาณน้ําตั้งแต่ร้อยละ 12 ขึ้นไป ที่จะต้องใช้ผสมคอนกรีต เพื่อให้
ได้ความข้นเหลวตามกําหนด
2.4.7 สารลดน้ําพิเศษและหน่วงการก่อตัว (Water - Reducing Admixture, Admixture, High Range and Retarding Admixture) หมายถึง สารผสมที่เติมลงในส่วนผสมคอนกรีต เพื่อลดปริมาณน้ํา ตั้งแต่ร้อยละ 12 ขึ้นไปที่จะต้องใช้ผสมคอนกรีต เพื่อให้ได้ความข้นเหลวตามกําหนดและหน่วงเวลาการก่อตัว
2.5 สารกระจายกักฟองอากาศสําหรับคอนกรีต (Air - Entraning Admixtures for Concrete)
สารกระจายกั๊กฟองอากาศสําหรับคอนกรีต หมายถึง สารเคมีที่เติมลงในคอนกรีตก่อนผสม หรือ ขณะผสม เพื่อให้เกิดฟองอากาศเล็ก ๆ ระหว่างการผสม กระจาย และคงตัวอยู่ในปริมาณที่ต้องการ ทําให้ เทคอนกรีตได้ง่ายขึ้น ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กําหนดไว้ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สารกระจายกัก ฟองอากาศสําหรับคอนกรีต มอก. 874
2.6 สารเคมีผสมเพิ่มสําหรับทําคอนกรีตไหล (Chemical Admixtures for Producing Flowing Concrete)
สารเคมีผสมเพิ่มสําหรับทําคอนกรีตไหล หมายถึง สารเคมีที่ใช้เติมลงในส่วนผสมคอนกรีต ก่อน ผสมหรือขณะผสม เพื่อทําให้สามารถเทคอนกรีตได้ง่ายขึ้น (High Workability) ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กําหนด ไว้ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสารเคมีผสมเพิ่มสําหรับทําคอนกรีตไหล มอก. 985 แบ่งตาม
ลักษณะการใช้งานได้ 2 ประเภท
2.6.1 ประเภท 1 สารเพื่อการไหล (Plasticizing Admixture) หมายถึง สารผสมเพิ่มที่ทําให้ คอนกรีตไหลได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่มน้ํา และไม่หน่วงการก่อตัวของคอนกรีต
2.6.2 ประเภท 2 สารเพื่อการไหลและหน่วงการก่อตัว (Plasticizing and Retarding Admixture) หมายถึง สารผสมเพิ่มที่ทําให้คอนกรีตไหลได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มน้ํา แต่หน่วงการก่อตัว ของคอนกรีต
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
2.6.3 สารเคมีผสมเพิ่มสําหรับคอนกรีต ตามข้อ 2.4 สารกระจายกักฟองอากาศสําหรับ คอนกรีต ตามข้อ 2.5 และสารเคมีผสมเพิ่มสําหรับทําคอนกรีตไหล ตามข้อ 2.6 ภาชนะที่ใช้บรรจุทุกหน่วย อย่างน้อยต้องมีเลข อักษร หรือ เครื่องหมาย แจ้งรายละเอียดต่อไปนี้ให้เห็นได้ง่าย ชัดเจน
2.6.3.1 ชื่อผลิตภัณฑ์
2.6.3.2 ประเภทและชนิด 2.6.3.3 ชื่อสารเคมีหลัก
2.6.3.4 สิ่งเหลือจากการอบ ความหนาแน่นสัมพัทธ์ และคุณสมบัติอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
2.6.3.5 ปริมาณสุทธิ เป็นน้ําหนักหรือปริมาตร
2.6.3.6 เดือน ปีที่ผลิต หรือรหัสรุ่นผลิต
2.6.3.7 คําแนะนําเกี่ยวกับวิธีใช้และอายุการเก็บ
2.6.3.8 ข้อควรระวังเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้และการเก็บรักษา
2.6.3.9 ชื่อผู้ผลิตหรือโรงงานที่ผลิต หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน ใน กรณีที่ใช้ภาษาต่างประเทศต้องมีความหมายตรงกับภาษาไทยที่กําหนดไว้ข้างต้น
2.7 งานเข็มพืดเหล็ก
ประเภทและขนาดของเข็มพืดเหล็ก ต้องได้ตามมาตรฐาน มอก. 1390-2539 หรือตามที่ ผู้ออกแบบเห็นชอบ และรายละเอียดจะต้องเป็นไปตามที่แสดงไว้ในแบบรูป
2.7.1 เข็มพืดเหล็ก ต้องมีความหนา ความกว้างและความยาวตามที่กําหนดในแบบ
2.7.2 เข็มพืดเหล็ก ต้องมีส่วนผสมของ ฟอสฟอรัส (P) และซัลเฟอร์ (S) ไม่มากกว่า 0.04% และคอปเปอร์ (Cu) ไม่น้อยกว่า 0.25 %
2.7.3 เข็มพืดเหล็กต้องมีคุณสมบัติดังนี้
2.7.3.1
ความต้านทานแรงดึง ไม่น้อยกว่า 490 เมกะพาสคัล
2.7.3.2 ความต้านทานแรงดึงที่จุดคลาก ไม่น้อยกว่า 295 เมกะพาสคัล
2.7.3.3 ความยืด ไม่น้อยกว่า 17 เปอร์เซ็นต์
2.7.4 ผู้รับจ้างจะต้องส่งชื่อบริษัทผู้ผลิตและจัดส่งตัวอย่างเข็มพืดเหล็กพร้อมข้อมูลต่างๆ เช่น แรงดึงสูงสุด แรงดึงที่จุดคลาก ส่วนประกอบทางเคมีและฟิสิกส์ เสนอขอความเห็นชอบต่อ ผู้ออกแบบก่อนการดําเนินการ
2.7.5 การเคลือบผิวกันสนิม หากไม่ระบุเป็นอย่างอื่น ให้ดําเนินการตามรายการมาตรฐานฯ บทที่ 9 ข้อ 9.10
2.7.6 กรณีที่รายการก่อสร้างเฉพาะงานกําหนดให้ใช้สี Coal Tar Epoxy ให้ดําเนินการ ดังนี้
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557 23
24
ก่อนการทาสีหรือพ่นสี ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดผิวของเข็มพืดเหล็ก ด้วยวิธีพ่นทราย (Sand Blast) เท่านั้น แล้วให้พ่นด้วยสี Coal Tar Epoxy ไม่น้อยกว่า 3 ชั้น ในการพ่นสีแต่ละชั้น ต้องให้สีของชั้นเดิมแห้งสนิท เสียก่อน จึงอนุญาตให้พ่นสีชั้นต่อไปได้ และความหนาของสีแต่ละชั้นหนาไม่น้อยกว่า 100 ไมครอน
และความหนารวมต้องไม่น้อยกว่า 300 ไมครอน
2.7.7 เข็มพืดเหล็กที่ตอกจมอยู่ในดิน ไม่ต้องดําเนินการตามข้อ 2.7.5 หรือ 2.7.6
2.8 งานเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ
2.8.1 เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน (Hot Rolled Structural Steel Sections)
เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน หมายถึง เหล็กที่ผลิตออกมามีหน้าตัดเป็น รูปลักษณะต่างๆ โดยการรีดและแปรรูปที่อุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิวิกฤติ (Critical Temperature) ใช้ใน งานโครงสร้าง ซึ่งมีขนาดชั้นคุณภาพ เกณฑ์ความคลาดเคลื่อน ส่วนประกอบทางเคมี สมบัติทางกล และ การทดสอบ เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน มอก. 1227 ต้องมีลักษณะผิวทั้งหมดเรียบเกลี้ยง ไม่มีรอยปริแตกร้าว ความต้านแรงดึงที่จุดคลาก ความต้านแรงดึง ความยืด ตามที่กําหนดไว้ในตารางที่ 2.7
ตารางที่ 2.7 ชั้นคุณภาพ ความด้านแรงดึงที่จุดคลาก ความด้านแรงดึง และความยืด
ชน
คุณภาพ
ความต้านแรงดึง
ที่จุดคลาก
ความต้าน
ล่าสุด
แรงดึง
เมกะพาสคัล
ความยืดต่ําสุด ร้อยละ
ความหนา ความหนา
ความหนา ความหนาร
ความหนา
ไม่เกิน
เกิน
ไม่เกิน
ถึง
เกิน
เมกะพาสคัล
16
16
5
16
16
มิลลิเมตร มิลลิเมตร
มิลลิเมตร
มิลลิเมตร
มิลลิเมตร
SS 400
245
235 400 ถึง 510
21
17
21
2.8.2 เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็น (Cold Formed Structural Steel Sections)
เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็น หมายถึง เหล็กที่ผลิตออกมามีหน้าตัดเป็น รูปลักษณะต่างๆ โดยไม่ใช้ความร้อนในการแปรรูป ใช้ในงานโครงสร้างซึ่งมีขนาดชั้นคุณภาพ ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ ส่วนประกอบทางเคมี สมบัติทางกล และการทดสอบ เป็นไปตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็น มอก. 1228 ต้องมีลักษณะผิวทั้งหมดเรียบ เกลี้ยง ไม่มีรอยปริ แตกร้าว ความต้านแรงดึง และความยืด ตามที่กําหนดไว้ในตารางที่ 2.8
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
ตารางที่ 2.8 ความต้านแรงดึงที่จุดคลาก ความต้านแรงดึงและความยืด
ชั้นคุณภาพ
ความต้านแรงดึงที่จุดคลาก ต่ําสุด
ความต้านแรงดึง
SSC 400
ความยืดต่ําสุด ร้อยละ
เมกะพาสคัล
เมกะพาสคัล
ความหนาไม่ ความหนา
เกิน 5
เกิน 5
มิลลิเมตร
มิลลิเมตร
245
400 ถึง 510
21
17
2.9 เหล็กโครงสร้างพิเศษ
เป็นเหล็กชนิดผลิตร้อน (Hot Rolled Steel) ต้องได้ตามมาตรฐาน JIS G 3101 ASTM A 36 หรือ ASTM A 36 M 91 ตามตารางที่ 2.9 หรือตามที่ผู้ออกแบบเห็นชอบ และรายละเอียดจะต้องเป็นไปตามที่
แสดงไว้ในแบบ
ตารางที่ 2.9
Japanese Industrial Standards
Std.No.
