จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประจำปี ๒๕๖๙

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล 69029245227
฿1,840,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 20 มี.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สกมช.) เปิดประกวดราคาจ้างเหมาบริการเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างรอบด้านสำหรับปีงบประมาณ 2569 ภายใต้งบประมาณ 1,840,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปกป้องระบบสารสนเทศที่สำคัญของสำนักงานฯ ให้สามารถดำเนินภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่ 1) การทบทวน ปรับปรุง และจัดทำนโยบายและขั้นตอนปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศให้สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 27001:2022 และ NIST Cybersecurity Framework (CSF v2.0) 2) การจัดหาเครื่องมือและดำเนินการสแกนช่องโหว่ของระบบ (Vulnerability Assessment) ไม่เกิน 10 IP Address จำนวน 2 ครั้ง 3) การทดสอบเจาะระบบความมั่นคงปลอดภัย (Penetration Testing) ในรูปแบบ Black-box สำหรับระบบเว็บแอปพลิเคชันและเครือข่ายภายใน 4) การจัดหาระบบเฝ้าระวังและตรวจจับการรั่วไหลของข้อมูลบัญชีผู้ใช้ (Credential Monitoring System) พร้อมสิทธิใช้งานเป็นเวลา 1 ปี และ 5) การฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากร ตั้งแต่การสร้างความตระหนัก (Security Awareness) ไปจนถึงการอบรมเชิงลึกเพื่อเตรียมสอบใบรับรองสากล

ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบเอกสารนโยบายที่ปรับปรุงแล้ว รายงานผลการตรวจสอบช่องโหว่และทดสอบเจาะระบบ ระบบเฝ้าระวังข้อมูลรั่วไหล และรายงานผลการฝึกอบรม โดยมีระยะเวลาดำเนินการทั้งโครงการ 360 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา

English summary

The Digital Economy Promotion Agency (depa) is inviting bids for cybersecurity services for the fiscal year 2026, with a budget of 1,840,000 THB. The primary objective is to enhance the agency’s cybersecurity posture across all dimensions to ensure the continuity and protection of its critical information systems.

The scope of work encompasses five main areas: 1) Reviewing, updating, and developing information security policies and procedures to align with relevant laws and international standards such as ISO/IEC 27001:2022 and NIST Cybersecurity Framework (CSF v2.0). 2) Procuring tools and conducting Vulnerability Assessments (VA) on up to 10 IP addresses, twice. 3) Performing Penetration Testing (Pentest) in a Black-box methodology for web applications and internal network systems. 4) Procuring a Credential Monitoring System with a 1-year usage license. 5) Conducting cybersecurity training and capacity building for staff, ranging from Security Awareness to in-depth training for international certification preparation.

The contractor is required to deliver updated policy documents, VA/Pentest reports, the credential monitoring system, and training reports. The total project duration is 360 days from the contract signing date.

สถานที่ดำเนินการ

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เลขที่ 234/431 ซอยลาดพร้าว 10 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อทบทวน ปรับปรุง และจัดทำเอกสารด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และสารสนเทศ ของสำนักงานฯ ให้สอดคล้องกับกฎหมาย ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
  • เพื่อดำเนินการจัดหาเครื่องมือและดำเนินการตรวจสอบหาจุดอ่อนช่องโหว่ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานฯ
  • เพื่อพัฒนาทักษะและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานฯ ให้พร้อมในการสอบขอใบรับรองวิชาชีพระดับสากล

ขอบเขตของงาน

  • 5.1 ทบทวน ปรับปรุง นโยบายและขั้นตอนปฏิบัติฯ:

    • รวบรวมและศึกษาข้อมูลเอกสารที่มีอยู่ในปัจจุบัน
    • วิเคราะห์และประเมินช่องว่าง (Gap Analysis) เทียบกับมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022, NIST CSF v2.0 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    • ดำเนินการปรับปรุงหรือจัดทำนโยบายและขั้นตอนปฏิบัติให้ครบถ้วน
    • เสนอแนวทางการบริหารวงจรชีวิตนโยบาย
    • จัดประชุมนำเสนอร่างเอกสารและปรับปรุงจนสมบูรณ์
    • จัดทำสรุปรายงานผลการทบทวน
  • 5.2 Vulnerability Assessment (VA):

    • วางแผนและกำหนดขอบเขตการตรวจสอบร่วมกับสำนักงานฯ
    • ดำเนินการสแกนช่องโหว่ของระบบไม่เกิน 10 IP Address อย่างน้อย 2 ครั้ง ครอบคลุม OS, Web Server, Database, Firewall, Router, Cloud Instance
    • วิเคราะห์ผลและจัดลำดับความรุนแรง
    • จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินการ
  • 5.3 Penetration Testing (Pentest):

    • วางแผนและกำหนดขอบเขตการทดสอบร่วมกับสำนักงานฯ ให้สอดคล้องมาตรฐาน NIST, OWASP, PTES
    • ดำเนินการทดสอบเจาะระบบในรูปแบบ Black-box Penetration Test ไม่เกิน 10 IP Address ครอบคลุมไม่เกิน 5 ระบบ อย่างน้อย 1 ครั้ง
    • ครอบคลุมระบบเป้าหมาย เช่น เว็บไซต์สำนักงาน (www.depa.or.th), ระบบ ERP, ระบบสมาชิก, ระบบเครือข่ายภายใน (Firewall, Wifi controller), ระบบเซิร์ฟเวอร์ภายใน
    • ดำเนินการทั้ง External และ Internal Penetration Test ตามความเหมาะสม
    • จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินการ
  • 5.4 Credential Monitoring System:

    • จัดหาระบบหรือบริการที่สามารถตรวจจับและรวบรวมข้อมูลบัญชีที่ถูกบุกรุกจากฐานข้อมูลระดับโลก
    • ระบบต้องมี Dashboard สำหรับติดตามสถานะแบบ Real-time พร้อมการแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านอีเมล
    • สามารถค้นหาข้อมูลตามโดเมน, อีเมล, IP Address, หรือชื่อองค์กร
    • ดำเนินการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องและสร้างรายงานสรุปภัยคุกคามอัตโนมัติ
    • ให้บริการพร้อมสิทธิ์การใช้งานเป็นระยะเวลา 1 ปี หลังส่งมอบงานทั้งหมด
  • 5.5 ฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากร:

    • อบรมหลักสูตรสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (Security Awareness) 1 ครั้ง ไม่เกิน 20 คน
    • อบรมหลักสูตร Security baseline สำหรับการทำ Security Hardening 1 ครั้ง ไม่เกิน 5 คน
    • อบรมเชิงลึกเพื่อเตรียมสอบใบรับรองสากล (เช่น CompTIA Security+, CEH, eWPT) ให้บุคลากร IT อย่างน้อย 2 คน
    • จัดทำรายงานผลการฝึกอบรม

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงาน (ภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา)
  • เอกสารนโยบายและขั้นตอนปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่ปรับปรุงแล้ว
  • รายงานผลการวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis Report)
  • รายงานสรุปผลการทบทวนนโยบายและขั้นตอนปฏิบัติ
  • รายงานสรุปผลการดำเนินการตรวจสอบและทดสอบเจาะระบบความมั่นคงปลอดภัย (สำหรับงาน VA และ Pentest) ซึ่งประกอบด้วย:
    • รายละเอียดการดำเนินการตรวจสอบและทดสอบ
    • รายละเอียดช่องโหว่ที่ตรวจพบและสถานะการแก้ไข
    • ผลการทดสอบ (Re-Test Result)
    • แนวทางการป้องกันหรือจัดการช่องโหว่ระยะยาว
  • ระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment Tool) พร้อมสิทธิ์ใช้งาน 1 ปี
  • ระบบเฝ้าระวังและตรวจจับการรั่วไหลของข้อมูลบัญชีผู้ใช้ (Credential Monitoring System) พร้อมสิทธิ์ใช้งาน 1 ปี
  • รายงานผลการฝึกอบรมและเสริมสร้างศักยภาพด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 360 วัน นับตั้งแต่ลงนามในสัญญา

  • งวดที่ 1 (10%): ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา (ส่งมอบแผนการดำเนินงาน)
  • งวดที่ 2 (30%): ภายใน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา (ส่งมอบงาน VA 1 ครั้ง พร้อมรายงาน)
  • งวดที่ 3 (60%): ภายใน 360 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา (ส่งมอบงานครบทั้งหมด)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ
    • ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา
    • ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
  • Standards Compliance:
    • ผู้เสนอราคาจะต้องได้รับประกาศนียบัตร (Certification) สำหรับ ISO 27001:2022 เป็นอย่างน้อย
  • Experience:
    • มีผลงานการบริการด้านเครือข่าย การบริหารจัดการเครือข่าย การรับจ้างจัดทำ ปรับปรุง ซ่อมแซม ติดตั้งระบบงานคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ระบบเครือข่าย แก่ลูกค้าองค์กรเอกชนหรือหน่วยงานของรัฐ
  • Previous Project Cost:
    • มูลค่าสัญญาผลงานดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่า 500,000 บาท
  • Technical Capabilities:
    • (ระบุผ่านข้อเสนอทางเทคนิคและแนวทางการดำเนินงาน)
  • Personnel:
    • (ระบุในเกณฑ์การให้คะแนนทีมงาน) ควรมีทีมงานหลักที่มีใบรับรอง เช่น Project Manager (CISSP/CISM), Network Pentester (OSCP, GPEN), Application Pentester (GWAPT, OSWE), Cybersecurity Framework Expert (CISA, ISO 27001 Lead Implementer)

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: น้ำหนัก 20%
  • ข้อเสนอทางด้านเทคนิค: น้ำหนัก 80% โดยต้องได้คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป ประกอบด้วย:
    1. ประสบการณ์และผลงาน (10 คะแนน): ให้คะแนนตามจำนวนสัญญาผลงานด้านที่ปรึกษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กับหน่วยงานภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ (มูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 บาท)
    2. ข้อเสนอด้านเทคนิคและแนวทางการดำเนินงาน (60 คะแนน): ประกอบด้วย
      • แนวทางการตรวจสอบช่องโหว่ (VA/Pentest) และเครื่องมือที่ใช้ (30 คะแนน)
      • คุณสมบัติระบบเฝ้าระวังข้อมูลรั่วไหล (Dashboard Real-time, Email Alert, ฐานข้อมูลระดับโลก) (15 คะแนน)
      • แผนบริหารจัดการโครงการที่สอดคล้องกับระยะเวลาส่งมอบ (15 คะแนน)
    3. ทีมงานหลัก (20 คะแนน): ให้คะแนนตามการมีใบรับรองของทีมงานหลัก 4 ตำแหน่ง (Project Manager, Network Pentester, Application Pentester, Cybersecurity Framework Expert)
    4. หลักสูตรและการพัฒนาบุคลากร (10 คะแนน): ให้คะแนนตามความสมบูรณ์ของแผนการอบรมและเอกสารประกอบ

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • มาตรฐานอ้างอิง: ISO/IEC 27001:2022, ISO/IEC 27002:2022, ISO/IEC 27035, NIST Cybersecurity Framework (CSF v2.0), NIST SP 800-115, OWASP, PTES, CVSS
  • ขอบเขตระบบเป้าหมาย: ไม่เกิน 10 IP Address ครอบคลุมระบบเครือข่าย, ระบบแอปพลิเคชัน (Web/API/Mobile), ระบบคลาวด์
  • รายการระบบที่ระบุ: เว็บไซต์สำนักงาน (www.depa.or.th), ระบบ ERP (apps-odoo.depa.or.th), ระบบสมาชิก (techhunt.depa.or.th), ระบบเครือข่ายภายใน (Firewall, Wifi controller), ระบบเซิร์ฟเวอร์ภายใน
  • รูปแบบการทดสอบ: Black-box Penetration Test, External & Internal Penetration Test
  • คุณสมบัติระบบ Credential Monitoring:
    • Dashboard ติดตามสถานะ Real-time
    • แจ้งเตือนผ่านอีเมลตลอด 24 ชม.
    • ค้นหาข้อมูลตามโดเมน, อีเมล, IP, ชื่อองค์กร
    • มีฐานข้อมูล Malware/Leaked Credential ระดับโลก
    • อัปเดตข้อมูลใหม่อย่างต่อเนื่อง
    • สร้างรายงานสรุปภัยคุกคามอัตโนมัติ
  • การฝึกอบรม: หลักสูตร Security Awareness, Security Hardening (Baseline), หลักสูตรเชิงลึกเตรียมสอบใบรับรองสากล (CompTIA Security+, EC-Council CEH, eLearnSecurity eWPT)

