ประกวดราคาจ้างเหมาพัฒนาชุด Reference Impedance จำนวน 1 งาน ของวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี
วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโครงการพัฒนาชุด Reference Impedance สำหรับใช้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานอ้างอิงในการทดสอบสมรรถนะของอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทดสอบแรงดันกระเพื่อม ฟลิกเกอร์ และคุณสมบัติทางไฟฟ้าตามมาตรฐานสากล IEC 61000-3-3, IEC 61000-3-11 และ IEC 60725 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับระบบไฟฟ้าสาธารณะ
ขอบเขตของงานครอบคลุมการออกแบบและพัฒนาชุด Reference Impedance ที่ต้องมีค่าอิมพีแดนซ์ทางไฟฟ้า (R และ X) ที่แม่นยำตามมาตรฐานที่กำหนดสำหรับทั้งระบบ 1 เฟสและ 3 เฟส โดยต้องรองรับกระแสต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 32A และมีเสถียรภาพทางความร้อนสูง นอกจากนี้ อุปกรณ์ต้องสามารถทำงานร่วมกับเครื่องจำลองโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Simulator) ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อรองรับการทดสอบตามข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า (Grid Code) ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
งานที่ต้องส่งมอบประกอบด้วยชุดอุปกรณ์ Reference Impedance แบบ 1 เฟสจำนวน 2 ชุด และแบบ 3 เฟสจำนวน 2 ชุด พร้อมด้วยรายงานผลการทดสอบความแม่นยำและความคลาดเคลื่อน ใบรับรองการสอบเทียบจากห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ISO/IEC 17025 คู่มือการใช้งานทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ตลอดจนการจัดฝึกอบรมการใช้งานให้กับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน
English summary
The College of Alternative Energy and Smart Grid Technology is procuring a project for the development of Reference Impedance sets. These sets will serve as standard reference devices for testing the performance of electrical equipment, specifically for voltage fluctuation, flicker, and electrical characteristic tests according to international standards IEC 61000-3-3, IEC 61000-3-11, and IEC 60725, which relate to connecting equipment to public low-voltage supply systems.
The scope of work includes the design and development of Reference Impedance sets with precise electrical impedance values (R and X) as specified by the standards for both single-phase and three-phase systems. The equipment must support a continuous current of at least 32A and have high thermal stability. Furthermore, the device must be fully compatible with a Grid Simulator to support testing in accordance with the Grid Code requirements of the Provincial Electricity Authority (PEA) and the Metropolitan Electricity Authority (MEA).
The deliverables consist of two sets of single-phase Reference Impedance units and two sets of three-phase units. Additionally, the contractor must provide test reports on accuracy and uncertainty, calibration certificates from an ISO/IEC 17025 accredited laboratory, user manuals in both Thai and English, and user training for the client’s personnel.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- พัฒนาชุด Reference Impedance ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน IEC 61000-3-3, IEC 61000-3-11 และ IEC 60725 สำหรับใช้ทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า
