ประกวดราคาจ้างจ้างบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังและส่งเสริมการลงทุนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
กรุงเทพมหานคร โดยสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล มีความประสงค์จ้างบริการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ของศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังและส่งเสริมการลงทุนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมีราคากลาง 1,279,583.34 บาท โครงการนี้มุ่งมั่นรักษาการทำงานของศูนย์ข้อมูลซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการรวบรวม วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ให้แก่นักลงทุนและประชาชน
ขอบเขตงานครอบคลุมการบำรุงรักษาระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) หรือระบบให้บริการข้อมูลผ่านเว็บไซต์ที่ใช้ซอต์ฟแวร์ SAS Enterprise Business Intelligence หรือซอฟต์แวร์วิเคราะห์สถิติอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ ระบบโปรแกรม เว็บไซต์ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาสัญญา นอกจากนี้ยังรวมถึงการให้คำปรึกษาและสนับสนุนเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครในการนำเข้าข้อมูลและการสร้างรายงานจากระบบ ตลอดจนการจัดทำเอกสารรายงานการบำรุงรักษาและการเพิ่มประสิทธิภาพระบบอย่างละเอียดครบถ้วนตามที่กำหนด
English summary
The Bangkok Metropolitan Administration (BMA), through the Bureau of Strategy and Evaluation, intends to hire a contractor for the maintenance of the computer system at the “Fiscal and Investment Promotion Economic Data Center in the Bangkok Metropolitan Area” for the fiscal year 2025, with a median project price of 1,279,583.34 THB. This project aims to ensure the continuous, modern, and efficient operation of the Data Center, which serves as a crucial tool for collecting, analyzing, and disseminating Bangkok’s economic data to investors and the public.
The scope of work involves the maintenance of a Data Warehouse or web-based data service system utilizing SAS Enterprise Business Intelligence software or other similar statistical analysis software. The contractor is responsible for maintaining the related computer systems, software, websites, and networks to ensure uninterrupted and effective service throughout the contract period. Additionally, the work includes providing consultation and support to BMA staff on data entry and report generation from the system, as well as delivering detailed maintenance reports and system optimization documentation as specified.
ศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังและส่งเสริมการลงทุนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร (ไม่ระบุที่อยู่เฉพาะ)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้ศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังฯ สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ทันสมัยและมีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา
- เพื่อปรับปรุงข้อมูลของระบบศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังฯ ให้เป็นปัจจุบัน
- เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำและสนับสนุนการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครในการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังฯ รวมทั้งในการสร้างรายงานจากระบบเพิ่มเติม
- เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครที่ปฏิบัติงานในศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องมีความรู้ความเข้าใจ และมีทักษะในการนำเข้าข้อมูล รวมถึงมีการปรับปรุงและแก้ไขข้อมูล
ขอบเขตของงาน
- บำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ ศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังและส่งเสริมการลงทุนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งครอบคลุมระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) หรือระบบการให้บริการข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ที่ใช้ซอฟต์แวร์ SAS Enterprise Business Intelligence หรือซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลสถิติอื่นๆ
- บำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ ระบบโปรแกรม เว็บไซต์ ระบบเครือข่าย (Network) และงานด้านสถิติที่เกี่ยวข้อง
- ปรับปรุงข้อมูลภายในระบบให้เป็นปัจจุบัน
- ให้คำปรึกษา แนะนำ และสนับสนุนการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ในการนำเข้าข้อมูลและสร้างรายงานจากระบบ
- จัดทำเอกสารและรายงานต่างๆ ตามที่กำหนด ได้แก่ รายงานการสำรวจระบบ (System Initiative Report), แผนการเพิ่มประสิทธิภาพระบบ, รายงานการบำรุงรักษาระบบรายเดือน, รายงานสรุปผลการเพิ่มประสิทธิภาพ และรายงานสรุปสุดท้าย (Final Report)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานการเข้าสำรวจระบบเพื่อการบำรุงรักษา (System Initiative Report)
