จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงถนนลาดยางผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต โดยวิธี Pavement In - Recycling สายทาง มห.ถ1-0005 บ้านน้ำเที่ยง ตำบลน้ำเที่ยง - บ้านดอนป่าแคน ตำบลโพนงาม อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร (ช่วงบ้านโคก - บ้านตูมหวาน)

องค์การบริหารส่วนมุกดาหาร 69029244823
฿2,666,500 ปีงบ 2569 ประกาศ 4 มี.ค. 2569 มุกดาหาร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการปรับปรุงถนนลาดยางผิวทางแอสฟัลติกคอนกรีต (โดยวิธี Pavement In-Place Recycling) เป็นการบูรณะทางหลวงชนบทสาย มห.ถ1-0005 ช่วงบ้านโคก – บ้านตูมหวาน ตำบลน้ำเที่ยง ถึง ตำบลโพนงาม อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ระยะทาง 0.660 กิโลเมตร (กม.10+150 – 10+810) ผิวจราจรกว้าง 6.00 เมตร โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร กองช่าง ฝ่ายสำรวจและออกแบบ เป็นเจ้าของโครงการ

วัตถุประสงค์คือการปรับปรุงโครงสร้างและผิวทางเดิมที่ชำรุดให้กลับมาแข็งแรง โดยใช้เทคนิค Pavement In-Place Recycling คือขุดกัดผิวทางเดิมหนา 20 ซม. คลุกเคล้าปูนซีเมนต์ปอร์แลนด์ประเภทหนึ่งไม่น้อยกว่า 3.5% โดยน้ำหนัก บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density และมีค่ากำลังรับแรงอัด (UCS) ไม่น้อยกว่า 17.5 ksc

ขอบเขตงานครอบคลุม งานเตรียมพื้นทางและงานดิน งานแก้ไขโครงสร้างทางเดิม (Deep Patch / Skin Patch) งานเสริมหินคลุกปรับระดับ (หลวม) ไม่น้อยกว่า 238 ลบ.ม. งาน Prime Coat และ Tack Coat งานปูผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลติกคอนกรีต งานตีเส้นจราจรด้วยเทอร์โมพลาสติกและสีจราจร งานจราจรสงเคราะห์ (ป้ายจราจรใหม่ หลักกิโลเมตร หลักเขตทาง Guard Rail เป้าสะท้อนแสง สัญญาณไฟกระพริบ) งานระบายน้ำ (RC Gutter บ่อพัก ท่อลอดกลม ค.ส.ล. ขนาด 0.50 ม.) งานตัดหญ้าสองข้างทางข้างละไม่น้อยกว่า 1.00 ม. และป้ายโครงการ

ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน ตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน และแผนการใช้พัสดุ/เหล็กที่ผลิตในประเทศภายใน 60 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา พร้อมควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้างให้ปลอดภัยตลอดโครงการ

English summary

This project involves the rehabilitation of rural road No. Mahor.Tho.1-0005 (Ban Nam Siang – Ban Don Pa Khaen section: Ban Khok – Ban Tum Huan), Khamcha-i District, Mukdahan Province, covering a length of 0.660 km (Sta. 10+150 – 10+810) with a 6.00-meter carriageway width. The owner is the Mukdahan Provincial Administrative Organization (Highway Division). The main technique is Pavement In-Place Recycling: milling the existing pavement to a depth of 20 cm, mixing with Portland cement Type I at no less than 3.5% by weight, compacting to at least 95% Modified Proctor Density, and achieving an Unconfined Compressive Strength (UCS) of at least 17.5 ksc. Scope includes earthwork preparation, Deep Patch/Skin Patch structural repairs, loose crushed rock base leveling aggregate (min. 238 cu.m.), Prime Coat and Tack Coat, asphaltic concrete surfacing, thermoplastic/traffic paint line marking, new traffic signs, guardrails, kilometer posts, reflective markers, flashing signals, drainage works (RC gutters, catch basins, 0.50 m RCP culverts), grass cutting along both sides, and a project signboard. Contractors must submit a work plan within 7 days, material samples within 15 days, and plans for domestically produced materials/steel within 60 days after contract signing, while maintaining safe traffic control throughout construction.

สถานที่ดำเนินการ

ถนนสาย มห.ถ1-0005 บ้านน้ำเที่ยง ตำบลน้ำเที่ยง – บ้านดอนป่าแคน ตำบลโพนงาม อำเภอคำชะอี (ช่วงบ้านโคก – บ้านตูมหวาน) กม.10+150 – 10+810

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • ปรับปรุงถนนลาดยางผิวทางแอสฟัลติกคอนกรีตเดิมที่ชำรุด โดยวิธี Pavement In-Place Recycling ตามแบบมาตรฐานงานทางหลวงชนบท
  • แก้ไขโครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (Soft Spot) ให้มีความแข็งแรงรองรับน้ำหนักบรรทุกได้ตามมาตรฐาน
  • ยกระดับคุณภาพผิวทางและเครื่องหมายจราจรให้ปลอดภัยแก่ผู้ใช้เส้นทาง