- สร้างอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับทดสอบแรงดันกระเพื่อม (Voltage Fluctuation) และฟลิกเกอร์ (Flicker) ตามมาตรฐาน EMC
- ให้ได้อุปกรณ์ที่มีค่าพารามิเตอร์ทางไฟฟ้า (R และ X) ที่แม่นยำและเสถียรสำหรับใช้เป็นอ้างอิงในห้องปฏิบัติการ
- พัฒนาอุปกรณ์ที่สามารถทำงานร่วมกับเครื่องจำลองสภาวะโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Simulator) ได้อย่างถูกต้อง
- สนับสนุนการทดสอบเพื่อตรวจสอบความสอดคล้องกับข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า (Grid Code) ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
ขอบเขตของงาน
- การออกแบบและพัฒนา: ออกแบบและพัฒนาชุด Reference Impedance ตามมาตรฐานและข้อกำหนดทางเทคนิคทั้งหมดที่ระบุใน TOR
- การผลิตและประกอบ: ผลิตและประกอบชุดอุปกรณ์ให้มีโครงสร้างและการเชื่อมต่อตามข้อกำหนด (เช่น มี Bypass Switch, Emergency Stop, Forced Air Cooling, Terminal Blocks)
- การทดสอบและสอบเทียบ:
- ทดสอบค่าความคลาดเคลื่อน (Uncertainty) โดยใช้แหล่งจ่ายไฟ (Grid Sim) ของผู้ว่าจ้าง และรวมผลเข้ากับความคลาดเคลื่อนทั้งระบบ
- ทดสอบและบันทึกค่า R และ X ที่กระแส 15A และ 30A เป็นเวลาต่อเนื่อง 2 ชั่วติง ทุก 5 นาที
- ส่งสอบเทียบชุด Reference Impedance ที่พัฒนาขึ้นกับสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (NIMT) หรือห้องปฏิบัติการสอบเทียบเอกชนที่ได้มาตรฐาน ISO/IEC 17025
- การตรวจสอบความเข้ากันได้: ตรวจสอบและรับรองว่าอุปกรณ์สามารถทำงานร่วมกับ Grid Simulator และเป็นไปตามข้อกำหนด Grid Code ของ กฟภ. และ กฟน.
- การส่งมอบและติดตั้ง: ส่งมอบตัวอุปกรณ์และเอกสารประกอบทั้งหมด ณ สถานที่ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
- การฝึกอบรม: จัดฝึกอบรมการใช้งานและการบำรุงรักษาให้แก่เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง
- การรับประกันและการบริการหลังการขาย: ให้บริการรับประกันและแก้ไขปัญหาภายในระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงการปรับตั้งค่าใหม่หากค่าอิมพีแดนซ์เลื่อนหลุด
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ชุด Reference Impedance แบบ 1 เฟส จำนวน 2 ชุด
- ชุด Reference Impedance แบบ 3 เฟส จำนวน 2 ชุด
- รายงานผลการทดสอบความคลาดเคลื่อน (Uncertainty) ที่รวมผลจาก Grid Sim ของผู้ว่าจ้าง
- รายงานผลการทดสอบค่า R และ X ที่กระแส 15A และ 30A เป็นเวลา 2 ชั่วโมง
- ใบรับรองการสอบเทียบ (Calibration Certificate) จาก NIMT หรือห้องปฏิบัติการสอบเทียบเอกชนที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025
- คู่มือการใช้งานภาษาไทย 1 ชุด (พร้อมไฟล์ .pdf)
- คู่มือการใช้งานภาษาอังกฤษ 1 ชุด (พร้อมไฟล์ .pdf)
- การฝึกอบรมการใช้งานและการบำรุงรักษา 1 รุ่น (ระยะเวลา 3-6 ชั่วโมง)
ระยะเวลาดำเนินการ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีห้องทดสอบผลิตภัณฑ์อินเวอร์เตอร์เป็นของตนเอง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยทดสอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) โดยต้องแนบเอกสารหลักฐานการขึ้นทะเบียนหน่วยทดสอบขณะเข้าเสนอราคา