เงื่อนไขสัญญา

  • งบประมาณ: 1,840,000.00 บาท (ราคากลาง 1,733,500.00 บาท)
  • การชำระเงิน (แบ่ง 3 งวด):
    • งวดที่ 1 (10%): ภายใน 30 วัน หลังลงนาม ส่งมอบแผนการดำเนินงาน
    • งวดที่ 2 (30%): ภายใน 180 วัน หลังลงนาม ส่งมอบงาน VA 1 ครั้ง พร้อมรายงาน
    • งวดสุดท้าย (60%): ภายใน 360 วัน หลังลงนาม ส่งมอบงานครบทั้งหมดและตรวจรับ
  • ค่าปรับ: กรณีปฏิบัติผิดสัญญา (นอกเหนือจากการจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต) คิดในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ชนะการประกวด
  • การนัดเสนอข้อเสนอทางเทคนิค: วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13:30 น. ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: งาน Vulnerability Assessment และ Penetration Testing ต้องทดสอบระบบใดบ้างและกี่ครั้ง?
    A: ต้องดำเนินการสแกนช่องโหว่ (VA) ไม่เกิน 10 IP Address อย่างน้อย 2 ครั้ง และทดสอบเจาะระบบ (Pentest) ในรูปแบบ Black-box ไม่เกิน 10 IP Address ครอบคลุมไม่เกิน 5 ระบบ อย่างน้อย 1 ครั้ง โดยครอบคลุมระบบหลัก เช่น เว็บไซต์สำนักงาน, ระบบ ERP, ระบบสมาชิก, ระบบเครือข่ายภายใน และระบบเซิร์ฟเวอร์ภายใน

  • Q: ระบบเฝ้าระวังข้อมูลรั่วไหล (Credential Monitoring System) ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    A: ระบบต้องมี Dashboard ติดตามสถานะแบบ Real-time, แจ้งเตือนผ่านอีเมลได้ตลอด 24 ชม., ค้นหาข้อมูลตามโดเมนของหน่วยงานได้, มีฐานข้อมูล Malware/Leaked Credential ระดับโลกที่อัปเดตอย่างต่อเนื่อง และต้องให้สิทธิ์การใช้งานเป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากส่งมอบงานทั้งหมด

  • Q: การฝึกอบรมมีกี่หลักสูตร และกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร?
    A: มี 3 หลักสูตร: 1) Security Awareness สำหรับเจ้าหน้าที่ทั่วไป (ไม่เกิน 20 คน) 2) Security Baseline สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการตั้งค่าอุปกรณ์ (ไม่เกิน 5 คน) 3) อบรมเชิงลึกเพื่อเตรียมสอบใบรับรองสากล (เช่น CompTIA Security+) สำหรับบุคลากร IT อย่างน้อย 2 คน

  • Q: ผู้เสนอราคาต้องมีใบรับรองใดเป็นอย่างน้อย?
    A: ผู้เสนอราคาจะต้องมีประกาศนียบัตร (Certification) สำหรับ ISO 27001:2022 เป็นอย่างน้อย

  • Q: เกณฑ์การให้คะแนน “ประสบการณ์และผลงาน” เน้นอะไร?
    A: เน้นผลงานด้านที่ปรึกษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยให้คะแนนสูงสุดหากมีสัญญากับหน่วยงานภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ มูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 บาท อย่างน้อย 2 สัญญา

  • Q: ข้อเสนอทางเทคนิคต้องอธิบายแนวทางการตรวจสอบช่องโหว่อย่างไร?
    A: ต้องระบุเครื่องมือ (Tools) ที่ใช้สแกนช่องโหว่และมาตรฐานที่ใช้อ้างอิง (เช่น OWASP, PTES), มีแผนงานชัดเจนในการทดสอบทั้ง Internal และ External และมีกระบวนการ Re-test ที่ชัดเจน

  • Q: ทีมงานหลักที่ต้องระบุในข้อเสนอควรมีคุณสมบัติอย่างไร?
    A: ควรมีผู้จัดการโครงการที่มีใบรับรองเช่น CISSP/CISM, ผู้เชี่ยวชาญด้านเจาะระบบเครือข่ายที่มีใบรับรองเช่น OSCP/GPEN, ผู้เชี่ยวชาญด้านเจาะระบบแอปพลิเคชันที่มีใบรับรองเช่น GWAPT/OSWE และผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐาน Cybersecurity ที่มีใบรับรองเช่น CISA/ISO 27001 Lead Implementer

  • Q: ระยะเวลาการใช้สิทธิ์สำหรับเครื่องมือ VA และ Credential Monitoring System นานเท่าไร?
    A: ทั้งเครื่องมือ VA และ Credential Monitoring System ต้องจัดหาให้สำนักงานพร้อมสิทธิ์การใช้งานเป็นระยะเวลา 1 ปี นับหลังส่งมอบงานทั้งหมดครบถ้วน

  • Q: การจ้างช่วงงานได้หรือไม่?
    A: กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานฯ จะถูกปรับเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น

  • Q: เอกสารนโยบายต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับมาตรฐานใดบ้าง?
    A: ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 27001:2022, ISO/IEC 27002:2022, NIST Cybersecurity Framework (CSF v2.0) และกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์, พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) จ้างเหมาบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประจําปี 2569

