จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบ e-Learning สำหรับผู้ประเมินภายนอก

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) 69029268431
฿1,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 19 ก.พ. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. มีความประสงค์จะจ้างพัฒนาระบบการเรียนรู้ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (e-Learning) ที่สมบูรณ์แบบ เพื่อรองรับการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพของผู้ประเมินภายนอก เจ้าหน้าที่ของ สมศ. และประชาชนทั่วไป โดยมีเป้าหมายหลักสามประการ ได้แก่ 1) การปรับปรุงระบบให้รองรับการเรียนรู้ด้วยตนเองได้อย่างง่ายดายและเข้าถึงผู้ใช้กลุ่มต่างๆ 2) การพัฒนาระบบบริหารจัดการหลักสูตรที่สามารถกำหนดรูปแบบได้ทั้งแบบมีค่าใช้จ่ายและไม่มีค่าใช้จ่าย และ 3) การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบให้ตอบสนองได้รวดเร็ว

ขอบเขตการดำเนินงานของผู้รับจ้างครอบคลุมทุกขั้นตอน เริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการและออกแบบสถาปัตยกรรมระบบและฐานข้อมูล การจัดเตรียมและติดตั้งระบบบนสภาพแวดล้อม Cloud ที่ สมศ. กำหนด การพัฒนาระบบด้วยคุณสมบัติที่ครบถ้วน การทดสอบระบบในทุกระดับ (Unit Test, Integration Test, User Acceptance Test) การจัดฝึกอบรมผู้ใช้และการจัดทำเอกสารคู่มือที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการพัฒนาระบบ API เพื่อเชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก (AQA) ของ สมศ.

ระบบที่พัฒนาขึ้นต้องมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ได้แก่ การจัดการหลักสูตรและเนื้อหาที่รองรับสื่อหลากหลายรูปแบบ (วิดีโอ, เอกสาร, SCORM, H5P) พร้อมเครื่องมือสร้างเนื้อหา, ระบบสื่อสารและประกาศ, ระบบสร้างแบบทดสอบและคลังข้อสอบที่มีฟีเจอร์ป้องกันการทุจริต (เช่น บังคับเปิดกล้อง, ป้องกันการสลับแท็บ), ระบบติดตามความคืบหน้าและออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate), อินเทอร์เฟซที่ตอบสนองต่ออุปกรณ์ (Responsive Design), ระบบจัดการผู้ใช้และสิทธิ์ (RBAC) ที่เชื่อมต่อกับ AQA ได้, ระบบชำระเงินที่รองรับ PromptPay และ Payment Gateway, และต้องรองรับผู้ใช้รวมไม่น้อยกว่า 4,000 คน พร้อมใช้งานพร้อมกันได้ 1,000 คน

งานต้องส่งมอบภายใน 150 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยแบ่งการจ่ายเงินเป็น 2 งวด งวดแรก 30% หลังส่งมอบแผนงานและเอกสารออกแบบภายใน 60 วัน และงวดสุดท้าย 70% หลังส่งมอบระบบสมบูรณ์ พร้อมรับประกันงานและสนับสนุนทางเทคนิคนาน 1 ปี

English summary

The Office for National Education Standards and Quality Assessment (Public Organization), or ONESQA, invites bids for the comprehensive development of an e-Learning system. This project aims to enhance the competency of external assessors, internal staff, and the general public. The core objectives are: 1) To improve a self-paced learning system that is user-friendly and accessible to diverse user groups. 2) To develop a course management system capable of supporting both paid and free course models. 3) To increase the system’s operational efficiency for faster response times.

The contractor’s scope of work encompasses the full project lifecycle: requirement analysis, system and database architecture design, deployment on a specified ONESQA cloud environment, development of a fully-featured system, multi-level testing (Unit, Integration, User Acceptance), user training, documentation, and the development of APIs for integration with ONESQA’s external quality assessment information system (AQA).

The developed system must include key functionalities: course and content management supporting various media formats (video, documents, SCORM, H5P) with authoring tools; communication and announcement features; a quiz and exam builder with anti-cheating measures (e.g., camera enforcement, tab switching prevention); progress tracking and automated e-Certificate generation; a responsive user interface; Role-Based Access Control (RBAC) integrated with AQA; a payment system supporting PromptPay and payment gateways; and scalability to support at least 4,000 total users with 1,000 concurrent users.

The project must be delivered within 150 days from the contract signing date. Payment is split into two installments: 30% upon delivery of project plans and design documents within 60 days, and the remaining 70% upon complete system delivery and acceptance. A 1-year warranty and technical support period is required post-delivery.

สถานที่ดำเนินการ

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ.

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อปรับปรุงระบบ e-Learning ที่รองรับการเรียนรู้ด้วยตนเองสำหรับเจ้าหน้าที่ ผู้ประเมิน และประชาชนทั่วไป ให้สามารถใช้งานได้ง่าย และรองรับผู้ใช้งานได้หลากหลาย
  • เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการหลักสูตร ที่สามารถกำหนดรูปแบบได้อย่างเหมาะสม ทั้งหลักสูตรที่ให้บริการแบบมีค่าใช้จ่ายและแบบไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบ e-Learning ให้สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

ขอบเขตของงาน

  • การวิเคราะห์และออกแบบระบบ: ศึกษาความต้องการและออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ (Application Architecture) และฐานข้อมูล (Database Design)
  • การจัดเตรียมสภาพแวดล้อม: ติดตั้งระบบบน Server or Cloud Environment ที่ สมศ. กำหนด
  • การพัฒนาระบบ e-Learning ครบวงจร ตามข้อกำหนดด้านคุณลักษณะ (ข้อ 4) ครอบคลุม:
    • การจัดการหลักสูตรและเนื้อหา (Course Creation and Content Management)
    • การสื่อสารและการทำงานร่วมกัน (Communication and Collaboration)
    • การประเมินผลและการติดตามความคืบหน้า (Assessment and Tracking)
    • การบันทึกประวัติหรือประสบการณ์ของผู้ใช้งาน (User Experience)
    • การรักษาความมั่นคงปลอดภัย (Security) ให้สอดคล้องกับ PDPA
    • ระบบการชำระเงิน (Monetization & Payment Gateway)
    • ระบบลงทะเบียนสำหรับผู้ใช้งานแต่ละประเภท (User/Group Management)
  • การทดสอบระบบ: ดำเนินการทดสอบระบบทั้งในระดับหน่วย (Unit Test), การรวมระบบ (Integration Test) และการทดสอบการยอมรับของผู้ใช้งาน (User Acceptance Test: UAT)
  • การฝึกอบรม: จัดฝึกอบรมการใช้งานและการบริหารจัดการระบบให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของ สมศ. จำนวน 2 ครั้ง และจัดทำวิดีโอสอนการใช้งาน
  • การจัดทำเอกสาร: จัดทำคู่มือผู้ใช้ (User Manual), คู่มือผู้ดูแลระบบ (System Administrator Manual), และเอกสารประกอบการพัฒนาทั้งหมด (Functional and Technical Specifications)
  • การเชื่อมโยงกับระบบภายใน: พัฒนาระบบ API Webservice เพื่อดึงข้อมูลผู้ใช้งานจากระบบสารสนเทศเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก (AQA)
  • การถ่ายโอนข้อมูล: อำนวยความสะดวกในการถ่ายโอนข้อมูลจากระบบเดิมไปยังระบบใหม่ในอนาคต

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

งวดที่ 1 (ภายใน 60 วัน):

  1. แผนการดำเนินโครงการ (Project Schedule & Milestones)
  2. รายงานการประชุมเริ่มงาน (Kick-off Meeting Report)
  3. เอกสารข้อกำหนดฟังก์ชัน (Functional Specification Document)
  4. เอกสารการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture Design Document)
  5. แบบจำลอง (Prototype) ส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI UX Design)

งวดที่ 2 (ภายใน 150 วัน - ส่งมอบงานสุดท้าย):

  1. ระบบการเรียนรู้ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (e-Learning) ที่พัฒนาครบถ้วน
  2. เอกสารการติดตั้ง และตั้งค่าระบบ (System Configuration Report)
  3. รายงานผลการทดสอบระบบฯ
  4. รายงานการดำเนินการฝึกอบรมใช้งานระบบ (Training Report)
  5. คู่มือสำหรับผู้ใช้งาน และผู้ดูแลระบบ
  6. เอกสารการทดสอบการยอมรับของผู้ใช้งาน (User Acceptance Test Report - UAT)
  7. เอกสารที่มีการปรับปรุงแก้ไข (ถ้ามี)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • กำหนดส่งมอบงานทั้งหมด: 150 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • มอบงานงวดที่ 1: ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา (เพื่อรับเงินงวดที่ 1 ร้อยละ 30)
  • มอบงานงวดที่ 2 (งวดสุดท้าย): ภายใน 150 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา (เพื่อรับเงินงวดที่ 2 ร้อยละ 70)
  • ระยะเวลารับประกันและสนับสนุนทางเทคนิค: 1 ปี นับจากวันที่ สมศ. รับมอบงานครบถ้วนถูกต้องงวดสุดท้ายอย่างเป็นทางการ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่จัดจ้างดังกล่าว
  • Standards Compliance: (ในการเสนอข้อเสนอทางเทคนิค) ควรมีมาตรฐานรองรับตาม ISO 12207, CMMI, ITIL หรือ TQS (Thai Quality Software) (ข้อ 8.2.1.2) และ/หรือ ผลงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001 (ISMS) หรือมาตรฐานสากลอื่นด้านความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ ได้คะแนนพิเศษ (ข้อ 8.2.2.2)
  • Experience: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานตามข้อกำหนดนี้ ในวงเงินสัญญาหรือข้อตกลงเดียว จำนวนไม่น้อยกว่า 500,000 บาท และแล้วเสร็จ ตั้งแต่ พ.ศ. 2565 จนถึงวันที่ยื่นเอกสาร โดยเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนอื่นที่มีความน่าเชื่อถือ (ไม่ใช่ผลงานรับจ้างช่วง)
  • Previous Project Cost: อย่างน้อย 500,000 บาท ต่อสัญญาเดียว
  • Technical Capabilities: ต้องสามารถพัฒนาระบบที่รองรับการทำงานบน Server Cloud ที่ สมศ. กำหนดได้
  • Personnel: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีทีมบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ ทั้งด้านการออกแบบ การวิเคราะห์และการพัฒนาระดับการศึกษาและประสบการณ์ตามที่กำหนด ดังนี้:
    1. หัวหน้าโครงการ: ระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์/เทคโนโลยีสารสนเทศ, ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 5 ปี
    2. นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ: ระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์/เทคโนโลยีสารสนเทศ, ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 5 ปี
    3. นักพัฒนาระบบ (ตำแหน่งที่ 1): ระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์/เทคโนโลยีสารสนเทศ, ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 ปี
    4. นักพัฒนาระบบ (ตำแหน่งที่ 2): ระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์/เทคโนโลยีสารสนเทศ, ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 ปี
    5. ผู้ประสานงาน: ระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ทุกสาขา, ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 1 ปี