- Standards Compliance: ต้องมีความเข้าใจและสามารถพัฒนาอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน IEC 61000-3-3:2021, IEC 61000-3-11 (2000-08), และ IEC 60725
- Experience: ต้องมีประสบการณ์ในการทดสอบและพัฒนาอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐาน EMC การทดสอบอินเวอร์เตอร์ และการทำงานร่วมกับ Grid Simulator
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถทางเทคนิคในการออกแบบวงจรอิมพีแดนซ์ที่แม่นยำสูง ผลิตอุปกรณ์ทนกระแสสูง มีระบบควบคุมอุณหภูมิ และสามารถทำการสอบเทียบกับสถาบันมาตรฐานได้
- Personnel: ต้องมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านมาตรฐานไฟฟ้าและการทดสอบ EMC, วิศวกรไฟฟ้าที่สามารถออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์ได้, และผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้การฝึกอบรมได้
เกณฑ์การพิจารณา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- มาตรฐาน: ต้องออกแบบตามมาตรฐาน IEC 61000-3-3:2021, IEC 61000-3-11, และ IEC 60725
- ค่าพารามิเตอร์ไฟฟ้า:
- ระบบ 3 เฟส: RA=0.24Ω, XA=0.15Ω (50Hz) สำหรับ Line; RN=0.169Ω, XN=0.102Ω (50Hz) สำหรับ Neutral
- ระบบ 1 เฟส: Zref = 0.409 + j0.259 Ω
- ความแม่นยำ: ความแม่นยำของค่า R และ X ต้องไม่เกิน ±1% ต่อเฟส; ความคลาดเคลื่อนทั้งระบบต้องไม่เกิน ±5%
- พิกัดกำลัง: รองรับกระแสต่อเนื่อง ≥32A; ตัวต้านทานมีพิกัดกำลัง ≥500W ต่อตัว; Inductor ต้องเป็นแบบ Air Core
- โครงสร้าง: รองรับระบบ 1 เฟส 2 สาย และ 3 เฟส 4 สาย พร้อมสายกราวด์แยก; มี Bypass Switch (Direct/Test); ติดตั้ง MCB/MCCB ขาเข้า ≥32A; มีปุ่ม Emergency Stop; มีระบบตัดเมื่ออุณหภูมิเกินและพัดลมระบายความร้อน; ใช้ขั้วต่อ Safety Banana Jack 4mm
- การทำงานกับ Grid Simulator: ต้องรองรับการทำงานร่วมกับ Grid Simulator ตาม Grid Code ของ กฟภ.และกฟน.; มีจุดต่อ Remote Sense Terminals; ทำงานได้ต่อเนื่องที่แรงดัน 195V–264V และความถี่ 47-52 Hz
เงื่อนไขสัญญา
- การรับประกัน: รับประกันความชำรุดบกพร่องจากการใช้งานปกติไม่น้อยกว่า 1 ปี และรับประกันค่าความเที่ยงตรงของอิมพีแดนซ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี
- การบริการรับประกัน: หากค่าเลื่อนหลุดจากเงื่อนไข TOR โดยไม่เกิดจากการใช้งานผิดวิธี ผู้รับจ้างต้องปรับตั้งค่าใหม่ให้ภายใน 15 วันทำการโดยไม่คิดค่าบริการ หากอุปกรณ์ชำรุด ผู้รับจ้างต้องให้บริการ On-site ตรวจสอบและแก้ไขภายใน 15 วันทำการ
- การฝึกอบรม: จัดฝึกอบรม ณ สถานที่ติดตั้ง เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3-6 ชั่วโมง ภายใน 30 วันนับจากวันที่ตรวจรับ
- การส่งมอบเอกสาร: ต้องจัดทำและส่งมอบคู่มือการใช้งานภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: ชุด Reference Impedance นี้ใช้ทดสอบอุปกรณ์ประเภทใดเป็นหลัก?
A: ใช้ทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอินเวอร์เตอร์หรืออุปกรณ์ที่อาจก่อให้เกิดแรงดันกระเพื่อมและฟลิกเกอร์ (Flicker) เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องกับมาตรฐาน EMC -
Q: ทำไม Inductor ต้องเป็นแบบ Air Core?
A: เพื่อป้องกันปรากฏการณ์ Magnetic Saturation ที่อาจเกิดขึ้นจากกระแส Peak หรือ DC Offset จากอินเวอร์เตอร์ ซึ่งจะทำให้ค่าอิมพีแดนซ์ไม่เป็นเชิงเส้นและส่งผลต่อความแม่นยำของการทดสอบ -
Q: การทดสอบความคลาดเคลื่อน (Uncertainty) รวมผลจาก Grid Sim หมายความว่าอย่างไร?