Related Foreign Standards Symbol
Material
Title
Symbol, Grade.
Class
Material
Title
Symbol
Std. No.
JIS G3101 | Rolled steel for
SS 400
ASTM A 36/
Spec. for
general structure
A 36 M-91
structural steel
2.9.1 เหล็ก ต้องมีส่วนผสมของฟอสฟอรัส (P) ไม่มากกว่า 0.05% ซัลเฟอร์ (S) ไม่มากกว่า 0.05% 2.9.2 เหล็กต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  1. ความต้านทานแรงดึง ไม่น้อยกว่า 41 กิโลกรัมต่อตารางมิลลิเมตร
  2. ความต้านทานแรงดึงที่จุดคลาก ไม่น้อยกว่า 24 กิโลกรัมต่อตารางมิลลิเมตร
  3. ความยืด ไม่น้อยกว่า 23 เปอร์เซ็นต์
    ทั้งนี้ ก่อนนําเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ หรือเหล็กโครงสร้างพิเศษ ในข้อ 2.8 และ 2.9 มาใช้งาน ให้ผู้รับจ้างยื่นใบรับรองแสดงรายละเอียด ขนาด มิติ น้ําหนัก และจํานวน จากผู้ผลิตเหล็ก รวมทั้งแสดง รายละเอียดส่วนผสมทางเคมี และคุณสมบัติทางกล เพื่อให้ผู้ออกแบบพิจารณาให้ความเห็นชอบ
    รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
    25
    2.10 แผ่นยางรองสะพาน ( Bridge Bearing Pad)
    แผ่นยางรองสะพาน หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นแผ่นทําจากยาง โดยอาจมีวัสดุเสริมแรง ด้วยก็ได้ ใช้ติดตั้งบนตอม่อสะพานเพื่อรองรับน้ําหนักโครงสร้างส่วนบนและน้ําหนักบรรทุกโดยมีขนาด ความกว้าง ความยาว และความหนา เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในแบบรูปและรายการก่อสร้าง และมี คุณสมบัติดังต่อไปนี้
    2.10.1 วัตถุดิบที่ใช้ทําแผ่นยาง จะต้องทําจากยางสังเคราะห์ (Neoprene Rubber) โดยมีมิติและเกณฑ์ความคลาดเคลื่อน การทํา คุณลักษณะ เครื่องหมาย และฉลาก ตามที่กําหนด ไว้ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแผ่นยางรองสะพาน มอก. 951 และที่แผ่นยางทุกแผ่นจะต้องทํา เครื่องหมายแจ้งประเภท ชนิดความแข็งแรง และชื่อผู้ผลิตหรือโรงงานที่ผลิตอยู่ในเนื้อยางให้เห็นชัดเจน
    2.10.2 แผ่นยางประเภทมีวัสดุเสริมแรง กรณีที่ใช้แผ่นเหล็กเสริม (Steel Laminate) แผ่นเหล็กที่ใช้ต้องทําจากแผ่นเหล็กกล้าละมุน (Rolled Mild Steel)
    2.10.3 คุณสมบัติทางฟิสิกส์ของส่วนที่เป็นเนื้อยาง ไม่รวมวัสดุเสริมแรงของ แผ่นยางต้องเป็นไปตามที่กําหนดไว้ในตาราง 2.10
    ตารางที่ 2.10
    รายการ
    เกณฑ์กําหนด
    วิธีทดสอบ
    ที่
    คุณลักษณะ
    ชนิด 50 ชนิด 60 ชนิด 70
    ตาม
    มาตรฐาน
    1
    ความแข็ง IRHD
    50±5 60+5
    70±5
    ISO 48
    2
    ความต้านแรงดึง (Tensile Strength)
    เมกะพาสคัล ไม่น้อยกว่า
    17.0
    17.0
    17.0
    ISO 37
    3
    ความยืดเมื่อขาด (Ultimate Elongation) ร้อย
    ละ ไม่น้อยกว่า
    450
    400
    300
    ISO 37
    ความทนอุณหภูมิสูง(Heat Resistance)
    ISO 188
    Air-Oven
    Method
    5
    26
    ความแข็งเพิ่มขึ้น IRHD ไม่เกิน
    ความต้านแรงดึงลดลง ร้อยละ ไม่เกิน ความยืดเมื่อขาดลดลง ร้อยละ ไม่เกิน การยุบตัวเนื่องจากแรงอัด (Compression
    Set) ร้อยละ ไม่เกิน
    25
    25
    25
    ISO 815
    หมายเหตุ : หากแบบรูปและรายการก่อสร้างมิได้กําหนดความแข็งของแผ่นยางไว้ ให้ใช้แผ่นยางชนิดความแข็ง IRHD 50
    รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
    2335
    10
    10
    10
    25
    25
    25
    25
    25
    2.11 วัสดุอุดรอยต่อ (Joint Filler)
    วัสดุอุดรอยต่อคอนกรีต หมายถึง วัสดุสําเร็จรูป มีลักษณะเป็นแผ่น หรือแถบ ใช้ แทรกหรือกั้นตรงรอยต่อเพื่อการขยายตัวของคอนกรีต
    วัสดุอุดรอยต่อแต่ละรอยต่อ จะต้องเป็นแผ่นเดียวตลอด มีความหนา และความลึก ตามที่ระบุไว้ในแบบรูป เว้นแต่ผู้ควบคุมงานจะอนุญาตให้เป็นอย่างอื่น ในกรณีที่ได้อนุญาตให้ใช้วัสดุอุด รอยต่อมากกว่า 1 แผ่นในรอยต่อเดียวกัน จะต้องต่อที่ปลายรอยต่อกันให้แน่นสนิท หรือทําให้ต่อกันแน่น โดยวิธีการอื่นใดที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
    ในกรณีที่แบบรูปรายการก่อสร้าง มิได้กําหนดคุณสมบัติของวัสดุอุดรอยต่อคอนกรีต ไว้เป็นเฉพาะตัวแล้ว ให้ใช้วัสดุอุดรอยต่อคอนกรีต โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
    ประเภท 1 ยางฟองน้ํา (Sponge Rubber) เป็นวัสดุที่ทําด้วยยางฟองน้ําแบบยืดหยุ่น ที่ได้จากยางสังเคราะห์ โดยไม่มียางที่ใช้แล้วผสมอยู่
    ประเภท 2 ไม้ก๊อก (Cork)
    ประเภท 3 ไม้ก๊อกขยายตัว (Self-Expansion
    Cork) วัสดุอุดรอยต่อคอนกรีตประเภท
    ไม้ก๊อกและไม้ก๊อกขยายตัว เป็นวัสดุทําโดยประสานไม้ก๊อกให้ติดกันด้วยกาวเรซินสังเคราะห์
    คุณลักษณะในการใช้งานและวิธีการทดสอบของวัสดุอุดรอยต่อคอนกรีตของแต่ละ ประเภทให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมวัสดุรอยต่อคอนกรีตประเภทยางฟองน้ําและไม้ก๊อก
    มอก.1079 ดังนี้
    2.11.1 การรับแรงอัด (Compression) หน่วยแรงที่กดแผ่นวัสดุ จนกระทั่ง ความหนาลดลงร้อยละ 50 ของความหนาเดิม จะต้องไม่น้อยกว่า 0.45 MPa และไม่มากกว่า 10.35 MPa
    2.11.2 การคืนรูป (Recovery) หลังจากกดแผ่นวัสดุจนกระทั่งความหนาลดลง ร้อยละ 50 ของความหนาเดิมเป็นเวลา 10 นาที แผ่นวัสดุจะต้องคืนรูปมีความหนาไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
    ของความหนาเดิม
    2.11.3 การปลิ้น (Extrusion) เมื่อนําแผ่นวัสดุวางลงในที่บังคับ 3 ด้าน แล้วกด แผ่นวัสดุให้เหลือความหนาร้อยละ 50 ของความหนาเดิมแผ่นวัสดุจะปลิ้นออกทางด้านอิสระไม่เกิน 6.4
    มิลลิเมตร
    2.11.4 การขยายตัวในน้ําเดือด (Expansion) เฉพาะประเภท ไม้ก๊อก ขยายตัว เมื่อแช่ในน้ําเดือดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ความหนาแผ่นวัสดุจะต้องเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 140 ของความหนาเดิม 2.11.5 ความหนาแน่น (Density) เฉพาะประเภทยางฟองน้ํา ความหนาแน่น ไม่น้อยกว่า 480 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