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์ ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยแบ่งน้ำหนักคะแนนดังนี้:

  • เกณฑ์ราคา: 30 คะแนน (น้ำหนัก 30%) คำนวณโดยสูตร: 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
  • เกณฑ์คุณภาพ: 70 คะแนน (น้ำหนัก 70%) แบ่งเป็น:
    1. ด้านเทคนิค (35 คะแนน):
      • แผนการดำเนินงาน (5 คะแนน): รายละเอียดแผน, การจัดสรรทรัพยากร, ความชัดเจนของเป้าหมาย
      • การออกแบบการพัฒนาระบบ (10 คะแนน): มี Methodology, รองรับ Cloud, มีมาตรฐานรองรับ (ISO 12207, CMMI, ITIL, TQS)
      • การออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ (10 คะแนน): Conceptual/Logical Design, ออกแบบฐานข้อมูลรองรับ Logs, Audit Log, Business Process
      • เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ (10 คะแนน): ความเหมาะสม, ประสิทธิภาพ/ความน่าเชื่อถือ, ความยืดหยุ่น/การขยายตัว, ค่าใช้จ่าย/ความคุ้มค่า
    2. ผลงานที่เกี่ยวข้อง (15 คะแนน):
      • ผลงานด้านออกแบบและพัฒนาระบบ e-Learning (10 คะแนน): ให้คะแนนตามจำนวนผลงาน (1 ผลงาน=3 คะแนน, 2=5, 3=7, ตั้งแต่ 4 ผลงานขึ้นไป=10)
      • ผลงานระบบ e-Learning ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัย (5 คะแนน): ได้รับ ISO/IEC 27001 หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
    3. ระบบพิเศษเพิ่มเติม (20 คะแนน):
      • ระบบอื่นๆ (Function) พิเศษของ e-Learning (15 คะแนน): เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลผู้เข้าอบรมรายบุคคล, การใช้ AI สำหรับประเมินตนเองและแนะนำหลักสูตร, AI Chatbot, รองรับ Digital ID (ThaiD/NDID), การออกแบบ UI สำหรับทุกช่วงวัย, ระบบสะสมคะแนนสร้างแรงจูงใจ (ให้คะแนนตามจำนวนฟีเจอร์ที่เสนอ)
      • ระบบคลาวด์เสนอเพิ่มเติม (5 คะแนน): มีการนำเสนอระบบคลาวด์ที่พร้อมใช้งานกับระบบ e-Learning
  • คะแนนรวมขั้นต่ำ: ต้องมีคะแนนรวม (ราคา + คุณภาพ) เกินกว่าร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม จึงจะมีสิทธิ์เป็นผู้ชนะ

ข้อกำหนดทางเทคนิค

ระบบ e-Learning ที่พัฒนาต้องมีคุณสมบัติทางเทคนิคหลักดังนี้:

  • ภาษา: รองรับการแสดงผลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • สถาปัตยกรรม: พัฒนาและติดตั้งบน Cloud Environment ที่ สมศ. กำหนด
  • ความสามารถของระบบ:
    • การจัดการหลักสูตร: สร้าง/แก้ไขหลักสูตร, กำหนดประเภทหลักสูตร (ฟรี/มีค่าใช้จ่าย), รองรับโครงสร้างลำดับชั้น (Category, Course, Module, Topic), กำหนดเงื่อนไขการเรียนรู้แบบเรียงลำดับ (Sequential Learning)
    • การจัดการเนื้อหา: รองรับสื่อหลากหลายรูปแบบ (วิดีโอ MP4/AVI/MOV, เอกสาร PDF/DOCX/PPTX, เสียง, SCORM 1.2+, H5P HTML5), มี WYSIWYG Editor, รองรับวิดีโอความยาว 45 นาที, มีพื้นที่จัดเก็บไฟล์ (Media Library) ที่ปลอดภัย
    • การประเมินผล: ระบบสร้างแบบทดสอบหลายประเภท (เลือกตอบ, จับคู่, เติมคำ, ปลายเปิด), มีคลังข้อสอบ (Test Tank), กำหนดคุณสมบัติการสอบ (เวลา, จำนวนครั้ง, เกณฑ์ผ่าน), มีฟีเจอร์ป้องกันการทุจริต (บังคับเปิดกล้อง, ป้องกันสลับแท็บ/บันทึกหน้าจอ, ป้องกันการล็อกอินซ้อน, Random Attention Check Pop-up)
    • การติดตามและรายงาน: ติดตามความคืบหน้าเป็นเปอร์เซ็นต์และบันทึกเวลาเรียน, สร้างและออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ที่มี Unique ID, QR Code และกำหนดวันหมดอายุได้, มีระบบรายงานสถิติการใช้งานและส่งออกเป็น Excel
    • การสื่อสาร: มีกระดานสนทนา, ระบบประกาศ, แจ้งเตือนผ่านอีเมล, เชื่อมต่อกับเครื่องมือสัมมนาออนไลน์ (Google Meet, Zoom)
    • ผู้ใช้งานและสิทธิ์: มีระบบจัดการผู้ใช้ (Account Management) ที่รองรับการลงทะเบียนด้วยอีเมล/SSO, การยืนยัน OTP ผ่านอีเมลสำหรับการเข้าอบรมทุกครั้ง, Role-Based Access Control (RBAC) สำหรับบทบาท Administrator, Course Creator, Evaluator, Learner, เชื่อมต่อกับ Active Directory/LDAP และ API ของระบบ AQA
    • การชำระเงิน: มีระบบตะกร้าสินค้า, รองรับการชำระเงินผ่าน PromptPay QR Code และเชื่อมต่อ Payment Gateway (เช่น Pay Solutions), สามารถออกใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) และจัดการรหัสส่วนลด
    • ประสบการณ์ผู้ใช้: ออกแบบ Responsive Design สำหรับ Desktop, Tablet, Mobile, มี Personalized Dashboard, ระบบค้นหาและกรองข้อมูล, บันทึกตำแหน่งบทเรียนค้างไว้
  • ความปลอดภัย: การรับส่งข้อมูลผ่าน SSL/TLS (HTTPS), เข้ารหัสข้อมูลสำคัญ, มีกลไกจัดการข้อมูลส่วนบุคคลสอดคล้องกับ PDPA, ป้องกันการเข้าถึงเนื้อหาโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • สมรรถนะ: รองรับผู้ใช้งานทั้งหมดไม่น้อยกว่า 4,000 คน, รองรับผู้ใช้งานพร้อมกัน (Concurrent Users) ไม่น้อยกว่า 1,000 คน, และรองรับการสตรีมวิดีโอพร้อมกันได้ไม่น้อยกว่า 1,000 คน
  • ข้อมูล: สามารถสร้างและเก็บข้อมูลหลักสูตรได้ไม่น้อยกว่า 30 หลักสูตร

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินงบประมาณ: 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)
  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 2 งวด
    • งวดที่ 1: ร้อยละ 30 ของค่าจ้างทั้งหมด จ่ายเมื่อส่งมอบงานงวดที่ 1 ครบถ้วนภายใน 60 วัน
    • งวดที่ 2 (งวดสุดท้าย): ร้อยละ 70 ของค่าจ้างทั้งหมด จ่ายเมื่อส่งมอบงานงวดที่ 2 ครบถ้วนและ สมศ. ตรวจรับมอบงานเรียบร้อยแล้ว ภายใน 150 วัน
  • ค่าปรับ:
    • ค่าปรับกรณีส่งมอบงานล่าช้า: คิดเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.1 ของมูลค่ารวมทั้งสัญญา
    • ค่าปรับกรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
  • การรับประกันและการบำรุงรักษา: ผู้รับจ้างต้องให้การรับประกันความชำรุดบกพร่องของระบบ (Warranty) และการสนับสนุนทางเทคนิค เป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ สมศ. รับมอบงานครบถ้วนอย่างเป็นทางการ
  • การฝึกอบรม: ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรมการใช้งานและการซ่อมบำรุงเบื้องต้น พร้อมจัดทำคู่มือให้เจ้าหน้าที่ สมศ. โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง
  • เงื่อนไขการรักษาความลับ: งานทั้งหมดเป็นสิทธิ์ของ สมศ., ห้ามผู้รับจ้างเผยแพร่หรือทำซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบกรณีมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับงานจ้าง
  • หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องวางหลักประกันสัญญา ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระบบต้องรองรับมาตรฐานสื่อการเรียนรู้อะไรบ้าง?
    A: ระบบต้องรองรับไฟล์วิดีโอ (MP4, AVI, MOV), เอกสาร (PDF, DOCX, PPTX, XLSX), ไฟล์เสียง, เนื้อหาแบบ SCORM ไม่ต่ำกว่า Version 1.2 และรองรับ H5P HTML5

  • Q: มีข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตในการสอบออนไลน์อย่างไร?
    A: มีข้อกำหนดเข้มงวด ได้แก่ การบังคับเปิดกล้อง, ป้องกันไม่ให้สลับหน้าจอไปใช้งานแท็บหรือแอปอื่น, ป้องกันการใช้ระบบบันทึกหน้าจอ, ป้องกันการลงชื่อเข้าใช้งานซ้อนในเวลาเดียวกัน และมีระบบ Pop-up สุ่มถามระหว่างอบรม (Random Attention Check)

  • Q: ระบบต้องเชื่อมต่อกับระบบภายนอกใดบ้าง?
    A: ระบบต้องเชื่อมต่อกับ 1) ระบบสารสนเทศเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก (AQA) ของ สมศ. ผ่าน API Webservice เพื่อดึงข้อมูลผู้ใช้ 2) เครื่องมือประชุมออนไลน์ (เช่น Google Meet, Zoom) สำหรับจัดการเรียนสด 3) ช่องทางการชำระเงิน (Payment Gateway) เช่น Pay Solutions และ PromptPay

  • Q: ระบบจัดการใบรับรอง (Certificate) มีคุณสมบัติพิเศษอะไร?
    A: ใบรับรองต้องถูกสร้างอัตโนมัติเมื่อผู้เรียนผ่านเกณฑ์, มีรูปแบบมาตรฐาน, มีระบบยืนยันความถูกต้อง (Verification Link/QR Code) เพื่อป้องกันการปลอมแปลง, มี Unique ID อัตโนมัติ และสามารถกำหนดให้มีหรือไม่มีวันหมดอายุได้