A: หมายความว่าต้องวัดความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นจากแหล่งจ่ายไฟ Grid Simulator ของผู้ว่าจ้างโดยตรง จากนั้นนำค่าความคลาดเคลื่อนนั้นมารวมกับความคลาดเคลื่อนของชุด Reference Impedance ที่พัฒนาขึ้น เพื่อคำนวณหาความคลาดเคลื่อนรวมทั้งระบบ (Total Uncertainty) ซึ่งต้องไม่เกิน ±5% -
Q: ใบรับรองการสอบเทียบต้องมีรายละเอียดอะไรบ้าง?
A: ต้องแสดงค่า R และ X ตามมาตรฐาน IEC 60725 ที่พิกัดกระแส 15A และ 30A, ออกโดย NIMT หรือห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025 ในขอบข่ายการวัดอิมพีแดนซ์ที่ความถี่ 50Hz และต้องระบุค่าความแม่นยำ (Accuracy) และความคลาดเคลื่อน (Uncertainty) ตามที่กำหนด -
Q: จุดต่อ Remote Sense Terminals มีหน้าที่อะไร?
A: ใช้สำหรับเชื่อมต่อสายสัญญาณตรวจจับแรงดันจาก Grid Simulator เพื่อให้ Simulator สามารถวัดแรงดันที่จุด “ด้านไฟเข้า” ของวงจร Reference Impedance ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการทดสอบตามมาตรฐาน -
Q: การรับประกันค่าความเที่ยงตรงของอิมพีแดนซ์ครอบคลุมอะไร?
A: ครอบคลุมการรับประกันว่าค่าอิมพีแดนซ์ (R และ X) จะไม่เลื่อนหลุดจากเงื่อนไขที่กำหนดใน TOR เป็นระยะเวลา 1 ปี หากหลุดโดยไม่ได้เกิดจากการไหม้หรือใช้งานผิดวิธี ผู้รับจ้างต้องปรับตั้งค่าใหม่ให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย -
Q: ชุดอุปกรณ์ต้องรองรับช่วงแรงดันและความถี่ไฟฟ้าได้กว้างขนาดไหน?
A: ต้องสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีค่าความต้านทานคงที่ในช่วงแรงดันประมาณ 195V – 264V และที่ความถี่ไฟฟ้า 47 - 52 Hz -
Q: เหตุใดสายกราวด์จึงต้องไม่ผ่านชุด Reference Impedance?
A: เพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้การทดสอบเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งมักแยกเส้นทางของสายกราวด์ออกจากวงจรอิมพีแดนซ์อ้างอิง -
Q: การฝึกอบรมครอบคลุมเนื้อหาอะไรบ้าง?
A: ครอบคลุมการใช้งานชุด Reference Impedance อย่างถูกต้องและปลอดภัย การเชื่อมต่อกับ Grid Simulator การตีความผลการทดสอบเบื้องต้น และการบำรุงรักษาอุปกรณ์พื้นฐาน -
Q: Bypass Switch มีประโยชน์อย่างไรในการทดสอบ?
A: ช่วยให้สามารถสลับระหว่างโหมด “Direct” (ไฟไม่ผ่าน Zref) สำหรับการตั้งค่าเริ่มต้นหรือตรวจสอบระบบ กับโหมด “Test” (ไฟผ่าน Zref) สำหรับการทำการทดสอบจริงได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของ งานจ้างเหมาพัฒนาชุด Reference Impedance จํานวน 1 งาน ของวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี
- มาตรฐานอ้างอิง (Reference Standards) อุปกรณ์ต้องได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
1.1 IEC 61000-3-3:2021 Electromagnetic compatibility (EMC) - Limits - Limitation of
voltage changes, voltage fluctuations and flicker in public low-voltage supply
systems, for equipment with rated current ≤16A per phase.
