ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานก่อสร้างสำนักงาน 2 ชั้น พร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาบุรีรัมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
มาตรฐานงานก่อสร้างทั่วไป กปภ.01-2558 จัดทำโดยคณะทำงานปรับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้างของการประปาส่วนภูมิภาค ตามคำสั่งที่ 658/2557 ลงวันที่ 30 เมษายน 2557 และคำสั่งที่ 1290/2557 ลงวันที่ 12 กันยายน 2557 เพื่อปรับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้างเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2545 และ 2550 ให้ทันสมัยสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
ขอบเขตเนื้อหาแบ่งเป็น 6 หมวด ได้แก่ (1) หมวด ก งานจัดเตรียมสถานที่ก่อสร้าง ครอบคลุมการจัดหาสาธารณูปโภค การรื้ออาคารเก่า การปรับที่ดิน และการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก (2) หมวด ข แนวทางปฏิบัติงานก่อสร้าง กำหนดการควบคุมงาน การจัดทำแผนงาน การขออนุมัติ การรายงานผล การทดสอบวัสดุ และการรักษาความปลอดภัยรวมถึงระบบกล้องวงจรปิด (3) หมวด ค งานอาคาร ระบุข้อกำหนดงานคอนกรีต เหล็กเสริม ผนังอิฐ ฐานราก ประตูหน้าต่าง หลังคา งานทาสี และงานปลูกต้นไม้ (4) หมวด ง งานดิน ครอบคลุมงานขุด ถม และบดอัดดิน (5) หมวด จ งานป้องกันการกัดเซาะ ได้แก่ งานปลูกหญ้า คอนกรีตดาด หินเรียง และ Gabion (6) หมวด ฉ งานถนน ตั้งแต่คันทาง ชั้นรองพื้นทาง ชั้นพื้นทาง จนถึงผิวทางลูกรังและคอนกรีต
ผลงานส่งมอบสำคัญประกอบด้วย แผนงานและแผนการเบิกจ่าย รายงานประจำวันและรายเดือน รายงานการวิเคราะห์ชั้นดิน รายงานการตอกเสาเข็ม และแบบแสดงสภาพจริง (Asbuilt Drawing) โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุทั้งสิ้น และปฏิบัติตามมาตรฐาน มยผ. และ มอก. ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
English summary
The General Construction Standards กปภ.01-2558 (PWA.01-2015) issued by the Provincial Waterworks Authority of Thailand covers six major work categories: (1) Site preparation works including utility provision, demolition of old structures, land adjustment, and temporary facilities; (2) Construction practice guidelines covering work control, planning, approvals, daily/monthly reporting, material testing, and security systems including CCTV; (3) Building works specifying concrete grades (C.3 for general structures, C.5 for water-retaining structures), reinforcement steel, masonry, foundations, doors/windows, roofing, painting, and landscaping; (4) Earthworks covering excavation, filling, and compaction requirements (95% Standard Proctor); (5) Erosion protection works including grass planting, concrete lining, stone pitching, and gabion/mattress installation; (6) Road works from subgrade through subbase, base course, to laterite and concrete pavement surfaces. Key deliverables include work plans, daily and monthly progress reports, soil investigation reports, pile driving records, and as-built drawings. Contractors bear all material testing costs and must comply with Department of Public Works standards (มยผ.) and Thai Industrial Standards (มอก.). The contractor must provide a resident civil engineer per the Engineering Profession Act and maintain a minimum 120-day plant maintenance period after final acceptance.
ไม่ระบุ (เอกสารเป็นมาตรฐานงานก่อสร้างระดับองค์กรของการประปาส่วนภูมิภาค ใช้ได้ทั่วประเทศ)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เป็นแนวทางหรือคู่มือในการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในสายงานการประปาส่วนภูมิภาคและหน่วยงานอื่นๆ
- ให้งานก่อสร้างในหมวดต่างๆ สามารถก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
- ถูกต้องตามหลักวิชาการ
- มีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
ขอบเขตของงาน
หมวด ก: งานจัดเตรียมสถานที่ก่อสร้าง
- งานจัดหาสาธารณูปโภค (น้ำประปา ไฟฟ้า) สำหรับการก่อสร้าง โดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้าง
- งานขุดหรือโยกย้ายสิ่งไม่พึงประสงค์ที่กีดขวางการก่อสร้าง (ท่อนไม้ กิ่งไม้ รากไม้ ขยะ วัชพืช)
- งานรื้ออาคารเก่าตามระเบียบที่ กปภ. กำหนด
- งานที่ดิน (ที่ดินของรัฐ องค์กร/เอกชน และที่ดินของ กปภ.)
- งานปรับที่ดิน ได้แก่ การตัดต้นไม้ การขุดดิน การรื้ออาคารเก่าและขนออกนอกบริเวณ
- การก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ สำนักงานชั่วคราวพร้อมอุปกรณ์ (โทรศัพท์ โทรสาร เครื่องถ่ายเอกสาร คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต) และป้ายชื่อโครงการขนาดไม่น้อยกว่า 1.20x2.40 เมตร
หมวด ข: แนวทางปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
- การขอเข้าดำเนินการต่อผู้ว่าจ้าง พร้อมแต่งตั้งบุคลากรประจำโครงการ (ผู้จัดการโครงการ วิศวกรโยธา ช่างควบคุมงานภาคสนาม)
- การจัดหาวิศวกรโยธาประจำหน่วยงานตาม พ.ร.บ.วิชาชีพวิศวกรรม
- การจัดทำแผนงานและแผนการเบิกจ่ายภายใน 30 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา
- การขออนุมัติดำเนินการ (Request) ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนก่อสร้างทุกครั้ง
- การรายงานผลงานประจำวัน (Daily Report) และรายงานความก้าวหน้าทุก 30 วัน (Monthly Report)
- การขออนุมัติใช้วัสดุก่อสร้างล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน พร้อมตัวอย่าง/แคตตาล็อก
- การทดสอบคุณสมบัติของวัสดุกับหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง
- มาตรการป้องกันความปลอดภัย รั้วกันเขตก่อสร้าง ป้ายเตือนภัย
- การจัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างน้อย 1 คน
- การติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดไม่น้อยกว่า 4 จุด บันทึกย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า 7 วัน
หมวด ค: งานอาคาร
- งานคอนกรีต: โครงสร้างทั่วไปใช้ ค.3 / โครงสร้างกักเก็บน้ำใช้ ค.5 (ปูนซีเมนต์ ≥350 กก./ลบ.ม., w/c ≤0.47, หิน ≤19 มม.)
- งานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต (SR24 สำหรับ Ø6-9 มม., SD30 สำหรับ >9 มม.)
- การก่อสร้างผนังอิฐ พร้อมเสาเอ็นและคานทับหลัง
- การฉาบปูน (ผนังภายนอก 1:1:5, ผนังภายใน 1:2:6)
- งานทดสอบหารั่วซึม ทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรคในถัง
- งานฐานราก การเจาะสำรวจชั้นดิน การทดสอบเสาเข็ม
- ขอบเขตความคลาดเคลื่อนที่อนุโลมสำหรับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก
- ประตูหน้าต่างและอุปกรณ์ (ไม้ เหล็ก อลูมิเนียม PVC)
- วัสดุมุงหลังคา (ไฟเบอร์ซีเมนต์ เหล็กรีดขึ้นรูป คสล.)
- วัสดุแผ่นเรียบ สุขภัณฑ์ ผิวพื้นทางสถาปัตยกรรม
- งานทาสีตามชนิดพื้นผิว (ปูน ไม้ โลหะ) ตาม มอก. ที่กำหนด
- งานปลูกต้นไม้ ไม้พุ่ม ไม้คลุมดิน และสนามหญ้า
หมวด ง: งานดิน
- งานขุดดินตามแนว ระดับ ความลาดชันตามแบบ พร้อมการคำยันป้องกันการพังทลาย
- งานถมดินปรับบริเวณ (ชั้นละไม่เกิน 40 ซม. ก่อนบดอัด)
- งานถมคันดิน คันสระเก็บน้ำ (ดินเหนียว/ลูกรังละเอียดปนดินเหนียว ผ่านตะแกรง #200 ≥25%, PI ≥10%)
- การบดอัดดินให้ได้ความแน่นแห้งอย่างน้อย 95% ของ Standard Compaction Test (มยผ.2201)
หมวด จ: งานป้องกันการกัดเซาะ
- งานปลูกหญ้าป้องกันการกัดเซาะบริเวณเชิงลาดคันดิน
- งานคอนกรีตดาด (ค.3, Slump ≤7.5 ซม., แผ่นไม่เกิน 3.0x3.0 ม.)
- งานหินเรียงและหินเรียงยาแนว (หิน 15-40 ซม. หนา ~40 ซม.)
- งานกล่องลวดตาข่ายบรรจุหิน (Gabion และ Matress) ตาม มอก.71
หมวด ฉ: งานถนน
- งานคันทาง (Subgrade): บดอัด ≥95% Modified Proctor (มยผ.2202), ดินถมความแน่นแห้งสูงสุด ≥1,440 กก./ลบ.ม.
- งานชั้นรองพื้นทาง (Subbase): LL ≤35%, PI ≤11%, ชั้นบดอัดแล้วหนาไม่เกิน 15 ซม.
- งานชั้นพื้นทาง (Base): LL ≤25%, PI ≤6%, ความสึกหรอ ≤40%
- งานผิวทางลูกรัง: CBR ≥30%, บดอัด ≥95% Modified Proctor
- งานผิวทางคอนกรีต: ค.3, รอยต่อ Expansion Joint ทุก 30 ม., Contraction Joint, Dowel Bar, Tie Bar
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนงานและแผนการเบิกจ่าย (เสนอภายใน 30 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา)
- รายงานผลงานประจำวัน (Daily Report)
- รายงานความก้าวหน้าของงานทุกระยะ 30 วัน (Monthly Report)
- คำขออนุมัติดำเนินการ (Request) ก่อนก่อสร้างทุกครั้ง
- เอกสารและตัวอย่างวัสดุ/อุปกรณ์พร้อมแคตตาล็อกเพื่อขออนุมัติใช้วัสดุ
- รายงานการวิเคราะห์ชั้นดิน ฉบับสมบูรณ์ 5 ชุด พร้อม CD 5 ชุด (ไฟล์ PDF หรือ TTF) ลงนามรับรองโดยวิศวกรผู้รับผิดชอบ
- รายงานการตอกเสาเข็ม (บฟ.มยผ.1106-1) ครบทุกต้น สำหรับเสาเข็มรับน้ำหนักตั้งแต่ 10 ตันขึ้นไป
- แบบแสดงสภาพจริงของเสาเข็มและฐานราก (Asbuilt Drawing): กระดาษไขต้นฉบับ 1 ชุด, แบบแปลน FILE AUTOCAD บน CD 5 ชุด, แบบแปลนพิมพ์เขียว 5 ชุด
- หนังสือรับรองการสั่งซื้อสีจากบริษัทผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่าย
- สำเนาใบเสร็จรับเงิน/ใบส่งของสีที่ใช้งานจริง ประกอบการส่งงวดงาน
- Shop Drawing การคำยันขุดดินลึก พร้อมการวิเคราะห์เสถียรภาพของลาดดิน
ระยะเวลาดำเนินการ
- ไม่ระบุระยะเวลาโครงการโดยรวม (เอกสารนี้เป็นมาตรฐานงานก่อสร้างอ้างอิงสำหรับสัญญาจ้างก่อสร้าง)
- แผนงานและแผนการเบิกจ่าย: ต้องเสนอภายใน 30 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
- การขออนุมัติดำเนินการ (Request): ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
- การขออนุมัติใช้วัสดุก่อสร้าง: ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนนำมาใช้
- การรายงานความก้าวหน้า: ทุกระยะ 30 วัน
- การดูแลรักษาต้นไม้และสนามหญ้า: ไม่น้อยกว่า 120 วันหลังจากการรับงานงวดสุดท้าย
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศไทยและกิจการของคนไทย ตามข้อ 16 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
- Standards Compliance: วัสดุก่อสร้างที่เกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างต้องถือปฏิบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด เช่น มอก.15 (ปูนซีเมนต์), มอก.213 (คอนกรีตผสมเสร็จ), มอก.80 (ปูนซีเมนต์ผสม), มอก.71 (ลวดเหล็กเคลือบสังกะสี) ฯลฯ
- Experience: ไม่ระบุจำนวนปีประสบการณ์โดยตรง แต่บุคลากรที่เสนอต้องมีรายละเอียดคุณวุฒิ ตำแหน่ง อำนาจหน้าที่ และประสบการณ์ประกอบ
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องมือบดอัดดินที่เหมาะสม (รถบดล้อเหล็ก ล้อยาง ตีนแกะ สั่นสะเทือน Frog rammer) อุปกรณ์ทดสอบวัสดุ และระบบกล้องวงจรปิดสำหรับสถานที่ก่อสร้าง
- Personnel: ต้องแต่งตั้งบุคลากรประจำโครงการ ประกอบด้วย ผู้จัดการโครงการ วิศวกรโยธา ช่างควบคุมงานภาคสนาม โดยวิศวกรโยธาต้องรับผิดชอบงานควบคุมการก่อสร้างตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม อยู่ปฏิบัติงานประจำ ณ สถานที่ก่อสร้าง และเป็นผู้ลงนามในหนังสือรับรองผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมต่อหน่วยงานท้องถิ่น นอกจากนี้ต้องจัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างน้อย 1 คน
เกณฑ์การพิจารณา
เอกสารนี้เป็นมาตรฐานงานก่อสร้าง (Technical Specification) ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินราคาหรือการคัดเลือกผู้รับจ้างโดยตรง อย่างไรก็ตาม การตรวจรับงานจะยึดหลักดังนี้:
- ผลงานต้องเป็นไปตามข้อกำหนดทางเทคนิค มาตรฐาน มยผ. และ มอก. ที่ระบุ
- ผลการทดสอบวัสดุและงานต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนด (เช่น ความแน่นบดอัด 95%, การทดสอบรั่วซึมถังน้ำระดับน้ำลดลงไม่เกิน 15 มม.)
- การส่งงานงวดสุดท้ายต้องส่งมอบแบบแสดงสภาพจริง (Asbuilt Drawing) ครบถ้วนและได้รับการพิจารณาตรวจสอบจากผู้ว่าจ้างก่อน
ข้อกำหนดทางเทคนิค
งานคอนกรีต
- โครงสร้างทั่วไป: คอนกรีต ค.3 (มยผ.1101)
- โครงสร้างกักเก็บน้ำ/กันน้ำ: คอนกรีต ค.5 ปูนซีเมนต์ ≥350 กก./ลบ.ม., w/c ≤0.47, หิน ≤19 มม., อัตราส่วนทราย:หิน ≈0.67
- Slump: 5-10 ซม. (กำแพงบางกว่า 15 ซม. อนุโลมถึง 12.5 ซม.)
- คอนกรีตผสมเสร็จตาม มอก.213, คอนกรีตหยาบส่วนผสม 1:3:5
- การบ่มคอนกรีต: คลุมรดน้ำต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 7 วัน
งานเหล็กเสริม
- Ø6-9 มม.: เหล็กกลม SR24 (มอก.20), >9 มม.: เหล็กข้ออ้อย SD30 (มอก.24)
งานฐานราก
- เสาเข็มรับน้ำหนัก ≥10 ตัน/ต้น ต้องทดสอบตาม มยผ.1251 (ทดสอบถึงจุดวิบัติหรือ 3 เท่าของน้ำหนักออกแบบ)
- ตอกส่งได้ไม่เกิน 1.50 เมตร
งานทดสอบรั่วซึมและฆ่าเชื้อ
- ถังมีหลังคา: ทดสอบ 24 ชม. / ไม่มีหลังคา: 12 ชม. (18.00-06.00 น.), ระดับน้ำลด ≤15 มม.
- ฆ่าเชื้อ: คลอรีนเข้มข้น 200 มก./ล. ทาผิว, น้ำในถัง residual chlorine 25 มก./ล., หลัง 24 ชม. เหลือ ≥10 มก./ล.
งานดิน
- ถมคันดิน: ชั้นละ ≤40 ซม. (ก่อนบดอัด), บดอัด ≥95% Standard Proctor (มยผ.2201), ความชื้น ±3% ของ OMC
- วัสดุคันดิน: ผ่านตะแกรง #200 ≥25%, PI ≥10%, กรวดหิน ≤5%
งานถนน
- คันทาง/Subbase/Base: บดอัด ≥95% Modified Proctor (มยผ.2202), ชั้นบดอัดแล้วหนา ≤15-20 ซม.
- ผิวทางลูกรัง: CBR ≥30% (มยผ.2203), ความสึกหรอ ≤60% (มยผ.2209)
- ผิวทางคอนกรีต: ค.3, Expansion Joint ทุก 30 ม. กว้าง ≥2 ซม., Dowel Bar ทาแอสฟัลท์ MC/RC
- บ่มคอนกรีตผิวทาง ≥7 วัน
งานป้องกันการกัดเซาะ
- คอนกรีตดาด: ค.3, Slump ≤7.5 ซม., แผ่น ≤3.0x3.0 ม., Weep hole ตามแบบ
- Gabion: ลวดเคลือบสังกะสีตาม มอก.71, ตาข่ายหกเหลี่ยมพัน 3 เกลียว, Diaphragm ทุก 1 ม.
งานทาสี
- ผิวปูน: รองพื้น มอก.1123 (≥30 ไมครอน) + อิมัลชัน Premium มอก.2321 ทา 2 ครั้ง
- ผิวไม้: รองพื้น มอก.328 + เคลือบเงา มอก.327
- ผิวโลหะ: รองพื้นกันสนิม มอก.389 + เคลือบเงา มอก.327
- สีกันซึมหลังคา: อะครีลิคยืดหยุ่น 500% คุณภาพเทียบเท่า Roofseal สีเทา
เงื่อนไขสัญญา
- ค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุทุกประเภท (งานดิน งานทาง ฯลฯ) เป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
- ค่าสาธารณูปโภค (น้ำ ไฟ) ระหว่างก่อสร้าง เป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
- ค่าก่อสร้างสำนักงานชั่วคราว ป้ายชื่อโครงการ มาตรการความปลอดภัย พนักงานรักษาความปลอดภัย และระบบกล้องวงจรปิด เป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
- หากการก่อสร้างทำให้ทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างเสียหาย ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิมหรือดีกว่า โดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้าง
- ผู้รับจ้างรับผิดชอบความเสียหายต่อบุคคล ทรัพย์สิน สาธารณูปโภคในพื้นที่ก่อสร้างและพื้นที่ข้างเคียง
- ห้ามใช้สาเหตุวัสดุขาดตลาดหรือผู้ผลิตผลิตไม่ทัน เป็นข้ออ้างขอต่ออายุสัญญา
- หากดำเนินการก่อนได้รับอนุมัติ (Request) ผู้ควบคุมงานมีอำนาจสั่งให้แก้ไขโดยผู้รับจ้างออกค่าใช้จ่าย และถือเป็นเหตุข้ออ้างต่ออายุสัญญาไม่ได้
- การแก้ไขคอนกรีตผิวเปลือย (รังผึ้ง รูโพรง) ค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
- กรณีผลทดสอบเสาเข็มต่ำกว่าเกณฑ์ ผู้รับจ้างรับผิดชอบแก้ไขปรับปรุงฐานรากโดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
- การปรับปรุงชั้นดิน/เปลี่ยนระดับฐานราก/เสริมความแข็งแรงฐานราก ค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
- ต้นไม้ที่ตายหรือไม่ได้ขนาดต้องเปลี่ยนภายใน 15 วัน (ไม้ใหญ่) หรือ 7 วัน (ไม้พุ่ม/ไม้คลุมดิน) หลังได้รับแจ้ง โดยไม่คิดราคาเพิ่ม
- การส่งงานงวดสุดท้ายต้องส่งมอบ Asbuilt Drawing ครบถ้วนและผ่านการตรวจสอบก่อน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คอนกรีตสำหรับโครงสร้างกักเก็บน้ำต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
ต้องใช้คอนกรีตชนิด ค.5 ตาม มยผ.1101 โดยปริมาณปูนซีเมนต์ไม่น้อยกว่า 350 กก./ลบ.ม., อัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์ (w/c) ไม่เกิน 0.47, ขนาดหินไม่เกิน 19 มม. และอัตราส่วนทรายต่อหินประมาณ 0.67 โดยน้ำหนัก -
การทดสอบรั่วซึมของถังเก็บน้ำทำอย่างไร?
ถังที่มีหลังคาปิดทดสอบ 24 ชั่วโมง ส่วนถังไม่มีหลังคาทดสอบ 12 ชั่วโมง (18.00-06.00 น.) หากระดับน้ำลดลงมากกว่า 15 มิลลิเมตร ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบและซ่อมแซมรอยรั่ว -
การฆ่าเชื้อโรคในถังน้ำใสต้องใช้คลอรีนเข้มข้นเท่าไร?
ฉีดน้ำยาคลอรีนเข้มข้น 200 มก./ล. ทั่วพื้นผิวภายในถัง จากนั้นเติมน้ำให้มีคลอรีนคงเหลือประมาณ 25 มก./ล. ขังน้ำ 24 ชั่วโมง ต้องมีคลอรีนคงอยู่ไม่น้อยกว่า 10 มก./ล. -
เสาเข็มแบบใดต้องทำการทดสอบความสามารถรับน้ำหนัก?
เสาเข็มที่รับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัย (น้ำหนักออกแบบ) ตั้งแต่ 10 ตัน/ต้นขึ้นไป ต้องทดสอบตาม มยผ.1251 โดยทดสอบถึงจุดวิบัติหรือ 3 เท่าของน้ำหนักบรรทุกปลอดภัย -
ความแน่นของการบดอัดดินคันทางต้องได้เท่าไร?
ต้องบดอัดให้มีความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 95% ของความหนาแน่นสูงสุดตามวิธีทดสอบความแน่นแบบสูงกว่ามาตรฐาน มยผ.2202 โดยถมเป็นชั้นๆ ชั้นละไม่เกิน 20 เซนติเมตร -
วัสดุถมคันดินสระเก็บน้ำต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
ต้องเป็นดินเหนียวหรือลูกรังชนิดละเอียดปนดินเหนียว มีวัสดุละเอียดผ่านตะแกรงเบอร์ 200 ไม่น้อยกว่า 25% โดยน้ำหนัก, Plasticity Index ไม่น้อยกว่า 10%, กรวดและหินปนไม่เกิน 5% และขนาดเม็ดใหญ่สุดไม่เกิน 2 นิ้ว -
รอยต่อ Expansion Joint ของถนนคอนกรีตทำทุกระยะเท่าไร?
กำหนดให้ทำทุกระยะความยาว 30 เมตร โดยความกว้างของ Joint ไม่น้อยกว่า 2 เซนติเมตร และ Dowel Bars ต้องมีปลายข้างหนึ่งขยายตัวตามแนวนอนได้ไม่น้อยกว่า 3 เซนติเมตร -
ผู้รับจ้างต้องจัดหาระบบรักษาความปลอดภัยอย่างไร?
ต้องจัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างน้อย 1 คน และติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดไม่น้อยกว่า 4 จุดต่อสถานที่ก่อสร้าง พร้อมเครื่องบันทึกข้อมูลดูย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า 7 วัน เชื่อมโยงอินเทอร์เน็ต (ถ้ามี) -
การเสนอขออนุมัติวัสดุก่อสร้างต้องเสนอล่วงหน้ากี่วัน?
ต้องเสนอขออนุมัติใช้วัสดุก่อสร้างทุกชนิดล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน พร้อมระบุรายละเอียดคุณสมบัติ ตัวอย่าง และ/หรือแคตตาล็อกประกอบการพิจารณา -
การดูแลรักษาต้นไม้และสนามหญ้ารับผิดชอบนานเท่าไร?
