ประกวดราคาจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอเพื่อการบริหารงานรถไฟฟ้า (Video Analytics) ประจำปีงบประมาณ 2569
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาผู้รับจ้างให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอ (Video Analytics) ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้มีความพร้อมให้บริการอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา และรองรับการแก้ไขปัญหาจากความบกพร่อง ชำรุด เสียหาย รวมถึงการเพิ่มศักยภาพของระบบเพื่อสนับสนุนมาตรการด้านความปลอดภัยของผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า
ขอบเขตงานครอบคลุมการบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบ Video Analytics ทั้งแบบป้องกัน (Preventive Maintenance - PM) และแบบแก้ไข (Corrective Maintenance - CM) ในพื้นที่โครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล (สถานีสุทธิสาร, ห้วยขวาง, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย, พระราม 9, เพชรบุรี, สุขุมวิท, อาคารจอดรถลาดพร้าว, และศูนย์ MMC) และสายฉลองรัชธรรม (สถานีเตาปูน, วงศ์สว่าง, กระทรวงสาธารณสุข, ตลาดบางใหญ่) อุปกรณ์หลักได้แก่ กล้องวิเคราะห์ภาพยี่ห้อ Avigilon หลายรุ่น, เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย Dell PowerEdge, อุปกรณ์บันทึกภาพ (NVR), เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS), อุปกรณ์เครือข่าย Planet, และซอฟต์แวร์ Avigilon Control Center (ACC 7) และระบบจดจำใบหน้า
ผู้รับจ้างต้องดำเนินการบำรุงรักษาเชิงป้องกันทุก 3 เดือน (4 ครั้งต่อปี) ตามรายการตรวจสอบที่กำหนดอย่างละเอียด และให้บริการซ่อมแซมแก้ไขเชิงแก้ไขตลอด 24 ชั่วโมง โดยต้องเริ่มดำเนินการภายใน 2 ชั่วโมงและแก้ไขให้เสร็จภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากรับแจ้งจาก รฟม. นอกจากนี้ยังมีงานปรับปรุงประสิทธิภาพระบบบางส่วน เช่น อัพเกรดระบบปฏิบัติการบน NVR และอัพเดทซอฟต์แวร์บริหารจัดการกล้อง
งานส่งมอบรวมถึงรายงานสรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาในแต่ละรอบ, การสำรองข้อมูลลงพื้นที่คลาวด์, แบบแปลนแสดงจุดติดตั้งอุปกรณ์ (As-Built Drawing) ในรูปแบบ AutoCAD, และรายงานการแก้ไขปัญหา
English summary
This project aims to hire a contractor to provide maintenance, repair, and corrective services for the Video Analytics system of the Mass Rapid Transit Authority of Thailand (MRTA). The goal is to ensure the system’s continuous operational readiness, address any malfunctions or damages, and enhance system capabilities to support passenger safety measures.
The scope of work includes both Preventive Maintenance (PM) and Corrective Maintenance (CM) for the Video Analytics system installed across 6 stations of the Blue Line (Chalerm Ratchamongkhon Line) and 4 stations of the Purple Line (Chalong Ratchatham Line). Key equipment includes Avigilon analytics cameras, Dell PowerEdge servers, Planet network devices, UPS units, and Avigilon Control Center (ACC 7) and Face Recognition software.
The contractor must perform preventive maintenance every 3 months (4 times per year) according to detailed checklists and provide 24/7 corrective maintenance services, responding within 2 hours and resolving issues within 48 hours of notification from MRTA. Additional tasks include system performance upgrades, such as updating the operating system on NVRs and the camera management software.
Deliverables include detailed maintenance reports after each round, data backups to specified cloud storage, As-Built Drawings in AutoCAD format showing equipment layout and cabling, and incident resolution reports.
สถานีรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล (สุทธิสาร, ห้วยขวาง, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย, พระราม 9, เพชรบุรี, สุขุมวิท, อาคารจอดรถลาดพร้าว, ศูนย์กำกับดูแลและบริหารจัดการการเดินรถไฟฟ้า - MMC) และสถานีรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม (เตาปูน, วงศ์สว่าง, กระทรวงสาธารณสุข, ตลาดบางใหญ่)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- จัดหาผู้รับจ้างให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอเพื่อการบริหารงานรถไฟฟ้า (Video Analytics) ให้มีความพร้อมให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
- รองรับการแก้ไขปัญหาจากสาเหตุความบกพร่อง ชำรุด และเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้
- เพิ่มศักยภาพของระบบฯ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- เพื่อดำเนินการตามมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้บริการระบบรถไฟฟ้าของ รฟม.
ขอบเขตของงาน
งานหลักแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ดังนี้:
-
การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance - PM)
- ดำเนินการทุก 3 เดือน (4 ครั้ง/ปี) ณ สถานีทั้งหมดใน 2 โครงการรถไฟฟ้า
- ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ทุกประเภทตามรายการละเอียด ได้แก่:
- กล้องวิเคราะห์ภาพและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง: ตรวจสอบสัญญาณภาพ, โฟกัส, มุมกล้อง, การบันทึกภาพ, การจับยึด, ทำความสะอาด
- เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์ประมวลผล: Backup Configuration, ตรวจสอบ OS, CPU, Memory, Hard Disk, เชื่อมต่อสาย, ลบข้อมูลไม่จำเป็น
- เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS): ตรวจสอบการทำงานและวัดค่า SOH ของแบตเตอรี่, เปลี่ยนแบตเตอรี่หากค่า SOH ต่ำกว่า 80%
- อุปกรณ์เครือข่ายสื่อสารข้อมูล: Backup Configuration, ตรวจสอบการทำงาน, อัปเดต Software
- ซอฟต์แวร์สำหรับการประมวลผล: ตรวจสอบการทำงานตามฟังก์ชันหลักและความแม่นยำ
- หลังการบำรุงรักษาแต่ละรอบ ต้องจัดทำและนำเสนอรายงานสรุปผล พร้อมข้อเสนอแนะ
- ต้องมีการประชุมเริ่มงาน (Kickoff Meeting) ภายใน 10 วันทำการหลังลงนามสัญญา
- ต้องลงทะเบียนและใช้งานซอฟต์แวร์บริหารจัดการงานซ่อมบำรุงของ รฟม. (Maximo)
-
การบำรุงรักษาเชิงแก้ไขปรับปรุง (Corrective Maintenance - CM)
- ให้บริการแก้ไขซ่อมแซมตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด
- ต้องรับทราบเพื่อเริ่มดำเนินการภายใน 2 ชั่วโมง นับจากเวลาที่ รฟม. แจ้งปัญหา
- ต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จและใช้งานได้ปกติภายใน 48 ชั่วโมง นับจากเวลาที่รับแจ้ง
- หากไม่สามารถแก้ไขได้ภายในเวลาที่กำหนด ต้องจัดหาอุปกรณ์ทดแทน และ รฟม. มีสิทธิ์จ้างผู้อื่นแก้ไขโดยหักค่าใช้จ่ายจากผู้รับจ้าง
- จัดทำรายงานผลการ CM รายเดือน (ถ้ามี) และสรุปสถิติอุปกรณ์ขัดข้องส่งพร้อมงานงวดสุดท้าย
-
การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบ
- ปรับปรุงอุปกรณ์บันทึกภาพ (NVR) รุ่น HD-NVR4-PRM-96TB-NPC จำนวน 2 ชุด เป็นเวอร์ชัน Windows Server 2022 หรือดีกว่า ตามข้อกำหนดสเปกที่กำหนด
- ปรับปรุงระบบปฏิบัติการบน NVR รุ่น PowerEdge R740 จำนวน 4 ชุด ให้เป็น Windows Server 2022 หรือดีกว่า
- ปรับปรุงระบบบริหารจัดการกล้องวิเคราะห์ภาพ (ACC) ให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบันตามเว็บไซต์ผู้ผลิต
-
งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบปัญหาจากระบบอื่นที่เชื่อมต่อ
- อัปเดต Software/Firmware ตามที่เจ้าของผลิตภัณฑ์แจ้ง (ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
- จัดทำและส่งมอบ As-Built Drawing ในรูปแบบ AutoCAD
- ส่งประวัติรูปถ่ายและประวัติอาชญากรของพนักงานทุกคนให้ รฟม.
- รับผิดชอบต่ออุบัติเหตุ ความเสียหาย หรือการละเมิดที่เกิดจากพนักงานผู้รับจ้าง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการบำรุงรักษาและกำหนดวัน/เวลาที่จะดำเนินการ (ส่งพร้อมลงนามสัญญา)
- รายชื่อผู้ติดต่อหลัก/สำรอง และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมข้อมูลติดต่อ (ส่งพร้อมลงนามสัญญา)
- เอกสารการรับประกันและต่อสิทธิ์การใช้งาน (License) ของอุปกรณ์/ซอฟต์แวร์ทั้งหมด (ภายใน 10 วันทำการหลังลงนาม)
- รายงานการเริ่มงาน (Inception Report) จากการประชุม Kickoff Meeting
- รายงานสรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาในแต่ละรอบ (ส่งภายใน 30 วันทำการหลังเสร็จสิ้นรอบ)
- ข้อมูลการ Backup System & Configuration ที่สำรองไว้บนพื้นที่ Cloud Storage ตามที่ รฟม. กำหนด (ส่งพร้อมรายงานแต่ละรอบ)
- แบบแสดงจุดติดตั้งอุปกรณ์ (As-Built Drawing) ในรูปแบบ AutoCAD (ส่งพร้อมรายงานแต่ละรอบ)
- รายงานการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ (CM) รายเดือน (ถ้ามี)
- ข้อมูลสรุปจำนวนอุปกรณ์ขัดข้อง อาการขัดข้อง สถิติการเปลี่ยน/ซ่อมอุปกรณ์ (ส่งพร้อมงานงวดสุดท้าย)
- อุปกรณ์/ระบบที่ปรับปรุงแล้วตามข้อ 5.7 พร้อมเอกสารรับรอง
- ประวัติรูปถ่ายและประวัติอาชญากรของพนักงานทุกคน (ภายใน 30 วันทำการนับจากวันเริ่มสัญญา)
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินสัญญา 365 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงาน, ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง, มีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นไปตามเงื่อนไขของหนังสือ กค(กวจ) 0405.2/ว124, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- Standards Compliance: ต้องใช้กระดาษที่มีเครื่องหมายฉลากเขียวหรือมาตรฐาน มอก.1054 หรือ ISO ในการจัดทำรายงาน, ต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ได้รับมาตรฐานฉลากเขียวหรือเทียบเท่า
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องมี Call Center หรือ Website ของตนเอง เป็นช่องทางรับแจ้งปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง, ต้องนำเสนอเอกสารผลิตภัณฑ์ตามรายการที่ รฟม. ต้องดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบฯ ตามขอบเขตงานข้อ 5.7
- Personnel:
- ต้องมีเจ้าหน้าที่ทีมงานบำรุงรักษาระบบกล้องวิเคราะห์ภาพ ไม่น้อยกว่า 3 คน ที่ได้รับ Certificate จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ (Avigilon Unity หรือ ACC 7)
- ต้องมีเจ้าหน้าที่ทีมงานบำรุงรักษาที่ผ่านการอบรมการปฏิบัติงานภายในสถานีรถไฟฟ้าและได้รับใบอนุญาตเป็น Person-in-Charge (PIC) จาก บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) อย่างน้อย 2 คน
เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาคัดเลือกใช้หลักเกณฑ์ราคา (ราคาต่ำสุดได้เปรียบ) โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับ SMEs และผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นบุคคล/นิติบุคคลไทย ดังนี้:
- หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ให้หน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว (เรียงลำดับไม่เกิน 3 ราย)
- หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคล/นิติบุคคลต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 ให้จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคล/นิติบุคคลไทย
ข้อกำหนดทางเทคนิค
ระบบที่ต้องบำรุงรักษาประกอบด้วยอุปกรณ์หลากหลายประเภทจากหลายผู้ผลิต:
- กล้องวิเคราะห์ภาพ (Analytics Camera) และอุปกรณ์ป้องกัน: ยี่ห้อ Avigilon รุ่นต่างๆ เช่น 2.0C-H4A-B1, 2.0C-H5A-BO1-IR, 2.0C-H4SL-DO1-IR, กล่องป้องกันรุ่น ES-HD-HWS-SM รวม 138 ชุด (สายสีน้ำเงิน 57 ชุด, สายสีม่วง 60 ชุด, กล่องป้องกัน 37 ชุด)
- เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์ประมวลผล:
- Server: ยี่ห้อ Dell รุ่น PowerEdge R740 รวม 7 ชุด
- Network Video Recorder (NVR): ยี่ห้อ Avigilon รุ่น HD-NVR4-PRM-96TB-NPC (2 ชุด), AINVR-STD-32TB-NA (1 ชุด) และ Dell PowerEdge R740 (4 ชุด)
- Client PC และจอแสดงผล: ยี่ห้อ Dell รุ่น Optiplex 7070, Precision 3680 Tower, และจอ P2219H
- UPS: ยี่ห้อ APC รุ่นต่างๆ เช่น SMC1500IC, SRT3000XLI-3Y, SRTRK4 รวม 30 ชุด
- Power Supply: ยี่ห้อ Meanwell รุ่น NDR-240-48 รวม 52 ชุด
- อุปกรณ์เครือข่ายสื่อสารข้อมูล:
- Switch: ยี่ห้อ Planet รุ่น WGS-4215-8P2S, IGS-4215-8P2T2S, SGS-6341-24T4X
- Mini GBIC Module: ยี่ห้อ Planet รุ่น MGB-LX
- ตู้ Rack: Wall Rack และ Cabinet Rack ขนาดต่างๆ
- ซอฟต์แวร์สำหรับการประมวลผล:
- ระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition)
- ระบบบริหารจัดการกล้องวงจรปิด Avigilon Control Center (ACC 7)
- ข้อกำหนดการปรับปรุงประสิทธิภาพ:
- ปรับปรุง NVR 2 ชุด ให้มีสเปกขั้นต่ำ: CPU 8 Core (2 หน่วย), RAM DDR5 64 GB, Hard Disk M.2 SSD 480 GB + SATA 96 TB, Network Port Gigabit 6 ช่อง + SFP+ 4 ช่อง, PSU 1200W Redundant 2 หน่วย, ระบบ Online Support
- อัปเกรดระบบปฏิบัติการบน NVR (Dell PowerEdge R740) 4 ชุด เป็น Windows Server 2022 หรือดีกว่า
- อัปเดตซอฟต์แวร์บริหารจัดการกล้อง (ACC) ให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบัน
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ: 7,000,000 บาท (เจ็ดล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 2 งวด
- งวดที่ 1 (50%): ชำระเมื่อดำเนินการประชุม Kickoff, ส่งมอบ Inception Report ภายใน 20 วันทำการหลังลงนาม, และตรวจรับงานบำรุงรักษาครั้งที่ 1 และ 2 เรียบร้อยแล้ว
- งวดที่ 2 (50%): ชำระเมื่อตรวจรับงานบำรุงรักษาครั้งที่ 3 และ 4 เรียบร้อยแล้ว
- ค่าปรับ:
- กรณีไม่รับทราบเพื่อเริ่มแก้ไข CM ภายใน 2 ชั่วโมง: ปรับร้อยละ 0.01 ของมูลค่าสัญญาต่อชั่วโมง
- กรณีไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไข CM ให้เสร็จภายใน 48 ชั่วโมง: ปรับร้อยละ 0.2 ของมูลค่าสัญญาต่อวัน
- กรณีไม่จัดส่งรายงานผลการดำเนินการตามกำหนด: ปรับร้อยละ 0.01 ของมูลค่าสัญญาต่อวัน
- การรับประกัน: ผู้รับจ้างต้องทำการรับประกันและต่อสิทธิ์การใช้งาน (License) ของระบบและอุปกรณ์ทั้งหมดจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ และส่งมอบเอกสารการรับประกันให้ รฟม. ภายใน 10 วันทำการหลังลงนาม
- การบอกเลิกสัญญา: รฟม. มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาทันทีหากผู้รับจ้างฝ่าฝืนสัญญาและไม่แก้ไขภายใน 5 วันทำการหลังจากได้รับแจ้ง หรือหากผู้รับจ้างตกเป็นบุคคลล้มละลาย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ระบบ Video Analytics นี้ติดตั้งที่สถานีใดบ้าง? ติดตั้งในสถานีรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล 6 สถานี (สุทธิสาร, ห้วยขวาง, ศูนย์วัฒนธรรม, พระราม 9, เพชรบุรี, สุขุมวิท) และสายฉลองรัชธรรม 4 สถานี (เตาปูน, วงศ์สว่าง, กระทรวงสาธารณสุข, ตลาดบางใหญ่) รวมถึงอาคารจอดรถลาดพร้าวและศูนย์ MMC
- ผู้รับจ้างต้องมีทีมงานที่มีใบรับรองใดบ้าง? ต้องมีทีมงานบำรุงรักษาระบบกล้องวิเคราะห์ภาพอย่างน้อย 3 คน ที่มี Certificate จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ (Avigilon Unity หรือ ACC 7) และทีมงานบำรุงรักษาอย่างน้อย 2 คน ที่ได้รับใบอนุญาตเป็น Person-in-Charge (PIC) จาก BEM เพื่อทำงานในสถานีได้
- การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ดำเนินการบ่อยแค่ไหน? ดำเนินการทุก 3 เดือน (4 ครั้งต่อปี) โดยผู้รับจ้างต้องส่งแผนการบำรุงรักษาและกำหนดวันเวลาล่วงหน้า
- หากเกิดอุปกรณ์เสียหายกลางดึก ผู้รับจ้างต้องตอบสนองอย่างไร? ต้องให้บริการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (CM) ตลอด 24 ชั่วโมง รับแจ้งเหตุและเริ่มดำเนินการแก้ไขภายใน 2 ชั่วโมง และแก้ไขให้เสร็จภายใน 48 ชั่วโมง
- ผู้รับจ้างต้องส่งรายงานอะไรบ้างหลังการบำรุงรักษาแต่ละครั้ง? ต้องจัดทำรายงานสรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษา, ข้อมูล Backup บน Cloud Storage, แบบ As-Built Drawing ใน AutoCAD, และนำเสนอต่อ รฟม. ภายในระยะเวลาที่กำหนด
- มีการปรับปรุงหรืออัพเกรดระบบอะไรบ้างในสัญญานี้? มีการปรับปรุง NVR จำนวน 2 ชุดให้มีสเปกที่สูงขึ้นและอัพเกรด OS เป็น Windows Server 2022, อัพเกรด OS บน NVR อีก 4 ชุด, และอัพเดทซอฟต์แวร์บริหารจัดการกล้อง (ACC) ให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบัน
- ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามนโยบายความปลอดภัยด้าน IT ของ รฟม. ด้วยหรือไม่? ใช่ ผู้รับจ้างและเจ้าหน้าที่ที่เข้าถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. ต้องรับทราบและปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. (ตามภาคผนวก ข.) และต้องลงนามในสัญญาการเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นความลับ (NDA)
- กรณีที่อุปกรณ์เสียหายและต้องการอะไหล่ทดแทน มีเงื่อนไขอย่างไร? อะไหล่หรือวัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้ต้องมีคุณสมบัติไม่ต่ำกว่าของเดิม และหากเป็นการเปลี่ยนใหม่ ต้องเป็นของใหม่ที่ไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน
- ผู้รับจ้างต้องใช้ซอฟต์แวร์ใดของ รฟม. ในการบริหารจัดการงาน? ต้องลงทะเบียนและใช้งานซอฟต์แวร์บริหารจัดการงานซ่อมบำรุงของ รฟม. (Maximo) เพื่อให้ รฟม. ติดตามกำหนดการและตรวจสอบการปฏิบัติงาน
- หากพนักงานของผู้รับจ้างประพฤติตัวไม่เหมาะสมจะเกิดอะไรขึ้น? หาก รฟม. แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ผู้รับจ้างต้องห้ามส่งพนักงานผู้นั้นเข้าปฏิบัติงานอีก และต้องจัดหาพนักงานมาทดแทนทันที โดยไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายจาก รฟม.
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงานจางบํารุงรักษาและซอมแซมแกไขระบบประมวลผลและวิเคราะหขอมูลจากวิดีโอเพื่อการ บริหารงานรถไฟฟา (Video Analytics) ประจําปงบประมาณ 2569
- เหตุผลและความจําเปน
ระบบประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอเพื่อการบริหารงานรถไฟฟ้า (Video Analytics) ของ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ประกอบด้วย ระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition) และระบบค้นหาอัตลักษณ์ของบุคคล (Appearance Search) มีการใช้งานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยในส่วน ของโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคลได้ทำการติดตั้งครอบคลุมสถานีรถไฟฟ้า 6 สถานี ประกอบด้วย สถานีสุทธิสาร สถานีห้วยขวาง สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถานีพระราม 9 สถานีเพชรบุรี และ สถานีสุขุมวิท และโครงการรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม ครอบคลุมสถานีรถไฟฟ้า 4 สถานี ประกอบด้วย สถานีเตาปูน สถานีวงศ์สว่าง สถานีกระทรวงสาธารณสุข และสถานีตลาดบางใหญ่ จึงมีความจำเป็นที่ต้องดูแล และบำรุงรักษาเพื่อให้ระบบประมวลผลฯ มีความพร้อมและสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง และมี ประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงเรื่องความเสียหายจากระบบและอุปกรณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ - วัตถุประสงค
จัดหาผู้รับจ้างให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข ระบบประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอเพื่อการ บริหารงานรถไฟฟ้า (Video Analytics) ให้มีความพร้อมให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา และรองรับการแก้ไข ปัญหาจากสาเหตุความบกพร่อง ชำรุด และเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้รวมถึงการเพิ่มศักยภาพของระบบฯ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อดำเนินการตามมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้บริการระบบ รถไฟฟ้าของ รฟม. - คุณสมบัติของผูยื่นขอเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่ง มวลชนแห่งประเทศไทย ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการ ขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
/3.9 ไม่เป็น…
- 2 -
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รบั เอกสิทธิห์ รือความคุ้มกนัซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มคีำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกนัเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กจิการร่วมคา้” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (1) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีท่ขี้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะตอ้ งมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอ่นื ทุกราย
(2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดใหผ้ ู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลกัรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ย่นืข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัตคิรบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ท่ไีม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ย่นืข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมคา้ ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ย่นืข้อเสนอในนาม กจิการร่วมคา้
(3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธปีระกวดราคาอเิล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่
ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (3.1) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มี การจำหน่ายเอกสารซื้อหรอืจ้าง
3.11 ผู้ยื่นขอ้ เสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอเิล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมมีูลคา่ สุทธิของกิจการเป็นไปตามเงื่อนไขข้อ1.1 -1.2ของหนงัสือคณะกรรมการ วินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพสัดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค(กวจ) 0405.2/ว124 ลงวนั ที่1 มีนาคม 2566 เรื่องแนวทางปฏิบัติในการเร่งรัดการปฏิบตัิงานตามสัญญาและการกำหนดคุณสมบัติ ของผู้มสีิทธิยื่นข้อเสนอ
- เงื่อนไขและขอกําหนดทั่วไป
4.1 ผู้ยื่นข้อเสนอตอ้ งมีCall Center หรอื Website ซึ่งใช้เป็นช่องทางรับแจ้งปัญหาต่าง ๆ ซึ่งอาจ เกดิขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เป็นของตนเองเป็นอย่างน้อย
4.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีเจ้าหน้าที่ทีมงานบำรุงรักษาระบบกล้องวิเคราะห์ภาพ ไม่น้อยกว่า 3 คน ที่ได้รับ Certificate จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ (Avigilon Unity หรือ ACC 7) ทั้งนี้ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ที่ตดิต่อได้และต้องลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าว สำหรับใช้เพื่อดำเนินโครงการนี้เท่านั้น โดยจะต้องแนบหลักฐานมาพร้อมกับการย่นืข้อเสนอ
/4.3 ผู้ยื่นข้อเสนอ…
- 3 -
4.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเสนอเอกสารผลิตภัณฑ์ตามรายการที่ รฟม. ต้องดำเนินการปรับปรุง ประสิทธิภาพระบบฯ ทั้งหมดทุกรายการ ตามขอบเขตของงานข้อ 5.7
โดยจะต้องแนบใบรับรอง/เอกสาร ตามข้อ 4.1 – 4.3 ในวันที่ยื่นข้อเสนอประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ
4.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีเจ้าหน้าที่ทีมงานบำรุงรักษา ที่ผ่านการอบรมการปฏิบัติงานภายในสถานี รถไฟฟ้าและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กำหนด และต้องได้รับใบอนุญาตเป็น Person-in-Charge (PIC) ซึ่งสามารถขอเอกสาร Work Permit จาก บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติงานภายในสถานีรถไฟฟ้า มหานคร สายเฉลิมรัชมงคล และสายฉลองรัชธรรม ภายหลังจากที่ได้มีการลงนามสัญญาแล้ว อย่างน้อย 2 คน
4.5 กรณีมีรายการใดผิดพลาด หรือตกหล่นในส่วนของข้อกำหนดใด ๆ ส่งผลให้งานจ้างบำรุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขระบบประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอเพื่อการบริหารงานรถไฟฟ้า (Video Analytics) ประจำปีงบประมาณ 2569 ไม่สามารถทำได้ตามความต้องการของ รฟม. ให้ถือเป็นความ รับผิดชอบของผู้รับจ้าง ที่ต้องดำเนินการเพื่อให้ตรงตามความต้องการที่ รฟม. ได้กำหนดไว้ โดยไม่คิด ค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มเติม
- ขอบเขตของงานจางบํารุงรักษาระบบประมวลผลและวิเคราะหขอมูลจากวิดีโอเพื่อการบริหารงาน รถไฟฟา (Video Analytics)
5.1 กล้องวิเคราะห์ภาพ (Analytics Camera) และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
5.1.1 กล้องวิเคราะห์ภาพ ประเภท IP Fixed Camera
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล
ยี่ห้อ Avigilon รุ่น 2.0C-H4A-B1 จำนวน 21 ชุด สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม
ยี่ห้อ Avigilon รุ่น 2.0C-H5A-B1 จำนวน 16 ชุด 5.1.2 กล้องวิเคราะห์ภาพ ประเภท IP Bullet Camera
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล
ยี่ห้อ Avigilon รุ่น 2.0C-H4A-BO2-IR-B จำนวน 11 ชุด สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม
ยี่ห้อ Avigilon รุ่น 2.0C-H5A-BO1-IR จำนวน 28 ชุด 5.1.3 กล้องโทรทัศน์วงจรปิด ประเภท IP Dome Camera
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล
ยี่ห้อ Avigilon รุ่น 2.0C-H4SL-DO1-IR จำนวน 25 ชุด กล้องวิเคราะห์ภาพ ประเภท IP Dome Camera
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม
ยี่ห้อ Avigilon รุ่น 2.0C-H5A-DO1-IR จำนวน 16 ชุด 5.1.4 กล่องป้องกันกล้องวิเคราะห์ภาพ
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล
ยี่ห้อ Avigilon รุ่น ES-HD-HWS-SM จำนวน 21 ชุด
/สำหรับโครงการ…
- 4 -
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม
ยี่ห้อ Avigilon รุ่น ES-HD-HWS-SM จำนวน 16 ชุด 5.2 เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลระบบ 5.2.1 เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition) สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล
ยี่ห้อ Dell รุ่น PowerEdge R740 จำนวน 3 ชุด สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม
ยี่ห้อ Dell รุ่น PowerEdge R740 จำนวน 4 ชุด 5.2.2 อุปกรณ์บันทึกภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (Network Video Recorder) สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล
ยี่ห้อ Avigilon รุ่น HD-NVR4-PRM-96TB-NPC จำนวน 2 ชุด ยี่ห้อ Avigilon รุ่น AINVR-STD-32TB-NA จำนวน 1 ชุด สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม
ยี่ห้อ Dell รุ่น PowerEdge R740 จำนวน 4 ชุด 5.2.3 เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งานระบบ
ยี่ห้อ Dell รุ่น Optiplex 7070 จำนวน 4 ชุด ยี่ห้อ Dell รุ่น Precision 3680 Tower จำนวน 1 ชุด 5.2.4 หน้าจอแสดงผลสำหรับการใช้งานระบบ
ยี่ห้อ Dell รุ่น P2219H จำนวน 6 ชุด 5.2.5 เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS)
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล
ยี่ห้อ APC รุ่น SMC1500IC จำนวน 4 ชุด ยี่ห้อ APC รุ่น SRV6KRIRK จำนวน 2 ชุด สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม
ยี่ห้อ APC รุ่น SRT3000XLI-3Y จำนวน 4 ชุด ยี่ห้อ APC รุ่น SRT96BP จำนวน 8 ชุด ยี่ห้อ APC รุ่น SRTRK4 จำนวน 12 ชุด 5.2.6 ชุดอุปกรณ์ KVM Switch
ยี่ห้อ ATEN รุ่น CS1308 จำนวน 2 ชุด 5.2.7 ชุดอุปกรณ์ Power Supply
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล
ยี่ห้อ Meanwell รุ่น NDR-240-48 จำนวน 28 ชุด สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม
ยี่ห้อ Meanwell รุ่น NDR-240-48 จำนวน 24 ชุด 5.3 อุปกรณ์เครือข่ายสื่อสารข้อมูลสำหรับการเชื่อมต่อระบบประมวลผล
5.3.1 ชุดอุปกรณ์ Distributed Network Switch
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล
ยี่ห้อ Planet รุ่น WGS-4215-8P2S จำนวน 28 ชุด
/สำหรับโครงการ…
- 5 -
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม
ยี่ห้อ Planet รุ่น IGS-4215-8P2T2S จำนวน 24 ชุด 5.3.2 อุปกรณ์ Mini GBIC LX Module
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล
ยี่ห้อ Planet รุ่น MGB-LX จำนวน 56 ชุด สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม
ยี่ห้อ Planet รุ่น MGB-LX จำนวน 48 ชุด 5.3.3 อุปกรณ์ Core Network Switch
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล
ยี่ห้อ Planet รุ่น SGS-6341-24T4X จำนวน 3 ชุด สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม
ยี่ห้อ Planet รุ่น SGS-6341-24T4X จำนวน 5 ชุด 5.3.4 ตู้ Rack สำหรับเก็บอุปกรณ์ระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูล
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล
Wall Rack 6U with Tray, Fan & Power 4 outlet จำนวน 2 ตู้
Wall Rack 9U with Tray, Fan & Power 4 Outlet จำนวน 3 ตู้
Cabinet Rack 42U with Tray, Fan & Power 12 outlet จำนวน 2 ตู้
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม
Wall Rack 6U with Tray, Fan & Power 4 outlet จำนวน 24 ตู้
Wall Rack 27U with Tray, Fan & Power 4 Outlet จำนวน 4 ตู้
5.4 โปรแกรมสำหรับการประมวลผล (Software)
5.4.1 ระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition)
5.4.2 ระบบบริหารจัดการกล้องวงจรปิด Avigilon Control Center (ACC 7)
5.5 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน Preventive Maintenance (PM)
5.5.1 ผู้รับจ้าง ต้องบำรุงรักษาระบบประมวลผลฯ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในโครงการ รถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล ได้แก่ สถานีสุทธิสาร สถานีห้วยขวาง สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถานีพระราม 9 สถานีเพชรบุรี สถานีสุขุมวิท อาคารจอดรถลาดพร้าว ศูนย์กำกับดูแลและบริหารจัดการ การเดินรถไฟฟ้า (Monitoring Management Center : MMC) และโครงการรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม ได้แก่ สถานีเตาปูน สถานีวงศ์สว่าง สถานีกระทรวงสาธารณสุข และสถานีตลาดบางใหญ่ ให้สามารถใช้งานได้ ดีและมีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาสัญญาอย่างน้อย ดังนี้
- กล้องวิเคราะห์ภาพ (Analytics Camera) และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตามข้อ 5.1 - ตรวจสอบสัญญาณภาพ โฟกัส และมุมกล้องให้ชัดเจน
- ตรวจสอบสัญญาณและ Connector ให้เป็นปกติ
- ตรวจสอบสภาพกล้องและการจับยึดกล้องให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ปกติ และปลอดภัย - ตรวจสอบการทำงานของระบบบันทึกภาพ และการเรียกดูภาพย้อนหลัง
- ตรวจสอบการทำงานของกล้อง เพื่อให้ระบบสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา
- ทำความสะอาดส่วนประกอบต่าง ๆ และ Connector ที่ใช้เชื่อมต่อทั้งหมด
/2) เครื่องคอม…
- 6 -
- เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลระบบตามข้อ 5.2 (1) รายการอุปกรณ์ข้อ 5.2.1 – 5.2.3
- Backup Configuration อุปกรณ์/ระบบ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
- ตรวจสอบอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ (Operation System) Memory,
CPU, Interfaces, Power Supply และ โปรแกรมที่ใช้งานทั้งหมด ให้สามารถใช้งานได้ปกติ - ตรวจสอบสภาพการทำงานของ Hard disk - ตรวจสอบการเชื่อมต่อสายไฟ สายสัญญาณต่าง ๆ
- ตรวจสอบความถูกต้องของ Configuration ต่าง ๆ การเชื่อมต่อกับระบบ เครือข่าย วันที่ และเวลาบนอุปกรณ์ให้ถูกต้อง
- ตรวจสอบ Log File และโปรแกรม Anti-Virus รวมถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น - แก้ไข/ลบข้อมูล ที่ไม่จำเป็นต่อการประมวลผลระบบ
- ตรวจสอบความเรียบร้อย และทำความสะอาดส่วนประกอบของอุปกรณ์ทั้งหมด
(2) รายการอุปกรณ์ข้อ 5.2.4 - ตรวจสอบการแสดงภาพต้องเป็นปกติ
- ตรวจสอบความเรียบร้อย และทำความสะอาดส่วนประกอบของอุปกรณ์ทั้งหมด
(3) รายการอุปกรณ์ข้อ 5.2.5 - ตรวจสอบการสำรองไฟฟ้า การทำงานต่าง ๆ และตรวจวัดสุขภาพแบตเตอรี่
(State Of Health : SOH) ให้เป็นปกติ กรณีหากพบว่าแบตเตอรี่มีการชำรุด แตก บวม หรือค่า SOH ต่ำกว่า 80% ต้องดำเนินการเปลี่ยนแบตเตอรี่หลังจากที่ตรวจพบภายในรอบการบำรุงรักษานั้น - ตรวจสอบความเรียบร้อย และทำความสะอาดส่วนประกอบของอุปกรณ์ทั้งหมด
(4) รายการอุปกรณ์ข้อ 5.2.6 – 5.2.7 - ตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ทั้งหมด ให้สามารถใช้งานได้เป็นปกติ
- ตรวจสอบความเรียบร้อย และทำความสะอาดส่วนประกอบของอุปกรณ์ทั้งหมด
- อุปกรณ์เครือข่ายสื่อสารข้อมูลสำหรับการเชื่อมต่อระบบประมวลผล ตามข้อ 5.3
-
ทำการ Backup และตรวจสอบความถูกต้องของ Configuration
-
ตรวจสอบการเชื่อมต่อสายไฟ สายสัญญาณต่าง ๆ และการทำงานของอุปกรณ์
ทั้งหมดให้สามารถใช้งานได้เป็นปกติ -
ตรวจสอบการทำงานของ OS, Memory, CPU, Interfaces,PowerSupply เป็นต้น - ตรวจสอบ แก้ไข ติดตั้ง ปรับปรุง Software ต่าง ๆ ของอุปกรณ์ให้เป็นปัจจุบัน (ถ้ามี)
-
ตรวจสอบความเรียบร้อย และทำความสะอาดส่วนประกอบของอุปกรณ์ทั้งหมด 4) โปรแกรมสำหรับการประมวลผล (Software) ตามข้อ 5.4
-
ตรวจสอบการทำงานตามฟังก์ชันหลักของระบบ ที่ รฟม. จำเป็นต้องใช้งาน
-
ตรวจสอบความถูกต้อง และความแม่นยำของระบบต่าง ๆ ที่ รฟม. ใช้งาน
-
แก้ไข/ลบข้อมูล ที่ไม่จำเป็นต่อการประมวลผลระบบ
5.5.2 ระหว่างการดำเนินการ PM ต้องมีผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างที่ได้รับใบอนุญาตเป็น Person-in-Charge (PIC) ซึ่งสามารถขอเอกสาร Work Permit จาก บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติงานภายในสถานีรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล และสาย
/ฉลองรัชธรรม… -
7 -
ฉลองรัชธรรม เข้าร่วมปฏิบัติงานด้วยโดย รฟม. จะเป็นผู้ประสานงาน และอํานวยความสะดวก ให้ในส่วนที่ เกี่ยวข้อง
5.5.3 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประชุมเริ่มงาน (Kickoff Meeting) เพื่อทำความเข้าใจ และ นำเสนอแผนการดำเนินงาน ภายใน 10 วันทำการ หรือวันที่ รฟม. กำหนด นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา รวมทั้งต้องส่งรายชื่อผู้ติดต่อหลัก ผู้ติดต่อสำรอง และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ และ Email Address หากมีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างดำเนินโครงการ ผู้รับจ้างต้องมี หนังสือแจ้งให้ รฟม. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเร็วที่สุด โดยให้เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
5.5.4 อุปกรณ์ทั้งหมดที่ผู้รับจ้างดำเนินการบำรุงรักษาเรียบร้อยแล้ว ให้ติดเครื่องหมาย (Marker) ที่ทนทานสามารถสังเกตได้ง่าย และมีแถบสีที่แตกต่างกันในแต่ละครั้ง โดยให้ระบุวันที่ดำเนินการ ในเครื่องหมายดังกล่าวด้วย
5.5.5 ในระหว่างการบำรุงรักษา หากผู้รับจ้างมีความจำเป็นต้องปิดการทำงานของอุปกรณ์ใด ๆ ที่อยู่ภายในงานจ้างบำรุงรักษาฯ ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ดูแลระบบประมวลผลฯ ฝ่ายเทคโนโลยี สารสนเทศของ รฟม. ก่อนดำเนินการ
5.5.6 หลังจากที่ผู้รับจ้างได้ทำการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรอบแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้อง จัดทำรายงานเอกสารสรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งหมด พร้อมทั้งให้ ข้อเสนอแนะ วิธีแก้ไขปัญหา และต้องจัดให้มีทีมงานที่มีความรู้และมีประสบการณ์ในการดูแลระบบ ประมวลผลฯ ประชุมเพื่อนำเสนอรายงานสรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษา ให้ รฟม. รับทราบ ทุกครั้ง ภายใน 15 วันทำการ หรือตามวันเวลาที่ รฟม. กำหนด รวมถึงต้องจัดทำใบลงชื่อผู้เข้าร่วมฟังรายงาน สรุปผลฯ ดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องส่งเอกสารรายงานในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลที่สมบูรณ์ซึ่งได้รับการ ยอมรับหรือปรับแก้ไขแล้วจาก รฟม. ภายใน 30 วันทำการ นับตั้งแต่วันสุดท้ายที่เข้ามาดำเนินการ ตรวจสอบและบำรุงรักษาในแต่ละรอบ
5.5.7 ตามข้อ 5.5.6 ผู้รับจ้างต้องมีหนังสือแจ้งให้ รฟม. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 5 วันทำการของ รฟม. โดยให้เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
5.5.8 ผู้รับจ้างต้องทำการสำรองข้อมูลทั้งในส่วนของอุปกรณ์และระบบประมวลผลฯ ตามข้อ 5.2 – 5.4 ที่จำเป็นและมีความสำคัญ โดยต้องจัดเก็บลงบนพื้นที่ Cloud Storage ตามที่ รฟม. กำหนด ต่อรอบ การบำรุงรักษา ทั้งนี้ให้จัดส่งพร้อมกับรายงานสรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งหมด ตามข้อ 5.5.6 ในการประชุมแต่ละครั้งด้วย
5.5.9 การปรับค่า (Configuration) หรือการเปลี่ยนแปลงค่าใด ๆ ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์หรือ ระบบ ตามข้อ 5.1 – 5.4 อันเนื่องมาจากความผิดปกติหรือความต้องการของ รฟม. ผู้รับจ้างต้องจัดทำสรุป รายละเอียดของการดำเนินงานในแต่ละครั้ง โดยให้แสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน เช่น สาเหตุ หรือปัจจัย สถานะก่อนและหลังการปรับค่าหรือเปลี่ยนแปลงค่า วัน/เวลาที่ดำเนินการ รวมถึงผู้ดำเนินการ เป็นอย่างน้อย แล้วแจ้งให้ รฟม. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน 7 วันทำการของ รฟม. หลังจากการ ดำเนินงานแล้วเสร็จ โดยให้เสนอต่อผู้ดูแลระบบประมวลผลฯ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม.
5.5.10 ผู้รับจ้างต้องจัดทำแบบแสดงจุดติดตั้งอุปกรณ์ที่มีในระบบทั้งหมด พร้อมการวางแนว สายสัญญาณ และสายไฟฟ้าในรูปแบบ Auto CAD (AS-Built Drawing) โดยให้สอดคล้องและถูกต้องเมื่อ เปรียบเทียบกับสถานที่จริง ทั้งนี้ให้จัดส่งพร้อมกับรายงานสรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ รวมถึง อุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งหมด ตามข้อ 5.5.6 ในการประชุมแต่ละครั้งด้วย
/5.5.11 การบำรุง…
-
8 -
5.5.11 การบำรุงรักษาอุปกรณ์ตามข้อ 5.1 – 5.4 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่ ที่มีความรู้ ความสามารถ เข้ามาดำเนินการบำรุงรักษาทุกๆ 3 เดือน (4 ครั้ง/ปี) เพื่อให้อุปกรณ์ในระบบประมวลผลฯ อยู่ในสภาพปกติ สามารถใช้งานได้ดีและมีประสิทธิภาพตลอดอายุสัญญา โดยผู้รับจ้างต้องส่งแผนการ บำรุงรักษาและกำหนดวัน/เวลาที่จะดำเนินการ แจ้งให้ รฟม. ทราบมาพร้อมกับการลงนามในสัญญา หากในระหว่างดำเนินโครงการมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวันและเวลาจากแผนเดิม ผู้รับจ้างต้องมี หนังสือแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนถึงวันที่กำหนดตามแผนเดิมอย่างน้อย 10 วันทำการ ของ รฟม. โดยให้เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
5.5.12 ผู้รับจ้างต้องลงทะเบียน และใช้งานซอฟต์แวร์บริหารจัดการงานซ่อมบำรุงของ รฟม. (Maximo) เพื่อที่ รฟม. จะได้ติดตามกำหนดการปฏิบัติงาน และสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้ 5.5.13 ผู้รับจ้างต้องส่งรายชื่อผู้ติดต่อหลัก ผู้ติดต่อสำรอง และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อม หมายเลขโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ และ Email Address มาพร้อมกับการลงนามในสัญญา หากมีการ เปลี่ยนแปลงในระหว่างดำเนินโครงการ ผู้รับจ้างต้องมีหนังสือแจ้งให้ รฟม. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเร็วที่สุด โดยให้เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
5.6 การบำรุงรักษาเชิงแก้ไขปรับปรุง Corrective Maintenance (CM)
5.6.1 ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามข้อกำหนดนี้ ผู้รับจ้างตกลงยอมรับประกันความชำรุด บกพร่องหรือขัดข้องของอุปกรณ์/ระบบ ทั้งหมดในข้อ 5.1 – 5.4 หากอุปกรณ์/ระบบ ชำรุดบกพร่อง หรือใช้ ไม่ได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน รฟม. จะแจ้งให้ผู้รับจ้างทำการแก้ไขซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์/ระบบ ที่ชำรุด บกพร่องนั้น ได้ตลอด 24 ชั่วโมง การที่จะแก้ไขซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์/ระบบ ดังกล่าวให้อยู่ในดุลยพินิจ และการตัดสินใจของ รฟม. แต่เพียงผู้เดียว โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ที่มีความเชี่ยวชาญและมี ประสบการณ์ รับทราบเพื่อเริ่มดำเนินการภายใน 2 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่ รฟม. ได้แจ้งความชำรุดบกพร่องให้ ผู้รับจ้างทราบทางโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด และต้องดำเนินการแก้ไข ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์/ระบบ ให้แล้วเสร็จสามารถใช้งานได้เป็นปกติดีดังเดิม ภายใน 48 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ รฟม. ได้แจ้งความชำรุดบกพร่องดังกล่าว ทั้งนี้ ในระหว่างเวลาแก้ไขซ่อมแซม ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์/ระบบ ที่เหมาะสมมาใช้ทดแทนเพื่อให้ รฟม. สามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยอะไหล่หรือวัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการซ่อมแซมแก้ไข หรือให้ใช้เป็นการชั่วคราว หรือที่นำมาเปลี่ยนให้ ใหม่นั้น จะต้องมีคุณสมบัติไม่ต่ำกว่าของเดิม กรณีการเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์ให้ใหม่ วัสดุอุปกรณ์นั้นจะต้องเป็น ของใหม่ที่ไม่เคยถูกใช้งานมาก่อนและไม่เป็นของเก่าเก็บ
5.6.2 ระหว่างการดำเนินการ CM ต้องมีผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างเข้าร่วมปฏิบัติงานด้วย โดย รฟม. จะเป็นผู้ประสานงาน และอํานวยความสะดวก ให้ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
5.6.3 จัดทำรายงานผลการ CM รายเดือน (ทุกเดือน) ในกรณีที่ได้รับแจ้งเหตุจาก รฟม. ส่งให้ ผู้ดูแลระบบประมวลผลฯ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. พร้อมกับการตรวจรับงานในแต่ละงวด ซึ่งต้องมี ข้อมูล วันเวลาที่รับแจ้งเหตุ สาเหตุการขัดข้อง วิธีการแก้ไข วันเวลาที่ดำเนินการแล้วเสร็จ และชื่อผู้ดำเนินการ แก้ไข ตลอดจนวิธีการป้องกัน เป็นอย่างน้อย
5.6.4 ผู้รับจ้างต้องจัดทำข้อมูลสรุปจำนวนอุปกรณ์ทั้งหมด รวมถึงชิ้นส่วนอะไหล่ ต่าง ๆ ที่ ขัดข้อง อาการขัดข้อง สถิติการเปลี่ยนอุปกรณ์ และการซ่อมแซมอุปกรณ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับวิเคราะห์การ บริหารจัดการอุปกรณ์ ของ รฟม. ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พร้อมการตรวจรับงานในงวดสุดท้าย
/5.6.5 ผู้รับจ้าง… -
9 -
5.6.5 ผู้รับจ้างต้องจัดหาผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับระบบประมวลผลฯ ของ รฟม. ที่มีความ ชํานาญทั้งด้าน Hardware และ Software ให้เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหารวมทั้งให้คำแนะนําแก่ผู้ดูแล ระบบประมวลผลฯ ของ รฟม. ตลอดอายุสัญญาจ้าง
5.6.6 หากผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไข ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์/ระบบ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ ข้างต้นได้ รฟม. มีสิทธิ์จ้างผู้รับจ้างรายอื่นให้ดำเนินการแทนจนกว่าการซ่อมแซมแก้ไข หรือเปลี่ยนอุปกรณ์/ระบบ จน แล้วเสร็จ โดยไม่ทำให้ระยะเวลาการรับประกันสิ้นสุดลง และผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้ทั้งสิ้น แทน รฟม. โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น รฟม. จะหักเอาจากค่าจ้างหรือเงินอื่น ๆ ที่ค้างจ่ายได้ทันที และ รฟม. ไม่ต้อง บอกสงวนสิทธิ์แต่อย่างใด
5.6.7 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมพาหนะ หรือบริการรับ-ส่งเจ้าหน้าที่ รฟม. ในการปฏิบัติงาน นอกสถานที่ เพื่อการซ่อมแซมแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์/ระบบ นอกสถานที่ทุกครั้ง ตามที่ เจ้าหน้าที่ รฟม. ร้องขอ ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริงจากการเดินทางดังกล่าว
5.7 การให้บริการดูแลและจัดหารายการอุปกรณ์/ระบบ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ 5.7.1 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการปรับปรุงอุปกรณ์บันทึกภาพจากกล้องวิเคราะห์ภาพ (Network Video Recorder) ตามข้อ 5.2.2 รุ่น HD-NVR4-PRM-96TB-NPC จำนวน 2 ชุด อันเนื่องมาจากอุปกรณ์ ไม่สามารถอัปเดตระบบปฏิบัติการได้ โดยให้ปรับปรุงเป็นเวอร์ชัน Windows Server 2022 หรือดีกว่า โดยจะต้อง มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ และเป็นสิทธิ์การใช้งานของ รฟม. ซึ่งรับรองความ ปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ โดยต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อยหรือดีกว่า ดังนี้
- มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ไม่น้อยกว่า 8 Core จำนวน 2 หน่วย
- มีหน่วยความจำหลักแบบ DDR5 และมีขนาดหน่วยความจำไม่น้อยกว่า 64 GB 3) มี Hard Disk ชนิด M.2 SSD ที่มี Interface แบบ PCIe NVMe ความจุไม่น้อยกว่า 480 GB และมี Hard Disk ชนิด SATA ติดตั้งมาด้วย โดยมีขนาดไม่น้อยกว่า 96 TB
- มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย Gigabit Ethernet จำนวน 6 ช่องและมีช่องเชื่อมต่อ แบบ SFP+ ไม่น้อยกว่า 4 ช่อง
- มีระบบจ่ายกำลังไฟฟ้าแบบติดตั้งภายในตัวเครื่อง ขนาดไม่น้อยกว่า 1200 Watt จำนวน 2 หน่วย รองรับการทำงานแบบ redundant
- เป็นผลิตภัณฑ์เดียวกันกับกล้องวิเคราะห์ภาพ (Analytics Camera) และอุปกรณ์ที่
เกี่ยวข้องตามข้อ 5.1 ที่ รฟม. มีการใช้งานอยู่และมีหนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ระบุชื่อโครงการที่เสนอจากผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย - ต้องมีระบบ Online Support ที่ให้บริการ Download Driver ผ่านช่องทาง Internet จากผู้ผลิต
5.7.2 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการปรับปรุงระบบปฏิบัติการ บนอุปกรณ์บันทึกภาพจากกล้อง วิเคราะห์ภาพ (Network Video Recorder) ตามข้อ 5.2.2 รุ่น PowerEdge R740 จำนวน 4 ชุด ให้เป็น Windows Server 2022 หรือดีกว่า เพื่อรองรับความปลอดภัยทางไซเบอร์
5.7.3 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการปรับปรุงระบบบริหารจัดการกล้องวิเคราะห์ภาพสำหรับการใช้งาน ภายในโครงการทั้งหมด ตามข้อ 5.4.2 ให้เป็นระบบบริหารจัดการกล้องวิเคราะห์ภาพ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ เดียวกันกับกล้องวิเคราะห์ภาพ (Analytics Camera) และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องตามข้อ 5.1 ที่ รฟม. มีการใช้ งานอยู่ โดยต้องเป็นเวอร์ชันปัจจุบันตามที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของผู้ผลิตโดยตรง
/5.8 การดำเนินการ…
- 10 -
5.8 การดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาระบบประมวลและวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอ เพื่อการบริหารงานรถไฟฟ้า (Video Analytics)
5.8.1 หากเกิดปัญหาข้อขัดข้องจากระบบอื่น ๆ ที่เชื่อมต่อกับระบบประมวลผลฯ และอยู่ใน ความรับผิดชอบของ รฟม. หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับ รฟม. เช่น ระบบไฟฟ้าหลักขัดข้อง เป็นต้น แล้วส่งผลกระทบทำให้ระบบประมวลผลฯ ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือกับ รฟม. ในการประสานงานและตรวจสอบหาสาเหตุของปัญหาดังกล่าวด้วย โดยเมื่อระบบอื่น ๆ ได้รับการ แก้ไขให้กลับมาใช้งานได้ดีดังเดิมแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการแก้ไขข้อขัดข้องของระบบประมวลผลฯ ให้แล้วเสร็จ เป็นไปตามเงื่อนไขข้อตกลงที่กำหนดไว้ ตามข้อ 5.6.1
5.8.2 หากอุปกรณ์ของระบบประมวลผลฯ ที่ติดตั้งใช้งานบริเวณพื้นที่ ที่มีความสำคัญกับมาตรการ การรักษาความปลอดภัยของ รฟม. หรือพื้นที่อื่น ๆ ตามที่ รฟม. กำหนดไว้เกิดปัญหาข้อขัดข้องขึ้น ผู้รับจ้างต้องเร่ง ดำเนินการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยเพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้ดีดังเดิมโดยเร่งด่วน ตามข้อ 5.6.1
5.8.3 ในการทำ PM และ CM แต่ละครั้ง หากพบปัญหาความไม่เรียบร้อยหรือผิดปกติให้ ผู้รับจ้างรายงานผู้ดูแลระบบประมวลผลฯ ของ รฟม. ทราบทันที พร้อมทั้งเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา ภายในวันถัดไปของการเข้ามาดำเนินการ
5.8.4 กรณีที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ Software ระบบประมวลผลฯ ภายในโครงการดังกล่าว ได้ทำการ Update Software/Firmware เป็นรุ่นใหม่เพื่อมาแก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง และ/หรือข้อจำกัด ของ Software/Firmware รุ่นเดิม ที่ รฟม. ใช้งานอยู่ซึ่งอุปกรณ์ในระบบของ รฟม. สามารถรองรับได้ผู้รับจ้างต้อง ดำเนินการ Update Software/Firmware นี้ให้กับ รฟม. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดย รฟม. จะพิจารณาถึงความ จำเป็นที่ต้องดำเนินการ และแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบถึงความประสงค์ก่อน ผู้รับจ้างจึงจะมีสิทธิ์ทำการ Update Software/Firmware ได้
5.8.5 กรณี รฟม. หรือสัญญาจ้างอื่น ๆ ภายในการกํากับดูแลของ รฟม. ต้องการพื้นที่เพื่อ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใด ๆ และมีอุปกรณ์ของระบบประมวลผลฯ เป็นอุปสรรคหรือกีดขวางการดำเนินงาน ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตรวจสอบ แก้ไข/ปรับปรุง เพื่อให้ระบบฯ สามารถใช้งานได้ตามปกติภายใน 5 วัน ทำการ หลังจากระบบอื่น ๆ หรือสัญญาจ้างอื่น ๆ ภายในการกํากับดูแลของ รฟม. ได้รับการแก้ไขให้กลับมาใช้งาน ได้ดีดังเดิมแล้ว โดยผู้รับจ้างต้องประสานงาน และติดตามกับผู้รับจ้างรายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย อีกทั้งต้องจัดส่ง รายงานที่ได้ดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ ให้แก่ผู้ดูแลระบบประมวลผลฯ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม.
5.8.6 ผู้รับจ้างต้องส่งประวัติรูปถ่าย และประวัติอาชญากรจากกองทะเบียนประวัติ อาชญากรสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ของพนักงานของผู้รับจ้างทุกคนให้ รฟม. ภายใน 30 วันทำการ นับจาก วันเริ่มสัญญาโดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด และ รฟม. จะจัดเก็บไว้จน ครบอายุของสัญญาจ้างที่กำหนด
5.8.7 ในการปฏิบัติงานผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุ หรือภยันตรายความเสียหายใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายชีวิต และ/หรือทรัพย์สินวัสดุอุปกรณ์ของ รฟม. หรือผู้ใช้บริการของ รฟม. หรือผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนพนักงานของผู้รับจ้าง โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบ และชดใช้ค่าเสียหายที่ เกิดขึ้นทั้งหมด เว้นแต่กรณีเป็นเหตุสุดวิสัย
5.8.8 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างกระทำการละเมิดต่อ รฟม. หรือเจ้าหน้าที่ของ รฟม. หรือผู้ใช้บริการของ รฟม. อันเกี่ยวกับงานนี้ไม่ว่าจะกระทำเอง หรือผู้อื่น ผู้รับจ้างจะต้องยินยอมชดใช้ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
/5.8.9 ในกรณี…
- 11 -
5.8.9 ในกรณีที่ของสูญหาย หรือถ้ามีการชำรุดเสียหายเกิดขึ้นในบริเวณพื้นที่ที่รับผิดชอบ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานของพนักงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหาย ให้แก่ รฟม. หรือผู้ใช้บริการของ รฟม. ไม่ว่าจะกระทำเอง หรือร่วมกับผู้อื่น ผู้รับจ้างต้องยินยอมชดใช้ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทันทีเว้นแต่กรณีเป็นเหตุสุดวิสัย
5.8.10 ถ้าพนักงานของผู้รับจ้างคนใด ไม่ตั้งใจหรือขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน มีอาการ มึนเมาขณะปฏิบัติงาน อันเนื่องมาจากได้ดื่มสุราก่อน หรือขณะปฏิบัติงาน หลบเลี่ยง หรือละทิ้งงาน ขัดคําสั่ง หรือฝ่าฝืนระเบียบของ รฟม. แสดงกิริยาไม่สุภาพต่อผู้มาใช้บริการของ รฟม. หรือกระด้างกระเดื่องต่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ รฟม. หรือผู้ควบคุมงานของ รฟม. ปฏิบัติงานนอกเหนือจากหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย หรือกระทำการอื่นใดเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนหรือผู้อื่น รับงานหรือรับจ้างผู้อื่น มีพฤติการณ์อันส่อไปในทางทุจริต รวมทั้งประพฤติตนอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของ รฟม . เมื่อ รฟม. ได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ผู้รับจ้างจะส่งพนักงานผู้นั้นเข้าปฏิบัติงาน อีกไม่ได้ ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาพนักงานมาปฏิบัติงานทดแทน ให้ครบจำนวนที่กำหนดไว้ โดยไม่มีสิทธิ์ เรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้นจาก รฟม. หากพนักงานของผู้รับจ้างกระทำผิดตามที่ได้กล่าวนั้น เจ้าหน้าที่ ควบคุมงานของ รฟม. มีสิทธิ์ให้พนักงานผู้นั้นต้องออกจากพื้นที่รับผิดชอบทันที
5.8.11 ในกรณีที่ผู้รับจ้างกระทำ หรืองดเว้นการกระทำใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามสัญญาข้อหนึ่งข้อใดก็ดีและ รฟม. ได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว แต่ผู้รับจ้าง ไม่ดำเนินการแก้ไข ให้ถูกต้องตามสัญญาภาย ใน 5 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจาก รฟม. หรือ กรณีที่ผู้รับจ้างตกเป็นบุคคลล้มละลาย รฟม. มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้ทันที โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และ รฟม. มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายได้ด้วย โดยเมื่อผู้รับจ้างได้รับทราบการบอกเลิกสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างยินยอม ให้ถือว่าสัญญานี้ เป็นอันระงับสิ้นสุดลงโดยทันที
5.8.12 ผู้รับจ้างต้องไม่เอางานทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของงานนี้ไปให้ผู้อื่นรับจ้างช่วงอีก ทอดหนึ่งโดยมิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก รฟม. ในกรณีที่ รฟม. อนุญาตให้ผู้รับจ้างดำเนินการจ้างช่วง ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบในงานที่ให้ช่วงไปนั้นทุกประการ
5.9 การส่งมอบงาน
หลังจากที่ผู้รับจ้างได้เข้าทำการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรอบเวลาที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องจัดส่ง รายงานผลการตรวจสอบ รายงานผลการติดตั้ง การตั้งค่าระบบประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอเพื่อการ บริหารงานรถไฟฟ้า (Video Analytics) และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบ Digital File รวมถึงแบบแสดงจุด ติดตั้งอุปกรณ์ที่มีในระบบทั้งหมด พร้อมการวางแนวสายสัญญาณ และสายไฟฟ้าในรูปแบบ Auto CAD (AS-Built Drawing) ให้ผู้รับจ้างจัดส่งผลการตรวจสอบในรูปแบบของไฟล์ที่สามารถปรับปรุงได้ โดยข้อมูล ทั้งหมดต้องจัดเก็บลงบนพื้นที่ Cloud Storage ตามที่ รฟม. กำหนดต่อรอบการบำรุงรักษา เสนอต่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยรายงานต้องมีรายละเอียดครอบคลุมดังนี้
5.9.1 สรุปผลการตรวจสอบระบบฯ ที่เป็นไปตามเงื่อนไขต่าง ๆ ตามข้อ 5.5
5.9.2 ข้อมูลการ Backup System & Configuration ที่จำเป็นและสำคัญ ของระบบและอุปกรณ์ บนพื้นที่ Cloud Storage ตามที่ รฟม. กำหนด
5.9.3 แบบแสดงจุดติดตั้งอุปกรณ์ที่มีในระบบทั้งหมด พร้อมการวาง แนวสายสัญญาณ และ สายไฟฟ้าในรูปแบบ Auto CAD (AS-Built Drawing)
5.9.4 รายงานการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมแนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหา ตามข้อ 5.6.3 (ถ้ามี)
/5.9.5 ข้อมูล…
- 12 -
5.9.5 ข้อมูลสรุปจำนวนอุปกรณ์ทั้งหมด รวมถึงชิ้นส่วนอะไหล่ ต่าง ๆ ที่ขัดข้อง ตามข้อ 5.6.4 5.9.6 จัดหา ติดตั้ง ตั้งค่าอุปกรณ์/ระบบทีเสนอ พร้อมทั้งเอกสารที่กำหนดตามข้อ 5.7
- กําหนดเวลาสงมอบพัสดุ
365 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา - หลักเกณฑการพิจารณาคัดเลือกขอเสนอ
7.1 ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ รฟม. จะพิจารณาตัดสิน โดยใช้หลักเกณฑ์ราคา
7.2 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอ รายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ 10 ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัด เรียงลำดับผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน 3 ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น ผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสม ตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียน ไว้กับ สสว.