1.2 IEC 61000-3-11 (2000-08): Electromagnetic compatibility (EMC) – Part 3-11: Limits -
Limitation of voltage changes, voltage fluctuations and flicker in public low-voltage
supply systems, Equipment with rated current s 75A and subject to conditional
connection.
1.3 IEC 60725 Consideration of reference impedances and public supply network
impedances for use in determining disturbance characteristics of electrical
equipment having a rated current < 75A per phase. - ค่าพารามิเตอร์ทางไฟฟ้า (Electrical Parameters) อุปกรณ์ต้องมีค่า Impedance ที่แรงดัน 220V – 230V และความถี่ 50 Hz ตามข้อกําหนดของ IEC60725 ดังนี้
2.1 ระบบ 3 เฟส
บ
2.1.1 เส้น Line (Phase Conductor)
2.1.1.1 ความต้านทาน (RA): 0.242
2.1.1.2 รีแอคแตนซ์ (X4): 0.152 ที่ 50 Hz
2.1.2 เส้น Neutral (Neutral Conductor)
2.1.2.1 ความต้านทาน (R): 0.169 2.1.2.2 รีแอคแตนซ์ (X): 0.102 ที่ 50 Hz
2.2 ระบบ 1 เฟส (L, N)
2.2.1 ค่ารวม (Total Loop Impedance)
2.2.1.1 Zref = 0.409 + j0.259
2
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยอดธง เม่นสิน)
(นายวิกานต์ วันสูงเนิน)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
ঠ
ล
(นายธีระพล ปานโพธิ์)
กรรมการ - ความแม่นยําและความคลาดเคลื่อน (Accuracy & Uncertainty)
3.1 ผลความแม่นยํา (Accuracy) ของค่า R และ X ต้องไม่เกิน ±1% ต่อเฟสของค่าที่ระบุไว้ในข้อ 2 3.2 ผลความคลาดเคลื่อนทั้งระบบ (Total Uncertainty) ของเครื่อง Reference Impedance
ต้องไม่เกิน ±5% - พิกัดกําลัง (Power Rating)
4.1 Rated Current รองรับกระแสต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 32A หรือดีกว่า
4.2 Thermal Stability การเปลี่ยนแปลงของค่าความต้านทานเนื่องจากอุณหภูมิ (Temperature Drift) ต้องไม่ทําให้ค่า R หลุดจากเกณฑ์ ±1% เมื่อใช้งานที่กระแสเต็มพิกัดเป็นเวลาต่อเนื่อง 2 ชั่วโมง
4.3 ตัวต้านทานต้องมีพิกัดกําลัง (Wattage Rating) ไม่น้อยกว่า 500W ต่อตัว หรือดีกว่า 4.4 Linearity of Inductor ขดลวดเหนี่ยวนํา (L) ต้องเป็นแบบ Air Core (แกนอากาศ) หรือวัสดุ
ที่เทียบเท่า เพื่อป้องกันการอิ่มตัวของแกนแม่เหล็ก (Magnetic Saturation) เนื่องจากกระแส Peak หรือ DC Offset จากอินเวอร์เตอร์ - โครงสร้างและการเชื่อมต่อ (Construction & Connection)
5.1 ตัวเครื่องต้องรองรับระบบ 1 เฟส 2 สาย และ ระบบ 3 เฟส 4 สาย พร้อมสายกราวด์ โดยสาย
กราวด์ต้องไม่ผ่านชุด Reference Impedance ที่พัฒนาขึ้น
5.2 ระบบ 1 เฟส กับ ระบบ 3 เฟส ทํางานแยกตัวเป็นอิสระต่อกัน โดยใช้สายไฟ Neutral แยกชุดกัน 5.3 Measurement Points ต้องมีจุดต่อสําหรับการวัดแรงดัน (Voltage Sense Terminals) แยกจาก