  • Q: ระบบมีฟีเจอร์สำหรับการแนะนำหลักสูตรอัตโนมัติหรือไม่?
    A: ในการพิจารณาคะแนนคุณภาพ มีการให้คะแนนพิเศษสำหรับฟีเจอร์ที่ใช้ AI ในการแนะนำหลักสูตรที่เหมาะสมสำหรับผู้เข้าอบรมตามระดับการประเมินตนเอง (Differentiated Training)

  • Q: การยืนยันตัวตนผู้ใช้งานมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?
    A: รองรับการลงทะเบียนด้วยอีเมล หรือ SSO/OAuth, สำหรับการสมัครสมาชิกครั้งแรกต้องแนบรูปบัตรประชาชนและยืนยัน OTP ผ่านอีเมล และที่สำคัญ ต้องยืนยัน OTP ผ่านอีเมลสำหรับการเข้าอบรมทุกครั้ง เพื่อป้องกันการอบรมแทน

  • Q: ระบบมีฟีเจอร์สำหรับผู้สูงอายุหรือไม่?
    A: ในการพิจารณาคะแนนพิเศษ ระบุว่าหากการแสดงผลของหน้าจอดูง่าย สบายตา เหมาะกับทุกช่วงวัยและผู้สูงอายุ และระบบใช้งานง่าย จะได้รับคะแนนเพิ่ม

  • Q: หากในอนาคต สมศ. ต้องการเปลี่ยนผู้พัฒนาระบบหรือแพลตฟอร์ม ระบบปัจจุบันต้องรองรับการย้ายข้อมูลอย่างไร?
    A: ระบบที่พัฒนาต้องรองรับการถ่ายโอนข้อมูลจากระบบเดิมไปยังระบบใหม่ได้อย่างครบถ้วน โดยผู้รับจ้างต้องอำนวยความสะดวกในการถ่ายโอนข้อมูลเพื่อให้สามารถใช้งานข้อมูลเดิมทั้งหมดได้โดยไม่มีปัญหา

  • Q: ระบบรองรับการจำกัดพฤติกรรมของผู้เรียนระหว่างเรียนอย่างไร?
    A: ระบบสามารถกำหนดเงื่อนไขการเข้าถึงเนื้อหาได้ เช่น กำหนดเวลาเปิด-ปิดหลักสูตร, ห้ามเร่งความเร็ววิดีโอ, ห้ามลดเสียง, ห้ามข้ามเนื้อหา (แต่สามารถย้อนดูได้) เพื่อให้เรียนครบตามกำหนด

  • Q: นอกจากฟีเจอร์พื้นฐานแล้ว การเสนอฟีเจอร์ใดจะได้คะแนนพิเศษ?
    A: การเสนอฟีเจอร์พิเศษเช่น AI Chatbot, การรองรับการเชื่อมต่อระบบยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Digital ID) ผ่าน ThaiD หรือ NDID, ระบบวิเคราะห์ข้อมูลผู้เข้าอบรมรายบุคคล, ระบบใช้ AI ในการประเมินตนเอง (Self-Assessor) และการรวบรวมข้อมูลเพื่อ Peer Review, ระบบสะสมคะแนนเพื่อสร้างแรงจูงใจ จะได้รับคะแนนเพิ่มในการพิจารณาด้านคุณภาพ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ที่ TOR (ฝนข.) 38/2569
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569
รายละเอียดและข้อกำหนด (Terms of Reference : TOR)
โครงการจัดจ้างพัฒนาและตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก (AQA)
(การจ้างพัฒนาระบบ e-Learning สำหรับผู้ประเมินภายนอก)