ขอบเขตของงาน

  • งานเตรียมการและงานดิน: ถางป่าชุดคอ (ขนาดเบา), ขุดรื้อค้นทางเดิมขนทิ้งแล้วบดทับ, เกลี่ยปรับไหล่ทางเดิมแล้วบดทับ, ปรับเกลี่ยแต่งพื้นทางเดิม (660.00 ตร.ม.), งาน Benching, งานดินตัด, งานดินถม, งานวัสดุคัดเลือกบดอัดแน่น, งานรองพื้นทาง (ลูกรังบดอัดแน่น), งานหินคลุกบดอัดแน่น (ไหล่ทาง)
  • งานปรับปรุงโครงสร้างทาง: หินคลุกปรับระดับ (หลวม) ไม่น้อยกว่า 238.00 ลบ.ม., Skin Patch, Deep Patch, งาน Pavement In-Place Recycling 3,960 ตร.ม. (ขุดกัดผิวทางเดิมหนา 20.00 ซม. ผสมปูนซีเมนต์ปอร์แลนด์ประเภทหนึ่ง ≥3.5% โดยน้ำหนัก)
  • งานผิวทาง: Prime Coat พื้นทางและพื้นไหล่ทาง (3,960 ตร.ม.), Tack Coat, ปูผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ Asphaltic Concrete (3,960 ตร.ม.) รวมถึง Para-Asphaltic Concrete ตามบัญชีปริมาณงาน
  • งานตีเส้นจราจร: สีเทอร์โมพลาสติก 148.50 ตร.ม. (เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง กว้าง 0.10 ม.), Traffic Paint, Rumble Strips
  • งานจราจรสงเคราะห์: ป้ายจราจรแบบต่าง ๆ (ต้องเป็นของใหม่ไม่ผ่านการใช้งาน), ติดตั้งเป้าสะท้อนแสง, หลักแนวโค้ง ค.ส.ล., หลักกิโลเมตร, หลักเขตทาง, หลักทาง, Guard Rail (ทางโค้ง/คอสะพาน และทางตรง), สัญญาณไฟกระพริบ, ป้ายโครงการ 1 ป้าย, ป้ายจราจรระหว่างก่อสร้าง
  • งานอื่น ๆ: งานก่อสร้างทางในเขตไหล่ทาง (รูปแบบที่ 1–9 ตามสภาพการจราจร), งานรางระบายน้ำแบบตื้น (RC Gutter), บ่อพัก, ท่อลอดกลม ค.ส.ล. ขนาด 0.50 ม., ตัดหญ้าสองข้างทางออกไปข้างละไม่น้อยกว่า 1.00 ม. ตลอดทั้งสายทาง
  • การอำนวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง พร้อมบุคลากรอำนวยการจราจรตามดุลยพินิจผู้ควบคุมงาน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ถนนปรับปรุงแล้วเสร็จ ระยะทาง 0.660 กม. (กม.10+150 – 10+810) ผิวจราจรกว้าง 6.00 ม. ตามรูปตัดตามขวางแบบก่อสร้าง
  • โครงสร้างพื้นทางปรับปรุงด้วย Pavement In-Place Recycling ผสมปูนซีเมนต์ ที่ผ่านการทดสอบความแน่น (≥95% Modified Proctor) และ UCS (≥17.5 ksc) พร้อมผลทดสอบ
  • ผิวทางและผิวไหล่ทางแอสฟัลติกคอนกรีตที่ผ่านการทดสอบความหนาและความแน่น (≥98% Marshall Density)
  • เครื่องหมายจราจร (เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง) ตามแบบมาตรฐาน ทล-3-110
  • ป้ายจราจรใหม่ หลักแนวโค้ง หลักกิโลเมตร หลักเขตทาง Guard Rail เป้าสะท้อนแสง และสัญญาณไฟกระพริบ
  • งานระบายน้ำ (RC Gutter, บ่อพัก, ท่อลอดกลม ค.ส.ล. 0.50 ม.)
  • ป้ายโครงการ 1 ป้าย และป้ายจราจรระหว่างก่อสร้าง
  • เอกสารตามข้อกำหนด: แผนการปฏิบัติงาน, ตัวอย่างวัสดุ, แผนการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ และแผนการใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาก่อสร้างโดยรวม: ไม่ระบุในเอกสารส่วนนี้ (-)
  • กำหนดระยะเวลาสำคัญตามข้อกำหนด:
    • ส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    • ประสานงานจัดส่งตัวอย่างวัสดุงานทาง ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    • ส่งแผนการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ และแผนการใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศ ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    • งานผสมปูนซีเมนต์ต้องบดทับให้แล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมง นับจากเริ่มปูนซีเมนต์ออกจากถุง
    • บ่มโครงสร้างผสมปูนซีเมนต์ด้วยการพ่นน้ำให้ชุ่มชื้นต่อเนื่องอย่างน้อย 7 วันหลังก่อสร้าง
    • ตีเส้นจราจรบนผิวทางใหม่ หลังก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ไม่ระบุในเอกสารส่วนนี้ (-)
  • Standards Compliance: วัสดุงานทางต้องเป็นไปตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท (มทช.201-2545, 202-2545, 203-2545, 225-2545, 227-2545, 230-2545, 303-2545, 306-2550, 308-2550, 313-2550) และผลิตภัณฑ์ต้องมีเครื่องหมาย มอก. (ปูนซีเมนต์ มอก.15, สีจราจร มอก.415 ชนิดที่ 2, เทอร์โมพลาสติก มอก.542 ระดับ 1, ลูกแก้ว มอก.543) ป้ายจราจรต้องเป็นของใหม่ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน
  • Experience: ไม่ระบุในเอกสารส่วนนี้ (-)
  • Previous Project Cost: ไม่ระบุในเอกสารส่วนนี้ (-)
  • Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องจักรงานทางที่เหมาะสมกับวิธี Pavement In-Place Recycling (เครื่องขุดตัดรื้อ/คลุกเคล้าผิวทางในที่), รถบดล้อเหล็ก 2–3 ล้อ น้ำหนัก 8–10 ตัน, รถบดล้อยาง 10–12 ตัน, เครื่องบดอัดสั่นสะเทือน, เครื่องมือตีเส้นจราจร และอุปกรณ์ควบคุมการจราจร (ตามข้อกำหนดวิธีก่อสร้างในแบบ)
  • Personnel: ต้องจัดหาบุคลากรเพื่ออำนวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกและปลอดภัยระหว่างก่อสร้าง

เกณฑ์การพิจารณา

  • ไม่ระบุวิธีการพิจารณา/ประเมินราคาในเอกสารส่วนนี้ (-)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • แนวสายทาง: กม.10+150 – 10+810 ระยะทาง 0.660 กม. ผิวจราจรกว้าง 6.00 ม. (จุดเริ่มต้น 16°39'07.9"N 104°24'44.9"E / จุดสิ้นสุด 16°39'26.5"N 104°24'56.3"E)
  • Pavement In-Place Recycling: ขุดกัดผิวทางเดิมหนา 20.00 ซม. ผสมปูนซีเมนต์ปอร์แลนด์ประเภทหนึ่ง (มอก.15) ≥3.5% โดยน้ำหนัก บดอัดแน่น ≥95% Modified Proctor Density, UCS ≥17.5 ksc, บดทับแล้วเสร็จภายใน 2 ชม. นับจากเริ่มเปิดปูนซีเมนต์
  • การทดสอบ UCS: เก็บตัวอย่าง 3 ตัวอย่าง/ชุด ต่อพื้นที่ก่อสร้างไม่เกิน 1,500 ตร.ม. บ่มในถุงพลาสติก 7 วัน แช่น้ำ 2 ชม. ทดสอบตาม มทช.(1)303-2545 ค่าเฉลี่ยต้องไม่ต่ำกว่าที่กำหนด (ยอมให้ต่ำกว่าได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ ≥85% ของค่ากำหนด)
  • หินคลุกพื้นทาง/ไหล่ทาง: Crushed Rock Soil Aggregate Type Base ตาม มทช.203-2545/306-2550, LL ≤25, PL ≤6%, ค่าความสึกหรอ ≤40%, CBR ≥80%, บดอัด ≥95% Modified Proctor Density, ทดสอบ Field Density ทุก 450 ตร.ม./หลุด
  • งานดินถม: ชั้นละหนาไม่เกิน 20 ซม. บดอัด ≥95% Standard Proctor Density (มทช.201-2545); งานรองพื้นทางตาม มทช.202-2545 ≥95% Modified Proctor
  • Prime Coat: ยางแอสฟัลต์ MC-70 หรือ CSS-1 อัตรา 0.80–1.40 ล./ตร.ม. (มทช.225-2545); Tack Coat: CRS-2 อัตรา 0.10–0.30 ล./ตร.ม. (มทช.227-2545) ทิ้งไว้ 10–18 ชม. ก่อนปูผิวถัดไป
  • แอสฟัลติกคอนกรีต: ตาม มทช.230-2545 อุณหภูมิถึงหน้างาน ≥132°C ขณะปู ≥121°C ความแน่น ≥98% Marshall Density เจาะตัวอย่างความหนา/ความแน่นทุก 250 ม. เก็บตัวอย่างวัสดุทุก 9,000 ตร.ม.
  • เครื่องหมายจราจร: เทอร์โมพลาสติก มอก.542 ระดับ 1 หนาแห้ง ≥3.0 มม. โรยลูกแก้ว 400–500 ก./ตร.ม.; สีจราจร มอก.415 ชนิดที่ 2 หนาแห้ง ≥0.2 มม. ตีเส้นหลังผิวทางแล้วเสร็จ ≥1 สัปดาห์
  • การบ่ม: พ่นน้ำให้ผิวโครงสร้างผสมปูนซีเมนต์ชุ่มชื้นต่อเนื่อง ≥7 วัน และเปิดจราจรบนผิวแอสฟัลต์ได้เมื่อเย็นตัวจนไม่เกิดร่องรอย
  • การแก้ไขโครงสร้างเดิม: Deep Patch (ขุดรื้อถึงชั้นที่เสียหาย เปลี่ยนวัสดุใหม่ บดทับเป็นชั้น ๆ หนา ≤200 มม./ชั้น), Skin Patch (ปะซ่อมผิวแตกร้าว เช่น Alligator Cracks ≤3 มม.), Levelling (ปรับระดับผิวทรุด/แอ่ง)