จุดจ่ายไฟ (Source) และจุดต่อโหลด (Load) เพื่อการวัดแบบ 4 สาย ตามผังวงจรใน IEC 61000-3-3 5.4 ต้องมี Bypass Switch สําหรับเลือกโหมด “Direct” (ไม่ผ่าน Zref) และโหมด “Test” (ผ่าน Zret) 5.5 ต้องติดตั้ง Circuit Breaker (MCB หรือ MCCB) ที่ด้าน Input (Source Side) ก่อนเข้าวงจรชุด Reference Impedance โดยมีพิกัดกระแส (Rated Current) ไม่น้อยกว่า 32A หรือดีกว่า 5.6 ต้องติดตั้งปุ่ม Emergency Stop แบบดอกเห็ด (Mushroom Head) ที่หน้าตู้ เพื่อตัดการทํางาน
ของแหล่งจ่ายไฟทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
5.7 ติดตั้งระบบตัดการทํางานเมื่ออุณหภูมิเกิน (Over-temperature Cutout) ที่ตัวต้านทาน
เพื่อป้องกันอัคคีภัย
5.8 ติดตั้งพัดลมระบายความร้อน (Forced Air Cooling) ภายในตู้ โดยมีทิศทางการไหลของลม ออก
จากชุด Reference Impedance
5.9 ต้องใช้ชนิดขั้วต่อแบบ Safety Banana Jack ขนาด 4mm หรือดีกว่า แบบทนกระแสสูง และ
Terminal Block แบบขันน็อต
In
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยอดธง เม่นสิน)
(นายวิกานต์ วันสูงเนิน)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
โล
(นายธีระพล ปานโพธิ์)
กรรมการ - การทดสอบและการส่งมอบงาน (Testing & Deliverables)
6.1 ต้องส่งมอบตัวเครื่อง Reference Impedance ชนิด 1 เฟส จํานวน 2 ชุด และชนิด 3 เฟส
จํานวน 2 ชุด
6.2 ต้องทดสอบและบันทึกค่าความคลาดเคลื่อน (Uncertainty) ที่เกิดขึ้นจากแหล่งจ่ายไฟฟ้า (Grid Sim) ของผู้ว่าจ้างเพื่อนําค่า Uncertainty ของ Grid Sim มารวมกับผลความคลาดเคลื่อนทั้งระบบ (Total Uncertainty) โดยใช้เครื่องมือวัดที่ได้รับใบรับรองการสอบเทียบ พร้อมแนบรายงาน
ผลการทดสอบ
6.3 ต้องทดสอบและบันทึกค่า R และ X ตามมาตรฐานที่ระบุไว้ในข้อ 2 ที่พิกัดกระแส 15A และ 30A ทุก 5 นาที เป็นเวลาต่อเนื่อง 2 ชั่วโมง โดยใช้เครื่องมือวัดที่ได้ใบรับรองการสอบเทียบ พร้อมแนบ
รายงานผลการทดสอบ
6.4 ต้องส่งมอบ เอกสารใบรับรองการสอบเทียบ (Calibration Certificate) ของชุด Reference
Impedance ที่พัฒนาขึ้น ที่แสดง ค่า R และ X ตามมาตรฐานที่ระบุไว้ในข้อ 2 จากสถาบันมาตร วิทยาแห่งชาติ (NIMT) หรือห้องปฏิบัติการสอบเทียบเอกชนที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025 ในขอบข่ายการวัด Impedance ที่ 50 Hz ตามพิกัดกระแสที่ระบุไว้ในข้อ 6.3 โดยมีค่าความ แม่นยําและความคลาดเคลื่อน (Accuracy and Uncertainty) ตามที่ระบุไว้ในข้อ 3 - การทํางานร่วมกับเครื่องจําลองสภาวะโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Simulator) ตามข้อกําหนดการเชื่อมต่อระบบ โครงข่ายไฟฟ้า (Grid Code) ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
7.1 ต้องรองรับการใช้งานร่วมกับ Grid Simulator และข้อกําหนดการเชื่อมต่อฯ ของ กฟภ. และ กฟน.