  1. หลักการและเหตุผล
    ด้วยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) มีพันธกิจสำคัญใน การส่งเสริมและพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพภายนอก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อคุณภาพการศึกษาของ ประเทศในระดับสากล การเสริมสร้างสมรรถนะ (Competency) ของบุคลากรภายใน การยกระดับทักษะ และความเชี่ยวชาญของผู้ประเมินภายนอก รวมถึงการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานการศึกษา แก่สาธารณชน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล
    ในปัจจุบัน ข้อมูลองค์ความรู้และหลักสูตรการเรียนรู้เชิงวิชาการยังขาดระบบบริหารจัดการ (Learning Management System: LMS) ที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ครอบคลุมทุกภาคส่วน ดังนั้น การ พัฒนาระบบการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) จึงเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการ ฝึกอบรมและพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างมีระบบ อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่องค์ความรู้ตาม พันธกิจหลักของ สมศ. ให้เป็นไปอย่างมีมาตรฐานและทั่วถึง
  2. วัตถุประสงค์ของโครงการ
    2.1 เพื่อปรับปรุงระบบ e-Learning ที่รองรับการเรียนรู้ด้วยตนเองสำหรับเจ้าหน้าที่ ผู้ประเมิน และประชาชนทั่วไป ให้สามารถใช้งานได้ง่าย และรองรับผู้ใช้งานได้หลากหลาย
    2.2 เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการหลักสูตร ที่สามารถกำหนดรูปแบบได้อย่างเหมาะสม ทั้ง หลักสูตรที่ให้บริการแบบมีค่าใช้จ่ายและแบบไม่มีค่าใช้จ่าย
    2.3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบ e-Learning ให้สามารถตอบสนองการใช้งานได้ อย่างรวดเร็ว
  3. ขอบเขตการดำเนินงาน
    ผู้เสนอราคาต้องดำเนินการจัดหา พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบ และส่งมอบระบบ e-Learning ที่สามารถ ใช้งานได้จริง โดยมีขอบเขตการทำงานดังนี้
    3.1 การรองรับการแสดงข้อมูลของระบบ ต้องรองรับข้อมูลทั้งรูปแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 3.2 การวิเคราะห์และออกแบบระบบ ต้องศึกษาความต้องการและออกแบบสถาปัตยกรรมของ ระบบ (Application Architecture) และฐานข้อมูล (Database Design) ให้เหมาะสมกับความต้องการของ สมศ.
    3.3 การจัดเตรียมสภาพแวดล้อม ต้องติดตั้งระบบบน Server or Cloud Environment ที่ สมศ. กำหนด3.4 การทดสอบระบบ ต้องดำเนินการทดสอบระบบทั้งในระดับหน่วย (Unit Test) การรวมระบบ (Integration Test) และการทดสอบการยอมรับของผู้ใช้งาน (User Acceptance Test: UAT)
    3.5 การฝึกอบรม ต้องจัดฝึกอบรมการใช้งานและการบริหารจัดการระบบให้กับเจ้าหน้าที่ที่ เกี่ยวข้องของ สมศ. จำนวน 2 ครั้ง และมีวิดีโอสอนการใช้งาน
    3.6 การจัดทำเอกสาร ต้องจัดทำคู่มือการใช้งานสำหรับผู้ใช้ (User Manual) และคู่มือการดูแล ระบบ (System Administrator Manual) รวมถึงเอกสารประกอบการพัฒนาทั้งหมด เช่น Functional and Technical Specifications เป็นต้น
    3.7 การเชื่อมโยงกับระบบภายในของ สมศ. ต้องดำเนินการพัฒนาระบบ API Webservice ในการ ดึงข้อมูลผู้ใช้งานจากระบบสารสนเทศเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก (AQA) ได้
    3.8 สามารถรองรับการถ่ายโอนข้อมูลจากระบบเดิมไปยังระบบใหม่ หากมีการเปลี่ยนแปลงระบบ การใช้งาน e-Learning หรือมีการเปลี่ยนแปลงผู้ให้บริการในอนาคต โดยผู้รับจ้างต้องอำนวยความสะดวกใน การถ่ายโอนข้อมูลไปยังระบบใหม่ให้แล้วเสร็จและสามารถใช้งานข้อมูลเดิมทั้งหมดได้โดยไม่มีปัญหา
  4. รายละเอียดการดำเนินงาน
    ระบบ e-Learning ที่พัฒนาขึ้นต้องมีคุณลักษณะและฟังก์ชันการทำงานที่ครบถ้วนสามารถรองรับ การทำงานบน Cloud ที่ สมศ. กำหนด เพื่อรองรับการใช้งานของเจ้าหน้าที่ สมศ. ผู้ประเมินภายนอก และ ประชาชนทั่วไป ดังต่อไปนี้
    4.1 การจัดการหลักสูตรและเนื้อหา (Course Creation and Content Management) 4.1.1 การสร้าง การแก้ไขหลักสูตร (Course Lifecycle)
    4.1.1.1 ผู้ดูแลระบบและผู้สร้างหลักสูตร (Course Creator) สามารถสร้าง คัดลอก แก้ไข ระงับ หรือลบหลักสูตรได้ตลอดวงจรชีวิตของหลักสูตร
    4.1.1.2 สามารถกำหนด ประเภทหลักสูตร ได้อย่างชัดเจน 1)แบบไม่มีค่าใช้จ่าย (ฟรี) และ 2) แบบมีค่าใช้จ่าย (Monetized Course)
    4.1.1.3 กรณีหลักสูตรแบบมีค่าใช้จ่าย ระบบจะต้องรองรับการออกใบเสร็จรับเงิน เมื่อ ได้รับเงินจากผู้ใช้งาน และจัดส่งรายละเอียดการโอนเงินไปยังส่วนงานการเงินของ สมศ. เช่น ทาง e-mail 4.1.1.4 สามารถกำหนดข้อมูลหลักสูตรเบื้องต้น เช่น ชื่อ คำอธิบาย รูปภาพปก
    หมวดหมู่ ผู้สอน และกำหนดคุณสมบัติผู้เรียนที่สามารถลงทะเบียนได้
    4.1.2 การจัดการโครงสร้างเนื้อหา (Content Structure)
    4.1.2.1 รองรับการจัดโครงสร้างหลักสูตรเป็นลำดับชั้น (Hierarchy) ตั้งแต่หมวดหมู่ (Category) หลักสูตร (Course) บทเรียน (Module and Section) ไปจนถึง หัวข้อและกิจกรรม (Topic and Activity)
    4.1.2.2 สามารถกำหนดเงื่อนไขการเข้าถึงบทเรียนถัดไปได้ (Sequential Learning) เช่น ต้องเรียนบทที่ 1 จบก่อน หรือทำแบบทดสอบผ่านก่อน
    4.1.3 การรองรับรูปแบบสื่อที่หลากหลาย (Content Flexibility)
    4.1.3.1 รองรับการอัปโหลดและแสดงผลเนื้อหาหลากหลายรูปแบบ เช่น ไฟล์วิดีโอ
    (เช่น MP4, AVI, MOV), ไฟล์เอกสาร (เช่น PDF, DOCX, PPTX, XLSX) ไฟล์เสียง, และเนื้อหาแบบ SCORM ไม่ต่ำกว่า Version 1.2 และรองรับ H5P HTML5
    4.1.3.2 ระบบต้องมีเครื่องมือแก้ไขข้อความและเนื้อหา (WYSIWYG Editor) ที่ใช้งาน ง่ายสำหรับการสร้างเนื้อหาบทเรียนโดยตรง
    4.1.3.3 รองรับไฟล์วิดีโอที่มีความยาว 45 นาทีได้
    4.1.4 การจัดการไฟล์และโฮสต์ มีพื้นที่จัดเก็บไฟล์ (Media Library) สำหรับเนื้อหาที่อัป โหลด พร้อมระบบจัดการเพื่อป้องกันการเข้าถึงไฟล์โดยไม่ได้รับอนุญาต (Secure Content Hosting)
    4.2 การสื่อสารและการทำงานร่วมกัน (Communication and Collaboration)
    4.2.1 กระดานสนทนาหลักสูตร (Course Discussion Forum)
    4.2.1.1 มีฟังก์ชันกระดานสนทนาเฉพาะหลักสูตร สำหรับผู้เรียนสอบถาม การแลก
    เปลี่ยนความรู้ และผู้สอนตอบคำถาม
    4.2.1.2 รองรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการตอบกลับ (Notification)
    4.2.2 ระบบประกาศ (Announcements)
    4.2.2.1 ผู้ดูแลระบบและผู้สอนสามารถสร้างและเผยแพร่ประกาศสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ หลักสูตรหรือระบบไปยังผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายได้
    4.2.2.2 ประกาศสามารถส่งผ่านอีเมลและปรากฏบนหน้าแดชบอร์ดของผู้ใช้งาน
    4.2.3 ระบบแจ้งเตือนผ่านช่องทางอีเมล (Email Notification) ซึ่งมีเงื่อนไขการแจ้งเตือน อย่างน้อยดังนี้4.2.3.1 แจ้งเตือนสมัครสมาชิก
    4.2.3.2 แจ้งเตือนเปลี่ยนรหัสผ่าน
    4.2.3.3 แจ้งเตือนข้อมูลสมาชิกกรณีลงทะเบียนโดยผู้ดูแลระบบ
    4.2.3.4 แจ้งเตือนลงทะเบียนหลักสูตร
    4.2.3.5 แจ้งเตือนผลคะแนนข้อสอบกรณีตรวจข้อสอบโดยผู้ดูแลระบบ
    4.2.3.6 แจ้งเตือนมอบหมายหลักสูตร
    4.2.3.7 แจ้งเตือนลงทะเบียนเรียนหลักสูตร
    4.2.3.8 แจ้งเตือนยังไม่เข้าเรียนหลักสูตร
    4.2.3.9 แจ้งเตือนเรียนยังไม่สำเร็จ
    4.2.4 เครื่องมือสัมมนาออนไลน์ (Webinar Integration) มีความสามารถในการเชื่อมต่อ (Integration) กับเครื่องมือประชุมออนไลน์ภายนอก (เช่น Google Meet, Zoom) เพื่อจัดการเรียนการสอน แบบสด (Live Session)
    4.3 การประเมินผลและการติดตามความคืบหน้า (Assessment and Tracking)
    4.3.1 ระบบสร้างแบบทดสอบและข้อสอบ (Quiz & Exam Builder)
    4.3.1.1 สามารถสร้างแบบทดสอบได้หลายประเภท เช่น แบบเลือกตอบ (Multiple Choice) จับคู่ (Matching) เติมคำในช่องว่าง และคำถามปลายเปิด
    4.3.1.2 กำหนดคุณสมบัติการทำข้อสอบได้ เช่น เวลาที่ใช้ จำนวนครั้งที่ทำได้ เกณฑ์ คะแนนขั้นต่ำที่ผ่าน การสุ่มคำถาม การสุ่มตัวเลือก
    4.3.1.3 แสดงผลคะแนนหลังการทำแบบทดสอบ
    4.3.1.4 สามารถสร้างคลังข้อสอบ (Test Tank) โดยรองรับการจัดเรียง สลับ และสุ่ม ข้อสอบโดยอัตโนมัติตามความยากง่ายของข้อคำถาม
    4.3.1.5 รองรับการบังคับเปิดกล้อง
    4.3.1.6 สามารถป้องกันไม่ให้สลับหน้าจอไปใช้งานแท็ปหรือแอปพลิเคชันอื่นและ
    สามารถป้องกันการใช้ระบบบันทึกหน้าจอในระหว่างการสอบ
    4.3.1.7 สามารถป้องกันการลงชื่อเข้าใช้งานซ้อนในเวลาเดียวกัน
    4.3.1.8 มีระบบ Pop-up สุ่มถามระหว่างอบรม (Random Attention Check) หาก ผู้เข้าอบรมไม่กดตอบภายในเวลาที่กำหนด วิดีโอจะหยุดเล่น เพื่อยืนยันว่าผู้เข้าอบรมนั่งอบรมอยู่จริง 4.3.2 การติดตามความคืบหน้า (Progress Monitoring)
    4.3.2.1 แสดงสถานะความคืบหน้าการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละรายเป็นเปอร์เซ็นต์
    4.3.2.2 บันทึกเวลาที่ใช้ในการเข้าถึงและเรียนรู้เนื้อหาแต่ละส่วน (Time Spent
    Tracking)4.3.2.3 แจ้งเตือนผู้เรียนหากเรียนไม่ครบหรือยังไม่จบหลักสูตร 4.3.3 การสร้างใบรับรองการผ่านอบรมและประกาศนียบัตร (e-Certificate Generation) 4.3.3.1 ระบบสามารถออกใบรับรองการผ่านอบรมและประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ โดยอัตโนมัติเมื่อผู้เรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
    4.3.3.2 ใบรับรองการผ่านอบรมและประกาศนียบัตรต้องมีรูปแบบที่เป็นมาตรฐาน และมีระบบยืนยันความถูกต้อง (Verification Link/QR Code) เพื่อป้องกันการปลอมแปลง 4.3.3.3 ใบรับรองการผ่านอบรมและประกาศนียบัตรต้องมี “Unique ID” (เลขที่
    กำกับ) อัตโนมัติ และสามารถกำหนดเลือกให้มี “วันหมดอายุ” หรือ “ไม่มีวันหมดอายุ” ได้ 4.3.4 ระบบรายงานและการวิเคราะห์(Reporting & Analytics)
    4.3.4.1 รายงานสถิติการใช้งานโดยรวม จำนวนผู้ลงทะเบียน อัตราการเรียนจบ
    คะแนนเฉลี่ย สถิติหลักสูตรยอดนิยม
    หลักสูตร
    4.3.4.2 รายงานสถานะผู้เรียนรายบุคคล คะแนน ความคืบหน้า วันที่เริ่ม วันที่จบ 4.3.4.3 สามารถส่งออกข้อมูลรายงานในรูปแบบ Excel ได้เป็นอย่างน้อย
    4.4 การบันทึกประวัติหรือประสบการณ์ของผู้ใช้งาน (User Experience)
    4.4.1 การออกแบบที่ตอบสนอง (Responsive Design)
    4.4.1.1 หน้าจอการใช้งานทั้งหมดต้องสามารถปรับเปลี่ยนและแสดงผลได้อย่างเหมาะ
    สมบนทุกอุปกรณ์ (Desktop, Tablet, Mobile) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเข้าถึงเนื้อหาและทำแบบทดสอบ 4.4.1.2 สามารถบันทึกตำแหน่งของบทเรียนที่เรียนค้างไว้และเมื่อเข้าระบบในครั้งใหม่ สามารถนำไปยังตำแหน่งของบทเรียนที่ค้างไว้เพื่อเรียนต่อได้ทันที
    4.4.1.3 สามารถทบทวนบทเรียนที่เคยอบรมแล้วหรือผ่านการทดสอบแล้วได้
    4.4.2 แดชบอร์ดส่วนตัว (Personalized Dashboard)
    4.4.2.1 ผู้ใช้แต่ละบทบาทมีหน้าแดชบอร์ดที่แสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักสูตรที่ กำลังเรียน ความคืบหน้า ประกาศใหม่ และประวัติการเรียนรู้
    4.4.2.2 สามารถประมวลผลและติดตามความคืบหน้า (Progress Tracking) ของการ ฝึกอบรมรายบุคคลตามหลักสูตร เพื่อการพัฒนาศักยภาพ โดยต้องสามารถแจ้งเตือน (Alert System) กรณีที่ จำนวนชั่วโมงการอบรมไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้สำหรับผู้เข้าอบรมแต่ละประเภท (User Role based Requirement)
    4.4.3 ระบบการค้นหาและกรอง (Search & Filtering) มีเครื่องมือค้นหาที่มีประสิทธิภาพ สามารถค้นหาหลักสูตรด้วยคำสำคัญ (Keyword) สำหรับผู้ใช้งานบทบาท Evaluator, Learner และรองรับ การค้นหาด้วยเงื่อนไข ได้แก่ หลักสูตร กลุ่มผู้เรียน หรือค้นหารายบุคคล สำหรับผู้ใช้งานบทบาท Administrator, Course Creator
    4.4.4 กระบวนการลงทะเบียนที่ง่าย (Easy Registration)
    4.4.4.1 รองรับการลงทะเบียนด้วยอีเมล หรือผ่านการเชื่อมต่อกับ Social
    Media/Account ภายนอก (SSO/OAuth)
    4.4.4.2 รองรับแนบหลักฐานไฟล์รูปบัตรประชาชน สำหรับการสมัครสมาชิกและการ ยืนยัน OTP ผ่านช่องทาง Email สำหรับการสมัครสมาชิกครั้งแรก
    4.5 การรักษาความมั่นคงปลอดภัย (Security)
    4.5.1 การจัดการบทบาทและสิทธิ์การเข้าถึง (Role-Based Access Control - RBAC) กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงและการจัดการข้อมูลตามบทบาทผู้ใช้งาน (Administrator, Course Creator, Evaluator, Learner) อย่างเข้มงวด
    4.5.2 การเข้ารหัสข้อมูล (Data Encryption)