- รายงานแผนการเพิ่มประสิทธิภาพระบบศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังฯ (ภายใน 5 วันทำการหลังลงนามสัญญา)
- รายงานการบำรุงรักษาระบบรายเดือน (เมษายน - มิถุนายน 2569 และ กรกฎาคม - กันยายน 2569) พร้อมเนื้อหา: รายงานสถานภาพระบบ, รายงานการเข้าปฏิบัติงาน, รายงานการประชุมประจำเดือน
- รายงานสรุปการบำรุงรักษาระบบภาพรวม (เมษายน-มิถุนายน และ กรกฎาคม-กันยายน) พร้อมเนื้อหา: รายงานสรุปการบำรุงรักษา, รายงานสรุปสถานภาพของระบบ ณ สิ้นงวด
- รายงานผลการเพิ่มประสิทธิภาพระบบงานศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังฯ
- รายงานสรุปสุดท้ายของการบำรุงรักษา (Final Report) พร้อมเนื้อหา: ข้อเสนอแนะในการพัฒนาการบำรุงรักษาระบบ, รายงานสถานภาพของระบบ ณ วันสิ้นสุดสัญญา, รายงานสรุปการทำงานตลอดระยะเวลาการบำรุงรักษาในภาพรวม
ระยะเวลาดำเนินการ
กำหนดเวลาแล้วเสร็จไม่เกิน 183 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว (ข้อ 2.7)
- Standards Compliance: ไม่มีระบุ
- Experience: ต้องมีผลงานในการพัฒนาหรือการบำรุงรักษาระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) หรือระบบการให้บริการข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งต้องเป็นระบบงานที่ใช้ซอฟต์แวร์ SAS Enterprise Business Intelligence หรือระบบงานที่ใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลสถิติอื่นๆ ที่มีมูลค่าโครงการไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท และดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอราคา (ข้อ 2.10)
- Previous Project Cost: มูลค่าโครงการผลงานที่ยื่นต้องไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท
- Technical Capabilities: ความชำนาญและประสบการณ์ในการใช้ระบบ SAS หรือระบบวิเคราะห์ด้านสถิติอื่นๆ ในการนำเข้าข้อมูล การออกแบบรายงาน และการควบคุมระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) ทั้งด้านระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบโปรแกรม เว็บไซต์ ระบบเครือข่าย (Network) และงานด้านสถิติ
- Personnel:
- บุคลากรหลัก (ผู้จัดการ/หัวหน้าโครงการ): วุฒิปริญญาโทหรือเทียบเท่า ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ, มีความชำนาญและประสบการณ์ในระบบ SAS/สถิติที่กล่าวมาข้างต้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี, มีใบประกาศนียบัตร (Certificate) จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ทางระบบ SAS หรือจากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านวิเคราะห์สถิติอื่นๆ
- บุคลากรผู้ช่วย (นักพัฒนาระบบ): วุฒิปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ในด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ, มีประสบการณ์การทำงานทางด้านการให้คำปรึกษาและสนับสนุนการใช้เครื่องมือ SAS หรือซอฟต์แวร์ด้านวิเคราะห์สถิติอื่นๆ ในการออกแบบขั้นตอนและการทดสอบระบบ การดูแล/บำรุงรักษาระบบ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี, เป็นพนักงานประจำของผู้เสนอราคาหรือเป็นผู้รับงานจ้างจากผู้เสนอราคา
- บุคลากรสนับสนุน (ผู้ประสานงาน): วุฒิปริญญาตรี หรือเทียบเท่า หรือเป็นพนักงานประจำของผู้เสนอราคาหรือเป็นผู้รับงานจ้างจากผู้เสนอราคา
เกณฑ์การพิจารณา
หลักเกณฑ์ราคา (Lowest Price) โดยพิจารณาจากราคารวมที่เสนอ (ข้อ 5.1, 5.2)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
การบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังฯ ซึ่งเป็นระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) หรือระบบให้บริการข้อมูลผ่านเว็บไซต์ที่ใช้เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ SAS Enterprise Business Intelligence (SAS EBI) หรือซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลสถิติอื่นๆ ที่มีขีดความสามารถเทียบเท่า ระบบครอบคลุมทั้งส่วนฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มเว็บไซต์ และโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินสัญญา: ราคากลาง 1,279,583.34 บาท
- ระยะเวลาสัญญา: 183 วัน (1 เม.ย. - 30 ก.ย. 2569)
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 2 งวด
- งวดที่ 1 (50%): จ่ายเมื่อส่งมอบเอกสารรายงานภายในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 (รวม System Initiative Report, แผนเพิ่มประสิทธิภาพ, รายงานบำรุงรักษารายเดือน เม.ย.-มิ.ย., รายงานสรุปภาพรวม เม.ย.-มิ.ย., รายงานผลการเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมตรวจรับ)
- งวดที่ 2 (50% ที่เหลือ): จ่ายเมื่อส่งมอบเอกสารรายงานภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 (รวมรายงานบำรุงรักษารายเดือน ก.ค.-ก.ย., รายงานสรุปภาพรวม ก.ค.-ก.ย., รายงานสรุปผลการเพิ่มประสิทธิภาพ, รายงานสรุปสุดท้าย (Final Report) พร้อมตรวจรับ)
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ชนะการประกวด
- ค่าปรับ: กำหนดค่าปรับหลายกรณี เช่น กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต (10% ของวงเงินจ้างช่วง), กรณีระบบขัดข้องเกินเวลาที่กำหนด (คิดเป็นรายชั่วโมง), กรณีล่าช้าในการเริ่มซ่อมแซม (คิดเป็นรายชั่วโมง), และกรณีผิดสัญญาอื่นๆ (คิดเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: โครงการนี้ต้องการบำรุงรักษาระบบประเภทใดเป็นหลัก?