    2.11.6 ค ว า ม ท น กรดไฮโดรคลอริค (Boiling in Hydrochloric Acid) เฉพาะ ประเภทไม้ก๊อกและไม้ก๊อกขยายตัวจะต้องไม่พบข้อบกพร่องดังต่อไปนี้
    รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
    27
    28
    2.11.6.1 เม็ดไม้ก๊อกหลุดออกมาระหว่างต้ม 2.11.6.2 แผ่นทดสอบเสียความยืดหยุ่น แตกเป็นชิ้นได้ง่าย
    2.11.6.3 ผิวแผ่นทดสอบมีรูพรุนและเม็ดไม้ก๊อกหลุดออกมาได้ง่ายโดยการถู การบรรจุเครื่องหมายและฉลาก วัสดุอุดรอยต่อคอนกรีต ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม วัสดุอุดรอยต่อคอนกรีต ประเภทฟองน้ําและไม้ก๊อก มอก.1079
    2.12 วัสดุทารอยต่อ (Joint Primer) วัสดุที่ใช้ทารอยต่อ ต้องเป็น Expandite No.3 หรือเทียบเท่า
    2.13 แผ่นใยใส่รอยต่อคอนกรีต (Preformed Elastic Filler)
    2.13.1 ลักษณะทั่วไป
    ให้ใส่แผ่นใยนี้ในรอยต่อคอนกรีตทุกแห่งที่กําหนดไว้เป็นรอยต่อเผื่อสําหรับการ
    ขยายตัว (Expansion Joint) แผ่นใยใส่รอยต่อจะต้องประกอบด้วยวัสดุเส้นใยที่ได้จากธรรมชาติหรือจาก การสังเคราะห์ นํามาอัดเป็นแผ่นและอาบด้วยยางมะตอยชนิดเหลว
    2.13.2 คุณสมบัติ
    2.13.2.1 การดูดน้ํา เมื่อแช่แผ่นใยในน้ํา อุณหภูมิ 23 + 3 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จะต้องดูดน้ําได้ไม่มากกว่า 14% โดยน้ําหนัก
    2.13.2.2 ความแน่นของแผ่นใยเมื่อแห้งตามปกติ (Air Dry) จะต้องมีน้ําหนักไม่น้อย กว่า 300 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
    2.13.2.3 แรงกดที่ใช้กดแผ่นใยจนทําให้ความหนาลดลงครึ่งหนึ่งจะต้องไม่เกิน 50
    กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร
    2.13.2.4 การคืนตัวของแผ่นใย หลังจากการกดตามข้อ 2.13.2.3 แล้วปล่อยให้แผ่นใย คืนตัวเป็นเวลา 10 นาที แผ่นใยจะต้องคืนตัวจนมีความหนาไม่น้อยกว่า 70% ของความหนาก่อนใช้แรงกด
    2.13.2.5 การขยายตัวเมื่อนําแผ่นใยวางลงในที่บังคับ 3 ด้าน ปล่อยด้านหนึ่งว่างไว้ เมื่อกดแผ่นใยตามข้อ 2.13.2.3 แผ่นใยจะยืดออกทางด้านที่ว่างไว้ ไม่เกิน 6 มิลลิเมตร
    2.13.2.6 การเก็บรักษา และการเตรียมวัสดุที่ใช้ทํารอยต่อเพื่อการขยายตัว วัสดุที่ใช้ ทํารอยต่อเพื่อการขยายตัว (Expansion Joint Material) ต้องนํามาเก็บไว้บนพื้นที่สูงจากพื้นดินมีหลังคาปกคลุม ไม่ให้ฝุ่นละออง น้ํามัน หรือความสกปรกต่าง ๆ เปื้อนได้ วัสดุที่ใช้ทํารอยต่อ
    2.14 แผ่นกันน้ํา (Water Stop) จะต้องเป็นวัสดุประเภทยางสังเคราะห์ (Neoprene Rubber) ให้ติดตั้ง ตามตําแหน่งที่กําหนดไว้ในแบบรูป แผ่นกันน้ํา (Water Stop) ต้องมีความยาวติดต่อกันตลอดตามที่กําหนด ไว้ในแบบรูป หากมีความจําเป็นต้องต่อกันให้ต่อตามวิธีที่บริษัทผู้ผลิตกําหนดไว้ การติดตั้งแผ่นกันน้ํา ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อให้ศูนย์กลางของเส้นแผ่นกันน้ําอยู่กึ่งกลางรอยต่อพอดี ลักษณะของแผ่นกันน้ํา อาจจะเป็นชนิด 2 ลอน (Two Bulbs) หรือ 3 ลอน (Centerbulb) ตามที่กําหนดไว้ในแบบรูป แผ่นกันน้ําชนิด แผ่นยาง จะต้องมีคุณสมบัติตามตารางที่ 2.11
    รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
    ตารางที่ 2.11
    ลําดับที

คุณสมบัติ ความแข็งแรง
2. แรงดึงสภาพใช้งาน
3.
แรงดึงรอยเชื่อมต่อ
4.
การตายตัว
(Compression Set)
5.
6.
ส่วนยืด (Elongation) คุณสมบัติอื่น
Neoprene Rubber
Hardness Shore “A”
Durometer 60-75
ไม่น้อยกว่า 275 กก./ซม.
ไม่น้อยกว่า 80% เมื่อเทียบกับแรงดึง
สภาพใช้งาน
การตายตัวของวัสดุเมื่อรับแรงกด
ทดลองที่ 70°C เป็นเวลา 22 ชั่วโมง
ต้องไม่เกิน 30%
เมื่อขาดไม่น้อยกว่า 450%
ผิวเรียบเป็นเนื้อเดียวกัน ปราศจากรู พรุนที่นํ้าซึมผ่านได้
การติดตั้งแผ่นกันน้ํากรณีต้องงอเป็นมุมฉากต้องมีรัศมีการงอ ไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร สําหรับ
แผ่นกันน้ําชนิด 2 ลอน และรัศมีงอไม่น้อยกว่า 25 เซนติเมตรสําหรับแผ่นกันน้ําชนิด 3 ลอน ขนาด 15-20 เซนติเมตร ผิวของแผ่นกันน้ําต้องวางห่างจากผิวคอนกรีตไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร ในขณะติดตั้ง การยึดแผ่น กันน้ํากับไม้แบบ ห้ามใช้ตะปูหรือสลักเกลียวดอกยึดจะทําให้แผ่นยางกันน้ําทะลุที่บริเวณหนึ่งบริเวณใด เป็นอันขาด ให้ยึดโดยวิธีจับยึดClip or Fasteners
2.15 วัสดุยารอยต่อ (Joint Sealant)
วัสดุยารอยต่อ หมายถึง วัสดุซึ่งมีคุณสมบัติหยุ่นตัวและเกาะติด สามารถทําให้เหลวได้โดยการให้ ความร้อนและเทลงในรอยต่อได้สม่ําเสมอ ไม่ขาดตอนหรือเกิดโพรงอากาศ ไม่ไหลออกนอกรอยต่อหรือติดล้อ ยานพาหนะ โดยทั่วไปหากแบบรูปหรือรายการก่อสร้าง มิได้กําหนดไว้เป็นเฉพาะแล้ว ให้ใช้วัสดุยารอยต่อ คอนกรีตชนิดเทร้อน ซึ่งมีคุณลักษณะและการทดสอบ เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมวัสดุยารอยต่อคอนกรีตแบบยืดหยุ่นชนิดเทร้อน มอก.479 ดังนี้
2.15.1 จุดไหลเท (Pour Point) ต้องต่ํากว่าอุณหภูมิปลอดภัย (Safe Heating Temperature) อย่างน้อย
11 องศาเซลเซียส
2.15.2 เพนิเทรชั่น (Penetration) ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส น้ําหนักกด 150กรัม ในเวลา 5
วินาที ต้องมีค่าไม่เกินร้อยละ 90
2.15.3 การไหลที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ต้องมีค่าไม่เกิน 5 มิลลิเมตร
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
29
2.15.4 การยึดเหนี่ยว (Bonding) เมื่อทดสอบการยึดเหนี่ยวโดยสมบูรณ์ 1 ครั้งแล้ว ต้องไม่เกิด รอยร้าว (Cracking) หรือการแยกตัว (Seperation) หรือร่อง (Opening) อย่างใดอย่างหนึ่ง ลึกเกินกว่า 6.4 มม. ณ จุดหนึ่งจุดใดในชิ้นทดสอบหรือระหว่างชิ้นทดสอบกับมอร์ต้าบล็อกในระหว่างการทดสอบ โดยวัดความลึก ของรอยร้าว หรือการแยกตัว หรือร่องในแนวตั้งฉากกับด้านของชิ้นทดสอบที่เกิดข้อบกพร่อง
2.15.5 การบรรจุเครื่องหมายและฉลาก วัสดุยารอยต่อต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมวัสดุยารอยต่อคอนกรีตยืดหยุ่นชนิดเทร้อน มอก.479
30 รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