    4.5.2.1 การรับส่งข้อมูลทั้งหมดต้องผ่านโปรโตคอลการเข้ารหัส SSL/TLS (HTTPS) 4.5.2.2 ข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน ควรจัดเก็บแบบเข้ารหัส (Hashing)
    4.5.3 การรักษาความปลอดภัยของเนื้อหา มีการป้องกันการดาวน์โหลดหรือการเข้าถึงเนื้อหา หลักสูตร (โดยเฉพาะไฟล์วิดีโอ) ที่ไม่ได้ตั้งใจอย่างชัดเจน
    4.5.4 ความสอดคล้องกับ PDPA ระบบต้องมีกลไกในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    4.6 ระบบการชำระเงิน (Monetization & Payment Gateway)
    4.6.1 ระบบจัดการราคาสินค้า (หลักสูตรการอบรม)
    4.6.1.1 สามารถกำหนดราคาขาย ราคาโปรโมชั่น และสกุลเงินสำหรับหลักสูตรแบบมี ค่าใช้จ่ายได้4.6.1.2 สามารถสร้างและจัดการรหัสส่วนลด (Discount Codes/Coupons) ที่มีวัน หมดอายุและการจำกัดจำนวนสิทธิ์ได้
    4.6.2 ระบบตะกร้าสินค้าและการชำระเงิน (E-commerce Checkout)
    4.6.2.1 มีขั้นตอนการสั่งซื้อและชำระเงินที่ง่ายและปลอดภัย
    4.6.2.2 สามารถตรวจสอบสถานะการชำระเงินของลูกค้าได้แบบ Real-time
    4.6.3 การเชื่อมต่อช่องทางการชำระเงิน (Payment Gateway Integration)
    4.6.3.1 ต้องรองรับการชำระเงินผ่าน Prompt Pay QR Code
    4.6.3.2 รองรับการเชื่อมต่อ Payment Gateway ผ่านช่องทางผู้ให้บริการรับชำระเงิน ทางอิเล็กทรอนิกส์เช่น Pay Solutions หรือเทียบเท่า
    4.6.4 การออกใบเสร็จรับเงิน สามารถออกใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) โดย อัตโนมัติเมื่อการชำระเงินสำเร็จ
    4.6.5 การจัดกลุ่มผู้ใช้งาน สามารถแบ่งประเภทผู้ใช้งานระบบ หรือจำแนกตามสมรรถนะผู้ เรียน แนะนำหลักสูตรที่สามารถลงทะเบียนได้
    4.7 ระบบลงทะเบียนสำหรับผู้ใช้งานแต่ละประเภท (User/Group)
    4.7.1 ระบบจัดการผู้ใช้งานระบบ (Account Management) ต้องมีความสามารถ ดังนี้
    เป็นผู้สร้างให้
    4.7.1.1 สามารถลงทะเบียนสร้าง Account ได้ด้วยตัวผู้ใช้งานเอง หรือผู้ดูแลระบบ 4.7.1.2 การเข้าใช้งานทุกครั้งต้องใส่รหัสผ่าน และรหัสผ่านจะถูกจัดเก็บในรูปแบบที่
    เข้ารหัสแล้ว4.7.1.3 สามารถกำหนดสิทธิ์ในการใช้งานให้แก่ผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มได้โดยมีกลุ่มผู้ใช้เริ่ม ต้น (Pre-defined) เช่น ผู้ดูแลระบบ ผู้สอน ผู้เรียน
    4.7.1.4 สามารถสร้างกลุ่มผู้ใช้งานเพิ่มเติมได้
    4.7.1.5 สามารถกำหนดสถานะของผู้ใช้งานในระบบได้โดยผู้ดูแลระบบ
    4.7.1.6 สามารถจัดการสถานะของผู้เรียนในห้องเรียน โดยผู้ดูแลสามารถอนุญาตและ รับผู้เรียนเข้าเรียน ยกเลิกการลงทะเบียนเรียนของผู้เรียนที่อยู่ในห้องเรียนได้
    4.7.1.7 สามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัวและรหัสผ่านได้
    4.7.1.8 สามารถเชื่อมต่อกับ Active Directory (AD) หรือ LDAP ขององค์กรได้
    API ที่ สมศ.จัดทำได้
    4.7.1.9 สามารถเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอกผ่าน
    4.7.2 ระบบการลงชื่อเข้าอบรม e-Learning ของผู้เรียน (Learner Management) ต้อง ยืนยัน OTP ผ่านช่องทาง Email สำหรับการเข้าอบรมทุกครั้งเพื่อป้องกันการอบรมแทน มีการจัดการเนื้อหาที่ ยืดหยุ่นรองรับสื่อหลากหลาย ระบบวัดผลที่เข้มงวด (ผ่านเกณฑ์ร้อยละ เช่น ร้อยละ 60 และจำกัดจำนวนครั้ง)
    มีการติดตามความคืบหน้า ระบบสื่อสาร การทำงานกลุ่ม และการออกใบรับรอง (Certificate) พร้อมบันทึก ข้อมูลการเรียนละเอียด เพื่อให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้
    4.7.2.1 ต้องยืนยัน OTP ผ่านช่องทาง Email สำหรับการเข้าอบรมทุกครั้ง เพื่อ
    ป้องกันผู้อื่นอบรมแทน4.7.2.2 การติดตามความคืบหน้า (Progress Tracking) ระบบต้องบันทึกว่าผู้เรียน เรียนถึงไหน ดูวิดีโอครบหรือไม่
    4.7.2.3 การเข้าถึงเนื้อหา กำหนดเวลาเปิด-ปิดหลักสูตร ห้ามเร่งความเร็ว ห้ามลดเสียง ห้ามข้ามเนื้อหา (แต่ย้อนดูได้) เพื่อให้เรียนครบตามกำหนด
    4.7.2.4 สามารถกำหนดสิทธิ์ในการลงทะเบียนตามกลุ่มของผู้เรียน
    4.7.2.5 ผู้เรียนสามารถเลือกลงทะเบียนในแต่ละห้องเรียนได้ด้วยตนเอง โดยผู้เรียน
    สามารถศึกษารายละเอียดของแต่ละวิชาหรือห้องเรียนก่อนทำการลงทะเบียน
    4.7.2.6 ผู้เรียนสามารถลงทะเบียนเรียนโดยไม่จำกัดจำนวนวิชา
    4.8 ระบบอื่นๆ ที่รองรับการทำงานของระบบ (Feature อื่นๆ)
    4.8.1 ระบบการถ่ายโอนข้อมูลจากระบบเดิมไปยังระบบใหม่ หากมีการเปลี่ยนแปลงระบบ การใช้งาน e-Learning หรือมีการเปลี่ยนแปลงผู้ให้บริการ ต้องสามารถถ่ายโอนข้อมูลไปยังระบบใหม่ได้อย่าง ครบถ้วนและสามารถใช้งานข้อมูลเดิมทั้งหมดได้โดยไม่มีปัญหา
    4.8.2 ระบบต้องสามารถรองรับจำนวนผู้ใช้งาน (Total Users) ได้ไม่น้อยกว่า 4,000 คน โดย มีขีดความสามารถในการประมวลผลธุรกรรม (Transaction) พร้อมกันได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ผู้ใช้งาน (Concurrent Users) และต้องรองรับการเข้าชมสื่อมัลติมีเดียประเภทวิดีโอ (Video Streaming) พร้อมกันได้ ไม่น้อยกว่า 1,000 ผู้ใช้งาน (Concurrent Viewers) ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด
    4.8.3 สามารถสร้างและเก็บข้อมูลหลักสูตรได้ไม่น้อยกว่า 30 หลักสูตร
  5. งบประมาณ
    วงเงินงบประมาณ 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) จากเงินสะสม
  6. ระยะเวลาส่งมอบงาน
    6.1 สถานที่ส่งมอบ สมศ.
    6.2 กำหนดส่งมอบงาน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา 150 วัน
    6.3 งวดงานและการจ่ายเงิน
    งวดที่ 1 ร้อยละ 30 ของค่าจ้างทั้งหมด โดยการส่งมอบงานภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ลง นามในสัญญา รายละเอียดงานส่งมอบงวดที่ 1 ได้แก่
  1. แผนการดำเนินโครงการ (Project Schedule & Milestones) ตามข้อ 3 และ 4 2) รายงานการประชุมเริ่มงาน (Kick-off Meeting Report)
  2. เอกสารข้อกำหนดฟังก์ชัน (Functional Specification Document) ตามข้อ 3 และ 4 4) เอกสารการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture Design Document) ตามข้อ 3 และ 45) แบบจำลอง (Prototype) ส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI UX Design) ตามข้อ 3 และ 4
    งวดที่ 2 ร้อยละ 70 ของค่าจ้างโดยการส่งมอบงานภายใน 150 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามใน สัญญา รายละเอียดงานส่งมอบงวดที่ 2 ได้แก่
  3. ระบบการเรียนรู้ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (e-Learning)
  4. เอกสารการติดตั้ง และตั้งค่าระบบ (System Configuration Report)
  5. รายงานผลการทดสอบระบบฯ
  6. รายงานการดำเนินการฝึกอบรมใช้งานระบบ (Training Report)
  7. คู่มือสำหรับผู้ใช้งาน และผู้ดูแลระบบ
  8. เอกสารการทดสอบการยอมรับของผู้ใช้งาน (User Acceptance Test Report - UAT) 7) เอกสารที่มีการปรับปรุงแก้ไข (ถ้ามี)
    6.4 ค่าปรับ
    คิดเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.1 ของมูลค่ารวมทั้งสัญญาหรือข้อตกลง
    6.5 การประกันการชำรุดเสียหาย และการบำรุงรักษา
    ผู้รับจ้างจะต้องให้การรับประกันความชำรุดบกพร่องของระบบ (Warranty Period) และการ สนับสนุนทางเทคนิค (Technical Support) เป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ สมศ. รับมอบงานครบถ้วนถูก ต้องงวดสุดท้ายอย่างเป็นทางการ
    6.6 การจัดอบรม
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีการฝึกอบรมการใช้งานและการซ่อมบำรุงเบื้องต้น และจัดทำคู่มือการ ใช้งานและการซ่อมบำรุง (User Manual and Service Manual) แก่เจ้าหน้าที่ของ สมศ. ก่อนการส่งมอบ งานงวดสุดท้าย โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ซึ่งผู้รับจ้างต้องแจ้งเป็นหนังสือให้สมศ. ทราบถึง กำหนดการฝึกอบรมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนการฝึกอบรม
    6.7 เงื่อนไขการรักษาความลับ
    งานที่ได้ดำเนินการตามสัญญาภายใต้โครงการนี้ ให้ถือเป็นสิทธิ์ของ สมศ. ตามกฎหมาย ห้าม มิให้ผู้รับจ้างเผยแพร่ ทำซ้ำ หรือส่งมอบให้แก่บุคคลใด ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดของงาน เว้นแต่จะได้รับ ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจาก สมศ. เท่านั้น
    ผู้รับจ้างต้องไม่เปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับใดๆ หรือข้อมูลอื่นใดทั้งหมดหรือบางส่วนที่ได้รับ หรือรับรู้มาจากผู้ว่าจ้างให้ผู้อื่นทราบโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ว่าจ้าง หากมีความเสียหายต่อ สมศ. ผู้รับ จ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
    ในกรณีที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องใดๆ ว่ามีการละเมิดสิทธิ์หรือสิทธิบัตร หรือสิทธิใดๆ เกี่ยวกับงานจ้างตามสัญญานี้ โดย สมศ. มิได้แก้ไขดัดแปลงไปจากเดิม ผู้รับจ้างจะต้องดำเนิน การทั้งปวง เพื่อการกล่าวอ้างหรือการเรียกร้องดังกล่าวระงับสิ้นไปโดยเร็ว หาก สมศ. ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่า เสียหายต่อบุคคลภายนอก เนื่องจากผลแห่งการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรหรือสิทธิใดๆ ดังกล่าว ผู้รับจ้าง ต้องเป็น ผู้ชำระค่าเสียหาย และค่าใช้จ่าย รวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียม และค่าทนายความแทน สมศ. ทุกกรณี
  1. คุณสมบัติผู้เสนอราคา
    7.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
    7.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    7.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    7.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง7.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้ จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    7.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    7.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่จัดจ้างดังกล่าว
    7.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอ หรือไม่เป็นผู้กระทำการ อันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการซื้อหรือจ้างครั้งนี้
    7.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    7.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
    7.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายหรือแสดงบัญชีรายรับราย จ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำหนด
    7.12 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกประเมินสิทธิผู้เสนอราคาในสถานะที่ห้ามเข้าเสนอราคาและห้าม ทำสัญญาตามที่ คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ (กวพ.) กำหนด 7.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานตามข้อกำหนดนี้ ในวงเงินสัญญาหรือข้อ ตกลงเดียว จำนวนไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) และแล้วเสร็จ ตั้งแต่ พ.ศ.2565 จนถึงวันที่ ยื่นเอกสาร ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบการ บริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนอื่นที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ผลงานอันเกิดจาก การรับจ้างช่วง โดยจะต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองผลงาน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องมาพร้อมกันในวันยื่น ข้อเสนอ
    7.14 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทีมบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนา ระบบสารสนเทศ ทั้งด้านการออกแบบ การวิเคราะห์และการพัฒนาระบบ ซึ่งทีมบุคลากร (ยกเว้น ผู้ประสาน งาน) จะต้องมีระดับการศึกษาและประสบการณ์การทำงานทางด้านคอมพิวเตอร์ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
    ลำดับ
    ตำแหน่ง
    ระดับการศึกษา ไม่ต่ำกว่า
    สาขา
    ประสบการณ์ไม่ ต่ำกว่า
    1
    หัวหน้าโครงการ
    ป.ตรี
    ทางด้านคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยีสารสนเทศ
    5 ปี
    2
    นักวิเคราะห์และ
    ออกแบบระบบ
    ป.ตรี
    ทางด้านคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยีสารสนเทศ
    5 ปี
    3
    นักพัฒนาระบบ
    ป.ตรี
    ทางด้านคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยีสารสนเทศ
    3 ปี
    4
    นักพัฒนาระบบ
    ป.ตรี
    ทางด้านคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยีสารสนเทศ
    3 ปี
    5
    ผู้ประสานงาน
    ป.ตรี
    ทุกสาขา
    1 ปี