ผู้รับจ้างต้องดูแลรับผิดชอบต้นไม้และสนามหญ้าต่อไปเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 120 วัน หลังจากการรับงานงวดสุดท้ายแล้ว
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
กปภ.01-2558
มาตรฐานงานก่อสร้างทั วไป
หมวด ก งานจัดเตรียมสถานที
หมวด ข แนวทางการปฏิบัติงานเกี ยวกับงานก่อสร้าง หมวด ค งานอาคาร
หมวด ง งานดิน
หมวด จ งานป้ องกันการกัดเซาะ
หมวด ฉ งานถนน
คานํ ํา
การประปาส่วนภมู ิภาค โดยสายงานรองผู้ว่าการ(วิชาการ) ได้จดทั ํามาตรฐานงานก่อสร้าง กปภ.01-2550 กปภ.02-2550 กปภ.03-2545 กปภ.04-2545 กปภ.05-2545 และแบบมาตรฐานประกอบ งานก่อสร้าง ปี 2550 โดยได้ประกาศใช้มาตงแต ั้ ่ ปี 2545 และปี 2550 บางส่วนจนถึงปีปัจจุบนั นับเป็น เวลานานที่ใช้มาตรฐานงานก่อสร้างและแบบมาตรฐานประกอบงานก่อสร้างดงกล ั าว่
หน่วยงานในสายงานรองผ้วู ่าการ(วิชาการ) จึงมีความเห็นตรงกนวั ่าถึงเวลาอนสมควรท ั ี่จะ ปรับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้างทงั้ 5 หมวด และปรับปรุงแบบมาตรฐานประกอบงานก่อสร้างไปในคราว เดียวกัน จึงได้เสนอเรื่องดังกล่าวตามสายงานโดยผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค ได้มีคําสั่งแต่งตัง้ คณะทํางานขึน้ 1 ชุด จํานวน 16 ท่าน และได้แต่งตังคณะท ้ ํางานชุดย่อยจํานวน 6 ชุด รวม 54 ท่าน
เพื่อดําเนินการปรับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้าง และแบบมาตรฐานประกอบงานก่อสร้างให้สําเร็จลลุ ่วงไป ตามวตถั ประสงค ุ ์
บดนั ี้คณะทํางานฯ ได้ดําเนินการแก้ไขและปรับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้างเดิม พร้อมจดทั ํา แบบมาตรฐานประกอบงานก่อสร้างแล้วเสร็จ ดงนั ี้
- กปภ.01 : มาตรฐานงานก่อสร้างทวไป ั่
- กปภ.02 : มาตรฐานงานวางท่อทวไป ั่
- กปภ.03 : มาตรฐานงานระบบเครื่องสบนู ํา้และเครื่องต้นกําลงั 4. กปภ.04 : มาตรฐานงานระบบไฟฟ้า
- กปภ.05 : มาตรฐานงานระบบจ่ายสารเคมี
- แบบมาตรฐานประกอบงานก่อสร้าง
คณะทํางานฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรฐานงานก่อสร้างทัง้ 5 หมวด และแบบมาตรฐาน ประกอบงานก่อสร้างนีจะสามารถเป ้ ็นแนวทางหรือเป็นค่มู ือในการปฏิบตัิงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทังในสายงานการประปาส ้ ่วนภูมิภาคและหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้งานก่อสร้างในหมวดต่างๆ สามารถ ก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีถูกต้องตามหลักวิชาการ และมีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ทังน้ ีหากม ้ ีข้อผิดพลาดประการใดในเอกสารทัง้ 5 หมวด และแบบมาตรฐานประกอบงานก่อสร้างดงกล ั ่าว คณะทํางานฯต้องขออภยและขอน ั ้อมรับไว้เพื่อทําการ ปรับปรุงในคราวตอไป ่
คณะทํางานปรับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้าง และแบบมาตรฐานประกอบงานก่อสร้าง
รายช่ือคณะทางานปร ํ ับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้างและแบบประกอบมาตรฐานงานก่อสร้าง ตามคาสํ ่ังการประปาส่วนภมู ิภาคท่ 658/2557 ี ส่ัง ณ วันท่ 30 ี เมษายน 2557
นายเธียรชยั ประมลมาก ู ผ้ชู ่วยผ้วูาการ ่ (วิชาการ) ประธานคณะทํางาน นางสาวสวุ ิมล ผดงธนมงคล ุ ผ้อู ํานวยการการประปาสวนภ ่ มู ิภาคเขต 4 รองประธานคณะทํางาน นายวฒุ นินทั ์ โพธิ์ทองนาค ผ้อู ํานวยการฝ่ายวิศวกรรม คณะทํางาน นายทวีวฒน ั ์ นิ่มวรพนธั ์ุ ผ้อู ํานวยการฝ่ายควบคมการก ุ ่อสร้าง คณะทํางาน นายสมบรณู ์ หาญสกลดุ ี ผ้อู ํานวยการกองจดเตร ั ียมโครงการ 1 คณะทํางาน นายพรพิชยั อําไพ ผ้อู ํานวยการกองจดเตร ั ียมโครงการ 2 คณะทํางาน นายอนวุ ฒน ั ์ เนตรขํา ผ้อู ํานวยการกองออกแบบวศวกรรม ิ คณะทํางาน นายปกิต ภาคธรรม ผ้อู ํานวยการกองประมาณราคา คณะทํางาน นายภชู ยั สปปพ ั นธั ์ ผ้อู ํานวยการกองควบคมการก ุ ่อสร้าง 1 คณะทํางาน นายวาณิชย์ อิ่มเอม ผ้อู ํานวยการกองเทคนิคก่อสร้าง คณะทํางาน นายวทยา ิ สามสวรรณ ุ ผ้อู ํานวยการกองแผนและวิชาการ คณะทํางาน การประปาสวนภ ่ มู ิภาคเขต 1
นายเจษฎา ชชาญู ผ้อู ํานวยการกองระบบผลตและควบค ิ มคุ ณภาพน ุ ํา้ คณะทํางาน การประปาสวนภ ่ มู ิภาค เขต 1
นายชยฤทธ ั ิ์ จสกู ลวุ ิจิตร์ ผ้อู ํานวยการกองแผนและวิชาการ คณะทํางาน การประปาสวนภ ่ มู ิภาค เขต 2
เรือโท ประจกรั ์ จิตรีพทยิ ์ ผ้อู ํานวยการกองระบบผลตและควบค ิ มคุ ณภาพน ุ ํา้ คณะทํางาน การประปาสวนภ ่ มู ภาค ิ เขต 2
นายนาวนิ วิริยะโยธิน หวหน ั ้างานควบคมการก ุ ่อสร้าง 3 คณะทํางาน กองควบคมการก ุ ่อสร้าง 1
นายสวุ ทยิ ์ เหลืองรัชพนธั ์ุ ผ้อู ํานวยการกองมาตรฐานวศวกรรม ิ คณะทํางานและเลขานการ ุ
รายช่ือคณะทางานปร ํ ับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้างและแบบประกอบมาตรฐานงานก่อสร้าง ชุดย่อยท่ 1 ี ปรับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้าง กปภ.01 งานก่อสร้างท่วไป ั
ตามคาสํ ่ังการประปาส่วนภมู ิภาคท่ 1290/2557 ี ส่ัง ณ วันท่ 12 ี กันยายน 2557
นายภชู ยั สปปพ ั นธั ์ ผ้อู ํานวยการกองควบคมการก ุ ่อสร้าง 1 ประธานคณะทํางาน นายวทยา ิ สามสวรรณ ุ ผ้อู ํานวยการกองแผนและวิชาการ คณะทํางาน การประปาสวนภ ่ มู ิภาค เขต 1
นายปริญญา ยนตพร ั สถาปนิก 9 รักษาการหวหน ั ้างานสถาปัตยกรรม 1 คณะทํางาน กองจดเตร ั ียมโครงการ 1
นายชาตรี เรืองธนนตั ์รักษ์ หวหน ั ้างานวิศวกรรมโครงสร้าง คณะทํางาน กองออกแบบวิศวกรรม
นายนาวนิ วิริยะโยธิน หวหน ั ้างานควบคมการก ุ ่อสร้าง 3 คณะทํางาน กองควบคมการก ุ ่อสร้าง 1
นายประยรู ศรธนาสว ิ สดั ิ์ หวหน ั ้างานโครงการก่อสร้าง 1 กองแผนและวิชาการ คณะทํางาน การประปาสวนภ ่ มู ิภาคเขต 1
นายณฐกานต ั ์ ช่วงชิง หวหน ั ้างานควบคมการก ุ ่อสร้าง 2 คณะทํางาน กองควบคมการก ุ ่อสร้าง 3
นายวิชยั จนทร ั ์ไทย หวหน ั ้างานประมาณราคาโยธาและสถาปัตยกรรม คณะทํางาน กองประมาณราคา
นายจกรั ี บญสว ุ าง่ วิศวกร 5 คณะทํางาน กองมาตรฐานวิศวกรรม
นายทรงวฒุ ิ สวรรณศ ุ ริิกลุ หวหน ั ้างานมาตรฐานระบบประปา คณะทํางานและเลขานการ ุ กองมาตรฐานวิศวกรรม
คณะทางานปร ํ ับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้างและแบบประกอบมาตรฐานงานก่อสร้าง ชุดย่อยท่ 2 ี ปรับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้าง กปภ.02 งานวางท่อท่วไป ั
ตามคาสํ ่ังการประปาส่วนภมู ิภาคท่ 1290/2557 ี ส่ัง ณ วันท่ 12 ี กันยายน 2557
นายบญส ุ ง่ ศรีวิเชียร ผ้อู ํานวยการกองควบคมการก ุ ่อสร้าง 3 ประธานคณะทํางาน นายวทยา ิ สามสวรรณ ุ ผ้อู ํานวยการกองแผนและวิชาการ คณะทํางาน การประปาสวนภ ่ มู ิภาคเขต 1
นายสงหิ ์ชยั อินทพิชยั ผ้อู ํานวยการกองแผนและวิชาการ คณะทํางาน การประปาสวนภ ่ มู ิภาคเขต 4
นายนพดล เฉลมชิ ยรั ัตนกลุ หวหน ั ้างานออกแบบระบบท่อ 2 คณะทํางาน กองจดเตร ั ียมโครงการ 2
นายอมร กระจายศรี หวหน ั ้างานควบคมการก ุ ่อสร้าง 4 คณะทํางาน กองควบคมการก ุ ่อสร้าง 1
นายพลภทรั ภาพีรนนท์ หวหน ั ้างานประมาณราคาระบบท่อประปา 1 คณะทํางาน กองประมาณราคา
นายสรเดช ุ โพธินามทอง หวหน ั ้างานบริหารโครงการ 1 คณะทํางาน กองจดเตร ั ียมโครงการ 1
นายวฒนา ั จิตจํารัส หวหน ั ้างานทดสอบผลตภิ ณฑั ์ท่อและอปกรณ ุ ์ คณะทํางาน กองเทคนิคก่อสร้าง
นายชาญชยั หวงกั ิจวรกานต์ หวหน ั ้างานบริการและควบคมนุ ําส้ ญเส ู ยี 1 คณะทํางาน การประปาสวนภ ่ มู ิภาคสาขาชลบรุี
นายภาษิต พนลั าํ หวหน ั ้างานควบคมการก ุ ่อสร้าง 1 คณะทํางาน กองควบคมการก ุ ่อสร้าง 3
นายณฐนน มีสวรรณ ุ วิศวกร 6 คณะทํางานและเลขานการ ุ กองมาตรฐานวิศวกรรม
คณะทางานปร ํ ับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้างและแบบประกอบมาตรฐานงานก่อสร้าง ชุดย่อยท่ 3 ี ปรับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้าง กปภ.03 งานตดติ งเคร ั้ ่ืองสูบนําและเคร ้ ่ืองต้นกาลํ ัง ตามคาสํ ่ังการประปาส่วนภมู ิภาคท่ 1290/2557 ี ส่ัง ณ วันท่ 12 ี กันยายน 2557
นายอนวุ ฒน ั ์ เนตรขํา ผ้อู ํานวยการกองออกแบบวศวกรรม ิ ประธานคณะทํางาน นายพงศ์เสถียร การะยะ หวหน ั ้างานทดสอบระบบเครื่องกล คณะทํางาน กองเทคนิคก่อสร้าง
นายชษณะ ุ นิลกําแหง หวหน ั ้างานวิศวกรรมเครื่องกล คณะทํางาน กองออกแบบวิศวกรรม
นายธงชยั แสงเจือ หวหน ั ้างานประมาณราคาเครื่องกลและไฟฟ้า คณะทํางาน กองประมาณราคา
นายสทธุ ิศกดั ิ์ ศรีหอม หวหน ั ้างานบารํ ุงรักษา คณะทํางาน กองระบบผลตและควบค ิ มคุ ณภาพน ุ ํา้
การประปาสวนภ ่ มู ิภาค เขต 2
นายไพบลยู ์ พลอยหิน นายช่างเครื่องกล 7 กองเทคนิคก่อสร้าง คณะทํางาน นายสจจพงศ ั ์ ร่วมจิต วิศวกร 5 กองระบบผลตและควบค ิ มคุ ณภาพน ุ ํา้ คณะทํางาน การประปาสวนภ ่ มู ิภาค เขต 1
นายณรงค์ศกดั ิ์แก้วเขียว วิศวกร 5 กองระบบผลตและควบค ิ มคุ ณภาพน ุ ํา้ คณะทํางาน การประปาสวนภ ่ มู ิภาค เขต 3
นายพทธพงษ ุ ์ บญเก ุ ิด วิศวกร 4 คณะทํางาน กองมาตรฐานวิศวกรรม
นายภิญโญ งามชาตตระก ิ ลู หวหน ั ้างานผลตภิ ณฑั ์ท่อและครุภณฑั ์ คณะทํางานและเลขานการ ุ กองมาตรฐานวิศวกรรม
คณะทางานปร ํ ับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้างและแบบประกอบมาตรฐานงานก่อสร้าง ชุดย่อยท่ 4 ี ปรับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้าง กปภ.04 งานตดติ งระบบไฟฟ ั้ ้า ตามคาสํ ่ังการประปาส่วนภมู ิภาคท่ 1290/2557 ี ส่ัง ณ วันท่ 12 ี กันยายน 2557
นายเจษฎา ชชาญู ผ้อู ํานวยการกองระบบผลตและควบค ิ มคุ ณภาพน ุ ํา้ ประธานคณะทํางาน การประปาสวนภ ่ มู ิภาคเขต 1
นายวาณิชย์ อิ่มเอม ผ้อู ํานวยการกองเทคนิคก่อสร้าง คณะทํางาน กองเทคนิคก่อสร้าง
นายบญเล ุ ศิ เกษร ผ้อู ํานวยการกองระบบผลตและควบค ิ มคุ ณภาพน ุ ํา้ คณะทํางาน การประปาสวนภ ่ มู ภาคเขต ิ 10
นายทรงพล พนาลกิลุ หวหน ั ้างานเทคโนโลยีควบคมผล ุ ติ คณะทํางาน กองระบบผลตและควบค ิ มคุ ณภาพน ุ ํา้
การประปาสวนภ ่ มู ิภาคเขต 7
นายไพศาล มากเจริญ หวหน ั ้างานวิศวกรรมไฟฟ้าและระบบควบคมุ คณะทํางาน กองออกแบบวิศวกรรม
นายวรรณภพ ทองขาว หวหน ั ้างานทดสอบระบบไฟฟ้าและระบบควบคมุ คณะทํางาน กองเทคนิคก่อสร้าง
นายจิรศกดั ิ์ ซาวคํา วิศวกร 6 คณะทํางาน กองออกแบบวิศวกรรม
นายสรศุ กดั ิ์ สะรีมดั วิศวกร 5 คณะทํางาน กองประมาณราคา
นายชยกฤต ิ กลายกลาง ช่างไฟฟ้า 4 คณะทํางาน กองประมาณราคา
น.ส.เนตรชนก ทรัพย์มณี วิศวกร 4 คณะทํางาน กองมาตรฐานวิศวกรรม
นายทวีศกดั ิ์ ขนแขวง ุ วิศวกร 5 คณะทํางานและเลขานการ ุ กองมาตรฐานวิศวกรรม
คณะทางานปร ํ ับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้างและแบบประกอบมาตรฐานงานก่อสร้าง ชุดย่อยท่ 5 ี ปรับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้าง กปภ.05 งานตดติ งเคร ั้ ่ืองจ่ายสารเคมี ตามคาสํ ่ังการประปาส่วนภมู ิภาคท่ 1290/2557 ี ส่ัง ณ วันท่ 12 ี กันยายน 2557
นายวิธร มาเอียด ผ้อู ํานวยการกองระบบผลตและควบค ิ มคุ ณภาพน ุ ํา้ ประธานคณะทํางาน การประปาสวนภ ่ มู ิภาคเขต 9
นายประเสริฐ มดาสา ุ ผ้อู ํานวยการกองฝึกอบรมภมู ิภาค 3 คณะทํางาน กองฝึกอบรมภมู ิภาค 3
น.ส.รัตนา พลอิสริยะกลุ หวหน ั ้างานสารสนเทศคณภาพน ุ ํา้ คณะทํางาน กองควบคมคุ ณภาพน ุ ํา้
นายธงชยั แสงเจือ หวหน ั ้างานประมาณราคาเครื่องกลและไฟฟ้า คณะทํางาน กองประมาณราคา
นายภิญโญ งามชาตตระก ิ ลู หวหน ั ้างานผลตภิ ณฑั ์ท่อและครุภณฑั ์ คณะทํางาน กองมาตรฐานวิศวกรรม
นายไพบลยู ์ พลอยหิน นายช่างเครื่องกล 7 คณะทํางาน กองเทคนิคก่อสร้าง
นายอารีย์ หมดนั ิกร วิศวกร 5 คณะทํางาน กองออกแบบวิศวกรรม
นายณฐศาสตร ั ์ ทีทองแดง วิศวกร 5 คณะทํางาน กองออกแบบวิศวกรรม
น.ส.ธารวด ี ธีระวิภาค วิศวกร 4 คณะทํางาน กองออกแบบวิศวกรรม
นายจีรวฒน ั ์ มกดา ุ วิศวกร 7 รักษาการหวหน ั ้างานบารํ ุงรักษา คณะทํางานและเลขานการ ุ กองระบบผลตและควบค ิ มคุ ณภาพน ุ ํา้
การประปาสวนภ ่ มู ิภาคเขต 9
คณะทางานปร ํ ับปรุงมาตรฐานงานก่อสร้างและแบบประกอบมาตรฐานงานก่อสร้าง ชุดย่อยท่ 6 ี ปรับปรุงแบบประกอบมาตรฐานงานก่อสร้าง
ตามคาสํ ่ังการประปาส่วนภมู ิภาคท่ 1290/2557 ี ส่ัง ณ วันท่ 12 ี กันยายน 2557
นายสวุ ทยิ ์ เหลืองรัชพนธั ์ุ ผ้อู ํานวยการกองมาตรฐานวศวกรรม ิ ประธานคณะทํางาน นายพรพิชยั อําไพ ผ้อู ํานวยการกองจดเตร ั ียมโครงการ 2 คณะทํางาน นายทรงธรรม สวรรณศ ุ ริิกลุ หวหน ั ้างานออกแบบระบบท่อ 1 คณะทํางาน กองจดเตร ั ียมโครงการ 1
นายสธุ ี สทธุ ิสนทร ุ หวหน ั ้างานควบคมการก ุ ่อสร้าง 1 คณะทํางาน กองควบคมการก ุ ่อสร้าง 1
นายวิชยั จนทร ั ์ไทย หวหน ั ้างานประมาณราคาโยธาและสถาปัตยกรรม คณะทํางาน กองประมาณราคา
นายชาญชยั หวงกั ิจวรกานต์ หวหน ั ้างานบริการและควบคมนุ ําส้ ญเส ู ยี 1 คณะทํางาน การประปาสวนภ ่ มู ิภาคสาขาชลบรุี
นายสบสก ื ลุ ศรีนาค นายช่างโยธา 7 คณะทํางาน กองเทคนิคก่อสร้าง
นายภชูิต โพนทนั วิศวกร 5 คณะทํางาน กองมาตรฐานวิศวกรรม
นายวิชญ์พงศ์ ชํานาญศลปิ ์ วิศวกร 6 คณะทํางานและเลขานการ ุ กองมาตรฐานวิศวกรรม
สารบัญ
มาตรฐานงานก่อสร้างทั วไป ………………………………………………………………………………………………….. 1 ขอบข่าย …………………………………………………………………………………………………………………………… 1
หมวด ก งานจัดเตรียมสถานที ก่อสร้าง……………………………………………………………………………………. 2 1. งานจัดหาสาธารณูปโภค เพื อใช้ในงานก่อสร้าง …………………………………………………………………… 2 2. งานขุดหรือโยกย้ายสิ งไม่พึงประสงค์ที กีดขวางการก่อสร้าง ……………………………………………………. 2 3. งานรื 0ออาคารเก่า …………………………………………………………………………………………………………. 3 4. งานที ดิน ……………………………………………………………………………………………………………………. 3 5. งานปรับที ดินเพื อการก่อสร้าง …………………………………………………………………………………………. 3
5.1 การตัดต้นไม้และขนออกนอกบริเวณ ………………………………………………………………………….. 3 5.2 การขุดดินและขนออกนอกบริเวณ ……………………………………………………………………………… 3 5.3 การรื 0ออาคารเก่าและขนออกนอกบริเวณ …………………………………………………………………….. 4
6. การก่อสร้างสิ งอํานวยความสะดวก ………………………………………………………………………………….. 4 6.1 สํานักงานชั วคราวตามความเห็นชอบของผู้ว่าจ้าง …………………………………………………………. 4 6.2 ป้ ายชื อโครงการ ……………………………………………………………………………………………………. 4
หมวด ข แนวทางปฏิบัติงานเกี ยวกับงานก่อสร้าง ………………………………………………………………………. 5 1. การควบคุมงานของผู้รับจ้าง …………………………………………………………………………………………… 5 1.1 การขอเข้าดําเนินการต่อผู้ว่าจ้าง ……………………………………………………………………………….. 5 1.2 การจัดหาให้มีวิศวกรโยธาประจําหน่วยงาน …………………………………………………………………. 5 2. การปฏิบัติงานก่อสร้าง ………………………………………………………………………………………………….. 5 2.1 การจัดทําแผนงานและแผนการเบิกจ่าย ……………………………………………………………………… 5 2.2 การอนุมัติ ก่อนดําเนินการก่อสร้างทุกครั 0งผู้รับจ้างจะต้องเสนอขออนุมัติดําเนินการ (Request) .. 5 2.3 การรายงานผลงานประจําวัน (Daily Report) ………………………………………………………………. 5 3. การขออนุมัติใช้ ตรวจสอบและทดสอบวัสดุก่อสร้าง ………………………………………………………………… 6 3.1 การขออนุมัติใช้วัสดุก่อสร้าง …………………………………………………………………………………….. 6 3.2 การทดสอบคุณสมบัติของวัสดุ …………………………………………………………………………………. 6 4. การป้ องกันและการรักษาความปลอดภัยสถานที ก่อสร้าง ………………………………………………………. 6 4.1 มาตรการป้ องกัน ดูแลความปลอดภัยต่อบุคคลและทรัพย์สิน …………………………………………… 6 4.2 การจัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยประจําสถานที ก่อสร้าง ……………………………………….. 6 4.3 งานระบบรักษาความปลอดภัย ด้วยกล้องวงจรปิ ด………………………………………………………….7
สารบัญ (ต่อ)
หมวด ค งานอาคาร ……………………………………………………………………………………………………………. 8 1. งานคอนกรีต …………………………………………………………………………………………………………………. 8 1.1 โครงสร้างทั วไป …………………………………………………………………………………………………….. 8 1.2 โครงสร้างที ใช้สําหรับกักเก็บนํ 0าและ/หรือกันนํ0า …………………………………………………………….. 8 1.3 วัสดุที ใช้ผสมคอนกรีต …………………………………………………………………………………………….. 8 1.4 ค่าการยุบตัว (Slump) ……………………………………………………………………………………………. 9 1.5 คอนกรีตผสมเสร็จ …………………………………………………………………………………………………. 9 1.6 คอนกรีตหยาบ ……………………………………………………………………………………………………… 9 1.7 ความหนาของคอนกรีตที หุ้มเหล็ก ……………………………………………………………………………… 9 1.8 แบบหล่อ (Formwork) สําหรับงานโครงสร้างคอนกรีตผิวเปลือย ………………………………………. 9 1.9 ลักษณะคอนกรีตหลังจากการถอดแบบ …………………………………………………………………….. 10 1.10 การแก้ไขและซ่อมแซมคอนกรีตผิวเปลือย………………………………………………………………….. 10
1.11 งานเทอัดปูนทรายสําเร็จรูปชนิดไหลตัวได้ดีไม่หดตัวและไม่มีโลหะผสม (Non-Shrink ,Non Metallic Grout Mortar) ……………………………………………………………………………………….. 11 1.12 รอยต่อขณะก่อสร้าง (Construction Joints) ………………………………………………………………. 11 1.13 การบ่มคอนกรีต…………………………………………………………………………………………………… 12 1.14 การป้ องกันการซึมของนํ 0า สําหรับโครงสร้างที ใช้กักเก็บนํ 0า กันนํ 0า ……………………………………. 12 1.15 การป้ องกันการกัดกร่อนของสารเคมี สําหรับถังเก็บจ่ายสารเคมี ……………………………………… 12 2. เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ……………………………………………………………………………………………….. 13 3. การก่อสร้างผนังอิฐ …………………………………………………………………………………………………….. 13 4. การฉาบปูน ………………………………………………………………………………………………………………. 14 5. งานทดสอบหาการรั วซึม การทําความสะอาดและฆ่าเชื 0อโรคในถัง …………………………………………. 15 6. งานฐานราก ……………………………………………………………………………………………………………… 15 6.1 ข้อมูลชั 0นดิน ……………………………………………………………………………………………………….. 15 6.2 กรณีฐานรากที ไม่ต้องใช้เสาเข็ม ให้ปฏิบัติดังนี 0 ……………………………………………………………. 16 6.3 กรณีฐานรากที กําหนดให้ใช้เสาเข็ม ให้ปฏิบัติดังนี 0 ……………………………………………………….. 16 6.4 การปรับปรุงชั 0นดินหรือเปลี ยนระดับฐานรากหรือเสริมความแข็งแรงฐานราก ……………………… 18 6.5 กรณีที จําเป็ นต้องมีการเปลี ยนแปลงแบบแปลนหรือรายการประกอบแบบแปลน ………………… 18 6.6 การดําเนินการทุกขั 0นตอนเกี ยวกับงานฐานราก …………………………………………………………… 18 6.7 แบบแสดงสภาพจริงของเสาเข็มและฐานราก (Asbuilt Drawing) …………………………………… 18
สารบัญ (ต่อ)