บทที่ 3
การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง
การควบคุมคุณภาพ หมายถึง การควบคุมทั้งในสถานที่ก่อสร้างและในห้องปฏิบัติการ
ทดลองเพื่อควบคุมการใช้วัสดุก่อสร้างให้มีคุณสมบัติทางวิศวกรรมเป็นไปตามที่ได้กําหนดไว้และเพื่อ ควบคุมคุณภาพของงานก่อสร้าง อันหมายถึงฝีมือช่าง รูปลักษณะสิ่งก่อสร้าง ความมั่นคงแข็งแรง และ วิธีการทํางานให้เป็นอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ แบบรายการก่อสร้าง สัญญา และระเบียบราชการต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้อง
การทดสอบคุณสมบัติตามบทนี้เป็นหน้าที่ของกองวิเคราะห์และวิจัย สํานักการโยธา นอกจากกรณีซึ่งกองวิเคราะห์และวิจัยไม่อาจดําเนินการให้ได้ ผู้รับจ้างอาจจะขอให้หน่วยราชการอื่น ๆ ทําการทดสอบให้ก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่ควบคุมงานเสียก่อน ในการนี้ผู้รับจ้าง ต้องจัดยานพาหนะและคนงานเพื่ออํานายความสะดวกรวมทั้งรับผิดชอบค่าธรรมเนียมตามระเบียบของ
ทางราชการ (ถ้ามี) ด้วย
3.1 การควบคุมคุณภาพของวัสดุก่อสร้าง
วัสดุที่ก่อสร้างทุกชนิดทั้งวัสดุธรรมชาติและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จะต้องมีคุณสมบัติตามที่
กําหนดไว้ในบทที่ 2 ห้ามนําวัสดุที่ยังไม่ได้ผ่านการทดสอบว่ามีคุณภาพได้ตามเกณฑ์ที่กําหนดไปใช้งาน ก่อนเป็นอันขาด ยกเว้นจะมีการกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
3.1.1 ก่อนที่ผู้รับจ้างจะลงมือทําการก่อสร้างจะต้องส่งตัวอย่างวัสดุต่าง ๆ เพื่อทําการทดสอบ เสียก่อน ผลการทดสอบจะต้องได้เกณฑ์ตามที่กําหนดไว้ จึงจะถือว่าวัสดุนั้น ๆ มีคุณสมบัติใช้ได้
3.1.2 การเก็บตัวอย่างเพื่อทําการทดสอบ ให้เจ้าหน้าที่ควบคุมงานหรือเจ้าหน้าที่กองวิเคราะห์ และวิจัย เป็นผู้เก็บตัวอย่าง
3.2 การควบคุมคุณภาพของงานดิน
3.2.1 งานถมดิน ในการถมดินแบ่งลักษณะการถมตามลักษณะงานที่จะก่อสร้าง ได้แก่
3.2.1.1 การถมที่ทั่วไป
เป็นการถมที่ในบริเวณที่ดินทั่วไป เช่น สนาม เป็นต้น
(1) การถมให้ถมด้วยดินหรือทรายถมที่อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ผิวชั้นบนสุด จะต้องถมด้วยดินเท่านั้น มีความหนาของชั้นดินไม่น้อยกว่า 0.30 เมตร กรณีถมด้วยดินให้ทําการถมเป็นชั้นๆ หนาชั้นละประมาณ 0.30 เมตร ถึง 0.50 เมตร บดอัดทุกชั้นด้วยเครื่องกระทุ้ง หรือลูกกลิ้งหรือรถบดที่มี แรงกดไม่น้อยกว่า 3 ตันเพื่อให้ดินยุบตัว ในกรณีที่ดินแฉะมาก ไม่อาจบดอัดได้ให้กระทุ้งหรือให้คนงาน
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557 31
32
ย่ําแทน กรณีถมด้วยทราย ให้ใช้น้ําหล่อจนทรายยุบตัวได้ที่ หากบริเวณที่จะถมติดกับที่ดินข้างเคียงซึ่งมี ระดับต่ํา ให้ขุดหรือถมดินเป็นคันกันทรายเสียก่อนแล้วจึงถมด้วยทราย เพื่อป้องกันทรายไหลไปสู่ที่ดินข้างเคียง (2) การปรับ เมื่อถมแล้วเสร็จตามข้อ (1) ให้เกลี่ยดิน แล้วบดอัดให้ผิวเรียบ
ระดับดินเมื่อบดอัดเรียบร้อยแล้วให้สูงกว่าระดับดินที่กําหนดให้ 0.05 เมตร ทุกจุด
3.2.1.2 การถมที่ส่วนที่ตั้งอาคาร
(1) ในกรณีที่มิได้ระบุการถมไว้เป็นอย่างอื่น การถมที่บริเวณที่ตั้งอ
ให้ถมด้วยทรายถมที่เท่านั้น โดยให้ถมตามวิธีการข้อ 3.2.1.1 (1)
(2) ในกรณีที่มิได้ระบุการถมไว้เป็นอย่างอื่นต้องถมดินรอบอาคารด้วยทุกครั้ง ให้ถมดินจากขอบทางเท้า หรือรางระบายน้ํารอบอาคาร เอียงลาด 1 ต่อ 2 (แนวดิ่ง 1 ส่วนต่อแนวราบ 2
ส่วน) ลงสู่ระดับดินเดิมพร้อมตกแต่งและบดอัดจนเรียบ
3.2.1.3 การถมดินหลังเขื่อน
และโครงสร้างพิเศษอื่นๆ หากเป็นโครงสร้าง คอนกรีตเสริมเหล็กหรือคอนกรีตอัดแรง จะต้องให้คอนกรีตมีกําลังได้ตามเกณฑ์ที่ออกแบบไว้ก่อน จึงจะ อนุญาตให้ถมดินได้และให้ดําเนินการดังนี้
(1) ให้ผู้รับจ้างตรวจสอบระดับดินท้องคลองหน้าเขื่อน (Dredge Line)
กว้างประมาณ 5 เมตร จากหน้าเขื่อนและทุกระยะ 25 เมตร ตามความยาวเขื่อนว่าระดับดินท้องคลองหน้า เขื่อน (Dredge Line) ได้ตามแบบรายการก่อสร้างหรือไม่ หากได้ตามแบบรายการก่อสร้างและไม่ได้ระบุ ให้ดําเนินการอื่นๆ เช่น ทิ้งหิน วางกล่อง Garbian ฯลฯ ก็อนุญาตให้ถมดินหลังเขื่อน ได้
(2) หากตรวจสอบตามข้อ (1) แล้วระดับดินท้องคลองหน้าเขื่อน ( Dredge Line) ไม่ได้ตามแบบรายการก่อสร้างและไม่ได้ระบุให้ดําเนินการอื่นๆ เช่น ทิ้งหินวางกล่อง Garbian ฯลฯ
ให้แจ้งผู้ออกแบบพิจารณาแก้ไข
(3) หากผู้รับจ้างไม่ได้ดําเนินการตรวจสอบตามข้อ (1) และ (2) และเกิด ความเสียหายผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งสิ้น
(4) การถมดินตั้งแต่ระดับต่ํากว่า +1.50 ม.รทก. ให้ถมด้วยดินเหนียวตาม รายการก่อสร้างเท่านั้น และให้ถมเป็นชั้น ๆ แต่ละชั้นหนาไม่เกิน 0.20-0.30 เมตร บดอัดด้วยเครื่องกระทุ้ง หรือตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
(5) ชั้นดินถมตั้งแต่ระดับ +1.50 ม.รทก. ขึ้นไปจะต้องทําการบดอัดเป็นชั้น ๆ ด้วยเครื่องกระทุ้งดิน โดยให้แต่ละชั้นหนาไม่เกิน 0.50 เมตร หรือตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด และต้องบด อัดดินที่มีความชื้นพอเหมาะ ไม่แห้งหรือเปียกเกินไป
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
3.2.2 เมื่อผู้รับจ้างได้ทําการบดอัดงานดินแล้วเสร็จในแต่ละชั้น ให้รายงานเจ้าหน้าที่ควบคุม งานทราบ เพื่อขอความร่วมมือจากกองวิเคราะห์และวิจัย จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกไปทําการทดสอบความแน่น ในสนามให้ ยกเว้นงานถมดินหลังเขื่อน ไม่ต้องทําการทดสอบ โดยถือเกณฑ์การปฏิบัติดังนี้
3.2.2.1 กองวิเคราะห์และวิจัย จะทําการทดสอบความแน่นในสนามให้ในกรณี
ที่วัสดุ ซึ่งนํามาใช้ในงานนั้น ได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพว่าใช้งานได้แล้วเท่านั้น
3.2.2.2 การทดสอบให้กระทําเป็นชั้น แต่ละชั้นหนาไม่เกิน 15 ซม. นอกจาก
แบบและรายการก่อสร้างจะได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