เงื่อนไขสัญญา

  • การบริหารสัญญาด้านพัสดุ (ตามหนังสือ กค (กวจ) 04052/ว 78 ลงวันที่ 31 ม.ค. 2555): ต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด (หัวเรื่องเอกสารอ้างอิงร้อยละ 60) และแผนการใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมด ส่งผู้ว่าจ้างภายใน 60 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา
  • ส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน และตัวอย่างวัสดุ/ข้อมูลออกแบบส่วนผสมภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา
  • ค่าใช้จ่ายสำรวจ ตรวจสอบ ออกแบบส่วนผสม ค่าธรรมเนียมตรวจสอบ ค่าทดสอบซ้ำ และค่าปรับปรุงงานที่ไม่ผ่านการทดสอบ เป็นภาระของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
  • ผู้รับจ้างต้องติดตั้งป้ายจราจรระหว่างก่อสร้างให้ชัดเจนเพียงพอ พร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรและบุคลากรอำนวยการจราจร โดยระยะเวลาปิดจราจรอยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
  • ห้ามเปิดจราจรบนผิวทางใหม่ก่อนผิวทางเย็นตัวพอ และต้องบ่มโครงสร้างผสมปูนซีเมนต์ด้วยน้ำอย่างน้อย 7 วัน
  • ระยะเวลาประกันเครื่องหมายจราจร (ตามตารางข้อกำหนด): เทอร์โมพลาสติก 12 เดือน, สีจราจร (Traffic Paint) 6 เดือน
  • ตารางการจ่ายเงิน/ค่าปรับ: ไม่ระบุในเอกสารส่วนนี้ (-)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: วิธี Pavement In-Place Recycling ในโครงการนี้ทำงานอย่างไร?
    คำตอบ: เป็นการปรับปรุงโครงสร้างทางเดิมในที่ โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อผิวทางเดิมหนา 20 ซม. ให้ร่วนซุย คลุกเคล้ากับปูนซีเมนต์ปอร์แลนด์ประเภทหนึ่ง แล้วบดอัดให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัดตามที่แบบกำหนด ครอบคลุมพื้นที่ 3,960 ตร.ม. ตลอดช่วง กม.10+150 – 10+810
  • คำถาม: ต้องผสมปูนซีเมนต์กี่เปอร์เซ็นต์ และต้องได้ค่าทดสอบเท่าใด?
    คำตอบ: ผสมปูนซีเมนต์ปอร์แลนด์ประเภทหนึ่งไม่น้อยกว่า 3.5% โดยน้ำหนัก บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density และต้องมีค่า UCS ไม่น้อยกว่า 17.5 ksc
  • คำถาม: หากผลทดสอบกำลังรับแรงอัดไม่ผ่านต้องดำเนินการอย่างไร?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องปรับปรุงโครงสร้างทางผสมปูนซีเมนต์ใหม่ให้ได้มาตรฐาน โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบซ้ำและค่าปรับปรุงทั้งหมดเอง
  • คำถาม: งาน Deep Patch กับ Skin Patch ต่างกันอย่างไร?
    คำตอบ: Deep Patch ใช้แก้ไขโครงสร้างทางที่อ่อนตัว (Soft Spot) โดยขุดรื้อลึกถึงชั้นที่เสียหายแล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ ส่วน Skin Patch ใช้ปะซ่อมเฉพาะผิวทางที่แตกร้าว เช่น Alligator Cracks กว้างไม่เกิน 3 มม. โดยไม่ลึกถึงโครงสร้างทาง
  • คำถาม: หลังได้รับจ้างต้องส่งเอกสารหรือตัวอย่างอะไรบ้าง ภายในกี่วัน?
    คำตอบ: ส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน, ตัวอย่างวัสดุงานทางเพื่อออกแบบส่วนผสมภายใน 15 วัน และแผนการใช้พัสดุ/เหล็กที่ผลิตในประเทศภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา
  • คำถาม: ป้ายจราจรที่ใช้ติดตั้งมีเงื่อนไขอย่างไร?
    คำตอบ: ป้ายจราจรทุกแบบต้องเป็นของใหม่ที่ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน ตำแหน่งติดตั้งปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม และต้องติดตั้งป้ายจราจรระหว่างก่อสร้างให้ชัดเจนเพียงพอเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทาง
  • คำถาม: เครื่องหมายจราจรใช้วัสดุอะไร และมีข้อกำหนดความหนาหรือไม่?
    คำตอบ: เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางกว้าง 0.10 ม. ใช้เทอร์โมพลาสติก มอก.542 ระดับ 1 หนาแห้งไม่น้อยกว่า 3.0 มม. หรือสีจราจร มอก.415 ชนิดที่ 2 หนาแห้งไม่น้อยกว่า 0.2 มม. พร้อมโรยลูกแก้วสะท้อนแสง 400–500 กรัม/ตร.ม.
  • คำถาม: เมื่อใดจะเปิดการจราจรได้หลังก่อสร้าง?
    คำตอบ: โครงสร้างผสมปูนซีเมนต์ต้องบ่มด้วยการพ่นน้ำให้ชุ่มชื้นอย่างน้อย 7 วัน และผิวแอสฟัลต์ต้องเย็นตัวจนรถผ่านแล้วไม่เกิดร่องรอย จึงเปิดจราจรได้ตามดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
  • คำถาม: หากพื้นทางเดิมทรุดตัวหรือเป็นแอ่งต้องทำอย่างไร?
    คำตอบ: ต้องเสริมหินคลุกปรับระดับ (หลวม) จำนวนไม่น้อยกว่า 238 ลบ.ม. แล้วขุดรื้อผสมกับหินคลุกใหม่ให้ได้ความลึก 0.20 ม. บดทับให้แน่นก่อนทำ Pavement In-Place Recycling ทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานแต่ต้องได้ปริมาณงานไม่น้อยกว่าแบบ
  • คำถาม: มีงานระบายน้ำหรืองานเสริมอื่นใดรวมอยู่หรือไม่?
    คำตอบ: มี ได้แก่ งานรางระบายน้ำแบบตื้น (RC Gutter), บ่อพัก, ท่อลอดกลม ค.ส.ล. ขนาด 0.50 ม., Guard Rail, หลักแนวโค้ง หลักกิโลเมตร หลักเขตทาง, เป้าสะท้อนแสง, สัญญาณไฟกระพริบ และ Rumble Strips ตามบัญชีปริมาณงานในแบบ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