7. ขอบเขตความคลาดเคลื อนที อนุโลมให้สําหรับการก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก …………………………. 19 8. ประตูหน้าต่างและอุปกรณ์ …………………………………………………………………………………………… 20 8.1 วงกบนประตูหรือหน้าต่าง ให้ยึดถือตามแบบแปลนกําหนดมีรายละเอียดเพิ มเติม ดังนี 0 ………… 20 8.2 บานประตู ให้ยึดถือตามแบบแปลนที กําหนดมีรายละเอียดเพิ มเติม ดังนี 0 ………………………….. 20 8.3 บานหน้าต่าง ให้ยึดถือตามแบบแปลนกําหนดมีรายละเอียดเพิ มเติม ดังนี 0 ………………………… 21 8.4 บานพับ ให้ใช้ชนิดโลหะปลอดสนิมมีแหวนกันสึก (Stainless Steel Ball Bearing) ……………… 21 8.5 บานพับประตูเหล็ก ………………………………………………………………………………………………. 21 8.6 กุญแจบานประตู …………………………………………………………………………………………………. 21 9. วัสดุมุงหลังคาและอุปกรณ์ …………………………………………………………………………………………… 22 9.1 กระเบื 0องไฟเบอร์ซีเมนต์แผ่นลอน…………………………………………………………………………….. 22 9.2 หลังคาแผ่นเหล็กรีดขึ 0นรูปลอน ………………………………………………………………………………… 22 9.3 หลังคา คสล. ………………………………………………………………………………………………………. 22 9.4 การเลือกใช้สีของหลังคา ……………………………………………………………………………………….. 22 10. วัสดุแผ่นเรียบ ……………………………………………………………………………………………………………. 22 11. สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบ ………………………………………………………………………………………. 23 12. การทําผิวพื 0นทางสถาปัตยกรรม …………………………………………………………………………………….. 23 13. งานทาสี …………………………………………………………………………………………………………………… 24 13.1 คุณสมบัติของสีแบ่งตามลักษณะพื 0นผิวที ทา ……………………………………………………………. 25 13.2 งานทาสีท่อและอุปกรณ์ภายในบริเวณ …………………………………………………………………… 26 13.3 การเตรียมผิววัสดุที จะทา …………………………………………………………………………………….. 26 13.4 การทาสีให้ถือปฏิบัติตามกรรมวิธีและคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิตโดยเคร่งครัด …………………. 26 13.5 การรับรองคุณภาพของสีที ใช้ ……………………………………………………………………………….. 27 13.6 ตัวทําละลายของงานทาสีเคลือบเงา (สีนํ 0ามัน) …………………………………………………………. 27 13.7 งานทาสี เพื อทําระบบกันซึม ………………………………………………………………………………… 27 13.8 ข้อกําหนดเพิ มเติม เพื อเป็ นการสร้างความมั นใจให้แก่ผู้ว่าจ้าง (กปภ.)…………………………… 28 14. งานปลูกต้นไม้ …………………………………………………………………………………………………………… 28 14.1 ขอบเขตของงาน ……………………………………………………………………………………………….. 28 14.2 การคัดเลือกต้นไม้ ……………………………………………………………………………………………… 28 14.3 การปลูกไม้ใหญ่ ปาล์ม และต้นไม้เล็ก …………………………………………………………………….. 29 14.4 การปลูกหญ้า …………………………………………………………………………………………………… 29 14.5 การดูแลรักษาต้นไม้และสนามหญ้าในระหว่างความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ……………………. 29
สารบัญ (ต่อ)
หมวด ง งานดิน ……………………………………………………………………………………………………………….. 30 1. งานขุดดิน ………………………………………………………………………………………………………………… 30 2. งานถมดิน ………………………………………………………………………………………………………………… 31
2.1 งานถมดินปรับบริเวณ …………………………………………………………………………………………… 31 2.2 งานถมคันดิน คันสระเก็บนํ 0าและขอบลาดดินถม …………………………………………………………. 31 3. การบดอัดดิน …………………………………………………………………………………………………………….. 32
หมวด จ งานป้ องกันการกัดเซาะ …………………………………………………………………………………………. 34 1. งานปลูกหญ้า ……………………………………………………………………………………………………………. 34 2. งานคอนกรีตดาด ……………………………………………………………………………………………………….. 34 3. งานหินเรียงและหินเรียงยาแนว ……………………………………………………………………………………… 35 4. งานกล่องลวดตาข่ายบรรจุหิน (Gabion และ Matress) ………………………………………………………. 35
หมวด ฉ งานถนน …………………………………………………………………………………………………………….. 37 1. งานคันทาง (Subgrade) ……………………………………………………………………………………………… 37 2. งานชั 0นรองพื 0นทาง (Subbase) ………………………………………………………………………………………. 37 3. งานชั 0นพื 0นทาง (Base) ……………………………………………………………………………………………….. 38 4. งานผิวทาง ……………………………………………………………………………………………………………….. 39
4.1 ผิวทางลูกรัง ……………………………………………………………………………………………………… 39 4.2 ผิวทางคอนกรีต…………………………………………………………………………………………………. 41 5. ค่าใช้จ่ายใดๆ ในการตรวจสอบวัสดุงานทางเป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น………………………………………… 43 6. เอกสารอ้างอิง……………………………………………………………………………………………………………..44
กปภ. 01-2558
มาตรฐานงานก่อสร้างทั วไป
ขอบข่าย
ข้อกําหนดต่อไปนี 0ให้ใช้ประกอบกับ มยผ.1101 – มยผ.1106 ถ้าข้อกําหนดนี 0ขัดแย้งกับ มยผ.1101- มยผ.1106ให้ใช้ข้อกําหนดนี 0แทน
สําหรับมาตรฐานที อ้างอิงทั 0งหมด หากได้มีการปรับปรุงหรือแก้ไขเพิ มเติมประการใด ก่อนวันทํา สัญญาให้ใช้ฉบับล่าสุดของมาตรฐานประเภทนั 0น ๆ
ผู้รับจ้างจะต้องใช้พัสดุที ผลิตในประเทศไทยและกิจการของคนไทย ตามกฎเกณฑ์ที ระบุใน ข้อ 16. แห่งระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และฉบับที แก้ไขเพิ มเติม
วัสดุก่อสร้ างที เกี ยวกับความมั นคงแข็งแรงของโครงสร้ างที กระทรวงอุตสาหกรรมได้กําหนดตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไว้แล้ว ให้ผู้รับจ้างถือปฏิบัติตามข้อกําหนดนั 0นๆ
วิธีทดสอบวัสดุตามมาตรฐานของกรมโยธาธิการ มยผ.1201– มยผ.1212 อนุญาตให้ปฏิบัติตาม มาตรฐานสากลที เกี ยวข้อง หรือใช้วิธีการทดสอบวัสดุก่อสร้ างของกรมทางหลวงแทนได้ตามที ผู้ว่าจ้าง จะกําหนดและ มยผ.2101 อนุญาตให้ใช้วิธีการทดสอบไม้ของกรมป่ าไม้หรือหน่วยงานที ผู้ว่าจ้างเชื อถือ ส่วนเกณฑ์การตัดสินถ้า มยผ.1101– มยผ.1106 มิได้ระบุไว้เป็ นอย่างอื นให้ยึดถือตามมาตรฐานสากล ที เกี ยวข้อง
ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมวัสดุก่อสร้ าง ที มีคุณภาพถูกต้องตามข้อกําหนดและรูปแบบให้เพียงพอ และทันสําหรับการใช้งานทั 0งในส่วนที ผลิตได้ในประเทศและวัสดุอุปกรณ์อื นๆ ที จําเป็ นจะต้องนําเข้าจาก ต่างประเทศ โดยผู้รับจ้างจะถือเอาสาเหตุวัสดุขาดตลาดหรือผู้ผลิตไม่สามารถผลิตให้ทันการใช้งาน เป็ นสาเหตุในการขอต่ออายุสัญญาจ้างกับผู้ว่าจ้างไม่ได้
ผู้รับจ้างจะเสนอมาตรฐานคุณภาพที สูงกว่าที กําหนดในมาตรฐานได้ แต่ทั 0งนี 0ต้องได้รับความเห็นชอบ จากผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้าง
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 1/44
กปภ. 01-2558 งานก่อสร้างทั วไป หมวด ก งานจัดเตรียมสถานที ก่อสร้าง
ผู้รับจ้างจะต้องมีหนังสือขอรับมอบพื 0นที ก่อสร้ าง โดยผู้รับจ้างและผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง จะต้อง ปฏิบัติตามระเบียบของผู้ดูแลรักษาบริเวณอย่างเคร่งครัดในระหว่างดําเนินการก่อสร้าง ดังนี 0 - วัสดุที ไม่ใช้แล้วในส่วนที เป็ นของผู้รับจ้างจะต้องนําออกนอกเขตก่อสร้ างและส่วนที เป็ นของผู้ ว่าจ้างจะต้องนําไปกองเก็บไว้อย่างมีระเบียบและดูแลรักษาเป็ นอย่างดี ณ จุดที ผู้ควบคุมงานกําหนด และ จัดทําเอกสารรายการส่งมอบให้เรียบร้อยตามระเบียบ
- ในการดําเนินการก่อสร้ างตามสัญญา หากทําให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิมหรือดีกว่า โดยค่าใช้จ่ายเป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น - ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายที เกิดขึ 0นต่อบุคคล ทรัพย์สิน สาธารณูปโภคหรือ สาธารณูปการต่างๆ ทั 0งในพื 0นที ก่อสร้ างและพื 0นที ข้างเคียงโดยรอบ อันเป็ นผลเนื องมาจากการทํางาน โดยค่าใช้จ่ายเป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น
- งานจัดหาสาธารณูปโภค เพื อใช้ในงานก่อสร้าง
ผู้รับจ้างจะต้องเป็ นผู้จัดหานํ 0าประปา เพื อใช้ในการก่อสร้ าง อุปโภค บริโภค ตลอดจนไฟฟ้ าขณะ ทําการก่อสร้ างโดยการขอใช้สาธารณูปโภคของทางราชการ ผู้รับจ้างจะต้องได้รับการยินยอมจากหัวหน้า หน่วยงานเจ้าของพื 0นที ที จะทําการก่อสร้างก่อน พร้อมทั0งจะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและคําสั งของ หน่วยงานเจ้าของพื 0นที นั 0นอย่างเคร่งครัด โดยค่าใช้จ่ายเป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น - งานขุดหรือโยกย้ายสิ งไม่พึงประสงค์ที กีดขวางการก่อสร้าง
ผู้รับจ้างจะต้องขุดหรือโยกย้ายท่อนไม้ กิ งไม้ รากไม้ ขยะ วัชพืชและสิ งไม่พึงประสงค์ออกจากบริเวณ ที ที จะทําการก่อสร้างตลอดบริเวณที จะทําการขุดและถม ตามที แสดงในแบบแปลน สําหรับกรณีการขุดหรือ โยกย้ายต้นไม้ที กีดขวางการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง ก่อนจึงจะดําเนินการได้ หากแบบแปลนหรือผู้ว่าจ้างให้คงสภาพหรือรักษาบริเวณกลุ่มของต้นไม้ไว้ ผู้รับจ้าง จะต้องป้ องกันไม่ให้เกิดอันตรายหรือเสียหาย โดยทํารั 0วไม้ล้อมหรือคํ 0าไว้หรือโดยวิธีอื นที เห็นว่าเหมาะสมใน การตัดต้นไม้ต้องระวังไม่ให้ล้มมาโดนต้นไม้ที ให้คงรักษาไว้จนเกิดความเสียหาย ถ้าผู้รับจ้างละเลยทําให้ ต้นไม้เหล่านั 0นเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องชดใช้ค่าเสียหายโดยค่าใช้จ่ายต่างๆ ตกเป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น หากจําเป็ นต้องตัดต้นไม้บางต้นออกให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 2/44 - งานรื=ออาคารเก่า
อาคารและสิ งปลูกสร้ างรวมทั 0งฐานรากที ระบุไว้ในแบบแปลนว่าให้รื 0อขนย้ายและนําไปทิ 0ง ผู้รับจ้าง จะต้องดําเนินการตามระเบียบที กปภ. กําหนดโดยจัดทําให้เรียบร้ อยและส่วนต่างๆ ของสิ งที รื 0อออกให้ นําออกไปนอกเขตก่อสร้ างทันทียกเว้นส่วนที ผู้ว่าจ้างจะระบุเป็ นอย่างอื น ผู้รับจ้างมีสิทธิขอใช้อาคารหรือ สิ งปลูกสร้างดังกล่าวได้แต่จะต้องทําการรื 0อถอนเมื อหมดกําหนดการอนุญาตให้ยืมใช้ - งานที ดิน
ก่อนดําเนินการปรับที ดินเพื อการก่อสร้ าง ผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานในการ ดําเนินการตรวจสอบ สอบทวนขอบเขตที ดินเพื อให้ทราบว่าที ดินที ใช้เป็ นที ก่อสร้ างอาคาร สิ งก่อสร้างเป็ น ที ดินประเภทใดรวมทั 0งจะต้องปฏิบัติงานตามเงื อนไขของหน่วยงานเจ้าของพื 0นที ซึ งค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้รวมไว้ ในสัญญาแล้ว โดยที ดินที กปภ.ใช้เป็ นที ก่อสร้างจําแนกเป็ นประเภทต่างๆ ดังนี 0
(1) ที ดินของรัฐที ให้ใช้หรือให้เช่า เช่น ที ดินสาธารณะ ที ดินราชพัสดุ ป่ าไม้ ฯลฯ
(2) ที ดินองค์กรหรือเอกชนที ให้ใช้หรือให้เช่า เช่น ที ดินเทศบาล ที ดินวัด ฯลฯ
(3) ที ดินที กปภ.เป็ นเจ้าของ - งานปรับที ดินเพื อการก่อสร้าง
การก่อสร้างอาคารและสิ งก่อสร้างให้เป็ นไปตามสัญญา ส่วนที จะต้องปรับบริเวณจะต้องดําเนินการ ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี 0
5.1 การตัดต้นไม้และขนออกนอกบริเวณ
ต้นไม้ที อยู่ในที ดินของรัฐหรือต้นไม้สงวน ให้ปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับหรือกฎหมายที เกี ยวข้อง เช่น ต้นไม้สงวนจะต้องดําเนินการขออนุญาตและปฏิบัติตามขั 0นตอนของกฎหมายป่ าไม้ เป็ นต้น ผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานในการดําเนินงานค่าใช้จ่ายได้รวมไว้ในสัญญาแล้ว 5.2 การขุดดินและขนออกนอกบริเวณ
5.2.1 ในที ดินของรัฐหรือที ดินเช่าให้ปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับหรือกฎหมายที เกี ยวข้อง (หรือข้อตกลงในสัญญาเช่า) เช่นที ดินราชพัสดุจะขนดินออกยกให้ผู้ใดมิได้นอกจากหน่วยราชการ ทั 0งนี 0จะต้อง ได้รับอนุมัติจากกรมธนารักษ์ก่อนเป็ นต้น ผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานในการดําเนินงาน ค่าใช้จ่ายได้รวมไว้ในสัญญาแล้ว
5.2.2 ดินที ขุดในที ดินของ กปภ.ให้ดําเนินการตามข้อกําหนดในสัญญาหากมิได้เขียนไว้เป็ น อย่างอื น ให้ถือว่าที ดินที เหลือจากการใช้ถมที ภายในบริเวณตามแบบแปลนและรายการแล้วให้ขนออกไป ทิ 0งนอกบริเวณพื 0นที ของการประปา
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 3/44
5.3 การรื=ออาคารเก่าและขนออกนอกบริเวณ
อาคารเก่าที จะต้องรื 0อถอนเพื อใช้พื 0นที สําหรับก่อสร้างอาคารใหม่ จะต้องปฏิบัติดังนี 0 5.3.1 สําหรับการรื 0อถอนอาคารที อยู่บนที ดินของรัฐ หรือที ดินเช่าอื นๆ ที มิใช่ที ดินของ กปภ. จะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับหรือกฎหมายที เกี ยวข้อง เช่น การรื 0ออาคารบนที ดินราชพัสดุ จะต้อง ได้รับอนุญาตจากราชพัสดุจังหวัดและทําการประมูลวัสดุที ได้จากการรื 0อถอน ส่งเงินให้กรมธนารักษ์ เป็ นต้น 5.3.2 สําหรับที ดินเช่าเอกชนหรือที ดินของ กปภ.ให้รื 0อถอนและขนย้ายวัสดุจากการรื 0อถอน ออกไปทิ 0งนอกบริเวณได้ ตามข้อกําหนดสัญญาจ้างและ/หรือตามระเบียบที กปภ. กําหนด 5.3.3 ผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของทรัพย์สิน เช่น ธนารักษ์ ในการดําเนินงานค่าใช้จ่ายที เกิดขึ 0นเป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น ได้รวมไว้ในสัญญาแล้ว - การก่อสร้างสิ งอํานวยความสะดวก
6.1 สํานักงานชั วคราวตามความเห็นชอบของผ้ว่าจ้าง โดยค่าใช้จ่ายเป็ นของ ู ผ้รับจ้างทั=งสิ=น ู
ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหาหรือก่อสร้ างสํานักงานสนาม สําหรับเป็ นที ทํางานของผู้ควบคุมงาน ตัวแทนฝ่ ายผู้ว่าจ้างโดยแยกส่วนและมีพื 0นที ที เหมาะสมในการทํางาน เช่น ห้องทํางาน ห้องประชุมและ ห้องนํ 0า จัดให้มีอุปกรณ์สํานักงาน พร้อมสิ งอํานวยความสะดวกที จําเป็ น เช่น โทรศัพท์ เครื องโทรสาร เครื อง ถ่ายเอกสาร เครื องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ประกอบ เช่น เครื องพิมพ์ เครื องสแกนและอื นๆ รวมทั 0งระบบ อินเตอร์เน็ตเป็ นต้น หรือตามที ผู้ว่าจ้างเห็นว่าจําเป็ นและเหมาะสมโดยผู้รับจ้างจะต้องดูแลและทําความ สะอาดให้เรียบร้อยและใช้งานได้ตลอดระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญา โดยอาจใช้แบบมาตรฐานสํานักงาน ชั วคราวในแบบมาตรฐานประกอบงานก่อสร้ างนํามาก่อสร้ างก็ได้ โดยพิจารณาขนาดให้เหมาะสมกับ จํานวนบุคลากรที ต้องประชุมหรือปฏิบัติงาน
6.2 ป้ ายชื อโครงการ
ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหาและติดตั 0งป้ ายชื อโครงการหน้าสถานที ก่อสร้าง หรือตามที ผู้ควบคุมงาน กําหนดโดยมีขนาดป้ ายตามรูปแบบมาตรฐานหรือมีขนาดไม่น้อยกว่า 1.20x2.40 เมตร ในการติดตั 0งป้ าย จะต้องมั นคงและแข็งแรง และผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซมป้ ายให้เรียบร้ อยตลอดระยะเวลาก่อสร้ างตาม สัญญาห้ามมิให้ติดตั 0งเครื องหมายการค้าหรือแผ่นป้ ายโฆษณาทุกชนิดในบริเวณงานก่อสร้าง โดยค่าใช้จ่าย เป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 4/44
กปภ. 01-2558 งานก่อสร้างทั วไป หมวด ข แนวทางปฏิบัติงานเกี ยวกับงานก่อสร้าง - การควบคุมงานของผ้รับจ้าง ู
1.1 การขอเข้าดําเนินการต่อผ้ว่าจ้าง ู
ผู้รับจ้างจะต้องทําหนังสือขอเข้าดําเนินการต่อผู้ว่าจ้างพร้ อมทั 0งแต่งตั 0งบุคคลากรประจํา โครงการ ประกอบด้วยผู้จัดการโครงการ วิศวกรโยธา ช่างควบคุมงานภาคสนาม โดยเสนอรายละเอียด คุณวุฒิ ตําแหน่ง อํานาจหน้าที และประสบการณ์มาประกอบด้วย
1.2 การจัดหาให้มีวิศวกรโยธาประจําหน่วยงาน
ผู้รับจ้าง จะต้องจัดให้มีวิศวกรโยธารับผิดชอบในงานควบคุมการก่อสร้างตามพระราชบัญญัติ วิชาชีพวิศวกรรม โดยจะต้องอยู่ปฏิบัติงานประจํา ณ สถานที ก่อสร้ างและเป็ นผู้ลงนามในหนังสือรับรอง ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ในส่วนของการควบคุมงานก่อสร้างต่อหน่วยงานท้องถิ น - การปฏิบัติงานก่อสร้าง
2.1 การจัดทําแผนงานและแผนการเบิกจ่าย
ผู้ รับจ้ าง จะต้ องจัดทําแผนงานและแผนการเบิกจ่าย เสนอให้ ผู้ ว่าจ้ างพิจารณาตาม กําหนดเวลาที ระบุไว้ในสัญญาจ้างหรือภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้างโดยให้สอดคล้อ งกับการเบิกจ่ายงบประมาณของ กปภ. และจะต้องแสดงรายละเอียดงานจัดทําตามสัญญา จ้างให้ครบถ้วน เช่น การเข้าทํางานตามสัญญา การเตรียมงาน ปริมาณงาน โดยระบุวันเริ มต้นและวันสิ 0นสุด ระยะเวลาทํางาน ทั 0งนี 0ให้รวมถึง ลําดับ ขั 0นตอนงาน การจัดหาวัสดุ การเคลื อนย้ายอุปกรณ์ก่อสร้ างและ รายละเอียดของกิจกรรมย่อยที เกี ยวข้องในแต่ละส่วนงานนั0นๆ
2.2 การอนุมัติ ก่อนดําเนินการก่อสร้างทุกครั=งผ้รับจ้างจะต้องเสนอขออนุมัติ ู ดําเนินการ (Request)
ผู้รับจ้างก่อนดําเนินการก่อสร้างทุกครั 0ง ผู้รับจ้างจะต้องเสนอขออนุมัติดําเนินการ (Request) ล่วงหน้ าไม่น้ อยกว่า 3 วัน จากผู้ ควบคุมงานก่อน หากผู้ รับจ้ างดําเนินการใดก่อนได้รับอนุมัติจาก ผู้ควบคุมงาน ผู้ควบคุมงานมีอํานาจที จะสั งให้ผู้รับจ้างดําเนินการแก้ไข โดยค่าใช้จ่ายในการแก้ไขเป็ นของ ผู้รับจ้างและผู้รับจ้างจะถือเป็ นเหตุข้ออ้างในการต่ออายุสัญญาจ้างไม่ได้
2.3 การรายงานผลงานประจําวัน (Daily Report)
ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายงานผลงานประจําวัน (Daily Report) และรายงานความก้าวหน้าของ งานทุกระยะ 30 วัน (Monthly Report) โดยจะต้องแสดงเปรียบเทียบผลงานที แล้วเสร็จจริงกับผลงานที
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 5/44
คาดว่าจะเสร็จในแต่ละเดือนตามแบบที ผู้ว่าจ้างกําหนด หากปรากฏว่าการทํางานล่าช้ากว่าแผนงานที เสนอ ไว้ ผู้รับจ้างจะต้องชี 0แจงสาเหตุที ล่าช้า ทั 0งนี 0จะต้องนําเสนอแผนการเร่งรัดการทํางานให้แล้วเสร็จตามแผนที กําหนดไว้เดิมเสนอให้ผู้ควบคุมงานรับทราบ - การขออนุมัติใช้ ตรวจสอบและทดสอบวัสดุก่อสร้าง
3.1 การขออนุมัติใช้วัสดุก่อสร้าง
ผู้รับจ้าง จะต้องขออนุมัติใช้วัสดุก่อสร้างทุกชนิดที จะนํามาใช้ในการก่อสร้างและจะต้องเสนอ ก่อนนํามาใช้งานอย่างน้อย 30 วัน โดยจะต้องระบุรายละเอียดคุณสมบัติของวัสดุให้ชัดเจน รวมทั 0งจะต้อง ส่งตัวอย่างและ/หรือ แค๊ตตาล๊อกเพื อประกอบการพิจารณาด้วย ทั 0งนี 0ให้ผู้รับจ้างจัดส่งเอกสารและตัวอย่าง วัสดุ/อุปกรณ์ ที ต้องการใช้จากแบบรูปหรือรายการมาตรฐานเพื อขออนุมัติเพียง 1 รุ่น/ชนิดของผลิตภัณฑ์
ต่อครั 0งเท่านั 0น
3.2 การทดสอบคุณสมบัติของวัสดุ
ผู้รับจ้าง จะต้องดําเนินการทดสอบคุณสมบัติของวัสดุหรืองานตามข้อกําหนดตลอดจนงาน ทดสอบ ในสนามภายใต้การควบคุมงานของผู้ควบคุมงาน หรือจัดส่งไปทําการทดสอบกับหน่วยงาน ราชการหรือหน่วยงานที ได้รับการรับรองมาตรฐานการทดสอบจากทางราชการที ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที เกิดขึ 0นทั 0งหมดเป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น - การป้ องกันและการรักษาความปลอดภัยสถานที ก่อสร้าง
4.1 มาตรการป้ องกัน ดูแลความปลอดภัยต่อบุคคลและทรัพย์สิน ผู้รับจ้าง จะต้องจัดให้มีมาตรการป้ องกันดูแลความปลอดภัยต่อบุคคลและทรัพย์สินตลอดจน สิ งแวดล้อมที เกี ยวข้องกับงานก่อสร้าง เช่น ก่อสร้างรั 0วกั 0นเขตก่อสร้าง ก่อสร้างสิ งป้ องกันชั วคราวบริเวณที อันตรายรวมถึงการแสดงเครื องหมายหรือป้ ายเตือนภัยที ได้มาตรฐานและมีความชัดเจน เพื อความ ปลอดภัยตามรูปแบบที ผู้ว่าจ้างกําหนดไว้ในบริเวณก่อสร้างและพื 0นที ทํางานที อาจเกิดอันตรายหรืออาจเกิด อุบัติเหตุทุกแห่งตลอดระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญา ค่าใช้จ่ายเป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น 4.2 การจัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยประจําสถานที ก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยประจําสถานที ก่อสร้ างอย่างน้อย 1 คน หรือให้เพียงพอกับขนาดพื 0นที ก่อสร้ างโดยมีหน้าที กํากับดูแลความปลอดภัย ป้ องกันและรักษาทรัพย์สิน ต่างๆ ในพื 0นที ก่อสร้างรวมถึงทรัพย์สินและบุคลากรของผู้ว่าจ้างที ทํางานในพื 0นที ก่อสร้ างด้วย ค่าใช้จ่าย เป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 6/44
4.3 งานระบบรักษาความปลอดภัย ด้วยกล้องวงจรปิ ด