3.2.2.3 การทดสอบครั้งหนึ่ง ให้กระทําเพียงชั้นเดียวเท่านั้น ห้ามผู้รับจ้างทํางาน ในชั้นถัดขึ้นมาโดยที่ยังมิได้ทดสอบความแน่นของงานชั้นล่างเป็นอันขาด นอกจากกรณีจําเป็นซึ่งต้อง ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่ควบคุมงานและกองวิเคราะห์และวิจัยเสียก่อน
3.3 การควบคุมคุณภาพของคอนกรีต
ผู้รับจ้างจะต้องหล่อแท่งตัวอย่างคอนกรีตเพื่อทดสอบกําลังอัดประลัยทุก ๆ วัน ที่มีการเท
คอนกรีต และทุกส่วนของโครงสร้างที่แตกต่างกัน หรือตามที่ผู้ควบคุมงานหรือผู้ออกแบบจะเห็นสมควร การหล่อแท่งคอนกรีตให้หล่ออย่างน้อย 2 ชุด (6 ตัวอย่าง) เพื่อส่งทดสอบที่อายุ 7 วัน 1 ชุด และ/หรือ 28 วัน 1 ชุด ให้ลงวัน เดือน ปี ชื่อผู้รับจ้าง ชื่องาน และส่วนของโครงสร้างบนแท่งตัวอย่างให้ชัดเจน โดยใช้วัสดุ ที่มีคมเขียนลงบนแท่งคอนกรีตขณะที่ยังไม่แข็งตัว กองวิเคราะห์และวิจัย จะรับแท่งตัวอย่างคอนกรีตไว้ ทดสอบเฉพาะที่ได้ดําเนินการตามที่กล่าวแล้วเท่านั้น และการส่งแท่งคอนกรีตเพื่อทดสอบให้ส่งพร้อมกัน
ทั้ง 2 ชุด
ผลการทดสอบหาค่าความต้านแรงอัดของแท่งคอนกรีตตัวอย่างแต่ละชุด (จํานวน 3 ตัวอย่าง) ซึ่งได้จากการทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม วิธีการทดสอบความต้านแรงอัดของแท่ง คอนกรีตมาตรฐาน มอก. 409 จะต้องมีค่าไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบรูปและรายการก่อสร้าง ทั้งนี้ อนุญาตให้มีแท่งคอนกรีตที่ให้ค่าความต้านแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 แท่ง แต่ต้องมีค่าความต้าน แรงอัดไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด และเมื่อเฉลี่ยค่าความต้านแรงอัดจากตัวอย่างทั้ง 3 แท่ง จะต้องไม่น้อยกว่าค่าความต้านแรงอัดที่กําหนด
ในกรณีที่ผลทดสอบแท่งคอนกรีตตัวอย่าง มีค่าความต้านแรงอัดต่ํากว่าค่าที่กําหนด ผู้รับจ้าง มีสิทธิ์จะขอให้ทําการตรวจสอบค่าความต้านแรงอัดของคอนกรีตในช่วงงานนั้น ๆ เพิ่มเติม โดยการเจาะ
เก็บตัวอย่างมาทดสอบค่าความต้านแรงอัดใหม่ การเจาะตัวอย่างทดสอบจะต้องดําเนินการโดยเร็วภายใน ระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน นับจากวันที่เทคอนกรีตช่วงนั้นๆ ตําแหน่งที่เจาะและจํานวนตัวอย่างที่ต้องการ ผู้ ควบคุมงานจะเป็นผู้กําหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 ตัวอย่าง ขนาดของตัวอย่างที่เจาะจะต้องมี
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
33
34
เส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 100 มิลลิเมตร และมีอัตราส่วนระหว่างความสูงและเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อย กว่า 1:1 ค่าความต้านแรงอัดของตัวอย่างที่เจาะเมื่อแปลงกลับไปเป็นค่าความต้านแรงอัดของแท่งคอนกรีต มาตรฐาน ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมวิธีการทดสอบความต้านแรงอัดของแท่งคอนกรีต มาตรฐาน มอก.409 แล้ว จะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของความต้านแรงอัดที่กําหนด จึงจะถือว่า คอนกรีตในช่วงนั้น ๆ ใช้ได้ ในกรณีที่ผลการทดสอบจากตัวอย่างที่เจาะน้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าความ ด้านแรงอัดที่กําหนด ให้ผู้รับจ้างทุบคอนกรีตช่วงนั้น ๆ ทิ้งแล้วเทใหม่พร้อมเก็บตัวอย่างทดสอบชุดใหม่
ในกรณีที่ผลทดสอบแท่งคอนกรีตตัวอย่างให้ค่าความต้านทานแรงอัดต่ํากว่าค่ากําหนด และผู้รับจ้างประสงค์จะขอเจาะตัวอย่างในสนามมาทดสอบค่าความต้านแรงอัดใหม่ผู้ควบคุมงานมี
อํานาจสั่งรื้อแล้วเทคอนกรีตช่วงที่ซื้อนั้นใหม่ได้
การจัดหาเครื่องมือสําหรับเจาะทดสอบ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการดําเนินการทั้งหมดนี้ ผู้รับ
จ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งสิ้น
3.4 การน่าส่งวัสดุเพื่อทดสอบ
ให้เจ้าหน้าที่ควบคุมงานเป็นผู้ส่งวัสดุต่าง ๆ พร้อมทั้งแบบและรายการก่อสร้าง โดยผู้รับจ้าง จะต้องเป็นภาระในการจัดยานพาหนะ ปริมาณและกําหนดการนําส่งวัสดุเพื่อส่งทดสอบให้เป็นไปตาม ตารางที่ 3.1 แต่การสุ่มตัวอย่างทดสอบอาจจะทํามากกว่านี้ก็ได้ ถ้าผู้ควบคุมงานเห็นสมควร ค่าใช้จ่าย ต่างๆ ในการทดสอบ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น
ตารางที่ 3.1
คอนกรีต
วัสดุ
ปริมาณ
6 ก้อน ตัวอย่าง
กําหนดการนําส่ง
หมายเหตุ
กระเบื่องทางเท้า 1 แผ่น
หินย่อยและทรายหยาบ | 40 ลิตร
เพื่อการผสม
คอนกรีต
ทุกวันที่เทคอนกรีต ทุกส่วนของโครงสร้างที่
แตกต่าง
ทุก ๆ 50 ตารางเมตร
ก่อนใช้งาน หรือตามที่ผู้ควบคุม
งานกําหนด
เศษของ 50 ตาราง
เมตรถ้าไม่ถึง 5
ตารางเมตรให้ปิด
เศษทิ้ง
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
วัสดุ
เหล็กเสริมคอนกรีต
ปริมาณ
กําหนดการนําส่ง
หมายเหตุ
ก่อนใช้งาน หรือตามที่ผู้ควบคุม
ให้ตัดตรงบริเวณ
3 ท่อน
ยาวท่อนละ 1 เมตร
งานกําหนด
ลวดเหล็ก
3 ท่อน
ยาวท่อนละ 1 เมตร
ก่อนใช้งาน หรือตามที่ผู้ควบคุม
งานกําหนด
ท่อระบายน้ําคอนกรีต | 1 ท่อน
ทุก ๆ 200 ท่อน
ที่มีเครื่องหมาย
ระบุผู้ผลิตขนาด
และชั้นคุณภาพ ของเหล็กติดอยู่ ด้วย
เศษของ 200 ท่อน
ถ้าไม่ถึง 50 ให้ปัด
เศษ ง
อื่น ๆ
ตามที่เจ้าหน้าที่ควบคุม ก่อนใช้งาน และแต่ละครั้งที่สั่ง งานเห็นสมควร
มาใช้งาน
*ถ้าใช้คอนกรีตผสมเสร็จและมีรายการคํานวณออกแบบส่วนผสมของคอนกรีต ซึ่งได้รับความ เห็นชอบจากผู้ออกแบบแล้ว ไม่ต้องส่งตัวอย่างวัสดุไปทดสอบอีก
3.5 การส่งตัวอย่างทดสอบที่โรงงานผู้ผลิต
การทดสอบวัสดุก่อสร้างที่เป็นผลิตภัณฑ์สําเร็จรูป ผู้รับจ้างอาจขอให้สุ่มตัวอย่างเพื่อ ทดสอบที่โรงงานผู้ผลิตก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ในกรณีที่ขอทดสอบที่ โรงงานผู้ผลิต ทางโรงงานผู้ผลิตจะต้องมีเครื่องมือทดสอบที่ได้รับการตรวจสอบ และปรับค่าความถูกต้อง ของเครื่องมือจากสถาบันที่เชื่อถือได้ไม่เกิน 6 เดือน โดยเครื่องมือทั้งหลายจะต้องอยู่ในสภาพพร้อมเพรียง และใช้การได้ดี ตัวอย่างที่ทดสอบจะทําการสุ่มจาก Stock ที่โรงงานนั้น ๆ และถ้าผลการทดสอบตัวอย่าง ไม่ได้ตามเกณฑ์ ให้ถือว่าผลิตภัณฑ์ใน Stock นั้นใช้ไม่ได้ทั้งหมด ผู้ควบคุมงานทําเครื่องหมายแสดงบน ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ใน Stock ทั้งหมด เพื่อเป็นเครื่องสังเกตป้องกันการนําไปใช้ สําหรับตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน ผู้ควบคุมงานจะทําเครื่องหมายแสดงบนผลิตภัณฑ์ นั้น ๆ ใน Stock ทั้งหมด เพื่อเป็นเครื่องแสดงว่าผ่านการทดสอบคุณภาพแล้ว สามารถนําไปใช้งานได้