7.3 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติ บุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 ให้จัดซื้อจัดจ้างกับ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นบุคคล ธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย - วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ไดรับจัดสรร
7,000,000 บาท (เจ็ดล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม - งวดงานและการจายเงิน
การชำระเงินตามสัญญา แบ่งออกเป็น 2 งวด ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว มีรายละเอียดดังนี้ 9.1 งวดที่ 1 ชำระเงิน 50% ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้จัดให้มีการประชุมเพื่อเริ่มดำเนิน โครงการ (Kickoff) พร้อมทั้งส่งมอบรายงานการเริ่มงาน (Inception Report) ภายใน 20 วันทำการ นับถัด จากวันที่ลงนามในสัญญา และดำเนินการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ซึ่งคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานถูกต้องครบถ้วนแล้ว ตามข้อ 5.9.1 – 5.9.6 ทั้งนี้ รฟม. จะชำระเงินให้แก่ผู้รับ จ้างเมื่อ รฟม. ดำเนินการตามกระบวนการตรวจรับพัสดุจนแล้วเสร็จ
9.2 งวดที่ 2 ชำระเงิน 50% ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการบำรุงรักษาและซ่อมแซม แก้ไขครั้งที่ 3 และครั้งที่ 4 และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานถูกต้องครบถ้วนแล้วตามข้อ 5.9.1 – 5.9.5 ทั้งนี้ รฟม. จะชำระเงินให้แก่ผู้รับจ้างเมื่อ รฟม. ดำเนินการตามกระบวนการตรวจรับพัสดุจนแล้วเสร็จ /10. อัตราคาปรับ…
- 13 -
- อตัราคาปรับ
10.1 จากข้อ 5.6 ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่มีเจ้าหน้าที่ ที่มีความเช่ยีวชาญและมปีระสบการณ์รบั ทราบเพื่อ เริ่มดำเนินการภายในเวลา 2 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ รฟม. ได้แจ้งความชำรุดบกพร่องดงักล่าว ผู้รับจ้าง ยินยอมให้รฟม. ปรับเป็นรายชั่วโมง ในอัตราร้อยละ 0.01 (ศูนย์จุดศูนย์หนึ่ง) ของมูลค่าสญั ญาจ้าง โดยเศษ ของชั่วโมงให้คิดเป็นหนึ่งชั่วโมง นับตั้งแต่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว จนกว่าผู้รับจ้างจะรับทราบเพื่อเริ่ม ดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขแลว้เสร็จ โดยค่าปรับข้างต้นผู้รับจ้างยินยอมให้รฟม. หักออกจากค่าจ้างหรือเงิน อื่น ๆ ที่คา้งจ่ายได้ทันทีโดย รฟม. ไม่ต้องบอกสงวนสิทธิ์แต่อย่างใด
10.2 จากข้อ 5.6 ถ้าปรากฏว่าผู้รับจ้างไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไข หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ให้แล้วเสร็จเป็น ปกติดีดังเดิมภายใน 48 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ รฟม. ไดแ้จ้งความชำรุดบกพรอ่ งดังกล่าว ผ้รูับจ้างยนิยอมให้ รฟม. ปรับเปน็ รายวัน ในอัตราร้อยละ 0.2 (ศูนย์จุดสอง) ของมูลค่าสัญญาจ้าง โดยเศษของวันให้คิดเป็นหน่งึวัน ซ่งึนับตั้งแต่ครบกำหนดเวลาที่ผู้รับจ้างไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ให้แก่ รฟม. จนถึงวันที่ ผู้รับจ้างได้ทำการซ่อมแซมแก้ไขหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ให้แล้วเสร็จ และสามารถใช้งานได้ดดีังเดิมเรียบร้อยแล้ว ค่าปรับข้างต้นผู้รับจ้างยินยอมให้รฟม. หักเอาจากค่าจ้างหรือเงินอื่น ๆ ที่ค้างจ่ายได้ทันทีโดย รฟม. ไม่ต้อง บอกสงวนสิทธิ์แต่อย่างใด
10.3 กรณีที่ผู้รับจ้างไม่จัดส่งผลการดำเนินการ ตามข้อ 5.5.6 และ 5.5.8 – 5.5.10 ภายในเวลาที่ รฟม. กำหนด ผ้รูับจ้างยินยอมให้รฟม. ปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.01 (ศูนย์จุดศูนย์หนึ่ง) ของมูลค่าสัญญา จ้าง โดยเศษของวันให้คิดเป็นหนึ่งวัน นับตั้งแต่ครบกำหนดวันดังกล่าวจนกว่าจะจัดส่งผลการดำเนินการ โดยค่าปรบัข้างต้นผู้รับจ้างยินยอมให้รฟม. หกัออกจากค่าจ้างหรือเงินอ่นื ๆ ที่ค้างจ่ายได้ทันทีโดย รฟม. ไม่ต้องบอกสงวนสิทธิ์แตอ่ ยา่ งใด - การกําหนดระยะเวลารบั ประกันความชํารุดบกพรอง
ผู้รับจ้างต้องทำการรับประกัน รวมถึงการต่อสิทธิ์การใช้งานหรือ License ต่าง ๆ (ถ้ามี) ของระบบ และอุปกรณ์ตามข้อ 5.1 – 5.4 จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ทุกอุปกรณ์และต้องส่งมอบเอกสารการรับประกัน รวมถึงเอกสารการต่อสิทธิ์ ทั้งหมดให้ รฟม. ไว้เป็นหลักฐานภายใน 10 วันทำการ นับถัดจากวันลงนามในสัญญา - ขอสงวนสิทธิ์
12.1 ผ้รูับจ้าง และ/หรอืเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้าง ท่เีขา้ถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. ต้อง รับทราบและปฏิบัติตามนโยบายการรกั ษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. ที่ปรากฏดังภาคผนวก ข. และจะต้องรักษาความลับต่างๆ ที่ได้จากการปฏิบัติงาน โดยห้ามมใิห้ผู้รับจ้าง และ/หรือเจ้าหน้าที่ของผ้รูับจ้างนำข้อมูลส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดที่ได้จากการปฏิบัติงานใน รฟม. ไป ทำซ้ำ เผยแพร่ หรือวิเคราะห์ประมวลผลเพื่อการอื่นใด ไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นการหาผลประโยชน์ หรือไม่ก็ตาม หาก รฟม. ตรวจพบผ้รูับจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงนิไม่น้อยกว่าค่าจ้างทั้งหมด ที่กำหนดไวใ้นสัญญา ทั้งนี้ผู้รับจ้าง และ/หรอืเจ้าหน้าที่ของผู้รบัจ้างต้องลงนามในสัญญาการเก็บรักษา ข้อมูลไว้เป็นความลับ (Non-Disclosure Agreement) กอ่ นเริ่มปฏิบัติงาน ตามรปู แบบที่ รฟม. กำหนด
12.2 ผู้รับจ้างต้องใช้กระดาษที่ไดร้ับเครื่องหมายฉลากเขียว หรือได้รับการรับรองมาตรฐาน เลขที่ มอก.1054 : มาตรฐานผลิตภณั ฑ์อุตสาหกรรม กระดาษถ่ายเอกสาร หรือผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ คุณลักษณะที่ต้องการที่กาํ หนดในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมดังกล่าว หรือมาตรฐานระดับประเทศที่ /เทียบเทา่ …
-
14 -
เทียบเท่าหรือสูงกว่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือมาตรฐานระหว่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับ เชน่ ISO ในการจัดทํารายงาน
12.3 ผู้รับจ้างต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ได้รับมาตรฐานฉลากเขียว หรือเทียบเท่า ทั้งนี้ผู้รับจา้ง จะต้องเสนอรายละเอียดคุณสมบัติ ยี่ห้อ และแค็ตตาล็อกของนำ้ยาเคมีที่จะนำมาใช้งานใหพ้ ิจารณาก่อนเริ่ม ปฏิบัติงาน -
15 -
ภาคผนวก ก. -
16 -
-
15 -
ภาคผนวก ข.
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
MASS RAPID TRANSIT AUTHORITY OF THAILAND
รัฐวิสาหกิจภายใตกาํกับของรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคม
A STATE ENTERPRISE UNDER SUPERVISION OF MINISTER OF TRANSPORT
ประกาศการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย
เรื่อง นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ฉบับปรับปรุงครั้งท่ี14)
ดวยพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑและวิธีการในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสภ าครัฐ พ.ศ. 2549 มาตรา 5 กําหนดใหหนวยงานของรัฐตองจัดทําแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ดานสารสนเทศ เพ่อืใหการดําเนินการใด ๆ ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสกับหนวยงานของรัฐหรือโดยหนวยงานของรัฐ มีความมั่นคงปลอดภัยและเชื่อถือได จึงสงผลใหระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย (รฟม.) ตองมีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยางครบถวนเพื่อธํารงไวซึ่งความลับ (Confidentiality) ความถูกตองครบถวน (Integrity) และสภาพพรอมใชงาน (Availability) ของสารสนเทศ รวมท้ัง คณุ สมบติอื่น ไดแก ความถูกตองแทจริง ั (Authenticity) ความรับผิด (Accountability) การหามปฏิเสธความรับผิดชอบ (Non-repudiation) และความนาเชื่อถือ (Reliability)
ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสเร่ืองแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยดานสารสนเทศของหนวยงานของรัฐ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ขอ 14 กําหนดใหหนวยงานของรัฐตองกําหนด ความรับผิดชอบที่ชัดเจน กรณีระบบคอมพิวเตอรหรือขอ มูลสารสนเทศเกิดความเสียหายหรืออันตรายใด ๆ แกองคกรหรือ ผูหนึ่งผูใดอันเน่ืองมาจากความบกพรองละเลย หรือฝาฝนการปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความม่ันคง ปลอดภัยดานสารสนเทศ ทั้งนี้ ใหผูบริหารระดับสูงสุดของหนวยงาน (Chief Executive Officer: CEO) เปนผูรับผิดชอบ ตอความเสี่ยง ความเสยีหาย หรืออันตรายที่เกิดขึ้น
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 25 แหงพระราชบัญญัติการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย พ.ศ. 2543 ผูวาการการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย จึงออกประกาศการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย เรื่อง นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ดังตอไปนี้
- วัตถุประสงคและขอบเขต
เพื่อใหการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. เปนไปอยางเหมาะสม มีประสิทธิภาพ มีความมั่นคงปลอดภัย และสามารถดําเนินงานไดอยางตอเนื่อง รวมท้งัปองกันปญ หาและลดผลกระทบจากการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ในลักษณะที่ไมถูกตองหรือจากการถูกคุกคามจากภัยตาง ๆ จึงไดกําหนดนโยบายเพ่ือควบคุมการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนี้
1.1 การเขาถึงหรือควบคุมการใชงานสารสนเทศครอบคลุม 4 ดาน คอื
175 ถ นนพ ร ะ ร า ม 9 แ ข ว ง ห้ ว ย ข ว า ง เข ตห้ ว ย ข ว า ง ก ร ุ ง เ ทพ ม ห าน ค ร 10310 โท ร ศ ัพ ท ์ 0 2716 4 000 โท ร ส า ร 0 27 16 4 0 19 175 R a ma IX R o ad, Hu ai Kh wa n g, B an gko k 1031 0, Tha il a n d , Te l. 6 6 2 71 6 40 00 Fa x. 66 27 16 4 019 http://www.mrta.co.th
1.1.1 การเขาถึงระบบสารสนเทศ (Access control) ตองตรวจสอบการอนุมัติสิทธ์ิการเขาถึงระบบและ กําหนดรหัสผาน การลงทะเบียนผูใชงานเพื่อใหผูใชที่มีสิทธิ์ (User authentication) เทาน้ันที่สามารถ เขาถึงระบบได รวมถึงมีการเก็บบันทึกขอมูลการเขาถึงระบบ (Access log) และขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร ทั้งน้ีการใหสิทธิ์การใชงานระบบสารสนเทศนั้นตองใหสิทธิ์อยางเหมาะสมและเพียงพอ (Need to know and Need to use)
/1.1.2 การเขาถึง…
- 2 – 2 -
1.1.2 การเขาถึงระบบเครือขาย (Networkaccess control) ตองกําหนดเสนทางการเชื่อมตอระบบคอมพิวเตอร การรับ - สง หรือการไหลเวียนขอมูลหรือสารสนเทศจะตองผานระบบการรักษาความปลอดภัยที่องคกร จัดสรรไวเชน Firewall IDS/IPS Proxy หรือการตรวจสอบไวรัสคอมพิวเตอรเปนตน เพื่อควบคุมและ ปองกนั ภัยคุกคามอยางเปนระบบ
1.1.3 การเขาถึงระบบปฏิบัติการ (Operating system access control) เพื่อปองกันการเขาถึงระบบปฏิบัติการ โดยไมไดรับอนุญาต โดยกําหนดใหมีการยืนยันตัวตนเพื่อระบุถึงตัวตนของผูใชงาน รวมทั้งกําหนดใหมี การจาํกัดระยะเวลาในการเชื่อมตอเพื่อใหมีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
1.1.4 การเขาถึงโปรแกรมประยุกตหรือแอปพลิเคชันและสารสนเทศ (Applicationand Information access control) ตองกําหนดสิทธิ์การเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยใหสิทธ์ิเฉพาะระบบงานสารสนเทศ ที่ตองปฏิบัติตามหนาที่เทานั้น รวมทั้งมีการทบทวนสิทธิ์การเขาใชงานระบบสารสนเทศอยางสมํา่ เสมอ
1.2 มีระบบสารสนเทศและระบบสํารองที่อยูในสภาพพรอมใชงาน รวมทั้งมีแผนเตรียมพรอมในกรณีฉุกเฉินหรือ กรณีที่ไมสามารถดําเนินการตามวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสได เพื่อใหสามารถใชงานสารสนเทศไดตามปกติ อยางตอเนื่อง
1.3 ตรวจสอบและประเมนิความเสี่ยงของระบบสารสนเทศอยางสม่ําเสมอ
- แนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รฟม.
แนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รฟม. ใชแนวทางและกระบวนการ อางอิงตาม 1) ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส เรื่องแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยดานสารสนเทศของหนวยงานรัฐ พ.ศ. 2553 2) ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส เรื่อง มาตรฐาน การรักษาความม่ันคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศตามวิธีการแบบปลอดภัย พ.ศ. 2555 และ 3) มาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 โดยแบงแนวปฏิบตัิออกเปน 17 สวน ตามเอกสารแนบทายประกาศ ดังตอไปนี้
2.1 นโยบายการบรหิารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสําหรับผบู ริหาร (สวนที่ 1)
2.2 ความมั่นคงปลอดภยัที่เกี่ยวกับบุคลากร (สวนท่ี2)
2.3 การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพและสิ่งแวดลอม (สวนท่ี3)
2.4 การจดัการทรัพยสิน (สวนที่4)
2.5 การจดั หา การพัฒนา และการบํารุงรักษาระบบสารสนเทศ (สวนที่ 5)
2.6 การควบคุมการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (สวนท่ี6)
2.7 การควบคุมการเขาถึงระบบเครือขายไรสาย (สวนท่ี7)
2.8 การควบคุมหนวยงานภายนอกและผูใชงาน (บคุ คลภายนอก) เขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (สวนที่ 8) 2.9 การใชงานเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคล่อืนท่ของ รฟม. ี (สวนที่ 9)
2.10 การใชงานอินเทอรเน็ตและส่อืสังคมออนไลน (สวนที่ 10)
2.11 การใชงานจดหมายอิเล็กทรอนิกส (สวนที่ 11)
2.12 การสํารองขอมูลและการเก็บรักษาขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร(สวนท่ี12)
2.13 การตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง (สวนที่ 13)
2.14 การถายโอน และการแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศ (สวนที่ 14)
2.15 การควบคุมการเขารหัส (สวนที่ 15)
2.16 การนําอุปกรณสวนตัวมาใชงาน (Bring your own device) (สวนที่ 16)
2.17 การใชบริการ Cloud (Cloud Services) (สวนที่ 17)
/แนวปฏิบัติ…
- 3 – 3 -
แนวปฏิบัติในการรักษาความม่ันคงปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตามขอ 2. จัดเปนมาตรฐานดานความมั่นคง ปลอดภัยในการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. ซึ่งบุคลากรของ รฟม. หนวยงานภายนอก รวมถงึผใูชบริการ ระบบสารสนเทศของ รฟม. ที่เกี่ยวของจะตองปฏิบัติตามอยางเครงครัด
- กรณีระบบคอมพิวเตอรหรือขอมูลสารสนเทศเกิดความเสียหาย หรืออันตรายใด ๆ แกองคกรหรือผูหนึ่งผูใด อันเนื่องมาจากความบกพรอง ละเลย หรือฝาฝนการปฏิบัติตามแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยดานสารสนเทศผูวาการการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย(ChiefExecutive Officer: CEO) เปนผูรับผิดชอบ ตอความเสี่ยง ความเสียหาย หรืออันตรายที่เกิดขึ้น และดําเนินการตรวจสอบขอเท็จจริงกรณีที่ระบบคอมพิวเตอรหรือ ขอมูลสารสนเทศเกิดความเสียหายหรืออันตรายใด ๆ แกหนวยงานหรือผูหนึ่งผูใด รวมทั้งใหพิจารณาลงโทษตามเหตุอนัควร
นโยบายนี้ใหใชบังคับเม่อืพนกําหนด 7 วัน นบัแตวันที่ผูมีอํานาจลงนาม
ประกาศ ณ วันที่ กันยายน พ.ศ. 2568
(นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี)
ผูวาการการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย
สารบัญ
เรื่อง หนา คาํ นิยาม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….1 สวนที่ 1 นโยบายการบรหิารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสาํ หรับผูบรหิาร ……………………………………………………………….3 สวนที่ 2 ความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวกับบุคลากร………………………………………………………………………………………………..4 สวนที่ 3 การรกัษาความมั่นคงปลอดภัยทางดานกายภาพและสิ่งแวดลอม ………………………………………………………………7 สวนที่ 4 การจัดการทรัพยส ิน ………………………………………………………………………………………………………………………….8 สวนที่ 5 การจัดหา การพัฒนา และการบํารุงรักษาระบบสารสนเทศ ………………………………………………………………….. 10 สวนที่ 6 การควบคุมการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ………………………………………………………………………………. 12 สวนที่ 7 การควบคุมการเขาถึงระบบเครือขายไรสาย ………………………………………………………………………………………. 22 สวนที่ 8 การควบคุมหนวยงานภายนอกหรือผูใชงานภายนอกเขาถึงระบบเทคโนโลยสีารสนเทศ …………………………….. 23 สวนที่ 9 การใชงานเครื่องคอมพิวเตอรและอปุ กรณเคลื่อนที่ของ รฟม. ……………………………………………………………… 25 สวนที่ 10 การใชงานอินเทอรเน็ตและสื่อสังคมออนไลน …………………………………………………………………………………… 28 สวนที่ 11 การใชงานจดหมายอิเล็กทรอนิกส ………………………………………………………………………………………………….. 32 สวนที่ 12 การสํารองขอมลูและการเก็บรักษาขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร ………………………………………………………… 33 สวนที่ 13 การตรวจสอบและประเมนิความเสี่ยง……………………………………………………………………………………………… 35 สวนที่ 14 การถายโอน และแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศ …………………………………………………………………………………. 38 สวนที่ 15 การควบคุมการเขารหัส ………………………………………………………………………………………………………………… 39 สวนที่ 16 การนําอุปกรณสวนตัวมาใชงาน (Bring your own device) ………………………………………………………………. 40 สวนที่ 17 การใชบริการ Cloud (Cloud Services)………………………………………………………………………………..…………..49
1
เอกสารแนบทายประกาศ การรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย
เรื่อง นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
แนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ของ รฟม.
คํานิยาม
คาํ นิยามที่ใชในนโยบายนี้ประกอบดวย
- รฟม. หมายถึง การรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย
- ฝทท. หมายถึง ฝายเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ฝทบ. หมายถึง ฝายทรัพยากรบุคคล
- ผูบริหารระดับสูงสุด หมายถึง ผูวา การการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย
- ผูบงัคับบัญชา หมายถึง ผูมอีํานาจสั่งการตามโครงสรางการบรหิารของ รฟม.
- ผูใชงาน หมายถึง บุคคลท่ไีดรบัอนุญาตใหสามารถเขาใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. เพื่อประโยชน ในการดําเนินงานของ รฟม. ดังนี้
- ผูใชงานภายใน หมายถึง บุคลากรของ รฟม.
- ผูใชงานภายนอก หมายถึง บุคคลภายนอกที่ รฟม. อนุญาตใหเขามาใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. เชน ท่ปีรึกษา ผปู ฏิบัติงานตามสัญญา หรือนิสตินักศึกษาฝกงาน เปนตน
- ผูใชบริการ หมายถึง ผูที่สมัครใชบริการระบบงานสารสนเทศของ รฟม. ผานเครือขายสาธารณะ (Internet) 8. หนวยงานภายนอก หมายถึง องคกรตาง ๆ รวมถงึผูรับจาง ซึ่ง รฟม. อนุญาตใหมีสิทธ์ิในการเขาถึง หรือใชขอมูล หรือสินทรัพยตาง ๆ ของ รฟม. โดยจะไดรับสิทธิ์ในการใชระบบตามประเภทงานตามอํานาจและตองรับผิดชอบ ในการรักษาความลับของขอมูล
- ผูดูแลระบบ หมายถึง พนักงานที่ไดรับมอบหมายจากผูบังคับบัญชาใหมีหนาที่รับผิดชอบในการดูแลรักษาระบบ สารสนเทศ และพนักงานของผูรับจางที่รับผิดชอบติดต้งัหรือบํารุงรักษาระบบสารสนเทศใหรฟม.