  1. ที่มาและเหตุผล
    ส่วนเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ ได้ดําเนินการให้บริการระบบงานในรูปแบบดิจิทัลอย่างเต็ม
    รูปแบบ โดยมีการนําเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบสารสนเทศมาใช้ในทุกกระบวนการของสํานักงานฯ ทั้งด้าน บริหารภายใน การให้บริการต่อผู้ประกอบการและประชาชน รวมถึงระบบสารสนเทศภายในสํานักงานฯ เช่น ระบบ ERP, ระบบบุคลากร, ระบบจัดการเอกสาร และระบบเครือข่ายกลางของสํานักงานฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนมี ความสําคัญต่อการดําเนินภารกิจของสํานักงานฯ อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
    เพื่อให้สํานักงานฯ สามารถดําเนินภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก และมั่นใจได้ว่าข้อมูล สารสนเทศที่สําคัญได้รับการปกป้องจากภัยคุกคามต่าง ๆ สํานักงานฯ จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในทุกมิติ ทั้งด้านเทคโนโลยี กระบวนการ และบุคลากร โดยเฉพาะ การดําเนินการประเมินและทดสอบช่องโหว่ของระบบ (Vulnerability Assessment & Penetration Testing) การปรับปรุงมาตรการควบคุมทางเทคนิคและแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 27001:2022, ISO/IEC 27035, และ NIST Cybersecurity Framework (CSF v2.0) รวมถึงการสร้างความรู้ ความตระหนัก และทักษะเชิงลึกให้แก่บุคลากรของสํานักงานฯ
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อทบทวน ปรับปรุง และจัดทําเอกสารด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และสารสนเทศ ของสํานักงานฯ ให้สอดคล้องกับกฎหมาย ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
    2.2 เพื่อดําเนินการจัดหาเครื่องมือและดําเนินการตรวจสอบหาจุดอ่อนช่องโหว่ในระบบ
    เทคโนโลยีสารสนเทศของสํานักงานฯ
    2.3 เพื่อพัฒนาทักษะและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของสํานักงานฯ
    ให้พร้อมในการสอบขอใบรับรองวิชาชีพระดับสากล
  3. คุณสมบัติของผู้ประสงค์จะเสนอราคา
    3.1 ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานการบริการด้านเครือข่าย การบริหารจัดการเครือข่าย การรับจ้าง จัดทํา ปรับปรุง ซ่อมแซม ติดตั้งระบบงานคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ระบบเครือข่าย แก่ลูกค้าองค์กรเอกชนหรือหน่วยงานของรัฐ โดยมีมูลค่าสัญญาไม่น้อยกว่า 500,000 บาท
    3.2 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้ง เวียนชื่อแล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้ผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทาง
    หน้า 1/9

    200
    92607726
    ราชการ
    3.3 นิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ และต้องลงทะเบียนในระบบ อิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลาง ที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
    อย่างน้อย
    3.4 ผู้เสนอราคาจะต้องได้รับประกาศนียบัตร (Certification) สําหรับ ISO 27001:2022 เป็น
  4. หลักฐานการเสนอราคา
    4.1 กรณีเป็นนิติบุคคล ต้องแนบสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน (ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า กระทรวงพาณิชย์ออกหรือรับรองให้ไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่ออกหนังสือรับรอง) หนังสือบริคณห์ สนธิ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และสําเนา ภพ.20 (ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) พร้อมประทับตราบริษัทและรับรอง สําเนาถูกต้อง
    4.2 หนังสือมอบอํานาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย ในกรณีที่ผู้เสนอราคามอบอํานาจให้ บุคคลอื่นลงนามในหนังสือเสนอราคาแทน (แนบสําเนาบัตรประจําตัวผู้มอบอํานาจ, ผู้รับมอบอํานาจ พร้อม

    รับรองสําเนาถูกต้อง)
    4.3 เอกสารหลักฐานผลงานการบริการด้านเครือข่าย การบริหารจัดการเครือข่าย การรับจ้าง จัดทํา ปรับปรุง ซ่อมแซม ติดตั้งระบบงานคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ระบบเครือข่าย แก่ลูกค้าองค์กรเอกชนหรือหน่วยงานของรัฐ โดยแนบหลักฐาน เช่น หนังสือรับรองผลงาน หรือ สําเนาสัญญาจ้าง โดยมีมูลค่าสัญญาไม่น้อยกว่า 500,000 บาท

    4.4 เอกสารประกาศนียบัตร (Certification) สําหรับ ISO 27001:2022 เป็นอย่างน้อย
  5. ขอบเขตการดําเนินการ
    5.1 ดําเนินการทบทวน ปรับปรุง จัดทํานโยบายและขั้นตอนปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยไซ
    เบอร์และ สารสนเทศให้สอดคล้องกับกฎหมาย ข้อกําหนด และมาตรฐานสากลด้านความ มั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ โดยดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
    รวบรวมและศึกษาข้อมูลเอกสารที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยทําการรวบรวมเอกสารนโยบาย มาตรการ ขั้นตอนปฏิบัติ และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ของสํานักงานฯ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน พร้อม ทั้งศึกษาความสัมพันธ์และความครอบคลุม ของเอกสารเหล่านั้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นสําหรับการประเมินและปรับปรุงใน ขั้นตอนต่อไป
    • วิเคราะห์และประเมินช่องว่างของนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติฯ โดยเปรียบเทียบ เอกสารที่มีอยู่กับข้อกําหนดและแนวทางตามมาตรฐานสากล อาทิ ISO/IEC
    27001:2022, ISO/IEC 27002:2022, NIST Cybersecurity Framework (CSF
    V2.0) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคง
    หน้า 2/9
    me
    R
    ปลอดภัย ไซเบอร์ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติว่าด้วย การกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อระบุช่องว่าง ข้อบกพร่อง และส่วนที่ควรปรับปรุง พร้อมจัดทํา รายงานผลการวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis Report) เพื่อเสนอแนะแนวทางใน การปรับปรุงให้สอดคล้อง กับบริบทของ สํานักงานฯ
    ดําเนินการปรับปรุงหรือจัดทํานโยบายและขั้นตอนปฏิบัติฯ ให้มีความครบถ้วน ทันสมัย
    และสอดคล้องกับกรอบมาตรฐาน รวมถึงจัดทําแนวทางการปฏิบัติ
    (Procedure/Guideline) ที่รองรับการดําเนินงานตาม นโยบายเหล่านั้น เพื่อให้เกิด การนําไปใช้ได้จริง
    • เสนอแนวทางการบริหารวงจรชีวิตการประเมินศักยภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แนวทางของนโยบายและมาตรฐาน (Policy/Standard Lifecycle) รวมถึงแนวทางใน การติดตาม ทบทวน และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
    • ดําเนินการจัดประชุมร่วมกับส่วนเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ เพื่อนําเสนอร่าง เอกสาร เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และดําเนินการปรับปรุงร่างเอกสารจน สมบูรณ์
    จัดทําสรุปรายงานผลการทบทวนนโยบายและขั้นตอนปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัย
    ไซเบอร์และสารสนเทศของสํานักงานฯ
    5.2 จัดหาระบบตรวจสอบ (Vulnerability Assessment) ที่เป็นเครื่องมือมาตรฐานหรือที่ได้รับ การยอมรับในการตรวจสอบช่องโหว่และจุดอ่อน ให้สํานักงานพร้อมสิทธิ์การใช้งานเป็น ระยะเวลา 1 ปี หลังส่งมอบงานทั้งหมด โดยดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
    วางแผนและกําหนดขอบเขตการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อระบุระบบ และ กําหนดขอบเขตการตรวจสอบ เช่น ระบบเครือข่าย (Network Infrastructure), ระบบคลาวด์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกําหนดวิธีการทดสอบ ระยะเวลา และ กฎเกณฑ์การดําเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล (CVSS) และแนวทางของ สก
    มช.
    ดําเนินการสแกนช่องโหว่ของระบบ (Vulnerability Assessment) ไม่เกิน 10 IP Address อย่างน้อย 2 ครั้ง โดยให้ครอบคลุมด้านการตั้งค่าในระบบ เช่น ระบบปฏิบัติการ (OS), Web Server, Database, Firewall, Router, หรือ Cloud Instance และดําเนินการ วิเคราะห์ผลการสแกนเพื่อจัดลําดับความรุนแรงของช่องโหว่
    • จัดทํารายงานสรุปผลการดําเนินการการตรวจสอบและทดสอบเจาะระบบความมั่นคง