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557 35
3.6 การควบคุมฝีมือช่าง รูปลักษณะสิ่งก่อสร้าง ความมั่นคงแข็งแรง และวิธีการทํางาน
3.6.1 ผู้รับจ้างจะต้องใช้ความระมัดระวังในการทํางานเรื่องของแนวระดับขนาด กว้าง ยาว ฯลฯ ให้ได้ตามแบบและรายการก่อสร้าง สัญญา เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนให้เป็นไปตามที่ได้อนุโลมไว้ เท่านั้น หากมีการผิดพลาดเกิดขึ้นผู้รับจ้างจะต้องทําการแก้ไขตามคําวินิจฉัยของผู้ควบคุมงานโดยไม่คิด ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
3.6.2 ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างตลอดทุก
ขั้นตอนนับแต่เริ่มก่อสร้างจนสิ้นสุดค้ําประกันตามสัญญา การชํารุดบกพร่องของโครงสร้างส่วนใด ๆ อัน เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ การประมาทเลินเล่อ หรือการ ไม่ดําเนินการตามหลักวิชาช่างที่ดี ผู้รับจ้าง จะต้องแก้ไขตามคําวินิจฉัยของผู้ควบคุมงานโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
3.6.3 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาช่างฝีมือซึ่งมีความชํานาญเฉพาะด้าน เช่น ช่างปูน ช่างไม้ ช่างเหล็ก ฯลฯ ให้มีจํานวนเพียงพอเพื่อเข้าดําเนินการก่อสร้าง ผู้ควบคุมงานมีสิทธิ์ขอให้ผู้รับจ้างเปลี่ยน ช่างฝีมือคนหนึ่งคนใด หากเห็นว่าไม่มีฝีมือพอเพียง อันอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่งานก่อสร้างได้
โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
3.6.4 ผู้รับจ้างจะต้องมีวิศวกร ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรควบคุม และ ใบอนุญาตยังไม่ขาดอายุ จํานวนไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ตามรายการก่อสร้าง สัญญา แต่ต้องไม่น้อยกว่า 1 คนรวมทั้งนายช่างเทคนิคตามจํานวนที่หน่วยงานควบคุมการก่อสร้างเห็นชอบคอยควบคุมดูแลงาน ก่อสร้างอยู่ตลอดระยะเวลา เพื่อควบคุมการทํางานให้ดําเนินไปถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยต้องคํานึงถึง สภาพสิ่งแวดล้อม และความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ควบคุมงานมีสิทธิ์ขอให้ผู้รับจ้างเปลี่ยน วิศวกร หรือนายช่างเทคนิคคนหนึ่งคนใดเพราะไม่ควบคุมดูแลงานก่อสร้างให้เป็นไปตามหลักวิชาการที่ ถูกต้อง โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
3.6.5 การขอเปลี่ยนบุคลากรตามข้อ 3.6.3 และ 3.6.4 ผู้รับจ้างจะต้องไม่บิดพลิ้วและต้อง รีบดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร หากไม่มีการปฏิบัติตามผู้ควบคุมงาน มี อํานาจสั่งให้หยุดงานเฉพาะบางส่วนหรือทั้งหมดไว้ได้และไม่ว่ากรณีใด ผู้รับจ้างจะนํามาอ้างเป็นสาเหตุ
เพื่อขอต่ออายุสัญญาไม่ได้
3.6.6 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเครื่องมือ เครื่องจักร รวมทั้งเครื่องทุ่นแรงต่าง ๆ ที่จําเป็นเข้ามา ใช้งานยังสถานที่ก่อสร้างให้เพียงพอกับขนาดและปริมาณของงาน และต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้ระบุ ไว้ในใบแจ้งความประกวดราคา หรือรายการก่อสร้าง สัญญา (ถ้ามี) ด้วย หากการขาดเครื่องมือเครื่องจักร และเครื่องทุ่นแรงดังกล่าวเป็นสาเหตุให้งานล่าช้า อันอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรุงเทพมหานคร ผู้ควบคุมงานอาจถือเป็นเหตุเพื่อเสนอผู้ว่าจ้างเพื่อขอบอกเลิกสัญญาได้
36 รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
4.1 ทั่วไป
บทที่ 4
เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
4.1.1 เสาเข็มคอนกรีตอัดแรงที่จะนํามาใช้ในงานก่อสร้างตามที่ระบุนั้นต้องเป็นเสาเข็มที่ผลิตจาก
โรงงานที่มีอุปกรณ์และวิศวกรผู้ชํานาญงานพอเพียงแก่การผลิตเสาเข็มที่มีคุณภาพดี เสาเข็มทุกต้นต้อง
ระบุวัน เดือน ปี ที่ผลิต ตําแหน่งจุดยก รวมทั้งชื่อบริษัทผู้ผลิตแสดงไว้ชัดเจน
4.1.2 มาตรฐานการออกแบบเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง ให้ใช้ตามมาตรฐาน วิศวกรรมสถานแห่ง ประเทศไทย หรือ AASHTO
4.2 ขนาด คุณสมบัติ และการใช้งาน
4.2.1 ให้ถือตามที่กําหนดไว้ในแบบรูปรายการก่อสร้าง การจะใช้เสาเข็มให้ผู้รับจ้างแจ้งให้ผู้ออกแบบ
ทราบก่อนดําาเนินการผลิต
4.2.2 เสาเข็มที่จะนํามาตอกใช้งานได้ต่อเมื่ออายุของคอนกรีตของเสาเข็มนั้นเป็นดังนี้
4.2.2.1
28 วัน หรือตามที่ผู้ออกแบบหรือผู้ผลิตกําหนด สําหรับเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง ที่หล่อด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 หรือประเภท 5
4.2.2.2 14 วัน สําหรับเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงที่หล่อด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 3 4.2.2.3 ในกรณีที่ต้องการนําเสาเข็มคอนกรีต มาใช้ก่อนกําหนดเวลาหรือเสาเข็มที่ กําหนดให้ใช้คุณสมบัติพิเศษ ตามรายการมาตรฐานฯ บทที่ 2 วัสดุก่อสร้าง ข้อ 2.3.2 กําลังคอนกรีตของ เสาเข็มต้องมีค่าไม่น้อยกว่า ข้อ 4.3.1 ทั้งนี้ต้องส่งผลรายการคํานวณอัตราส่วนผสมคอนกรีตมาให้ ผู้ออกแบบพิจารณาก่อนดําเนินการ
4.3 คอนกรีต
4.3.1 คอนกรีตให้ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 ประเภท 3 ที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.15 หรือปูนซีเมนต์ที่มีคุณสมบัติพิเศษตามรายการมาตรฐานฯ บทที่ 2 วัสดุ ก่อสร้าง ข้อ 2.3.2 และค่าแรงอัดประลัย (Ultimate Compressive Strength) ของแท่งทรงกระบอก คอนกรีตมาตรฐานขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15x30 เซนติเมตร เกณฑ์การยอมรับคุณภาพ ถ้าไม่ได้ระบุไว้ ในแบบรายละเอียดแล้ว เมื่อมีอายุครบ 28 วัน หรือตามที่ผู้ออกแบบหรือผู้ผลิตกําหนด ต้องมีค่าไม่น้อย กว่า 350 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร การตัดลวดอัดแรงจะทําการตัดได้เมื่อมีอายุครบ 2 วัน หรือตามที่ ผู้ออกแบบหรือผู้ผลิตกําหนด ต้องมีค่ากําลังอัดของคอนกรีตมีค่าไม่น้อยกว่า 245 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร 4.3.2 ปูนซีเมนต์ ทราย หินและน้ํา ที่นํามาใช้ผสมคอนกรีตนั้น จะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตาม รายการมาตรฐานฯ บทที่ 2 วัสดุก่อสร้าง ข้อ 2.3