กองช่าง อบจ.มห
องค์การบริ
LK
โครงการ
ปรับปรุงถนนลาดยางผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
(โดยวิธี Pavement In - Place Recycling)
ชื่อสายทาง : มห.ถ1-0005 บ้านน้ําเที่ยง ตําบลน้ําเที่ยง - บ้านดอนป่าแคน ตําบลโพนงาม อําเภอคําชะอี จังหวัดมุกดาหาร (ช่วงบ้านโคก - บ้านตูมหวาน)
ระยะทางรวม
0.660
กิโลเมตร
องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร
ฝ่ายสํารวจและออกแบบ
กองช่าง
โครงการ
ปรับปรุงถนนลาดยางผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
(โดยวิธี Pavement In - Place Recycling)
องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)
ชื่อสายทาง : มห.01-0005 บ้านน้ําเที่ยง ตําบลน้ําเที่ยง - บ้านดอนป่าแคน
ตําบลโพนงาม อําเภอคําชะอี จังหวัดมุกดาหาร (ช่วงบ้านโคก - บ้านตูมหวาน)
ระยะทาง 0.660
กิโลเมตร
รายละเอียดประกอบแบบงานบูรณะทางหลวงชนบทสายหลัก ระยะทาง

  1. งานปรับปรุงผิวทางแอสฟัลติกคอนกรีต (โดยวิธี Pavement In - Place Recycling)
    ช่วงที่ 1 กม. ที่
    ช่วงที่ 2 กม. ที่ ช่วงที่ 3 กม. ที่
    10+150 ถึง กม.
    0+000 ถึง กม.
    10+810
    0+000
    ระยะทาง
    ระยะทาง 0.660
    0.000
    หมายเหตุ
    ระยะทาง
    0.660
    กิโลเมตร
    0.660
    กม. ผิวจราจรกว้าง 6.00 ม. ไหล่ทางข้างละ 0.00 เมตร
    กม. ผิวจราจรกว้าง 0.00 ม. ไหล่ทางข้างละ 0.00 เมตร 0+000 ถึง กม. 0+000 ระยะทาง 0.000 กม. ผิวจราจรกว้าง 0.00 ม. ไหล่ทางข้างละ 0.00 เมตร
    ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕๒/ว ๗๘ ลงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๕
    การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ
    การจัดทําแผนการใช้พัสดุไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ และการใช้เหล็กไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ ที่ผลิตภายในประเทศ สําหรับการจัดจ้าง ก่อสร้างและการจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง
    ๑. งานจ้างก่อสร้าง
    (๑) หน่วยงานของรัฐจะต้องให้คู่สัญญาจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้
    ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา (ภาคผนวก ๑) โดยส่งให้ หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา(๒) หน่วยงานของรัฐจะต้องให้คู่สัญญาจัดทําแผนการ ใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา (ภาคผนวก ๒) โดยส่งให้หน่วยงานของรัฐ ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้ลง
    (ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการได้ตามรายการข้างต้น ให้ทําการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลติกคอนกรีต (โดยวิธี Pavement In - Place Recycling)
    ได้ตามสภาพพื้นที่ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่จะต้องได้ปริมาณงานไม่น้อยกว่าที่กําหนดในแบบก่อสร้าง)
    35
    จุดเริ่มต้นโครงการ กม.ที่ 10+150.00
    397
    NOMS SAING
    ห้วยมุก Hudi Muk
    แผนที่สังเขป
    ค่าพิกัดโครงการ
    แผ่นที่
    สารบัญแบบ
    รายการ
    หมายเหตุ
    1
    Un
    1 น
    2
    แผนที่สังเขป
    1
    3
    แบบแสดงรูปตัดตามขวางงานซ่อมสร้างผิวทา
    เลติกคอนกรีต (โดยวิธี Pavement In-Place Recycling)
    1 แผ่น
    4
    แบบแสดงสรุปปริมาณงาน
    1 แผ่น
    5
    แบบมาตรฐานรายละเอียดการแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม แบบเลขที่ 10-1-602
    1น
    6
    แบบมาตรฐาน รายการประกอบแบบงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลติกคอนกรีต แบบเลขที่ 10-7-601
    1
    7 แบบมาตรฐาน งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลติกคอนกรีต แบบเลขที่ 10-7-401(2)
    จุดสิ้นสุดโครงการ
    8
    แบบมาตรฐาน ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลติกคอนกรีต (โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING) แบบเลขที่ 30-7-403
    1 w
    nu 10+810.00
    9
    10
    แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร) แบบเลขที่ 10-3-110 (1)
    แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ข้อกําหนดการก่อสร้าง) แบบเลขที่ re-3-110 (4)
    1บ
    1 w
    patulasen’s 16°39'07.9′′N 104°24'44.9′′E จุดสิ้นสุดโครงการ 163926.5°N 1042456.3°E
    NONG PHLENG TON
    องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร
    รหัสลายทาง : มท.01-0005 ชื่อสายทาง : มห.ถ.1-0005 บ้านน้ําเที่ยง ตําบลน้ําเที่ยง - บ้านดอนป่าแคน ตําบลโพนงาม อําเภอคําชะอี จังหวัดมุกดาหาร (ช่วงบ้านโคก - บ้านตูมหวาน)
    แบบแสดง
    แผนที่สังเขป
    นน
    แบบที่ บท
    พ 2/4
    นายสมคิด สันติ นายช่างโยธาชํานาญงาน
    นายอนุพงศ์ เมืองโคตร นายช่างโยธาชํานาญงาน
    นายกฤษณะ อุ่นแสง วิศวกรโยธาชํานาญการ นายสมคิด คืนดี นายช่างโยธา 4. นายสํารวจฯ นายจตุรพร สมหอม ผู้อํานวยการกองช่าง (
    จํานวน 4 แผ่น
    242568
    สํารวม เห็นชอบ
    เขียนแบบ
    การ ทรงยศวัฒนา) /ฉพาะแบบ ออกแบบ ปลัด อบจ.มุกดาหาร
    ตรวจ
    2
    นายก อบจ.มุกดาหาร
    ชื่อสายทาง : มห.01-0005 บ้านน้ําเที่ยง ตําบลน้ําเที่ยง - บ้านดอนป่าแคน
    ตําบลโพนงาม อําเภอคําชะอี จังหวัดมุกดาหาร (ช่วงบ้านโคก - บ้านตูมหวาน)
    ระยะทาง
    0.660
    กิโลเมตร
    6.00 ม.
    Slope
    Slope
    Slope
    Slope
    ระดับดินเดิม
    Side Slope
    Side Slope
    ท่า Deep Patch แก้ไขโครงสร้างทางเดิม
    เส้นแบ่งทิศทางจราจร กว้าง 0.10 ม.
  • เส้นขอบทาง กว้าง - 10 ม.
    ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ Asphaltic Concrete
    หนาเฉลี่ย
    ทํา PRIME COAT พื้นทาง และพื้นไหล่ทาง
    หินคลุกปรับระดับ (หลวม) จํานวนไม่น้อยกว่า
    238.00
    ลบ.ม. (หลาน)
    ทําการขุดกัดผิวทางเดิม หนา 20.00 น., พื้นทางเดิม โดยวิธี Pavement in Place Recycling โดยผสมปูนซีเมนต์ปอร์แลนด์ประเภทหนึ่ง ไม่น้อยกว่า 3.5% โดยน้ําหนัก บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 % MODIFIED PROCTOR DENSITY และมีค่าแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ไม่น้อยกว่า 17.5 KSC
    โครงสร้างทางเดิน
    รูปตัดตามขวางงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลติกคอนกรีต (โดยวิธี Pavement In - Place Recycling)
    NOT TO SCALE
    หมายเหตุ
  1. หลังจากดําเนินการรูปตัดตามขวางงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลติกคอนกรีต (โดยวิธี Pavement in - Place Recycling)
    แล้วให้ทําการตัดหญ้าสองข้างทางออกไปข้างละไม่น้อยกว่า 1.00 ม. ตลอดทั้งสายทาง
  2. ป้ายจราจรที่นํามาใช้ในโครงการนี้จะต้องเป็นของใหม่โดยไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน
  3. ตําแหน่งในการติดตั้งป้ายสามารถทําการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม
  4. ผู้รับจ้างดําเนินการติดตั้งป้ายจราจรระหว่างก่อสร้างตามแบบมาตรฐานป้ายจราจรระหว่างก่อสร้างให้ชัดเจนและเพียงพอ
    เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้เส้นทาง ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
  5. ในกรณีที่ดําเนินการเสริมหินคลุกปรับระดับความหนาเฉลี่ย
    แล้วทําการขุดกัดใส่ให้ได้ความลีก 0.20 น.
    0.06 ม. ให้ผู้รับจ้างดําเนินการขุดรื้อพื้นทางเดิมผสมกับหินคลุกใหม่
    รหัสสายทาง : มท.01-0005
    องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร
    ชื่อสายทาง : มห. ถ. 1-0005 บ้านน้ําเที่ยง ตําบลน้ําเที่ยง - บ้านดอนป่าแคน ตําบลโพนงาม อําเภอคําชะอี จังหวัดมุกดาหาร (ช่วงบ้านโคก - บ้านตูมหวาน)
    รูปตัดตามขวางงานซ่อมสร้างฯ
    ใช้แทนแผ่นที่
    แบบที่ จ.พ
    แผ่นที่ 34
    นายสมคิด คืนดี นายช่างโยธาชํานาญงาน นายอนุพงศ์ เมืองโคตร นายช่างโยธาชํานาญงาน นายกฤษณะ อุ่นแสง วิศวกรโยธาชํานาญการ นายสมคิด คืนดี นายช่างโยธา ข. รกน.ฝ่ายสํารวจฯ
    นายจตุรพร สมหอม ผู้อํานวยการกองช่าง (จ.
    0
    จํานวน 4 แผ่น
    ริว เห็นชอบ
    ทรงยศวัฒนา) / เฉพาะแบบแป
    ออกแบบ ปลัด อบจ.มุกดาหาร