    หนา 3/9
    ใน
    ปลอดภัยของระบบสารสนเทศของสํานักงานฯ ที่ประกอบด้วย
    • รายละเอียดการดําเนินการตรวจสอบและทดสอบ
    • รายละเอียดช่องโหว่ที่ตรวจพบและสถานะการแก้ไข
    • ผลการทดสอบ (Re-Test Result)
    แนวทางการป้องกันหรือจัดการช่องโหว่ระยะยาว
    5.3 ทดสอบเจาะระบบความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ (Penetration Testing)
    วางแผนและกําหนดขอบเขตการทดสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อระบุระบบ
    และ กําหนดขอบเขตการตรวจสอบ เช่น ระบบเครือข่าย (Network Infrastructure), ระบบแอปพลิเคชัน (Web / API / Mobile Application), ระบบคลาวด์ และอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกําหนดวิธีการทดสอบ ระยะเวลา และกฎเกณฑ์การดําเนินงานให้ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น NIST, SP 800-115, OWASP, PTES และแนวทาง ของ สกมช. เป็นต้น
    • ดําเนินการทดสอบเจาะระบบ (Penetration Testing) ในรูปแบบ Black-box Penetration Test จํานวนไม่เกิน 10 IP Address ครอบคลุมไม่เกิน 5 ระบบ(อาจ เปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม) อย่างน้อย 1 ครั้ง โดยทําการทดสอบ External Penetration Test หากเป็นระบบที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และทําการทดสอบ Internal Penetration Test หากเป็นระบบภายในเครือข่ายของสํานักงาน ประกอบด้วยระบบดังนี้
    • Black-box pentest uu Web application
    • เว็บไซต์สํานักงาน (www.depa.or.th)
    ระบบ ERP (apps-odoo.depa.or.th)
    ระบบสมาชิก (techhunt.depa.or.th)
    Black-box ระบบเครือขาย
    • ระบบเครือข่ายภายใน (Firewall, Wifi
    controller)
    ระบบเซิร์ฟเวอร์ภายใน
    จัดทํารายงานสรุปผลการดําเนินการการตรวจสอบและทดสอบเจาะระบบความมั่นคง
    ปลอดภัยของระบบสารสนเทศของสํานักงานฯ ที่ประกอบด้วย
    หน้า 4/9
    ในon
    • รายละเอียดการดําเนินการตรวจสอบและทดสอบ
    • รายละเอียดช่องโหว่ที่ตรวจพบและสถานะการแก้ไข
    ผลการทดสอบ (Re-Test Result)
    แนวทางการป้องกันหรือจัดการช่องโหว่ระยะยาว
    5.4 จัดหาระบบเฝ้าระวังและตรวจจับการรั่วไหลของข้อมูลบัญชีผู้ใช้ (Credential Monitoring
    System) ให้สํานักงานพร้อมสิทธิ์การใช้งานเป็นระยะเวลา 1 ปี หลังส่งมอบงานทั้งหมด โดย
    ดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
    • จัดหาระบบหรือบริการที่สามารถตรวจจับและรวบรวมข้อมูลบัญชีที่ถูกบุกรุกจากการ ติดเชื้อมัลแวร์ทั่วโลก โดยมีการอัปเดตข้อมูลใหม่อย่างต่อเนื่อง
    • มี แดชบอร์ด (Dashboard) สําหรับติดตามสถานะบัญชีที่ถูกบุกรุก หรือติดตามคีย์ เวิร์ดที่มีข้อมูลบัญชีรั่วไหล พร้อมการแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อพบการรั่วไหล
    • รองรับการ ส่งการแจ้งเตือนผ่านอีเมล (Email Alert) ให้แก่ทีมรักษาความปลอดภัยไซ เบอร์ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือน (Notification) เป็นราย สัปดาห์ หรือรายวัน ได้เป็นอย่างน้อย
    สามารถค้นหาข้อมูลได้ตาม โดเมน, อีเมล, IP Address, หรือชื่อองค์กร ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการโจมตี เช่น บัญชีผู้ใช้, คุกกี้, โทเคนการเข้าถึง, ข้อมูลเครื่องที่ติด เชื้อ, รวมถึงรายละเอียดการโจมตีที่ใช้
    ดําเนินการเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยและการรั่วไหลของข้อมูลอย่างต่อเนื่องตาม
    ช่วงเวลาที่กําหนด
    สามารถสร้าง รายงานสรุปภัยคุกคามและความเสี่ยงในองค์กร ได้อัตโนมัติ และแจ้ง เตือนไปยังเจ้าหน้าที่ของสํานักงานฯ ที่เกี่ยวข้องเมื่อพบเหตุการณ์ที่อาจเป็นความเสี่ยง ต่อข้อมูลของสํานักงานฯ