- เจาของขอมลู หมายถงึผูไดรับมอบอํานาจจากผูบังคับบัญชาใหรับผิดชอบขอมูลของระบบงานโดยเจาของขอมูล เปนผูรับผิดชอบขอมูลนั้น ๆ หรือไดรบัผลกระทบโดยตรงหากขอมลู เหลานั้นเกิดสูญหาย
- มาตรฐาน หมายถึง บรรทัดฐานที่บงัคับใชในการปฏิบัติการจริงเพื่อใหไดตามวัตุประสงคหรือเปาหมาย 12. ขั้นตอนปฏิบัติ หมายถึง รายละเอียดที่บอกขั้นตอนเปนขอ ๆ ที่ตองนํามาปฏิบัติเพื่อใหไดมาซึ่งมาตรฐานตามที่ได กําหนดไวตามวัตถุประสงค
- แนวปฏิบัติหมายถึง แนวทางทตองปฏิบัติตามเพื่อใหสามารถบรรลุวัตถุ ี่ ประสงคหรือเปาหมายไดงายขึ้น 14. ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information technology system) หมายถึง ระบบงานของ รฟม. ที่นําเอาเทคโนโลยี สารสนเทศ ระบบคอมพิวเตอร และระบบเครือขายสื่อสารขอมูลมาชวยในการสรางสารสนเทศที่ รฟม. สามารถ นํามาใชประโยชนในการวางแผน การบริหาร การสนับสนุน การใหบริการ การพัฒนาและควบคุมการติดตอสื่อสาร ซึ่งมีองคประกอบ ไดแก ระบบคอมพิวเตอร ระบบเครือขาย โปรแกรม ขอมูลและสารสนเทศ เปนตน 15. ขอมูลคอมพิวเตอรหมายถึง ขอมูลขอความ คําสั่ง ชุดคําสั่ง หรือสิ่งอื่นใด ที่อยใูนระบบคอมพิวเตอรในสภาพที่ระบบ คอมพิวเตอรอาจประมวลผลได และใหหมายความรวมถึงขอมูลอิเล็กทรอนิกสตามกฎหมายวาดวยธุรกรรม อิเล็กทรอนิกส
- ขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร (Trafficlog) หมายถึงขอมูลเกี่ยวกบัการติดตอสื่อสารของระบบคอมพิวเตอรซึ่งแสดงถึง แหลงกําเนิด ตนทาง ปลายทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลา หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับการติดตอสื่อสารของ ระบบคอมพิวเตอรนั้น
- สารสนเทศ (Information) หมายถึง ขอเท็จจริงที่ไดจากขอมูลนํามาผานการประมวลผล การจัดระเบียบใหขอมูล ซึ่งขอมูลอาจอยูในรูปของตัวเลข ขอความ หรือภาพกราฟกใหเปนระบบที่ผูใชสามารถเขาใจไดงาย และสามารถ นําไปใชประโยชนในการบริหาร การวางแผน การตัดสินใจ และอื่น ๆ
2 - ระบบคอมพิวเตอร (Computer system) หมายถึง อุปกรณหรือชุดอุปกรณของคอมพิวเตอรที่เช่ือมการทํางาน เขาดวยกนัโดยไดมีการกําหนดคําสั่ง ชุดคําสั่งหรือสิ่งอื่นใด และแนวปฏิบัติงานใหอุปกรณหรือชุดอุปกรณทําหนาที่ ประมวลผลขอมูลโดยอัตโนมตัิ
- ระบบเครือขายสื่อสารขอมูล (Network system) หมายถึง ระบบที่สามารถใชในการติดตอสื่อสารหรือการสงขอมูล และสารสนเทศระหวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตาง ๆ ของ รฟม. เชน ระบบแลน (LAN) ระบบอินทราเน็ต (Intranet) ระบบอินเทอรเน็ต (Internet) เปนตน
- สิทธิ์ของผูใชงาน หมายถึง สิทธิ์ท่ัวไป สิทธิ์จําเพาะ สิทธิพิเศษ และสิทธิ์อื่นใด ที่เกี่ยวของกับระบบสารสนเทศ ของหนวยงาน
- ความม่นัคงปลอดภัยดานสารสนเทศ หมายถึง การธํารงไวซึ่งความลบั (Confidentiality) ความถูกตองครบถวน (Integrity) และสภาพพรอมใชงาน (Availability) ของสารสนเทศ รวมทั้งคุณสมบัติอื่น ไดแก ความถูกตองแทจริง (Authenticity) ความรับผิด (Accountability) การหามปฏิเสธความรับผิด (Non-repudiation) และความนาเชื่อถือ (Reliability)
- เหตุการณดานความมั่นคงปลอดภัย หมายถึง เหตุการณที่แสดงใหเห็นความเปนไปไดที่จะเกดิการฝาฝนนโยบาย ดานความมั่นคงปลอดภัย มาตรการปองกันที่ลมเหลว หรือเหตุการณอันไมอาจรูไดวาอาจเกี่ยวของกับความมั่นคงปลอดภัย 23. สถานการณดานความมั่นคงปลอดภัยที่ไมพึงประสงคหรือไมอาจคาดคิด หมายถึงสถานการณดานความมั่นคงปลอดภยั ที่ไมพึงประสงคหรือไมอาจคาดคิด (Unwanted or unexpected) ซึ่งอาจทําใหระบบขององคกรถูกบุกรุก หรือโจมตีและความมั่นคงปลอดภัยถูกคุกคาม
- การเขาถึงหรือควบคุมการใชงานสารสนเทศ หมายถึง การอนุญาต การกาํ หนดสิทธิ์หรือการมอบอํานาจใหผูใชงาน เขาถึงหรือใชงานเครือขายหรือระบบสารสนเทศ ทั้งทางอิเล็กทรอนิกสและทางกายภาพ ตลอดจนอาจกําหนดขอ ปฏิบัติ เก่ียวกับการเขาถึงโดยมิชอบเอาไวดวยก็ได
- สินทรัพย (Assets) หมายถึง สินทรัพยดานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ รฟม. เชน อุปกรณ คอมพิวเตอรอุปกรณระบบเครือขา ย ซอฟตแ วรที่มีคาลิขสิทธิ์ขอมูล ระบบขอมูล ฯลฯ 26. จดหมายอิเล็กทรอนิกส (Email) หมายถึง ระบบที่บุคคลใชในการรับ - สงขอความระหวางกัน โดยผานเครื่อง คอมพิวเตอรและเครือขายที่เชื่อมโยงถึงกนั ขอมูลที่สงจะเปนไดทั้งตัวอักษร ภาพถา ย ภาพกราฟก ภาพเคลื่อนไหว และเสียง ผูสงสามารถสงขาวสารไปยังผูรับคนเดียวหรือหลายคนก็ได โดยขาวสารที่สงนั้นจะถูกเก็บไวในตูจดหมาย (Mail box) ที่กําหนดไวสําหรับผูใชงาน ผูรับสามารถเปดอาน พิมพลงกระดาษ หรือจะลบทิ้งก็ได 27. ชุดคําสั่งไมพึงประสงค (Malicious code) หมายถึง ชุดคําสั่งที่มีผลทําใหคอมพิวเตอร หรือระบบคอมพิวเตอร หรือชุดคําสั่งอื่นเกิดความเสียหาย ถูกทําลาย ถูกแกไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม ขัดของหรือปฏิบัติงานไมตรง ตามคําสั่งที่กําหนดไว
- เครื่องคอมพิวเตอรหมายถงึ เครื่องคอมพิวเตอรแบบตั้งโตะ และเครื่องคอมพิวเตอรแบบพกพา 29. อุปกรณเคลื่อนที่ (Mobile device) หมายถึง อุปกรณอิเล็กทรอนิกสแบบพกพาซ่งึมีความสามารถในการเชื่อมตอกับ อุปกรณอื่นเพื่อรับสงขอมูลผานระบบเครือขา ยโทรคมนาคมไรสายหรือโดยอาศัยคลื่นแมเหล็กไฟฟาเปนสื่อกลาง เชน Tablet, Smart Phone
- ทรัพยสินของ รฟม. หมายถึง ครุภัณฑ รฟม. และทรัพยสินที่ไมมีการขึ้นทะเบียนครุภัณฑที่ รฟม. จัดสรร งบประมาณเพื่อเปนคาใชจายใหทั้งหมดหรือบางสวน
- อุปกรณสวนตัว หมายถึง อุปกรณที่ไมใชทรัพยสินของ รฟม. ที่ผูใชงานนํามาเชื่อมตอกับระบบสารสนเทศของ รฟม. เชน เครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคล (Personal computer) เครื่องคอมพิวเตอรพกพา (Notebook) อุปกรณเคลื่อนที่ (Mobile device) Removable media หรืออุปกรณคอมพิวเตอรของโครงการรถไฟฟา เปนตน
3
สวนที่ 1
นโยบายการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภยัสําหรับผูบริหาร
วัตถุประสงค
▪ เพื่อใหการบริหารจัดการความม่ันคงปลอดภัยสารสนเทศขององคกรมีความสอดคลองกับมาตรฐานสากลและ กฎหมายดานความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวของ
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูบริหารสูงสุด
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
แนวปฏิบัติ - จัดใหมีการทําและทบทวนหรือปรับปรุงนโยบายความมั่นคงปลอดภัย และแนวปฏิบัติท่ีสนับสนุนการทํางานตางๆ อยางนอยปละ 1 คร้งั โดยพิจารณาจากปจจัยนําเขา ดังนี้
1.1 กลยุทธการดําเนินงานขององคกร
1.2 ขอมูลกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับตาง ๆ ที่ตองปฏิบัติตาม
1.3 การปรับปรุงนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสําหรับปถัดไป
1.4 ผลการประเมินความเส่ยีงและแผนลดความเสี่ยง
1.5 ผลการแจงเตือนโดยระบบปองกันการบุกรุกในปที่ผานมา
1.6 ผลของการตรวจสอบขอมูลการปดชองโหว (Patch) สําหรับระบบตาง ๆ ในปท่ผีานมา 1.7 การจัดทําและตอสัญญาบํารงุ รักษาระบบและอุปกรณตาง ๆ
1.8 แผนการอบรมทางดานความมั่นคงปลอดภัยประจําปซึ่งรวมถึงการสรางความตระหนกั
1.9 ผลการทดสอบแผนกูคืนในปที่ผานมา
1.10 ขอมูลภยัคุกคามตาง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตและปจจุบัน รวมท้งัภัยคุกคามที่ไดรับแจงจากหนวยงานภายนอก 1.11 ผลการตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยโดยผูตรวจสอบภายในหรือโดยผูตรวจสอบ อิสระดานความมั่นคงปลอดภัยจากภายนอก - จัดใหมีทรัพยากรดานบุคลากร งบประมาณ การบริหารจัดการ และวตัถุดิบที่เพียงพอตอ การบริหารจัดการความ มั่นคงปลอดภัยสารสนเทศในแตละปงบประมาณ
- จัดใหมีบุคลากรดําเนินงานดานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและกําหนดหนาที่ความรับผิดชอบรวมทั้ง ปรับปรุงโครงสรางดังกลาวตามความจําเปน
- แสดงเจตนารมณหรือสื่อสารอยางสม่ําเสมอเพื่อใหผูใชงานทั้งหมดไดเห็นถึงความสําคัญของการปฏิบัติตาม นโยบายความมั่นคงปลอดภัยและนโยบายสนับสนุนตาง ๆ โดยเครง ครัดและเปนผูรับผิดชอบตอความเสี่ยง ความเสียหาย หรืออันตรายที่เกิดขึ้นกับสารสนเทศขององคกร รวมถึงสรางความรวมมือระหวางหนวยงาน ที่เกี่ยวของกับความม่นัคงปลอดภัยสารสนเทศ
4
สวนที่ 2
ความมั่นคงปลอดภยัที่เกี่ยวกับบุคลากร
วัตถุประสงค
▪ เพื่อใหผูใชงานเขาใจถึงบทบาท หนาที่ความรับผิดชอบ ทั้งกอนการจางงาน ระหวางการจางงาน และสิ้นสุดหรือ เปลี่ยนแปลงการจางงาน ตลอดจนตระหนักถึงภัยคุกคามและปญหาที่เกี่ยวของกับความมั่นคงปลอดภัยของ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลดความเสี่ยงอันเกิดจากการขโมย การฉอโกง การใชงานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศผิดวัตถุประสงคและความผิดพลาดในการปฏิบัติหนาที่ ซึ่งอาจสงผลกระทบหรือทําให รฟม. เกิดความเสียหาย
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูอํานวยการฝายเทคโนโลยีสารสนเทศ ผูอํานวยการฝายทรัพยากรบุคคล ผูอํานวยการฝาย/สํานัก/สํานักงาน ที่กํากับดูแลงานที่มีการวาจางหนวยงานภายนอก
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานบุคลากร (People Controls)
แนวปฏิบัติ - การสรางความมั่นคงปลอดภัยกอนการจางงาน (Prior to Employment) เพื่อคัดสรรบุคลากรกอนที่จะเขามา ปฏิบัติงาน และเพื่อลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานผิดพลาด การขโมย การปลอมแปลง และการนําระบบ สารสนเทศหรือทรัพยากรสารสนเทศของ รฟม. ไปใชในทางที่ไมเหมาะสม รวมทั้งเพื่อใหผูใชงานเขาใจในหนาที่ ความรับผิดชอบของตนเอง
1.1 การตรวจสอบคุณสมบัติของผูสมัคร (Screening)
ฝทบ. หรอืฝาย/สํานัก/สํานักงาน ที่กํากบัดูแลงานที่มีการวาจางหนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอกตองตรวจสอบ คุณสมบัติของผูสมัคร (ทั้งกรณีการจางเปนพนักงาน ลูกจาง การวาจางหนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอก เพื่อปฏิบตัิงานใหรฟม. รวมทั้งนิสิตนักศึกษาฝกงาน) โดยผูสมัครตองไมเคยกระทําผิดกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ หรือจริยธรรม รวมทั้งไมมีประวตัิในการบุกรุก แกไข ทําลาย หรือโจรกรรมขอมูลในระบบเทคโนโลยี สารสนเทศมากอน และมีคุณสมบัติตามที่ รฟม. กําหนด
1.2 การกําหนดเงื่อนไขการจางงาน (Terms and Conditions of Employment) การวาจางใหมีเงื่อนไข การจางงานใหครอบคลุมในเรื่องดังตอไปนี้
1.2.1 กําหนดหนาที่ความรับผิดชอบดานความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศอยางเปนลายลักษณอักษร (Information Security Roles and Responsibilities) แกผูใชงาน โดยกาํ หนดใหสอดคลองกับ นโยบายความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม.
1.2.2 กําหนดใหมีการลงนามในสัญญาวา่ จะไมเ ปดเผยความลับของ รฟม. (Non-Disclosure Agreement: NDA)
1.2.3 ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สรางหรือพัฒนาโดยผูใชงานในระหวางการวาจางถือเปนสินทรัพย ของ รฟม.
1.2.4 กําหนดความรับผิดชอบหรือบทลงโทษ หากผูใชงานไมปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รฟม. รวมทั้ง กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ หรือขอกําหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
5 - การสรางความมั่นคงปลอดภยัในระหวางการจางงาน (During Employment) เพื่อสรางความตระหนักแกผูใชงาน เกี่ยวกบั ภัยที่เกี่ยวของกับการปฏิบัติงานสารสนเทศ รวมถึงใหความรูเพื่อใหสามารถปองกันภัยดังกลาวได 2.1 หนาที่ในการบริหารจัดการทางดานความมั่นคงปลอดภัย (Management Responsibilities)
ผูบริหาร รฟม. ทุกระดับช้ันมีหนาที่สนับสนุนและสงเสริมเร่ืองดังตอไปนี้แกผูใชงาน 2.1.1 ประกาศนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศของ รฟม. เปนลายลักษณอักษรใหทุกคน รับทราบและปฏิบัติตาม
2.1.2 จูงใจใหผูใชงานปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศของ รฟม. 2.1.3 สรางความตระหนักถึงความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศที่เกี่ยวของกับหนาที่ความรับผิดชอบ ของตนเองและของ รฟม.
2.2 การสรางความตระหนัก การใหความรูและการอบรมดานความมั่นคงปลอดภัยใหแกผูใชงาน (Information Security Awareness, Education and Training) การสรางความตระหนักในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย อยางสม่ําเสมอ
2.2.1 ผูดูแลระบบตองแจงเตือนภัยคุกคาม และชองโหวที่สงผลกระทบตอความมั่นคงปลอดภัยของระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศแกผูใชงานที่เกี่ยวของ นอกจากนี้ตองแจงเตือนใหผูใชงานเพิ่มความระมัดระวัง ความเสี่ยงตาง ๆ เชน ไวรัสคอมพิวเตอร เทคนิคการหลอกลอทางจิตวิทยา (Social Engineering) และชองโหวทางเทคนคิ เปนตน
นโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศนี้ไมไดกอใหเกิดสิทธิ์
2.2.2 ฝทท. ตองดําเนินการฝกอบรม หรือประชาสัมพันธเพ่อืสรางความตระหนักดานความมั่นคงปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแกผูใชงานเปนประจําทุกป
2.2.3 ฝทท. ตองแจงผูใชงานใหทราบ เม่ือมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัย สารสนเทศของ รฟม. รวมทั้งอธิบายผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกลาว
2.3 การแจงเหตุการณไมปกติ
ผูใชงานตองแจงเหตุการณไมปกติดานเทคโนโลยีสารสนเทศที่พบผานชองทางที่ รฟม. กําหนดโดยเร็วที่สุด 2.4 การกําหนดบทลงโทษ
2.4.1 ความรบัผิดตามกฎหมาย
ทางกฎหมายที่ทําใหผูใชงานพนผดิแมจะไดปฏิบัตติามนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยสารสนเทศและผูใชงานตกลงยินยอมที่จะไมด ําเนินการใด ๆ ทางกฎหมายตอ รฟม. ซึ่งได ปฏิบัติตามระเบียบนี้แตอยางไรก็ตามหากผูใชงานกระทําการละเมิดหรือกระทําผิดตามนโยบาย และแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ อาจเปนความผิดทางวินัยและเปนเหตุ ใหถูกลงโทษทางวินัยไดรฟม. ไมมีสวนรับผิดชอบตอการละเมิดทรัพยสินทางปญญาท่ีเกิดจาก การใชระบบคอมพวิเตอร
2.4.2 การพิจารณาโทษผูกระทําผิด
ผูใชงานที่กระทําความผิด ฝทท. จะเพิกถอนสิทธิ์การใชงานและอาจเปนความผิดทางวินัย หรือ ความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวของ
- พนักงาน/ลูกจางที่ฝาฝนหรือละเมิดนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ รฟม. ตองถกูลงโทษตามกระบวนการทางวินัยของ รฟม. รวมถึงกฎหมายท่เีกี่ยวของ 2) หนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอกท่ีกระทําความผิด จะมีโทษตามที่ระบุไวในสัญญาหรือ ถูกเพิกถอนสิทธิ์การใชงาน รวมถึงดําเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวของ
6
- การสิ้นสุดหรือการเปลี่ยนแปลงการจางงาน (Termination and Change of Employment) เพื่อกําหนดหนาที่ความรับผิดชอบเมื่อสิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน ซึ่งรวมไปถึงการคืนทรัพยสินและ การถอดถอนสิทธิ์ในการเขาถึง
3.1 การแจงการสิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน
3.1.1 ฝทบ. ตองแจงให ฝทท. ทราบทันทีหากพนักงานมีการลาออก โยกยาย เกษียณ หรือเสียชีวิต เพื่อ ฝทท. จะไดตรวจสอบและบริหารจัดการสิทธิ์ในการเขาถึงระบบเทคโนโลยสีารสนเทศ
3.1.2 ฝาย/สํานัก/สํานักงาน ที่กํากับดูแลงานท่มีีการวาจางหนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอก ตองแจงให ฝทท. ทราบทันทีในกรณีที่ผูรับจางภายนอกสิ้นสุดสัญญาจางหรือมีการยกเลิกสัญญาจาง เพื่อให ฝทท. ตรวจสอบการใชงานระบบสารสนเทศและถอดถอนสทิธิ์ในการเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม.
3.2 การคืนสินทรพัยของ รฟม.
ผูดูแลระบบตองตรวจสอบเพ่ือเรียกคืนสินทรัพยของ รฟม. จากผูใชงาน เมื่อการสิ้นสุดหรือการเปลี่ยนแปลง การจางงาน
3.3 การถอดถอนสิทธิ์ในการเขาถึง
3.3.1 ผูดูแลระบบตองถอดถอนสิทธิ์ในการเขาถึงของผูใชงาน เมอ่ืสิ้นสุดหรือเปล่ยีนแปลงการจางงาน 3.3.2 การถอดถอนสทิธิ์ในการเขาถึงหมายรวมถึง ทางกายภาพ (Physical) และทางตรรกะ (Logical) เชน กุญแจ บัตรแสดงตน บัตรประจําตัวผูใชงาน และบัญชีผูใชงาน เปนตน
3.3.3 ในกรณีที่ผูใชงานที่ส้นิสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน มีการใชบัญชีผใูชงานรวมกัน (Shared User ID) กับผูใชงานอื่น ผูบังคับบัญชาตองเปลี่ยนรหัสผานทันทีหลังจากสิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน
7
สวนที่ 3
การรกัษาความมั่นคงปลอดภยัทางดานกายภาพและสิ่งแวดลอม
วัตถุประสงค
▪ เพื่อควบคุมและปองกันการรักษาความม่ันคงปลอดภัยที่เกี่ยวของกับการเขาถึงอาคารสถานที่ และพื้นที่จัดเก็บ ขอมูลคอมพิวเตอร (Data Storage Area)
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ ผูอํานวยการฝายจัดซื้อและบริการ
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานกายภาพ (Physical Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูดูแลระบบ ตองออกแบบ และติดตั้งอุปกรณหรือระบบสนับสนุน (Facilities) เพื่อปองกันความมั่นคงปลอดภัย ดานกายภาพ เชน อปุ กรณดับเพลิง ระบบสํารองไฟฟา เครื่องกําเนิดไฟฟา ระบบปรับอากาศและควบคุมความชื้น ระบบเตอืนภัยน้ํารั่ว และตองมีการบํารุงรักษาอยางสม่ําเสมอ
- ผูดูแลระบบตองติดตั้งอุปกรณสารสนเทศในตูแร็ก (Rack) หรือสถานที่ที่มีความมั่นคงปลอดภัยและมีการปดล็อค 3. ผูดูแลระบบ ตองมีการปองกันสายเคเบิลท่ีใชเพ่ือการสื่อสารหรือสายไฟ มิใหมีการดักรับสัญญาณ (Interception) หรือมีความเสียหายเกดิข้ึน โดยจะตองเดินสายเคเบิลผานทอรอยสายหรือทางเดินสายที่มั่นคงปลอดภัยจากการเขาถึง และไมเดินสายผานพื้นที่ท่ีเขาถึงไดอยางสาธารณะ รวมทั้งสายเคเบิลสื่อสารและสายไฟฟาตองแยกจากกันโดยมี ระยะหางที่เหมาะสม
- การกําหนดบรเิวณที่มีการรกัษาความมั่นคงปลอดภัย
กําหนดพื้นที่ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตาง ๆอยางเหมาะสม เพื่อเปนการเฝาระวัง ควบคุม การรักษาความมั่นคง ปลอดภัยจากผทู ี่ไมไดรับอนุญาต รวมทั้งปองกันความเสียหายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นไดโดยแบงแยกบริเวณพื้นที่ใชงาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศออกเปน
4.1 พื้นที่ทํางาน (Working area) หมายถึง พื้นที่ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคลและคอมพิวเตอรพกพา ที่ประจาํ โตะทํางาน
4.2 พื้นที่จดัเก็บขอ มูลคอมพิวเตอร(Data storage area) หมายถึง พื้นที่ศูนยของขอมูล (Data center) 5. การควบคุมการเขาออก อาคาร สถานที่
5.1 กําหนดสิทธิ์ของผูใชงานและหนวยงานภายนอกในการเขาถึงสถานที่ โดยแบงแยกได ดังนี้ 5.1.1 ผูดูแลระบบตองกําหนดสิทธ์ิแกผูใชงานที่มีสิทธิ์เขา - ออก และกําหนดชวงระยะเวลาที่มีสิทธิ์ ในการเขา - ออกแตละพื้นที่ใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยางชัดเจน
5.1.2 เจาหนาที่รักษาความปลอดภยั (รปภ.)จะตองใหหนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอกแลกบัตรที่สามารถ ระบุตัวตนของบุคคลนั้น ๆกอ นเขาถึงอาคารของ รฟม. เชน บัตรประจําตัวประชาชน ใบอนุญาตขับข่ี เปนตน แลวบันทึกขอมูลบตัรในสมุดบันทกึหรือระบบงานสารสนเทศ
5.1.3 หนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอกที่มาติดตอตองติดบัตรผูติดตอ (Visitor) ตรงจุดที่สามารถเห็นได ชัดเจนตลอดเวลาท่ีอยูใน รฟม.และคืนบัตรผตู ิดตอ (Visitor) กอ นออกจากอาคารของ รฟม.
5.1.4 เจาหนาท่ีรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ตองตรวจสอบผูติดตอ อุปกรณพรอมลงเวลาออกที่สมุด บันทึกหรือระบบสารสนเทศใหถูกตอง
5.2 ผูดูแลระบบ ตองควบคุมการเขา – ออกพื้นที่จัดเก็บขอมูลคอมพิวเตอร (Data Storage Area) ไมใหผูไมมีสิทธิ์ เขาถึงได โดยกําหนดพื้นที่การสงมอบสินคาและพื้นที่การเตรียมหรือประกอบอุปกรณสารสนเทศ (Unpack Area) กอนนําเขาพื้นที่จัดเก็บขอมูลคอมพิวเตอร (Data storage area) และตองควบคุม การ เขา - ออก เพื่อหลีกเลี่ยงการเขาถึงระบบสารสนเทศและขอมูลสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต โดยปฏบิัตตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด ิ
8
สวนที่ 4
การจัดการทรัพยส ิน
วัตถุประสงค
▪ เพื่อบริหารจัดการทรัพยสินสารสนเทศ ตั้งแตการจัดหา การใชงาน จนถึงการยกเลิกใชงาน โดยมีการระบุ ทรัพยสินขององคกรและกําหนดหนาที่ความรับผิดชอบในการปกปองทรัพยสินสารสนเทศอยางเหมาะสม ผูรับผิดชอบ
▪ ผูบงัคับบัญชา
▪ ผูดูแลระบบ
▪ เจาของขอมูล
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานกายภาพ (Physical Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - หนาที่ความรับผดิชอบตอทรัพยสินสารสนเทศ (Responsibility for Assets)
1.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองรวมกันจัดทําบัญชีทรัพยสิน/ทะเบียนทรัพยสิน (Asset Inventory) และทบทวนทะเบียนทรัพยส ินอยางนอยปละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสําคัญ
1.2 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองระบุเจาของทรัพยสินสารสนเทศทุกรายการ เพื่อรับผิดชอบดูแล ความม่ันคงปลอดภัยสารสนเทศตลอดวงจรอายุการใชงาน
1.3 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองเรียกคืนทรัพยสินสารสนเทศเมื่อสิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน 1.4 ผูใชงานตองใชทรัพยสินสารสนเทศของ รฟม. อยา งระมัดระวัง และใชเพื่อปฏิบัติงานของ รฟม. เทานั้น รวมทั้งตองปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ และนโยบาย ของ รฟม. - การจําแนกประเภทของทรัพยสินสารสนเทศ (Asset Classification)
2.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจําแนกประเภททรัพยสินตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด และทบทวน การจําแนกดังกลาวอยา งสม่ําเสมอ
2.2 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจัดทําปายชื่อทรัพยสินสารสนเทศ (Labeling) ใหชัดเจน พรอมทั้งจัดใหมี มาตรการดูแลการรกัษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่สอดคลองกับประเภททรัพยสินตามระดับชั้นความลบั ที่ รฟม. กําหนด - การจัดการสื่อบันทึกขอมูล (Media Handling)
3.1 เจาของขอมูล ผูดูแลระบบ และผูใชงานตองควบคุมการใชงานและจัดเก็บสื่อบันทึกแบบถอดหรือตอพวง กับเครื่องคอมพิวเตอรได (Removable Media) ตามที่ รฟม. กําหนด
3.2 เจาของขอมูลตองมีการเขารหัสขอมูลท่ีออนไหว (Sensitive Data) ของ รฟม. ที่จัดเก็บอยูในสื่อบันทึก แบบถอดได
3.3 เจาของขอมูล ผูดูแลระบบ และผูใชงานตองทําลายขอมูลสําคัญในอุปกรณสื่อบันทึกขอมูล แฟมขอมูล ตามขั้นตอนท่ีรฟม. กําหนด โดยไมสามารถกูคืนขอมูลกลับมาไดอีกกอนจะกําจัดอุปกรณดังกลาวหรือ กอนที่จะอนุญาตใหผูอื่นนําอุปกรณนั้นไปใชงานตอเพื่อปองกันไมใหมีการเขาถึงขอมูลที่สําคัญได โดยพิจารณาวิธีการทาํลายขอมูลบนสื่อบันทึกขอ มลูแตละประเภท ดังนี้
9
ประเภทสื่อบันทึกขอมูล วิธีทําลาย กระดาษ ใหหั่นดวยเครื่องทําลายเอกสาร
Flash Drive 1) ทําลายขอ มูลบน Flash Drive ตามมาตรฐาน DOD5220.22M ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมรกิา
ซึ่งเปนการเขียนทับขอมูลเดิมหลายรอบ
- ใชวิธีทบุ หรือบดใหเสียหาย
แผน CD/DVD ใหหั่นดวยเครื่องทําลายเอกสาร
เทป ใชวิธีทุบหรือบดใหเสียหายหรือเผาทําลาย
ฮารดดิสก- ทําลายขอมูลบนฮารดดิสกตามมาตรฐาน
DOD5220.22M ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาซึ่งเปนการเขียนทับขอมูลเดิมหลายรอบ 2) ใชวิธีทุบหรือบดใหเสียหาย
- ทําลายขอมูลบนฮารดดิสกตามมาตรฐาน
3.4 เจาของขอมูลผูดูแลระบบ และผูใชงาน ตองมีการปองกันสื่อบันทึกขอ มูลที่ใชจัดเก็บขอมูลสารสนเทศในกรณี ที่มีการเคลื่อนยายเพื่อปองกันการเขาถึงขอมูลสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต ถูกนําไปใชงานผิดวัตถุประสงค รวมถึงปองกันสื่อบันทึกขอมูลไมใหไดรับความเสียหาย โดยรักษาความปลอดภยัสารสนเทศตามขั้นตอนที่ รฟม. กาํ หนด
4. การบริหารจัดการคาคอนฟกูเรชัน (Configuration Management)
4.1 ผูบังคับบัญชาตองกําหนดใหมีแนวทางการบริหารจัดการคาคอนฟกูเรชัน (Configuration Management) 4.2 ผูดูแลระบบตองกําหนดคา Minimum Baseline Standard เพื่อเปนมาตรฐานในการการตั้งคาของ ระบบปฏิบัติการ ระบบฐานขอมูล ระบบงาน และอุปกรณเครือขายส่ือสารตาง ๆอยางเปนลายลักษณอักษร และตองการทบทวนปรับปรุงใหเปนปจจุบันอยางนอยปละ 1 ครั้ง
4.3 ผูดูแลระบบตองควบคมุ การเปลี่ยนแปลงการตั้งคาของระบบปฏิบัติการ ระบบฐานขอมูล ระบบงาน และ อุปกรณเครือขายสื่อสารตาง ๆ ตามขั้นตอนปฏิบัติการควบคุมการเปลี่ยนแปลงหรือแกไขระบบที่ รฟม. กําหนด
4.4 ผูดูแลระบบตองควบคุมเวอรชันของคาคอนฟกูเรชัน (System Configuration Version Control) 4.5 ผูดูแลระบบตองมีการสอบทานคาคอนฟกูเรชันของระบบปฏิบัติการ ระบบฐานขอมูล ระบบงาน และ อุปกรณเครือขายสื่อสารตาง ๆ อยางนอยปละ 1 ครั้ง
10
สวนที่ 5
การจัดหา การพัฒนา และการบํารุงรักษาระบบสารสนเทศ
วัตถุประสงค
▪ เพื่อควบคุมการจัดหา พัฒนา และบํารุงรักษาระบบสารสนเทศ ใหมีการกําหนดมาตรการการรักษาความมั่นคง ปลอดภัย เพื่อปองกันความผิดพลาด สูญหาย และการเปลี่ยนแปลงแกไขระบบ
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูบังคับบัญชา
▪ ผูดูแลระบบ
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ
- ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมใหมีการกําหนดขอตกลงและความรับผิดชอบที่เกี่ยวของกับความเสี่ยงดานความมั่นคง ปลอดภัยสารสนเทศลงในสัญญากับผูใหบริการภายนอก โดยใหครอบคลุมรวมถึงผูรับจางชวงดวย 2. ผูบังคับบัญชาตองควบคุมใหมีขอตกลง (Sign Off) กอนเริ่มใชงานระบบจริง (Production) หรือกอนเริ่ม Go Live 3. ผูดูแลระบบ ตองจัดทําขอกําหนดโดยระบุถึงการควบคุมความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศที่สอดคลองกับ นโยบายและแนวปฏิบัติดานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศขององคกร เชน วิธีการแบบปลอดภัยในการพัฒนา โปรแกรมตามมาตรฐาน OWASP (Open Web Application Security Project) Top 10 หรือมาตรฐาน CWE (Common Weakness Enumeration) Top 25 หรือมาตรฐานที่ยอมรับในสากล
- ผูดูแลระบบตองออกแบบโครงสรางการจัดวางระบบงานและเสนอผูบังคับบัญชาเห็นชอบกอนเริ่ม Go Live 5. ผูดูแลระบบ ตองมีการออกแบบระบบเพื่อตรวจสอบขอมูลที่จะรับเขาสูแอปพลิเคชัน ขอมูลที่เกิดจากการ ประมวลผล และขอมูลที่อยูระหวางการประมวลผล เพื่อตรวจหาและปองกันความไมถูกตองที่เกิดขึ้นกับขอมูล เชน หนวยความจําลน (Buffer Overflows) การใชตัวแปรผิดประเภท และตองมีมาตรการปองกันหรือควบคุม ความลมเหลวระหวางการประมวลผล (Rollback)
- ผูดูแลระบบตองมีการควบคุมการเขาถึงและควบคุมการเปลี่ยนแปลงหรือแกไขระบบตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด เพื่อควบคุมผลกระทบที่เกิดขึ้น
- ผูดูแลระบบตองจํากัดใหมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ตอซอฟตแวรที่ใชงาน (Software Package) โดยเปลี่ยนแปลง เฉพาะที่จําเปนเทานั้น และควบคุมทุก ๆ การเปลี่ยนแปลงอยางเขมงวดตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด 8. ผูดูแลระบบตองจํากัดการเขาถึง Source Code ใหเขาถึงไดเฉพาะผูที่มีสิทธิ์เทานั้น 9. ผูดูแลระบบตองจัดทํา Source Code Review เพื่อหาขอผิดพลาดหรือสิ่งผิดปกติและปรับปรุง Source Code ใหมีคุณภาพ
- ผูดูแลระบบตองควบคุมการจัดสง Source Code ผานชองทางที่มั่นคงปลอดภัยและเปนชองทางที่ รฟม. กําหนดใหใชงานเทานั้น
- ผูดูแลระบบตองปดบังขอมูลสวนบุคคล (Data Masking) ที่จัดเก็บอยูในระบบงานสารสนเทศดวยวิธีการที่ เหมาะสม
- ผูดูแลระบบตองแสดงขอมูลของผูใชงานอยางรัดกุม เชน การปดบังขอมูลสําคัญของผูใชงาน (Sensitive Data Masking) เปนตน
11 - กรณีของแอปพลิเคชันที่ใชงานผานอปุ กรณเคลื่อนที่ (Mobile device) ใหผูดูแลระบบดําเนนิการ ดังนี้ 13.1 ปดบังหนาจอเมื่อยอแอปพลิเคชัน (Application Blurring) เพื่อลดความเส่ียงที่ขอมูลสําคัญของผูใชงาน จะรั่วไหล
13.2 ขอสิทธิ์เขาถึงทรัพยากรหรือบริการโดยแอปพลิเคชัน (Application Permission) บนอุปกรณเคลื่อนที่ ของผูใชงานเทาที่จําเปน และมีกระบวนการทบทวนการขอสิทธิ์เปนประจําเพื่อปองกันการละเมิดสิทธิ์ ความเปนสวนตัวของผูใชงาน - ผูดูแลระบบตองควบคุมขอมูลที่นํามาใชในการทดสอบระบบ (Test Data) อยางเหมาะสม โดยไมนําขอมูลจริง มาทดสอบ กรณีจําเปนตองใชขอมูลจริงตองไดรับอนุญาตขอมูลจากเจาของกอนนํามาใชงาน และทําลายขอมูล อยางเหมาะสมตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด
- ผูดูแลระบบตองแยกระบบสารสนเทศสําหรับการพัฒนา ทดสอบ และใชงานจริงออกจากกันเพื่อลดความเสี่ยง ที่เกิดจากการเปล่ียนแปลงระบบสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต และตองมีการกําหนดสิทธิ์การเขาถึงระบบ สารสนเทศท่พีัฒนา ทดสอบ หรือใชงานจริง ทั้งระบบสารสนเทศใหม และการปรับปรุงแกไขระบบสารสนเทศเดิม
- ผูดูแลระบบตองมีการกําหนดขั้นตอนการทดสอบระบบสารสนเทศกอนนําไปใชงานจริง ทั้งในกรณีปรับปรุงระบบ สารสนเทศเดมิและการพัฒนาระบบสารสนเทศใหม
- ผูดูแลระบบตองติดต้ังซอฟตแวรบนระบบสารสนเทศที่ใหบริการ (Production) ตามขั้นตอนท่ีรฟม. กําหนด และจํากดัสิทธิ์การตดิตั้งซอฟตแวรเพื่อใหระบบสารสนเทศตาง ๆ มีความถูกตองครบถวนและนาเชื่อถือ 18. ผูดูแลระบบตองนําซอฟตแวรท ไมละเมิดลิขสิทธิ์ ี่ มาติดตั้งบนระบบสารสนเทศที่ใหบ รกิาร (Production) 19. ผูดูแลระบบตองกํากับดูแลใหผูรับจางปฏิบัติตามสัญญาหรือขอตกลงการใหบริการที่ระบุไว โดยครอบคลุมถึง ดานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และการปฏิบัติตามขั้นตอนท่เีกี่ยวของตาง ๆ ที่ รฟม. กําหนดไว 20. ผูดูแลระบบ ตองติดตาม ตรวจสอบรายงาน หรือบันทกึการใหบริการของบุคคล/หนวยงานภายนอกท่ีใหบริการแก หนวยงานตามสัญญาวาจางอยางสม่ําเสมอ
- ผูดูแลระบบ ตองดูแลใหทรัพยสินสารสนเทศไดรับการบํารุงรักษาและซอมแซมตามความตองการ รวมทั้งตอง มีการบนั ทึกประวัติการทํางานผิดปกติการบํารุงรักษา และการซอมแซมอุปกรณนั้น ๆ อยางสม่ําเสมอ 22. ผูดูแลระบบจะตองปดชองโหวของระบบสารสนเทศท่ีมีระดับความรุนแรงในระดับวกิฤติ(Critical) และระดับสูง (High) ทั้งหมดกอนนําไปใชงานจริง (Production) หรือกอนเริ่ม Go Live โดยเฉพาะระบบที่ใหบริการผานเครือขา ย อินเทอรเน็ต (Internet Facing) และระบบที่มคีวามสาํคัญตอการดําเนินงานของ รฟม.