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557 37
4.3.3 การทดสอบคอนกรีตที่มีคุณสมบัติพิเศษ ต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามรายการมาตรฐาน ๆ บทที่ 2 วัสดุก่อสร้าง ข้อ 2.3.2 และผลทดสอบจะต้องได้จากสถาบันที่เชื่อถือได้ และมีอายุไม่เกิน 2 ปี เสนอต่อผู้ออกแบบพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการ
38
4.4 เหล็กเสริมสําหรับคอนกรีตอัดแรง
เหล็กเสริมสําหรับคอนกรีตอัดแรง จะต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
4.4.1 ลวดเหล็กแรงดึงสูง (Steel Wire) ต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามรายการมาตรฐาน ฯ บทที่ 2 วัสดุก่อสร้าง ข้อ 2.3.7.1
4.4.2 ลวดเหล็กตีเกลียวแรงดึงสูง (Uncoated 7-Wire Stress Relieved Strand) ต้องมีคุณสมบัติ เป็นไปตามรายการมาตรฐานฯ บทที่ 2 วัสดุก่อสร้าง ข้อ 2.3.7.2
4.4.3 เหล็กปลอกเป็นลวดเหล็กกล้าดึงเย็นเสริมคอนกรีต (Cold-Drawn Steel Wire for Concrete Reinforcement) ต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุไว้ในรายการมาตรฐานฯ บทที่ 2 วัสดุก่อสร้าง ข้อ2.3.6.4
4.4.4 เหล็กเสริมพิเศษ เป็นเหล็กเสริมในงานโครงสร้างคอนกรีต และต้องมีคุณสมบัติตามที่ ระบุไว้ในรายการมาตรฐานฯ บทที่ 2 วัสดุก่อสร้าง ข้อ 2.3.6
4.5 เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง รับโมเมนต์ดัด
เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง หมายถึง คอนกรีตเสริมเหล็กที่ทําให้เกิดหน่วยแรงขึ้นภายใน โดยให้มี
ขนาดและการกระจายของหน่วยแรงตามต้องการที่จะลบล้างหน่วยแรงอันเกิดจากน้ําหนักบรรทุกใช้งาน
4.6 เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง รับแรงตามแนวแกน
4.6.1 เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จ (Prestressed Concrete Piles)
เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จ หมายถึง เสาเข็มซึ่งทําโดยการหล่อ คอนกรีตหุ้มลวดเหล็กสําหรับงานคอนกรีตอัดแรงที่ใช้เสริมกําลัง ภายหลังที่ลวดเหล็กสําหรับงาน
คอนกรีตอัดแรง หรือลวดเหล็กตีเกลียวสําหรับงานคอนกรีตอัดแรงนั้นถูกยึดออกตามเกณฑ์ที่กําหนด (Pretensioning Method) ซึ่งมีรูปร่าง มิติ และเกณฑ์ความคลาดเคลื่อน วัสดุ การทํา และคุณลักษณะ เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จ มอก. 396 ต้อง
มีลักษณะเนื้อคอนกรีตแน่นสม่ําเสมอ และไม่มีรอยพรุนหรือรอยแตกลึกถึงเหล็กเสริม
4.6.2 เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กหล่อสําเร็จแบบแรงเหวี่ยง (Reinforced Spun Concrete Piles)
เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กหล่อสําเร็จแบบแรงเหวี่ยง หมายถึง เสาเข็มซึ่งทําการหล่อโดยใช้
แรงเหวี่ยงทําให้คอนกรีตหุ้มเหล็กเสริมภายใน ซึ่งมีรูปร่าง มิติ และเกณฑ์ความคลาดเคลื่อน วัสดุ การทํา และคุณลักษณะเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กหล่อสําเร็จแบบแรง เหวี่ยง มอก. 397 มีลักษณะเนื้อคอนกรีตแน่นสม่ําเสมอและไม่มีรอยพรุนหรือรอยแตกซึ่งลึกถึงเหล็กเสริม
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
4.7 การกําาหนดจุดยกและการขนส่ง
เสาเข็มทุกต้นจะต้องแสดงตําแหน่งจุดยกให้ชัดเจน และหากทําการทดสอบด้วยการนําเสาเข็มวาง บนหมอนรองรับที่จุดยก รอยแตกร้าวที่เกิดขึ้นจะต้องไม่กว้างมากกว่า 0.20 มิลลิเมตร โดยทั่วไป กําหนดให้เสาเข็มทุกต้นสามารถรับ Bending Moment ได้ไม่ต่ํากว่า 1.5 เท่า ของ Bending Moment ซึ่งเกิดขึ้น เมื่อวางตรงตําแหน่งจุดยก ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในขณะขนส่ง แต่ถ้าหากออกแบบไว้แตกต่างจาก ข้อกําหนดนี้จะต้องส่งรายละเอียดว่าสามารถยกและขนส่งมาได้โดยปลอดภัย ไม่ทําให้คุณสมบัติการใช้งาน
ของเสาเข็มลดลง
4.8 ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้
4.8.1 ความคดงอของเสาเข็มตามยาวขณะวางในภาวะปกติ (เกิดจากน้ําหนักเสาเข็ม) และขณะ ยกขึ้นในแนวดิ่ง ระยะความคิดที่ส่วนใด ๆ ของเสาเข็มนี้ ถ้าวัดระหว่างเส้นตรงที่ต่อปลายทั้งสองของส่วนงอ กับผิวด้านใดก็ตาม ต้องไม่เกิน 1/360 เท่าของความยาวของส่วนที่งอนั้น
4.8.2 หัวของเสาเข็มต้องมีผิวหน้าเรียบ และตั้งฉากกับเสาเข็มโดยยอมให้มีความคลาดเคลื่อน
ไม่เกิน + 2 องศา
4.9 มาตรฐานโรงงานผลิต
4.9.1 โรงงานผู้ผลิตต้องได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม สําหรับงานเสาเข็มคอนกรีต
อัดแรง มอก. 396-2549
4.9.2 โรงงานผู้ผลิตต้องจัดให้มีเครื่องมือเครื่องจักรสําหรับการผลิตเสาเข็มคอนกรีต ดังนี้
(1) Plant ผสมคอนกรีต ต้องมีการทําการสอบเทียบทุกๆ 3 เดือน
(2) เครื่องดึงลวดอัดแรง (Stressing Machine) ต้องสามารถรองรับการดึงลวดอัดแรง
ได้ไม่น้อยกว่าขนาด SPC9B และต้องมีการสอบเทียบทุกๆ 6 เดือน
(3) เครื่องทดสอบกําลังอัดคอนกรีตต้องสามารถทดสอบกําลังอัดคอนกรีตได้ไม่น้อย กว่าค่ากําลังอัดคอนกรีตที่ออกแบบ และต้องมีการสอบเทียบทุกๆ 6 เดือน
4.9.3 โรงงานผู้ผลิตต้องมีวิศวกรระดับภาคีวิศวกรโยธา ประจําโรงงานผลิตอย่างน้อย 1 คน 4.10 วิธีการก่อสร้าง
4.10.1 การตอกเสาเข็ม
เสาเข็มทุกต้นที่จะนํามาใช้ในงานก่อสร้าง จะต้องมี เลข อักษร หรือเครื่องหมาย ระบุชื่อ ผู้ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต จุดยก และความยาวแสดงได้ชัดเจน ณ ตําแหน่ง ประมาณ 50 มิลลิเมตร จากปลาย เสาเข็ม และจากหัวเสาเข็ม ห้ามตอกเสาเข็มจนกว่าคอนกรีตจะสามารถต้านทานแรงอัดที่อายุ 28 วัน หรือ ตามที่วิศวกรโยธาผู้ออกแบบกําหนด
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ.