    กรจอมท
    ตรว
    242568
    นายก อบจ.มุกดาหาร
    ชื่อสายทาง : มห.01-0005 บ้านน้ําเที่ยง ตําบลน้ําเที่ยง - บ้านดอนป่าแคน
    ตําบลโพนงาม อําเภอคําชะอี จังหวัดมุกดาหาร (ช่วงบ้านโคก - บ้านตูมหวาน)
    ระยะทาง
    0.660 กิโลเมตร
    1
    (n) 404
    งานปรับปรุงโครงสร้างทาง
    รายการ
    ทวย
    ปริมาณงาน
    หมายเหตุ
    4.2 งานติดตั้ง
    บัญชีปริมาณงาน
    รายการ
    หน่วย ปริมาณงาน หมายเหตุ
    ปี
    รายการ
    หน่วย
    ปริมาณน ทายเท
    4.2.27 ป้ายจราจรแบบ 13-1551-928831-156,856-460,875
    ชุด
    4.2.1 ป้ายกําหนดน้ําหนักบรรทุก
    4.2.28 ติดตั้งเป้าสะท้อนแสง

    1.1 งานถางป่าชุดคอ (ขนาดเบา)
    ครม
    4.2.2 ป้ายจราจรแบบ บ.
    1.2 งานขุดรื้อค้นทางเดิม ขนทิ้งแล้วบดทับ
    4.2.29 หลักแนวโค้ง ค.ส.ล.

    ครม
    4.2.3
    ป้ายจราจรแบบ 12

    4.2.30 หลักกิโลเมตร
    หลัก
    1.3 งานเกลี่ยปรับไหล่ทางเดิมแล้วบดทับ (ไหล่ลูกรัง)
    คม
    4.2.4 ป้ายจราจร 13 - 155

    42.31 หลักเขตทาง
    หลัก
    1.4 งานปรับเกลี่ยแต่งพื้นทางเดิม
    กรม
    660.00
    4.2.5 ป้ายจราจรแบบ 1427,431-456,158-160,675
    4.2.32 หลัก ทาง
    หลัก
    1.5 งาน Benching
    ครม
    4.2.6 ป้ายจราจร 128-630,657,062
    4.2.33 Guard Rail บริเวณทางโค้งหรือคอสะพาน
    คร
    1.6 งานดินตัด
    ลบม
    4.2.7 ป้ายจราจร 61
    4.2.3 Guard Rail บริเวณทางตรง
    บร
    1.7 งานดินถม (จากการขนส่ง)
    ลบม
    4.2.8 ป้ายจราจรแบบ 163,866 2 แผ่นป้ายต่อชุด)

    4.2.35 ติดตั้งสัญญาณไฟกระพริบ
    แห่ง
    1.8 งานวัสดุคัดเลือกบดอัดแน่น
    ลบม
    4.2.9 ป้ายจราจรแบบ 164,967
    P
    5
    งานอาคารระบายน้ํา
    ปุ้ม
    1.9 งานรองพื้นทาง (ลูกรังบดอัดแน่น)
    สบม
    4.2.10 ป้ายจราจรแบบ 65,068
    5.1 งานรายระบายน้ําแบบตื้น (RC Gutter)
    1.10 งานหินคลุกบดอัดแน่น (ไหล่ทาง)
    สม
    4.2.11 ป้ายจราจรแบบ 169
    י
    5.2 บ่อพัก
    บ่อ
    1.11 หินคลุกปรับระดับ (หลวม)
    ลบม
    238
    4.2.12 ป้ายจราจรแบบ 170
    TA
    5.3 งานท่อลอดกลม ค.ส.ล. ขนาด 0.50 ม.
    ท่อน
    1.12 Skin Patch
    ครม
    4.2.13 ป้ายจราจรแบบ 71 - 73

    (ข) งานอื่นๆ
    1.13 Deep Patch
    กรม
    4.2.14 ป้ายจราจรแบบ 74

    1
    1.1 รูปแบบที่ 1 งานก่อสร้างทางในเขตไหล่ทางโดยที่มี
    เดือน
    1.14 Tu Pavement In-Place Recycling
    กรม
    3,960
    4.2.15 ป้ายจราจรแบบ 176
    การจราจรรบกวนผิวทางเล็กน้อย
    2
    u me
    4.2.16 ป้ายจราจรแบบ 77

    1.2 รูปแบบที่ 2 งานก่อสร้างที่มีการปิดช่องจราจร
    เดือน
    2.1 Prime Coat
    ครม
    3,960
    4.2.17 ป้ายจราจรแบบ 678
    1.3 รูปแบบที่ 3 งานก่อสร้างที่มีการปิดบริเวณกลางถนน
    เดือน
    2.2 Tack Coat
    คม
    4.2.18 ป้ายจราจรแบบ น
    1.4 รูปแบบที่ 4 งานก่อสร้างที่ปิดถนนให้ใช้ทางเบี่ยง
    เดือน
    2.3 Asphaltic Conorete
    4.2.19 ป้ายจราจรแบบ 12 (1 แผ่นป้าย)
    1.5 รูปแบบที่ 5 งานก่อสร้างบริเวณสะพาน
    เดือน
    Asphaltic Concrete ( Prime Coat)
    ทม
    3,960
    4.2.20 ป้ายจราจรแบบ 12 ( 2 แผ่นป้าย)
    1.6 รูปแบบที่ 6 งานก่อสร้างที่ปิดถนนให้ใช้ทางเบี่ยงช่องทางเดียว
    เดือน
    Asphaltic Concrete (ปูบน Tack Coat)