  2. เกณฑ์การพิจารณา
    รายละเอียดรูปแบบการนำเสนอมีดังนี้

  1. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทำตัวอย่างผลงานเสมือนจริง (Mock up) ยื่นเสนอต่อ สมศ. ภายใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP ทั้งนี้ สมศ. จะประสานแจ้งวันเวลานัดหมายเพื่อให้ผู้ยื่น ข้อเสนอมานำเสนอคุณลักษณะด้านคุณภาพต่อไป
  2. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนำเสนอด้วย PowerPoint หรือโปรแกรมนำเสนออื่นๆ ณ สำนักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือผ่านทางออนไลน์ (Google Meet)
    รายละเอียดหลักเกณฑ์การพิจารณา มีดังนี้
  3. เกณฑ์ราคาของผู้ยื่นข้อเสนอ 30 คะแนน (อัตราส่วนน้ำหนักร้อยละ 30)
  • คะแนนเกณฑ์ราคาประมวลผลโดยระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
  1. เกณฑ์คุณภาพของผู้ยื่นข้อเสนอ 70 คะแนน (อัตราส่วนน้ำหนักร้อยละ 70)
  2. คะแนนรวมขั้นต่ำ ต้องมีคะแนนรวม (ราคา + คุณภาพ) เกินกว่าร้อยละ 70 จึงจะมีสิทธิ์เป็น ผู้ชนะ หากคะแนนรวมไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ จะถูกตัดสิทธิ์ทันที
    หลักเกณฑ์การพิจารณาแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อ ซึ่งมีรายละเอียดการให้คะแนนตามหลักเกณฑ์ ของผู้ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
    ลำดับ หัวข้อในการพิจารณา
    หลักเกณฑ์ในการให้คะแนน
    น้ำหนัก
    คะแนนเต็ม

2.1 พิจารณาข้อเสนอทางด้านเทคนิค (35 คะแนน)
2.1.1 แผนการดำเนินงาน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทำแผนการดำเนินงานที่มีรายละเอียด และขั้นตอนการดำเนินงานที่สมบูรณ์ ชัดเจนและสอดคล้องกับ
ระยะเวลาดำเนินโครงการ ดังนี้

  1. รายละเอียดของแผน (Detail of the Plan) มีราย
    ละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์และมีขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน
  2. การจัดสรรทรัพยากร (Resource Allocation) มีการ
    ระบุทรัพยากรที่จำเป็น ทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือที่ใช้และเวลา
    โดยต้องมีการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและเพียง
    พอ
  3. ความชัดเจนของเป้าหมาย (Clarity of
    Objectives) เป้าหมายในแต่ละขั้นตอนมีความชัดเจนและ
    เจาะจง สามารถวัดผลได้ มีการระบุเกณฑ์ความสำเร็จที่ชัดเจน
    และเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ
    เกณฑ์พิจารณา
  4. ไม่นำเสนอหรือแผนการดำเนินงานมีรายละเอียดไม่ครบ
    5 คะแนน

ลำดับ
หัวข้อในการพิจารณา
หลักเกณฑ์ในการให้คะแนน
น้ำหนัก
คะแนนเต็ม

ถ้วนและไม่ชัดเจน ทั้ง 3 ข้อ ได้ 0 คะแนน 
  1. แผนการดำเนินงานมีรายละเอียดที่ครบถ้วนและ ชัดเจน จำนวน 1 ข้อ จาก 3 ข้อ ได้ 1 คะแนน

  2. แผนการดำเนินงานมีรายละเอียดที่ครบถ้วนและ ชัดเจน จำนวน 2 ข้อ จาก 3 ข้อ ได้ 3 คะแนน

  3. แผนการดำเนินงานมีรายละเอียดที่ครบถ้วนและชัดเจน ครบทั้ง 3 ข้อ ได้ 5 คะแนน

    2.1.2
    การออกแบบการพัฒนา ระบบ
    การพัฒนาระบบใช้แนวคิด เครื่องมือต่อไปนี้ โดยต้องมีการ อธิบายถึงหลักการและวิธีการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ดังนี้

  4. มี Methodology ในการพัฒนาระบบ

  5. สามารถรองรับการทำงานบน Server Cloud ที่ สมศ. กำหนด

  6. มีมาตรฐานรองรับตาม ISO 12207
    หรือ CMMI หรือ ITIL (Information Technology Infrastructure Library)
    หรือ TQS (Thai Quality Software)
    เกณฑ์พิจารณา

  7. ไม่นำเสนอหรือออกแบบการพัฒนาระบบ ไม่สอดคล้อง กับทั้ง 3 ข้อ ได้ 0 คะแนน

  8. ออกแบบการพัฒนาระบบอย่างสอดคล้อง ครบถ้วนและ ชัดเจน จำนวน 1 ข้อ จาก 3 ข้อ ได้ 3 คะแนน

  9. ออกแบบการพัฒนาระบบอย่างสอดคล้อง ครบถ้วนและ ชัดเจน จำนวน 2 ข้อ จาก 3 ข้อ ได้ 6 คะแนน

  10. ออกแบบการพัฒนาระบบอย่างสอดคล้อง ครบถ้วนและ ชัดเจน ทั้ง 3 ข้อ ได้ 10 คะแนน
    10 คะแนน
    2.1.3
    การออกแบบ
    สถาปัตยกรรมระบบ
    สถาปัตยกรรมระบบจะต้องมีความสอดคล้อง ครบถ้วนและ ชัดเจนตามหัวข้อของโครงการ ดังนี้

  11. ออกแบบภาพรวมสถาปัตยกรรมระบบ ได้แก่
    Conceptual Diagram และ Logical Design อย่างครบถ้วน และชัดเจนตามหัวข้อใน TOR

  12. ออกแบบฐานข้อมูลที่รองรับการจัดเก็บข้อมูลประวัติการ ใช้งาน (System Logs User Activity Logs) และประวัติการ เรียนรู้ (Learning History) ตามมาตรฐาน

  13. ออกแบบฐานข้อมูลที่รองรับ Audit Log โดยระบุเครื่อง มือที่จะใช้ ภายใต้ Conceptual Diagram อย่างครบถ้วนและ ชัดเจนตามหัวข้อใน TOR

  14. ออกแบบและจัดทำ Business Process อย่างครบถ้วน และชัดเจนตามหัวข้อใน TOR
    เกณฑ์พิจารณา

  15. ไม่นำเสนอหรือออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ ไม่เป็นไป ตามรายละเอียด ทั้ง 4 ข้อ ได้ 0 คะแนน

  16. ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ เป็นไปตามรายละเอียด จำนวน 1 ข้อ จาก 4 ข้อ ได้ 3 คะแนน

  17. ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ เป็นไปตามรายละเอียด จำนวน 2 ข้อ จาก 4 ข้อ ได้ 5 คะแนน

  18. ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ เป็นไปตามรายละเอียด จำนวน 3 ข้อ จาก 4 ข้อ ได้ 7 คะแนน

  19. ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ เป็นไปตามรายละเอียด จำนวน 4 ข้อ จาก 4 ข้อ ได้ 10 คะแนน
    10 คะแนน

ลำดับ
หัวข้อในการพิจารณา
หลักเกณฑ์ในการให้คะแนน
น้ำหนัก
คะแนนเต็ม
2.1.4
เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ ในโครงการฯ
นำเสนอรายละเอียดของเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในโครงการฯ โดยจะต้องมีความสอดคล้อง ครบถ้วนและชัดเจนตามหัวข้อ ของโครงการ ดังนี้