A: ระบบหลักคือระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) หรือระบบให้บริการข้อมูลผ่านเว็บไซต์ที่ใช้ซอฟต์แวร์ SAS Enterprise Business Intelligence หรือซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลสถิติอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน -
Q: ผู้รับจ้างต้องมีความชำนาญในซอฟต์แวร์ใดโดยเฉพาะ?
A: ต้องมีความชำนาญใน SAS Enterprise Business Intelligence (SAS EBI) หรือซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลสถิติอื่นๆ ที่มีขีดความสามารถเทียบเท่า -
Q: บุคลากรหลักต้องมีคุณสมบัติพิเศษอะไรบ้าง?
A: นอกจากวุฒิการศึกษาและประสบการณ์แล้ว ต้องมีใบประกาศนียบัตร (Certificate) จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ระบบ SAS หรือจากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านวิเคราะห์สถิติอื่นๆ ด้วย -
Q: ต้องส่งมอบรายงานอะไรบ้างในช่วงแรกของการทำงาน?
A: ภายใน 5 วันทำการหลังลงนาม ต้องส่ง “รายงานแผนการเพิ่มประสิทธิภาพระบบศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังฯ” และภายในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ต้องส่งมอบชุดรายงานงวดที่ 1 ซึ่งรวมถึงรายงานการสำรวจระบบ (System Initiative Report) ด้วย -
Q: งานนี้ครอบคลุมการบำรุงรักษาอะไรบ้างนอกเหนือจากซอฟต์แวร์?
A: ครอบคลุมการบำรุงรักษาทั้งระบบ ได้แก่ ระบบเครื่องคอมพิวเตอร์, ระบบโปรแกรม, เว็บไซต์, ระบบเครือข่าย (Network) และงานด้านสถิติที่เกี่ยวข้องกับระบบคลังข้อมูล -
Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการเข้าปฏิบัติงานของทีมงานอย่างไร?
A: ทีมงานหลัก ผู้ช่วย และสนับสนุน ต้องสามารถเข้าปฏิบัติงานพร้อมเริ่มงานได้ทันทีเมื่อได้รับการว่าจ้าง และต้องเป็นพนักงานประจำหรือผู้รับงานจ้างจากผู้เสนอราคา -
Q: รายงานสรุปสุดท้าย (Final Report) ต้องมีเนื้อหาอะไร?
A: ต้องมีอย่างน้อย 3 ส่วน ได้แก่ 1) ข้อเสนอแนะในการพัฒนาการบำรุงรักษาระบบ 2) รายงานสถานภาพของระบบ ณ วันสิ้นสุดสัญญา 3) รายงานสรุปการทำงานตลอดระยะเวลาการบำรุงรักษาในภาพรวม -
Q: หากเกิดปัญหาขัดข้องของระบบ ผู้รับจ้างมีเวลาตอบสนองเท่าไหร่?
A: เอกสาร TOR ไม่ได้ระบุเวลา Response Time หรือ SLA ที่ชัดเจนไว้ในส่วนที่ให้มา ควรศึกษารายละเอียดในเอกสารแนบท้ายเพิ่มเติม -
Q: โครงการนี้ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดความรู้ให้เจ้าหน้าของกรุงเทพมหานครอย่างไร?
A: หนึ่งในวัตถุประสงค์คือการให้เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจและทักษะในการนำเข้าข้อมูล รวมถึงการปรับปรุงและแก้ไขข้อมูล ซึ่งอาจรวมอยู่ในกิจกรรมการให้คำปรึกษาและสนับสนุนตามขอบเขตงาน -
Q: เกณฑ์การให้แต้มต่อสำหรับผู้ประกอบการ SME คืออะไร?
A: หากผู้ประกอบการ SME เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกินร้อยละ 10 จะได้รับสิทธิ์ให้จัดจ้าง โดยเรียงลำดับจากผู้เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดน้อยที่สุด และมีเงื่อนไขเรื่องวงเงินสัญญาสะสมไม่เกินมูลค่าตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนกับ สสว.
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
กรุงเทพ
หมานคร
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) จ้างบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ ศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังและส่งเสริมการลงทุนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ลงซอ..
ลงข
.ประธานกรรมการ
( นายอยุทธ์ อุทัยศิริกุล ) นักวิชาการคลังชํานาญการพิเศษ กลุ่มงานนโยบายเศรษฐกิจเมือง
สํานักยุทธศาสตร์และประเมินผล
.กรรมการ
( นายภัทรนันท์ นครไพร )
นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ กลุ่มงานส่งเสริมเศรษฐกิจเมือง สํานักยุทธศาสตร์และประเมินผล
..กรรมการ
ลงชื่อ……..