    5.2.21 ป้ายจราจรแบบ 12 ( 3 แผ่นป้าย)
    ชุด
    1.7 รูปแบบที่ 7 งานก่อสร้างที่มีการปิดช่องจราจรบริเวณ 4 แยกขาออก
    เดือน
    24 Para-Asphaltic Concrete
    4.2.22 ป้ายจราจรแบบ น
    ชุด
    Para - Asphaltic Concrete (ปูบน Prime Cost)
    กรม
    4.2.23 ป้ายจราจรแบบ 14
    1.8 รูปแบบที่ 8 พื้นที่ก่อสร้างบริเวณกลางถนน กรณี 4 ช่องจราจร
    (จํานวนช่องจราจรเท่าเดิม)
    เดือน
    ครม
    Para Asphaltic Concrete (tu Tack Coar
    4.2.24 ป้ายจราจรแบบ 16 - 17
    3
    งานตีเส้นจราจร
    4.2.25 ป้ายจราจรแบบ 15

    19 รูปแบบที่ 9 พื้นที่ก่อสร้างบริเวณกลางถนน กรณี 4 ช่องจราจร
    (ลดจํานวนช่องจราจร)
    เดือน
    4.1 สีเทอร์โมพลาสติก
    คม
    148.50
    กว้าง 0.10 ม.
    4.2.26 ป้ายจราจรแบบ น7 - 120

    2
    21ป้ายโครงการ
    ป้าย
    1
    4.2 Traffic Paint
    ครม
    4.3 Rumble Strips
    ครม.
    44 ท า ย
    แห่ง
    จราจรสงเคราะห์
    4.1 งานปรับปรุง
    4.1.1 หลักแนวโค้ง ค.ส.ล.
    หลัก
    4.1.2 หลักกิโลเมตร
    หลัก
    4.1.3 ป้ายจราจร
    4.1.4 GUARD RAIL