    • ให้บริการแบบ Cloud-based หรือ On-premise ได้ตามความเหมาะสม
    • สามารถปรับเปลี่ยน Keyword ที่ติดตาม (Monitor) ได้อย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี ตามที่ สํานักงานร้องขอ
    ข้อมูลรั่วไหลที่แจ้งมานั้น จะต้องไม่ซ้ํากับข้อมูลที่เคยแจ้งมาในก่อนหน้า เพื่อป้องกันใน การรายงาน และแก้ไขปัญหาที่ซ้ําซ้อน
    5.5 ดําเนินการฝึกอบรมและเสริมสร้างศักยภาพด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้กับเจ้าหน้าที่
    หน้า 5/9
    จิน
    A
    ของสํานักงานฯ โดยดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
    • อบรมหลักสูตรสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อสร้างความรู้และ ความ ตระหนัก (Security Awareness) ในการป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทางไซ เบอร์ในปัจจุบัน อย่างน้อย 1 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมอบรมไม่เกิน 20 คน
    อบรมหลักสูตร Security baseline เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในเทคนิคและแนว ทางการทํา Security Hardening ที่ถูกต้อง อย่างน้อย 1 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมอบรมไม่เกิน 5 คน เพื่อนําาความรู้มาใช้ในการตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยอุปกรณ์สํานักงาน เช่น อุปกรณ์กระจายสัญญาณไวไฟ, กล้องวงจรปิด และอุปกรณ์ควบคุมการเข้าออก เป็นต้น
    อบรมเชิงลึกให้กับบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของสํานักงานฯ โดยมีเป้าหมาย ให้ผู้เข้าอบรมสามารถสอบใบรับรองสากล (Certification) ที่เกี่ยวข้องได้ เช่น
    CompTIA Security+, EC-Council CEH, หรือ eLearnSecurity eWPT อย่างน้อย 2
    คน
    • จัดทํารายงานผลการฝึกอบรมและเสริมสร้างศักยภาพด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
    ให้กับเจ้าหน้าที่ของสํานักงานฯ
  6. ระยะเวลาดําเนินการ
    360วัน นับตั้งแต่ลงนามในสัญญา
  7. งบประมาณดําเนินงาน
    งบประมาณ 1,840,000.00บาท (หนึ่งล้านแปดแสนสี่หมื่นบาทถ้วน)
  8. เงื่อนไขการตรวจรับและจ่ายเงิน
    สํานักงานฯ จะชําระเงินค่าจ้างเหมาบริการ โดยแบ่งการชําระออกเป็น ดังนี้
    งวดที่ 1 ภายในระยะเวลา 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยสํานักงานฯ จะชําระเป็น จํานวนร้อยละ 10 ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้เสนอราคาได้ดําเนินการส่งมอบแผนการดําเนินงาน และ คณะกรรมการตรวจรับงานจ้างและผ่านความเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 2 ภายในระยะเวลา 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยสํานักงานฯ จะชําระเป็น จํานวนร้อยละ 30 ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้เสนอราคาได้ดําเนินการสแกนช่องโหว่ของระบบ (Vulnerability Assessment) ไม่เกิน 10 IP Address ตามข้อ 5.2 เป็นจํานวน 1 ครั้ง พร้อมเอกสารรายงานผลการดําเนินการ และคณะกรรมการตรวจรับงานจ้างและผ่านความเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว
    หน้า 6/9
    Ar
    Juong
    งวดที่ 3 ภายในระยะเวลา 360 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยสํานักงานฯ จะชําระเป็น จํานวนร้อยละ 60 ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้เสนอราคาได้ดําเนินการส่งมอบงานครบทั้งหมด และ คณะกรรมการตรวจรับงานจ้างและผ่านความเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว
  9. อัตราค่าปรับ
    กําหนดค่าปรับตามแบบสัญญาซื้อขาย หรือข้อตกลง ซื้อขายเป็นหนังสือ ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
  10. เกณฑ์การพิจารณา
    กําหนดพิจารณาโดยใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
    1.1
    ราคาที่ยื่นข้อเสนอ
    1.2
    ข้อเสนอทางด้านเทคนิค

    รอยละ 20

    รอยละ 80
    ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอทางเทคนิค ต้องได้คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป โดยมีเกณฑ์การให้
    คะแนน ดังนี้
    รายละเอียด
  11. ประสบการณ์และผลงาน มีผลงานด้านที่ปรึกษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
  12. มีผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานภาครัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ มูลค่าสัญญา
    ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท อย่างน้อย 2 สัญญา (10 คะแนน)
  13. มีผลงานกับหน่วยงานเอกชน หรือมีผลงานภาครัฐเพียง 1 สัญญา (5 คะแนน) 3. ไม่มีผลงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง (0 คะแนน)
  14. ขอเสนอด้านเทคนิคและแนวทางการดําเนินงาน
  15. แนวทางการตรวจสอบช่องโหว่ (VA/Pentest) ระบุเครื่องมือ (Tools) ที่ใช้สแกน ช่องโหว่และมาตรฐานที่ใช้อ้างอิง (เช่น OWASP, PTES) มีแผนงานชัดเจนในการ ทดสอบระบบ (ทั้ง Internal & External) และกระบวนการ Re-test ที่ชัดเจนมา
    นําเสนอแนวคิด (30 คะแนน)
    • มีแนวคิดที่สร้างสรรค์ และกระกวนการที่ชัดเจน มีแผนงานสําหรับการ ทดสอบ Internal และ External โดยเครื่องมือที่ใช้เป็นมาตรฐานสากล และ มีกระบวนการ Re-test (30 คะแนน)
    หน้า 7/9
    คะแนน
    10
    60
    ar
    Pow
    RE
    รายละเอียด
    • มีแนวคิดที่สร้างสรรค์ และกระกวนการที่ชัดเจน มีแผนงานสําหรับการ
    ทดสอบ Internal และ External โดยเครื่องมือที่ใช้เป็นมาตรฐานสากล (20
    คะแนน)
    มีแนวคิดที่สร้างสรรค์ และกระกวนการที่ชัดเจน (10 คะแนน)
  16. ระบบเฝ้าระวังข้อมูลรั่วไหลที่เสนอมี Dashboard ติดตามสถานะได้แบบ Real- time หรืออัปเดตอย่างน้อยรายสัปดาห์ สามารถแจ้งเตือน (Email Alert) ได้ ตลอด 24 ชม. และค้นหาข้อมูลได้ตามโดเมนของหน่วยงาน มีฐานข้อมูล
    Malware/Leaked Credential ระดับโลก (15 คะแนน)
    • ระบบมี Dashboard ติดตามสถานะได้แบบ Real-time ค้นหาข้อมูลได้ตาม โดเมนของหน่วยงาน มีฐานข้อมูล Malware/Leaked Credential ระดับโลก
    (15 คะแนน)