นรนทุร
( นายนครินทร์ กลิ่นขจร)
นักวิชาการคลังปฏิบัติการ
กลุ่มงานนโยบายเศรษฐกิจเมือง
สํานักยุทธศาสตร์และประเมินผล
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) จ้างบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังและส่งเสริมการลงทุน
๑. หลักการและเหตุผล
ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศที่มีบทบาทสําคัญในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน และภาคบริการ โดยเป็นที่ตั้งของบริษัทขนาดใหญ่ สถาบันการเงิน บริษัทข้ามชาติ และศูนย์กลางธุรกิจชั้นนํามากมาย ทําให้เกิดการลงทุนทั้งจากในและต่างประเทศ อีกทั้งยังมีภาคบริการ ที่แข็งแกร่ง ทั้งการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจค้าปลีก ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สําคัญของประเทศ เป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่ง ด้วยท่าอากาศยานนานาชาติขนาดใหญ่ ท่าเรือที่สําคัญ โครงสร้างพื้นฐานและ ระบบคมนาคมขนส่งที่ครอบคลุม ทําให้การขนส่งสินค้าและบริการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยขับเคลื่อน เศรษฐกิจประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจระดับโลก
เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และดิจิทัลก่อให้เกิด
Startup และบริษัทเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสําคัญในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
ในยุคที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานภาครัฐ มีความจําเป็นต้องพัฒนาเครื่องมือสารสนเทศเพื่อเป็นช่องทางในการเผยแพร่และสนับสนุนข้อมูลด้านเศรษฐกิจ และการลงทุน โดยเฉพาะในระดับท้องถิ่นอย่างกรุงเทพมหานคร ดังนั้นกรุงเทพมหานครจึงได้จัดตั้ง “ศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังและการลงทุนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร” และดําเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็น ระยะเวลาหลายปี เพื่อเป็นแหล่งรวบรวม วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ รวมถึงสนับสนุนการตัดสินใจ ของนักลงทุนและประชาชนทั่วไปที่สนใจลงทุนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาศูนย์ข้อมูล ด้านเศรษฐกิจการคลังฯ ได้รับการบํารุงรักษาศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังฯ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและความต้องการของผู้ใช้ข้อมูลในแต่ละช่วงเวลา โดยเน้นการนําระบบ ฐานข้อมูลเป็นจุดกลางในการเชื่อมโยงข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร ซึ่งที่ผ่านมาสํานักการคลัง ได้ดําเนินการตามภารกิจของด้านเศรษฐกิจโดยรับผิดชอบบริหารงานศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจฯ เป็นอย่างดี และในปัจจุบันภารกิจงานด้านเศรษฐกิจได้มีการเปลี่ยนแปลงจากสํานักการคลังมาเป็นภารกิจของ
สํานักยุทธศาสตร์และประเมินผล จึงยังคงมีความจําเป็นต้องดําเนินการจ้างบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ ศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังฯ ต่อไป
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อให้ศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังฯ สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ทันสมัยและ มีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา
๒.๒ เพื่อปรับปรุงข้อมูลของระบบศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังฯ ให้เป็นปัจจุบัน
๒.๓ เพื่อให้คําปรึกษาแนะนําและสนับสนุนการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครในการนําเข้า ข้อมูลสู่ระบบศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังฯ รวมทั้งในการสร้างรายงานจากระบบเพิ่มเติม
๒.๔ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครที่ปฏิบัติงานในศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องมีความรู้ความเข้าใจ และมีทักษะในการนําเข้าข้อมูล รวมถึงมีการปรับปรุงและแก้ไขข้อมูล
ช
๑.
๒.
Альбин
し
๓..
- 6 -
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรุงเทพมหานคร ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคา อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วม ค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่น
ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
O
๒.
A
m..
s - C -
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จด ทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงิน ย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดย ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้าง เกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 9 ล้านบาท
๑
(๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือรับรองบัญชี
เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมี แต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๔.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ
ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลาง
ต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือ ที่ สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอ ไม่เกิน ๙๐ วัน
(๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ (๒) ข้อ (๓) และข้อ (๔.๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
นครHnS ๓..
๑.
o
๒.