สําหรับงานก่อสร้าง หรืองานปรับปรุงต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาและติดตั 0งระบบกล้องวงจรปิ ด และเครื องบันทึกข้อมูลที สามารถดูย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า 7 วัน ณ พื 0นที ก่อสร้ างหรืองานปรับปรุงนั 0นๆ โดยจะต้องติดตั 0งกล้องไม่น้อยกว่า 4 จุดต่อสถานที ก่อสร้างแล้วแต่ผู้ว่าจ้างเห็นเหมาะสม เพื อให้ครอบคลุม พื 0นที ก่อสร้ างหรืองานปรับปรุงและระบบดังกล่าวจะต้องเชื อมโยงกับระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต(ถ้ามี) ให้สามารถใช้งานได้ตลอดระยะเวลาสัญญาจ้าง ค่าใช้จ่ายเป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 7/44
กปภ. 01-2558 งานก่อสร้างทั วไป หมวด ค งานอาคาร - งานคอนกรีต
1.1 โครงสร้างทั วไป
อาคารโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กทั วไปที มิได้สัมผัสกับนํ 0าโดยตรง ได้แก่ สํานักงาน บ้านพัก พนักงาน โรงเก็บพัสดุ แท่นรับท่อ ฯลฯ ให้ใช้คอนกรีตชนิด ค 3. (มยผ.1101)
1.2 โครงสร้างที ใช้สําหรับกักเก็บนํ=าและ/หรือกันนํ=า
ทุกๆ ส่วนขององค์อาคารโครงสร้ างคอนกรีตเสริมเหล็กที มีวัตถุประสงค์ในการกักเก็บนํ 0า และ/หรือ กันนํ 0าได้แก่ ถังแบ่งนํ 0า บ่อผสมเร็ว ถังแยกทราย ถังตกตะกอน โรงกรองนํ 0า ถังนํ 0าใส หอถังสูง โรงเก็บจ่ายสารเคมี โรงสูบนํ 0าแบบบ่อแห้ง (ทั 0งนี 0ไม่รวมถึงโครงสร้ างระบบระบายนํ 0า เช่น บ่อพักราง ระบายนํ 0า ฯลฯ) ให้ใช้คอนกรีตชนิด ค.5 (มยผ.1101)และมีคุณสมบัติดังต่อไปนี 0
1.2.1 ปริมาณปูนซีเมนต์ต้องไม่น้อยกว่า 350 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ของคอนกรีต) 1.2.2 ปริมาณนํ 0าต่อซีเมนต์ (w/c) สูงสุดไม่เกิน 0.47 (โดยนํ 0าหนัก)
1.2.3 ขนาดของหินหรือกรวดที ใช้ต้องใหญ่ไม่เกิน 19 มิลลิเมตร
1.2.4 อัตราส่วนทรายต่อหินประมาณ 0.67 (โดยนํ 0าหนัก)
1.2.5 สารผสมเพิ ม (Admixture) ที เติมลงไปขณะผสมคอนกรีตเพื อเปลี ยนแปลงคุณสมบัติ ของคอนกรีต เช่น สารหน่วงการก่อตัว กรวดนํ 0า ให้เป็ นตามมาตรฐาน มอก. 733
1.3 วัสดุที ใช้ผสมคอนกรีต
1.3.1 ปูนซีเมนต์ ให้ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท1 ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.15 เล่ม 1 “ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ข้อกําหนดคุณภาพ” ยกเว้นโครงสร้างที สัมผัสนํ 0าเค็มหรือดินเค็มให้ ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 5 ชนิดทนซัลเฟตได้สูง
1.3.2 ทราย ต้องเป็ นทรายนํ 0าจืดที หยาบคมแข็งแกร่งและสะอาดปราศจากวัสดุอื นเจือปน ต้องผ่านการทดสอบคุณสมบัติตามมาตรฐานทดสอบทรายผสมคอนกรีตของ มยผ.1201- มยผ.1207 หิน หรือกรวด หินหรือกรวดที ใช้ต้องแข็งแกร่ง ไม่ผุ สะอาดปราศจากวัสดุอื นเจือปนและต้องผ่านการทดสอบ คุณสมบัติตามมาตรฐานการทดสอบ หิน กรวด ของ มยผ.1201-มยผ.1207
1.3.3 หินหรือกรวด ต้องแข็งแกร่ง ไม่ผุ สะอาดปราศจากวัสดุอื นเจือปนและต้องผ่านการ ทดสอบคุณสมบัติตามมาตรฐานการทดสอบ หิน กรวด ของ มยผ.1201- มยผ.1207 1.3.4 นํ 0า ให้ถือปฏิบัติตาม ข้อ 4.4 ของ มยผ.1101
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 8/44
1.4 ค่าการยุบตัว (Slump)
วิธีการทดสอบค่าการยุบตัวให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐาน มยผ.1209 และให้ใช้ค่าการยุบตัว 5-10 เซนติเมตร ยกเว้นกําแพงหรือผนังที บางกว่า15เซนติเมตร ค่าการยุบตัวอนุโลมให้ได้ถึง12.5 เซนติเมตร 1.5 คอนกรีตผสมเสร็จ
คอนกรีตผสมเสร็จในการก่อสร้างให้ปฏิบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.213 1.6 คอนกรีตหยาบ
โดยทั วไปถ้ามิได้ระบุไว้เป็ นอย่างอื น ให้ใช้ส่วนผสมโดยปริมาตร 1:3:5 หรือคอนกรีตที มีชั 0น คุณภาพสูงกว่า
1.7 ความหนาของคอนกรีตที หุ้มเหล็ก
ข้อกําหนดความหนาของคอนกรีตที หุ้มเหล็กให้ใช้ส่วนหุ้มคอนกรีตจากผิวแบบถึงผิวนอกเหล็กเสริม ดังต่อไปนี 0
1.7.1 สําหรับโครงสร้างทั วไป
ความหนาของคอนกรีต
ลักษณะของงาน ที หุ้มเหล็กตํ าสุด (ซม.) - ฐานรากและโครงสร้างอื นๆ ที หล่อบนดิน 6.0
- ฐานรากและโครงสร้างอื นๆ ที มีคอนกรีตหยาบหรือไม้แบบรองรับ 4.0
- พื 0นที หล่อบนดิน (ซึ งไม่เชื อมต่อกับตัวอาคาร) 4.0
- พื 0นที เชื อมต่อกับตัวอาคารมีคอนกรีตหยาบรองรับ 2.5
- พื 0นและผนังอื นๆ 2.0
- คานและเสาอื นๆ 3.0
1.7.2 สําหรับโครงสร้างส่วนที กักเก็บนํ 0า
ความหนาของคอนกรีต ลักษณะของงาน ที หุ้มเหล็กตํ าสุด (ซม.) - พื 0นและผนัง 4.5 - คานและเสา 4.5
1.8 แบบหล่อ (Formwork) สําหรับงานโครงสร้างคอนกรีตผิวเปลือย ต้องทําจากวัสดุที แข็งแรงและทนทาน เช่น เหล็กหรือไม้ กรณีที ทําจากเหล็กผิวหน้าของแบบ หล่อที สัมผัสกับคอนกรีตต้องเรียบและสะอาด ถ้าเป็ นแบบหล่อที ทําจากไม้ผิวหน้าต้องกรุด้วยไม้อัดชนิดกัน ความชื 0นมีความหนาไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร โครงเคร่าและคํ 0ายันที ใช้ยึดแบบหล่อต้องแข็งแรงเพียงพอ ที จะป้ องกันการบิดหรือโก่งตัวของแบบหล่อขณะเทคอนกรีต การเข้าแบบระหว่างแผ่นต้องเข้าแบบให้สนิท เพื อกันนํ 0าปูนรั ว ก่อนเข้าแบบเทคอนกรีตให้ทาผิวหน้าของแบบหล่อด้วยนํ 0ายาเคลือบแบบ ปริมาณการใช้ให้
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 9/44
ปฏิบัติตามคําแนะนําของบริษัทผู้ ผลิต การทาต้องระวังมิให้ นํ 0ายาเคลือบแบบสัมผัสกับเหล็กเส้ น เสริมคอนกรีต นํ 0ายาเคลือบแบบที ติดกับผิวหน้าของคอนกรีตจะต้องล้างออกให้หมดก่อนทาซีเมนต์เคลือบ กันซึมหรือเริ มขบวนการผลิต - สําหรับโครงสร้างที ใช้กักเก็บนํ 0าและ/หรือกันนํ 0า ซึ งได้แก่ ถังแบ่งนํ 0า บ่อผสมเร็ว ถังแยกทราย ถังตกตะกอน ถังนํ 0าใสและหอถังสูง กําหนดให้ใช้แบบหล่อสําหรับงานโครงสร้างคอนกรีตผิวเปลือยทุกๆส่วน ขององค์อาคาร ยกเว้นโครงสร้างดังต่อไปนี 0
(1) โรงกรองนํ 0า ให้ ใช้แบบหล่อสําหรับโครงสร้ างคอนกรีตผิวเปลือย เฉพาะส่วนของ ถังกรองนํ 0า ทั 0งภายในและภายนอกถัง
(2) โรงเก็บจ่ายสารเคมี ให้ใช้แบบหล่อสําหรับโครงสร้างคอนกรีตผิวเปลือยเฉพาะส่วนของ ถังจ่ายสารเคมี ทั 0งภายในและภายนอกถัง
(3) โรงสูบนํ 0าบ่อแห้ง ให้ใช้แบบหล่อสําหรับโครงสร้ างคอนกรีตผิวเปลือยเฉพาะส่วนของ โครงสร้างบ่อแห้ง ทั 0งภายในและภายนอกบ่อแห้ง
1.9 ลักษณะคอนกรีตหลังจากการถอดแบบ
คอนกรีตหลังจากการถอดแบบจะต้องมีลักษณะเป็ นเนื 0อเดียวกัน (Homogeneous) ในกรณีที ผิวเป็ นคอนกรีตเปลือย ห้ามฉาบผิวด้วยปูนทรายหรือวัสดุอื นยกเว้นกรณีที จะต้องดําเนินการ ตามข้อ 1.10 1.10 การแก้ไขและซ่อมแซมคอนกรีตผิวเปลือย
ทันทีที ถอดแบบหล่อ ผู้รับจ้างจะต้องขจัดตะเข็บที เกิดจากรอยต่อของแบบ เศษไม้ที ยึดแบบที ฝังในเนื 0อคอนกรีตและเหล็กยึดแบบที ยื นออกมาจากคอนกรีตออกให้หมด และนํ 0าปูนที รั วออกจากแบบหล่อ ที ทําให้เกิดเป็ นคราบตามผิวคอนกรีตต้องทําความสะอาดให้เรียบร้อย
1.10.1 การซ่อมแซมรูคอนกรีตที เกิดจากการตัดเหล็กยึดหรือที ยึดแบบ (Form Tied) ก่อนอื น ต้องทําความสะอาดรูให้ปราศจากคราบนํ 0ามัน คราบนํ 0าปูนหรือสิ งสกปรกต่างๆ ที เป็ นอุปสรรคต่อการยึด เกาะแล้วอุดด้วยปูนทรายสําเร็จรูปชนิดไม่หดตัว มีกําลังยึดเกาะและรับแรงอัดได้สูง ปริมาณการใช้และ ส่วนผสมให้ปฏิบัติตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิต
1.10.2 การซ่อมแซมคอนกรีตที โก่ง ปูด และที เป็ นรังผึ 0ง (Honey Comb Area) ก่อนทําการ ซ่อมแซมต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างเสียก่อนจึงจะดําเนินการได้โดยทั วไป จะต้องทําการสกัดหรือเจาะให้เป็ นรูปสี เหลี ยมลึกอย่างน้อย 2.50 เซนติเมตร กําจัดส่วนที ไม่แข็งแรงออกให้ หมด (สําหรับกรณีที รังผึ 0งหรือคอนกรีตส่วนที เสียหายนั0นถึงเหล็กเสริมการสกัดหรือเจาะจะต้องทําให้กว้าง โดยรอบเหล็กเสริมมีระยะห่างจากเหล็กเสริมอย่างน้อย 1 เซนติเมตร โดยรอบ) ทําการล้างผิวที สกัดหรือ เจาะให้สะอาดด้วยนํ 0า แล้วให้ดําเนินการอุดหรือฉาบด้วยปูนทรายสําเร็จรูป ตามหัวข้อ 1.10.1 ดังที กล่าว มาแล้ว
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 10/44
1.10.3 กรณีที การเกิดรังผึ 0งหรือคอนกรีตมีความเสียหายมาก ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างอาจ สั งให้ทําการสกัดหรือทุบส่วนนั 0นๆ ออกทั 0งหมด และให้ทําการหล่อคอนกรีตในส่วนนั 0นใหม่โดยเทอัดด้วยปูน ทรายสําเร็จรูปชนิดไหลตัวได้ดีไม่หดตัวและไม่มีโลหะผสม การแก้ไขที กล่าวไว้ข้างต้นทั 0ง 3 ข้อนี 0 ผู้รับจ้าง จะต้องเป็ นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั 0งสิ 0น
1.11 งานเทอัดปูนทรายสําเร็จรูปชนิดไหลตัวได้ดีไม่หดตัวและไม่มีโลหะผสม (Non-Shrink ,Non- Metallic Grout Mortar)
สําหรับโครงสร้างฐานแท่นรองรับเครื องจักร รูสําหรับใส่สลักยึดฐานเครื องจักรบริเวณรูโพรงที คอนกรีตเสียหายมาก บริเวณรอบท่อที เจาะทะลุผนังหรือพื 0นโครงสร้างสําหรับกักเก็บนํ 0า ให้ทําความสะอาด ผิวพื 0นให้ปราศจากคราบนํ 0ามัน คราบนํ 0าปูน หรือสิ งสกปรกต่างๆ ที เป็ นอุปสรรคต่อการยึดเกาะและทําผิวพื 0น ให้เปี ยกชื 0นแต่ไม่มีนํ 0าขัง แล้วเทอัดด้วยปูนทรายสําเร็จรูปชนิดไหลตัวได้ดีไม่หดตัวและไม่มีโลหะผสม ปริมาณการใช้และส่วนผสมให้ปฏิบัติตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิตเมื อเทอัดแล้วต้องทําการบ่มพื 0นผิว ให้ชื 0นด้วยนํ 0าเป็ นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 วัน
1.12 รอยต่อขณะก่อสร้าง (Construction Joints)
เมื อไม่สามารถเทคอนกรีตส่วนหนึ งส่วนใดเสร็จในคราวเดียวกันได้และจําเป็ นต้องมีรอยต่อ ของโครงสร้างซึ งไม่ได้กําหนดไว้ในแบบก่อสร้างแล้ว ก่อนที จะทําการเทคอนกรีตส่วนนั 0นจะต้องเลือกทําใน ตําแหน่งที จะทําให้โครงสร้ างไม่เสียกําลัง และได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างก่อน โดยให้ถือปฏิบัติดังนี 0
1.12.1 ในคาน พื 0นและผนังก่อนที จะเทคอนกรีตใหม่ต่อกับคอนกรีตเก่าจะต้องทิ 0งช่วงเวลา อย่างน้อย 2 วัน และหรือเพื อให้คอนกรีตเก่านั 0นแข็งตัวเสียก่อน
1.12.2 เหล็กเสริมคอนกรีตที ผ่านตรงบริเวณรอยต่อนั 0น จะต้องกําจัดนํ 0าปูน คอนกรีต สนิมสิ ง สกปรกอื นๆ ที เกาะที ผิวเหล็กออกก่อนเทคอนกรีตใหม่ทับ
1.12.3 ผิวคอนกรีตตรงบริเวณรอยต่อจะต้องสะอาดและจะต้องกําจัดฝ้ านํ 0าปูนออกให้หมด คลุมด้วยกระสอบชุบนํ 0าอย่างน้อย 6 ชั วโมง แล้วจึงราดด้วยนํ 0าปูนซีเมนต์เข้มข้นก่อนเทคอนกรีตทับรอยต่อ นั 0น
1.12.4 ตําแหน่งต่างๆ ที สามารถจะหยุดเทคอนกรีตได้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้างหรือ ผู้แทนผู้ว่าจ้างหรือตามตําแหน่งต่างๆ ดังนี 0
(1) สําหรับเสา ที ระดับไม่เกิน 5 เซนติเมตร ตํ าจากท้องคานหัวเสา
(2) สําหรับคานที กลางคาน โดยใช้ไม้กั 0นตั 0งฉากในกรณีที คานซอยตัดกับคานหลัก ตรงบริเวณกึ งกลางช่วงให้เลื อนรอยต่อในคานออกไปอีกระยะ 1 เท่าของความลึก
ของคานหลัก
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 11/44
(3) สําหรับพื 0นที กลางแผ่นพื 0น โดยใช้ไม้กั 0นตั 0งฉากในกรณีที เป็ นรอยต่อของโครงสร้าง ที ใช้ กักเก็บนํ 0า กันนํ 0า ผู้รับจ้างจะต้องใส่แผ่นกันนํ 0าสําหรับรอยต่อก่อสร้ างเพื อ
ป้ องกันการรั วซึมตามรอยต่อคอนกรีตรายละเอียดตามข้อกําหนดแผ่นกันนํ 0า
สําหรับรอยต่อก่อสร้ าง (Waterstop for Construction Joint) แบบมาตรฐาน
ประกอบงานก่อสร้างการประปาส่วนภูมิภาค
1.13 การบ่มคอนกรีต
หลังจากการถอดแบบ ให้ดําเนินการแก้ไขและซ่อมแซมคอนกรีตผิวเปลือย (รายละเอียดตาม 1.10 การแก้ไขและซ่อมแซมคอนกรีตผิวเปลือย) ให้เรียบร้ อยใช้กระสอบคลุมรดนํ 0าให้ชุ่มหรือใช้แผ่นพลาสติกคลุม อยู่ตลอดเวลาต่อเนื องกันไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกรณีที เป็ นโครงสร้ างขนาดใหญ่ไม่สามารถดําเนินการตามวิธี ดังกล่าวได้ อนุญาตให้ใช้นํ 0ายาบ่มคอนกรีตแทนได้ปริมาณการใช้ให้ปฏิบัติตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิต
1.14 การป้ องกันการซึมของนํ=า สําหรับโครงสร้างที ใช้กักเก็บนํ=า กันนํ=า ให้ทาซีเมนต์เคลือบกันซึมโครงสร้างที ใช้กักเก็บนํ 0า ยกเว้นถังเก็บจ่ายสารเคมี โดยให้ทําความ สะอาดผิวคอนกรีตให้ปราศจากคราบนํ 0ามัน คราบนํ 0าปูน หรือสิ งสกปรกต่างๆ ที เป็ นอุปสรรคต่อการยึดเกาะ อุดซ่อมแซมรอยแตกร้าว รูโพรง รูพรุน รวมทั 0งตะเข็บรอยต่อของแบบให้เรียบร้อย ทําผิวพื 0นด้านที รับแรงดัน ของนํ 0า (Positive)ให้เปี ยกชื 0นแต่ไม่มีนํ 0าขัง ฉาบหรือทาด้วยซีเมนต์เคลือบกันซึม สําหรับโครงสร้างที ใช้กันนํ 0า เช่น โรงสูบนํ 0าแบบบ่อแห้ง ให้ทาเคลือบซีเมนต์กันซึมที ผนังภายนอกและพื 0นภายในปริมาณการใช้ 3 กิโลกรัม ต่อตารางเมตร หรือมีความหนาไม่น้อยกว่า 1.5 มิลลิเมตร ทิ 0งไว้เป็ นเวลา 7 วันก่อนใช้งาน 1.15 การป้ องกันการกัดกร่อนของสารเคมี สําหรับถังเก็บจ่ายสารเคมี ให้ป้ องกันการกัดกร่อนของสารเคมีด้วยการเคลือบด้วยไฟเบอร์กลาส โดยกําหนดให้เคลือบ ภายในถังเก็บจ่ายสารเคมีทั 0งหมด และขอบด้านบนของถังโดยหุ้ มถึงผนังด้านนอกไม่น้ อยกว่า 10 เซนติเมตร
การเตรียมพื 0นผิวของถังเก็บจ่ายสารเคมีจะต้องฉาบเรียบ (ห้ามขัดมัน)ให้ปราศจากตะเข็บและ รอยต่อ ก่อนทําการเคลือบไฟเบอร์กลาสให้ทําความสะอาดผิวคอนกรีตให้สะอาดปราศจากนํ 0ามัน คราบนํ 0า ปูนหรือสิ งสกปรกต่างๆ ที เป็ นอุปสรรคต่อการยึดเกาะของไฟเบอร์กลาส ความชื 0นที พื 0นผิวไม่เกิน 4 เปอร์เซ็น จึงสามารถทําการเคลือบไฟเบอร์กลาสได้
ไฟเบอร์กลาสที ใช้เคลือบภายในถังเก็บจ่ายสารเคมีต้องประกอบด้วย 4 ขั 0นตอน ดังต่อไปนี 0 (1) รองพื 0นด้วยเรซิ น ซึ งผสมนํ 0ายาเร่งการแข็งตัว (ปริมาณการใช้ 2 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) (2) ปูทับด้วยใยแก้ว เบอร์ 300 (ขนาด 300 กรัมต่อตารางเมตร) ชั 0นคุณภาพ E GLASS แล้ว ทาทับด้วยเรซิ น
(3) ปูทับด้วยใยแก้ว เบอร์ 450 (ขนาด 450 กรัมต่อตารางเมตร) ชั 0นคุณภาพ E GLASS แล้ว ทาทับด้วยเรซิ นอีกครั 0งหนึ ง
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 12/44
(4) เมื อพื 0นผิวชั 0นที 3 แห้งสนิทดีแล้ว ให้ใช้กระดาษทรายขัดพื 0นผิวให้เรียบเสมอกันก่อนทา เรซิ นซึ งมีส่วนผสมของ MONO WAX 5 เปอร์เซ็น ซึ งเป็ นชั0นสุดท้าย พื 0นผิวที ผ่านการ เคลือบด้วยไฟเบอร์กลาส จะต้องมีอายุอย่างน้อย 7 วัน จึงสามารถบรรจุสารเคมีได้
- เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต
เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ต้องเป็ นเหล็กที มีคุณสมบัติได้ตามมาตรฐาน มยผ.1103 โดยทั วไปถ้าไม่ได้ ระบุไว้ในแบบแปลน ให้ใช้เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ดังนี 0
2.1 เหล็กที มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 6 และ 9 มิลลิเมตร ให้ใช้เหล็กกลม (Plain Round Bar) SR 24 มอก. 20
2.2 เหล็กที มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่กว่า 9 มิลลิเมตร ให้ใช้เหล็กข้ออ้อย(Deformed Bar) SD 30 มอก.24 - การก่อสร้างผนังอิฐ
3.1 ก่อนก่ออิฐจะต้องทําความสะอาดส่วนที เปรอะเปื 0อน รดหรือชุบนํ 0าจนเปี ยกชุ่ม 3.2 การก่ออิฐระหว่างชั 0นที ชิดกันต้องสลับแนวก่อไม่ให้ตรงเป็ นแนวเส้นดิ ง อิฐก่อชั 0นหนึ งๆ และชั 0น ข้างเคียงต้องได้แนว ได้ระดับ และในผนังผืนเดียวกันห้ามก่ออิฐแต่ละแนวมีระดับสูงกว่ากันเกิน 1.00 เมตร 3.3 ผิวของเสาคอนกรีตส่วนที ผนังก่ออิฐจะก่อเข้าชน จะต้องฝังยึดด้วยเหล็กหนวดกุ้งเส้นผ่าน ศูนย์กลาง 6 มิลลิเมตร ยาวโผล่จากผิวเสา 0.30 เมตร ทุกระยะ 0.30 ถึง 0.40 เมตร ทําผิวให้ขรุขระและ ราดนํ 0าให้เปี ยกก่อนจะก่ออิฐปูนก่อต้องเต็มหน้าอิฐ
3.4 ผนังก่ออิฐหลังจากก่อแล้วภายใน 24 ชั วโมง จะต้องระวังมิให้เปี ยกนํ 0าหรือได้รับการสะเทือนและ ห้ามบรรทุกหรือรับนํ 0าหนักอื นใด
3.5 ผนังก่ออิฐครึ งแผ่นที มีเนื 0อที เกินกว่า 9 ตารางเมตร จะต้องใส่เสาเอ็นและคานทับหลังคอนกรีต เสริมเหล็กขนาดไม่เล็กกว่า 10x10 เซนติเมตร เหล็ก 2 Dia 9 มิลลิเมตร เหล็กปลอก Dia 6 มิลลิเมตร @ 0.10 เมตร ในแนวที จะกําหนดให้ตามความเหมาะสมโดยจํากัดมิให้มีพื 0นที ก่ออิฐผืนเดียวกันมากกว่าที กําหนด ผนังก่ออิฐที มีความสูงมากกว่า 3.00 เมตร จะต้องมีคานทับหลังตรงกลางช่วงผนังก่ออิฐที มีความ กว้างมากกว่า 4.00 เมตร จะต้องมีเสาเอ็นแบ่งครึ งช่วงและสูงตลอดความสูงของกําแพงเหล็ก เสาเอ็นและ คานทับหลังจะต้องฝังในเสา คาน หรือพื 0นอย่างน้อย 30 เซนติเมตร
3.6 ช่องเปิ ดหน้าต่าง ประตู ฯลฯ จะต้องใส่เสาเอ็นและคานทับหลังขนาดตามที กล่าวมาแล้วใน ข้อ 3.5 โดยรอบยกเว้นส่วนของหน้าต่าง ประตูที ติดกับโครงสร้าง
3.7 ส่วนผสมปูนก่อ โดยปริมาตรของผนังที อยู่ตํ ากว่าระดับดิน
ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน
ทรายหยาบ 1 ส่วน
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 13/44
3.8 ส่วนผสมปูนก่อ โดยปริมาตรของผนังทั วไป
ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน
ปูนขาว 1 ส่วน
ทรายหยาบ 4 ส่วน
3.9 ปูนซีเมนต์สําหรับปูนก่อจะต้ องมีคุณสมบัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.80 “ปูนซีเมนต์ผสม”
3.10 อนุญาตให้ใช้นํ 0ายาเคมีผสมปูนก่อแทนปูนขาวได้ และให้ใช้ส่วนผสมตามคําแนะนําของ บริษัทผู้ผลิต - การฉาบปูน
4.1 ให้ทําความสะอาดผิวผนังให้ปราศจากสิ งสกปรก หากเป็ นผนังคอนกรีตให้กะเทาะผิวหน้าให้ ขรุขระโดยทั วราดนํ 0าให้ชื 0นแล้วจึงฉาบปูน
4.2 ผิวปูนฉาบจะต้องเรียบสมํ าเสมอกันตลอด ถ้าหากถือปูนทับอีกชั 0นหนึ งจะต้องขูดผิวหน้าปูนฉาบ ชั 0นล่างให้ขรุขระ
4.3 หลังจากฉาบปูนแล้ว 1 วัน จะต้องฉีดนํ 0าให้เปี ยกชุ่มและกระทําติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 วัน 4.4 ผิวปูนฉาบที แตกร้าวหรือไม่จับผนัง จะต้องกะเทาะออกและทําผิวล่างให้ขรุขระรดนํ 0าให้เปี ยกชุ่ม แล้วจึงฉาบใหม่
4.5 ส่วนผสมปูนฉาบ โดยปริมาตรของผนังภายนอก
ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน
ปูนขาว 1 ส่วน
ทรายละเอียด 5 ส่วน
4.6 ส่วนผสมปูนฉาบ โดยปริมาตรของผนังภายใน
ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน
ปูนขาว 2 ส่วน
ทรายละเอียด 6 ส่วน
4.7 ปูนซีเมนต์สําหรับปูนฉาบ จะต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.80 “ปูนซีเมนต์ผสม”
4.8 อนุญาตใช้ นํ 0ายาเคมีผสมปูนฉาบแทนปูนขาวได้ และให้ ใช้ส่วนผสมตามคําแนะนําของ บริษัทผู้ผลิต
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 14/44 - งานทดสอบหาการรั วซึม การทําความสะอาดและฆ่าเชื=อโรคในถัง 5.1 ผู้รับจ้างจะต้องทําการทดสอบหาการรั วซึมและทําความสะอาดภายในโครงสร้ างที ใช้สําหรับกัก เก็บนํ 0า ได้แก่ ถังแบ่งนํ 0า ถังแยกทราย ถังตกตะกอน ถังกรองนํ 0า ถังนํ 0าใส หอถังสูง และถังจ่ายสารเคมี (ไม่รวมส่วนของโรงสูบนํ 0าแรงตํ าที อยู่ใต้ผิวดิน) ผู้รับจ้างจะต้องทําการซ่อมแซมรอยรั วซึมต่างๆ ที พบ ทั 0งนี 0ให้ เป็ นไปตามความเห็นชอบของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้าง