- ผูดูแลระบบตองพิจารณาเลือกใช Version ของ Software ดังน้ี
23.1 กรณีนํา Software เดิมมาใชในการจดัหาหรือพฒั นาระบบ จะตองนําผลการตรวจสอบชองโหวและผลการทดสอบ เจาะระบบมาประกอบการพิจารณาคัดเลือกเวอรชันของ Software ดวย เพื่อปองกันไมใหเกิดชอ งโหวเดิม รวมถึงเพื่อลดภาระงานในการปดชองโหวเดิมซ้ํา
23.2 กรณีเปน Software ที่ไมเคยนํามาใชงานใหเลือกใช Software เวอรชันลาสุด
12
สวนที่ 6
การควบคมุ การเขาถงึระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
วัตถุประสงค
▪ เพื่อควบคุมการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตั้งแตการกําหนดสิทธิ์ กําหนดประเภทของขอมูล จัดลําดับ ความสําคัญหรือลําดับชั้นความลับของขอมูล ระดับชั้นการเขาถึง เวลาที่เขาถึงได และชองทางการเขาถึง ทั้งนี้ เพื่อควบคุมและปองกันการเขาถึง การลวงรู และการแกไขระบบสารสนเทศของ รฟม. โดยไมไดรับอนุญาต ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ เจาของขอมลู
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ
- การควบคุมการเขาถึงระบบสารสนเทศ (Access Control)
1.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองรวมกันกําหนดสิทธิ์ในการเขาถึงระบบสารสนเทศ (Authorization Matrix) ที่เหมาะสมและสอดคลองกับหนาที่ความรับผิดชอบของผูใชงาน และทบทวนเมื่อมีการเปล่ียนแปลง 1.2 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองรวมกันกําหนดระดับการอนุมัติ (Authorization Level) การเขาถึงระบบ เทคโนโลยสีารสนเทศ
1.3 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจัดใหมีการแบงแยกหนาที่ความรับผิดชอบ (Segregation of duties) ในการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยางเหมาะสม เชน มกีารแบงแยกหนาที่ระหวางการแจงความประสงค การเขาถึงและการอนุมตัิการเขาถึง เปนตน
1.4 กรณีของแอปพลิเคชันที่ใชงานผานอปุ กรณเคลื่อนที่ (Mobile device) ผูดูแลระบบตองปฏิบัติดังน้ี 1.4.1 ไมอนุญาตใหอุปกรณเคลื่อนท่ีที่ใชระบบปฏิบัติการลาสมัย(Obsolete Operating System) เขาใชงาน แอปพลิเคชัน หรือหากอนญุ าตใหใชบริการไดควรมีมาตรการรองรับเพื่อลดความเสี่ยงที่ รฟม.จะไดรับ รวมถึงลดผลกระทบตอผูใชงานตามความเหมาะสม เชน การเพิ่มมาตรการยืนยันตัวตน เปนตน 1.4.2 ไมอนุญาตใหอุปกรณที่มีการปรับแตงการเขาถึงระบบปฏิบัติการ (Rooted/Jailbroken) เขาใชงาน แอปพลิเคชัน เพื่อลดความเสี่ยงที่ผูไมประสงคดีสามารถเขาถึงขอมูลสําคัญของผูใชงานและละเมิด หรือหลีกเลี่ยงมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ รฟม. กําหนดไว
1.4.3 ไมอนุญาตใหผูใชงานใชแอปพลิเคชันเวอรชันต่ํากวาที่ รฟม. กําหนด เพ่อืใหแอปพลิเคชันมีการ รักษาความมั่นคงปลอดภัยเปนไปตามมาตรฐานของ รฟม.
1.5 ขั้นตอนปฏบิัติเพื่อการจัดเก็บขอมูล
เจาของขอมูล ผูดูแลระบบ และผูใชงาน ตองปฏิบัติดังนี้
1.5.1 แบงประเภทขอมูล ดังนี้
- ขอมูลและสารสนเทศสาํ หรับสนับสนุนการตัดสินใจของผูบริหาร ไดแก ขอมูลสารสนเทศที่มี ความสําคัญหรือมีความจําเปนเรงดวนที่ตองติดตามอยางใกลชิดเพื่อประกอบการตดัสินใจ เชิงนโยบาย กําหนดนโยบาย และการวางแผนของผูบริหารระดับสูง
13 - ขอมูลและสารสนเทศสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร (Strategy Data) ไดแก ขอมูลและสารสนเทศ เชงิวิชาการเพื่อสนับสนุนการดาํ เนินงานตามพันธกิจและยุทธศาสตรของ รฟม. ใหบรรลุเปาหมาย รวมทั้งขอมูลที่เผยแพรแกผูรับบริการภายนอก
- ขอมูลและสารสนเทศท่ีสนับสนุนการปฏิบัติงานประจํา (Operation Data) ไดแก ขอมูลที่
สนับสนุนการทาํ งานทั่วไปของ รฟม.
1.5.2 จัดแบงระดับความสําคัญของขอมูล ออกเปน 3 ระดับ คือ - ขอมลู ท่มีีระดับความสําคัญมาก หมายถึงขอมูลที่ใชสาํ หรับสนับสนุนการตดัสนิใจของผูบริหาร 2) ขอมลู ท่มีีระดับความสําคัญปานกลาง หมายถึง ขอมูลที่ใชปฏิบัติงานเฉพาะกลุมงาน แผนก กอง หรือฝาย/สํานัก/สํานักงาน ภายในองคกร
- ขอมูลที่มีระดับความสําคัญนอย หมายถึง ขอมูลที่พนักงาน/ลูกจางภายใน รฟม. สามารถ เขาถึงรวมกันไดหรือสามารถเผยแพรได
1.5.3 จัดแบงลําดับชั้นความลับของขอมูลตามที่ รฟม. กําหนด
1.5.4 จัดแบงระดับชั้นการเขาถึง - ระดับชั้นสําหรับผูบริหาร เขาถึงไดตามอาํ นาจหนาที่และภารกิจท่ไีดรับมอบหมาย
- ระดับชั้นสําหรับผูปฏิบัติงานทั่วไป เขาถึงขอมลู ที่ไดรับมอบหมายตามอํานาจหนาที่
- ระดับชั้นสําหรับผูดูแลระบบหรือผูที่ไดมอบหมาย มีสิทธิ์ในการบริหารจัดการระบบและเขาถึง ขอมูลที่ไดรับมอบหมายตามอํานาจหนาที่
1.6 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบตองกําหนดเวลาการเขาถึงระบบสารสนเทศ
1.7 ผูดูแลระบบตองจํากัดชองทางการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตามชองทาง ดังนี้ 1) เครือขายภายในของ รฟม. - เครือขายภายนอก รฟม.
- เครือขายอ่นื ที่จัดไวใหเชน ระบบเครือขายสื่อสารขอ มูล GIN
1.8 ผูดูแลระบบตองกํากับดูแล Default Permission ของไฟล (File) และ โฟลเดอร(Folder) ที่สรางขึ้นใหมี การจํากัดสิทธิ์ในการเขาถึง
1.9 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองพิจารณาขอกําหนดตางๆ ท่ีมีผลทางกฎหมายซ่ึงเกี่ยวของกับการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ รฟม. เชน พระราชบัญญัติ ขอกําหนดทางกฎหมาย ขอกําหนดในสัญญา และขอกําหนดทางดานความมั่นคงปลอดภัยอื่น ๆ เปนตน เพื่อกําหนดสิทธิ์การเขาถึงสารสนเทศและระบบ เทคโนโลยสีารสนเทศของ รฟม.
1.10 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองมกีารสอบทานสิทธิ์ในการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยางสม่ําเสมอ พรอมทั้งเพิกถอนสิทธิ์เม่อืพบเห็นสิทธิ์ที่ไมถูกตองตามสทิธิ์ในการเขาถึง (Authorization Matrix) 2. การบริหารจัดการการเขาถงึของผูใชงาน (User Access Management)
ใหมีการควบคุมการลงทะเบียนผูใชงาน การบริหารจดัการรหัสผาน การบริหารจัดการสิทธิ์การใชงานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ และการทบทวนสทิธิ์การเขาถึงของผูใชงาน
2.1 การลงทะเบียนผูใชงาน (User Registration)
2.1.1 ผูดูแลระบบตองบริหารจัดการและควบคุมบัญชีชื่อผูใชงาน (Username) มิใหมีการใชงานบัญชี ชื่อผูใชงานซ้ํากัน ทั้งนี้ในสวนของพนักงาน/ลูกจาง รฟม. ใหกําหนดช่ือผูใชงาน (Username) ตามมาตรฐานจดหมายอิเล็กทรอนิกส (Email) ท่ใีชในองคกร
2.1.2 เจาของขอมูลตองเปนผูอนุมัติการสรางบัญชีผูใชงานชั่วคราว (Temporary User) และตองจํากัด ชวงเวลาการใชงานเทาที่จําเปน
14
2.2 การบริหารจัดการรหัสผาน (User Password Management)
2.2.1 ผูดูแลระบบตองกาํ หนดรหัสผานแบบชั่วคราวโดยใชวิธีการสุม และบังคับใหมีการเปลี่ยนรหัสผาน เมื่อผูใชงานเขาใชงานระบบในครั้งแรก
2.2.2 ผูดูแลระบบตองกาํ หนดความยาวของรหัสผาน ดงันี้ - ผูดูแลระบบมคีวามยาวอยางนอย 16 หลัก
- ผูใชงานมคีวามยาวอยางนอย 12 หลัก
2.2.3 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการยืนยันตัวตนแบบหลายปจจัย (Multi-Factor Authentication) ตามความเหมาะสม
2.2.4 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหรหัสผานมีความซับซอน โดยประกอบดวย ตัวอักษร ตัวเลข และอักขระ พิเศษ เชน (a-Z) (0-9) (@ , # , & , “ , ‘ , *, =, < , > , % , $ , + , ?) เปนตน
2.2.5 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการเปลี่ยนแปลงรหัสผา น ดังนี้ - ผูดูแลระบบตองเปลี่ยนรหสัผา นทุก ๆ3 เดือน และไมซ้ํากับรหัสผานเดิม 3ครั้งกอนหนา 2) ผูใชงานตองเปลี่ยนรหัสผานทุก ๆ 6 เดือน และไมซ้ํากับรหัสผานเดิม 3 ครั้งกอนหนา 3) ผูใชงานเชิงระบบ (System account) ใหพจิารณาเปลี่ยนรหัสผานตามความเหมาะสม 2.2.6 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการเขารหัสขอมูลรหัสผานในระบบ
2.2.7 ผูดูแลระบบตองจัดใหมีการควบคุมรหัสผานอยางเขมงวด
2.2.8 ผูดูแลระบบตองจัดสงบญั ชีชื่อผูใชงาน (Username)และรหสัผาน (Password) ดวยวิธีการที่ปลอดภัย 2.2.9 ผูดูแลระบบตองควบคุมดูแลระบบปฏิบัติการ ระบบฐานขอมูล และระบบงานสารสนเทศ (Application) ที่จัดเก็บบัญชีผูใชงานและรหัสผานอยางเขมงวด โดยใหเขาถึงไดเฉพาะผูดูแลระบบที่ไดรับอนุญาต เทานั้น
2.2.10 ผูดูแลระบบตองกําหนดวิธีการหรือกระบวนการยนืยันตัวตนที่ปลอดภัย เชน กรณีที่ลืมรหัสผาน 2.2.11 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหผูใชบริการ ใชรหัสผานอยา งมั่นคงปลอดภัย ดังน้ ี กรณีแอปพลเิคชันทั่วไป - กําหนดความยาวรหัสผานอยางนอย 12 หลัก ซึ่งประกอบดวย ตัวอักษร ตัวเลข และ อักขระพิเศษ เชน (a-Z) (0-9) (@ , # , & , “ , ‘ , *, =, < , > , % , $ , + , ?) เปนตน
- รหัสผานตองไมเปนคําที่คาดเดาไดงาย เชน คําที่อยูในพจนานุกรม ช่ือ-นามสกุล วันเดือนปเกิด ที่อยู หรือเบอรโทรศัพทเปนตน
- ไมบังคับใหเปลี่ยนรหัสผาน ทั้งนี้ขึ้นอยูกับความสมัครใจในการเปลี่ยนรหัสผาน และระบบ ตองรองรับการเปล่ยีนรหัสผานในกรณีตาง ๆ ดวยวิธีการที่ปลอดภัย
กรณีแอปพลเิคชันที่ใชงานผานอุปกรณเคลื่อนท่ี(Mobile device) - กําหนดรหัสผานโดยใช PIN code หรือรหัสผานท่ซีับซอน (PIN/Password Complexity) โดยกรณี PIN Code ตองใชรหัสผา น 6 หลักขึ้นไป
- ไมบังคับใหเปลี่ยนรหัสผาน ทั้งนี้ขึ้นอยูกับความสมัครใจในการเปลี่ยนรหัสผาน และ ระบบตองรองรับการเปลี่ยนรหัสผานในกรณีตาง ๆ ดวยวิธีการที่ปลอดภัย
2.2.12 ผูดูแลระบบและผใูชงานตองใชรหัสผานอยางปลอดภัย ดังน้ี - ตองกําหนดรหัสผานที่ไมสามารถคาดเดาไดงาย เชน คําที่อยูในพจนานุกรม “qwerty”
“abcde” “12345” ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปเกิด ที่อยู หรือเบอรโทรศัพท เปนตน - ตองไมใชงานรหัสผานโดยการเขาใชงานโดยอัตโนมัติ ไดแก การกําหนดคา “Remember Password” เปนตน
15 - ตองเก็บรหัสผานไวเปนความลับเฉพาะบุคคล ไมเปดเผยใหผูอื่นรับทราบ และไมพิมพ รหัสผานในลักษณะเปดเผย เชน พิมพรหัสผา นตอหนาผูใชงานคนอ่นื เปนตน
- ตองไมใชบัญชีชื่อผูใชงานและรหัสผานรวมกันกับผูอื่น แมวาบัญชีชื่อผูใชงานจะไดรับการ อนุญาตจากเจาของช่อืผูใชงานบุคคลนั้นก็ตาม
- ตองเปลี่ยนแปลงรหัสผานเมื่อมีการแจงเตือนจากระบบ หรือสงสัยวารหัสผานลวงรู โดยบุคคลอื่น
2.3 การบริหารจัดการสิทธิ์ (Privilege Management)
2.3.1 ผูบังคับบัญชาตองกําหนดใหม ีขั้นตอนปฏิบัติสําหรับการลงทะเบียน การเพิ่มสิทธิ์ การเพิกถอนสิทธิ์ การเปลี่ยนแปลงสิทธิ์ และการทบทวนสิทธิ์ของผูใชงานอยางเปนลายลักษณอักษร
2.3.2 กําหนดสิทธิ์ที่เหมาะสมกับผูใชงานตามความจําเปนและสอดคลองกับหนาที่ความรับผิดชอบและ จัดเก็บประวัติ (Log) การลงทะเบียน การเพิ่มสิทธิ์ การเพิกถอนสิทธิ์ และการเปลี่ยนแปลงสิทธิ์ ของผูใชงาน
2.3.3 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจัดใหมีการควบคุมและจํากัดสิทธิ์ในการใชงานระบบตาม ความจําเปน ในการใชงานเทาน้นั - สิทธิ์ในการสรางขอมูล (Create)
- สิทธิ์ในการอานขอมูลหรือเรียกดขู อมูล (Read)
- สิทธิ์ในการปรับปรงุขอ มูล (Modify / Update)
- สิทธิ์ในการลบขอมูล (Delete)
- สิทธิ์ในการมอบหมายสิทธิ์ในการดําเนินการแทน (Assign)
- สิทธิ์ในการรับรองความถูกตองครบถวนของขอมูล (Approve/Authenticate)
- ไมม ีสิทธ์ิ
2.3.4 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบตองเปนผูอนุมัติการใหสิทธิ์เพื่อเขาถึงสารสนเทศหรือระบบ เทคโนโลยสีารสนเทศใด ๆ อยางเปนลายลักษณอักษร
2.3.5 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจํากัดจํานวนผูใชงานที่ทําหนาที่เปนผูใหสิทธิ์กับผูใชงาน ใหนอยที่สุดตามความเหมาะสม
2.3.6 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจํากัดระยะเวลาการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. แกหนวยงานภายนอกที่เขามาปฏิบัติงานรวมกับ รฟม.
2.3.7 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจัดใหมีการถอดถอนสิทธิ์หรือเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเขาถึงทันที เมื่อผูใชงานเกษียณ เปลี่ยนแปลงหนาที่ความรับผิดชอบ เปลี่ยนแปลงการจางงาน หรือไมมีความจําเปน ในการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
2.3.8 ผูดูแลระบบตองลบหรือระงับการใชงานสิทธิ์ของผูใชงานที่มากบัระบบ (Default User) ในกรณีท่ีมี ความจําเปนตองใชงานตองกําหนดรหัสผา นอยา งมั่นคงปลอดภัย
2.4 การทบทวนสิทธ์กิารเขาถึงของผูใชงาน (Review of User Access Rights)
2.4.1 เจาของขอมูลและผูดแูลระบบ ตองมีการสอบทานสิทธ์ิการเขาถึงของผูใชงานระบบเมื่อ รฟม. มีการ เปลี่ยนแปลงระบบเทคโนโลยสีารสนเทศหรอืโครงสรางองคกร
2.4.2 ผูดูแลระบบ ตองมีการสอบทานและระงับการใชงานบัญชีผูใชงานที่ไมไดใชงานนานเกิน 180 วัน หากผูใชงานตองการกลับมาใชงานจะตองยืนยันตัวตนให ฝทท. ทราบ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ไมไดใชงาน ของบัญชีผใูชงานอาจจะขนึ้อยกู ับแตละระบบสารสนเทศ
16
- การปองกันอุปกรณที่ไมมีผูดูแล และการควบคุมการไมทิ้งสินทรัพยสารสนเทศสําคญั ไวในที่ที่ไมปลอดภัย 3.1 การปองกันอุปกรณที่ไมมีผูดูแล (Unattended User Equipment)
3.1.1 ผูดูแลระบบตองจัดใหมีมาตรการสําหรับปองกันระบบคอมพิวเตอร ระบบเครือขายสื่อสารขอมูล และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการกําหนดคาของระบบ (Configuration) ใหมีการล็อกหนาจอ สําหรบัอุปกรณที่ไมมีพนักงานดูแล หรือล็อกอุปกรณอยูเสมอ
3.1.2 ผูใชงานและหนวยงานภายนอก/บคุ คลภายนอก ตองล็อกหนาจออัตโนมัติเมื่อไมมีการใชงานระบบ เทคโนโลยสีารสนเทศของ รฟม.ตามระยะเวลาที่กําหนดโดยตองพักหนาจอ (ScreenSaver)อตัโนมัติ หลังจากที่ไมมีการใชงานคอมพิวเตอรเปนระยะเวลานานกวา 15 นาทีผูใชงานและหนวยงานภายนอก/ บุคคลภายนอกจะใชงานตอไดเมื่อมีการใสรหัสผานที่ถูกตอง
3.1.3 ผูใชงานตอง Logout ออกจากเครื่องคอมพิวเตอรเมื่อมีความจําเปนตองละทิ้งเครื่องคอมพิวเตอร 3.1.4 ผูใชงานตองปองกันไมใหผูอื่นใชอุปกรณ เชน กลองดิจิทัล เครื่องสําเนาเอกสาร เครื่องสแกน เอกสารโดยไมไดรับอนุญาต
3.2 การควบคุมสินทรัพยส ารสนเทศและการใชงานระบบคอมพิวเตอร (Clear Desk and Clear Screen Control) 3.2.1 ผูบังคับบัญชาตองกําหนดใหมีผูรับผิดชอบในการดูแลสถานที่ที่มีการรับ - สงแฟกซหรือจดหมาย เขา – ออก
3.2.2 ผูใชงานตองออกจากระบบคอมพิวเตอร (Logout) ทันทีเม่อืจําเปนตองปลอยท้งิโดยไมมีผดู ูแล 3.2.3 ผูใชงานตองจัดเก็บขอมูลสําคัญแยกตางหาก และปองกันใหมีความปลอดภัยอยางพอเพียง 3.2.4 ผูใชงานตองนาํ เอกสารออกจากเครื่องพิมพท ันทีที่พิมพงานเสร็จ - การควบคุมการเขาถึงเครือขาย (Network Access Control)
ใหมีการควบคมุ การใชงานบริการเครือขายการควบคุมการพิสูจนตัวตนสําหรบัผใูชงานที่อยูภายนอกรฟม.การควบคุม การพิสูจนตัวตนอุปกรณบนเครือขาย การปองกันพอรต (Port) ที่ใชสําหรับตรวจสอบและปรับแตงระบบ การแบงแยก เครือขาย (Segregation in networks) อยางเหมาะสม การควบคุมการเชื่อมตอทางเครือขาย และการควบคุม การกําหนดเสนทางบนเครือขาย
4.1 การใชงานบรกิารเครือขาย (Use of Network Services)
4.1.1 ผูดูแลระบบตองควบคุมการเผยแพรแผนผังระบบเครือขายสื่อสารขอมูล (Network Diagram) รวมถึงโครงสราง IP Address ชื่อระบบ และชื่ออุปกรณสารสนเทศแกผูที่ไมไดรับอนุญาตหรือ หนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอก
4.1.2 ผูดูแลระบบตองควบคุมการใชงานระบบเครือขายสื่อสารขอมูลเพื่อปองกันการเขาถึงระบบเครือขาย สื่อสารขอมูลและบริการของระบบเครือขายสื่อสารขอมูลโดยไมไดรับอนุญาต
4.1.3 ผูดูแลระบบตองควบคุมการเชื่อมตอเครือขายภายนอก เพื่อใชงานอินเทอรเน็ต ซึ่งอาจเปนชองทางให หนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอกเขาถึงสารสนเทศหรือระบบเทคโนโลยสีารสนเทศของ รฟม. โดยมิไดรับอนุญาต
4.1.4 ผูใชงานตองแจงความประสงคในการขอใชงานบริการเครือขายแก ฝทท. และสามารถใชบริการ เครือขายไดหลังจากไดรับการอนุมัติจาก ฝทท. แลว
4.1.5 ผูใชงาน ตองไมใชระบบเครือขายสื่อสารขอมลู เพ่ือเปนชองทางในการเจาะระบบ (Hacking) หรือ การสแกนชอ งโหวของระบบโดยมิไดรับอนุญาต
4.2 การพิสจู นต ัวตนของผูใชงานที่อยูภายนอก รฟม. (User Authentication for External Connections) ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการพิสูจนตัวตนผานระบบ Active Directory ของ รฟม. กอนอนุญาตให ผูใชงานที่อยูภายนอก รฟม. เขาใชงานเครือขายและระบบสารสนเทศของ รฟม.
17
4.3 การพิสูจนตัวตนของอุปกรณในระบบเครือขายสื่อสารขอมูล (Equipment Identification in Networks) ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการพิสูจนตัวตนของอุปกรณในระบบเครือขายสื่อสารขอมูล ไดแก การตรวจสอบ MAC Address
4.4 การปองกันพอรตที่ใชสําหรับตรวจสอบและปรับแตงระบบ (Remote Diagnostic and Configuration Port Protection)
ผูดูแลระบบตองระงับบริการและพอรต (Port) ที่ไมมีความจําเปนตองใชบนเครื่องคอมพิวเตอรหรือ อุปกรณเครือขาย
4.5 ผูดูแลระบบตองติดตั้งระบบตรวจจับการบุกรุก (Instrusion Prevention System/ Instrusion Detection System) ของระบบเครือขาย
4.6 การแบงแยกเครือขาย (Segregation in Networks)
4.6.1 ผูดูแลระบบตองจัดใหมีการแบงแยกเครือขายตามกลุมของผูใชงาน หรือกลุมของระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ เพื่อควบคุมการใชงานในแตละเครือขายยอยอยางเหมาะสม โดยพิจารณาจากความตองการ ในการเขาถึงขอมูล ระดับความสําคัญของขอมูล รวมถึงการพิจารณาดานราคา ประสิทธิภาพ และ ผลกระทบทางดานความปลอดภัยดังตอไปนี้
- เครือขายที่อนุญาตใหเขาถึงจากภายนอกและเครือขายที่ใชภายใน รฟม.