เ - ๕ -
ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสาร ดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่น เอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๖) กรณีตาม (๑) – (๕) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
=
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ
ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอราคาต้องมีผลงานในการพัฒนาหรือการบํารุงรักษาระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) หรือระบบการให้บริการข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งต้องเป็นระบบงานที่ใช้ซอฟต์แวร์ SAS Enterprise Business Intelligence หรือระบบงานที่ใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลสถิติอื่น ๆ ที่มีมูลค่าโครงการไม่ต่ํากว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท และดําเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๕ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอราคา โดยต้องส่งสําเนาหนังสือ รับรองผลงาน และสําเนาสัญญามาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอเพื่อประกอบการพิจารณาของกรุงเทพมหานคร
๓.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอราคาต้องมีบุคลากรหลัก บุคลากรผู้ช่วยและบุคลากรสนับสนุน ซึ่งสามารถเข้า ปฏิบัติงานพร้อมเริ่มงานได้ทันทีเมื่อได้รับการว่าจ้าง โดยผู้เสนอราคา ต้องเสนอโครงสร้างของคณะทํางาน พร้อมทั้งรายละเอียดของบุคลากร หนังสือรับรองคุณวุฒิการศึกษา หนังสือรับรองการเป็นพนักงานประจําของ ผู้รับจ้าง เพื่อประกอบการพิจารณาของกรุงเทพมหานคร โดยมีคุณสมบัติและประสบการณ์อย่างน้อย ดังนี้
(๑) บุคลากรหลัก (ผู้จัดการ/หัวหน้าโครงการ) ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
เทคโนโลยีสารสนเทศ - วุฒิการศึกษาปริญญาโทหรือเทียบเท่า ในสาขา วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์หรือ
ถิติอื่น ๆ - มีความชํานาญและประสบการณ์ในการใช้ระบบ SAS หรือระบบวิเคราะห์ด้านสถิติ ในการนําเข้าข้อมูล การออกแบบรายงาน และการควบคุมระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) ทั้งด้านระบบเครื่อง คอมพิวเตอร์ ระบบโปรแกรม เว็บไซต์ ระบบเครือข่าย (Network) และงานด้านสถิติมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี
-มีใบประกาศ (Certificate) จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ทางระบบ SAS หรือ จากผู้ให้บริการ ซอฟต์แวร์ด้านวิเคราะห์สถิติอื่น ๆ
(๒) บุคลากรผู้ช่วย (นักพัฒนาระบบ) ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
เทคโนโลยีสารสนเทศ - วุฒิปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ในด้าน วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือ
- มีประสบการณ์การทํางานทางด้านการให้คําปรึกษาและสนับสนุนการใช้เครื่องมือ SAS
หรือ ซอฟต์แวร์ด้านวิเคราะห์สถิติอื่น ๆ ในการออกแบบขั้นตอนและการทดสอบระบบ การดูแล/บํารุงรักษาระบบ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี - เป็นพนักงานประจําของผู้เสนอราคาหรือเป็นผู้รับงานจ้างจากผู้เสนอราคา
(๓) บุคลากรสนับสนุน (ผู้ประสานงาน) ต้องมีคุณสมบัติไม่ต่ํากว่าข้อกําหนดข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้ - วุฒิปริญญาตรี หรือเทียบเท่า
- เป็นพนักงานประจําของผู้เสนอราคาหรือเป็นผู้รับงานจ้างจากผู้เสนอราคา
๑.
๒.
insur
เ
๓..๑.
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
O (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด - สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล……… - บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล….
O (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด - สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…… - สําเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
ไฟล์ข้อมูล… - บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล…… บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) O ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไฟล์ข้อมูล……
๒. ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่เป็นนิติบุคคล
๓.
O (ก) บุคคลธรรมดา - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้นั้น
ไฟล์ข้อมูล……
O (ข) คณะบุคคล - สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน
- สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน
ไฟล์ข้อมูล……
ไฟล์ข้อมูล……..
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า - สําเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า
ไฟล์ข้อมูล…..
(ก) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นบุคคลธรรมดา - บุคคลสัญชาติไทย
สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
ไฟล์ข้อมูล
บุคคลที่มิใช่สัญชาติไทย
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์……………
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………..
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………..
….. ขนาดไฟล์
….. ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์
…..uunalw………
ขนาดไฟล์
ขนาดไฟล์…….
สําเนาหนังสือเดินทาง
ไฟล์ข้อมูล………..
…..vunalw…….. - ๒
O (ข) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นนิติบุคคล - ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล..
บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล…
บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…… - สํานาหนังสือบริคณห์สนธิ
- บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล……..
ไฟล์ข้อมูล..
บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
…..vunalw……..
ขนาดไฟล์…..
ขนาดไฟล์
……………….
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์…………..
ขนาดไฟล์……
มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ไฟล์……………..
ขนาดไฟล์………
๔. แบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินจัดซื้อ
จัดจ้างตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
ไฟล์ข้อมูล
ขนาดไฟล์…..
๕. แบบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (สําหรับส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/องค์การมหาชน/หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน) กรณีโครงการ จัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
0 5. อื่น ๆ (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล……
ไฟล์ข้อมูล…….
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์……..
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์…….
ข้าพเจ้าขอรับรองว่า เอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้ายื่นพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ…….
ผู้ยื่นข้อเสนอ
(…………….0
0
0
0
0
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑. แค็ตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ไฟล์ข้อมูล…..
ขนาดไฟล์…….
๒. สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล…
ขนาดไฟล์……
๓. สรุปรายละเอียดประกอบการอธิบายเอกสารตามที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้จัดส่งภายหลังวันเสนอ
ราคา เพื่อใช้ในประกอบการพิจารณา (ถ้ามี) ดังนี้
๓.๑
ไฟล์ข้อมูล
๓.๒ ……
ไฟล์ข้อมูล……
๔. อื่นๆ (ถ้ามี)
……….