5.2 การรั วซึม (Leakage Allowance) หลังจากโครงสร้ างสามารถรับนํ 0าหนักบรรทุกได้แล้ว ให้ทํา การเติมนํ 0าในถังเพื อทําการทดสอบการรั วซึม สําหรับโครงสร้างกักเก็บนํ 0าที มีหลังคาปิ ดให้ทําการทดสอบ ถังนํ 0าเป็ นระยะเวลา 24 ชั วโมง ส่วนโครงสร้ างกักเก็บนํ0าที ไม่มีหลังคาปิ ดให้ทําการทดสอบถังนํ 0าเป็ น ระยะเวลา 12 ชั วโมง ระหว่างเวลาตั 0งแต่ 18.00 นาฬิกา ถึง 6.00 นาฬิกา เพื อให้เกิดการสูญเสียนํ 0าจาก สาเหตุอื นน้อยที สุด หากระดับนํ 0าลดลงมากกว่า 15 มิลลิเมตร ผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจสอบรอยรั วต่างๆ และให้ทําการซ่อมแซม กรณีที เป็ นรอยรั วเฉพาะจุดให้สกัดรอยรั วเป็ นรูปตัววีโดยมีความลึกและความกว้าง ไม่น้อยกว่า 2.5 เซนติเมตร อุดด้วยซีเมนต์แข็งตัวเร็วสําหรับอุดรอยรั ว ส่วนกรณีที รอยรั วเป็ นทางยาวหรือรู โพรงพรุนต่อเนื องกันในเนื 0อคอนกรีตให้ซ่อมโดยวิธีฉีดอัด (Injection Grout) ด้วย Polyurethane Rasin ปริมาณการใช้และส่วนผสมให้ปฏิบัติตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิต ทั 0งนี 0ให้เป็ นไปตามความเห็นของ ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง
5.3 การทําความสะอาดถัง ผู้รับจ้างจะต้องขัดพื 0นผิวภายในถังและฉีดนํ 0าทําความสะอาดด้วยสาย ฉีดที มีความสามารถในการฉีดนํ 0าได้ไม่น้อยกว่า 3 ลิตรต่อวินาที
5.4 การฆ่าเชื 0อโรค ให้ทําการฆ่าเชื 0อโรคในถังนํ 0าใสและหอถังสูงภายหลังทําความสะอาดถังแล้ว ผู้รับ จ้างจะต้องฉีดนํ 0ายาคลอรีนเข้มข้น 200 มิลลิกรัมต่อลิตร ให้ทั วพื 0นผิวทั 0งหมดภายในถังแล้วจึงเติมนํ 0าในถัง ระดับนํ 0าสูงสุดพร้อมทั 0งเติมนํ 0ายาคลอรีนให้นํ 0าภายในถังมีคลอรีนคงเหลือ (Residual Chlorine) ประมาณ 25 มิลลิกรัมต่อลิตร และภายหลังจากขังนํ 0าในถังเป็ นเวลา 24 ชั วโมง จะต้องมีอัตราคงอยู่ของคลอรีนไม่ น้อยกว่า 10 มิลลิกรัมต่อลิตร แล้วจึงระบายนํ 0าในถังทิ 0งและเมื อเดินระบบผลิตนํ 0าประปาแล้วอัตราคงอยู่ของ คลอรีนในถังนํ 0าใสจะต้องมีค่าประมาณ 1 ถึง 2 มิลลิกรัมต่อลิตร
5.5 การถมดิน (Backfill) หลังจากที ได้ทําการทดสอบการรั วซึมเสร็จสมบูรณ์แล้ว ผู้รับจ้างจึงจะทํา การถมดินรอบถังนํ 0าได้ - งานฐานราก
6.1 ข้อมูลชั=นดิน
6.1.1 กรณีที การก่อสร้างได้กําหนดให้เจาะสํารวจชั 0นดินให้ผู้รับจ้างทําการเจาะสํารวจชั 0นดิน จนถึงชั 0นหินหรือชั 0นดินแข็งหรือชั 0นทรายที มีความหนาเพียงพอ ซึ งสามารถรับนํ 0าหนักอาคารได้โดยปลอดภัย ในการดําเนินการเจาะสํารวจชั 0นดินจะต้องอยู่ในความควบคุมของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างตลอดเวลา
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 15/44
ให้ผู้รับจ้างจัดส่งรายงานการวิเคราะห์ชั 0นดินพร้อมรายการคํานวณแสดงค่าต่างๆ ที เกี ยวข้องกับงานฐานราก พร้อมเสนอรูปแบบฐานรากและเสาเข็มที ขอใช้ประกอบเป็ นรายงาน (ภาษาไทย) ฉบับสมบูรณ์จํานวน 5 ชุด พร้อม CD จํานวน 5 ชุด (โดยซีดีต้องบันทึกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบไฟล์นามสกุล PDF หรือ TTF ) สําหรับรายงานแต่ละชุดจะต้องประทับตราของห้างหรือบริษัทของผู้รับจ้างหรือหน่วยงานที รับทําการเจาะ ดินพร้อมทั 0งให้วิศวกรผู้รับผิดชอบงานเจาะสํารวจวิเคราะห์และวิศวกรของผู้รับจ้าง ผู้รับผิดชอบงานก่อสร้าง ที ระบุในสัญญาลงนามรับรองในรายงานทุกหน้า พร้อมทั 0งแนบผังสังเขปแสดงระดับปากหลุมเทียบกับระดับ มาตรฐานที กําหนดไว้ในผังและแสดงตําแหน่งให้ชัดเจนที ผ่านการรับรองของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้าง และเมื อได้รับความเห็นผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างแล้ว การก่อสร้างให้ปฏิบัติตามข้อ 6.2 หรือ 6.3
6.1.2 ส่วนกรณีที ไม่ได้กําหนดให้มีการเจาะสํารวจชั 0นดิน และได้กําหนดรูปแบบฐานราก พร้อมเสาเข็มไว้ชัดเจน การก่อสร้างให้ปฏิบัติตามข้อ 6.2 หรือ 6.3 ได้เลย
6.1.3 หากข้อกําหนดงานฐานรากเขียนไว้ไม่ชัดเจน ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามข้อ 6.1.1 6.2 กรณีฐานรากที ไม่ต้องใช้เสาเข็ม ให้ปฏิบัติดังนี=
6.2.1 ก่อนการก่อสร้างฐานราก ผู้รับจ้างจะต้องทดสอบความสามารถรับนํ 0าหนักบรรทุกของ ชั 0นดินพร้ อมการตอกหยั ง (Sounding) ณ บริเวณที ทําการก่อสร้ างฐานรากตามจํานวนและตําแหน่งที ผู้ ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างจะได้กําหนดให้โดยปฏิบัติตามราย มยผ.1253 หรือ มยธ.105และข้อกําหนดต่างๆ ในแบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลน หากดินไม่สามารถรับนํ 0าหนักบรรทุกได้ตามกําหนดจาก เกณฑ์ตัดสินการทดสอบ ผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุงชั 0นดินหรือลดระดับฐานรากให้อยู่ในชั 0นดินที สามารถรับ นํ 0าหนักได้ หรือเพิ มเติมเสริมความแข็งแรงของฐานรากตามหลักวิชา ทั 0งนี 0ผู้รับจ้างจะต้องส่งผลการทดสอบ พร้อมรายละเอียดที จําเป็ นขอความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างก่อนดําเนินการก่อสร้างทุกครั 0ง
6.2.2 ในกรณีที มีการก่อสร้ างอาคารหลายหลังในบริเวณใกล้กัน และฐานรากของอาคาร เหล่านั 0นตั 0งอยู่บนชั 0นดินเดียวกันมีสภาพการรับนํ 0าหนักใกล้เคียงกันหรือมีฐานรากอยู่ในระดับต่างกัน แต่มีผลการทดสอบอื น เช่น ผลการเจาะสํารวจชั 0นดิน การตอกหยั ง(Sounding) เป็ นข้อมูลประกอบการ พิจารณาอนุญาตให้ใช้ผลการทดสอบความสามารถในการรับนํ 0าหนักบรรทุกของชั 0นดินร่วมกันได้ตามความ เหมาะสม ทั 0งนี 0ให้อยู่ในการวินิจฉัยของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทน ผู้ว่าจ้าง
6.3 กรณีฐานรากที กําหนดให้ใช้เสาเข็ม ให้ปฏิบัติดังนี=
6.3.1 ถ้ ามิได้ กําหนดไว้ เป็ นอย่างอื น ก่อนทําการก่อสร้ างผู้ รับจ้ างจะต้ องทดสอบ ความสามารถในการรับนํ 0าหนักบรรทุกของเสาเข็มก่อนโดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี 0
(1) เสาเข็มที รับนํ 0าหนักบรรทุกปลอดภัย (นํ 0าหนักออกแบบ) น้อยกว่า10 ตัน/ต้นหรือ เสาเข็มที กําหนดรูปแบบและความยาวไว้ โดยมิได้กําหนดนํ 0าหนักบรรทุกปลอดภัย (นํ 0าหนักออกแบบ) ของเสาเข็มนั 0นไม่ต้องมีการทดสอบ
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 16/44
(2) เสาเข็มที รับนํ 0าหนักบรรทุกปลอดภัย (นํ 0าหนักออกแบบ) ตั 0งแต่ 10 ตัน/ต้นขึ 0นไป และระบุให้มีการทดสอบความสามารถในการรับนํ 0าหนักของเสาเข็มให้ดําเนินการ ทดสอบตามรายละเอียด มยผ.1251
(3) เสาเข็มที จะทดสอบ จะต้องมีรูปแบบและขนาดเหมือนเสาเข็มจริงที ใช้ในงาน ก่อสร้ างอาคารนั 0นและทดสอบตามสภาพความเป็ นจริงในการใช้งาน โดยให้ ตําแหน่งที ทดสอบเสาเข็มอยู่ใกล้เคียงกับสถานที ก่อสร้างอาคารนั 0นซึ งผู้ว่าจ้างหรือ ผู้แทนผู้ว่าจ้างจะเป็ นผู้กําหนดตําแหน่งให้ ห้ามมิให้ใช้เสาเข็มจริงของอาคารเป็ น เสาเข็มทดสอบกําหนดการทดสอบถึงจุดวิบัติหรือ 3 เท่าของนํ 0าหนักบรรทุก ปลอดภัย (นํ 0าหนักออกแบบ)โดยปฏิบัติตามรายละเอียด มยผ.1251
(4) หากผู้รับจ้างมีความประสงค์จะตอกเสาเข็มจริงของอาคารก่อนที จะทราบผลการ ทดสอบของเสาเข็มทดสอบก็สามารถอนุโลมให้กระทําได้ แต่ทั 0งนี 0ผู้รับจ้างจะ ก่อสร้ างโครงสร้ างส่วนต่อไปของอาคารได้ก็ต่อเมื อทราบผลการทดสอบนั 0นแล้ว และผลการทดสอบนั 0นสูงกว่าเกณฑ์ที กําหนดแต่หากผลการทดสอบนั 0นตํ ากว่า เกณฑ์กําหนดแล้วผู้รับจ้างจะต้องเป็ นผู้รับผิดชอบในการแก้ไขปรับปรุงฐานราก ด้วยวิธีที เหมาะสมตามหลักวิชาโดยความเห็นชอบของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้าง และค่าใช้จ่ายที เกิดขึ 0นเป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น
(5) กรณีที เมื อพิจารณาจาก Blow Count ขณะตอกเสาเข็มจริงของอาคารเปรียบเทียบ กับเสาเข็มทดสอบแล้ว ไม่แน่ใจว่าเสาเข็มจริงต้นนั 0นสามารถรับนํ 0าหนักบรรทุกได้ ตามเกณฑ์กําหนดให้ผู้ควบคุมงานสามารถกําหนดให้มีการทดสอบการรับนํ 0าหนัก บรรทุกของเสาเข็มจริงนั 0นได้โดยให้ทดสอบ 2 เท่าของนํ 0าหนักบรรทุกปลอดภัย (นํ 0าหนักออกแบบ) ตามรายละเอียด มยผ.1251
6.3.2 การตอกเสาเข็มรับนํ 0าหนักฐานรากอนุญาตให้มีการตอกส่งได้ไม่เกิน 1.50 เมตร หรือ ตามความเห็นชอบของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้าง และการรับนํ 0าหนักของเสาเข็มนั 0นจะต้องเป็ นไปตาม เกณฑ์กําหนดทุกประการ
6.3.3 เสาเข็มที กําหนดปลายเข็มเท่ากันทุกขนาดในกรณีที กําหนดระดับปลายเสาเข็ม (Pile Tip) เท่ากันแต่มีระดับหัวเสาเข็ม (Pile Top) ตามแบบต่างกันให้ถือเสมือนว่าเสาเข็มนั 0นๆ มีความยาวเท่ากัน ระดับปลายเสาเข็มหยั งอาจจะตื 0นหรือลึกกว่าที กําหนดได้บ้างโดยให้ถือการรับนํ 0าหนักเป็ นเกณฑ์ ทั 0งนี 0 จะต้องอยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้าง
6.3.4 สําหรับเสาเข็มที กําหนดให้รับนํ 0าหนักตั 0งแต่ 10 ตันขึ0นไป ผู้รับจ้างจะต้องบันทึกรายงาน การตอกเสาเข็มตามรายละเอียด บฟ.มยผ.1106 -1 รายงานการตอกเสาเข็มส่งมอบให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทน ผู้ว่าจ้างให้ครบทุกต้น
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 17/44
6.4 การปรับปรุงชั=นดินหรือเปลี ยนระดับฐานรากหรือเสริมความแข็งแรงฐานราก การปรับปรุงชั 0นดินหรือเปลี ยนระดับฐานรากหรือเสริมความแข็งแรงฐานราก เพื อให้เป็ นไปตาม ข้อกําหนด 6.2 และข้อ 6.3 ต้องปฏิบัติตาม มยผ.1105 ถึง มยผ.1106และได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง หรือผู้แทนผู้ว่าจ้างโดยค่าใช้จ่ายที เกิดขึ 0นเป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น
6.5 กรณีที จําเป็ นต้องมีการเปลี ยนแปลงแบบแปลนหรือรายการประกอบแบบแปลน กรณีที จําเป็ นต้องมีการเปลี ยนแปลงแบบแปลน หรือรายการประกอบแบบแปลนในส่วนที เกี ยวข้องกับระดับเสาเข็ม ระดับฐานราก รูปแบบ ขนาด หรือวิธีการก่อสร้างด้วยสาเหตุของสภาพใต้ระดับ ผิวดินที ไม่อาจคาดหมายได้ และจําเป็ นต้องแก้ไขเพื อให้เป็ นไปตามหลักวิชาการวิศวกรรม ให้ผู้รับจ้าง ดําเนินการขอเปลี ยนแปลงเมื อได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างแล้วจึงจะดําเนินการ ก่อสร้างได้
6.6 การดําเนินการทุกขั=นตอนเกี ยวกับงานฐานราก
การดําเนินการทุกขั 0นตอนเกี ยวกับงานฐานราก ให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานงานก่อสร้ าง มยผ.1105 ถึง มยผ.1106 รวมทั 0งบทผนวก ข้อกําหนดในแบบแปลน ข้อกําหนดงานฐานรากอาคารและ สิ งก่อสร้ างเฉพาะแห่งและรายการประกอบแบบแปลนทุกประการภายใต้การควบคุมงานของผู้ว่าจ้างหรือ ผู้แทนผู้ว่าจ้าง
6.7 แบบแสดงสภาพจริงของเสาเข็มและฐานราก (Asbuilt Drawing) แบบแสดงสภาพจริงของเสาเข็มและฐานราก (Asbuilt Drawing) หลังจากทําการก่อสร้ าง แล้วเสร็จผู้รับจ้างต้องทําแบบแสดงระดับฐานราก ระดับหัวและระดับปลายเสาเข็ม ระดับดินที ปรับแล้วของ ทุกอาคารพร้อมรายละเอียดต่างๆ ที เกี ยวข้องกํากับให้ครบถ้วนในแผ่นเดียวกัน และต้องส่งมอบกระดาษไข ต้นฉบับมาตราส่วนเท่าแบบเดิมของผู้ว่าจ้างจํานวน 1 ชุด แบบแปลน FILE AUTOCAD เป็ นแผ่น CD จํานวน 5 ชุด และแบบแปลนพิมพ์เขียวขนาดเดียวกับต้นฉบับ จํานวน 5 ชุด และเมื อได้รับการพิจารณา ตรวจสอบจากผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างแล้ว ผ้รับจ้างจึงจะขอส่งงานงวดสุดท้ายได้ ู
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 18/44 - ขอบเขตความคลาดเคลื อนที อนุโลมให้สําหรับการก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้ถือตามตารางที ค-1 แสดงขอบเขตความคลาดเคลื อนที อนุโลมให้สําหรับการก่อสร้ างอาคาร คอนกรีตเสริมเหล็ก
ตารางที ค-1 แสดงขอบเขตความคลาดเคลื อนที อนุโลมให้สําหรับการก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก
ส่วนอาคารที อาจมีความคลาดเคลื อน
ความคลาดเคลื อนที อนุโลมให้- ความคลาดเคลื อนของแนวดิ งสําหรับเส้นดิ ง ที วัดตรงเหลี ยมหรือขอบของเสาตอม่อ ผนัง
0.6 เซนติเมตร ต่อความสูง 3 เมตร แต่สูงสุดไม่เกิน 2.5 เซนติเมตร - ความคลาดเคลื อนของระดับ
(ก) สําหรับฝ้ า ส่วนใต้คานพื 0น และแนวดิ งใด ระหว่างผิวถึงผิวของสองหน้าตรงกัน
(ข)สําหรับสิ งสะดุดตา เช่น ขอบประตู ขอบ- ระเบียง ขอบหน้าต่าง ร่องต่างๆ ตามแนวนอน
0.6 เซนติเมตร สําหรับระยะสูงไม่เกิน 3 เมตร 1.0 เซนติเมตร สําหรับระยะสูงไม่เกิน 6 เมตร 2.0 เซนติเมตร สําหรับระยะสูงไม่เกิน 12 เมตร หรือมากกว่า 0.6 เซนติเมตร สําหรับระยะสูงไม่เกิน
6 เมตร และ 1.2 เซนติเมตร สําหรับระยะสูง 12 เมตรหรือมากกว่า - ความคลาดเคลื อนของขนาดกว้างยาวของ อาคาร ตามแนวศูนย์กลางเสาหรือแนวผนัง
แต่ละช่วง 1.2 เซนติเมตร สําหรับความยาวไม่เกิน 6 เมตร และ 2.5 เซนติเมตร สําหรับความยาว 12 เมตรหรือมากกว่า - ความคลาดเคลื อนในขนาดและตําแหน่งของ รูเจาะบนพื 0นหรือผนัง
0.6 เซนติเมตร - ความคลาดเคลื อนในขนาดหน้าตัดของ เสา คาน พื 0น และผนัง
อนุญาตให้เล็กไปได้ 0.6 เซนติเมตร หรือใหญ่กว่า 1.3 เซนติเมตร - ความคลาดเคลื อนของฐานราก
(ก) ขนาดกว้างยาวของฐานราก
(ข) ตําแหน่งของฐานราก
(ค) ส่วนหนา
(ง) เสาเข็ม
-อนุญาตให้เล็กกว่าได้ 1.3 เซนติเมตรหรือให้ใหญ่ กว่าได้ 5 เซนติเมตร
-ให้วางผิดตําแหน่งได้ 2%ของส่วนกว้าง แต่ไม่เกิน 5 เซนติเมตร
-อนุญาตให้บางกว่า 5% ของส่วนหนาที ระบุไว้ -อนุญาตให้หนีศูนย์กลางได้ไม่เกิน 5 เซนติเมตร
- ความคลาดเคลื อนของแนวดิ งสําหรับเส้นดิ ง ที วัดตรงเหลี ยมหรือขอบของเสาตอม่อ ผนัง
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 19/44
8. ประตูหน้าต่างและอุปกรณ์
วัสดุบานประตู หน้าต่าง วงกบ และอุปกรณ์หากมิได้กําหนดไว้ในแบบแปลน หรือรายการที ใช้ ประกอบให้ยึดถือตามรายละเอียดดังนี 0
8.1 วงกบนประตูหรือหน้าต่าง ให้ยึดถือตามแบบแปลนกําหนดมีรายละเอียด เพิ มเติม ดังนี=
8.1.1 วงกบไม้ ให้ใช้ไม้เนื 0อแข็ง ตามมาตรฐาน มยผ.1104 บังใบในตัว ผิวขัดกระดาษทราย ทาสีหรือทาแลคเกอร์ โชว์ผิวเนื 0อไม้ ตามที ระบุในแบบแปลน ขนาดของไม้เมื อตัด ใส ตกแต่งผิวเสร็จแล้วให้มี ความคลาดเคลื อนจากที ระบุไว้ในแบบแปลนได้ตาม มยผ. 1104 ข้อ 4.2
8.1.2 วงกบเหล็ก มี 2 แบบคือ วงกบแผ่นเหล็กพับเป็ นกล่องและวงกบเหล็กรูปพรรณ (เหล็กรีด เย็น) วงกบแผ่นเหล็กพับเป็ นกล่องให้ใช้แผ่นเหล็กที มีความหนาไม่น้อยกว่า 1.5 มิลลิเมตร วงกบเหล็ก รูปพรรณต้องผ่านกรรมวิธีชุบสังกะสีก่อน (Hot Dip Galvanized) วงกบทั 0ง 2 แบบต้องผลิตและประกอบ จากโรงงานที ได้มาตรฐานพร้อมทาสีกันสนิมและเคลือบสีนํ 0ามันเรียบร้อยพร้อมนํามาติดตั 0งในที ก่อสร้าง
8.1.3 วงกบอลูมิเนียมเนื 0อ ALLOY ชนิด 6063 T5 ผิวสีเงินธรรมชาติ (Natural Anodized Finish) หรือสีตามกําหนดในแบบแปลน เนื 0ออลูมิเนียมต้องมี Ultimate Tensile ไม่น้อยกว่า 20,000 ปอนด์ ต่อตารางนิ 0ว ความหนาของโครงอลูมิเนียมรับที ใช้ เป็ นวงกบประตูหรือหน้ าต่าง ต้ องไม่น้ อยกว่า 1.5 มิลลิเมตร
8.1.4 วงกบ PVC. ตัววงกบทําด้วย uPVC.(Unplasticise Polyvinyl Chloride) มีคุณสมบัติ ทนทานต่อความร้ อนคงตัวสมํ าเสมอ ไม่แตกร่อนได้ง่ายสีไม่ซีดจางหรือขาวขุ่น ไส้กลางวงกบมีการเสริม ความแข็งแรงด้วยเหล็กชุบสังกะสีโดยรอบวงกบ
8.2 บานประตู ให้ยึดถือตามแบบแปลนที กําหนดมีรายละเอียดเพิ มเติม ดังนี= 8.2.1 บานประตูไม้อัด ต้องเป็ นบานที ผลิตจากโรงงานและมีความหนา 35 มิลลิเมตร ตัวบานกรุ ไม้อัดทั 0ง 2 ด้าน การแต่งผิวตามระบุในแบบและรายการประกอบแบบ
8.2.2 บานประตูแผ่นเหล็กทึบ ต้องเป็ นประตูที ผลิตจากโรงงาน ผลิตจากแผ่นเหล็กชุบสังกะสี ความหนาไม่น้อยกว่า 1 มิลลิเมตร เชื อมประกบ 2 ด้าน มีความหนาบานประมาณ 45 มิลลิเมตร ภายใน บุฉนวน Polyurethane Foam ผิวภายนอกเป็ นสีระบบเคลือบสีผง (Powder Coating)
8.2.3 บานประตูอลูมิเนียม เนื 0ออลูมิเนียมต้องเป็ นชนิดเดียวกันกับวงกบ มีความหนาไม่น้อย กว่า 1.3 มิลลิเมตร มือจับของประตูทั 0ง 2 ด้าน ถ้าไม่มีกําหนดในแบบให้ใช้แผ่นอลูมิเนียมบุ PLASTIC LAMINATED กุญแจบานประตูเป็ นแบบ Standard One Point Deadlock ส่วนที เป็ นรอยต่อของบานเปิ ด และวงกบตามแนวตั 0ง ให้ใส่แถบสักหลาด ( Woven Poly Pile Weatherseal )
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 20/44
8.2.4 บานประตู PVC แบบทึบทั 0งบานหรือมีช่องระบายอากาศตามกําหนด เป็ นบานที ผลิต จากโรงงานที ได้มาตรฐาน มอก.1013 ผิวหน้าเป็ น PVC โครงคร่าวบานและไส้กลางภายในบานเป็ น PVC ทั 0งหมด ขอบสันบานทั 0ง 4 ด้านปิ ดขอบด้วย PVC โดยรอบกันนํ 0าเข้า
8.2.5 ประตูเหล็กบานม้วน เป็ นบานที ผลิตจากโรงงานที ได้มาตรฐาน ลอนบานประตูแบบลอน เดี ยวทําจากแผ่นเหล็กที มีความหนาไม่น้อยกว่า 0.7 มิลลิเมตร ผ่านกรรมวิธีปัâมขึ 0นรูปและเคลือบอบสีอย่างดี แกนเหล็กและคอล์ยสปริงใช้อย่างดีทนทานต่อการใช้งานพร้อมกล่องเก็บเหล็กพ่นสีหรืออบสีสําเร็จรูป
8.3 บานหน้าต่าง ให้ยึดถือตามแบบแปลนกําหนดมีรายละเอียดเพิ มเติม ดังนี= 8.3.1 หน้าต่างบานเกล็ดกระจกติดตายหรือบานเกล็ดกระจกปรับมุมได้ เกล็ดกระจกให้ใช้ กระจกที มีความหนาไม่น้อยกว่า 5 มิลลิเมตร อุปกรณ์ปรับมุมเกล็ดกระจกให้ใช้แบบมือโยกและควรปรับ ขนาดความ สูง-ตํ า ของช่องหน้าต่างให้พอดีกับจํานวนของเกล็ด
8.3.2 หน้าต่างอลูมิเนียมบานเลื อนลูกฟัก กระจกตามแบบกําหนดเนื0ออลูมิเนียมกรอบบาน ต้องหนาไม่น้อยกว่า 1.2 มิลลิเมตร โครงและกล่องรางเลื อนจะต้องตรง ไม่คดงอ ติดลูกล้อ Nylon แข็งชนิด ใช้สําหรับบานหน้าต่างบานละ 2 ชุด พร้ อมติดตั 0งระบบป้ องกันมิให้ล้อหลุดจากรางยางอัดกระจกใช้ชนิด Neoprene วัสดุอุดกระจกให้ใช้ Silicone Sealant ชนิดใช้ภายนอกอย่างดีของ DowCorning รอยต่อ ระหว่างวงกบและผนังให้อุดยาแนวด้วย Caulking Compound ชนิดใช้ภายนอกอย่างดีของ G.E.หรือ Dow Corning การประกอบติดตั 0งจะต้องได้แนวทั 0งแนวดิ งและแนวนอน มุมขอบบานจะต้องได้ฉากทุกมุม
8.4 บานพับ ให้ใช้ชนิดโลหะปลอดสนิมมีแหวนกันสึก (Stainless Steel Ball Bearing) บานพับ ให้ใช้ชนิดโลหะปลอดสนิมมีแหวนกันสึก (Stainless Steel Ball Bearing) หนาไม่น้อย กว่า 3 มิลลิเมตร ขนาด 4 นิ 0ว x 3 นิ 0ว หรือ 4 นิ 0ว x 4 นิ 0ว หากเป็ นประตูบานเปิ ดให้ติดตั 0งจํานวน 4 ชุดต่อ ประตู 1 บาน หากเป็ นหน้าต่างบานเปิ ดให้ติดตั 0งจํานวน 3 ชุดต่อหน้าต่าง 1 บาน
8.5 บานพับประตูเหล็ก
บานพับประตูเหล็ก ใช้บานพับสแตนเลสชนิดแกนสวมขนาด 5 นิ 0ว x 4 นิ 0ว หนาไม่น้อยกว่า 4.0 เมตร ให้ติดตั 0งจํานวน 3 ชุดต่อประตู 1 บาน
8.6 กุญแจบานประตู
กุญแจบานประตู เป็ นกุญแจชนิดฝังในบานมีมือจับลูกบิด 2 ด้าน หรือตามแบบกําหนดกดล๊อค ได้ภายในมือจับลูกบิดทําจากโลหะปลอดสนิม (Stainless Steel) และจะต้องเลือกใช้รุ่นที คุณภาพได้ตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเท่านั 0น
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 21/44
9. วัสดุมุงหลังคาและอุปกรณ์
วัสดุมุงหลังคาหากมิได้กําหนดรายละเอียดไว้ในแบบแปลนหรือรายการที ใช้ประกอบให้ยึดถือตาม รายละเอียดดังนี 0
9.1 กระเบื=องไฟเบอร์ซีเมนต์แผ่นลอน
กระเบื 0องไฟเบอร์ซีเมนต์แผ่นลอน เป็ นชนิดไม่มีส่วนผสมของใยหินคุณภาพตาม มอก.1407 สําหรับสีกระเบื 0องหากมิได้กําหนดไว้เป็ นอย่างอื นให้ใช้สีซีเมนต์อุปกรณ์ประกอบต่างๆ และกรรมวิธีการมุง กระเบื 0องให้ถือปฏิบัติตามคําแนะนําขอบริษัทผู้ผลิต
9.2 หลังคาแผ่นเหล็กรีดขึ=นรูปลอน
หลังคาแผ่นเหล็กรีดขึ 0นรูปลอนผลิตจากเหล็กชนิดความแข็งแรงสูง (Hi-Tensile Steel) มีค่า ความหนาของแผ่นเหล็กก่อนเคลือบสี (Base Metal Thickness) หรือค่า BMT ไม่น้อยกว่า 0.40 เคลือบด้วย ZINC ปริมาณไม่น้อยกว่า 180 กรัมต่อตารางเมตร (ZP 180) เคลือบทับด้วยสี Polyester Resin ตาม มอก. 2131ถึง มอก.2132 หรือ มอก. รุ่นล่าสุดของผลิตภัณฑ์
9.3 หลังคา คสล.