- เครือขายแอปพลิเคชัน (Application) ที่มีความสําคัญกับเครือขายอื่น ๆ ที่มีความสําคัญ
นอยกวา - เครือขายสําหรับเครื่องใหบริการ (Server Farm) กับเครือขายของผูใชงาน ควรมีการ ติดตั้งอุปกรณที่สามารถแบงแยกเครือขายไดเชน Firewall หรือ Switch ที่สามารถ แบง VLAN ไดเปนตน
4.6.2 ผูดูแลระบบจะกําหนดเสนทางบนเครือขายที่เขมงวด เพื่อจํากัดการเขาถึงระยะไกลไปเฉพาะเครือขาย ที่กําหนดเทานั้น
4.6.3 ผูดูแลระบบตองตั้งคา (Configuration) อุปกรณเครือขายเชน Firewall หรือ Router มิใหสามารถ บริหารจัดการจากภายนอกเครือขายไดเวนแตในกรณีฉุกเฉินซึ่งตองไดรับการอนุญาตจากผูดูแลระบบ เทานั้น
4.7 การควบคุมการเชื่อมตอทางเครือขาย (Network Connection Control)
4.7.1 ผูดูแลระบบตองจํากัดการใชงานเครือขายของผูใชงานในการเชื่อมตอกับเครือขายของ รฟม. เชน Router หรือ Firewall เปนตน พรอมทั้งติดตั้งระบบควบคุมเพื่อกลั่นกรองขอมูลที่รับ - สง เชน Web Filtering, Email Filtering เปนตน เพื่อทําใหการเชื่อมตอมีความปลอดภัย
4.7.2 ผูดูแลระบบตองติดตั้ง Firewall ระหวางเครือขายของ รฟม. กับเครือขายภายนอก ทั้งนี้ การติดตั้ง Firewall ตองพิจารณาเรื่องดังตอไปนี้ - การปองกันการจราจรจากภายนอก ตองถูกกําหนดใหใชเสนทางที่ผาน First Tier Firewall ที่มีความมั่นคงปลอดภัยเพื่อปองกันทรัพยสินสารสนเทศของ รฟม. และ โครงสรางพื้นฐานที่มีความสําคัญจากการเขาถึงที่ไมไดรับอนุญาต
- Firewall ตองระบุตัวตนและพิสูจนตัวตนของผูใชงานกอนที่จะใหสิทธิ์การเขาถึง อินเทอรเฟส (Interface) เพื่อการบริหารจัดการ Firewall
- Firewall ตองตั้งคาใหระงับบัญชีผูใชงานหลังจากมีความพยายามที่จะเขาสูระบบ ไมสําเร็จ 5 ครั้ง การยกเลิกการระงับตองดําเนินการโดย ฝทท.
- ไมอนุญาตใหพิสูจนตัวตนผานทางอินเทอรเฟส (Interface) การจัดการ Firewall จากระยะไกล (Remote)
18 - ผูที่ไดรบัการมอบหมายจาก ฝทท. เทานั้นที่มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนการตั้งคา ดานความปลอดภัย บน Firewall
- Firewall ตองตั้งคา ใหบันทึกเหตุการณดานความม่นัคงปลอดภัย
- Firewall ตองไดรับการสอบทาน ทดสอบ และตรวจสอบอยางสม่ําเสมอ
- Firewall ตองถูกบริหารจัดการผานทางการติดตอส่อืสารที่มีการเขารหัส
- ตองปดบริการและพอรต (Port) ที่ไมจําเปนตองใชบน Firewall
- Firewall ประเภทซอฟตแวร (Software) ตองติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอรแมขาย แยกตางหาก
- Firewall ตองสามารถปองกันตัวเองจากการโจมตี DOS (Denial of service) ได อยางเชน Ping, Sweeps หรือ TCP SYN Floods เปนตน
- ตองใชเวอรชันของซอฟตแวร (Software) Firewall และระบบปฏิบัติการที่เจาของ ผลิตภัณฑยังใหการสนับสนุน
- ผูดูแล Firewallตองติดตามขอมูลชองโหวจากผใูหบริการ(Vendor) เพื่อรบั ทราบขาวสาร การ Upgrade และแพ็ตช (Patch) ที่จําเปน และตองติดตั้งแพ็ตช (Patch) ทั้งหมด
ที่เกี่ยวของ
4.7.3 ผูดูแลระบบตองติดต้ัง Firewall เพ่ือแบงแยก Zone ใหมีการใช DMZ (Demilitarized zone) โดยตองพิจารณาเรื่องดังตอไปน้ี - เครื่องคอมพิวเตอรแมขายที่ใหบริการผานอินเทอรเน็ต เชน FTP, Email, Web และ
External DNS server เปนตน ตองติดตั้งอยูใน DMZ - การเขาถึงจากระยะไกลตองพิสูจนต ัวตนที่ Firewall หรือผานบริการที่อยูใน DMZ
- DNS Servers ตองไมอนุญาตใหมีการแลกเปลี่ยนโซน (Zone Transfers) เวนแต
มีเหตุจําเปน
4.8 การควบคุมการกําหนดเสนทางบนเครือขา ย (Network Routing Control)
ผูดูแลระบบตองควบคุมการกําหนดเสนทางบนเครือขายเพื่อใหม่ันใจวาการเชื่อมตอเครื่องคอมพิวเตอร และการไหลเวียนของสารสนเทศบนเครือขาย โดยมีกลไกในการตรวจสอบที่อยูปลายทางและตนทางของ การเชื่อมตอ เชน การควบคุมโดย Firewall หรือ Proxy เปนตน
- การควบคุมการเขาถึงระบบปฏิบัติการ (Operating system Access Control)
ใหมีการควบคุมการเขาถึงระบบปฏิบัติการอยางมั่นคงปลอดภัย การควบคุมการระบุและพิสูจนตัวตนของผูใชงาน การควบคุมระบบบริหารจัดการรหัสผาน การควบคุมการใชงานโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้ (System Utilities) การควบคุมการหมดเวลาการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และควบคุมการจํากัดระยะเวลาการเชื่อมตอ ระบบเทคโนโลยสีารสนเทศ
5.1 ขั้นตอนปฏบิัติในการเขาถึงระบบอยางมั่นคงปลอดภัย (Secure Logon Procedures) 5.1.1 ผูดูแลระบบ ตองจัดใหมีการควบคุมการเขาถึงระบบปฏิบัติการอยางมั่นคงปลอดภัย โดยขั้นตอน การเขาสูระบบตองเปดเผยขอมูลเกี่ยวกับระบบใหนอยที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงผูใชงานท่ไีมไดรับอนุญาต ซึ่งขั้นตอนการ Logon ตองพิจารณา ดังนี้
- หากกระบวนการเขาสูระบบไมสําเร็จ ระบบตองไมแสดงขอมูลของระบบหรือแอปพลิเคชัน (Application) ที่ใชงานอยู
- ระบบตองแสดงขอความเตือนผูใชงานวาสามารถเขาใชงานเครื่องคอมพิวเตอรไดเฉพาะ ผูที่มีสิทธิ์เทานั้น
- หากกระบวนการเขาสูระบบไมสําเร็จ ระบบตองไมแสดงขอมูลที่สามารถระบุตัวตนของระบบ เชน เครือขายที่ใชงาน สถานที่ตั้งของระบบ หรือช่อืเครื่องคอมพิวเตอรแมขาย เปนตน
19 - ระบบตองไมแสดงขอความท่ชีี้เฉพาะเหตุของการเขาสูระบบไมสําเร็จ เชน ไมแสดงขอความวา บัญชีผูใชงานผิด หรือ รหัสผานผดิ เปนตน
- หามเขาสูระบบจากบัญชีผูใชงานสว นบุคคลเดียวกันมากกวาหนึ่ง Session ในระบบเดยีวกัน 6) ระบบตองจํากัดจํานวนครั้งในการพยายามเขาสูระบบท่ีไมสําเร็จ และตองพิจารณาเงื่อนไข ตอไปนี้
(ก) การเก็บบันทึกผลการเขาสูระบบทั้งที่สําเร็จและไมสําเรจ็
(ข) หนวงระยะเวลาในการเขาใชงานระบบครั้งตอไป
(ค) การตัดการเชื่อมตอ
(ง) การแสดงขอความเตอืนที่หนาจอของผูดูแลระบบเมื่อมีการเขาสูระบบเกินจํานวนครั้ง ที่จํากัดไว - ระบบตองแสดงวัน เวลา ในการเขาสูระบบที่สําเร็จในคร้งักอน พรอมทั้งบันทึกจํานวนครั้ง ที่พยายามเขาไมสําเร็จนับแตการเขาสูระบบที่สําเร็จในครั้งกอนของผูใชงาน
- ระบบตองไมสงรหัสผานแบบ Clear Text ผานระบบเครือขายส่อืสารขอมูล
- ผูดูแลระบบตองกําหนดจํานวนคร้งัที่ยอมใหใสรหัสผานผิดไดไมเกิน 5 ครั้ง
5.2 การระบุและพิสูจนตัวตนของผูใชงาน (User Identification and Authentication) ผูดูแลระบบ ตองจัดใหผูใชงานมีบัญชีผูใชงานของแตละบุคคลเพื่อใชพิสูจนตัวตนในการเขาถึงระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ และตองใชระบบเทคโนโลยีสารสนเทศพิสูจนตัวตนผูใชงานในการเขาถึงระบบปฏิบัติการผานระบบ Active Directory (AD) หรือ Lightweight Directory Access Protocol (LDAP) ทุกครั้ง พรอมทั้งบันทึก ขอมูลการเขาถึง
5.3 การใชงานโปรแกรมประเภทยูทิลติี้ (Use of System Utilities)
ผูดูแลระบบ ตองควบคุมการใชงานโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้บนระบบที่ใชงานจริง (Production System) ดังนี้ 5.3.1 ตองจัดทําบัญชีโปรแกรมประเภทยูทลิิตี้(System Utilities) ท่นีาํ มาใชงาน 5.3.2 กําหนดความรับผิดชอบในการใชโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้ (System Utilities) แตละรายการ อยางชัดเจนและสื่อสารใหผูเกี่ยวของทราบเพื่อถือปฏิบัติ
5.3.3 ใหมีการพิสูจนตัวตน และกําหนดสิทธิ์ในการใชงานโปรแกรมประเภทยูทิลิต้ีเฉพาะกลุมคนท่ีมี หนาที่รับผดิชอบ
5.3.4 มีการบันทึกเหตุการณ (Log) การใชงานโปรแกรมประเภทยูทิลติี้และตองสอบทานจากผูดูแลระบบ อยางสม่ําเสมอ
5.3.5 ตองทําการเพกิถอนหรือระงับโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้ที่ไมจําเปน
5.4 การหมดเวลาการใชงานระบบสารสนเทศ (Session Timeout)
5.4.1 ผูดูแลระบบตองกําหนด Session Timeout ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีไมมกีารใชงานภายใน ระยะเวลา 15 นาที หากระบบใดที่ไมสามารถกําหนด Session Timeout ภายในระยะเวลา 15 นาทีได ใหกําหนดเปนระยะเวลานอยที่สุดที่จะสามารถกําหนดได ทั้งนี้ ถาระบบที่ไมสามารถตัดการเชื่อมตอ แบบอัตโนมัติไดกําหนดใหใชโปรแกรมพักหนาจอที่ตองใสรหัสผา นหรือกาํ หนดใหมีการล็อกหนาจอ
5.4.2 ผูดูแลระบบ และผูใชงาน ตองตั้งคาใหมีโปรแกรมพักหนาจอที่ตองใสรหัสผานสําหรับเครื่อง คอมพิวเตอรสวนบุคคล เครื่องคอมพิวเตอรแบบพกพา และเครื่องคอมพิวเตอรแมขาย ทั้งนี้ โปรแกรมพักหนาจอกําหนดใหปอนรหัสผานหลังจากที่มีการท้ิงเครื่องดังกลาวไวโดยไมมีการใชงาน เปนระยะเวลา 15 นาที
20
5.5 การจํากดัระยะเวลาการเชื่อมตอระบบสารสนเทศ (Limitation of Connection Time) 5.5.1 ผูดูแลระบบ ตองจํากัดระยะเวลาในการเชื่อมตอระบบสารสนเทศที่มีความสําคัญสูง โดยตอง คํานึงถึงระยะเวลาที่จาํ เปนในกระบวนการดําเนินงานทางธุรกิจ ไดแก กําหนดใหเขาใชงานได ในชวงเวลาทําการของ รฟม. 08.00 น. –17.00 น.และเช่อืมตอเพื่อใชงานไดคร้งัละไมเกิน 3ชั่วโมง 5.5.2 ผูใชงาน หากมีความจําเปนตองใชงานนอกเวลาที่กําหนดตองขออนุมัติจากผูบังคับบัญชาเทานั้น 6. การควบคุมการเขาถึงโปรแกรมประยุกตและสารสนเทศ (Application and Information Access Control) ใหมีการจํากัดการเขาถึงสารสนเทศ และการแยกระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความสําคัญสูงไวในบริเวณที่ ควบคุมเฉพาะ
6.1 การจํากดัการเขาถึงสารสนเทศ (Information Access Restriction)
6.1.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบตองกําหนดสิทธิ์การเขาถึงแกผูใชงานเทาที่จําเปนตองใชในการ ปฏิบัติงาน โดยการใหสิทธิ์ตองพิจารณาในเรื่องดังตอไปนี้ - การจํากัดไมใหใชตวัเลือก (Options) ที่ไมไดรับอนุญาต
- การจํากัดการเขาถึง Command Line
- การจํากัดการเขาถงึขอมูลและฟงกชันการใชงานของแอปพลิเคชัน (Application) ที่ไมเกี่ยวของ กับหนาที่ความรับผิดชอบ
- การจํากัดระดบัสิทธิ์ในการเขาถึงไฟลเชน อานอยางเดียว เปนตน
- การควบคุมการแจกจาย การเขาถึงขอมูล การนําขอมูลออกจากระบบสารสนเทศ เชน รายงาน เปนตน
6.1.2 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ควรกําหนดใหระบบสารสนเทศรองรับการกําหนดสิทธิ์ในการเขาถึง แบบกลุมได
6.2 การแยกระบบสารสนเทศที่ไวตอการรบกวน (Sensitive System Isolation) มีผลกระทบตอคนกลุมใหญ หรือระบบที่มคีวามสําคญั ตอหนวยงาน ตองดําเนินการดงัน้ี
6.2.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ แยกระบบซ่ึงไวตอการรบกวนออกจากระบบอื่น ๆ และควบคุม สภาพแวดลอมของระบบโดยเฉพาะ ไดแก ระบบ File Sharing ระบบสารสนเทศทางการเงิน และระบบ Active Directory (AD) โดยเขาถึงไดทั้งอุปกรณคอมพิวเตอรและสื่อสารเคลื่อนที่และ การปฏิบัติงานจากภายนอกองคกร (Mobile Computing and Teleworking)
6.2.2 ผูดูแลระบบตองควบคุมอุปกรณคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่และการปฏิบัติงานจาก ภายนอกหนวยงาน (Mobile Computing and Teleworking) ที่เก่ยีวของกับระบบดังกลาว 6.2.3 เจาของขอมูลที่เปนเจาของระบบสารสนเทศที่มีความสําคัญสูงตองเปนผูอนุญาต ในกรณีที่ระบบ สารสนเทศท่มีีความสําคัญสงูมีความจําเปนตองทํางานรวมกับระบบสารสนเทศอื่นที่มีความสําคัญ
นอยกวา
- การควบคุมการปฏิบัติงานจากภายนอก รฟม. (Teleworking)
7.1 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการพิสูจนตัวตนกอนการใชงาน และเชื่อมตอผานชองทางที่มีความปลอดภัย ที่มีเทคโนโลยีเขารหสัปองกนั
7.2 ผูดูแลระบบตองทําการถอดถอนสิทธิ์ในการเขาถึงของผูใชงานจากภายนอกสํานักงาน เมื่อครบกําหนด ระยะเวลาที่ขออนญุ าต
7.3 ผูใชงาน หากจําเปนตองมีการปฏิบัติงานจากภายนอกสํานักงานของ รฟม. ตองไดรับการอนุญาตจาก ผูบังคับบัญชาอยางเปนลายลักษณอ ักษร ในกรณีเรงดวนสามารถดําเนินการกอน โดยแจงใหผูบังคับบัญชา รับทราบดวย โดยผูบงัคับบญั ชาตองพิจารณาเงื่อนไขในการเตรียมการ ดังตอ ไปนี้
21
- ความม่นัคงปลอดภยัทางกายภาพและสภาพแวดลอมของการปฏิบัติงานจากภายนอก รฟม. 2) ความม่ันคงปลอดภัยทางการส่ือสาร โดยยึดจากระดับความสําคัญ (Sensitivity) ของขอมูล ที่จะถูกเขาถึงและสงผานชองทางการเชื่อมตอสื่อสาร (Communication Link) รวมถึงระดับ ความสําคัญ (Sensitivity) ของระบบภายใน รฟม.
7.4 ผูใชงานตองจัดเก็บเอกสารที่เปนความลับในอุปกรณที่ล็อกไดและมีการควบคุมการเขาถึง โดยใชหลักเกณฑ การรกัษาความลบเชนเดียวกับสารสนเทศที่อยูในสํานักงานของ ั รฟม.
7.5 ผูใชงาน ตองติดตั้งโปรแกรมปองกันไวรัสและ Personal Firewall สําหรับอุปกรณสวนตัวที่ใชเชื่อมตอ เครือขา ยของ รฟม. จากภายนอก
- ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมการใชงานขอมูลสวนบุคคลใหมีการใชงานท่ีสอดคลองกับกฎหมาย พระราชบัญญัติ กฎระเบียบ ขอบังคับที่เก่ยีวของ เชน พระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562
22
สวนที่ 7
การควบคุมการเขาถึงระบบเครือขายไรสาย
วัตถุประสงค
▪ เพื่อกําหนดมาตรการในการควบคุมการเขาถึงระบบเครือขายไรสาย (Wireless LAN) ของ รฟม. โดยการกําหนด สิทธ์ิของผูใชงานในการเขาถึงระบบใหเหมาะสมตามหนาที่ความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน รวมทั้งมีการทบทวน สิทธิ์การเขาถึงอยางสม่ําเสมอ
▪ เพื่อสรางความมั่นคงปลอดภัยของการใชงานระบบเครือขายไรสาย
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูใชงานที่ตองการเขาถึงระบบเครือขายไรสายของ รฟม. ตองลงทะเบียนกับผูดูแลระบบ และตองไดรับการ อนญุ าตจาก ฝทท. อยางเปนลายลักษณอักษร
- ผูดูแลระบบตองกําหนดมาตรฐานความปลอดภัยของระบบเครือขายไรสายไมต่ํากวามาตรฐาน WPA2 3. ผูดูแลระบบตองลงทะเบียนกําหนดสิทธิ์ผูใชงานในการเขาถึงระบบเครือขายไรสายใหเหมาะสมกับหนาที่ ความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน รวมทั้งมีการทบทวนสทิธิ์การเขาถงึอยางสม่ําเสมอ
- ผูดูแลระบบตองลงทะเบียนอุปกรณทุกตัวที่ใชติดตอระบบเครือขายไรสาย
- ผูดูแลระบบ ตองกําหนดตําแหนงการวางอุปกรณ Access Point (AP) ไมใหสัญญาณของอุปกรณรั่วไหลออกไป นอกบริเวณที่ใชงาน เพื่อปองกันไมใหผูโจมตใช ี Access Point (AP) ของ รฟม. รับ - สงสัญญาณได 6. ผูดูแลระบบตองเลือกใชกําลังสงใหเหมาะสมกับพื้นที่ใชงานและตองสํารวจวาสัญญาณรั่วไหลออกไปภายนอก หรือไม นอกจากนี้การใชเสาอากาศพิเศษที่สามารถกําหนดทิศทางการแพรกระจายของสัญญาณอาจชวยลดการ รั่วไหลของสัญญาณใหดีขึ้น
- ผูดูแลระบบตองเปลี่ยนคา SSID (Service Set Identifier) ที่ถูกกําหนดเปนคา Default มาจากผูผลิตทันทีที่นํา Access Point (AP) มาใชงาน
- ผูดูแลระบบตองเปลี่ยนคาชื่อ Login และรหัสผานสําหรับการตั้งคาการทํางานของอุปกรณไรสาย และผูดูแลระบบ ตองเลือกใชชื่อ Login และรหัสผานที่มีความคาดเดาไดยากเพื่อปองกันผูโจมตีไมใหสามารถเดาหรือเจาะรหัส ไดโดยงา ย
- ผูดูแลระบบตองควบคุม MAC address ชื่อผูใช (Username) และรหัสผาน (Password) ของผูใชงานที่มีสิทธิ์ ในการเขาใชงานระบบเครือขายไรสาย โดยอนุญาตเฉพาะผูใชงานที่ไดรับอนุญาตใหเขาใชเครือขายไรสายไดอยาง ถูกตองเทานั้น
- ผูดูแลระบบตองตรวจสอบความม่นัคงปลอดภัยของระบบเครือขา ยไรสายอยางสม่ําเสมอ และบันทึกเหตุการณ นาสงสัยท่ีเกิดขึ้นในระบบเครือขายไรสายตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด
23
สวนที่ 8
การควบคมุ หนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
วัตถุประสงค
▪ เพื่อควบคุมหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกที่มีการเขาใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. ใหเปนไปอยางมั่นคงปลอดภัย
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ ผูบังคับบญั ชา
▪ หนวยงานภายนอก
▪ ผูใชงาน (บุคคลภายนอก)
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานกายภาพ (Physical Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูดูแลระบบตองประเมินความเสี่ยงจากการเขาถึงระบบเทคโนโลยสีารสนเทศ หรืออุปกรณที่ใชในการประมวลผล โดยหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอก และกําหนดมาตรการรองรับหรือแกไขที่เหมาะสมกอนท่ีจะอนุญาตให เขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม.
- การควบคุมการเขาใชงานระบบเทคโนโลยสีารสนเทศของหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอก 2.1 เจาของขอมูลตองเปนผูอนุญาตการใหสิทธิ์แกหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกที่ตองการสทิธิ์ในการ เขาใชงานระบบสารสนเทศของ รฟม. อยางเปนลายลักษณอักษร
2.2 ผูบังคับบัญชาตองกําหนดใหมีการลงนามการไมเ ปดเผยขอมูลที่สําคัญและเปนความลับของ รฟม. 2.3 ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมใหมีการกําหนดขอตกลงและความรับผิดชอบที่เกี่ยวของกับความเสี่ยง ดานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศลงในสัญญากับหนวยงานภายนอกท่ีใหบริการดานสารสนเทศและ บริการดานการสื่อสาร โดยใหครอบคลุมรวมถึงผูรับจางชวง
2.4 ผูบังคับบัญชาตองกําหนดใหจัดทําเอกสารแบบฟอรมสําหรับใหหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอก ระบุเหตุผลความจําเปนท่ตีองเขาใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมรีายละเอียด ดังนี้
2.4.1 เหตุผลในการขอใช
2.4.2 ระยะเวลาในการใช
2.4.3 การตรวจสอบความปลอดภยัของอุปกรณที่เช่อืมตอเครือขาย
2.4.4 การตรวจสอบ MAC address ของเครื่องคอมพิวเตอรที่เชื่อมตอ
2.5 ผูดูแลระบบมีสิทธิ์ในการตรวจสอบการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของหนวยงานภายนอกและ ผูใชงานภายนอก เพื่อควบคุมการใชงานไดอยางมั่นคงปลอดภัยตามสัญญา
2.6 ผูดูแลระบบตองควบคุมใหหนวยงานภายนอกจัดทําแผนการดําเนินงาน คูมือการปฏบิัติงานและเอกสารที่ เก่ียวของ รวมทั้งตองปรับปรุงใหทันสมัยอยูเสมอ เพื่อใชสําหรับควบคุมหรือตรวจสอบการทํางาน และ เพ่อืใหม่นัใจวาการปฏิบัติงานเปนไปตามขอบเขตที่ไดกําหนดไว - ผูดูแลระบบตองแจงแนวปฏิบัตติาง ๆ ที่เกี่ยวของแกห นวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกเพื่อใหปฏบิัติตาม
24 - ผูดูแลระบบ ตองกํากับดูแลหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกใหปฏิบัติตามสัญญาหรือขอตกลงการ ใหบริการที่ระบไุวซึ่งตองครอบคลุมถึงดานความม่นัคงปลอดภัย
- ผูดูแลระบบ ตองติดตาม ตรวจสอบรายงานหรือบันทึกการใหบริการของหนวยงานภายนอกตามที่วา จางอยาง สม่ําเสมอตามสัญญาวาจาง
- ผูดูแลระบบ ตองกําหนดขั้นตอนและชองทางในการติดตอกับหนวยงานภายนอกที่มีหนาที่ในการกํากบัดูแล หรือ หนวยงานที่เก่ียวของกับการบังคับใชกฎหมาย รวมท้ังหนวยงานที่ควบคุมดูแลสถานการณฉุกเฉินภายใต สถานการณตาง ๆ ไวอยางชัดเจน
- ผูดูแลระบบ ตองมีขั้นตอนและชองทางในการติดตอกับหนวยงานภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะดานหรือ หนวยงานที่มีความเชี่ยวชาญดานความม่นัคงปลอดภัยดานสารสนเทศภายใตสถานการณตาง ๆ ไวอยางชัดเจน 8. ผูดูแลระบบตองควบคุมการเปลี่ยนแปลงของหนวยงานภายนอกท่สีงผลกระทบตอการใหบริการขององคกร และ ตองประเมินความเส่ยีงอยางเหมาะสมเพื่อควบคุมผลกระทบอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงนั้น 9. หนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอก ตองใชงานทรัพยสินสารสนเทศของ รฟม. ดวยความระมัดระวัง และ รักษาความลับของ รฟม. ไมนําไปเปดเผย และตองขออนุญาตพรอมทั้งปฏิบัติตามเงื่อนไขในการเขาถึงระบบ สารสนเทศของ รฟม. ทุกครั้ง
- หนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกตองแจงเหตุการณไมปกติตาง ๆ ดานเทคโนโลยีสารสนเทศที่พบผาน ชองทางที่ รฟม. กําหนดโดยเร็วที่สุด
- หนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกตองจัดเก็บบัญชีผูใชงานที่ รฟม. จัดทําไวใหใชงานเปนความลับ เฉพาะ บุคคล ไมเปดเผยใหผูอื่นรับทราบ
25
สวนที่ 9
การใชงานเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ ของ รฟม.
วัตถุประสงค
▪ เพื่อควบคุมการใชงานทรัพยสินของ รฟม. ประเภทเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ใหเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อปองกัน การสูญหาย เสียหาย หรือถูกเขาถึงขอมูลโดยไมไดรับอนุญาต
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานบุคลากร (People Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานกายภาพ (Physical Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - การใชงานทั่วไป
1.1 ผูดูแลระบบตองกําหนดบัญชีซอฟตแวรมาตรฐาน (Software Standard) ที่อนุญาตใหติดตั้งบนเครื่อง คอมพิวเตอรของผูใชงาน และปรับปรุงใหเปนปจจุบันเสมอ
1.2 ผูดูแลระบบตองเปนผูกําหนดการตั้งชื่อเครื่องคอมพิวเตอร(Computer Name) เทานั้น 1.3 ผูใชงานตองตดิตั้งโปรแกรมสําหรับควบคุมการใชงานอุปกรณเคลื่อนที่ (Mobile Device Management:MDM) รวมถึงอุปกรณอ่นื ๆ ที่ รฟม. ไมสามารถควบคุมการใชงานผานระบบ Active Directory (AD) ได 1.4 ผูใชงานตองใชงานอยางมีประสิทธิภาพเพื่องานของ รฟม.
1.5 ผูใชงานตองไมติดตั้งโปรแกรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์บนเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ของ รฟม. 1.6 ผูใชงานตองขอนุญาตติดต้งัโปรแกรมในเคร่ืองคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด 1.7 ผูใชงานตองไมติดตั้งและแกไขเปล่ยีนแปลงโปรแกรมในเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนทของ รฟม. ี่ การดําเนินการดังกลาวตองดําเนินการโดยผูดูแลระบบเทานั้น
1.8 ผูใชงานตองศึกษาและปฏิบัติตามคูมือการใชงานเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่อยางละเอียด เพ่อืใหสามารถใชงานอยา งปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
1.9 ผูใชงานตองไมด ัดแปลงแกไขสว นประกอบตางๆของคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่และรักษาใหมสภาพเดิม ี 1.10 ผูใชงานตองแจงซอมเครื่องคอมพวิเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ที่อยูในความรับผิดชอบของ ฝทท. ให ฝทท. เปนผดู ําเนินการเทานั้น
1.11 ผูใชงานตองอัปเดต Patch และระบบปฏิบตัิการใหทันสมัยอยูเสมอ
1.12 ผูใชงานตองไมสราง Shortcut ไวบน Desktop ที่เชื่อมตอ ไปยังขอมูลสําคัญของ รฟม.