    • ระบบมี Dashboard ติดตามสถานะได้แบบ Real-time ค้นหาข้อมูลได้ตาม โดเมนของหน่วยงาน (10 คะแนน)
    ระบบมี Dashboard ติดตามสถานะได้แบบ Real-time (5 คะแนน)
  17. แผนบริหารจัดการโครงการสอดคล้องกับระยะเวลาส่งมอบ ช่วงระยะเวลาการ สแกน และตรวจสอบข้อมูลต่างๆ มีการระบุระยะเวลาที่ชัดเจน (15 คะแนน)
    • มีแผนบริหารจัดการโครงการสอดคล้องกับระยะเวลาส่งมอบ และกําหนดช่วง ระยะเวลาการสแกน ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ อย่างชัดเจน (15 คะแนน)
    • มีแผนบริหารจัดการโครงการสอดคล้องกับระยะเวลาส่งมอบ (10 คะแนน)
    • มีแผนที่ยังไม่สอดคล้องกับระยะเวลาส่งมอบ (5 คะแนน)
  18. ทีมงานหลัก เพื่อรองรับงาน VA และ Pentest
  19. ผู้จัดการโครงการ/หัวหน้าทีม: มีประสบการณ์บริหารโครงการ Security และมี
    Cert เช่น CISSP หรือ CISM (5 คะแนน)
  20. ผู้เชี่ยวชาญด้านเจาะระบบเครือข่าย (Network Pentest): มี Cert เช่น OSCP,
    OSCP+, GPEN, GXPN หรือ eCPPT (5 คะแนน)
  21. ผู้เชี่ยวชาญด้านเจาะระบบแอปพลิเคชัน (Application Pentest): มี Cert เช่น
    GWAPT, OSWE, หรือ GMOB (5 คะแนน)
  22. ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานและกรอบการทํางาน Cybersecurity มี Cert ที่เป็นที่ ยอมรับ เช่น CISA, ISO 27001 Lead Implementer, ISO 27001 Lead
    หน้า 8/9
    คะแนน
    20
    รายละเอียด
    Auditor NIST Cybersecurity Framework Lead Implementer (5
    คะแนน)
  23. หลักสูตรและการพัฒนาบุคลากร มีรายละเอียดหลักสูตร Security Awareness สําหรับผู้เข้าอบรม ที่ทันสมัย มีแผนการติวสอบ (Bootcamp) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ สามารถสอบใบรับรองสากล (เช่น CompTIA Security+) ได้จริงตามเป้าหมาย (10
    คะแนน)
  24. มีแผนการอบรม เอกสารประกอบการอบรม และการซ้อมทําข้อสอบ (10 คะแนน)
  25. มีแผนการอบรม เอกสารประกอบการอบรม (7 คะแนน)
  26. มีแผนการอบรม (5 คะแนน)
  27. คณะกรรมการร่างขอบเขตงาน
    รายชื่อคณะกรรมการร่างขอบเขตงานประกอบไปด้วย
  28. นายสนธิ นราเขมอนันต์
  29. นายศิระ นกยูงทอง
  30. นายชินภานุ ไชยกาล
    หน้า 9/9
    ar
    คะแนน
    10File not found: 1Mf94GRxoJ60LZAAra9oeKUguNDUTUl9CCCP1JQXTYVQ.Internal Errorบทนิยาม
    “ผลงาน” หมายความว่า ผลงานที่ใช้เทคนิคในการดําเนินการอย่างเดียวกันกับงานที่
    ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    และต้องคํานึงถึงมูลค่าของราคาค่างานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดําเนินการมาแล้ว
    ซึ่งการจะเห็นถึงขีดความสามารถนี้ได้ก็ย่อมจะต้องเป็นการบริหารงานภายใต้การจ้างครั้งเดียวมิใช่การจ้าง
    ในหลาย ๆ ครั้งมารวมกัน โดยผลงานที่นํามายื่นจึงต้องเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในสัญญาเดียวเท่านั้น
    และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาที่ได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    ซึ่งหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างดังกล่าว หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะต้องเป็น ผู้ออกหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างให้กับผู้ยื่นข้อเสนอ(สำเนา)
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ EB๐๑๘/๒๕๖๙
    การจ้างเหมาบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประจำปี ๒๕๖๙
    ตามประกาศ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
    ลงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
    สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างเหมาบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประจำปี ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
    จ้างเหมาบริการด้านความมั่นคง
    ปลอดภัยไซเบอร์ ประจำปี ๒๕๖๙
    โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    จำนวน ๑ งาน
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ
    ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของ รัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สำนักงาน เชื่อถือ
    ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่
    สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
    ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๒.๑๔ ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานการบริการด้านเครือข่าย การบริหารจัดการเครือข่าย การรับจ้างจัดทำ ปรับปรุง ซ่อมแซม ติดตั้งระบบงานคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ้ค อุปกรณ์ต่อ พ่วงต่างๆ ระบบเครือข่าย แก่ลูกค้าองค์กรเอกชนหรือหน่วยงานของรัฐ โดยมีมูลค่าสัญญาไม่น้อยกว่า 500,000 บาท
    ๒.๑๕ ผู้เสนอราคาจะต้องได้รับประกาศนียบัตร (Certification) สำหรับ ISO 27001: 2022 เป็นอย่างน้อย
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ
    ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง
    การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
    (๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
    (๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนให้แนบ หนังสือมอบอำนาจซึ่งติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับ มอบอำนาจ ทั้งนี้ หากผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น (๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
    (๓) เอกสารหรือหลักฐานที่แสดงถึงผลงานการบริการด้านเครือข่าย การ บริหารจัดการเครือข่าย การรับจ้างจัดทำ ปรับปรุง ซ่อมแซม ติดตั้งระบบงานคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ้ค อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ระบบเครือข่าย แก่ลูกค้าองค์กรเอกชนหรือหน่วยงานของรัฐ โดยมี มูลค่าสัญญาไม่น้อยกว่า 500,000 บาท เช่น หนังสือรับรองผลงาน หรือสำเนาสัญญาจ้าง (ตามข้อ ๒.๑๔) (๔) เอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่าได้รับประกาศนียบัตร (Certification) สำหรับ ISO 27001:2022 เป็นอย่างน้อย (ตามข้อ ๒.๑๕)
    (๕) ข้อเสนอทางด้านเทคนิค
    (๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย
    อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๓๖๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. และเวลาในการ เสนอราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเข้านำเสนอข้อเสนอทางด้านเทคนิคให้สำนักงานพิจารณา ในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๓๐ น. เป็นต้นไป ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เลขที่ ๒๓๔/๔๓๑ ซอยลาดพร้าว ๑๐ ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (โดยลำดับการนำเสนองานจะ อ้างอิงตามลำดับการเสนอราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์)
    เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th (๖) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องชำระเงินค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ใน ราคาชุดละ ๕๐๐.๐๐ บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) ผ่านช่องทางการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๙๕๕๐๑๐๓๖๒๕ ชื่อบัญชีสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๙และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคารมาให้ สำนักงาน ตรวจสอบความถูก ต้อง โดยส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์มาที่ [email protected] ตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๙ โดยการชำระเงินและส่งหลักฐานการชำระเงินในวันสุดท้าย ให้ดำเนินการภายในเวลา ๑๖.๓๐ น.