หลังคา คสล.ให้ผสมสารกันซึม (Admixture) ที เติมลงไปขณะผสมคอนกรีตเพื อเปลี ยนแปลง คุณสมบัติของคอนกรีตให้เป็ นไปตามมาตรฐาน ASTM : C494
9.4 การเลือกใช้สีของหลังคา
กําหนดให้ใช้สีของหลังคาสําหรับอาคารที ก่อสร้างใหม่หรืออาคารที เปลี ยนแปลงหลังคา แยก ตามวัสดุ ดังนี 0
9.4.1 หากวัสดุมุงหลังคาเป็ นกระเบื 0องไฟเบอร์ซีเมนต์แผ่นลอน (กระเบื 0องลอนคู่หรือลักษณะ คล้ายกัน) ให้ใช้สีซีเมนต์
9.4.2 หากวัสดุมุงหลังคาเป็ นหลังคาแผ่นเหล็กรีดขึ 0นรูปลอน ให้ใช้สี SILVER GREY 9.4.3 หากมีข้อสงสัยสถาปนิกผู้ออกแบบอาคารแต่ละอาคารหรือสถาปนิกผู้ออกแบบงาน โครงการนั 0นๆ สามารถให้คําแนะนําในเรื องการเลือกสีวัสดุมุงหลังคาได้
10. วัสดุแผ่นเรียบ
10.1 ไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ดแผ่นเรียบ เป็ นกระเบื 0องซีเมนต์ผสมโครงสร้างไฟเบอร์กลาสไม่มีส่วนผสม ของใยหิน ขนาดและความหนาตามที กําหนดคุณภาพตาม มอก.427 หรือ มอก.รุ่นล่าสุด กรรมวิธีการยึด แผ่นกับโครงคร่าว การแต่งผิวและยาแนวและอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ให้ถือปฏิบัติตามคําแนะนําของ บริษัทผู้ผลิต
10.2 แผ่นไม้อัดซีเมนต์เป็ นแผ่นซีเมนต์ผสมเศษไม้อัดเป็ นแผ่นผิวหน้าเรียบ สีซีเมนต์ขอบเรียบทั 0งสี ด้านการยึดแผ่นกับโครงคร่าวเหล็กให้ใช้สกรูเหล็กชุบป้ องกันสนิม โดยใช้ความยาวของสกรูและระยะห่าง
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 22/44
ของการยึดตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต การปิ ดรอยต่อระหว่างแผ่นทุกด้านให้อุดด้วยโฟมเส้นกลมแล้วยา อุดร่องรอยต่อด้วยวัสดุโพลียูรีเทน
10.3 แผ่นยิบซั มบอร์ด ให้ใช้แผ่นยิบซั มบอร์ดสําเร็จรูปผลิตจากโรงงาน ผิวหน้าเป็ นกระดาษแข็งสี ขาวความหนาตามกําหนดในแบบ หากเป็ นงานที ไม่ต้องการฉาบรอยต่อเรียบให้ใช้ชนิด “ขอบตรง” แต่หาก เป็ นงานที ต้องการฉาบรอยต่อเรียบให้ใช้ชนิด “ขอบลาด”การฉาบรอยต่อเรียบให้ใช้ฝ้ าเทปและซีเมนต์ ปลาสเตอร์สําหรับงานฉาบรอยต่อโดยเฉพาะ การยึดแผ่นยิบซั มบอร์ดกับโครงคร่าวให้ใช้สกรูเกลียวปล่อย แบบฝังซ่อนหัวเท่านั 0น(ห้ามใช้วิธีตอกตะปู) หากเป็ นบริเวณที ต้องสัมผัสกับ ความชื 0น เช่น ภายในห้องนํ 0า หรืออยู่ภายนอกอาคารให้ใช้แผ่นยิบซั มบอร์ดชนิดทนความชื 0น หากเป็ นส่วนที ต้องป้ องกันความร้ อนจาก หลังคาให้ใช้แผ่นยิบซั มบอร์ดชนิดมีแผ่นฉนวนอลูมิเนียมฟอล์ยกันความร้อน
10.4 โครงคร่าวผนังและฝ้ าเพดาน หากมิได้กําหนดเป็ นอย่างอื นให้ใช้โครงคร่าวเหล็กอาบสังกะสี เบอร์ 24 (หนา 0.55 มิลลิเมตร) การยึดแขวนโครงคร่าวฝ้าเพดานใช้ลวดเบอร์ 8 และชุดสปริงปรับระดับ กรรมวิธีการติดตั 0งและอุปกรณ์ประกอบต่างๆ กําหนดให้ใช้ผลิตภัณฑ์และถือปฏิบัติตามคําแนะนําของ บริษัทผู้ผลิต
11. สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบ
ให้ยึดถือตามที ระบุไว้ในแบบหากไม่ได้ระบุไว้ให้ใช้สุขภัณฑ์ที ผลิตในประเทศ รุ่นธรรมดาเคลือบสีขาว สภาพใหม่ ไม่แตกร้าว ไม่รั วซึม พร้อมอุปกรณ์ประกอบสุขภัณฑ์ครบชุด โดยอุปกรณ์ประกอบสุขภัณฑ์ต้อง เป็ นยี ห้อเดียวกันกับสุขภัณฑ์ หรือเป็ นรุ่นที ผู้ผลิตสุขภัณฑ์กําหนดให้ใช้ควบคู่กันเท่านั 0น เมื อประกอบหรือ ติดตั 0งสุขภัณฑ์กับอาคารแล้วต้องสามารถใช้งานได้ดี นํ 0าไม่รั วซึม หรือหยด
หากในแบบมิได้กําหนดไว้ให้ทําท่ออากาศด้วยท่อขนาด 2 นิ 0ว สําหรับโถส้วมและขนาด1 นิ 0วถึง1/2 นิ 0ว สําหรับอ่างล้างหน้าต่อออกจากท่อระบายนํ 0าทิ 0งสุขภัณฑ์ต่างๆไปรวมกันและต่อไปออกไว้บริเวณใต้ชายคา ของอาคารที ปลายท่อให้ทําข้อต่อ 3 ทางครอบปลายท่อ กันนํ 0าฝนไหลย้อนด้วย
12. การทําผิวพื=นทางสถาปัตยกรรม
ให้ทําผิวพื 0นตามที กําหนดในแบบแปลนหรือรายการที ใช้ประกอบ โดยมีรายละเอียดเพิ มเติม ดังนี 0 12.1 ผิวพื 0นหินขัดในที ก่อสร้าง ทําพื 0นผิวหินขัดในที ก่อสร้างโดยใช้ซีเมนต์ขาวและเม็ดหินขนาดหิน เบอร์ 3 ผสมกันเทในกรอบที ตัดด้วยเส้น PVC.หรือเส้นทองเหลือง (แล้วแต่กําหนด)โดยทํากรอบในทุกๆพื 0นที ไม่เกิน 6 ตารางเมตร แล้วขัดผิวหน้าด้วยเครื องหินขัดพื 0นจนผิวหน้าเรียบได้ระดับดี พร้อมลง WAX สําหรับ ขัดพื 0นทับผิวหน้าเพื อให้เกิดความมันเรียบสวยงาม
12.2 ผิวพื 0นปูแผ่นหินขัดสําเร็จรูป แผ่นหินอ่อน หรือแผ่นหินแกรนิตขนาดของแผ่นตามที กําหนดใน แบบโดยพื 0นที จะปูแผ่นหินขัด หินอ่อน หรือแผ่นแกรนิตสําเร็จรูปจะต้องทําผิวหน้าขรุขระเพื อการยึดติดของ แผ่นหินไว้เรียบร้อยแล้ว และต้องได้ระดับหรือเอียงระบายนํ 0าได้ดีตามกําหนดแผ่นหินทั 0ง 3 แบบ ควรใช้รุ่นที
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 23/44
ผลิตในประเทศเท่านั 0นและเมื อปูเสร็จให้ยาแนวด้วยปูนยาแนวสีกลมกลืนกับสีของแผ่นหินนั 0น ทั 0งนี 0เฉพาะ แผ่นหินขัดสําเร็จรูปและแผ่นหินอ่อนเท่านั 0น ให้ลง WAX สําหรับขัดพื 0นทับผิวหน้าด้วยเพื อให้เกิดความมัน เรียบสวยงาม
12.3 ผิวพื 0นปูกระเบื 0องเคลือบ ขนาดของแผ่นตามที กําหนดในแบบ โดยพื 0นที จะปูกระเบื 0องต้องได้ระดับ หรือเอียงระบายนํ 0าได้ดีตามกําหนด พร้ อมทําผิวหน้าขรุขระเพื อการยึดติดของกระเบื 0องไว้เรียบร้ อยแล้ว เมื อปู เสร็จให้ยาแนวด้วยปูนยาแนวสีกลมกลืน กับสีของกระเบื 0อง
12.4 ผิวพื 0นปูแผ่นกระเบื 0องยาง เป็ นกระเบื 0องยางชนิดไม่มีส่วนผสมของแร่ใยหิน (Asbestos Free) ความหนาของแผ่นกระเบื 0องยางไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร ขนาดของแผ่นตามที กําหนด พื 0นผิวที จะปูต้องมี ผิวหน้าเรียบขัดมันอย่างดีแห้งสนิท การปูกระเบื 0องยางให้ใช้กาวสําหรับงานปูกระเบื 0องยางเท่านั 0น (กาวขาว) เมื อปูแล้วให้กลิ 0งทับด้วยลูกกลิ 0งขนาดนํ 0าหนัก 50 กิโลกรัม จนกระเบื 0องยางติดกับพื 0นโดยทั วเสมอกัน
เรียบร้อยดี ขอบเรียบเสมอกันเดินไม่รู้สึกว่ามีช่องว่างใต้แผ่นพร้อมให้ลง WAX สําหรับขัดพื 0นทับผิวหน้าด้วย เพื อให้เกิดความมันเรียบสวยงาม
12.5 พื 0นผิวเคลือบ Epoxy โดย Epoxy ที ใช้เคลือบผิวหน้าประกอบด้วยส่วนผสมของ Resin Polymer กับ Hardener (ตัวทําให้แข็งตัว) ผสมกันในอัตราส่วน 4:1:5 กวนให้เข้ากันดีทิ 0งไว้ 20 นาที ก่อน นําไปเคลือบหรือทาใช้ทาให้หมดภายในเวลาไม่เกิน 6 ชั วโมง (ที อุณหภูมิ 25 องศา ) การเคลือบอาจใช้พ่น ด้วยเครื องพ่นไร้ อากาศ แปรง หรือลูกกลิ 0งก็ได้ ทั 0งนี 0 ให้ได้ความหนาของชั 0นเคลือบ Epoxy ไม่น้อยกว่า 1 มิลลิเมตร (ทาทับประมาณ 3 ครั 0ง แต่ละครั 0งเว้นเวลาห่างกัน 7 ชั วโมง) เมื อแห้งเรียบร้อยแล้วมีความแข็ง มี
คุณสมบัติทนทานต่อการเสียดสี ทนแรงกระแทก และทนทานต่อสารเคมี การเตรียมพื 0นผิวปูนที จะเคลือบ Epoxy ให้ทําผิวแต่งเรียบหรือขัดหยาบ (ห้ามทําผิวขัดมัน) และอุดรอยแตกร้าวบนพื 0นให้เรียบร้อยทั 0งหมด เสียก่อนด้วย
13. งานทาสี
ให้ทาสีอาคารและสิ งก่อสร้างรวมทั 0งท่อเหล็กและอุปกรณ์ตามที กําหนดไว้ในแบบแปลนและที แลเห็น และสามารถทาสีได้ รวมทั 0งท่อเหล็กและอุปกรณ์ที มีข้อกําหนดเฉพาะให้ทาสีประเภทอื นๆ ที ไม่อยู่ในหมวด งานทาสี
สําหรับพื=นที หรือส่วนที แลเห็นได้และไม่ต้องทาสี มีดังนี=
(1) ผิวพื 0นคอนกรีตที มิได้ระบุการทาผิว
(2) ผิวกระเบื 0องเซรามิค โมเสค กระเบื 0องยาง
(3) ผิววัสดุป้ องกันเสียง (Acoustical Material)
(4) วัสดุมุงหลังคา
(5) รั 0วลวดหนามและเสารั 0วลวดหนาม ที เป็ นคอนกรีต
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 24/44
(6) ผิวภายในของโครงสร้างที ใช้กักเก็บนํ 0า
(7) เสาไฟฟ้ า โคมไฟ
(8) โครงสร้างสะพาน คสล. เสาคสล.รับท่อ บ่อพัก บ่อแห้งและบ่อติดตั 0งอุปกรณ์ต่างๆ อุปกรณ์หรือ วัสดุสําเร็จรูปที ผ่านการ อบ ชุบ เคลือบทาสีหรือทําผิวสําเร็จรูปและอยู่ในสภาพเรียบร้อยมาก่อน แล้ว
13.1 คุณสมบัติของสีแบ่งตามลักษณะพื=นผิวที ทา
13.1.1 สีทาผิวปูนซีเมนต์ ยิบซั มบอร์ด วัสดุแผ่นเรียบ หรือวัสดุที เลียนแบบไม้ธรรมชาติ เช่น ไฟเบอร์ซีเมนต์
- สีรองพื 0นให้ใช้สีประเภทรองพื 0นสําหรับผิวปูน ตาม มอก.1123 หรือ มอก.ฉบับ ล่าสุดที ทางราชการออกให้ ซึ งมีคุณสมบัติกันด่างและกันเชื 0อราทาครั 0งแรกโดยมี ความหนาของสีเมื อแห้งไม่ตํ ากว่า 30 ไมครอน
- สีทาทับหน้าให้ใช้สีอิมัลชัน ชนิดทนสภาวะอากาศ ตาม มอก.2321 หรือ มอก.ฉบับ ล่าสุดเกรด PREMIUM สําหรับทาภายนอกและภายใน ซึ งมีคุณสมบัติในการ ต่อต้านเชื 0อราและคงทนต่อสภาพดินฟ้ าอากาศ ทาทับหน้า 2 ครั 0ง โดยมีความหนา ของสีเมื อแห้งแต่ละชั 0นไม่ตํ ากว่า 30 ไมครอน
13.1.2 ทาสีผิวไม้ - สีรองพื 0นให้ใช้สีรองพื 0นสําหรับผิวไม้ ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับ มอก.328 หรือ มอก.ฉบับ ล่าสุดที ทางราชการออกให้ทาครั 0งแรกโดยมีความหนาของสีเมื อแห้งไม่ตํ ากว่า 30 ไมครอน และทารองพื 0นครั 0งที 2 ใช้สีชนิดเดิมโดยมีความหนาของสีเมื อแห้งไม่ตํ า กว่า 35 ไมครอน
- สีทาทับหน้า ให้ใช้สีเคลือบเงาผลิตภัณฑ์ตาม มอก.327 หรือ มอก.ฉบับล่าสุดที ทางราชการออกให้ ทาทับ 2 ครั 0ง โดยมีความหนาเมื อแห้งแล้วแต่ละชั 0น ไม่ตํ ากว่า 30ไมครอน
13.1.3 สีทาผิวโลหะ - สีรองพื 0นโลหะ ทาครั 0งแรกด้วยสีรองพื 0นสําหรับผิวโลหะ ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับ มอก.389 หรือ มอก. ฉบับล่าสุดที ทางราชการออกให้ ซึ งมีคุณสมบัติป้ องกันสนิม โดยมีความหนาของสีเมื อแห้งไม่ตํ ากว่า 30 ไมครอน และทาทับครั 0งที 2 ด้วยสี ประเภทเดียวกันโดยมีความหนาของสีเมื อแห้งแล้วไม่ตํ ากว่า 35 ไมครอน
- สีทาทับหน้าให้ใช้สีเคลือบเงาผลิตภัณฑ์ตาม มอก.327 หรือ มอก.ฉบับล่าสุดที ทาง ราชการออกให้ทาทับ 2 ครั 0ง โดยมีความหนาของสีเมื อแห้งแล้วแต่ละชั 0นไม่ตํ ากว่า 30 ไมครอน
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 25/44
13.1.4 แลคเกอร์วานิช สําหรับทาผิวไม้ภายในอาคาร - การทาแลคเกอร์หรือนํ 0ามันวานิช บนผิวไม้ครั 0งแรกผสมนํ 0ามันสนร้อยละ 10 ครั 0ง ต่อไปให้ทานํ 0ามันวานิชที ไม่ผสมนํ 0ามันสนทับอีก 2 ครั0ง
13.2 งานทาสีท่อและอุปกรณ์ภายในบริเวณ
งานทาสีท่อและอุปกรณ์ภายในบริเวณ ที ใช้ในกระบวนการผลิตนํ 0าประปาซึ งประกอบกับ อาคารภายในบริเวณ (เพื อแยกประเภทการใช้) ในกรณีที ไม่ได้ระบุในแบบแปลนหรือรายการประกอบ ให้ทาสีท่อเหล็กและอุปกรณ์ ดังนี 0
13.2.1 สีรองพื 0นโลหะ ทาครั 0งแรกด้วยสีรองพื 0นสําหรับผิวโลหะ ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับ มอก.389 หรือ มอก.ฉบับล่าสุดที ทางราชการออกให้ ซึ งมีคุณสมบัติป้ องกันสนิม โดยมีความหนาของสีเมื อแห้งไม่ตํ า กว่า 30 ไมครอน และทาทับครั 0งที 2 ด้วยสีประเภทเดียวกันโดยมีความหนาของสีเมื อแห้งแล้วไม่ตํ ากว่า 35 ไมครอน
13.2.2 สีทาทับหน้าให้ใช้สีเคลือบเงา ผลิตภัณฑ์ตาม มอก.327 หรือ มอก.ฉบับล่าสุดที ทาง ราชการออกให้ทาทับ 2 ครั 0ง โดยมีความหนาของสีเมื อแห้งแล้วแต่ละชั 0นไม่ตํ ากว่า 30 ไมครอน โดยให้ทาสี ตามที กําหนด ดังนี 0 - ท่อนํ 0าดิบ ท่อนํ 0าเข้ากรอง ท่อนํ 0ากรองทิ 0ง ให้ทาสีเทา - ท่อนํ 0าใส ท่อนํ 0าขึ 0นถัง ให้ทาสีเขียว - ท่อนํ 0าล้างกรอง ท่อจ่ายนํ 0า ให้ทาสีนํ 0าเงิน - ท่อนํ 0าล้างกรองทิ 0ง ให้ทาสีแดง - ท่อนํ 0าล้างหน้าทราย ให้ทาสีส้ม - ท่ออากาศล้างกรอง ท่อนํ 0าล้น ให้ทาสีเหลือง - ท่อระบายนํ 0าทิ 0ง ให้ทาสีนํ 0าตาล
ส่วนรายละเอียดเฉดสีให้อ้างอิงตาม ข้อกําหนดงานทาสีสําหรับงานทาสีอาคาร และงานทาสีท่อ 13.3 การเตรียมผิววัสดุที จะทา
การเตรียมผิววัสดุที จะทา ผิววัสดุที ทาจะต้องสะอาดปราศจากคราบนํ 0ามัน สนิมหรือสิ งสกปรก อื นใดและได้รับการอุดหรือแต่งผิวให้เรียบร้อยแล้วด้วยวัสดุที เหมาะสมกับวัสดุที จะทานั 0น ๆ 13.4 การทาสีให้ถือปฏิบัติตามกรรมวิธีและคําแนะนําของบริษัทผ้ผลิตโดย ู เคร่งครัด
การทาสีให้ถือปฏิบัติตามกรรมวิธีและคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิตโดยเคร่งครัดสีรองพื 0นให้ใช้ ตรงกับชนิดของสี ยี ห้อที กําหนดในการทาทุกครั 0ง สีรองพื0นและสีทาทับหน้าต้องเป็ นยี ห้อเดียวกัน
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 26/44
13.5 การรับรองคุณภาพของสีที ใช้
การรับรองคุณภาพของสีที ใช้ผู้รับจ้างจะต้องนําหนังสือรับรองการสั งซื 0อสี จากบริษัทผู้ผลิตหรือ ตัวแทนจําหน่ายสีมาแสดงให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบก่อนดําเนินการทาสี
13.6 ตัวทําละลายของงานทาสีเคลือบเงา (สีนํ=ามัน)
ตัวทําละลายของงานทาสีเคลือบเงา (สีนํ 0ามัน) เพื อเป็ นการป้ องกันการกัดกร่อน หรือมีผล อย่างหนึ งอย่างใดต่อท่อนํ 0าประปาส่วนที เป็ นเหล็ก จึงกําหนดให้ งานที กําหนดให้ทาสีเคลือบเงา (สีนํ 0ามัน) จะต้องใช้นํ 0ามันสนเป็ นตัวทําละลายเท่านั 0น โดยห้ามใช้ทินเนอร์อย่างเด็ดขาด
13.7 งานทาสี เพื อทําระบบกันซึม
งานทาสี เพื อทําระบบกันซึมส่วนของอาคารที เป็ นหลังคา คสล.หรือส่วนที เป็ นกันสาด คสล. และตามแบบแปลนกําหนดให้ทาสีกันซึม ให้ปฏิบัติดังนี 0
13.7.1 ให้ทาสี เพื อทําระบบกันซึมเฉพาะส่วนที เป็ นพื 0นกันสาด คสล. หรือผิวบนของหลังคา คสล.เท่านั 0นส่วนที เป็ นคาน คสล. ไม่ต้องทาสีกันซึม
13.7.2 สีทากันซึม เป็ นวัสดุกันซึมประเภทอะครีลิคที มีความยืดหยุ่นตัวได้สูงถึง 500 เปอร์เซ็น ไร้รอยต่อกันนํ 0าได้ 100 เปอร์เซ็น ใช้สําหรับทาเคลือบผิวคอนกรีตเพื อป้ องกันการรั วซึมช่วยปกปิ ดรอยแตกร้าว ของคอนกรีตที เกิดจากการเปลี ยนแปลงของอุณหภูมิได้ดี สามารถทนต่อแสงแดดทนต่อสภาพอากาศที รุนแรง และรับแรงเสียดสีจากการสัญจรได้ คุณภาพเทียบเท่าผลิตภัณฑ์ Roofseal โดยเฉดสีที กําหนดให้ทาคือสีเทา
13.7.3 การทา จะทาด้วยแปรงใช้ลูกกลิ 0ง หรือการพ่นก็ได้
13.7.4 กรรมวิธีการทาสี เพื อทําระบบกันซึม
(1) เตรียมพื 0นผิวที จะทาให้สะอาดปราศจากฝุ่ นผงและสิ งสกปรกต่างๆ และผิวต้อง แห้งสนิท
(2) หากมีรอยร้าว ต้องอุดรอยร้าวให้เรียบร้อยก่อนด้วยวัสดุ Sealant
(3) ทาวัสดุ Roofseal เป็ นชั 0นรองพื 0นก่อนจํานวน 1 เที ยว ขณะที สียังไม่แห้งให้ปู ตาข่ายหรือไฟเบอร์ คุณภาพเทียบเท่าผลิตภัณฑ์โดยให้ตาข่ายไฟเบอร์ฝังลงใน
เนื 0อของสี Roofseal ขอบของตาข่ายไฟเบอร์ที วิ งไปชนกับผนังแนวตั 0งหรือขอบ
ของคานในแนวตั 0งให้ ปูตาข่ายไฟเบอร์พับขอบยกขึ 0นไปในแนวตั 0ง สูง 15 เซนติเมตร ทุกด้าน โดยที ปลายของขอบตาข่ายไฟเบอร์ในแนวตั 0ง ให้กรีดแนว
ผนังหรือข้าคานให้เป็ นร่องลึกประมาณ 1 เซนติเมตร เพื อฝังขอบตาข่ายนี 0เข้าไป
ไว้ในผนังหรือคานด้วย
(4) ทาวัสดุ Roofseal ทับอีก 2 เที ยว ทุกบริเวณที ปูตาข่ายไฟเบอร์ และตามแนวริม ขอบในแนวตั 0งตลอดแนว ทิ 0งไว้ให้แห้งโดยไม่ใช้งานไม่น้อยกว่า 24 ชั วโมง (บ่มตัว
เต็มที 7 วัน)
(5) ห้ามใช้สีทากันซึมกับบริเวณที ต้องแช่นํ 0า หรือขังนํ 0าตลอดเวลา
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 27/44
13.8 ข้อกําหนดเพิ มเติม เพื อเป็ นการสร้างความมั นใจให้แก่ผ้ว่าจ้าง (กปภ.) ู ข้อกําหนดเพิ มเติม เพื อเป็ นการสร้างความมั นใจให้แก่ผู้ว่าจ้าง (กปภ.) ว่าจะได้สีที มีคุณภาพ และมีมาตรฐานผลิตจากโรงงานผู้ผลิตสียี ห้อนั 0นๆ ตามที กําหนด จึงกําหนดให้ผู้รับจ้างต้องส่งสําเนา ใบเสร็จรับเงิน หรือสําเนาใบส่งของหรือหลักฐานการส่งของที ออกโดยบริษัท หรือโรงงานที ผลิตสียี ห้อนั 0นๆ ที ได้นํามาใช้งานทาสีตามข้อกําหนดนี 0ให้แก่ผู้ว่าจ้างไว้เป็ นหลักฐานประกอบการส่งงวดงาน (ผ่านทาง ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง)
- งานปลูกต้นไม้
ให้ปลูกต้นไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้คลุมดินและหญ้าตามชนิดและตําแหน่งที กําหนดไว้ในแบบแปลนหรือ ผังบริเวณแสดงตําแหน่งอาคาร โดยมีรายละเอียดดังนี 0
14.1 ขอบเขตของงาน
14.1.1 ผู้รับจ้าง จะต้องทําความเข้าใจกับแบบและผังบริเวณที กําหนดการปลูกต้นไม้ ระยะ และขอบเขตการปลูกตามวัตถุประสงค์ของสถาปนิก หากมีปัญหาอุปสรรคหรือข้อขัดแย้งใดให้แจ้งทาง ผู้ควบคุมงานทราบก่อนเพื อหาข้อยุติก่อนการลงมือปลูก
14.1.2 ผู้รับจ้าง จะต้องขนย้ายเศษวัสดุ วัชพืช และสิ งไม่พึงประสงค์อื นใดในบริเวณนําไปทิ 0ง ภายนอกบริเวณที ก่อสร้าง
14.1.3 ผู้รับจ้าง จะต้องปักผังและตรวจสอบการปักผังให้ถูกต้อง และให้ถือระดับการถมดินที แสดงในแบบผังบริเวณเป็ นระดับที จะปลูกต้นไม้ ต้นไม้ยืนต้นไม่ควรปลูกบริเวณที ลาดดินถม 14.1.4 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบงานระบบระบายนํ 0า สําหรับต้นไม้ ไม้พุ่มและสนามหญ้า ทั 0งหมดให้สามารถระบายนํ 0าได้ดี โดยไม่มีผลเสียหายเกิดขึ 0นกับต้นไม้
14.2 การคัดเลือกต้นไม้
14.2.1 ต้นไม้ใหญ่ ไม้พุ่ม และไม้คลุมดินทุกชนิดจะต้องงาม แข็งแรงและขึ 0นตามสภาวะ ธรรมชาติปราศจากแมลงและโรค
14.2.2 การวัดเส้นผ่าศูนย์กลางต้นไม้ จะวัดจากโคนเหนือระดับดินธรรมชาติ 300 มิลลิเมตร 14.2.3 ต้นไม้ที มีขนาดใหญ่กว่ากําหนดในแบบอาจนํามาใช้ได้ แต่ผู้รับจ้างจะคิดราคาเพิ มขึ 0น จากที เสนอไว้เดิมไม่ได้
14.2.4 การเปลี ยนแปลงต้นไม้ที ตายหรือไม่ได้ขนาด หรือรูปทรงตามที ระบุในแปลนควร กระทําในเวลา 15 วัน หลังจากผู้รับจ้างได้รับแจ้งจากสถาปนิกหรือผู้ควบคุมงาน ไม้พุ่มและไม้คลุมดินควร เปลี ยนภายใน 7 วัน หลังจากได้รับการแจ้ง
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 28/44
14.3 การปลูกไม้ใหญ่ ปาล์ม และต้นไม้เล็ก
14.3.1 ผู้รับจ้างจะต้องทําการขุดหลุมปลูกต้นไม้ใหญ่ ให้ได้ขนาดหลุมตามกําหนดในแปลน หรือเท่ากับความสูงของตุ้มดิน โดยให้ขุดหลุมที เป็ นดินดี ให้กองไว้ที ปากหลุมได้ ดินก้นหลุมที ปะปนเศษวัสดุ ก่อสร้าง ให้ขนไปทิ 0งนอกบริเวณ
14.3.2 การแต่งผิวหน้าหลุมปลูก หลังจากการปลูกแล้ว จะต้องทําการเก็บสิ งสกปรก ดินปลูก เศษวัสดุต่างๆออกไปเมื อรดนํ 0าทิ 0งไว้ครบ 3 วันแล้วให้ทําการแต่งพรวนหรือเสริมดินผิวหน้าหลุด 14.3.3 การคํ 0าจุนต้นไม้ จะต้องกระทําทันทีหลังการปลูก และหลังจากการใส่ไม้คํ 0าจุนแล้ว ต้นไม้จะต้องตั 0งตรงแผ่กิ งก้านได้ตามปกติ ไม้คํ 0าจุนจะต้องเรียงแข็งไม่ผุกร่อน
14.4 การปลูกหญ้า
14.4.1 การเตรียมดินปลูกหญ้า ให้เตรียมโดยการไถพรวน หรือขุดด้วยจอบลึก 150 มิลลิเมตร พร้อมทั 0งเก็บเศษวัสดุ ขยะมูลฝอย รวมทั 0งวัชพืชออกให้หมดก่อนการบดอัดด้วยลูกกลิ 0ง การปรับระดับสนาม อาจใช้ทรายละเอียดโรยไว้เป็ นการปรับให้เรียบ แต่ไม่ควรหนาเกิน 20 มิลลิเมตร
14.4.2 ชนิดของหญ้ า หญ้ าที ใช้ปลูกในบริเวณให้เป็ นไปตามกําหนดในแบบหรือตามที สถาปนิกกําหนด การปูใช้วิธีปูเป็ นแผ่นแผ่นหญ้าจะต้องมีขนาด 500x1000 มิลลิเมตร ที มีหญ้าเขียวสดชุ่ม ชื 0นไม่ขาดริม ไม่โหว่กลาง ดินที ติดมากับหญ้าต้องมีความสมํ าเสมอ หญ้าที เหลืองแห้งหรือไม่สมบูรณ์จะถูก คัดออก ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมดินสนามให้พร้ อมที จะปูได้จึงนําหญ้าเข้ามาในบริเวณ หญ้าที นํามากองไว้ เกิน 3 วัน จะถูกคัดออกเช่นกัน