1.13 กรณีเครื่องคอมพิวเตอรแบบพกพาและอุปกรณเคลื่อนท่ีผูใชงานตองปฏบิัตเพิ่มเติม ดังนี้ ิ 1.13.1 ตองติดตั้ง Application จาก Official Store หรือเว็บไซตที่ใหบริการผานโปรโตคอล HTTPS 1.13.2 ไมป รบัแตงการเขาถึงระบบปฏบัติการ ิ (Rooted/Jailbroken)
1.13.3 ในกรณีที่มกีารใชงานอุปกรณประเภทพกพาในท่สีาธารณะ หองประชุม และพื้นที่ภายนอก อื่น ๆ ที่ไมมีการปองกัน หรือไมไดอยูในบริเวณของ รฟม. ใหปองกันการเขาถึงที่ไมไดรับอนุญาต เชน ไมเ ปดการเชื่อมตอแบบไรสายโดยไมมีการเขารหสขอมูล เปนตน ั
26
1.13.4 ตองระมัดระวังการเคลื่อนยาย โดยตองใสกระเปาเพื่อปองกันอันตรายที่เกิดจากการกระทบกระเทือน เชน การตกจากโตะทํางานหรือหลุดมือ เปนตน
1.13.5 ไมใสในกระเปาเดินทางที่เสี่ยงตอการถูกกดทับโดยไมไดตั้งใจจากการมีของหนักทับหรืออาจถกู จับโยนได
1.13.6 การใชงานเปนระยะเวลานานเกินไป ในสภาพที่มีอากาศรอนจัดตองปดเครื่องคอมพิวเตอรเพื่อเปน การพักเครื่องสักระยะหนึ่งกอนเปดใชงานใหมอกีครั้ง
1.13.7 หลีกเลี่ยงการใชนิ้วหรือของแข็ง เชน ปลายปากกา กดสัมผัสหนาจอ LCD ใหเปนรอย ขีดขวนหรือ ทําใหจอ LCD ของเครื่องคอมพิวเตอรแบบพกพาแตกเสียหายได
1.13.8 ไมว างของทับบนหนาจอและแปนพมิพ
1.13.9 การเคลื่อนยายเครื่องขณะที่เครื่องเปดใชงานอยู ใหทําการยกจากฐานภายใตแปนพิมพ หามยายเครื่องโดยการดงึหนาจอภาพขึ้น
1.13.10 ไมค ลื่อนยายเครื่องในขณะท Harddisk ี่ กําลังทํางาน
1.13.11 ไมใชหรือวางใกลสิ่งที่เปนของเหลว ความชื้น เชน อาหาร น้ํา กาแฟ เครื่องดื่มตาง ๆเปนตน 1.13.12 ไมวางใกลอุปกรณที่มีสนามแมเ หล็กไฟฟาแรงสูง เชน แมเหลก็ โทรทัศนไมโครเวฟ ตูเย็น เปนตน 1.13.13 ไมต ิดตั้งหรือวางในที่ที่มีการสั่นสะเทอืน เชน ในยานพาหนะที่กําลังเคลื่อนที่
1.13.14 การเช็ดทําความสะอาดหนาจอภาพตองเช็ดอยางเบามือที่สุด และตองเช็ดไปในแนวทาง เดียวกันหามเช็ดแบบหมุนวน เพราะจะทําใหหนาจอมีรอยขีดขวนได
1.13.15 รับผิดชอบในการปองกนัการสูญหาย เชน ตองล็อกเครื่องขณะที่ไมไดใชงาน ไมวางเครื่องทิ้งไวในที่ สาธารณะ หรือในบริเวณที่มีความเสี่ยงตอการสูญหาย
1.13.16 นําติดตัวไปดวยเสมอ เชน ไมละทิ้ง อุปกรณประมวลผลประเภทพกพาในรถยนตหองพัก ในโรงแรม หรือหองประชุม เปนตน ในกรณีที่มีความจําเปนตองละทิ้งใหจัดเก็บไวในสถานที่
มั่นคงปลอดภัย
1.13.17 ไมเก็บหรือใชงานในสถานที่ที่มีความรอน ความชื้นหรือฝุนละอองสูงและตองระวังปองกันการ ตกกระทบ
1.13.18 ไมเปลี่ยนแปลงแกไขสวนประกอบยอย (Sub Component) ท่ีติดตั้งอยูภายใน เชน แบตเตอรี่ หนวยความจํา - แนวปฏิบัติในการใชรหัสผาน
ใหผูใชงานปฏิบัติตามการใชงานรหัสผาน (Password Use) (สวนที่ 6) - การปองกันจากโปรแกรมชุดคําสั่งไมพึงประสงค (Malicious Code)
3.1 ผูดูแลระบบตองควบคุมการ Update ระบบปฏิบัติการ เว็บเบราวเซอร และโปรแกรมใชงานตาง ๆ อยางสม่ําเสมอ เพ่ือปดชองโหว (Vulnerability) ที่เกิดขึ้นจากซอฟตแวรเปนการปองกันการโจมตีจาก ภัยคุกคามตาง ๆ
3.2 ผูดูแลระบบตองติดตั้งและปรับปรุงโปรแกรมปองกันไวรัสใหทันสมัยอยูเสมอ
3.3 ผูใชงานตองไมปดหรือยกเลิกระบบการปองกันไวรสัที่ติดตั้งอยู
3.4 ผูใชงานตองตรวจสอบหาไวรัสจากสื่อบันทึกตาง ๆ เชน Thumb drive และ Data storage อื่น ๆ กอน นํามาใชงานรวมกับเครื่องคอมพิวเตอรของ รฟม.
3.5 ผูใชงาน หากพบหรือสงสัยวาเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ติดชุดคําสั่งไมพึงประสงค ใหรีบยกเลิก เชื่อมตอเครื่องเขากับระบบเครือขายสื่อสารขอมูลเพื่อปองกันการแพรกระจายของชดุ คําสั่งที่ไมพึงประสงค ไปยังเครื่องอื่น ๆ ไดและแจง ฝทท. ทราบทันที
27 - การสํารองขอ มลูและการกูคนื
4.1 ผูใชงานตองรับผิดชอบในการสํารองขอมูลจากเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ไวบนสื่อบันทึกอื่น ๆ เชน ระบบ File Sharing, CD, DVD, External harddisk เปนตน
4.2 ผูใชงานมีหนาที่เก็บรักษาสื่อขอมูลสํารอง (Backup Media) ไวในสถานที่ที่เหมาะสม ไมเสี่ยงตอการรั่วไหลของ ขอมูลและทดสอบการกูคนืขอมลู ที่สํารองไวอยางสม่ําเสมอ - ผูดูแลระบบ ตองควบคุมใหเครื่องคอมพิวเตอรไดรับการปรับตั้งคาอยางเหมาะสม เพื่อปองกันการใชงานหรือ ติดตั้ง Mobile Code เชน Active X, Java จากแหลงที่ไมนาเชื่อถือ
28
สว นท่ี10
การใชงานอนิเทอรเน็ตและสื่อสังคมออนไลน
วัตถุประสงค
▪ เพื่อควบคุมการใชงานอินเทอรเน็ตและการใชงานสื่อสังคมออนไลน(Social Network) ของ รฟม. ใหมีความปลอดภัย และปองกันการละเมิดพระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร จนสงผลกระทบตอ รฟม. ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูดูแลระบบตองควบคุมการเชื่อมตอทางเครือขายสาํ หรับการเขาถึงอินเทอรเน็ตโดยพิจารณาเรื่องดังตอไปนี้ 1) ผูดูแลระบบตองไมอนุญาตใหใชงานอุปกรณ VideoStreaming อุปกรณ Audio streaming หรือ Download ไฟลที่มีขนาดใหญ ในกรณีที่จําเปนตองไดรับการอนุญาตจากผูบังคับบัญชากอนเทานั้น
- ผูดูแลระบบตองจํากัดการใชงานอินเทอรเน็ตเพื่อเร่ืองสวนตัวหรือที่ไมใชการดําเนินงานของ รฟม. ใหนอยที่สุด เทาที่เปนไปได เชน การระงับการเขาถึง Website ที่ไมจําเป ็น การระงับการเขาถึง Website ที่มีเนื้อหาตองหาม ตามพระราชบัญญตัิวาดวยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร
- ผูดูแลระบบตองปองกันไมใหมีการรับสงขอมลู ท่ีไมเหมาะสมจากภายนอก รฟม. เชน (ก) Executable เชน .EXE .COM เปนตน
(ข) ไฟล (File) เสียง เชน AUD .WAV และ .MP3 เปนตน
(ค) ไฟล (File) วีดิทัศนเชน .MPG .MPEG .MOV และ .AVI เปนตน
(ง) Peer to Peer เชน .torrent เปนตน
ในกรณีที่มีความจําเปนตองไดรบัอนุญาตจากผูบังคับบัญชา และ ฝทท. - ผูดูแลระบบตองกําหนดเสนทางการเชื่อมตอระบบคอมพิวเตอรเพื่อการเขาใชงานอินเทอรเน็ตที่ตองเชื่อมตอ ผานระบบรกัษาความปลอดภัยที่ รฟม. จัดสรรไวเทานั้น เชน Proxy,Firewall เปนตน
- ผูดูแลระบบตองทดสอบเสนทางสําหรับการเชื่อมตออินเทอรเน็ตขององคกรระหวางเสนทางท่ีใชงานจริงและ เสนทางสํารองอยางนอยปละ 2 ครั้ง
- ผูใชงานตองไมเชื่อมตอระบบคอมพิวเตอรผานชองทางอื่น ยกเวนมีความจําเปนและขออนุญาตจาก ฝทท. เปนลายลักษณอักษรแลว
- ผูใชงานตองขออนุญาตตดิตั้งซอฟตแวร(Software) ที่ Download จากอินเทอรเน็ต และการติดตั้งตองดําเนินการ โดยผูที่ไดรับมอบหมายจากผูดูแลระบบเทานั้น
- ผูใชงานตองไมมีเจตนาปดบังหรือบิดเบือนตัวตนเมื่อมีการใชงานอินเทอรเน็ต
- ผูใชงานติดตั้งโปรแกรมปองกันไวรัส พรอมทั้งตองปรับปรุง Virus Signature ที่เครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคลและ เครื่องคอมพิวเตอรพกพาใหมีความทันสมัยอยูเสมอ กอนทําการเชื่อมตออินเทอรเน็ตผานเว็บเบราวเซอร (Web Browser) และตองปดชองโหวของระบบปฏิบัติการที่เว็บเบราวเซอรติดตั้งอยู
- ผูใชงานจะตองตรวจสอบไวรัส (Virus Scanning) กอนการรับ - สงขอมูลคอมพิวเตอรผา นทางอินเทอรเน็ต
29 - ผูใชงานตองไมใชเครือขายอินเทอรเน็ตของ รฟม. เพื่อหาประโยชนในเชิงธุรกิจสวนตัว และทําการเขาสู เว็บไซตที่ ไมเหมาะสม เชน เว็บไซตที่ขัดตอศีลธรรม เว็บไซตที่มีเนื้อหาที่ขัดตอชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย หรือเว็บไซตที่ เปนภัยตอสังคม เปนตน
- ผูใชงานจะถูกกําหนดสิทธิ์ในการเขาถึงแหลงขอมูลตามหนาที่ความรับผิดชอบเพื่อประสิทธิภาพของเครือขายและ ความปลอดภัยทางขอมูลของ รฟม.
- ผูใชงานตองหลีกเลี่ยงการกระทาํ ท่สีิ้นเปลืองทรพัยากรของเครือขายอินเทอรเน็ต ดังนี้
(ก) สงจดหมายอิเล็กทรอนิกสลูกโซ
(ข) ใชเวลาในการเขาถงึอินเทอรเน็ตเกินความจําเปนยกเวนเพื่อปฏิบตัิงานใหรฟม.
(ค) เลนเกม Online
(ง) เขาหองพูดคยุ Online ที่ไมไดมีวัตถุประสงคเพื่อปฏิบตัิงานใหรฟม. - ผูใชงานตองไมเผยแพรขอมูลที่เปนการหาประโยชนสว นตัวหรือขอมูลที่ไมเหมาะสมทางศีลธรรม หรือขอมูลที่ ละเมิดสทิธิ์ของผูอื่น หรือขอมูลที่อาจกอความเสียหายใหกับ รฟม.
- ผูใชงานตองไมเปดเผยขอมูลสําคัญที่เปนความลับเกี่ยวกับงานของ รฟม.
- ผูใชงานตองไมนําเขาขอมูลคอมพิวเตอรใด ๆ ที่มีลักษณะอันเปนเท็จ อันเปนความผดิเกี่ยวกับความมั่นคง แหงราชอาณาจักร อันเปนความผิดเกี่ยวกับการกอการราย หรือภาพที่มีลักษณะอันลามก และไมทําการเผยแพร หรือสงตอขอมูลคอมพิวเตอรดงักลาวผานอินเทอรเนต็
- ผูใชงานตองไมนําเขาขอมูลคอมพิวเตอรที่เปนภาพของผูอ่ืนและภาพน้ันเปนภาพที่เกิดจากการสรางขึ้น ตัดตอ เติมหรือดัดแปลงดวยวิธีการทางอเิล็กทรอนิกสหรือวิธีการอื่นใด ที่จะทําใหผูอื่นเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือไดรับความอับอาย
- ผูใชงานมีหนาที่ตรวจสอบความถูกตองและความนาเชื่อถือของขอมูลคอมพิวเตอรที่อยูบนอินเทอรเน็ตกอนนํา ขอมูลไปใชงาน
- ผูใชงานตองคํานึงวาขอมูลจากอินเทอรเน็ตอาจไมมีความทันสมัยหรือไมมีความถูกตอง ผูใชงานตองตรวจสอบ ความถูกตองของขอมูลจากแหลงที่นาเชื่อถือกอนที่จะเผยแพรขอมลูดังกลาว
- ผูใชงานตองระมัดระวงัการดาวนโหลดโปรแกรมใชงานจากอินเทอรเน็ตซึ่งรวมถึงPatch หรือ Fixes ตาง ๆ จากผูขาย ตองเปนไปโดยไมล ะเมิดทรัพยสินทางปญญา
- ผูใชงานตองไมใชขอความที่ยั่วยุ ใหรายในการเสนอความคิดเห็นที่จะทําใหเกิดความเสื่อมเสียตอชื่อเสียงของ รฟม. การทําลายความสัมพันธกับเจาหนาที่ของหนวยงานอื่น ๆ
- ผูใชงานตองไมบันทึกรหัสผานใน Web Browser (Remember Password) เพ่ือปองกันบุคคลอื่นที่สามารถ เขาถึงคอมพิวเตอรของผูใชงานนํารหัสผานดงักลาวไปใชงานในอินเทอรเน็ตโดยไมไดรับอนุญาต 17. ผูใชงานตองไม Download เอกสาร หรือสารสนเทศตาง ๆ เชน ขอมูล รูปภาพ วิดีโอ เสียง และซอฟตแวร (Software) ที่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือผดิกฎหมาย
- ผูใชงานตองปดเว็บเบราวเซอรเพื่อปองกนัการเขาใชงานโดยบุคคลอื่น ๆ ภายหลังจากใชงานอินเทอรเน็ตเสร็จแลว 19. การใชงานสื่อสังคมออนไลน (Social Network)
19.1 ผูใชงานตองระมัดระวังในการนําเสนอขอมูลขาวสาร การสงขอความ หรือการแสดงความคิดเห็นผาน สื่อสังคมออนไลนเพื่อไมกอใหเกิดความเสียหายแก รฟม.
19.2 ผูใชงานตองระมัดระวังในการใชสื่อสังคมออนไลนเนื่องจากพ้ืนที่บนสื่อสังคมออนไลนเปนพื้นที่ สาธารณะไมใชพื้นที่สวนบุคคล ซึ่งขอมูลการใชงานตาง ๆ จะถูกบันทึกไวและอาจมีผลทางกฎหมาย ถึงแมจะเปนการแสดงความคิดเห็นในนามชื่อบัญชีสวนตัว และพึงตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น กับ รฟม. ได
30
19.3 ผูใชงานที่ใชสื่อสงัคมออนไลนเปนเครื่องมือสื่อสารขอมูลในกิจการของ รฟม. หรือชื่อบคุ คลที่ทําใหเขาใจ ไดวาเปนบุคคลในสังกัด ตองแสดงภาพ และขอมูลใหถูกตองชัดเจนในขอมูล โปรไฟล (Profile) และ พึงใชดวยความสุภาพและมีวิจารณญาณ
19.4 ผูใชงานควรตั้งคําถามที่ใชในกรณีกูคืนบัญชีผูใชงานหรือกูคืนรหัสผาน (Forgot Your Password) ควรเลือกใชขอมูลหรือคําถามที่เปนสวนบุคคลและเปนขอมูลที่ผูอื่นคาดเดาไดยากเพื่อปองกันการสุมคําถาม จากผูประสงคราย
19.5 ผูใชงานตองไมใชระบบอีเมลของเว็บไซตประเภทสื่อสังคมออนไลน หากจําเปนตองใชจะตองระมัดระวัง ในการคลิกลิงกที่นาสงสัย โดยเฉพาะอีเมลแจงเตือนจากเว็บไซตตาง ๆ ในลักษณะเชื้อเชิญใหคลิกลิงก ที่แนบมาในอีเมล ผูใชงานตองสงสัยวาลิงกดังกลาวเปนลิงกที่ไมปลอดภัย (ลิงกท่ีถูกสรางมาเพ่ือใชขโมย ขอมูลสวนบุคคล ดวยการนําไปสูเว็บไซตที่ดูนาเชื่อถือที่ผูประสงคร ายสรางไวเพื่อใหผูใชงานกรอกขอมูล สวนบุคคล เชน รหัสผาน เปนตน )
19.6 ผูใชงานตองศึกษาการตั้งคาความเปนสวนตัวหรือ “Privacy Settings” ใหเขาใจเปนอยางดีและ ปรับแตงการตั้งคาความเปนสวนตัวใหเหมาะสมเพื่อปองกันการถูกละเมิดความเปนสวนตัวซึ่ง อาจจะสงผลกระทบตอตนเองหรือ รฟม.
19.7 ผูใชงานตองใชงานสื่อสังคมออนไลนอยา งเหมาะสม โดยไมล ะเมิดกฎหมายและไมก อใหเกิดความเสียหายหรือ สงผลกระทบตอการทํางานขององคกร
19.8 ผูใชงานควรปดการใชงานระบบโพสตขอความสาธารณะทุก ๆ สวนของเว็บไซตประเภท Social Network หากจําเปนตองใชงานตองปรับคาใหมีการตรวจสอบขอความกอนเพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสแพรกระจายลิงก ที่ไมปลอดภัยจากผูประสงคราย ซึ่งเปนหนึ่งในเทคนิคท่ใีชในการโจมตีประเภท Spear Phishing
19.9 ผูใชงานตองตรวจสอบกอนจะรับเพ่ือนเขากลุมในเว็บไซตประเภท Social Network โดยตองแนใจวา ขอมูลสวนตัวของเพื่อนคนนั้น เชน รูปถายและประวัติสวนตัวไมถูกแกไขเพื่อปลอมแปลงตัวตนจาก ผูประสงครายที่หวังแอบอางเพื่อคุกคามเปาหมาย
19.10 ผูใชงานตองตระหนักไวเสมอวาขอมูลตาง ๆ ที่ผูใชงานเผยแพรไวบนบริการสื่อสังคมออนไลนนั้นคงอยู ถาวรและผูอื่นอาจเขาถึงและเผยแพรขอมูลเหลานั้นได
19.11 ผูใชงานตองมีขอพิจารณาในการรับเพื่อนเขากลุมที่ชัดเจน และควรประกาศขอความปฏิเสธความ รับผิดชอบที่เกี่ยวกับเนื้อหาหรือขอความแสดงความคิดเห็นซึ่งถูกโพสตจากเพ่ือนในกลุมที่อาจปรากฏใน เว็บไซตป ระเภท Social Network ของผูใชงานเอง
19.12 ผูใชงานตองติดตั้งซอฟตแวรปองกันไวรัส และอัปเดตฐานขอมูลไวรัสของโปรแกรมอยูเสมอ และตอง หลีกเลี่ยงการใชโปรแกรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์เพราะอาจจะมีโปรแกรมประสงครายแฝงตัวอยูภายในเพื่อ ลักลอบ ปลอมแปลง หรือขโมยขอ มูลสําคัญของผูใชงานได
19.13 ผูใชงานตองระมัดระวังการใชถอยคาํและภาษาที่อาจเปนการดหู มิ่น ยุยง ทาทาย หรอืเปนการละเมิดตอ บุคคลอื่น กรณีบุคคลอื่นมีความคิดเห็นที่แตกตางพึงงดเวนการโตตอบดวยถอยคํารนุ แรง 19.14 ผูใชงานตองระมัดระวังกระบวนการหาขาว หรือภาพจากสื่อสังคมออนไลน โดยมีการตรวจสอบอยางถี่ถวน รอบดานและตองอางอิงแหลงที่มาเมื่อนําเสนอ เวนแตสามารถตรวจสอบและอางอิงจากแหลงขาว ไดโดยตรง
19.15 หากผูใชงานตองการใชสื่อสังคมออนไลนเปนเครื่องมือในการรายงานขาวในนามของบุคคลธรรมดาตอง แสดงใหชัดเจนวา ขอความใดเปน “ขาว” ขอความใดเปน “ความคิดเหน็สวนตัว”
19.16 การสงตอหรือเผยแพรขอมูลในสื่อสงัคมออนไลน(Social Media)
31
19.16.1 ผูใชงานตองไมสงตอหรือเผยแพรขอมูลที่เปนเท็จ ขาวลือ ขาวไมปรากฏที่มา เปนเพียงการ คาดเดา หรือสงผลเสียหายกับบุคคล สังคม หรือ รฟม.
19.16.2 ผูใชงานตองไมสงตอหรือเผยแพรขอมูลเรื่องบุคคลเสียชีวิต เด็กและเยาวชน ผูสูญหาย ผูตองหา เวนเสียแตตรวจสอบขอเท็จจริงแลวและเห็นวาเปนประโยชนตอสาธารณะ
19.16.3 ผูใชงานตองไมสงตอหรือเผยแพรขอมูลที่กระทบตอสิทธิความเปนสวนตัว และศักดิ์ศรีความ เปนมนุษย
19.17 ผูใชงานตองตั้งคาความปลอดภัยของการใชงานสื่อสังคมออนไลน และระมัดระวังการถูกนําขอมูลจากชื่อบัญชี ไปใชโดยไมเ หมาะสม ผิดวัตถุประสงคและลักษณะการแอบอางโดยบุคคลอื่น - ผูใชงานตองใชงานอินเทอรเน็ตและสื่อสังคมออนไลนโดยตระหนักถึงพระราชบัญญัติการกระทําความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอรที่บังคับใชอยูเสมอ
32
สว นท่ี11
การใชงานจดหมายอิเล็กทรอนิกส
วัตถุประสงค
▪ เพ่อืกําหนดมาตรการการใชงานจดหมายอิเล็กทรอนิกสของ รฟม. ให มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี(Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูดูแลระบบตองกําหนดสิทธิ์การเขาถึงระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกสของ รฟม. ใหเหมาะสมกับหนาที่ความ รับผดิชอบของผูใชงาน รวมทั้งทบทวนสิทธิ์การเขาใชงานอยางสม่ําเสมอ
- ผูดูแลระบบตองกําหนดบัญชีผูใชงานตามมาตรฐานจดหมายอิเล็กทรอนิกส (Email) ที่ใชในองคกร 3. ผูใชงานตองระมัดระวังในการใชจดหมายอิเล็กทรอนิกสไมใหเกิดความเสียหายตอ รฟม. ละเมิดลิขสิทธิ์ สราง ความนารําคาญตอผูอ่ืน ผิดกฎหมาย ละเมิดศีลธรรม และไมแสวงหาประโยชนหรืออนุญาตใหผูอื่นแสวงหา ผลประโยชนในเชิงธุรกิจจากการใชจดหมายอิเล็กทรอนิกสของ รฟม.
- ผูใชงานตองไมใชที่อยูจดหมายอเิล็กทรอนิกส(Email Address) ของผูอื่นเพื่ออาน รับ - สงขอความ ยกเวนไดรับการ ยินยอมจากเจาของบัญชีและใหถือวาเจาของบัญชีจดหมายอิเล็กทรอนิกสเปนผูรับผิดชอบตอการใชงานตาง ๆ ในจดหมายอิเล็กทรอนิกสของตน
- ผูใชงานตองใชท ี่อยูจดหมายอิเล็กทรอนกิสของ รฟม. เพ่อืปฏิบัติงาน ติดตอ และประสานงานของ รฟม. เทานั้น 6. ผูใชงานตองไมใชที่อยูจดหมายอิเล็กทรอนิกสฟรีของเอกชนในการปฏบิัตงิาน ติดตอ และประสานงานของ รฟม. 7. ผูใชงานตอง Logout ออกจากระบบทุกครั้ง หลังจากใชงานระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกสเสร็จสิ้นเพื่อปองกัน บุคคลอื่นเขาใชงานจดหมายอิเล็กทรอนิกส
- ผูใชงานตองตรวจสอบเอกสารแนบจากจดหมายอิเล็กทรอนิกสกอนเปดอาน โดยใชโปรแกรมปองกันไวรัส เพื่อตรวจสอบมัลแวรตา ง ๆ
- ผูใชงานตองไมเปดหรือสงตอ จดหมายอิเล็กทรอนิกสที่ไดรับจากผูสงที่ไมรจู ัก
- ผูใชงานตองใชขอความที่สุภาพในการรับ –สงจดหมายอเิล็กทรอนิกสและไมสงจดหมายที่มีเนื้อหาอาจทําให รฟม. เสียชื่อเสียงหรอืทําใหเกิดความแตกแยกภายใน รฟม.