  1. ความเหมาะสมของเทคโนโลยี (Relevance of Technology) เทคโนโลยีเหมาะสมกับความต้องการของ โครงการและสามารถตอบสนองทุกเป้าหมายได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
  2. ประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ (Efficiency and Reliability) เทคโนโลยีมีประสิทธิภาพสูงและมีความน่าเชื่อถือ ในการใช้งาน
  3. ความยืดหยุ่นและการขยายตัว (Flexibility and Scalability) เทคโนโลยีมีความยืดหยุ่นสูงและสามารถขยายตัว ได้ง่ายตามความต้องการของโครงการ
  4. ค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่า (Cost and Value) ค่าใช้จ่าย สมเหตุสมผลและมีความคุ้มค่าในการนำเทคโนโลยีมาใช้
    เกณฑ์พิจารณา
  5. ไม่นำเสนอหรือเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในโครงการฯ ไม่สอดคล้องกับทั้ง 4 ข้อ ได้ 0 คะแนน
  6. เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในโครงการฯ สอดคล้อง จำนวน 1 ข้อ จาก 4 ข้อ ได้ 3 คะแนน
  7. เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในโครงการฯ สอดคล้อง จำนวน 2 ข้อจาก 4 ข้อ ได้ 5 คะแนน
  8. เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในโครงการฯ สอดคล้อง จำนวน 3 ข้อจาก 4 ข้อ ได้ 7 คะแนน
  9. เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในโครงการฯ สอดคล้อง ทั้ง 4 ข้อได้ 10 คะแนน
    10 คะแนน
    2.2 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนำเสนอผลงานเกี่ยวกับระบบ e-Learning เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ซึ่งเป็นผลงาน ที่ได้รับการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ สมศ. จะพิจารณาเฉพาะผลงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่นไว้ในวันที่เสนอราคา เท่านั้น (15 คะแนน)
    2.2.1
    ผลงานด้านออกแบบ และพัฒนาระบบ
    e-Learning
    (ซึ่งจะพิจารณาเฉพาะผล งานที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่น ไว้ในวันที่เสนอราคา
    เท่านั้น)
    นำเสนอผลงานเกี่ยวกับระบบ e-Learning โดยต้องเป็นผลงาน สัญญาเดียวและแล้วเสร็จ ตั้งแต่ พ.ศ.2565 จนถึงวันที่ยื่น เอกสาร
    เกณฑ์พิจารณา
  10. ไม่มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและพัฒนา ระบบ e-Learning หรือระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้ 0 คะแนน 2) มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและพัฒนาระบบ e-Learning หรือระบบอื่นที่เกี่ยวข้องจำนวน 1 ผลงาน ได้ 3 คะแนน
  11. มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและพัฒนาระบบ e-Learning หรือระบบอื่นที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 ผลงาน ได้ 5 คะแนน
  12. มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและพัฒนาระบบ e-Learning หรือระบบอื่นที่เกี่ยวข้องจำนวน 3 ผลงาน ได้ 7 คะแนน
  13. มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและพัฒนาระบบ e-Learning หรือระบบอื่นที่เกี่ยวข้องจำนวนตั้งแต่ 4 ผลงาน ขึ้นไป ได้ 10 คะแนน
    10 คะแนน

2.2.2 ผลงานระบบ
e-Learning ที่ได้รับการ
รับรองมาตรฐานความ
มีการนำเสนอผลงานที่เกี่ยวกับระบบ e-Learning ซึ่งเป็นผล งานที่ได้รับการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงานที่ได้ รับการรับรองมาตรฐาน ISO IEC: 27001 (Information
5 คะแนน

ลำดับ
หัวข้อในการพิจารณา
หลักเกณฑ์ในการให้คะแนน
น้ำหนัก
คะแนนเต็ม

ด้านมั่นคงปลอดภัย 

(ซึ่งจะพิจารณาเฉพาะผล งานที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่น ไว้ในวันที่เสนอราคา
เท่านั้น)
Security Management System - ISMS) หรือมาตรฐานอื่น ในระดับสากลที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยของระบบ สารสนเทศ ได้ 5 คะแนน

2.3 ผู้ยื่นข้อเสนอมีระบบอื่นๆ (Function) พิเศษเพิ่มเติมในการประมวลผลข้อมูล จะได้รับคะแนนในการพิจารณา เป็นพิเศษ (20 คะแนน)

2.3.1 ระบบอื่นๆ (Function) ของ e-Learning
มีระบบอื่นๆ (Function) พิเศษเสนอเพิ่มเติมในการประมวล ผลข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสามารถทำได้จริงที่เกี่ยวข้องกับ ระบบ e-Learning ได้ทั้งหมด 8 ข้อ ดังนี้

  1. สามารถทำการวิเคราะห์หรือสังเคราะห์ข้อมูลของผู้เข้า อบรมเป็นรายบุคคล
  2. สามารถนำ AI มาใช้ในการประเมินตนเองของผู้เข้า อบรม (Self-Assessor) ว่าตนเองอยู่ในระดับใด (Differentiated Training)
  3. สามารถแนะนำหลักสูตรที่เหมาะสมสำหรับผู้เข้าอบรม ตามระดับการประเมินตนเอง
  4. สามารถนำ AI มาใช้ในการรวบรวมข้อมูลเพื่อ Peer Review ของผู้เข้าอบรม
  5. สามารถมีบริการ AI Chatbot
  6. สามารถรองรับการเชื่อมต่อระบบยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Digital ID) ผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD (กรมการปกครอง) หรือ NDID เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนและ ยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานภาคประชาชนและผู้ประเมินภายนอก อย่างแม่นยำ
  7. การแสดงผลของหน้าจอ ดูง่าย สบายตา เหมาะกับทุก ช่วงวัย และผู้สูงอายุ ระบบใช้งานง่าย
  8. สามารถมีการสะสมคะแนน การแสดงความก้าวหน้าเพื่อ สร้างแรงจูงใจในการอบรม
    เกณฑ์พิจารณา
  9. ไม่นำเสนอระบบอื่นๆ (Function) พิเศษเพิ่มเติมของ ระบบ e-Learning ไม่เป็นไปตามรายละเอียด ทั้ง 8 ข้อ ได้ 0 คะแนน
  10. ระบบอื่นๆ (Function) พิเศษเพิ่มเติมของระบบ e-Learning เป็นไปตามรายละเอียด จำนวน 1 ข้อ ได้ 2 คะแนน
  11. ระบบอื่นๆ (Function) พิเศษเพิ่มเติมของระบบ e-Learning เป็นไปตามรายละเอียด จำนวน 2 ข้อ ได้ 4 คะแนน
  12. ระบบอื่นๆ (Function) พิเศษเพิ่มเติมของระบบ e-Learning เป็นไปตามรายละเอียด จำนวน 3 ข้อ ได้ 6 คะแนน
  13. ระบบอื่นๆ (Function) พิเศษเพิ่มเติมของระบบ e-Learning เป็นไปตามรายละเอียด จำนวน 4 ข้อ ได้ 8 คะแนน
  14. ระบบอื่นๆ (Function) พิเศษเพิ่มเติมของระบบ e-Learning เป็นไปตามรายละเอียด จำนวน 5 ข้อ ได้ 10 คะแนน
  15. ระบบอื่นๆ (Function) พิเศษเพิ่มเติมของระบบ e-Learning เป็นไปตามรายละเอียด จำนวน 6 ข้อ ได้ 12 คะแนน
    15 คะแนน

ลำดับ
หัวข้อในการพิจารณา
หลักเกณฑ์ในการให้คะแนน
น้ำหนัก
คะแนนเต็ม

8) ระบบอื่นๆ (Function) พิเศษเพิ่มเติมของระบบ e-Learning เป็นไปตามรายละเอียด จำนวน 7 ข้อ ได้ 13 คะแนน 
  1. ระบบอื่นๆ (Function) พิเศษเพิ่มเติมของระบบ e-Learning เป็นไปตามรายละเอียด จำนวน 8 ข้อ ได้ 15 คะแนน

    2.3.2
    ระบบคลาวด์
    มีระบบคลาวด์เสนอเพิ่มเติมสำหรับระบบ e-Learning ที่เป็น ประโยชน์ต่อสำนักงานและสามารถทำได้จริง
    เกณฑ์พิจารณา

  2. ไม่นำเสนอระบบคลาวด์เพิ่มเติม ได้ 0 คะแนน

  3. มีการนำเสนอระบบคลาวด์ที่พร้อมใช้งานกับระบบ e-Learning ได้ 5 คะแนน
    5 คะแนน
    รวม
    70 คะแนน

เงื่อนไขการพิจารณา

  1. ให้แสดงเอกสารหลักฐานที่ชัดแจ้ง เพื่อนำมาใช้ในการพิจารณาให้คะแนนในแต่ละหัวข้อ 2. การคัดลอกข้อกำหนดมาวางโดยไม่อธิบายชี้แจงเพิ่มเติม ผู้เสนอราคาจะไม่ได้รับคะแนนในการ พิจารณาหัวข้อนั้นๆ
  2. หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดไม่ส่งเอกสารตามหัวข้อการพิจารณา จะไม่ได้รับการพิจารณาให้คะแนน ตามหัวข้อนั้นๆ4. สัญญาหรือผลงานที่ยังไม่สิ้นสุดโครงการ ไม่สามารถนำมาพิจารณาคะแนนได้
  3. ผู้รับผิดชอบ
    9.1 ผู้รับผิดชอบโครงการ
    งานพัฒพั นาระบบดิจิดิทัจิลทัเพื่อพื่การประกันกัคุณภาพการศึกศึษาฝ่าฝ่ ยนวัตวักรรมดิจิดิทัจิลทัและข้อข้มูลมูสารสนเทศ โทร. 0 2216 3955 ต่อ 177 (ธนภัทร)
    ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ : [email protected]
    9.2 คณะกรรมการร่างขอบเขตงาน
    1 นายธนภัทร สัมพันธ์รัตนชัย ประธานกรรมการ
    2 นางสาววิมล ทวีคูณ กรรมการ
    3 นางจันทร์ทิพย์ เฉวียงวาศ กรรมการ
    ลงชื่อ
    (นายธนภัทร สัมพันธ์รัตนชัย)
    ประธานกรรมการ
    06 ก.พ.69 เวลา 21:21:34 Non-PKI Server Sign
    Signature Code : OQBEA-DkANg-BCAEI-AMgBE
    ลงชื่อ
    (นางสาววิมล ทวีคูณ)
    กรรมการ
    09 ก.พ.69 เวลา 15:32:04 Non-PKI Server Sign
    Signature Code : QgBEA-EEARA-AyADI-ANQA0
    ความเห็นที่ 1 อนุมัติ
    ลงชื่อ
    (นางจันทร์ทิพย์ เฉวียงวาศ)
    กรรมการ
    07 ก.พ.69 เวลา 23:20:26 Non-PKI Server Sign Signature Code : RgAzA-DMARg-A5ADg-AMQAz