14.4.3 ก่อนทําการปู จะต้องปรับผิวดินให้เรียบและรดนํ 0าให้ชุ่มชื นไม่เละ ผิวดินที เสียหายหรือ ถูกชะโดยฝนหรือนํ 0าจะต้องปรับผิวหน้าใหม่ การปูหญ้าจะต้องปูให้รอยขอบต่อแผ่นชิดสนิทและเรียบเสมอ กัน ขอบเข้ามุมหรือโค้งจะต้องตัดให้เรียบคมด้วยมีดหรือกรรไกรเมื อปูเสร็จแล้วให้รดนํ 0าให้ชุ่มแล้วใช้ลูกกลิ 0ง บดให้แผ่นหญ้าแนบแน่นกับผิวของดินเดิม
14.5 การดูแลรักษาต้นไม้และสนามหญ้าในระหว่างความรับผิดชอบของผ้รับจ้าง ู ผู้รับจ้างจะต้องดูแลรับผิดชอบต้นไม้และสนามหญ้าต่อไปเป็ นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 120 วัน หลังจากการรับงานงวดสุดท้ายแล้ว
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 29/44
กปภ. 01-2558 งานก่อสร้างทั วไป หมวด ง งานดิน - งานขุดดิน
1.1 งานขุดดินจะต้องขุดให้ได้ลักษณะ ขนาด แนว ระดับ และความลาดชัน ตามที กําหนดให้ในแบบ และต้องป้ องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อสิ งก่อสร้างที อยู่นอกเขตแนวการขุดดินนั 0น 1.2 วัสดุที ขุดออกมานี 0เป็ นสมบัติของผู้ว่าจ้าง ซึ งอาจนํามาใช้ประโยชน์ได้ถ้ามิได้กําหนดไว้เป็ น อย่างอื น ผู้รับจ้างจะต้องขนออกไปกองเก็บไว้ในที ซึ งผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างกําหนดให้ภายในบริเวณการ ประปา ส่วนวัสดุที มิอาจใช้ประโยชน์ได้จะต้องนําออกจากบริเวณที ขุดโดยขนไปทิ 0งไว้ในที ซึ งผู้ว่าจ้างหรือ ผู้แทนผู้ว่าจ้างกําหนด โดยสถานที ๆ ทิ 0งวัสดุดังกล่าวจะต้องไม่กีดขวางทางคมนาคมและทางนํ 0าธรรมชาติ หรือทางนํ 0าที ก่อสร้ างขึ 0นเพื อวัตถุประสงค์ทางชลประทาน และต้องไม่ทําความเสียหายต่อโครงสร้ างใดๆ ทั 0งนี 0ค่าขนย้ายให้รวมอยู่ในงานขุดดิน
1.3 ในการขุดดินลึกๆ หรือลาดชัน ผู้รับจ้างจะต้องทําการคํ0ายันเพื อป้ องกันไม่ให้เกิดการพังทลายของ ดินซึ งอาจเป็ นอันตรายต่อคนงานและกระทบกระเทือนต่อการก่อสร้ างได้ โดยจะต้องเสนอ Shop Drawing การคํ 0ายันรวมทั 0งการวิเคราะห์เสถียรภาพของลาดดินขุดมีสัดส่วนความปลอดภัย ตามมยผ.1911 ให้ผู้ว่าจ้าง พิจารณาก่อนดําเนินการ
1.4 ถ้าขุดดินลึกหรือกว้างเกินไปหรือมีวัสดุนอกเขตแนวการขุดเกิดการเคลื อนหรือเลื อนไหล ผู้รับจ้าง จะต้องแก้ไขตกแต่งให้ได้ขนาด ระดับ และแนวตามที กําหนดให้ในแบบโดยความเห็นชอบของผู้ว่าจ้างหรือ ผู้แทนผู้ว่าจ้าง และค่าใช้จ่ายในการแก้ไขนี 0เป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น
1.5 ผู้รับจ้างจะต้องหาวิธีระบายนํ 0าในการขุดดินทุกชนิดในกรณีที อาจเกิดความเสียหายในงาน ก่อสร้ างและต้องระมัดระวังให้เกิดความมั นคงปลอดภัยของดินด้านข้างถ้าปรากฏความเสียหายเกิดขึ 0น เนื องจากการระบายนํ 0า เช่น อาคารข้างเคียงเสียหายหรือฐานรากพังทลาย ผู้รับจ้างต้องแก้ไขให้อยู่ในสภาพ ดีดังเดิม และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี 0ทั 0งสิ 0น
1.6 ถ้าขุดพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ซากดึกดําบรรพ์หรือแร่ที มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ให้ผู้รับจ้างหยุด ขุดแล้วแจ้งผู้ควบคุมงานก่อสร้าง เพื อแจ้งกรมศิลปากรหรือกรมทรัพยากรธรณี ต่อไป
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 30/44 - งานถมดิน
2.1 งานถมดินปรับบริเวณ
บริเวณที จะทําการก่อสร้ าง ผู้รับจ้างต้องทําการขุดตอ รากไม้ ไม้เบ็ญจพรรณ วัชพืชและวัตถุ อื นๆ ตามที ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างกําหนด โดยผู้รับจ้างต้องขนย้ายไปทิ 0ง ณ บริเวณที ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทน ผู้ว่าจ้างได้กําหนดไว้ ค่าใช้จ่ายในการนี 0ทั 0งหมดเป็นของผู้รับจ้าง
ในกรณีที ถมดินลงในบ่อลึกหรือในคูที มีนํ 0าขัง ผู้รับจ้างจะต้องสูบนํ 0าออกให้หมดเสียก่อนพร้อม ลอก ดินโคลนจนถึงผิวดินเดิมก้นบ่อ
ถ้ามิได้กําหนดไว้เป็ นอย่างอื น วัสดุที ใช้เป็ นดินถมจะต้องเป็ นดินที ได้รับความเห็นชอบจาก ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างก่อนจึงจะนําไปใช้ได้ การถมจะถมเป็ นชั 0นๆ แต่ละชั 0นหนาไม่เกิน 40 เซนติเมตร (ก่อนการบดอัด) และบดอัดแน่น
2.2 งานถมคันดิน คันสระเก็บนํ=าและขอบลาดดินถม
2.2.1 ก่อนการถมคันดินผู้รับจ้างต้องทําการถางป่ า ปรับพื 0นที และขุดลอกหน้าดิน ซึ งหมาย รวมถึง วัชพืช รากไม้ เศษขยะ อินทรีย์วัตถุและสิ งไม่พึงประสงค์ออกให้หมด หน้าดินที ขุดลอกออกมานี 0ห้าม นํากลับมาใช้ทําคันดิน
2.2.2 วัสดุที ใช้ทําคันดินจะต้องมีคุณสมบัติสมํ าเสมอ โดยจะต้องเป็ นดินเหนียวหรือลูกรังชนิด ละเอียดปนดินเหนียวซึ งมีวัสดุละเอียดผ่านตะแกรงเบอร์ 200 U.S. Standard ไม่น้อยกว่า 25 เปอร์เซ็น โดย นํ 0าหนักค่า Plasticity Index ไม่น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็น มีกรวดและหินปนอยู่ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็น โดยนํ 0าหนัก และขนาดเม็ดวัสดุที ใหญ่ที สุดไม่เกิน 2 นิ 0ว กรณีผู้รับจ้างไม่สามารถหาวัสดุตามที กําหนดได้ วัสดุที นํามาใช้ จะต้องเป็ นวัสดุคัดเลือกที ได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างก่อนจึงจะสามารถนํามาใช้ได้
2.2.3 การถมและบดอัดคันดินจะต้องทําเป็ นชั 0นๆ แต่ละชั 0นจะต้องบดอัดให้มีความแน่นแห้ง อย่างน้อย 95 เปอร์เซ็น ของความแน่น (Standard Compaction Test) ตามวิธีทดสอบความแน่นแบบ มาตรฐาน มยผ. 2201
2.2.4 การควบคุมปริมาณความชื 0นในขณะทําการบดอัดแต่ละชั 0น จะต้องควบคุมดินที ถมให้มี ความชื 0นคลาดเคลื อนไม่เกิน + 3 เปอร์เซ็น ของความชื 0นที Optimum Moisture Content ตามวิธีการ ทดสอบความแน่นแบบมาตรฐาน มยผ. 2201 เสียก่อนแล้วจึงบดอัดได้
2.2.5 วิธีการควบคุม การบดอัดดินให้ปฏิบัติตามข้อ 3.
2.2.6 การถมคันดิน คันสระเก็บนํ 0าและขอบลาดดินถมจะต้องถมให้ได้ระดับ แนวและความ ลาดชันตามที กําหนดในแบบ
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 31/44 - การบดอัดดิน
3.1 การบดอัดดิน จะต้องนําดินที มีคุณสมบัติตามที กําหนดมาเกลี ยเป็ นชั 0นแล้วบดอัดด้วยเครื องมือ ที เหมาะสมเพื อให้มีความหนาแน่นเป็ นเนื 0อเดียวกันโดยตลอด ปราศจากปูดโค้ง โพรง หรือหลุดลอกเป็ นแผ่น โดยเครื องจักรที เหมาะสมสําหรับใช้บดอัดดินแต่ละชนิด มีรายละเอียดดังนี 0
3.1.1 รถบดล้อเหล็ก (Smooth wheel rollers) เหมาะสําหรับการใช้บดอัดดินพวก granular soil ได้แก่ กรวด ทราย หินย่อย
3.1.2 รถบดล้อยาง (Pneumatic-tyred rollers) เหมาะกับการบดอัด granular soil ที มีเม็ด ละเอียดโดยเฉพาะอย่างยิ ง ทรายที มีขนาดเม็ดดินไล่เลี ยกัน หรือดินเหนียวที มีความชื 0นตํ าโดยมีความชื 0นที Plastic limit ประมาณ 2 ถึง 4 เปอร์เซ็น
3.1.3 รถบดตีนแกะ (Sheepfoot rollers) เหมาะสําหรับการบดอัดดิน Cohesive soil (ดินเหนียว) ที มีความชื 0นใกล้เคียงกับความชื 0นที ความแน่นแห้งสูงสุด
3.1.4 รถบดสั นสะเทือน (Vibrating rollers) เหมาะสําหรับบดอัดดินพวก granular soil เช่น ทรายหรือกรวดปนทราย นิยมใช้บริเวณที มีพื 0นที จํากัด เช่น คอสะพาน หรือดินถมหลังท่อ 3.1.5 Frog rammer สามารถบดอัดดิน non – cohesive ได้ค่อนข้างหนาสําหรับดินเหนียว ความหนาการบดอัดไม่ควรเกิน 15 เซนติเมตร เหมาะกับการบดอัดดินในบริเวณพื 0นที จํากัดที รถบดชนิดอื น ไม่สามารถทํางานได้
3.2 ดินที บดอัด ต้องได้รับการคลุกเคล้าจนมีคุณสมบัติสมํ าเสมอกันโดยตลอดทั 0งชั 0นที บดอัด โดยดิน นั 0นจะต้องมีความชื 0นคลาดเคลื อนไม่เกินกว่าที กําหนดในข้อ 2.2.4 และก่อนบดอัดจะต้อง ตรวจสอบ ความชื 0น ของดินที ใช้งานก่อนถ้าดินมีความชื 0นน้อยกว่าเกณฑ์จะต้องเพิ มความชื 0นโดยพ่นนํ 0าเป็ นฝอยลงบน ดินอย่างสมํ าเสมอแล้วคลุกเคล้าจนได้ความชื 0นตามต้องการ ในกรณีที ดินมีความชื 0นมากกว่าเกณฑ์การบด อัดจะต้องหยุดและทําการตากดินนั 0นจนได้ความชื 0นตามเกณฑ์แล้วจึงจะทําการบดอัดดินต่อไปได้
3.3 นําดินที จะบดอัดมาโรยเกลี ยเป็ นชั 0นตามแนวราบโดยกําหนดให้ดินแต่ละชั 0น เมื อบดอัดได้ที แล้ว มีความหนาดังนี 0
3.3.1 เมื อใช้ลูกกลิ 0งตีนแกะ ดินแต่ละชั 0นต้องหนาไม่มากกว่า 2 ใน 3 ของความยาวของตีนแกะ แต่ไม่เกิน 15 เซนติเมตร
3.3.2 เมื อใช้ เครื องบดอัดชนิดอื น ความหนาของดินแต่ละชั 0นที บดอัดแล้ วจะหนาไม่เกิน 15 เซนติเมตร
3.4 การบดอัดดินในชั 0นต่อไป ถ้าผิวหน้าดินในชั 0นที บดอัดไว้แล้วแห้งและเรียบต้องทําให้ชื 0นและมี ผิวหน้าขรุขระ เพื อที จะได้ทําให้ดินที จะบดอัดดินในชั 0นต่อไปเชื อมเป็ นเนื 0อเดียวกัน 3.5 ดินที บดอัดแล้วแต่ละชั 0นจะต้องมีความแน่นแห้ง (Dry Density) ไม่น้อยกว่าเกณฑ์กําหนด
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 32/44
3.6 ผู้รับจ้างจะต้องทําการทดสอบความแน่นแห้งของดินที บดอัดตามมาตรฐานที กําหนด ทั 0งนี 0ในการ บดอัดดินแต่ละชั 0นจํานวนของการทดสอบ 1 จุดต่อทุกความยาวประมาณ 200 เมตร แต่ต้องไม่น้อยกว่า 1 จุดต่อการบดอัดแต่ละชั 0น ส่วนตําแหน่งที ทดสอบจะกําหนดโดยผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง และถ้า บริเวณที บดอัดใดมีความแน่นตํ ากว่าเกณฑ์กําหนด ผู้รับจ้างต้องบดอัดใหม่จนได้ความแน่นตามกําหนด
3.7 ค่าใช้จ่ายใดๆในการตรวจสอบบดอัดดินตามที ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างกําหนดให้จะเป็ นของ ผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 33/44
กปภ. 01-2558 งานก่อสร้างทั วไป หมวด จ งานป้ องกันการกัดเซาะ
ข้อกําหนดนี 0ครอบคลุมถึงงานป้ องกันการเซาะทั 0งจากนํ 0าฝนในพื 0นที ที ลาดชันทางระบายนํ 0าหรือจาก กระแสนํ 0าบริเวณริมตลิ ง ตลอดจนบริเวณที กําหนดในแบบแปลน - งานปลูกหญ้า
1.1 วัตถุประสงค์ในการปลูกหญ้านี 0 เพื อป้ องกันการกัดเซาะ(Erosion)โดยเฉพาะการกัดเซาะของนํ 0า บริเวณเชิงลาดของคันดิน
1.2 ชนิดของหญ้าที นํามาปลูก จะต้องเป็ นพันธุ์หญ้าที หาได้ง่ายในท้องถิ น มีลักษณะรากกระจาย ออกเป็ นวงกว้างสามารถยึดเกาะกับเนื 0อดินได้เป็ นอย่างดีและเป็ นพันธุ์ที ทนทานต่อสภาพดินฟ้ าอากาศใน ท้องถิ นนั 0น หรือตามที กําหนดในสัญญา ฯ
1.3 ก่อนการปลูกหญ้า ผู้รับจ้างจะต้องนําเอาหน้าดิน (Top soil) มาถมและบดอัดแน่นในบริเวณที ต้องการจะปลูกตามที ระบุในแบบให้มีความหนาประมาณ 15 เซนติเมตร แล้วนําพันธุ์หญ้ามากระจายปลูก ออกให้ทั วพื 0นที ที ต้องการปลูกในระยะห่างกันพอสมควร โดยกะประมาณว่าหญ้าจะเจริญงอกงามออกปก คลุมทั 0งบริเวณในช่วงเวลาอันสั 0น หลังจากนั 0นดูแลรักษาให้ความชื 0นเป็ นระยะๆ จนกว่าต้นหญ้าจะเจริญงอก งามและแพร่กระจายไปคลุมพื 0นที ที กําหนด - งานคอนกรีตดาด
2.1 พื 0นดินที รองรับคอนกรีตดาดจะต้องเป็ นดินเดิมหรือดินถมบดอัดแน่น กรณีที พื 0นดินเดิมเป็ นดินอ่อน ผู้รับจ้างจะต้องขุดลอกดินอ่อนนั 0นออก แล้วถมกลับด้วยวัสดุคัดเลือกที เหมาะสมตามมาตรฐานงานถมดินคัน สระเก็บนํ 0าและขอบลาดดินถม
2.2 ก่อนการถมดินในพื 0นที ลาดเอียงจะต้องตัดดินในพื 0นที ลาดเอียงนั 0นให้เป็ นรูปขั 0นบันไดก่อนถม วัสดุใหม่ลงไป แล้วจึงบดอัดให้ได้ความแน่นไม่น้อยกว่า 95 เปอร์เซ็น ของความแน่นสูงสุดเมื อทดสอบตาม มาตรฐานการทดสอบความแน่นแบบมาตรฐานกรมโยธาธิการ มยผ.2201
2.3 คอนกรีตที ใช้ในการดาดให้เป็ นชนิด ค.3 ตามมาตรฐาน มยผ.1101กําหนดค่า Slump ไม่เกิน 7.5 เซนติเมตร ส่วนผสมของคอนกรีตให้เป็ นไปตามมาตรฐานงานก่อสร้ างกรมโยธาธิการ มยผ.1101 งานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก
2.4 ชุดระบายนํ 0า (Weep hole) ซึ งประกอบด้วย ทราย หิน geotextile และ Filter plugs หรือ Flap Valve จะต้องก่อสร้ างตามแบบและตําแหน่งที ระบุในแบบแปลนหรือรายการประกอบแบบ ทรายและหิน
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 34/44
จะต้องสะอาด แข็งแกร่ง เช่นเดียวกับวัสดุที ใช้ในงานคอนกรีตมีขนาดคละตามที แบบกําหนดการติดตั 0ง Filter Plugs หรือ Flap Valve จะต้องวางให้ผิวด้านหน้าเรียบเสมอกับผิวคอนกรีตที จะดาดในขั 0นสุดท้าย 2.5 ถ้ ามิได้ กําหนดไว้ เป็ นอย่างอื น ขนาดกว้ างยาวของแผ่นคอนกรี ตดาดจะต้ องไม่เกิน 3.0 x 3.0 เมตร - งานหินเรียงและหินเรียงยาแนว
3.1 วัตถุประสงค์ของงานหินเรียงหรือหินเรียงยาแนวเพื อป้ องกันการกัดเซาะจากกระแสนํ 0าในบริเวณ ลาดชันหรือบริเวณที กําหนดในแบบแปลน
3.2 พื 0นดินที จะรองรับการเรียงหินจะต้องปรับแต่งและบดอัดแน่น โดยวิธีการเดียวกับงานคอนกรีต ดาด แล้วใช้ Geotextile ปูรองก่อนการเรียงหิน
3.3 หินที จะต้ องแกร่ง ทนทาน ปราศจากส่วนประกอบของแร่ยิปซั ม แอนไฮไดรท์ หินดินดาด หินเนื 0ออ่อนหรือหินผุ มีรูปร่างค่อนข้างกลมมีส่วนแบนเรียวน้อย ไม่มีรอยแตกร้าวหรือลักษณะอื นใดที แสดงให้ เห็นว่า จะไม่ทนทานต่อการกัดเซาะและมี ถ.พ.ไม่น้อยกว่า 2.65 มีค่าความสึกหรอเมื อทดสอบตามมาตรฐาน มยผ.2209 ไม่เกิน 40 เปอร์เซ็น ตรวจสอบความคงทน (Soundness) สูญเสียไม่เกิน 12 เปอร์เซ็น โดยนํ 0าหนัก เมื อทดสอบด้วยวิธี Sodium Sulphate (ASTM C88)
3.4 นําหินขนาด 15-40 เซนติเมตร มาเรียงให้ชิดกันให้มากที สุดและเสริมช่องว่างของหินด้วยหิน ขนาดเล็กกว่าให้เข้ามุมกันอย่างแน่นหนา พยายามจัดให้ผิวหน้าของหินเรียงได้ระดับสมํ าเสมอกันและได้ ความหนาประมาณ 40 เซนติเมตร หรือตามที แบบกําหนด
3.5 เฉพาะงานหินเรียงยาแนวให้ยาด้านข้างของหินด้วยปูนก่อ ส่วนผสมซีเมนต์ : ทราย 1 : 3 โดย นํ 0าหนักและจะต้องระมัดระวังมิให้ปูนก่อหรือนํ 0าปูนหกลงไปเปื 0อน Geotextile - งานกล่องลวดตาข่ายบรรจุหิน (Gabion และ Matress)
4.1 กล่องลวดตาข่ายบรรจุหิน (Gabion และ Matress) มีลักษณะเป็ นกล่องลวดตาข่ายรูปทรง สี เหลี ยมมีฝาปิ ดภายในบรรจุหินเต็มแต่ละกล่องยึดกับกล่องที อยู่ชิดกันติดต่อกันเป็ นแผงตามรูปแบบที กําหนดในแบบแปลน วัตถุประสงค์เพื อป้ องกันการกัดเซาะหรือป้ องกันการพังทลายของดิน
4.2 ตัวกล่องมีลักษณะเป็ นกล่องลวดตาข่ายเคลือบสังกะสี หรือลวดตาข่ายเคลือบสังกะสีหุ้ม PVC ช่องตาข่ายจะเป็ นรูปหกเหลี ยมต่อกันด้วยการพัน 3 เกลียว ทุกขอบของกล่องลวดตาข่ายจะเสริมโครงลวด ซึ งมีขนาดใหญ่กว่าลวดตาข่ายกรณีที กล่องมีความยาวเกิน 1 เมตร จะต้องมีแนวตาข่าย (Diaphram) กั 0นทุก ระยะ 1 เมตร ตลอดความยาวของตัวกล่อง
4.3 ลวดเหล็กเคลือบสังกะสีที ใช้ประกอบกับกล่องลวดตาข่าย รวมถึงลวดที ใช้พันกล่องระหว่าง ก่อสร้ างจะต้องได้มาตรฐาน มอก.71 “ลวดเหล็กเคลือบสังกะสี” มีค่าความต้านทานแรงดึงไม่น้อยกว่า 40 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 35/44
4.4 ก่อนการติดตั 0งกล่องลวดตาข่าย จะต้องปรับแต่งพื 0นดินบริเวณที จะก่อสร้ างให้เรียบและแน่น เช่นเดียวกับงานหินเรียงแล้วปูรองด้วย Geotextile
4.5 กล่องลวดตาข่ายแต่ละกล่อง จะต้องยึดให้ติดกับกล่องที อยู่ชิดกันโดยการพันลวดยึดแกนกล่อง ทุกด้านที อยู่ชิดกันให้แน่นโดยการพันให้พันลวดเป็ น 2 ทบ 1 ทบ และ 2 ทบ สลับกันไป 4.6 บรรจุหินลงในกล่องให้แน่นที สุดเท่าที จะทําได้จนเต็มแล้วจึงปิ ดฝาปิ ดพันลวดยึดฝากล่อง ด้วย วิธีการตามข้อ 4.4
4.7 หินที บรรจุในกล่องจะต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับหินเรียงยาแนว (ข้อ 3.3)
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 36/44
กปภ. 01-2558 งานก่อสร้างทั วไป หมวด ฉ งานถนน - งานคันทาง (Subgrade)
1.1 งานคันทาง หมายถึง งานก่อสร้างโครงสร้ างส่วนล่างของถนน ซึ งประกอบด้วยการปรับพื 0นที การขุดตัดดิน การถมและบดอัดดินคันทางให้เป็ นตามแบบ
1.2 ก่อนการก่อสร้างคันทางผู้รับจ้างจะต้องปรับพื 0นที บริเวณที จะก่อสร้างโดยการตัดต้นไม้ ขุดตอ กําจัดวัชพืชและสิ งไม่พึงประสงค์อื นๆ ออกให้หมด
1.3 การขุดตัดดิน จะต้องขุดตัดให้ได้ตามแนวและระดับที กําหนดไว้ในแบบ หากเมื อขุดตัดจนถึง ระดับที กําหนดให้แล้ว ถ้าปรากฏว่าคุณภาพทางวิศวกรรมของชั 0นดินที ระดับนั 0นไม่เหมาะสมให้ขุดออกแล้ว ใช้วัสดุอื นที เหมาะสมซึ งได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างใส่แทนที แล้วบดอัดให้แน่น วัสดุ ที ขุดตัดออกมานี 0จะต้องนําไปกองเก็บหรือทิ 0งไว้ในที ที ผู้ควบคุมงานกําหนดให้หรือเห็นชอบ
1.4 การถมคันทาง จะต้องถมให้ได้แนว ระดับ และขนาดตามที กําหนดไว้ในแบบก่อนการถม จะต้องคราดไถผิวดินเดิมที จะรองรับคันทางลงไปให้ลึกไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร แล้วเกลี ยวัสดุที จะถมซึ งมี คุณสมบัติตามที กําหนดในข้อ 1.5 ให้แผ่กว้างเต็มบริเวณที จะถมแล้วจึงบดอัดรวมไปกับดินที คราดไถไว้โดย ความหนาของชั 0นที คราดไถรวมกับวัสดุคันทางจะต้องมีความหนาเมื อบดอัดแล้วไม่เกิน 20 เซนติเมตร ส่วนการ ถมในชั 0นต่อๆ ไป จะต้องถมและบดอัดเป็ นชั 0นๆ ให้มีความหนาในแต่ละชั 0นไม่เกิน 20 เซนติเมตร จนกว่าจะได้ ระดับตามแบบโดยมีความหนาแน่นของการบดอัดในแต่ละชั 0นไม่น้อยกว่า 95 เปอร์เซ็น ของความหนาแน่น สูงสุดตามวิธีการทดสอบความแน่นแบบสูงกว่ามาตรฐาน มยผ. 2202
1.5 วัสดุที ใช้ทําคันทาง จะต้องเป็ นดินปราศจากขยะหรืออินทรีย์วัตถุปะปนอยู่และมีความแน่นแห้ง สูงสุดตามวิธีการทดสอบความแน่นแบบมาตรฐาน มยผ.2201 ไม่ตํ ากว่า 1,440 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 1.6 การทดสอบหาความแน่นของคันทางที บดอัดแล้วในแต่ละชั 0นให้ปฏิบัติตามวิธีการทดสอบหา ค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม มยผ. 2204 ค่าใช้จ่ายเป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น - งานชั=นรองพื=นทาง (Subbase)
2.1 งานชั 0นรองพื 0นทาง หมายถึงงานก่อสร้างชั 0นรองพื 0นทางโดยการถมและบดวัสดุรองพื 0นทางให้ ได้แนวระดับ และขนาดตามที กําหนดไว้ในแบบ
2.2 วัสดุที ใช้ก่อสร้างชั 0นรองพื 0นทาง จะต้องมีคุณสมบัติดังนี 0
2.2.1 เป็ นวัสดุประกอบด้วยเม็ดแข็งทนทาน และมีวัสดุประสานที ดีผสมอยู่
2.2.2 ปราศจากก้อนดินเหนียว (Clay Lumps) และอินทรีย์วัตถุ เช่น ใบไม้ ขยะปะปนอยู่
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 37/44
2.2.3 มีขนาดเม็ดวัสดุใหญ่สุดไม่เกิน 5 เซนติเมตร
2.2.4 มีค่า Liquid Limit ไม่เกิน 35 เปอร์เซ็น และค่า Plasticity Index ไม่เกิน 11 เปอร์เซ็น 2.2.5 เป็ นชนิดวัสดุที มีขนาดคละผ่านตะแกรง ตามตารางที ฉ - 1 แสดงขนาดคละของ วัสดุก่อสร้างชั=นรองพื=นทาง
ตารางที ฉ - 1 แสดงขนาดคละของวัสดุก่อสร้างชั=นรองพื=นทาง
ขนาดของตะแกรง มาตรฐาน
นํ=าหนักที ผ่านตะแกรงเป็ นร้อยละ
ชนิด ก.