เพื่อให้ชุด Reference Impedance สามารถทํางานร่วมกับ Grid Simulator ได้อย่างถูกต้องตาม หลักการทดสอบในหัวข้อ การทดสอบแรงดันกระเพื่อม (Voltage Fluctuation or Flicker) ตาม มาตรฐาน IEC 61000-3-3, IEC 61000-3-11 และข้อกําหนดการเชื่อมต่อฯ ของ กฟภ. และ กฟน. 7.2 ต้องติดตั้งจุดต่อสายสัญญาณตรวจจับแรงดัน (Remote Sense Terminals) จาก Grid Simulator
ไว้ที่ตําแหน่ง “ด้านไฟเข้า (Input/Source Side)” ของวงจร Reference Impedance
7.3 ต้องสามารถทํางานได้ต่อเนื่องโดยค่าความต้านทานไม่เปลี่ยนแปลง ในช่วงระดับแรงดันที่ กฟภ. และ
กฟน. กําหนดให้ทดสอบ (โดยปกติประมาณ 195V – 264V)
7.4 ต้องรองรับการทํางานที่ความถี่ไฟฟ้า 47 - 52 Hz โดยไม่เกิดการสั่นครางหรือความร้อนสะสมผิดปกติ
ในขดลวด Inductor
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยอดธง เม่นสิน)
ประธานกรรมการ
Zu
โพล
(นายวิกานต์ วันสูงเนิน)
(นายธีระพล ปานโพธิ์)
กรรมการ
กรรมการ - การรับประกัน (Warranty)
8.1 รับประกันความชํารุดบกพร่องจากการใช้งานปกติ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี
8.2 รับประกันค่าความเที่ยงตรง (Stability of Impedance) ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี หากค่าเลื่อนหลุด จากเงื่อนไขของ TOR ที่กําหนด โดยไม่ได้เกิดจากการไหม้หรือใช้งานผิดวิธี ผู้รับจ้างต้องทําการปรับตั้งค่า (Re-adjust) ให้ใหม่ ภายใน 15 วันทําการ หลังจากได้รับแจ้ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
8.3 ผู้รับจ้างต้องจัดการฝึกอบรมการใช้งานและการบํารุงรักษา ให้แก่เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง ณ สถานที่ติดตั้งงาน
จํานวน 1 รุ่น (ไม่จํากัดจํานวนคน) เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3-6 ชั่วโมง หรือจนกว่าจะแล้วเสร็จ ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ตรวจรับ
8.4 ผู้รับจ้างต้องจัดทําและส่งมอบคู่มือการใช้งาน เป็นภาษาไทย จํานวน 1 ชุด และภาษาอังกฤษ จํานวน 1 ชุด
(พร้อมไฟล์ดิจิทัล .pdf) โดยมีเนื้อหาครอบคลุมทั้งหมด
8.5 ในระยะเวลารับประกัน หากอุปกรณ์เกิดความชํารุดบกพร่องจากการใช้งานปกติ ผู้รับจ้างต้องเข้ามา
ตรวจสอบและแก้ไข ณ สถานที่ติดตั้ง (On-site Service) ภายใน 15 วันทําการ หลังจากได้รับแจ้ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม - คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีห้องทดสอบผลิตภัณฑ์อินเวอร์เตอร์เป็นของตนเอง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น หน่วยทดสอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ทั้งนี้ ต้องแนบเอกสาร หลักฐานที่แสดงการขึ้นทะเบียนหน่วยทดสอบ โดยให้ยื่นขณะเข้าเสนอราคา
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยอดธง เม่นสิน)
(นายวิกานต์ วันสูงเนิน)
(นายธีระพล ปานโพธิ์)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