    บัญชีปริมาณงาน
    ใช้แทนแผ่นที่
    แบบที่ อบจ.มท……
    แผ่นที่ 4/4
    รหัสสายทาง : มห.01-0005
    องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร
    ชื่อสายทาง : มห. ถ. 1-0005 บ้านน้ําเที่ยง ตําบลน้ําเที่ยง - บ้านดอนป่าแคน ตําบลโพนงาม อําเภอคําชะอี จังหวัดมุกดาหาร (ช่วงบ้านโคก - บ้านตูมหวาน)
    แบบแสดง
    นายสมคิด คืนดี นายช่างโยธาชํานาญงาน
    นายอนุพงศ์ เมืองโคตร นายช่างโยธาชํานาญงาน
    นายกฤษณะ อุ่นแสง วิศวกรโยธาชํานาญการ
    นายสมคิด คืนดี นายช่างโยธา 4. รวนฝ่ายสํารวจฯ
    นายจตุรพร สมหอม ผู้อํานวยการกองช่าง
    tee
    falk
    (วัน
    0
    จํานวน 4 แผ่น
    N ตุลาคม 2448
    รวจ เห็นชอบ
    ยศวัฒนา) / เฉพาะแบบแปลน
    ออกแบบ ปลัด อบจ.มุกดาหาร
    ตรวจ
    ตรวจ อนุมัติ
    ตรวจ
    นายก.อบจ.มุกดาหาร
    ผิวทาง
    คันทางเดิน
    หินคลุกชั้นพื้นทาง
    ลูกรังกรณีที่ขึ้นเสียหายลึกเกินในพื้นทาง ขุดรื้อค้นทางเดิมถึงขั้นที่เสียหายแล้วบดทับ
    DEEP PATCH
    คันทางเดิม
    -ขุดรือผิวทางเดิมที่ชํารุด
    PRIME COAT
    COLD MIX หรือ HOT MIX
    SKIN PATCH
    ผิวทาง
    COLD MIX 138 HOT MIX
    TACK COAT
    LEVELLING
    ข้อกําหนดงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
  6. งานขุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH)
    เป็นการซ่อมเพื่อแก้ไขโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SOFT) หมายถึง งานชุดชั้นต้นทางในบริเวณที่ค้นทางเดิมชํารุดเสียหาย (SOFT SPOT)
    และไม่สามารถรับน้ําหนักบรรทุกได้ ต้องทําการขุดรื้อลึกถึงชั้นที่เสียหาย แล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพมาแทนที่ แล้วทําการบดทับให้ได้ รูปร่างและความแน่นตามที่กําหนด
    วิธีการก่อสร้าง
  7. ขุดรื้อผิวทางและชั้นทางที่ชํารุดออกจนถึงขั้นโครงสร้างทางที่เสียหาย ตลอดความกว้างของชั้นทางหรือตามพื้นที่ที่เสียหายตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด 2. ทําการปิดทับค้นทางเดิมให้แน่นตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบทของวัสดุคันทางนั้นๆ
    3.ลงวัสดุตามชั้นคันทางเดิมหรือดีกว่า แล้วใช้เครื่องจักรกลที่เหมาะสม ตีแผ่ เกลี่ยวัสดุ คลุกเคล้า ผสมน้ําโดยที่ประมาณว่าให้ปริมาณน้ําที่ OPTIMUM MOISTURE CONTENT + 3% 4.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุจนได้ที่ แล้วทําการปิดทับด้วยเครื่องมือบดทับที่เหมาะสม บดทับจนสม่ําเสมอจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด การก่อสร้างขึ้นคันทางต้องก่อสร้างเป็นชั้นๆ
    โดยให้มีความหนาหลังบดทับชั้นละไม่เกิน 200 มิลลิเมตร และทดสอบความแน่นของการปิดทับ
    5.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุให้ได้แนว ระดับ ความลาด ขนาดและรูปตัดตามแบบสายทางจนไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุหลุดหลวมไม่แน่นอยู่บนผิว
  8. ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
    2.งานปะซ่อมผิวทางเดิม (SKIN PATCH)
    เป็นงานซ่อมเพื่อแก้ไขผิวทางเดิมที่ชํารุดเสียหายเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการ
    ปะซ่อม (SKIN PATCH) ได้แก่ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวแบบหนังจรเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยแตกร้าวกว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวจากการกดได (SLIPPAGE CRACKS) เป็นต้น
    วิธีการก่อสร้าง
  9. ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิตตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
  10. ชุดซื้อผิวทางเดิมที่เสียหาย ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
  11. ทํา PRIME COAT
  12. วัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
  13. บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (MBRATING ROLLER) หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
    5.ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
  14. งานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING)
    เป็นงานซ่อมเพื่อปรับระดับผิวทางเดิมให้ราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่นก่อนที่จะทําการฉาบผิวทางสเตอร์ซีลหรือเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต
    เป็นการปรับระดับผิวทางเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทางหรือชั้นผิวทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการปรับระดับ (LEVELLING) ได้แก่ ผิวทางที่ทรุดตัว ตามแนวขุดฝังท่อ (UTUTY CUT DEPRESSION) ผิวทางที่ยุบลงไปตามแนวร่องล้อ (RUT) ผิวทางที่ยุบเป็นแอ่งมีระดับต่ํากว่าบริเวณอื่น (DEPRESSION) เป็นต้น วิธีการก่อสร้าง
    1.ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
  15. ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
  16. ทํา TACK COAT
  17. วัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
  18. บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (MBRATING ROLLER)
    หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
  19. ท่าการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
    แบบมาตรฐานงานทาง
    สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แบบเลขที่ 70-7-602
    แผ่นที่ 101
    ข้อกําหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
  20. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทําการตรวจสอบ
    และอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน
  21. ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ
    หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท
  22. งานดินถมต้นทาง
    3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินค้นทาง (มทร. 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
    ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    3.2 วัสดุที่จะทําการบดอัดแต่ละขั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ําตามจํานวนที่กําหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ
    มีความชื้นสม่ําเสมอก่อนทําการบดอัดแน่น
    3.3 การถมดินทางให้ผมเป็นชิ้นๆ ชิ้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชิ้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ
    95% Standard Proctor Denalty
  23. งานชั้นรองพื้นทาง
    4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช.202-2545) ซึ่งได้ผ่าน
    ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือต้นทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนําวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่
    บดอัดเป็นชิ้นๆ ชิ้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชิ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
    95% Modified Proctor Density
  24. งานในพื้นทาง
    5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มท.203-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
    ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarify)
    ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทําการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด
    ให้นําวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
    5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตําแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง
    Sieve Analysis และ Compaction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตําแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ ทั้งหมดเหมือน General Test ได้
    5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
  25. งาน Prime Coat มท.225-2545
    6.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
    6.2 ผิวหน้า นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินทีหลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก
  26. งาน Tock Coat มา1227-2545
    7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
    1.2 ก่อนที่จะทําการ Tock Coat จะต้องทําการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
    7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทําผิวขึ้นต่อไป
  27. งานแอสฟัลต์คอนกรีต
    8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทําการ Prime Coat ตาม ม.225-2545 หรือ Tock Coat ตาม บทช.227-2545 ก่อน
    8.2 นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน
    8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร
    จากแยกเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะรวมไปพร้อมกันกับ การปูในทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวก่อน โดยให้เป็นชั้นๆ หนาไม่เกินขึ้นละ 50 มิลลิเมตร
    8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132°C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 8.6 ทําการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1ตัวอย่าง ทดสอบตาม มท.(1)607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม
    และปริมาณแอสฟัลต์ซิเมนต์ที่ใช้
    8.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกําหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอทั้งทางด้านตามความและตามยาว
    โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอบเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนํามาใช้
    8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้บดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ําหนักประมาณ
    8-10 ต้น จํานวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ําหนักประมาณ 10-12 ต้น ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย ร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง
    9 การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว
    8.4 ผิว นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด
    ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าผมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทํา Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต
    9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ําเสมอ
    ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น
    (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดําเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
    9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จํานวน 1 ก้อนตัวอย่าง
    หรือจํานวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ
    นํามาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
    9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทําการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทําการเจาะก่อนตัวอย่าง
    เป็นตัวแทนของขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจํานวน
    1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนํามาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density
    9.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก่อนตัวอย่าง จะต้องทําความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทําการ Tack Coat ก่อนที่จะปะซ่อม
    ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 12 c ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกําหนด 10. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ
    ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทํา ให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
    แบบมาตรฐานงานทาง
    สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แบบเลขที่ 10-2-601
    แผ่นที่ 100
    ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING
    17
  28. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ
    ส่วนผสมการปรับปรุงขั้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด
  29. ทําการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างขึ้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม 4. กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและบดทับให้เรียบร้อยก่อนที่
    จะทําการปรับปรุงในทางเดิมในที่
  30. ทําการปรับปรุงขึ้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อขึ้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ
    วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา 5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงขึ้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มท (1) 303-2545 " วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน " โดยอนุโลม
    ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
    5.2 การทดสอบหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแห่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ
    กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงขึ้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงขึ้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงขึ้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ํา และค่า
    ใช้จ่ายในการปรับปรุงในทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
    5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดขึ้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงขึ้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 %
    MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
    5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล
    ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
    5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงขึ้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มขึ้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของขึ้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
    ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม
  31. PRIME COAT พื้นทางและฟื้นไหล่ทาง ตาม มท.225-2545
  32. ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทร. 230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
    ลําดับ รายการ
    1 หินคลุก
    3 ปูนซิเมนต์
    4 PRIME COAT
    ข้อก้าหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    ข้อกําหนด
    ต้องเป็นหินโม่รวม ( CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE ) ตาม ม.306-2550 ค่า L ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า PL. ไม่มากกว่า 6% ค่าความลึกหรือไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR. ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใดที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุ ผสม
    มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก. 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง " มาตรฐานงานไพร์มโคท * มล.308-2550
    5 ผิวทางและไหล่ทาง อ้างถึง " มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต - ม.313-2550 6 เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง " แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง "
    หมายเหตุ
  33. รายละเอียดตามรูปดัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
    สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  34. ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
    เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ
    ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ รองผู้ควบคุมงาน
  35. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
    แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
    นี่ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  36. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ
  37. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  38. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ
    GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    โดยวิธี PAVBMENT IN-PLACB RBCYCLING (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แบบเลขที่ ทด-7-603
    แผ่นที่ 102
    ดับดินดิน
    SIDE SLOPE
    ในทาง
    Rowne
    ใหล่ทาง
    2.5%
    ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
    ทํา PRIME COAT พื้นไหล่ทาง
    ฟินไหล่ทาง
    CRUSHED STONE SOIL AGGREGATE TYPE BASE C.B.R ไม่น้อยกว่า 80% บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า
    95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
    เกลี่ยปรับแต่งไหล่ทางเดิมแล้วบดทับ
    2.5%
    SIDE SLOPE
    ทําผิวจราจรแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
    ทํา PRIME COAT พื้นทาง
    พื้นทาง CRUSHED STONE SOIL AGGREGATE TYPE BASE C.B.R. ไม่น้อยกว่า 80% บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า
    95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
    ขุดรือผิวจราจรเดิม ขนทิ้งแล้วบดทับ - โครงสร้างทางเดิม
    รายการประกอบแบบ
  39. ทําการขุดรื้อผิวจราจรเดิม (ขนทิ้ง) แล้วบดทับตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท
  40. ทําการเกลี่ยปรับไหล่ทางเดิม แล้วบดทับตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท
  41. ลงหินคลุกพื้นทางและฟื้นไหล่ทาง บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 35% MODIFIED PROCTOR DENSITY 4. PRIME COAT พื้นทางและฟื้นไหล่ทาง
  42. ทําผิวจราจรและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง 6. รายละเอียดตามรูปติดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
    สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง 7.ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
    เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ ใน ระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน
  43. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
    แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
    นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  44. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 7.8 และ ข้อ 9 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 10. ความหนาของหินคลุกพื้นทางและไหล่ทาง จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  45. ความหนาของผิวจราจรแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  46. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ
    GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
    ( รูปตัดโครงสร้างทาง
    ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีต
    ลําดับที่
    รายการ
    ข้อกําหนด
    1
    ไหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
    อ้างถึง
    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต " มทช.230-2545
    2
    ผิวจราจร แอสฟัลต์คอนกรีต
    อ้างถึง
    3
    PRIME COAT
    4
    พื้นทาง BASE และพื้นไหลทาง
    5
    การตีเส้นจราจรบนผิวทาง
    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มท. 230-2545
    อ้างถึง " มาตรฐานงานไพร์มโคท " มท.225-2545
    ต้องเป็นหินโม่รวม (CRUSHED STONE SOIL AGGREGATE TYPE BASE) ตาม มทร. 203-2545 ค่า L. ต้องไม่มากกว่า 25% ค่า PL ไม่มากกว่า 6% ค่าความสึกหรอไม่มากกว่า 40% การปิดทับต้องบดทับให้มีความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY และมีค่า C.B.R. ไม่น้อยกว่า 80% หรือเท่ากับที่แสดงในแบบรูปดัดโครงสร้างทาง
    อ้างถึง "
    แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวจราจร " ทล-3-110(1) - 110(4)
    หมายเหตุ
    แบบงานซ่อมสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตปรับจากแบบมาตรฐานงานบํารุงรักษาทาง แบบที่ 5.1
    (ม.บร.5.1/2546) ของกรมทางหลวงชนบท
    wwwwww
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานซ่อมสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต
    แบบเลขที่ 10-7-401 (2)
    แผ่นที่ 98
    Le
    150 14
    uvarem
    พัช -
    เก็บอาจเหลือเกิน
    การเห็นจรจาปริเวณโค้งราย
    wastaty
    150
    150
    150
    150