ชนิด ข.
ชนิด ค.
ชนิด ง.
ชนิด จ.
2”
1”
3/8”
เบอร์ 4
เบอร์ 10
เบอร์ 40
เบอร์ 200
100
| 5 - 20 |
|---|
| 100 |
| 50 - 85 |
| 35 - 65 |
| 25 - 50 |
| 15 - 30 |
| 5 - 15 |
| - |
| 100 |
| 60 - 100 |
| 50 - 85 |
| 40 - 70 |
| 25 - 45 |
| 5 - 20 |
| - |
| 100 |
30 - 65
25 - 55
15 - 40
8 - 20
2 - 8
100
75 - 95
40 - 75
30 - 60
20 - 45
15 - 30
55 - 100
40 - 100
20 - 50
6 - 20
2.3 ก่อนที จะทําการก่อสร้างชั 0นรองพื 0นทาง คันทางที ก่อสร้างไว้แล้วจะต้องได้รับการตรวจสอบว่า มีระดับ ขนาด แนวทางและความหนาแน่นตามที กําหนดในแบบก่อนแล้ว จึงจะก่อสร้างต่อไปได้โดยนําวัสดุ ที มีคุณสมบัติตามข้อ 2.2 มาเกลี ยเป็ นชั 0นสมํ าเสมอแล้วบดอัดโดยแต่ละชั 0นมีความหนาหลังบดอัดไม่เกิน 15 เซนติเมตร และบดอัดให้ได้ความแน่นตามที กําหนดในข้อ 2.4 ก่อนจึงจะบดอัดชั 0นต่อไปได้
2.4 ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมความชื 0นของวัสดุชั 0นรองพื 0นทางให้ใกล้เคียงกับความชื 0นที Optimum Moisture Content และเมื อบดอัดแล้วจะต้องมีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่า 95 เปอร์เซ็น ของความแน่นแห้ง สูงสุดตามมาตรฐานการทดสอบความแน่นแห้งแบบสูงกว่ามาตรฐาน มยผ. 2202 ค่าใช้จ่ายในการทดสอบ เป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น
2.5 กรณีเมื อการทดสอบความแน่นของชั 0นรองพื 0นทางที บดอัดโดยวิธี มยผ.2202 แล้วไม่ได้ความ แน่นตามเกณฑ์ ให้ผู้รับจ้างทําการบดอัดใหม่จนกว่าจะได้ความแน่นตามเกณฑ์ที กําหนด
3. งานชั=นพื=นทาง (Base)
3.1 งานชั 0นพื 0นทาง หมายถึงการก่อสร้างโครงสร้ างของถนนส่วนที อยู่เหนือชั 0นรองพื 0นทางโดยการ ถมและบดวัสดุพื 0นทางให้ได้แนว ขนาด และระดับตามที กําหนดในแบบ
3.2 วัสดุที ใช้ก่อสร้างชั 0นพื 0นทางต้องมีคุณสมบัติดังนี 0
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 38/44
3.2.1 ปราศจากก้อนดินเหนียว (Clay Lump) ขยะหรือวัชพืชปะปน
3.2.2 มีมวลคละ ประกอบด้วย ส่วนหยาบและส่วนละเอียดโดยส่วนหยาบจะต้องเป็ นหินโม่หรือ กรวดโม่ และส่วนละเอียดเป็ นวัสดุชนิดเดียวกับส่วนหยาบ
3.2.3 มีค่า Liquid Limit ไม่เกิน 25 เปอร์เซ็น และค่า Plasticity Index ไม่เกิน 6 เปอร์เซ็น 3.2.4 มีค่าความสึกหรอโดยวิธีทดสอบตาม มยผ. 2209 ไม่เกิน 40 เปอร์เซ็น
3.2.5 เป็ นชนิดที มีขนาดคละผ่านตะแกรง ตามตารางที ฉ - 2 แสดงขนาดคละของวัสดุ ก่อสร้างชั=นพื=นทาง
ตารางที ฉ - 2 แสดงขนาดคละของวัสดุก่อสร้างชั=นพื=นทาง
ขนาดของตะแกรง มาตรฐาน
นํ=าหนักที ผ่านตะแกรงเป็ นร้อยละ
ชนิด ก.
ชนิด ข.
ชนิด ค.
ชนิด ง.
2”
1”
3/8”
เบอร์ 4
เบอร์ 10
เบอร์ 40
เบอร์ 200
100
30 – 65
25 – 55
15 – 40
8 – 20
2 – 8
100
75 – 95
40 – 75
30 – 60
20 – 45
15 – 30
5 – 20
-
100
50 - 85
35 - 65
25 - 50
15 - 30
5 - 15
-
100
60 - 100
50 - 85
40 - 70
25 - 45
10 - 20
| เบอร์ 200 |
|---|
| 100 |
| 50 - 85 |
| 55 - 65 |
| 25 - 50 |
| 15 - 30 |
| 5 - 15 |
| - |
| 100 |
| 60 - 100 |
| 50 - 85 |
| 40 - 70 |
| 25 - 45 |
| 5 - 25 |
| - |
| 100 |
3.3 ในการก่อสร้ างชั 0นพื 0นทางจะต้องนําวัสดุพื 0นทางมากองบนชั 0นรองพื 0นทางที ได้บดอัดเรียบร้ อย ตามแบบแล้วพ่นนํ 0าเป็ นฝอยและผสมคลุกเคล้าวัสดุพื 0นทางให้มีความชื 0นสมํ าเสมอและใกล้เคียง Optimum Moisture Content หลังจากเกลี ยให้แผ่ตลอดพื 0นที ที จะบดอัดแล้วจึงบดอัดให้มีความแน่นสมํ าเสมอ ไม่น้อยกว่า 95 เปอร์เซ็น ของความแน่นแบบสูงกว่ามาตรฐานการทดสอบตาม มยผ. 2202
3.4 การทดสอบความแน่นของชั 0นรองพื 0นทางให้ปฏิบัติตามวิธีการทดสอบความแน่นของวัสดุใน สนาม มยผ. 2204 ค่าใช้จ่ายเป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น
4. งานผิวทาง
4.1 ผิวทางลูกรัง
4.1.1 งานผิวทางลูกรัง คือการใช้ลูกรังที มีคุณสมบัติตามที กําหนดมาเสริมบนชั 0นรองพื 0นทางที บดอัดไว้แล้วเพื อใช้เป็ นผิวจราจร
4.1.2 วัสดุที นํามาใช้เป็ นผิวทางลูกรัง ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี 0
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 39/44
(1) ปราศจากก้อนดินเหนียว (Clay Lump) ขยะหรือวัชพืช ฯลฯ
(2) มีขนาดวัสดุใหญ่สุดไม่เกิน 5 เซนติเมตร
(3) มีนํ 0าหนักของเม็ดวัสดุที ผ่านตะแกรงเบอร์ 200 ไม่มากกว่า 2/3 ของนํ 0าหนักเม็ด วัสดุที ผ่านตะแกรงเบอร์ 40
(4) มีค่า Liquid Limit ไม่มากกว่า 35 เปอร์เซ็น และค่า Plasticity Index อยู่ระหว่าง 4 ถึง11 เปอร์เซ็น
(5) มีค่าความสึกหรอโดยวิธีทดสอบตาม มยผ.2209 ไม่เกิน 60 เปอร์เซ็น
(6) ค่า C.B.R. โดยวิธีทดสอบตาม มยผ.2203 ไม่น้อยกว่า 30 เปอร์เซ็น
(7) เป็ นวัสดุที มีขนาดคละผ่านตะแกรง ตามตารางที ฉ - 3 แสดงขนาดคละของ วัสดุที ใช้เป็ นผิวทางลูกรัง
ตารางที ฉ - 3 แสดงขนาดคละของวัสดุที ใช้เป็ นผิวทางลูกรัง
ขนาดของตะแกรง มาตรฐาน
นํ=าหนักที ผ่านตะแกรงเป็ นร้อยละ
ชนิด ก.
ชนิด ข.
ชนิด ค.
ชนิด ง.
2//
1//
3/8//
เบอร์ 4
เบอร์ 10
เบอร์ 40
| 5 - 20 |
|---|
| 100 |
55 - 100
40 - 100
20 - 50
70 - 100
55 - 100
30 - 70
8 - 25
4.1.3 ผิวทางลูกรัง จะก่อสร้ างบนชั 0นรองพื 0นทางที ถมและบดอัดได้ระดับแนวทางและความ หนาแน่นตามแบบแล้ว โดยพ่นนํ 0าเป็ นฝอยลงบนวัสดุที ใช้ทําผิวทางลูกรังผสมคลุกเคล้าบนชั 0นรองพื 0นทางจน วัสดุนั 0นมีความชื 0นสมํ าเสมอใกล้เคียงกับความชื 0นที Optimum Moisture Content แล้วจึงนํามาเกลี ยและ บดอัดให้มีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่า 95 เปอร์เซ็น ของความแน่นแบบสูงกว่ามาตรฐานการทดสอบ มยผ. 2202 ค่าใช้จ่ายในการทดสอบเป็ นของผู้รับจ้างทั 0งสิ 0น
4.1.4 การถมและบดอัด ให้ทําเป็ นชั 0นๆ แต่ละชั 0นมีความหนาหลังการบดอัดแล้วไม่เกิน 15 เซนติเมตร
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 40/44
4.2 ผิวทางคอนกรีต
4.2.1 งานผิวทางคอนกรีต หมายถึง การก่อสร้างผิวทางโดยเทคอนกรีตลงบนพื 0นทางหรือคัน ทางที ได้เตรียมไว้ โดยมีเหล็กเสริมอยู่ในตําแหน่งถูกต้องตามที แบบกําหนด
4.2.2 วัสดุ
(1) ปูนซีเมนต์ที ใช้ให้เป็ นปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.15 เล่ม 1 “ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ข้อกําหนดเกณฑ์คุณภาพ”
(2) วัสดุเหล็กเส้นสําหรับเสริมคอนกรีตต้องเป็ นไปตาม มยผ. 1103
(3) คอนกรีตที ใช้ให้เป็ นคอนกรีตชนิด ค.3 (มยผ. 1101)
4.2.3 การเตรียมการก่อสร้าง
(1) ก่อนเทคอนกรีตผิวทางจะต้องฉีดนํ 0าลงบนชั 0นทรายปรับระดับให้ชุ่มตลอดเวลา ไม่น้อยกว่า 8-10 ชั วโมง เพื อป้ องกันการดูดซึมจากคอนกรีตในขณะเท
(2) แบบหล่อผิวทางต้องทําด้วยวัสดุที ได้รับการตรวจสอบความแข็งแรงพอที จะไม่มี การทรุดตัวหรือพอดีดตัวขณะเทคอนกรีต
(3) แบบข้างและแบบขวางจะต้องเจาะรูสําหรับเสียบเหล็ก Dowel Bar และ Tie Bar ซึ งมีระยะห่างและตําแหน่งตามที กําหนดในแบบแปลน
4.2.4 การวางเหล็กเสริม
(1) การวางแผงตะแกรงเหล็กเสริม (Temperature Steel) ก่อนเทคอนกรีตจะต้องยก และ ผูกยึดเหล็กเสริมให้อยู่ในตําแหน่งตามแบบแปลน ให้แน่นจนเป็ นที แน่ใจว่าจะ ไม่เกิดการทรุดตัวขณะเทคอนกรีต
(2) เหล็ก Dowel Bars และ Tie Bar จะต้องมีขนาดและอยู่ในตําแหน่งที ถูกต้อง ตามที กําหนดไว้ในแบบแปลน และจะต้องวางยึดให้แน่นโดยไม่มีการเคลื อนตัว ขณะเทและเขย่าคอนกรีต
(3) ก่อนจะนําเหล็ก Dowel Bars ไปวางจะต้องทาด้วยแอสฟัลท์ ชนิด MC (แข็งตัว ปานกลาง) หรือ RC (แข็งตัวเร็ว) ให้ทั วตามแบบ และเหล็ก Dowel Bars ที Expansion Joint นั 0น ปลายขาข้างอิสระจะต้องมีหมวกครอบโดยวัสดุเป็ นเหล็กหรือ พีวีซี ให้มีช่องว่างระหว่างปลายเหล็กกับหมวกเหล็กตามที กําหนดไว้ในแบบ
(4) เหล็ก Tie Bars ต้องไม่มีนํ 0ามันติดอยู่บนผิวเหล็กมีระยะห่างและระดับถูกต้อง ตามที กําหนดไว้ในแบบแปลน ก่อนการเทคอนกรีตต้องกําจัดฝุ่ นออกจากผิวเหล็ก ให้หมด
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 41/44
4.2.5 รอยต่อ (Joints)
รอยต่อทั 0งตามขวาง (Transverse Joints)และรอยต่อตามยาว (Longitudinal Joints) จะต้องเป็ นไปตามแบบแปลน รอยต่อตามขวางจะต้องตั 0งฉากกับแนวศูนย์กลางถนนและความลึกของ รอยต่อทั 0งหมดต้องตั 0งฉากกับผิวจราจร ในกรณีที แบบมิได้กําหนดหรือแสดงรอยต่อไว้ไม่ชัดเจน ให้ผู้รับจ้าง เทคอนกรีตผิวจราจรแต่ละแนวได้กว้างไม่เกิน 4.00 เมตร และยาวไม่เกิน 6.00 เมตร และรอยต่อต้องมี
รายละเอียด ดังนี 0
(1) Expansion Joint กําหนดให้ทํา Expansion Joints ทุกๆระยะความยาว 30 เมตร โดยความกว้างของ Joint ต้องไม่น้อยกว่า 2 เซนติเมตร และวางห่างกันทุกๆ
ระยะ 30 เซนติเมตร Dowel Bars จะต้องมีปลายข้างหนึ งฝังยึดแน่นกับพื 0น
คอนกรีตและต้องจัดให้มีปลายอีกข้างหนึ งสามารถขยายตัวตามแนวนอนได้ไม่
น้อยกว่า 3 เซนติเมตร
(2) ก่อนเทคอนกรีต จะต้องใส่แผ่นวัสดุขยายตัวที ร่องของ Joint เพื อการขยายตัว และแผ่นวัสดุขยายตัวที นํามาใช้ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน ASTM D 1751
หรือเทียบเท่า โดยมีความกว้างเท่ากับความหนาของพื 0นคอนกรีตแล้วเจาะรูตาม
ตําแหน่งของ Dowel Bars เมื อคอนกรีตมีอายุครบแล้วให้ตัดแผ่นวัสดุขยายตัวนี 0 ออกให้มีความลึกประมาณ 2.5 เซนติเมตร แล้วอุดด้วยวัสดุยางแอสฟัลท์เพื อ
ป้ องกันนํ 0าซึมลงไปในรอยต่อ
(3) Contraction Joint (รอยต่อเพื อการหดตัว) มีวิธีทํา ดังนี 0
ก. ใช้เลื อยตัด โดยตัดให้ตรงความกว้างและความลึกให้เป็ นไปตามแบบใบเลื อย
ที ตัดต้องคมและสามารถตัดเม็ดหินที ผสมในคอนกรีตได้ โดยทั วไปควรจะทํา
การตัดผิวคอนกรีตได้ภายหลังเทคอนกรีตแล้วประมาณ 8 ชั วโมง และต้องตัด
ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนเกิดการแตกร้าวเนื องจากการเปลี ยนแปลงอุณหภูมิของ
พื 0นคอนกรีต
ข. วิธีอื น เช่น ใช้ไม้หรือวัสดุอื นฝัง ซึ งจะต้องได้รับการเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
ก่อนและต้องทําการอุด Joint ให้เรียบร้อยก่อนที จะเปิ ดให้รถผ่าน
(4) Construction Joint (รอยต่อเนื องจากการก่อสร้ าง)ในกรณีที ต้องหยุดเทคอนกรีต นานเกินกว่า 30 นาที จะต้องทํา Joint ตรงที คอนกรีตหยุดเททันทีการทํา
Construction Joint นี 0 จะต้องเป็ นไปตามที แบบแปลนกําหนด
(5) Longitudinal Joint (รอยต่อตามยาว) การก่อสร้างให้เป็ นไปตามที แบบแปลนกําหนด วิธีการก่อสร้างให้ดําเนินการเช่นเดียวกับการก่อสร้ าง Construction Joint โดยจะ
ตัด Joint เมื อใดก็ได้หลังจากคอนกรีตแข็งตัวแล้ว แต่ต้องตัดก่อนที จะเปิ ด
การจราจร
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 42/44
4.2.6 การเทและการแต่งผิวคอนกรีต
(1) หลังจากเทคอนกรีตและเกลี ยแล้วให้ใช้เครื องสั นสะเทือนเพื อให้คอนกรีตยุบตัว แน่น หลังจากนั 0นให้เกลี ยปรับแต่งระดับและแต่งผิวหน้าคอนกรีตให้เรียบร้อย
(2) การแต่งผิวคอนกรีตขั 0นสุดท้ายเป็ นการแต่งผิวหน้าคอนกรีตให้หยาบเพื อให้มีแรง เสียดทานระหว่างพื 0นคอนกรีตกับยางล้ อรถ ให้ ทําภายหลังจากแต่งผิวและ ปรับแต่งระดับผิวคอนกรีตเรียบร้อยแล้วให้ใช้ไม้กวาดหรือกระสอบป่ านชุบนํ 0าเปี ย กลากสัมผัสผิวหน้าคอนกรีต เพื อให้เกิดผิวหยาบเป็ นเส้นตรงขวางแนวถนน
(3) บริเวณขอบรอยต่อต่างๆ ให้ใช้เกรียงลบมุมรัศมีประมาณ 0.6 เซนติเมตร ตามขอบ คอนกรีตที ติดแบบหล่อเพื อป้ องกันขอบคอนกรีตแตกบิ น
(4) ต้องบ่มคอนกรีตให้ชื 0นไว้ไม่น้อยกว่า 7 วัน
4.2.7 การอุดรอยต่อ
(1) รอยต่อทุกชนิดต้องอุดภายหลังจากระยะเวลาการบ่มคอนกรีตสิ 0นสุดลงแล้ว และ ก่อนที จะเปิ ดการจราจร
(2) ก่อนทําการอุดรอยต่อต้องตกแต่งรอยต่อให้เรียบร้อยถูกต้องตามแบบและทําความ สะอาดช่องว่างของรอยต่อจนสะอาด ปราศจากฝุ่ น เศษปูนซีเมนต์และต้องแห้ง ปราศจากความชื 0นก่อนจึงจะทําการอุดได้
(3) วัสดุที ใช้ อุดรอยต่อให้ ใช้ วัสดุยางแอสฟั ลท์หรือวัสดุอุดรอยต่อที มีคุณสมบัติ ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.479 “วัสดุยารอยต่อคอนกรีตแบบ ยืดหยุ่นชนิดเทร้อน” หรือวัสดุ อื นใดที สามารถป้ องกันนํ0าซึมลงไปในรอยต่อได้
(4) วัสดุอุดรอยต่อต้องไม่มากจนไหลเยิ 0มขึ 0นมาบนพื 0นถนน หรือน้อยเกินไปจนไม่ สามารถป้ องกันนํ 0าซึมได้
5. ค่าใช้จ่ายใดๆ ในการตรวจสอบวัสดุงานทางเป็ นของผ้รับจ้างทั=งสิ=น ู
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 43/44
เอกสารอ้างอิง
- ภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2. มยผ.1101 มาตรฐานงานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก
- มยผ.1103 มาตรฐานงานเหล็กเสริมคอนกรีต
- มยผ.1104 มาตรฐานงานไม้
- มยผ.1201 มาตรฐานงานทาง
- มยผ.1207 มาตรฐานการทดสอบหาดินเหนียวและวัสดุร่วมในมวลรวม
- มยผ.1209 มาตรฐานการทดสอบหาค่าการยุบตัวของคอนกรีต
- มยผ.2201 มาตรฐานการทดสอบความแน่นแบบมาตรฐาน (Standard Compaction Test) 6. มยผ.2202 มาตรฐานวัสดุพื 0นทางชนิดหินคลุก (Crushed Rock Soil Aggregate Type Base 7. มยผ.2209 มาตรฐานการทดสอบหาความสึกหรอของวัสดุชนิดเม็ดหยาบ (Coarse Aggregates) โดยใช้เครื องมือทดสอบหาความสึกหรอ (Los Angeles Abrasion) ส่าหรับงานทาง 8. มอก.71 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมลวดเหล็กเคลือบสังกะสี
- มอก.80 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ผสม
- มอก.213 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมคอนกรีตผสมเสร็จ
- มอก.327 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสีเคลือบเงาแอลคีด
- มอก.328 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสีอะลูมิเนียมรองพื 0นสําหรับงานไม้ 13. มอก.427 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมท่อเหล็กกล้าเชื อมด้วยไฟฟ้ าสําหรับส่งนํ 0า 14. มอก.479 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมวัสดุยารอยต่อคอนกรีตแบบยืดหยุ่นชนิดเทร้อน 15. มอก.733 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสารเคมีผสมเพิ มสําหรับคอนกรีต 16. มอก.1013 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมบานประตูพีวีซี
- มอก.1123 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสีรองพื 0นสําหรับงานปูน
- มอก.1407 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระเบื 0องซีเมนต์เส้นใยแผ่นลอน 19. มอก.2131 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้ อนและ เคลือบสี : แผ่นม้วนและแผ่นตัด
- มอก.2132 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้ อนและ เคลือบสี : แผ่นลอน
- มอก.2321 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสีอิมัลชันทนสภาวะอากาศ
กปภ.01-2558 งานก่อสร้างทั วไป 44/44