ไฟล์ข้อมูล……
๔.๒……..
ไฟล์ข้อมูล……
๔.๓……….
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………………….
ขนาดไฟล์……………….
ขนาดไฟล์…..
ไฟล์ข้อมูล….
ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้าได้ยื่นมาพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ….
น
……………….
ขนาดไฟล์………………บทนิยาม
“ผลงาน” หมายความว่า ผลงานที่ใช้เทคนิคในการดําเนินการอย่างเดียวกันกับงานที่
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
และต้องคํานึงถึงมูลค่าของราคาค่างานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดําเนินการมาแล้ว
ซึ่งการจะเห็นถึงขีดความสามารถนี้ได้ก็ย่อมจะต้องเป็นการบริหารงานภายใต้การจ้างครั้งเดียวมิใช่การจ้าง
ในหลาย ๆ ครั้งมารวมกัน โดยผลงานที่นํามายื่นจึงต้องเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในสัญญาเดียวเท่านั้น
และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาที่ได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างดังกล่าว หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะต้องเป็น ผู้ออกหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างให้กับผู้ยื่นข้อเสนอ(สำเนา)
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่ กยศ.๓/๒๕๖๙
การจ้างบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังและส่งเสริมการลงทุนในเขตพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
ตามประกาศ กรุงเทพมหานคร
ลงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
กรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรุงเทพมหานคร” มีความประสงค์จะ ประกวดราคา จ้างบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังและส่งเสริมการลงทุนในเขตพื้นที่ กรุงเทพมหานครประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
บำรุงรักษาซอฟต์แวร์และการสนับสนุน จำนวน ๑ รายการ โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับ หน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็น ผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงาน เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรุงเทพมหานคร ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานในการพัฒนาหรือการบำรุงรักษาระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) หรือระบบการให้บริการข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งต้องเป็นระบบงานที่ใช้ซอฟต์แวร์ SAS Enterprise Business Intelligence หรือระบบงานที่ใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลสถิติอื่น ๆ ที่มีมูลค่า โครงการไม่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท และดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๕ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอราคา โดยต้องส่งสำเนาหนังสือรับรองผลงาน และสำเนาสัญญามาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอเพื่อประกอบ การพิจารณาของกรุงเทพมหานคร
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่า ตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อน วันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ไทยหากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคล ที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม -เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่า ของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่น ข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคาร ภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อ ที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคาร ภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้น แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงาน สาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอ ไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศ และเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบ กระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมา พร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในเอกสารประกวดราคา
๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟู กิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีบุคลากรหลัก บุคลากรผู้ช่วยและบุคลากรสนับสนุน
ซึ่งสามารถเข้าปฏิบัติงานพร้อมเริ่มงานได้ทันทีเมื่อได้รับการว่าจ้าง โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอโครงสร้าง ของคณะทำงานพร้อมทั้งรายละเอียดของบุคลากร หนังสือรับรองคุณวุฒิการศึกษา หนังสือรับรอง การเป็นพนักงานประจำของผู้รับจ้างเพื่อประกอบการพิจารณาของกรุงเทพมหานคร โดยมีคุณสมบัติ และประสบการณ์อย่างน้อย ดังนี้
(๑) บุคลากรหลัก (ผู้จัดการ/หัวหน้าโครงการ) ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ - วุฒิการศึกษาปริญญาโทหรือเทียบเท่า ในสาขา วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
- มีความชำนาญและประสบการณ์ในการใช้ระบบ SAS หรือระบบวิเคราะห์ด้านสถิติอื่น ๆ ในการนำเข้าข้อมูล การออกแบบรายงาน และการควบคุมระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) ทั้งด้านระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบโปรแกรม เว็บไซต์ ระบบเครือข่าย (Network) และงานด้านสถิติมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี
- มีใบประกาศ (Certificate) จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ทางระบบ SAS หรือ จากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านวิเคราะห์สถิติอื่น ๆ
(๒) บุคลากรผู้ช่วย (นักพัฒนาระบบ) ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ - วุฒิปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ในด้าน วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศ
- มีประสบการณ์การทำงานทางด้านการให้คำปรึกษาและสนับสนุน การใช้เครื่องมือ SAS หรือ ซอฟต์แวร์ด้านวิเคราะห์สถิติอื่น ๆ ในการออกแบบขั้นตอนและการทดสอบ ระบบการดูแล/บำรุงรักษาระบบ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี
- เป็นพนักงานประจำของผู้เสนอราคาหรือเป็นผู้รับงานจ้างจากผู้เสนอราคา (๓) บุคลากรสนับสนุน (ผู้ประสานงาน) ต้องมีคุณสมบัติไม่ต่ำกว่าข้อกำหนด ข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
- วุฒิปริญญาตรี หรือเทียบเท่า
- เป็นพนักงานประจำของผู้เสนอราคาหรือเป็นผู้รับงานจ้างจากผู้เสนอราคา ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้น
รายใหญ่ (ถ้ามี)
(๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนา บัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือ ต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิ หักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็น บวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณา การกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่น ข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายใน ประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อ
การพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่ สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศหรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้อง มีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคาร แห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อ ที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อ การพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อ บริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อ ที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศ และเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสาร ดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคา ทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสาร ส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๒) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสาร ส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้องกรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ
ผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียว และราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ ตามข้อ ๖.๒ ให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและ ตัวหนังสือไม่ตรงกันให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่ วันเสนอราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอน การเสนอราคามิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๑๘๓ วัน (ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙)
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของงานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อน ที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตามเงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๑๓.๐๐ น. ถึง ๑๖.๐๐ น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และการเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบ
ไฟล์เอกสารประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรุงเทพมหานครผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการ ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอ รายอื่นตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ ร่วมกันนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณา ข้อเสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะกรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรุงเทพมหานคร จะพิจารณาลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรุงเทพมหานคร จะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรุงเทพมหานคร
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๕ วัน นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลง เป็นหนังสือที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่ง ของสัญญา
๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรุงเทพมหานคร จะพิจารณาจาก ราคารวม
๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐาน การยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรม การพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอ เอกสารทางเทคนิคหรือขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไข ที่กรุงเทพมหานครกำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ และความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็น การผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ๕.๔ กรุงเทพมหานครสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสาร ประกวดอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่น ข้อเสนอรายอื่น
๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรุงเทพมหานคร มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ได้ กรุงเทพมหานครมีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าว ไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง
๕.๖ กรุงเทพมหานครทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่ง รายการใด หรืออาจจะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของ กรุงเทพมหานครเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้ง กรุงเทพมหานครจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอ กระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่น มายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมาย
ได้ว่าไม่อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรุงเทพมหานคร จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็น ที่รับฟังได้ กรุงเทพมหานคร มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรุงเทพมหานคร ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรุงเทพมหานคร อาจประกาศยกเลิก การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะ การประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่น ข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๕.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุด ของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียง ลำดับผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่า ของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๕.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคล ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรุงเทพมหานคร ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรุงเทพมหานครยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเช็ค หรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ
๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่ กรมบัญชีกลางกำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒)
๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะ การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่ง กรุงเทพมหานคร ได้รับมอบไว้แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรุงเทพมหานคร จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๒ งวดดังนี้
งวดที่ ๑ กรุงเทพมหานครจะจ่ายเงินให้จำนวนเงินร้อยละ ๕๐ ของวงเงินจ้าง ตามสัญญาเมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบเอกสารรายงานภายในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ดังนี้ ๑. รายงานการเข้าสำรวจระบบเพื่อการบำรุงรักษา (System Initiative Report) ๒. รายงานแผนการเพิ่มประสิทธิภาพระบบศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังฯ ไม่เกิน ๕ วันทำการ หลังจากลงนามในสัญญาจ้างบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ศูนย์ข้อมูลเศรษฐกิจการคลังฯ ๓. รายงานการบำรุงรักษาระบบรายเดือนเมษายน ๒๕๖๙ - มิถุนายน ๒๕๖๙ โดยประกอบไปด้วยเนื้อหาเป็นอย่างน้อย ดังนี้
- รายงานสถานภาพของระบบและงานบำรุงรักษาระบบ - รายงานการเข้าปฏิบัติงานประจำเดือน
- รายงานการประชุมประจำเดือน
๔. รายงานสรุปการบำรุงรักษาระบบภาพรวมของเดือนเมษายน ๒๕๖๙ - มิถุนายน ๒๕๖๙ โดยประกอบไปด้วยเนื้อหาเป็นอย่างน้อย ดังนี้
- รายงานสรุปการบำรุงรักษาระบบเดือนเมษายน ๒๕๖๙ - มิถุนายน ๒๕๖๙