2557
39
กรณีที่มีเหตุอันคาดว่าเสาเข็มที่ใช้นั้นจะรับโมเมนต์ดัดปลอดภัยไม่ได้ตามเกณฑ์หรือ
ความยาวเสาเข็มไม่พอ ผู้ออกแบบอาจวินิจฉัยให้แก้ไขตามดุลยพินิจ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
ในกรณีนี้ทั้งหมด
กรณีผู้รับจ้างตอกเสาเข็มโดยวิธีลูกตุ้มปล่อยตก (Drop Hammer) ต้องใช้ลูกตุ้มหนักไม่ น้อยกว่าร้อยละ 50 ของน้ําหนักเสาเข็มที่จะตอก และลูกตุ้มนั้นต้องหนักไม่น้อยกว่า 3.5 ตันด้วย
หากผู้รับจ้างจะตอกเสาเข็มโดยวิธีอื่น ๆ จะต้องเป็นไปตามข้อกําหนดในตารางที่ 4.1 เสาเข็มที่ตอกจนรับน้ําหนักได้ตามที่กําหนดตามรูปแบบ และรายการก่อสร้างแล้ว ต้องมี ส่วนของเสาเข็มจมลงในดินเดิมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของความยาวจากปลายเสาเข็ม ถึงท้องคาน ตอม่อ
และต้องไม่น้อยกว่า 3.50 เมตร
การตอกเสาเข็ม ต้องตอกให้ตรงตามตําแหน่งที่ระบุไว้ในรูปแบบ หากมีการเยื้องศูนย์ ต้องไม่มากกว่า 150 มิลลิเมตร และระยะเยื้องกันระหว่างเสาเข็มสองต้นที่อยู่ติดกันจะต้องแตกต่างจากที่ กําหนดในแบบแปลนไม่เกิน 150 มิลลิเมตร ถ้าเกินกว่านี้ให้รายงานให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาก่อน
คําเนินการต่อไป
การตอกเสาเข็มต้นหนึ่ง ต้องตอกต่อเนื่องให้แล้วเสร็จ หากมีอุปสรรคเกิดขึ้นทําให้ต้อง
หยุดต้องรีบแก้ไขให้เร็วที่สุด และตอกต่อไปให้แล้วเสร็จ
ขณะตอกเสาเข็ม ถ้าปรากฏว่ามีรอยแตกร้าว หรือเสาเข็มหักด้วยเหตุประการใด ๆ ก็ตาม ผู้รับจ้างต้องถอนเสาเข็มต้นนั้นออก และตอกเสาเข็มต้นใหม่ทดแทน หากไม่สามารถถอนเสาเข็มออกได้ ให้ผู้ควบคุมงานรายงานให้ผู้ออกแบบทราบก่อน และให้ผู้รับจ้างแก้ไขตามที่ผู้ออกแบบพิจารณา และ
ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในกรณีนี้ทั้งสิ้น
กรณีที่เสาเข็มต้นใดตอกลงไม่หมด จะต้องให้ผู้ออกแบบวินิจฉัยสภาพของเสาเข็มแต่ละ
ต้นที่ตอกแล้วทุกต้นจนได้ข้อยุติ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาที่ผู้รับจ้างเหมาจะต้องปฏิบัติ และไม่คิด ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
40 รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
ตารางที่ 4.1 ข้อกําหนดของประสิทธิภาพต่ําสุดสําหรับเครื่องตอกเสาเข็มชนิดต่าง ๆ นอกเหนือจาก
วิธีใช้ลูกตุ้มปล่อยตก
ชนิดของการตอก
ค่าต่ําสุดของ
ค่าสูงสุดของระยะ | อัตราพลังงานที่ใช้
น้ําหนักลูกตุ้ม
ยก
กก.-ม.
(ตัน)
(เมตร)

  1. Air/Steam Hammer
    3.5
    1.00
    3,500
    (Single Action)
  2. Air/Steam Hammer
    3.5
    0.05
    3,500
    (Double Action)

Diesel Hammer (Single
1.35
2.60
3,500
Action)
4. Diesel Hammer (Double
1.50
3,500
Action)
5. Steam Hammer
6.35
0.40
4,900
(Differential Action)
6. Hydraulic Hammer
1.50
3.30
3,700
น้ําหนักบรรทุกของเสาเข็มที่คํานวณได้จากผลการตอกเสาเข็มตามสูตรของ Hileys Formula
โดยใช้ส่วนปลอดภัย (Factor of Safety) เท่ากับ 3 ในการตอกเสาเข็ม ผู้รับจ้างจะต้องจดบันทึกผลการตอก (Blow Count) ของเสาเข็มทุกต้น และแสดงตําแหน่งของเสาเข็มที่ตอกตามแบบบันทึกรายงานที่ กําหนดให้เสนอผู้ควบคุมงานทุกวันที่มีการตอกเสาเข็ม
ในกรณีที่ผลการตอกเสาเข็มไม่เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในแบบรูป และรายการก่อสร้าง ผู้รับจ้าง อาจร้องขอให้มีการทดลอง การรับน้ําหนักบรรทุกของเสาเข็ม (Pile Load Test) โดยเสนอรายละเอียด วิธีการทดลองการรับน้ําหนักบรรทุกของเสาเข็ม ให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อน และเสาเข็มนั้น ๆ ต้องรับน้ําหนักบรรทุกได้ไม่น้อยกว่าที่กําหนดในรูปแบบและรายการก่อสร้าง
และเมื่อการทดลองได้แล้วเสร็จลงให้ผู้รับจ้างส่งรายงานผลการทดลองการรับน้ําหนักบรรทุกของเสาเข็ม นั้นให้ผู้ควบคุมงาน จํานวนไม่น้อยกว่า 3 ชุด
4.10.2 การอํานวยการความสะดวก และการป้องกันอันตรายในระหว่างตอกเสาเข็มและ ข้อกําหนดอื่น
รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
4.10.2.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยทุกชนิด ตลอดจนอุปกรณ์ อํานวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ควบคุมงานสามารถเข้าไปตรวจสอบด้วยความปลอดภัย
4.10.2.2 ในระหว่างการดําเนินการตอกเสาเข็ม หากเกิดความเสียหาย หรือมีแนวโน้ม ว่าจะเกิดความเสียหายต่อสิ่งสาธารณูปโภค หรือโครงสร้างข้างเคียง ผู้รับจ้างจะต้องเสนอวิธีการเพื่อ ซ่อมแซม หรือป้องกัน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายนั้น ๆ ต่อผู้ควบคุมงาน และดําเนินการตามที่ผู้ควบคุม งานเห็นชอบ โดยต้องรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นด้วย หากความเสียหายยังคงเกิดขึ้นอีก ผู้รับจ้าง จะต้องรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายที่เกิดเนื่องจากความเสียหายนั้น ๆ ด้วย
4.10.3 การบันทึกการตอกเสาเข็ม
ผู้รับจ้างต้องจดบันทึก การตอกเสาเข็มแต่ละต้น ตามแบบฟอร์มที่กําหนดให้ โดยมีลง ลายมือชื่อรับรองจากวิศวกรของผู้รับจ้าง (ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขา วิศวกรรมโยธา) ให้ผู้ควบคุมงานหลังจากทําการตอกเสาเข็มแล้วเสร็จของทุกวันที่ทําการตอกเสาเข็ม
ยกเว้นเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงรับโมเมนต์ดัดไม่ต้องบันทึกการตอกเสาเข็ม โดยให้ตอกเสาเข็มถึงระดับที่
กําหนดในแบบรูปและรายการก่อสร้าง
4.11 การวัดปริมาณงานและการจ่ายค่างาน
4.11.1 การวัดปริมาณงาน
4.11.1.1 ราคาต่อหน่วย ให้นับจํานวนเสาเข็มตอกที่แล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว หน่วยเป็นต้น 4.11.1.2 ราคาต่อหน่วยความยาว ปริมาณงานของเสาเข็มตอกวัดความยาวหน่วยเป็นเมตร ตามที่ออกโดยวัดจากระดับปลายเสาเข็มถึงระดับตัดที่หัวเสาเข็ม ตามที่แสดงไว้ในรูปแบบความยาวของ เสาเข็มที่ตัดออกและเหล็กเดือยที่ต่อยื่นเข้าไปในแท่นหัวเสาเข็ม หรือฐานราก จะไม่มีการวัดจ่ายค่างาน ให้ผู้รับจ้างจะต้องเผื่อค่าจ้างของความยาวเสาเข็มที่ตัด และเหล็กเดือยไว้ในอัตราค่าจ้างของเสาเข็ม
4.11.2 การจ่ายค่างาน
การจ่ายค่างานตามรายการนี้ หมายถึง ค่าวัสดุ ค่าเครื่องจักร ค่าแรงงาน และอื่น ๆ ที่ จําเป็นเพื่อการก่อสร้างให้ถูกต้องตามข้อกําหนด รวมถึงการทดลอง และการรายงานผลทุกประเภทด้วย
42 รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
โครงการ……… ตําแหน่งเสาเข็มที่ตอก
ประเภทเสาเข็มที่ตอก
แบบฟอร์ม
การบันทึกการตอกเสาเข็ม
…………………..
มิลลิเมตร ความยาว …….
น้ําหนักเสาเข็ม. เริ่มตก…………
ระดับดินเดิม………
.ตัน น้ําหนักลูกตุ้ม.
…………………….แล้วเสร็จ……..
(กทม.) ระดับปลายเสาเข็ม..
ระยะจมของเสาเข็มที่ปล่อยเสาเข็มลง..
ระยะจนของเสาเข็มที่ปล่อยลูกตุ้มกดทับ.
ระยะยกลูกตุ้มสูง
เมตร วันเดือนปีที่ผลิต………
ตัน
……. เวลา
(กทม.)
…………… U..
..เมตร
.เมตร
จํานวนครั้งที่ตอกต่อระยะจมของ
การเยื้องศูนย์ของตําแหน่ง
เสาเข็ม ทุกระยะ 300 มิลลิเมตร
เสาเข็ม (มิลลิเมตร)
การตอก 10 ครั้งสุดท้าย ระยะยกลูกตุ้มสูง
ระยะจมของเสาเข็ม.
……………….
ผู้ควบคุมงาน………
มิลลิเมตร
.มิลลิเมตร วิศวกรของผู้รับจ้าง

  • ได้เขียนแปลนแสดงตําแหน่งเสาเข็มที่ตอกด้านหลังของบันทึกนี้
    รายการมาตรฐานงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมและระบบระบายน้ํา พ.ศ. 2557
    43