(นางสาวภาวนา ธงรัตนะ)
รองผู้อำนวยการ
2026/02/10 เวลา 15:28:01 , Non-PKI Server Sign , Signature Code : NgA2A-DAARA-BFADc-ARQBF๑.
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
O (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด

  • สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ไฟล์ข้อมูล………
  • บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    ไฟล์ข้อมูล….
    O (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
  • สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ไฟล์ข้อมูล……
  • สําเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
    ไฟล์ข้อมูล…
  • บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
    ไฟล์ข้อมูล…… บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) O ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไฟล์ข้อมูล……
    ๒. ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่เป็นนิติบุคคล
    ๓.
    O (ก) บุคคลธรรมดา
  • สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้นั้น
    ไฟล์ข้อมูล……
    O (ข) คณะบุคคล
  • สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน
  • สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน
    ไฟล์ข้อมูล……
    ไฟล์ข้อมูล……..
    ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า
  • สําเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า
    ไฟล์ข้อมูล…..
    (ก) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นบุคคลธรรมดา
  • บุคคลสัญชาติไทย
    สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
    ไฟล์ข้อมูล
    บุคคลที่มิใช่สัญชาติไทย
    ขนาดไฟล์…….
    ขนาดไฟล์……………
    ขนาดไฟล์……
    ขนาดไฟล์………..
    ขนาดไฟล์……
    ขนาดไฟล์………..
    ….. ขนาดไฟล์
    ….. ขนาดไฟล์…….
    ขนาดไฟล์
    …..uunalw………
    ขนาดไฟล์
    ขนาดไฟล์…….
    สําเนาหนังสือเดินทาง
    ไฟล์ข้อมูล………..
    …..vunalw……..

  • O (ข) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นนิติบุคคล
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
    สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ไฟล์ข้อมูล..
    บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    ไฟล์ข้อมูล…
    บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
    สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ไฟล์ข้อมูล……
  • สํานาหนังสือบริคณห์สนธิ
  • บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
    ไฟล์ข้อมูล……..
    ไฟล์ข้อมูล..
    บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
    ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    …..vunalw……..
    ขนาดไฟล์…..
    ขนาดไฟล์
    ……………….
    ขนาดไฟล์…….
    ขนาดไฟล์…………..
    ขนาดไฟล์……
    มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    ไฟล์……………..
    ขนาดไฟล์………
    ๔. แบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินจัดซื้อ
    จัดจ้างตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
    ไฟล์ข้อมูล
    ขนาดไฟล์…..
    ๕. แบบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (สําหรับส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/องค์การมหาชน/หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน) กรณีโครงการ จัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
    0 5. อื่น ๆ (ถ้ามี)
    ไฟล์ข้อมูล……
    ไฟล์ข้อมูล…….
    ไฟล์ข้อมูล……
    ขนาดไฟล์……..
    ขนาดไฟล์……
    ขนาดไฟล์…….
    ข้าพเจ้าขอรับรองว่า เอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้ายื่นพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
    ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
    ลงชื่อ…….
    ผู้ยื่นข้อเสนอ
    (…………….0
    0
    0
    0
    0
    บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑. แค็ตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
    ไฟล์ข้อมูล…..
    ขนาดไฟล์…….
    ๒. สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
    ไฟล์ข้อมูล…
    ขนาดไฟล์……
    ๓. สรุปรายละเอียดประกอบการอธิบายเอกสารตามที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้จัดส่งภายหลังวันเสนอ
    ราคา เพื่อใช้ในประกอบการพิจารณา (ถ้ามี) ดังนี้
    ๓.๑
    ไฟล์ข้อมูล
    ๓.๒ ……
    ไฟล์ข้อมูล……
    ๔. อื่นๆ (ถ้ามี)
    ……….
    ไฟล์ข้อมูล……
    ๔.๒……..
    ไฟล์ข้อมูล……
    ๔.๓……….
    ขนาดไฟล์……
    ขนาดไฟล์………………….
    ขนาดไฟล์……………….
    ขนาดไฟล์…..
    ไฟล์ข้อมูล….
    ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้าได้ยื่นมาพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
    จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
    ลงชื่อ….

    ……………….
    ขนาดไฟล์………………บทนิยาม
    “ผลงาน” หมายความว่า ผลงานที่ใช้เทคนิคในการดําเนินการอย่างเดียวกันกับงานที่
    ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    และต้องคํานึงถึงมูลค่าของราคาค่างานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดําเนินการมาแล้ว
    ซึ่งการจะเห็นถึงขีดความสามารถนี้ได้ก็ย่อมจะต้องเป็นการบริหารงานภายใต้การจ้างครั้งเดียวมิใช่การจ้าง
    ในหลาย ๆ ครั้งมารวมกัน โดยผลงานที่นํามายื่นจึงต้องเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในสัญญาเดียวเท่านั้น
    และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาที่ได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    ซึ่งหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างดังกล่าว หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะต้องเป็น ผู้ออกหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างให้กับผู้ยื่นข้อเสนอ(สำเนา)
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่ ๖-๒๕๖๙
    การจ้างพัฒนาระบบ e-Learning สำหรับผู้ประเมินภายนอก
    ตามประกาศ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ลงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
    สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ซึ่งต่อไปนี้เรียก ว่า “สมศ.” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบ e-Learning สำหรับผู้ประเมินภายนอก ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
    จ้างพัฒนาระบบ e-Learning สำหรับ
    ผู้ประเมินภายนอก
    โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    จำนวน ๑ โครงการ
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๑.๘ ประกาศประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบ e-Learning ๑.๙ เอกสารประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบ e-Learning ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สม ศ. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่าง เป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของ รัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สมศ. เชื่อถือ
    ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ
    เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
    ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทีมบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญ
    การพัฒนาระบบสารสนเทศ ทั้งด้านการออกแบบฯ ตาม TOR ข้อ ๗.๑๔
    ๒.๑๕ หัวหน้าโครงการ ระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ตาม TOR ข้อ ๗.๑๔ ๒.๑๖ นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ ระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ตาม TOR ข้อ ๗.๑๔
    ๒.๑๗ นักพัฒนาระบบ ระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ตาม TOR ข้อ ๗.๑๔ ๒.๑๘ นักพัฒนาระบบ ระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ตาม TOR ข้อ ๗.๑๔ ๒.๑๙ ผู้ประสานงาน ระดับการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ทุกสาขา ตาม TOR ข้อ ๗.๑๔
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี
    การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ
    มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.๒๐)
    (๖) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ. ๕)
    (๗) ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท (พค.๐๔๐๑) (๘) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๑๕๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. และเวลาในการ เสนอราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็น
    เกณฑ์ และกำหนดวันนำเสนอเกณฑ์ด้านคุณภาพในวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๙ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ สมศ. โดยเรียงลำดับการนำเสนอจากการยื่นข้อเสนอตามเวลาของระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกันนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทำตัวอย่างผลงานเสมือนจริง (Mock up) พร้อมเอกสาร ตัวอย่างผลงานเสมือนจริง (Mock up) และตารางแผนการดำเนินงานโดยละเอียดลงลายมือชื่อของผู้ที่มีอำนาจ ลงนามพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) อย่างถูกต้องครบถ้วนทุกหน้า
    เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สมศ.ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสมศ. จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สมศ.จะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการก ระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสมศ.
    ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    ๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สมศ.จะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
    ๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สมศ.
    จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
    ๕.๒.๑ จ้างพัฒนาระบบ e-Learning สำหรับผู้ประเมินภายนอก (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ตามรายละเอียดและข้อกำหนด TOR ข้อ ๘
    โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สมศ.กำหนดไว้ในประกาศและ
    เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๕.๔ สมศ.สงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ใน กรณีดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสมศ. มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สมศ.มีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ สมศ.ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสมศ.เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่า ใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสมศ.จะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการ ยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล อื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสมศ. จะให้ผู้ยื่น ข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สมศ. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือ ไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากสมศ.
    ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสมศ. อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสมศ. ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง
    หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สมศ. ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    ๖.๑ เงินสด
    ๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สมศ. ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
    ๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสมศ. ได้รับมอบไว้ แล้ว
    ๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    สมศ. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๒ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานราย ละเอียดตาม TOR ข้อ ๖.๓ ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน
    งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๗๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ สมศ. ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
    ๘. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสมศ. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้าง ช่วงนั้น
    ๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    ๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่สมศ.ได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การ ได้ดีดังเดิมภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
    ๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สมศ.ได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
    ๑๐.๒ เมื่อสมศ.ได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตาม การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสมศ.ได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สมศ.จะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออก หนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะ พิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ สมศ.สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    ๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสมศ. คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๑๐.๖ สมศ. อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ
    เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสมศ.ไม่ได้
    (๑) สมศ.ไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมศ. หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    สมศ. สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสมศ. ไว้ชั่วคราว
    สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)
    ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    อำพัน เสือผึ้ง
    (นายอำพัน เสือผึ้ง)
    นิติกร
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดย นายอำพัน เสือผึ้ง นิติกร(สำเนา)
    ประกาศสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) เรื่อง ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบ e-Learning สำหรับผู้ประเมินภายนอก
    ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) มีความประสงค์ จะประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบ e-Learning สำหรับผู้ประเมินภายนอก ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๙๙๕,๑๐๐.๐๐ บาท (เก้าแสน เก้าหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยบาทถ้วน) จำนวน ๑ รายการ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา
    ๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ๖-๒๕๖๙ ลงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.onesqa.or.th หรือ www.gprocurement.go.th ทั้งนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน โปรดสอบถามมายัง สำนักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ thanaphat. [email protected] หรือช่องทางตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด ภายในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ในเวลา ราชการ โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) จะชี้แจงรายละเอียด ดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ www.onesqa.or.th และ www.gprocurement.go.th ในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
    ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
    ภาวนา ธงรัตนะ
    (นางสาวภาวนา ธงรัตนะ)
    รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติการแทนผู้อำนวยการ
    สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
    สำเนาถูกต้อง
    อำพัน เสือผึ้ง
    (นายอำพัน เสือผึ้ง)
    นิติกร
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดย นายอำพัน เสือผึ้ง นิติกร