- ผูใชงานตองไมระบุความสําคัญของขอมูลลงในหัวขอจดหมายอิเล็กทรอนิกสและตองเขารหัสเพื่อปองกัน การเขาถึงขอมูลโดยผูไมเกี่ยวของเมื่อมีการสงขอมูลที่เปนความลับ
- ผูใชงานตองตรวจสอบตูเก็บจดหมายอิเล็กทรอนิกสของตนเองทุกวนั และตองจัดเก็บจดหมายอิเล็กทรอนิกสในตูของตน ใหเหลือจํานวนนอยที่สุด หากมีขอมูลที่จําเปนตองนํามาใชอางอิงในการปฏิบัติงานภายหลังใหผูใชงานโอนยาย จดหมายอิเล็กทรอนิกสมายังเครื่องคอมพิวเตอรของตน ทั้งนี้ เพื่อลดปริมาณการใชเนื้อที่ของระบบจดหมาย อิเล็กทรอนิกส
33
สว นท่ี12
การสํารองขอมูลและการเก็บรักษาขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร
วัตถุประสงค
▪ เพื่อใหมีขอมูลสํารองไวใชงานในกรณีท่ีขอมูลหลักเกิดความเสียหายไมสามารถใชงานหรือเขาถึงไดหรือเมื่อเกิด ภาวะฉุกเฉินตาง ๆ
▪ เพื่อใหมกีารปฏิบัติท่สีอดคลองกับกฎหมาย พระราชบัญญตัิหรอืขอบังคับภายนอกอื่น ๆ ผูรับผิดชอบ
▪ ผูบงัคับบัญชา
▪ ผูดูแลระบบ
▪ เจาของขอมูล
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - การสํารองขอ มลูระบบแมขาย
ขอมูลระบบแมขายและขอมูลสําคัญซึ่งเปนความลับของ รฟม. ตองไดรับการเก็บรักษาไวที่ระบบเก็บขอมูล สวนกลาง และสํารองขอมูลไวอยางสม่ําเสมอ เพื่อใหมีขอมูลสํารองไวใช ในกรณีที่ขอมูลหลักเกิดความเสียหาย หรือไมสามารถใชงาน ความถี่ในการดําเนินการสํารองขอมูลและข้นัตอนการสํารองขอมูลระบบแมขา ยเปนความ รับผดิชอบของ ฝทท. โดยมีแนวปฏบิัติดังนี้
1.1 ผูบังคับบัญชากําหนดผูรับผดิชอบในการสํารองขอมูล
1.2 ผูดูแลระบบตองกําหนดชนิดของขอมูลของระบบที่มีความจําเปนตองสํารองขอมูลเก็บไว เชน ขอมูล คาคอนฟกกูเรชัน (Configuration) ขอมูลคูมือการปฏิบัติงานสําหรับระบบ ขอมูลในฐานขอมูลของ ระบบงาน ขอมูลซอฟตแวร เชน ซอฟตแวรระบบปฏิบัติการ ซอฟตแวรระบบงาน และซอฟตแวรอื่น ๆ เปนตน
1.3 ผูดูแลระบบตองสํารองขอมูลตามความถี่ที่กําหนดไว ทั้งนี้ หากเปนขอมูลที่สนับสนุนกระบวนการทํางานที่ สําคัญของ รฟม. ใหสํารองตามความถี่ที่ รฟม. กาํ หนด
1.4 ผูดูแลระบบตองตรวจสอบวาการสํารองขอมูลสําเร็จครบถวนหรือไม หากไมสําเร็จใหหาสาเหตุและ ดําเนินการแกไขอีกครั้งหนึ่ง
1.5 ผูดูแลระบบตองนําขอมูลที่สาํรองไวไปเก็บไวทั้งภายในและภายนอก รฟม. อยางนอยอยางละ 1 ชุด 1.6 ผูดูแลระบบทดสอบกูคืนขอมูลที่สาํ รองเก็บไวอยางสม่ําเสมออยางนอยปละ 1 ครั้ง เพื่อใหมนใจวาขอมูล ั่ ที่สาํรองไวมคีวามถูกตอง ครบถวน และพรอมใชงาน - การสํารองขอ มลคอมพิวเตอรสวนบุคคล ู ผูใชงานจะตองสํารองขอมูลสําคัญท่ีเก็บรักษาไวในเครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคลหรือคอมพิวเตอรหรอือุปกรณพกพา อื่น ๆ อยางสม่ําเสมอ ความถี่ในการสํารองขอมูลขึ้นอยูกับความถี่ของการเปลี่ยนแปลงของขอมูลและระดับ ความสําคัญของขอมูลหากเกิดการสูญหาย
- การเก็บรักษาขอมูลจราจรคอมพิวเตอร เพื่อใหสามารถระบุตัวบุคคลผูใชงานไดอยางถูกตอง ผูดูแลระบบตองดําเนินการ ดังนี้
3.1 เลือกใชนาฬิกาจากแหลงที่นาเชื่อถือที่มีการเชื่อมตอในลําดับชั้น Stratum 0 โดยนาฬิกาจากแหลงดังกลาวจะตอง ไดรบัการอนุมัติใหใชงาน
3.2 ตั้งนาฬิกาของอปุ กรณที่ใหบริการทุกชนดิจาก NTP Server ของ รฟม. เทานั้น
34
3.3 ตองทบทวนนาฬิกาที่ NTP Server อยางนอยสปัดาหละ 1 ครั้ง
3.4 ตองจัดเก็บรักษาขอมูลจราจรคอมพิวเตอร โดยระยะเวลาในการเก็บตามประกาศกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารเรื่อง หลักเกณฑการเก็บรักษาขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอรของผใูหบริการ พ.ศ.2550 (อยา งนอย90 วัน)
3.5 เก็บรักษาขอมูลจราจรคอมพิวเตอรในสื่อที่สามารถรักษาความครบถวนถูกตองแทจริง มีการเก็บรักษา ความลับของขอมูลตามระดับชั้นความลับในการเขาถึงตามที่ รฟม. กาํ หนด
3.6 ประเภทของสารสนเทศที่เก็บรกัษา แสดงตามตาราง
ประเภทของสารสนเทศ กฎหมายที่เกี่ยวของ ระยะเวลาการเก็บ
-
พระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผดิ
Authentication Server Logs
รักษา (ป) 1
(RADIUS, TACACS)
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร พ.ศ. 2550 -
พระราชบัญญัตวิาดวยการกระทําความผิด
Email Server Logs 1
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 -
ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Web Application Server Logs 1 เรื่อง หลักเกณฑการเก็บรักษาขอมูลจราจรทาง
NTP Server Logs 1
คอมพิวเตอรของผูใหบริการ พ.ศ. 2564
DHCP Server Logs 1 IPS Logs 1 Firewalls Logs 1 Routers & Switches Logs 1
Active Directory Logs1
- การจัดเก็บบันทึกขอมูลล็อกและการเฝาระวัง (Logging and Monitoring)
4.1 ผูดูแลระบบตองมีการจัดเก็บบันทึกเหตุการณ (Event Logs) การใชงานระบบสารสนเทศ 4.2 ผูดูแลระบบตองเก็บบันทึกขอมูล AuditLog ซึ่งบันทึกกิจกรรมการใชงานของผูใชงานระบบสารสนเทศและ เหตุการณเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยตาง ๆ เพื่อประโยชนในการสืบสวน สอบสวน และเพื่อการติดตาม การควบคุมการเขาถึง
4.3 ผูดูแลระบบตองมีการตรวจสอบขอมูลบันทึกเหตกุ ารณอยางสม่ําเสมอ (Log Review)
4.4 ผูดูแลระบบตองไมลบขอมูลล็อก (Log) หรือปดการใชงานการบันทึกขอมูลล็อก (Log) 4.5 ผูดูแลระบบตองปองกันระบบสารสนเทศที่จัดเก็บล็อก (Log)และขอมูลล็อก(Log) เพื่อปองกันการเขาถึงหรือ แกไขเปลี่ยนแปลงโดยไมไดรับอนุญาต
35
สว นท่ี13
การตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง
วัตถุประสงค
▪ เพื่อใหมีการตรวจสอบการดําเนินงานของระบบจัดการความม่นัคงปลอดภัยสารสนเทศและปรับปรุงอยางตอเนื่อง ▪ เพื่อควบคุม และติดตามการปฏิบัติงานของผูดูแลระบบสารสนเทศ ใหสอดคลองตามขอกําหนด กฎหมาย หรือ ระเบียบขอบังคับที่เก่ยีวของกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
▪ เพื่อประเมินความเสี่ยงดานความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศและบริหารจัดการความเสี่ยงใหอยูในระดับที่ องคกรยอมรับได
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูบงัคับบัญชา
▪ ผูดูแลระบบ
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ ขอกําหนดหลัก: การวางแผน (Planning)
▪ ขอกําหนดหลัก: การตรวจประเมินภายใน (Internal Audit)
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูบังคับบัญชา ตองกําหนดใหมีแนวทางในการดําเนินงานของระบบสารสนเทศสอดคลองกับกฎหมาย พระราชบัญญัติกฎระเบียบ ขอบังคับที่เกี่ยวของกับความม่ันคงปลอดภัยสารสนเทศโดยตองจัดทําเปน ลายลักษณอักษร และมีการปรับปรงุ ใหเปนปจจุบันอยูเสมอ
- ผูบงัคับบัญชา ตองกาํ หนดมาตรการในการควบคมุ และบริหารจัดการสินทรัพยทางปญญา ไดแกลิขสิทธิ์ในเอกสาร หรือซอฟตแวร เครื่องหมายการคา สิทธิบัตร และใบอนุญาตการใชงานซอรสโคด หรือการใชงานซอฟตแวร เพื่อใหการดําเนินงานเปนไปตามขอกําหนดทั้งในแงของขอสัญญา และดานกฎหมาย พระราชบัญญัติกฎระเบียบ ขอบังคับดานสินทรัพยทางปญญาท่เีกี่ยวของ
- ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมใหมีการคุมครองขอมูลสวนบุคคลโดยใหสอดคลองกับกฎหมาย พระราชบัญญัติ กฎระเบียบ ขอบังคับที่เก่ยีวของ
- ผูบงัคับบัญชา ตองกาํกับดูแล และควบคุมการปฏิบัติงานของผูที่อยูใตการบังคับบัญชา เพื่อปองกนัการใชงานระบบ สารสนเทศผิดวัตถุประสงค หรือละเมิดตอนโยบายและแนวทางปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ สารสนเทศของ รฟม.
- ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมใหมีการปองกันขอมูลสําคัญขององคกร ขอมูลสําคัญท่ีเกี่ยวของกับขอกําหนดทาง กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคบั สัญญา ควรไดรับการปองกันจากการสูญหาย ถูกทําลาย และปลอมแปลง 6. ผูบังคับบัญชาตองจัดใหมีการตรวจสอบการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ โดยผูตรวจสอบ ภายใน (Internal Auditor) หรือโดยผูตรวจสอบอิสระดานความมั่นคงปลอดภัยจากภายนอก (External Auditor) ตามระยะเวลาอยางนอยปละ 1 ครั้ง
- ผูดูแลระบบตองกําหนดกระบวนการตรวจสอบและการแจงเตือนเมื่อเกิดเหตุผิดปกติเกี่ยวกับการใชงาน ทรัพยากร (Capacity) กําหนดเกณฑการใชงานทรัพยากรและวางแผนดานทรัพยากรสารสนเทศใหรองรับการ ปฏิบัติงานในอนาคตอยา งเหมาะสม รวมถึงตองติดตามผลการใชงานทรัพยากรสารสนเทศ
36 - ผูดูแลระบบตองมีการตรวจสอบการทํางาน (Monitor) ของระบบสารสนเทศอยางสม่ําเสมอและเสนอผูบังคับบัญชา รับทราบเมื่อมีเหตุการณผิดปกติเกิดขึ้น รวมถึงแจงผูเกี่ยวของเพื่อดําเนินการแกไขโดยไมชักชา 9. ผูดูแลระบบ ตองปองกันการเขาใชงานเครื่องมือที่ใชเพื่อการตรวจสอบ เพื่อมิใหเกิดการใชงานผิดประเภทหรือถูก ละเมิดการใชงาน (Compromise) โดยควบคุมการเขาถึง และตรวจสอบการนําเครื่องมือไปใชงานอยา งสม่ําเสมอ 10. ผูดูแลระบบตองประเมินความเสี่ยงของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยางนอยปละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงอยางมีนยัสําคัญ
- ผูบังคับบัญชาตองติดตามผลการดําเนินการตามแผนบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Treatment Plan) เปนประจําทุกไตรมาส
- ผูดูแลระบบตองประเมินความเสี่ยงแลวจัดลําดับความสําคัญของความเส่ยีงนั้นและคนหาวิธีการเพ่ือลดความเสี่ยง ตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด พรอมทั้งพิจารณาขอดีขอเสียของวิธีการเหลานั้นเพื่อใหผูบริหารของ รฟม. ตัดสินใจ เลือกวิธีการเพื่อลดความเสี่ยงหรือยอมรับความเสี่ยง เมื่อเลือกวิธีการลดความเสี่ยงแลวผูบริหารตองจัดสรร ทรัพยากรอยางเพียงพอเพื่อดําเนนิการ แนวทางการลดความเสี่ยง แบงไดเปน 3 รูปแบบ ไดแก 12.1 การเลือกใชเทคโนโลยี เพื่อใชในการลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศ รฟม. เปนวิธีที่จําเปนตองใชงบประมาณและทรัพยากรอยางเพียงพอในการดําเนินการ เชน การเลือกใชอุปกรณ Firewall มากกวาหนึ่งผลิตภัณฑในการปองกันการเขาถึงเครือขายที่สําคัญ การใช อุปกรณสมารทการด หรือ USB Token ในการตรวจสอบยืนยนัตัวตนในการเขาใชงานระบบจากภายนอก
13.1 ผูดูแลระบบ ตองวางแผนการตรวจสอบและประเมินชองโหวหรือจุดออนดานความมั่น คงปลอดภัย
รฟม. เปนตน
12.2 การปรับเปลี่ยนขั้นตอนปฏิบัติ ตองออกแบบขั้นตอนปฏิบัติใหมที่รัดกุมและสามารถรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รฟม. ไดดีขึ้น เมื่อออกแบบขั้นตอนปฏิบัติใหมแลวตองมีการ พิจารณาหารือความเหมาะสม ความเปนไปไดและผูบริหารตองเปนผูอนุมัติใหมีการบังคับใชขั้นตอน ปฏิบัติใหมนั้น
12.3 ผูดูแลระบบตองแจงขั้นตอนปฏิบัติใหผูเกี่ยวของรับรูอยางทั่วถึง รวมทั้งตองจัดฝกอบรมผูใชงาน ที่เกี่ยวของเพื่อใหสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนปฏิบัตใหม ิ ไดอยา งราบร่นืและมีประสิทธิภาพ 13. การตรวจสอบความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ
สารสนเทศ และแจงผูท่เีกี่ยวของเพื่อแกไขในกรณีที่พบวาชองโหวหรือจุดออนนั้นอาจเปนเหตุการณดาน ความม่นัคงปลอดภัย อยางนอยปละ 1 ครั้ง
13.2 ผูดูแลระบบตองตรวจสอบระบบสารสนเทศที่จะตองมีการปรับปรุงเมื่อมีเวอรชันใหม (Patch) รวมทั้งขอมูล ที่เกี่ยวของกับชองโหวดานเทคนิคอยางสม่ําเสมอเพื่อใหทราบถงึภัยคุกคามและความเส่ยีง รวมถึงหาวิธีปองกัน และแกไขที่เหมาะสมกับชองโหวนั้น
13.3 ผูใชงาน ผูดูแลระบบ และหนวยงานภายนอกตองบันทึกและรายงานชองโหวหรือจุดออนใด ๆดานความมั่นคง ปลอดภัยสารสนเทศ ที่อาจสังเกตพบระหวางการติดตามการใชงานระบบสารสนเทศ ผา นชองทางบริหาร จัดการที่กําหนดไวอยางเหมาะสม และตองดําเนินการปดชองโหวที่มีการตรวจพบหรือไดรับแจง 14. การวิเคราะหขอมูลเชิงลกึของภัยคุกคาม (Threat Intelligence)
14.1 ผูดูแลระบบตองรวบรวมขอมูลที่เกี่ยวของกับภัยคุกคามทั้งจากภายในและภายนอกองคกร เชน ชองโหว หรือ เหตุการณภ ัยคุกคามตาง ๆ ที่เกิดขึ้น
14.2 ผูดูแลระบบตองนําขอมูลภัยคุกคามท่ีรวบรวมไดมาวิเคราะหเชิงลึก ไดแก Tactics, Techniques หรือ Procedures (TTPs) ที่กลุมผูไมประสงคดีนํามาใช รวมถึงแรงจูงใจ เปาหมาย และพฤติกรรมการโจมตี ของผูไมประสงคดี เพื่อให รฟม. สามารถจัดเตรียมวิธีการปองกันหรือวิธีการรับมือกับภัยคุกคาม ไดอยางมีประสิทธิภาพและทันทว งที
37 - ผูดูแลระบบตองมีการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการจัดเตรียมการใหบริการ การดูแลปรับปรุง นโยบายในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศ ขั้นตอนปฏิบัติงาน หรือการควบคุมเกี่ยวกับความมั่นคง ปลอดภัยดานสารสนเทศ โดยคํานึงถึงระดับความสําคัญของการดําเนินธุรกิจที่เกี่ยวของและการประเมินความเสี่ยง อยางตอเนื่อง
- การเตรียมความพรอมกรณีฉุกเฉิน
เพื่อใหมีการบริหารจัดการความตอเนื่องใหกับกระบวนการทางธุรกิจที่สําคัญขององคกร เมื่อมีเหตุการณที่ทําให เกิดการหยุดชะงกัหรือติดขัดตอกระบวนการดังกลา ว โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้
16.1 ผูดูแลระบบตองกําหนดระบบที่มีความสําคัญทั้งหมดขององคกร และจัดทําเปนบัญชีรายชื่อระบบ ดังกลาวรวมทั้งปรับปรุงรายช่อืระบบสาํคัญและบัญชีฯ ตามความเปนจริง
16.2 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบประเมินความเสี่ยงสําหรับระบบเหลานั้น กําหนดมาตรการเพื่อลดความเสี่ยง ที่พบและจัดทํารายงานการประเมินความเสี่ยง
16.3 ผูดูแลระบบตองทบทวน/ปรับปรุงแผนบริหารความตอเนื่องทางธุรกิจ (Business Continity Plan: BCP) อยางนอยปละ 1 ครั้ง
16.4 ผูดูแลระบบจัดทําและปรับปรุงแผนกูคืนระบบอยางนอยปละ 1 ครั้ง
16.5 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบตองทดสอบแผนบริหารความตอเนื่องทางธุรกิจและแผนกูคืนระบบอยางนอย ปละ 1 ครั้ง พรอมท้งับันทึกผลการทดสอบรวมถึงปญ หาท่พี บ และนําเสนอผลการทดสอบและแนวทางแกไข ตอผูบังคับบัญชา
16.6 ผูดูแลระบบตองจัดประชุมและชี้แจงใหผูที่เกี่ยวของทั้งหมดไดรับทราบเกี่ยวกับแผนบริหารความตอเน่ือง ทางธุรกิจและแผนกูคืน และผลของการฝกซอมการกูคืนระบบและผลการทดสอบแผนบริหารความตอเนื่อง ทางธุรกิจ
38
สว นท่ี14
การถายโอน และแลกเปลี่ยนขอ มูลสารสนเทศ
วัตถุประสงค
▪ เพื่อใหมกีารควบคุมการถายโอนและแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศ ปองกันการรั่วไหล หรือมีการแกไขขอมูลโดยที่ ไมไ ดรับอนุญาต รวมถงึการปองกันสื่อบันทึกขอมูลใหมีความปลอดภัยเปน ไปตามขอกําหนด ผูรับผิดชอบ
▪ ผูบงัคับบัญชา
▪ เจาของขอมูล
▪ ผูดูแลระบบ
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ
- ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมใหมีการจัดทํานโยบาย และขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อปองกันขอมูลสารสนเทศที่มีการ สื่อสาร หรือแลกเปลี่ยนผานระบบสารสนเทศใหเหมาะสมตามระดับชั้นความลับขอมูลสารสนเทศ ตามขั้นตอนที่ รฟม. กาํ หนด
- ผูบงัคับบัญชา และเจาของขอ มลู ตองควบคุมใหมีการจัดทําขอตกลงในการแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศระหวาง องคกรกับบุคคลหรอืหนวยงานภายนอก
- ผูดูแลระบบตองแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศตองแลกเปลี่ยนผานชองทางที่ปลอดภัย เชน Web Service ที่ใชงาน ผานโปรโตคอล HTTPS
- ผูดูแลระบบตองปดบังขอมูล (Data Masking) ทั้งขอมูลสวนบุคคลและขอมูลออนไหวขององคกร (Sensitive Data) ที่มีการถายโอนหรือแลกเปลี่ยนขอมูล
- ผูดูแลระบบ ตองมีการปองกันขอมูลสารสนเทศที่มีการสื่อสารกันผานขอมูลอิเล็กทรอนิกส (Electronic Messaging) เชน จดหมายอิเล็กทรอนิกส (Email) หรือ Instant Messaging ดวยวิธีการหรือมาตรการที่เหมาะสม 6. ผูดูแลระบบ ตองปองกันขอมูลสารสนเทศที่มีการแลกเปลี่ยนในการทําพาณิชยอิเล็กทรอนิกส (Electronic Commerce) ผานเครือขายคอมพิวเตอรสาธารณะ เพื่อมิใหมีการฉอโกง ละเมิดสัญญา หรือมีการรั่วไหล หรือ ขอมูลสารสนเทศถูกแกไขโดยมิไดรับอนุญาต
- ผูดูแลระบบ ตองปองกันขอมูลสารสนเทศท่ีมีการสื่อสาร หรือแลกเปลี่ยนในการทําธุรกรรมทางออนไลน (Online Transaction) เพื่อมิใหมีการรับสงขอมูลท่ีไมสมบูรณสงขอมูลไปผิดที่ การรั่วไหลของขอมูล ขอมูลถูกแกไข เปลี่ยนแปลง ถูกทําซ้ําใหม หรือถูกสงซํ้าโดยมิไดรับอนุญาต
- ผูดูแลระบบ ตองควบคุมการรับสงขอมูลสารสนเทศเพื่อปองกนัความผิดพลาด ดังนี้
8.1 ความไมสมบูรณของขอมูลสารสนเทศที่รับ-สง
8.2 การสงขอมูลสารสนเทศผิดจุดหมายปลายทาง
8.3 การเปลี่ยนแปลงขอมูลสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต
8.4 การเปดเผยขอมลูสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต
8.5 การเขาถึงขอมูลสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต
8.6 การนําขอ มูลสารสนเทศกลับมาใชใหมโดยไมไดรับอนุญาต - เจาของขอมลู และผูดูแลระบบ ตองมีการปองกันขอมูลสารสนเทศที่มีการเผยแพรตอสาธารณชน มิใหมีการแกไข เปลี่ยนแปลงโดยมิไดรับอนุญาต เพื่อรักษาความถูกตองครบถวนของขอมูลสารสนเทศ
39
สว นท่ี15
การควบคมุ การเขารหัส
วัตถุประสงค
▪ เพื่อใหมีการเขารหัสขอมูลอยางเหมาะสมและมีประสิทธิผลในการปกปองความลบั ปองกัน การปลอมแปลงขอ มูลและ ควบคุมความถูกตองของขอมูล
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ เจาของขอมูล
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - เจาของขอมลู ตองเขารหัส หรือการใสร หสัผานขอมูลอิเล็กทรอนิกสขององคกรตามระดับชั้นความลับเพื่อปองกัน ผูไมมสีิทธิ์เขาถึง ตามระเบียบวาดวยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด 2. เจาของขอมูล ผูดูแลระบบ และผูใชงานตองปฏิบัติตามระเบียบวาดวยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 ในการนําการเขารหัสมาใชกับขอมูลที่เปนความลับจะตองใชวธิีการเขารหสั (Encryption) ที่เปนมาตรฐานสากล 3. ผูดูแลระบบ ตองใชวิธีการเขารหัส (Encryption) ที่เปนมาตรฐานสากล หลีกเลี่ยงการใชรูปแบบการเขารหัส ที่พัฒนาขึ้นเอง เพื่อใหมั่นใจวาขั้นตอนวิธี (Algorithm) ที่ใชในการเขารหัสน้นั มีความมั่นคงปลอดภัย ดังนี้
ประเภทกุญแจ / วิธีการเขารหัส เกณฑขั้นต่ํา ความยาวกุญแจ (อยางนอย) กุญแจแบบสมมาตร (Symmetric) AES 256 bits
กุญแจแบบอสมมาตร (Asymmetric) RSA 1024 bits
การ Hashing
BCrypt
Cost Factor 10ขึ้นไป
- ผูดูแลระบบ ตองมีการทบทวนข้นัตอนวิธี(Algorithm) และความยาวของกุญแจที่เขารหัสอยางนอยปละ 1 ครั้ง เพื่อใหยังสามารถรักษาไวซึ่งความมั่นคงปลอดภัย
- ผูดูแลระบบ ตองกําหนดใหมีการบริหารจดัการกุญแจที่ใชในการเขารหัส ดังนี้
5.1 การสรางกุญแจรหัสควรกระทําในสถานที่ที่มีมาตรการปองกันความปลอดภัย
5.2 เมื่อมีการสรางกุญแจรหัสที่เปนกุญแจลับ (Private key) ควรสงมอบใหกับเจาของกุญแจโดยตรง โดยวิธีการ ที่ปลอดภัย
5.3 ควรจัดใหมีการเก็บบนั ทึก Log เพื่อการตรวจสอบสําหรับกิจกรรมตาง ๆ ท่เีกี่ยวของกบัการจัดการกุญแจรหัส 6. ผูใชงาน ควรรักษาความปลอดภัยในการใชงานกุญแจ ดังนี้
6.1 เก็บกญุ แจรหัสในสถานที่ที่ปลอดภัย เชน ตูนิรภัย หรือสื่อบนั ทึกที่ปลอดภัย และไมมใีครสามารถเขาถึงได 6.2 เมื่อมีการรับกญุ แจสาธารณะ (Public Key) มาใช กอนใชงานจะตองพิสูจนความถูกตองของกุญแจสาธารณะ โดยสอบถามกับผูสงหรือตรวจสอบกับผูแทนในการรับรองความถูกตองของกุญแจสาธารณะ (Certificate Authority) ที่เชื่อถือไดเทานั้น
6.3 ควบคุมการใชงานและจัดเก็บกุญแจใหสอดคลองกับการรักษาความลับขอมูลตามที่ รฟม. กาํ หนด
40
สว นท่ี16
การนําอปุ กรณสวนตัวมาใชงาน (Bring your own device)
วัตถุประสงค
▪ เพื่อควบคุมการนําอุปกรณสวนตัวมาเชื่อมตอหรือเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. ที่ใชในการบริหารจัดการ ระบบสารสนเทศของ รฟม. หรือปฏิบัติงานให รฟม. ทั้งนี้เพื่อปองกันภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นกับระบบ สารสนเทศของ รฟม. รวมถึงเพื่อปองกันไมใหขอมูลของ รฟม. เกิดการรั่วไหล
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานบุคลากร (People Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูดูแลระบบตองกําหนดคุณสมบัติของระบบปฏิบัติการของอุปกรณสวนตัวที่อนุญาตใหนํามาเชื่อมตอหรือเขาถึง ระบบงานสารสนเทศของ รฟม. ได โดยตองเปนระบบปฏิบัติการที่ไมลาสมัย (Obsolete Operating System) และยังไดรับการสนับสนุนการใชงานจากเจาของผลิตภัณฑ
- ผูดูแลระบบตองตัดการเชื่อมตอหากระบบปฏิบัติการของอุปกรณสวนตัวที่อนุญาตใหนํามาเชื่อมตอหรือเขาถึง ระบบงานสารสนเทศของ รฟม. เกิดการลาสมัย (Obsolete Operating System) หรือเจาของผลิตภัณฑ ไมสนับสนุนการใชงานแลว
- ผูดูแลระบบตองมีมาตรการปองกันมัลแวร และตรวจสอบการอัปเดต Patch เวอรชันของระบบปฏิบัติการท่ี เจาของผลิตภัณฑยังใหการสนับสนุนการใชงาน
- ผูดูแลระบบตองไมอนุญาตใหอุปกรณที่มีการปรับแตงการเขาถึงระบบปฏิบัติการ (Rooted/Jailbroken) มาเชื่อมตอ หรือเขาถงึระบบสารสนเทศของ รฟม.
- ผูดูแลระบบตองแบง แยกเครือขายของอุปกรณสวนตัวที่นํามาเชื่อมตอหรือเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. 6. ผูดูแลระบบตองทบทวนเวอรชันของระบบปฏิบัติการที่อนุญาตใหนํามาเชื่อมตอกับระบบสารสนเทศของ รฟม. อยางนอยปละ2คร้ัง หากมีการเปลี่ยนแปลงเวอรชันของระบบปฏบิัติการที่อนุญาตใหเขาถึงระบบสารสนเทศของรฟม. ผูดูและระบบตองแจงใหผูใชงานรับทราบลวงหนา 7 วัน กอนเริ่มบังคับใช
- ผูใชงานตองติดตั้งโปรแกรมปองกันมัลแวรตามเง่อืนไขที่ รฟม. กาํ หนด
- ผูใชงานตองไมนําอุปกรณสวนตัวที่ติดต้ังแอปพลิเคชันนอก Official Store มาเชื่อมตอหรือเขาถึงระบบงาน สารสนเทศของ รฟม.
- ผูใชงานตองไมนําอุปกรณสวนตัวท่ีติดตั้งโปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์มาเชื่อมตอหรือเขาถึงระบบงานสารสนเทศ ของ รฟม.
- ผูใชงานตองอัปเดต Patch ของระบบปฏิบัติการที่อุปกรณสวนตัวใหเปนเวอรช ันลาสุดรวมถงึตองเปนระบบปฏบิัติการ ที่เจาของผลิตภัณฑยังใหการสนับสนุนการใชงาน
- ผูใชงานตองยืนยันตัวตนกอนเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. ทุกคร้งั
- ผูใชงานตองติดตั้ง Network Access Control agent (NAC agent) หรือ Mobile Device Management Agent (MDM Agent) ตามที่ รฟม. กําหนด เพื่อควบคุมการใชงานเครือขา ยและการเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. 13. กรณีอุปกรณสวนตัวสูญหายหรือถูกขโมยผูใชงานตองแจงผูดูแลระบบโดยเร็วที่สุด เพื่อจัดการขอมูลที่จัดเก็บอยู ในอุปกรณสวนตัวของผูใชงาน
- ผูใชงานตองเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. ผานชองทางที่ รฟม. กําหนด เชน VPN
41
สว นท่ี17
การใชบริการ Cloud (Cloud Services)
วัตถุประสงค
▪ เพื่อควบคุมการเลือกใชงาน การบริหารจัดการ และการยกเลิกการใชบริการ Cloud อยางปลอดภัย ผูรับผิดชอบ
▪ ผูบงัคับบัญชา
▪ ผูดูแลระบบ
▪ เจาของระบบ/เจาของขอมูล
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูบังคับบัญชาตองควบคุม กาํกบั ดูแล ใหการใชงานบริการ Cloud สอดคลองตามที่กฎหมาย นโยบาย ระเบียบ หรือขอบงัคับที่ภาครัฐกําหนด
- ผูดูแลระบบตองวิเคราะหความเสี่ยงกอนเลือกบรกิาร Cloud มาใชงานภายในองคกร
- ผูดูแลระบบตองเลือกใชบริการ Cloud ตามที่กฎหมาย นโยบาย ระเบียบ หรือขอบังคับที่ภาครัฐกาํ หนด 4. ผูดูแลระบบตองเลือกผูใหบริการ Cloud (Cloud Service Provider) ที่เหมาะสมกับการดําเนินงานองคกร 5. ผูดูแลระบบตองพิจารณาขอกําหนดหรือเงื่อนไขของผูใหบริการ Cloud (Cloud Service Provider) ใหชัดเจน กอนตัดสินใจเลือกใชบริการ
- ผูดูแลระบบตองเลือกใชบริการ Cloud ที่เหมาะสมกับการดําเนินงานขององคกร
- ผูดูแลระบบตองเลือกใชบริการ Cloud ที่มีการรักษาความปลอดภัย การบริหารจัดการความตอเนื่องทางธุรกิจ และการจัดใหมีระบบฉุกเฉินสํารองตามมาตรฐานสากล เชน ISO, NIST หรือ CSA STAR
- ผูดูแลระบบตองเลือกใชบริการ Cloud ท่ีมีความพรอมใชงานของบริการครอบคลุมรอยละของเวลาที่พรอม ใหบริการตอป (Uptime) อยางนอยรอยละ 99.00
- ผูดูแลระบบตองเลือกใชบริการ Cloud ที่มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของขอมูลสวนบุคคลตาม พ.ร.บ. คุมครอง ขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคลของสหภาพยุโรป (General Data Protection Regulation: GDPR) หรือเทียบเทา
- ผูดูแลระบบ และเจาของระบบ/เจาของขอมูลตองพิจารณาขอมูลสารสนเทศที่จะนําไปใชงานบนระบบ Cloud ใหสอดคลองตามที่กฎหมาย นโยบาย ระเบียบ หรือขอ บังคบั ที่ภาครัฐกาํ หนด
- ผูดูแลระบบตองติดตาม ทบทวน และประเมินผลการใชบริการ Cloud อยางนอยปละ 1 ครั้ง