C
D
E-184
0.50
ftpad)
180
180
210
240
276
เนจร กรณีความกว้างของไหล่ทาง
1501
de gene
150
-เส้นรอบท
Tine
เติบ
กรณีความกว้างสะพานน้อยกว่าความว่า TRE
ใน
-Time
150 4
Taime
159
-Time
auma
150 14 MIN
ยม
150

  • ใหม่ทาง
    กานในจราจรทานยา
    ขนาดและระยะเครื่องหมายลบนผิวทาง
    உ ம்ரிய
    นี ใน
    0.10
    900
    300
    0.10
    900
    3.00
    ยก ประกอบแบบ
    เทค มี นบ-กระบุเป็นอย่างอื่น
    2 have lin
    21 ประเหลือแบ่งใส่ในบริเวณที่ยอมให้
    พาล um และการนอนนั้นประกําหนดไว้ดังนี้
    22 เส้นทีเดียว เป็นกันกับเหลือง ใช้เป็นเส้นแบ่งกิจกรรมในบริเวณที่ทาแขนในสายทาง 2 หรือประมาณ
    ปราณก่อนถึงภาพ ห้ามเปลี่ยนช่องจอมมารนั้นกันต้องไม่น้อยกว่า 3 แ
    23 เส้นประตูกับพื้นดิน เป็นเส้นสีเหลือง ขนานกันไป โดยเส้นทั้งสองต่างกันเท่ากับความกว้างของต้นประ ให้ใช้พื้นที่น
    ใช้มันกับ ส่วนบ้านที่อบให้แข่งใช้เส้นประ
    24 การพันแสง ปราณทางได้ทราบและทางได้แนวตั้งให้อยู่ในคุณพินิจของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
    25 de m
    ให้เฉพาะประเทศ เป็นชุมชนที่อยู่ชาย, ปวส.2 เมตรเมืองรวมกล่าว และภายในได้มี 2 บ. 5 บาทและบริเวณที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้
    A thredaan, min
    พายเพ
    แบบเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (เส้นจราจร) ปรับปรุงจากแบบคนที่พร—100/45 (แก้ไขครั้งที่ 1.) ของกรมทางหลวงชนบท
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร)
    แบบเลขที่ 10-3-110 (1)
    แผ่นที่ 49
    ข้อกําหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (Traffic Paint) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้
  1. วิธีดําเนินการจัดทํา
    1.1 การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจรที่ทําการตีเส้นหรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลงทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชํารุด
    การลงวัสดุรองพื้น ต้องใช้วิธีพ่นเพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน ในกรณีที่เครื่องหมายจราจรเดิมไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกับเครื่องหมายจราจรที่จะทําขึ้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่
    รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
    1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
    1.3
    การเตรียมวัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้สีผิดเพี้ยนหรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจากให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้ ต้องใช้
    วัสดุเทอร์โมพลาสติกให้เพียงพอกับความร้อนในเตาต้มที่มีการกวนอยู่ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขณะใดๆ
    เมื่อวัสดุเหลวแล้วจะต้องรีบใช้ทันทีห้ามมิให้นํา วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
    1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทํางาน ปริมาณของวัสดุต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งขึ้น
    ขึ้นไปต้องรอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน
  2. ข้อกําหนดคุณสมบัติ
    2.1 จราจร (Traffic Paint) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก
    415 จราจร ชนิดที่ 2
    2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น รีด หรือปาดลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมาย
    มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 542 วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ 1 ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้น เทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400-500 กรัมต่อตารางเมตร
    2.3 ลูกแก้ว (Glass Beads) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
    บอก 543 ไว้ผลิตภัณฑ์
    2.4 วัสดุรองพื้น (Tock Coat หรือ Primer) เป็นน้ํายาเคมีใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิต
    วัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด
  3. การตรวจวัดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
    3.1 ความหนา
  4. วัด
    1.1 พน
    1.2 การใช้งาน
    ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
    รายการที่กําหนด
    วัสดุเทอร์โมพลาสติก
  5. ตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
    ven415-2541 10

    wen.542-253071 น หรือปาก
    21 ม นา เ นพ. Onl
    202
    หรือปาดลาก
    2.2 อัตราการใช้ลูกแก้ว (โรยจากเครื่อง เมน
    2400
    20 2400
    3.1 ความหนาเป็นแพ่ง, telus
    3.21mm (Retroreflectivity), mod.!
    ma
    2300 200
  6. ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อเสร็จทันที (ตรวจรับน
    3.2 รองพื้นในเวลากลางคืน
  7. ตรวจสอบคุณลักษณะหลังใช้งาน (ระยะเวลาประกัน)
    4.1 การมอง นในเวลากลางคืน 4.1.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), medium
    ima เพลง
  8. ระยะเวลาประกัน
    ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่เกิน 100 ตารางเมตร อย่างน้อย 3 ค่า ต่อ 1 ครั้ง โดยใช้แผ่นโลหะผิวเรียบวางรับในแนวที่ เครื่องตีเส้น จะผ่าน เมื่อพ้นรีดหรือปาดลากวัสดุไปบนแผ่นโลหะนั้นแล้ว ให้นํามาวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรดังนี้
    (1) โจร ( Traffic Pant) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิเมตร
    (2) วัสดุเทอร์โมพลาสติก ( Thermoplastic) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 3.0 มิลลิเมตร หรือไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
    3.2 ค่าแฟกเตอร์ การสะท้อนแสง (Reflectance หรือ Luminance Factor)
    ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่น้อยกว่า 10 ตําแหน่ง แต่ละตําแหน่งอย่างน้อย 3 ค่า และในทุกช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ให้ตรวจสอบ มาตรฐานเครื่องมือ (Standardization) และปรับค่าให้ถูกต้อง
    230
    300 2200
    6 เดือน 1 ครั้ง 12 เดือน 1 ครั้ง
    12 เดือน 1 ครั้ง 24 เดือน 1 ครั้ง
    150 2100
    150 > 100
    12 เดือน
    24 en
    NETW
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แบบเลขที่ 10-3-110 (4)
    แผ่นที่ 52