- รายงานสรุปสถานภาพของระบบ ณ เดือนมิถุนายน ๒๕๖๙ ๕. รายงานผลการเพิ่มประสิทธิภาพระบบงานศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ การคลังฯ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๒ (งวดสุดท้าย) กรุงเทพมหานครจะจ่ายเงินให้จำนวนเงินที่เหลือทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบเอกสารรายงานภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙ ดังนี้
๑. รายงานการบำรุงรักษาระบบรายเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๙ – กันยายน ๒๕๖๙ โดยประกอบไปด้วยเนื้อหาเป็นอย่างน้อย ดังนี้
- รายงานสถานภาพของระบบและงานบำรุงรักษาระบบ - รายงานการเข้าปฏิบัติงานประจำเดือน
- รายงานการประชุมประจำเดือน
๒. รายงานสรุปการบำรุงรักษาระบบภาพรวมของเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๙ - กันยายน ๒๕๖๙ โดยประกอบไปด้วยเนื้อหาเป็นอย่างน้อย ดังนี้
- รายงานสรุปการบำรุงรักษาระบบเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๙ - กันยายน ๒๕๖๙
- รายงานสรุปสถานภาพของระบบ ณ เดือนกันยายน ๒๕๖๙ ๓. รายงานสรุปผลการเพิ่มประสิทธิภาพระบบงานศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ การคลังฯ
๔. รายงานสรุปสุดท้ายของการบำรุงรักษา (Final Report) โดยประกอบไปด้วย เนื้อหาเป็นอย่างน้อย ดังนี้
- ข้อเสนอแนะในการพัฒนาการบำรุงรักษาระบบ
- รายงานสถานภาพของระบบ ณ วันสิ้นสุดสัญญา
- รายงานสรุปการทำงานตลอดระยะเวลาการบำรุงรักษาระบบ ในภาพรวมและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้ รับอนุญาตจากกรุงเทพมหานคร จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวน ร้อยละ ๑๐.๐๐ ของวงเงิน ของงานจ้างช่วงนั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติไม่เป็นไปตามเงื่อนไขในขอบเขตของงานฯ ข้อ ๔.๕.๑ กำหนด ค่าปรับ เป็นรายชั่วโมง ในอัตราชั่วโมงละ ร้อยละ ๐.๐๓๕ ในช่วงเวลาที่ไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ในส่วนที่ เกินกว่ากำหนดเวลาขัดข้อง
๘.๓ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติไม่เป็นไปตามเงื่อนไขในขอบเขตของงานฯ ข้อ ๔.๔.๑
จะกำหนดค่าปรับเป็นรายชั่วโมง (เศษของชั่วโมงให้นับเป็น ๑ ชั่วโมง) ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของค่าจ้างบำรุง รักษา (รายงวด) ตามสัญญา นับจากเวลาที่ครบกำหนดจนถึงเวลาที่ผู้รับจ้างได้เริ่มการซ่อมแซมแก้ไข หรือจนถึงเวลาที่ผู้รับจ้างดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขแล้วเสร็จแล้วแต่กรณี
๘.๔ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ - ๘.๓ จะกำหนด ค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๙. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๙.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรุงเทพมหานครได้รับอนุมัติเงิน ค่าจ้างจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๙.๒ เมื่อกรุงเทพมหานครได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมา เพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทย เดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้ (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิ เช่นเดียวกับเรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิด ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๙.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรุงเทพมหานครได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรุงเทพมหานครจะริบหลักประกัน การยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้อง ให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๙.๔ กรุงเทพมหานครสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดใน แบบสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี) ๙.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัด หรือแย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรุงเทพมหานคร คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๙.๖ กรุงเทพมหานคร อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่น ข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรุงเทพมหานครไม่ได้
(๑) กรุงเทพมหานครไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับ จัดสรร แต่ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับ การคัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขัน อย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำ การทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ กรุงเทพมหานคร หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๙.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือ แจ้งตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ ที่จะอุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบ การพิจารณาอุทธรณ์ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๐. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้อง ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๑. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรุงเทพมหานคร สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอ ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับ การยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับกรุงเทพมหานคร ไว้ชั่วคราว
กรุงเทพมหานคร
๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ภิรชา สวนบ่อแร่
(นางสาวภิรชา สวนบ่อแร่)
นักจัดการงานทั่วไป
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดย นางสาวภิรชา สวนบ่อแร่ นักจัดการงาน ทั่วไป(สําเนา)
ประกาศกรุงเทพมหานคร
เรื่อง ประกวดราคาจ้างบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลัง
และส่งเสริมการลงทุนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรุงเทพมหานคร มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการคลังและส่งเสริมการลงทุนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๒๗๙,๕๘๓.๓๔ บาท (หนึ่งล้านสองแสนเจ็ดหมื่นเก้าพัน แปดร้อยแปดสิบสามบาทสามสิบสี่สตางค์) จํานวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อม
ที่มีอยู่ในวันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
ในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๑๓.๐๐ น. ถึง ๑๖.๐๐ น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสาร ข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอราคา
เลขที่ กยศ.๓/๒๕๖๙
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
ลงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ https://webportal.
bangkok.go.th/sed หรือ www.gprocurement.go.th
ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
ธมกร บุญศักดิ์ดี
(นางสาวธมกร บุญศักดิ์ดี) ผู้อํานวยการกองพัฒนายุทธศาสตร์เศรษฐกิจเมือง
สํานักยุทธศาสตร์และประเมินผล
ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
สําเนาถูกต้อง
ภิรชา สวนบ่อแร่ (นางสาวภิรชา สวนบ่อแร่) นักจัดการงานทั่วไป
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
โดย นางสาวภิรชา สวนบ่อแร่ นักจัดการงาน ทั่วไป