    หากปรากฎว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดดำเนินการเป็นไปตามกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นไม่มีสิทธิ์ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนั้น และหน่วยงานของ รัฐต้องไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายดังกล่าว
    (๑) ไม่ชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือชำระไม่ ครบถ้วน
    (๒) ชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในวันหรือเวลาอื่น นอกเหนือจาก วันและเวลาที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นการชำระก่อนถึงวัน และเวลาที่กำหนดหรือเมื่อพ้นวันและเวลาที่กำหนดแล้ว
    (๓) ไม่ได้ส่งหลักฐานการชำระเงินตามช่องทางที่กำหนดไว้ในเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์มาให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบความถูกต้อง ภายในวันและเวลาที่กำหนดไว้ใน เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    ๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ เกณฑ์ขั้นต่ำร่วมกับเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
    ๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้เกณฑ์ขั้นต่ำร่วมกับเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นในการพิจารณาผู้ชนะ การยื่นข้อเสนอ โดยจะพิจารณาให้คะแนนและน้ำหนักข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ตามที่หน่วยงานกำหนด ตามที่หน่วยงานกำหนดดังนี้
    ๕.๒.๑ จ้างเหมาบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประจำปี ๒๕๖๙ (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้
    ๑. ประสบการณ์และผลงาน มีผลงานด้านที่ปรึกษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ๑๐ คะแนน ๒. ข้อเสนอด้านเทคนิคและแนวทางการดำเนินงาน ๖๐ คะแนน ๓. ทีมงานหลัก เพื่อรองรับงาน VA และ Pentest ๒๐ คะแนน ๔. หลักสูตรและการพัฒนาบุคลากร ๑๐ คะแนน โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องได้
    คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำร้อยละ ๘๐.๐๐ ขึ้นไป
    ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๕.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น (๓) ไม่ชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือชำระไม่ครบถ้วน (๔) ชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในวันหรือเวลาอื่น นอกเหนือจากวันและเวลาที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นการชำระก่อนถึงวัน และเวลาที่กำหนด หรือเมื่อพ้นวันและเวลาที่กำหนดแล้ว
    (๕) ไม่ได้ส่งหลักฐานการชำระเงินตามช่องทางที่กำหนดในเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์มาให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบความถูกต้อง ภายในวันและเวลาที่กำหนดไว้ใน เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
    ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
    ๖. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนัก งานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    ๖.๑ เงินสด
    ๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
    ๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ มอบไว้แล้ว
    ๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๓ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานและ ส่งมอบงานตามขอบเขตของงานงวดที่ ๑ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
    งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานและ ส่งมอบงานตามขอบเขตของงานงวดที่ ๒ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน
    งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๖๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ สำนักงาน ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
    ๘. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
    ๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    ๙. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๙.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
    ๙.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตาม การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๙.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๙.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    ๙.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๙.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ
    เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
    (๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๙.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๐. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๑. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
    สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
    ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    ธนกฤต อุดมพรสุขสันต์
    (นายธนกฤต อุดมพรสุขสันต์)
    ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการคลังและบริการ
    กลาง
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดย นายธนกฤต อุดมพรสุขสันต์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารการคลังและบริการกลาง(สําเนา)
    ประกาศสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
    เรื่อง ประกวดราคาจ้างเหมาบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประจําปี ๒๕๖๙
    ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างเหมาบริการด้านความ มั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประจําปี ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงาน จ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๗๓๓,๕๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนสามหมื่นสามพันสี่ ร้อยบาทถ้วน) จํานวน ๑ รายการ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
    วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่
    ประกาศจนถึงวันเสนอราคา
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเข้านําเสนอข้อเสนอทางด้านเทคนิคให้สํานักงานพิจารณา ในวันที่ ๒๖
    กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๓๐ น. เป็นต้นไป ณ สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เลขที่ ๒๓๔/๔๓๑ ซอย ลาดพร้าว ๑๐ ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (โดยลําดับการนําเสนองานจะอ้างอิง ตามลําดับการเสนอราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์)
    ๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ EBo๑๘/๒๕๖๙ ลงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.depa.or.th หรือ www. gprocurement.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
    ๔. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องชําระเงินค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในราคาชุดละ ๕๐๐.๐๐ บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) ตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๙
    ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
    ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ (นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์)
    ผู้อํานวยการสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
    สําเนาถูกต้อง
    ธนกฤต อุดมพรสุขสันต์ (นายธนกฤต อุดมพรสุขสันต์) ผู้อํานวยการฝ่ายบริหารการคลังและบริการ
    กลาง
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
    โดย นายธนกฤต อุดมพรสุขสันต์ ผู้อํานวยการ
    ฝ่ายบริหารการคลังและบริการกลาง